ม ห า วิ ป โ ย ค 1 4 ตุ ล า ค ม 2 5 1 6
มหาวิปโยค จัดทำ โดย นางสาว คริษฐา จันทร์อุดม รหัสนักศึกษา 6512421001327 นาย นราธิป ร่างมณี รหัสนักศึกษา 6512421001339 นางสาว ปัท ปั มพร อุทัย รหัสนักศึกษา 6512421001342 นาย คฑาหัสฑ์ ประชุมรัตน์ รหัสนักศึกษา 6516209001065 นาย ศุภวิชญ์ ทองสองสี รหัสนักศึกษา 6516209001143 นางสาว ตวงทอง เรือนดี รหัสนักศึกษา 650700001007 เสนอ อาจารย์ อยับ ซาดัคคาน รายงานเล่มนี้เป็น ป็ ส่วนหนึ่งของวิชา การเมืองการปกครองและหลักรัฐธรรมนูญ ภาคเรียนที่2 ปีกปีารศึกษา2565 มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
คำ นำ รายงานเล่มนี้่่จัดทำ ขึ้นเพื่อเป็น ป็ ส่วนหนึ่งของวิชาการเมืองการปกครองและหลัก รัฐธรรมนูญชั้นปีที่ปี ที่1เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ในนเรื่่องวันมหาวิปโยคและได้ศึกษาอย่าง เข้าใจเพื่อเป็น ป็ ประโยชน์กับการเรียน ผู้จัดทำ หวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็น ป็ ประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน นักศึกษา ที่กำ ลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อแนะนำ หรือข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำ ขอน้อม รับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย คณะผู้จัดทำ
สารบัญ เ ห ตุ ก า ร ณ์ 1 4 ตุ ล า ( พ.ศ. 2 5 1 6 ) ส า เ ห ตุ ก า ร เ ริ่ ม ต้ น ก า ร เ รี ย ก ร้ อ ง รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ เ ห ตุ ก า ร ณ์ จ ล า จ ล แ ล ะ ก า ร สั่ ง ป ร า บ ก า ร ชุ ม นุ ม ห ลั ง เ ห ตุ ก า ร ณ์
วันมหาวิปโยค หรือ วันมหาปิติปิ ติเป็น ป็ เหตุการณ์การปราบปรามผู้ประท้วงบริเวณพระบรม มหาราชวังและถนนราชดำ เนินอย่างรุนแรงโดยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีจอมพลถนอม กิตติขจร จนมีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน บาดเจ็บกว่า 800 คน และมีผู้สูญหายอีกเป็น ป็ จำ นวนมาก การประท้วงนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากสาเหตุหลายประการ คือ ประเทศไทยได้อยู่ภายใต้ระบอบ เผด็จการทหารมานานเกือบ 15 ปีตั้ปี ตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ประกอบกับข่าวการฉ้อ ราษฎร์บังหลวงหลายอย่างในรัฐบาล รวมทั้งรัฐประหารตัวเองในปี 2514 ข่าวการลักลอบล่า สัตว์ป่าป่ ในเขตอุทยานแห่งชาติ นำ ไปสู่การเรียกร้องรัฐธรรมนูญที่เป็น ป็ ประชาธิปไตย มีการตี พิมพ์ "บันทึกลับจากทุ่งใหญ่" ทำ ให้เกิดความสนใจในหมู่ประชาชน นำ ไปสู่การเดินแจกใบปลิว ของนิสิตนักศึกษาในกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 6–9 ตุลาคม มีนักเคลื่อนไหวทางการ เมืองและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถูกทหารจับกุม ซึ่งต่อมาบุคคลเหล่านี้ได้ชื่อว่า "13 ขบถ รัฐธรรมนูญ" ทำ ให้เกิดการประท้วงใหญ่เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคมที่มที่หาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สู่การเดินประท้วงในถนนราชดำ เนิน โดยมีประชาชนทยอยเข้าร่วมหลายแสนคน วันที่ 13 ตุลาคม รัฐบาลจอมพลถนอมประกาศยอมรับข้อเรียกร้องของผู้ประท้วงว่าจะร่างรัฐธรรมนูญ ทำ ให้ผู้ชุมนุมบางส่วนสลายตัว อย่างไรก็ดี ในวันที่ 14 ตุลาคม 2516 ผู้ประท้วงบางส่วนเดินทางไปพระบรมมหาราชวังเพื่อขอ พบผู้แทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อตกลงสลายตัวแล้วจู่ ๆ ก็เกิดเหตุระเบิดแถว พระบรมมหาราชวังและเริ่มการปราบปรามการประท้วงอย่างรุนแรงโดยมีการระดมรถถังและ เฮลิคอปเตอร์ ฝ่าฝ่ยผู้ประท้วงมีผู้เข้าร่วมเพิ่มเป็น ป็ ประมาณ 500,000 คน จนฝ่าฝ่ยความมั่นคง ถอนกำ ลังออกไปในช่วงเย็น และในเวลา 19.15 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเผยแพร่พระ ราชดำ รัสทางโทรทัศน์ว่ารัฐบาลทหารลาออกแล้ว หลังจากนั้นมีเหตุการณ์ปะทะกันอีกเล็กน้อย ในวันที่ 15 ตุลาคม แต่ผู้ชุมนุมสลายตัวเมื่อทราบว่าบุคคลสำ คัญในรัฐบาลสามคนที่เรียกว่า "3 ทรราช" เดินทางออกนอกประเทศแล้ว หลังเหตุการณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแต่งตั้งสัญญา ธรรมศักดิ์เดิ์ป็น ป็ นายก รัฐมนตรี เป็น ป็ การเริ่มต้นของ "ยุคการทดลองประชาธิปไตย" ที่สิ้นสุดลงด้วยเหตุการณ์ 6 ตุลา และรัฐประหารปี 2519; ผู้เสียชีวิตได้รับยกย่องเป็น ป็ "วีรชนเดือนตุลา" และมีแผน ก่อสร้างอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาเพื่อเป็น ป็ อนุสรณ์ แต่การก่อสร้างนั้นกว่าจะแล้วเสร็จก็ล่วงไป ถึงปี 2541: นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชยิ่งมีบทบาทในการเมืองไทย มากขึ้น โดยสังคมมองว่าเป็น ป็ คนกลางระหว่างฝ่าฝ่ยต่าง ๆ ของสังคม เหตุการณ์ 14 ตุลา
สาเหตุ นับแต่ รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2501 ประเทศไทยมีการปกครองในระบอบ เผด็จการทหารเรื่อยมา ตั้งแต่จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่ถึงแก่อสัญกรรมคาตำ แหน่ง และสืบทอดอำ นาจโดยจอมพล ถนอม กิตติขจร ตั้งแต่ปี 2506 โดยในช่วงเวลานี้ไม่มี การเลือกตั้ง และประชาชนไม่มีเสรีภาพทางการเมือง เหตุการณ์เริ่มมาจากการที่จอมพล ถนอม กิตติขจร รัฐประหารตัวเอง ในวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 ซึ่งนักศึกษา และประชาชนมองว่า เป็น ป็ การสืบทอดอำ นาจตนเองจากจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ นอกจากนี้ จอมพล ถนอม กิตติขจร จะต้องเกษียณอายุราชการเนื่องจากอายุครบ 60 ปี แต่กลับต่ออายุราชการตนเองในตำ แหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดออกไป ทั้งพลเอก ประภาส จารุเสถียร บุคคลสำ คัญในรัฐบาล ที่มิได้รับการยอมรับเหมือนจอมพล ถนอม กิตติขจร กลับจะได้รับยศ จอมพล และตำ แหน่งผู้บัญชาการทหารบก ประกอบกับข่าว คราวเรื่องทุจริตในวงราชการ สร้างความไม่พอใจในหมู่ประชาชนอย่างมาก
6 ตุลาคม 2516 มีบุคคลร่วมลงชื่อ 100 คน เพื่อเรียกร้องขอรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย บุคคลหลากหลายอาชีพ เช่น นักวิชาการ นักการเมือง นักคิด นักเขียน นิสิต นักศึกษา เป็นต้น จากนั้น บุคคลเหล่านี้ราว 20 คน นำ โดย นายธีรยุทธ บุญมี ได้เดินแจกใบปลิวเรียก ร้องรัฐธรรมนูญตามสถานที่ต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร เช่น ประตูน้ำ สยามสแควร์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยอ้างถึงใจความในพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า เจ้าอยู่หัว ที่ส่งถึงรัฐบาลเกี่ยวกับสาเหตุที่ทรงสละราชสมบัติ แต่ทางตำ รวจนครบาลนำ โดย พลตำ รวจตรีชัรี ชัย สุวรรณศร ผู้บังคับการตำ รวจสันติบาล[6] จับได้เพียง 11 คน และจับทั้ง 11 คนนี้ขังไว้ที่โที่รงเรียนพลตำ รวจบางเขน และนำ ไปขังต่อที่เที่รือนจำ กลางบางเขน ก่อนหน้านั้นตั้ง ข้อหามั่วสุมชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนภายหลังจากนั้น ตั้งข้อหาร้ายแรงว่า เป็น ป็ คอมมิวนิสต์ โดยห้ามเยี่ยมห้ามประกันเด็ดขาด จากนั้น ได้มีการประกาศจับนาย ก้องเกียรติ คงคา นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำ แหง และตามจับนาย ไขแสง สุกใส อดีตสมาชิกสภาผู้ แทนราษฎรจังหวัดนครพนมอีก เป็น ป็ ผู้ต้องถูกจับทั้งหมด 13 คน โดยกล่าวหาว่า นาย ไขแสง สุกใส อยู่เบื้องหลังการแจกใบปลิวครั้งนี้ บุคคลทั้ง 13 นี้ถูกเรียกขานว่าเป็น ป็ "13 ขบถ รัฐธรรมนูญ" เหตุการณ์เหล่านี้สร้างความไม่พอใจครั้งใหญ่แก่มวลนักศึกษาและประชาชน อย่างมาก นำ ไปสู่การชุมนุมใหญ่ที่มที่หาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่ร์ ซึ่ งขณะนั้นกำ ลังสอบกลางภาค แต่ทางองค์กรนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไร์ด้ประกาศและติดป้า ป้ ยขนาดใหญ่ไว้ว่า "งด สอบ" พร้อมทั้งยื่นคำ ขาดให้รัฐบาลปล่อยบุคคลทั้ง 13 ก่อนเที่ยงวันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม แต่เมื่อ ถึงเวลาแล้ว รัฐบาลก็หาได้ยอมกระทำ ไม่ และพลตรีปรีระกอบ จารุมณี อธิบดีกดีรม ประชาสัมพันธ์ เรียกผู้แทนหนังสือพิมพ์เข้า ไปกำ ชับเกี่ยวกับรายงานข่าว ในตอนบ่าย ของวัน ที่ 13 ตุลาคม 2516 โดยก่อนหน้านี้ใน วันที่ 10 ตุลาคม 2516 รัฐบาลมีมติให้ตั้งศูนย์ปราบจลาจลที่กองอำ นวย การป้องกันและปราบปราม คอมมิวนิสต์สวนรื่นฤดี โดยมีจอมพล ประภาส จารุเสถียร รองผู้ บัญชาการทหารสูงสุดเป็น ป็ ผู้อำ นวยการศูนย์ฯ และพลเอก กฤษณ์ สีวะรา เป็นรองผู้อำ นวย การศูนย์ฯ เพื่อดำ เนินการปราบปรามจลาจล และการก่อความไม่สงบที่อาจเกิดขึ้น ก่อนหน้านั้น มีนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กร์ลุ่มหนึ่งได้เข้าพบ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช อดีตผู้นำ ฝ่า ฝ่ ยค้านในสภาผู้แทนราษฎร ณ บ้านพักที่ย่านเอกมัย เพื่อปรึกษาหารือ เกี่ยวกับสถานการณ์ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ได้เสนอว่า หากจะจัดการชุมนุม ควรจะจัดในวันหยุด เสาร์อาทิตย์ เพราะจะตรงกับวันที่มีตมีลาดนัดที่สนามหลวงด้วย จะทำ ให้ได้แนวร่วมเพิ่มขึ้นอีก จำ นวนมาก การเริ่ม ริ่ ต้นการเรีย รี กร้อ ร้ ง รัฐ รั ธรรมนูญ
การเดินขบวนครั้งใหญ่จึงเริ่มต้นที่มที่หาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ออกไปตามถนนราชดำ เนิน สู่ลาน พระบรมรูปทรงม้า มีแกนนำ เป็น ป็ นักศึกษาและมีประชาชนเข้าร่วมด้วยหลายแสนคน (เชื่อว่ามากกว่า 400,000 คน) เพื่อเรียก ร้องให้ปล่อยตัวผู้ถูกจับกุม รัฐบาลรีบตกลงรับข้อเรียกร้องและสัญญาว่ารัฐธรรมนูญฉบับถาวรจะแล้วเสร็จภายในเดือน ตุลาคม 2515 ผู้ชุมนุมบางส่วนยอมสลายตัว แต่มีนักศึกษาราว 200,000 คนปฏิเสธไม่ยอมสลายตัว และผู้นำ คือ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ตัดสินใจพาผู้ชุมนุมไปพระบรมมหาราชวังเพื่อขอเข้าเฝ้าฝ้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช[8] วันที่ 14 ตุลาคม นักศึกษาเคลื่อนขบวนถึงพระบรมมหาราชวังและพบกับผู้แทนพระองค์ ซึ่งถ่ายทอดพระราชกระแส ขอให้นักศึกษาสลายตัว ซึ่งนักศึกษายินยอม ฝ่าฝ่ยรองผู้บัญชาการตำ รวจสั่งให้ตั้งสิ่งกีดขวางเพื่อให้นักศึกษาออกได้ ทางเดียว ทำ ให้นักศึกษาที่มีจำ นวนมากออกจากพื้นที่ได้ลำ บาก ทั้งนี้ ไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัดว่าความรุนแรงเกิดขึ้น เมื่อใด แต่ในช่วงเช้าตรู่ เกิดระเบิดขึ้นแถวพระบรมมหาราชวังและตำ รวจเริ่มต้นปราบปรามนักศึกษาอย่างรุนแรง ต่อ มาในช่วงสาย เกิดเหตุทำ ลายทรัพย์สินและความรุนแรงเมื่อสถานการณ์บานปลาย รัฐบาลระดมรถถัง เฮลิคอปเตอร์ และทหารราบเพื่อช่วยตำ รวจ[8][9] มีผู้เสียชีวิต 77 คน และได้รับบาดเจ็บ 857 คน และอาคารหลายหลังใกล้กับถนน ราชดำ เนินถูกวางเพลิง รวมทั้งกรมประชาสัมพันธ์ กรมสรรพากร โรงแรมรัตนโกสินทร์ กองสลากกินแบ่งรัฐบาล กองตำ รวจนครบาลผ่านฟ้าฟ้ จำ นวนผู้ประท้วงเพิ่มขึ้นเป็น ป็ กว่า 500,000 คนอย่างรวดเร็วเมื่อผู้เห็นใจฝ่าฝ่ยนักศึกษาเข้ามาช่วย สุดท้ายทหารถอน กำ ลังออกในเวลาเย็น ต่อมาเวลา 19.15 น. สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยประกาศว่า จอมพล ถนอม กิตติ ขจร ขอลาออกจากตำ แหน่งแล้ว และมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งสัญญา ธรรมศักดิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ให้ดำ รงตำ แหน่งนายกรัฐมนตรี แต่เหตุการณ์ยังไม่สงบ กลุ่มทหารเปิดปิฉากยิงปืนปืเข้าใส่นักศึกษาและ ประชาชนอีกครั้ง หลังจากพระราชดำ รัสทางโทรทัศน์เพียงหนึ่งชั่วโมง นักศึกษาพยายามพุ่งรถบัสที่ไม่มีคนขับ เข้าใส่ กองบัญชาการตำ รวจนครบาล โดยผู้ชุมนุมนับพันยังไม่วางใจในสถานการณ์ จึงประกาศท้าทายกฎอัยการศึก ในเวลา 22:00 นาฬิกา และประกาศว่าจะปักปัหลักชุมนุม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตลอดทั้งคืน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ถูกหลอกอีก ครั้ง ในเวลาหัวค่ำ ของวันที่ 15 ตุลาคม ได้มีประกาศว่าจอมพลถนอม กิตติขจร จอมพลประภาส จารุเสถียร และพันเอก ณรงค์ กิตติขจร เดินทางออกนอกประเทศแล้ว เหตุการณ์จึงค่อยสงบลง และวันที่ 16 ตุลาคม 2516 ผู้ชุมนุมและ ประชาชน ต่างพากันช่วยทำ ความสะอาด พื้นถนนและสถานที่ต่างๆ ซึ่งได้รับความเสียหาย เหตุการณ์จลาจลและการสั่ง สั่ ปราบการชุมนุม
ภายหลังเหตุการณ์นี้พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและ พระบรมวงศานุวงศ์ได้เสด็จเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บตามโรงพยาบาลต่าง ๆ และสำ หรับผู้เสียชีวิต ได้พระราชทาน เพลิงศพที่ทิศเหนือท้องสนามหลวง และอัฐินำ ไปลอยอังคารด้วยเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพอากาศและกรมตำ รวจ ที่ปากแม่น้ำ เจ้าพระยา อ่าวไทย หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ มีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญประกอบด้วยประชาชนต่าง ๆ จากหลายภาคส่วน โดยไม่มีนักการเมืองร่วมอยู่ด้วยเลย และใช้สช้นามม้านางเลิ้งเป็นที่ร่าง เรียกกันว่า "สภา สนามม้า" นำ ไปสู่การเลือกตั้งในต้น พ.ศ. 2518 ช่วงนั้นเรียกกันว่าเป็นยุค "ฟ้าฟ้สีทองผ่องอำ ไพ" แต่เหตุการณ์ต่าง ๆ ในประเทศยังไม่สงบ มีการเรียกร้องและเดินขบวนของกลุ่มชนชั้นต่าง ๆ ในสังคม ประกอบกับสถานการณ์ ความมั่นคงในประเทศรอบด้านจากการรุกคืบของลัทธิคอมมิวนิสต์แต์ละผลกระทบจากสงครามเวียดนาม แม้รัฐบาล ชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งก็ไม่มีเสถียรภาพเพียงพอที่จะแก้ไขสถานการณ์ได้ นำ ไปสู่เหตุนองเลือดอีกครั้งใน ประวัติศาสตร์การเมืองไทย คือ เหตุการณ์ 6 ตุลา ปี2519 ชะตาของสามทรราช ประมาณเดือนสิงหาคม 2519 จอมพลประภาสเดินทางกลับประเทศได้โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารไปต้อนรับ แต่ สาธารณชนคัดค้านจนต้องเดินทางกลับนอกประเทศ โดยก่อนกลับได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เดือน กันยายน 2519 จอมพลถนอมเดินทางกลับประเทศในฐานะสามเณร เนื่องจากสมัคร สุนทรเวชแจ้งว่าราชสำ นัก อนุญาต และได้บวชเป็นพระภิกษุที่วัที่วัดบวรนิเวศวิหารโดยสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหา สังฆปริณายก เจ้าอาวาสวัดซึ่งเป็นพระพี่เลี้ยงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็น ป็ ผู้อุปสมบทให้[ห้3]:248 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีนาถเสด็จฯ เยี่ยมพระถนอมที่วัดด้วย เดือนธันวาคม 2539 มีคำ สั่งกระทรวงกลาโหมคืนเบี้ยหวัดแก่พันเอกณรงค์ กิตติขจร และในเดือนกุมภาพันธ์ 2542 มีประกาศแต่งตั้งจอมพลถนอมเป็น ป็ นายทหารพิเศษประจำ กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2546 นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์ ได้เปิดตัวหนังสือมา 2 เล่ม ชื่อ "ลอกคราบ 14 ตุลา ดักแด้ประวัติศาสตร์การเมืองไทย" และ "พันเอกณรงค์ กิตติขจร 30 ปี 14 ตุลา ข้อกล่าวหาที่ไม่สิ้นสุด" โดยมีเนื้อหาอ้างอิงจากเอกสารราชการลับในเหตุการณ์ 14 ตุลา ซึ่งมีเนื้อหาว่าทั้งพันเอก ณรงค์ และจอมพลถนอม มิได้เป็น ป็ ผู้สั่งการในเหตุการณ์ 14 ตุลา[16] ณรงค์ยังกล่าวหาพลเอกกฤษณ์ สีวะรา ว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารหมู่ ทั้งนี้ ขัดแย้งกับคำ อ้างของโอสถ โกศิน อดีตรัฐมนตรี ซึ่งระบุว่า เขาเป็นบุคคล สำ คัญที่ไม่ยอมให้มีการปฏิบัติการขั้นรุนแรงแก่นักศึกษา อนุสรณ์ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำ เนิน คณะรัฐมนตรีมีมติให้ก่อสร้างอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ขึ้นที่ สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำ เนินกลาง มีการวางศิลา ฤกษ์ในปี2518 แต่กว่าจะแล้วเสร็จก็ล่วงมาถึงปี 2541 ธงชัย วินิจจะกูลเขียนว่า เป็นเพราะเหตุการณ์ 6 ตุลาทำ ให้ เกิดการตีความการเคลื่อนไหวของนักศึกษาใหม่ว่าเป็น ป็ ความวุ่นวาย และที่จริงในตอนแรกอนุสรณ์สถานดังกล่าว ตั้งใจจะให้รวมผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 6 ตุลาและพฤษภาทมิฬด้วย แต่ถูกขัดขวาง[3]:268–9 พ.ศ. 2546 สภาผู้แทนราษฎรมีมติเอกฉันท์กำ หนดให้วันที่ 14 ตุลาคมของทุกปีเป็น "วันประชาธิปไตย" เป็นวัน สำ คัญของชาติ ในโอกาสครบรอบเหตุการณ์ 30 ปี หลังเหตุการณ์
บรรณานุกรม อ้างอิง https://thematter.co/quickbite/from-14-oct-to-6-oct/86584