ศกี ท่คี ่ายบางกุ้ง ครัง้ ท่ี2 กบั ศกึ เขาชะง้มุ ปีมะแม พ.ศ.2318
34 เมาะตะมะ ทรงส่ังสอนทหารพม่า และปลุกคนไทยให้หายกลัวพม่า
อะแซหวนุ่ กี ้
กาญจนบรุ ี สพุ รรณบรุ ี
ค่ายพมา่ นครชยั ศรี
ปากแพรก
หมอ่ งจายิด กองทพั ไทย :เจ้าพระยาจกั รี นาทพั มา
จากเชียงใหม่ เข้าตี/ล้อมคา่ บางก้งุ 47 วนั
กองทพั หลวง
ราชบรุ ี
เขาชะง้มุ เจ้าพระยาสรุ สหี ์: นาทพั จากพิษณโุ ลก เข้าตี
หม่องจายิด
พม่าท่ีเขาชะง้มุ (พม่าแตกหนีไปเมาะตะมะ)
ค่ายพม่า
บางก้งุ สมทุ รสงครม ค่ายบางก้งุ : งยุ อคงหวนุ่ กบั ทหารพม่ายอม
งยุ อคงหว่นุ
เจ้าพระยาจกั รีคมา่อยบกตววั า่ พมา่ รอดตาย1328คน ตายขณะล้อม
เพชรบรุ ี 1600 คน
35 ศกี อะแซหวุ่นกี้ ปี พ.ศ.2318
อะแซหวุ่นกี้ จอมทพั ผ้เู ฒา่ ของพมา่ ตงั้ ทพั อยทู่ ี่เมืองเมาะตะมะ ประเทศพมา่
รู้ขา่ ว งยุ อคงหวนุ่ และ หม่องจายิด และแมท่ พั นายกองพม่า พา่ ยแพ้ตอ่ กองทพั ไทยอยา่ ง
ราบคาบ ทงั้ คา่ ยบางก้งุ และ คา่ ยท่ีเขาชะง้มุ จงึ เข้ากราบทลู พระเจ้าองั วะ
แต่พระเจ้าอังวะแห่งพม่า กร็ ับส่ังให้ อะแซหวุ่นกี้ ซ่งึ มีกองทัพใหญ่อยู่เมาะตะมะ
อยู่แล้ว คดิ อ่านตีเมืองไทยต่อไป
จงึ ให้ โปสุพลา โปมะยุง่วน ซ่งึ หนีทพั ไทยจากเชียงใหม่ ไปอย่ทู ่เี ชียงแสน โดยให้กลับ
มารวมกันท่เี มาะตะมะ เพ่อื เตรียมเข้าตีเมืองไทย ต่อไป
อะแซหวุ่นกี้ : จัดทพั พม่า
กะละโบ่ + มังแยงยาง(ู น้องชาย) เป็ นทัพหน้า 20,000คน
อะแซหวุ่นกี้ กับ ตะแคงมรหน่อง และ เจ้าเมืองตองอู เป็ นทัพหลวง 15,000คน
เป็ นกองหนุน
อะแซหวุ่นกี้ ตงั้ ทพั อยู่เมือง เมาะตะมะ ในพม่า
ด่านแม่ละเมา
-พม่าเดนิ ทพั เข้าด่านแม่ละเมา – นครสวรรค์ - สุโขทยั พษิ ณุโลก
36 ศีกอะแซหวุ่นกี(้ ต่อ) ปี พ.ศ.2318
เมืองเชียงใหม่
เมืองเมาะตะมะ
กองทพั อะแซหว่นุ กี ้ จ.ตาก
ดา่ นแมล่ ะเมา สโุ ขทยั
บ.กงธานี
ทพั เจ้าพระยา2พ่นี ้อง(ณ วัดปากนา้ )
พมา่ ----ดา่ นแมล่ ะเมา----นครสวรรค์------เมืองพษิ ณโุ ลก เมืองพิษณโุ ลก
ไทย ทพั 2พระยา เคลือ่ นจากกรุงธน----เชียงใหม-่ --สโุ ขทยั (วดั ปากนา้ ) ทพั เจ้าพระยาจกั รี
เจ้าพระยาจกั รี นาทพั ลงมา ม.พษิ ณโุ ลก
เจ้าพระยาสรุ สหี ์ นาทพั ไปประลอง ทพั พม่าที่ บ.กงธานี แตต่ ้องถอยไปตงั้ คา่ ยท่ี ต.บ้านไกรป่ าแฝก
อะแซหวนุ่ กีต้ ามไปล้อมคา่ ย ส้รู บ3วนั ต้องถอยเข้าเมืองพิษณโุ ลก อะแซหวนุ่ กี่ เข้าเมืองสโุ ขทยั (น้องชายรักษาเมือง)
แล้วอะแซหวนุ่ กี ้ก็นาทพั ไปล้อมเมืองพิษณโุ ลก
37 ป้ องกันเมืองพษิ ณุโลก
อะแซหวุ่นกี้ : ตัง้ ค่ายล้อมเมอื งพษิ ณุโลก ข่ีม้าเลียบค่าย ทหารถือปื นนกสับ
นาหน้า3000คน ถอื ทวนตามหลัง 1000คน
เจ้าพระยาสุรสีห์ : คุมทหารออกโจมตีทพั อะแซหวุ่นกี้ แต่สู้ไม่ได้ ต้องถอย
กลับเข้าเมือง อยู่หลายครัง้
เจ้าพระยาจกั รี : ฝี มือของน้องน้ันเก่งกล้าประเสริฐยง่ิ แต่พลทหารเป็ นเพียง
ทพั หัวเมือง ไฉนจะต่อรบกับทหารพม่า อันเป็ นอัครมหาเสนาบดี
ได้ใยเล่า พรุ่งนี้ พี่จะคุมทัพทหารชาวกรุง เข้ารบกับ
อะแซหวุ่นก้ีเอง
กองทพั เจ้าพระยาจักรี ได้ตีทพั อะแซหวุ่นกี้ แตกถอยล่นไป และชนะ
เกือบทกุ ครัง้ รบกันนาน 9 – 10 วัน (ผลัดกนั แพ้ ผลัดกนั ชนะ)
ทพั เจ้าพระยาสุรสีห์ ต่อสู้ทพั อะแซหวุ่นกี้ ไม่ไหว
ทพั เจ้าพระยาจกั รี เอาชนะได้ (ต่อสู้9-10วัน) จนขอดตู วั
38 อะแซหวุ่นกีข้ อดตู วั
อะแซหวุ่นกี้ : เหน็ แม่ทัพของไทย เข้มแขง็ ในการสงครามย่งิ นัก กอ็ ยากจะขอดตู ัว
แม่ทพั ไทย เป็ นขวญั ตา จงึ แจ้งมากองทพั ไทย พักรบช่ัวคราวแลขอเชญิ
เจ้าพระยาจักกรี ข่ีม้าออกมากลางสนาม หวังชมลักษณะแม่ทพั ของไทย
ผู้สามารถเอาชนะ อะแซหวุ่นกี้ จอมทพั ผู้เฒ่า ได้
กล่าวสรรเสริญ : ... “ รูปกง็ ามสง่าสมเป็ นแม่ทัพ ฝี มือกเ็ ข้มแข็งสม
เป็ นกษัตริย์ศกึ สามารถเอาชนะเราซงึ่ เป็ น
แม่ทัพผู้เฒ่าได้ พึงจงอุตส่าห์ รักษาตัวไว้ให้ดเี ถดิ
ต่อไปภายหน้าจะได้เป็ นกษัตริย์เป็ นแน่แท้ ”
แล้วก็นาของมีคา่ มอบให้เจ้าพระยาจกั รี เป็นเคร่ืองอภินนั ทนาการ
เจ้าพระยาจักรี : กน็ าของมคี ่าตอบแทนเป็ นเกียรตคิ ุณแด่อะแซหวุ่นกี้
ด้วยเสมอแม่ทพั ด้วยกัน
( วันนัน้ ทหารพม่าชวนทหารไทย ไปกนิ ข้าว ด่ืมสุรา ในค่ายด้วยกัน )
อะแซหวุ่นกีข้ อดูตวั เจ้าพระยาจกั รี เป็ นขวัญตา
39 ศีกอะแซหวุ่นกี(้ ต่อ) ปี มะแม พ.ศ.2318
การตอ่ สู้ คงดาเนินตอ่ ไป แตด่ ้วยกาลงั ของพมา่ มากกวา่ ของไทย หากเอาชนะไมไ่ ด้
กองทพั ไทยถกู ล้อม จะขาดเสบียงอาหาร จงึ มีใบบอกกราบทลู ฯ ขอกาลังทพั หลวงมาเสริม
กองทพั หลวง 12,000คน ยาตราทัพเรือ จากราชบุรี ตงั้ ท่คี ่ายปากนา้ ปิ ง ฝ่ังตะวันออก
แล้วตดิ ต่อกบั กองทพั ของเจ้าพระยาสองพ่ีน้อง ให้ยกพลประชิดคา่ ยพมา่ ด้านตะวนั ออก
แตก่ ถ็ กู ทพั อะแซหวนุ่ กี ้เข้าตีแตกร่นถอย
เจ้าพระยาสุรสีห์ : ขัดใจย่งิ นัก จงึ กระชากดาบสองมือเข้ารบเอง ส่ังทหารมใิ ห้
ถอยหลังเดด็ ขาด ใครฝ่ าฝื นโดนประหาร ด้วยอานาจ / บารมี
ทหารไทยทุกคนเกรงกลัว พลันรุกเข้าโถมโรมรุก จนตเี อาค่ายไทย
กลับคืนได้ แล้วตัง้ ค่ายทหารไทยประชิดรอบด้าน
อะแซหวุ่นกี้ : เหน็ วา่ หากรบเช่นนีค้ งเอาชนะทพั ไทยไมไ่ ด้ จงึ สงั่ ขดุ อโุ มงค์ใต้ดิน
เข้าคา่ ยไทย แตเ่ จ้าพระยาทงั้ สองรู้ทนั จงึ สง่ั ให้ขดุ อโุ มงค์ใต้ดิน เข้าคา่ ยพมา่
ทกุ ๆสาย จนอุโมงค์ชนกนั ทหารไทย-พม่า รบฟันกันตายจานวนมาก
ส้รู บกบั พมา่ หลายวนั ยงั ตีคา่ ยพมา่ ไมไ่ ด้ เพียงแตต่ ้านทานไว้อยา่ งแข็งขนั
คาส่ังเจ้าพระยาสุรสีห์ ห้ามทหารถอยหลังเดด็ ขาด จงึ ตคี ่ายกลับคนื ได้
40 ศกี อะแซหวุ่นกี(้ ต่อ)
สมเดจ็ พระเจ้ากรุงธนบุรี : ทรงประชุมทพั รับส่ังฯให้จดั ทพั เพ่มิ เข้าตดี ้านตะวันตก
และด้านหลัง โดยกองทัพหลวงเข้าช่วย
อะแซหวุ่นกี้ : เหน็ ไทยมีกาลงั เสริมจากเมืองหลวงมาก จงึ ส่ังเมืองสุโขทัยจักาลัง3000คนให้
กะละโม่คุมทัพคอยตัดกาลังทัพไทย อีก2000คนให้ มังแยงยางู(น้องชาย)
มาช่วยตเี มืองพษิ ณุโลก
เจ้าพระยาสุรสีห์ : ใช้ไม้ทาคบเพลงิ ชุบนา้ มันยาง ยงิ ด้วยปื นใหญ่ ใส่ค่ายพม่า
ไฟลุกลาม พม่าบาดเจบ็ ล้มตายมาก แตย่ งั ตีคา่ ยพมา่ ไมไ่ ด้ ขณะนนั้
กองทพั พระยานครสวรรค์ ซง่ึ ให้ตีโอบด้านหลงั ก็ไปไมถ่ งึ เพราะตดิ
ปะทะอยกู่ บั ทพั มงั แยงยางู ระหวา่ งทาง
กองทพั ไทย จาต้องรักษาคา่ ยไว้ให้มนั่ อยู่ แตเ่ สบียงอาหารในเมืองขดั สนนกั ทพั หลวงสง่ เสบียง
กถ็ กู ทพั พมา่ ตีตดั ไปได้ แม้นวา่ เจ้าพระยาสรุ สหี ์ จะคมุ ไปเอง กย็ งั ไมส่ าเร็จ
ยงิ ปื นใหญ่ ใส่คบเพลงิ เผาค่ายพม่า
ศีกอะแซหวุ่นกี(้ ต่อ)
สมเดจ็ พระเจ้ากรุงธนบุรี : ทรงเหน็ ว่า ต้องถอยทพั หลวงลงมาที่พิจิตร แล้วตีตดั เสบียง
พมา่ แล้วลงมาตงั้ ทพั ที่ นครสวรรค์ ให้หา่ ง ขศ. เพ่ือเตรียมสง่ เสบียง
ให้กองทพั ที่พิษณโุ ลก รับสง่ั ให้เจ้าพระยาสองพ่นี ้อง รักษาเมือง
พิษณโุ ลกไว้ให้ได้
ขณะหารือกนั อยู่ ได้ยินเสยี งปื นพมา่ ปล้นคา่ ยท่ีปากนา้ พิง พระองค์จงึ เสดจ็ ไปรบพม่าเอง
รับสง่ั ให้เจ้าพระยาจกั รี เฝ้ ารักษาคา่ ยทา่ โรง(ทพั หลวงตงั้ อย)ู่ ทรงส้กู นั 7 วนั ก็ถอนทพั ลงมา
ท่ี บางข้าวตอก แขวงเมืองพิจิตร
เจ้าพระยาจกั รีและเจ้าพระยาสุรสีห์ : เหน็ วา่ ขาดเสบียง ทหารอดอยาก คงจาต้องทงิ้
เมืองพษิ ณุโลก ก่อน มเิ ชน่ นนั้ จะเสยี หาย พา่ ยแพ้กวา่ น
จงึ มีใบบอกกราบทลู ฯพระองค์ไมข่ ดั ข้อง
ได้ทาการลวง ขศ. ให้เข้าใจวา่ ไทยยงั เตรียมต่อส้อู ีนาน ได้จังหวะเหมาะ กต็ ที พั พม่า
แหกค่ายออกทาง ตอ. รีบเดนิ ทัพไปบ้าน ดอนชมพู ข้ามเขาบรรทัด รวมพลอยู่
เมืองเพชรบูรณ์ สว่ น อะแซหวุ่นกี้ กเ็ ข้ายดึ เมืองพษิ ณุโลก
42 พระเจ้ากรุงอังวะ สนิ้ พระชนม์
ขณะการทพั อะแซหวุ่นก่ี อย่เู มืองพษิ ณุโลก กไ็ ด้รับท้องตราจากกรุงอังวะ แจ้งว่า
พระเจ้ากรุงอังวะ สิน้ พระชนม์ จงึ กูจา ราชบุตร ได้รับราชสมบัติ มีรับส่ังให้
อะแซหวุ่นกี้ กลับเมืองอังวะ โดยเร็ว
เจ้าพระยาจักรี และ เจ้าพระยาสุรสีห์ : ได้สะสมเสบียงอาหารทเี่ มืองเพชรบรู ณ์
เพียงพอแล้ว เมื่อได้ข่าวพมา่ ถอนทพั ออกจากเมือง
พิษณโุ ลก จงึ ยกทพั ไล่ตดิ ตาม ไปทาง สุโขทยั
จับเชลยได้ 18คน+ศาสตราวุธ จานวนหน่ึง
แล้วมีใบบอกกราบทูลทรงทราบ จงึ รับส่ังฯ :-
ทพั หลวง : กลับ กรุงธนบรุ ี
จ้าพระยาจกั รี : กลับ กรุงธนบุรี
เจ้าพระยาสุรสีห์ : กลับ เมืองพษิ ณุโลก
43 พม่ายกทพั ตีเมอื งเชยี งใหม่ ปี พ.ศ.2319
พระเจ้าจงึ กูจา : ทรงเหน็ วา่ หวั เมืองลมุ่ นา้ โขง(เชียงราย เชียงแสน) หวั เมืองแคว้นลานนา
(หลวงพระบาง เวียงจนั ทร์) ซง่ึ พมา่ ครอครองอยู่ ตอ่ ไปเกรงจะเสยี ให้ไทยได้ จงึ ยกทพั พม่า
สมทบกับ โปมะยุง่วน(หนีมาอย่ทู ่เี ชียงแสน) ให้มาตีเมืองเชียงใหม่คืน
พระยาวเิ ชียรปราการ ส้พู มา่ ไมไ่ ด้ อพยพครอบครัวหนีไปสวรรค์โลก
สมเดจ็ พระเจ้ากรุงธนบุรี : รับส่ังฯให้ เจ้าพระยาสุรสีห์ คุมทพั หวั เมือง
เข้าจดั การทพั พม่า จงึ จัดทพั ร่วมกับ พระยากาวลิ ะ (เจ้านครลาปาง)
เข้าตที ัพพม่า แตกพ่าย เลกิ ทัพถอยหนีกลับไป
ทรงเหน็ ว่า...เมืองเชียงใหม่ พลเมืองระส่าระสายเสียแล้ว จะรวมผู้คนพลเมือง
กลับมา กม็ อิ าจจะรักษาเมืองไว้ได้ จงึ ตดั สนิ พระทยั ให้ทง้ิ เมืองเชียงใหม่
ไปก่อน (เมอื งเชียงใหม่จงึ เป็ นเมืองร้าง ตัง้ แต่นัน้ จนถงึ
สมัยกรุงรัตนโกสนิ ทร์(ร.1) จงึ ได้กลับตงั้ ขนึ้ ใหม่)
44 เข้าพธิ ีแต่งงาน ปี พ.ศ.2319 (อายุ 33 ปี )
เจ้าพระยาสุรสีห์ : นาทพั กลับจากเชียงใหม่ ไปพักอยูท่นี ครลาปาง ระยะหน่ึง
เกดิ ความรักกบั น้องสาว พระยากาวลิ ะ ช่ือ “ ศริ ิรจนา ”
ชาวมณฑลพายพั เรียกกนั ว่า “ เจ้าศรีอโนชา ”
: เม่ือเคล่ือนทพั กลับเมืองพษิ ณุโลก หลังเสร็จสนิ้ การทัพแล้ว
กล็ งมา เมืองกรุงธนบุรี ขอให้ผู้ใหญ่ สู่ขอสาว ศริ ิรจนา
แล้วเข้าพธิ ีแต่งงาน อยู่กินร่วมกันที่ บ้านเหนือวัดสลัก
...ท่านผู้หญิง ศริ ิรจนา
ภรรยาเอก เจ้าพระยาสุรสีห์(บุญมา)....
45 ปราบพระยานางรอง ปี วอก พ.ศ.2319
เจ้าโอ เป็ นเจ้าเมืองจาปาศักด์ิ กับ เจ้าอนิ (น้องชาย) เป็ นอุปราช ตงั้ ตนเป็นอสิ ระ
หมิน่ ไทย เหน็ วา่ กรุงศรีอยธุ ยา ถกู พมา่ ย่ายี ออ่ นกาลงั แล้ว
พระยานางรอง แขง็ ข้อ คิดกบฏ ไมย่ อมขนึ ้ ตรงต่อ เมืองนครราชสีมา กลบั ไป
ขอสวามิภกั ด์ิ กบั เจ้าโอ เมืองจาปาศกั ด์ิ ซ่งึ กค็ ือไม่ขนึ้ ตรงต่อกรุงธนบุรี น่ันเอง
สมเดจ็ พระเจ้ากรุงธนบุรี : ทรงพโิ รธ ขัดเคืองย่งิ นัก จงึ รับส่ังฯให้
เจ้าพระยาจักรี ยกทพั ไปปราบพระยานางรองเสีย
เจ้าพระยาจักรี ได้นาทัพ ขีน้ ไปปราบพระยานางรอง
สืบสวนแล้วเหน็ เป็ นเร่ืองจริง จงึ ประหารชีวติ พระยานางรอง
46 ศกึ เมืองจาปาศักด์ิ ปี พ.ศ.2320
เจ้าพระยาจกั รี : รู้ข่าวว่า เจ้าโอ – เจ้าอนิ จะยกทพั มาตีเมอื งนครราชสีมา
จงึ มีใบบอก กราบทูลในหลวงทรงทราบ
สมเดจ็ พระเจ้ากรุงธนบุรี : รับส่ังฯให้ เจ้าพระยาสุรสีห์ (ขณะนนั้ อยพู่ ระนคร
กบั ทา่ นผ้หู ญิง ศริ ิรจนา ) คุมกองทัพไป บรรจบกับทัพ
เจ้าพระยาจกั รี ท่ี นครราชสีมา เพ่ือยกไปปราบ
เมืองจาปาศักด์ิ ให้ราบคาบ
ผลสาเร็จ : ได้ตีเมืองจาปาศักด์ิ สาเร็จ ประหารชวี ติ เจ้าโอ กับ เจ้าอนิ เสีย
แล้วเกลีย้ กล่อมให้ หัวเมืองเขมรป่ าดงเมืองตะลุง เมืองสุรินทร์ เมอื งสังขละ
เมืองขุขันธ์ พร้อมไพร่พล 30,000คน เข้าสวามภิ กั ด์ิ พระวอ
เสนาบดเี มืองเวียงจันทร์ กข็ อสวามภิ ักด์ดิ ้วย
สมเดจ็ พระเจ้ากรุงธนบุรี : ทรงพอพระทัยย่งิ ตรัสให้เลกิ ทพั กลับกรุงธนบุรี
ส่วนพระยานครราชสีมา กร็ ักษาเมืองนครราชสีมาต่อไป
47 เสร็จศกึ เมืองจาปาศักด์ิ ปี พ.ศ.2320
โปรดเกล้าฯ :-
เจ้าพระยาจักรี (ทองด้วง) “ สมเดจ็ เจ้าพระยามหากษัตริย์ศกึ
(อายุ 41 ปี ) พลิ กึ มหมึ าทุกนคราระอาเดช นเรศวร์ราชสุริยวงศ์
องค์อรรคบาทมุลกิ ากร บวรรัตนบรินายก ณ กรุงเทพ
พระมหานครบวรทราวดีศรีอยุธยา ”
...พระราชทานทองเคร่ืองยศอย่างเจ้ากรม ใหญ่ย่งิ กว่า ท้าวพระยาข้าทลู
ละอองธุลีพระบาททงั้ ปวง...
สมเดจ็ เจ้าพระยามหากตั ริย์ศกึ
48 ศกึ ตีเมืองศรีสัตนาคนหุต ปี พ.ศ.2321
พระวอ เสนาบดีเมืองล้านช้าง เม่ือครัง้ ท่ีมาสวามิภกั ดิ์ กบั เจ้าพระยาจกั รี ท่ีจาปาศกั ดิ์
หลงั ทพั ไทยถอนกลบั แล้ว เจ้าล้านช้าง(บุญสาร) ให้พระมกาสุโพ คุมทัพมาจับ
พระวอ ฆ่าเสีย (อนั เนื่องจากก่อนนนั้ เกิดผิดใจกนั กบั เจ้าล้านช้าง)
สมเดจ็ พระเจ้ากรุงธนบุรี : ทรงพโิ รธเจ้าล้านช้าง ซ่งึ เป็ นพระเจ้า
กรุงศรีสัตนาคนหุต วา่ ดหู มิ่นเกียรตศ์ิ กั ด์ศิ รีของไทย
ปี จอ พ.ศ.2321 : รับส่ังฯให้ เจ้าพระยามหากษัตริย์ศกึ เป็ นแม่ทพั
พร้อมกับ เจ้าพระยาสุรสีห์ ระดมทพั พร้อมด้วย
ท้าวพระยามุขมนตรี ชัน้ ผู้ใหญ่ ผู้น้อย ทงั้ ในกรุง
และหวั เมอื งจานวน 20,000คน สรรพด้วยช้าง ม้า
ศาสตราวุธพร้อมเสร็จ ยกทพั ไปตี กรุงศรีสัตนาคนหตุ
49 ศรีสัตนาคนหุต เจ้าเมอื งล้านช้าง สง่ เจ้านนั ทเสน ราชบตุ รมาสู้
เมืองล้านช้าง(เวียงจนั ทร์) ก็พา่ ยแพ้ หนีเข้าเมือง
พะโค เวียงคกุ รบ 4 เดอื น เจ้าเมืองล้านช้าง ทงิ้ เมืองหลบหนี
พระเจ้าอินทร์ เจ้าพรหมราชบคุ ร ลงเรือหนีไป
หนองคาย พานพร้าว เมอื งคาเกิด(ใกล้ญวน)
ทพั ไทย เข้าเมืองล้านช้าง จบั เจ้านนั ทเสน ราชบตุ ร
ราชธิดา ญาตวิ งศ์ ขนุ นาง ผ้คู น ทรัพย์สนิ อาวธุ
กวาดต้อนข้ามมาไว้เมอื ง พานพร้าว
สมเดจ็ เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก นครพนมสจามกเดลจ็้าพนรชะ้ามงมหาาปกษระัตดรษิิยฐ์ศ์ฐกึ าอนญั ไวเ้ทช่ีญิ เมือพงรพะาแนกพ้วรม้ารวกต
นครราชสีมา มใี บอกกราบทลู ฯ ทรงพอพระทยั มาก แล้วให้กลบั
เจ้าพระยาสุรสีห์ พระนคร ประดษิ ฐ์ฐานพระแก้วไว้ โบสถ์วัดแจ้ง
สมโภชน์3วัน3คนื
จาปาศกั ด์ิ
เขาลผ่ี ี
กมั พชู า
เจ้าพระยาสุรสีห์ เดนิ ทพั เข้าเขมร จัดทพั เรือ ขุดคลอง ไปทางล่ีผี เข้าจาปาศักด์ิ
(ระดมไพร่พลเขมร – ลาว)
อัญเชญิ พระแก้วมรกต จากล้านช้าง กลับมาไทย
กวาดต้อน ขศ. ไพร่พล ทรัพย์สนิ เมืองศัตนาคนหุต ข้ามมาฝ่ัง ม.พานพร้าว
ปี พ.ศ.2321
ทรงอาราธนาอันเชญิ พระแก้วมรกต ประดษิ ฐานช่ัวคราว
ท่อี ุโบสถ วดั อรุณราชวราราม ทาพธิ ีสมโภช 3วัน3คืน
50 เกือบรับโทษประหาร ปี พ.ศ.2322
หลงั เสร็จพธิ ีสมโภชน์ พระพุทธมณีรัตนปฏมิ ากร แล้ว ชว่ งนนั้ สมเดจ็ พระเจ้ากรุงธนบุรี
ทรงมพี ระราชศรัทธา เสดจ็ ฯไปทรงเจริญพระกรรมฐาน ณ.โบสถ์วัดบางย่เี รือ(วดั อินทาราม)
อยใู่ นระยะแรกๆ ตอ่ มาวันหน่ึง ทรงน่ังเจริญพระกรรมฐานอยู่ พระตาหนักแพ โดยมีสมเดจ็
พระวันรัตน์(ทองอยู่) น่ังกากบั เป็ นประธาน
เจ้าพระยาสุรสีห์ : พกั อยใู่ นกรุง จะไปกราบทลู ลากลบั ไปรักษาเมืองพษิ ณโุ ลก
ข้ามฟากจากบ้าน ไปพระตาหนกั หมายจะเข้าเฝ้ าฯ เจ้าพนกั งานล้อมวง
กลา่ วห้ามไมใ่ ห้เข้า กเ็ ช่ือฟัง เดนิ แอบชาเรืองตามช่องพระทวาร พลัน
สบตากับพระยาพทิ ักษ์ภบู าล(องค์รักษ์)ซงึ่ หมอบกราบอยู่ โบกมือ
ห้ามเข้า แต่เข้าใจว่าโบกมือให้เข้าเฝ้ าได้ จงึ ค่อยย่องเข้าไป
สมเดจ็ พระวันรัตน์ : แลเหน็ ก็ถวายพระพรวา่ เจ้าพระยาสรุ สีห์ ยอ่ งเข้ามาเหน็ ที
คดิ จะทาร้ายพระองค์เป็นแมน่ มน่ั
สมเดจ็ พระเจ้ากรุงธนบุรี : พลันกท็ รงฉุกกระโดดจับตวั เจ้าพระยาสุรสีห์
ทรงค้นตัวหาอาวุธ แต่ไม่ทรงพบแม้ส่งิ เดยี ว
51 เกอื บรับโทษประหาร(ต่อ) ปี พ.ศ.2322
เจ้าพระยาสุรสีห์ ได้กราบทลู ถวายข้อเทจ็ จริงด้วยความบริสุทธ์ใจ
อย่างจงรักภักด์ดิ ี โดยไม่สะทกสะท้านประการใดไม่
สมเดจ็ พระเจ้ากรุงธนบุรี : ตรัสวา่ ..ตวั เจ้าเป็ นเสนาบดชี ัน้ ผู้ใหญ่ ย่อม
เข้าใจกฎราชมณเฑียร สิน้ ทกุ ประการ จงึ ให้
เจ้าปรับโทษตัวเอง ในฐานอุกอาจเข้ามาใน
เขตห้ามของพระเจ้าแผ่นดนิ ขณะล้อมวงเช่นนี้
เจ้าพระยามหาสุรสีห์ : โทษอุกอาจของข้าพเจ้า สมควรต้องริบราชบาตร แล้วลง
พระราชอาญาเฆย่ี น60ที ประหารชีวติ เสียด้วย อย่าให้เป็ นเยย่ี งอย่าง
สมเดจ็ พระเจ้ากรุงธนบุรี : ทรงสังเวชพระทยั กลัน้ นา้ พระเนตรไว้มไิ ด้
ทรงพระกรรแสง แล้วตรัสว่า...เจ้าปรับโทษหนักเกนิ ไป ข้าสัญญา
กับเจ้าแล้ว เม่ือวันรับแม่ของข้ามาให้ว่า จะไม่ฆ่าเจ้า จงึ ให้เจ้าปรับโทษใหม่
52 เกอื บรับโทษประหาร(ต่อ) ปี พ.ศ.2322
เจ้าพระยาสุรสีห์ : ถ้าทรงพระกรุณาไม่ประหารชีวติ ต้องลงพระราชอาญา
เฆย่ี น60ที แล้วนาไปจาคุกจนตาย
สมเดจ็ พระเจ้ากรุงธนบุรี : เจ้าปรับโทษหนักเกนิ ไป ถ้าส่งเข้าคุกจนตาย
แล้วข้าจะได้ใครใช้เล่า ข้ายังอาลัยเจ้านัก
พ่เี จ้าคนเดียวไม่พอใช้ ให้ปรับโทษให้เบาอีก
เจ้าพระยสุรสีห์ : ถ้าทรงพระกรุณาไม่จาคุกจนตาย กต็ ้องลงพระราชอาญา
เฆยี่ น60ที แล้วถอดยศออกจากขุนนางผู้ใหญ่ให้เป็ นไพร่
สมเดจ็ พระเจ้ากรุงธนบุรี : ยงั ไม่เหน็ ด้วย เป็ นไพร่เข้าเฝ้ าพระเจ้าแผ่นดนิ ไม่ได้
แล้วข้าจะปรึกษาหารือกับใครเล่า ? ให้ปรับโทษใหม่
53 เกอื บรับโทษประหาร(ต่อ) ปี พ.ศ.2322
เจ้าพระยาสุรสีห์ : ต้องลงพระราชอาญาเฆย่ี น 60 ที แล้วโปรดเกล้าฯให้เป็ น
ขุนนางช้ันผู้ใหญ่ ตาแหน่งเดมิ
สมเดจ็ พระเจ้ากรุงธนบุรี : ครัง้ นีข้ ้าชอบแล้ว จงึ ตรัสเรียกหวายมาทรงเฆ่ียน
เจ้าพระยาสุรสีห์ ด้วยพระหตั ถ์ของพระองค์เอง
60 ที (ให้ผู้อ่ืนเฆ่ียน กไ็ ม่เป็ นการคู่ควรกับเกียรตยิ ศ
ของเจ้าพระยาสุรสีห์ ได้ )
เจ้าพระยาสุรสีห์ : หลังจากถูกพระองค์ทรงเฆ่ียนแล้ว กก็ ราบถวายบังคมลา
ถอยหลังออกพ้นพระตาหนักแพ กล็ งอาบนา้ หน้าตาหนักแพ
ใช้ผ้าแพรหนังไก่ท่คี าดพุงมา ถหู ลังให้หนังกาพร้าถลอกเลือดไหล
เป็ นแผลพืดเสมอไป เม่ือแผลหายจะไม่เป็ นรอยหวาย
54 ตเี มืองกัมพชู า ครัง้ ท2ี ปี ชวด พ.ศ.2323
เมืองกัมพูชา เป็ นประเทศราชขนึ้ ตรงต่อกรุงธนบุรี เกดิ จลาจลขนึ้ ด้วยนกั องธรรม
มหาอปุ ราช ถกู คนร้ายฆา่ ตาย และพระนารายณ์ราชามหาอปุ ราช ก็เป็นโรคปัจจบุ นั สนิ ้ ชีพลง
พวกกบฏ จบั ตวั สมเด็จพระรามราชา พระเจ้ากรุงกมั พชู า สาเร็จพระชนม์ชีพ เสียอีก
กัมพูชาจงึ สนิ้ เจ้านาย ปกครองบ้านเมือง
ฟ้ าทละหะมู : ตงั้ ตนเป็ นเจ้าฟ้ ามหาอุปราช ว่าราชการกรุงกัมพูชา แล้วแปรพักตร์
ไปฝักใฝ่ กับญวน
สมเดจ็ พระเจ้ากรุงธนบุรี : ทรงขัดเคอื งนัก จงึ ทรงให้จัดทพั ไปปราบเขมร
จัดการฟ้ าทละหะมู
โปรดเกล้าฯ:- จัดทพั
สมเดจ็ เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก : เป็ นแม่ทัพใหญ่ คุมทพั 20,000คน
เจ้าพระยาสุรสีห์ : เป็ นแม่ทัพหน้า
เจ้าฟ้ ากรมขุนอนิ ทรพทิ กั ษ์ : เป็ นกองหนุน
(พระเจ้าลกู เธอพระองค์ใหญ่)
55 ตเี มืองกัมพชู า ครัง้ ท2ี
กองทพั ทัง้ หมดเคล่ือนทัพไปกัมพชู า แม่ทพั ใหญ่ ตงั้ ทพั อย่เู มือง เสียมราฐ
ส่ังให้ เจ้าพระยาสุรสีห์ ยกทัพไปทางทะเลสาบฟากตะวันตก ให้ตเี มอื งผไทยเพช็ ร์
(ราชธานีกมั พชู า) ไว้ให้ได้ ซ่งึ เจ้าพระยาสุรสีห์ก็ดาเนินการสาเร็จตามประสงค์
ฟ้ าทละหะมู : เหน็ ว่าจะต่อสู้ทพั ไทยไม่ไหว กท็ งิ้ เมืองผไทยเพช็ ร์ อพยพครอบครัว
หนีไปเมืองพนมเปญ แล้วมีใบบอกให้ทัพญวน มาช่วย
เจ้าพระยาสุรสีห์ : ได้ยกทัพไล่ตดิ ตามฟ้ าทละหะมู เพ่ือจะไปเมืองพนมเปญ
พอทราบว่า ทัพญวน ยกมาช่วย ฟ้ าทะละหะมู ตงั้ ม่ันอยู่
เมอื งพนมเปญ แล้ว จงึ รีบส่งข่าวบอก เจ้าพระยามหากษัตริย์ศกึ
ทราบเพ่อื รอการตดั สนิ ใจ
ขณะนนั้ พระเจ้าลกู เธอกรมขนุ อนิ ทรพิทกั ษ์ กย็ กทพั หนนุ ตงั้ ท่ีเมือง
ผไทยเพช็ ร์แล้ว
การสงครามทางกรุงกัมพูชา เร่ิมทาได้เพยี งเท่านี้
กต็ ้องหยุด
ด้วยทาง กรุงธนบรุ ี เกิดเป็ นจลาจล ราชการ
แผ่นดนิ ผันแปรไปต่างๆ
56 ลาดับการครองตาแหน่งต่างๆ
ปี 2301 นายบญุ มา อายุ 15 ปี เป็น มหาดเลก็ ในพระราชวงั หลวง
ปี 2305 นายบญุ มา อายุ 19 ปี เป็น นายสดุ จินดามหาดเลก็ ห้มุ แพร ศกั ดนิ า 400ไร่
มหาดเลก็ ทองด้วง อายุ 26 ปี เป็น หลวงยกกระบตั รเมืองราชบรุ ี ศกั ดินา 500 ไร่
มหาดเลก็ สิน อายุ 28 ปี ป็น หลวงยกกระบตั รเมืองตาก ศกั ดินา 500 ไร่
ตอ่ มาเป็น พระยาตาก (กอ่ นพมา่ ตีกรุงศรีอยธุ ยา)
ปี 2310 นายสดุ จินดา(บญุ มา) อายุ 24 ปี เป็น พระมหามนตรี เจ้ากรมพระตารวจในขวา
ศกั ดนิ า 200 ไร่ (สมยั พระเจ้าตากสิน)
หลวงยกกระบตั รเมืองราชบรุ ี เป็น พระราชวรินทร์ เจ้ากรมพระตารวจนอกขวา
ศกั ดินา 1600 ไร่ ได้รับพระราชทานเคร่ืองยศตา่ งๆ และบ้าน
พระมหามนตรี ได้รับพระราชทานบ้านพกั ทีเหนือวดั สลกั
57 ลาดบั การครองตาแหน่งต่างๆ
หลงั ศีกพระเจ้าฝาง
ปี พ.ศ.2311 พระราชวรินนทร์(ทองด้วง) อายุ 32 ปี เป็น พระยาอภัยรณฤมธ์ิ
ตาแหนง่ จางวางกรมพระตารวจซา่ ย ศกั ดินา 3000ไร่
พระมหามนตรี(บญุ มา) อายุ 25 ปี เป็น พระยาอนุชติ ราชา
ตาแหน่งจางวางกรมพระตารวจขวา ศกั ดินา 3000ไร่
หลงั ศกึ กมั พชู า(ตีเมืองเสยี มราฐ)
ปี พ.ศ.2313 พระมหามนตรี (บญุ มา)อายุ 27 ปี เป็น พระยายมราช
ตาแหน่งเสนาบดีกรมนครบาล ศกั ดินา 10000 ไร่
หลงั ศกึ เจ้าพระฝาง
ปี พ.ศ.2313 พระยายมราช(บญุ มา) อายุ 27 ปี เป็น เจ้าพระยาสุรสีห์พษิ ณุวาธิราช
เป็นผ้สู าเร็จราชการเมืองพิษณโุ ลก ศกั ดนิ า 10000ไร่ + เคร่ืองเยศ
พระยาอภยั รณฤทธิ์(ทองด้วง) อายุ 34 ปี เป็น เจ้าพระยายมราช
ตาแหน่งเสนาบดีบญั ชาการกรมมหาดไทย ศกั ดนิ า10000ไร่+เคร่ืองยศ
58 ลาดบั การครองตาแหน่งต่างๆ
หลงั ศกึ เมืองเชียงใหมค่ รัง้ ท่ี1
ปี พ.ศ.2314 เจ้าพระยายมราช(ทองด้วง) อายุ 35 ปี เป็น เจ้าพระยาจักรี
ตาแหนง่ อรรคมหาเสนาบดีที่สมหุ นายก ศกั ดินา10000ไร่+เคร่ืองยศ
หลงั ศกึ ตีเมืองจาปาศกั ดิ์
ปี พ.ศ.2320 เจ้าพระยาจกั รี อายุ 41ปี เป็น สมเดจ็ เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก
เคร่ืองทองเคร่ืองยศอยา่ งเจ้ากรม ใหญ่ยงิ่ กวา่
ท้าวพระยาข้าทลู ละอองพระบาททงั้ ปวง
จนศกึ จบลงระหว่างตกี มั พชู า ครัง้ ท่ี 2 เม่ือ เกดิ จลาจลในกรุงธนบุรี
ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้ าจฬุ าโลก
เสวยราชสมบตั ิ พระชนม์มายุ 46 พรรษา
โปรดเกล้าฯดารัสให้ พระอนุชา(บญุ มา) มีพระชนม์ 38 พรรษา
เสดจ็ เถลงิ ถวัลย์ราชมไหศวรรย์
ณ ท่พี ระมหาอุปราชกรมพระราชวงั บวรสถานมงคล (วังหน้า)
รับพระราชบัณฑูรประทบั ณ พระราชวังบวร
ทรงอานาจว่าราชการพระนครก่งึ หน่ึง เรียกพระนามว่า
“ สมเดจ็ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสงิ หนาทราชอนุชา ”
ด่ังคาเรียกสามัญว่า...สมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั วังหน้า
หรือ....พระเจ้าเสือ
สมเดจ็ พระเจ้าอย่หู วั วังหน้า
ในเขตพระราชวังบวร
59 สรุปศกึ สงคราม ระหว่างราชการทพั 14 ปี
(ตงั้ แต่ ปี 2310 – 2323)
ครัง้ ที1 ปี 2308 พม่ายกทพั เข้าไทย
ปี 2310 กรุงศรีอยุธยาแตก
ครัง้ ท่ี2 ปี 2310 ร่วมกับพระเจ้าตากสนิ ปราบพม่า สถาปนากรุงธนบุรี
ครัง้ ท่ี3 ปี 2310 ศกึ ตคี ่ายบางกุ้ง เป็ นแม่ทัพครัง้ แรก ทาปลอกทองคาตราหวั สิงห์ ห้มุ ด้ามดาบ
ครัง้ ท่ี4 ปี 2311 ศกึ ตีเมืองนครราชสีมา(ตอนเจ้าพระฝางไปตีสวางคบุรี)
ครัง้ ท่ี5 ปี 2312 ศกึ ตเี มืองกัมพชู า ครัง้ ท่ี1 (นักองตน ไม่ส่งบรรณาธกิ าร)
ครัง้ ท่ี6 ปี 2313 ศกึ ปราบเจ้าพระฝาง
ครัง้ ท่ี7 ปี 2314 ศึกตีเมอื งเชยี งใหม่ ครัท้ ่ี1
ครัง้ ท่ี8 ปี 2315 ศกึ เมืองพชิ ัย (แม่ทพั พม่ายกมาจากเชียงใหม่)
ครัง้ ท่ี9 ปี 2317 ศึกตเี มอื งเชยี งใหม่ ครัง้ ท่ี2(พระยาพชิ ัย ดาบหักกลางสนามรบ)
ครัง้ ที10ปี 2318 ศกึ ค่ายบางกุ้ง กับเขาชะงุ้ม
ครัง้ ท่ี11ปี 2318 ศึกอะแซหวุ่นกี้ (อะแซหวุ่นกีข้ อดูตวั เจ้าพระยาจักรี)
60 สรุปศึกสงคราม ระหว่างราชการทพั 14 ปี (ต่อ)
ครัง้ ท่ี12 ปี 2319 ศกึ ตเี มอื งเชียงใหม่ครัง้ ท่ี3 (สมัยพระเจ้าจงึ กูจา ให้แม่ทัพพม่ามา)
ครัง้ ท่ี 13 ปี 2319 ศึกปราบพระยานางรอง(กระด้างกระเด่ืองไปสวามภิ กั ด์เิ มืองจาปาศักด์)ิ
ครัง้ ท่ี14 ปี 2320 ศกึ ตีเมืองจาปาศักด์(ิ ได้ข่าวเจ้าเมอื งจะมาตีเมืองนครราชสีมา)
ครัง้ ท่ี15 ปี 2321 ศกึ ตเี มอื งศรีสัตนาคนหุต (อัญเชญิ พระแก้วมรกต)
ครัง้ ท่ี16 ปี 2323 ศกึ ตเี มืองกัมพูชา ครัง้ ท่ี2(จบลงด้วยเหตุการณ์จลาจลท่กี รุงธนบุรี)
รวมศกึ 16 ครัง้ ในเวลา 14 ปี
สรุปศกึ สงคราม ในสมยั กรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ.2325-2345
ครัง้ ท่ี1. พ.ศ.2328 สงครามเก้าทพั กับพระเจ้าปดุง(พม่า)
ครัง้ ท่ี ยกทพั ไปปราบหัวเมอื งท่ี อ.ไชยา
ครัง้ ท่ี3. ยกทพั ไปปราบหัวเมืองท่ี ปัตตานี
ครัง้ ท่ี4. ยกทพั ไปตเี มือง กลันตัง ตรังกานู เป็ นของไทย
ครัง้ ท่ี5. พ.ศ.2329 ยกทพั ไปตีเจ้าปดุง ท่ีมายดึ ต.ท่าดนิ แดง สามเสน ตที ัพพม่าแตกพ่าย
ครัง้ ท่ี6. พ.ศ.2330 ยกทพั ไปตพี ม่าท่ีเมอื งลาปาง ป่ าซางจนพม่าแตกหนี อัญเชญิ
พระพุทธสิหงิ จากเชียงใหม่ มาประดษิ ฐาน พระราชวังบวร
ครัง้ ท่ี7. พ.ศ.2336 ยกทพั ไปตเี มืองทวาย
ครัง้ ท่ี8. พ.ศ.2340 ยกทพั ไปป้ องกันเมืองเชียงใหม่ และยกไปตที ัพพม่าท่ลี าพนู
พ.ศ.2345 ยกทพั ไปขับไล่ พม่า ออกจากเชียงใหม่ พอถงึ เมืองเถนิ ประชวร
เป็ นน่ิว ต้องประทบั รักษาพระองค์ เม่ือเสดจ็ ฯกลับ กรุงเทพ อาการ
กาเริบขนึ้ เสดจ็ ฯสวรรคต 30 พ.ย.2346 พระชนม์60 พรรษา
รวมศกึ 8 ครัง้ ในช่วง 2325-2345
สมเดจ็ กรมพระราชวงั บวรมหาสุรสิงหนาท
ตลอดพระชนม์ชีพ มีแต่ออกรบ ต่อสู้กบั ข้าศกึ จนวนั สุดท้าย
ทรงบาเพญ็ ประโยชน์ตอ่ บ้านเมืองนอกเหนือจากเป็นนกั รบ อีกหลากหลายประการ:-
- สร้างพระราชวงั บวร ป้ อมอสิ นิ ธร ป้ อมพระอาทติ ย์ ป้ อมพระจนั ทร์
- สถาปนาวดั มหาธาตุ วดั ชนะสงคราม วดั เทวราชกญุ ชร วดั ราชผา วดั ปทมุ คงคา
- สร้างหอมณเฑียรธรรม วดั พระศรีรัตนศาสดาราม วิหารคดวดั พระเชตพุ นธ์ เป็นต้น
ทรงมพี ระราชโอรส – ธดิ า จานวน 43 พระองค์
องค์ใหญ่มีพระนาม... สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ าหญิงพิกลุ ทอง กรมขนุ ศรีสนุ ทร
ประสตู แิ ต่ พระอคั รชายา เจ้าครอกฟ้ าศรีอโนชา
พระราชโอรส ท่ีเป็นต้นวงสกลุ :- ได้แก่...อุสนี สังขทตั ปทมสงิ ห์ นิรสงิ ห์
ขอขอบคุณ
พล.อ.พชิ ษณุฯ/จดั ทาเม่ือปี 2554