คำปรารภ
ดว ย วทิ ยาลยั สงฆพ ทุ ธปญ ญาศรที วารวดี มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั เปน สถาบนั การศกึ ษาทก่ี อ ตง้ั มาตงั้ แตป พ.ศ. ๒๕๕๒
ตามปณิธานของ พระเดชพระคุณ พระอุบาลีคุณูปมาจารย(ปญญา อินฺทปฺ ญมหาเถร) อดีตท่ีปรึกษาเจาคณะภาค ๑๔ อดีตเจาอาวาสวัดไรขิง
พระอารามหลวง เปดการเรยี นการสอนระดับปรญิ ญาตรี และระดับบัณฑิตศึกษา โดยมีการพัฒนาคุณภาพดานการจัดการศึกษาอยา งตอเน่อื ง
จนไดรับการยกฐานะเปนวทิ ยาลัยสงฆ เม่อื ปพุทธศักราช ๒๕๕๘
ในรอบปก ารศึกษา ๒๕๖๓-๒๕๖๔ วิทยาลยั สงฆพ ุทธปญญาศรที วารวดี มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั คดิ สรา งสรรคซ่งึ
ตางไปจากที่เคยปฏิบัติมาใชแกปญหาในการปฏิบัติงานตางๆ ในการพัฒนาการเรียนการสอนใหมีประสิทธิภาพสูงขึ้นเพื่อเปนนวัตกรรมในการ
ดำเนินงานตามภารกจิ หลกั ในดา นการผลติ บณั ฑติ การวจิ ยั การบรกิ ารวชิ าการ การทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม และดานการบรหิ ารจดั การ
เพื่อจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาใหมีคุณภาพคุณธรรมเปนคนดีของสังคมเปนมนุษยที่สมบูรณทั้งทางรางการ จิตใจ สติปญญา เปนพลเมืองดี
พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่มีคุณคาเกิดประโยชนแกพระพุทธศาสนาและสังคมเชิงบูรณาการเพื่อการพัฒนาจิตและปญญาตอสังคม
รวมถึงบริการวชิ าการเพื่อยกระดับคณุ ภาพชวี ิตและยกระดบั รายไดใหก ับคนในชมุ ชนฐานราก อนุรักษสืบสานสรางสรรคสงเสริม พัฒนาศิลปะ
และวัฒนธรรมภูมิปญญาทองถิ่นรวมทั้งอนุรักษสิ่งแวดลอม โดยใชหลักธรรมาภิบาลที่นำพุทธศาสตรมาเปนฐานในการพัฒนาสังคม
สรางสังคมอุดมปญญา สรา งความเทา เทยี มแหงการศกึ ษา พฒั นาทรัพยากรบคุ คลทม่ี คี ุณภาพ พระพุทธศาสนาและประเทศชาตติ อ ไป
รายงานการขบั เคลอ่ื นการจดั การศกึ ษาดว ยนวตั กรรมของวทิ ยาลยั สงฆพ ทุ ธปญ ญาศรที วารวดี มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
เลมนี้ จะเปนตัวอยางในการนำนวัตกรรมการเรียนรูไปจัดการเรียนการสอนที่เนนใหผูเรียนเกิดการเรียนรูอยางบูรณาการดวยประสบการณจริง
จากผูเรียนและคณาจารย ทำใหเกิดการเรียนรอู ยา งเตม็ ศกั ยภาพ สามารถพฒั นาการศกึ ษาใหมีความเจริญกาวหนา ตอไป
(พระเทพศาสนาภิบาล)
ผูอ ำนวยการวิทยาลยั สงฆพทุ ธปญญาศรที วารวดี
มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณาชวิทยาลัย
คำนำ
วทิ ยาลยั สงฆพ ทุ ธปญ ญาศรที วารวดี เปน สถาบนั การศกึ ษาระดบั อดุ มศกึ ษาของคณะสงฆไ ทยภายใตก ารกาํ กบั ของรฐั ในสงั กดั มหาวทิ ยาลยั
มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั รบั การยกฐานะเปน วทิ ยาลยั สงฆเ มอ่ื ปพ ทุ ธศกั ราช ๒๕๕๘ ภายใตก ารนาํ ของพระเดชพระคณุ พระเทพศาสนาภบิ าล
เจาคณะภาค ๑๔ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ แหงชาติ เจาอาวาสวัดไรขิง พระอารามหลวง ไดขับเคล่ือน
การพัฒนาท้ังดานกายภาพ ศักยภาพ และคุณภาพมาอยางตอเน่ือง โดยจัดการศึกษาทั้งระดับประกาศนียบัตร ปริญญาตรี ปริญญาาโท และ
ปรญิ ญาเอก แมใ นรอบปท ผี่ า นมาทวั่ โลกตา งไดร บั ผลกระทบตอ การแพรระบาดของไวรสั COVID-19` ไมเ วน แมกระทง่ั วงการการศึกษา ทต่ี อ งมี
การปรับเปลยี่ น ปรับตัวตอสถานการณดงั กลาว
ในรายงานการถอดบทเรียนภารกิจสําคัญของวิทยาลัยสงฆพุทธปญญาศรีทวารวดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เลมนี้ จึง
เปนการนําเสนอตัวอยางนวัตกรรมสรางสรรคสังคมสงเสริมการศึกษาท่ีทางวิทยาลัยสงฆไดพัฒนาข้ึนในรอบปการศึกษา ๒๕๖๓ และ ๒๕๖๔
อาทิ นวัตกรรม "การจัดการศึกษาแบบเรียนรูจากประสบการณจริงโดยใชโครงงาน CCS" นวัตกรรม "ศูนยวิสาหกิจทวารวดี" นวัตกรรม
"๑ โรงเรียน ๑ ทุนการศึกษา" นวัตกรรม "กองทุนสํารองเพ่ือการศึกษา" นวัตกรรม "การเรียนภาษาอังกฤษในยุค New Nolmal"
รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนองงานคณะสงฆและสังคม อาทิ “โครงการเครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเช่ือในศาสนา”
“โครงการปฏิบัติศาสนากิจวิถีใหมปลอดภัยจาก covid-19” “โครงการพลังเยาวชนไทยรวมสรางสังคมปลอดภัยไร Hate Speech”
อกี ทัง้ การตอยอดนวตั กรรมสรางความเทาเทยี มทางการศึกษา อาทิ โครงการครอบครวั รกั ษเรยี น โครงการเยียวยาเยาวชนจากภยั โควดิ
คณะทํางานวิทยาลยั สงฆพุทธปญญาศรีทวารวดี หวงั เปนอยางยิง่ วา รายงานฉบบั นจี้ ะเปนตัวอยางในการนํานวัตกรรมจัดการ
ศกึ ษามาสง เสรมิ และพัฒนาการจัดการศกึ ษาใหเ กดิ การเรยี นรอู ยา งเต็มศกั ยภาพ สามารถสรา งคุณภาพการศกึ ษาใหม ีความเจริญกา วหนา ตอ ไป
(พระมหาบญุ เลศิ อนิ ทฺ ปโฺ ญ, ศ.ดร.)
รองผูอำนวยการวทิ ยาลยั สงฆพุทธปญญาศรีทวารวดี ฝา ยบรหิ าร
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั
สารบัญ หนา
คำนำ ๑
สารบัญ ๑๐
สวนท่ี ๑ เกีย่ วกบั วิทยาลัยสงฆพ ุทธปญ ญาศรีทวารวดี ๒๐
สวนที่ ๒ ผลงานนวตั กรรมจัดการศึกษา ๒๖
๓๐
นวตั กรรมที่ ๑ “การจดั การศึกษาแบบเรยี นรจู ากประสบการณจรงิ ” ๓๖
นวัตกรรมที่ ๒ “ศูนยว ิสาหกจิ ทวารวดี” ๔๔
นวตั กรรมท่ี ๓ “๑ โรงเรยี น ๑ ทุนการศกึ ษา” ๔๕
นวตั กรรมท่ี ๔ “กองทุนสำรองเพ่ือการศึกษา” ๔๙
นวัตกรรมท่ี ๕ “การเสริมสรา งคุณคาและสมรรถภาพวถิ ีพุทธ ๕๐
๕๔
สำหรับผูส งู อาย(ุ ป.สอ.)” ๕๕
นวตั กรรมที่ ๖ “การเรียนภาษาองั กฤษในยคุ New Nolmal” ๖๑
นวัตกรรมที่ ๗ “วทิ ยาลัยสงฆก บั การสนองงานคณะสงฆ” ๖๒
๖๓
เครือขายพระสงฆเ ฝา ระวังสื่อชวนเช่อื ในศาสนา ๖๔
นวัตกรรมท่ี ๘ “วิทยาลยั สงฆกบั การแกป ญหาสำคญั ของชาต”ิ
การปฏบิ ตั ศิ าสนกจิ วถิ ใี หมป ลอดภยั จาก covid-19
นวตั กรรมที่ ๙ “วทิ ยาลัยสงฆกบั การสรางสรรคสงั คม”
พลังเยาวชนไทยรวมสรางสงั คมปลอดภัยไร Hate Speech
สานตอนวตั กรรม สรางสรรคค วามเทาเทียม
โครงการครอบครวั รักษเรียน
โครงการ ๑ โรงเรียน ๑ ทนุ การศึกษา
โครงการเยียวยาเยาวชนจากภยั โควดิ
เก่ยี วกบั วิทยาลยั สงฆพทุ ธปญญาศรที วารวดี
ผบู รหิ ารวทิ ยาลยั สงฆพ ทุ ธปญ ญาศรที วารวดี
มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วดั ไรข งิ พระอารามหลวง จงั หวดั นครปฐม
พระเทพศาสนาภบิ าล พระเทพปวรเมธ,ี รศ.ดร.
เจา คณะภาค ๑๔ รองอธกิ ารบดฝี า ยบรหิ าร
เจา อาวาสวดั ไรข งิ พระอารามหลวง มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
ผอู ำนวยการวทิ ยาลยั สงฆพ ทุ ธปญ ญาศรที วารวดี ประธานคณะกรรมการประจำวทิ ยาลยั สงฆ
พระมหาบญุ เลศิ อนิ ทฺ ปโฺ รกั ษาการผูอาํ นวยการสาํ นกั งานวทิ ยาลัย
รองผอู ำนวยการฝา ยบรหิ าร
ผศ.ดท่ีปรร.ปกึ ษราะผสอู ทิำนธว์ิ ยทกอารงอนุ
สวนท่ี ๒
ผลงานและนวัตกรรมจัดการศกึ ษา
ccsการจดั การศกึ ษาแบบเรยี นรูจากประสบการณจ รงิ
โดยใชโ ครงงาน
กอ นจะเปน CCS
วทิ ยาลยั สงฆพ ทุ ธปญ ญาศรที วารวดี ไดร บั อนมุ ตั จิ ากสภามหาวทิ ยาลยั ใหเ ปด การเรยี นการสอน
ในหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนาสังคม ตั้งแตปการศึกษา ๒๕๖๒ เปนตนมา โดยมี
วัตถุประสงคเพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาการพัฒนาสังคม ในจังหวัด
นครปฐมและใกลเคียง ในการผลิตมหาบัณฑิตที่มีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับการพัฒนาสังคมและการ
พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ สามารถนำหลกั พทุ ธธรรมและหลกั วชิ าการทไ่ี ดศ กึ ษาไปประยกุ ตใ ชก บั ศาสตรส มยั ใหม
เพอ่ื พฒั นาตนเองและสงั คมอยา งมคี ณุ ภาพ เพอ่ื พฒั นาทรพั ยากรบคุ ลากรทางพระพทุ ธศาสนา ทรพั ยากร
บคุ ลากรของสังคม หนวยงานภาครัฐ องคก รศาสนา ภาคประชาคม ธุรกิจเอกชน และสาธารณประโยชน
เพอ่ื สรา งเสรมิ เครอื ขา ยรว มจดั การงานพฒั นาชมุ ชน พฒั นาสงั คมสกู ารพฒั นาทย่ี ง่ั ยนื สง เสรมิ การสราง
เครอื ขา ยทางวชิ าการทเ่ี ขม แขง็ โดยรว มมอื กบั นกั วชิ าการและผทู รงคณุ วฒุ จิ ากสาขาตา งๆ ทง้ั ในและนอก
สถาบนั ดำเนนิ การจัดการศกึ ษาแลกเปลี่ยนเรียนรทู งั้ ภาคทฤษฎแี ละภาคปฏบิ ตั นิ ำไปสกู ารพฒั นาประเทศ
ชาติที่ยั่งยืน โดยมีการจัดการศึกษาแบบทวิภาค คือ ในแตละปการศึกษาแบงเปน ๒ ภาคการศึกษาปกติ
ใชเวลาเรียนไมนอยกวา ๑๖ สัปดาห และมีการศึกษาภาคฤดูรอนไดอีก ๑ ภาค ไมนอยกวา ๘ สัปดาห
ทั้งนี้ จากกระแสสังคมที่เปลี่ยนไปอยางรวดเร็ว ทั้งในดานเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม
การเมืองการปกครอง ดวยความเจริญทางวิทยาศาสตร และเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงโลกเขาดวยกัน
ในลักษณะของโลกไรพรมแดน มีการไหลเวียนอยางเสรีและไรขีดจำกัด จึงเปนโจทยใหทางหลักสูตร
ไดพฒั นาแนวทางในการจดั การศกึ ษาใหส อดคลอ งกบั บรบิ ทสงั คมทเ่ี ปลย่ี นไป ทำอยา งไรนสิ ติ ทม่ี าเรยี นจะได
พฒั นาทกั ษะความรทู างทฤษฏี สามารถนำแนวคดิ ตา งๆ ทไ่ี ดศ กึ ษามาบรู ณาการฝก ปฏบิ ตั งิ านควบคไู ปไดอ ยา ง
เหมาะสม เปนการเรียนรูทั้งภาคทฤษฎีกับการลงมือปฏิบัติใหเห็นผลเชิงประจักษสูการเปนนักพัฒนา
สังคมท่มี คี ุณภาพ
หลกั สูตรจึงนำแนวคดิ Cap-Corner Stone Project (CCS) ทม่ี งุ พฒั นาศกั ยภาพนสิ ติ จากการ
ทำงานโครงการปฏบิ ตั กิ ารพฒั นาสงั คม ซง่ึ อาจเปน โครงการหรอื กจิ กรรมเลก็ ๆ แตส ามารถสรา งผลการ
เปลยี่ นแปลงไดอ ยางมากท้งั แกต วั ผเู รยี นและสงั คม จากขอคดิ “เด็ดดอกไมส ะเทือนถึงดวงดาว”
๒
กระบวนการจดั การศกึ ษาในรูปแบบ ccs
ทำไมตอ ง CCS
(โCคaรpงกCาoรrปneฏrบิ Sตั toิกnาeรเPพrอื่oกjeาcรt)พัฒนาสังคม CCS
การจดั การศกึ ษาในหลกั สูตรหลักสูตรบัณฑติ ศึกษา สาขาวิชาการพฒั นา
สังคม วิทยาลยั สงฆพ ุทธปญ ญาศรที วารวดี มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณ
ราชวิทยาลยั เปนกระบวนการจัดการศึกษาในรายวชิ าตามหลกั สตู รบูรณา
การกับกระบวนการ ทาํ งานพัฒนาเชิงพนื้ ท่ีโดยใชช มุ ชนเปนฐาน เพือ่ ใหนิสติ
ไดเรยี นรูทง้ั ภาคทฤษฎีและ ปฏิบัติการไปพรอ ม ๆ กัน จากกิจกรรมพฒั นา
โดยการมีสว นรวมของชมุ ชน ในชอ่ื “โครงการปฏบิ ตั ิการเพ่อื การพัฒนา
สังคม ccs” ซ่ึงเปนกิจกรรมการพฒั นา จากกจิ กรรมเลก็ ๆ ที่สามารถ สราง
ความเปล่ยี นแปลงใหเกิดขึน้ และสงผลกระทบ ในวงกวาง หรอื สามารถ
ขยายผลสรางความเปลย่ี นแปลงในเชิงการพฒั นา ในดา นอนื่ ๆ ไดโดย
ใชกระบวนการท่คี นในพืน้ ทไ่ี ดมารว มคดิ ทบทวนสถานการณ คน หาแนวทาง
การแกไ ข วางแผนพฒั นา ทดลองปฏิบัติ วิเคราะห สรุปผล และ
คน หาคาํ ตอบจากความสําเรจ็ ทเี่ กิดขึน้ ภายใตแ นวคดิ ท่วี า
“ทกุ คนสามารถมสี ว นรว ม สรา งความเปลย่ี นแปลงใหเ กดิ ขน้ึ
ในสงั คมได โดยเรม่ิ ตน จากจดุ เลก็ ๆ หรอื เปน กจิ กรรมเลก็ ๆ
แตส ง ผลสรา งความเปลย่ี นแปลงเชอ่ื มโยงสง่ิ อน่ื ๆ อกี มากมาย”
๓
กระบวนการของการทํางานโครงการฯ “CCS” จงึ เปนงานวจิ ยั ทีไ่ มยดึ ตดิ กบั
ระเบยี บ แบบแผนทางวชิ าการมากนกั แตมุงเนนการบรู ณาการสรางความเปลยี่ น
แปลงดวยองคความรู ภมู ปิ ญญาทีม่ อี ยูในทองถิน่ และองคความรูสมยั ใหม
มุงแกไขปญหาดวยการรวมมอื กนั ปฏบิ ตั ิ การ ลงมอื ทําจรงิ มกี ารบนั ทกึ ขอมลู และ
วเิ คราะหอยางเปนระเบยี บ เปนเครอื่ งมอื ธรรมดาที่ ชาวบานกใ็ ชเปนประโยชนใน
การแกไขปญหาตาง ๆ ในชวี ติ ประจําวนั ได
การออกแบบแนวคดิ CCS
Ideation Innovation = นวตั กรรมจากฐานความคดิ
Implementation Innovation = นวตั กรรมจากการปฏบิ ตั ิ
Impact Innovation = นวตั กรรมจากผลทเ่ี กดิ ขน้ึ หรอื กระทบ
๔
วตั ถปุ ระสงคของ CCS
๑.เพื่อใหนิสติ ไดป ระยกุ ตความรู ความสามารถ และเปด โอกาสใหนิสติ ไดน าํ เสนอแนวคดิ ใหม (new idea) ท่ี
ชวยสง เสริมการพัฒนาประเทศหรือองคกรในเร่ืองใดเรอ่ื งหน่ึงเจาะจง (specific issue) เปนเรื่องทม่ี ผี ล
เพื่อสว นรวม และสามารถนาํ ไปปฏบิ ัติไดจ ริง (implementable) ลงมอื ทาํ ในระดบั ขนาดเลก็ เพือ่
วดั ผลกระทบ ดวู าขยายผลไดหรอื ไม เปน โครงการที่มีผลกระทบสงู (high impact)
๒) เพื่อเปด พืน้ ทีก่ ารถกแถลงแลกเปล่ยี นระหวา งนสิ ิตในหลักสตู รและตา งหลกั สูตร
ไดปฎิสัมพนั ธท างความคดิ รว มกนั เนอื่ งจากในหอ งเรียนอาจจะมีเวลาจำกดั แตใ นกลมุ ยอยน้นั
นสิ ติ สามารถแสดงออกทางความคิดไดอ ยางเตม็ ที่ ซ่ึงชว ยทำใหเ กิดความสมั พนั ธที่ใกลชิดกันภายในกลุม
ผกู พนั กันดว ยอดุ มการณทด่ี ีงาม
๓) เพ่ือสงเสริมการเรยี นรพู ัฒนาพน้ื ทเ่ี ปน เหมือนหองปฏิบัติการทางสังคม
(Social Lab) ใหไดทดสอบการทำงานรวมกนั ระหวาง มหาวทิ ยาลยั วดั ชุมชน
๔) เพื่อเปน ตัวอยางที่ชดั เจนของการเรียนรดู วยวิธกี ารแบบ project-based,
innovation-based, problem solving ซง่ึ สถาบันการศกึ ษาตางๆ
สามารถนำไปประยุกตใ ชในการปฏิรูปการศกึ ษาใหเหมาะสมได
๕
ccsสกู ารสรา งความเปล่ยี นแปลงตามกระบวนการ
๖
สรปุ กระบวนการของ “CCS”
๗
ตวั อยา งสรปุ การทำโครงการ “CCS”
๘
6HFWLRQ ¯¸ µ 6HFWLRQ ¯¸ µ
ª´ ¸É «»¦Í ¤» £µ¡´ Í
¸¸É ´É¸ ®µÊ ¨ÉµÊµ¥ ª´ ¸É «»¦Í ¤» £µ¡´ Í
¸ ɸ ´¸É ®Êµ ¨ÉµÊµ¥
'DLO\ 1HZV 0LG 'D\ &RO ,QFK $G 9DOXH 359DOXH [ ¨· ɸ¸ 'DLO\ 1HZV 0LG 'D\ &RO ,QFK $G 9DOXH 359DOXH [ ¨· ɸ ¸
&LUFXODWLRQ °¨´¤Í ¦³µ¶ ¤¦ ª´Å¦
É · ¨¤¨¡¬· ¤» Âɦ³Á·
¥Ì» °Ã
¦³µÅ¤ÅÊ É
¦µÊ &LUFXODWLRQ
$G 5DWH $G 5DWH °¨¤´ Í ¦³µ¶ ¤¦ ª´Å¦É
· ¨¤¨¡·¬»¤ÂÉ ¦³Á·
»Ì¥°Ã
¦³µÅ¤ÊÅÉ
¦µÊ
¦®´
ɵª & ¡ ®Êµ ¦®´
ɵª & ¡ ®Êµ
๙
ศนู ยวสิ าหกจิ ทวารวดี
กอ นจะเปน ศนู ยว สิ าหกจิ ทวารวดี
การจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัยสงฆพุทธปญญาศรีทวารวดี
นสิ ติ สว นใหญม กี ารทำงานระหวา งเรยี นเพอ่ื หารายได เมอ่ื มกี ารเปด การ
เรยี นการสอนไปในระยะหนึ่งนิสิตบางสวนมีการลาออกจากวิทยาลัย
อาจารยป ระจำหลกั สตู รจงึ ใหค ำปรกึ ษาถงึ ปญ หาการลาออก และผบู รหิ าร
ใหจ ดั ตง้ั ทมี งานและสำรวจการคงอยขู องนสิ ติ พบวา นสิ ติ เรยี นพรอ มกบั
การทำงานไมไหว วิทยาลัยจึงจัดโครงการวิสาหกิจเพื่อสรางอาชีพและ
รายไดใหแกนิสิตและประชาชนทั่วไป โดยเชิญผูเชี่ยวชาญดานอาหาร
กาแฟ มาฝกอบรมและสอนอาชีพใหแกนิสิตจนสามารถทำเองได เพื่อ
เปนการสรางอาชีพใหกับนิสิต ลดชองวางระหวางการเรียนและการหา
รายไดท จ่ี ะไปสนบั สนนุ คา ครองชพี ของตนเอง จากนน้ั วทิ ยาลยั ออกทนุ ใน
การเปด รา นใหก บั นสิ ติ
๑๑
กระบวนการทำงาน
๑) มกี ารประชาสมั พนั ธใ หน สิ ติ เขา มาเรยี นรแู ละมสี ว นรว มในกจิ กรรม พรอ มทง้ั เผยแพรส ภู ายนอกผา นเพจ
facebook วทิ ยาลยั สงฆพ ทุ ธปญ ญาศรที วารวดี หนงั สอื พมิ พ และสอ่ื วดี ที ศั น
๒) จดั ทำแบบแนวปฏบิ ตั ทิ ด่ี ขี องสว นงาน และจดั ทำคมู อื การสง เสรมิ วสิ าหกจิ เพอ่ื สรา งอาชพี และรายได
๓) นสิ ติ ทเ่ี ขา รบั การฝก อบรมและสอนอาชพี ไดร บั ทนุ สนบั สนนุ จากวทิ ยาลยั ในการเปด รา นภายในวทิ ยาลยั และสามารถนำไป
ประกอบอาชพี ภายนอกวทิ ยาลยั เชน ตลาดนดั ชมุ ชน เปน ตน
๔) มกี ารตดิ ตามผลการดำเนนิ การของศนู ยว สิ าหกจิ ทวารวดี โดยเมอ่ื เกดิ ภาวะวกิ ฤต COVID-19 วทิ ยาลยั จงึ มกี ารปรบั เปลย่ี น
แนวทางการสรา งรายไดใ นภาวะเชน น้ี โดยการสรา งความรใู นการขายสนิ คา ผา น Online ใหก บั นสิ ติ ในการจดั อบรมกจิ กรรม
“ขายใหป ง ในโลก Online” และจดั สรรงบประมาณใหน สิ ติ ยมื เงนิ เพอ่ื การลงทนุ จำนวน ๓,๐๐๐ บาท และจะคนื ตอ เมอ่ื นสิ ติ
ประกอบกจิ การคนื ทนุ ไดแ ลว ทง้ั ยงั ใหผ อ นชำระคนื ในระยะยาวอกี ดว ย
๑๒
แนวคดิ ..ศนู ยว ิสาหกจิ ทวารวดี
นสิ ติ สว นใหญข องวทิ ยาลยั สงฆพ ทุ ธปญ ญา
ศรที วารวดี มีการทำงานระหวา งศกึ ษาเพื่อหา
รายไดในการดำรงชีพ เมื่อมีการเปดการเรียน
การสอนไปในระยะหนง่ึ นิสติ บางสว นมีการลา
ออกจากวิทยาลัยสงฆฯ ซึ่งเปนสาเหตุมาจาก
นสิ ติ เรยี นพรอ มกบั ทำงานไมไ หว ทางวทิ ยาลยั
จึงเล็งเห็นปญหาในการออกกลางคันระหวาง
เรียนของนิสิต วิทยาลัยสงฆพุทธปญญาศรี
ทวารวดี จงึ จดั โครงการวสิ าหกจิ เพอ่ื สรา งอาชพี
และรายไดใหแกนิสติ เพือ่ เปน การสรางอาชีพ
ใหกับนิสิต ลดชองวางระหวางการเรียนและ
การหารายไดท ี่จะไปสนบั สนุนคาครองชพี ของ
ตนเอง วทิ ยาลยั สงฆพ ทุ ธปญญาศรีทวารวดจี ึง
ไดมีแนวคิดการจัดตั้ง “ศูนยวิสาหกิจทวารวดี
วิทยาลัยสงฆพุทธปญญาศรีทวารวดี”
ใหแกนิสิตที่กำลังศึกษาอยูในวิทยาลัยสงฆ
พุทธปญญาศรที วารวดี
๑๓
วัตถปุ ระสงค
๑) เพือ่ ใหนิสติ มีรายไดใ นการดำรงชพี ขณะศกึ ษาที่
วิทยาลัยสงฆพุทธปญ ญาศรีทวารวดี
๒) เพอ่ื เปน เสรมิ สรา งทกั ษะชีวติ ดา นอาชีพใหก บั นสิ ิต
๓) เพอ่ื ลดอตั ราการออกกลางคนั ระหวา งเรยี นของนิสิต
รปู แบบ/ขน้ั ตอน/กิจกรรมการดำเนนิ งาน
๑) สำรวจความตอ งการอาชพี และรายไดของนิสติ
๒) รับสมคั รนิสติ เขา รวมโครงการ
๓) จดั การฝกอบรมและสอนอาชพี ใหแกนิสติ
๔) ออกทุนตัง้ ตนใหแ กน ิสติ ในการเปดรานขายของใน
ศูนยวิสาหกจิ ทวารวดี
๕) ติดตามผลการดำเนินงานและความคงอยูข องนสิ ติ
๑๔
แบบปฏบิ ัติ (Practice)
การสรา งอาชพี และรายไดโ ดยวทิ ยาลยั สงฆพ ทุ ธปญ ญาศรที วารวดจี ดั การฝก อบรมและสอนอาชพี ใหแ กน สิ ติ และออกทนุ ตง้ั ตน
ใหแ กน สิ ติ ในการเปด รา นขายของในศนู ยว สิ าหกจิ ทวารวดี ทำใหน สิ ติ สามารถดแู ลตนเองในเรอ่ื งคา ครองชพี ได และชว ยใหน สิ ติ มรี ายได
ระหวา งเรยี นลดปญ หาการออกลาออกระหวา งเรียนของนสิ ติ
มกี ารพดู คุยแลกเปล่ยี นโดยการรับประทานอาหารรว มกนั จากสถานการณค วามคงอยขู องนสิ ติ ในชว งเวลาดงั กลา วมคี วามเสย่ี ง
ที่จะลาออกเยอะขึ้น สาเหตุมาจากนิสิตขาดแคลนทุนทรัพยในการศึกษาเลาเรียน และทุนในการเลี้ยงชีพ สงผลใหวิทยาลัยสงฆ
พทุ ธปญ ญาศรที วารวดมี กี ารปรบั เปลย่ี นกระบวนการสรา งแรงจงู ใจและสรา งรายไดใ หแ กน สิ ติ เพอ่ื สรา งความมน่ั ใจใหแ กน สิ ติ ทเ่ี ขา มาศึกษา
และเมอ่ื เกดิ ภาวะวกิ ฤต COVID-19 เกดิ ขน้ึ วทิ ยาลยั สงฆพ ทุ ธปญ ญาศรที วารวดตี อ งปรบั เปลย่ี นแนวทางใหน สิ ติ มรี ายไดใ นภาวะวกิ ฤติ
เชน น้ี จงึ สรา งแนวทางจดั หาความรใู นการขายของทาง Online ใหก บั นสิ ติ โดยจดั อบรมโครงการขายใหป ง ในโลก Online และจดั สรร
งบประมาณใหน สิ ติ กยู มื เงนิ เพอ่ื การลงทนุ จำนวน ๓,๐๐๐ บาท และจะคนื ตอ เมอ่ื นสิ ติ ประกอบกจิ การคนื ทนุ ไดแ ลว ทง้ั ยงั ใหผ อ นชำระคนื
ในระยะยาวอีกดว ย
มีการประชาสมั พนั ธก ารฝกอบรมและการสอนอาชพี ใหแ กน สิ ติ ในมหาวิทยาลัย และเผยแพรข อมูลการสรา งอาชีพและรายได
ใหแกนิสิตสูภ ายนอกโดยผา นเพจ Facebook วทิ ยาลยั สงฆพทุ ธปญ ญาศรที วารวดี หนงั สอื พิมพ และสอ่ื วิดที ศั น
๑๕
เริม่ คิด เรมิ่ ทำ
พดู คยุ แลกเปลย่ี นโดยการรบั ประทานอาหารรว มกนั ในทกุ วนั พธุ ทำใหเ กดิ ประเดน็ การจดั การความรขู น้ึ ทง้ั นใ้ี นการจดั การความรู
ทเ่ี กดิ จากประเดน็ การพดู คยุ ซง่ึ สอดคลอ งกบั แผนปฏบิ ตั กิ ารประจำปง บประมาณ ๒๕๖๔ ซง่ึ จากสถานการณค วามคงอยขู องนสิ ติ ในชว งเวลา
ดงั กลา วมคี วามเสย่ี งทจ่ี ะลาออกเยอะขน้ึ สาเหตมุ าจากนสิ ติ ขาดแคลนทนุ ทรพั ยใ นการศกึ ษาเลา เรยี น และทนุ ในการเลย้ี งชพี สง ผลให
วทิ ยาลยั สงฆพ ทุ ธปญ ญาศรที วารวดมี กี ารปรบั เปลย่ี นกระบวนการสรา งแรงจงู ใจและสรา งรายไดใ หแ กน สิ ติ เพอ่ื สรา งความมน่ั ใจใหแ ก
นสิ ติ ทเ่ี ขา มาศกึ ษา ดงั นน้ั เพอ่ื รบั มอื กบั แนวทางการสรา งอาชพี ใหแ กน สิ ติ จงึ เปน อกี นง่ึ วธิ ที จ่ี ะรกั ษานสิ ติ ไวไ ดอ ยา งทนั ทว งที โดยผา น
การพดู คยุ จากกจิ กรรมรบั ประทานอาหารรว มกนั ในทกุ วนั พธุ ดงั น้ี
ครง้ั ท่ี ๑
การสรา งอาชพี อยา งงา ยๆ ของนสิ ติ สามารถกระทำไดด ว ยการนำความรู ความเขา ใจและทกั ษะกระบวนการ มาประกอบอาชพี
ดวยการสรางสรรคงานหรือผลิตชิ้นงานตามความสนใจ ความสามารถและความพรอมขึ้นดวยตนเอง และจัดจำหนายหรือใหบริการ
เปนการหารายไดระหวางเรียน เชน ขายกาแฟ ขายขาว ขายลูกชิ้น เปนตน เพื่อเสริมความเขาใจใหมีทักษะที่จำเปน มีประสบการณ
และเหน็ แนวทางในงานอาชพี ในการสรา งรายไดอ ยา งภาคภมู ใิ จ
๑๖
ครง้ั ที่ ๒
การจัดตั้งศูนยวิสาหกิจฯ ขึ้นมาเพื่อใหนิสิตสามารถมีรายได
จากการไดโอกาสในการฝกฝนในการประกอบอาชีพตางๆ ทั้งจัดหา
ชองทางพื้นที่ในการคาขายสินคาตางที่นิสิตไดทำขึ้น ขั้นตนจากการ
ทว่ี ทิ ยาลยั จดั หาผรู มู าฝก การทำเครอ่ื งดม่ื ประเภทกาแฟสด ขนมเบเกอรี่
ทำอาหาร พรอ มทง้ั จดั สรรพน้ื ทข่ี า งวทิ ยาลยั ใหน สิ ติ สามารถเปด รา น
โดยทางวิทยาลัยจัดสรรงบประมาณเบื้องตนใหทั้งหมด อาทิเชน
อุปกรณทั้งหมดในการฝกเรียนกาแฟสด เบเกอรี่ อาหารและทุน
วตั ถดุ บิ ทจ่ี ะใชใ นการเปด รา นทง้ั หมด ทง้ั น้ี นสิ ติ ทจ่ี ะเปด กจิ การภายใต
ศนู ยว สิ าหกจิ ฯจะตอ งทำบญั ชเี พอ่ื ลงรายไดแ ละคนื ทนุ ใหก บั ทางศนู ย
วสิ าหกจิ ฯ เชน การลงทนุ เปด รา นขายกาแฟสด ตอ งใชท นุ ในการเปด
รา น ๓๐,๐๐๐ บาท เมอ่ื นสิ ติ ลงมอื ในกจิ การรา นกาแฟสดแลว นสิ ติ จะ
ตอ งสรปุ บญั ชที กุ วนั โดยนำรายไดใ นวนั นน้ั มาหกั ตน ทนุ ทค่ี ำนวณไวแ ลว
ไดกำไรจากการขายใหคิดเปน ๑๐๐% โดย แบงเปนรายไดใหกับ
วทิ ยาลยั ๒๐% และ ๘๐% คอื รายไดข องนสิ ติ ขณะประกอบกจิ การ
นสิ ติ มรี ายไดเ ฉลย่ี ๑,๐๐๐ – ๒,๐๐๐ บาท /เดอื น
๑๗
จากการรวมรวมแนวคิด ขอเสนอแนะ วิธีปฏิบัติ ในประเด็น
“ศูนยวิสาหกิจทวารวดี” จึงสรุปเปนแนวปฏิบัติที่ดี ไดดังนี้
การกำหนดความรูหลักที่จำเปนหรือสำคัญตอการสรางรายไดของนิสิต
การเสาะหาความรูที่ตองการ และจำเปนตอการผลักดันใหเกิดศูนยวิสาหกิจทวารวดี
การสราง ปรับปรุง พัฒนา รวบรวม และแลกเปลี่ยนความรู ใหเหมาะตอการ
สรางรายไดของนิสิต
ประยุกตใชความรูใหเหมาะสมกับหนาที่ความรับผิดชอบในการบริหารจัดการ
ศูนยวิสาหกิจทวารวดี
นำประสบการณจากการสรางรายได และประยุกตใชความรูมาแลกเปลี่ยนเรียนรู
ในเรื่องงานดำเนินงานของศูนยวิสาหกิจทวารวดี และบันทึกไวในการบริหาร
จดบันทึก “ขุมความรู” และ “แกนความรู” สำหรับไวใชงาน และปรับปรุง
เปนชุดความรูที่ครบถวน เชื่อมโยงตอการบริหารจัดการศูนยวิสาหกิจทวารวดี
จึงไดแนวปฏิบัติที่ดี
(Best Practice)
๑๘
ผลผลติ ทเ่ี กดิ ข้ึน
เชิงปริมาณ
อัตราการลาออกของนิสิตลดลง ๔% เมื่อเทียบกับปที่ผานมา
นิสิตที่เปนสมาชิกศูนยวิสาหกิจมีรายไดเฉลี่ยคนละ ๒,๐๐๐ บาท ตอเดือน
เชิงคุณภาพ
จากการตั้งศูนยวิสาหกิจทวารวดี นิสิตสามารถกำหนดความรูหลักที่จำเปนหรือสำคัญตอการสราง
รายไดเปนการเสาะหาความรูที่ตองการ และจำเปนตอการผลักดันใหเกิดศูนยวิสาหกิจทวารวดี จากนั้น
กอใหเกิดการสราง ปรับปรุง พัฒนาและแลกเปลี่ยนความรู ใหเหมาะตอการสรางรายไดของนิสิต
กิจกรรม “ขายใหปงในโลกออนไลน” นิสิตสามารถการแลกเปลี่ยนองคความรู และพัฒนา
ศักยภาพการขายของออนไลนดวยระบบอิเล็กทรอนิกสผานการอบรมจากวิทยากร สามารถประยุกต
ใชความรูใหเหมาะสมกับสถานการณที่เกิดขึ้นในปจจุบัน จนกระทั้งสามารถนำประสบการณจากการ
สรางรายไดออนไลน มาเปนทุนทรัพยในการดำเนินชีวิตได
๑๙
นวตั กรรมท่ี ๓
๑ โรงเรยี น ๑ ทนุ การศกึ ษา
ดำเนนิ การประชมุ ปรกึ ษาหารอื สรา งความรว มมอื ในดา นตา งๆ กบั คณะครแู นะแนวจากเครอื ขา ยโรงเรยี น
ระดบั มธั ยมศกึ ษาซง่ึ มผี แู ทนจากโรงเรยี นเขา รว มกวา ๒๐ แหง
รปู แบบการดำเนนิ งาน
๑. ใหโ รงเรยี นท่ีเขา รว มโครงการประชมุ ครูแนะแนว กลบั ไปคดั เลอื กนกั เรยี นท่เี รียนดี
แตข าดแคลนทนุ ทรพั ย เสนอช่อื มายงั วทิ ยาลยั สงฆพ ทุ ธปญ ญาศรีทวารวดี
๒. นาํ รายช่อื ท่ีทางโรงเรยี นเสนอช่อื มาเขา ท่ีประชมุ บคุ ลากร เพ่อื พิจารณาอนุมัตริ ายช่อื
๓. แจง รายช่อื กลบั ไปยนื กบั โรงเรียนท่ีเสนอช่อื นกั เรยี นเขา รบั ทุน
๔. นิสติ เซน็ สัญญารบั ทุนการศึกษาตามแบบฟอรม ของวทิ ยาลัยสงฆพ ทุ ธปญ ญาศรที วารวดี
๒๑
๑ โรงเรยี น ๑ ทนุ การศกึ ษา
ดว ยวทิ ยาลยั สงฆพ ทุ ธปญ ญาศรที วารวดี
ไดจ ดั โครงการประชมุ ครแู นะแนว โดยไดเ ชญิ ครแู นะแนวจาก
โรงเรยี นมธั ยมศกึ ษาตอนปลายในจงั หวดั นครปฐม มารบั ฟง
แนวทางในการพฒั นาการศกึ ษาของวทิ ยาลยั สงฆฯ และ
ปรกึ ษาในเรอ่ื งตา งๆ โดยเฉพาะเรอ่ื งการเปด โอกาสใหก บั เดก็
นกั เรยี นทจ่ี บมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ไดม โี อกาสเขา ศกึ ษาตอ
ระดบั ปรญิ ญาตรี
วตั ถปุ ระสงค
๑. เพอ่ื เปด โอกาสทางการศกึ ษาใหก บั นกั เรยี น
ทข่ี าดแคลนทนุ ทรพั ยไ ดม โี อกาสเขา เรยี น
ในระดบั ปรญิ ญาตรี
๒. เพอ่ื สรา งเครอื ขา ยทางการศกึ ษากบั โรงเรยี น
มธั ยมศกึ ษาตอนปลายในจงั หวดั นครปฐม
และจงั หวดั ใกลเ คยี ง
๒๒
ประโยชนท เ่ี กดิ ขน้ึ
๑. นสิ ติ ทเ่ี ขา รว มโครงการไดร บั ทนุ การศกึ ษาและโอกาสเขา ศกึ ษาในระดบั ปรญิ ญาตรี
๒. นสิ ติ ทเ่ี ขา รว มโครงการไดร บั การพฒั นาศกั ยภาพใหเ ปน ผมู คี วามรคู วามสามารถทด่ี ขี น้ึ ภายใตค วามรคู วบคคู ณุ ธรรม
๓. วทิ ยาลยั สงฆพ ทุ ธปญ ญาศรที วารวดไี ดโ รงเรยี นมธั ยมศกึ ษาตอบปลายในจงั หวดั
นครปฐมเปน เครอื ขา ยเพอ่ื การศกึ ษาเพม่ิ มากขน้ึ
๔. ทำใหน กั เรยี นไดม ที เ่ี รยี น เพม่ิ ความรู มที กั ษะ และในการนำไปประยกุ ตใ ชใ นชวี ติ ประจำวนั
นวตั กรรม/องคค วามรจู าการถอดบทเรยี น
๑. เปน การสง เสรมิ และการขยายโอกาสการศกึ ษาใหก บั
นกั เรยี นทเ่ี รยี นดแี ตข าดแคลนทนุ ทรพั ย
๒. เพม่ิ โอกาส และพฒั นานกั เรยี นใหม อี นาคตทด่ี ี
ในการศกึ ษา และนำความรไู ปเลย้ี งชพี
ผลสมั ฤทธ์ิ ๒๓
๑. ทำใหน สิ ติ ทเ่ี รยี นดี แตข าดแคลนทนุ ทรพั ยไ ดม โี อกาสในการศกึ ษามากขน้ึ
๒. ชว ยใหผ ปู กครองของนสิ ติ ลดภาระคา เทอมของนสิ ติ ทเ่ี ขา มาศกึ ษา
ในวทิ ยาลยั สงฆพ ทุ ธปญ ญาศรที วารวดี
ทำเนยี บผไู ดร บั ทนุ การศกึ ษาในโครงการ
1 โรงเรยี น 1 ทนุ การศกึ ษา ป พ.ศ.2563
๒๔
ทำเนยี บผไู ดร บั ทนุ การศกึ ษาในโครงการ
1 โรงเรยี น 1 ทนุ การศกึ ษา ป พ.ศ.2564
๒๕
๔
กองทนุ สำรองเพ่อื การศกึ ษา
ดว้ ยวทิ ยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี
มองวา่ การศกึ ษาเป็นสิ่งสำคญั ทีส่ ง่ ผล
ตอ่ การพฒั นาบคุ คลซ่ึงจะเป็นกำลังหลกั
และแรงขับเคล่อื น แต่เนือ่ งจากปญั หา
ความยากจนและขาดแคลนทนุ ทรัพย์
จงึ ทำใหน้ ิสติ ขาดความมุง่ มนั่ ทจี่ ะศกึ ษาต่อ
ในระดบั อดุ มศกึ ษาเนือ่ งจากมองไมเ่ หน็ โอกาส
และหมดความหวงั วิทยาลัยสงฆ์
พุทธปัญญาศรที วารวดจี ึงไดม้ แี นวคิด
การจัดตงั้ “กองทุนสำรองเพ่อื การศกึ ษา
วิทยาลัยสงฆ์พุทธปญั ญาศรที วารวดี”
ให้แกน่ สิ ติ ท่ีกำลังศึกษาอย่ใู น
วิทยาลยั สงฆพ์ ทุ ธปญั ญาศรที วารวดี
วตั ถุประสงค์
๑. เพ่ือให้นสิ ิตมเี งนิ สำรองเพื่อจา่ ยคา่ ธรรมเนียมการศึกษา
๒. เพอื่ ใหน้ ิสิตไดร้ บั เงินสวัสดิการทนุ การศึกษาจากวทิ ยาลัยสงฆ์
พทุ ธปัญญาศรที วารวดอี ยา่ งท่ัวถึง
ประโยชนท่เี กิดข้ึน
๑. นสิ ติ จะไดร้ บั เงนิ สมทบจากวิทยาลยั สงฆ์พทุ ธปญั ญาศรที วารวดี
(สามารถฝากไดท้ กุ เดือนจนสาํ เร็จการศกึ ษา)
๒. นิสิตมีเงินกองทนุ ทีเ่ ปน็ หลักประกนั ในการศกึ ษา
๓. ลดปญั หาการค้างชําระของนสิ ติ
๒๗
รปู แบบการดาํ เนินงาน
๑. นิสิตสะสมเงนิ เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท
๒. นสิ ติ ตอ้ งเก็บสมุดคฝู่ ากไวก้ ับตัวเสมอในชว่ งเวลาทาํ ธุรกรรม
๓. นสิ ติ สามารถเบิกเงนิ ได้เมอื่ สะสมไปแลว้ ไมน่ ้อยกวา่ ระยะเวลา ๔ เดือน
โดยวัตถุประสงค์ในการเบกิ
๔. คอื การนําเงนิ ไปจา่ ยคา่ เทอม หากเบกิ เงนิ ดว้ ยวตั ถุประสงคอ์ ื่น
ทางวิทยาลัยจะหักเงนิ สมทบของวทิ ยาลยั คนื
๕. เงินสะสมและเงนิ สมทบท่เี หลอื จากการจ่ายคา่ เทอม ถือวา่ เป็นเงินของนสิ ติ
จะเบกิ คืนกลบั ไดเ มอื่ นสิ ติ เรยี นวนั สุดทา ยของปสดุ ทา ย
๖. เงินสะสมและเงนิ สมทบท่นี สิ ติ ฝากไว้ หากนสิ ติ ออกระหวา่ งเรียน
ถือวา่ เงนิ ทง้ั หมดตกเปน็ ของวิทยาลัย
๒๘
ผลสมั ฤทธ์ิ
๑. สรา งวนิ ัย หากนิสติ ทําไดสม่ําเสมอ เช่ือแนวา นสิ ิตคงกลายเปน คนมีวินยั สูงมาก และรางวัลทจี่ ะมอบใหคอื
เงินสมทบทั้งหมดท่มี ผี ลตอบแทนที่สงู
๒. มเี งนิ เกบ็ หากนสิ ิตรจู กั ออมเงนิ ต้ังแตว นั น้ี เชื่อแนวานสิ ิตจะมเี งนิ เกบ็ มากพอ
จนสามารถจายคา เทอมของตนเองได ซ่ึงจะไมเ ดอื นรอ นตอผูป กครองอยางแนน อน
๓. เพมิ่ ความมัน่ คงในอนาคต การมเี งินออมไวจํานวนหน่ึงกเ็ หมือนนิสติ มีเกราะปอ งกันส่งิ ที่คาดไมถงึ ใครจะรูเ ลา
ว่าในระยะเวลาทเ่ี รียนเป็นเช่นไร สกั วนั นิสติ อาจจะเดอื นรอ้ นหาเงนิ จา่ ยค่าเทอมไม่ทนั ตราบใดที่นสิ ติ มีเงินออม
เก็บไวจ ํานวนหน่งึ บางทปี ญ หาเหลานอ้ี าจเบาขน้ึ
๒๙
นวตั กรรมท่ี ๕
การเสรมิ สรางคณุ คา และสมรรถภาพวถิ ีพุทธ
สำหรบั ผูสงู อาย(ุ ป.สอ.)
โครงการ “ปฏบิ ตั กิ ารเพอ่ื การพฒั นาสงั คมและสง เสรมิ คณุ ธรรมชมุ ชน
หลกั สตู รประกาศนยี บตั รการเสรมิ สรา งคณุ คา และสมรรถภาพ
วถิ พี ทุ ธสำหรบั ผสู งู อายุ (ป.สอ.)”
ปญ หาดา นสภาพจติ ใจของผสู งู อายเุ กดิ จากความรสู กึ สญู เสยี ทง้ั คนใกลช ดิ อยา งบตุ รหลานทค่ี อ ย ๆ
เตบิ โตแยกยา ยไปมคี รอบครวั รวมถงึ เพอ่ื นสนทิ หรอื คชู วี ติ ทล่ี ม หายตายจากไป สญู เสยี ความสามารถ
การเปน ทพ่ี ง่ึ ภาวะผนู ำ การยอมรบั จากผอู น่ื อกี ทง้ั โลกปจ จบุ นั มกี ารเปลย่ี นแปลงอยา งรวดเรว็ สภาพ
สงั คมแบบในอดตี เรม่ิ เลอื นหายไป การแขง ขนั สงู ขน้ึ จากครอบครวั ใหญก ลายเปน ครอบครวั เลก็ เปน ตน
และ จากสถานการณแ พรร ะบาดของเชอ้ื ไวรสั โคโรนา (CO-VID 19) กระทบตอ สขุ ภาพจติ ใจของประชาชน
อยางรุนแรง หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา (Buddhist Perspective) เปนอีกทางเลือก
หนง่ึ ทส่ี ามารถนำมาใชใ นการการแกไ ขปญ หาและพฒั นาวถิ กี ารดำเนนิ ชวี ติ ของผสู งู อายไุ ดเ ปน อยา งดี
โดยการนำเสนอแนวทางการประยุกตใชหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ใหมีความสอดคลองกับ
วถิ กี ารดำเนนิ ชวี ติ นำไปสกู ารเปลย่ี นแปลงพฤตกิ รรม เสรมิ สรา งความฉลาดทางอารมณ สขุ มุ เขา ใจชวี ติ
เผชญิ ปญ หาไดโ ดยการยอมรบั และเขา ใจชวี ติ ตามความเปน จรงิ ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมอนั มคี ณุ ประโยชนต อ
รา งกายและจติ ใจอยา งสมำ่ เสมอ ดำเนนิ ชวี ติ ดว ยความมสี ขุ ภาพจติ ทด่ี ี และพฒั นาภาวะจติ ใจของตน
ไปสูความรูสึกพึงพอใจ ภูมิใจในชีวิตของตนที่เกิดมา สามารถจัดการกับชีวิตที่ดำเนินในแตละวัน
มกี ารดำเนนิ ชวี ติ อยา งมคี วามสขุ อยา งยง่ั ยนื เพอ่ื เปน การนำเอาหลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนาบรู ณา
การกบั ศาสตรส มยั ใหมไ ปใชใ นการบรกิ ารวชิ าการเพอ่ื ยกระดบั คณุ ภาพชวี ติ ของชมุ ชน วทิ ยาลยั สงฆ
จึงไดแตง ตัง้ คณะกรรมการยกรา งหลกั สูตรประกาศนยี บตั รการเสริมสรางคุณคาและสมรรถภาพวถิ ี
พทุ ธสำหรบั ผสู งู อายุ (ป.สอ.) (หลกั สตู รใหม) ซง่ึ สภามหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั อนมุ ตั ิ
หลักสูตร และอนุมัติใหเปดสอนหลักสูตรดังกลาวนี้ เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ทั้งนี้
วทิ ยาลยั สงฆพ ทุ ธปญ ญา ศรที วารวดี มเี ปา หมายเปน ศนู ยก ลางการศกึ ษาพระพทุ ธศาสนาเพอ่ื สงั คม
จงึ ไดม กี ารจดั โครงการบรกิ ารวชิ าการแกผ สู งู อายุ และผสู นใจทว่ั ไป
๓๑
วตั ถปุ ระสงค
๑. เพอ่ื สง เสรมิ การศกึ ษาในระดบั ประกาศนยี บตั รสำหรบั พฒั นาศกั ยภาพผสู งู อายใุ หส ามารถนำความรดู า น
การเสรมิ สรา งคณุ คา และสมรรถภาพวถิ พี ทุ ธไปประยกุ ตใ ชใ นการดำเนนิ ชวี ติ
๒. เพอ่ื พฒั นาศกั ยภาพผสู งู อายุ ใหม คี วามรู เหน็ คณุ คา ในการดำเนนิ ชวี ติ อยา งมคี วามสขุ ตามหลกั พระพทุ ธ
ศาสนา มศี รทั ธาอทุ ศิ ตนและสามารถนำหลกั การเสรมิ สรา งสมรรถภาพวถิ พี ทุ ธไปประยกุ ตใ ชใ นการดำเนนิ ชวี ติ ไดอ ยา งเหมาะสม
๓. เพอ่ื ใหผ สู งู อายไุ ดม คี ณุ วฒุ ทิ างการศกึ ษาทส่ี ามารถศกึ ษาตอ ในระดบั ชน้ั ปรญิ ญาตรใี นสาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนาได
๔. เพอ่ื ใหน สิ ติ ไดน ำเอาองคค วามรทู ไ่ี ดศ กึ ษามาใชบ รกิ ารวชิ าการเพอ่ื ยกระดบั คณุ ภาพชวี ติ ของชมุ ชน
ขน้ั ตอนและการดำเนนิ งาน
- ประชมุ วางแผนจดั ทำโครงการ
- ตดิ ตอ ประสานงานโครงการ
- ประเมนิ ผเู ขา รว มกอ นกจิ กรรม
- เชญิ ผทู รงคณุ วฒุ ทิ ม่ี คี วามชำนาญดา นการเสรมิ สรา งคณุ คา
และสมรรถภาพวถิ พี ทุ ธสำหรบั ผสู งู อายุ มาเปน วทิ ยากร
- บรรยายและดำเนนิ กจิ กรรม เสวนาแลกเปลย่ี นเรยี นรู
- ประเมนิ ผลโครงการหลงั กจิ กรรม
- สรปุ ผลโครงการ
๓๒
กจิ กรรมในโครงการ
๓๓
นวตั กรรม/องคค วามรจู าการถอดบทเรยี น
เปน การสง เสรมิ การเรยี นรสู ำหรบั นสิ ติ ผสู งู อายุ และผสู นใจทว่ั ไป นำหลกั การ แนวคดิ การเสรมิ สรา งคณุ คา
และสมรรถภาพวถิ พี ทุ ธสำหรบั ผสู งู อายุ ไปประยกุ ตใ ชใ นการดำเนนิ ชวี ติ ประจำวนั กบั ทง้ั เปน การพฒั นาทกั ษะผเู รยี น
ทางพระพทุ ธศาสนาในดา นการสรา งคณุ คา ตอ การดำรงชวี ติ ทง้ั ของตนเองและผอู น่ื ในสงั คมรอบขา ง อกี ทง้ั ยงั ไดร บั รปู
แบบกลไกในการพฒั นาการศกึ ษานอกหอ งเรยี นสำหรบั นสิ ติ ทกุ สาขา
๓๔
ประโยชนท ่ีเกดิ ข้นึ
๑. ผเู ขา รว มโครงการมคี ณุ ภาพชวี ิตท่ดี ีข้นึ สามารรถบรู ณาการหลกั ธรรมเขา กบั สถานการรป จ จบุ นั ไดอ ยา งมีประสทิ ธภิ าพ
และ เปน การประชาสมั พนั ธก จิ กรรมของวทิ ยาลยั สงฆใ หป ระชาชนรบั ทราบ
๒. มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาลยั สงฆพ ุทธปญ ญาศรที วารวดีมีกลไกในการผลติ บณั ฑิต
ท่มี ีคณุ ภาพ และสามารถใหบ ริการวชิ าการดา นคณุ ธรรมจริยธรรมแกช มุ ชนและสงั คม
๓. ไดย กระดบั การใหบ ริการวชิ าการทางพระพทุ ธศาสนาและบรกิ ารสงั คมใหเ ปน ท่ยี อมรับจากสงั คม
ผลลพั ธ/ ผลสมั ฤทธ์ิ
๑. ไดบ าํ เพญ็ สาธารณประโยชนต อ ประชาชนในพ้ืนท่ี
๒. ไดน าํ หลักธรรมมาประยกุ ตใ ชใ นชวี ติ ประจาํ วนั
๓. ไดม สี ว นรว มในการชว ยเพ่ิมเติมใหป ระชาชน (ผสู ูงอายุ) ในพ้นื ท่มี คี ณุ ภาพชวี ติ ท่ดี ีข้นึ
๔. ไดใ หบ รกิ ารวชิ าการดา นคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมแกช มุ ชนและสงั คม
๓๕
นวตั กรรมท่ี ๖
การเรียนภาษาอังกฤษในยุค New Nolmal
Goals: เปา หมายการเรยี น
อา นความคดิ ผอู น่ื และพดู คยุ กบั ผอู น่ื หรอื แมแ ตช าวตา งชาตแิ บบตามธรรมชาตแิ ละ
เปน แบบอตั โนมตั ิ โดยใชป ระโยคงา ยๆ สน้ั แตค ม
Natural and automatic probe other mind and talk with any วตั ถปุ ระสงค
people or foreigners around us using simple, short and sharp
expression. 1. ฝก พดู ตามทต่ี นตอ งการพดู
2. ฝก การแสดงออกตามทต่ี นตอ งการแสดงออก
Our Objectives: 3. การเปด ตวั กบั เพอ่ื นดว ยความมน่ั ใจสงู
1. Practice saying what one does want to say. 1.แนวคดิ ในการเรียนการสอน เช่อื มโลกสหู อ งเรียน
2. Practice expressing whatever one does want to express. 1.1 แนวคิดการเขา ถึงไดจ ากทกุ หนทุกแหง - เพราะผเู รยี นสามารถทบทวนทกุ เม่ือ
3. Practice exposure before friends with strong confidence. เน่อื งจากเขา ถงึ ไดต ลอด ๒๔ ช่ัวโมง
1.2 แนวคดิ การเขา ถงึ ความรไู ดแ บบไมม ที ่ีส้ินสุด การเรยี นรดู ว ยเทคโนโลยีทาํ ใหก ารเรียนรู
1. Instructive Concept to link the world to the Online-classroom นอกหอ งเรียนมีอะไรใหเ รียนรอู กี นับไมถ ว น เพราะการเขา ถึงแหลง การเรยี นรทู ่ีกวา งใหญ
บนอินเทอรเ น็ต และยงั สามารถเลือกเรยี นรใู นวิชาท่ีไมม ีสอนในหอ งเรยี น โดยผสู อนน้ันเปน
1.1 The concept of wherever one want to access: students can any time review
ผเู ช่ยี วชาญในดา นน้ันๆ โดยเฉพาะ
at 24 hours.
1.3 แนวคิดขอ มูลการเรียนรทู ่ีอัปเดตอยเู สมอ บนอินเทอรเ น็ตสามารถอปั เดตบทเรียน ตา ง ๆ
1.2 The concept of endlessly accessing knowledge – learning through technolo-
ไดใ นรปู แบบ Real-Time จากอินเทอรเ นต็ สว นใหญ จะเปน ขอ มลู ท่ีไดร บั การ
gy and accessibility on internet could selectively broaden knowledge
อัปเดตอยเู สมอ ใหท นั ตอ สถานการณแ ละการเปล่ียนแปลงตา งๆ เพ่อื ดึงดูดความสนใจผเู รยี น
untaught in classes by specialists.
แตก ารเรยี นออนไลนค วรปรบั ปรงุ คอื
1.3 The concept of ever updated information – possible real-time update and
(1) ความต้ังใจของผเู รียนนอ ยลง ผเู รยี นควรยา ยสถานท่ีไปเรียนในท่ีท่ีมกี ารบกวน
situation changes always found mostly in internet and can attract learners.
นอ ยท่สี ดุ เพ่อื ใหม ีสมาธิกับเน้ือหามากข้ึน
But drawbacks are
(2) ปญ หาดา นเทคนคิ ท่ีพบบอ ยคือการวางเน้ือหาท่ีไมค รบถว น ซ่งึ ตอ งหาวธิ รี ับฟต แบค
(1) lessening attentiveness one may move away from the distractive seating,
(feedback) จากผเู รยี นเพ่ือปรบั ปรงุ เน้ือหาใหส มบรู ณ และ
(2) technical problems – incomplete content bucking which needed feedbacks
(3) การสนทนาโตต อบท่ีขาดประสทิ ธภิ าพ จึงตอ งใหโ อกาสอบถามโตต อบมากข้ึน
for improve better contents,
(3). Inefficient conversations - particularly Q&A, therefore comments blog should ระหวา งผสู อนและผเู รยี นมากข้ึน หรือ จดั ชอ งคอมเมนตเ อาไวใ หผ เู รยี นไดส นทนา
โตต อบผา นตัวหนงั สือ
be provided.
๓๗
2. Online instructive process 2. กระบวนการสอนออนไลน
2.1 Posting Zoom Meeting to invite learners and interested persons from 2.1 เร่ิมโพส ซูม มที ท่งิ (Zoom Meeting) เพ่ือใหผ เู รียนและผสู นใจท่ัวประเทศ
Thailand and abroad และตา งชาติเขา สชู ้ันเรยี น
2.2 ใชก ระบวนการ เรยี นรทู างวชิ าชพี ท่คี รูมสี ว นรว ม (PLC) ท่มี ี 5 ข้ันตอน
2.2 Applying PLC (Professional Learning Community) model with 5 เร่มิ จากการทกั ทาย (greeting) ข้ันสอน/มอบหมายงาน (online learning/
stages, i.e. greeting, online learning/ Assignment, checking, Q&A and Assignment) ข้นั ตรวจสอบผลการเรียนรู (checking) ข้ันถามตอบ
follow-up including gaming occasionally to leave boredom. (Q&A) และการตดิ ตามผล (follow-up) รวมถงึ การเลน เกมเปน คร้งั คราว
เพ่อื ลดความนา เบ่อื
3. How does online class outcome better
than normal class? 3. ผลลพั ธก ารเรยี นดกี วา การเรยี นปกตอิ ยา งไร
3.1 ผสู อน รเู ทา ทนั การใชเ ทคโนโลยเี พ่อื การศึกษา บริหารจดั การเรียนการสอนใน
3.1 Instructors: keeping pace with educational technology and เวลา ท่จี าํ กัด แตไ มส ามารถสังเกตุพฤติกรรมการเรียนรขู องผเู รียนไดโ ดยตรง
time management but cannot observe learners’ learning behaviors. 3.2 ผเู รียนสะดวกสบาย จงู ใจผเู รยี น และกลา คุยกบั ชาวตา งชาติ
โดยาํ มต อ งเผชิญหนา แตข าดการมสี ว นรว มและปฏสิ ัมพันธ ระหวา ง
3.2 Learners: convenience and attraction and they are bold to talk with ผเู รยี นดว ยกนั ลดโอกาสใน การเรยี นรรู ว มกัน
foreigners without face-to-face talking. However, there are no 3.3 หลกั สูตร ออกแบบหลักสูตรท่ีเอ้อื ตอ การเรียนรู ของผเู รยี น
participation and interaction among learners and alleviating แตไ มส ามารถควบคุมบรรยากาศภายใน ช้ันเรียนได
opportunities of participatory learning. 3.4 การบรหิ ารจดั การหอ งเรียน ออกแบบเน้ือหาการสอน ชอ งทางการ
การสอนได แตต อ งคอยกระตนุ สรา งแรงจูงใจในการเรียนรู และคน หา
3.3 Syllabus: it designs facilitate learning but cannot control ความตอ งการของ ผเู รียน
the class atmospheres. 3.5 เคร่อื งมอื เลือกใชแ พลตฟอรม หรอื แอปพลเิ คชนั ในการ
เรยี นการสอนได แตต อ งใชเ วลาในการเรยี นรเู คร่ืองมอื เพ่ือให
3.4 Class management: its designs of learning contents, and เกดิ ประสิทธิภาพในการเรียนการสอน
communicative channel could meet the instructive tools but often
needing stimulation, learning incentive and searching the learners’ ๓๘
needs.
3.5 Tools: possible to choose any platforms or applications but
consuming time to learn about the tools for efficient instructions.
Contents of the Talk My
Way in the Worldwide Talks
They engulf home life, school life, work life,
our world [general knowledge], our hobbies
and our health exercises, finding directions,
food, activities, festivals and entertainments.
They also add formal greeting and world for-
mation to enrich English vocabularies (see
below picturesque presentations).
๓๙
Example of Some Topic for
Home life School life Work life
Country Life Type of class Transport to work in city
Our World Holiday-Hobbies Health-Exercises
Heart in Ahvaz : Iran 129F (53.7C) Gardening: seriously enjoying Fitness Center
๔๐