1
รายงานการจดั ตง้ั ศนู ยป ระสานงานเครอื ขา ยพระสงฆเ ฝา ระวังส่อื ชวนเชอื่ ทางศาสนา
(ศนู ยประสานงานเครือขายพระสงฆน ักสอ่ื สารสรา งสนั ติ)
****************************
ดาํ เนินงานโดย
โครงการเครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวนเชอื่ ทางศาสนา
วิทยาลยั สงฆพทุ ธปญ ญาศรที วารวดี มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
รว มกบั
กองทุนพัฒนาสอื่ ปลอดภยั และสรา งสรรค
2
สารบญั
สว นที่ 1
การจัดตัง้ ศูนยป ระสานงานเครอื ขายพระสงฆเ ฝาระวงั สอื่ ชวนเชอ่ื ทางศาสนา
สวนที่ 2
- การขบั เคลอ่ื นกจิ กรรมของศนู ยประสานงานฯ รวมกับภาคเี ครือขาย
- ประมวลภาพกจิ กรรม
3
การจัดตงั้ ศูนยป ระสานงานเครือขายพระสงฆเ ฝาระวังสื่อชวนเชื่อทางศาสนา
(ศนู ยประสานงานเครอื ขายพระสงฆน กั สอื่ สารสรา งสนั ต)ิ
****************************
ความเปนมา
ปจ จุบันพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน ท่ีมีอยูทั่วประเทศ กวา 20,000 รูป พระสงฆสวนหน่ึงแทนท่ีจะ
เปนผูส รางเกราะทเี่ ขม แข็งในตอ ตา นขาวปลอม ขาวชวนเช่ือ หรือ ขาวลวง แตดวยยุคสมัยการสื่อสารไรพรหม
แดน กลับกลายเปนวา อาจกลายเปนผูส่ือชักนําขาวปลอมหรือเปนกระบอกเสียงของขาวปลอมใหเกิดการ
ขยายผลอยางรวดเร็ว ทัง้ นี้เพราะพระสงฆในยคุ ปจจบุ นั ก็เปนสวนหน่ึงของผูรับสื่อจากโซเชียล และมีความเช่ือ
ตอขาวสารนั้น ๆ โดยขาดโยนิโสมนสิการ ขาดการรูเทาทันสื่อ ขาดทักษะในการไตรตรองและแยกแยะขาว
จริงขา วปลอม จงึ ยงั ไมส ามารถจะอยูในฐานะผูกรองสารและสื่อสารส่ิงท่ีเปนสาระแทจริงตอสังคมได จึงจําเปน
จะตองมีการสรางภูมิคุมกันในการใชส่ือทั้งส่ือโดยตรงและส่ือออนไลน โดยการสงเสริมพัฒนาทักษะและ
เครอื่ งมือการทาํ งาน เชน ทกั ษะการรเู ทา ทันสือ่ ทักษะการตรวจสอบสื่อ หรอื ทกั ษะการส่ือสารสรางสรรค เพ่ือ
สรางพื้นท่ีปลอดภัยบนโลกออนไลน โดยเฉพาะอยางย่ิงสื่อหรือขาวสารทางศาสนา โดยการใหความรูที่
กอใหเกดิ ความรูเทา ทัน และรวมเฝาระวังภัยออนไลนท่ีกอใหเกิดความขัดแยง และประทุษวาจาโดยใชศาสนา
เปนเง่ือนไข ทํางานเฝาระวังและปองปรามส่ือปลอมในเชิงเครือขายกับภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม โดย
เม่ือผานกระบวนการพัฒนาดังกลาวจะดําเนินพันธกิจ “สรางส่ือสันติ ลดอคติทางศาสนา” โดยดํารงตนตาม
พุทโธบาย 2 ขอทท่ี รงประทานไวเพือ่ สง สาวกไปประกาศพระพุทธศาสนา คือ 1) อนูปวาโท ไมไปวารายกัน ไม
เผยแผศ าสนาดวยการโจมตี ใหร าย หรือนินทาใคร 2) อนูปฆาโต ไมไปลางผลาญกัน ไมเผยแผศาสนาดวยการ
สรา งเดือดรอนใหใคร ซึง่ เปนกลไกสง เสริมส่อื ปลอดภัยและสรางสรรคสสู ังคม
วทิ ยาลัยสงฆพ ทุ ธปญญาศรีทวารวดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย รวมกับกองทุนพัฒนา
ส่ือปลอดภัยและสรางสรรค ไดดําเนินการขับเคล่ือน “โครงการเครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเช่ือทาง
ศาสนา” โดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม ในคราวประชุมคร้ังท่ี 29/2562 ในการดําเนินการประสานการ
ทํางานรวมกับคณะกรรมการขับเคล่ือนโครงการสรางความปรองดองสมานฉันท โดยใชหลักธรรมทาง
พระพทุ ธศาสนา “หมบู านรกั ษาศลี 5” รว มกนั ขับเคลอื่ นพฒั นาพระสงฆนักสื่อสารสรางสันติ (พสส) โดยจัดอบรม
เชิงปฏิบัติการหลักสูตร “เครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเช่ือทางศาสนา (Fact Cheacker)” มุงพัฒนา
ศักยภาพพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน ครูสอนพระปริยัติธรรม และพระสงฆทั่วประเทศ ใหเปน “พระสงฆนัก
สื่อสารสรางสันติ (พสส.)” ที่จะเปนแกนนําและเครือขายทําหนาที่สรางภูมิคุมกันในการใชสื่อทั้งสื่อโดยตรง
และสื่อออนไลน เปนกลไกการปองกันและแกไขปญหาขาวปลอมอยางมีประสิทธิภาพและย่ังยืน โดยการให
ความรทู ก่ี อ ใหเ กดิ ความรเู ทา ทัน และรวมเฝาระวังภยั ออนไลนแกพ ระสงฆแ ละประชาชนทวั่ ไป
โครงการเครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวนเช่ือทางศาสนา ไดมุงสงเสริมและสนับสนุนการมีสวนรวม
ของประชาชนอยางกวางขวาง เพ่ือใหเกิดการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสรางสรรค และสงเสริมบุคคล องคกร
ชุมชน องคกรเอกชน องคกรสาธารณประโยชน สวนราชการ หรือหนวยงานอื่นของรัฐที่ดําเนินกิจกรรม
เกี่ยวกับส่ือใหมีการผลิตและพัฒนาสื่อปลอดภัยและสรางสรรค ขับเคล่ือนสังคมแหงสัมมาวาจา และมีการ
4
ขยายผลจัดต้งั ศนู ยป ระสานงานเครอื ขา ยพระสงฆเฝาระวังสอื่ ชวนเชอื่ ทางศาสนา เพ่ือผสานการทํางานกับกลุม
เครือขายพระสงฆผูนําขับเคล่ือนหมูบานรักษาศีล 5 เพ่ือขับเคล่ือน จัดการอบรม ขยายผล “สรางส่ือสันติ ลด
อคติทางศาสนา” เพ่ือการรูเทาทัน การเฝาระวัง และการปองปรามสื่อที่เปนภัยท่ีสงผลตอความขัดแยง
กอใหเกิดประทุษวาจาโดยใชศาสนาเปนเงื่อนไขอยางตอเน่ือง สอดคลองกับยุทธศาสตรการสรางระบบ หรือ
แหลงรวบรวมขอมูล หรือศูนยกลางเพ่ือตรวจสอบขอเท็จจริงของขอมูลขาวสาร (Fact-Checking Center)
จํานวน 5 ศนู ย คอื ภาคกลาง จาํ นวน 1 ศูนย คือ (1) ศูนยประสานงานจังหวัดนครปฐม ณ วิทยาลัยสงฆพุทธ
ปญญาศรีทวารวดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ภาคเหนือ จํานวน 2 ศูนย คือ (2) ศูนย
ประสานงานจังหวัดนครสวรรค ณ วิทยาเขตนครสวรรค มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และ (3)
ศูนยประสานงานจังหวัดลําพูน ณ วิทยาลัยสงฆลําพูน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ภาคใต
จํานวน 1 ศูนย คือ (4) ศูนยประสานงานจังหวัดตรัง ณ วัดประสิทธิชัย จังหวัดตรัง (สํานักงานรองเจาคณะ
จังหวัดตรัง) และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จํานวน 1 ศูนย คือ (5) ศูนยประสานงานจังหวัดนครราชสีมา ณ
วิทยาเขตนครราชสีมา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยการทํางานรวมกับภาคสวนตาง ๆ ทํา
หนาที่ประสานการทํางานงานรวมกับภาคสวนตาง ๆ ในการเปนเครือขายสรางภูมิคุมกันรูเทาทันสื่อชวนเช่ือ
ทางศาสนา เฝาระวังและปองปรามส่ือท่ีไมปลอดภัยและไมสรางสรรค ตอยอดขยายผลกับกลุมเปาหมายใน
พนื้ ท่ีการทํางานตาง ๆ ทั่วประเทศเพ่อื สรา งองคค วามรแู ละเปนกลไกในการแกไขปญหาขาวปลอมตอ ไป
วิสยั ทศั น : ศนู ยป ระสานงานเครอื ขายพระสงฆเฝาระวงั สอ่ื ชวนเช่ือทางศาสนา
“สรา งสื่อสนั ติ ลดอคตทิ างศาสนา ขับเคลอ่ื นสงั คมแหงสัมมาวาจา”
ภารกจิ : ศูนยประสานงานเครือขายพระสงฆเฝาระวงั ส่อื ชวนเช่อื ทางศาสนา
1. ตรวจสอบขอ เทจ็ จรงิ เกย่ี วกับสอ่ื ชวนเชื่อทางศาสนาในเชงิ พน้ื ท่ี
2. นําเสนอขอ มลู ขอ เทจ็ จริงเกยี่ วกบั สอ่ื ชวนเชือ่ ทางศาสนาท่ีถูกตองแกสังคม
3. สรางภูมคิ มุ กนั ขาวชวนเชื่อแกชมุ ชนโดยใชหลักการทางพระพทุ ธศาสนา
4. จัดกิจกรรมขยายผล “พลังยุวพุทธอาสา รูเทาทนั สอ่ื ชวนเช่ือทางศาสนา”
ภาคีเครอื ขายของศูนยประสานงานเครอื ขา ยพระสงฆเ ฝาระวงั ส่ือชวนเช่อื ทางศาสนา
1. คณะสงฆ โดย คณะกรรมการขับเคล่อื นโครงการสรางความปรองดองสมานฉนั ทโ ดยใชหลกั ธรรม
ทางพระพุทธศาสนา “หมูบานรกั ษาศีล 5” สวนกลาง
2. กระทรวงวฒั นธรรม โดย สาํ นักเฝา ระวงั ทางวฒั นธรรม
3. กระทรวงดจิ ทิ ัลเพ่อื เศรษฐกจิ และสงั คม โดย ศนู ยต อตานขา วปลอมประเทศไทย
4. สาํ นกั งานพระพุทธศาสนาแหงชาติ โดย กองบงั คับการปราบปรามการกระทําความผิดเกยี่ วกบั
อาชญากรรมทางเทคโนโลยี
5. กองอาํ นวยการรักษาความมน่ั คงภายในราชอาณาจักร (กอร.มน.) โดย ศูนยการศกึ ษาและ
วิทยาการดานความมั่นคง
6. กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดย กองคดีเทคโนโลยแี ละสารสนเทศ
7. สาํ นักขาวไทย อสมท โดย ศนู ยขาว “ชวั รกอนแชร”
8. กองทุนพัฒนาสอื่ ปลอดภยั และสรางสรรค
9. สาํ นกั งานพระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี น มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
10. สํานกั งานพระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี น มหาวทิ ยาลัยมหามกุฎราชวทิ ยาลยั
5
โครงสรางการทํางาน ของศูนยประสานงานเครอื ขายพระสงฆเฝา ระวังส่ือชวนเช่อื ทางศาสนา
คณะทํางานศนู ยประสานงาน “เครอื ขา ยพระสงฆเ ฝา ระวังส่ือชวนเชื่อทางศาสนา” สวนกลาง
พระพรหมเสนาบดี ประธานที่ปรึกษา
กรรมการมหาเถรสมาคม
พระเทพศาสนาภบิ าล รองประธานท่ีปรึกษา
ประธานคณะกรรมการขบั เคล่ือนโครงการสรางความปรองดองสมานฉันท
โดยใชห ลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมูบา นรักษาศีล 5” สวนกลาง
1. พระมหาบญุ เลิศ อนิ ทฺ ปฺโญ, ศ.ดร. หัวหนาคณะทาํ งาน
2. พระมหาประกาศิต สริ ิเมโธ, ดร. คณะทาํ งาน
3. พระมหาสาทร ธมฺมาทโร, ดร. คณะทํางาน
4. พระมหาศุภวฒั น ฐานวุฑฺโฒ คณะทาํ งาน
5. พระมหาประเสรฐิ รชชฺ ปุ ฺโญ คณะทาํ งาน
6. ผศ.ดร.พทุ ธชาติ แผนสมบุญ คณะทาํ งาน
7. ดร.อาภากร ปญ โญ คณะทํางาน
8. น.อ.หญงิ (พิเศษ) ดร.ชญาดา เขม็ เพชร คณะทาํ งาน
9. ดร.กิตตยิ า ถํ้าทอง คณะทาํ งาน
6
ศนู ยประสานงานเครอื ขายพระสงฆเ ฝา ระวงั สื่อชวนเชอื่ ทางศาสนา
ชือ่ ศูนย สถานทตี่ ั้ง
1 ภาคกลาง : ศูนยป ระสานงานจงั หวัดนครปฐม วทิ ยาลยั สงฆพุทธปญญาศรที วารวดี
2 ภาคใต : ศูนยป ระสานงานจงั หวัดตรัง มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย
3 ภาคเหนอื : ศูนยป ระสานงานจงั หวัดนครสวรรค สํานักงานรองเจาคณะจังหวัดตรัง
4 ภาคเหนอื : ศูนยป ระสานงานจังหวัดลาํ พนู วัดประสทิ ธชิ ัย จงั หวดั ตรัง
5 ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื : ศนู ยประสานงาน วทิ ยาเขตนครสวรรค
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั
จงั หวัดนครราชสมี า วทิ ยาลัยสงฆลําพูน
มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
วทิ ยาเขตนครราชสมี า
มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั
7
สว นท่ี 2
การขับเคลื่อนกิจกรรมของศูนยประสานงานฯ รว มกบั ภาคีเครอื ขา ย
ในโลกยุคการสื่อสารไรพรมแดนทําใหการบริโภคขาวสารผานทางส่ือสังคมออนไลน เชน เฟซบุค ทวิต
เตอร หรือไลน มีความนิยมมากขึ้น และผูใชงานอินเทอรเน็ตตาง ๆ สามารถแสดงบทบาทเปนผูนําเสนอขาวสาร
ดวยตนเองอยางงายดาย และมีผูอานจํานวนไมนอยใหที่ความสนใจและคอยติดตาม เน่ืองจากการนําเสนอขาวท่ี
มีความรวดเร็วแปลกใหม หวือหวา เราอารมณ และทันทวงที จึงกอปญหาท่ีเกิดข้ึน คือ ขาวออนไลนบางสวน
ไมไ ดร บั การกลั่นกรองคุณภาพและความถูกตอง เน่ืองจากเปนสื่อที่เปดกวางและสามารถถูกสงตอ (แชร) ใหผูอ่ืน
อานตอไดในวงกวาง ทําใหเกิดการแพรกระจายของขาวสารอยางรวดเร็วและสรางอิทธิพลตอความคิดของคนใน
สังคมเปนอยางมาก และเม่อื เยาวชนเขาถึงสือ่ ออนไลนไ ดม ากขน้ึ กลายเปนปญหาท่ีสรางการรังแกตอกันดวย
รเู ทา ไมถึงการณ เปน สาเหตุของการทาํ รายผูอ่ืนในรูปแบบใหมท่ีสามารถเกิดขึ้นไดตลอดเวลา ผานเครื่องมือ
ส่ือสารอยางคอมพิวเตอรและโทรศัพทมือถือ เรียกวา “การรังแกบนโลกไซเบอร (Cyberbullying)” เปน
ความรุนแรงที่สามารถเกิดขึ้นไดโดยไมจํากัดเวลาและสถานที่ “การรูเทาทันส่ือ” จึงเปนการคิดวิเคราะห
ขาวสารในการตรวจสอบ ประเมินความนาเชื่อถือ จุดประสงคของขอมูลขาวสารน้ัน ๆ โดยสามารถแยกแยะ
ขอเทจ็ จรงิ ออกจากความคิดเห็นและการชี้นําของผูสรางขาวอยางมีวิจารณญาณและไมใชอคติในการรับ เพ่ือไม
ตกเปนเหย่ือของผูไมหวังดีและขาวปลอม ซ่ึงทักษะการรูเทาทันขาวนั้นเปนเรื่องสําคัญอยางยิ่ง เพราะสื่อลวง
(Fake news) เมื่อเผยแพรออกไป ยอมสงกระทบตอผูเสพสื่อและสังคมโดยรวมได เนื่องจากขาวปลอมมีการ
บิดเบือน ใสราย ช้ีนําทําใหเกิดความแตกแยกและสับสนจากความเปนจริง ได จึงเปนที่มาของกิจกรรมอบรม
เชิงปฏิบัติการ “พลังยุวพุทธอาสา : รูเทาทันส่ือชวนเชื่อทางศาสนา” เปนกิจกรรมขยายผลตอยอดจาก
โครงการเครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเชื่อทางศาสนา ท่ีมุงเนนสนับสนุนใหเยาวชนไดรับความรู และ
เสริมภูมิคุมกันในการใชส่ืออยางสรางสรรคและและปลอดภัย โดยสอดแทรกหลักธรรมทางพุทธศาสนาใน
กิจกรรมตาง ๆ ไดเรียนรูเปนภูมิคุมกันในการรับมือกับขาวปลอม โดยกิจกรรมดังกลาวไดกําหนดจัดขึ้นใน
ภูมิภาคตาง ๆท่ัวประเทศ ณ ศูนยประสานงานโครงการเครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเช่ือทางศาสนา
โดยความรวมมือของพระสงฆนักส่ือสารสรางสนั ติ (พสส) และภาคเี ครือขายในพื้นที่รว มกันขับเคลื่อนตอไป
8
ผลการดําเนินงานศูนยประสานงานเครือขา ยพระสงฆเ ฝาระวังส่ือชวนเชอ่ื ทางศาสนา
(ภาคกลาง)
ศูนยประสานงานจังหวัดนครปฐม ณ วทิ ยาลัยสงฆพ ทุ ธปญญาศรที วารวดี
************************
การกอ ต้ังศูนย
ผูกอ ตัง้ : เครือขายพระสงฆเฝาระวงั สือ่ ชวนเชื่อทางศาสนา
รวมกบั คณะสงฆ และภาคเี ครือขา ยในพ้ืนท่ี
สถานท่ตี ้งั : วทิ ยาลัยสงฆพุทธปญ ญาศรที วารวดี มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั
เลขท่ี 51 หมู ที่ 2 วดั ไรขงิ ตําบลไรข ิง อําเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
www.rk.mcu.ac.th
ความเห็นชอบ :
โดยท่ีการประชุมเครือขายพระสงฆนักส่ือสารสรางสันติ (พสส) ผูผานการอบรมจาก
โครงการเครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวนเชื่อทางศาสนา ไดเห็นชอบรวมกันเสนอจัดตั้ง “ศูนยประสานงาน
เครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเชื่อทางศาสนา” ในสวนภาคกลาง ณ วิทยาลัยสงฆพุทธปญญาศรีทวารวดี
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม ในการนี้ พระเทพศาสนาภิบาล ประธาน
คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการฯ “หมูบานรักษาศีล 5” สวนกลาง รองเจาคณะจังหวัดนครปฐม ในฐานะ
ผูอํานวยการวิทยาลัยสงฆพุทธปญญาศรีทวารวดี จึงไดใหความเห็นชอบการจัดต้ัง “ศูนยประสานงานจังหวัด
นครปฐม ณ วิทยาลัยสงฆพุทธปญญาศรีทวารวดี” โดยมีแกนนําพระสงฆนักส่ือสารสรางสันติ (พสส) ที่ผาน
การอบรมรมหลักสูตร “เครอื ขายพระสงฆเ ฝา ระวังส่ือชวนเชื่อทางศาสนา (Fact Cheacker)” เปนคณะทํางาน
รวมกบั พระสงฆผ ูน ําขบั เคล่ือนหมบู านรกั ษาศลี 5 และภาคเี ครอื ขา ยในพ้ืนท่ี
เครอื ขายความรวมมือ :
1) เครอื ขายพระสงฆน ักส่อื สารสรา งสนั ติ (พสส)
2) คณะสงฆจ ังหวัดนครปฐม
3) วิทยาลยั สงฆพุทธปญญาศรีทวารวดี มหาวิทยาลยั มหาจุใลงกรณราชวิทยาลยั
4) สาํ นกั งานพระพุทธศาสนาจงั หวดั นครปฐม
5) วฒั นธรรมจงั หวัดนครปฐม
6) สํานักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาและสถานศึกษาในพืน้ ท่ี
คณะทาํ งาน
พระเทพมหาเจติยาจารย ประธานท่ปี รึกษา
เจาคณะจังหวดั นครปฐม ทป่ี รกึ ษา
พระเทพศาสนาภบิ าล ทปี่ รึกษา
ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการฯ “หมูบ านรักษาศีล 5” สว นกลาง คณะทํางาน
พระมหาบญุ เลิศ อนิ ฺทปโฺ ญ, ศ.ดร.
หวั หนา โครงการเครือขายพระสงฆเ ฝาระวังสื่อชวนเชื่อทางศาสนา
1. พระครพู ิศิษฏป ระชานาถ, ดร. วดั อนิ ทาราม จงั หวัดสมุทรสงคราม
รองประธานสมัชชาพระสงฆผนู ําขับเคลื่อนหมูบานรักษาศีล 5 ประจําหนกลาง
9
2. พระใบฎีกานพรตั น ขนฺตจิ ารี วดั โบสถส มพรชัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คณะทํางาน
รองประธานสมชั ชาพระสงฆผ ูน ําขับเคล่ือนหมูบานรักษาศลี 5 ประจาํ หนกลาง คณะทาํ งาน
3. พระมหาวศิ รตุ นริสสฺ โร วัดไผเ หลอื ง จังหวดั นนทบรุ ี คณะทาํ งาน
รองประธานสมชั ชาพระสงฆผ นู ําขับเคล่ือนหมูบานรักษาศีล 5 ประจาํ หนกลาง คณะทํางาน
4. พระมหาสมนกึ จนทฺ โชโต วดั ทา คอย จงั หวดั เพชรบรุ ี คณะทํางาน
รองประธานสมชั ชาพระสงฆผ ูนําขบั เคลื่อนหมูบานรักษาศีล 5 ประจําหนกลาง
5. พระปลัดทนงศกั ดิ์ สเุ มโธ วดั พระนารายณมหาราช จงั หวัดนครราชสีมา
เลขานุการสมัชชาพระสงฆผ นู ําขบั เคล่ือนหมูบา นรักษาศลี 5
6. พระยศนันท กตปฺุโญ วัดชองนนทรี จังหวัดนนนทบุรี
ผูชว ยเลขานกุ ารสมัชชาพระสงฆผูนําขบั เคล่ือนหมูบานรักษาศลี 5
กิจกรรมการดาํ เนนิ งาน
การจัดอบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร “พลังยวุ พทุ ธอาสา..... รูเทา ทันส่อื ชวนเชื่อทางศาสนา”
1. ความเปนมาของกจิ กรรม
ตามท่ีกองทุนพัฒนาส่ือปลอดภัยและสรางสรรค รวมกับ วิทยาลัยสงฆพุทธปญญาศรีทวารวดี
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ไดดําเนินงานโครงการเครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเชื่อทาง
ศาสนา โดยความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคม ในคราวประชุมคร้ังที่ 29/2562 โดยประสานการทํางานรวมกับ
คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสรางความปรองดองสมานฉันท โดยใชหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมูบาน
รักษาศีล 5” สวนกลาง โดยรวมกันจัดกิจกรรมพัฒนาพระสงฆนักสื่อสารสรางสันติ ในการอบรมหลักสูตร
“พระสงฆผูนําขับเคลื่อนหมูบานรักษาศีล 5” เพื่อพัฒนาศักยภาพพระสงฆในการรูเทาทันสื่อชวนเชื่อทางศาสนา
และเปน เครือขายเฝา ระวังปองปรามสื่อชวนเชื่อทางศาสนาที่สงผลตอความขัดแยงแตกแยกหรือกอใหเกิดประทุษ
วาจาที่ใชศาสนาเปนเง่ือนไข และรวมเปนเครือขายขับเคล่ือนสังคมแหงสัมมาวาจา สรางความปรองดอง
สมานฉันท สนั ตสิ ุข ตามนโยบายของโครงการฯ “หมบู านรักษาศีล 5” นนั้
ทั้งน้ี เพื่อรวมขับเคลื่อนขยายผล “การสรางสื่อสันติ ลดอคติทางศาสนา ขับเคลื่อนสังคมแหง
สัมมาวาจา” ศูนยประสานงานเครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเชื่อทางศาสนา จังหวัดนครปฐม รวมกับ
เครอื ขายพระสงฆน กั สอ่ื สารสรา งสันติ เครอื ขา ยพระสงฆผูนาํ ขับเคล่ือนหมูบานรักษาศีล 5 และภาคีเครือขายจาก
ภาคสวนตาง ๆ จึงไดรวมกันจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “พลังยุวพุทธอาสา รูเทาทันสื่อชวนเช่ือทาง
ศาสนา” เพ่ือขยายผลสง เสริมการรเู ทาทนั และการรบั สือ่ ชวนเชอื่ ทางศาสนาสําหรับเยาวชนและประชาชนตอไป
2. วตั ถปุ ระสงคของกจิ กรรม
1) เพ่ือขยายผลโครงการเครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวนเชื่อทางศาสนาสรางการต่ืนรูสื่อ
ชวนเชือ่ ทางศาสนาและการรูเทาทันขา วปลอมแกเ ยาวชนและประชาชนทว่ั ไป
2) เพื่อสรางการตื่นรูสือ่ ชวนเช่ือทางศาสนา และรับมือขาวปลอมรวมกับภาคีเครือขายในเชิง
พน้ื ท่ี
3. ลกั ษณะการจดั กจิ กรรม
การอบรมเชงิ ปฏิบัตกิ าร “พลังยุวพุทธอาสา.....รูเทาทันสื่อชวนเช่ือทางศาสนา” เวทีท่ี 1 จัดขึ้นในวัน
พฤหัสบดีท่ี 17 กันยายน 2563 ณ วิทยาลัยสงฆพุทธปญญาศรีทวารวดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย จังหวัดนครปฐม โดยศูนยประสานงานเครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวนเช่ือทางศาสนาจังหวัด
10
นครปฐม รวมกับภาคีเครือขายในพื้นท่ี มีผูเขาอบรมรวม 60 รูป/คน แบงเปนนิสิตบรรพชิต 26 รูป และนิสิต
คฤหสั ถ 34 คน ในการจัดกิจกรรมเบ้ืองตนหลังจากผูเขาอบรมไดลงทะเบียนเพ่ือเขารวมอบรมและรับเอกสาร
ประกอบการอบรมเรียบรอยแลว ไดมีกิจกรรม กิจกรรม Pre-test “การรูเทาทันสื่อชวนเช่ือทางศาสนา”
โดย ทีมวิทยากรเครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเช่ือทางศาสนา โดยเปนแบบสอบถามในประเด็นเก่ียวกับ
พฤติกรรมการใชงานสื่อโซเชี่ยว ลักษณะขาวชวนเช่ือหรือขาวปลอมท่ีมักพบเห็นในโลกออนไลน ลักษณะของ
ขาวปลอมทางศาสนาทม่ี กั พบเจอ ผลกระทบจากขาวปลอม และวิธีการรับมือเมื่อเจอขาวปลอม โดยใชเวลาใน
การทาํ แบบประเมนิ ประมาณ 20 นาที
จากน้ัน เปนการเปดกิจกรรมอบรมและแนะนํากิจกรรมการอบรมในภาพรวม โดย พระมหาบุญเลิศ
อนิ ฺทปโฺ ญ, ศ.ดร. หวั หนาโครงการเครอื ขายพระสงฆเฝา ระวงั สอ่ื ชวนเช่ือทางศาสนา
ตอ มา จึงเปนกจิ กรรมใหความรใู นเชิงวชิ าการในประเด็นเก่ียวกบั สอื่ ปลอดภัยและสรางสรรค โดยการ
บรรยายพิเศษ เร่ือง “รูเทาทันสื่อ.....สไตลชาวพุทธ” โดย ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผูจัดการกองทุนพัฒนาส่ือ
ปลอดภัยและสรางสรรค มีวัตถุประสงคเพ่ือสรางความรูความเขาใจในการรูเทาทันสื่อโดยการประยุกตใช
หลกั การทางพระพุทธศาสนา คือ ศีลขอ 4 มุสาวาท และการแลกเปลี่ยนอางอิงจากประสบการณเช่ือมโยงกับ
การรูเทา ทันสอ่ื รูปแบบการจัดกิจกรรม เปนการบรรยายใหความรูและแลกเปลี่ยนทัศนะกับผูเขารวมกิจกรรม
ใชเวลาประมาณ 60 นาที
11
ตอจากน้ัน เปนกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “พลังวัยใส รูภัยขาวลวง (Fact Checker)”โดย ทีม
วิทยากรเครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเชื่อทางศาสนา มีวัตถุประสงคเพื่อสงเสริมการรูและเขาใจ
องคประกอบของขาวปลอม เปนกิจกรรมเชิงปฏิบัติการที่ใหผูเขาอบรมสามารถสรางขาวปลอม (มุงประเด็น
เร่อื งหวย เร่ืองพุทธพาณชิ ย เรอื่ งสขุ ภาพ เร่ืองอิทธิฤทธิ์ปาฎิหาริย และการบิดเบือนหลักพุทธธรรม) เพ่ือให
ผูเขาอบรมไดเรียนรูจ ากประสบการณสรางขาวปลอม และการนําเสนอในมุมท่ีนาเชื่อถือ เปนการฝกวิเคราะห
อะไรเปนขาวจริง อะไรเปนขาวปลอมเพ่ือการรูเทาเพ่ือปองกัน รูทันเพื่อแกไข สื่อชวนเช่ือทางศาสนาตั้งแต
ท่มี าของส่ือนน้ั ๆ รวมถงึ หลักปฏบิ ตั ใิ นการตรวจสอบขาวปลอมตามหลักพระพุทธศาสนา
โดย กจิ กรรมมสี าระสาํ คัญดงั น้ี
กิจกรรม “พลังวัยใส รูภัยขาวลวง” เปนกิจกรรมตามแนวคิดพุทธิพิสัย (Cognitive Domain) ตาม
ทฤษฎีการเรียนรูของ บลูม และคณะ (Bloom et al.) มุงใหผูเขาอบรมไดมีความรูความเขาใจองคประกอบ
ของขาวปลอม โดยอาศัยวิธีคิดตามหลักโยนิโสมนสิการ แบบคุณ-โทษและทางออก โดยมุงเนนการใหความรู
เกี่ยวกบั เครอื ขา ยสังคมออนไลน เพื่อใหผ ูเขา รวมกิจกรรมเกิดความเขาใจในความหมาย และองคประกอบของ
12
ขาวปลอม แลวนําไปสูการใหความรูเก่ียวกับคุณและโทษของขาวปลอม กระตุนใหผูเขารวมกิจกรรมมี
ความสามารถในการวิเคราะหเชื่อมโยงพฤติกรรมของตนเองในการเสพส่ือไดอยางถูกตอง นอกจากนี้ยัง
สามารถเหน็ คณุ โทษของการส่ือ/ขาวปลอม กจิ กรรมนีใ้ ชวิธคี ดิ แบบคณุ โทษทางออก เปนวิธีการคิดแบบโยนิโส
มนสิการรูปแบบหน่ึง ประกอบดวยหลักการ 4 ประการคือ (1) คิดแบบคุณ (2) คิดแบบโทษ (3) คิดแบบ
ทางออก (4) คิดเลือกทางออก ซ่ึงสงเสริมความสามารถในการคิดและนํามาเปนหลักการในการรูเทาทันสื่อได
ในการจดั กิจกรรมใชเ วลารวมประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
วตั ถุประสงคก ิจกรรม
1) เพ่ือใหผูเขา รวมกิจกรรมสามารถอธิบายความหมาย และองคป ระกอบของขา วปลอม
2) เพื่อใหผูเขารวมกจิ กรรมเขาใจและแยกแยะคณุ โทษของขา วปลอม
ข้ันตอนการดาํ เนินกจิ กรรม
1) แบงผูเขา รวมกิจกรรมเปนกลมุ กลมุ ละเทา ๆ กัน จํานวน 10 กลุม เพื่อทาํ กิจกรรม
2) กจิ กรรม “รูทันขา วลวง” มผี ชู วยกระบวนกร 10 ทา น เรยี กวา “เหย่ียวขาว” เหย่ียวขาว
แตละทานจะมีบัตรคาํ ถามประจําตัว เรยี กวา “คําถามจากเหยยี่ วขา ว” 10 ประเด็นดังนี้
ประเดน็ ที่ 1 นยิ ามคาํ วา ขา วลวงของทานคืออะไร
ประเดน็ ท่ี 2 ขาวลวงท่ีทานมักจะเจอมเี ร่ืองอะไรบา ง
ประเด็นที่ 3 ขาวลวงสงผลกระทบตอผูเสพสือ่ อยา งไรบาง
ประเดน็ ท่ี 4 ขอดีของขา วลวงมีอะไรบาง
ประเด็นท่ี 5 ขอเสยี ของขา วลวงมอี ะไรบา ง
ประเดน็ ท่ี 6 องคป ระกอบอะไรท่ีจะทําใหขาวลวงมีความนาเช่อื ถือบา ง
ประเดน็ ที่ 7 อะไรที่ทําใหเ รารูวาขาวนัน่ เปน ขา วลวง
ประเดน็ ที่ 8 คนสวนใหญมกั จะหลงเชอ่ื ขา วลวงเพราะอะไร
ประเดน็ ที่ 9 วธิ ีปองกันขาวลวงของทา นคืออะไร
ประเดน็ ท่ี 10 ถาเปนขาวลวงในดานพทุ ธศาสนาคนสว นใหญมักจะหลงเชื่อในเรื่อง
อะไรบาง
โดยเหยย่ี วขาวจะเดินไปตามเขม็ นาฬิกาไปยงั กลมุ ตาง ๆ และสมาชิกแตละกลุมเม่ือเห็นคําถามตองคิด
คําตอบอยา งรวดเรว็ และใหไดม ากท่ีสุด โดยแตละคําถามจะมีเวลาอยูที่กลุม แตกลุมละนาน 2 นาที (รวมเวลา
20 นาที) ใหผูเขารวมกิจกรรม คิดตอบคําถามอยางรวดเร็วและใหไดมากท่ีสุด อธิบายและแสดงความคิดเห็น
เกย่ี วกับประเด็นดงั ตอ ไปนแ้ี ลว เขยี นคาํ ตอบของประเดน็ ลงในฟลปิ ชารต
13
เมื่อ “เหย่ียวขาว” ไปจนครบทุกกลุมแลว ใหแตละกลุมเรียบเรียงคําตอบของสมาชิกในกลุมทุกคนใหเปน
ประโยคเดียวกัน โดยเรียบเรียงประโยคในลักษณะขาวสารที่ตองการส่ือ โดยเขียนลงในฟลิบชารต โดยไมท้ิง
คาํ ตอบของสมาชกิ กลุม (ใหเ วลา 10 นาที) หลังจากนั้นจะมีการรวมคะแนน กลุมใดไดจํานวนคําตอบมากที่สุด
ไดคาํ ตอบละ 1 คะแนน กลุมใดสามารถสรางประโยคจากคําตอบของสมาชิกไดมากท่ีสุดจะไดคะแนนเพิ่มเติม
คําละ 1 คะแนน และกลมุ ใดสามารถเรียบเรยี งสรางประโยคจากทําตอบของสมาชิกเช่ือมโยงกับหรือสอดคลอง
กันมากท่ีสุดจะรับคะแนนเพิ่มจากกระบวนกร จากน้ันนับคะแนนของแตละกลุม และมีการใหสมาชิกทั้งหมด
รว มกนั พจิ ารณาโหวตใหค ะแนนในประเด็นขา วที่นาเชื่อถือมากที่สุด เปนการตอยอดสู กิจกรรม : นักสราง
ขา วลวง กจิ กรรมนเี้ นน การมองเหน็ องคประกอบของขา วลวง โดยใชกระบวนการเสริมสรางวิธีคิดแบบสมมติ
เพื่อสรางขาวปลอมในปจจุบัน โดยกิจกรรมเนนไปถึงการนําเสนอเร่ืองราวประเด็นขาวทําใหคนหลงเช่ือ
ออกแบบวาดภาพ นําเสนอ ในฐานะนักสรางขาวและใหผูรวมอบรมเปนผูรับส่ือ โดยทั้งกระบวนการจะ
สอดแทรกวิธีคิดและการตั้งขอสังเกตในการตรวจสอบและเช็คกอนเชื่อ และหลังจากออกแบบสรางขาวเสร็จ
แลว มกี ารนาํ เสนอและรบั ฟง ขอ แนะนาํ จากผูทรงคุณวุฒิ กจิ กรรมนไ้ี ดว ธิ ีคดิ จากการบรรจงสรางขาวงานศิลปะ
ไปพรอมกันทีเดยี วเลย
ขนั้ วเิ คราะหและอภิปราย
1) ใหผ ูเขา รว มกจิ กรรมรว มกนั สะทอ นภาพรวมทีไ่ ดฟงจากทุกกลุม
2) ใหผ ูเขารว มกิจกรรมรว มสะทอ นคณุ โทษและทางออกของขา วปลอม
14
ขน้ั สรุปและประยุกต
กระบวนกรจะสรุปคําตอบที่ไดจากการสรุปประเด็นทั้ง 10 กลุม อธิบายใหเห็นถึงความเช่ือมโยง
ของกิจกรรม นําไปสูการใหความรูเก่ียวกับคุณและโทษของขาวปลอม กระตุนใหผูเขารวมกิจกรรมมี
ความสามารถในการวเิ คราะหเ ชอื่ มโยงพฤติกรรมของตนเองในการเสพสื่อไดอยางถูกตอง
การวัดและประเมินผล
1) การสงั เกตการมสี ว นรวมในกิจกรรม
2) ความรูความเขา ใจของผเู ขา รว มกจิ กรรม
3) คําตอบของแตละประเด็นท่ีผเู ขา รว มกิจกรรมเขียนลงในฟลปิ ชารต
4) สรปุ ขอ คิดจากกจิ กรรม
หลังจากพักรับประทานอาหารเท่ียง จึงไดดําเนินกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “แปงมหัศจรรย
ส่ือสาร ทันส่ือ” ดําเนินการโดย ทีมวิทยากรเครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเชื่อทางศาสนา กิจกรรมน้ี
เนนวิธีคิดในเร่ืองการส่ือสารระหวางกันแบบสุนทรียสนทนาตอกัน เพื่อใหเกิดการตระหนักรูในเรื่องของ
ปฏิสัมพันธการส่ือสาร การเรียนรูเร่ืองการสื่อสาร โดยการฝกสมาธิ เรียนรูท่ีจะส่ือสารกันทางอายตนะ ไม
15
ตัดสินส่ิงท่ีเห็น แตเพียงภาพลักษณภายนอก และการปฏิบัติตอสื่อที่ไดรับดวยปญญาอยางมีโยนิโสมนสิการ
ศึกษาขอมูลใหดีกอนจึงจะตัดสินใจเช่ือ และปฏิบัติตอสิ่งนั้น ฝกความเคารพกติกา ส่ือสารกันดวยหัวใจเพ่ือ
สรางสังคมแหง สันติ
กตกิ าของกิจกรรม
1) แบง ผเู ขา อบรม ออกเปน กลุม กลมุ ละเทา ๆ กนั (ไมค วรเกิน 10คน)
2) ใหทุกคนยืนลอมภาชนะท่ีใสแปง โดยหามแตะตองภาชนะใสแปง และหามพูดคุยหรือสง
สญั ญาใด ๆ กับสมาชิกในกลุม
3) เมื่อวทิ ยากรใหสัญญาณ ใหท ุกคนนาํ มือ1ขางจมุ ลงในภาชนะแปงเพื่อคนหาเหรียญท่ีอยูใน
แปง (โดยหามมีการสื่อสารระหวางกัน ทั้งการสงเสียงหรือใหสัญาณใดๆ แกสมาชิกในกลุมเด็ดขาด กลุมใดผิด
กติกาจะโดนปรบั แพ)
4) ใหค น หาเหรียญในภาชนะจนครบ (จํานวนเหรียญตามที่วิทยากรกําหนด) โดยที่มือทุกคน
ตองอยูใ นภาชนะ (ทุกคนตองมีมอื ทีโ่ ดนแปงเหมือน ๆ กนั ถาสมาชิกคนใดคนหน่ึงไมโ ดนแปง ปรบั แพ)
5) กลุมใดสามารถหาเหรียญเจอครบกอน ใหสงเสียง “ไชโย” พรอมๆ กัน (กลุมท่ีชนะจะมี
รางวัลมอบให)
6) แตล ะกลุมรว มกนั ถอดบทเรยี นจากกิจกรรมและสงตัวแทนนําเสนอวา “กิจกรรมนี้สอนให
รเู ก่ยี วกบั เรอ่ื งอะไรบาง”
ขนั้ วเิ คราะหแ ละอภปิ ราย
ใหผูเขารวมกิจกรรมรวมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นที่แตละกลุมไดแลกเปล่ียนเรียนรู
รว มกนั
16
ข้ันสรุปและประยกุ ต
กระบวนกรจะสรุปสิ่งท่ีไดจากกิจกรรม โดยเช่ือมโยงลักษณะของแปง ส่ิงท่ีเห็นอาจไมเปน
อยางที่คิด เมื่อการถูกตัดการสื่อสาร เปนการ Action vs Reaction การปฏิบัติตอส่ิงที่เห็นอยางมีสติ ดวย
ปญญาที่ประกอบดวยโยนิโสมนสิการ พิจารณาอยางถี่ถวนกอนตัดสินใจเชื่อและปฏิบัติตอส่ิงนั้น สื่อสารกัน
ดว ยหวั ใจดวยความเคารพตอผูอน่ื เคารพกติกา เพ่ือสังคมแหง ความปรองดอง
การวัดและประเมนิ ผล
1) การสังเกตการมสี ว นรว มในกิจกรรม
2) ประเมนิ จากพฤตกิ รรมของผเู ขา รว มกจิ กรรม
ตอจากน้ันในชวงทายเปนกิจกรรมถอดบทเรียน “พลังยุวพุทธอาสา.....รูเทาทันส่ือชวนเชื่อทาง
ศาสนา” โดย ทีมวิทยากรเครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเชื่อทางศาสนา มีวัตถุประสงคเพ่ือเปดโอกาส
ใหผูเขารวมกิจกรรมกลับมาทบทวนตนเองกับส่ิงที่ไดเรียนรูไป โดยการเรียบเรียงความคิดวาที่ไดเรียนรูไปมี
เรื่องอะไรบาง มีขอ ดีขอเสียอยา งไร และมอี ะไรทส่ี ามารถนําไปประพฤติปฎิบตั ิตอได
ตอจากน้ันจึงเปนการมอบวุฒิบัตรแกผูผานการอบรม “พลังยุวพุทธอาสา รูเทาทันส่ือชวนเช่ือทาง
ศาสนา”
17
เอกสารประกอบการจดั กิจกรรม
- คมู อื การฝกอบรม “พระสงฆนกั สื่อสารสรา งสรรคเพอื่ สันติ”
- คูม อื การการอบรมโครงการ “เครือขายพระสงฆเฝา ระวงั สื่อชวนเชอ่ื ทางศาสนา”
- การดเกมส : รเู ทาทันสื่อชวนเช่ือทางศาสนา
- ส่ือพาวเวอรพอยตประกอบการอบรม
QR
ดาวนโหลดเอกสาร
ประกอบการอบรม
18
19
ผลการดาํ เนินงานศูนยประสานงานเครอื ขา ยพระสงฆเฝา ระวงั ส่อื ชวนเช่ือทางศาสนา
(ภาคใต)
ศูนยประสานงานจงั หวัดตรงั ณ วดั ประสิทธิชยั จงั หวัดตรงั
************************
การกอ ตั้งศูนย
ผกู อ ตั้ง : เครอื ขายพระสงฆเฝา ระวงั สอ่ื ชวนเชอื่ ทางศาสนา
รวมกับคณะสงฆ และภาคเี ครือขา ยในพ้ืนที่
สถานทีต่ ้งั : เลขที่ 201 ถนนตรงั -สิเกา หมทู ี่ 4 ตําบลบางรัก อําเภอเมือง จงั หวดั ตรงั 92000
ความเห็นชอบ :
โดยที่การประชุมเครือขายพระสงฆผูนําขับเคลื่อนหมูบานรักษาศีล 5 ผูผานการ
อบรมจากโครงการ ไดเห็นชอบรวมกันเสนอจัดตั้ง “ศูนยประสานงานเครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวนเช่ือ
ทางศาสนา” ในสวนภาคใต ณ วัดประสิทธิชัย จังหวัดตรัง ในการน้ี พระประสิทธิโสภณ รองเจาคณะจังหวัด
ตรัง คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการฯ “หมูบานรักษาศีล 5” จังหวัดตรัง เจาอาวาสวัดประสิทธิชัย จังหวัด
ตรงั ไดใ หค วามเหน็ ชอบการจดั ตั้ง “ศนู ยป ระสานงานจังหวัดตรัง ณ วัดประสิทธชิ ยั ” โดยมีแกนนําพระสงฆนัก
ส่ือสารสรางสันติ (พสส) ทผี่ า นการอบรมรมหลักสูตร “เครอื ขา ยพระสงฆเ ฝาระวงั สอ่ื ชวนเช่ือทางศาสนา (Fact
Cheacker)” เปน คณะทาํ งาน รวมกบั พระสงฆผูน ําขบั เคลอ่ื นหมูบานรกั ษาศลี 5 และภาคเี ครือขา ยในพื้นท่ี
เครือขายความรวมมอื :
1) เครอื ขายพระสงฆนักสอื่ สารสรางสนั ติ (พสส)
2) คณะสงฆจังหวัดตรงั
3) สํานักงานพระพุทธศาสนาจงั หวัดตรัง
4) วฒั นธรรมจงั หวัดตรงั
5) สํานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษา/สถานศึกษา
คณะทาํ งาน
พระพรหมจริยจารย ประธานที่ปรึกษา
เจาคณะใหญหนใต วัดกระพงั สุรินทร จังหวดั ตรัง ที่ปรกึ ษา
พระเทพศาสนาภบิ าล ทปี่ รึกษา
ประธานคณะกรรมการขับเคล่ือนโครงการฯ “หมูบานรักษาศีล 5” สว นกลาง ท่ีปรึกษา
พระประสิทธโิ สภณ คณะทาํ งาน
รองเจาคณะจังหวัดตรัง เจาอาวาสวดั ประสิทธชิ ยั คณะทํางาน
พระมหาบุญเลิศ อินฺทปโฺ ญ, ศ.ดร.
หวั หนา โครงการเครือขายพระสงฆเ ฝาระวงั สื่อชวนเชอ่ื ทางศาสนา
1. พระครกู ารุญกิจจานุยตุ วัดเชิงทะเล จังหวดั ภเู ก็ต
รองประธานสมชั ชาพระสงฆผ ูนําขบั เคลื่อนหมบู านรักษาศลี 5 ประจาํ หนใต
2. พระครโู สภติ ธรรมนิเทศ วัดราษฎรร งั สรรค จังหวัดกระบี่
รองประธานสมชั ชาพระสงฆผูนําขับเคล่ือนหมูบ านรักษาศลี 5 ประจาํ หนใต
20
3. พระครโู สภณปญญาสาร วัดนคิ มพฒั นา จังหวัดสตูล คณะทาํ งาน
รองประธานสมัชชาพระสงฆผูนําขบั เคล่ือนหมูบ านรักษาศลี 5 ประจาํ หนใต
4. พระมหาประสาน ปสาโน วัดนคิ มสโมสร จังหวัดพังงา คณะทาํ งาน
รองประธานสมัชชาพระสงฆผ นู ําขับเคลื่อนหมูบ านรักษาศีล 5 ประจาํ หนใต
5. พระครูสมุหปฐาพร นนทฺ โิ ย วดั โคกสมานประชาราม จังหวดั ปตตานี คณะทาํ งาน
รองประธานสมชั ชาพระสงฆผ ูน ําขบั เคล่ือนหมูบานรักษาศีล 5 ประจาํ หนใต
7. พระปลัดทนงศกั ดิ์ สเุ มโธ วัดพระนารายณมหาราช จงั หวดั นครราชสมี า คณะทํางาน
เลขานกุ ารสมชั ชาพระสงฆผ นู าํ ขบั เคล่ือนหมบู า นรักษาศีล 5
6. พระปลดั ณรงควทิ ย สิทธฺ ิเมธี วดั ประสทิ ธชิ ัย จังหวัดตรงั คณะทาํ งาน
ผชู ว ยเลขานุการรองประธานสมชั ชาพระสงฆผูน ําขับเคล่ือนหมูบานรักษาศีล 5 ประจาํ หนใต
7. พระปลดั ไกรสร เกสโร วัดศรพี นมพลาราม จังหวัดสุราษฎรธานี คณะทาํ งาน
ผูชวยเลขานกุ ารรองประธานสมัชชาพระสงฆผูนําขบั เคลื่อนหมูบ านรักษาศลี 5 ประจาํ หนใต
การจัดอบรมเชงิ ปฏิบัตกิ าร “พลังยวุ พุทธอาสา..... รเู ทา ทนั สอื่ ชวนเช่ือทางศาสนา”
1. ความเปนมาของกิจกรรม
ตามที่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสรางสรรค รวมกับ วิทยาลัยสงฆพุทธปญญาศรีทวารวดี
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ไดดําเนินงานโครงการเครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวนเช่ือทาง
ศาสนา โดยความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคม ในคราวประชุมคร้ังที่ 29/2562 โดยประสานการทํางานรวมกับ
คณะกรรมการขับเคล่ือนโครงการสรางความปรองดองสมานฉันท โดยใชหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมูบาน
รักษาศีล 5” สวนกลาง โดยรวมกันจัดกิจกรรมพัฒนาพระสงฆนักส่ือสารสรางสันติ ในการอบรมหลักสูตร
“พระสงฆผูนําขับเคลื่อนหมูบานรักษาศีล 5” เพ่ือพัฒนาศักยภาพพระสงฆในการรูเทาทันส่ือชวนเชื่อทางศาสนา
และเปนเครอื ขายเฝาระวงั ปอ งปรามสื่อชวนเชื่อทางศาสนาที่สงผลตอความขัดแยงแตกแยกหรือกอใหเกิดประทุษ
วาจาท่ีใชศาสนาเปนเง่ือนไข และรวมเปนเครือขายขับเคลื่อนสังคมแหงสัมมาวาจา สรางความปรองดอง
สมานฉันท สนั ติสุข ตามนโยบายของโครงการฯ “หมบู านรักษาศีล 5” น้ัน
ทั้งนี้ เพ่ือรวมขับเคล่ือนขยายผล “การสรางสื่อสันติ ลดอคติทางศาสนา ขับเคล่ือนสังคมแหง
สัมมาวาจา” ศูนยประสานงานเครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเช่ือทางศาสนา จังหวัดนครปฐม รวมกับ
เครอื ขา ยพระสงฆน กั สือ่ สารสรา งสันติ เครือขายพระสงฆผ ูนําขับเคล่ือนหมูบานรักษาศีล 5 และภาคีเครือขายจาก
ภาคสวนตาง ๆ จึงไดรวมกันจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “พลังยุวพุทธอาสา รูเทาทันส่ือชวนเช่ือทาง
ศาสนา” เพอื่ ขยายผลสงเสริมการรเู ทาทนั และการรับสือ่ ชวนเชอ่ื ทางศาสนาสาํ หรับเยาวชนและประชาชนตอ ไป
2. วัตถุประสงคของกิจกรรม
1) เพอื่ ขยายผลโครงการเครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวนเช่ือทางศาสนาสรางการรูตื่นรูสื่อ
ชวนเช่ือทางศาสนาและการรูเ ทา ทนั ขา วปลอมแกเยาวชนและประชาชนทว่ั ไป
2) เพ่ือสรางการรูตื่นรูสื่อชวนเช่ือทางศาสนา และรับมือขาวปลอมรวมกับภาคีเครือขายใน
เชิงพนื้ ที่
3. ลกั ษณะการจัดกจิ กรรม
21
การอบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร “พลงั ยวุ พทุ ธอาสา.....รูเทาทันสื่อชวนเชื่อทางศาสนา” เวท่ีที่ 2 ในวันเสารที่
26 กันยายน 2563 (เลื่อนจากเดิม 25 กันยายน 2563) ณ โรงเรียนมัธยมวัดควนวิเศษมูลนิธิ จังหวัดตรัง
ดําเนินงานโดยศูนยประสานงานเครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวนเชื่อทางศาสนา จังหวัดตรัง มีเปาหมายคือ
กลมุ เยาวชนระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย มผี ูเ ขา รวมทเ่ี ปน เยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเขารวม 60 คน
ในการจัดกิจกรรมเบ้ืองตนหลังจากผูเขาอบรมไดลงทะเบียนเพื่อเขารวมอบรมและรับเอกสารประกอบการ
อบรมเรียบรอยแลว ไดม ีกจิ กรรม กิจกรรม Pre-test “การรเู ทา ทนั สื่อชวนเชอ่ื ทางศาสนา” โดย ทีมวิทยากร
เครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวนเชื่อทางศาสนา โดยเปนแบบสอบถามในประเด็นเก่ียวกับพฤติกรรมการใช
งานสื่อโซเชียว ลักษณะขาวชวนเช่ือหรือขาวปลอมท่ีมักพบเห็นในโลกออนไลน ลักษณะของขาวปลอมทาง
ศาสนาที่มักพบเจอ ผลกระทบจากขาวปลอม และวิธีการรับมือเมื่อเจอขาวปลอม โดยใชเวลาในการทําแบบ
ประเมนิ ประมาณ 20 นาที
จากน้นั ไดร บั ความเมตตาจากพระประสิทธิโสภณ รองเจาคณะจังหวัดตรัง เจาอาวาสวัดประสิทธิชย
ที่ปรกึ ษาศูนยประสานงานเครือขา ยพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเชื่อทางศาสนาจังหวัดตรัง เปนประธานใหโอวาท
เปดกิจกรรม
22
ตอมา จงึ เปน กจิ กรรมใหความรใู นเชงิ วชิ าการในประเดน็ เกี่ยวกบั สือ่ ปลอดภัยและสรางสรรค โดยการ
บรรยายพิเศษ เรื่อง “รูเทาทันสื่อ.....สไตลชาวพุทธ” โดย ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผูจัดการกองทุนพัฒนาส่ือ
ปลอดภัยและสรางสรรค มีวัตถุประสงคเพ่ือสรางความรูความเขาใจในการรูเทาทันสื่อโดยการประยุกตใช
หลักการทางพระพุทธศาสนา คือ ศีลขอ 4 มุสาวาท และการแลกเปล่ียนอางอิงจากประสบการณเชื่อมโยงกับ
การรูเ ทา ทันส่อื รูปแบบการจดั กจิ กรรม เปนการบรรยายใหความรูและแลกเปล่ียนทัศนะกับผูเขารวมกิจกรรม
ใชเ วลาประมาณ 60 นาที
ตอจากนั้น เปนกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “พลังวัยใส รูภัยขาวลวง (Fact Checker)”โดย ทีม
วิทยากรเครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวนเช่ือทางศาสนา มีวัตถุประสงคเพื่อสงเสริมการรูและเขาใจ
องคประกอบของขาวปลอม เปนกิจกรรมเชิงปฏิบัติการที่ใหผูเขาอบรมสามารถสรางขาวปลอม (มุงประเด็น
เร่อื งหวย เรื่องพทุ ธพาณชิ ย เรอื่ งสขุ ภาพ เร่ืองอิทธิฤทธิ์ปาฎิหาริย และการบิดเบือนหลักพุทธธรรม) เพ่ือให
ผูเขาอบรมไดเรียนรูจากประสบการสรางขาวปลอม และการนําเสนอในมุมท่ีนาเช่ือถือ เปนการฝกวิเคราะห
อะไรเปนขาวจริง อะไรเปนขาวปลอมเพ่ือการรูเทาเพ่ือปองกัน รูทันเพ่ือแกไข ส่ือชวนเชื่อทางศาสนาต้ังแต
ทมี่ าของสอ่ื น้นั ๆ รวมถึงหลักปฏบิ ตั ใิ นการตรวจสอบขา วปลอมตามหลกั พระพุทธศาสนา
โดย กิจกรรมมีสาระสาํ คัญดงั น้ี
กิจกรรม “พลังวัยใส รูภัยขาวลวง” เปนกิจกรรมตามแนวคิดพุทธิพิสัย (Cognitive Domain) ตาม
ทฤษฎีการเรียนรูของ บลูม และคณะ (Bloom et al.) มุงใหผูเขาอบรมไดมีความรูความเขาใจองคประกอบ
ของขาวปลอม โดยอาศัยวิธีคิดตามหลักโยนิโสมนสิการ โดยมุงเนนการใหความรูเกี่ยวกับเครือขายสังคม
ออนไลน เพื่อใหผูเขารวมกิจกรรมเกิดความเขาใจในความหมาย และองคประกอบของขาวปลอม แลวนําไปสู
การใหความรูเก่ียวกับคุณและโทษของขาวปลอม กระตุนใหผูเขารวมกิจกรรมมีความสามารถในการวิเคราะห
เช่ือมโยงพฤตกิ รรมของตนเองในการเสพส่ือไดอยางถูกตอง นอกจากน้ียังสามารถเห็นคุณโทษของการส่ือ/ขาว
ปลอม กิจกรรมนีใ้ ชว ธิ ีคิดแบบคุณโทษ เปนวิธีการคิดแบบโยนิโสมนสิการรูปแบบหน่ึง ประกอบดวยหลักการ
23
4 ประการคอื (1) คิดแบบคุณ (2) คิดแบบโทษ (3) คิดแบบทางออก (4) คิดเลือกทางออก ซ่ึงสามารถสงเสริม
ความสามารถในการคิดและนํามาเปนหลักการในการรูเทาทันสื่อได ในการจัดกิจกรรมใชเวลารวมประมาณ 1
ช่วั โมง 30 นาที
วตั ถุประสงคก ิจกรรม
1) เพ่ือใหผ ูเขารวมกิจกรรมสามารถอธบิ ายความหมาย และองคประกอบของขาวปลอมได
2) เพ่ือใหผูเขารวมกิจกรรมเขาใจและแยกแยะคณุ โทษของขา วปลอมได
ขน้ั ตอนการดาํ เนินกจิ กรรม
1) แบงผเู ขา รว มกิจกรรมออกเปนกลมุ กลุม ละเทา ๆ กนั จํานวน 10 กลมุ
2) กิจกรรม “รทู นั ขา วลวง” มีผูชว ยกระบวนกร 10 ทา น เรียกวา “เหยย่ี วขาว” เหยยี่ วขาว
แตละทานจะมีบัตรคาํ ถามประจําตวั เรียกวา “คําถามจากเหยีย่ วขาว” 10 ประเดน็ ดังน้ี
ประเด็นท่ี 1 นิยามคําวาขาวลวงของทานคืออะไร
ประเดน็ ที่ 2 ขาวลวงทท่ี า นมักจะเจอมเี รื่องอะไรบาง
ประเดน็ ที่ 3 ขาวลวงสงผลกระทบตอผเู สพสื่ออยางไรบา ง
ประเด็นท่ี 4 ขอดีของขาวลวงมอี ะไรบา ง
ประเดน็ ท่ี 5 ขอเสยี ของขาวลวงมอี ะไรบาง
ประเดน็ ท่ี 6 องคป ระกอบอะไรทจ่ี ะทําใหข าวลวงมคี วามนาเช่อื ถือบา ง
ประเด็นท่ี 7 อะไรท่ที ําใหเ รารูวา ขาวนนั่ เปน ขาวลวง
ประเดน็ ท่ี 8 คนสว นใหญมกั จะหลงเชอื่ ขา วลวงเพราะอะไร
ประเดน็ ท่ี 9 วธิ ปี อ งกันขา วลวงของทานคืออะไร
ประเดน็ ท่ี 10 ถา เปนขาวลวงในดา นพทุ ธศาสนาคนสว นใหญม ักจะหลงเชอ่ื ในเรื่องอะไรบาง
โดยเหยี่ยวขา วจะเดินไปตามเข็มนาฬิกาไปยังกลมุ ตา ง ๆ และสมาชิกแตละกลุมเมื่อเห็นคําถามตองคิด
คาํ ตอบอยางรวดเร็วและใหไ ดม ากที่สุด โดยแตละคําถามจะมีเวลาอยูท่ีกลุม แตกลุมละนาน 2 นาที (รวมเวลา
20 นาที) ใหผูเขารวมกิจกรรม คิดตอบคําถามอยางรวดเร็วและใหไดมากที่สุด อธิบายและแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกบั ประเดน็ ดังตอไปน้แี ลว เขียนคําตอบของประเดน็ ลงในฟลปิ ชารต
เมอ่ื “เหยี่ยวขา ว” ไปจนครบทุกกลุมแลว ใหแตละกลุมเรียบเรียงคําตอบของสมาชิกในกลุมทุกคนให
เปนประโยคเดียวกัน โดยเรียบเรียงประโยคในลักษณะขาวสารที่ตองการส่ือ โดยเขียนลงในฟลิบชารต โดยไม
ท้ิงคําตอบของสมาชิกกลุม (ใหเวลา 10 นาที) หลังจากน้ันจะมีการรวมคะแนน กลุมใดไดจํานวนคําตอบมาก
ท่ีสุด ไดคําตอบละ 1 คะแนน กลุมใดสามารถสรางประโยคจากคําตอบของสมาชิกไดมากที่สุดจะไดคะแนน
เพิ่มเติมคําละ 1 คะแนน และกลุมใดสามารถเรียบเรียงสรางประโยคจากทําตอบของสมาชิกเชื่อมโยงกับหรือ
24
สอดคลองกันมากทส่ี ดุ จะรับคะแนนเพิ่มจากกระบวนกร จากนัน้ นบั คะแนนของแตละกลมุ และมีการใหสมาชิก
ท้ังหมดรวมกันพิจารณาโหวตใหคะแนนในประเด็นขาวที่นาเช่ือถือมากที่สุด เปนการตอยอดสู กิจกรรม :
นักสรางขาวลวง กิจกรรมนี้เนนการมองเห็นองคประกอบของขาวลวง โดยใชกระบวนการเสริมสรางวิธีคิด
แบบสมมติ เพื่อสรางขาวปลอมในปจจุบัน โดยกิจกรรมเนนไปถึงการนําเสนอเรื่องราวประเด็นขาวทําใหคน
หลงเช่อื ออกแบบวาดภาพ นาํ เสนอ ในฐานะนกั สรางขา วและใหผูรว มอบรมเปน ผรู ับสื่อ โดยทั้งกระบวนการจะ
สอดแทรกวิธีคิดและการตั้งขอสังเกตในการตรวจสอบและเช็คกอนเช่ือ และหลังจากออกแบบสรางขาวเสร็จ
แลว มกี ารนาํ เสนอและรับฟง ขอแนะนาํ จากผทู รงคณุ วฒุ ิ กิจกรรมนไ้ี ดว ิธคี ดิ จากการบรรจงสรางขาวงานศิลปะ
ไปพรอ มกนั ทเี ดียวเลย
ข้ันวเิ คราะหแ ละอภปิ ราย
1) ใหผ ูเขารว มกจิ กรรมรว มกนั สะทอ นภาพรวมทีไ่ ดฟ งจากทุกกลุม
2) ใหผ ูเ ขารวมกิจกรรมรว มสะทอ นคณุ โทษและทางออกของขาวปลอม
ขัน้ สรุปและประยกุ ต
กระบวนกรจะสรุปคําตอบท่ีไดจากการสรุปประเด็นทั้ง 10 กลุม อธิบายใหเห็นถึงความเช่ือมโยง
ของกิจกรรม นําไปสูการใหความรูเกี่ยวกับคุณและโทษของขาวปลอม กระตุนใหผูเขารวมกิจกรรมมี
ความสามารถในการวิเคราะหเ ชอ่ื มโยงพฤติกรรมของตนเองในการเสพสื่อไดอยา งถกู ตอง
25
การวดั และประเมินผล
1) การสงั เกตการมีสวนรว มในกจิ กรรม
2) ความรูค วามเขาใจท่ผี ูเขารว มกิจกรรม
3) คําตอบของแตละประเด็นท่ีผูเขา รว มกิจกรรมเขยี นลงในฟลปิ ชารต
4) สรปุ ขอคดิ จากกจิ กรรม
หลังจากพักรับประทานอาหารเท่ียง จึงไดดําเนินกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “แปงมหัศจรรย
ส่ือสาร ทันส่ือ” ดําเนินการโดย ทีมวิทยากรเครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเชื่อทางศาสนา กิจกรรมน้ี
เนนวิธีคิดในเรื่องการสื่อสารระหวางกันแบบสุนทรียสนทนาตอกัน เพ่ือใหเกิดการตระหนักรูในเรื่องของ
ปฏิสัมพันธการสื่อสาร การเรียนรูเรื่องการส่ือสาร โดยการฝกสมาธิ เรียนรูที่จะสื่อสารกันทางอายตนะ ไม
ตัดสินส่ิงท่ีเห็น แตเพียงภาพลักษณภายนอก และการปฏิบัติตอสื่อที่ไดรับดวยปญญาอยางมีโยนิโสมนสิการ
ศึกษาขอมูลใหดีกอนจึงจะตัดสินใจเชื่อ และปฏิบัติตอส่ิงน้ัน ฝกความเคารพกติกา สื่อสารกันดวยหัวใจเพ่ือ
สรา งสงั คมแหง สนั ติ
กตกิ าของกจิ กรรม
1) แบง ผเู ขาอบรมออกเปน กลุม กลุมละเทา ๆ กัน (ไมค วรเกนิ 10คน)
2) ใหทุกคนยืนลอมภาชนะที่ใสแปง โดยหามแตะตองภาชนะใสแปง และหามพูดคุยหรือสง
สัญญาใด ๆ กับสมาชิกในกลมุ
3) เม่ือวทิ ยากรใหสัญญาณ ใหทุกคนนํามือ 1 ขางจุมลงในภาชนะแปงเพ่ือคนหาเหรียญท่ีอยู
ในแปง (โดยหามมีการสือสารระหวางกันอยาง ท้ังสงเสียงหรือใหสัญาณใดๆแกสมาชิกในกลุมเด็ดขาด กลุมใด
ผดิ กตกิ าจะโดยปรับแพ)
4) ใหคน หาเหรียญในภาชนะจนครบ (จํานวนเหรียญตามที่วิทยากรกําหนด) โดยที่มือทุกคน
ตอ งอยใู นภาชนะ (ทกุ คนตอ งมมี ือที่โดนแปงเหมอื น ๆ กัน ถาสมาชกิ คนใดคนหน่งึ ไมโดนแปง ปรับแพ)
5) กลุมใดหาเหรียญเจอครบกอนให ส งเสียง “ไชโย” พรอมๆ กัน (กลุมที่ชนะจะมีรางวัล
มอบให)
6) แตละกลุม รวมกนั ถอดบทเรยี นจากกิจกรรมและสงตัวแทนนําเสนอวา “กิจกรรมน้ีสอนให
รูเก่ียวกับเร่ืองอะไรบา ง”
26
ขน้ั วเิ คราะหและอภิปราย
ใหผูเ ขารวมกจิ กรรมรว มกันอภปิ รายแสดงความคิดเห็นตอท่ีแตละกลุมไดรวมเรียนรู
ขั้นสรุปและประยุกต
กระบวนกรจะสรุปส่ิงท่ีไดจากกิจกรรม โดยเช่ือมโยงลักษณะของแปง ส่ิงที่เห็นอาจไมเปน
อยางที่คิด เม่ือการถูกตัดการส่ือสาร เปนการ Action vs Reaction การปฏิบัติตอสิ่งที่เห็นอยางมีสติ ดวย
ปญญาที่ประกอบดวยโยนิโสมนสิการ พิจารณาอยางถ่ีถวนกอนตัดสินใจเชื่อและปฏิบัติตอส่ิงน้ัน สื่อสารกัน
ดวยหัวใจดว ยความเคารพตอผอู ่นื เคารพกติกา เพื่อสงั คมแหง ความปรองดอง
การวัดและประเมนิ ผล
1) การสังเกตการมีสวนรว มในกจิ กรรม
2) ประเมนิ จากพฤตกิ รรมของผเู ขารวมกิจกรรม
กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ “Tiktok บอกวธิ ีรบั มือส่ือลวง” โดย ทมี วิทยากรเครอื ขายพระสงฆเฝา
ระวังส่ือชวนเชอื่ ทางศาสนา โดยกลมุ ผอู บรมไดสรปุ ความรูทไี่ ดร ับและทําเปน สื่อรณรงคเพอื่ การรทู นั ขาว
ปลอม จากนั้นนาํ เสนอ และกลุมทไ่ี ดคะแนนมากทีส่ ุดจะไดรบั รางวลั จากทมี วทิ ยากร
ตอจากนั้นในชวงทายเปนกิจกรรมถอดบทเรียน “พลังยุวพุทธอาสา.....รูเทาทันสื่อชวนเช่ือทาง
ศาสนา” โดย ทีมวิทยากรเครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวนเชื่อทางศาสนา มีวัตถุประสงคเพ่ือเปดโอกาส
27
ใหผูเขารวมกิจกรรมกลับมาทบทวนตนเองกับส่ิงท่ีไดเรียนรูไป โดยการเรียบเรียงความคิดวาท่ีไดเรียนรูไปมี
เรอ่ื งอะไรบาง มีขอดขี อเสยี อยา งไร และมอี ะไรท่ีสามารถนาํ ไปประพฤตปิ ฎิบตั ติ อได
ตอจากน้ัน จึงเปนการมอบวุฒิบัตรแกผูผานการอบรม “พลังยุวพุทธอาสา รูเทาทันสื่อชวนเชื่อทาง
ศาสนา” โดย พระมหาบญุ เลิศ อินฺทปโฺ ญ, ศ.ดร. หัวหนาโครงการฯ
เอกสารประกอบการจดั กิจกรรม
- คมู ือฝกการอบรม “พระสงฆนักสอ่ื สารสรางสรรคเพ่ือสันติ”
- คูมือการการอบรมโครงการ “เครอื ขายพระสงฆเ ฝา ระวงั ส่อื ชวนเช่ือทางศาสนา”
- การด เกมส : รเู ทาทันส่อื ชวนเชอื่ ทางศาสนา
- สื่อพาวเวอรพอยต
28
29
ผลการดําเนินงานศนู ยป ระสานงานเครือขายพระสงฆน กั ส่ือสารสรางสนั ติ
(ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื )
ศูนยป ระสานงานจังหวัดนครราชสมี า ณ วทิ ยาเขตนครราชสีมา มจร จังหวดั นครราชสมี า
************************
การกอต้งั ศูนย
ผกู อตง้ั : เครอื ขายพระสงฆเ ฝาระวงั สื่อชวนเช่ือทางศาสนา
รว มกบั คณะสงฆ และภาคีเครือขา ยในพ้ืนท่ี
สถานทต่ี ัง้ : วิทยาเขตนครราชสมี า มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั
เลขที่ 419 บา นหวั ถนน ตาํ บลหวั ทะเล อําเภอเมือง จงั หวัดนครราชสมี า 30000
www. http://nkr.mcu.ac.th
ความเห็นชอบ :
โดยที่การประชุมเครือขายพระสงฆผูนําขับเคลื่อนหมูบานรักษาศีล 5 ผูผานการ
อบรมจากโครงการ ไดเห็นชอบรวมกันเสนอจัดต้ัง “ศูนยประสานงานเครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวนเชื่อ
ทางศาสนา” ในสวนภาคกลาง ณ วิทยาลัยสงฆพุทธปญญาศรีทวารวดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วทิ ยาลยั จงั หวัดนครปฐม ในการน้ี พระเทพสีมาภรณ เจาคณะจังหวัดนครราชสีมา คณะกรรมการขับเคล่ือน
โครงการฯ “หมูบานรักษาศีล 5” จังหวัดนครราชสีมา รองอธิการบดีวิทยาเขตนครราชสีมา ไดใหความ
เห็นชอบการจัดต้ัง “ศูนยประสานงานจังหวัดนครราชสีมา ณ วิทยาเขตนครราชสีมา” โดยมีแกนนําพระสงฆ
นักส่ือสารสรางสันติ (พสส) ท่ีผานการอบรมรมหลักสูตร “เครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเช่ือทางศาสนา
(Fact Cheacker)” เปนคณะทํางาน รวมกับพระสงฆผูนําขับเคล่ือนหมูบานรักษาศีล 5 และภาคีเครือขายใน
พนื้ ที่
เครอื ขายความรวมมอื :
1) เครอื ขายพระสงฆน ักสอื่ สารสรา งสนั ติ (พสส)
2) คณะสงฆจ ังหวัดนครราชสีมา
3) วทิ ยาเขตนครราชสมี า มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
4) สํานกั งานพระพุทธศาสนาจังหวดั นครราชสีมา
5) วฒั นธรรมจงั หวดั นครราชสมี า
6) สาํ นักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษา/สถานศึกษา
คณะทํางาน
พระเทพสีมาภรณ ประธานท่ีปรึกษา
เจา คณะจังหวดั นครราชสีมา ท่ีปรึกษา
พระเทพศาสนาภบิ าล ที่ปรกึ ษา
ประธานคณะกรรมการขบั เคล่ือนโครงการฯ “หมบู านรักษาศีล 5” สวนกลาง คณะทาํ งาน
พระมหาบุญเลิศ อนิ ฺทปฺโญ, ศ.ดร.
หวั หนาโครงการเครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวนเชอื่ ทางศาสนา
1. พระสหี ราชสมาจารมนุ ี วดั พระนารายณม หาราช จงั หวัดนครราชสีมา
ประธานสมัชชาพระสงฆผนู าํ ขับเคล่ือนหมบู านรักษาศีล 5
30
2. พระครสู ตุ วิรยิ าลงั การ วัดเทพนิมติ ร จังหวดั บงึ กาฬ คณะทาํ งาน
รองประธานสมชั ชาพระสงฆผ นู าํ ขบั เคลอ่ื นหมบู า นรักษาศลี 5ประจาํ หนตะวันออก
3. พระมหาจงยุทธ กติ ตฺ ิยุตโฺ ต วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง จังหวัดหนองคาย คณะทาํ งาน
รองประธานสมัชชาพระสงฆผูนาํ ขับเคล่อื นหมบู านรกั ษาศีล 5ประจาํ หนตะวนั ออก
4. พระครูปลัดธรรมสรณ จตฺตมโล, ดร. วดั สวางสระทอง จงั หวัดรอยเอ็ด คณะทํางาน
รองประธานสมชั ชาพระสงฆผ นู ําขบั เคลื่อนหมูบ า นรกั ษาศีล 5ประจาํ หนตะวนั ออก
5. พระครวู ินยั ธรสันติพงษ สุจิตโฺ ต วัดพระนารายณม หาราช จังหวดั นครราชสีมา คณะทาํ งาน
รองประธานสมชั ชาพระสงฆผ นู าํ ขบั เคลอื่ นหมบู านรกั ษาศลี 5ประจาํ หนตะวนั ออก
6. พระปลัดทนงศกั ดิ์ สเุ มโธ วดั พระนารายณมหาราช จงั หวดั นครราชสีมา คณะทาํ งาน
เลขานุการสมชั ชาพระสงฆผนู าํ ขับเคล่ือนหมูบานรักษาศลี 5
7. พระครูปลัดสุทธวิ รรธน วรญาโณ วดั วีระโชติธรรมาราม จังหวดั ฉะเชงิ เทรา คณะทาํ งาน
ผชู ว ยเลขานุการ ประจาํ หนตะวนั ออก
กิจกรรมการดําเนนิ งาน
การจดั อบรมเชิงปฏิบตั กิ าร “พลงั ยวุ พุทธอาสา..... รูเทาทันส่ือชวนเช่ือทางศาสนา”
1. ความเปนมาของกจิ กรรม
ตามที่กองทุนพัฒนาส่ือปลอดภัยและสรางสรรค รวมกับ วิทยาลัยสงฆพุทธปญญาศรีทวารวดี
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ไดดําเนินงานโครงการเครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวนเช่ือทาง
ศาสนา โดยความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคม ในคราวประชุมคร้ังท่ี 29/2562 โดยประสานการทํางานรวมกับ
คณะกรรมการขับเคล่ือนโครงการสรางความปรองดองสมานฉันท โดยใชหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมูบาน
รักษาศีล 5” สวนกลาง โดยรวมกันจัดกิจกรรมพัฒนาพระสงฆนักสื่อสารสรางสันติ ในการอบรมหลักสูตร
“พระสงฆผูนําขับเคล่ือนหมูบานรักษาศีล 5” เพื่อพัฒนาศักยภาพพระสงฆในการรูเทาทันสื่อชวนเชื่อทางศาสนา
และเปนเครือขา ยเฝาระวังปองปรามสื่อชวนเชื่อทางศาสนาที่สงผลตอความขัดแยงแตกแยกหรือกอใหเกิดประทุษ
วาจาท่ีใชศาสนาเปนเง่ือนไข และรวมเปนเครือขายขับเคลื่อนสังคมแหงสัมมาวาจา สรางความปรองดอง
สมานฉันท สันติสขุ ตามนโยบายของโครงการฯ “หมูบา นรกั ษาศลี 5” น้ัน
ทั้งนี้ เพ่ือรวมขับเคลื่อนขยายผล “การสรางส่ือสันติ ลดอคติทางศาสนา ขับเคลื่อนสังคมแหง
สัมมาวาจา” ศูนยประสานงานเครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเชื่อทางศาสนา จังหวัดนครปฐม รวมกับ
เครือขายพระสงฆนกั สื่อสารสรา งสันติ เครอื ขา ยพระสงฆผูน าํ ขับเคลื่อนหมูบานรักษาศีล 5 และภาคีเครือขายจาก
ภาคสวนตาง ๆ จึงไดรวมกันจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “พลังยุวพุทธอาสา รูเทาทันส่ือชวนเชื่อทาง
ศาสนา” เพือ่ ขยายผลสง เสริมการรูเทาทนั และการรับส่อื ชวนเชื่อทางศาสนาสําหรับเยาวชนและประชาชนตอไป
2. วตั ถุประสงคของกิจกรรม
1) เพอื่ ขยายผลโครงการเครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเช่ือทางศาสนาสรางการรูต่ืนรูส่ือ
ชวนเชื่อทางศาสนาและการรเู ทา ทนั ขาวปลอมแกเยาวชนและประชาชนทัว่ ไป
2) เพื่อสรางการรูต่ืนรูสื่อชวนเช่ือทางศาสนา และรับมือขาวปลอมรวมกับภาคีเครือขายใน
เชงิ พ้ืนที่
31
3. ลกั ษณะการจดั กิจกรรม
การอบรมเชิงปฏิบัติการ “พลังยุวพุทธอาสา.....รูเทาทันส่ือชวนเชื่อทางศาสนา” เวทีที่ 3 จัดข้ึนในวัน
จันทรที่ 5 ตุลาคม 2563 ณ วิทยาเขตนครราชสีมา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัด
นครราชสีมา โดยศูนยประสานงานเครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวนเช่ือทางศาสนาจังหวัดนครราชสีมา มี
ผูเขารวมอบรมรวม 67 รูป/คน แบงเปนนิสิตบรรพชิต 40 รูป และนิสิตคฤหัสถ 27 คน ในการจัดกิจกรรม
เบ้ืองตนหลังจากผูเขาอบรมไดลงทะเบียนเพื่อเขารวมอบรมและรับเอกสารประกอบการอบรมเรียบรอยแลว ไดมี
กิจกรรม Pre-test “การรูเทาทันส่ือชวนเช่ือทางศาสนา” โดย ทีมวิทยากรเครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวน
เช่ือทางศาสนา เปนแบบสอบถามในประเด็นเก่ียวกับพฤติกรรมการใชงานส่ือโซเชี่ยว ลักษณะขาวชวนเช่ือหรือ
ขาวปลอมที่มักพบเห็นในโลกออนไลน ลักษณะของขาวปลอมทางศาสนาท่ีมักพบเจอ ผลกระทบจากขาวปลอม
และวิธกี ารรบั มอื เม่ือเจอขาวปลอม โดยใชเวลาในการทําแบบประเมินประมาณ 20 นาที
จากน้ัน เปนการเปดกิจกรรมอบรม โดยไดรับความเมตตาจากพระสีหราชสมาจารมุนี รองเจาคณะ
จังหวัดนครราชสีมา ประธานเครือขายพระสงฆผูนําขับเคล่ือนหมูบานรักษาศีล 5 เปนประธานในพิธีเปด
กิจกรรมฝก อบรม
32
จากน้ัน เปนการแนะนํากิจกรรมการอบรมในภาพรวม และบรรยายพิเศษ เรื่อง “มุสาวาทภัยราย
ของ Fake News” โดย พระมหาบุญเลิศ อินฺทปฺโญ, ศ.ดร. หัวหนาโครงการเครือขายพระสงฆเฝาระวัง
ส่ือชวนเชื่อทางศาสนา มีวัตถุประสงคเพ่ือสรางความรูความเขาใจในการรูเทาทันสื่อโดยการประยุกตใช
หลักการทางพระพุทธศาสนา คือ ศีลขอ 4 มุสาวาท และการแลกเปล่ียนอางอิงจากประสบการณเชื่อมโยงกับ
การรเู ทา ทนั สอ่ื รูปแบบการจดั กจิ กรรม เปนการบรรยายใหความรูและแลกเปล่ียนทัศนะกับผูเขารวมกิจกรรม
ใชเ วลาประมาณ 60 นาที
ตอจากนั้น เปนกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “พลังวัยใส รูภัยขาวลวง (Fact Checker)”โดย ทีม
วิทยากรเครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเช่ือทางศาสนา มีวัตถุประสงคเพ่ือสงเสริมการรูและเขาใจ
องคประกอบของขาวปลอม เปนกิจกรรมเชิงปฏิบัติการที่ใหผูเขาอบรมสามารถสรางขาวปลอม (มุงประเด็น
เรอ่ื งหวย เร่อื งพุทธพาณชิ ย เรื่องสุขภาพ เร่ืองอิทธิฤทธิ์ปาฎิหาริย และการบิดเบือนหลักพุทธธรรม) เพ่ือให
ผูเขาอบรมไดเรียนรูจากประสบการสรางขาวปลอม และการนําเสนอในมุมที่นาเชื่อถือ เปนการฝกวิเคราะห
อะไรเปนขาวจริง อะไรเปนขาวปลอมเพื่อการรูเทาเพื่อปองกัน รูทันเพ่ือแกไข ส่ือชวนเช่ือทางศาสนาตั้งแต
ทมี่ าของส่อื นนั้ ๆ รวมถึงหลกั ปฏบิ ัติในการตรวจสอบขาวปลอมตามหลกั พระพุทธศาสนา
โดย กิจกรรมมีสาระสําคญั ดงั นี้
กิจกรรม “พลังวัยใส รูภัยขาวลวง” เปนกิจกรรมตามแนวคิดพุทธิพิสัย (Cognitive Domain) ตาม
ทฤษฎีการเรียนรูของ บลูม และคณะ (Bloom et al.) มุงใหผูเขาอบรมไดมีความรูความเขาใจองคประกอบ
ของขาวปลอม โดยอาศัยวิธีคิดตามหลักโยนิโสมนสิการ แบบคุณ-โทษและทางออก โดยมุงเนนการใหความรู
เกยี่ วกบั เครือขา ยสังคมออนไลน เพ่ือใหผเู ขารวมกิจกรรมเกิดความเขาใจในความหมาย และองคประกอบของ
ขาวปลอม แลวนาํ ไปสกู ารวิเคราะหคุณและโทษของขาวปลอม กระตุนใหผูเขารวมกิจกรรมมีความสามารถใน
การวิเคราะหเชื่อมโยงพฤติกรรมของตนเองในการเสพส่ือไดอยางถูกตอง นอกจากน้ียังสามารถเห็นคุณโทษ
ของการสอ่ื /ขา วปลอม กิจกรรมนี้ใชว ิธีคดิ แบบคณุ โทษทางออก โดยวิธีคิดแบบคุณโทษทางออก เปนวิธีการคิด
แบบโยนิโสมนสกิ ารรปู แบบหน่ึง ประกอบดวยหลกั การ 4 ประการคอื (1) คดิ แบบคณุ (2) คิดแบบโทษ (3) คิด
แบบทางออก (4) คิดเลือกทางออก ซ่ึงสามารถสงเสริมความสามารถในการคิดและนํามาเปนหลักการในการ
รูเทาทันสือ่ ได ในการจัดกิจกรรมใชเวลารวมประมาณ 1 ช่ัวโมง 30 นาที
วตั ถปุ ระสงคกิจกรรม
1) เพื่อใหผูเขารวมกจิ กรรมสามารถอธิบายความหมาย และองคป ระกอบของขา วปลอมได
2) เพ่ือใหผเู ขารว มกจิ กรรมเขาใจและแยกแยะคณุ โทษของขาวปลอมได
33
ขนั้ ตอนการดําเนินกจิ กรรม
1) แบงผเู ขา กจิ กรรมรว มเปน กลมุ กลุม ละเทา ๆ กนั จาํ นวน 10 กลมุ เพ่ือทํากิจกรรม
2) กิจกรรม “รูทันขา วลวง” มีผชู วยกระบวนกร 10 ทาน เรียกวา “เหยี่ยวขาว” เหยี่ยวขาว
แตล ะทานจะมีบตั รคําถามประจําตัว เรยี กวา “คําถามจากเหยย่ี วขา ว” 10 ประเด็นดังนี้
ประเดน็ ที่ 1 นิยามคําวาขา วลวงของทานคืออะไร
ประเด็นท่ี 2 ขาวลวงท่ที านมักจะเจอมีเรอื่ งอะไรบาง
ประเด็นที่ 3 ขาวลวงสงผลกระทบตอผูเสพสื่ออยางไรบาง
ประเด็นท่ี 4 ขอดีของขาวลวงมีอะไรบาง
ประเดน็ ที่ 5 ขอเสียของขาวลวงมีอะไรบา ง
ประเด็นที่ 6 องคป ระกอบอะไรท่ีจะทําใหขา วลวงมีความนาเชอื่ ถือบา ง
ประเด็นท่ี 7 อะไรท่ีทําใหเรารวู าขาวน่ันเปนขา วลวง
ประเด็นที่ 8 คนสว นใหญมักจะหลงเชื่อขาวลวงเพราะอะไร
ประเด็นที่ 9 วิธปี องกันขา วลวงของทานคืออะไร
ประเด็นท่ี 10 ถา เปนขาวลวงในดา นพุทธศาสนาคนสวนใหญมักจะหลงเชื่อในเร่ืองอะไรบาง
โดยเหยย่ี วขา วจะเดินไปตามเขม็ นาฬิกาไปยงั กลมุ ตาง ๆ และสมาชิกแตละกลุมเมื่อเห็นคําถามตองคิด
คาํ ตอบอยา งรวดเร็วและใหไ ดมากท่ีสุด โดยแตละคําถามจะมีเวลาอยูท่ีกลุม แตกลุมละนาน 2 นาที (รวมเวลา
20 นาที) ใหผูเขารวมกิจกรรม คิดตอบคําถามอยางรวดเร็วและใหไดมากท่ีสุด อธิบายและแสดงความคิดเห็น
เก่ยี วกบั ประเดน็ ดังตอไปนแ้ี ลว เขยี นคําตอบของประเดน็ ลงในฟลปิ ชารต
34
เมอื่ “เหยี่ยวขาว” ไปจนครบทุกกลุมแลว ใหแตละกลุมเรียบเรียงคําตอบของสมาชิกในกลุมทุกคนให
เปนประโยคเดียวกัน โดยเรียบเรียงประโยคในลักษณะขาวสารท่ีตองการสื่อ โดยเขียนลงในฟลิบชารต โดยไม
ท้ิงคําตอบของสมาชิกกลุม (ใหเวลา 10 นาที) หลังจากน้ันจะมีการรวมคะแนน กลุมใดไดจํานวนคําตอบมาก
ท่ีสุด ไดคําตอบละ 1 คะแนน กลุมใดสามารถสรางประโยคจากคําตอบของสมาชิกไดมากที่สุดจะไดคะแนน
เพ่ิมเติมคําละ 1 คะแนน และกลุมใดสามารถเรียบเรียงสรางประโยคจากทําตอบของสมาชิกเชื่อมโยงกับหรือ
สอดคลองกนั มากท่สี ุดจะรบั คะแนนเพ่ิมจากกระบวนกร จากน้ันนบั คะแนนของแตละกลมุ และมีการใหสมาชิก
ท้ังหมดรวมกันพิจารณาโหวตใหคะแนนในประเด็นขาวที่นาเชื่อถือมากที่สุด เปนการตอยอดสู กิจกรรม :
นักสรางขาวลวง กิจกรรมน้ีเนนการมองเห็นองคประกอบของขาวลวง โดยใชกระบวนการเสริมสรางวิธีคิด
แบบสมมติ เพ่ือสรางขาวปลอมในปจจุบัน โดยกิจกรรมเนนไปถึงการนําเสนอเรื่องราวประเด็นขาวทําใหคน
หลงเชอ่ื ออกแบบวาดภาพ นาํ เสนอ ในฐานะนกั สรา งขาวและใหผ ูรวมอบรมเปน ผูรบั สอื่ โดยทั้งกระบวนการจะ
สอดแทรกวิธีคิดและการตั้งขอสังเกตในการตรวจสอบและเช็คกอนเชื่อ และหลังจากออกแบบสรางขาวเสร็จ
แลว มกี ารนําเสนอและรับฟงขอ แนะนาํ จากผูทรงคณุ วฒุ ิ กจิ กรรมนไ้ี ดวธิ คี ดิ จากการบรรจงสรางขาวงานศิลปะ
ไปพรอมกนั ทีเดยี วเลย
ข้ันวิเคราะหแ ละอภปิ ราย
1) ใหผเู ขารว มกจิ กรรมรวมกนั สะทอ นภาพรวมทไ่ี ดฟงจากทุกกลุม
2) ใหผเู ขารว มกิจกรรมรว มสะทอนคณุ โทษและทางออกของขา วปลอม
ข้นั สรปุ และประยุกต
กระบวนกรจะสรุปคําตอบท่ีไดจากการสรุปประเด็นท้ัง 10 กลุม อธิบายใหเห็นถึงความเช่ือมโยง
ของกิจกรรม นําไปสูการใหความรูเก่ียวกับคุณและโทษของขาวปลอม กระตุนใหผูเขารวมกิจกรรมมี
ความสามารถในการวเิ คราะหเ ช่อื มโยงพฤติกรรมของตนเองในการเสพส่ือไดอยางถกู ตอง
การวดั และประเมินผล
1) การสังเกตการมสี วนรว มในกิจกรรม
35
2) ความรูความเขาใจทผี่ ูเขารว มกิจกรรม
3) คาํ ตอบของแตละประเดน็ ทีผ่ ูเ ขารวมกจิ กรรมเขยี นลงในฟลิปชารต
4) สรปุ ขอคิดจากกจิ กรรม
หลังจากพักฉันภัตตาหารเพลและรับประทานอาหารเที่ยง จึงไดดําเนินกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เร่ือง
“แปงมหัศจรรย สื่อสาร ทันสื่อ” ดําเนินการโดย ทีมวิทยากรเครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเช่ือทาง
ศาสนา กิจกรรมนเี้ นนวธิ คี ิดในเร่อื งการส่อื สารระหวางกันแบบสุนทรียสนทนาตอกัน เพ่ือใหเกิดการตระหนัก
รูในเร่ืองของปฏิสัมพันธการสื่อสาร การเรียนรูเร่ืองการสื่อสาร โดยการฝกสมาธิ เรียนรูท่ีจะส่ือสารกันทาง
อายตนะ ไมต ัดสินส่ิงท่เี หน็ แตเพยี งภาพลกั ษณภ ายนอก และการปฏบิ ตั ติ อส่ือที่ไดรับดวยปญญาอยางมีโยนิโส
มนสิการ ศึกษาขอมูลใหดีกอนจึงจะตัดสินใจเชื่อ และปฏิบัติตอส่ิงน้ัน ฝกความเคารพกติกา ส่ือสารกันดวย
หวั ใจเพ่อื สรางสงั คมแหงสันติ
กตกิ าของกิจกรรม
1) แบง ผเู ขาอบรมแบงออกเปนกลมุ กลมุ ละเทา ๆ กนั (ไมควรเกนิ 10คน)
2) ใหทุกคนยืนลอมภาชนะที่ใสแปง โดยหามแตะตองภาชนะใสแปง และหามพูดคุยหรือสง
สญั ญาใด ๆ กบั สมาชกิ ในกลมุ
3) เมื่อวิทยากรใหส ญั ญาณ ใหทุกคนนํามือ 1 ขางจุมลงในภาชนะแปงเพ่ือคนหาเหรียญท่ีอยู
ในแปง (โดยหามมีการสือสารระหวางกัน ท้ังสงเสียงหรือใหสัญาณใด ๆ แกสมาชิกในกลุมเด็ดขาด กลุมใดผิด
กตกิ าจะโดยปรับแพ)
4) ใหคนหาเหรียญในภาชนะจนครบ (จํานวนเหรียญตามท่ีวิทยากรกําหนด) โดยที่มือทุกคน
ตอ งอยูในภาชนะ (ทุกคนตองมีมอื ท่โี ดนแปงเหมอื น ๆ กัน ถาสมาชกิ คนใดคนหน่ึงไมโ ดนแปง ปรบั แพ)
5) กลุมใดหาเหรียญเจอครบกอนให สงเสียง “ไชโย” พรอมๆ กัน (กลุมที่ชนะจะมีรางวัล
มอบให)
6) แตล ะกลมุ รว มกันถอดบทเรียนจากกิจกรรมและสงตัวแทนนําเสนอวา “กิจกรรมนี้สอนให
รูเก่ียวกับเรอ่ื งอะไรบา ง”
ข้ันวิเคราะหแ ละอภปิ ราย
36
ใหผูเ ขารวมกิจกรรมรวมกันอภปิ รายแสดงความคดิ เหน็ ตอ ท่ีแตล ะกลมุ ไดรว มเรยี นรู
ขั้นสรปุ และประยุกต
กระบวนกรจะสรุปส่ิงท่ีไดจากกิจกรรม โดยเช่ือมโยงลักษณะของแปง สิ่งที่เห็นอาจไมเปน
อยางท่ีคิด เมื่อการถูกตัดการส่ือสาร เปนการ Action vs Reaction การปฏิบัติตอส่ิงที่เห็นอยางมีสติ ดวย
ปญญาท่ีประกอบดวยโยนิโสมนสิการ พิจารณาอยางถี่ถวนกอนตัดสินใจเช่ือและปฏิบัติตอสิ่งน้ัน สื่อสารกัน
ดวยหวั ใจดวยความเคารพตอ ผอู นื่ เคารพกตกิ า เพื่อสงั คมแหง ความปรองดอง
การวัดและประเมินผล
1) การสงั เกตการมีสว นรวมในกจิ กรรม
2) ประเมนิ จากพฤตกิ รรมของผเู ขารว มกจิ กรรม
ตอจากน้ันในชวงทายเปนกิจกรรมถอดบทเรียน “พลังยุวพุทธอาสา.....รูเทาทันส่ือชวนเชื่อทาง
ศาสนา” โดย ทีมวิทยากรเครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวนเช่ือทางศาสนา มีวัตถุประสงคเพื่อเปดโอกาส
ใหผูเขารวมกิจกรรมกลับมาทบทวนตนเองกับส่ิงที่ไดเรียนรูไป โดยการเรียบเรียงความคิดวาที่ไดเรียนรูไปมี
เร่ืองอะไรบา ง มีขอดขี อ เสียอยางไร และมีอะไรที่สามารถนําไปประพฤตปิ ฎิบตั ิตอได
ตอจากนั้นจึงเปนการมอบวุฒิบัตรแกผูผานการอบรม “พลังยุวพุทธอาสา รูเทาทันสื่อชวนเชื่อทาง
ศาสนา”
เอกสารประกอบการจัดกิจกรรม
- คมู ือการฝก อบรม “พระสงฆนักสอ่ื สารสรา งสรรคเพ่ือสันติ”
- คูมือการการอบรมโครงการ “เครอื ขายพระสงฆเ ฝาระวงั ส่อื ชวนเชื่อทางศาสนา”
- การด เกมส : รูเ ทาทนั สอ่ื ชวนเชือ่ ทางศาสนา
- สอ่ื พาวเวอรพอยตประกอบการอบรม
37
38
ผลการดําเนินงานศูนยป ระสานงานเครอื ขา ยพระสงฆนกั สอื่ สารสรางสันติ
(ภาคเหนอื )
ศูนยประสานงานจงั หวัดนครสวรรค ณ วทิ ยาเขตนครสวรรค มจร จงั หวดั นครสวรรค
************************
การกอ ตงั้ ศูนย
ผูกอ ตงั้ : เครอื ขายพระสงฆเ ฝา ระวงั สอื่ ชวนเชอ่ื ทางศาสนา
รวมกับคณะสงฆ และภาคเี ครือขายในพื้นที่
สถานทตี่ ง้ั : วิทยาเขตนครสวรรค มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั
เลขที่ 999 หมู 6 ตําบลนครสวรรคอ อก อําเภอเมอื ง จังหวดั นครสวรรค 6000
www.nbc.mcu.ac.th
ความเห็นชอบ :
โดยที่การประชุมเครือขายพระสงฆผูนําขับเคล่ือนหมูบานรักษาศีล 5 ผูผานการ
อบรมจากโครงการ ไดเห็นชอบรวมกันเสนอจัดต้ัง “ศูนยประสานงานเครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวนเช่ือ
ทางศาสนา” ในสวนภาคกลาง ณ วิทยาลัยสงฆพุทธปญญาศรีทวารวดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย จังหวัดนครปฐม ในการน้ี พระเทพปริยัติเมธี รศ.ดร. เจาคณะจังหวัดนครสวรรค คณะกรรมการ
ขบั เคลอ่ื นโครงการฯ “หมบู า นรกั ษาศีล 5” หวัดนครสวรรค รองอธิการบดีวิทยาเขตนครสวรรค จึงไดใหความ
เห็นชอบการจัดตั้ง “ศูนยประสานงานจังหวัดนครสวรรค ณ วิทยาเขตนครสวรรค” โดยมีแกนนําพระสงฆนัก
สื่อสารสรางสันติ (พสส) ทผี่ านการอบรมรมหลกั สูตร “เครอื ขายพระสงฆเฝา ระวงั สอื่ ชวนเชื่อทางศาสนา (Fact
Cheacker)” เปนคณะทํางาน รวมกบั พระสงฆผูนาํ ขับเคลอื่ นหมบู า นรกั ษาศลี 5 และภาคีเครือขา ยในพนื้ ที่
เครอื ขายความรวมมอื :
1) เครอื ขายพระสงฆน ักส่อื สารสรางสันติ (พสส)
2) คณะสงฆจ ังหวดั นครสวรรค
3) วทิ ยาเขตนครสวรรค มหาวิทยาลัยมหาจใุ ลงกรณราชวทิ ยาลัย
4) สาํ นักงานพระพุทธศาสนาจงั หวัดนครสวรรค
5) วัฒนธรรมจงั หวดั นครสวรรค
6) สาํ นักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา/สถานศกึ ษา
คณะทาํ งาน
พระเทพปริยตั ิเมธ,ี รศ.ดร. ประธานทป่ี รึกษา
เจาคณะจังหวัดนครสวรรค ที่ปรกึ ษา
พระเทพศาสนาภิบาล ที่ปรกึ ษา
ประธานคณะกรรมการขบั เคล่ือนโครงการฯ “หมบู านรักษาศีล 5” สว นกลาง
พระมหาบญุ เลศิ อินฺทปฺโญ, ศ.ดร. คณะทาํ งาน
หัวหนาโครงการเครือขายพระสงฆเ ฝาระวงั สื่อชวนเชื่อทางศาสนา คณะทาํ งาน
1. พระครูวจิ ติ รธรรมนเิ ทศ วัดหนองปา ตอสามัคคธี รรม จังหวัดสุโขทยั
รองประธานสมชั ชาพระสงฆผ ูนําขบั เคลอื่ นหมูบ านรกั ษาศลี 5ประจาํ หนเหนอื
2. พระครปู ย วรรณพพิ ฒั น วัดหัวฝาย จงั หวัดเชยี งราย
39
รองประธานสมชั ชาพระสงฆผูนาํ ขบั เคลื่อนหมูบา นรักษาศลี 5ประจาํ หนเหนอื
3. พระครูวสิ ิฐวรนารถ วัดดงชัย จงั หวัดเชยี งราย คณะทาํ งาน
รองประธานสมัชชาพระสงฆผูนาํ ขบั เคลื่อนหมูบา นรกั ษาศลี 5ประจาํ หนเหนอื คณะทํางาน
4. พระมหาสุภัค วิรโช วดั หนองกระดกู เนื้อ จังหวัดนครสวรรค คณะทํางาน
รองประธานสมัชชาพระสงฆผ ูนาํ ขับเคล่ือนหมบู า นรกั ษาศลี 5ประจาํ หนเหนือ คณะทํางาน
5. พระปลดั ทนงศักด์ิ สุเมโธ วัดพระนารายณม หาราช จังหวดั นครราชสีมา
เลขานกุ ารสมชั ชาพระสงฆผนู าํ ขับเคล่ือนหมูบา นรักษาศลี 5
5. พระครูสงั ฆรกั ษธวัช สทุ ฺธิญาโณ วัดถาวรรงั สี จงั หวดั เชยี งใหม
ผชู ว ยเลขานกุ าร ประจําหนเหนือ
กิจกรรมการดําเนินงาน
การจดั อบรมเชงิ ปฏบิ ัติการ “พลังยุวพุทธอาสา..... รเู ทาทนั ส่ือชวนเชอื่ ทางศาสนา”
1. ความเปน มาของกิจกรรม
ตามที่กองทุนพัฒนาส่ือปลอดภัยและสรางสรรค รวมกับ วิทยาลัยสงฆพุทธปญญาศรีทวารวดี
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ไดดําเนินงานโครงการเครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวนเชื่อทาง
ศาสนา โดยความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคม ในคราวประชุมคร้ังท่ี 29/2562 โดยประสานการทํางานรวมกับ
คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสรางความปรองดองสมานฉันท โดยใชหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมูบาน
รักษาศีล 5” สวนกลาง โดยรวมกันจัดกิจกรรมพัฒนาพระสงฆนักส่ือสารสรางสันติ ในการอบรมหลักสูตร
“พระสงฆผูนําขับเคล่ือนหมูบานรักษาศีล 5” เพ่ือพัฒนาศักยภาพพระสงฆในการรูเทาทันส่ือชวนเช่ือทางศาสนา
และเปน เครอื ขายเฝา ระวงั ปอ งปรามส่ือชวนเช่ือทางศาสนาท่ีสงผลตอความขัดแยงแตกแยกหรือกอใหเกิดประทุษ
วาจาที่ใชศาสนาเปนเงื่อนไข และรวมเปนเครือขายขับเคล่ือนสังคมแหงสัมมาวาจา สรางความปรองดอง
สมานฉนั ท สันตสิ ขุ ตามนโยบายของโครงการฯ “หมบู านรกั ษาศลี 5” นนั้
ท้ังน้ี เพื่อรวมขับเคล่ือนขยายผล “การสรางสื่อสันติ ลดอคติทางศาสนา ขับเคลื่อนสังคมแหง
สัมมาวาจา” ศูนยประสานงานเครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเชื่อทางศาสนา จังหวัดนครปฐม รวมกับ
เครือขายพระสงฆนกั ส่ือสารสรา งสนั ติ เครือขา ยพระสงฆผ นู าํ ขับเคลื่อนหมูบานรักษาศีล 5 และภาคีเครือขายจาก
ภาคสวนตาง ๆ จึงไดรวมกันจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “พลังยุวพุทธอาสา รูเทาทันสื่อชวนเช่ือทาง
ศาสนา” เพื่อขยายผลสงเสรมิ การรเู ทาทัน และการรับสือ่ ชวนเชอื่ ทางศาสนาสําหรับเยาวชนและประชาชนตอไป
2. วัตถุประสงคของกจิ กรรม
1) เพอื่ ขยายผลโครงการเครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวนเช่ือทางศาสนาสรางการรูตื่นรูส่ือ
ชวนเช่อื ทางศาสนาและการรเู ทาทนั ขา วปลอมแกเยาวชนและประชาชนทว่ั ไป
2) เพ่ือสรางการรูตื่นรูสื่อชวนเช่ือทางศาสนา และรับมือขาวปลอมรวมกับภาคีเครือขายใน
เชงิ พนื้ ที่
3. ลกั ษณะการจดั กิจกรรม
40
การอบรมเชงิ ปฏิบตั กิ าร “พลงั ยุวพุทธอาสา.....รูเทาทันส่ือชวนเช่ือทางศาสนา” เวทีท่ี 4 จัดขึ้นในวัน
ศุกรที่ 9 กันยายน 2563 ณ วิทยาเขตนครสวรรค มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยศูนย
ประสานงานฯ จังหวัดนครสวรรค มีเยาวชนเขารวม 70 คน ในการจัดกิจกรรมเบื้องตนหลังจากผูเขาอบรมได
ลงทะเบียนเพื่อเขารวมอบรมและรับเอกสารประกอบการอบรมเรียบรอยแลว ไดมีกิจกรรม Pre-test “การ
รูเทาทันส่ือชวนเช่ือทางศาสนา” โดย ทีมวิทยากรเครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเชื่อทางศาสนา เปน
แบบสอบถามในประเด็นเก่ียวกับพฤติกรรมการใชงานส่ือโซเชียว ลักษณะขาวชวนเช่ือหรือขาวปลอมที่มักพบ
เห็นในโลกออนไลน ลักษณะของขาวปลอมทางศาสนาทม่ี กั พบเจอ ผลกระทบจากขาวปลอม และวิธีการรับมือ
เมื่อเจอขาวปลอม โดยใชเวลาในการทาํ แบบประเมนิ ประมาณ 20 นาที
จากนั้น เปนการเปดกิจกรรมอบรม โดยไดรับความเมตตาจากพระเทพปริยัติเมธี, รศ.ดร. เจาคณะ
จังหวัดนครสวรรค รองอธิการบดีวิทยาเขตนครสวรรค ท่ีปรึกษาศูนยประสานงานเครือขายพระสงฆเฝาระวัง
สื่อชวนเชื่อทางศาสนา จังหวดั นครสวรรค
41
ตอ มา จึงเปนกิจกรรมใหความรูในเชงิ วชิ าการในประเดน็ เก่ยี วกับสอื่ ปลอดภยั และสรางสรรค โดยการ
บรรยายพิเศษ เร่ือง “รูเทาทันส่ือ.....สไตลชาวพุทธ” โดย ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผูจัดการกองทุนพัฒนาส่ือ
ปลอดภัยและสรางสรรค มีวัตถุประสงคเพื่อสรางความรูความเขาใจในการรูเทาทันสื่อโดยการประยุกตใช
หลักการทางพระพุทธศาสนา คือ ศีลขอ 4 มุสาวาท และการแลกเปลี่ยนอางอิงจากประสบการณเช่ือมโยงกับ
การรเู ทา ทนั สอื่ รปู แบบการจัดกจิ กรรม เปนการบรรยายใหความรูและแลกเปล่ียนทัศนะกับผูเขารวมกิจกรรม
ใชเวลาประมาณ 60 นาที
จากน้ัน เปนการช้ีแจงแนะนํากิจกรรมการอบรมในภาพรวม โดย พระมหาบุญเลิศ อินฺทปฺโญ,
ศ.ดร. หัวหนา โครงการเครือขา ยพระสงฆเฝาระวงั สือ่ ชวนเชอื่ ทางศาสนา
ตอจากนั้น เปนกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “พลังวัยใส รูภัยขาวลวง (Fact Checker)”โดย ทีม
วิทยากรเครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเช่ือทางศาสนา มีวัตถุประสงคเพ่ือสงเสริมการรูและเขาใจ
องคประกอบของขาวปลอม เปนกิจกรรมเชิงปฏิบัติการที่ใหผูเขาอบรมสามารถสรางขาวปลอม (มุงประเด็น
เร่อื งหวย เรอ่ื งพทุ ธพาณชิ ย เรื่องสุขภาพ เร่ืองอิทธิฤทธ์ิปาฎิหาริย และการบิดเบือนหลักพุทธธรรม) เพ่ือให
ผูเขาอบรมไดเรียนรูจากประสบการสรางขาวปลอม และการนําเสนอในมุมที่นาเช่ือถือ เปนการฝกวิเคราะห
42
อะไรเปนขาวจริง อะไรเปนขาวปลอมเพ่ือการรูเทาเพ่ือปองกัน รูทันเพ่ือแกไข ส่ือชวนเชื่อทางศาสนาต้ังแต
ทมี่ าของสอ่ื นนั้ ๆ รวมถงึ หลกั ปฏิบตั ใิ นการตรวจสอบขาวปลอมตามหลักพระพุทธศาสนา
โดย กจิ กรรมมีสาระสําคญั ดงั น้ี
กิจกรรม “พลังวัยใส รูภัยขาวลวง” เปนกิจกรรมตามแนวคิดพุทธิพิสัย (Cognitive Domain) ตาม
ทฤษฎีการเรียนรูของ บลูม และคณะ (Bloom et al.) มุงใหผูเขาอบรมไดมีความรูความเขาใจองคประกอบ
ของขาวปลอม โดยอาศัยวิธีคิดตามหลักโยนิโสมนสิการ โดยมุงเนนการใหความรูเก่ียวกับเครือขายสังคม
ออนไลน เพ่ือใหผูเขารวมกิจกรรมเกิดความเขาใจในความหมาย และองคประกอบของขาวปลอม แลวนําไปสู
การใหความรูเก่ียวกับคุณและโทษของขาวปลอม กระตุนใหผูเขารวมกิจกรรมมีความสามารถในการวิเคราะห
เช่ือมโยงพฤติกรรมของตนเองในการเสพส่ือไดอยางถูกตอง นอกจากน้ียังสามารถเห็นคุณโทษของการสื่อ/ขาว
ปลอม กิจกรรมนใี้ ชวิธีคิดแบบคุณโทษทางออก เปนวิธีการคิดแบบโยนิโสมนสิการรูปแบบหน่ึง ประกอบดวย
หลักการ 4 ประการคือ (1) คิดแบบคุณ (2) คิดแบบโทษ (3) คิดแบบทางออก (4) คิดเลือกทางออก ซึ่ง
สามารถสง เสริมความสามารถในการคิดและนํามาเปนหลักการในการรูเทาทันส่ือได ในการจัดกิจกรรมใชเวลา
รวมประมาณ 1 ชว่ั โมง 30 นาที
วตั ถุประสงคกิจกรรม
1) เพ่ือใหผ เู ขา รว มกจิ กรรมสามารถอธิบายความหมาย และองคป ระกอบของขาวปลอม
2) เพื่อใหผ ูเขารวมกจิ กรรมเขาใจและแยกแยะคณุ โทษของขา วปลอม
ขน้ั ตอนการดําเนินกิจกรรม
1) แบงผเู ขา กิจกรรมรว มเปนกลมุ กลุม ละเทา ๆ กัน จาํ นวน 10 กลมุ เพื่อทํากิจกรรม
2) กิจกรรม “รูท ันขา วลว ง” มผี ชู ว ยกระบวนกร 10 ทาน เรียกวา “เหย่ียวขาว” เหยย่ี วขาว
แตละทานจะมีบัตรคาํ ถามประจาํ ตวั เรยี กวา “คาํ ถามจากเหยี่ยวขา ว” 10 ประเดน็ ดังน้ี
ประเดน็ ท่ี 1 นิยามคําวาขา วลวงของทานคืออะไร
ประเดน็ ท่ี 2 ขาวลวงท่ีทานมักจะเจอมเี รื่องอะไรบา ง
ประเดน็ ที่ 3 ขาวลวงสง ผลกระทบตอผเู สพส่ืออยา งไรบาง
ประเด็นท่ี 4 ขอดีของขา วลวงมีอะไรบา ง
ประเด็นท่ี 5 ขอเสียของขาวลวงมอี ะไรบา ง
ประเด็นท่ี 6 องคป ระกอบอะไรที่จะทาํ ใหข าวลวงมคี วามนาเชอื่ ถอื บา ง
ประเดน็ ที่ 7 อะไรที่ทําใหเรารูวาขาวน่ันเปนขา วลวง
ประเด็นท่ี 8 คนสว นใหญมักจะหลงเชื่อขาวลวงเพราะอะไร
ประเด็นท่ี 9 วิธปี องกันขาวลวงของทา นคืออะไร
อะไรบา ง 43
ประเด็นที่ 10 ถา เปน ขาวลวงในดา นพทุ ธศาสนาคนสวนใหญม ักจะหลงเชอ่ื ในเร่ือง
โดยเหยยี่ วขา วจะเดนิ ไปตามเขม็ นาฬิกาไปยงั กลมุ ตา ง ๆ และสมาชิกแตละกลุมเมื่อเห็นคําถามตองคิด
คําตอบอยา งรวดเร็วและใหไดม ากที่สุด โดยแตละคําถามจะมีเวลาอยูที่กลุม แตกลุมละนาน 2 นาที (รวมเวลา
20 นาที) ใหผูเขารวมกิจกรรม คิดตอบคําถามอยางรวดเร็วและใหไดมากที่สุด อธิบายและแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกบั ประเดน็ ดงั ตอไปน้ีแลว เขยี นคาํ ตอบของประเด็นลงในฟลิปชารต
เม่อื “เหยยี่ วขา ว” ไปจนครบทุกกลุมแลว ใหแตละกลุมเรียบเรียงคําตอบของสมาชิกในกลุมทุกคนให
เปนประโยคเดียวกัน โดยเรียบเรียงประโยคในลักษณะขาวสารท่ีตองการส่ือ โดยเขียนลงในฟลิบชารต โดยไม
ทิ้งคําตอบของสมาชิกกลุม (ใหเวลา 10 นาที) หลังจากนั้นจะมีการรวมคะแนน กลุมใดไดจํานวนคําตอบมาก
ท่ีสุด ไดคําตอบละ 1 คะแนน กลุมใดสามารถสรางประโยคจากคําตอบของสมาชิกไดมากท่ีสุดจะไดคะแนน
เพิ่มเติมคําละ 1 คะแนน และกลุมใดสามารถเรียบเรียงสรางประโยคจากทําตอบของสมาชิกเชื่อมโยงกับหรือ
สอดคลองกนั มากที่สดุ จะรบั คะแนนเพ่มิ จากกระบวนกร จากนัน้ นบั คะแนนของแตละกลมุ และมีการใหสมาชิก
ท้ังหมดรวมกันพิจารณาโหวตใหคะแนนในประเด็นขาวท่ีนาเช่ือถือมากที่สุด เปนการตอยอดสู กิจกรรม :
นักสรางขาวลวง กิจกรรมนี้เนนการมองเห็นองคประกอบของขาวลวง โดยใชกระบวนการเสริมสรางวิธีคิด
แบบสมมติ เพ่ือสรางขาวปลอมในปจจุบัน โดยกิจกรรมเนนไปถึงการนําเสนอเรื่องราวประเด็นขาวทําใหคน
หลงเช่อื ออกแบบวาดภาพ นาํ เสนอ ในฐานะนกั สรา งขาวและใหผรู ว มอบรมเปนผรู บั ส่ือ โดยท้ังกระบวนการจะ
สอดแทรกวิธีคิดและการต้ังขอสังเกตในการตรวจสอบและเช็คกอนเช่ือ และหลังจากออกแบบสรางขาวเสร็จ
แลว มกี ารนาํ เสนอและรับฟง ขอ แนะนําจากผูท รงคณุ วฒุ ิ กจิ กรรมน้ไี ดว ธิ คี ิดจากการบรรจงสรางขาวงานศิลปะ
ไปพรอมกันทีเดียวเลย
44
ขั้นวิเคราะหแ ละอภิปราย
1) ใหผ ูเขา รวมกจิ กรรมรว มกนั สะทอนภาพรวมที่ไดฟ งจากทุกกลมุ
2) ใหผ เู ขารวมกจิ กรรมรว มสะทอนคุณโทษและทางออกของขา วปลอม
ขน้ั สรปุ และประยกุ ต
กระบวนกรจะสรุปคําตอบที่ไดจากการสรุปประเด็นทั้ง 10 กลุม อธิบายใหเห็นถึงความเช่ือมโยง
ของกิจกรรม นําไปสูการใหความรูเกี่ยวกับคุณและโทษของขาวปลอม กระตุนใหผูเขารวมกิจกรรมมี
ความสามารถในการวิเคราะหเ ชอ่ื มโยงพฤติกรรมของตนเองในการเสพสื่อไดอ ยา งถูกตอง
45
การวดั และประเมินผล
1) การสังเกตการมสี วนรว มในกจิ กรรม
2) ความรคู วามเขาใจท่ีผเู ขา รวมกจิ กรรม
3) คําตอบของแตละประเดน็ ที่ผูเขารว มกจิ กรรมเขียนลงในฟลิปชารต
4) สรุปขอคิดจากกจิ กรรม
หลังจากพักรับประทานอาหารเที่ยง จึงไดดําเนินกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เร่ือง “แปงมหัศจรรย
ส่ือสาร ทันส่ือ” ดําเนินการโดย ทีมวิทยากรเครือขายพระสงฆเฝาระวังสื่อชวนเช่ือทางศาสนา กิจกรรมน้ี
เนนวิธีคิดในเรื่องการส่ือสารระหวางกันแบบสุนทรียสนทนาตอกัน เพ่ือใหเกิดการตระหนักรูในเร่ืองของ
ปฏิสัมพันธการส่ือสาร การเรียนรูเรื่องการส่ือสาร โดยการฝกสมาธิ เรียนรูท่ีจะส่ือสารกันทางอายตนะ ไม
ตัดสินสิ่งที่เห็น แตเพียงภาพลักษณภายนอก และการปฏิบัติตอส่ือท่ีไดรับดวยปญญาอยางมีโยนิโสมนสิการ
ศึกษาขอมูลใหดีกอนจึงจะตัดสินใจเชื่อ และปฏิบัติตอส่ิงน้ัน ฝกความเคารพกติกา ส่ือสารกันดวยหัวใจเพ่ือ
สรางสงั คมแหง สันติ
กติกาของกจิ กรรม
1) แบง ผเู ขา อบรม ออกเปน กลุม กลุมละเทา ๆ กัน (ไมควรเกิน 10คน)
46
2) ใหทุกคนยืนลอมภาชนะท่ีใสแปง โดยหามแตะตองภาชนะใสแปง และหามพูดคุยหรือสง
สัญญาใด ๆ กับสมาชิกในกลมุ
3) เม่ือวิทยากรใหสัญญา ใหทุกคนนํามือ1ขางจุมลงในภาชนะแปงเพ่ือคนหาเหรียญท่ีอยูใน
แปง (โดยหามมกี ารสือสารระหวางกันอยาง ทั้งสงเสียงหรือใหสัญาณใดๆแกสมาชิกในกลุมเด็ดขาด กลุมใดผิด
กตกิ าจะโดยปรบั แพ)
4) ใหค นหาเหรียญในภาชนะจนครบ (จํานวนเหรียญตามท่ีวิทยากรกําหนด) โดยท่ีมือทุกคน
ตองอยูในภาชนะ (ทุกคนตองมีมอื ทโี่ ดนแปง เหมอื น ๆ กัน ถาสมาชกิ คนใดคนหนงึ่ ไมโ ดนแปง ปรับแพ)
5) กลุมใดหาเหรียญเจอครบกอนให ส งเสียง “ไชโย” พรอมๆ กัน (กลุมที่ชนะจะมีรางวัล
มอบให)
6) แตละกลมุ รวมกันถอดบทเรียนจากกิจกรรมและสงตัวแทนนําเสนอวา “กิจกรรมน้ีสอนให
รูเกี่ยวกับเรอ่ื งอะไรบาง”
ขนั้ วเิ คราะหแ ละอภิปราย
ใหผเู ขา รว มกิจกรรมรว มกนั อภปิ รายแสดงความคดิ เห็นตอทีแ่ ตละกลมุ ไดรว มเรียนรู
ขัน้ สรุปและประยุกต
กระบวนกรจะสรุปส่ิงท่ีไดจากกิจกรรม โดยเช่ือมโยงลักษณะของแปง สิ่งท่ีเห็นอาจไมเปน
อยางท่ีคิด เมื่อการถูกตัดการสื่อสาร เปนการ Action vs Reaction การปฏิบัติตอสิ่งท่ีเห็นอยางมีสติ ดวย
ปญญาท่ีประกอบดวยโยนิโสมนสิการ พิจารณาอยางถี่ถวนกอนตัดสินใจเช่ือและปฏิบัติตอส่ิงน้ัน ส่ือสารกัน
ดว ยหัวใจดวยความเคารพตอผอู น่ื เคารพกตกิ า เพ่ือสงั คมแหง ความปรองดอง
การวดั และประเมนิ ผล
1) การสังเกตการมสี วนรว มในกจิ กรรม
2) ประเมนิ จากพฤตกิ รรมของผเู ขารวมกิจกรรม
กจิ กรรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร “Tiktok บอกวธิ ีรับมือสื่อลวง” โดย ทมี วิทยากรเครอื ขายพระสงฆเ ฝา
ระวงั สื่อชวนเชือ่ ทางศาสนา โดยกลุม ผอู บรมไดสรปุ ความรูทไี่ ดร ับและทาํ เปนส่ือรณรงคเพอื่ การรูท ันขาว
ปลอม จากน้นั นําเสนอ และกลมุ ท่ไี ดคะแนนมากทส่ี ดุ จะไดรับรางวัลจากทมี วิทยากร
47
ตอจากนั้นในชวงทายเปนกิจกรรมถอดบทเรียน “พลังยุวพุทธอาสา.....รูเทาทันส่ือชวนเช่ือทาง
ศาสนา” โดย ทีมวิทยากรเครือขายพระสงฆเฝาระวังส่ือชวนเชื่อทางศาสนา มีวัตถุประสงคเพื่อเปดโอกาส
ใหผูเขารวมกิจกรรมกลับมาทบทวนตนเองกับส่ิงที่ไดเรียนรูไป โดยการเรียบเรียงความคิดวาท่ีไดเรียนรูไปมี
เรอ่ื งอะไรบา ง มขี อ ดีขอ เสียอยา งไร และมีอะไรทสี่ ามารถนาํ ไปประพฤตปิ ฎบิ ตั ติ อได
ตอจากน้ันจึงเปนการมอบวุฒิบัตรแกผูผานการอบรม “พลังยุวพุทธอาสา รูเทาทันส่ือชวนเชื่อทาง
ศาสนา”
เอกสารประกอบการจัดกิจกรรม
- คูม อื อบรม “พระสงฆนกั ส่ือสารสรา งสรรคเ พ่ือสันติ”
- คูมืออบรมโครงการ “เครอื ขา ยพระสงฆเ ฝา ระวงั ส่อื ชวนเชอ่ื ทางศาสนา”
- การดเกมส : รูเ ทา ทันสอื่ ชวนเชือ่ ทางศาสนา
- สื่อพาวเวอรพอยตประกอบการอบรม
48