พันธุศาสตร์ หน้า 1 โครโมโซมและการค้นพบของ เมนเดล โครโมโซมและการค้นพบของ เมนเดล โครโมโซม คือ ส่ว ส่ นหนึ่งในนิว นิ เคลียสของเซลล์สิ่ง สิ่ มีชี มี วิ ชี ต วิ ลักษณะเป็น ป็ เส้น ส้ หรือ รื เป็น ป็ ท่อนประกอบด้วยสารดีเอ็นเอเชื่อ ชื่ มกับโปรตีน ทำ หน้าที่ถ่ายทอดลักษณะทางพัน พั ธุกรรม ควบคุม คุ การทำ งานของเซลล์ และการแบ่ง บ่ เซลล์. โครมาทิด คือ สามารถพบเห็นได้ในขั้น ขั้ ตอนของการแบ่ง บ่ เซลล์โดยเฉพาะใน ระยะเมตาเฟส (metaphase) จะสามารถเห็นได้ชัด ชั โดยมอง ผ่า ผ่ นกล้องจุลทรรศน์ โครมาทิน คือ เป็น ป็ โครงสร้า ร้ งย่อ ย่ ยของนิวนิเคลียส โครโมโซม 1 แท่งประกอบด้วยโครมาตินหรือ รื โค รมาทิด (Chromatid) ที่เหมือ มื นกันซึ่ง ซึ่ เกิดจากการที่โครโมโซมจำ ลองตัวเองขึ้น ขึ้ มา โดยโครมาตินหรือ รื โครมาทิดทั้งสองจะติดกันตรงส่ว ส่ นที่เรีย รี กว่า ว่ เซนโทรเมีย มี ร์ (Centromere) โครมาทิน หรือ รื โครมาติน (chromatin) คือ สายของดีเอ็น เอ(DNA)สายยาวเพีย พี งสายเดียวที่พัน พั ตัวรอบโปรตีนที่ชื่อ ชื่“ฮิสโตน(histone)
พันธุศาสตร์ หน้า 2 ดีเอ็นเอ คือ สารที่มีโมี มเลกุล กุ ขนาดใหญ่ปญ่ ระกอบด้วยหน่ว น่ ย ย่อ ย่ ยรวมตัวกันเป็น ป็ สายจำ นวน 2สาย ซึ่ง ซึ่ ใน หน่ว น่ ยย่อ ย่ ยแต่ละหน่ว น่ ยประกอบด้วยน้ำ ตาลหมู่ ฟอสเฟต และเบส ดีเอ็นเอที่เป็น ป็ สายคู่นี้ คู่ นี้ พัน พั อยู่ รอบโปรตีนที่มีลั มี ลั กษณะเป็น ป็ ก้อนกลม โครงสร้า ร้ ง ของ ดีเอ็นเอ
พันธุศาสตร์ หน้า 3 ยีน ยี คือ การควบคุม คุ ลักษณะสิ่ง สิ่ มีชี มี วิ ชี ต วิ ต่างๆ โดยจะพบยีน ยี อยู่ใยู่ นบาง ช่ว ช่ งของสายเอ ภายในนิวเคลียสของเซลล์มีโมี ครโมโซมซึ่ง ซึ่ ประกอบด้วยดีเอ็นเอและโปรตีน ดีเอ็นเอบางช่ว ช่ งทำ หน้า น้ ที่ เป็น ป็ ยีน ยี ซึ่ง ซึ่ ควบคุม คุ ลักษณะทางพัน พั ธุกรรม ยีน ยี เด่น ด่ แสดงลักษณะออกมาได้ แม้ยี ม้ น ยี นั้น นั้ มีเ มี พีย พี งยีน ยี เดีย ดี ว ยีน ยี ด๋อ ด๋ ย ปรากฏออกมาได้ ก็ต่อเมื่อ มื่ มียี มี น ยี ด๋อ ด๋ ยทั้ง ทั้ 2 อยู่บ ยู่ นโครโมโซม
บิดาแห่งพันธุศาสตร์ ผู้ค้นพบหลักการพื้นฐานของการ ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ซึ่งเขาได้ศึกษาลักษณะ ทางพันธุกรรมของต้นถั่วลันเตาถึง 7 ลักษณะ ได้แก่ สีดอก สีเมล็ด รูปร่า ร่ งของฝักถั่ว รูปร่า ร่ งเมล็ด สีของฝักถั่ว ความสูง และตำ แหน่งการออกดอก ซึ่งจากการทดลองสรุปได้ว่า ลักษณะต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตจะถูกควบคุมด้วยยีน และจะถูกถ่ายทอดไปยังรุ่น รุ่ ถัดไปผ่าน กระบวนการสืบพันธุ์ ซึ่งถ่ายทอดเป็นกฎ 3 ข้อ พันธุศาสตร์ หน้า 4 เมนเดล คือ กฎข้อ ข้ ที่ 1 กฎการแยก กฎข้อ ข้ ที่ 2 กฎการรวมกลุ่ม ลุ่ อย่า ย่ งอิสระ กฎของลักษณะเด่น
พันธุศาสตร์ หน้า 5 แอลลีล คือ รูป รู แบบที่แตกต่างกันของยีน ยี ที่ควบคุม คุ ลักษณะใดลักษณะหนึ่ง นึ่ มีทั้ มี ทั้ ง ทั้ แอลลีล เด่น ด่ และแอลลีลด้อ ด้ ย แอลลีลเด่น ด่ แม้มี ม้ มี เพีย พี งแอลลีลเดีย ดี วสิ่ง สิ่ มีชี มี วิ ชี ต วิ ก็จะแสดง ลักษณะเด่น ด่ ออกมาได้ ส่ว ส่ นแอลลีลด้อ ด้ ย จะต้องมีทั้ มี ทั้ ง ทั้ สองแอลลีล สิ่ง สิ่ มีชี มี วิ ชี ต วิ จึง จึ จะ แสดงลักษณะด้อ ด้ ย
พันธุศาสตร์ หน้า 6 จีโจี นไทป์ คือ ลักษณะทางพัน พั ธุกรรมของสิ่ง สิ่ มีชี มี วิ ชี ต วิ ไม่ส ม่ ามารถมองเห็นได้ แต่สามารถ ประเมิน มิ หรือ รื วัด วั คำ นวณค่าได้จากการ ทดลอง ถูก ถู ควบคุม คุ โดย Gene ซึ่ง ซึ่ อยู่ ในโครโมโซมในเซลของสิ่ง สิ่ มีชี มี วิ ชี ต วิ เพื่อ พื่ ควบคุม คุ ให้สิ่ง สิ่ มีชี มี วิ ชี ต วิ มีลั มี ลั กษณะต่างๆ จีโจี นไทป์มี ป์ 2มี ประเภท ฮอโมไชกัส คือ การจับ จั คู่ข คู่ องยีน ยี ที่เหมือ มื นกัน 1. 2. เฮเทอโรไซกัส คือการจับ จั คู่ข คู่ อง ยีน ยี ต่างสภาพ ได้แก่ ยีน ยี สภาพเด่นจับ จั คู่กั คู่ กั บยีน ยี สภาพด้อย
พันธุศาสตร์ หน้า 7 ฟีฟีโฟีฟี นไทป์ป์ป์ป์ คืคื คืคื อ ลักษณะที่ปรากฏออกมาให้เ ห้ ห็น ห็ ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ ผลจากการแสดงออกของ จีโจี นไทป์นั่ป์ น นั่ เอง เช่น ช่ TT, Tt มีจี มีโจี นไทป์ต่ ป์ ต่ างกันแต่มีฟีมี โฟี นไทป์เ ป์ หมือ มื น กัน คือ แสดงลักษณะเด่น ด่ ทั้ง ทั้ คู่ ซึ่ง ซึ่ รวมถึงลักษณะต่างๆเช่น ช่ สีต สี า พื้น พื้ ผิวผิลักษณะของเส้น ส้ ผม และส่ว ส่ นสูง สู
พันธุศาสตร์ หน้า 8 การแบ่บ่ง บ่บ่ เซลล์ล์ ล์ล์ แบบไมโทซิซิส ซิซิ คืคื คืคื อ เพื่อ พื่ เพิ่ม พิ่ จำ นวนเซลล์ของร่า ร่ งกาย ในการเจริญ ริ เติบโต ในสิ่ง สิ่ มีชี มี วิ ชี ต วิ หลายเซลล์ หรือ รืในการแบ่ง บ่ เซลล์ เพื่อ พื่ การสืบ สื พัน พั ธุ์ ในสิ่ง สิ่ มีชี มี วิ ชี ต วิ เซลล์ เดีย ดี ว และหลายเซลล์บางชนิด นิ
พันธุศาสตร์ หน้า 9 โคมโมโซมเพศ คืคื คืคื อ มีจำ มี จำนวน 1 คู่ โดยที่ใน เพศหญิงญิ โครโมโซมคู่นั้ คู่ น นั้ จะมีลั มี ลั กษณะ เหมือ มื นกัน เรีย รี กว่า ว่ โครโมโซม XX ในขณะที่โครโมโซมใน เพศชายจะมีลั มี ลั กษณะและขนาดที่ต่างกัน เรีย รี กว่า ว่ โครโมโซม XY. ความผิดผิ ปกติของโครโมโซมกับกลุ่ม ลุ่ อาการดาวน์
พันธุศาสตร์ หน้า 10 ไมโทซิซิส ซิซิ คืคื คืคื อ เป็น ป็ การแบ่ง บ่ เซลล์แบบแบ่ง บ่ ตัวโดยตรง คือ นิวนิเคลียสค่อยๆ ยาวออกและเกิดคอด ลงแล้วแบ่ง บ่ ไซโทพลาสซึม ซึ เป็น ป็ 2 ส่ว ส่ นกลายเป็น ป็ 2 เซลล์ โดยทั้ง ทั้ 2 เซลล์ต่างมี คุณ คุ สมบัติ บั ติเหมือ มื นเซลล์เดิมดิจำ นวนโครโมโซม หลังการแบ่ง บ่ จะเท่าเดิมดิ (2n) เพราะ ไม่มี ม่ ก มี ารแยกคู่ ของโฮโมโลกัสโครโมโซม การแบ่ง บ่ เซลล์แบบนี้จ นี้ ะพบมากในสิ่งสิ่มีชี มี วิ ชี ตวิ เซลล์เดีย ดี ว
พันธุศาสตร์ หน้า 11 ไมโอซิซิส ซิซิ คืคื คืคื อ นิวนิเคลียสค่อยๆ ยาวออกและเกิดคอดลงแล้วแบ่ง บ่ ไซโท พลาสซึม ซึ เป็น ป็ 2 ส่ว ส่ นกลายเป็น ป็ 2 เซลล์ โดยทั้ง ทั้ 2 เซลล์ ต่างมีคุ มี ณ คุ สมบัติ บั ติเหมือ มื นเซลล์เดิมดิจำ นวนโครโมโซม หลัง การแบ่ง บ่ จะเท่าเดิมดิเพราะไม่มี ม่ ก มี ารแยกคู่ ของโฮโมโลกัส โครโมโซม การแบ่ง บ่ เซลล์แบบนี้จ นี้ ะพบมากในสิ่งสิ่มีชี มี วิ ชี ตวิ เซลล์เดีย ดี ว
พันธุศาสตร์ หน้า 12 กลุ่ลุ่ ลุ่ลุ่ ม ลุ่ลุ่ อาการดาวน์น์ น์น์ คืคื คืคื อ เป็น ป็ โรคพัน พั ธุกรรมที่ที่เกิดจากการมีโมี ครโมโซม 21 เกินมาทั้ง ทั้ อันหรือ รื บางส่ว ส่ นผู้ป่ผู้ ว ป่ ยส่ว ส่ นใหญ่จ ญ่ ะมีพั มี ฒ พั นาการล่าช้า ช้ มีใมี บหน้า น้ เป็น ป็ ลักษณะเฉพาะ และมีค มี วา พิกพิารทางสติปัญญาระดับ ดั เล็กน้อ น้ ยถึงปานกลาง[ ระดับ ดั เชาวน์ปัน์ ปั ญญาโดย เฉลี่ยของผู้ป่ผู้ ว ป่ ยกลุ่ม ลุ่ อาการดาวน์ใน์ นวัย วั ผู้ใผู้หญ่ต ญ่ อนต้นอยู่ปยู่ ระมาณ 50 เทียบ เท่ากับเด็ก ด็ อายุ 8-9 ปี อย่า ย่ งไรก็ดีร ดี ะดับ ดั สติปัญญาของผู้ป่ผู้ ว ป่ ยเหล่านี้อ นี้ าจมี ความแตกต่างกันได้ม ด้ าก
พันธุศาสตร์ หน้า 13 ธาลัลั ลัลั สซีซีเ ซีซี มีมีย มีมี คืคื คืคื อ โลกโลหิตหิจางทางพัน พั ธุกรรมที่เกิดจากการความบกพร่อ ร่ งใน การสัง สั เคราะห์ฮี ห์ ฮีโมโกลบินบิ ในเซลล์เม็ด ม็ เลือดแดง ส่ง ส่ ผลให้เ ห้ กิดความผิดผิ ปกติในเม็ด ม็ เลือดแดง ทำ ให้ผ ห้ ลิตเม็ด ม็ เลือดแดงได้น้ ด้ อ น้ ยลง เม็ด ม็ เลือด
พันธุศาสตร์ หน้า 14 พันธุวิศวกรรม คือ การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรม ของสิ่งมีชีวิต ลักษณะเหล่านี้ขึ้นอยู่กับตัวกำ หนดภายในเซลล์ แต่ละเซลล์ เรียกว่า ยีน ซึ่งเปรียบเสมือน พิมพ์เขียวที่กำ หนดแบบบ้านที่เราจะสร้างขึ้นมา ตัวกำ หนดลักษณะทางพันธุกรรมภายในเซลล์นี้
พันธุศาสตร์ หน้า 13 สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม คือ สิ่งมีชีวิตที่องค์ประกอบทางพันธุกรรมถูกดัดแปลงโดยใช้กลวิธีทาง พันธุวิศวกรรม จีเอ็มโอเป็นแหล่งของยาและอาหารดัดแปร พันธุกรรมและมีใช้แพร่หลายในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และในการ ผลิตสินค้าอื่น