เรียบเรียงโดย นางสาวพิกุลทอง สายแวว ครู ค.ศ.1 กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนแสลงโทนพิทยาคม จังหวัดบุรีรัมย์
ตัวชี้วัด •ส 4.2 ม.3/1 อธิบายพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจ และ การเมืองของภูมิภาคต่างๆในโลกโดยสังเขป
• ยุโรปตั้งอยู่ในซีกโลกเหนือ ค่อนไปทางขั้วโลกเหนือ • ประมาณละติจูด 36-71 องศาเหนือ กับลองจิจูด 9 องศาตะวันตก ถึง 66 องศา ตะวันออก • มพ ี ้ ื นท ่ ปี ระมาณ 10 ล้าน ตารางกิโลเมตร • โดยมปี ระเทศท ่ ม ี ข ี นาดใหญ่ ท ่ ส ี ด ุ ค ื อ ร ั สเซ ี ย
1. ดินแดนแห่งคาบสมุทรของคาบสมุทร (A Peninsula of peninsulas) และยัง มีฟยอร ์ดจ านวนมากโดยเฉพาะบริเวณคาบสมุทรสแกนดิเนเวียร ์ 2. มพี ืน้ทีอ่ยู่ซกีโลกเหนือเสน้ ศูนยส์ูตรทั ้งหมด 3. ไม่มีทะเลทราย ยูเร เซีย
• ประเทศส่วนใหญ่มีผืนดินติดต่อกับ ทะเล และมชี ายฝั ่งยาวมาก บาง ประเทศเป็ นเกาะ แม้บางประเทศไม่ติด ทะเลแต่ก็ห่างทะเลไม่มาก จึงเป็ นทวีป เดย ี วท ีไ่ม่มภ ีูมอิากาศแหง ้ แลวแบบ ้ ทะเลทราย และมผ ี น ื ดนิท ี อ่ ุดม สมบูรณ์เหมาแก่การเพาะปลูก แม่น ้าแซน (Seine River) เมืองปารีส แม่น ้าดานูบ ไหลผ่าน 10ประเทศเริม่ที ่ เยอรมนี ไปลงทะเลด า แม่น ้าไรน ์( Rhine ) มตีน้น ้าอยู่ที ่ เทือกเขาแอลป์ ทางตอนใต้ของ ประเทศสวิตเซอร ์แลนด ์
นักเรียนเคยได้ยินค ำเหล่ำนี้ไหมเอ่ย ? • กรีก-โรมัน • กำรล่ำอำณำนิคม • จักรวรรดิ • กำรปฏิวัติวิทยำศำสตร์ • กำรปฏิวัติฝรั่งเศส • สภำขุนนำง และสภำสำมัญ • โมนำลิซำ • ซีซำร์ • รัฐชำติ • ฟิวดัล • แมกนำคำร์ตำ • สงครำมนโปเลียน • สงครำมครูเสด • ฟำสซิสต์ • อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ • อดัม สมิธ • คำร์ล มำกซ์ • ระบบทุนนิยม • กระฎุมพี • EU
สภำพภูมิศำสตร์ ส่งผลต่อสภำพกำรเมือง สังคม และเศรษฐกิจ
การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ของตะวันตก ยุคก่อนประวัติศำสตร์ ยุคประวัติศำสตร์ ยุคหิน ยุคโลหะ โบรำณ กลำง ใหม่ ปัจจุบัน
• มี 2 อำรยธรรมหลัก ได้แก่ อำรยธรรมกรีก และ อำรยธรรมโรมัน สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคโบรำณ
• ศูนย์กลางอยู่ที่เมืองเอเธนส์ (เมืองหลวงประเทศกรีซ) ตั้งแต่ 750 ปีก่อน คริสตกาล •การปกครองแบบ นครรัฐอิสระ ซึ่งนครรัฐที่ส าคัญได้แก่ 1. นครรัฐเอเธนส์ เป็นต้นแบบรัฐประชาธิปไตย มีการเลือกตั้ง ประกอบด้วย บริเวณที่ส าคัญ 2 บริเวณ คือ อโครโปลิส (Acropolis) และ อกอรา (Agora) 2. นครรัฐสปาร์ตาร์ ปกครองแบบทหารนิยม ต้นก าเนิดเผด็จการเบ็ดเสร็จ สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคโบรำณ => กรีก
• ศาสนา : นับถือเทพเจ้าหลายองค์ >> ซุส (Zeus) เป็นเทพเจ้าสูงสุด , เทพโพไซดอน ,อพอลโล ฯลฯ •การแพทย์ : มีบิดาแห่งการแพทย์ “ฮิปโปเครติส” พบว่าโรคต่างๆไม่ได้เกิด จากการลงโทษของเทพเจ้า • ด้านปรัชญา : มีนักปราชญ์หลายท่าน เช่น 1. โซเครติส สอนแนวคิดการใช้เหตุผลและสติปัญญา 2. เพลโต เขียน “อุดมรัฐ” 3. อริสโตเติล (บิดารัฐศาสตร์) 4. เฮอรอโดตัส (บิดาแห่งประวัติศาสตร์โลก) สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคโบรำณ => กรีก (ต่อ)
• มหากาพย์ : เช่น มหากาพย์อีเลียด และโอดีสซีย์ของกวีโฮเมอร์ • ด้านวิทยาศาสตร์: พีทากอรัส สร้างทฤษฎีสามเหลี่ยม, อาร์คิมิดิส พบแรงลอยตัว, ยูคลิด พบ ห.ร.ม. •สงคราม : สงครามเพโลพอนเนเชียน ชาวกรีก 2 นครรัฐสู้กันเอง คือเอเธนส์ กับ สปาตาร์ >> สปาตาร์ชนะ สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคโบรำณ => กรีก (ต่อ)
•สถาปัตยกรรม : วิหารพาร์เธนอน สร้างถวายเทพีอะธีนา มีการใช้ปติมา กรรมหัวเสาแบบดอริก ไอโอนิก และโครินเธียน • ศิลปะกรีก : แบบธรรมชาตินิยม ตามหลักกายวิภาค >> สะท้อนความเจ็บปวด ของมนุษย์ และเรื่องราวจากเทพปกรณัม • กรีกเป็นต้นต าหรับของการแสดงนาฏกรรม ในฤดูใบไม้ผลิ จะมานั่งชมละครใน อัฒจันทร์ที่เป็นเนินเขาเพื่อชมการแสดงละครที่ถวายแด่ไดโอนิซุส สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคโบรำณ => กรีก (ต่อ)
• ที่ตั้ง : คาบสมุทรอิตาลี ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (1000ปีก่อน คริสตกาล) เป็นอาณาจักรใหญ่ที่สุดในยุโรปโบราณ • ด้านการปกครอง : ปกครองแบบจักรวรรดิ รวมอ านาจไว้ที่ “ซีซาร์” หลังจากไล่กษัตริย์องค์สุดท้ายของโรมออกไป ได้มีการสถาปนา กฎหมาย 12 โต๊ะ ซึ่งเป็นแม่แบบกฎหมายของโลกตะวันตกในปัจจุบัน มี การปกครองแบบสาธารณรัฐเป็นที่แรก •การแพทย์ : เริ่มท าคลอดหน้าท้อง และใช้ยาสลบก่อนผ่าตัด ? สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคโบรำณ => โรมัน
•สถาปัตยกรรม : เน้นความใหญ่โต แข็งแรง เน้นใช้งานได้จริง ดัดแปลงมาจากกรีก เช่นใช้ประตูโค้ง หลังคาโดมแทนจั่ว เช่น โคลอสเซียม,วิหารแพนธีออน,ที่อาบน ้าสาธารณะ •ปติมากรรม : ดัดแปลงมาจากกรีก เน้นความสมจริง เช่น ภาพ แกะสลักครึ่งท่อนบน และภาพสลักนูนต ่า •วิศวกรรม : สร้างถนนคอนกรีต และสะพานส่งน ้าจากภูเขาไป ยังเมือง สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคโบรำณ => โรมัน (ต่อ)
•สงคราม : สงครามพิวนิก (โรมัน VS คาร์เทจ) โรมันชนะ ท าให้ได้ ครอบครองดินแดนอิตาลี และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน • ภาษา : โรมันพัฒนาภาษาละติน จากภาษากรีก มี 23 พยัญชนะ ซึ่ง เป็นรากฐานของภาษาในยุโรป เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน และภาษา ละตินยังถูกน าไปใช้เป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์ต่างๆเช่นเดียวกับกรีก สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคโบรำณ => โรมัน (ต่อ)
• อาณาจักรโรมันอันยิ่งใหญ่แบ่งออกเป็นโรมันตะวันตก และโรมันตะวันออก ชน เผ่าเยอรมัน ซึ่งชาวโรมันเรียก อนารยชน ได้บุกท าลายและเผากรุงโรมจนย่อบ ยับในปี ค.ศ. 476 (พ.ศ. 1019) ขับไล่จักรพรรดิองค์สุดท้ายของโรมันคือ จักรพรรดิโรมุลุส เอากุสตุลุส (Romulus Augustulus) • เป็นการสิ้นสุดโรมันตะวันตก และประวัติศาสตร์สมัยโบราณของชาวตะวันตก การสิ้นสุดประวัติศาสตร์สมัยโบราณ • โรมันทางตะวันออกยังคงอยู่ต่อไปในสมัยกลาง เป็นที่รู้จักในนาม “อาณาจักรไบแซนไทน์” มีกรุง คอนสแตนติโนเปิล เป็นเมืองหลวง (ตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่กษัตริย์คอนสแตนติน)
ทบทวนยุคโบราณ 1. ในสมัยโบราณกรีก-โรมันมีรูปแบบการปกครองแบบใด 2. ศาสนา ความเชื่อของชาวยุโรปยุคโบราณมีลักษณะอย่างไร 3. ต้นแบบรัฐประชาธิปไตย คือที่ใด 4. บิดาแห่งประวัติศาสตร์โลก คือใคร 5. อโครโปลิส (Acropolis) และ อกอรา (Agora) คืออะไร 6. หัวเสากรีกโบราณมีลักษณะอย่างไรบ้าง 7. รูปแบบสังคมในสมัยโบราณของยุโรปเป็นอย่างไร 8. รูปแบบเศรษฐกิจในสมัยโบราณของยุโรปเป็นอย่างไร 9. ยุคโบราณของยุโรปสิ้นสุดลงช่วงเหตุการณ์ใด
• ศำสนำคริตส์ในระยะแรกไม่ได้รับกำรยอมรับในจักรวรรดิโรมัน ในยุคโบรำณ และยัง ถูกทำงกำรปรำบปรำมอย่ำงรุนแรง เช่น จักรพรรดิเนโร (หรือ นีโร – Nero) กล่ำวหำว่ำชำวคริสเตียนจุดไฟเผำกรุงโรมจนรำบเรียบเป็นส่วนมำกในคริสต์ศักรำช 64 • ในช่วงศตวรรษที่2 กำรฆ่ำชำวคริสต์ ได้ทวีควำมรุนแรงมำกขึ้น หลำยคนถูกคุมขังหรือฆ่ำเพรำะ ศำสนำของพวกเขำ สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคกลำง หรือ ยุคมืด (คริสต์ศตวรรษที่ 5-15 : ค.ศ.401-1500: พ.ศ. 944 - 2043 จนกระทั่งในสมัยพระเจ้ำคอนสแตนติน (โรมันตะวันออก) C.4 ได้นับถือศำสนำคริสต์ และจักรพรรดิโอโอซิอัสที่ 1 ได้ประกำศให้ ชำวโรมันนับถือศำสนำคริสต์
• หลังโรมันตะวันตกล่มสลาย ชนเผ่าเยอรมันกลุ่มต่างๆก็เข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณ ต่างๆของโรมันแทน เช่น ชนเผ่าแฟรงค์ ตั้งถิ่นฐานที่ฝรั่งเศสและเบลเยียม, เผ่า ลอมบาร์ด ในอิตาลี, เผ่าวิซิกอท ในสเปน เป็นต้น • ดินแดนยุโรปปั่นป่วน อดยาก หวาดกลัว ขาดที่พึ่ง ตกต ่าในทุกๆด้าน (Dark Age) ศาสนากลายเป็นตัวช่วยเยียวยาผู้คน ให้ความมั่นคงทางจิตใจ • ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อกษัตริย์จึงหันไปพึ่งขุนนางแทน เพราะยุโรปไม่มี ศูนย์กลางอ านาจทางการเมืองที่เป็นหนึ่งเดียวอีกต่อไป สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคกลำง หรือ ยุคมืด (คริสต์ศตวรรษที่ 5-15 : ค.ศ.401-1500: พ.ศ. 944 - 2043
• ปลาย C.7 จักรพรรดิชาร์เลอมาญ ชนเผ่าแฟรงค์ ได้รวบรวมเผ่าต่างๆเข้าด้วยกัน แล้วตั้งเป็นจักรวรรดิแฟรงค์ • สมัยนี้จักรพรรดิให้ความนับถือศาสนาคริสต์มาก ผู้น าศาสนาคือพระสันตาปา แห่ง นครรัฐวาติกัน สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคกลำง หรือ ยุคมืด (คริสต์ศตวรรษที่ 5-15 : ค.ศ.401-1500: พ.ศ. 944 - 2043 คริสตจักร เป็นสื่อกลางระหว่างพระเจ้า และมนุษย์ พระสันตะปาปาจึงมีอ านาจ เหนือทุกสิ่ง ทั้งเหนือกษัตริย์ เหนือระบบ ฟิวดัล เหนือศาล มีอ านาจก าหนดนโยบาย ทุกอย่าง รวมถึงขับไล่คนออกจากศาสนา ซึ่งถือเป็นโทษร้ายแรงสูงสุด ส าหรับผู้ที่คิด สงสัย หรือขัดค าสั่งของคริสตจักร
• ช่วงต้น... • การปกครองที่กระจายอ านาจสู่ท้องถิ่น ที่มีที่ดินเป็นตัวก าหนด ฐานะ ซึ่งที่ดินเป็นของกษัตริย์(Lord)และได้มอบที่ดินนั้นให้แก่ ขุนนาง (Vassal) ซึ่งขุนนางมีอ านาจจัดตั้งกองทัพและออก กฎหมายในแมนเนอร์ของตนเอง • กษัตริย์มีการแย่งชิงอ านาจกันท าให้อ่อนแอ จึงต้องพึ่งพาขุนนาง สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคกลำง หรือ ยุคมืด (ต่อ) (คริสต์ศตวรรษที่ 5-15 : ค.ศ.401-1500: พ.ศ. 944 - 2043 ระบบฟิวดัล (ศักดินำ)
• ฟิวดัลรุ่งเรืองสูงสุดในช่วง C.9-10 เมื่อพวก ไวกิ้ง เข้ารุกราณจักวรรดิแฟรงก์ ท าให้ขุน นางจัดตั้งกองทัพเองได้ เพื่อสู้กับไวกิ้งให้ จักวรรดิ ขุนนางต่อรองกับกษัตริย์ได้ • ระบบฟิวดัลที่ใช้ที่ดินเป็นสื่อกลางนี้ จะ เชื่อมโยงไปถึงระบบเศรษฐกิจเป็นแบบแมน เนอร์ (Manor) ซึ่งเป็นระบบเศรษฐกิจแบบ พึ่งพาตนเองในหน่วยที่ดินที่ได้รับมอบไปนั้น • โดยใน 1 หน่วยที่ดิน หรือ 1 แมเนอร์ นั้นจะมี ทาสติดที่ดิน (serf) เป็นชนชั้นที่มีจ านวนมาก และสถานะต ่าสุด ค่อยท าหน้าที่เป็นแรงงาน ในภาคเกษตรกรรมและส่งผลผลิตให้กับเจ้า ที่ดิน (Lord) ที่พักอยู่ในปราสาท (Manor House) นั้นๆ เพื่อตอบแทนที่ให้การคุ้มครอง ดูแล
• ครูเสด แปลว่า ไม้กางเขน • เป็นสงครามที่แย่งชิงดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนา คริสต์ และอิสลาม ซึ่งปัจจุบันคือดินแดนของประเทศอิสราเอล หรือปาเลสไตน์ กินเวลา เกือบ 300ปี • ยุติลงเมื่อสุลต่าลแห่งไคโรยึดครองเยรูซาเล็มได้ สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคกลำง หรือ ยุคมืด (ต่อ) (คริสต์ศตวรรษที่ 5-15 : ค.ศ.401-1500: พ.ศ. 944 - 2043 สงครำมครูเสด (คริสต์ศตวรรษที่ 11-13) ➢ ผลของสงคราม ท าให้ขุนนางเสียอ านาจลง เพราะหมดกองก าลัง และทรัพย์สินไปกับสงครามจ านวนมาก ➢ กษัตริย์ รวบรวมอ านาจขึ้นมา ก่อตั้งเป็นรัฐชาติ (การรวมดินแดน ต่างๆเป็นชาติเดียวกัน) ➢ เกิดกำรแลกเปลี่ยนวิทยำกำรของชำวมุสลิมและชำวคริสต์ มี กำรขยำยตัวทำงกำรค้ำระหว่ำงตะวันตกและเอเชีย ➢ เกิดชนชั้นใหม่ในสังคมตะวันตก ได้แก่ ชนชั้นกลาง หรือ กระฎุมพี
❑อังกฤษ พระเจ้าจอห์นกษัตริย์แห่งอังกฤษ ใช้อ านาจโดยปราศจาก คุณธรรม ท าให้ขุนนาง พ่อค้าและประชาชนเดือดร้อน ❑น าไปสู่การรวมตัวเพื่อบังคับให้พระเจ้าจอห์นลงพระนามรับแมก นำคำร์ตำ (Magna Carta) ซึ่งถือเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับแรกของ โลกที่ส่งผลต่อกฎหมายปัจจุบัน เนื้อหาที่ส าคัญ เช่น จ ากัดอ านาจของกษัตริย์ ให้ประชาชนมีความเท่าเทียมกัน กษัตริย์ปกครองร่วมกับรัฐสภา ❑สเปน โปตุเกส ฝรั่งเศส ปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคกลำง หรือ ยุคมืด (ต่อ) (คริสต์ศตวรรษที่ 5-15 : ค.ศ.401-1500: พ.ศ. 944 - 2043 ระบอบกำรปกครอง(คริสต์ศตวรรษที่ 13)
สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคกลำง หรือ ยุคมืด (ต่อ) (คริสต์ศตวรรษที่ 5-15 : ค.ศ.401-1500: พ.ศ. 944 - 2043 ยุคปลำยสมัยกลำง • ศาสนจักรเสื่อมอ านาจลง เนื่องจาก เกิดการต่อสู้ระหว่างกษัตริย์ฝรั่งเศสกับพระสันตะปาปา ซึ่งกษัตริย์ชนะ ความแตกแยกภายในของศาสนจักร • สันตะปาปา Leo ที่ 10 แห่งกรุงวาติกัน หาเงินมาใช้ในการต่อเติมวิหารด้วยการขาย เอกสารที่มีชื่อเรียกว่า indulgence (ปล่อยตัว) • ศาสนจักรมีการฉ้อฉล ประพฤติตนไม่เหมาะสม ท าให้คนเสื่อมศรัทธา และน าไปสู่การปฏิรูป ศาสนา c.16 ผู้คนเริ่มเบื่อหน่ายศาสนา อยากแสวงหาความรู้ใหม่ๆ • การค้าขยายตัวตามเมืองต่างๆ เกิดกลุ่มสมาคมอาชีพ (guild) เช่น University • เกิดเทศบาล , ระบบการเก็บภาษี, งานแสดงสินค้า,ธนาคาร, การท าสัญญา การกู้ยืม ฯลฯ • เกิดชนชั้นกลางจ านวนมาก(พ่อค้า แพทย์ ครู นักกฎหมาย) คนกลุ่มสนับสนุนกษัตริย์ ท า ให้กษัตริย์มีอ านาจมากขึ้น • สงครามครูเสด และสงครามร้อยปี ของอังกฤษกับฝรั่งเศสท าให้เกิดลัทธิชาตินิยมและรัฐชาติ รวมอ านาจไว้ที่กษัตริย์ • ผู้คนเริ่มเลิกสนใจชาติก าเนิด หันไปสนใจฐานะทางเศรษฐกิจ
• มหำวิทยำลัย : ปารีส, โบโลยา, เคมบริดจ์, ออกฟอร์ด • ศิลปะไบแซนไทน์ : คริสเตียน + ตะวันอออก เช่น วิหารเซนต์โซเฟีย มรดกจำกสมัยกลำง สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคกลำง หรือ ยุคมืด (ต่อ) (คริสต์ศตวรรษที่ 5-15 : ค.ศ.401-1500: พ.ศ. 944 - 2043
• ศิลปะโรมาเนสก์ (แน่นหนา เทอะทะ แข็งแรง) เช่น หอเอนปีซา (คริสต์ศตวรรษที่ 11-12) • ศิลปะโกธิค (สูงและพลิ้วไหว) เช่นวิหารนอทเธอดาม (คริสต์ศตวรรษที่12-15) • จิตรกรรม เขียนภาพบนปูนเปียก งานประดับหินโมเสก • วรรณกรรม เกี่ยวกับศาสนาเป็นส่วนใหญ่ เช่น The city of God. • ก าหนดให้ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ เกิดระบบธาคาร,การจัดการภาษี ฯลฯ มรดกจำกสมัยกลำง สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคกลำง หรือ ยุคมืด (ต่อ) (คริสต์ศตวรรษที่ 5-15 : ค.ศ.401-1500: พ.ศ. 944 - 2043 วิหารออร์เวียดโต อิตาลี
ขยายความรูปแบบศิลปะแบบต่างๆ • Romanesque-art ศิลปะโรมาเนสก์ • งานของโรมาเนสก์ถ้าเป็นงานจิตรกรรมจะมีความอ่อนช้อย พลิ้วไหว มากกว่า ดูมีรายละเอียดมากกว่าศิลปะไบแซนไทน์ • แต่ถ้าหากเป็นงานทางด้านสถาปัตยกรรม งานศิลปะโรมาเนสก์จะดู แข็งแกร่ง เน้นความทนทาน อาคารจะสร้างให้เหมือนกับป้ อม ปราการ หรือบางแห่งจะท าเป็นหลังคาโค้ง • สถาปั ตยกรรมนอร ์ มน ั เป็ นสถาปั ตยกรรมตะว ั นตกท ่ แ ี พร ่ หลายในยุค กลางของอังกฤษ (คร ิ สต ์ ศตวรรษท ่ ี11-12) วัดเซ็นต์ออสเตรมอยน์, อิซัว, ฝรั่งเศส สร้างเสร็จ ค.ศ.1372
มหาวิหารเดอรัม ประเทศอังกฤษ Romanesque-art ศิลปะโรมาเนสก์
ศิลปะโกธิค (Gothic Art) • ล ั กษณะมผ ี น ั งเปิดกว ้ าง มส ี่ วนสง ู เด ่ นเป็ นพิเศษและมแ ี บบท ่ อ ี อกมา เป็นลายเส้นอัน ซับซ้อนทุกส่วนล้วนประกอบเข้าด้วยกันเป็นสัญลักษณ์นิยมทางศาสนา • โครงสร้างหลังคาเป็นโค้งแหลม ลักษณะต่างๆ เหล่านี้ จะหาดูได้จากมหาวิหารใน ฝรั่งเศส มหาวิหารนอเตรอดาม เดอ ปารีส
มหาวิหารมิลาน, อิตาลี ศิลปะโกธิค (Gothic Art)
ทบทวนยุคกลาง 1. ยุคกลางเป็นยุคที่ถูกอะไรครอบง ามากที่สุด 2. ผู้ที่มีอ านาจสูงสุดในยุคกลางตอนต้นคือใคร เพราะเหตุใด 3. ในระบบฟิวดัล คืออะไร 4. ระบบเศรษฐกิจแบบแมนเนอร์มีลักษณะอย่างไร 5. สงครามครูเสดคืออะไร เพราะเหตุใดสงครามครูเสดจึงท าให้ เกิดชนชั้นกลางในสังคมยุโรปสมัยกลาง 6. ศิลปะยุคกลางที่เน้นความสูง พริ้วไหว สวยงาม คือศิลปะ รูปแบบใด
• เป็นช่วงรอยต่อของสมัยกลางและสมัยใหม่ (ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเริ่มต้นและ สิ้นสุดลงเมื่อใด) • หลังจากอาณาจักรไบเซนไทน์ล่มสลายลง เพราะถูกชาวเติร์กยึดครอง ผู้คน จึงอพยพมาที่ อิตาลี พร้อมกับน าวิทยาการความรู้ของกรีกและโรมันมาด้วย •องค์สุลต่ำนเมห์เม็ตที่ 2 รบชนะ จักรวรรดิไบเซนไทน์จักรวรรดิออตโตมัน ของชำวอิสลำม มาแทนที่อาณาจักรไบเซนไทน์ =>กรุงอิสลามบูล => อิส ตันบูล (ค.ศ.1923 ) สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยำกำร (ยุคทอง) Renaissance : ยุคแห่งกำรพลิกโฉมหน้ำประวัติศำสตร์โลก
• ฟื้นฟูแนวคิด มนุษยนิยม ปัจเจกชนนิยม ธรรมชำตินิยม เป็นผู้รู้ รอบ ไม่งมงาย เชื่อตนเองมากกว่าศาสนา • ค.ศ.1454 ประดิษฐ์แท่นพิมโลหะ โดย โยฮัน กูเตนเบิร์ก • ดวงอำทิตย์เป็นศูนย์กลำงของเอกภพ ผู้เสนอทฤษฎีนี้คือ นิโคลัส โคเปอร์นิคัส แต่ขัดกับหลักศาสนา ผลงานจึงไม่ถูกเผยแพร่ ภายหลัง ได้รับยกย่องเป็น “บิดาแห่งดาราศาสตร์สมัยใหม่” สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยำกำร (ยุคทอง) Renaissance : ยุคแห่งกำรพลิกโฉมหน้ำประวัติศำสตร์โลก
• ศิลปะ : วิหารเซนต์ปีเตอร์ (ของเดิม C.4) ,วิหารเซนต์ปอน • ศิลปินที่มีชื่อเสียง : ❖ไมเคิล แองเจโล >> รูปปั้นเดวิด,Pieta ❖ลีโอนาโด ดาร์วินชี >> ภาพวาดโมนาลิซา, ภาพวาด The last supper สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยำกำร (ยุคทอง) Renaissance : ยุคแห่งกำรพลิกโฉมหน้ำประวัติศำสตร์โลก Pieta Creation of Adam David วิหารเซนต์ปอน
วรรณกรรม : ❖วิลเลียม เช็คสเปียร์ >> งานเขียน Hamlet, โรมิโอ แอนด์ จูเลียต ❖นิโคไล มาเคียเวลลี >> งานเขียน The Prince ❖โทมัส มอร์ >> งานเขียน Utopai สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยำกำร (ยุคทอง) Renaissance : ยุคแห่งกำรพลิกโฉมหน้ำประวัติศำสตร์โลก
1. ศิลปะแบบโรมาเนสก์ มีลักษณะอย่างไร พร้อมยกตัวอย่าง 2. เพราะเหตุใดในช่วงปลายของยุคกลางจึงเป็นยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการของ กรีก-โรมัน 3. การประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ได้ ส่งผลต่อยุโรปสมัยนี้อย่างไร 4. ยกตัวอย่างศิลปินที่มีชื่อเสียงในช่วงปลายยุคกลาง พร้อมผลงานที่ส าคัญ ระดับโลก ทบทวนยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (เรอเนซองซ์)
แผนที่เดินเรือชาวยุโรป http://wl.mc.ac.th/s32102/013.htm สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคใหม่ (Modern Age) คริสต์ศตวรรษที่ 15-20 : ค.ศ.1401-2000: พ.ศ. 1944 - 2543 สาเหตุของการส ารวจทางทะเลของชาวยุโรปเริ่มขึ้นในคริสต์ศตวรรษ ที่15 • ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ และความรู้ด้านภูมิศาสตร์ แผนที่ การเดินเรือ • การใช้เข็มทิศและความก้าวหน้าในการต่อเรือเดินสมุทร อย่างมี ประสิทธิภาพ • เกิดจากความต้องการพัฒนาเส้นทางทะเลติดต่อระหว่างทวีปยุโรปกับ เอเชีย >>เส้นทางเดิมที่ต้องผ่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียน + เอเชียไม เนอร์หรือตะวันออกกลางอยู่ภายใต้อิทธิพลของพวกมุสลิมชาวยุโรป ชาติอื่นนอกจากอิตาลีไม่สามารถเดินทางผ่านได้ • ความต้องการสินค้าจากโลกตะวันออกมากขึ้น>>พยามยามเดิน ทางอ้อมแหลมกูดโฮปทวีปแอฟริกาไปยังประเทศอินเดียได้ส าเร็จ • ท าให้มีการค้นพบดินแดนใหม่ ๆ อีกหลายแห่ง ยุคแห่งกำรส ำรวจโลกและค้นพบดินแดน (ค.ศ.1492 - C.16)
แผนที่เดินเรือชาวยุโรป http://wl.mc.ac.th/s32102/013.htm
• อิตำลีรุ่งเรืองและผูกขำดเส้นทำงกำรค้ำทั้งทำงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทำง บกที่ติดกับเอเชียโดยชำวมุสลิมในอิตำลี ประเทศอื่นๆ จึงต้องหำทำงใหม่ • ประชำชนเบื่อหน่ำยอ ำนำจของคริสตจักรที่ครอบง ำชีวิต • มีควำมรู้จำกยุค เรอเนสซองค์ ได้แนวคิดแบบมุษยนิยม และธรรมชำตินิยม • แนวคิดเรื่องโลกกลม • กำรปฏิรูปศำสนำ C.16 มีกำรประท้วงกำรขำยใบไถ่บำปของศำสนจักร ผู้น ำใน กำรประท้วงคือ มำร์ติน ลูเธอร์ >> ส่งผลให้เกิดนิกำยโปรเตสแตนท์ สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคใหม่ (Modern Age) คริสต์ศตวรรษที่ 15-20 : ค.ศ.1401-2000: พ.ศ. 1944 - 2543 ยุคแห่งกำรส ำรวจโลกและค้นพบดินแดน (ค.ศ.1492 - C.16)
มาร์ติน ลูเธอร์ • ในปี 1516 โจนาธาน เทเซล นักบวชนิกายโดมิงนิกัน ถูกส่งมายังเยอรมนีโดยศาสนจักร เพ่ื อทา การขายใบไถ่บาปอนัเป็ นกจิการท่เ ีฟ่ื องฟ ู มากในขณะน ้ันสา หรับผ ้ ู ท่เ ี ช่ื อว่าตนเองม ี บาปติดตัว • การซ ้ ื อใบไถ่บาปเป็ นหนทางลัดท่ส ี ด ุ สา หรับผ ้ ู มอ ี นัจะกนิท่จ ี ะฟอกตัวให ้ บริสท ุ ธ ์ิ • มาร์ติน ลูเธอร์ ตั้งค าถาม “....ท าไมองค์สันตะปาปาผู้มั่งคั่งจึงไม่ใช้พระราชทรัพย์ส่วน พระองค ์ ทา การซ่อมแซมหร ื อก่อสร ้ างศาสนวิหารน ้ันเอง แทนท่จ ี ะออกหาเงนิจาก ประชาชนผู้ยากไร้ทั่วไป” • คริสตจักรประกาศให้ มาร์ติน ลูเธอร์ เป็นคนนอกศาสนา กษัตริย์ให้ใครผู้ใดกต ็ ามท่พ ี บ เห็นเขามีสิทธิสังหารเขาโดยไม่ผิดกฎหมาย • ได้กลายเป็นผู้น าศาสนาคริสต์นิกายใหม่ คือ นิกายโปรเตสแตนท์
• สำเหตุกำรส ำรวจทำงทะเล 1. ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ และความรู้ด้านภูมิศาสตร์ แผนที่การเดินเรือ 2. การใช้เข็มทิศและความก้าวหน้าในการต่อเรือเดินสมุทร อย่างมีประสิทธิภาพ 3. ความต้องการสินค้าและวัตถุดิบจากโลกตะวันออก 4. การถูกปิดกั้นการเดินทางไปเอเชียทางบกของชาวยุโรป • โปรตุเกสเป็นชำติแรกที่เป็นผู้น ำในกำรเดินเรือ • นักส ารวจที่ส าคัญ ได้แก่ 1. บาโธโลมิว ดิแอส สามารถเดินเรือเลียบทวีแอฟริกา อ้อมแหลมกู๊ดโฮป 2. คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ชาวอิตาลีค้นพบทวีปอเมริกา 3. วาสโกดา กามา เดินเรือมาทวีปเอเซีย ขึ้นฝั่งที่ประเทศอินเดีย 4. เฟอร์ดินันด์ แมกเจลแลน นักแสวงโชคผู้สามารถเดินเรือรอบโลกได้เป็นผู้ส าเร็จคนแรก สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคใหม่ (Modern Age) คริสต์ศตวรรษที่ 15-20 : ค.ศ.1401-2000: พ.ศ. 1944 - 2543 ยุคแห่งกำรส ำรวจโลกและค้นพบดินแดน (ค.ศ.1492 - C.16) (ต่อ)
• มนุษย์เริ่มกล้ำตั้งค ำถำมกับควำมถูกต้องของทฤษฎีต่ำงๆที่เคยใช้มำ โดยใช้ เหตุผล และกำรทดลอง เชื่อตนเองมำกกว่ำเทพเจ้ำ • เริ่มจำกกำรปฏิวัติวิทยำศำสตร์สำขำ ดำรำศำสตร์ (หำควำมจรงของโลก) สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคใหม่ (Modern Age) คริสต์ศตวรรษที่ 15-20 : ค.ศ.1401-2000: พ.ศ. 1944 - 2543 ยุคปฏิวัติวิทยำศำสตร์
• องค์ควำมรู้ระยะแรก : ➢นิโคลัส โคเปอร์นิคัส ค้นพบว่ำดวงอำทิตย์เป็นศูนย์กลำงของระบบสุริยะจักรวำล ➢กำลิเลโอ สร้ำงกล้องโทรทรรศ์ ท ำให้เกิดองค์ควำมรู้จำกกำรศึกษำระบบสุริยจักรวำลได้ สะดวกขึ้น ➢โยฮันเนส เคปเลอร์ พบว่ำ ดำวเครำะห์โคจรเป็นวงรี (กฎของเคปเลอร์) สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคใหม่ (Modern Age) คริสต์ศตวรรษที่ 15-20 : ค.ศ.1401-2000: พ.ศ. 1944 - 2543 ยุคปฏิวัติวิทยำศำสตร์
• องค์ควำมรู้ระยะที่2 : ➢ไอแซก นิวตัน ค้นพบกฎกำรเคลื่อนที่, ➢กฎแรงดึงดูด,กฎแรงโน้มถ่วงของโลก สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคใหม่ (Modern Age) คริสต์ศตวรรษที่ 15-20 : ค.ศ.1401-2000: พ.ศ. 1944 - 2543 ยุคปฏิวัติวิทยำศำสตร์
• องค์ควำมรู้ระยะที่2 : ➢ฟรำนซิส เบคอน แนวคิดกำรจัดตั้งสถำบันทำงวิทยำศำสตร์ ➢ชำลส์ ดำวิน ทฤษฎีวิวัฒนำกำร,กำรคัดเลือกโดยธรรมชำติ (ผู้แข็งแกร่ง กว่ำจึงจะอยู่รอด) เกิดกำรจัดระเบียบทำงสังคมหลำยประกำร กำรฆ่ำล้ำง เผ่ำพันธุ์ เกิดกำรค้ำแบบทุนนิยมเสรี สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคใหม่ (Modern Age) คริสต์ศตวรรษที่ 15-20 : ค.ศ.1401-2000: พ.ศ. 1944 - 2543 ยุคปฏิวัติวิทยำศำสตร์
• องค์ควำมรู้ระยะที่2 (ต่อ) : ➢เกรเกอร์ เมลเดล บิดำแห่งพันธุศำสตร์ ค้นพบกำรสืบทอดทำงพันธุกรรม ➢หลุยส์ ปำสเตอร์ กำรฆ่ำเชื้อวิธีปำสเตอร์,วัคซีน ➢เจมส์ วัตต์ เครื่องจักรกลไอน้ ำ, น ำไปสู่กำรปฏิวัติอุตสำหกรรมและขนส่ง ➢อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ทฤษฎีสัมพัทธภำพ สมัยประวัติศำสตร์ -> ยุคใหม่ (Modern Age) คริสต์ศตวรรษที่ 15-20 : ค.ศ.1401-2000: พ.ศ. 1944 - 2543 ยุคปฏิวัติวิทยำศำสตร์