The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by boonyapon2007, 2022-02-28 02:41:10

แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในการขับเคลื่อน
ตอ่ ระดบั คะแนนเฉลย่ี ผลกแาผรนทงดาสนอ/โบคทรางงกกาารรทศ่สี ึก่งษผาล
ระดับชาติข้ันพื้นฐาน (O- NET)

สานักงานศกึ ษาธิการจังหวดั ลาพูน
สานกั งานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

แนวทางการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาในการขบั เคล่ือนแผนงาน/โครงการทีส่ ง่ ผลตอ่ ระดบั คะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบ
ทางการศึกษาระดบั ชาติข้นั พืน้ ฐาน (O- NET) หนา้ 1

คานา

สานักงานศึกษาธิการจังหวัดลาพูน ได้ดาเนินการจัดทาแนวทางการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาในการขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการท่ีส่งผลต่อระดับคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทาง
การศึกษาระดับชาติข้ันพ้ืนฐาน (O- NET) ปีการศึกษา 2564 สาหรับหน่วยงานทางการศึกษา
ในจังหวัดลาพูนเพื่อใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษาด้านผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรยี นของนักเรยี น นกั ศกึ ษา ในสถานศกึ ษาพน้ื ทจี่ ังหวดั ลาพูน

สานักงานศึกษาธิการจังหวัดลาพูนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแนวทางการพัฒนาดังกล่าว
จักเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานทางการศึกษา สถาบันการศึกษา และสถานศึกษา เพ่ือพัฒนา
คณุ ภาพการศกึ ษาด้านผลสมั ฤทธิ์ ปีการศกึ ษา 2564 และปตี อ่ ไป

สานักงานศกึ ษาธิการจงั หวดั ลาพูน

แนวทางการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาในการขบั เคล่อื นแผนงาน/โครงการท่สี ่งผลต่อระดับคะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบ
ทางการศึกษาระดบั ชาติขัน้ พื้นฐาน (O- NET) หน้า ก

สารบัญ ก
1
คานา 6
ส่วนที่ 1 บทนา 19
ส่วนท่ี 2 เอกสารทเ่ี ก่ียวขอ้ ง
ส่วนท่ี 3 แนวทางการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาในการขบั เคลอ่ื นแผนงาน/ 20
โครงการทสี่ ่งผลตอ่ ระดับคะแนนเฉล่ยี ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติ 21
ขนั้ พื้นฐาน (O- NET) 22
บรรณานุกรม 26
ภาคผนวก
- แบบบนั ทึกการสงั เกตชน้ั เรียน 30
- สอบถามความพึงพอใจต่อการดาเนินงานแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ในการขบั เคล่ือนแผนงาน/โครงการท่สี ่งผลต่อระดับคะแนนเฉลีย่
ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพื้นฐาน (O- NET)
ผู้จดั ทา

แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขบั เคลอื่ นแผนงาน/โครงการทีส่ ง่ ผลตอ่ ระดับคะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบ
ทางการศึกษาระดบั ชาตขิ ้นั พืน้ ฐาน (O- NET) หน้า ข

สว่ นที่ 1

บทนา

-----------------------------------------------------------------------------------------
แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการที่สง่ ผลต่อระดับคะแนนเฉลี่ย

ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติขัน้ พ้ืนฐาน (O- NET)

กระทรวงศึกษาธิการเป็นองค์กรหลักในการขับเคล่ือนและพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศ
ให้มีประสิทธิภาพทัดเทียมนานาประเทศ รวมท้ังส่งเสริมการศึกษาให้เยาวชน ประชาชนมีความรู้มีคุณภาพ
มีศักยภาพในการพัฒนาตนเอง พัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาสังคม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
โดยกระทรวงศึกษาธิการได้กาหนดนโยบายและมาตรการต่างๆ ที่จะดาเนินการเพื่อพัฒนากาลังคนซ่ึงเป็นทรัพยากร
มนุษย์ที่สาคัญในการพัฒนาประเทศ แต่ปรากฏว่ายังมีปัญหาบางประการในการจัดการศึกษาของประเทศในส่วน
ภูมิภาคท้ังในด้านโครงการขององค์การ ด้านการบริหารจัดการ และด้านบุคลาท่ีเกี่ยวข้องซึ่งปัญหาเหล่าน้ีส่งผลต่อ
คณุ ภาพการศึกษาและการพฒั นาเยาวชน

สานักงานศึกษาธิการจังหวัดและสานักงานศึกษาธิการภาค สานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ทไ่ี ด้จัดตงั้ ตามคาสัง่ หัวหนา้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คาสั่งที่ 19 / 2560 เร่ือง การปฏิบัติการศึกษาในภูมิภาคของ
กระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน พ.ศ.2560 โดยมีหน้าท่ีในการกาหนดยุทธศาสตร์และบทบาทการพัฒนาภาค
ต่างๆ ให้เช่ือมโยงและสอดคล้องกับบริบททิศทางการพัฒนาประเทศ กาหนดทิศทางการดาเนินงานของกระทรวง
ศึกษาในระดับภูมือภาคหรือจังหวัด แปลงยุทธศาสตร์ชาติสู่การปฏิบัติในระดับภาคและจังหวัดที่เชื่อมโยงและ
สอดคลอ้ งกับนโยบายและยทุ ธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัด และการพัฒนาด้าน
อ่ืนๆ ตามศักยภาพและโอกาสของบุคคลและชุมชนในแต่ละพ้ืนที่ส่งเสริมสนับสนุนการเสริมสร้างความมั่นคงของ
สถาบันหลักและการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประสาน ส่งเสริม สนับสนุน
และดาเนินการวิจัยและพฒั นาเพื่อสรา้ งองคค์ วามรู้และนวัตกรรมการศึกษาและการพัฒนาด้านอื่นๆ ตามศักยภาพและ
โอกาสของบุคคลและชุมชน เร่งกากับดูแล เร่งรัด นิเทศ ติดตามและประเมินผลการพัฒนางานวิชาการและการพัฒนา
คุณภาพและมาตรฐานการศึกษาในพ้ืนที่รับผิดชอบ และท่ีสาคัญ คือ มีหน้าท่ีกากับ ดูแล เร่งรัด ติดตามและ
ประเมินผลการบริหารการจัดการศึกษาของหน่วยงานการศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธกิ ารในพื้นทีร่ ับผิดชอบ

ดังนั้น เพ่ือให้ภารกิจในการกากับดูแล เร่งรัด ติดตามและประเมินผลการบริหารการจัดการศึกษา
ของหน่วยงานการศึกษาในพื้นท่ีรับผิดชอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลต่อการบริหารจัดการของ
หน่วยงานทางการศึกษา ให้สอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการและบริบทพ้ืนที่
สานักงานศึกษาธิการจังหวัดลาพูนดาเนินโครงการ ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของหน่วยงานทางการศึกษาในการ

แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขบั เคลอ่ื นแผนงาน/โครงการท่สี ่งผลตอ่ ระดบั คะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบ
ทางการศกึ ษาระดบั ชาติขัน้ พ้ืนฐาน (O- NET) หนา้ 1

พัฒนาแนวทางการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการศึกษาโดยวิเคราะห์ผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษาและ
ความต้องการของแต่ละพื้นที่ ในการน้ีสานักงานศึกษาธิการจังหวัดลาพูนได้กาหนดแนวทางการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาในการขับเคล่ือนแผนงาน/โครงการที่ส่งผลต่อระดับคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ัน
พื้นฐาน (O- NET) เพื่อพัฒนาแนวทางการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานของ
หน่วยงานทางการศึกษาให้ตรงกับบริบทของพื้นที่ตรงกับผลการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและความต้องการ
ของแต่ละพ้ืนท่ี เพ่ือให้การนิเทศ ติดตามและประเมินผลสามารถเป็นกลไกกระตุ้นให้หน่วยงานทางการศึกษาบริหารจัด
การศึกษา รวมทั้งแก้ไขปัญหาด้านคุณภาพของผู้เรียนให้เกิดผลลัพธ์ต่อคุณภาพของผู้เรียนท่ีสูงข้ึน ให้ผู้เรียนได้รับการ
พฒั นาอย่างเหมาะสม เป็นผูม้ อี งค์ความรู้ตามศักยภาพและเป็นคนดีของสงั คม

วัตถุประสงค์
1. เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการนิเทศ ติดตาม ประเมินผล และการสนับสนุนการบริหาร

การจัดการศกึ ษา ใหร้ ะดับจงั หวัดเพ่อื ยกระดับคุณภาพการศึกษา
2. เพ่ือพัฒนารูปแบบ / แนวทางการนิเทศ / ติดตาม และประเมินผลในการบริหารจัดการศึกษา

เพ่ือยกระดบั คุณภาพการศกึ ษาท่เี หมาะสม สอดคล้องกบั ความต้องการและบรบิ ทของพ้ืนที่
3. เพื่อขยายผลรูปแบบ/แนวทางการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการบริหารจัดการศึกษา

ด้วยกระบวนการ Coaching ทุกสังกดั ในระดบั จังหวดั ท่สี อดคล้องกบั ความตอ้ งการและบริบทของพนื้ ท่ี

เปา้ หมายของโครงการ
เชิงปรมิ าณ
- นิเทศ ติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการศึกษาของหน่วยงานทางการศึกษาทุกสังกัด

ในพื้นที่รับผิดชอบ ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (ไม่น้อยกว่าภาคเรียนละ 1 ครั้ง) รวมจานวนไม่น้อยกว่า
6 แห่ง

- มีเครือข่ายบูรณาการความร่วมมือการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลและการสนับสนุนการ
บริหารจัดการศึกษา ในระดับจังหวัด 1 ทีม ประกอบด้วย ศึกษานิเทศก์ ผู้แทนหน่วยงานการศึกษา ผู้แทน
ภาคเอกชน ผบู้ ริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา และผ้เู รียน

แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขับเคลือ่ นแผนงาน/โครงการทสี่ ่งผลต่อระดับคะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบ
ทางการศึกษาระดบั ชาติขนั้ พ้ืนฐาน (O- NET) หน้า 2

เชงิ คณุ ภาพ
- มี Supervisor Teams ระดับจังหวัด เพื่อเปน็ ศนู ยก์ ลางการบูรณาการด้านการนเิ ทศ ติดตาม

และประเมินผลการบรหิ ารจดั การศึกษาทุกระดับในพืน้ ที่
- มแี นวทางการนเิ ทศ ติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการการศึกษาข้นั พื้นฐานในพื้นที่

ระดับผิดชอบ ท่สี อดคล้องเหมาะสมตามบรบิ ทของพน้ื ท่ี
- สถานศกึ ษาท่ีไดร้ บั การนิเทศ ติดตามและประเมินผลตามแนวทางท่ีพฒั นาขึ้น มีร้อยละของ

นักเรียนท่ีคะแนนผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ทุกระดับในแต่ละวิชาผ่านเกณฑค์ ะแนนร้อยละ 50
ข้นึ ไป เพ่ิมข้นึ

- มผี ลการนิเทศ ติดตามและประเมินผล เพื่อการวิจยั หารูปแบบในการยกผลสมั ฤทธทิ์ างการ
ศกึ ษาระดบั จังหวัด

ตัวชว้ี ัดและคา่ เป้าหมาย ค่าเปา้ หมาย
ตัวชี้วดั 1 ทีม
1 แนวทาง
เชงิ ปรมิ าณ มี Supervisor Teams ระดับจงั หวัดจานวน 1 ทีม เปน็ 3 คร้งั
ศนู ยก์ ลางการบูรณาการดา้ นการนเิ ทศ ตดิ ตามและ
ประเมนิ ผลการบรหิ ารจดั การศึกษาทุกระดบั ในพ้ืนท่ี 1 รปู แบบ
จงั หวัดมแี นวทางการนิเทศ ติดตามและประเมนิ ผลการ
บรหิ ารจัดการศกึ ษาขั้นพื้นฐานในพืน้ ท่ีรบั ผชิ อบ
ที่สอดคล้องเหมาะสมตามบริบทพ้นื ท่ี

เชงิ คุณภาพ สถานศึกษาที่ไดร้ บั การนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมินผลตาม
แนวทางที่พัฒนาขึน้ มีร้อยละของนักเรยี นทีค่ ะแนนผล
การทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติ ทุกระดบั ในแตล่ ะ
วิชาผา่ นเกณฑ์คะแนนร้อยละ 50 ขึน้ ไป เพ่มิ ขึ้น
นาผลการนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผล มาวิจยั เพ่ือ
พัฒนาหารปู แบบในการยกระดับผลสมั ฤทธิท์ างการศกึ ษา
ระดับจงั หวดั

แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขับเคลอื่ นแผนงาน/โครงการท่ีสง่ ผลตอ่ ระดบั คะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบ
ทางการศกึ ษาระดบั ชาตขิ ั้นพ้ืนฐาน (O- NET) หน้า 3

กลุม่ เปา้ หมายของโครงการ
- ผ้ทู รงคุณวฒุ ิด้านการศกึ ษา ครแู ละบุคลากรทางการศึกษา หนว่ ยงานทางการศกึ ษาภาครัฐและเอกชน

ในจังหวัดลาพนู
- ผู้บรหิ ารและครู สถานศกึ ษาในจังหวดั ลาพูน รวม 12 แห่ง

พนื้ ท่เี ปา้ หมาย
สถานศกึ ษาในจังหวัดลาพนู จานวน 12 แห่ง

ระยะเวลาดาเนนิ การ (เดือน/ปี) พฤศจิกายน 2564 – กนั ยายน 2565
ประโยชน์ทีค่ าดวา่ จะไดร้ บั

1. มีระบบการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการนิเทศ ติดตาม ประเมินผล และการสนับสนุนการ
บรหิ ารการจดั การศกึ ษา ใหร้ ะดับจงั หวดั เพ่ือยกระดับคุณภาพการศึกษา

2. สานกั งานศกึ ษาธิการจังหวดั ลาพูนได้พัฒนารูปแบบ / แนวทางการนิเทศ / ติดตาม และ
ประเมนิ ผลในการบรหิ ารจัดการศึกษาเพื่อยกระดบั คุณภาพการศกึ ษาทเ่ี หมาะสม สอดคล้องกบั ความต้องการและ
บริบทของพน้ื ท่ี

3. เป็นการขยายผลรูปแบบ/แนวทางการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการบริหารจัดการศึกษา
ด้วยกระบวนการ coaching ทุกสังกดั ในระดบั จังหวัดทส่ี อดคล้องกับความตอ้ งการและบริบทของพนื้ ที่

แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาในการขับเคลอ่ื นแผนงาน/โครงการทส่ี ่งผลต่อระดบั คะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบ
ทางการศึกษาระดบั ชาติข้นั พนื้ ฐาน (O- NET) หนา้ 4

สรุปผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติข้นั พ้ืนฐาน(O-Net)
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 และช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 6

เปรียบเทยี บย้อนหลัง 3 ปกี ารศกึ ษา (2560 -2563)

สานักงานศึกษาธิการจังหวัดลาพูนได้สรุปผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-Net)
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 ของโรงเรียนทเี่ ข้ารว่ มโครงการ Coaching Teams เพอ่ื ยกระดบั คณุ ภาพการศึกษาในระดับ
จังหวัดลาพูน ปีงบประมาณ พ.ศ.2563 โดยรายงานผลการทดสอบ ค่าสถิติพื้นฐาน จาแนกรายโรง ค่าร้อยละ
คะแนนของนักเรยี นที่ได้รอ้ ยละ 50 ขึน้ ไป และรายสาระ สรุปได้ดังน้ี

- แสดงค่าคะแนนเฉล่ียของผลการทดสอบ O – Net ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 ปีการศึกษา 2560- 2563
จาแนกภาพรวมทงั้ จังหวดั

- แสดงค่าคะแนนเฉลยี่ ของผลการทดสอบ O – Net ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ปกี ารศกึ ษา 2560- 2563
จาแนกภาพรวมทงั้ จงั หวดั

- แสดงค่าคะแนนเฉลีย่ ของผลการทดสอบ O – Net ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 ปีการศึกษา 2560- 2563
จาแนกภาพรวมทงั้ จังหวัด

แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขับเคลอื่ นแผนงาน/โครงการทสี่ ่งผลตอ่ ระดับคะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบ
ทางการศึกษาระดบั ชาติข้นั พื้นฐาน (O- NET) หนา้ 5

สว่ นท่ี 2

เอกสารท่เี ก่ียวขอ้ ง

สานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ ได้กาหนดนโยบายและจุดเน้นการจัดการศึกษา
ยึดกรอบการปฏิรูปการศึกษา โดยน้อมนาพระราชพระราชกระแสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ด้านการศึกษา
ท่มี ุ่งสรา้ งพ้ืนฐานให้เด็กเยาวชน และผู้เรียนมีทัศนคติท่ีถูกต้องในเร่ืองสถาบันหลักของชาติสร้างพ้ืนฐานชีวิต (อุปนิสัย)
ท่ีเข้มแข็งสร้างความรู้ทักษะเพ่ือให้มีอาชีพมีงานทา และได้นาเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580)
ด้านการเสริมสร้างศักยภาพและทรัพยากรมนุษย์ ที่มุ่งให้คนไทยเป็นคนดีคนเก่งมีคุณภาพมีความพร้อมสาหรับวิถีชีวิต
ในศตวรรษ ท่ี 21 และยึดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 โดยยึดวัตถุประสงค์
ของการปฏิรูปการศึกษาภายใต้แผนปฏิรูปประเทศด้านการ มีประเด็นสาคัญ 1) ยกระดับคุณภาพการศึกษา
2) ลดความเหล่ือมล้าทางการศึกษา 3) มุ่งความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศปรับปรุง
4) ระบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพเพ่ือให้หน่วยงานทางการศึกษาทุกระดับนาสู่การปฏบิ ัติอย่างเป็นรปู ธรรม

สานักงานศึกษาธิการจังหวัดมีหน้าท่ีส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนางานด้านวิชาการของกระทรวงศึกษาธิการ
ในระดับจังหวัดโดยการสั่งการ กากับ เร่งรัด ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของส่วนราชการหรือหน่วยงาน
และสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในจังหวัด ให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงจากการศึกษาผลการ
ดาเนินงานด้านคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดลาพูน พบว่า ผลการทดสอบทางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
ระดับชาติ (O-NET) ภาพรวมระดับจังหวัดทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และทุกระดับการศึกษาส่วนใหญ่คะแนน
ตา่ กว่าเกณฑ์คะแนน ร้อยละ50 ซึ่งไม่บรรลุเป้าหมายท่ีไว้คือร้อยละ50 ทุกวิชา ซ่ึงปัจจัยที่สาคัญประการหนึ่งที่ส่งเสริม
พัฒนาคุณภาพการศึกษา คือการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล ดังนั้นเพื่อให้บทบาทหน้าที่ในการกากับ ดูแล เร่งรัด
ติ ด ต า ม แ ล ะ ป ร ะ เ มิ น ผ ล ก า ร บ ริ ห า ร ก า ร จั ด ก า ร ศึ ก ษ า ข อ ง ห น่ ว ย ง า น ก า ร ศึ ก ษ า ใ น พื้ น ที่ รั บ ผิ ด ช อ บ เ ป็ น ไ ป
อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลต่อการบริหารจัดการศึกษาของหน่วยงานทางการศึกษาให้สอดคล้องกับ
นโยบาย และยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการและบริบทของพ้ืนที่สานักงานศึกษาธิการจังหวัดลาพูน
จึงได้ดาเนินการตามโครงการ“Coaching Teams เพ่ือยกระดับคุณภาพการศึกษา” ที่สานักงานปลัดกระทรวง
ศึกษาธิการ กาหนดให้ทุกสานักงานศึกษาธิการจังหวัดขับเคลื่อน เพื่อพัฒนาแนวทางการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล
การบรหิ ารการจดั การศึกษาขั้นพืน้ ฐานของหน่วยงานทางการศึกษาให้ตรงกับบริบทของพ้ืนท่ีอันจะส่งผลให้ผู้เรียนได้รับ
การพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพ โดยโครงการมีสาระท่ีสาคัญ ดังน้ี

แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขบั เคลอื่ นแผนงาน/โครงการทีส่ ่งผลต่อระดบั คะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบทาง
การศึกษาระดบั ชาตขิ ั้นพน้ื ฐาน (O- NET) หน้า 6

1.1 มวี ัตถุประสงค์
1.1.1 เพื่อพฒั นาแนวทางการนิเทศ ติดตาม และประเมนิ ผลการบรหิ าร การจัดการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน

ของจังหวัดลาพูนทีม่ ีความสอดคล้องเหมาะสม ตามบริบทของพื้นที่
1.1.2 เพื่อสร้างเครือข่ายความรว่ มมือในการนิเทศ ติดตาม และประเมิน ผลการบริหารการจดั

การศึกษาขั้นพ้ืนฐานของจังหวัดลาพูนเพ่ือพฒั นาการ ศึกษาและยกระดบั คุณภาพของผู้เรียน

1.2 ตัวชี้วัดเปา้ หมายโครงการ
1.2.1 สานักงานศึกษาธิการจังหวัดลาพูนมีแนวทางการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการบริหาร

การจดั การศึกษาข้นั พ้ืนฐานในพืน้ ท่ี ทส่ี อดคล้องเหมาะสมตามบริบทของพน้ื ท่ี อยา่ งน้อย 1 แนวทาง
1.2.2 สานักงานศึกษาธิการจังหวัดลาพูน มีSupervisor Teams ระดับจังหวัด เพื่อเป็นศูนย์กลาง

การบูรณาการด้านการนิเทศติดตามและประเมินผลการ บรหิ ารการจดั การศึกษาขั้นพื้นฐานในพ้ืนท่ี 1 ทมี
1.2.3 มสี ถานศึกษาตน้ แบบท่ีได้รับการนเิ ทศติดตามและประเมนิ ผล

ตาม แนวทางท่ีพฒั นาข้ึนมรี ้อยละของนักเรยี นท่ีคะแนนผลการทดสอบทางการศึกษา
ระดับชาติขั้นพน้ื ฐาน (O-NET) ในแต่ละวิชา ผ่านเกณฑ์คะแนนร้อยละ 50 ขึน้ ไป

2. การนเิ ทศการศกึ ษาและการโคช้ (Coaching) เพอ่ื พัฒนาการศึกษา
2.1 การนเิ ทศการศกึ ษา มนี ักการศึกษาให้ความหมายและจุดมุ่งหมายของ

การนิเทศ ไวด้ งั นี้
2.1.1 ความหมายการนิเทศ สงัด อุทรานันท์ (2530) กิติมา ปรีดีดิลก(2532) และ วไลรัตน์

บุญสวัสด์ิ (2538) ได้ให้ความหมายในลักษณะเดียวว่า การนิเทศ การศึกษาเป็นกระบวนการที่จะทาให้เกิดการปรับปรุง
กระบวนการจัดการเรยี นการสอนของครูท่ีจะช่วยส่งเสริมให้การศึกษามีคุณภาพ เพื่อให้ได้มาซ่ึงสัมฤทธ์ิผลสูงสุดในการ
เรยี นการสอนของนักเรยี น

2.1.2 จุดมุ่งหมายชองการนิเทศ กิติมา ปรีดีดิลก(2532) และ วไลรัตน์ บุญสวัสด์ิ (2538)
ได้กล่าวถึงจุดมุ่งหมายการนิเทศไปในทิศทางเดียวกันคือ 1) ช่วยครู ค้นหาและรู้วิธีการสอนของตน 2) ช่วยครูแยกแยะ
วิเคราะห์ปัญหาของตนเอง 3) เพื่อการปรับปรุงการสอนของครูและ 4) เพ่ือช่วยให้ครูรู้สึกมั่นใจในอาชีพเช่ือมั่น
ในความสามารถของตน

2.1.3 ทกั ษะในการนเิ ทศการศึกษา ในการนิเทศการศึกษา จาเป็นต้องใช้ ทักษะในการนิเทศที่สาคัญ
3 ด้าน อย่างร่วมกัน (วัชรา เล่าเรียนดี, 2556) เล่าเรยี นประกอบดว้ ย

แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขบั เคล่ือนแผนงาน/โครงการทสี่ ่งผลต่อระดับคะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบทาง
การศึกษาระดบั ชาตขิ ้ันพืน้ ฐาน (O- NET) หนา้ 7

1) ทักษะด้านมนุษย์ หรือทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ (Human Relation Skill) หมายถึง
ความสามารถในการปฏิบตั งิ านอย่างมีประสิทธิภาพแล ประสิทธิผลภายในกลุ่มและสามารถสร้างความร่วมมือให้เกิดข้ัน
ระหว่างสมาชกิ ภายในกลุ่ม

2) ทักษะด้านการจัดการ (Managerial Skill) หมายถึง ความสามารถในการท่ีจะจัดให้และ
คงไว้ซึ่งสภาพเงื่อนไขท่ีจะเป็นในการสนับสนุน ในหน่วยงานหรือกลไกในการรักษาไว้และทาให้องค์กรดีขึ้น
มปี ระสทิ ธภิ าพขึ้น

3) ทักษะด้านเทคนิค (Technical Skill) หมายถึง ความสามารถ ในการใช้ความรู้ วิธีการ
และเทคนคิ ท่ีจาเป็นและท่ีเก่ียวข้องสาหรับการนิเทศ

2.2 การโค้ช (Coaching)
ในการดาเนินการขับเคลื่อนคณะผู้นิเทศที่ได้รับการแต่งต้ัง เน้นการใช้วิธีการของการโค้ช

กล่มุ เป้าหมาย เน่อื งจากการศึกษาแลว้ พบวา่ การโค้ชเปน็ วธิ ีการท่ีจะทาให้บุคลากรท่ีได้รับการโค้ชปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ไปในทางทีซึง่ ข้อมลู เรื่องการดีข้นึ ซ่งึ ขอ้ มูลเรื่องการโค้ช จากบทความของ ศศิมา สุขสว่าง วิทยากรฝึกอบรม และ สยาม
ชานาญกิจ ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการโค้ช หลักสูตร Coaching and Mentoring หลักสูตรการเป็นพ่ีเลี้ยง
ทีไ่ ด้นามาแบง่ ปันเผยแพร่ความรู้ใน Website โดยมเี น้อื หาสาระที่สาคัญท่นี ามาใช้ในการดาเนินงาน ดังนี้

2.2.1 ความหมาย ของการโค้ช (Coaching)
ศศิมา สุขสว่างกล่าวว่า การโค้ช ( Coaching) มาจากคาว่า Koss ซ่ึงหมายถึงรถม้าขนาด

ใหญ่ ที่ช่วยนาคนไปถึงจุดหมายได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นที่มาของคาว่า โค้ช (Coach) ในปัจจุบัน และได้ให้ความหมาย
การโค้ช (Coaching) ว่าเป็นเคร่ืองมือหนึ่งของหัวหน้า และผู้นาในการใช้ดึงศักยภาพและประสิทธิภาพ
จากผู้ใต้บังคับบัญชา รวมทั้งสามารถพัฒนาความสามารถของทีมในการปฏิบัติงานให้ได้เป้าหมายขององค์กร
ซึ่งเป็นบทบาทท่ีสาคัญมากอย่างหนึ่งของผู้นาทีมและหัวหน้า ในการบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance
Management)

“การโค้ช”คอื กระบวนการทางานร่วมกนั ระหว่างโคช้ ซง่ึ เปน็ ผู้ท่ีช่วยเหลอื ชวนคิด หรือปลดล็อค
บางอย่างในตัวผู้รับการโค้ชให้มีศักยภาพสูงข้ึน หรือมีความสุขอย่างท่ีเขาต้องการ ผ่านวิธีการและเครื่องมือต่างๆ
เพื่อให้ผู้รับการโค้ช (โค้ชชี่) ได้เรียนรู้ ตระหนักในตัวเองและเปลี่ยนแปลง และลงมือทาด้วยความความคิด
ความถนัดความสามารถตัวเอง การโค้ช จึงเป็นการทางานร่วมกันระหว่างโค้ช (Coach) และผู้รับการโค้ช
(Coachee) ให้ถงึ จุดหมายทีโ่ คช้ ชีต่ ้องการ

นอกจากนี้ ICF sink International Coach Federation กล่าวว่า “การโค้ช คือ การเป็น
หุ้นส่วนกับผู้รับการโค้ช ( โค้ชชี่) ในกระบวนการกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ เพ่ือสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขา
นาเอาศักยภาพท้ังส่วนตัวและวิชาชีพมาใช้อย่างสูงสุด” ซ่ึงโค้ชต้องเป็นเหมือนเพ่ือชวนคิดให้โค้ชช่ี หาวิธี
ทส่ี ร้างสวรรคแ์ ละมคี วามสขุ เพื่อให้โคช้ ช่ีเดินจากจุด A ไป B ตามทตี่ ้งั ใจไว้ได้ แต่ไม่ใช่หมายถึงการโค้ชเพ่ือให้โค้ช

แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขบั เคลอื่ นแผนงาน/โครงการที่ส่งผลตอ่ ระดับคะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบทาง
การศึกษาระดับชาตขิ น้ั พ้นื ฐาน (O- NET) หนา้ 8

ชี่รู้สึกสะดวกสบายที่มีผู้โค้ช แต่ต้องโค้ชเพื่อให้ โค้ชชี่ได้เรียนรู้และดึงศักยภาพของตนเองแสดงออกมาใช้
อย่างสูงสดุ

2.2.2 ทาหน้าท่ขี องโค้ช มดี ังนี้
1) คน้ หา ทาใหช้ ัด เรยี บเรียงในสิ่งทผ่ี รู้ บั การโคช้ ตอ้ งการจะบรรลุ (Achieve)
2) กระตุ้นผรู้ ับการโค้ชให้เกดิ กระบวนการคน้ หาภายในตนเอง (Self-discovery)
3) ทบทวนวธิ กี ารและกลยทุ ธ์ท่ีผ้รู บั การโค้ชเป็นผสู้ รา้ งขึน้ ด้วยตวั เองบรรลุเปา้ หมาย
4) ผลกั ดันให้ผู้รบั การโค้ชรับผดิ ชอบและเดนิ ตาม
วธิ ีการของตวั เองบรรลุเป้าหมาย

2.2.3 รปู แบบการส่อื สารอย่างโคช้
การสอื่ สารเป็นปัจจยั สาคัญในการโคช้ โดยขณะทีก่ าลงั
โค้ชจะต้องพยายามดาด่ิงลงไปใหถ้ ึงระดบั ความคิด ค่านยิ ม ความเชอื่
ของ โค้ชชี่ วา่ ทาไมถงึ รูปสกึ แบบนั้น มกี ารแสดงออกแบบนั้น ซึ่งเหลา่ น้ี ค่อนข้างยากที่จะมองให้ออก ตอ้ งอาศัย
การถาม การฟัง และการสะท้อนกลับ

แผนภาพท่ี 2 รูปแบบการส่ือสารอย่างโคช้
ภาพจาก http://www.coaching.net.nz/how-not-to-act-insanely/
ความหมาย
Beliefs (ความเชื่อ)>Values (ค่านิยม)>Thinking (ความคิด)> Emotions (ความรู้สึก)>Behaviors
(พฤติกรรม)> Result (ผลลพั ธ์)
2.2.4 ทกั ษะและเทคนิคการโคช้

ศศิมา สุขสว่าง กลา่ วว่า ผ้ทู ี่ทาหน้าท่ใี นการโค้ช ควรมที ักษะทส่ี าคัญ ดงั น้ี
1) ทักษะการสร้างความสัมพันธ์ (Rapport) เพ่ือสร้างความไว้วางใจและ engagement
กับผูท้ ่รี บั การโคช้
2) คาถามทรงพลัง (Powerful question) เพ่ือดึงศักยภาพ และความสามารถของผู้รับการ
โคช้ คาถามส่วนใหญ่จะเป็น คาถามปลายเปิดเพ่ือ brain storming ให้ได้ความคดิ ใหม่ๆ สรา้ งการเติบโตทางความคิด

แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขบั เคลอื่ นแผนงาน/โครงการทสี่ ง่ ผลต่อระดับคะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบทาง
การศึกษาระดบั ชาตขิ ั้นพน้ื ฐาน (O- NET) หน้า 9

3) การฟงั อยา่ งลกึ ซงึ้ (Deep Listening) เพอื่ ให้ไดย้ นิ เสียงที่ไม่ได้พูด
4) การสะท้อน(feedback) ท่ีมีคณุ ภาพให้เกดิ การพฒั นาตวั เอง
5) การสรา้ งแรงบันดาลใจดว้ ย Story telling
โค้ชต้องฟงั ด้วยใจ (Empathy Listening) (สยาม ชานาญกจิ ,2018)
ทักษะแรกของการเป็นโค้ช คือเร่ืองของการฟัง นอกจากฟังด้วย 2 หูแล้วยังต้องมี 1 ใจ
ท่ีต้องคอยฟังจากโค้ชชี่ตลอดเวลา ผ่านการสังเกต เช่นสายตาของ เขา สีหน้า กิริยา ท่าทาง ว่าสื่อถึงอะไร
อุปสรรคที่โค้ชมักจะเจอในตอนฟังโค้ชชี่ คือ ความลาเอียง หรืออคติท่ีโค้ชมีกับโค้ชชี่,สถานท่ีไม่เหมาะสม
อารมณ์ของโค้ชโค้ชช่ี และสุดท้ายคือสมาธิของโค้ช นอกจากอุปสรรคดังกล่าวแล้วในฐานะของโค้ชเอง
ตอ้ งไม่แสดงพฤติกรรมดงั น้ี เชน่ แสร้งทาเป็นฟัง พูดแทรกวิเคราะหห์ าท่ีผิด พาออกนอก เร่ืองชอบแย้ง ค้าน
ขดั เสนอแนะ เพราะจะกลายเป็นอุปสรรคในการฟังของโค้ช และการเลา่ ของโค้ชช่ีทนั ที

เทคนิคการฟงั ให้เขา้ ใจ 5 ข้อ คือ
1. ฟงั ด้วยหู — ต้องมคี วามสนใจ ต้งั ใจ ใส่ใจฟัง เพอื่ จับใจความประเดน็ หลกั
2. ฟังด้วยตัว—สังเกตภาษากายแสดงให้คสู่ นทนาเหน็ ว่าเราฟงั เช่นพยักหน้าตอบรับ ออกเสยี งตอบรับ
3. ฟังดว้ ยตา — คอยสบตากับผ้พู ูดอยเู่ สมอ
4. ฟงั ดว้ ยปาก —คอยถามเพ่ือทบทวนความเขา้ ใจหรือสรุปเพื่อใหผ้ ู้พูดร เราเข้าใจถูกหรอื ไม่

ฟังดว้ ยใจ— ฟงั แบบไมม่ ีอคติ หรือความลาเอยี งเขา้ มาแทรก
ทง้ั น้ี เป้าหมาย นอกจากโคช้ จะฟังสง่ิ ทโี่ ค้ชชี่พูดแล้ว จะต้องฟังในสิง่ ที่ “เขาไม่ไดพ้ ดู ” ดว้ ย
ซ่ึงถา้ อ้างอิงจากรูป ภูเขานาแขง็ กค็ ือสว่ นท่อี ยู่ใต้นา้ เราฟังแลว้ สามารถสมั ผัสได้ลกึ เท่าไร ก็จะทาใหเ้ ข้าใจ
โคช้ ชม่ี ากขนึ้ และต้องอยา่ ด่วนตัดสินใครอยา่ ด่วนพิพากษา ใคร อยา่ ด่วนสรปุ ใคร วา่ เป็นเช่นนนั้ เชน่ นจี้ ะ
ทาใหโ้ คช้ มองโคช้ ชี่ในแบบที่ โคช้ ตัดสินทันที

คาถามท่ีโค้ชควรถาม (Powerful Questioning) (สยาม ชานาญกิจ, 2018) คาถาม
เป็นส่ิงท่ีโค้ชต้องพยายามฝึกให้มากพอกับการฟัง เพราะเป็นส่วนที่ช่วยดึงประเด็นของโค้ชชี่ข้ึนมาได้ ซ่ึงคาถาม
ทโี่ คช้ ควรใช้ มีดังนี้

1. เปน็ คาถามท่ีสะท้อนมาจากการฟัง ประโยค หยิบคา ของเขามาใช้ ถาม เช่น เท่าท่ีฟัง
คณุ ให้ขอ้ มูลมาอยากใหช้ ว่ ยอธิบายความหมายของคาว่า ยุตธิ รรม ในมมุ มองของคณุ

2. เป็นคาถามท่ีกระตุ้นให้คิด เพ่ือค้นพบ เพื่อให้เกิดความลึกซึ้ง เช่น สมมติว่าถ้ามี
คนถามคณุ ว่า…คณุ จะตอบคาถามน้ีอยา่ งไร

3. เป็นคาถามปลายเปิด เชน่ คณุ มคี วามร้สู ึกอยา่ งไรกับการทางานช้ินน้ี
4. ใช้คาถามที่จะพาโค้ชช่ีไปข้างหน้า เข้าหาเป้าหมาย เช่นคุณคิดว่า ปัจจัยของความสาเร็จ
ในโครงการน้ีคอื อะไรและทค่ี วรระวังในการใช้ตั้งคาถาม เช่นคาถาม ไม่ใช้ คาถามว่า “ทาไม”เช่นทาไมงานท่ี

แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาในการขับเคล่อื นแผนงาน/โครงการทส่ี ่งผลตอ่ ระดับคะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบทาง
การศึกษาระดับชาตขิ น้ั พืน้ ฐาน (O- NET) หน้า 10

ผา่ นมาจึงลม้ เหลว (ให้เปลีย่ นเป็น อะไรเป็นสาเหตุ ที่ทาให้งานคร้ังที่ผ่านมาไม่ประสบผลสาเร็จ) ไม่ใช้คาถาม
ชี้นา เช่น เราก็ทางานมาตั้งนาน ลองเก็บออมเงินไว้บ้างดีไหม สิ่งที่โค้ชควรจะโฟกัสในการคาถาม
คือ ถามระดับวิสัยทัศน์ เพื่อเน้นให้เห็นผลลัพธ์ ถามระดับการวางแผน เพ่ือให้เห็นแผน และถามระดับราย
ละเอียดบา้ ง เพ่อื ใหเ้ ห็นวิธกี ารแต่จะไม่เน้นเจาะลกึ นัก ส่วนที่จะพยายามเล่ียงคือ การถามเจาะถึงปัญหา และ
อารมณ์

แผนภาพท่ี 3 Powerful Questioning
ภาพจาก Presentation ในการเรยี น BE Leader with Coaching and Mentoring
ทง้ั นีถ้ ้า โคช้ ช่ียงั หาเป้าหมายไมเ่ จอ โคช้ ใช้หลัก SMART เพื่อให้ โค้ชช่ีไดต้ ั้งเป้าหมายกบั ตวั เองดกู ่อน

แผนภาพท่ี 4 หลัก SMART การตง้ั เป้าหมายของ โค้ชช่ี
ภาพจาก Presentation ในการเรียน BE Leader with Coaching and Mentoring
จากน้นั โคช้ จะเริ่มตั้งคาถาม โดยใชห้ ลกั 6 GOAL Setting Questions ซึ่งจะเปน็ ชดุ คาถาม 6 ขอ้ คือ
1. วันนค้ี ุณอยากพูดคยุ เรื่องอะไรเป็นพเิ ศษ
2. เรือ่ งนัน้ เปน็ ปัญหาอะไรสาหรับคุณในตอนนี้

แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขบั เคลื่อนแผนงาน/โครงการทส่ี ่งผลต่อระดบั คะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบทาง
การศกึ ษาระดับชาติขน้ั พ้นื ฐาน (O- NET) หนา้ 11

3. ถ้าทุกอย่างเป็นไปได้ตามท่ีคุณต้องการ ภาพฝันจะเป็นแบบไหน (Visualize) แล้วคุณเห็นอะไร
ได้ยินอะไร รู้สึกอย่างไรในภาพฝัน จะบอกตัวเองว่าอย่างไร และหากบอกกับคนอื่น จะบอกว่าอะไร แล้วเขาจะตอบ
กลบั มาอยา่ งไร (Visualize ไปในอนาคตใหเ้ ห็นผลลัพธ์)

4. การได้สิ่งนัน้ มาจะให้อะไรกับคุณ / เร่อื งนัน้ สาคญั อย่างไรกับตวั คุณ
5. ในส่ิงท่ีคุณอยากให้เป็น มีอะไรขาดหายไปจากที่คุณเป็นอยู่ในตอนนี้ (Gap ระหว่างปัจจุบันกับ
เป้าหมายของเขา)
6. ผลลัพธท์ ีด่ ีท่ีสดุ ทค่ี ุณอยากเห็นจากการโค้ชครั้งน้ี (ผลลพั ธจ์ ากการคุยกับโค้ช)
เทคนิคการโค้ช สยาม ชานาญกิจ ได้แบ่งความรู้ท่ีได้จากการฝึกอบรมว่าระหว่างที่โค้ชทาการโค้ช
จะต้องพยายามควบคุมความพอดี ไม่ให้โค้ชช่ีเกิดความกดดันเป็นกังวล หรือเป็นทุกข์มากเกินไป (Anxiety) หรือ
กลับกัน ไม่ใส่ความท้าทาย หรือไม่ทาอะไรเลย จนโค้ชชี่เกิดความเบื่อหน่าย (Bored) ซึ่งสถานการณ์นี้
มีภาพเปรียบเทียบไว้เรียกว่า The Flow State คือพยายามทาให้ โค้ชช่ีให้อยู่ในสภาวะกลางๆ ให้เร็วท่ีสุด ไม่เบ่ือ
จนเกินไปไม่มีแรงจูงใจในการทางาน หรือท้าทายความเครียดและกดดัน โดยโค้ชควรจะต้องอยู่ใน Flow State ก่อนที่
จะทาให้ โค้ชชี่อยใู่ น Flow State

แผนภาพที่ 5 The Flow State
ภาพจาก Presentation ในการเรยี น BE Leader with Coaching and Mentoring

2.2.5 ความแตกตา่ งระหวา่ งการโค้ช (Coaching) และการเป็นพี่เล้ยี ง (Mentoring)
ผู้นาในการนิเทศเชิงบวก ด้วยทักษะการโค้ชและพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring)
(สยาม ชานาญกิจ,2018) ไดแ้ บง่ ปนั ความรไู้ วด้ งั น้ี คณุ ลกั ษณะของผูน้ าในการนิเทศเชิงบวก“ผู้นาท่ีมีความเป็นโค้ช
(Coach)” และ “ผนู้ าท่ีมคี วามเป็นพเ่ี ลย้ี ง(Mentor)” ไม่ใช่เป็นการเลือกใช้อย่างใดอย่างหน่ึงแต่จาเป็นต้องต้องใช้
ท้ัง 2 อย่าง แต่อยู่ท่ีสถานการณ์ว่าจะใช้อย่างไรคือ การโค้ช (Coach) กับพี่เลี้ยง (Mentor) ต่างกัน ดังน้ี โค้ช คือ
การนาแบบ “ดึง” (Supportive) ช่วย ให้ผู้รับการโค้ชแก้ปัญหาด้วยตนเอง ส่วน พ่ีเลี้ยง คือการนาแบบ
“ผลัก ช่วยเข้าไปแก้ปัญหาให้กับผู้รับการโค้ช มีรายละเอียดของการดึงการผลักคือ ทาอย่างไร ในสภาวะไหน
ในแตล่ ะเหตุการณ์นั้นๆ เปรยี บเทยี บจากรปู ต่อไปนี้

แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขบั เคล่อื นแผนงาน/โครงการทสี่ ง่ ผลตอ่ ระดับคะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบทาง
การศกึ ษาระดับชาติข้ันพื้นฐาน (O- NET) หนา้ 12

แผนภาพที่ 6 การนาแบบ “ดึง” และ “ผลัก”
ภาพจาก Presentation ในการเรยี น BE Leader with Coaching and Mentoring

2.2.6 ปจั จัยที่โค้ชควรตระหนักในการทางานกับ โค้ชช่ี (สยาม ชานาญกิจ, 2018)
ส่งิ ท่ีโค้ชควรทาและไมค่ วรทาใหค้ านึงถึง 5 ข้อ เรียกว่า SCARF Model

แผนภาพที่ 7 SCARF Model of Social Threats and Rewards
ภาพจาก Presentation ในการเรยี น BE Leader with Coaching and Mentoring

แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขับเคลือ่ นแผนงาน/โครงการทส่ี ่งผลต่อระดับคะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบทาง
การศึกษาระดับชาติขนั้ พนื้ ฐาน (O- NET) หน้า 13

ความหมายของ SCARF Model
S = Statue (สถานะ) คือ สรา้ งความสัมพันธ์ต่อกัน ใหร้ ้สู กึ เหมือนเปน็ พน่ี ้อง ญาติ ทสี่ ามารถพูดคุยได้

- ไมค่ วรทา เช่น ทาตัวสูงสง่
C = Certainty (ความแน่นอน ม่ันคง) คือ ต้องมีการสื่อสารท่ีดี ให้เข้าใจ ความต้องการของโค้ช และไม่โลเล
เปลี่ยนแปลงบ่อย

- ไมค่ วรทา เชน่ อารมณ์ไม่คงที่ เชา้ ส่ังอย่างหนง่ึ เยน็ สั่งอย่างหน่งึ
A = Autonomy (มีอิสระทางความคดิ และตดั สินใจ) คือ ให้โอกาส โค้ชชี่เพอื่ คดิ และทาส่ิงต่างๆ

- ไม่ควรทา เช่น ชอบบ้ี ชอบจิก ชอบสง่ั ลกู นอ้ ง
R = Relatedness (มีความสัมพันธภาพที่ดี) รวมถงึ เรอื่ งไหนควรเข้าไปโคช้ หรือเป็นพี่เล้ียง

- ท่ีไม่ควรทา เช่น ทาตวั ห่างเหินกบั โคช้ ช่ี
F = Fairness (ไดร้ ับการดแู ลอย่างยตุ ิธรรม)

- ทีไ่ ม่ควรทา เช่น มอี คติ หรือเมนิ เฉยในบางคน
2.2.7 ขั้นตอนการโค้ช G.R.O.W. + Model (สยาม ชานาญการกิจ, 2018)

G.R.O.W. + Model ใช้ในกระบวนการการโค้ช โดยในทุกขั้นตอนจะใช้วงจรแห่งปัญญา
หรือ Dance Toward Insight – PQC ในการกระทาแต่ละขั้นตอนเสมอ ใช้เทคนิคการ ฟัง ถาม และสะท้อนกลับ
เพ่ือให้บรรลุในแต่ละขั้น โดยสามารถจะกลับไปมาในแต่ละข้ันตอนได้โดยไม่ต้องเรียงกัน และส่ิงที่สาคัญ คือ จะต้องทา
Rapport คอื สรา้ งความสัมพันธ์ ความไว้วางใจในการพูดคุย ความเขา้ ใจตรงกนั ตลอดจนระยะเวลาท่ีทาการโคช้

G.R.O.W. + Model มี 3 ขน้ั ตอน คือ
1. ทาการ Pre Coaching Session
- โค้ชจะอธบิ ายทาความเข้าใจกฎ กติกา ของการโค้ช หรือเทคนิคท่ีจะใช้ จะทา

อะไร
- building Rapport เพื่อสรา้ งสายสัมพนั ธ์ ทาความคุ้นเคย

2. โคช้ จะขออนญุ าต เร่ิมการโค้ช
- แจ้งเวลาทีจ่ ะโค้ช

3. เร่ิมกระบวนการตาม G.R.O.W. + Model
G – Gold ค้นหาเป้าหมาย เช่น เป้าหมายที่คุณต้องการคือ เรื่องอะไร ผลลัพธ์ท่ี

ต้องการใหเ้ กดิ มีลักษณะอยา่ งไร เป้าหมายนีม้ คี วามสาคัญกับคุณในเรื่องอะไร
R – Reality ค้นหาความเป็นจริงในปัจจุบัน เช่น ปัจจุบันเม่ือเทียบกับเป้าหมาย

แล้วเป็นอย่างไร ถ้าเป้าหมายคือ 10 ปจั จุบนั อยทู่ คี่ ะแนนเท่าไรปัจจัยอะไรท่ีมีความสาคัญที่จะให้คุณบรรลุเป้าหมาย

แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาในการขบั เคล่ือนแผนงาน/โครงการท่สี ง่ ผลต่อระดับคะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบทาง
การศึกษาระดบั ชาติขั้นพนื้ ฐาน (O- NET) หนา้ 14

O – Portion ค้นหาทางเลือกที่มี เช่น คุณมีทางเลือกท่ีเหมาะสมในการประสบ
ความสาเรจ็ อะไรบา้ ง คณุ มีแผนงาน หรอื วิธีการในการบรรลุเป้าหมายอย่างไร

W – Will / way Forward ค้นหาการตัดสินใจ ความมุ่งม่ันที่จะทา
เชน่ เพื่อบรรลุเปา้ หมาย คุณตัดสนิ ใจท่ีจะปฏิบัติในเรื่องอะไร คุณช่วยสรุปสิ่งท่ีคุณจะลงมือปฏิบัติ คุณมั่นใจในแนวทาง
นม้ี ากแคไ่ หน คุณรู้สึกอยา่ งไรกับการตัดสินใจในคร้ังนี้

+ (Plus) ให้การสนบั สนนุ ใหก้ าลังใจ

ท้ังนใ้ี นการโค้ชมีข้อควรระวัง 5 ส่งิ ทีไ่ ม่ควรทาในระหว่างการโค้ช
1. Closed Question – ใช้คาถามปลายปิด
2. Offer Solution Question – ยิงทลี ะหลายประโยค หลายคาถาม
3. Rambling Question – ถามโดยใช้ความรูส้ ึกของโคช้ เข้าตัดสินในเร่ืองราวที่ได้ฟัง
4. Leading Question – ถามโดยใช้ความรู้สึกของ โค้ชชี่พูดออกนอกประเด็น หรือลง
รายละเอยี ดมากเกินไป
ในข้ันตอนการโค้ช จะมีวงจรหน่ึงที่สาคัญมากเพื่อให้เกิดการสาวลึกลงไปให้ถึงระดับ
ความคิด คือวงจรท่ีเรียกว่า “วงจรแห่งปัญญา” (“Insight Loop : PQC”) ซึ่งวงจรนี้ความคล้ายกับ “Dance Toward
Insight” กล่าวคือ ก่อนเข้าไปโค้ชต้องแจ้งกับ โค้ชชี่เพื่อขออนุญาตทาการโค้ช (Permission) จากนั้นจึงเร่ิมเข้าสู่
การตัง้ ประเด็น (Placement) ถาม (Questioning) และทาให้เกิดความกระจ่าง (Clarifying) ดังแผนภาพ

แผนภาพท่ี 8 The Dance Toward Insight
ความหมายของ The Dance Toward Insight

แนวทางการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาในการขับเคล่อื นแผนงาน/โครงการทสี่ ง่ ผลต่อระดบั คะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบทาง
การศกึ ษาระดบั ชาติขนั้ พ้ืนฐาน (O- NET) หนา้ 15

1. การขออนุญาต (Permission) ทาเพ่ือสร้างความไว้วางใจให้กับ โค้ชช่ีให้ทางเลือก
แสดงความเคารพต่อกัน ขอเปดิ โอกาสเข้าสู่ความคดิ ซึง่ จะทาคร้ังแรกคร้ังเดยี วก่อนท่จี ะโค้ช

2. ต้ังประเด็น (Placement) เป็นการเปิดประเด็นสนทนาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ระบุผลลัพธ์
ของการโค้ชท่ีจะเกิดหรือแจ้งวัตถุประสงค์ท่ีจะทาการโคช้ เวลาทจ่ี ะใชโ้ ค้ช จะเกดิ อะไรข้นึ บ้างระหว่างทโ่ี คช้

3. ถาม (Questioning) เป็นส่วนที่ค่อนข้างยากมาก เพราะเป็นทักษะท่ีโค้ชต้องฝึก และมีสิ่งที่ต้อง
พึงระวังคือ มารยาทในการถาม ความเหมาะสมของคาถามท่ีใช้กับโค้ชชี่ ความเหมาะสมของกาลเทศะ ความมีสาระ
และความกระชับ ชดั เจนทางภาษา

4. ความกระจ่าง (Questioning) เป็นอีกส่วนท่ียาก เพราะโค้ชจะต้องทาความเข้าใจว่าส่ิงท่ีโค้ชชี่
พูดมามีอะไรอยู่เบื้อหลังคาพูดเหล่านั้น สามารถสรุปแก่นของส่ิงที่โค้ชช่ีพูดได้ หรือสามารถสะท้อนกลับได้ (Reflect)
วา่ ความคดิ ความร้สู กึ ของโคช้ ช่ี ณ ตอนน้นั คืออะไร

2.2.8 ระดบั ความสามารถของโค้ชช่ี
สาหรับการ Coaching ผู้ท่ีทาหน้าที่โค้ช ต้องศึกษาวิเคราะห์โค้ชช่ีว่าเป็นผู้ท่ีมีความรู้

ความสามารถระดับใด ต้องใชว้ ิธีการใดทเี่ หมาะสม ซง่ึ ได้เสนอแนะวธิ ีการโค้ชท่ีสอดคล้องกบั โคช้ ช่ดี ังน้ี
1. ทาให้ดูเป็นตัวอย่าง สาหรับโค้ชชี่ที่ทางานไม่เป็นและยังไม่รู้ เหตุผลว่าทาไมตัวเองถึง

ทาไม่ได้ การโคช้ คนกลุ่มนี้ คอื การลงมือทาให้เหน็ อย่างเป็นขั้น เปน็ ตอนโดยละเอียด
2. สอนโดยการอธิบาย สาหรับโค้ชชี่ที่ทางานไม่เป็น แต่รู้เหตุผลว่าทาไมตนเองถึง

ทาไม่ได้ ลองสอนโดยการต้ังคาถามท่ีให้เขาได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ ที่ คุณทา เช่น เห็นด้วยไหม
ทีค่ ณุ จะเลือกใช้การสอนแบบน้ี ใชส้ อ่ื แบบนี้ เพื่อกระต้นุ ใหเ้ กิดกระบวนการคิด

3. ช้ีให้เห็น “อุปสรรค” ที่ก่อให้เกิดปัญหา สาหรับโค้ชชี่ท่ีทาได้ดีอยู่แล้ว แต่ยังมีบางจุด
ที่จะติดปัญหา โค้ชไม่ต้องสอนคนกลุ่มน้ีทุกกระบวนการ แต่พยายามสังเกตให้เจออุปสรรคท่ีมักทาให้เขาสะดุด
ในจดุ เดิมๆ และต้งั คาถามเพื่อใหเ้ กดิ การนาไปคิดต่อ และพฒั นาวิธีการทางานให้ดีย่ิงข้นึ ในที่สดุ

4. ต้ังคาถามกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ สาหรับโค้ชช่ีที่ทาได้ดีเม่ือมีคู่มือฉบับสมบูรณ์
ให้ทาตาม แต่ไม่สามารถพลิกแพลงอะไรได้เม่ือต้องคิดต่อเองโค้ชควรตั้งคาถามด้วยการเร่ิมต้นว่า “ทาไม”
กับเขาใหม้ าก เพ่อื กระตุน้ การสร้างสรรค์ ความคดิ ใหม่ๆ อยู่เสมอ

5. สนับสนุน สาหรับโค้ชชี่ประเภทซูเปอร์สตาร์ท่ีทางานเก่งมากอยู่แล้ว โยนอะไรไป
กส็ ามารถนาไปจดั การต่อได้ แต่ก็ยังต้องการสนับสนุนจากหัวหน้า อย่าปล่อยมากเกินไป จนเม่ือไหร่ที่เขาติดปัญหาแล้ว
ไม่กล้ามาขอความช่วยเหลือ มองหาจุดบกพร่องท่ีเขายังรู้สึกฝืนหรือเหนื่อยมากเป็นพิเศษเมื่อต้องลงมือทา
คอยอยู่ให้เขารู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรข้ึนก็ตาม ยังมีคุณอยู่ข้างหลังเสมอ ส่วนที่สาคัญต้องระลึกเสมอว่าโค้ชช่ีไม่เช่ือเพราะ
การเป็นเจ้านาย/ผู้บริหาร/ผู้นิเทศ แต่เขาเช่ือเพราะเห็นตัวอย่างจากสิ่งที่คุณพูดและลงมือทาได้จริง ฉะน้ันอย่าโค้ช
ในสิ่งที่ยังทาไม่เป็น หรือยังไม่สามารถทาได้ และเช่ือไว้เสมอว่าคนเราเปล่ียนแปลงได้ แม้ในคนที่อาจดูเลวร้ายที่สุด
เขาก็อาจยังมมี ุมอ่นื ท่ีดแี ละนามาพัฒนาต่อได้ ด้วยการโค้ชอย่างเข้าอกเข้าใจและทาแบบค่อยเปน็ ค่อยไปอยา่ งถูกวิธี

แนวทางการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาในการขบั เคลอื่ นแผนงาน/โครงการท่ีสง่ ผลตอ่ ระดบั คะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบทาง
การศึกษาระดบั ชาติขน้ั พนื้ ฐาน (O- NET) หนา้ 16

3. การทบทวนหลังการทางาน หลังปฏิบัติ หรือหลังกิจกรรม (After Action Review : AAR)
ในการดาเนินงานขับเคล่ือนตามโครงการ Coaching Teams คณะผู้นิเทศ (ทีม Coaching) จะมีการทบทวน
(AAR) หลังการสังเกตการณ์สอน โดยนาหลักการสาคัญมาใช้ เพราะจะทาให้ครูผู้สอนได้รับการ Feedback เพ่ือนาผล
ไปปรับปรุงพัฒนาใหด้ ยี ิ่งข้ึน โดยผนวกกับวธิ กี ารของการ Coaching ดังที่กล่าวแลว้ ข้างตน้

3.1 ความหมายของ AAR
สานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ให้ความหมายของ After Action
Review : AAR ว่าเป็นการทบทวนหรือเป็นกระบวนการเพ่ือวิเคราะห์ว่าเกิดเหตุอะไร สาเหตุของการเกิด
และจะสามารถดาเนินการให้ดีกว่าเดิมได้อย่างไร โดยเอาบทเรียนจากความสาเร็จและความล้มเหลวของการทางาน
ที่ผ่านมา เพื่อนามาซึ่งการพัฒนาหรือการปรับปรุงการทางาน การทา AAR เป็นรูปแบบของกลุ่มทางานที่สะท้อน
ความมีส่วนร่วมในการทบทวนส่ิงที่เกิดข้ึน อะไรคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง สามเหตุของการเกิดและส่ิงท่ีได้เรียนรู้คืออะไร
เคร่ืองมือน้ีสามารถนาไปใช้หลังจากโครงการหรือกิจกรรมเสร็จส้ินแล้ว หรืออาจจะใช้ระหว่างการดาเนินการก็ได้
การทบทวนอาจใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง แต่ถ้าไม่เป็นทางการอาจจะใช้เวลาเท่าท่ีทีม Coaching จัดสรรได้ การสนทนา
อาจสัน้ ประมาณ 15 นาที
3.2 คณุ ลักษณะของ AAR

3.2.1 เปิดใจและซื่อสัตย์ในการพดู คุย
3.2.2 ทุกคนในทีมมสี ว่ นร่วม
3.2.3 เน้นผลลัพธ์ของกิจกรรมของงาน
3.2.4 การอธบิ ายวธิ ีเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องถงึ ส่ิงทีต่ ้องทา
3.2.5 การพัฒนาการแสดงออกทางความคิดเห็นเพื่อใหผ้ า่ นพ้นอุปสรรค
3.3 จดุ เดน่ ของ AAR มดี ังนี้
สถาบันสง่ เสริมการจดั การความรู้เพ่ือสังคม (สคส., 2553) กล่าวถึงจุดเดน่ ของ AAR มดี ังน้ี
3.3.1 ทาให้เรียนรู้ว่าในการทางานต่างๆ ไม่ควรช่ืนชมความสาเร็จแต่เพียงด้านเดียว
ต้องยอมรับปัญหาท่ีเกดิ ขึน้ ดว้ ย และควรให้ความสนใจมากกว่าความสาเร็จด้วยซ้า เพราะ ปัญหาคือโอกาสในการพัฒนา
คนเพื่อพัฒนางานนัน่ เอง
3.3.2 ฝึกการับฟังความคิดเห็นหรือคาแนะนาของเพ่ือนร่วมงาน ท่ีอาจทาให้คุณ
ไดร้ วู้ ่า “ทุกปญั หามที างออก” นั้นเป็นอย่างไร
3.3.3 ฝกึ การทางานเป็นทีม
3.3.4 สามารถใช้เทคนิคนี้กับงานทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นงานประจาท่ีดูเหมือนว่าไม่สาคัญ
เช่น การรับโทรศัพท์ การจดั ประชุม ไปจนถึงโครงการระยะยาวที่ได้รับเงินสนับสนุนหลายพันลา้ นบาท

แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขบั เคลอื่ นแผนงาน/โครงการท่สี ง่ ผลตอ่ ระดับคะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบทาง
การศึกษาระดับชาตขิ ้นั พนื้ ฐาน (O- NET) หน้า 17

3.3.5 ผู้ที่เข้าร่วมคือเพ่ือนร่วมงาน เพ่ือนร่วมแผนก หรือทีมงาน ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่าง
จาก Peer Assist ทีเ่ ป็นการขอคาแนะนาจากผรู้ ู้ภายนอกกลุ่ม

3.4 คาถามสาคัญที่ใช้ในการ ทาAAR มี 4 คาถาม คือ
3.4.1 สิ่งท่ีคาดวา่ จะไดจ้ ากการทางาน คืออะไร
3.4.2 ส่งิ ทเ่ี กิดขนึ้ จรงิ คืออะไร
3.4.3 ส่งิ ทแ่ี ตกต่างและทาไมจึงแตกต่าง
3.4.4 ส่งิ ทต่ี ้องแก้ไข คืออะไร และจะปรับปรุงได้อย่างไร

ผู้รายงาน ได้นาคาถามนี้ไปใช้ผสมผสานในคาถามของการ Coaching ตามสภาพและเหตุการณ์
ขณะท่ีทาการโค้ช

3.5 การทา AAR
3.5.1 ควรทา AAR ทันที หลังจากจบงานน้ันๆ หรือเร็วที่สุดท่ีจัดหาเวลาได้ เพราะยังจาได้ดี

การเรียนรู้จะได้ถูกนามาปรับใชไ้ ด้อย่างเหมาะสม
3.5.2 สร้างบรรยากาศท่ีเป็นกันเองในการทา AAR ต้องมีการเปิดใจและยอมรับท่ีจะเรียนรู้

ทุกคนควรมีส่วนร่วมในบรรยากาศที่อิสระไม่มีความเป็นเจ้านาย หรือลูกน้อง AAR เป็นการเรียนรู้จากเหตุการณ์
มากกว่าการวจิ ารณ์

3.5.3 มี “คุณอานวย” เป็นผู้คอยกระตุ้น ตั้งคาถามให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น
ขอ้ เสนอแนะ (ในการ Coaching คุณอานวย คือผู้ Coach)

3.5.4 ถามตัวเองวา่ สิ่งท่ีควรจะไดร้ ับคืออะไร
3.5.5 ถามตัวเองว่าส่ิงท่ีเกิดขึ้นจริงคืออะไร หมายถึง ทีมงานต้องเข้าใจ และเห็นด้วย
กับความจริงท่ีเกิดข้ึน พงึ ระลกึ ไวว้ า่ จุดประสงค์ก็คือการแยกแยะปัญหาไม่ใช่การกล่าวหา หรอื กลา่ วโทษ
3.5.6 เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างแผนงานกับความจริง การเรียนรู้ความจริงเริ่มต้น
ด้วยทีมเปรียบเทียบแผนงานกับส่ิงท่ีเกิดข้ึนจริง และตัดสินว่า ทาไมจึงเกิดความแตกต่าง และได้เรียนรู้อะไร
จาแนกใหเ้ ห็นและอภิปรายถึงความสาเร็จและสง่ิ ท่ีขาดหายไป ใส่ในแผนงานเพื่อดาเนินการให้ถึงความสาเร็จและพัฒนา
ปรบั ปรงุ ในส่ิงทข่ี าดหายไป
3.5.7 บันทึกประเด็นสาคัญ การบันทึกประเด็นสาคัญหลังจากท่ีได้มีการชี้ให้เห็น
อย่างชัดเจนในการทา AAR แล้ว ถึงส่ิงที่เกิดขึ้นเปรียบเทียบกับส่ิงท่ีคาดว่าจะเกิดขึ้น เป็นการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้
ผ่านประสบการณ์ภายในทีมงานดว้ ยกันและเพ่ือเปน็ พื้นฐานสาหรบั การเรียนรู้ท่ีกวา้ งมากข้นึ กวา่ เดิมในองค์กร

แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขับเคลอ่ื นแผนงาน/โครงการทีส่ ง่ ผลตอ่ ระดบั คะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบทาง
การศกึ ษาระดบั ชาตขิ ้ันพน้ื ฐาน (O- NET) หนา้ 18

ส่วนที่ 3

แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาในการขบั เคล่อื นแผนงาน/โครงการท่ีส่งผลต่อระดับคะแนนเฉล่ยี
ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาตขิ ้นั พ้นื ฐาน (O- NET)

แนวทางการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาในการขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการทสี่ ง่ ผลต่อระดับคะแนนเฉล่ีย
ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติขั้นพืน้ ฐาน (O- NET)ดาเนินการเป็น 5 ระยะ ดงั แผนภมู ิและรายละเอียด
การดาเนินงาน ดังนี้

• สถานศึกษาวเิ คราะหบ์ ริบท เปรียบเทียบผลการประเมินกับปีการศึกษาทีผ่ า่ นมา
การวิเคราะห์ • กาหนดเป้าหมายและจดั ทาแผนการพฒั นาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน

• กาหนดนโยบายสู่การปฏิบตั ิ
การวางแผน • มีแผนงาน / โครงการยกระดับผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน

การบริหาร • มแี ผนการพัฒนาคณุ ภาพการจดั การศึกษาที่เปน็ ระบบชดั เจน
จดั การ • บริหารจัดการเกย่ี วกับงานวิชาการในด้านการพัฒนาหลกั สูตร
• ส่งเสรมิ พฒั นาบุคลากร

• ส่งเสรมิ ให้ครผู สู้ อนประยุกต์รปู แบบขอ้ สอบระดบั ชาติ
การจดั การ • ส่งเสริมใหค้ รูผสู้ อนวิเคราะหผ์ ลการประเมินรายบุคคลของนักเรยี น
เรยี นการสอน

• ความร่วมมอื ของเครือข่ายแตล่ ะระดบั ในการพฒั นา แกไ้ ขปัญหาท่สี ง่ ผลต่อคณุ ภาพการศกึ ษา
การสรา้ ง • ผลสาเรจ็ / ผลงานทเ่ี กิดจากความร่วมมอื ของเครอื ข่ายแตล่ ะระดับ
เครือขา่ ย

สแกนรายละเอยี ด

แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขับเคลอ่ื นแผนงาน/โครงการทีส่ ง่ ผลตอ่ ระดบั คะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบทาง
การศกึ ษาระดบั ชาตขิ ัน้ พื้นฐาน (O- NET) หน้า 19

บรรณานกุ รม

กติ มิ า ปรดี ลิ ก. การบริหารและการนเิ ทศการศึกษาเบ้อื งต้น. กรงุ เทพฯ : อักษรพิพฒั นา, 2532.
วัชรา เล่าเรียนดี. ศาสตร์การนเิ ทศการสอนและการโคช้ และการพัฒนาวิชาชีพ : ทฤษฎี กลยทุ ธ์สกู่ ารปฏิบัติ.

พิมพ์ครัง้ ที่ 12. นครปฐม: ภาควิชาหลักสตู รและวธิ ีการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศลิ ปกร
วิทยาเขตพระราชวงั สนามจันทร.์ 2556.
วไลรัตน์ บุญสวสัด.์ิ หลักการนเิ ทศการศึกษา. กรงุ เทพฯ : อารต์ กราฟฟิค, 2536.
สงัด อุทรานนั ท.์ การนิเทศการศกึ ษา หลกั การ ทฤษฎีและปฏบิ ัต.ิ พิมพ์คร้ังที่ 2 กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มิตรสยาม,
2530.
สถาบนั ส่งเสรมิ การจัดการความร้เู พื่อสังคม. (สคส.) จุดเดน่ ของ AAR. (ออนไลน์). แหล่งทมี่ า
http://www.moe.go.th/moe/th/news.com
สยาม ชานาญกจิ . ผ้นู าเชิงบวก ด้วยทกั ษะการโคช้ และพ่ีเลีย้ ง (Coaching and Mentoring). ออนไลน.์
แหล่งท่ีมา http://siamchamnankit.co.th
สานกั งานพัฒนาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช.) การทบทวนหลังการทางาน หลงั ปฏบิ ัติ หรือหลงั
กจิ กรรม (After Action Review : AAR) ออนไลน์. แหล่งทมี่ า http://www.nstda-
knowleadgemandment.
สานักงานศึกษาธกิ ารกรงุ เทพมหานคร. รายงานการวิจยั รูปแบบการ Coach แบบ GPOPAC MODEL ท่สี ง่ ผล
ต่อคณุ ลกั ษณะของครูผู้รบั การโคช้ ในการยกระดับคุณภาพของผ้เู รยี นในพื้นท่กี รงุ เทพมหานคร.
2562.
ศศิมา สุขสวา่ ง. การโคช้ . ออนไลน.์ แหล่งที่มา http://www.dasimasuk.com
อทุ ศิ ดวงผาสุกและคณะ. การบริหารโดยการโคช้ เพ่อื การพัฒนาองคก์ าร. วารสารวชิ าการ มหาวทิ ยาลยั ธนบรุ ี
ปที ่ี 11 ฉบับท่ี 26 เดือน กนั ยายน – ธันวาคม 2560.

แนวทางการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาในการขบั เคลอ่ื นแผนงาน/โครงการทส่ี ง่ ผลต่อระดับคะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบทาง
การศึกษาระดับชาตขิ ้ันพ้นื ฐาน (O- NET) หนา้ 20

ภาคผนวก

- แบบบันทึกการสังเกตชน้ั เรียน
- สอบถามความพึงพอใจตอ่ การดาเนินงานแนวทางการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาในการขับเคลอ่ื นแผนงาน/โครงการทีส่ ่งผลต่อระดับคะแนนเฉลีย่
ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติขั้นพื้นฐาน (O- NET)

แนวทางการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาในการขับเคล่ือนแผนงาน/โครงการทส่ี ง่ ผลตอ่ ระดบั คะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบทาง
การศึกษาระดบั ชาตขิ ้นั พ้ืนฐาน (O- NET) หนา้ 21

แบบบนั ทกึ การสังเกตช้นั เรยี น

โรงเรียน ............................................................... อาเภอ ................................... จังหวัด .................................
ช่ือครผู ูส้ อน ..................................................... ชัน้ .................. กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ........................................
หน่วยท่ี ................. เร่ือง ................................................................................................. เว ลา ............ ชว่ั โมง

ตารางสรปุ ผลการสังเกตชั้นเรียน ประเดน็ ในการสงั เกต มีจานวน 4 ดา้ น รวม 100 คะแนน ดงั นี้

ที่ รายการ จานวนข้อ รวมผลการ
รายการประเมิน ประเมนิ

๑ การวเิ คราะห์หลักสูตรสู่การจัดทาแผนการจัดการเรยี นรู้ 5

2 การนาเขา้ สบู่ ทเรยี น 4

3 การจัดกระบวนการเรยี นรู้ 6

4 การวดั และประเมินผล 5

รวม 20

เกณฑก์ ารประเมนิ

ดมี าก (5) = 80-100 ดี (4) = 70-79 ปานกลาง (3) = 60-69

พอใช้ (2) = 50-59 ปรับปรงุ (1) = น้อยกวา่ 50

บันทกึ ข้อสงั เกตเก่ียวกับ จุดเดน่ จดุ ทค่ี วรพัฒนา

จดุ เดน่

..................................................................................................... ...............................................................................

............................................................................................................................. .......................................................

จดุ ทีค่ วรพัฒนา

............................................................................................................................. .......................................................

....................................................................................................................................................................................

สรปุ ผลการสังเกตช้ันเรียน

( ) 5=ดีมาก ( ) 4=ดี ( ) 3=ปานกลาง ( ) 2=พอใช้ ( ) 1=ปรบั ปรุง

ลงช่ือ.................................................... ผสู้ ังเกต
(............................................)

ตาแหนง่ ..............................................................
วนั ท่ี..........เดอื น...........................พ.ศ.................

แนวทางการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาในการขับเคล่ือนแผนงาน/โครงการทส่ี ่งผลต่อระดบั คะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบทาง
การศึกษาระดบั ชาตขิ นั้ พน้ื ฐาน (O- NET) หนา้ 22

รายการประเมนิ จากการสังเกตช้ันเรยี น

คาชีแ้ จง โปรดเขยี นตวั เลข 1-5 ในช่องระดบั คะแนนในแต่ละรายการประเมิน

เกณฑก์ ารพิจารณา ระดบั คะแนน 5 = ดมี าก 4 = ดี 3 = ปานกลาง 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง

ที่ รายการประเมิน ระดับ ขอ้ เสนอแนะ
1-5

1 การวิเคราะห์หลกั สตู รสู่การจัดทาแผนการจดั การเรยี นรู้ - -

1.1 มกี ารวิเคราะห์มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั หรือผลการเรยี นรู้ ได้สอดคล้อง

เหมาะสม โดยแยกเปน็ ดา้ นความรู้ (K) ทกั ษะ (P) และคณุ ลกั ษณะ (A)

1.2 มกี ารกาหนดกิจกรรมการเรียนรูเ้ พื่อพฒั นาด้านการอา่ นคิด วิเคราะห์

และเขียน

1.3 มีการกาหนดกจิ กรรมการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาด้าน คุณลกั ษณะอนั พงึ

ประสงค์

1.4 กาหนดเวลาการจัดกจิ กรรมการเรยี นรแู้ ละคะแนน

ได้เหมาะสมกับมาตรฐาน/ตวั ชี้วดั หรือผลการเรยี นรู้

1.5 มกี ารกาหนดภาระงาน/ช้ินงานที่ชัดเจน สอดคล้อง

กับมาตรฐาน/ตวั ช้วี ดั หรอื ผลการเรียนรู้

รวม

2 การนาเขา้ สู่บทเรียน --

2.1 กระตุน้ /เรา้ ความสนใจสอดคล้องกบั เน้ือหาได้เหมาะสม

2.2 มกี ารประเมินผลก่อนเรยี น (ถาม/ทดสอบ)

2.3 แจ้งตัวช้วี ัด หรือผลการเรยี นรู้

2.4 มีการทบทวนความร้เู ดมิ เพื่อเช่อื มโยงสิ่งใหม่

รวม

3 การจัดกระบวนการเรียนรู้ --

3.1 มขี ั้นตอน/รูปแบบ/หลกั การ ทฤษฎี การจดั การเรียนรู้มาใช้ได้

เหมาะสมกบั มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั หรอื ผลการเรยี นรู้

3.2 ส่งเสรมิ หรือพฒั นาทกั ษะการคิด ครอบคลมุ หรือบูรณาการ การอา่ น

คิดวเิ คราะห์และเขยี น คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ตลอดจนสมรรถนะ

สาคญั ชดั เจน

แนวทางการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาในการขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการที่สง่ ผลตอ่ ระดบั คะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบทาง
การศึกษาระดับชาตขิ น้ั พื้นฐาน (O- NET) หนา้ 23

รายการประเมนิ จากการสังเกตชน้ั เรยี น (ต่อ)

ท่ี รายการประเมนิ ระดบั ข้อเสนอแนะ
1-5 -

3.3 การจัดกจิ กรรมการเรียนรเู้ น้นผูเ้ รยี นเปน็ สาคัญ โดยคานึงถึงความ

สนใจ ความแตกต่างระหว่างบุคคล

3.4 ผ้เู รยี นสรา้ งองค์ความรูด้ ้วยตนเอง มกี ารนาเสนอผลงาน

3.5 มีการใช้ส่อื /นวตั กรรม และเทคโนโลยที างการศึกษา แหลง่ เรยี นรู้ได้

เหมาะกับมาตรฐาน/ตัวชีว้ ัด หรือผลการเรยี นรู้

3.6 การปกครองชัน้ เรียนเหมาะสม ท่วั ถึง

รวม

4 การวดั และประเมินผล -

4.1 มีเคร่อื งมือวัดและประเมินผลทสี่ อดคล้องกบั มาตรฐาน/ตัวชวี้ ัด หรอื

ผลการเรียนรู้ การอ่านคิด วเิ คราะหแ์ ละเขยี น คุณลกั ษณะอนั พึง

ประสงค์ ตลอดจนสมรรถนะสาคัญ ชัดเจน

4.2 มีรอ่ งรอยหลกั ฐานการวัดและประเมนิ ผลครบทั้งด้านความรู้ (K)

ทักษะ (P) คุณลักษณะ (A) อ่านคิด วิเคราะห์และเขียน คุณลกั ษณะ

อันพงึ ประสงค์ ตลอดจนสมรรถนะสาคัญ

4.3 แบบทดสอบหรือการสอบถามมีการวัดระดับข้ันความสามารถไดห้ ลาย

ระดับ (Bloom' Taxonomy)

4.4 มีการประเมนิ ระหวา่ งเรียนได้เหมาะสมกบั มาตรฐาน/ตัวชีว้ ัดหรือผล

การเรียนรู้ ธรรมชาติวชิ าและระดบั ความสามารถของนักเรียน และให้

ข้อมูลย้อนกลบั แก่นกั เรียน

4.5 มกี ารบนั ทึกผลการประเมนิ ในแบบบนั ทกึ ผลการเรียนประจารายวิชา

(ปพ.5 (เดิม)) หรอื ระบบอืน่ ใดท่ีทางโรงเรยี นกาหนดครบทุกด้าน เป็น

ปัจจุบนั

รวม

แนวทางการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาในการขับเคล่ือนแผนงาน/โครงการทส่ี ง่ ผลต่อระดบั คะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบทาง
การศกึ ษาระดบั ชาตขิ ั้นพนื้ ฐาน (O- NET) หนา้ 24

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะเพ่ิมเตมิ /อ่ืนๆ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงช่อื .................................................... ผสู้ งั เกต
(............................................)

ตาแหนง่ .....................................................
ท่ีมา : (เอกสารการนเิ ทศ ติดตามและประเมินผล สานกั งานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 35, 2562)

แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขับเคลอื่ นแผนงาน/โครงการทสี่ ง่ ผลตอ่ ระดับคะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบทาง
การศึกษาระดบั ชาตขิ ้นั พ้ืนฐาน (O- NET) หนา้ 25

แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการดาเนินงานตามแนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา
ในการขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการท่สี ง่ ผลต่อระดับคะแนนเฉล่ยี ผลการทดสอบทางการศกึ ษา

ระดับชาตขิ ้ันพ้ืนฐาน (O- NET)
*******************************
คาชีแ้ จง

แบบสอบถามฉบบั นี้ มีวตั ถปุ ระสงค์เพอ่ื ความพึงพอใจต่อการดาเนินงานตามแนวทางการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาในการขบั เคล่อื นแผนงาน/โครงการทส่ี ง่ ผลต่อระดับคะแนนเฉล่ยี ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติ
ข้นั พน้ื ฐาน (O- NET) ซ่ึงผลที่ไดจ้ ากการตอบแบบสอบถามนี้ ผทู้ เ่ี กี่ยวข้องจะนาไปพัฒนาและปรบั ปรุงการ

ปฏบิ ัตงิ านใหม้ ีคุณภาพต่อไป โดยใสเ่ คร่ืองหมาย ลงในชอ่ ง  ตามความเป็นจริงหรือเติมข้อมลู ลงในชอ่ งว่าง

ตอนท่ี 1 ขอ้ มลู ท่ัวไปผู้ตอบแบบสอบถาม

เพศ  ชาย  หญิง

อายุ ............ ปี

ระดบั การศกึ ษา

 ปริญญาตรี  ปริญญาโท  ปรญิ ญาเอก

แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขบั เคลื่อนแผนงาน/โครงการท่สี ่งผลต่อระดับคะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบทาง
การศกึ ษาระดับชาติขน้ั พ้นื ฐาน (O- NET) หน้า 26

ตอนท่ี 2 ความพึงพอใจต่อการดาเนินงานตามแนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาในการขบั เคลื่อน
แผนงาน/โครงการทส่ี ง่ ผลตอ่ ระดับคะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ
ขั้นพื้นฐาน (O- NET)

ท่านมคี วามพงึ พอใจต่อการดาเนนิ งานตามแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในการขับเคล่ือน
แผนงาน/โครงการทส่ี ่งผลต่อระดับคะแนนเฉลีย่ ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติขั้นพน้ื ฐาน(O- NET)
ในประเดน็ ต่าง ในระดบั ใดให้ท่านพิจารณาและทาเคร่ืองหมาย ลงในช่องทต่ี รงกบั ความคิดเหน็ ของทา่ น
มากที่สดุ โดยใช้เกณฑ์การพจิ ารณาดงั น้ี

5 = พงึ พอใจมากทส่ี ดุ 4 = พงึ พอใจมาก 3 = พึงพอใจปานกลาง
2 = พงึ พอใจน้อย 1 = พงึ พอใจน้อยทีส่ ดุ

ดา้ น / ประเด็นการพิจารณา 5 ระดับความพึงพอใจ (ร้อยละ) 1
4 32
1. ความพึงพอใจต่อรูปแบบ/กระบวนการนิเทศ พงึ พอใจ พึงพอใจ
1.1 ขัน้ ตอนการนเิ ทศ ฯ ชดั เจน มากท่ีสดุ พงึ พอใจ พึงพอใจ พึงพอใจ น้อยที่สดุ
1.2 รูปแบบ /กระบวนการนเิ ทศฯ ตรงกับ มาก ปานกลาง น้อย
วตั ถุประสงค์
1.3 ระยะเวลาในการนิเทศฯ มีความเหมาะสม
1..4 รูปแบบ / กระบวนการนิเทศฯ มคี วาม
หลากหลาย
2. ความพึงพอใจตอ่ บุคลากรผใู้ ห้การนเิ ทศฯ
2.1 ความร้คู วามสามารถในเร่ืองที่ทาการนิเทศฯ
2.2 ความเปน็ กัลยาณมติ ร
2.3 ทกั ษะและกระบวนการนิเทศฯ
2.4 การมภี าวะผนู้ า
2.5 การเปดิ โอกาสให้ผ้รู ับการนิเทศฯ ได้แลกเปลยี่ น
เรยี นรู้

แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขับเคล่ือนแผนงาน/โครงการทสี่ ่งผลต่อระดับคะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบทาง
การศึกษาระดับชาติขนั้ พ้นื ฐาน (O- NET) หนา้ 27

ระดบั ความพึงพอใจ (ร้อยละ)

ด้าน / ประเด็นการพิจารณา 5 4 321

พงึ พอใจ พงึ พอใจ พึงพอใจ พึงพอใจ พึงพอใจ

มากท่สี ดุ มาก ปานกลาง นอ้ ย น้อยทีส่ ุด

3.ความพึงพอใจต่อสิ่งอานวยความสะดวก

3.1 เคร่อื งมือในการนเิ ทศฯ

3.2 วัสดุ / อปุ กรณ์ การนิเทศฯ

3.3 การใช้ส่ือและเทคโนโลยกี ารนเิ ทศฯ

3.4 นวตั กรรมการนเิ ทศ ฯ

3.5 เครือข่ายการนิเทศฯ

4. ความพึงพอใจตอ่ คุณภาพ / ผลลัพธ์

ของการนิเทศฯ

4.1 ผรู้ บั การนิเทศฯ มีความรู้ ความเข้าใจในการ

วางแผนหรอื ออกแบบกจิ กรรมเพ่ือยกระดบั คุณภาพ

การศกึ ษา

4.2 ได้รบั การนเิ ทศฯ ทต่ี รงกับความตอ้ งการ

4.3 การนิเทศฯ ช่วยให้ผู้รับการนิเทศฯ

4..4 การนเิ ทศฯ ชว่ ยให้ผรู้ บั บริการนิเทศฯ ปฏิบัตงิ าน

ไดย้ ่ิงขึ้น

4.5 วิธกี ารนิเทศฯ สามารถช่วยยกระดบั คุณภาพ

การศึกษาได้

ตอนท่ี ข้อเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

แนวทางการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาในการขบั เคลอื่ นแผนงาน/โครงการที่ส่งผลต่อระดับคะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบทาง
การศกึ ษาระดบั ชาตขิ ั้นพนื้ ฐาน (O- NET) หนา้ 28

ตอนที่ 3 ผลทไ่ี ดจ้ ากกระบวนการนเิ ทศ ติดตามและประเมินผล การดาเนินงานตามแนวทางการพัฒนา
คุณภาพการศกึ ษาในการขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการท่สี ง่ ผลตอ่ ระดับคะแนนเฉล่ียผลการทดสอบ
ทางการศึกษาระดบั ชาติข้นั พืน้ ฐาน (O- NET) มีประโยชน์ตอ่ สถนศึกษาในด้านต่างๆ อยา่ งไร โปรดเขยี นแสดง
ความคิดเห็นตามหวั ขอ้ ต่อไปนี้
3.1 ต่อผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา
............................................................................................................................. ..................................................
....................................................................................................................................... ........................................
......................................................................................... ......................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................
3.2 ต่อครแู ละบุคลากรทางการศึกษา
............................................................................................................................. ..................................................
................................................................................................................................................................. ..............
................................................................................................................... ............................................................
............................................................................................................................. ..................................................
3.3 ตอ่ ผู้เรียน
.............................................................................................................................. .................................................
...............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................
............................................................................................................................. ..................................................
ตอนที่ 4 ขอ้ เสนอแนะเพื่อการปรบั ปรุง
..................................................................................................................................................... ..........................
...................................................................................................... .........................................................................
............................................................................................................................. ..................................................
................................................................................................................................. ..............................................

ขอขอบคุณในความรว่ มมอื ในการตอบแบบสอบถาม

แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขับเคลอื่ นแผนงาน/โครงการทีส่ ่งผลตอ่ ระดับคะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบทาง
การศึกษาระดบั ชาตขิ ัน้ พนื้ ฐาน (O- NET) หน้า 29

คณะผจู้ ัดทา

คณะท่ปี รกึ ษา ศกึ ษาธกิ ารจังหวดั ลาพูน
นางหัทกาญจน์ อดุลถิรเขตต์ รองศึกษาธิการจงั หวดั ลาพูน
นายสมโภชน์ ศรีชะนา ผู้อานวยกลุ่มนโยบายและแผน
นางผ่องศรี รตั นงาม ผอู้ านวยการหน่วยตรวจสอบภายใน
นางศิริณิศา นนั ทวฒั นภริ มย์ ผูอ้ านวยการกลมุ่ สง่ เสริมการศึกษาเอกชน
นางปทั มาพร ใบสุขันธ์ ผอู้ านวยกานกลมุ่ พัฒนาการศึกษา
นางรตั ิกาล ทาอน่ิ แกว้ ผู้อานวยการกลุ่มนเิ ทศ ติดตามและประเมินผล
นางดารัณ รกั หน้าที่ ผอู้ านวยการกลมุ่ ลูกเสือ ยุวกาชาดและกจิ การ
นายสุบนิ ไชยยะ นักวชิ าการศกึ ษาชานาญการ รกั ษาการใน
นางณัฐนันท์ เสมอใจ ตาแหน่งผ้อู านวยการกลุ่มอานวยการ
นักวิชาการศกึ ษาชานาญการ รกั ษาการใน
นางอญั ชลี โพธ์ิพาด ตาแหนง่ ผอู้ านวยการกลมุ่ บริหารงานบุคคล

คณะทางาน
ศึกษานิเทศก์ สานักงานศึกษาธิการจังหวดั ลาพนู

เรียบเรียง จดั ทาเอกสาร บรรณาธิการกิจ และเผยแพรเ่ อกสาร

นางดารัณ รกั หน้าท่ี ผู้อานวยการกลุม่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมินผล

นายอุเทน วีระคา ศกึ ษานเิ ทศกช์ านาญการพเิ ศษ

นายกฤษณ์ วงศม์ นสั ตระกลู ศกึ ษานเิ ทศกช์ านาญการ

นางสาวบุณยาพร ศรีคาซาว ศกึ ษานิเทศก์ชานาญการ

แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขบั เคลื่อนแผนงาน/โครงการทสี่ ง่ ผลตอ่ ระดบั คะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบทาง
การศกึ ษาระดับชาตขิ น้ั พน้ื ฐาน (O- NET) หนา้ 30

แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาในการขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการท่ีส่งผลตอ่ ระดบั คะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบทาง
การศึกษาระดบั ชาติขัน้ พน้ื ฐาน (O- NET) หน้า 31


Click to View FlipBook Version