The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี ด้านวรรณศิลป์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by teacherjubjib, 2022-01-20 05:33:21

การวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี ด้านวรรณศิลป์

การวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี ด้านวรรณศิลป์

การวเิ คราะห์คณุ คา่ วรรณคดี

วรรณศิลป์

ชิษณชุ า ชานาญ



คำนำ

หนังสอื อิเล็กทรอนิกส์ เรอื่ ง กำรวเิ ครำะหค์ ุณค่ำวรรณคดีด้ำนวรรณศิลป์
จั ด ท ำ ขึ้นเป็ นส่ื อ ก ำร เรียนรู้เพื่อ พั ฒ นำ ก ำ ร วิเ ค รำ ะห์คุณ ค่ ำ วร ร ณ ค ดี
ด้ำนวรรณศลิ ป์ ทัง้ ยงั เพ่อื กระต้นุ ควำมสนใจของผเู้ รยี นมำกย่งิ ขนึ้

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรอื่ ง กำรวเิ ครำะห์คุณค่ำวรรณคดีด้ำนวรรณศิลป์
ประกอบด้ วยควำมรู้เก่ี ยวกั บคุณค่ ำด้ ำนวรรณ ศิลป์ ได้ แก่ กำรใช้ค ำ
กำรเล่นเสียง กำรใชโ้ วหำรภำพพจน์ และกำรใช้รสวรรณคดี ตำมหนังสือเรยี น
รำยวชิ ำพืน้ ฐำน ภำษำไทย วรรณคดีและวรรณกรรม ช้ันมธั ยมศกึ ษำปีท่ี 5

ผู้จัดทำ

สำรบญั หน้ำ

เรอ่ื ง 1
2
กำรวเิ ครำะห์คณุ ค่ำวรรณคดี 2
กำรวเิ ครำะหค์ ณุ ค่ำวรรณคดี ด้ำนวรรณศลิ ป์ 5
7
- กำรใช้คำและกำรเลน่ เสยี ง 11
- กำรใช้โวหำรภำพพจน์
- กำรใช้รสวรรณคดี
บรรณำนุกรม

การวเิ คราะห์คณุ คา่ วรรณคดี

การวเิ คราะห์คณุ คา่ วรรณคดี คือ ?

กำรวเิ ครำะห์คณุ ค่ำวรรณคดี เป็นกำรเลือกพจิ ำรณำวรรณคดีอย่ำงละเอียด
ลึกซ้ึง ประกอบด้วย ด้ำนเน้ือหำ ด้ำนรูปแบบคำประพันธ์ ด้ำนกำรใช้ภำษำหรอื
วรรณศิลป์ และด้ำนสังคมและวฒั นธรรม เพอื่ ให้ผอู้ ่ำนเขำ้ ถึงและเขำ้ ใจเรอ่ื งรำว
ทถี่ ่ำยทอดในวรรณคดีเรอื่ งนั้น ๆ ได้อย่ำงลึกซง้ึ

กำรวเิ ครำะหล์ ักษณะเด่นของวรรณคดีและวรรณกรรม มีดังนี้
1. วิเครำะห์เน้ือหำ ว่ำมีลักษณะอย่ำงไร กล่ำวถึงส่ิงใดองค์ประกอบต่ำง ๆ
ของเรอื่ งมีกำรประสำนกันอย่ำงกลมกลืนหรือไม่ ตรงตำมข้อเท็จจริงหรอื ไม่
มีควำมสมจรงิ หรอื ไม่
2. วิเครำะห์รูปแบบ พิจำรณำลักษณะคำประพันธ์ว่ำเป็นร้อยแก้วหรือ
รอ้ ยกรอง เหมำะสมกับเน้ือหำหรอื ไม่
3. วิเครำะห์ด้ำน วร รณศิลป์ กำ ร ใช้ สำ นวนโวหำร ไพเรำ ะ ส ละสล วย
มีลักษณะเด่นในเชิงประพันธ์หรือไม่ วรรณคดีและวรรณกรรมท่ีดีจะต้อง
มีวรรณศิลป์ คือ มีกำรใช้ภำพพจน์ เช่น สัทพจน์ อุปมำ อุปลักษณ์ มีกำรเล่น
เสียง เชน่ เสยี งสัมผัส มีกำรเล่นคำ เชน่ กำรซำ้ คำ
4. วิเครำะห์คุณค่ำทำงสังคม วรรณคดีและวรรณกรรมจะสะท้อนภำพ
เห ตุ ก ำ ร ณ์ ใน อ ดี ต แ ล ะ วิ ถี ชี วิ ต ข อ ง ค น แ ต่ ล ะ ยุ ค ส มั ย ห ลั ก ก ำ ร วิ เ ค ร ำ ะ ห์ ค ว ร
พิจำรณำวำ่ เนื้อหำกล่ำวถึงวถิ ีชีวิตควำมเป็นอยู่ในสมัยนั้นอย่ำงไร มีวฒั นธรรม
ด้ำนต่ำง ๆ อยำ่ งไร

1

การวเิ คราะห์คณุ คา่ วรรณคดี
ดา้ นวรรณศิลป์

การวเิ คราะห์คณุ คา่ วรรณคดี ดา้ นวรรณศิลป์

คุณค่ำด้ำนวรรณศิลป์ หมำยถึง ศิลปะกำรใช้ถ้อยคำในวรรณคดีหรือ
วรรณกรรมให้เกิดควำมไพเรำะงดงำม ไม่ว่ำจะเป็นกำรเล่นคำ กำรเล่นเสียง
สัมผัส กำรใช้โวหำรภำพพจน์ รวมถึงรสวรรณคดี ทำให้ผู้อ่ำนได้รบั รสของ
ถ้อยคำ เกิดอำรมณ์สะเทือนใจและมีจินตนำกำรรว่ มไปกับกวีหรอื ตัวละครใน
เรอ่ื งน้ัน ๆ ดังนี้

การใช้คาและการเลน่ เสียง

1. กำรใช้คำ ในที่นี้จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ กำรเล่นคำซ้ำ กำรใช้คำ

อัพภำส และกำรเล่นคำพอ้ ง

1.1 กำรซ้ำคำ คือ กำรซ้ำคำที่มีรูปและควำมหมำยเหมือนกัน เพ่ือเน้น

ควำมหมำยและก่อให้เกิดอำรมณ์สะเทอื นใจ เชน่

“...สุดสำยนัยนำที่แม่จะตำมไปเล็งแล สุดโสตแล้วท่ีแม่จะซับทรำบ

ฟงั สำเนียง สดุ สุรเสยี งที่แม่จะร่ำเรยี กพิไรรอ้ ง สดุ ฝเี ทำ้ ทีแ่ มจ่ ะเยื้องย่องยกย่ำง

ลงเหยียบดิน ก็สดุ สิน้ สดุ ปญั ญำสุดหำสดุ ค้นเห็นสดุ คิด...”

(มหำเวสสนั ดรชำดก กัณฑ์มทั ร)ี

จำกตัวอย่ำงมีกำรซ้ำคำว่ำ “สุด” เพ่ือต้องกำรเน้นย้ำควำมหมำยว่ำ

พระนำงมัทรีได้ทำทุกวิถีทำงอย่ำงที่สุดแล้วในกำรออกตำมหำบุตรทั้งสอง

ทำใหผ้ ้อู ่ำนสมั ผสั ไดถ้ ึงควำมทกุ ขย์ ำกของแม่ในกำรออกตำมหำลูก

1.2 กำรใช้คำอัพภำส คือ คำซ้ำชนิดหนึ่งที่กร่อนเสียงของคำข้ำงหน้ำ

ใหส้ น้ั ลงเหลือเพียงเสียง [อะ]

เช่น รกิ รกิ เป็น ระรกิ

ยิบยบิ เปน็ ยะยิบ

2

ตัวอยำ่ งคำประพันธ์

“สำเภำน้ีก็มไิ ด้วอกแวกหว่นั ไหว ก็จะแล่นระรเี่ รอ่ื ยเฉื่อยไปจนถึงเมอื งแก้ว”

(มหำเวสสันดรชำดก กัณฑก์ ุมำร)

1.3 กำรใชค้ ำพอ้ ง คือ คือ กำรใช้คำพ้องรูปพ้องเสียง และคำพอ้ งควำมหมำย

เพอ่ื เน้นยำ้ อำรมณ์ ควำมรูส้ กึ เช่น

- กำรเลน่ คำพอ้ งรูปพอ้ งเสยี ง คือ กำรใชค้ ำที่เขยี นเหมือนกัน หรอื อ่ำนออก

เสยี งเหมอื นกันแต่มคี วำมหมำยต่ำงกัน เชน่

“นำงนวลจับนำงนวลนอน เหมือนพี่แนบนวลสมรจินตะหรำ”

(อิเหนำ)

จำกตัวอย่ำงเป็นกำรใช้คำพ้องรูปพ้องเสียง คือ คำว่ำ “นวล” ซึ่งทั้ง 3 คำ
มีควำมหมำยท่ีแตกต่ำงกัน คือ 1) นกนำงนวลตัวผู้ 2) นกนำงนวลตัวเมีย

และ 3) ผหู้ ญงิ

- กำรเล่นคำพ้องควำมหมำย หรือเรียกอีกอย่ำงว่ำ กำรหลำกคำ หรือ

คำไวพจน์ คือ กำรใช้คำท่ีมคี วำมหมำยเหมือนกัน เชน่

“...สนิ สมทุ รสุดเหนื่อยด้วยเม่อื ยล้ำ สู้อุตสำ่ ห์ทรงกำยสำยสมร

แล้วตอบคำรำ่ วำ่ ด้วยอำวรณ์ แม่ม้วยมรณก์ ็จะม้วยเสยี ด้วยกัน

ลกู หมำยเหมือนชนนีเปน็ ทยี่ ิง่ ไม่ทอดท้ิงมำรดำใหอ้ ำสญั …”

(พระอภัยมณี)

จำกตัวอย่ำงจะเห็นกำรใช้คำพ้องควำมหมำย ได้แก่ คำว่ำ แม่-ชนนี-

มำรดำ ทมี่ ีควำมหมำยวำ่ แม่ ซง่ึ ในบทประพันธห์ มำยถึงนำงผเี สื้อสมุทร และคำ

วำ่ มว้ ยมรณ์-มว้ ย-อำสัญ มีควำมหมำยเดียวกันวำ่ ตำย

2. กำรเล่นเสยี ง คือ กำรเล่นเสียงสมั ผัส ประกอบไปด้วยกำรเล่นเสยี งสมั ผสั

พยัญชนะ เสยี งสระ และเสยี งวรรณยุกต์ ดังน้ี

2.1 กำรเล่นเสยี งสมั ผสั พยญั ชนะ คือ กำรใช้เสียงพยญั ชนะต้นเดียวกัน

เชน่ เล่นเสียงพยญั ชนะ จ

“จิบจับเจำเจ่ำเจ้ำ รงั มำ

จอกจำบจ่ันจรรจำ จ่ำจ้ำ”

(โคลงอักษรสำมหมู่)

3

2. กำรเล่นเสียง คือ กำรเล่นเสียงสัมผัส ประกอบไปด้วยกำรเล่นเสียงสัมผัส

พยัญชนะ เสียงสระ และเสยี งวรรณยุกต์ ดังน้ี

2.1 กำรเลน่ เสยี งสมั ผสั พยญั ชนะ คือ กำรใชเ้ สยี งพยัญชนะต้นเดียวกัน

เช่น เล่นเสียงพยญั ชนะ จ

“จิบจับเจำเจ่ำเจ้ำ รงั มำ

จอกจำบจั่นจรรจำ จ่ำจ้ำ”

(โคลงอักษรสำมหม)ู่

2.2 กำรเล่นเสยี งสระ คือ กำรใชเ้ สยี งสระและตัวสะกดเดียวกัน

เชน่ เล่นเสยี งสระ เอำ และสระ อำ

“จิบจับเจำเจ่ำเจ้ำ รงั มำ

จอกจำบจ่ันจรรจำ จ่ำจ้ำ”

(โคลงอักษรสำมหมู่)

2.3 กำรเล่นเสียงวรรณยุกต์ คือ กำรใช้เสียงวรรณยุกต์เรยี งกัน 3 เสียง

ได้แก่ สำมญั -เอก-โท หรอื โท-เอก-สำมัญ

เช่น เล่นเสียงวรรณยุกต์ สำมญั -เอก-โท

“จิบจับเจำเจ่ำเจ้ำ รงั มำ

จอกจำบจั่นจรรจำ จ่ำจ้ำ”

(โคลงอักษรสำมหมู่)

4

การใช้โวหารภาพพจน์

กำรใช้โวหำรภำพพจน์ คือ กำรใช้ถ้อยคำที่ทำให้ผู้อ่ำนเห็นภำพ ได้อำรมณ์
และควำมรูส้ ึกชัดเจนยิ่งขนึ้

1. อุปมำ คือ กำรเปรียบเทียบสิ่งหน่ึงเหมือนอีกส่ิงหน่ึง โดยใช้คำเช่ือม
แสดงควำมเหมอื น เช่น ดจุ ดั่ง เฉกเช่น ประหนึ่ง เล่ห์ เพยี้ ง ละม้ำย ฯลฯ

ตัวอยำ่ ง เธอสวยรำวกับนำงฟำ้
ฝันที่เคยท่ีฝันว่ำอยำกสวยอย่ำงที่หวัง ด่ังนำงฟ้ำนำงสวรรค์

2. อุปลักษณ์ คือ กำรเปรยี บส่ิงหนึ่งเป็นอีกส่ิงหนึ่ง โดยใช้คำว่ำ คือ เป็น ใช่
หรอื ละคำเปรยี บเทียบไว้

ตัวอยำ่ ง ทหำรเปน็ รว้ั ของชำติ
ปัญญำคอื ดำบสู้ ดัสกร

ระวัง อุปลักษณ์ใช้ “คือ เป็น” ในควำมหมำยเปรียบเทียบ ไม่ได้ใช้

ในควำมหมำยตรง ๆ

เชน่ เขำเป็นนักเรยี น ม.5 ไมใ่ ชอ่ ุปลักษณ์

ลกู เปน็ ดวงตำดวงใจของแม่ อุปลักษณ์

เธอคือแมพ่ ระประจำหอ้ ง อุปลักษณ์

เธอคือพส่ี ำวของฉัน ไมใ่ ช่อุปลักษณ์

3. อติพจน์ คือ กำรเปรยี บเทยี บกล่ำวเกินจรงิ
ตัวอย่ำง หวิ จนจะกินควำยได้ทัง้ ตัวอยู่แล้ว
ฉันคิดถึงเขำแทบใจจะขำด
4. สัทพจน์ คือ กำรใช้คำเลียนเสียงธรรมชำติ เช่น เสียงฝน ลม เสียงสัตว์

รอ้ ง เสยี งใบไมเ้ สียดสกี ัน เสียงระฆงั เปน็ ต้น
ตัวอยำ่ ง บดั เดี๋ยวดังหงำ่ งเหงง่ วงั เวงแวว่
เปรยี้ ง ๆ ดังเสยี งฟำ้ ฟำด

5

5. บุคคลวตั หรอื บคุ ลำธษิ ฐำน คือ กำรเปรยี บให้สง่ิ มีชีวติ เช่น พืช สัตว์ และ

ส่ิงไม่มีชีวิต เช่น แสงแดด สำยลม ส่ิงของ ทำกิรยิ ำหรอื มีควำมรูส้ ำนึกคิดอย่ำง

มนุษย์

ตัวอย่ำง ทะเลไม่เคยหลับใหล

ผืนป่ำกำลังรอ้ งไห้

สนละเมียดเหยียดยอดขนึ้ กอดฟำ้

6. สัญลักษณ์ คือ กำรเรยี กสิ่งหน่ึงแทนอีกส่ิงหนึ่ง โดยสิ่งที่นำมำเปรยี บนั้น

คนส่วนใหญจ่ ะต้องเขำ้ ใจตรงกัน

ตัวอย่ำง หงส์ แทน หญงิ ผ้สู ูงศักดิ์

นกพริ ำบ แทน สนั ติภำพ

สีขำว แทน ควำมบรสิ ุทธ์ิ

7. นำมนัย คือ กำรใช้คุณสมบัติ ส่วนประกอบ หรือ จุดเด่นของส่ิงนั้น

กล่ำวแทนส่ิงน้ันทั้งหมด

ตัวอย่ำง เมอื งยำ่ โม แทน จังหวดั นครรำชสีมำ

เก้ำอี้ แทน ตำแหน่ง

หวั หงอก แทน คนแก่

ชิงเอำฉัตรตัดเขญ็ แทน รำชบัลลังก์

เรยี มคะนึงถึงเอวบำง แทน ผู้หญงิ

8. อวพจน์ คือ กำรกล่ำวตำ่ กวำ่ หรอื น้อยกวำ่ ควำมเปน็ จรงิ มำก ๆ

ตัวอยำ่ ง เล็กเท่ำขต้ี ำแมว

เธอกับเขำคบกันได้ไมน่ ำน ตดไม่ทนั หำยเหม็นก็เลิกกันแล้ว

9. ปฏิพำกย์ คือ กำรใช้คำทีม่ คี วำมหมำยตรงขำ้ มเพ่ือเสรมิ กันและกัน

ตัวอย่ำง เลวบรสิ ุทธิ์

เสยี งนำ้ ซง่ึ กระซบิ สำดปรำศจำกเสียง จักรวำลวนุ่ วำยไรส้ ำเนียง

10. ปฏิปุจฉำ คือ คำถำมที่ไม่ต้องกำรคำตอบ เป็นคำถำมเพื่อบอกหรอื เพ่ือ

กระต้นุ เพื่อให้ผอู้ ่ำนคิดตำม

ตัวอย่ำง แล้วว่ำอนิจจำควำมรกั พ่ึงประจักษ์ดั่งสำยน้ำไหล ตั้งแต่จะเชี่ยว

เปน็ เกลียวไป ทีไ่ หนเลยจะไหลคืนมำ

6

การใช้ รสวรรณคด ี

รสวรรณคดีไทย คือ ลีลำของบทประพันธ์ท่ีกวีถ่ำยทอดไว้ในวรรณคดี

ทำให้ผู้อ่ำนรบั รูแ้ ละเกิดกำรตอบสนอง

รสวรรณคดีของไทยได้รบั อิทธิพลจำกวรรณคดีสันสกฤตของอินเดียและได้

นำมำปรบั ใหเ้ ขำ้ กับลักษณะวรรณคดีไทย จึงเหลือเพียง 4 รส ดังนี้

1. เสำวรจนี หมำยถึง บทชมควำมงำม ของสิ่งต่ำง ๆ ทั้งคน สัตว์ ธรรมชำติ

สิ่งของ และสถำนท่ี

ตัวอยำ่ งบทชมโฉมนำงศกุนตลำ ดังน้ี

ดูผวิ สีนวลละอองอ่อน มะลิซ้อนดูดำไปหมดสนิ้

สองเนตรงำมกวำ่ มฤคิน นำงน้ีเปน็ ป่ นิ โลกำ

งำมโอษฐด์ ังใบไมอ้ ่อน งำมกรดังลำยเลขำ

งำมรูปเลอสรรขวญั ฟำ้ งำมยิ่งบุปผำแบง่ บำน

(ศกุนตลำ)

กวีชมควำมงำมของนำงศกุนตลำว่ำมีผิวพรรณขำวมำกจนดอกมะลิคล้ำ
ดวงตำกลมโตงำมกวำ่ ดวงตำของกวำง นำงศกุนตลำน้ันเป็นสตรชี ั้นสูง รมิ ผีปำก
งำมเหมือนใบไม้อ่อน แขนงำมเหมือนลวดลำยท่ีเขียนไว้ ควำมงำมของนำง
ยง่ิ กวำ่ ดอกไมบ้ ำน

ตัวอย่ำงบทเพลง ไอ้ต้ำว ศลิ ปนิ สไปรท์

ไอ้ต้ำวน่ำรกั เธออย่ำเพง่ิ ทำเกินไป
น่ำรกั อยำ่ งเธอ และจะไปหำท่ีไหน
ขอ IG ฟอลหน่อย ฉันวำ่ ไม่มีใครคล้ำย
ต้ำวโอ้น ต้ำวโอ้น ต้ำวโอ้น
น่ำรกั แบบเธอ ฉันวำ่ ไมม่ ีใครคล้ำย

7

2. นำรปี รำโมทย์ หมำยถึง บทเกี้ยวพำรำสี แสดงควำมรักต่อนำงอันเป็นที่รกั
ตัวอย่ำงพระอภัยมณีฝำกรกั ถึงนำงละเวง ดังนี้

ถึงม้วยดินส้ินฟำ้ มหำสมุทร ไม่สิ้นสดุ ควำมรกั สมคั รสมำน
แม้เกิดในใต้ฟำ้ สุธำธำร ขอพบพำนพศิ วำสไมค่ ลำดคลำ
แม้เน้ือเยน็ เปน็ หว้ งมหรรณพ พ่ีขอพบศรสี วสั ด์ิเปน็ มัจฉำ
แม้เป็นบวั ตัวพ่เี ป็นภุมรำ เชยผกำโกสุมปทมุ ทอง
เจ้ำเป็นถ้ำอำไพขอให้พี่ เปน็ รำชสหี ์สมสู่เปน็ ค่สู อง
จะติดตำมทรำมสงวนนวลละออง เปน็ ค่คู รองพิศวำสทกุ ชำติไป

(พระอภัยมณี)

พระอภัยมณีเกี้ยวนำงละเวงว่ำ แม้ส้ินชีพจำกโลกน้ีก็ไม่สิ้นควำมรักที่มี
ต่อนำง แม้เกิดในท่ีใดก็ขอให้ได้พบกับนำงตลอดไป แม้นำงเป็นน้ำจะขอเป็นปลำ
นำงป็นบวั จะขอเป็นผึ้ง นำงเป็นถ้ำจะขอเป็นรำชสีห์ จะขอติดตำมนำงและรกั นำง
ไปทุกชำติภพ

ตัวอย่ำงเพลง ชอบแบบน้ี ศิลปนิ หนำมเตย สะแบงบนิ

ชอบแบบน้ี ก็ชอบทเ่ี ป็นแบบน้ี ชอบแววตำแบบน้ี
ชอบรอยยิม้ แบบน้ี ก็ชอบคนน้ี โฮ้ว
จะเอำแบบนี้ จะเอำท่เี ป็นแบบนี้ จะเอำแววตำแบบน้ี
จะเอำรอยย้มิ แบบนี้ จะเอำคนน้ี
ฮู้วเบบี้ ก็ชอบทเ่ี ปน็ แบบนี้

นำงละเวง
8

3. พโิ รธวำทงั หมำยถึง บทโกรธ ตัดพอ้ ต่อวำ่ เสียดสี เหน็บแนม ประชดประชัน
หรอื เยำะเยย้ ถำกถำง

ตัวอยำ่ งขนุ แผนตัดพ้อนำงพมิ (วนั ทอง) ดังน้ี

นิจจำเจ้ำวนั ท้องน้องพี่อำ พ่จี ำหน้ำเนื้อน้องได้ทกุ แห่ง
นิจจำเอ๋ยช่ำงกระไรมำแปลกแปลง เอำมือคลำแล้วยังแคลงอยูค่ ล้ำยคล้ำย
เจ้ำลืมนอนซอ่ นพุม่ ประทุ่มตำ่ เด็ดใบบอนชอ้ นนำ้ ท่ีไรฝ่ ำ้ ย
แต่กินหมำกเจ้ำอยำกพ่ยี ังคำย ซ้ำยคอดแล้วเพรำะหนุนนอน

(ขนุ ชำ้ งขนุ แผน)
ขุนแผนอุทำนว่ำ “อนิจจำ” เพื่อแสดงควำมสังเวชตนและตัดพ้อนำงพิม
ว่ำเปลี่ยนใจ ลื มควำมรักควำมสุขเม่ือคร้ังอดีตท่ีเคยช้อนน้ำมำให้ด่ืมกิ น
ขนำดหมำกทเี่ ค้ียวออกรสก็ยงั สละให้ และแขนซ้ำยกิ่วเพรำะเจ้ำหนุนนอน นับเป็น
กำรรำลึกอดีตเพอ่ื แสดงควำมน้อยอกน้อยใจ

ตัวอยำ่ งเพลง รองชำ้ ศิลปนิ DTK BOY BAND

เขำมนั เซฟโซนแต่ผมมันแซดโซน
บอกวำ่ เรำคบกันแต่เหมือนผมอยูอ่ โลน
ใจผมอยูก่ ับคณุ ใจคุณอยู่กับใคร
บอกจะเลิกกันเหมือนเคำะกะลำให้หมำดีใจ
อยูก่ ันสองคนคณุ ก็แสนดี
พอเวลำท่ีเขำมำผมก็สัมภเวสี

นำงวนั ทอง

9

4. สัลำปังคพิสัย คือ บทโศก คร่ำครวญ หรือรำพึงรำพันถึงนำงอันเป็นท่ีรัก
หรอื รำพงึ ถึงควำมทุกขก์ ำยทกุ ขใ์ จ

ตัวอย่ำง อิเหนำรคร่ำครวญถึงนำงจินตหรำ นำงสกำระวำตี และนำงมำ
หยำรศั มี เพรำะต้องไปชว่ ยเมืองดำหำรบในศึกกะหมังกหุ นิง ดังน้ี

วำ่ พลำงทำงชมคณำนก โผนผกจับไมอ้ ึงมี่

เบญจวรรณจับวลั ย์ชำลี เหมอื นวนั พี่ไกลสำมสุดำมำ

นำงนวลจับนำงนวลนอน เหมือนพี่แนบนวลสมรจินตะหรำ

จำกพรำกจับจำกจำนรรจำ เหมือนจำกนำงสกำระวำตี

แขกเต้ำจับเต่ำรำ้ งรอ้ ง เหมอื นรำ้ งหอ้ งมำหยำรศั มี

นกแก้วจับแก้วพำที เหมอื นแก้วพี่ท้ังสำมสง่ั ควำมมำ

ตระเวนไพรรอ่ นรอ้ งตระเวนไพร เหมือนเวรใดให้นิรำศเสน่หำ

เค้ำโมงจับโมงอยู่เอกำ เหมอื นพี่นับโมงมำเมือ่ ไกลนำง

คับแคจับแคสนั โดษเด่ียว เหมือนเปล่ำเปลี่ยวคับใจในไพรกวำ้ ง

ชมวหิ คนกไม้ไปตำมทำง คะนึงนำงพลำงรบี โยธี

(อิเหนำ)

อิเหนำโศกเศรำ้ ท่ีจำใจจำกนำงอันเป็นท่ีรกั ทั้ง 3 คน ระหว่ำงทำงเห็นบรรดำนก

ได้แก่ นกแก้ว นกนำงนวล นกแขกเต้ำ นกเค้ำโมง และนกคับแคเกำะตำมก่ิงไม้

และเถำวลั ย์ ระหวำ่ งชมนกชมไม้ก็ชวนให้คิดถึงนำงอันเป็นทร่ี กั

ตัวอย่ำงเพลง ย่งิ ใกล้ยิ่งเจ็บ ศลิ ปนิ วำ่ น ธนกฤต

หำกควำมจรงิ คนเรำไม่รกั ก็คือไม่รกั กัน
เรอื่ งจรงิ ทีเ่ รำไมพ่ ูดมัน
ไม่มอี ะไรจะเหมือนเดิมต่อไป
อดทนมำนำนอำจทรมำนไมเ่ หลอื ใคร
จะเสียเวลำหรอื เสียใจ
เรอ่ื งเดียวทเี่ จอตอนทำ้ ยก็คอื ไมร่ กั

อิเหนำ
10

บรรณำนกุ รม

จิตต์นิภำ ศรีไสย์ และคณะ. (2563). หนังสือเรยี น รำยวิชำพ้ืนฐำน ภำษำไทย
วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศกึ ษำปีที่ 5. กรุงเทพฯ: สถำบันพัฒนำ
คุณภำพวชิ ำกำร (พว.).

เทวฤทธิกร เป็นยังคำ. (2563). ปรำชญ์ THAI TCAS สุ.จิ.ปุ.ลิ. สุโขทัย: ปรำชญ์
โฮลด้ิง, บจก.

อรรถวทิ ย์ รอดเจรญิ . (2563). Study Notes ภำษำไทย ม.ปลำย สไตล์ Cornell.
กรุงเทพ ฯ: คำรเ์ ปเดีนมเมอร.์

11


Click to View FlipBook Version