คำนำ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษเขต ๒ ได้มีแนวทางการนิเทศ ติดตาม การเปิดภาคเรียนภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖ โดยเน้นการนิเทศติดตาม ตามการเตรียมความพร้อมการเปิดภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ด้านความปลอดภัย ประกอบด้วย ๑) ด้านความปลอดภัยของสถานศึกษา โดยคำนึงถึงสวัสดิภาพของนักเรียนตั้งแต่เดินทางเข้าสู่ประตูรั้วโรงเรียนจน ออกจากโรงเรียน ๒) การเสริมสร้างโอกาสในการเรียนรู้และสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อแก้ปัญหาการเรียนรู้ที่ถดถอย (Learning Loss) ๓) การจัดกิจกรรมเยี่ยมบ้าน๑) ด้านความปลอดภัยของสถานศึกษา โดยคำนึงถึงสวัสดิภาพ ของนักเรียนตั้งแต่เดินทางเข้าสู่ประตูรั้วโรงเรียนจนออกจากโรงเรียน ๒) การเสริมสร้างโอกาสในการเรียนรู้ และสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อแก้ปัญหาการเรียนรู้ที่ถดถอย (Learning Loss) ๓) การจัดกิจกรรมเยี่ยมบ้าน เพื่อเป็น การให้กำลังใจกระตุ้นผู้บริหาร ครูผู้สอน และบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาให้มีความตระหนัก รวมทั้ง ติดตามการนำนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานลงสู่การปฏิบัติในระดับสถานศึกษา เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวางแผนพัฒนา ปรับปรุงสถานศึกษาให้มีความพร้อมในการจัดการศึกษาและพัฒนา คุณภาพการศึกษาต่อไป ขอขอบคุณผู้อำนวยการ/รองผู้อำนวยการ สพป.ศก ๒ ผู้อำนวยการกลุ่มในสังกัด ศึกษานิเทศก์ คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา (ก.ต.ป.น.) และประธานกลุ่ม เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ วางแผน เตรียมการ จัดทำแผนนิเทศและ เครื่องมือนิเทศเป็นอย่างดียิ่ง กลุ่มกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลระบบบริหารและการจัดการศึกษา กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๒ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๖
สารบัญ หน้า คำนำ สารบัญ แผนการนิเทศ ๑ แนวทางการนิเทศ ๑ ขอบเขตการนิเทศการเปิดภาคเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ๒ วิธีการนิเทศ ๘ รายงานผลการนิเทศ การเปิดภาคเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ๙ ภาคผนวก ๑๐ หนังสือแจ้งสถานศึกษา
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หน้า ๑ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑) รายงานการนิเทศ การเปิดเรียนภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๒ แนวทางการนิเทศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๒ ได้มีนโยบายในการนิเทศ ติดตาม การเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ โดยมีนโยบายเพื่อนิเทศ ติดตาม การเปิดภาคเรียนของ สถานศึกษาในสังกัด ในระหว่างวันที่ ๑๖-๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖ โดยเน้นการนิเทศติดตาม ตามนโยบาย การ เตรียมความพร้อมการเปิดภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ด้านความปลอดภัย ประกอบด้วย ๑) ด้านความ ปลอดภัยของสถานศึกษา โดยคำนึงถึงสวัสดิภาพของนักเรียนตั้งแต่เดินทางเข้าสู่ประตูรั้วโรงเรียนจนออกจาก โรงเรียน ๒) การเสริมสร้างโอกาสในการเรียนรู้และสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อแก้ปัญหาการเรียนรู้ที่ถดถอย (Learning Loss) ๓) การจัดกิจกรรมเยี่ยมบ้าน เพื่อเป็นการให้กำลังใจกระตุ้นให้ผู้บริหาร ครูผู้สอน และบุคลากรใน สถานศึกษามีความตระหนัก รวมทั้งติดตามการนำนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานลงสู่ การปฏิบัติในระดับสถานศึกษา เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวางแผนเพื่อพัฒนา หรือปรับปรุงสถานศึกษาให้มีความพร้อม สำหรับการจัดการศึกษาและพัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อไป เป้าหมายการนิเทศ ๑. เชิงปริมาณ สถานศึกษาในสังกัดจำนวน ๑๗๙ แห่ง ได้รับการนิเทศ ร้อยละ ๑๐๐ ๒. เชิงคุณภาพ สถานศึกษาบริหารจัดการศึกษาโดยนำนโยบาย การเตรียมความพร้อมการเปิด ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ด้านความปลอดภัยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๓ ด้าน ไปเป็นแนวทางในการพัฒนาการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ ผู้นิเทศ ๑. ผู้อำนวยการ/รองผู้อำนวยการสพป.ศรีสะเกษ เขต ๒ จำนวน ๕ คน ๒. ผู้อำนวยการกลุ่มงานในสังกัด สพป.ศรีสะเกษ เขต ๒ จำนวน ๙ คน ๓. คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา(ก.ต.ป.น.) จำนวน ๖ คน (ไม่รวมผู้แทนจากสถานศึกษาเอกชน) ๔. ศึกษานิเทศก์ ๑๗ คน ๕. ประธานกลุ่มเครือข่ายฯ (๑๘ กลุ่มเครือข่ายฯ) จำนวน ๑๘ คน ผู้รับการนิเทศ ผู้อำนวยการสถานศึกษา คณะครู และบุคลากรทางการศึกษา สถานศึกษาในสังกัด ๑๗๙ แห่ง กิจกรรมการนิเทศ ใช้กิจกรรมการนิเทศทางตรง (Direct Supervision)คือผู้นิเทศดำเนินการนิเทศต่อผู้รับ การนิเทศโดยตรง ไม่ผ่านสื่อ เช่น การประชุม การปรึกษาหารือ การสังเกตการณ์สอน การเยี่ยมชั้นเรียน เป็นต้น ๑. ผู้นิเทศ นิเทศเชิงเดี่ยว (Single supervision) ผู้นิเทศปฏิบัติการนิเทศคนเดียว ผู้รับการนิเทศจะเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม/คณะก็ได้ ๒. ผู้นิเทศปฏิบัติการนิเทศ ๑ คน : สถานศึกษา ๓-๔ แห่ง
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หน้า ๒ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑) ขอบเขตการนิเทศการเปิดเรียนภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ การเตรียมความพร้อมการเปิดภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ด้านความปลอดภัยของสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกที่สถานศึกษาจะต้องสร้างให้เกิดขึ้น เพื่อที่จะเป็นสถานที่ในการ สร้างคุณภาพของเยาวชนที่จะเติบโตเป็นพลเมืองสำคัญของชาติ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมองเห็นภัย ที่เกิดขึ้นแก่นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกายและจิตใจของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ในช่วงการเปิดการเรียนการสอน จึงขอให้สถานศึกษาเตรียมความพร้อมในการเปิด ภาคเรียน ดังนี้ 1. ด้านความปลอดภัยของสถานศึกษา โดยคำนึงถึงสวัสดิภาพของนักเรียนตั้งแต่เดินทางเข้าสู่ประตู รั้วของโรงเรียนจนออกจากโรงเรียนถึงบ้าน ดังนี้ 1.1 การเดินทางมาโรงเรียนของนักเรียน - การดูแลนักเรียน มีการจัดเวรครูดูแลหน้าประตูโรงเรียนช่วงเช้าและเย็น - การควบคุมดูแล การใช้รถโรงเรียนที่ปลอดภัย - การควบคุมดูแล การใช้รถบนถนนและพาหนะในการมาเรียนของนักเรียน - จัดบริเวณที่จอดรถให้มีความปลอดภัยต่อนักเรียน - กำหนดพื้นที่จอดรถและจุดรับ-ส่งนักเรียนให้มีความปลอดภัย - จัดครูดูแลทางข้ามม้าลายหน้าโรงเรียน 1.2 การจัดสภาพแวดล้อมให้นักเรียนปลอดภัย - เข้มงวดกวดขันให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ “ปลอดภัยยาเสพติด/สารเสพติดทุกชนิด” รวมทั้ง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) รวมทั้งปลอดอาวุธทุกชนิด - ประตูโรงเรียน รั้วโรงเรียน มีความแข็งแรงไม่ชำรุด - การสำรวจและซ่อมบำรุงระบบป้องกัน ระบบแจ้งเตือน ระบบอาณัติสัญญาณเตือนภัยให้ สามารถพร้อมใช้งาน อาทิ สัญญาณเสียงเตือนภัย ทางหนีไฟหรือประตูหนีไฟสัญญาณเตือนอัคคีภัย เครื่องตรวจจับควันไฟ เครื่องตรวจจับความร้อน ระบบไฟสำรอง ระบบป้องกันไฟฟ้ารั่ว ระบบสายดิน ไฟฉาย ฉุกเฉิน ถังดับเพลิง เป็นต้น - ขจัดมุมอับและจุดเสี่ยงที่เป็นอันตรายต่อนักเรียน อาทิ สายไฟฟ้าแรงต่ำ ไฟฟ้าแสงสว่างให้ เพียงพอ อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคารเรียนและอาคารประกอบ พื้นที่อันตรายในเขตก่อสร้าง สระน้ำ บ่อน้ำ คูคลอง รางระบายน้ำ อาคารที่ชำรุด บริเวณพื้นที่รกร้างตัดแต่งกิ่งต้นไม้ กิ่งไม้ ติดตั้งกล้องวงจรปิด เป็นต้น - สนามเด็กเล่น เครื่องเล่น ปลอดภัยไม่ชำรุด เครื่องเล่นมีการยึดฐานติดกับพื้นที่แข็งแรง - ห้องน้ำ ห้องส้วม ที่สะอาดถูกสุขลักษณะ มีป้ายสัญลักษณ์บอกห้องน้ำชายหรือห้องน้ำหญิงที่ ชัดเจน มีการปรับปรุงห้องน้ำให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอไม่เป็นมุมอับ มุมเสี่ยง - โรงอาหารสะอาดถูกสุขลักษณะ มีที่นั่งเพียงพอสำหรับนักเรียน มีครูดูแลในช่วงที่นักเรียน รับประทานอาหาร - การจัดเวรยามรักษาความปลอดภัยตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ และสร้างเครือข่ายการ สื่อสารความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา - ตรวจสอบและคัดกรองบุคคลภายนอกที่เข้าและออกสถานศึกษาตลอดเวลาอาทิ ผู้มาติดต่อ ราชการ ผู้ปกครองนักเรียน หรือบุคคลภายนอกอื่นๆ ที่จะเข้ามาภายในสถานศึกษาทุกกรณีอย่างเคร่งครัด ทั้งในเวลาราชการและเวลานอกราชการ
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หน้า ๓ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑) 1.3 การให้บริการและดูแล ด้านโภชนาการ ด้านสุขภาพ - จัดรายการอาหารกลางวันที่มีคุณค่าครบถ้วนตามหลักโภชนาการและเพียงพอสำหรับนักเรียน แต่ละช่วงวัย - บุคลากรที่มีหน้าที่ประกอบอาหารต้องปฏิบัติให้ได้ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข - บำรุงรักษาภาชนะ อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบอาหารให้สะอาดถูกสุขอนามัยจัดเก็บให้เป็นสัดส่วน - มีที่บริการน้ำดื่มที่สะอาด เพียงพอ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข - งดจำหน่าย หรือปรุง หรือโฆษณา อาหาร ขนม และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของยาเสพติด/สาร เสพติดทุกชนิดรวมทั้ง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) - มีห้องพยาบาลเบื้องต้น มีเวชภัณฑ์ยา มีการตรวจสอบวันหมดอายุของยา มีครูอนามัย โรงเรียนหรือผู้รับผิดชอบ ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีทักษะในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ 1.4 การป้องกันภัยธรรมชาติ 1.4.1 ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ขอให้สถานศึกษาเฝ้าระวังสถานการณ์คุณภาพอากาศโดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) และคู่มือแนวทางลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ตามหนังสือ สพฐ. ที่ศธ.044277/ว71 ลงวันที่ 3 มกราคม 2566 เรื่อง ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ฝุ่น ละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) และประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่อง มาตรการป้องกัน แก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ขนาดเล็ก (PM 2.5) 1.4.2 ภัยที่เกิดจากพายุฤดูร้อน ขอให้สถานศึกษาเฝ้าระวังและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันภัยที่เกิดจากพายุฤดูร้อน ในช่วงฤดูร้อนปีนี้ โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นเดือนที่มีอากาศร้อนที่สุดของไทย จึงมีโอกาสเกิดพายุฤดู ร้อนที่รุนแรง ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก อาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน หน่วยงานทางการศึกษา และสถานศึกษาต้องระมัดระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน ภัยที่เกิดจากพายุฤดูร้อนตามหนังสือ สพฐ. ที่ศธ.044277/ว71 ลงวันที่ ๓ มกราคม 2566 เรื่องมาตรการ ป้องกันภัยที่เกิดจากพายุฤดูร้อน 1.4.3 การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( Covid – 19 ) โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( Covid – 19 ) ขณะนี้ มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น ภายหลังเทศกาลสงกรานต์ ปี 2566 เพื่อให้นักเรียนปลอดภัย ขอให้สถานศึกษายังคงเฝ้าระวัง เคร่งครัดตาม มาตรการ 6-6-7 แลพติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีเหตุเกิดขึ้นให้ประสานกับสาธารณสุขจังหวัดใน พื้นที่ ให้สถานศึกษาหารือกับผู้ปกครองในวันประชุมปฐมนิเทศก่อนเปิดเทอมในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม 2566 เพื่อทำความเข้าใจและขอความยินยอมจากผู้ปกครองในการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียน ส่วนจะฉีดวัคซีนให้กับเด็ก ในช่วงชั้นใดบ้างนั้น ให้เป็นดุลพินิจของสาธารณสุขจังหวัดพิจารณาในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับนักเรียน ทั้งนี้ การป้องกันภัยธรรมชาติ ขอให้สถานศึกษาดำเนินการ (1) สำรวจพื้นที่เสี่ยงจากเว็บไซต์ http://www.obec-hazardmap.com (๒) จัดทำแผนเผชิญเหตุภัยธรรมชาติและการให้ความช่วยเหลือนักเรียน (๓) ประชาสัมพันธ์ให้นักเรียน และผู้ปกครองทราบถึงสถานการณ์ภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น (4) ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานทางราชการและติดตามข่าวสารอยู่เสมอ (๕) ติดตามสถานการณ์สาธารณภัยจากเว็บไซต์ กรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สายด่วน 1784
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หน้า ๔ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑) 1.5 การป้องกันภัยจากยาเสพติด สถานศึกษาดำเนินการตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง แนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับ กัญชาหรือกัญชงในสถานศึกษาส่วนราชการ หรือหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ มิถุนายน 2565 1.6 การป้องกันภัยจากการพกอาวุธมาโรงเรียน - จัดทำข้อมูลและเฝ้าระวังกลุ่มนักเรียนทีมีแนวโน้มใช้ความรุนแรง เป็นพิเศษ - จัดให้มีมาตรการป้องกัน ตรวจสอบและควบคุมการใช้วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่เป็นอันตรายและสามารถมาทำเป็นอาวุธหรือสิ่งเทียมอาวุธในการก่อเหตุทำร้ายร่างกาย นักเรียนหรือบุคลากรในโรงเรียน - ติดตั้ง ‘emergency panic button’ หรือปุ่มแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย ที่ใช้สำหรับส่งสัญญาณ เตือนดังออกไปภายนอกอาคาร เพื่อความรวดเร็วในการเข้ามาช่วยเหลือจากผู้รักษาความปลอดภัยในโรงเรียน ผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ - ฝึกทักษะการเอาตัวรอดให้กับครูและผู้เรียน - มีป้ายประชาสัมพันธ์สายด่วน หน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือ ฉุกเฉิน ติดไว้ทุกอาคารเรียน - ฝึกซ้อมเหตุฉุกเฉินในโรงเรียนอย่างน้อยภาคเรียนละ ๑ ครั้ง เพื่อเตรียมรับมือกับภัยพิบัติ หรือภัยคุกคามทุกรูปแบบ - จัดระบบรักษาความปลอดดภัยในโรงเรียนอย่างเข้มงวด โดยมีเครือข่ายจากภายนอกร่วม ดำเนินการ 1.7 โรคลมแดด” หรือ “ฮีทสโตรก” (Heatstroke) ให้สถานศึกษาเฝ้าระวังนักเรียน จากโรคลมแดด ” หรือ “ฮีทสโตรก” (Heatstroke) พบได้ บ่อยในช่วงหน้าร้อน โดยเกิดจากที่อยู่ท่ามกลางอากาศที่ร้อนเกินไป ทำให้เกิดภาวะร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ เมื่อมีอาการควรได้รับการรักษาทันที เพราะอาจส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อหัวใจ สมอง ไต และกล้ามเนื้อ หากได้รับการรักษาที่ล่าช้า อาจทำให้อันตรายถึงแก่ชีวิต 2. การเสริมสร้างโอกาสในการเรียนรู้และสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อแก้ปัญหาการเรียนรู้ที่ถดถอย (Learning Loss) ให้สถานศึกษาเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตเด็กก่อนเปิด ภาคเรียน ดังนี้ 2.1 ให้สถานศึกษาในสังกัดทุกแห่งนำระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนมาใช้ ตามองค์ประกอบทั้ง 5 ประการ จัดให้มีการเยี่ยมบ้านนักเรียน คัดกรองสุขภาวะทางจิต จำแนกเป็นกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มมีปัญหา กรณีพบว่ามีกลุ่มเสี่ยง กลุ่มมีปัญหา ให้รีบดำเนินการป้องกันและแก้ปัญหาทันที 2.2 ให้สถานศึกษาในสังกัดทุกแห่งตระหนักถึงผลกระทบสุขภาวะทางจิตของเด็กนักเรียน เนื่องจาก ผู้ปกครองไม่มีรายได้หรือรายได้ลดลงซึ่งไม่สัมพันธ์กับรายจ่าย หากสถานศึกษามีการเก็บเงินค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่ม ให้สถานศึกษาพิจารณางด หรือขยายระยะเวลา หรือลดจำนวนการเก็บเงินค่าใช้จ่ายนั้น โดยต้องผ่านความ เห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หากมีการร้องเรียน ร้องทุกข์เป็นสื่อสาธารณะในวงกว้างให้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงโดยเร็ว 2.3 ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบหมายให้ศึกษานิเทศก์ นักจิตวิทยาโรงเรียนประจำ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษาลงพื้นที่ เพื่อให้คำแนะนำปรึกษา ช่วยเหลือนักเรียน เพื่อลดปัญหาทางสุขภาพจิต 2.4 ให้สถานศึกษาจัดให้มีระบบสาธารณสุขและการให้คำปรึกษาด้านสุขภาวะทางจิต เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันและแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที จัดให้มีคณะกรรมการระดับสถานศึกษา โดยมีเครือข่ายภายนอก เช่น
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หน้า ๕ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑) เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หน่วยงานเอกชน กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ร่วมกันเฝ้าระวัง สามารถติดต่อ หรือส่งต่อได้อย่างทันท่วงที 2.5 ส่งเสริมการปฏิบัติครูแนะแนวหรือครูที่ปรึกษาแกนนำที่ดูแลนักเรียนด้านจิตให้ได้รับการพัฒนา ศักยภาพโดยให้ได้รับการอบรมหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานด้านสังคมสงเคราะห์เพื่อการคุ้มครองเด็ก ถ้าผ่านหลักสูตร จะได้รับเกียรติบัตรจาก สพฐ. ๒.๖ ให้สถานศึกษาให้ความรู้นักเรียนเกี่ยวกับภัยจากโรคลมแดด ” หรือ “ฮีทสโตรก”Heatstroke) ที่พบบ่อยในช่วงหน้าร้อน โดยเกิดจากการที่อยู่ท่ามกลางอากาศร้อนมากเกินไป ทำให้ภาวะร่างกายมีอุณหภูมิสูง กว่าปกติ เพราะหากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที อาจส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อหัวใจ สมอง ไต และกล้ามเนื้อ อาจทำให้อันตรายถึงแก่ชีวิตได้ 3. การจัดกิจกรรมการเยี่ยมบ้านนักเรียน 3.1 ระยะเตรียมการ - ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองและประชาชนทราบ - รวบรวม สังเกต และศึกษาข้อมูลนักเรียน ทั้งข้อมูลเชิงพฤติกรรมและกายภาพ - วิเคราะห์บุคคลที่ต้องการพบ และพูดคุย - เตรียมความพร้อม ทั้งทางบุคลากร อุปกรณ์ และทักษะการสื่อสาร - นัดหมายล่วงหน้าเพื่อให้พร้อมทั้งสองฝ่าย 3.2 ระยะเยี่ยมบ้าน - ไปตามที่นัดหมาย กรณีไปไม่ได้ต้องแจ้งล่วงหน้า - ไปแล้วไม่พบใคร ให้สอบถามจากเพื่อนบ้าน หรือบุคคลใกล้เคียง - รวบรวมข้อมูล สังเกตสภาพที่อยู่อาศัย พฤติกรรมนักเรียน ผู้ปกครอง/บุคคลภายในบ้าน การพูดคุยสนทนากับผู้ปกครองหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับนักเรียน - ข้อควรระวัง การเขียนบันทึก ไม่ควรทำในขณะสนทนา แต่อาจเป็นสื่อช่วยบันทึกอื่นๆ ควรขออนุญาตผู้ปกครองก่อนพูดคุย/เยี่ยมบ้าน ข้อมูลทุกย่างถือเป็นความลับไม่นำไปเผยแพร่ เมื่อเยี่ยมบ้านเสร็จควรรีบจดบันทึกข้อมูล 3.3 ระยะหลังการเยี่ยมบ้าน - ควรกลับมาทบทวนข้อมูล สรุปรายงาน และความเห็นของผู้เยี่ยมบ้าน เพื่อรวบรวมเป็น ฐานข้อมูล และนำไปใช้ส่งเสริม พัฒนา ป้องกัน และแก้ไข ได้ทันเวลา ถูกวิธี
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หน้า ๖ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑) นโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ๑. ด้านความปลอดภัย ๒. ด้านโอกาสและการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ๓. ด้านคุณภาพ ๔. ด้านประสิทธิภาพ ๑. ด้านความปลอดภัย ๑.๑ พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของผู้เรียนทุกคน พร้อมเสริมสร้างระบบและกลไก ในการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้นให้กับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา จากโรคภัยต่างๆ ภัยพิบัติ และภัยคุกคามทุกรูปแบบ ๑.๒ ส่งเสริมการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ๑.๓ สร้างภูมิคุ้มกัน การรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยี ในการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ ( New Normal) และชีวิตวิถีปกติต่อไป (Next Normal) ๒. ด้านโอกาสและการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ๒.๑ ส่งเสริม สนับสนุน ให้เด็กปฐมวัยที่มีอายุ ๓ – ๖ ปีทุกคน เข้าสู่ระบบการศึกษา สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการดูแลปกป้อง เพื่อให้มีพัฒนาการครบทุกด้าน โดยการมีส่วนร่วม ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒.๒ จัดการศึกษาให้ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เข้าถึงโอกาส ความเสมอภาค และ ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะสำหรับการศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพในอนาคตให้สอดคล้องกับความต้องการ ของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ ๒.๓ จัดการศึกษาให้ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ ได้รับโอกาสในการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ ๒.๔ ส่งเสริมเด็กพิการและผู้ด้อยโอกาส ให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและจัดหาทางเลือก ในการเข้าถึงการเรียนรู้ การฝึกอาชีพ เพื่อให้มีทักษะในการดำเนินชีวิต สามารถพึ่งตนเองได้ ๒.๕ พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นรายบุคคล เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการศึกษา โดยเฉพาะการดูแลและป้องกันไม่ให้นักเรียนหลุดออกจากระบบ การศึกษา และช่วยเหลือเด็กตกหล่น เด็กออกกลางคันให้กลับเข้าสู่ระบบ ๓. ด้านคุณภาพ ๓.๑ ส่งเสริม สนับสนุน สถานศึกษาที่มีความพร้อม ให้นำหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐานที่เน้นสมรรถนะไปใช้ตามศักยภาพของสถานศึกษา ให้สามารถออกแบบหลักสูตรที่เหมาะสมกับ ความต้องการและบริบท ๓.๒ พัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะที่เหมาะสมตามช่วงวัย สามารถจัดการตนเอง มีการคิด ขั้นสูงมีความสามารถในการสื่อสาร สามารถจัดระบบและกระบวนการทำงานของตนเองและร่วมกับผู้อื่น โดยใช้ การรวมพลังทำงานเป็นทีม เป็นพลเมืองที่ดี มีศีลธรรม และอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน รวมทั้ง มีความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็น ประมุข ๓.๓ จัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ นำไปสู่การมีอาชีพ มีงานทำ และ ส่งเสริมความเป็นเลิศของผู้เรียนให้เต็มศักยภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ๓.๔ ส่งเสริม และพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลคุณภาพผู้เรียน ให้ควบคู่การเรียนรู้ นำไปสู่การพัฒนาการเรียนรู้และสมรรถนะของผู้เรียนเป็นรายบุคคล รวมทั้งส่งเสริมการนำระบบธนาคารหน่วย กิต มาใช้ในการเทียบโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์ต่างๆ ของผู้เรียนนสถานศึกษา
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หน้า ๗ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑) ๓.๕ พัฒนา ส่งเสริม ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งบุคลากรสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานตำแหน่งและ มาตรฐานวิชาชีพ ๔. ด้านประสิทธิภาพ ๔.๑ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา โดยการกระจายอำนาจและใช้พื้นที่เป็นฐาน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามหลักธรรมาภิบาล ๔.๒ นำเทคโนโลยีดิจิทัลและการจัดการฐานข้อมูล มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหาร จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการเรียนรู้ของผู้เรียน ๔.๓ ส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ ใช้พื้นที่เป็นฐาน ใช้นวัตกรรมใน การขับเคลื่อนบริหารจัดการโดยใช้ทรัพยากรร่วมกัน และแสวงหาการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุก ระดับเพื่อให้ประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ๔.๔ ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพในโรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะโรงเรียน ที่ตั้งในพื้นที่ลักษณะพิเศษ และโรงเรียนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ๔.๕ เพิ่มประสิทธิภาพการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา และปรับกระบวนการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้สอดรับกับชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) และชีวิตวิถีปกติต่อไป (Next Normal) จุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ๑. เร่งแก้ปัญหากลุ่มผู้เรียนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – ๑๙ โดยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss Recovery) ให้กับ ผู้เรียนทุกระดับ รวมทั้งลดความเครียดและสุขภาพจิตของผู้เรียน ๒. เสริมสร้างระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยนักเรียน ด้วยระบบมาตรฐานความ ปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ (MOE Safety Platform) ๓. ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยที่มีอายุ ๓-๖ ปี และผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเข้าถึงโอกาส ทางการศึกษา และป้องกันการหลุดออกจากระบบ รวมทั้งช่วยเหลือเด็กตกหล่น เด็กออกกลางคัน และเด็กพิการ ที่ค้นพบจากการปักหมุดบ้านเด็กพิการให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ๔. พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและการจัดทำกรอบหลักสูตร รวมทั้งจัด กระบวนการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม ให้เหมาะสมตามวัยผู้เรียน ๕. จัดการอบรมครูโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน ควบคู่กับการให้ความรู้ด้านการวางแผนและการสร้าง วินัย ด้านการเงินและการออม เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ๖. ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ ผ่านกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนให้มีส่วนร่วมและ มีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ (Active Learning) มีการวัดและ ประเมินผลในชั้นเรียน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้และสมรรถนะของผู้เรียน (Assessment for Learning) ทุกระดับ ๗. ยกระดับคุณภาพของนักเรียนประจำพักนอน สำหรับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่สูง ห่างไกล และ ถิ่นธุรกันดาร ๘. มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ทุกระดับ ๙. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา โดยการกระจายอำนาจและใช้พื้นที่เป็นฐานเพื่อ สร้างความเข้มแข็ง โดยการจัดสรรกรอบวงเงินงบประมาณ (Block Grant) ตามหลักธรรมาภิบาลให้กับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หน้า ๘ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑) วิธีการนิเทศ นิเทศ โดยใช้วงจรคุณภาพ (PDCA) ดังนี้ ๑. ขั้นเตรียม (Plan) ๑.๑ ประชุมชี้แจง เพื่อวางแผน เตรียมการนิเทศเปิดเรียนภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ๑.๒ จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศ เพื่อปฏิบัติการนิเทศ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ประกอบด้วย ผู้อำนวยการ/รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการกลุ่มงานใน เขตพื้นที่การศึกษา คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา(ก.ต.ป.น.) ศึกษานิเทศก์ และประธานกลุ่มเครือข่ายฯ (๑๘ กลุ่มเครือข่ายฯ) ๑.๓ ประชุมคณะทำงานจัดทำแผนปฏิบัติการนิเทศการศึกษาและเสนอความเห็นชอบต่อ คณะกรรมการนิเทศ ติดตาม ตรวจสอบประเมินผลการจัดการศึกษา (ก.ต.ป.น.) ๑.๔ ศึกษานโยบายหน่วยงานต้นสังกัด เอกสารที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตเนื้อหาและประเด็นที่จะ ดำเนินการนิเทศ ๑.๕ สร้างเครื่องมือนิเทศให้สอดคล้อง ครอบคลุม เนื้อหาตามประเด็นที่จะนิเทศ ๑.๖ ประชุมคณะกรรมการนิเทศตามคำสั่งเพื่อชี้แจงแนวทางการการนิเทศ ๒. ขั้นปฏิบัติการนิเทศ (Do) ๒.๑ ผู้นิเทศ ปฏิบัติการนิเทศคนเดียว (Single supervision) ในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖ พบผู้บริหารสถานศึกษา หรือผู้รักษาราชการแทน เพื่อแจ้ง วัตถุประสงค์ ชี้แจงขั้นตอนการนิเทศ และเครื่องมือนิเทศ สำหรับผู้รับการนิเทศจะเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม/คณะก็ได้ ๒.๒ นิเทศติดตาม ตามขอบเขตเนื้อหาการนิเทศ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - ๑๙) คำนึงถึงความปลอดภัย และมาตรการของจังหวัดเป็นหลัก และเก็บรวบรวม ข้อมูลโดยใช้เครื่องมือนิเทศที่กำหนด ๒.๓ สรุปและสะท้อนผลการนิเทศ แก่ผู้บริหารสถานศึกษา และครู หลังจากดำเนินการ ตาม ขั้นตอนครบทุกรายการแล้ว โดยมีการสรุปผลด้วยวาจา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้ข้อเสนอแนะเพื่อนำไป วางแผน พัฒนาต่อไป ๓. ขั้นตรวจสอบข้อมูลและสรุปการนิเทศ (Check) ๓.๑ คณะกรรมการผู้นิเทศรวบรวมข้อมูลที่ได้จากเครื่องมือการนิเทศ สรุปผลการนิเทศ และ นำส่งกลุ่มงานนิเทศ ติดตาม และประเมินผลระบบบริหารและการจัดการศึกษา ๓.๒ คณะกรรมการนิเทศประชุม เพื่อวิเคราะห์สังเคราะห์ ประมวลผลและสรุปผลการนิเทศ ปัญหาและอุปสรรค โรงเรียนที่รับผิดชอบการนิเทศ และนำผลการนิเทศ (ข้อ ๓.๑) ส่งกลุ่มงานนิเทศ ติดตาม และประเมินผลระบบบริหารและการจัดการศึกษา ๓.๓ สรุป และจัดทำเอกสารรายงานผลการนิเทศการเปิดเรียนภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ๔. ขั้นทบทวนและปรับปรุงการปฏิบัติงาน (Act) ๔.๑ นำเสนอรายงานผลการนิเทศต่อผู้บังคับบัญชาระดับเขตพื้นที่การศึกษา คณะกรรมการ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา(ก.ต.ป.น.) ศึกษานิเทศก์ และประธานกลุ่มเครือข่ายฯ (๑๘ กลุ่มเครือข่ายฯ) สถานศึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกระดับ ๔.๒ ใช้ผลการนิเทศ เพื่อกำหนดแนวทาง วางแผน เตรียมการพัฒนาการนิเทศครั้งต่อไป
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หน้า ๙ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑) เครื่องมือนิเทศ แบบบันทึกข้อมูลการนิเทศเปิดเรียนภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ งบประมาณ ได้รับงบประมาณจัดสรรจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๒ เป็นเงิน จำนวน ๔๕,๐๐๐.- บาท (สี่หมื่นห้าพันบาทถ้วน) ภาพความสำเร็จ ๑. สถานศึกษาในสังกัด บริหารจัดการศึกษาโดยนำนโยบายและจุดเน้นของสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานลงสู่การปฏิบัติในระดับสถานศึกษา ๒. ครูผู้สอนจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ได้อย่างมีคุณภาพ เหมาะสมกับศักยภาพ ของนักเรียน และสถานการณ์ในปัจจุบัน ๓. สถานศึกษามีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างเป็นระบบ ชัดเจน
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หน้า ๑๐ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑) สรุปผลการนิเทศ ติดตาม การเปิดเรียนภาคเรียนที่ ๑/๒๕๖๖ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๒ ตอนที่ ๑ ข้อมูลทั่วไป ๑. โรงเรียนในสังกัด จำนวน ๑๗๙ โรงเรียน ๒. จำนวนบุคลากร ผู้บริหาร ครูผู้สอน บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผบ. รก. ๑๔๒ คน ๓๖ คน ๑,๗๗๖ คน ๑๕๑ ๑๙,๘๑๑ รวม ๑๗๘ คน ตอนที่ ๒ รายการนิเทศ ติดตาม การเตรียมความพร้อมการเปิดภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ด้านความปลอดภัย ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกที่สถานศึกษาจะต้องสร้างให้เกิดขึ้น เพื่อที่จะเป็นสถานที่ในการ สร้างคุณภาพของเยาวชนที่จะเติบโตเป็นพลเมืองสำคัญของชาติ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมองเห็นภัย ที่เกิดขึ้นแก่นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกายและจิตใจของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ในช่วงการเปิดการเรียนการสอน จึงขอให้สถานศึกษาเตรียมความพร้อมในการเปิด ภาคเรียน ดังนี้ 1. ด้านความปลอดภัยของสถานศึกษา โดยคำนึงถึงสวัสดิภาพของนักเรียนตั้งแต่เดินทางเข้าสู่ประตู รั้วของโรงเรียนจนออกจากโรงเรียนถึงบ้าน ดังนี้ 1.1 การเดินทางมาโรงเรียนของนักเรียน - การดูแลนักเรียน มีการจัดเวรครูดูแลหน้าประตูโรงเรียนช่วงเช้าและเย็น - การควบคุมดูแล การใช้รถโรงเรียนที่ปลอดภัย - การควบคุมดูแล การใช้รถบนถนนและพาหนะในการมาเรียนของนักเรียน - จัดบริเวณที่จอดรถให้มีความปลอดภัยต่อนักเรียน - กำหนดพื้นที่จอดรถและจุดรับ-ส่งนักเรียนให้มีความปลอดภัย - จัดครูดูแลทางข้ามม้าลายหน้าโรงเรียน 1.2 การจัดสภาพแวดล้อมให้นักเรียนปลอดภัย - เข้มงวดกวดขันให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ “ปลอดภัยยาเสพติด/สารเสพติดทุกชนิด” รวมทั้ง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) รวมทั้งปลอดอาวุธทุกชนิด - ประตูโรงเรียน รั้วโรงเรียน มีความแข็งแรงไม่ชำรุด - การสำรวจและซ่อมบำรุงระบบป้องกัน ระบบแจ้งเตือน ระบบอาณัติสัญญาณเตือนภัยให้ สามารถพร้อมใช้งาน อาทิ สัญญาณเสียงเตือนภัย ทางหนีไฟหรือประตูหนีไฟสัญญาณเตือนอัคคีภัย เครื่อง ตรวจจับควันไฟ เครื่องตรวจจับความร้อน ระบบไฟสำรอง ระบบป้องกันไฟฟ้ารั่ว ระบบสายดิน ไฟฉายฉุกเฉิน ถังดับเพลิง เป็นต้น
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หน้า ๑๑ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑) - ขจัดมุมอับและจุดเสี่ยงที่เป็นอันตรายต่อนักเรียน อาทิ สายไฟฟ้าแรงต่ำ ไฟฟ้าแสงสว่างให้ เพียงพอ อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคารเรียนและอาคารประกอบ พื้นที่อันตรายในเขตก่อสร้าง สระน้ำ บ่อน้ำ คู คลอง รางระบายน้ำ อาคารที่ชำรุด บริเวณพื้นที่รกร้างตัดแต่งกิ่งต้นไม้ กิ่งไม้ ติดตั้งกล้องวงจรปิด เป็นต้น - สนามเด็กเล่น เครื่องเล่น ปลอดภัยไม่ชำรุด เครื่องเล่นมีการยึดฐานติดกับพื้นที่แข็งแรง - ห้องน้ำ ห้องส้วม ที่สะอาดถูกสุขลักษณะ มีป้ายสัญลักษณ์บอกห้องน้ำชายหรือห้องน้ำหญิงที่ ชัดเจน มีการปรับปรุงห้องน้ำให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอไม่เป็นมุมอับ มุมเสี่ยง - โรงอาหารสะอาดถูกสุขลักษณะ มีที่นั่งเพียงพอสำหรับนักเรียน มีครูดูแลในช่วงที่นักเรียน รับประทานอาหาร - การจัดเวรยามรักษาความปลอดภัยตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ และสร้างเครือข่ายการ สื่อสารความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา - ตรวจสอบและคัดกรองบุคคลภายนอกที่เข้าและออกสถานศึกษาตลอดเวลาอาทิ ผู้มาติดต่อ ราชการ ผู้ปกครองนักเรียน หรือบุคคลภายนอกอื่นๆ ที่จะเข้ามาภายในสถานศึกษาทุกกรณีอย่างเคร่งครัด ทั้ง ในเวลาราชการและเวลานอกราชการ 1.3 การให้บริการและดูแล ด้านโภชนาการ ด้านสุขภาพ - จัดรายการอาหารกลางวันที่มีคุณค่าครบถ้วนตามหลักโภชนาการและเพียงพอสำหรับนักเรียน แต่ละช่วงวัย - บุคลากรที่มีหน้าที่ประกอบอาหารต้องปฏิบัติให้ได้ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข - บำรุงรักษาภาชนะ อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบอาหารให้สะอาดถูกสุขอนามัยจัดเก็บให้เป็นสัดส่วน - มีที่บริการน้ำดื่มที่สะอาด เพียงพอ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข - งดจำหน่าย หรือปรุง หรือโฆษณา อาหาร ขนม และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของยาเสพติด/สาร เสพติดทุกชนิดรวมทั้ง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) - มีห้องพยาบาลเบื้องต้น มีเวชภัณฑ์ยา มีการตรวจสอบวันหมดอายุของยา มีครูอนามัย โรงเรียนหรือผู้รับผิดชอบ ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีทักษะในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ 1.4 การป้องกันภัยธรรมชาติ 1.4.1 ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ขอให้สถานศึกษาเฝ้าระวังสถานการณ์คุณภาพอากาศโดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) และคู่มือแนวทางลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ตามหนังสือ สพฐ. ที่ศธ.044277/ว71 ลงวันที่ 3 มกราคม 2566 เรื่อง ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ฝุ่นละออง ขนาดเล็ก (PM 2.5) และประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่อง มาตรการป้องกัน แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) 1.4.2 ภัยที่เกิดจากพายุฤดูร้อน ขอให้สถานศึกษาเฝ้าระวังและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันภัยที่เกิดจากพายุฤดูร้อน ในช่วงฤดูร้อนปีนี้ โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นเดือนที่มีอากาศร้อนที่สุดของไทย จึงมีโอกาสเกิดพายุฤดู ร้อนที่รุนแรง ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก อาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน หน่วยงานทางการศึกษา และสถานศึกษาต้องระมัดระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน ภัยที่เกิดจากพายุฤดูร้อนตามหนังสือ สพฐ. ที่ศธ.044277/ว71 ลงวันที่ ๓ มกราคม 2566 เรื่องมาตรการ ป้องกันภัยที่เกิดจากพายุฤดูร้อน
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หน้า ๑๒ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑) 1.4.3 การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( Covid – 19 ) โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( Covid – 19 ) ขณะนี้ มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น ภายหลังเทศกาลสงกรานต์ ปี 2566 เพื่อให้นักเรียนปลอดภัย ขอให้สถานศึกษายังคงเฝ้าระวัง เคร่งครัดตาม มาตรการ 6-6-7 แลพติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีเหตุเกิดขึ้นให้ประสานกับสาธารณสุขจังหวัดใน พื้นที่ ให้สถานศึกษาหารือกับผู้ปกครองในวันประชุมปฐมนิเทศก่อนเปิดเทอมในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม 2566 เพื่อทำความเข้าใจและขอความยินยอมจากผู้ปกครองในการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียน ส่วนจะฉีดวัคซีนให้กับเด็ก ในช่วงชั้นใดบ้างนั้น ให้เป็นดุลพินิจของสาธารณสุขจังหวัดพิจารณาในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับนักเรียน ทั้งนี้ การ ป้องกันภัยธรรมชาติ ขอให้สถานศึกษาดำเนินการ (1) สำรวจพื้นที่เสี่ยงจากเว็บไซต์ http://www.obec-hazardmap.com (๒) จัดทำแผนเผชิญเหตุภัยธรรมชาติและการให้ความช่วยเหลือนักเรียน (๓) ประชาสัมพันธ์ให้นักเรียน และผู้ปกครองทราบถึงสถานการณ์ภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น (4) ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานทางราชการและติดตามข่าวสารอยู่เสมอ (๕) ติดตามสถานการณ์สาธารณภัยจากเว็บไซต์ กรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สายด่วน 1784 1.5 การป้องกันภัยจากยาเสพติด สถานศึกษาดำเนินการตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง แนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับ กัญชาหรือกัญชงในสถานศึกษาส่วนราชการ หรือหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ มิถุนายน 2565 1.6 การป้องกันภัยจากการพกอาวุธมาโรงเรียน - จัดทำข้อมูลและเฝ้าระวังกลุ่มนักเรียนทีมีแนวโน้มใช้ความรุนแรง เป็นพิเศษ - จัดให้มีมาตรการป้องกัน ตรวจสอบและควบคุมการใช้วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่เป็นอันตรายและสามารถมาทำเป็นอาวุธหรือสิ่งเทียมอาวุธในการก่อเหตุทำร้ายร่างกาย นักเรียนหรือบุคลากรในโรงเรียน - ติดตั้ง ‘emergency panic button’ หรือปุ่มแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย ที่ใช้สำหรับส่งสัญญาณ เตือนดังออกไปภายนอกอาคาร เพื่อความรวดเร็วในการเข้ามาช่วยเหลือจากผู้รักษาความปลอดภัยในโรงเรียน ผู้ ที่เกี่ยวข้อง หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ - ฝึกทักษะการเอาตัวรอดให้กับครูและผู้เรียน - มีป้ายประชาสัมพันธ์สายด่วน หน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือ ฉุกเฉิน ติดไว้ทุกอาคารเรียน - ฝึกซ้อมเหตุฉุกเฉินในโรงเรียนอย่างน้อยภาคเรียนละ ๑ ครั้ง เพื่อเตรียมรับมือกับภัยพิบัติหรือ ภัยคุกคามทุกรูปแบบ - จัดระบบรักษาความปลอดดภัยในโรงเรียนอย่างเข้มงวด โดยมีเครือข่ายจากภายนอกร่วม ดำเนินการ 1.7 โรคลมแดด” หรือ “ฮีทสโตรก” (Heatstroke) ให้สถานศึกษาเฝ้าระวังนักเรียน จากโรคลมแดด ” หรือ “ฮีทสโตรก” (Heatstroke) พบได้ บ่อยในช่วงหน้าร้อน โดยเกิดจากที่อยู่ท่ามกลางอากาศที่ร้อนเกินไป ทำให้เกิดภาวะร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ เมื่อมีอาการควรได้รับการรักษาทันที เพราะอาจส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อหัวใจ สมอง ไต และกล้ามเนื้อ หาก ได้รับการรักษาที่ล่าช้า อาจทำให้อันตรายถึงแก่ชีวิต
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หน้า ๑๓ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑) 2. การเสริมสร้างโอกาสในการเรียนรู้และสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อแก้ปัญหาการเรียนรู้ที่ถดถอย (Learning Loss) ให้สถานศึกษาเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตเด็กก่อนเปิด ภาคเรียน ดังนี้ 2.1 ให้สถานศึกษาในสังกัดทุกแห่งนำระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนมาใช้ ตามองค์ประกอบทั้ง 5 ประการ จัดให้มีการเยี่ยมบ้านนักเรียน คัดกรองสุขภาวะทางจิต จำแนกเป็นกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มมีปัญหา กรณีพบว่ามีกลุ่มเสี่ยง กลุ่มมีปัญหา ให้รีบดำเนินการป้องกันและแก้ปัญหาทันที 2.2 ให้สถานศึกษาในสังกัดทุกแห่งตระหนักถึงผลกระทบสุขภาวะทางจิตของเด็กนักเรียน เนื่องจาก ผู้ปกครองไม่มีรายได้หรือรายได้ลดลงซึ่งไม่สัมพันธ์กับรายจ่าย หากสถานศึกษามีการเก็บเงินค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่ม ให้สถานศึกษาพิจารณางด หรือขยายระยะเวลา หรือลดจำนวนการเก็บเงินค่าใช้จ่ายนั้น โดยต้องผ่านความ เห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หากมีการร้องเรียน ร้องทุกข์เป็นสื่อสาธารณะในวงกว้างให้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงโดยเร็ว 2.3 ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบหมายให้ศึกษานิเทศก์ นักจิตวิทยาโรงเรียนประจำสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษา หรือเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษาลงพื้นที่ เพื่อให้คำแนะนำปรึกษา ช่วยเหลือ นักเรียน เพื่อลดปัญหาทางสุขภาพจิต 2.4 ให้สถานศึกษาจัดให้มีระบบสาธารณสุขและการให้คำปรึกษาด้านสุขภาวะทางจิต เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันและแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที จัดให้มีคณะกรรมการระดับสถานศึกษา โดยมีเครือข่ายภายนอก เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หน่วยงานเอกชน กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ร่วมกันเฝ้าระวัง สามารถติดต่อ หรือส่งต่อได้อย่างทันท่วงที 2.5 ส่งเสริมการปฏิบัติครูแนะแนวหรือครูที่ปรึกษาแกนนำที่ดูแลนักเรียนด้านจิตให้ได้รับการพัฒนา ศักยภาพโดยให้ได้รับการอบรมหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานด้านสังคมสงเคราะห์เพื่อการคุ้มครองเด็ก ถ้าผ่านหลักสูตร จะได้รับเกียรติบัตรจาก สพฐ. ๒.๖ ให้สถานศึกษาให้ความรู้นักเรียนเกี่ยวกับภัยจากโรคลมแดด ” หรือ “ฮีทสโตรก” (Heatstroke) ที่ พบบ่อยในช่วงหน้าร้อน โดยเกิดจากการที่อยู่ท่ามกลางอากาศร้อนมากเกินไป ทำให้ภาวะร่างกายมีอุณหภูมิสูง กว่าปกติ เพราะหากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที อาจส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อหัวใจ สมอง ไต และกล้ามเนื้อ อาจ ทำให้อันตรายถึงแก่ชีวิตได้ 3. การจัดกิจกรรมการเยี่ยมบ้านนักเรียน 3.1 ระยะเตรียมการ - ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองและประชาชนทราบ - รวบรวม สังเกต และศึกษาข้อมูลนักเรียน ทั้งข้อมูลเชิงพฤติกรรมและกายภาพ - วิเคราะห์บุคคลที่ต้องการพบ และพูดคุย - เตรียมความพร้อม ทั้งทางบุคลากร อุปกรณ์ และทักษะการสื่อสาร - นัดหมายล่วงหน้าเพื่อให้พร้อมทั้งสองฝ่าย 3.2 ระยะเยี่ยมบ้าน - ไปตามที่นัดหมาย กรณีไปไม่ได้ต้องแจ้งล่วงหน้า - ไปแล้วไม่พบใคร ให้สอบถามจากเพื่อนบ้าน หรือบุคคลใกล้เคียง - รวบรวมข้อมูล สังเกตสภาพที่อยู่อาศัย พฤติกรรมนักเรียน ผู้ปกครอง/บุคคลภายในบ้าน การพูดคุยสนทนากับผู้ปกครองหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับนักเรียน
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หน้า ๑๔ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑) - ข้อควรระวัง การเขียนบันทึก ไม่ควรทำในขณะสนทนา แต่อาจเป็นสื่อช่วยบันทึกอื่นๆ ควรขออนุญาตผู้ปกครองก่อนพูดคุย/เยี่ยมบ้าน ข้อมูลทุกย่างถือเป็นความลับไม่นำไปเผยแพร่ เมื่อเยี่ยมบ้านเสร็จควรรีบจดบันทึกข้อมูล 3.3 ระยะหลังการเยี่ยมบ้าน - ควรกลับมาทบทวนข้อมูล สรุปรายงาน และความเห็นของผู้เยี่ยมบ้าน เพื่อรวบรวมเป็น ฐานข้อมูล และนำไปใช้ส่งเสริม พัฒนา ป้องกัน และแก้ไข ได้ทันเวลา ถูกวิธี ตอนที่ ๓ การดำเนินงานด้านนโยบายของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานด้านความปลอดภัย ๑. จุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานด้านความปลอดภัย ๑๘ ข้อ จุดเน้นที่ ๑ การจัดครูเวรดูแลหน้าประตูโรงเรียน จุดทางข้ามทางม้าลาย กำหนดพื้นที่จอดรถ จุด รับ-ส่งนักเรียนให้มีความปลอดภัย มีโรงเรียนที่ดำเนินการตามจุดเน้นที่ ๑ จำนวน ๑๗๘ โรงเรียน คิดเป็น ร้อยละ ๑๐๐ จุดเน้นที่ ๒ ควบคุมดูแลการใช้รถโรงเรียน การใช้รถบนท้องถนน และพาหนะในการมาโรงเรียน ของนักเรียนมีโรงเรียนที่ดำเนินการตามจุดเน้นที่ ๒ จำนวน ๑๗๘ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ จุดเน้นที่ ๓ ประตูโรงเรียน รั้วโรงเรียน สนามเด็กเล่น เครื่องเล่น มีความแข็งแรง ปลอดภัย เครื่องเล่นมีการยึดติดกับพื้นที่แข็งแรง มีโรงเรียนที่ดำเนินการตาม จุดเน้นที่ ๓ จำนวน ๑๗๘ โรงเรียน คิด เป็นร้อยละ ๑๐๐ จุดเน้นที่ ๔ สำรวจและซ่อมบำรุงระบบป้องกัน ระบบแจ้งเตือนให้พร้อมใช้งาน มีโรงเรียน ที่ดำเนินการตามจุดเน้นที่ ๔ จำนวน ๑๗๖ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๙๘.๘๗ จุดเน้นที่ ๕ ขจัดมุมอับและจุดเสี่ยงที่เป็นอันตรายต่อนักเรียน ห้องน้ำ ห้องส้วมที่สะอาดถูก สุขลักษณะ มีป้ายสัญลักษณ์บอกห้องน้ำชายหรือหญิงที่ชัดเจน พร้อมใช้งาน มีโรงเรียนที่ดำเนินการตามจุดเน้น ที่ ๕ จำนวน ๑๗๘ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ จุดเน้นที่ ๖ มีการจัดเวรยามรักษาความปลอดภัย มีจุดตรวจสอบและคัดกรองบุคคลภายนอกที่ เข้าและออกสถานศึกษา มีโรงเรียนที่ดำเนินการตามจุดเน้นที่ ๖ จำนวน ๑๗๖ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๙๘.๘๗ จุดเน้นที่ ๗ โรงอาหารสะอาด ถูกสุขลักษณะ มีที่นั่งเพียงพอ จัดทำรายการอาหารกลางวันที่มี คุณค่าครบถ้วนตามหลักโภชนาการและเพียงพอสำหรับนักเรียน อุปกรณ์ประกอบอาหาร ภาชนะ สะอาด พร้อม ใช้งาน มีที่จัดเก็บเป็นสัดส่วน บุคลากรที่ประกอบอาหารปฏิบัติให้ได้มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข มีโรงเรียนที่ดำเนินการตาม จุดเน้นที่ ๗ จำนวน ๑๗๘ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ จุดเน้นที่ ๘ มีจุดบริการน้ำดื่มที่สะอาด เพียงพอ ไม่จำหน่าย หรือปรุง หรือโฆษณา อาหาร ขนม เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของยาเสพติด/สารเสพติดทุกชนิด รวมทั้งสมุนไพร ควบคุมมีโรงเรียนที่ดำเนินการตาม จุดเน้นที่ ๘ จำนวน ๑๗๘ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หน้า ๑๕ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑) จุดเน้นที่ ๙ มีห้องพยาบาลเบื้องต้น มีเวชภัณฑ์ยา มีการตรวจสอบวันหมดอายุของยา มีครู อนามัยหรือผู้รับผิดชอบที่มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้มีโรงเรียนที่ ดำเนินการตามจุดเน้นที่ ๙ จำนวน ๑๗๗ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๙๙.๔๓ จุดเน้นที่ ๑๐ สถานศึกษามีการเฝ้าระวังและปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันภัยจากพายุฤดูร้อน มีแผนเผชิญเหตุภัยธรรมชาติและการให้ความช่วยเหลือนักเรียน มีโรงเรียนที่ดำเนินการตามจุดเน้นที่ ๑๐ จำนวน ๑๗๘ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ จุดเน้นที่ ๑๑ สถานศึกษามีการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid – 19) มีโรงเรียนที่ดำเนินการตามจุดเน้นที่ ๑๑ จำนวน ๑๗๘ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ จุดเน้นที่ ๑๒ สถานศึกษาเข้มงวดกวดขันให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ “ปลอดภัยยาเสพติด/สารเสพ ติดทุกชนิด”มีโรงเรียนที่ดำเนินการตามจุดเน้นที่ ๑๒ จำนวน ๑๗๘ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ จุดเน้นที่ ๑๓ สถานศึกษาดำเนินการตามแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับ กัญชาหรือกัญชงใน สถานศึกษา มีโรงเรียนที่ดำเนินการตามจุดเน้นที่ ๑๓ จำนวน ๑๗๘ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ จุดเน้นที่ ๑๔ มีข้อมูลและเฝ้าระวังกลุ่มนักเรียนที่มีแนวโน้มใช้ความรุนแรง มีมาตรการป้องกัน ตรวจสอบและควบคุมการใช้วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่เป็นอันตรายหรือสามารถนำมาทำเป็นอาวุธหรือ สิ่งเทียมอาวุธ มีโรงเรียนที่ดำเนินการตามจุดเน้นที่ ๑๔ จำนวน ๑๗๘ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ จุดเน้นที่ ๑๕ สถานศึกษาติดตั้ง ‘ Emergency panic button ‘ หรือปุ่มแจ้งเหตุร้าย ที่ใช้ สำหรับส่งสัญญาณออกไปนอกอาคาร มีโครงการฝึกซ้อมเหตุฉุกเฉินในสถานศึกษา มีป้ายประชาสัมพันธ์สายด่วน มีมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างเข้มงวด มีโรงเรียนที่ดำเนินการตามจุดเน้นที่ ๑๕ จำนวน ๑๕๔ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๘๖.๕๑ จุดเน้นที่ ๑๖ มีมาตรการเฝ้าระวังนักเรียนจากโรคลมแดด หรือ “ฮีทสโตรก” มีโรงเรียนที่ ดำเนินการตามจุดเน้นที่ ๑๖ จำนวน ๑๗๗ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๙๙.๔๓ จุดเน้นที่ ๑๗ สถานศึกษามีการเฝ้าระวัง ป้องกัน และมีมาตรการแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตเด็กก่อน เปิดภาคเรียนมีโรงเรียนที่ดำเนินการตามจุดเน้นที่ ๑๗ จำนวน ๑๗๖ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๙๘.๘๗ จุดเน้นที่ ๑๘ มีโครงการ กิจกรรมการเยี่ยมบ้าน มีโรงเรียนที่ดำเนินการตาม จุดเน้นที่ ๑๘ จำนวน ๑๗๘ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ๒. จุดเน้น เตรียมความพร้อม “พาน้องกลับมาเรียน”๓ ข้อ จุดเน้นที่ ๑ สภาพแวดล้อม ห้องเรียน อาคารเรียน น่าเรียน น่าดู น่าอยู่ สะอาด สวยงาม ร่มรื่น จุดเน้นที่ ๑ จำนวน ๑๗๘ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ จุดเน้นที่ ๒ มีหลักสูตรสถานศึกษา หน่วยการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ พร้อมในการ จัดการเรียนการสอนจุดเน้นที่ ๒ จำนวน ๑๗๘ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หน้า ๑๖ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑) จุดเน้นที่ ๓ มีอุปกรณ์การเรียนครบถ้วน และสื่อนวัตกรรมที่หลากหลาย พร้อมใช้งาน จุดเน้นที่ ๓ จำนวน ๑๗๘ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ๓. จุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๙ ข้อ จุดเน้นที่ ๑ เร่งแก้ไขปัญหากลุ่มผู้เรียนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โควิด – 19 มีโรงเรียนที่ดำเนินการตามจุดเน้นที่ ๑ จำนวน ๑๕ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๘.๔๒ จุดเน้นที่ ๒ เสริมสร้างระบบกลไกในการดูแลความปลอดภัยนักเรียน มีโรงเรียนที่ดำเนินการ ตามจุดเน้นที่ ๒ จำนวน ๘๐ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๔๔.๙๔ จุดเน้นที่ ๓ ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยที่มีอายุ ๓-๖ ปี และผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเข้าถึง โอกาสทางการศึกษา มีโรงเรียนที่ดำเนินการตาม จุดเน้นที่ ๓ จำนวน ๑๖ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๘.๙๘ จุดเน้นที่ ๔ พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและการจัดทำกรอบหลักสูตร มีโรงเรียน ที่ดำเนินการตามจุดเน้นที่ ๔ จำนวน ๖ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๓.๓๗ จุดเน้นที่ ๕ จัดการอบรมครูโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน พร้อมเสริมทักษะการสอนออนไลน์อย่างมี ประสิทธิภาพ มีโรงเรียนที่ดำเนินการตามจุดเน้นที่ ๕ จำนวน ๒ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๑.๑๒ จุดเน้นที่ ๖ ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ ผ่านกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนมีส่วนร่วม มีโรงเรียนที่ดำเนินการตามจุดเน้นที่ ๖ จำนวน ๗๙ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๔๔.๓๘ จุดเน้นที่ ๗ ยกระดับคุณภาพนักเรียนที่อยู่ห่างไกลในถิ่นทุรกันดาร มีโรงเรียนที่ดำเนินการตาม จุดเน้นที่ ๗ จำนวน ๒ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๑.๑๒ จุดเน้นที่ ๘ มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ทุกระดับ มีโรงเรียนที่ดำเนินการตาม จุดเน้นที่ ๘ จำนวน ๘ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๔.๔๙ จุดเน้นที่ ๙ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการจัดการศึกษา มีโรงเรียนที่ดำเนินการตาม จุดเน้นที่ ๙ จำนวน ๓ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๑.๖๘ ๔. จุดเน้นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๒ ๙ ข้อ จุดเน้นที่ ๑ S : Sustainability เป็นคนดีมีคุณธรรม มีโรงเรียนที่ดำเนินการตาม จุดเน้นที่ ๑ จำนวน ๗๖ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๔๒.๖๙ จุดเน้นที่ ๒ M : Mathematics เลิศล้ำคิดเลขเป็น มีโรงเรียนที่ดำเนินการตาม จุดเน้นที่ ๒ จำนวน ๑๒ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๖.๗๔ จุดเน้นที่ ๓ A : Academic เด่นด้านวิชาการ มีโรงเรียนที่ดำเนินการตาม จุดเน้นที่ ๓ จำนวน ๑๒ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๖.๗๔ จุดเน้นที่ ๔ R : Reading คิด อ่าน เขียนก้าวหน้า มีโรงเรียนที่ดำเนินการตาม จุดเน้นที่ ๔ จำนวน ๕๓ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๒๙.๗๗
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หน้า ๑๗ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑) จุดเน้นที่ ๕ T : Technology นำพาเทคโนโลยีมีโรงเรียนที่ดำเนินการตาม จุดเน้นที่ ๕ จำนวน ๘ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๔.๔๙ จุดเน้นที่ ๖ S : Show & Share มีเวทีแลกเปลี่ยนสมรรถนะ มีโรงเรียนที่ดำเนินการ ตามจุดเน้นที่ ๖ จำนวน ๑๒ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๖.๗๔ จุดเน้นที่ ๗ S : Skill มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ มีโรงเรียนที่ดำเนินการ ตามจุดเน้นที่ ๗ จำนวน ๑๒ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๖.๗๔ จุดเน้นที่ ๘ K : Kindergarten ความสำเร็จปฐมวัย มีโรงเรียนที่ดำเนินการตาม จุดเน้นที่ ๘ จำนวน ๓๒ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๑๗.๙๗ จุดเน้นที่ ๙ ๒ ใส่ใจในภาษาที่ ๒ มีโรงเรียนที่ดำเนินการตาม จุดเน้นที่ ๙ จำนวน ๑๐ โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๕.๖๑ ๕. จุดเน้นของโรงเรียน(ที่ดำเนินการกรณีแตกต่างจากข้อที่ ๑ และข้อที่ ๒ ๑. เศรษฐกิจพอเพียง ๒. EF = การจัดการเรียนการสอนโดยใช้สมองเป็นฐาน ๓. เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชน "แผนที่เดินดิน ประวัติศาสตร์ชุมชน" ๔. การสอนบูรณาการทักษะชีวิต และส่งเสริมพัฒนาการทางสมอง กิจกรรมห้องเรียนบันดาลใจ ๕. การบริหารจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม Jig Model ๖. นวัตกรรมการเรียนการสอนแบบ CO-5steps ๖. ปัญหาที่พบ ๑. นักเรียนบางคนยังไม่กลับมาจากต่างจังหวัด ๗. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ๑. เบื้องต้นให้ครูประจำชั้นประสานผู้ปกครองนำนักเรียนกลับมาเรียน
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หน้า ๑๘ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑) ภาคผนวก • หนังสือนำส่ง • คำสั่ง • แบบนิเทศติดตาม การเปิดภาคเรียนที่ 1 /2566 • ตารางสรุปจำนวนบุคลากร • อินโฟกราฟิกส์รายงานการนิเทศ
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖ ๖ หน้า ๑๙ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑)
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖ ๖ หน้า ๒๐ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑)
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖ ๖ หน้า ๒๑ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑)
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖ ๖ หน้า ๒๒ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑)
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖ ๖ หน้า ๒๓ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑)
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖ ๖ หน้า ๒๔ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑)
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖ ๖ หน้า ๒๕ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑)
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖ ๖ หน้า ๒๖ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑)
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖ ๖ หน้า ๒๗ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑)
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖ ๖ หน้า ๒๘ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑)
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หน้า ๒๙ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑) ตารางสรุปบุคลากรของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๒ เทอมที่ ๑ ปีการศึกษา 2566 ที่ รายการ จำนวน 1 ผู้บริหาร 142 ๒ รักษาการผู้บริหารสถานศึกษา ๓๘ ๓ ข้าราชการครู 1414 ๔ พนักงานราชการ 62 6 ครูวิกฤต 24 7 ครูวิทย์-คณิต 15 8 ครูผู้ทรงคุณค่า 4 9 ครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ 107 10 ครูอัตราจ้าง (โรงเรียนจ้างเอง) 107 11 เจ้าหน้าที่ธุรการ 132 12 นักการภารโรง 19 13 นักเรียนระดับ ปฐมวัย นักเรียนระดับ ประถมศึกษา นักเรียนระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 1-3 4081 14,015 1,715 รวม ๒๑,875
รายงานการนิเทศเปิดเรียน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หน้า ๓๐ “SMART STUDENTS : นักเรียนฉลาดรู้ (เป็นคนดี มีปัญญา มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑) อินโฟกราฟิกส์ สรุปผลการนิเทศการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566