The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

๒๔ การละเล่นของเด็กไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

๒๔ การละเล่นของเด็กไทย

๒๔ การละเล่นของเด็กไทย

๑ คำนำ หนังสืออิเลคทรอนิกส“เรื่อง ๒๔ การละเลนของเด็กไทย” เลมนี้ งานหองสมุดประชาชนอำเภอ บางเสาธง ไดจัดทำขึ้นมาดวยการรวบรวมขอมูลจากเวปไซตในหลายๆเวปไซตโดยมีวัตถุประสงคเพื่อเปนการ รวบรวมขอมูลเบื้องตนเพื่อใหผูรับบริการไดใชคนควาเพื่อนำไปใชประกอบการจัดทำแบบทดสอบองคความรู ออนไลนพรอมรับเกียรติบัตร ทั้งนี้ผูจัดทำหวังเปนอยางยิ่งวาขอมูลจากหนังสืออิเลคทรอนิกสเลมนี้ สามารถ สรางประโยชนและสามารถจะทำใหผูอานขาใจถึงการละเลนของเด็กไทยเมื่ออดีตไดเปนอยางดี งานหองสมุดประชาชนอำเภอบางเสาธง


๒ เนื้อหา คำนำ41 .............................................................................................................................................................. ๑ ๑.กระโดดเชือก / กระโดดหนังยาง / กระโดดหนังสติ๊ก41 ..................................................................................๓ ๒.กระตายขาเดียว41 .......................................................................................................................................... ๔ ๓.กาฟกไข/ชิงไขเตา/ลูไขเตา41 ..........................................................................................................................๖ ๔.ขี่มากานกลวย41 ............................................................................................................................................. ๘ ๕.ขี่มาสงเมือง41 .............................................................................................................................................. ๑๐ ๖.งูกินหาง41 ................................................................................................................................................... ๑๑ ๗.จ้ำจี้41 .......................................................................................................................................................... ๑๒ ๘.ชักเยอ41 ...................................................................................................................................................... ๑๓ ๙. เดินกะลา41 ................................................................................................................................................ ๑๕ ๑๐.เดินโถกเถก/ โทกเทก41 ............................................................................................................................ ๑๖ ๑๑. ตั้งเต41..................................................................................................................................................... ๑๗ ๑๒.ตีลูกลอ41 .................................................................................................................................................. ๑๙ ๑๓. ตี่จับ41 ..................................................................................................................................................... ๒๐ ๑๔.เตย/บอลลูนดาน/บอลลูนโปง/ตาลอง41 ................................................................................................... ๒๑ ๑๕. โพงพาง41 ................................................................................................................................................ ๒๒ ๑๖. โมราเรียกชื่อ(ยัดดวง) /โมรา หลังเเดง41 ................................................................................................. ๒๓ ๑๗.มอญซอนผา41 .......................................................................................................................................... ๒๔ ๑๘.รีรีขาวสาร41 ............................................................................................................................................. ๒๕ ๑๙.ลิงชิงหลัก41 .............................................................................................................................................. ๒๖ ๒๐.ลูกชวง41 ................................................................................................................................................... ๒๗ ๒๑.วิ่งเปยว41 .................................................................................................................................................. ๒๙ ๒๒.เสือขามหวย41 .......................................................................................................................................... ๓๐ ๒๓.หมาไลหาน41 ............................................................................................................................................ ๓๑ ๒๔. หมากเก็บ41 ............................................................................................................................................. ๓๒


๓ ๑.กระโดดเชือก / กระโดดหนังยาง / กระโดดหนังสติ๊ก การกระโดดเชือกมี ๒ แบบ คือ การกระโดดเชือกเดี่ยว และการกระโดดเชือกหมู ใชหนังสติ๊ก (หนังยาง) ถักรอยจนเปนเสนยาว หรือ เชือกปอ ยาวพอที่จะตวัดพนศีรษะ ขมวดหัว - ทายเพื่อกันเชือกลุย เวลาเลนแกวงเชือกดวยมือทั้งสองขาง แลวกระโดดขึ้นลงตรงกลาง การกระโดดเชือกหมูจะใชเชือกที่ยาวกวา มีผูเลนสองคนจับหัวทายขางละคน คอยแกวง (หรือไกว) เชือก สามารถกระโดดไดพรอมกันหลาย ๆ คน กระโดดเชือก ใชอุปกรณคือ เชือกกระโดด หรือ หนังยางนำมารอยเปนเชือกที่มีความยืดหยุน มี วิธีการเลน ดังนี้ ๑) มีผูเลน ๒ คน ถือเชือกคนละฝง ๒) ผูเลนคนอื่นๆ กระโดดขามเชือกที่แกวงไปมา ตามลักษณะตางๆ เชน กระโดดขาม ๑๐ ครั้ง แลวผลัดใหคน อื่นมากระโดดตอ หรือกระโดดพรอมกัน ๓ คน ๓) หากเหยียบเชือก หรือสัมผัสเชือก หรือทำผิดกติกาที่กำหนด ถือวาเกมสิ้นสุดลง ขอควรระวังก็คือ การสะบัดเชือก ไมใหฟาดกับศีรษะและรางกายของเพื่อนจนอาจไดรับบาดเจ็บ รวมถึงควร ผลัดกันแกวงเชือกไปมา ปองกันการเมื่อยลา ประโยชนของการกระโดดเชือก คือการพัฒนาไหวพริบ


๔ ๒.กระต่ายขาเดียว กระตายขาเดียว เปนการละเลนไลจับประเภทหนึ่ง โดยผูที่ถูกเรียกวาเปน"กระตาย" จะยืนบน ขาขางเดียว งอเขาขาอีกขางไมใหเทาสัมผัสพื้น แลวกระโดด+เขยง เพื่อไลจับคนอื่น ๆ ใหสลับมาเปนกระตาย แทน เลนไดตามลานโลง หรือสนามหญา ชวยออกกำลังกายขา และฝกทรงตัวดวยขาขางเดียว มักแบงเปน สองทีมจำนวนคนเทาๆ กัน หรือ อาจจะไมตองมีทีมเลยก็ได ถามี ๒ คน มักไมเลน กระตายขาเดียว เพราะไล จับกันไปมา ไมเฮฮา หากมีจำนวนผูเลน ๓-๕ คน มักไมแบงทีม แตถา ๖ คนขึ้นไป สามารถแบงเปนสองทีม เทาๆ กัน แลวทีมที่เปนกระตาย จะสงกระตายมาทีละคน แลวกระโดดเขยง ไลแตะตัว อีกทีม หากกระตาย เหนื่อย ก็แตะมือคนในทีมเดียวกัน สลับมาเปนกระตาย ไลกวด แทน (คลายการ tag team มวยปล้ำ) เหตุที่ เรียกวา กระตายขาเดียว นาจะมาจาก การเคลื่อนที่ของกระตาย ที่ใช สองขาหลัง ดีดตัว กระโดดเตี้ยๆ เพื่อ เคลื่อนไปยังตำแหนงตาง ๆ เมื่อเด็กเลนไลจับ แลวเคลื่อนที่ดวยการกระโดดเขยงๆ ดวยขาขางเดียว จึงคลาย กับการกระโดดของกระตาย พื้นที่ที่ใชเลน มีการกำหนดขอบเขตพื้นที่ชัดเจนตามปริมาณผูเลน เชน สองหรือสามบล็อกพื้นถนน(ซีเมนต) หรือประมาณ ๕x๕ เมตร เพื่อใหการกวดไลจับ ไมยากเกินไปนัก ผูที่วิ่งหนี ออกนอกบริเวณ ก็เสมือนถูก" กระตาย"แตะตัวได ถือวาแพ และตองมาเปน"กระตาย"แทน กอนเลน จะตองมีการ คัดสรรผูที่จะเปนกระตาย หรือจัดแบงทีม ดวยการ "โอนอยออก" และ "เปายิงฉุบ" ผูที่ แพในขั้นตอนการเปายิงฉุบ จะเปนกระตาย การเลน ในกรณีที่เด็กไมเยอะ ไมจำเปนตองแบงทีม ผูแพในขั้นตอนการคัดสรร ตองเปนกระตาย ใหยืนดวย ขาขางเดียว แลวกระโดด เขยง กางแขนสองขางได แลวพยายามบีบพื้นที่ และใชความไว ในการแตะใหถูกสวน ใดสวนหนึ่งของรางกาย เด็กคนอื่น ๆ ที่มีหนาที่วิ่งหลบ โดยทุกคนตองอยูภายในพื้นที่ที่กำหนด ใครวิ่งหลุดออก


๕ นอกพื้นที่ ก็ถือวาแพ ตองสลับมาเปนกระตายแทน หากคนที่เปนกระตาย ไลกวดจนหมดแรง ยืนดวยขาขาง เดียวไมไหว ปลอยเทาลงแตะพื้น ก็เทากับวาแพ ซึ่งก็อาจจะมีวิธีการทำโทษอื่น ๆ ตอไป ในบางแหง กระตาย สามารถพักได ดวยการเอาเทาของขาขางที่ไมไดใชยืน มาวางแตะบนเทา ขางที่ใชยืนขาเดียว แตหามเทาแตะพื้นหรือสลับขาหลัก คนที่เปนกระตายขาเดียว มักอาศัยจังหวะ กางแขนออกสองขาง ตอนเด็กสักคน เขามุม หรือ ขอบพื้นที่ ซึ่งเด็กคนนั้นก็ตองหลอกลอ อาศัยจังหวะ วิ่งหลบซาย หรือขวา หรือมุดหลบใตแขน ออกนอกเขต อันตราย คนที่เปนกระตาย ก็ตองไว แมจะยืนเขยง ดวยขาขางเดียว แตก็ตองดูจังหวะ ไลแตะ หรือ กอด หรือ จับใหโดน แมจะโดนเสนผม หรือชายเสื้อ ก็ถือวาชนะ ไมตองเปนกระตายอีกตอไป คนที่ถูกจับ ก็สลับเปลี่ยน มาเปนกระตายแทน แลวไลจับไปเรื่อย ๆ สวนการแบงทีมเลน มักใชเมื่อ จำนวนเด็กเยอะ โดยที่ พื้นที่ที่เลน ยังคงนิยมใชเทาเดิม เชน ประมาณ ๕x๕ เมตร เพราะถากวางเกิน ก็ไลไมสำเร็จ หรือถาพื้นที่เล็กเกิน ก็หนีไมคอยพน ทีมที่เปนกระตาย จะอยูรอนอกพื้นที่ อีกทีมที่มีหนาที่หลอกลอ หนีกระตาย จะลงไปอยูในพื้นที่ กันทุกคน ทีมกระตาย สงกระตายตัวแทนลงมาทีละหนึ่งคน เพื่อไลแตะทีมหนี ใหหมดทุกคน คนที่โดนแตะ หรือจับได ก็ออกไปยืนแพ รออยูนอกพื้นที่ จนกวาจะครบหมดเกลี้ยง คนที่เปนกระตาย ก็มักจะสลับเปลี่ยน ใหเพื่อนรวมทีม มาเปนกระตายไลกวดเด็กที่เหลือ จนกวา จะหมดแรงกันไป หากทีมที่เปนกระตาย หมดแรง เทาแตะพื้น ไมสามารถจับทุกคนของอีกทีมไดหมด ก็ถือวาแพ โดนลงโทษ และเปนกระตายซ้ำ ไลจับกันตอไป แตโดยมาก ความสนุกสนานเฮฮา ไมไดอยูที่การชนะใหไดตลอด แตอยูที่การเชียร-การสลับกัน เปนกระตาย และสลับกันหนี ทีมไหนหนีไดเกง วิ่งหลบหลีกไดนานที่สุดก็ถือวาไดเฮฮา หลอกลอ เมื่อทีมฝาย หนี เหลือคนเดียว ก็มักจะยอมแพ ใหแตะโดยงาย และสลับไปเปนทีมกระตายบาง เพื่อจะไดไลจับ สลับกันไป ซึ่งสนุกกวา เปนทีมหนีอยูอยางเดียว การละเลน "กระตายขาเดียว" นาจะเปนที่มาของ สำนวน "ยืนกระตายขาเดียว" หรือ "ยืนเปน กระตายขาเดียว" ซึ่งหมายถึง การยืนยัน การเถียง การโตแยง ดวยเหตุผล หรือมุมมองจากตนเองฝายเดียว และมักเปนการแยงที่ไมสมเหตุสมผล รวมถึงมักจะเปนการโกหก ปดบังความจริง เพราะการยืนกระตายขา เดียว โอนเอน ไมสมดุล ไมมั่นคง ลมไดเสมอ


๖ ๓.กาฟักไข่/ชิงไข่เต่า/ลู่ไข่เต่า กาฟกไข บางแหงเรียกกวา "ชิงไขเตา" ที่ชวยในการออกกำลังกายและฝกความวองไวของ รางกาย โดยอุปกรณที่ใชในการเลน คือ ลูกหินเทาจำนวนคนเลน หินหรือวัตถุใด ๆ ที่สมมติวาเปนไข กติกาการเลน มีดังนี้ ๑. ผูมีหนาที่หยิบไข เขาไปในวงกลมไมได ๒.ผูมีหนาที่หยิบไข ตองระวังมิใหอีกาหรือเตาตีถูกมือ หรือแขนของตน ซึ่งลวงล้ำเขาไปในวงกลมได ๓.ถาแยงไขไปจากอีกาไดหมดแลว ใหปดตากาแลวเอาไขไปซอนใหอีกาตามหาไข ถาพบไขที่ผูเลนคนใดเปนคน ซอน ผูนั้นตองเปลี่ยนมาเปนกาแทน อุปกรณกอนหินหรือผลไมเทาจำนวนคนเลน ยกเวนคนที่เปนกา ๑ คน วิธีเลน ใหผูเลนจับไมสั้นไมยาว ถาคนใดจับไดไมสั้นคนนั้นตองเปนเตา เมื่อถูกเปนเตาแลวตองเขาไปกกไข คือ ลูกหินที่วางไวในวงกลมนั้น การกกไขผูเปนเตาจะตองเอามือทั้งสองวางกับพื้น เหยียดขาทั้งสองออกไป เบื้องหลังคลายกับจะเดิน 4 เทาฉะนั้น สวนไขจะตองอยูในรมอกของเตา เมื่อเตาเขากกไขเรียบรอยแลว ผูเลน ก็เขาแยงไข สวนเตาจะตองใหเทาคอยเตะถีบผูมาแยงไข (หามการใชมือ) แตการเตะถีบผูแยงไขนั้น ตัวของเตา จะตองใหมือหรือเทาอยูในวงกลมนั้นดวย ขางใดขางหนึ่งจะออกจากวงไปเตะไมได ถามือหรือเทาของเตาทั้ง สองขางออกพนเสนวงกลมไปจะเตะถีบถูกผูแยงก็ไมนับวาถูก ถาไขกระจายออกจากกองแหงจุดศูนยกลาง จะกระจายอยูในวงกลมก็ตาม หรือออกนอกวงกลม อยูขาง ๆ ก็ตาม ถาผูแยงยังเอาไปไมได เจามีสิทธิที่จะเก็บมารวมไวตามเดิม ผูแยงจะใชมือจับถือเอาไขก็ได หรือจะใชเทาเขี่ยใหออกมานอกวงไกล ๆ แลวเก็บเอาภายหลังก็ได เขาแยงจะเขาขางหลังหรือขาง ๆ ตัวเตาก็ ได ถาเตาเตะหรือถีบถูกผูแยงคนใดเขา ผูถูกเตะถูกถีบนั้นจะตองมาเปนเตาแทน ไขที่แยงไดจากเตาตัวเดิม เทาใดจะตองเอามาสงคืนใหครบจำนวนผูเลนอยางเดิมแลวเตาตัวใหมเขากกตอไป ถาผูแยง ๆ ไปไดหมด จับเตาปดตาใหพวกแยงคนใดคนหนึ่งนำเอาจำนวนไขเตาไปซอน เรียกวา "บมไข" ขณะที่มีผูนำไขไปซอน ผูเลนทั้งหมดจะตองมารวมอยูในวงกลมทั้งตัวเตาดวย เมื่อผูนำไขไปซอนวิ่ง กลับมาเขาอยูในวงกลมเรียบรอยแลว ก็เปดตาของเตาออกเปดโอกาสใหเตาเดินเที่ยวหาไขของตน (การซอน


๗ ไมใหนำไปซอนจนไกลเกินสมควร) เมื่อเตาเดินเที่ยวหาไขของตนนั้น ผูซอนจะตองเปนผูกะเวลา ถาประมาณ ๑๐ นาที เตายังหาไขไมได เรียกวา "ไขเนา" ผูนำไปซอนจะตองประกาศวา "ไขเนาแลว" ผูเลนทุกคนจะตองเขา จูงมือบางจับแขนของตัวเตาบาง (แตผูนำไขไปซอนมีสิทธิที่จะตองจับหูเตาเบื้องขวา ผูปดตาก็เขาไปจูงหูเบื้อง ซาย) คอยเดินพาตัวเตาไปชี้บอกที่ซอนของไขให ขณะที่เดินแหเตาไปนั้น ผูเลนจะตองมีบทรองวา "จูงหูจูงหาง เอานกยางไปปลอย" เมื่อเตาเก็บไขมาครบตามจำนวนแลวกลับมาในวงกลม และจะตองเปนเตากกไขตอไป จนกวาจะถีบหรือเตะคนใดคนหนึ่งได แลวผูถูกถีบเตะจะไดเขามาเปนเตาแทนตนตอไป


๘ ๔.ขี่ม้าก้านกล้วย มากานกลวย เปนของเลนที่เด็กผูชายที่อยูในวัยซุกซนชื่นชอบมาก เด็กไทยทั่วไปจะรูจักการเลน มากานกลวยเปนอยางดี วิธีทำ มากานกลวย ทำงาย เด็ก ๆ สามารถทำเลนเองได ถาอยากเลนมากานกลวย เด็ก ๆ ก็จะ ถือมีดเขาไปในสวนหรือที่ทั่วไปตามบริเวณบานที่มีตนกลวย เพราะหมูบานคนไทยจะปลูกตนกลวยไวแทบทุก หลังคาเรือน เมื่อเลือกใบกลวยที่มีความยาวพอเหมาะ ก็จะตัดใบกลวยมา เอามีดเลาะเอาใบกลวยออก เหลือ ไวที่ปลายใบเล็กนอยเพื่อใหเปนหางมา ที่กานดานโคนจะมีขนาดใหญเกือบเทาขอมือของเด็ก ๆ ดานนี้เอง เด็ก ๆจะกะความยาวประมาณหนึ่งคืบ หรือสองคืบ แลวเอามีดฝานแฉลบดานขางของกานตรงที่กะไวฝานบาง ๆ ไปทางดานโคนทั้งสองขาง เพื่อใหเปนหูมา พอไดขนาดหูยาวตามตองการแลวก็เอามือหักกานกลวยตรงที่กะจะ ใหเปนโคนหูมา กานกลวยก็จะกลายเปนรูปมามีหูมาชันขึ้นทั้งสองขาง เสร็จแลวก็เอาแขนงไมใผมาเสี้ยมปลาย ใหแหลม ความยาวประมาณคืบเศษ เสียบหัวมาที่พับเอาไว เสียบทะลุไปที่กาน ไมที่เสียบก็จะมีลักษณะเหมือน สายบังเหียนที่ผูกปากมากับคอมา เสร็จแลวก็ทำเชือกกลวยมาผูกดานหัวมาและหางมา ทำเปนสายสะพายบา แคนี้ก็เสร็จ หาแขนงไมไผมา ๑ อัน ทำเปนแสขี่มา ตอนนี้ก็พรอมที่จะเลนมากานกลวยไดแลว การเลนมากานกลวยก็แลวแตเด็ก ๆ จะคิดเลน เชน เลนควบมาวิ่งแขงกันหาคนชนะ ควบมาจัด กระบวนทัพตอสูกัน หาอาวุธตามรั้วคือแขนงไมไผมาทำเปนดาบรบกัน หรือจะวิ่งแขงกันเปนคู ๆ หากไมมี เพื่อนก็ควบเลนคนเดียวที่ลานบานหรือเลี้ยวไปตามปากลายในสวนก็ได ขี่มากานกลวย เปนการละเลน เด็กไทย โดยอาศัยกานกลวยที่ปลูกไวตามบริเวณขางบานและในสวน ซึ่งผูใหญมักทำใหเด็กๆ เลนเพื่อความ สนุกเพลิดเพลิน และเปนการฝกความแข็งแรงไปในตัว


๙ ประโยชน ๑.การทำทาเหมือนมา ทำใหเด็กมีจินตนาการ และ กลาแสดงออก ๒.เปนการออกกำลังกายอยางดี ๓.รักษาประเพณีพื้นบานของไทย การเรียกชื่อ ในภาษาอังกฤษ ราชบัณฑิตยสถาน ไดกำหนดชื่อภาษาอังกฤษของการละเลนนี้ ไว วา "Banana rib hobbyhorse riding" จะไมใชการทับศัพทเนื่องจากไมสามารถสื่อความหมายได ขี่มากานกลวยกับปจจุบัน ปจจุบันนี้ การขี่มากานกลวยเริ่มเลือนหายไปจากสังคมปจจุบัน เนื่องจากสภาพสังคมและยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปจากแตกอน จึงทำใหการละเลนเด็กไทยตาง ๆ ลดลงไปมาก แตการขี่มากานกลวยก็ยังสามารถพบไดตามงานวัฒนธรรมตาง ๆ ที่จัดขึ้นเปนครั้งคราว และยังกลายเปน สัญลักษณ (Logo) ในงานตาง ๆ ที่สื่อความเปนเอกลักษณและวัฒนธรรมไทย เชน ตัวนำโชคของการแขงขัน กีฬาเยาวชนแหงชาติครั้งที่ ๒๐ หรือ สุโขไทเกมส เปนเด็กชายผมจุกเลนขี่มากานกลวย


๑๐ ๕.ขี่ม้าส่งเมือง ขี่มาสงเมือง เปนการละเลนไทย ๔ ภาค ที่สืบทอดกันมาอยางยาวนาน แสดงถึงวัฒนธรรมการ ปกครองในอดีต มีเจาเมือง ลูกเมือง เชลย มา โดยมีวิธีการเลนดังนี้ ๑) แบงผูเลนออกเปน ๒ ทีม ตั้งคนเปนเจาเมือง คนอื่น ๆ ในทีมเปนลูกเมือง สวนใครที่ถูกจับได จะกลายเปน เชลย มีวิธีเลนดังนี้ ๒) ผูเลนในทีมที่ ๑ มากระซิบบอกชื่อผูเลนในทีมที่ ๒ คนหนึ่งกับเจาเมือง ๓) จากนั้นทีมที่ ๒ สงตัวแทนออกมาหาเจาเมือง แลวพูดชื่อผูเลนทีมตัวเองออกมา หากตรงกับชื่อที่ทีมที่ ๑ บอกไวเจาเมืองจะรองวา “โปง” ๔) ผูเลนที่ถูกโปงตองตกเปนเชลย และฝายใดถูกจับเปนเชลยหมดกอน ก็ตองแพกลายเปน “มา” ใหฝายชนะขี่ หลังกลับไปสงที่เมือง ความสนุกของเกมขี่มาสงเมืองไมไดอยูที่การผลัดกันเปนมาอยางเดียว ยังมีประโยชนใหเด็ก ๆ ได ฝกความพรอมเพรียง และการประสานงานในกลุม รวมถึงการฝกกำลังแขนขาที่แข็งแรง พรอมกับการใชชีวิต ดานอื่นอีกดวย


๑๑ ๖.งูกินหาง งูกินหาง เปนการละเลนไทยที่เลียนแบบการเคลื่อนไหวและธรรมชาติของงู โดยแบงผูเลนออกเปน ๒ ฝง ฝง แมงูจะปกปองลูกงู มีวิธีการเลนดังนี้ ๑) จับไมสั้นไมยาว หรือตกลงกันวา ใครจะเปนพองู กับแมงู คนที่เหลือตอแถวแมงู เปนลูกงู ๒) พองูและแมงูหันหนาเขาหากัน รองเพลงโตตอบกัน เมื่อเพลงจบ แมงูตองวิ่งพาลูกงูหนี ๓) พองูวิ่งไลจับลูกงูทีละคน ประโยชนของการละเลนงูกินหาง สรางความสนุกสนาน และฝกความสามัคคีใหกับเด็ก ๆ ตั้งแตวัยเยาว


๑๒ ๗.จ้ำจี้ การเลนจ้ำจี้ สวนมากผูเลนเปนเด็กเล็กโดยทั่วไปผูเลนมีจำนวน 5–7 คนเวลาเลนผูเลนทุกคนจะ นั่งลอมเปนวงและวางมือทั้งสองของตนถาลงไปบนพื้นหอง ผูเลนคนหนึ่งจะเปนคนรองบทเพลง " อุปกรณการเลน ไมมีอุปกรณในการเลน เลนโดยใชมือ วิธีการเลน ผูเลนนั่งลอมวงกัน คว่ำมือทั้งสองลงบนพื้น คนหนึ่งเปนคนจี้ โดยใชนิ้วชี้จิ้มไปที่นิ้วของผูเลนไล ไปทีละนิ้วใหรอบวง พรอมทั้งรองเพลงไปดวย เมื่อรองจบแลว จิ้มอยูที่นิ้วใดคนนั้นตองพับนิ้วนั้นเขาไป ผูจิ้มก็ เริ่มเลนใหมไปเรื่อย ๆ ใครตองพับนิ้วทั้งหมดเปนคนแรกแพ บทรองประกอบการเลน " จ้ำจี้มะเขือเปราะ กะเทาะหนาแวน พายเรืออกแอน กระแทนตนกุม สาวๆ หนุมๆ อาบน้ำทาไหน อาบน้ำทาวัด เอาแปงที่ไหนผัด เอากระจกที่ไหนสอง เยี่ยมๆ มองๆ นกขุนทองรองฮู "


๑๓ ๘.ชักเย่อ เปนการละเลนพื้นบานที่สามารถใชเปนกิจกรรมเชิงเสริมสรางความสามัคคีไดโดยไมจำกัดวาเปน องคกร หนวยงานหรือชุมชน ในภูมิภาคใด เพราะเปนการละเลนพื้นบานที่สนุกสนานและยังถือไดวาเปนการ กีฬาประเภทหนึ่งดวย ซึ่งการละเลนหรือการแขงขันนั้นตองแบงผูเลนเปนสองฝายๆ ละเทาๆ กัน มีเสนแดน ตรงกลาง เมื่อสัญญาณเริ่ม ทั้งสองฝายจะเริ่มออกแรงดึงเชือก โดยพยายามดึงฝายตรงขามใหเขามาในแดน ของตน หากผูแขงขันเปนชายหนึ่งฝายและหญิงฝายหนึ่ง อาจจะกำหนดใหฝายหญิงมีจำนวนมากกวาชายก็ได และถามีจำนวนมากกวา ๑ ทีมก็ตองมีการจัดโปรแกรมการแขงขันกันอีกที จำนวนผูเลน ไมจำกัดจำนวน อุปกรณ เชือกเสนโตยาว ๒๐ เมตร กติกา ๑. การแขงขันรอบคัดเลือก ใชการแขงขันครั้งเดียว ผูชนะเขารอบตอไป ๒. รอบ ๔ ทีมสุดทาย ใชผลการแขงขัน ๒ ใน ๓ เกม ทีมใดชนะเขารอบชิงชนะเลิศ ๓. การแขงขันจะตองแขงขันพรอมกันทุกทีมในรอบนี้ ๔. อนุญาตใหมีผูฝกสอนเขาได ๑ คน เทานั้น ๕. หากทีมใดทำผิดกติกาถือวาแพ ๖. การตัดสินใหอยูในการควบคุมของกรรมการเทานั้น วิธีการเลน หาเชือกขนาดใหญเหนียว ๑ เสน ยาวประมาณ ๑๐-๒๐ เมตร หากึ่งกลางของความยาวเชือก ใช กระดาษสีหรือผาสีสดผูก จากนั้นแบงคนเลนเปนสองพวกจำนวนเทากัน แตละพวกใหยึดปลายเชือกไวคนละ ขาง กรรมการขีดเสนตรงลงบนพื้น ๑ เสน นำสวนที่ผูกดวยกระดาษสี ผาสีวางทับเสนตรงที่ขีดใหมีลักษณะ เปนกากบาท เมื่อผูเลนพรอมจึงใหสัญญาณ (ใชการตีธงหรือใหสัญญาณเสียงนกหวีดก็ได) ทั้งสองฝายจะออก กำลังดึงเชือกอยางเต็มความสามารถ เทศกาลที่เลนชักเยอ ในฤดูแลงเลนไดตลอดเวลา การเลนจะเลนในที่แจงสนามหญา ทุกเทศกาลที่ตองการให


๑๔ เกิดความสนุกสนาน รื่นเริง เนื่องจากไมตองเตรียมอุปกรณมาก คุณประโยชนของชักเยอ เกิดความสามัคคีพรอมเพรียง เปนการออกกำลังกายและรื่นเริงสนุกสนาน ใชเชือกเสนใหญยาวพอประมาณกับจำนวนผูเลน แบงผูเลนเปนสองฝาย มีเสนแดนตรงกลาง เมื่อสัญญาณเริ่ม ทั้งสองฝายจะเริ่มออกแรงดึงเชือก โดยพยายามดึงฝายตรงขามใหเขามาในแดนของตน หากผูแขงขันเปนชาย หนึ่งฝายและหญิงฝายหนึ่ง อาจจะกำหนดใหฝายหญิงมีจำนวนมากกวาชายก็ได เปนการละเลนไทยสอนให รูจักความสามัคคีและเปนการออกกำลังกายไปในตัวดวย


๑๕ ๙. เดินกะลา เดินกะลาเปนการละเลนไทยที่ใชของใกลตัวมาเปนอุปกรณการละเลน เด็กรุนกอนๆ จะชอบเลน เดินกะลามาก เพราะกะลาหางาย มีอยูทั่วไป การเดินบนกะลานั้น ผูที่เริ่มฝกจะรูสึกเจ็บฝาเทา เพราะความโคง มนและความแข็งของกะลา แตถาไดฝกบอย ๆ อาการเจ็บก็จะหายไป ทำใหกลามเนื้อบริเวณเทาแข็งแรงขึ้น และยังเปนการนวดฝาเทาไปในตัวดวย นอกจากนี้ผูเลนจะฝกในเรื่องของการทรงตัว ซึ่งจะทำใหเรียนรูเรื่อง ของความสมดุล หรือ Balance ไปในตัวอีกดวย คนที่รักษาสมดุลของรางไดดีก็จะทรงตัวไดดีและมักจะถึงเสน ชัยกอน นอกจากนี้ถาเลนเดินจนเบื่อแลวก็ยังสามารถเอามาเลนเปนโทรศัพทพูดแลวไดยินเสียงกันไดเรียนรู เรื่องของเสียงไดอีกดวย อุปกรณการเลน กะลามะพราวคนละ ๒ อัน เชือกยาวประมาณ ๑ เมตร วิธีทำ -นำกะลาที่ลางสะอาดเจาะรูตรงกลาง สำหรับรอยเชือก แลวรอยเชือกผูกปมใหแนนหนากัน หลุดเวลาเดิน วิธีเลน ๑) กำหนดจุดเริ่มตนและเสนชัย ๒) ผูเลนแขงขันกัน เหยียบบนกะลา คลายการใสรองเทาหูหนีบ ๓) ยกเชือกกาวเดินไปจนกวาจะถึงเสนชัย ประโยชนจากการเลน ฝกทักษะการทรงตัว และฝกความอดทน เสริมสรางความสามัคคีในหมูคณะ พัฒนาความ แข็งแรงของรางกาย และสนุกสนานเพลิดเพลิน


๑๖ ๑๐.เดินโถกเถก/ โทกเทก อาจเรียกชื่อแตกตางกันออกไปตามแตละทองถิ่น เปนการละเลนที่ใชอุปกรณที่ทำมาจากไมไผ ประกอบดวยทอนไมสั้นซึ่งเปนที่เหยียบสำหรับยืน มีผาพันเพื่อไมใหเจ็บงามเทา ไมทอนยาวสำหรับใชเปนตัว ยืนจับ เวลาเลนตองพยายามทรงตัวเดินจะทำใหรูสึกวาขายาวขึ้น เด็ก ๆ อาจจะแขงขันกันวาใครสามารถเดิน ไดเร็วกวากัน อุปกรณและวิธีการเลน อุปกรณ ไมไผกิ่ง ๒ ลำ ถาไมมีก็เจาะรูแลวเอาไมอื่น ๆ สอดไวเพื่อใหเปนที่วางเทาได วิธีการเลน ผูเลนจะเลือกไมไผลำตรง ๆ ที่มีกิ่ง ๒ ลำที่กิ่งมีไวสำหรับวางเทาตองเสมอกันทั้ง ๒ ขาง ผูเลนขึ้นไป ยืนบนแขนงไมเวลาเดินยกเทาขางไหนมือที่จับลำไมไผก็จะยกขางนั้น สวนมากเด็ก ๆ ที่เลนมักจะมาแขงขันกัน ใครเดินไดไวและไมตกจากไมถือวาเปนผูชนะ โอกาสที่เลน การวิ่งขาโถกเถก ถือเปนการละเลนที่เลนไดทุกโอกาส โดยเฉพาะในชวงเทศกาลสงกรานต ประโยชนนอกเหนือจากความสนุกสนานแลว ยังเปนเครื่องมือในการออกกำลังกาย บริหารสวนตาง ๆ ของ รางกายไดเปนอยางดี เดิมผูที่ใชขาโถกเถกเปนชายหนุมไปเกี้ยวสาว เสียงเดินจากไมเมื่อสาว ไดยินก็จะมาเปด ประตูรอเพื่อพูดคุยกันตามประสาหนุมสาว หรือบานสาวเลี้ยงสุนัขไมโถกเถกยังเปนอุปกรณไลสุนัขไดดวย


๑๗ ๑๑. ตั้งเต การกระโดดขาเดียวไปภายในชองสี่เหลี่ยมที่ขีดขึ้นบนพื้น ขนาด ๕ แถว คูณ ๒ คอลัมน (รวม ๑๐ ชอง) ทีละชอง ประวัติการละเลน “ตั้งแต” หลายพันปกอน ทหารโรมันเลนตั้งเตเพื่อทดสอบความแข็งแรงและ ความเร็วของตน บางครั้งกระโดดเปนระยะทาง ๓๐ เมตร พรอมแบกของหนักๆ ทุกวันนี้การเลนตั้งเต backyard game เปนการละเลนที่เด็ก และ ผูใหญหัวใจเด็ก ทั่วโลกชอบ ไมวาคุณจะไมเคยเลนเกมนี้เลย หรือ เพียงแคจะรื้อฟนความจำ คุณสามารถเรียนรูวิธีการเลนเกมคลาสสิคนี้ได พรอมกับเพิ่มความหลากหลายในการ เลนเพื่อเพิ่มความทาทาย วิธีเลน ๑. วาดตารางตั้งเตบนพื้น. ชอลกใชไดดีที่สุดในการเขียนบนพื้นยางมะตอย พื้นหิน และพื้น คอนกรีต ชองสี่เหลี่ยมที่วาดควรมีขนาดที่ใหญพอสำหรับเทาหนึ่งขาง และเมื่อโยนหินไปแลว หินจะไมกระเด็น ออกนอกชอง แมวาจะสามารถวาดตารางไดหลายรูปแบบ ตารางที่พบเห็นไดบอยตามโรงเรียนคือตาราง ตอไปนี้ นิยมใหชอง "๑๐" เปนชองสำหรับพักหรือหยุด ซึ่งเปนชองที่ผูเลนสามารถหันหลังกลับ และ/หรือ ทรงตัว บางครั้งมีการตั้งชื่อชองนี้อยางสรางสรรค เชน “สวรรค” เปนตน


๑๘ ๒. โยนหินรูปรางแบน หรือของที่มีรูปรางคลายกัน. (บีนแบ็คเล็กๆ, เปลือกหอย, กระดุม, ของ เลนพลาสติก) ไปในชองที่หนึ่ง หินจะตองอยูในชองสี่เหลี่ยมนั้นโดยที่ไมสัมผัสขอบของชอง หรือกระเด็น ออกไป ถาโยนออกนอกชอง คุณตองขามตาของคุณไป แลวสงหินใหผูเลนคนอื่น แตถาคุณโยนได ใหทำ ขั้นตอนตอไป การเลนตั้งเตสามารถเลนคนเดียวได ถาเปนอยางนั้น คุณสามารถตั้งกติตาไดตามใจชอบ ๓. เขยงกระโดดไปตามชอง. โดยขามชองที่คุณโยนหินไว จะเริ่มดวยเทาขางไหนกอนก็ได โดน หามใหเทาทั้งสองขางสัมผัสพื้นพรอมกัน ยกเวน มีชองสี่เหลี่ยมสองชองเขียนไวขาง ๆ ในกรณีนี้ คุณสามารถ วางเทาสองขางพรอมกันได (ชองละหนึ่งขาง) คุณตองใหเทาอยูดานในชองสี่เหลี่ยมเสมอ ถาคุณเหยียบเสน ตา เลนของคุณจะจบลง ๔. หยิบหินที่โยนไปตอนขากลับ. เมื่อคุณกระโดดมาถึงชองสุดทาย ใหหันหลังกลับ(ยังเขยงอยู) แลวกระโดดยอนกลับมา เมื่อมาถึงชองสี่เหลี่ยมขางๆชองคุณโยนหินไว ใหโนมตัวลง (ตองเขยงอยู!) แลวหยิบ หินขึ้นมา กระโดดขามชองนั้น แลวกระโดดมาจนสุด ๕. สงหินใหผูเลนคนถัดไป. ถาคุณโยนหินไปที่ชองที่หนึ่งในตาแรก(โดยที่ไมแพ) ในตาตอไปใหคุณ โยนไปที่ชองที่สอง เปาหมายของคุณคือตองโยนหินใหไดครบทุกชอง คนที่ทำไดคนแรกจะเปนผูชนะ


๑๙ ๑๒.ตีลูกล้อ ตีลูกลอ เปนการละเลนพื้นบาน ที่นำสิ่งของใกลตัวมาเปนของเลน เชน ยางรถจักรยานยนต วง ลออื่น ๆ มีวิธีการเลนดังนี้ ๑.) หาอุปกรณที่มีลักษณะเปนวงลอกลิ้งได กับไม ๑ อัน ไวตีประคอง ๒.) กำหนดจุดเริ่มตน และเสนชัยหลัก(ประมาณ ๒๐ เมตร) ๓.) แขงกันกลิ้งลอไปที่เสนชัย ประโยชน ฝกความวองไว สมาธิ การออกกำลังกายแขนและขา เปนกิจกรรมที่เด็กๆ จะไดแขงขันกับเพื่อน ดวยการใชทักษะ ใชความสามารถของตัวเอง เปนวิธีการฝกไหวพริบ และการสังเกต


๒๐ ๑๓. ตี่จับ ตี่จับ เปนการละเลนที่มีมาแตโบราณ เคยนิยมเลนในการเทศกาลประจำป วิธีการเลน ๑) แบงผูเลนออกเปน ๒ ทีมเทาๆ กัน ๒.) ฝายที่เปนตี่กอน เลือกผูเลน 1 คน เพื่อเขาไปตี่ คนที่ตี่จะตองทำเสียง “ตี่” หรือ “หึ่ม” ตลอดเวลาที่เขาไป วิ่งจับตัวฝายตรงขาม ถาระหวางทำเสียงตี่หยุดลง ตองตกเปนเชลยของฝายตรงขาม ๓.) ฝายตรงขามตองคอยพยายามรั้งตัวคนที่เปนตี่ ไมใหกลับเขาฝายแดนของตัวเอง ๔.) เมื่อมีฝายของตนเปนเชลย ผูเปนตี่คนตอไปตองคอยพาตัวตี่คนเดิมกลับมา ผูเลนฝายตรงขามตองกันตัว และพยายามดึงตี่มาเปนเชลยเพิ่ม จนกวาตี่จะหมดทั้งทีม ๕.) เลนจนกวาจะมีฝายใดฝายหนึ่งหมดตัวผูเลนกอน ฝายชนะจะสั่งใหผูแพทำอะไรก็ได ประโยชนของการเลนตี่จับ ชวยในการวางแผนและออกกำลัง ใหผูเลนมีความสามัคคี


๒๑ ๑๔.เตย/บอลลูนด่าน/บอลลูนโป้ง/ตาล่อง วิธีการลน ๑)เริ่มจากขีดเสนเปนตารางจำนวนเทากับผูเลน ๒.)แบงผูเลนออกเปน ๒ ทีม เปนทีมดักจับ กับทีมหนี ๓.)ทีมจับจะตั้งดานยืนประจำเสนตามขวาง ฝายหนีจะวิ่งผานไดเฉพาะตามแนวเสนตรง และเสนนอนของพื้น แตละเสนไปโดยไมใหเจาของเสนแตะได ๔.)หัวหนาทีมของฝายดักจับ เปนคนจับมือคอยใหสัญญาณ เมื่อเริ่มเลนคนที่ยืนประจำเสนแรก พูดวา ไหล หรือ หลิ่น ฝายตรงขามก็เริ่มวิ่งผานเสนแรกไปจนถึงเสนสุดทายแลววิ่งกลับ ถาวิ่งกลับถึงเสนแรกโดยไมถูกฝาย ตรงขามแตะไดก็พูดวา เตย ก็จะเปนฝายชนะ ประโยชน ๑.ชวยพัฒนากลามเนื้อมัดใหญ ๒.ชวยสงเสริมการคิดแกปญหา การสังเกตฝายตงขาม ๓.ทำใหมีอารมณสดใส ราเริง และสนุกสนานกับการเลน ๔. สงเสริมการอยูรวมกับผูอื่นและการรูแพชนะการมีน้ำใจตอเพื่อน


๒๒ ๑๕. โพงพาง โพงพาง เปนการละเลนของไทย ที่สามารถเลนไดไมจำกัดจำนวนของผูเลน เปนการละเลนที่ทำ ใหเกิดความวองไว และไหวพริบที่ดีมาก วิธีเลน ๑.ใหผูเลนจับไมสั้นไมยาว ผูที่ไดไมสั้นยืนกลางวงเปน "ปลา" จะถูกผูกตาแลวหมุน ๓ รอบ ๒.นอกนั้นเปน "โพงพาง" ยืนจับมือลอมวงกันเขารอบปลา ๓.ผูที่ยืนลอมวงหันหนาเขาขางในแลวกระโดดไปรอบ ๆ ตองระวังอยาใหมือหลุดจากกัน และรองพรอม ๆ กัน วา "โพงพางเอย ปลาเขาลอด ปลาตาบอด เขาลอดโพงพาง"จบแลวถามวา "ปลาเปนหรือปลาตาย?" ถาปลา ตอบวา "ปลาตาย" แปลวาหามขยับ แตถาตอบวา "ปลาเปน" ก็ขยับได หากผูเลนเปนปลา แตะถูกตัวคนใดคน หนึ่งแลวทายชื่อถูก ผูนั้นจะตองกลายเปนปลาแทน ถาไมถูกก็ใหทายใหม ๔.ถาผูที่เปนปลาไมสามารถจับผูอื่นใหมาเปนปลาแทนตนไดใน ๓ ครั้ง ซอน ๆ กัน ก็ใหผูเลนอื่นทำโทษ โดยวิธี ชวยกันจูงหางใหเดินไปจนรองวงแลวคงใหเปนปลาตามเดิม โพงพาง คือ ชื่อของกับดักปลาชนิดหนึ่ง


๒๓ ๑๖. โมราเรียกชื่อ(ยัดดวง) /โมรา หลังเเดง ใชลูกปงปองโยนขึ้นสูงเหนือหัวราวหนึ่งชวงตัว แลวเอยชื่อคนอื่น ใหเขามารับที่ตกกระเดงขึ้นมา จากพื้น หนึ่งครั้งเทานั้น หากวิ่งมารับไมทันในการกระดอนหนึ่งครั้ง ถือวารับไมได อุปกรณ: ลูกปงปอง จำนวนผูเลน : ๕ คน ขึ้นไป โดยประมาณ วิธีการเลน ๑.เลือกผูเลน ๑ คน โยน ลูกปงปองขึ้นสูงกวาเหนือหัวของตนเอง ประมาณ ๑ ชวงตัว พรอมขานชื่อ ผูเลน ๑ คน ๒. เมื่อลูกปงปอง ตกพื้น ๑ ครั้ง ผูถูกขานชื่อ ไมสามารถ รับได จะถูก “ขึ้นแทน“ ๓. หากรับได จะไดสิทธิ์ ปาลูกปงปองไปที่ ผูเลนคนอื่น ๔. หากผูถูกปาลูกปงปองรับไมไดโดน”ขึ้นแทน“ ๕. หากผูถูกปารับได ผูปาโดน “ขึ้นแทน“ ผูถูกขึ้นแทน จะตองยืน ขาชิดกัน และโดนเพื่อน ปา ลูกปงปอง ใส นองจากดานหลัง ซึ่งมักจะเจ็บแปดวงกลมๆ แดงๆ จบรอบลางแตม ขอควรระวังของผูแพที่ถูกจับ ขึ้นแทน หากยืนขาไมชิดกัน จนลูกปงปอง รอดขา จะไดรับรางวัล ใหปาเพิ่มอีก ๕ ครั้ง หากปาติดชองวางระหวางขาพอดี โดนปาเพิ่ม ๑๐ ที


๒๔ ๑๗.มอญซ่อนผ้า การละเลนมอญซอนผา คาดวามีที่มาจากกลุมชาวมอญในจังหวัดกาญจนบุรี โดยการนำผาซอน ไวขางหลังผูเลนคนอื่น ทุกคนนั่งลอมวงชวยกันรองวา "มอญซอนผา ตุกตาอยูขางหลัง ไวโนนไวนี่ ฉันจะตีกน เธอ" มอญจะถือผาเดินรอบวงแลวแอบหยอนผา ไวขางหลังผูเลนคนใดคนหนึ่ง หากผูเลนคนนั้นรูตัวกอนก็จะ หยิบผามาไลตีมอญ แลววิ่งมานั่งที่เดิม แตหากวามอญเดินกลับมาอีกรอบหนึ่ง แลวผูเลนคนนั้นยังไมรูตัว ก็จะ ถูกมอญเอาผาตีหลัง และตองเลนเปนมอญแทน วิธีเลน ๑.) มัดผาเปนปมใหญๆ เรียกวา “ผาตี” หรือ “ผาตูม” ใชจำนวน ๑ ใน ๓ ของผูเลน หรือแลวแตจะตกลงกัน ๒.) จับไมสั้นไมยาว หรือตกลงกันกอนวาใครจะเปน “มอญ” ถือผาไวในมือ เดินวนอยูนอกวง ๓.) ทุกคนนั่งลอมวงชวยกันรองวา "มอญซอนผา ตุกตาอยูขางหลัง ไวโนนไวนี่ ฉันจะตีกนเธอ" ระหวางที่ เพื่อนๆ รองเพลง คนที่เปนมอญ จะถือผาเดินรอบวงแลวแอบหยอนผา ไวขางหลังผูเลนคนใดคนหนึ่ง ๔.) ใครรูตัววามีผาอยูดานหลัง ก็จะวิ่งไลตีมอญ ๑ รอบ มอญตองวิ่งหนีกลับมานั่งที่เดิม แตถามอญโดนผา ก็ ตองกลับไปเปนผูวิ่งอีก ๑ รอบ มอญซอนผามีประโยชนตอตัวผูเลน ใหเปนผูมีไหวพริบ สังเกตเหตุการณที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว และ เปนคนคลองแคลว


๒๕ ๑๘.รีรีข้าวสาร รีรีขาวสาร เปนการละเลนไทยแบบดั้งเดิมที่นาจดจำ โดยผูเลนสองคนประสานมือไวเหนือศีรษะ คลองตัวผูเลนคนอื่น ๆ วิธีเลน ๑.)ตกลงกันวาใครจะเปนประตู ใช ๒ คน ใชสองมือจับกัน แลวยกโคงขึ้นเสมือนซุมประตูผูเลนที่เหลือเอามือ จับเอวเดินเปนแถวลอดประตู ๒.) ระหวางเดินลอด ประตูจะเปนผูรองเพลง “รีรีขาวสาร สองทะนานขาวเปลือก เลือกทองใบลาน เก็บเบี้ยใต ถุนราน คดขาวใสจาน พานเอาคนขางหลังไวใหดี”เมื่อถึงคำสุดทาย ซุมประตูก็จะลดมือลง คลองตัวผูเลนที่เดิน ผานมา ๓.) ผูเลนที่ถูกคลองตัวไว ผูจะถูกคัดออก หรืออาจจะถูกลงโทษดวยการใหรำหรือทำทาทางอะไรก็ไดก็จะถูก ลงโทษ หรือถูกใหมาเปนประตูแทน ประโยชนของการละเลนรีรีขาวสาร เพิ่มความสนุกสนาน เลนไดตั้งแตเด็กเล็ก ๆ ชวยใหเพลิดเพลิน จิตใจ แจมใส รูจักการทำงานเปนกลุมและมีไหวพริบ คนที่เปนหัวแถวตองพยายามเดินใหเร็ว พาเพื่อนใหรอดจาก การถูกกักตัวใหได


๒๖ ๑๙.ลิงชิงหลัก ลิงชิงหลัก เปนการละเลนไทยที่ใชตนไม หรือเสาใตถุนบาน เปนอุปกรณการเลน วิธีการเลน ๑.) กำหนดเสาหลัก นอยกวาจำนวนผูเลน 1 เสา เชน มีผูเลน 5 คน ก็กำหนดเสา 4 ตน ๒.) ผูเลนที่มีจำนวนเกินเสา ตองทำทาเปนลิง ๓.) ระหวางวิ่งเปลี่ยนหลัก ผูเลนแตละคนตองหาเสาเพื่อเกาะ คนที่เกินจำนวนเสาตองแบงมาเปนลิงถัดไป ลิงชิงหลัก มีประโยชนดานการฝกไหวพริบและการตัดสินใจ และฝกทักษะดานอารมณเมื่อไดเลน รวมกับเพื่อนๆ


๒๗ ๒๐.ลูกช่วง ในสมัยกอนผูหญิงจะทอผาและเย็บผาใชเอายามวางจะนำมาหอรวมกันขนาดเทากำปนและเย็บ แบบลูกฟุตบอล เมื่อถึงเทศกาลขึ้นปใหมก็จะนำออกมาโยนเลนกัน ผูหญิงจะนำลูกชวงมาใหฝายชายที่ตนเอง พอใจซึ่งไมใชญาติกัน นำมาโยนเลนกันไป-มา ประมาณ ๒-๓ ชั่วโมง และพูดคุยกันไปดวย เพื่อศึกษานิสัยใจคอ ของฝายชายหรืออาจเปนคูครองในอนาคต จะเลนกันเปนเวลา ๓-๑๐ วัน ตลอดชวงเวลาเทศกาล อุปกรณการเลน ลูกโยน ทำดวยผาผืนเชน ผาขาวมา นำมามวนพันชายขางหนึ่งแลวหอมัดดวยชายอีกขางหนึ่ง ตองมัดใหเหลือ ชายผาสำหรับจับโยน ๑ ลูก แบงผูเลนออกเปน ๒ ฝาย นิยมใหฝายหนึ่งเปนชายอีกฝายหนึ่งเปนหญิงจำนวนผูเลนฝายละ ประมาณ ๕-๑๐ คนขีดเสนกั้นแดนมิใหฝายใดฝายหนึ่งลวงขามแดนกัน วิธีการเลน ๑.ใชผาเช็ดหนาผืนใหญหรือเศษหญาแหงมาผูกปมเปนลูกชวง ๒.แบงผูเลนเปน ๒ ฝาย เทากัน ฝายใดฝายหนึ่งจะเปนผูเริ่มโยนลูกโยนกอนก็ได ถาฝายชาย เปนฝายเริ่ม ฝาย ชายก็จะโยนลูกโยนขามไปยังแดนฝายหญิง ๓.หากไมมีผูใดรับลูกโยนได ลูกโยนตกถึงพื้น ฝายหญิงจะหยิบลูกโยนขึ้นมาโยนกลับไปยังฝายชาย แตหากฝาย หญิงรับลูกโยนไดกอนตกถึงพื้น ก็จะขวางลูกโยนขามไปใหถูกตัวฝายชาย ๔.ถาขวางไปแลวไมถูกใคร และลูกโยนตกถึงพื้น ฝายชายจะหยิบลูกโยนขึ้นมาโยนกลับไปขางฝายหญิง สลับกันไปมา สภาพเปนเชลย หากผูเลนคนใดปลอยใหลูกโยนที่ฝายตรงขามรับไดและขวางกลับมาถูกสวนใดสวนหนึ่งของ รางกาย ผูเลนคนนั้นจะตกเปนเชลยของฝายตรงขาม ตองขามแดนไปยืนคอยรับลูกชวงในแดนฝายตรงขาม เชลยตองพยายามหลบหลีกจากการปองกันของฝายตรงขามเพื่อจะรับลูกโยนที่ฝายตนพยายามโยนมาให ขณะเดียวกัน ฝายเจาของเชลยก็ตองพยายามกันไมใหเชลยรับลูกโยนได การพนสภาพเชลย เมื่อเชลยรับลูกโยนที่โยนมาจากฝายของตนไดเมื่อใด ก็จะทำใหลูกโยนนั้นไปสัมผัสฝาย ตรงขาม จะโดยวิธีตี หรือขวางก็ได แตตองระวังไมใหลูกโยนสัมผัสพื้นกอนสัมผัสฝายตรงขาม มิฉะนั้นจะหมด


๒๘ สิทธิ์พนการเปนเชลยในคราวนั้น เมื่อลูกโยนสัมผัสรางกายผูใด ผูนั้นก็จะกลายเปนเชลยของอีกฝายหนึ่ง สลับกันไปมาและจะพนสภาพการเปนเชลยไดในกรณีเดียวกัน การสิ้นสุดการละเลน เมื่อฝายใดฝายหนึ่งตกเปนเชลยจนไมมีผูเลนเหลือในแดนของตนแลว ฝายนั้นจะเปน ฝายแพ และถูกปรับใหทำตามที่ฝายชนะตองการ


๒๙ ๒๑.วิ่งเปี้ยว วิ่งเปยว เปนการละเลนไทยเดิม ซึ่งมีทั้งความสนุกสนาน และ ชวยพัฒนาความแข็งแรงและวองไวของรางกาย เปนอีกทางเลือกหนึ่งในการใชเวลาวางใหเปนประโยชนทำเปนการเลนที่ดีอยางหนึ่ง เหมาะสำหรับเด็กวัย ประถมขึ้นไป โดยใชเสาปกหลัก กับ ผา ๒ ผืน (คนละสีกัน) เปนอุปกรณ มีวิธีการเลน ดังนี้ ๑.) แบงผูเลนออกเปน ๒ ทีมเทาๆ กัน อยางนอย ๔ คน ยืนตอแถวอยูหลังเสาหลัก ๑ เมตร ๒.) แตละฝายถือผาหรือไม ผูเลนคนแรก จะถือผา และวิ่งไปออมเสาหลักของอีกฝาย ๓.) เมื่อกรรมการใหสัญญาณเริ่มการแขงขัน ใหแตละฝายวิ่งไปทางดานขวาของตนเอง ระหวางวิ่งไปยังเสา หลักของอีกฝาย ตองพยายามใชผาไลตีผูเลนฝายตรงขามใหเร็วที่สุด ๔.) เมื่อวิ่งครบรอบหนึ่งคน ใหสงผาหรือไมใหคนตอไป คนที่เพิ่งวิ่งเสร็จไปตอหลังแถว และเวียนรอบไปเรื่อยๆ ๔.) เมื่อผูเลนฝายตรงขามสัมผัสผาที่ตีของอีกฝาย หรือผูเลนไมสามารถสงผาตอใหกับทีมตัวเอง ก็ถือวาแพ หยุดการแขงขัน การทำผิดกฎกติกา -วิ่งไมออมหลัก หรือ ลัดหลัก -วิ่งชน/เตะหลัก -ทำผา/ไมหลนพื้น -ไมสามารถสงไมใหคนตอไป/สงแลวตกพื้น ทักษะที่ไดรับการพัฒนา ทักษะที่ไดรับการพัฒนาจากการละเลนนี้คือ -ความคลองแคลว วองไว -ความสามัคคีในหมูคณะ -พัฒนารางกายใหแข็งแรง ไมปวย -รูจักวางแผนในการจัดคนวิ่ง และวิธีการวิ่ง -พัฒนาไหวพริบ -ความมีน้ำใจนักกีฬา


๓๐ ๒๒.เสือข้ามห้วย เสือขามหวย เปนการละเลนไทยที่ใชทาทางของเสือ มาเปนสวนหนึ่งของการละเลน มีวิธีการเลนดังนี้ ๑.) แบงผูเลนออกเปน ๒ ทีม ทีมหนึ่งเปนเสือ อีกทีมหนึ่งเปนผูทำทาเปนหวย ๒.) เสือกระโดดขามเพื่อนที่ทำทาเปนหวย ถาเสือในทีมคนใดกระโดดไมผาน จะตองกลายเปนหวยทั้งทีม กิจกรรมเสือขามหวยนี้เปนการละเลนที่ฝกความคิดสรางสรรค เมื่อเพื่อนๆ ออกแบบทาใหอีกทีมหนึ่งตอง กระโดดขาม เสือก็ตองมีรางกายที่แข็งแรงและรูจักสังเกตทาทางของเพื่อน เพื่อจะกระโดดขามใหพน


๓๑ ๒๓.หมาไล่ห่าน วิธีเลน ๑.เลือกผูเลนคนหนึ่งเปนหมาวิ่งไล ๒.เลือกอีกคนหนึ่งเปนหานวิ่งหนี ๓.ผูเลนนอกนั้นจับมือลอมกันเปนวงกลม เมื่อหานจวนตัวก็จะวิ่งลอดเขาไปในวงลอม ๔.ผูที่เลนเปนประตูตองพยายามกันไมใหหมาเขาไปในหรือนอกวงทันหาน กติกา มีอยูวาชวงใดที่ผูเลนเปนประตูพากันนั่งลง ถือเปนการปดประตู หากหานใดไลทันและ โดนจับไดก็ถือวาแพ


๓๒ ๒๔. หมากเก็บ หมากเก็บเปนอีหนึ่งการละเลนยอดนิยมของเด็กไทยในอดีต เปนการละเลนที่ฝกสมาธิ เกิดไหว พริบในการแกปญหา การเลนหมากเก็บนั้นจะแบงการเลนเปนหมากๆ ใครไดแตมสูงสุดจะเปนผูชนะ ปจจุบัน การละเลนหมากเก็บนั้นพบเห็นไดนอยมาก และเด็กรุนใหมอาจไมรูจักจำนวนผูเลน : จำนวนผูเลน ๒ – ๔ คน วิธีเลน : ๑.ใชกอนกรวด ลูกแกว ที่มีลักษณะกลม ๆ ๕ กอน เสี่ยงทายวาใครจะเลนกอน โดยวิธีขึ้นราน คือ ถือหมาก ทั้งหาเม็ดไวแลวโยนพลิกหงายหลังมือรับ แลวพลิกมือกลับรับอีกที ใครเหลือหินอยูในหินอยูในมือมากที่สุด คน นั้นเลนกอน มีทั้งหมด ๕ หมาก หมากที่ ๑ ทอดหมากใหหาง ๆ กัน เลือกลูกนำไว 1 เม็ด ควรใชเม็ดกรวดที่หางที่สุด โยนเม็ดนำ ขึ้น แลวเก็บทีละเม็ดพรอมกับรับลูกนำที่หลนลงมาใหได ถารับไมไดถือวา “ตาย” ขณะที่หยิบเม็ดที่ทอดนั้น ถา มือไปถูกเม็ดอื่นถือวา ตาย หมากที่ ๒ เก็บทีละ ๒ เม็ด หมากที่ ๓ เก็บทีละ ๓ เม็ด หมากที่ ๔ ใชโปะ ไมทอด คือ ถือหมากทั้งหมดไวในมือ โยนลูกนำขึ้นแลวโปะเม็ดที่เหลือลงพื้น แลวรวมทั้งหมดที่ถือไว “ขี้นราน” ไดกี่เม็ดเปนแตมของคนนั้น ถาขึ้นรานเม็ดหลนหมด ใชหลังมือ รับไมได ถือวา “ตาย” ไมไดแตม คนอื่นเลนตอไป ถาใครตายหมากไหนก็เริ่มตนหมากนั้น สวนมาก กำหนดแตม ๕๐-๑๐๐ แตม เมื่อแตมใกลจะครบ เวลาขึ้นรานตองคอยระวังไมใหเกินแตมที่กำหนด ถาเกิน ไปเทาไร หมายถึงวาตอง เริ่มตนใหมโดยไดแตมที่เกินไปนั้น วิธีเลนหมากเก็บนี้มีพลิกแพลงหลายอยาง เชน โยนลูกนำขึ้นเก็บทีละเม็ด เมื่อเก็บไดเม็ดหนึ่งก็โยน ขึ้นพรอมกับลูกนำ ๒ – ๓ – ๔ เม็ด ตามลำดับ หมาก ๒ – ๓ -๔ ก็เลนเหมือนกัน โยนขึ้นทั้งหมด เรียกวา “หมากพวง” ถาโยนลูกนำขึ้นเลนหมาก ๑- ๒ -๓ -๔ แตพลิกขางมือขึ้นรับลูกนำให เขาในมือระหวางนิ้ว โปงและนิ้วชี้ โดยทำเปนรูปวงกลมเตรียมไวเรียก “หมากจุบ” ถาใชมือซายปอง และเขี่ย


๓๓ หมากใหเขาใน มือนั้นทีละลูกในหมาก ๑ -๒ -๓ และ ๔ ตามลำดับ เรียกวา “อีกาเขารัง” ถาเขี่ยไมเขาจะตาย ถาใชนิ้ว กลางกับนิ้วหัวแมมือยันพื้น นิ้วอื่นปลอยทำเปนรูปซุมประตู เขี่ยหมากออกเรียกวา “อีกาออกรัง” ถา ใช นิ้วกลางกับนิ้วหัวแมมือ ขดเปนวงกลม นิ้วชี้ตรงนิ้ว นอกนั้นยันพื้นเปนรูปรูปู เรียกวา “รูปู” เมื่อจบ เกม การเลนแลวจะมีการกำทาย ผูชนะจะทายผูแพ วามีกี่เม็ด ถาทายผิดจะตองถูกเขกเขา กี่ทีตามที่ตนเอง ทายจน เหลือเม็ดสุดทาย คนทายจะถือเม็ดไวในมือ แลววนพรอมกับรองเพลงประกอบ เมื่อรองจบเอา มือหนึ่งกำไว งอขอศอกขึ้นตองบนมือที่กำอีกขางหนึ่ง


๓๔ อางอิงขอมูลจาก https://th.wikipedia.org/wiki/การละเล่นเด็กไทย https://th.wikipedia.org/wiki/ขี่ม้าก้านกล้วย https://th.wikipedia.org/wiki/กระต่ายขาเดียว https://namfon1998fon.wordpress.com/กาฟักไข่ https://www.thairath.co.th/lifestyle/culture/2238092 https://www.siamsporttalk.com/th/entertainment/menus-general/492-phongphang.html


Click to View FlipBook Version