The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประเพณีสงกรานต์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ประเพณีสงกรานต์

ประเพณีสงกรานต์

1

ประวตั ิ วันสงกรานต์ ประเพณไี ทย ปีใหม่ไทย

สงกรานต์เป็นคำสนั สกฤต หมายถึง "การเคล่อื นยา้ ย" ซ่งึ เปน็ การอุปมาถึงการเคลอ่ื นย้ายของการประทับในจกั รราศี คอื

การเคล่ือนข้นึ ปีใหมใ่ นความเชือ่ ของไทยและบางประเทศในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
สงกรานต์สืบทอดมาแต่โบราณคู่กับตรุษ จึงเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ หมายถึง ส่งท้ายปีเก่า

ตอ้ นรับปีใหม่ เดมิ วนั ทจี่ ัดเทศกาลกำหนดโดยการคำนวณทางดาราศาสตร์ แตป่ จั จุบนั ระบุแน่นอนวา่ ๑๓ ถงึ ๑๕ เมษายน
เมษายนของทุกปี และยังเป็นวันหยุดราชการอีกด้วย วันขึ้นปีใหม่ไทยเป็นวันเริ่มปีปฏิทินของไทยจนถึง พ.ศ. ๒๔๓๑
จากนน้ั วันท่ี ๑ เมษายน เปน็ วันขน้ึ ปใี หม่จนถงึ พ.ศ. ๒๔๘๓

ก่อนที่ประเทศไทยเรานั้นจะถือ “วันสงกรานต”์ เป็น “ปีใหม่ไทย” สมัยโบราณ คนไทยเราจะถือเอาวันขึ้น ๑
ค่ำ เดือนอ้าย เปน็ วันข้นึ ปใี หม่ค่ะ เพราะถอื ว่าฤดูหนาว เปน็ การเรมิ่ ต้นปี โดยจะอย่ใู นช่วงเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม

สงกรานต์ ยังเป็น วัฒนธรรมร่วม ของทั้งประเทศไทย กัมพูชา ลาว เมียนมา ชนกลุ่มน้อยชาวไทในเวียดนาม
มณฑลยูนนานของจีน ศรีลังกา และทางตะวันออกของประเทศอินเดียค่ะ โดยมีการสันนิษฐานว่า เป็นประเพณีที่ได้รับ
อทิ ธิพลมาจาก เทศกาลโฮลี ของประเทศอนิ เดียนั่นเอง ซ่งึ ปกติแลว้ เทศกาลโฮลี จะจดั ข้นึ ทกุ ปใี นช่วงเดือนมีนาคม โดยจะ
สาดผงสใี ส่กันอย่างสนกุ สนาน

ตั้งแต่สมยั กรุงสุโขทยั ไดม้ ีการเปลี่ยนแปลงไปตามคติพราหมณ์ วันปใี หมไ่ ทยจึงเป็น วันข้ึน ๑ คำ่ เดือน ๕ หรือ
ประมาณเดอื นเมษายน ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๓๒ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้เปลี่ยนวันข้นึ ปใี หมเ่ ปน็ วนั ท่ี ๑ เมษายน

2
จนมาถงึ จอมพล ป.พบิ ลู สงคราม ในปี พ.ศ.๒๔๘๓ ได้ประกาศให้วันท่ี ๑ มกราคม เปน็ วนั ขึ้นปใี หม่จนปัจจุบัน
ซึ่งเป็นการนับแบบสากล แต่อย่างไรก็ตาม คนไทยในหลายภูมิภาค ก็ยังยึดถือเอาวันสงกรานต์เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองปี
ใหม่อยมู่ าจนถึงปัจจบุ นั นี้ค่ะ และตอ่ มาก็มกี ารกำหนดให้วนั สงกรานตต์ รงกบั วนั ท่ี ๑๓ เมษายนน่ันเอง

โดยคนไทยในแต่ละภาค จะเรยี กวันสงกรานต์ต่างๆ กันออกไปตามน้ี
ภาคกลาง

วันท่ี ๑๓ เมษายน เรียกว่า วันมหาสงกรานต์
วันที่ ๑๔ เมษายน เรียกวา่ วันเนา
วนั ที่ ๑๕ เมษายน เรยี กว่า วันเถลิงศก คือ วนั เริม่ จุลศักราชใหม่
ภาคเหนือ ล้านนา
วนั ที่ ๑๓ เมษายน เรยี กว่า วนั สงั ขารล่อง หมายถึงอายุส้ินไปอกี ปี
วนั ที่ ๑๔ เมษายน เรียกวา่ “วนั เนา่ ” เปน็ วันห้ามพูดจาหยาบคาย เพราะเชอ่ื วา่ จะทำให้ไมเ่ จริญ
วันที่ ๑๕ เมษายน เรยี กวา่ วันพญาวนั คือ วันเปลี่ยนศกใหม่

3

ภาคใต้

วนั ท่ี ๑๓ เมษายน เรยี กว่า วนั เจ้าเมืองเก่า หรือ วันส่งเจ้าเมืองเก่า เพราะมีความเชื่อว่าเทวดารักษาบ้านเมือง
กลับไปชุมนุมกนั บนสวรรค์

วนั ท่ี ๑๔ เมษายน เรยี กว่า วนั ว่าง คือวนั ทีป่ ราศจากเทวดาทร่ี กั ษาเมอื ง โดยทุกคนจะไปทำบญุ ทว่ี ดั

วันที่ ๑๕ เมษายน เรียกว่า วันรับเจ้าเมืองใหม่ คือวันรับเทวดาองค์ใหม่ที่ได้รับมอบหมายให้มาดูแลเมืองแทน
องคเ์ ดิม

พธิ สี งกรานต์ การรดนำ้ ดำหัว

ประเพณีสงกรานต์ดัง้ เดิม จะมีพิธสี งกรานตท์ ี่ปฏิบตั กิ ันในครอบครัวคะ่ โดยจะมกี ารใชน้ ำ้ เป็นองค์ประกอบหลัก
ในพิธี เนือ่ งจาก การคำนวณทางดาราศาสตรท์ ี่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสรู่ าศีเมษ ซึง่ เป็นช่วงฤดรู ้อน จึงใชน้ ้ำมารดให้แก่กัน
เพ่อื ความสดช่ืนในหน้ารอ้ นนน่ั เอง โดยหลักๆ แลว้ จะมพี ิธสี งกรานต์ คือ

การทำบุญตักบาตร ถือว่าเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลให้ตัวเอง และ อุทิศส่วนกุศลนั้นแก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว การ
ทำบุญแบบนี้มกั จะเตรียมไว้ล่วงหนา้ นำอาหารไปตกั บาตรถวายพระภกิ ษุทศี่ าลาวัด ซงึ่ จดั เป็นท่รี วมสำหรับทำบุญ ในวนั นี้
หลังจากทีไ่ ดท้ ำบญุ เสรจ็ แลว้ กจ็ ะมีการก่อพระทรายอันเป็นประเพณีด้วย

การรดนำ้ เป็นการอวยพรปใี หม่ใหก้ นั และกัน นำ้ ทีร่ ดมักใชน้ ้ำหอมเจือด้วยนำ้ ธรรมดา

การสรงน้ำพระจะรดน้ำพระพุทธรปู ท่บี ้านและทว่ี ดั และบางที่จัด สรงน้ำพระสงฆ์ ด้วย

บังสกุ ุลอฐั ิ กระดกู ญาตผิ ใู้ หญท่ ี่ตายแล้ว มกั ก่อเป็นเจดีย์ แล้วนมิ นตพ์ ระไปบังสกุ ุล

การรดน้ำผู้ใหญ่ คือการไปอวยพรให้ผู้ใหญ่ท่ีเคารพนับถือ ครูบาอาจารย์ ทา่ นผู้ใหญ่มักจะน่ังลงแล้วผู้ท่ีรดก็จะ
เอาน้ำหอมเจอื กับน้ำรดท่ีมือทา่ น ท่านจะให้ศีลให้พรผูท้ ีไ่ ปรด ถ้าเป็นพระก็จะนำผ้าสบงไปถวายให้ท่านผลดั เปล่ียนดว้ ย
หากเปน็ ฆราวาสก็จะหาผา้ ถุง ผ้าขาวมา้ ไปให้

การดำหัว จุดประสงค์คล้ายกับการรดน้ำทางภาคกลาง พบเห็นได้ทางภาคเหนือ การดำหัวทำเพื่อแสดงเรา
เคารพนบั ถอื ต่อพระ, ผสู้ ูงอายุ คือการขอขมาในส่ิงที่ได้ลว่ งเกินไปแลว้ หรือ การขอพรปีใหม่จากผู้ใหญ่ ของที่ใช้ในการดำ
หวั ส่วนมากมอี าภรณ์ มะพร้าว กล้วย ส้มปอ่ ยเทยี นและดอกไม้

การกอ่ เจดยี ์ทราย เปน็ การนำทรายมากอ่ เป็นรปู ร่างคล้ายเจดยี ์ และประดับด้วยดอกไมต้ ่างๆ

การปลอ่ ยนกปลอ่ ยปลา ถือเป็นการล้างบาปท่ีทำไว้ เป็นการสะเดาะเคราะห์ร้ายใหม้ ีแตค่ วามสุขความสบายใน
วันข้ึนปใี หม่

4

การนำทรายเข้าวัด ทางภาคเหนือนิยมขนทรายเข้าวัดเพื่อเป็นนิมิตโชคลาภ ให้มีความสุขความเจริญ เงินทอง
ไหลมาเทมาดจุ ทรายทขี่ นเข้าวัด แต่กม็ ีบางที่ เชือ่ วา่ ตลอดปี การนำทรายทตี่ ิดเทา้ ออกวัด เปน็ บาป จึงขนทรายเข้าวัดเพ่ือ
ไม่ให้เปน็ บาป

สงกรานตใ์ นแต่ละท้องที่

สงกรานตท์ ี่ย่ิงใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงมากที่สุดในสายตาชาวโลกคอื สงกรานต์ในประเทศไทย จึงทำให้เทศกาล
สงกรานต์ของไทยตดิ อนั ดบั เทศกาลทม่ี สี สี ันทีส่ ดุ ๑ ใน ๕ ของเอเชยี

สว่ นในตา่ งประเทศ ชาวไต หรือชาวไท ในสบิ สองปนั นา โดยเฉพาะเมืองจิ่งหง หรอื เมอื งเชียงรุ่ง จะจัดงานสาด
นำ้ สงกรานต์ ในวนั ท่ี ๑๓-๑๕ เมษายน เรียกวา่ งานเทศกาลพัวสุย่ เจย๋ี

รูปแบบการจดั สงกรานต์ท่ัวไป

สงกรานต์ภาคเหนือ (สงกรานต์ล้านนา) หรือ "ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง" อันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เริ่มตั้งแต่ "วัน
สงั ขารล่อง" (๑๓ เม.ย.) ทม่ี กี ารทำความสะอาดบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล "วันเนา" หรอื "วนั เน่า" (๑๔ เม.ย.) วันที่ห้าม
ใครด่าทอว่ารา้ ยเพราะจะทำให้โชครา้ ยไปตลอดทั้งปี "วันพญาวัน" หรือ "วันเถลิงศก" (๑๕ เม.ย.) วันนี้ชาวบา้ นจะตื่นแต่
เช้าทำบุญตักบาตรเข้าวดั ฟังธรรม ก่อนจะไปรดน้ำดำหวั ขอขมาญาติผ้ใู หญใ่ นชว่ งบ่าย "วันปากป"ี (๑๖ เม.ย.) ชาวบ้านจะ
พากันไปรดน้ำเจ้าอาวาสตามวัดต่างๆเพื่อขอขมาคารวะ "วันปากเดือน" (๑๗ เม.ย.) เป็นวันที่ชาวบ้านส่งเคราะห์ต่างๆ
ออกไปจากตัวเพื่อปดิ ฉากประเพณีสงกรานต์ล้านนา และ "วันปากวัน" (๑๘ เม.ย.)

สงกรานต์ภาคอีสาน นิยมจัดกันอย่างเรียบง่าย แต่ว่ามากไปด้วยความอบอุ่น โดยคนอีสานจะเรียกประเพณี
สงกรานต์ว่า "บุญเดือนห้า" หรือ"ตรุษสงกรานต์" บางพื้นที่จะเรียกว่า “เนา” และจะถือฤกษ์ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕
เวลาบา่ ย ๓ โมง เปน็ เวลาเร่มิ งานโดยพระสงฆจ์ ะตกี ลองโฮมเปดิ ศักราช จากนั้นญาตโิ ยมจะจดั เตรียมน้ำอบหาบไปรวมกัน
ทศี่ าลาวดั เพื่อสรงนำ้ พระพทุ ธรปู แล้วต่อดว้ ยการรดนำ้ ดำหวั ปู่ ยา่ ตา ยาย และญาติผใู้ หญ่ เพ่อื ขอขมาลาโทษจากน้ันก็
จะเป็นการเลน่ สาดนำ้ สงกรานตก์ ันอย่างสนุกสนาน

สงกรานต์ภาคใต้ ตามความเชื่อของประเพณีสงกรานตแ์ บบดัง้ เดมิ ทภี่ าคใต้แล้ว สงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งการ
ผลดั เปลี่ยนเทวดาผรู้ ักษาดวงชะตาบา้ นเมือง พวกเขาจึงถอื เอาวนั แรกของสงกรานต์ (๑๓ เม.ย.) เปน็ "วันสง่ เจา้ เมืองเก่า"
โดยจะทำพิธีสะเดาะเคราะห์สิ่งไม่ดีออกไป ส่วน "วันว่าง" (๑๔ เม.ย.) ชาวนครจะไปทำบุญตักบาตรที่วัด และสรงน้ำ
พระพุทธรูป และวันสุดท้ายเป็น "วันรับเจ้าเมืองใหม่" (๑๕ เม.ย.) จะทำพิธีต้อนรับเทวดาองค์ใหม่ด้วยการแต่งองค์
ทรงเคร่ืองอย่างสวยงามสง่ ท้ายสงกรานตป์ ระเพณีสงกรานต์

5
สงกรานตภ์ าคกลาง เรม่ิ ข้นึ ในวนั ที่ ๑๓ เมษายน เป็นวนั มหาสงกรานต์ วันที่ ๑๔ เมษายน เป็น "วนั กลาง" หรือ
"วันเนา" และวันที่ ๑๕ เมษายน เป็นวันวันเถลิงศก ทั้ง ๓ วันประชาชนจะประกอบพิธีทางศาสนา มีการทำบุญตักบาตร
ปล่อยนกปล่อยปลา การกรวดน้ำอุทิศส่วนกศุ ลใหแ้ ก่ญาติผูล้ ่วงลบั การสรงน้ำพระ การขนทรายเข้าวัดก่อพระเจดีย์ทราย

ตามจารึกทีว่ ดั พระเชตุพนวิมลมังคลารามกล่าวตามพระบาลีฝ่ายรามัญว่า ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีคน

หนึง่ รวยทรพั ย์แตอ่ าภพั บุตร ต้ังบ้านอยู่ใกล้กับนกั เลงสรุ าท่มี ีบตุ รสองคน วนั หนง่ึ นกั เลงสรุ าต่อวา่ เศรษฐีจนกระท่ังเศรษฐี
นอ้ ยใจ จึงไดบ้ วงสรวงพระอาทิตย์ พระจนั ทร์ ตัง้ จติ อธิษฐานอยู่กว่าสามปี ก็ไร้ว่แี ววทจี่ ะมีบุตร อยู่มาวันหนึ่งพอถึงช่วงที่
พระอาทิตย์ยกข้นึ สู่ราศีเมษ เศรษฐีไดพ้ าบริวารไปยังตน้ ไทรริมน้ำ พอถึงกไ็ ด้เอาขา้ วสารลงล้างในน้ำเจ็ดคร้ัง แล้วหุงบูชา
อธิษฐานขอบุตรกับรุกขเทวดาในตน้ ไทรน้นั รกุ ขเทวดาเหน็ ใจเศรษฐี จึงเหาะไปเฝ้าพระอนิ ทร์ ไมช่ า้ พระอินทร์ก็มีเมตตา
ประทานให้เทพบุตรองค์หนึ่งนาม "ธรรมบาล" ลงไปปฏิสนธิในครรภ์ภรรยาเศรษฐี ไม่ช้าก็คลอดออกมา เศรษฐีตั้งชื่อให้
กุมารน้อยนว้ี ่า ธรรมบาลกุมาร และไดป้ ลกู ปราสาทไว้ใตต้ น้ ไทรให้กมุ ารนอ้ี ยอู่ าศยั

ต่อมาเมื่อธรรมบาลกุมารโตขึ้น ก็ได้เรียนรู้ซึ่งภาษานก และเรียนไตรเภทจบเมื่ออายุได้เจ็ดขวบ เขาได้เป็น
อาจารย์บอกมงคลตา่ ง ๆ แก่คนทั้งหลาย อยู่มาวันหน่ึง ท้าวกบิลพรหม ได้ลงมาถามปัญหากับธรรมบาลกุมาร ๓ ข้อ ถ้า
ธรรมบาลกุมารตอบได้ก็จะตัดเศียรบูชา แต่ถ้าตอบไม่ได้จะตัดศีรษะธรรมบาลกุมารเสีย ท้าวกบิลพรหมถามธรรมบาล

6

กุมารวา่ ตอนเช้าศรอี ยูท่ ไ่ี หน ตอนเท่ยี งศรอี ยู่ทไี่ หน และตอนค่ำศรอี ยทู่ ่ีไหน ทันใดน้ันธรรมบาลกุมารจงึ ขอผัดผ่อนกับท้าว
กบิลพรหมเป็นเวลา ๗ วนั

ทางธรรมบาลกุมารก็พยายามคิดคน้ หาคำตอบ ล่วงเขา้ วันที่ ๖ ธรรมบาลกมุ ารก็ลงจากปราสาทมานอนอยู่ใต้ต้น
ตาล เขาคิดวา่ ขอตายในทล่ี ับยงั ดีกว่าไปตายด้วยอาญาท้าวกบิลพรหม บังเอญิ บนตน้ ไม้มนี กอินทรี ๒ ตัวผัวเมียเกาะทำรัง
อยู่ นางนกอินทรีถามสามีว่า พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารแห่งใด สามีตอบนางนกว่า เราจะไปกินศพธรรมบาลกุมาร ซึ่งท้าว
กบลิ พรหมจะฆ่าเสยี ดว้ ยแกป้ ญั หาไมไ่ ด้ นางนกจึงถามว่า คำถามทท่ี ้าวกบลิ พรหมถามคืออะไร สามกี ็เลา่ ใหฟ้ ัง ซงึ่ นางนก
กไ็ มส่ ามารถตอบได้ สามจี ึงเฉลยวา่ ตอนเชา้ ศรีจะอยทู่ ี่หนา้ คนจงึ ต้องลา้ งหน้าทุก ๆ เช้า ตอนเทยี่ ง ศรจี ะอยทู่ ี่อก คนจึง
เอาเครื่องหอมประพรมท่อี ก สว่ นตอนเย็น ศรีจะอยทู่ ีเ่ ท้า คนจงึ ต้องล้างเท้าก่อนเขา้ นอน ธรรมบาลกุมารก็ได้ทราบเรื่องที่
นกอนิ ทรคี ุยกนั ตลอด จงึ จดจำไว้

ครนั้ รงุ่ ข้ึน ทา้ วกบลิ พรหมกม็ าตามสญั ญาที่ใหไ้ วท้ ุกประการ ธรรมบาลกมุ ารจงึ นำคำตอบที่ได้ยินจากนกไปตอบ
กับทา้ วกบลิ พรหม ท้าวกบลิ พรหมจงึ ตรสั เรียกธิดาทงั้ เจด็ อันเป็นบาทบาจารกิ าพระอินทรม์ าประชมุ พรอ้ มกนั แล้วบอกว่า
เราจะตัดเศยี รบูชาธรรมบาลกมุ าร ถ้าจะตง้ั ไว้ยงั แผ่นดิน ไฟก็จะไหมโ้ ลก ถ้าจะโยนขึน้ ไปบนอากาศ ฝนก็จะแล้ง ถ้าจะทิ้ง
ในมหาสมุทร น้ำก็จะแห้ง จึงให้ธิดาทั้งเจ็ดนำพานมารองรับ แล้วก็ตัดเศียรให้นางทุงษะ ผู้เป็นธิดาองค์โต จากนั้นนาง
ทุงษะกอ็ ญั เชิญพระเศยี รทา้ วกบิลพรหมเวียนขวารอบเขาพระสุเมรุ ๖๐ นาที แล้วเกบ็ รักษาไวใ้ นถำ้ คนั ธลุ ี ในเขาไกรลาศ

จากนั้นมาทุก ๆ ๑ ปี ธดิ าของทา้ วกบิลพรหมทง้ั ๗ ก็จะผลดั เปลย่ี นหมุนเวียนมาทำหน้าทอ่ี ัญเชญิ พระเศียรท้าว
กบิลพรหมแหไ่ ปรอบเขาพระสเุ มรุ เป็นเวลา ๖๐ นาที แล้วประดิษฐานตามเดิม ในแต่ละปีนางสงกรานตแ์ ต่ละนางจะทำ
หนา้ ท่ผี ลดั เปล่ียนกนั ตามวันมหาสงกรานต์ ดังน้ี

๑.ถา้ วันอาทิตย์เป็นวนั มหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม ทุงษะเทวี ทรงพาหุรดั ทดั ดอกทับทมิ อาภรณ์แกว้ ปัทม
ราช ภักษาหารอทุ มุ พร (ผลมะเดอ่ื ) พระหัตถข์ วาทรงจักร พระหัตถซ์ ้ายทรงสังข์ เสดจ็ มาบนหลงั ครุฑ

7
๒. ถา้ วนั จนั ทรเ์ ปน็ วันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม โคราคะเทวี ทรงพาหรุ ดั ทัดดอกปบี อาภรณ์แก้วมกุ ดา
ภกั ษาหารเตลัง (น้ำมัน) พระหตั ถข์ วาทรงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงไมเ้ ท้า เสด็จมาบนหลังพยัคฆ์ (เสือ)

๓. ถ้าวันองั คารเปน็ วันมหาสงกรานต์ นางสงกรานตน์ าม รากษสเทวี ทรงพาหรุ ดั ทดั ดอกบวั หลวง อาภรณ์แก้ว
โมรา ภักษาหารโลหิต พระหัตถ์ขวาทรงตรศี ูล พระหัตถซ์ า้ ยทรงธนู เสดจ็ มาบนหลงั วราหะ (หม)ู

8
๔. ถา้ วันพุธเป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานตน์ าม มณฑาเทวี ทรงพาหรุ ดั ทดั ดอกจำปา อาภรณ์แก้วไพฑรู ย์
ภกั ษาหารนมเนย พระหตั ถ์ขวาทรงเข็ม พระหัตถซ์ า้ ยทรงไมเ้ ท้า เสด็จมาบนหลังคัทรภะ (ลา)

๕. ถา้ วันพฤหสั บดีเป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม กริ ิณเี ทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกมณฑา อาภรณแ์ ก้ว
มรกต ภกั ษาหารถั่วงา พระหตั ถ์ขวาทรงขอชา้ ง พระหตั ถ์ซา้ ยทรงปืน เสด็จมาบนหลงั คชสาร (ชา้ ง)

9
๖. ถา้ วนั ศุกร์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานตน์ าม กมิ ทิ าเทวี ทรงพาหรุ ัดทัดดอกจงกลนี อาภรณ์แก้ว
บุษราคมั ภกั ษาหารกล้วยนำ้ พระหตั ถข์ วาทรงขรรค์ พระหตั ถ์ซ้ายทรงพณิ เสด็จมาบนหลงั มหงิ สา (ควาย)

๗. ถา้ วันเสารเ์ ปน็ วนั มหาสงกรานต์ นางสงกรานตน์ าม มโหธรเทวี ทรงพาหรุ ัดทดั ดอกสามหาว อาภรณแ์ กว้
นิลรัตน์ ภกั ษาหารเนือ้ ทราย พระหตั ถ์ขวาทรงจักร พระหตั ถซ์ า้ ยทรงตรศี ูล เสด็จมาบนหลังมยุรา (นกยูง)

10

ส่วนอริ ยิ าบถทนี่ างสงกรานตข์ ่ีพาหนะมา อันเปน็ การบอกช่วงเวลาว่า พระอาทิตยเ์ คล่ือนสู่ราศีเมษเวลาใดของ
วันมหาสงกรานต์ จะมดี ว้ ยกัน ๔ ท่า โดยมีความหมาย ดังนี้

๑. ถ้ายืนมาบนพาหนะ หมายถงึ พระอาทติ ย์ยกส่รู าศเี มษในระหวา่ งเวลารุง่ เชา้ จนถึงเทีย่ ง

๒.ถ้านงั่ มาบนพาหนะหมายถึงช่วงเท่ียงจนถึงคำ่

๓.ถา้ นอนลมื ตามาบนพาหนะ หมายถึงช่วงค่ำไปจนถึงเท่ยี งคนื

๔.ถา้ นอนหลบั ตามาบนพาหนะ หมายถงึ เที่ยงคนื ไปจนถึงรุ่งเช้า

ความเชอ่ื คำทำนายโบราณเกย่ี วกับนางสงกรานต์และวันสงกรานต์ จาก หนงั สอื ตรุษสงกรานต์ของ อาจารยส์ มบัติ พลาย
น้อย ได้มกี ารกลา่ วถงึ ความเช่ือที่เกี่ยวเนอื่ งนางสงกรานต์ วันมหาสงกรานต์ วนั เนา และวนั เถลงิ ศกไวอ้ ยา่ งน่าสนใจหลาย
ประการ ได้แก่

ความเช่ือเกยี่ วกบั อริ ิยาบถของนางสงกรานต์ เชอ่ื วา่

๑.ถ้านางสงกรานต์ ยนื มา จะเกิดความเดือดรอ้ นเจบ็ ไข้

๒.ถา้ นางสงกรานต์ นั่งมา จะเกิดความเจ็บไข้ ผูค้ นล้มตายและเกดิ เหตุเภทภัยต่างๆ

๓.ถ้านางสงกรานตน์ อนลมื ตา ประชาชนจะอยูเ่ ย็นเป็นสุข

๔.ถา้ นางสงกรานต์นอนหลับตาพระมหากษัตรยิ จ์ ะเจรญิ รงุ่ เรืองดี

สว่ นคำทำนายเก่ยี วกับวนั มหาสงกรานต์ วันเนา และวนั เถลงิ ศก กม็ วี ่า

๑.ถ้าวันอาทิตย์ เป็น วนั มหาสงกรานต์ ปีนั้นพชื พนั ธุธ์ ญั ญาหารไม่สู้จะงอกงามนัก ถา้ วันอาทติ ย์เปน็ วนั เนา ข้าว
จะตายฝอย คนต่างดา้ วจะเขา้ เมอื งมาก ท้าวพระยาจะรอ้ นใจ ถ้าวนั อาทติ ยเ์ ป็นวนั เถลงิ ศก พระมหากษตั ริย์จะมีพระบรม
เดชานุภาพ ปราบศตั รไู ด้ทวั่ ทุกทศิ

๒.ถ้าวันจันทร์ เป็นวันมหาสงกรานต์ ขา้ ราชการชั้นผู้ใหญ่ ตลอดจนคุณหญงิ คณุ นายทงั้ หลายจะเรืองอำนาจ ถา้
วันจนั ทรเ์ ปน็ วนั เนา มกั เกิดความไข้ต่างๆ และเกลอื จะแพง นางพญาจะรอ้ นใจ ถ้าวันจนั ทรเ์ ป็นวันเถลิงศก พระราชนิ ีและ
ท้าวนางฝา่ ยในจะมีความสุขสำราญ

๓.ถ้าวันองั คารเปน็ วันมหาสงกรานต์ โจรผูร้ ้ายจะชุกชุม จะเกดิ การเจ็บไข้รา้ ยแรง แต่ถ้าวันองั คารเปน็ วันเนา ผล
หมากรากไม้จะแพง ถ้าวนั อังคารเป็นวันเถลงิ ศก ข้าราชการทกุ หม่เู หลา่ จะมคี วามสุข มีชยั ชนะแก่ศตั รูหมู่พาล

๔.ถ้าวันพธุ เป็นวันมหาสงกรานต์ ข้า ราชการชั้นผู้ใหญจ่ ะได้รบั การยกย่องจากต่างประเทศ ถ้าวนั พุธเป็นวันเนา
ขา้ วปลาอาหารจะแพง แม่หมา้ ยจะพลัดที่อยู่ ถา้ วันพธุ เป็นวนั เถลงิ ศก บรรดานักปราชญ์ราชบณั ฑิตจะมคี วามสขุ สำราญ

11

๕.ถ้าวนั พฤหสั บดี เป็นวนั มหาสงกรานต์ ผนู้ ้อยจะแพ้ผู้เป็นใหญ่ และเจา้ นาย ถ้าวันพฤหสั บดีเป็นวันเนา ผลไม้
จะแพง ราชตระกลู จะมีความรอ้ นใจ ถา้ วันพฤหสั บดเี ปน็ วนั เถลิงศก สมณชพี ราหมณจ์ ะปฏิบัติกรณยี กจิ อันดงี าม

๖.ถ้าวันศุกร์ เป็นวันมหาสงกรานต์ พืชพันธุ์ธญั ญาหารจะอุดมสมบูรณ์ ฝนชุก พายุพัดแรง ผู้คนจะเป็นโรคตา
และเจ็บไข้กันมาก ถ้าวันศุกร์เป็นวันเนา พริกจะแพง แร้งกาจะเป็นโรค สัตว์ป่าจะเป็นอันตราย แม่หม้ายจะมีลาภ ถ้าวนั
ศุกร์เปน็ วนั เถลิงศก พ่อค้าคหบดีจะทำมาคา้ ขน้ึ มผี ลกำไรมาก

๗.ถา้ วนั เสาร์ เป็นวันมหาสงกรานต์ โจรผรู้ า้ ยจะชุกชุม จะเกดิ การเจบ็ ไขร้ ้ายแรง ถา้ วันเสารเ์ ปน็ วนั เนา ขา้ วปลา
จะแพง ขา้ วจะไดน้ อ้ ย ผลไม้จะแพง นำ้ นอ้ ย จะเกดิ เพลงิ กลางเมือง ขุนนางจะต้องโทษ ถา้ วันเสารเ์ ป็นวันเถลงิ ศก บรรดา
ทหารท้งั ปวงจะมีชยั ชนะแกข่ า้ ศกึ ศตั รู

นอกจากนีย้ ังมีคำพยากรณอ์ ันเปน็ ความเช่ือทางล้านนาอีกตำราว่า

ถ้าวันมหาสงกรานต์ตรงกับวนั อาทิตย์ นางสงกรานต์ชื่อนางแพงศรี ปี นั้นข้าวจักแพงมากนัก คนทั้งหลายจัก
เป็นพยาธิ(เปน็ โรค) ข้าศึกจักเกิดมกี บั บา้ นเมือง หนอนแมลงจักลงกนิ พืชไร่ข้าวนา ฝนตกบ่ทั่วเมือง คนมั่งมีเศรษฐีจกั ฉิบ
หาย คนเกดิ วันพุธมีเคราะห์ คนเกดิ วันเสาร์มโี ชคลาภ

ถ้ามหาสงกรานต์ตรงกบั วันจันทร์ นางสงกรานต์ชื่อ มโนรา ปี นั้นงูจักเกิดมีมาก คนทั้งหลายจักเกิดเป็นพยาธิ
มากนัก ฝนหัวปีดี หางปีบ่พอดี ขา้ วกล้าลางทดี่ ี ลางทกี่ ็บ่ดี คนเกิดวนั องั คารมีเคราะห์ คนเกิดวนั พุธมโี ชค

หากตรงกบั วนั อังคาร นางสงกรานต์ชอ่ื รากษสเทวี ปี นน้ั ฝนหวั ปีดี กลางปีไม่ดี ปลายปีดีมาก ขา้ วไร่ข้าวนาจัก
เสยี ลูกไม้บ่มหี นว่ ยหลาย(ได้ผลน้อย) บ้านเมอื งจักเกดิ กลียุค แมลงมปี กี จักทำร้ายพชื ผกั ขา้ วกลา้ มากนกั คนเกดิ วนั อาทิตย์
มเี คราะห์ เกิดวนั พฤหสั บดมี ีโชค

หากตรงกับวนั พธุ นางสงกรานตช์ ือ่ มนั ทะหรอื มณฑา ปนี ัน้ ฝนตกบท่ วั่ เมือง หวั ปีมีมาก กลางปีน้อย ข้าวในนา
จะไดค้ ร่ึงเสียครึง่ ของบรโิ ภคจะแพง ขนุ นางขนุ เมืองจะตกต่ำ คนเกิดวนั ศุกร์มเี คราะห์ คนเกิดจนั ทรแ์ ละวนั เสาร์มีโชค

ถา้ ตรงกับวนั พฤหสั บดี นางสงกรานต์ชือ่ นางกัญญาเทพ ปี นน้ั ฝนตกเสมอต้นเสมอปลายชอบตามฤดกู าล ผ้เู ปน็
เจา้ เป็นใหญจ่ ักมีอันตราย ชา้ งม้าวัวควายจกั ตายมากนัก ไพร่ราษฎรจักอย่ดู ีมสี ุข ขนุ ใหญ่ ปุโรหิต พระสงฆ์จักเป็นทกุ ข์ คน
เกดิ วันศกุ ร์มีเคราะห์ คนเกดิ วันอาทติ ย์มีโชค

ถ้าตรงกบั วันศกุ ร์ นางสงกรานตช์ ่อื ริญโท ปนี ้ัน ฝนตกหัวปีดี กลางปีบ่มีหลาย เพลีย้ บ้งุ จักกดั กนิ ทำร้ายข้าวนา
พืชไร่ อันตรายจักเกดิ มแี ก่สมณพราหมณ์ สตั วน์ ้ำจะแพง พืชผักจะถูก คนเกดิ วนั พธุ จกั มีเคราะห์ คนเกดิ วันพฤหสั บดมี ีโชค

หากตรงกับวนั เสาร์ นางสงกรานต์ชอ่ื สามาเทวี ปีนน้ั ฝนแลง้ แมลงต่างๆจกั ทำรา้ ยพืชไร่มากนัก ไฟจักไหม้บ้าน
ไหมเ้ มอื ง เกิดอัคคภี ยั ใหญ่ ขา้ วยากหมากแพง คนเกิดวนั จนั ทร์มีเคราะห์ คนเกดิ วันศุกร์มโี ชค

12

พระยาอนุมานราชธนได้พูดถึงชือ่ นางสงกรานต์ข้างต้นว่า บางตำราก็มีคลาดเคลื่อนต่างกันไปบ้างบางชื่อ เช่น
นางกิมิทาประจำวันศุกร์ บางแห่งเป็นนางมิศระ และว่าชื่อของนางเทพธิดาทั้ง ๗ บางชื่อแปลแล้วก็ไม่น่าฟัง เช่น นาง
รากษส แปลว่า นางยักษร์ ้าย นางกริ ิณี แปลว่า นางชา้ ง นางมโหทร แปลวา่ นางมพี ุงโต เปน็ ตน้ ท้ังนี้ เหตุใดนางฟ้าจึงมชี ื่อ
เช่นนี้ก็ไม่ทราบแน่ชัด และบางชื่อท่านก็แปลไม่ออก อย่างไรก็ดี แม้นางสงกรานตบ์ างนางจะมชี ื่อเปน็ ยักษ์เป็นมาร แต่
ภาพวาดแต่ละนางก็มกั มีรปู ร่างอรชรอ้อนแอน้ และหน้าตาสวยงามตามลักษณะนางฟ้าไม่ได้วาดรูปเป็นนางยักษ์อย่างช่ือ
ทนี่ ่าสังเกตคือ นางทั้งเจด็ เป็นธดิ าท้าวกบลิ พรหม อยู่บนสวรรคช์ ้ันจาตุมหาราชกิ าทอ่ี ยชู่ ั้นต่ำสดุ

แต่บดิ าคือท้าวกบิลพรหม ตามชอื่ ก็นา่ จะอยบู่ นสวรรค์ชัน้ พรหมโลกทอี่ ยู่เหนือสวรรคข์ องเทวดาไปอีกหลายช้ัน
และเม่อื ขึ้นช่ือวา่ พรหม ยอ่ มประพฤติพรหมจรรย์ ไมน่ ่าจะมีเมยี ได้ แต่ไฉนถงึ ไดม้ ลี กู สาวถงึ 7 คน และยังส่งไปอยู่สวรรค์
ชน้ั ตำ่ สุดก็ไม่ทราบได้ ดังนน้ั ท้าวกบลิ พรหม ในตำนานจงึ อาจจะไม่ใช่พรหมอย่างท่ีเขา้ ใจ อาจจะเปน็ แบบอสุรพรหมอย่าง
ในรามเกียรต์กิ เ็ ป็นได้

สืบคน้ ข้อมูลจาก:

https://th.wikipedia.org/wiki/สงกรานต์

https://sites.google.com/site/praphenisngkant/tanan-sngkrant/tanan-kha-thanay-nang-sngkrant-
thang7wan

https://www.sanook.com/campus/912340/


Click to View FlipBook Version
Previous Book
Food For Life
Next Book
BUKU PROGRAM IHYA' RAMADHAN 1442H