The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานวิจัยการศึกษาผลการดำเนินงาน การสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (DIGITAL TESTING) ในภาคตะวันออก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รายงานวิจัยการศึกษาผลการดำเนินงาน การสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (DIGITAL TESTING) ในภาคตะวันออก

รายงานวิจัยการศึกษาผลการดำเนินงาน การสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (DIGITAL TESTING) ในภาคตะวันออก

40ตารางที่5 แสดงค่าคะแนนเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับความคิดเห็นของผู้เข้าสอบด้านปัจจัยป้อน (N = 89)ที่ รายการคะแนนเฉลี่ย( )ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)แปลความ1 ความชัดเจนของคู่มือการด าเนินงานฯ 4.30 0.80 มาก2 ความครอบคลุมของเนื้อหาในคู่มือการด าเนินงานฯ 4.22 0.90 มาก3 ความทันสมัยของเนื้อหาในคู่มือการด าเนินงานฯ 4.40 0.81 มาก4 คู่มือการด าเนินงานฯ สามารถน าไปปฏิบัติได้จริง 4.30 0.84 มาก5 การให้ค าแนะน า ช่วยเหลือของบุคลากร 4.56 0.75 มากที่สุด6 สถานที่/ที่ตั้ง สนามสอบ มีความเหมาะสม และความสะดวกในการเดินทาง4.36 0.92 มาก7 ความชัดเจนของป้ายและแผนผังสนามสอบ 4.37 0.80 มาก8 ความพร้อมของระบบห้องสอบ 4.56 0.77 มากที่สุดรวม 4.39 0.83 มากจากตารางที่ 5 พบว่า ผู้เข้าสอบมีความคิดเห็นด้านปัจจัยป้อนในภาพรวม ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก( =4.39, S.D.=0.83) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่ามีค่าเฉลี่ยความคิดเห็นในระดับมากที่สุด จ านวน 2 ข้อ คือ การให้ค าแนะน า ช่วยเหลือของบุคลากร และความพร้อมของระบบห้องสอบ ( =4.56) ข้อที่เหลืออยู่ในระดับมาก โดยค่าเฉลี่ยความคิดเห็นที่น้อยที่สุด คือ ความครอบคลุมเนื้อหาในคู่มือการด าเนินงานฯ ( =4.22)เมื่อพิจารณาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) พบว ่าความคิดเห็นของผู้เข้าสอบฯ ด้านปัจจัยป้อน มีความแตกต่างกันมาก โดยมีค่ากระจายความคิดเห็นเท่ากับ 0.83


411.2 ด้านกระบวนการ ผู้ศึกษาได้ด าเนินการศึกษาการด าเนินงานตามแนวปฏิบัติตามคู่มือบริหารการจัดสอบเทียบระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ของคณะกรรมการศูนย์สอบ คณะกรรมการสนามสอบ และศึกษาระดับความคิดเห็นของผู้เข้าสอบที่มีต่อการด าเนินการสอบเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ในภาคตะวันออก ด้านกระบวนการ ดังนี้ตารางที่6 แสดงจ านวน และร้อยละ การด าเนินงานตามแนวปฏิบัติตามคู่มือบริหารการจัดสอบเทียบระดับระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ด้านกระบวนการ(N = 60)ที่ รายการจ านวนที่ด าเนินการตามแนวปฏิบัติร้อยละ1.2.1 ด้านการประชุมชี้แจงการด าเนินงาน1) กรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้จัดการประชุมชี้แจงเกี่ยวกับการสอบเทียบวัดระดับการศึกษา 60 1002) การประชุมชี้แจงมีความชัดเจน ครอบคลุมเนื้อหา 60 1003) คณะท างานสามารถน าความรู้จากการประชุมไปใช้ในการปฏิบัติงานได้ 60 1004) คณะท างานสามารถถ่ายทอดข้อมูลจากการประชุมให้ผู้เกี่ยวข้องได้ 60 100เฉลี่ย 1001.2.2 ด้านการประชาสัมพันธ์1) ศูนย์สอบแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ไปยังหน่วยงานการศึกษานอกสังกัด/สถานศึกษาในสังกัด 60 1002) สถานศึกษาติดป้ายประชาสัมพันธ์หน้าสถานศึกษาเพื่อให้ผู้สนใจรับทราบ 58 96.703) สถานศึกษาน าข้อมูลการรับสมัครไปประชาสัมพันธ์ในที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ/เวทีประชาคม/หน่วยงานอื่น ๆ58 96.704) สถานศึกษาทุกแห่งประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์/สถานีวิทยุ 59 98.305) สถานศึกษาสอบถามข้อมูลช่องทางที่ผู้สมัครได้รับข่าวสารการรับสมัคร 60 100เฉลี่ย 98.301.2.3 ด้านการแนะแนว1) สถานศึกษามีการชี้แจงขั้นตอน รายละเอียดขอบข่ายเนื้อหาในการรับสมัครสอบฯ ให้ผู้ที่สนใจสมัครสอบ60 1002) สถานศึกษามีการชี้แจงคุณสมบัติผู้สมัครสอบ 60 100


42ที่ รายการจ านวนที่ด าเนินการตามแนวปฏิบัติร้อยละ3) สถานศึกษามีการแนะแนวให้ผู้สมัครสอบที่มีคุณสมบัติไม่ครบให้เรียน โดยวิธีอื่นตามความเหมาะสม60 100เฉลี่ย 1001.2.4 ด้านการรับสมัคร1) สถานศึกษามีการประกาศรับสมัครการเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน59 98.302) สถานศึกษามีการตรวจสอบใบสมัครพร้อมหลักฐานการสมัครให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในประกาศ60 1003) สถานศึกษามีการขึ้นทะเบียนเป็นผู้เทียบระดับรับลงทะเบียน และช าระค่าธรรมเนียม58 96.704) สถานศึกษามีการบันทึก ประวัติ และลงทะเบียน ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ขอสอบในระบบสอบเทียบวัดระดับความรู้ส าหรับผู้ที่มีความรู้เป็นเลิศ(EKAS) โดยแยกเป็นระดับ พร้อมออกรหัสผู้สอบ60 1005) สถานศึกษามีการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ลงทะเบียน60 100เฉลี่ย 991.2.5 ด้านการปฐมนิเทศ1) สถานศึกษามีการปฐมนิเทศก่อนสอบ 54 902) เนื้อหาการปฐมนิเทศครอบคลุมรายละเอียดที่ผู้สมัครสอบต้องรู้ 54 903) กิจกรรมที่ใช้ในการปฐมนิเทศมีความเหมาะสม 54 904) ระยะเวลาในการปฐมนิเทศมีความเหมาะสม 54 90เฉลี่ย 901.2.6 ด้านการตรวจความพร้อมของระบบดิจิทัล (Digital Testing)1) สนามสอบมีการติดตั้งระบบดิจิทัล (Digital Testing) 60 1002) สนามสอบมีการทดสอบระบบก่อนการสอบ 60 1003) สนามสอบมีการรายงานผลการทดสอบระบบ 60 1004) สนามสอบสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดปัญหาระหว่างสอบ 60 100เฉลี่ย 100


43ที่ รายการจ านวนที่ด าเนินการตามแนวปฏิบัติร้อยละ1.2.7 ด้านการด าเนินการจัดสอบ1) มีป้ายประชาสัมพันธ์สถานที่สอบ 58 96.702) มีการติดป้ายประชาสัมพันธ์แนวปฏิบัติและข้อปฏิบัติส าหรับผู้เข้าสอบ 59 98.303) มีการจัดท าแผนผังที่นั่งสอบ 59 98.304) มีป้ายประชาสัมพันธ์แสดงรายชื่อผู้เข้าสอบหน้าห้องสอบ 60 1005) มีการแจ้งรหัสเข้าสอบแต่ละรายวิชาและรหัสผ่านของผู้เข้าสอบ 60 1006) มีการตรวจรายชื่อ บัตรประจ าตัวประชาชนหรือบัตรอื่นของผู้เข้าสอบ 60 1007) มีการแจ้งให้ผู้เข้าสอบตรวจสอบรายชื่อและแบบทดสอบบนหน้าจอระบบดิจิทัล (Digital Testing)60 1008) มีการแจ้งระเบียบการสอบ 60 1009) มีการเก็บอุปกรณ์หรือเครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ของผู้เข้าสอบ 59 98.3010) มีการประกาศให้ผู้เข้าสอบทราบ ก่อนหมดเวลาสอบ 5 นาที 60 100เฉลี่ย 99.161.2.8ด้านการรายงานผลการสอบและการประกาศผลสอบ1) มีการจัดท ารายงานสรุปจ านวนผู้เข้าสอบ-ขาดสอบ 60 1002) มีการอนุมัติผลการทดสอบ 60 1003) มีการประกาศรายชื่อผู้ผ่านการทดสอบ 60 1004) มีการรายงานสรุปผลการทดสอบ 60 1005) มีการรายงานการจัดส่งข้อมูลผู้สอบตามระยะเวลาที่กรมส่งเสริมการเรียนรู้ก าหนด60 100เฉลี่ย 100จากตารางที่6 พบว่า คณะกรรมการศูนย์สอบและคณะกรรมการสนามสอบได้ระบุว่ามีการด าเนินการตามแนวปฏิบัติตามคู่มือบริหารการจัดสอบเทียบระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยระบบดิจิทัล (DigitalTesting) ทุกด้านและเกือบทุกข้อการปฏิบัติของแต่ละด้าน โดยมีค่าเฉลี่ยร้อยละระหว่าง 90 - 100เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ด้านการประชุมชี้แจงการด าเนินงาน พบว่า คณะกรรมการศูนย์สอบและคณะกรรมการสนามสอบระบุว่ามีการปฏิบัติทุกข้อ คิดเป็นร้อยละ 100 ได้แก่ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้จัดการประชุมชี้แจงเกี่ยวกับการสอบเทียบวัดระดับการศึกษา การประชุมชี้แจงมีความชัดเจน ครอบคลุมเนื้อหา คณะท างานสามารถน าความรู้จากการประชุมไปใช้ในการปฏิบัติงานได้ และคณะท างานสามารถถ่ายทอดข้อมูลจากการประชุมให้ผู้เกี่ยวข้องได้ ด้านการประชาสัมพันธ์ พบว่า มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 98.30 โดยข้อ


44ศูนย์สอบแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ไปยังหน่วยงานการศึกษานอกสังกัด/สถานศึกษาในสังกัด และสถานศึกษาสอบถามข้อมูลช่องทางที่ผู้สมัครได้รับข่าวสารการรับสมัคร คิดเป็นร้อยละ 100 ส่วนข้อสถานศึกษาทุกแห่งประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์/สถานีวิทยุ คิดเป็นร้อยละ 98.30 สถานศึกษาติดป้ายประชาสัมพันธ์หน้าสถานศึกษาเพื ่อให้ผู้สนใจรับทราบ และสถานศึกษาน าข้อมูลการรับสมัครไปประชาสัมพันธ์ในที ่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ/เวทีประชาคม/หน่วยงานอื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ 96.70 ด้านแนะแนว พบว่า มีการปฏิบัติทุกข้อ คิดเป็นร้อยละ 100 ได้แก่สถานศึกษามีการชี้แจงขั้นตอน รายละเอียดขอบข่ายเนื้อหาในการรับสมัครสอบฯ ให้ผู้ที่สนใจสมัครสอบ สถานศึกษามีการชี้แจงคุณสมบัติผู้สมัครสอบ สถานศึกษามีการแนะแนวให้ผู้สมัครสอบที่มีคุณสมบัติไม่ครบให้เรียนโดยวิธีอื่นตามความเหมาะสม ด้านการรับสมัคร พบว่า มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 99 โดยข้อสถานศึกษามีการตรวจสอบใบสมัครพร้อมหลักฐานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในประกาศ สถานศึกษามีการบันทึก ประวัติ ลงทะเบียน ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ข้อสอบในระบบสอบเทียบวัดระดับความรู้ ส าหรับผู้ที่มีความรู้เป็นเลิศ (EKAS) โดยแยกเป็นระดับพร้อมออกรหัสผู้สอบ และสถานศึกษามีการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่มีผู้ลงทะเบียน คิดเป็นร้อยละ 100 ส่วนข้อสถานศึกษามีการประกาศรับสมัครเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน คิดเป็นร้อยละ 98.30 และสถานศึกษามีการขึ้นทะเบียนผู้เทียบระดับรับลงทะเบียนและช าระค่าธรรมเนียม คิดเป็นร้อยละ 96.70ด้านการปฐมนิเทศ พบว่า มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 90 โดยทุกข้อ ได้แก่ สถานศึกษามีการปฐมนิเทศก่อนสอบ เนื้อหาการปฐมนิเทศครอบคลุมรายละเอียดที่ผู้สมัครสอบต้องรู้กิจกรรมที่ใช้ในการปฐมนิเทศมีความเหมาะสม และระยะเวลาในการปฐมนิเทศมีความเหมาะสม คิดเป็นร้อยละ 90 ด้านการตรวจความพร้อมของระบบ (DigitalTesting) พบว่า มีการปฏิบัติทุกข้อ คิดเป็นร้อยละ 100 ได้แก่ สนามสอบมีการติดตั้งระบบดิจิทัล (Digital Testing) สนามสอบมีการทดสอบระบบก่อนการสอบ สนามสอบมีการรายงานผลการทดสอบระบบ และสนามสอบสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดปัญหาระหว่างสอบ ด้านการด าเนินการจัดสอบ พบว่า มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 99.16 โดยข้อมีป้ายประชาสัมพันธ์แสดงรายชื่อผู้เข้าสอบหน้าห้องสอบ มีการแจ้งรหัสเข้าสอบแต่ละรายวิชาและรหัสผ่านของผู้เข้าสอบ มีการตรวจรายชื่อ บัตรประจ าตัวประชาชนหรือบัตรอื่นของผู้เข้าสอบ มีการแจ้งให้ผู้เข้าสอบตรวจสอบรายชื่อและแบบทดสอบบนหน้าจอระบบดิจิทัล (Digital Testing) มีการแจ้งระเบียบการสอบ และมีการประกาศให้ผู้เข้าสอบทราบก่อนหมดเวลาสอบ 5 นาที คิดเป็นร้อยละ 100 ส่วนข้อมีการติดป้ายประชาสัมพันธ์แนวปฏิบัติและข้อปฏิบัติส าหรับผู้เข้าสอบ มีการจัดท าแผนผังที่นั่งสอบ และมีการเก็บอุปกรณ์หรือเครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ของผู้เข้าสอบ คิดเป็นร้อยละ 98.30 มีป้ายประชาสัมพันธ์สถานที่สอบ คิดเป็นร้อยละ 96.70 ด้านการรายงานผลการสอบและการประกาศผลสอบ พบว่า มีการปฏิบัติทุกข้อ คิดเป็นร้อยละ 100 ได้แก่ มีการจัดท ารายงานสรุปจ านวนผู้เข้าสอบ-ขาดสอบ มีการอนุมัติผลการทดสอบ มีการประกาศรายชื่อผู้ผ่านการทดสอบ มีการรายงานสรุปผลการทดสอบ มีการรายงานการจัดส่งข้อมูลผู้สอบตามระยะเวลาที่กรมส่งเสริมการเรียนรู้ก าหนด


45ตารางที่7 แสดงค่าคะแนนเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับความคิดเห็นของผู้เข้าสอบด้านกระบวนการ (N = 89)ที่ รายการคะแนนเฉลี่ย( )ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)แปลความ1 การประชาสัมพันธ์รับสมัคร 4.09 0.97 มาก2 การชี้แจงขั้นตอน รายละเอียด ขอบข่าย เนื้อหาและคุณสมบัติผู้สมัครสอบ 4.22 0.95 มาก3 การรับสมัครด้วยระบบออนไลน์ 4.03 1.11 มาก4 การเข้าถึงข้อมูลเพื่อตรวจสอบสถานะการสมัคร ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการสอบและผลสอบ4.22 1.02 มาก5 การปฐมนิเทศ 4.11 1.00 มาก6 การให้ค าแนะน า ช่วยเหลือของกรรมการก ากับห้องสอบ4.35 0.92 มาก7 ความยากของแบบทดสอบ 4.03 1.10 มาก8 ความเหมาะสมของเวลาท าแบบทดสอบ 4.09 1.05 มากรวม 4.15 1.02 มากจากตารางที่ 7 พบว่า ผู้เข้าสอบมีความคิดเห็นด้านกระบวนการในภาพรวม ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก( =4.15, S.D.=1.02) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า มีความคิดเห็นในระดับมากทุกข้อ เรียงล าดับจากมากไปน้อย คือ การให้ค าแนะน าช่วยเหลือของกรรมการก ากับห้องสอบ ( =4.35, S.D.=0.92), การชี้แจงขั้นตอนรายละเอียด ขอบข่าย เนื้อหาและคุณสมบัติผู้สมัครสอบ ( =4.22, S.D.=0.95), การเข้าถึงข้อมูล เพื่อตรวจสอบสถานะการสมัคร ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการสอบและผลสอบ ( =4.22, S.D.=1.02) การปฐมนิเทศ ( =4.11,S.D.=1.00) การประชาสัมพันธ์รับสมัคร ( =4.09, S.D.=0.97) ความเหมาะสมของเวลาท าแบบทดสอบ( =4.09, S.D.=1.05) การรับสมัครด้วยระบบออนไลน์( =4.03, S.D.=1.11) และความยากของแบบทดสอบ( =4.03, S.D.=1.10)เมื่อพิจารณาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) พบว่าความคิดเห็นของผู้เข้าสอบฯ ที่มีความคิดเห็น ด้านกระบวนการ มีความแตกต่างกันมาก โดยมีค่ากระจายความคิดเห็นเท่ากับ 1.02


461.3 ด้านผลผลิต ผู้ศึกษาได้ด าเนินการศึกษาผลการด าเนินการสอบเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ในภาคตะวันออก ด้านผลผลิตแบ่งเป็น 2 ด้าน ได้แก่1.3.1 ด้านผลการสอบเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing)1.3.2 ด้านความคิดเห็นของผู้เข้าสอบที่มีต่อการด าเนินการจัดสอบผลการด าเนินงาน ปรากฏ ดังนี้1.3.1 ด้านผลการสอบเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษา ขั้นพื้นฐานด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing)ตารางที่ 8 แสดงจ านวนผู้ลงทะเบียนสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน แยกรายจังหวัดที่ สกร.ประจ าจังหวัดครั้งที่/จ านวนผู้ลงทะเบียนครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 รวมประถม ม.ต้น ม.ปลาย ประถม ม.ต้น ม.ปลาย ประถม ม.ต้น ม.ปลาย1 จันทบุรี 1 10 20 0 7 6 1 2 3 402 ฉะเชิงเทรา 1 6 16 1 7 8 0 4 5 573 ชลบุรี 0 10 20 5 11 14 4 5 17 864 ตราด 2 10 19 2 6 20 3 3 4 695 นครนายก 1 6 9 1 4 2 1 2 4 306 ปราจีนบุรี 1 7 14 1 2 4 0 4 10 437 ระยอง 2 8 20 0 10 20 0 8 21 908 สระแก้ว 1 13 16 2 15 13 0 17 13 90รวม 9 70 134 12 62 87 9 45 77 505รวมทั้งหมด 213 161 131 505จากตารางที่ 8 พบว ่า จ านวนผู้ลงทะเบียนสอบเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ในภาคตะวันออก จ านวน 3 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 505 คน จ าแนกเป็น ครั้งที่ 1 จ านวน 213 คน ครั้งที่ 2 จ านวน 161 คน และครั้งที่ 3 จ านวน 131 คนโดยเป็นผู้ลงทะเบียนสอบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมากที่สุด รองลงมาเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับประถมศึกษา ตามล าดับ จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด คือ ระยอง และสระแก้ว จ านวน 90 คน รองลงมา คือ ชลบุรี จ านวน 86 คน และตราด จ านวน 69 คน และจังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนน้อยที่สุด คือ นครนายก จ านวน 30 คน


47ตารางที่ 9 แสดงจ านวนผู้ลงทะเบียนเข้าสอบ แยกเป็นรายวิชาที่ รหัสวิชาจ านวนผู้ลงทะเบียนเข้าสอบรวม ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3ประถม ม.ต้น ม.ปลาย ประถม ม.ต้น ม.ปลาย ประถม ม.ต้น ม.ปลาย ประถม ม.ต้น ม.ปลาย1 ภาษาไทย 9 70 134 9 54 81 8 31 66 26 155 2812 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 9 70 112 12 60 82 9 45 66 30 175 260คณิตศาสตร์พื้นฐานและเพิ่มเติม0 0 13 0 0 15 0 0 11 0 0 243 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นฐาน9 70 122 8 58 74 7 36 65 24 164 261วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นฐานและเพิ่มเติม0 0 13 0 0 15 0 0 11 0 0 394 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม9 70 134 10 58 83 9 36 66 28 164 2835 สุขศึกษาและพลศึกษา9 70 134 8 40 74 8 28 59 25 138 2676 ศิลปะ 9 70 134 8 39 80 7 28 61 24 137 2757 การงานอาชีพ 9 70 134 7 37 72 6 28 61 22 135 2678 ภาษาต่างประเทศ 9 70 134 10 59 78 6 38 68 25 167 280รวม 72 560 1,064 72 405 653 60 270 534 204 1,235 2,237จากตารางที่9 พบว่า จ านวนผู้ลงทะเบียนเป็นรายวิชาทั้ง 3 ครั้ง ระดับประถมศึกษา รายวิชาที่ลงทะเบียนมากที่สุด คือ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน จ านวน 30 คน รองลงมา คือ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จ านวน 28 คน รายวิชาภาษาไทย จ านวน 26 คน ตามล าดับ ส่วนรายวิชาที่มีผู้ลงทะเบียนในระดับประถมศึกษาน้อยที่สุด คือ รายวิชาการงานอาชีพ จ านวน 22 คนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น รายวิชาที่ลงทะเบียนมากที่สุด คือ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน จ านวน 175 คน รองลงมา คือ รายวิชาภาษาต่างประเทศ จ านวน 167 คน รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นฐานและรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จ านวน 164 คน ตามล าดับ ส่วนรายวิชาที่มีผู้ลงทะเบียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นน้อยที่สุด คือ รายวิชา การงานอาชีพ จ านวน 135 คนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รายวิชาที่ลงทะเบียนมากที่สุด คือ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จ านวน 283 คน รองลงมา คือ รายวิชาภาษาไทย จ านวน 281 คน รายวิชาภาษาต่างประเทศ จ านวน 280 คน ตามล าดับ ส่วนรายวิชาที่มีผู้ลงทะเบียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นน้อยที่สุด คือ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐานและเพิ่มเติม จ านวน 24 คน


48ตารางที่ 10 แสดงจ านวนผู้เข้าสอบ แยกเป็นรายวิชาที่ รหัสวิชาจ านวนผู้เข้าสอบรวม ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3ประถม ม.ต้น ม.ปลาย ประถม ม.ต้น ม.ปลาย ประถม ม.ต้น ม.ปลาย ประถม ม.ต้น ม.ปลาย1 ภาษาไทย 5 53 92 8 34 48 4 13 41 17 100 1812 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 5 58 88 10 36 52 5 29 43 20 123 183คณิตศาสตร์พื้นฐานและเพิ่มเติม0 0 11 0 0 12 0 0 11 0 0 343 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นฐาน5 53 83 8 34 46 3 20 45 16 107 174วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นฐานและเพิ่มเติม0 0 12 0 0 12 0 0 8 0 0 324 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม5 58 95 8 41 57 5 21 49 16 120 2015 สุขศึกษาและพลศึกษา5 53 92 8 25 42 4 13 38 17 91 1726 ศิลปะ 5 59 97 7 27 53 3 13 40 15 99 1907 การงานอาชีพ 5 53 92 7 24 44 2 15 39 14 92 1758 ภาษาต่างประเทศ 5 59 97 8 40 54 2 22 48 15 121 199รวม 40 446 759 64 261 420 28 146 362 130 853 1,541จากตารางที่10 พบว่า จ านวนผู้เข้าสอบเป็นรายวิชาทั้ง 3 ครั้ง ระดับประถมศึกษา รายวิชาที่ผู้เข้าสอบมากที่สุด คือ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน จ านวน 20 คน รองลงมาคือรายวิชาภาษาไทย รายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา จ านวน 17 คน รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นฐาน รายวิชาสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม จ านวน 16 คน ตามล าดับ ส่วนรายวิชาที่มีผู้เข้าสอบในระดับประถมน้อยที่สุด คือ รายวิชาการงานอาชีพ จ านวน 14 คนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น รายวิชาที่ผู้เข้าสอบมากที่สุด คือ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน จ านวน 123 คน รองลงมา คือ รายวิชาภาษาต่างประเทศ จ านวน 121 คน รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมจ านวน 120 คน ตามล าดับ ส่วนรายวิชาที่มีผู้เข้าสอบในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นน้อยที่สุด คือ รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา จ านวน 91 คนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รายวิชาที ่ผู้เข้าสอบมากที ่สุด คือ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จ านวน 201 คน รองลงมา คือ รายวิชาภาษาต ่างประเทศ จ านวน 199 คน รายวิชาศิลปะ จ านวน 190 คน ตามล าดับ ส่วนรายวิชาที่มีผู้เข้าสอบในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายน้อยที่สุด คือ รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นฐานและเพิ่มเติม จ านวน 32 คน


49ตารางที่ 11 แสดงจ านวนผู้ผ่านการทดสอบ แยกเป็นรายวิชาที่ รหัสวิชาจ านวนผู้ผ่านการทดสอบรวม ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3ประถม ม.ต้น ม.ปลาย ประถม ม.ต้น ม.ปลาย ประถม ม.ต้น ม.ปลาย ประถม ม.ต้น ม.ปลาย1 ภาษาไทย 2 17 20 0 14 11 N/A N/A N/A 2 31 312 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 0 1 1 2 2 2 N/A N/A N/A 2 3 3คณิตศาสตร์พื้นฐานและเพิ่มเติม0 0 0 0 0 0 N/A N/A N/A 0 0 03 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นฐาน3 6 1 2 8 0 N/A N/A N/A 5 14 1วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นฐานและเพิ่มเติม0 0 0 0 0 0 N/A N/A N/A 0 0 04 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม1 5 6 0 15 4 N/A N/A N/A 1 20 105 สุขศึกษาและพลศึกษา3 39 48 0 15 25 N/A N/A N/A 3 54 736 ศิลปะ 3 37 22 3 17 24 N/A N/A N/A 6 54 467 การงานอาชีพ 4 41 61 3 12 16 N/A N/A N/A 7 53 778 ภาษาต่างประเทศ 1 4 18 3 4 9 N/A N/A N/A 4 8 27รวม 17 150 177 13 87 91 N/A N/A N/A 30 237 265จากตารางที่ 11 พบว่า จ านวนผู้เข้าสอบเป็นรายวิชาทั้ง 2 ครั้ง ระดับประถมศึกษา รายวิชาที่มี ผู้ผ่านการทดสอบมากที่สุด คือ รายวิชาการงานอาชีพ จ านวน 7คน รองลงมาคือ รายวิชาศิลปะ จ านวน 6 คนรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นฐาน จ านวน 5 คน ตามล าดับ ส่วนรายวิชาที่มีผู้สอบผ่านในระดับประถมศึกษา คือ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จ านวน 1 คนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น รายวิชาที่ผู้สอบผ่านมากที่สุด คือ รายวิชาสุขศึกษา และพลศึกษา กับรายวิชาศิลปศึกษา จ านวน 54 คน รองลงมา คือ รายวิชาการงานอาชีพ จ านวน 53 คน รายวิชาภาษาไทย จ านวน 31 คน ตามล าดับ ส่วนรายวิชาที่มีผู้สอบผ่านในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นน้อยที่สุด คือ รายวิชา คณิตศาสตร์พื้นฐาน จ านวน 3 คนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายรายวิชาที่ผู้สอบผ่านมากที่สุด คือ รายวิชาการงานอาชีพ จ านวน 77 คนรองลงมา คือ รายวิชาสุขศึกษา และพลศึกษา จ านวน 73 คน รายวิชาศิลปะ จ านวน 46 คน ตามล าดับ ส่วนรายวิชาที่มีผู้เข้าสอบในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายน้อยที่สุด คือ รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นฐานและเพิ่มเติม จ านวน 1 คน


50ตารางที่ 12 ร้อยละผู้สอบผ่านระดับประถมศึกษา แยกเป็นรายวิชาที่ รหัสวิชาจ านวนผู้สอบผ่านร้อยละผู้สอบผ่านจ านวนผู้ลงทะเบียน(ครั้ง 1-2)จ านวนผู้เข้าสอบ(ครั้ง 1-2)จ านวนผู้สอบผ่าน1 ภาษาไทย 18 13 2 15.382 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 21 15 2 13.33คณิตศาสตร์พื้นฐานและเพิ่มเติม 0 0 0 03 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นฐาน 17 13 5 38.46วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นฐานและเพิ่มเติม0 0 0 04 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 19 13 1 7.695 สุขศึกษาและพลศึกษา 17 13 3 23.086 ศิลปะ 17 12 6 50.007 การงานอาชีพ 16 12 7 58.338 ภาษาต่างประเทศ 19 13 4 30.77รวม 144 104 30 28.85จากตารางที่ 12 พบว่า จากจ านวนผู้เข้าสอบการสอบเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ครั้งที่ 1 และ 2 ระดับประถมศึกษา รวมจ านวน 104 คน มีผู้ผ่านการสอบรายวิชาต่าง ๆ จ านวนรวม 30 คน คิดเป็นร้อยละ 28.85 โดยรายวิชาร้อยละของผู้สอบผ่านระดับประถมศึกษา รายวิชาที่มีร้อยละผู้สอบผ่านมากที่สุด คือ รายวิชาการงานอาชีพ คิดเป็นร้อยละ 58.33 รองลงมา คือ รายวิชาศิลปะ คิดเป็นร้อยละ 50.00 และรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นฐาน คิดเป็นร้อยละ 38.46 ตามล าดับ และรายวิชาที่มีร้อยละผู้สอบผ่านน้อยที่สุด คือ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม คิดเป็นร้อยละ 7.69


51ตารางที่ 13 ร้อยละผู้สอบผ่านระดับมัธยมศึกษาตอนต้น แยกเป็นรายวิชา ที่ รหัสวิชาจ านวนผู้สอบผ่านร้อยละผู้สอบผ่านจ านวนผู้ลงทะเบียน(ครั้ง 1-2)จ านวนผู้เข้าสอบ(ครั้ง 1-2)จ านวนผู้สอบผ่าน1 ภาษาไทย 124 87 31 35.632 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 130 94 3 3.19คณิตศาสตร์พื้นฐานและเพิ่มเติม 0 0 0 03 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นฐาน 128 87 14 16.09วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นฐานและเพิ่มเติม0 0 0 04 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 128 99 20 20.205 สุขศึกษาและพลศึกษา 110 78 54 69.236 ศิลปะ 109 86 54 62.797 การงานอาชีพ 107 77 53 68.838 ภาษาต่างประเทศ 129 99 8 8.08รวม 965 707 237 33.52จากตารางที่13 พบว่า จากจ านวนผู้เข้าสอบการสอบเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น รวมจ านวน 707 คน มีผู้ผ่านการสอบรายวิชาต่าง ๆ จ านวนรวม 237 คน คิดเป็นร้อยละ33.52 โดยรายวิชาร้อยละของผู้สอบผ่านระดับมัธยมศึกษาตอนต้น รายวิชาที่มีร้อยละผู้สอบผ่านมากที่สุด คือ รายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา คิดเป็นร้อยละ 69.23 รองลงมา คือ รายวิชาการงานอาชีพ คิดเป็นร้อยละ 68.83 และรายวิชาศิลปะ คิดเป็นร้อยละ 62.79 ตามล าดับ และรายวิชาที่มีร้อยละผู้สอบผ่านน้อยที่สุด คือ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน คิดเป็นร้อยละ 3.19


52ตารางที่ 14 ร้อยละผู้สอบผ่านระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แยกเป็นรายวิชา ที่ รหัสวิชาจ านวนผู้สอบผ่านร้อยละผู้สอบผ่านจ านวนผู้ลงทะเบียน(ครั้ง 1-2)จ านวนผู้เข้าสอบ(ครั้ง 1-2)จ านวนผู้สอบผ่าน1 ภาษาไทย 215 140 31 22.142 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 194 140 3 2.14คณิตศาสตร์พื้นฐานและเพิ่มเติม 28 23 0 03 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นฐาน 196 129 1 0.78วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นฐานและเพิ่มเติม28 24 0 04 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 217 152 10 6.585 สุขศึกษาและพลศึกษา 208 134 73 54.486 ศิลปะ 214 150 46 30.677 การงานอาชีพ 206 136 77 56.628 ภาษาต่างประเทศ 212 151 27 17.88รวม 1,718 1,179 268 22.73จากตารางที่14 พบว่า จากจ านวนผู้เข้าสอบการสอบเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ครั้งที่ 1 และ 2 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมจ านวน 1,179 คน มีผู้ผ่านการสอบรายวิชาต่าง ๆ จ านวนรวม 268 คน คิดเป็นร้อยละ 22.73 โดยรายวิชาร้อยละของผู้สอบผ่านระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รายวิชาที่มีร้อยละผู้สอบผ่านมากที่สุด คือ รายวิชาการงานอาชีพ คิดเป็นร้อยละ 56.62 รองลงมา คือ รายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา คิดเป็นร้อยละ 54.48 และรายวิชาศิลปะ คิดเป็นร้อยละ 30.67 ตามล าดับ และรายวิชาที่มีร้อยละผู้สอบผ่านน้อยที่สุด คือ รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นฐาน คิดเป็นร้อยละ 0.78


531.3.2 ความคิดเห็นของผู้เข้าสอบที่มีต่อการด าเนินการจัดสอบตารางที่15 แสดงค่าคะแนนเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับความคิดเห็นของผู้เข้าสอบด้านผลผลิต (N = 89)ที่ รายการคะแนนเฉลี่ย( )ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)แปลความ1 การคาดหวังในการสอบผ่านอยู่ในระดับใด 3.75 0.93 มาก2 การสอบท าให้ลดเวลา และค่าใช้จ่ายในการเรียน 4.25 1.01 มาก3 การสอบด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าสอบ4.46 0.77 มาก4 ประโยชน์ของการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยระบบดิจิทัล (DigitalTesting)4.45 0.75 มากรวม 4.23 0.92 มากจากตารางที ่ 15 พบว ่า ผู้เข้าสอบมีความคิดเห็น ด้านผลผลิต อยู ่ในระดับมาก ( =4.23, S.D.=0.92) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า มีความคิดเห็นในระดับมาก จ านวน 3 ข้อ โดยเรียงล าดับจากมากไปหาน้อย คือ การสอบด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าสอบ ( =4.46, S.D.=0.77) ประโยชน์ของการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing)( =4.45, S.D.=0.75) การสอบท าให้ลดเวลา และค่าใช้จ่ายในการเรียน ( =4.25, S.D.=1.01) ส่วนความคิดเห็นระดับน้อยที่สุด จ านวน 1 ข้อ คือ การคาดหวังในการสอบผ่านอยู่ในระดับใด ( =3.75, S.D.=0.93) เมื่อพิจารณาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) พบว่าความคิดเห็นของผู้เข้าสอบฯ ที่มีความคิดเห็น ด้านผลผลิต มีความแตกต่างกันมาก โดยมีค่ากระจายความคิดเห็นเท่ากับ 0.92


54ผลการศึกษาปัญหา อุปสรรคการด าเนินงานการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษา ขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ในภาคตะวันออกตารางที่ 16 แสดงปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ ของคณะกรรมการศูนย์สอบ คณะกรรมการสนามสอบ ที่ ข้อคิดเห็น ความถี่ปัญหา อุปสรรค1 งบประมาณไม่เพียงพอต่อการด าเนินการจัดสอบในแต่ละครั้ง 42 การประชาสัมพันธ์ยังไม่ครอบคลุมถึงกลุ่มเป้าหมาย 13 แนวทางการสัมมนาวิชาการยังไม่มีความชัดเจน 14 ขาดความมั่นใจในการเชื่อมต่อของวุฒิการศึกษากับการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย 15 เงื่อนไขในการจบไม่ชัดเจน 16 โปรแกรมที่ใช้มีหลายขั้นตอน ท าให้ยุ่งยากต่อการสมัครสอบ 17 อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการสอบมีสมรรถนะต ่า ท าให้โหลดข้อสอบช้า 18 ผู้สมัครสอบมีพื้นฐานในการใช้เทคโนโลยีน้อย ท าให้ไม่ถนัดในการใช้ระบบออนไลน์ กรอกข้อมูลในระบบไม่ครบ19 ผู้เข้าสอบน้อยกว่าจ านวนผู้ลงทะเบียน 110 กลุ่มผู้ลงทะเบียนสอบที่เป็นทหาร ติดภารกิจเร่งด่วนเกี่ยวกับกรณีพิพาทชายแดน ไม่สามารถเข้าสอบได้1ข้อเสนอแนะ1 ควรมีการก าหนดเวลาในการจัดสอบให้มีความเหมาะสม 62 ควรปรับตารางสอบในช่วงเวลาพักระหว่างวิชาให้สั้นลง 1จากตารางที่16 พบว่า คณะกรรมการศูนย์สอบและคณะกรรมการสนามสอบได้แสดงความคิดเห็นถึงปัญหาและอุปสรรคการด าเนินงานการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) โดยมีทั้งปัญหา อุปสรรคด้านการบริหารจัดการสอบและด้านผู้สมัครสอบและผู้เข้าสอบ ปัญหา อุปสรรคด้านการบริหารจัดการ ได้แก่ งบประมาณไม่เพียงพอต่อการด าเนินการจัดสอบในแต่ละครั้ง (N = 4) การประชาสัมพันธ์ยังไม่ครอบคลุมถึงกลุ่มเป้าหมาย แนวทางการสัมมนาวิชาการยังไม่มีความชัดเจนเงื่อนไขในการจบไม่ชัดเจน โปรแกรมที่ใช้มีหลายขั้นตอน ท าให้ยุ่งยากต่อการสมัครสอบ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการสอบมีสมรรถนะต ่า ท าให้โหลดข้อสอบช้า (N = 1) ปัญหา อุปสรรคด้านผู้สมัครสอบและผู้เข้าสอบ ได้แก่ ผู้สมัครสอบมีพื้นฐานในการใช้เทคโนโลยีน้อย ท าให้ไม่ถนัดในการใช้ระบบออนไลน์ กรอกข้อมูลในระบบไม่ครบ ผู้เข้าสอบน้อยกว ่าจ านวนผู้ลงทะเบียน และกลุ่มผู้ลงทะเบียนสอบที ่เป็นทหาร ติดภารกิจเร่งด่วนเกี่ยวกับกรณีพิพาทชายแดน ไม่สามารถเข้าสอบได้


55คณะกรรมการศูนย์สอบและคณะกรรมการสนามสอบได้ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการด าเนินงาน การสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ได้แก่ ควรมีการก าหนดเวลาในการจัดสอบให้มีความเหมาะสม (N = 6) ควรปรับตารางสอบในช่วงเวลาพักระหว่างวิชาให้สั้นลง (N = 1)ตารางที่ 17 แสดงปัญหา อุปสรรคของผู้เข้าสอบ ที่ ข้อคิดเห็น ความถี่1 ความล าบากในการเดินทางมาสอบ 12 ข้อสอบมีความยากในระดับมาก 13 ตัวชี้วัดการออกข้อสอบไม่มีความชัดเจน 14 คอมพิวเตอร์ค่อนข้างช้า 15 เวลาในการจัดการสอบนานเกินไป/พักนานเกินไป 6จากตารางที่ 17 พบว่า ผู้เข้าสอบได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) คือ เวลาในการจัดการสอบนานเกินไป/พักนานเกินไป (N=6) และปัญหา อุปสรรคอื่น ๆ ได้แก่ การเดินทางมาสอบล าบาก ข้อสอบมีความยากในระดับมาก ตัวชี้วัดการออกข้อสอบไม่มีความชัดเจน และคอมพิวเตอร์ค่อนข้างช้า (N=1)ตารางที่ 18 แสดงข้อเสนอแนะของผู้เข้าสอบที่ ข้อคิดเห็น ความถี่1 ควรมีการชี้แจงผู้เข้าสอบแบบออนไลน์ 12 อยากให้มีแนวข้อสอบ 13 ควรมีสนามสอบครบทุกอ าเภอ 14 มีการประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึง 15 ควรมีการแนะแนวข้อสอบแต่ละระดับ 16 ควรปรับปรุงความยากของข้อสอบ 17 สอบเสร็จควรออกจากห้องสอบได้เลย 1จากตารางที่18 พบว่า ผู้เข้าสอบมีข้อเสนอแนะในการจัดการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) เท่ากัน คือ ควรมีการชี้แจงผู้เข้าสอบแบบออนไลน์อยากให้มีแนวข้อสอบ ควรมีสนามสอบครบทุกอ าเภอ มีการประชาสัมพันธ์ทั ่วถึง ควรมีการแนะแนวข้อสอบแต ่ละระดับ ควรปรับปรุงความยากของข้อสอบ สอบเสร็จควรออกจากห้องสอบได้เลย (N=1)


56ผลการศึกษาแนวทางการด าเนินงานการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ในภาคตะวันออกจากการจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group)ผู้แทนคณะกรรมการศูนย์สอบ คณะกรรมการสนามสอบจากส านักงานส ่งเสริมการเรียนรู้ประจ าจังหวัด และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอ าเภอเมือง ในภาคตะวันออก จ านวน 16 คน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 ณ ห้องเกษรา 1 โรงแรมสตาร์ จังหวัดระยอง สรุปแนวทางการพัฒนาการด าเนินงานการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ดังนี้1. การประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึงสาเหตุขาดกลยุทธ์และช ่องทางการสื ่อสารที ่มีประสิทธิภาพ ส ่งผลให้กลุ ่มเป้าหมาย เช ่น โรงเรียน นักเรียน และหน่วยงานในพื้นที ่ ไม่ได้รับข้อมูลที่ครอบคลุมและทันเวลา นอกจากนี้ยังขาดการสื่อสารระดับนโยบายอย่างชัดเจนไปยังหน่วยงานภายในพื้นที่แนวทาง 1. กรมส่งเสริมการเรียนรู้ควรด าเนินการประชาสัมพันธ์หลากหลายช่องทาง และต่อเนื่อง2. ประชุมชี้แจงแจ้งเวียนทุกหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ3. ข้อมูลการประชาสัมพันธ์ต้องชัดเจน ครบถ้วน เพื่อให้ผู้สมัครเห็นกระบวนการทั้งหมด2. ความไม่ชัดเจนของข้อมูล/แนวทางการด าเนินงานสาเหตุ คู่มือและแนวทางปฏิบัติมีความคลุมเครือและไม่ครอบคลุม ท าให้เกิดความเข้าใจผิดและความไม่แน่นอนในการด าเนินงาน เช่น การจัดประชุมปฐมนิเทศและสัมมนาที่ยังไม่เป็นระบบและชัดเจนแนวทาง กรมส่งเสริมการเรียนรู้ควรคิดขั้นตอนการด าเนินงานให้ครบวงจรก่อนสั่งการให้ระดับพื้นที่ด าเนินงาน3. ความไม่ชัดเจนของวุฒิการศึกษาที่ได้จากการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานสาเหตุ ขาดการประชาสัมพันธ์และสร้างความน่าเชื่อถือในมาตรฐานของวุฒิการศึกษา ท าให้ผู้ปกครองและนักเรียนไม่มั่นใจว่าวุฒิการศึกษาที่ได้รับจะเป็นที่ยอมรับจากสถานศึกษาอื่นหรือระดับอุดมศึกษาแนวทาง กรมส่งเสริมการเรียนรู้ควรประสานกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อก าหนดสิทธิ์ รับรองวุฒิการศึกษาและสิทธิ์ในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการสมัครสอบข้อเสนอแนะ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ควรน าผลการสอบผ่าน ในแต่ละรายวิชาน ามาเก็บสะสมหน่วยกิต เป็นการสะสมหน่วยกิตของธนาคารหน่อยกิต (Credit Bank)4. ระบบการรับสมัครออนไลน์ไม่เสถียรสาเหตุระบบเทคโนโลยีขัดข้อง เช ่น ข้อมูลซ ้าผิดปกติ การยืนยันตัวตนซับซ้อน เจ้าหน้าที่ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ต้องจัดการข้อมูลจ านวนมาก ท าให้เกิดความล่าช้าและความไม่สะดวกแนวทาง 1. กรมส่งเสริมการเรียนรู้ควรให้สิทธิ์เจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด แก้ไขข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้นได้


572. ปรับระบบการยืนยันตัวตน ณ สถานที ่รับสมัคร และการออกบัตรของผู้เข้าสอบให้เป็นระบบออนไลน์ทั้งหมด ข้อเสนอแนะ ในกรณีที่มีการจ่ายเงิน แต่ละรายวิชาการลงทะเบียนสอบ ควรจะต้องมีการท าระบบรองรับการยื่นเอกสารการช าระเงินผ่านระบบออนไลน์5. การใช้สถานที่สอบมีข้อจ ากัดสาเหตุ โรงเรียนบางแห่งลังเลหรือปฏิเสธให้ใช้สถานที ่ เนื่องจากกลัวเสียชื่อเสียงหรือไม่คุ้มค่าใช้จ่าย ท าให้จ านวนสถานที่สอบไม่ครอบคลุมและเข้าถึงยากแนวทาง1. กรมส่งเสริมการเรียนรู้จัดหาครุภัณฑ์2. สร้างแรงจูงใจ โดยให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม3. สร้างความสัมพันธ์อันดีกับสถานที่สอบ6. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้เข้าสอบสาเหตุผู้เข้าสอบต้องเดินทางไกลและเสียค่าใช้จ่ายสูง รวมถึงไม่มีสนามสอบในทุกสถานศึกษา จึงเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการสอบแนวทาง1. ควรมีสนามสอบทุกสถานศึกษา หรือเพิ่มสนามสอบให้มากขึ้น2. ควรยกเลิกการเดินทางในการยืนยันตัวตน ในการลงทะเบียนเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง7. ระยะเวลาการเปิดรับสมัครสั้นเกินไปสาเหตุระยะเวลารับสมัครสั้นเกินไป ท าให้ผู้สมัครไม่สามารถยืนยันตัวตนและด าเนินการต่าง ๆได้ทัน ส่งผลให้พลาดโอกาสสมัครสอบแนวทาง1. ควรจัดท าปฏิทินการจัดสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) เป็นรายปีงบประมาณ ไตรมาสละ 1 ครั้ง (4 ครั้งต่อปี) 2. ควรก าหนดห้วงระยะเวลา (Time line) ของแต่ละขั้นตอน (การประกาศรับสมัคร การรับสมัคร การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ การสอบ และการประกาศผลสอบ) ให้ชัดเจนและเหมาะสม 8. ตารางสอบไม่เหมาะสมสาเหตุ เริ ่มสอบรายวิชาแรกเร็วเกินไป วิชาสุดท้ายเลิกช้าเกินไป และระยะเวลาในการพักระหว่างวิชานานเกินไปแนวทาง ควรปรับลดระยะเวลาในการพักระหว่างวิชาเป็น 30 - 45 นาที 9. การใช้งบประมาณของศูนย์สอบสาเหตุ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ไม่ได้จัดสรรงบประมาณส าหรับศูนย์สอบ แต่ให้ศูนย์สอบใช้งบด าเนินงาน ซึ่งแต่ละจังหวัดมีงบประมาณจ ากัดและมีแผนการใช้จ่ายอื่น ๆ อยู่แล้วแนวทาง กรมส่งเสริมการเรียนรู้ควรจัดสรรงบประมาณให้กับศูนย์สอบโดยเฉพาะ


58บทที่ 5สรุปผลการศึกษา อภิปรายผล และข้อเสนอแนะรายงานการศึกษาผลการด าเนินงานการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ในภาคตะวันออก มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลการด าเนินงานการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ด้านปัจจัยป้อน (Input) ด้านกระบวนการ(Process) และด้านผลผลิต (Output) 2) ศึกษาปัญหา อุปสรรคการด าเนินงานการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ในภาคตะวันออกและ 3) เสนอแนวทางการด าเนินงานการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ในภาคตะวันออก โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่ศึกษา ประกอบด้วย คณะกรรมการศูนย์สอบและคณะกรรมการสนามสอบ จ านวน 60 คน และผู้เข้าสอบ จ านวน 89 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ 1) แบบสอบถามการสอบเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (DigitalTesting)ส าหรับคณะกรรมการศูนย์สอบ และคณะกรรมการสนามสอบ 2) แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการสอบเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (DigitalTesting) ส าหรับผู้เข้าสอบและ 3) แบบรายงานข้อมูลพื้นฐาน การสอบเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing)สรุปผลการศึกษา 1. ผลการด าเนินงานการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) 1.1 ด้านปัจจัยป้อน (Input) คณะกรรมการศูนย์สอบและคณะกรรมการสนามสอบ มีความคิดเห็นในภาพรวม ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.67) เมื่อแยกเป็นรายด้าน พบว่า มีค่าเฉลี่ยความคิดเห็นระดับมากที่สุด 3 ด้าน ได้แก่ด้านวัสดุอุปกรณ์( =4.88) รองลงมา ด้านสถานที่จัดสอบ ( =4.80) และด้านบุคลากร ( =4.50) ตามล าดับ ส่วนด้านคู่มือที่เกี่ยวข้องกับการด าเนินงานการเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน มีค่าเฉลี่ยความคิดเห็นระดับมาก ( =4.43) ในส่วนของผู้เข้าสอบ มีความคิดเห็นด้านปัจจัยป้อนในภาพรวม ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( =4.39) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า มีความคิดเห็นในระดับมากที่สุด จ านวน 2 ข้อ คือ การให้ค าแนะน า ช่วยเหลือของบุคลากร และความพร้อมของระบบห้องสอบ ( =4.56) ข้อที่เหลืออยู่ในระดับมาก โดยค่าเฉลี่ยความคิดเห็นที่น้อยที่สุด คือ ความครอบคลุมเนื้อหาในคู่มือการด าเนินงานฯ ( =4.22)


591.2 ด้านกระบวนการ (Process) คณะกรรมการศูนย์สอบและคณะกรรมการสนามสอบได้ระบุว่า มีการด าเนินการตามแนวปฏิบัติตามคู่มือบริหารการจัดสอบเทียบระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ทุกด้านและเกือบทุกข้อการปฏิบัติของแต่ละด้าน มีค่าเฉลี่ยร้อยละของการปฏิบัติระหว่าง 90 - 100 โดยด้านการประชุมชี้แจงการด าเนินงาน ด้านแนะแนว ด้านการตรวจความพร้อมของระบบ (Digital Testing) และด้านการรายงานผลการสอบและการประกาศผลสอบ มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 100 รองลงมาได้แก่ ด้านการรับสมัคร มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 99 ด้านการด าเนินการจัดสอบ มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 99.16 ด้านการประชาสัมพันธ์ มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 98.30 ด้านการปฐมนิเทศ มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 90 ตามล าดับในส่วนของผู้เข้าสอบมีความคิดเห็นด้านกระบวนการในภาพรวม ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก( =4.15) เมื ่อพิจารณารายข้อ พบว ่า มีความคิดเห็นในระดับมากทุกข้อ เรียงล าดับจากมากไปน้อย คือ การให้ค าแนะน าช่วยเหลือของกรรมการก ากับห้องสอบ ( =4.35) การชี้แจงขั้นตอน รายละเอียด ขอบข่าย เนื้อหาและคุณสมบัติผู้สมัครสอบ และการเข้าถึงข้อมูลเพื่อตรวจสอบสถานะการสมัคร ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการสอบและผลสอบ ( =4.22) การปฐมนิเทศ ( =4.11) การประชาสัมพันธ์รับสมัครและความเหมาะสมของเวลาท าแบบทดสอบ ( =4.09) การรับสมัครด้วยระบบออนไลน์และความยากของแบบทดสอบ ( =4.03)1.3 ด้านผลผลิต (Output)1.3.1 จ านวนผู้ลงทะเบียนสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing)ผู้ลงทะเบียนสอบเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ในภาคตะวันออก จ านวน 3 ครั้ง รวมทั้งสิ้นจ านวน 505 คน จ าแนกเป็น ครั้งที่ 1 จ านวน 213 คน ครั้งที่ 2 จ านวน 161 คน และครั้งที่ 3 จ านวน 131 คนโดยเป็นผู้ลงทะเบียนสอบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมากที ่สุด รองลงมาเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับประถมศึกษา ตามล าดับ จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด คือ ระยอง และสระแก้ว จ านวน 90 คน รองลงมา คือ ชลบุรี จ านวน 86 คน และตราด จ านวน 69 คน และจังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนน้อยที่สุด คือ นครนายก จ านวน 30 คน 1.3.2 จ านวนผู้เข้าสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing)จ านวนผู้เข้าสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ในการสอบทั้ง 3 ครั้ง พบว่า มีจ านวนผู้เข้าสอบรายวิชาต่าง ๆ มีจ านวนน้อยกว่าจ านวนผู้ลงทะเบียนสอบ จ าแนกตามระดับการศึกษา ได้ดังนี้ - ระดับประถมศึกษา จากจ านวนผู้ลงทะเบียนสอบรวมทุกรายวิชาของการสอบทั้ง 3 ครั้ง มีจ านวนรวม 204 คน มีผู้เข้าสอบรวมจ านวน 130 คน คิดเป็นร้อยละ 63.73- ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จากจ านวนผู้ลงทะเบียนสอบรวมทุกรายวิชาของการสอบทั้ง 3 ครั้ง มีจ านวนรวม 1,235 คน มีผู้เข้าสอบรวมจ านวน 853 คน คิดเป็นร้อยละ 69.07


60- ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จากจ านวนผู้ลงทะเบียนสอบรวมทุกรายวิชาของการสอบทั้ง 3 ครั้ง มีจ านวนรวม 2,237 คน มีผู้เข้าสอบรวมจ านวน 1,541 คน คิดเป็นร้อยละ 68.871.3.3 จ านวนผู้สอบผ่านรายวิชาการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing)จ านวนผู้สอบผ่านรายวิชาต ่าง ๆ ของการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษา ขั้นพื้นฐานด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) เฉพาะครั้งที่ 1 - 2 มีจ านวนผู้สอบผ่านน้อย จ าแนกตามระดับการศึกษา ได้ดังนี้ - ระดับประถมศึกษา จากจ านวนผู้เข้าสอบการสอบเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2ระดับประถมศึกษา รวมจ านวน 104 คน มีผู้ผ่านการสอบรายวิชาต่าง ๆ จ านวนรวม 30 คน คิดเป็นร้อยละ 28.85- ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จากจ านวนผู้เข้าสอบการสอบเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น รวมจ านวน 707 คน มีผู้ผ่านการสอบรายวิชาต่าง ๆ จ านวนรวม 237 คน คิดเป็นร้อยละ 33.52 - ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จากจ านวนผู้เข้าสอบการสอบเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมจ านวน 1,179 คน มีผู้ผ่านการสอบรายวิชาต่าง ๆ จ านวนรวม 268 คน คิดเป็นร้อยละ 22.73 2. ปัญหา อุปสรรคการด าเนินงานการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ในภาคตะวันออกปัญหาและอุปสรรคการด าเนินงานการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการศูนย์สอบและคณะกรรมการสนามสอบมี2 ลักษณะ คือ 1) ด้านการบริหารจัดการสอบ ได้แก่ งบประมาณไม่เพียงพอต่อการด าเนินการจัดสอบการประชาสัมพันธ์ยังไม่ครอบคลุมถึงกลุ่มเป้าหมาย แนวทางการสัมมนาวิชาการยังไม่มีความชัดเจน เงื่อนไขในการจบไม่ชัดเจน โปรแกรมที่ใช้มีหลายขั้นตอนท าให้ยุ่งยากต่อการสมัครสอบ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการสอบมีสมรรถนะต ่า 2) ด้านผู้สมัครสอบและผู้เข้าสอบ ได้แก่ ผู้สมัครสอบมีพื้นฐานในการใช้เทคโนโลยีน้อยท าให้ไม่ถนัดในการใช้ระบบออนไลน์ ผู้เข้าสอบน้อยกว่าจ านวนผู้ลงทะเบียน และกลุ่มผู้ลงทะเบียนสอบที่เป็นทหาร ติดภารกิจเร่งด่วนเกี่ยวกับกรณีพิพาทชายแดน ไม่สามารถเข้าสอบได้ปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล(Digital Testing) ตามความคิดเห็นของผู้เข้าสอบ ได้แก่ เวลาในการจัดการสอบนานเกินไปและพักนานเกินไปความล าบากในการเดินทางมาสอบ ตัวชี้วัดการออกข้อสอบไม่มีความชัดเจน ข้อสอบมีความยากในระดับมาก และคอมพิวเตอร์ค่อนข้างช้า


613. แนวทางการด าเนินงานการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ในภาคตะวันออก1. การประชาสัมพันธ์1.1 กรมส ่งเสริมการเรียนรู้ควรด าเนินการประชาสัมพันธ์หลากหลายช ่องทางและต่อเนื่อง1.2 ประชุมชี้แจงแจ้งเวียนทุกหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ1.3 ข้อมูลการประชาสัมพันธ์ต้องชัดเจน ครบถ้วน เพื ่อให้ผู้สมัครเห็นกระบวนการทั้งหมด2. ความไม่ชัดเจนของข้อมูลและแนวทางการด าเนินงานกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ควรก าหนดขั้นตอนการด าเนินงานให้ครบวงจรก ่อนสั ่งการให้ระดับพื้นที่ด าเนินงาน3. การใช้ประโยชน์จากผลการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานกรมส่งเสริมการเรียนรู้ควรน าผลการสอบผ่านในแต่ละรายวิชาน ามาเก็บสะสมหน่วยกิต เป็นการสะสมหน่วยกิตของธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)4. ระบบการรับสมัครออนไลน์4.1 กรมส ่งเสริมการเรียนรู้ควรให้สิทธิเจ้าหน้าที ่ระดับจังหวัด แก้ไขข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้นได้4.2 ปรับระบบการยืนยันตัวตน ณ สถานที่รับสมัคร และการออกบัตรของผู้เข้าสอบให้เป็นระบบออนไลน์ทั้งหมด 4.3 กรณีที่มีการจ่ายเงินลงทะเบียนสอบแต่ละรายวิชา ควรจะต้องมีการท าระบบรองรับการยื่นเอกสารการช าระเงินผ่านระบบออนไลน์5. ศูนย์สอบ5.1 กรมส่งเสริมการเรียนรู้ควรจัดหาครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์เพื่อจัดเป็นศูนย์สอบเอง5.2 ควรสร้างแรงจูงใจให้กับศูนย์สอบ โดยให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม5.3 ควรสร้างความสัมพันธ์อันดีกับสถานที่สอบ6. การลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้เข้าสอบ6.1 ควรมีสนามสอบทุกสถานศึกษา หรือเพิ่มสนามสอบให้มากขึ้น6.2 ควรยกเลิกการเดินทางในการยืนยันตัวตนในการลงทะเบียน เป็นการยืนยันตัวตนด้วยระบบออนไลน์7. ระยะเวลาด าเนินการแต่ละขั้นตอน7.1 กรมส่งเสริมการเรียนรู้ควรจัดท าปฏิทินการจัดสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) เป็นรายปีงบประมาณ ไตรมาสละ 1 ครั้ง (4 ครั้งต่อปี)


627.2 กรมส่งเสริมการเรียนรู้ควรก าหนดห้วงระยะเวลา (Time line) ของแต่ละขั้นตอนได้แก่ การประกาศรับสมัคร การรับสมัคร การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ การสอบ และการประกาศผลสอบ ให้ชัดเจนและเหมาะสม 8. ตารางสอบกรมส่งเสริมการเรียนรู้ควรปรับตารางสอบ เช่น เริ่มสอบรายวิชาแรกไม่เร็วเกินไปและสอบรายวิชาสุดท้ายช้าเกินไป ปรับลดระยะเวลาในการพักระหว่างวิชาเป็น 30 - 45 นาที 9. งบประมาณของศูนย์สอบกรมส่งเสริมการเรียนรู้ควรจัดสรรงบประมาณเป็นการเฉพาะให้กับศูนย์สอบ ไม่ควรให้ส านักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจ าจังหวัดใช้งบประมาณของหน่วยงาน เพราะมีงบประมาณจ ากัดและมีแผนการใช้จ่ายอื่น ๆ อยู่แล้วอภิปรายผลการศึกษาผลการด าเนินงานการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ในภาคตะวันออก มีประเด็นส าคัญจากผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่ควรน ามาอภิปราย ดังนี้1. ผลการด าเนินงานการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ในภาคตะวันออก ด้านปัจจัยป้อน พบว่า ความคิดเห็นของคณะกรรมการศูนย์สอบและคณะกรรมการสนามสอบ มีความคิดเห็นในภาพรวม ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.67) โดยด้านวัสดุอุปกรณ์ ด้านสถานที่จัดสอบ และด้านบุคลากรมีค่าเฉลี่ยในระดับมากที่สุด ตามล าดับ ( =4.88, =4.80 และ =4.50) ในขณะที ่ด้านคู่มือที่เกี่ยวข้องกับการด าเนินงานการเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน มีค่าเฉลี่ยความคิดเห็นระดับมาก ( =4.43) แต่ผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นด้านปัจจัยป้อนของผู้เข้าสอบกลับพบว ่า ในภาพรวมค่าเฉลี ่ยความคิดเห็นอยู ่ในระดับมาก( =4.39) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า มีความคิดเห็นในระดับมากที่สุด จ านวน 2 ข้อ คือ การให้ค าแนะน า ช่วยเหลือของบุคลากร และความพร้อมของระบบห้องสอบ ( =4.56) อีก 6 ข้อที่เหลืออยู่ในระดับมาก ข้อค้นพบนี้สอดคล้องกับผลการศึกษาของ กนกณัฐ สีหานาม (2564) ที ่ศึกษาการพัฒนาระบบการสอบออนไลน์ด้านคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผลการศึกษา พบว่า ความคิดเห็นต่อระบบของผู้เชี ่ยวชาญกับกลุ ่มตัวอย ่างผู้ใช้ระบบการสอบออนไลน์มีความแตกต ่างกัน คือ ผู้เชี ่ยวชาญเห็นว ่าความสามารถในการท างาน ความถูกต้องในการท างาน ความสะดวกในการใช้งาน ความรวดเร็วในการท างาน และการรักษาความปลอดภัย คุณภาพการท างานของระบบการสอบออนไลน์อยู่ในระดับดีมากค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.57 แต่ความพึงพอใจต่อระบบการสอบออนไลน์ของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับดี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.97 อย่างไรก็ตาม พบว่า ทั้งคณะกรรมการศูนย์สอบและคณะกรรมการสนามสอบ และผู้เข้าสอบมีความคิดเห็นในทิศทางเดียวกัน ในประเด็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของเอกสาร คู่มือที่เกี่ยวข้องกับการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) โดยมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก


63ทั้งสองกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เข้าสอบมีความคิดเห็นเกี่ยวข้องกับประเด็นคู่มือการด าเนินงานฯ ถึง 3 ข้อ คือ ความชัดเจนของคู่มือการด าเนินงานฯ คู่มือการด าเนินงานฯ สามารถน าไปปฏิบัติได้จริง และความครอบคลุมของเนื้อหาในคู่มือการด าเนินงานฯ ( =4.40, =4.30 และ =4.22)2. ผลการด าเนินงานการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ในภาคตะวันออก ด้านกระบวนการ พบว่า การบริหารจัดการการสอบและการด าเนินการจัดสอบ โดยคณะกรรมการศูนย์สอบและคณะกรรมการสนามสอบ มีการด าเนินการตามแนวปฏิบัติที่ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ก าหนดทุกด้านและเกือบทุกข้อการปฏิบัติของแต่ละด้าน โดยมีค่าเฉลี่ยร้อยละของการปฏิบัติระหว่าง 90 - 100 อย่างไรก็ตามแม้จะมีการด าเนินงานที่ค่อนข้างครบถ้วน สมบูรณ์ กลับพบว่าในส่วนของผู้เข้าสอบมีความคิดเห็นด้านกระบวนการในภาพรวม ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( =4.15) และมีความคิดเห็นในระดับมากทุกข้อ คือ การให้ค าแนะน าช่วยเหลือของกรรมการก ากับห้องสอบ การชี้แจงขั้นตอน รายละเอียด ขอบข่าย เนื้อหาและคุณสมบัติผู้สมัครสอบ และการเข้าถึงข้อมูลเพื่อตรวจสอบสถานะการสมัคร ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการสอบและผลสอบการปฐมนิเทศ การประชาสัมพันธ์รับสมัครและความเหมาะสมของเวลาท าแบบทดสอบ การรับสมัครด้วยระบบออนไลน์และความยากของแบบทดสอบ ความคิดเห็นของผู้เข้าสอบนี้แตกต ่างจากผลการศึกษาของพลอยกานต์ ล าดวล (2565) ที ่ศึกษาการพัฒนาระบบการสอบออนไลน์ เพื่อวัดทักษะการรู้ดิจิทัลส าหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย กรณีศึกษา โรงเรียนสายธรรมจันทร์ พบว่า ความพึงพอใจของผู้ใช้ระบบการสอบออนไลน์เพื่อวัดทักษะการรู้ดิจิทัล ส าหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ยรวม 4.54) 3. ผลการด าเนินงานการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (DigitalTesting) ในภาคตะวันออก ด้านปัจจัยป้อนผลผลิต พบว่า จ านวนผู้เข้าสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ในการสอบทั้ง 3 ครั้ง มีจ านวนผู้เข้าสอบรายวิชาต่างๆ น้อยกว่าจ านวนผู้ลงทะเบียนสอบในทุกระดับการศึกษา คือ ระดับประถมศึกษา มีผู้เข้าสอบเพียงร้อยละ 63.73 ของผู้ลงทะเบียนทั้งหมด ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นมีผู้เข้าสอบคิดเป็นร้อยละ 69.07 และระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมีผู้เข้าสอบคิดเป็นร้อยละ 68.87 ทั้งนี้อาจเป็นเพราะในการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ทั้ง 3 ครั้ง ไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าลงทะเบียนการสอบแต่อย่างใดจึงท าให้ผู้สมัครและลงทะเบียนสอบไม่เห็นความส าคัญของการสอบเท่าที่ควร นอกจากนี้ จากผลการวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรคการด าเนินงานการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing)ตามความคิดเห็นของผู้จัดการสอบ คือ คณะกรรมการศูนย์สอบและคณะกรรมการสนามสอบ และความคิดเห็นของผู้เข้าสอบพบปัญหา อุปสรรคที่อาจส่งผลต่อการไม่เข้าสอบ อาทิ การมีค่าใช้จ่ายและความยากล าบากในการเดินทางมาสอบ เพราะมีสนามสอบแห่งเดียวในจังหวัด ผู้สมัครสอบบางคนมีพื้นฐานในการใช้เทคโนโลยีน้อยตัวชี้วัดการออกข้อสอบไม่มีความชัดเจน ซึ่งท าให้ผู้ลงทะเบียนสอบสับสน และข้อสอบมีความยากในระดับมากด้วยปัญหาเหล่านี้ ส่งผลต่อการตัดสินใจไม่เข้าสอบและหรือเข้าสอบไม่ครบทุกรายวิชา


64นอกจากนี้ยังพบว ่า จ านวนผู้สอบผ่านรายวิชาต ่าง ๆ ของการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) เฉพาะครั้งที่ 1 - 2 มีจ านวนผู้สอบผ่านน้อยมาก คือ ระดับประถมศึกษา มีผู้ผ่านการสอบรายวิชาต่าง ๆ คิดเป็นร้อยละ 28.85 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มีผู้ผ่านการสอบ คิดเป็นร้อยละ 33.52 และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มีผู้ผ่านการสอบ คิดเป็นร้อยละ 22.73 ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะแบบทดสอบการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing)กระทรวงศึกษาธิการมอบหมายให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ สทศ. เป็นหน่วยพัฒนาข้อสอบ เพื่อให้ได้ข้อสอบที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน สามารถวัดผลและประเมินผลคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เข้าสอบได้อย่างแท้จริง ดังนั้น ข้อสอบที่ สทศ. พัฒนาจึงถือว่าเป็นข้อสอบที่มีความยากระดับหนึ่ง โดยเฉพาะส าหรับผู้เข้าสอบกลุ่มนอกระบบโรงเรียน ซึ่งสอดคล้องกับความคิดเห็นของผู้เข้าสอบที่สะท้อนถึงปัญหา อุปสรรคว่าตัวชี้วัดการออกข้อสอบไม่มีความชัดเจนและข้อสอบมีความยากในระดับมากข้อเสนอแนะ1. ข้อเสนอแนะเพื่อการน าผลการศึกษาไปใช้1.1 กรมส ่งเสริมการเรียนรู้ควรน าแนวทางการด าเนินงานการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ที่สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาคตะวันออกน าเสนอไปพัฒนา แก้ไข ปรับปรุงให้เป็นรูปธรรม โดยพิจารณาประเด็นเร่งด่วนตามความเหมาะสม1.2 กรมส่งเสริมการเรียนรู้ควรศึกษาประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความคุ้มค่าของการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ภาพรวมระดับประเทศ2. ข้อเสนอแนะเพื่อการศึกษาครั้งต่อไป2.1 กรมส่งเสริมการเรียนรู้ควรด าเนินการวิเคราะห์คุณภาพข้อสอบของการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ทั้ง 3 ครั้ง ในด้านความเที่ยงตรง ความเชื่อมั่นความยากง่าย ความเป็นปรนัย และอ านาจจ าแนก ในระดับประเทศหรือทุกภาค2.2 สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาคตะวันออกควรมีการศึกษาประเมินผลเชิงลึกกับกลุ่มเป้าหมายหลังการสอบเป็นระยะ เพื่อศึกษาแรงจูงใจ พฤติกรรมการเรียนรู้ การเตรียมตัวและการปฏิบัติตัวเพื่อการทดสอบในแต่ละครั้ง การน าวุฒิการศึกษาไปใช้ประโยชน์ของผู้ผ่านการสอบ ตลอดจนผลกระทบ (Impact) ของโครงการที่ส่งผลกลุ่มเป้าหมาย ชุมชน สังคม2.3 สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาคตะวันออกและส านักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจ าจังหวัด ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบผลการสอบของผู้เข้าสอบที ่มีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะความแตกต่างของ พื้นฐานความรู้และสังกัดการศึกษาเดิมของผู้เข้าสอบ คือ ผู้เข้าสอบที่มาจากสถานศึกษาในระบบโรงเรียนและผู้เข้าสอบจากสถานศึกษานอกระบบ


65บรรณานุกรมกนกณัฐ สีหานาม. (2564). การพัฒนาระบบการสอบออนไลน์ด้านคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการวัดและประเมินผลการศึกษา, มหาวิทยาลัยขอนแก่น.กรมส่งเสริมการเรียนรู้. (2568). คู่มือ การด าเนินงานการเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน.จันทรานี สงวนนาม. (2553). ทฤษฎีและแนวปฏิบัติในการบริหารสถานศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 3). นนทบุรี: บุ๊ค พอยท์.ทักษิณ สิทธิศักด์ิ. (2555). ปัจจัยเชิงระบบและแนวทางการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ดุษฎีนิพนธ์ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.บุญช่วย กิตติวิชญกุล. (2563). รูปแบบเชิงระบบที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงานพิทักษ์ป่า ส านักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชา รัฐประศาสตร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.ปภาอร เขียวสีมา. (2560). แนวทางการพัฒนาระบบการสอบก่อนการเรียนภาคปฏิบัติการของรายวิชาสรีรวิทยา มหาวิทยาลัยพะเยา. พะเยา : มหาวิทยาลัยพะเยา.ปภาอร เขียวสีมา. (2562). การพัฒนาวิธีการสอบก่อนการเรียนภาคปฏิบัติการของรายวิชาสรีรวิทยา มหาวิทยาลัยพะเยา. หนังสือประมวลบทความ (Proceeding) การประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติส าหรับบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการในสถาบันอุดมศึกษาครั้งที่ 11 “ทองกวาววิชาการ’ 62 : ส่งเสริมงานวิจัย พัฒนางานพัฒนาองค์กร”. 20-21 มิถุนายน 2562 : ส านักบริการวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 391.ประภาพรรณ รักเลี้ยง. (2556). หลักทฤษฎีและปฏิบัติการบริหารการศึกษา. พิษณุโลก : มหาวิทยาลัยพิษณุโลก.พลอยกานต์ ล าดวล. (2565). การพัฒนาระบบการสอบออนไลน์เพื่อวัดทักษะการรู้ดิจิทัลส าหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย กรณีศึกษา โรงเรียนสายธรรมจันทร์. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาสนเทศศาสตร์เพื่อการศึกษา, มหาวิทยาลัยศิลปากร.วิโรจน์ สารรัตนะ. (2545). การบริหาร : หลักการ ทฤษฎี และประเด็นทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : อักษราพิพัฒน์.ศิริวรรณ เสรีรัตน์. (2545). ทฤษฎีองค์การ. กรุงเทพฯ : ธรรมสาร.สนานจิตร สุคนธทรัพย์. (2547). “แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับบริบทในการบริหารการศึกษา”. ในประมวลสาระชุดวิชาบริบททางการศึกษา (หน่วยที่ 1-5, 1-56). นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.


66บรรณานุกรม (ต่อ)สมจิตร พึ่งหรรษพร. (2552). การวิเคราะห์ปัจจัยเชิงระบบในการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษาเครือข่ายคาทอลิกสังกัดสังฆมณฑลจันทบุรี. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, คณะครุศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.อมรศักด์ิกองสิงห์. (2560). การพัฒนาตัวบ่งชี้การบริหารความเสี่ยงเชิงระบบส าหรับโรงเรียนสังกัดส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยบูรพา.Barnard, C. I. (1938). The function of the executive. Cambridge: Harvard University Press.Controlling and analyzing costs in foodservice operations. Retreived fromwww.hotelsschool.cornell.edu.Dunham, R. B., & Pierce, J. L. (1989). Management. Glenview, IL. Scott: Forman.Keiser, J. D. M., Frederick, J., & Grimes, R. N. (2000). Contemporary management theory:


67ภาคผนวก


68


69


70


71


72


73


74


75


76


77


78


79


80


81ส าหรับคณะกรรมการศูนย์สอบ/สนามสอบแบบสอบถามการสอบเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ***********************ชื่อสถานศึกษา.........................................................................สังกัด.................................................................อ าเภอ/เขต..............................................................................จังหวัด................................................................ค าชี้แจง แบบสอบถามการประเมินความคิดเห็นและการด าเนินงานของคณะกรรมการศูนย์สอบ และคณะกรรมการสนามสอบที่มีต่อการด าเนินการสอบเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ประกอบด้วยข้อค าถาม จ านวน 2 ตอน ดังนี้ตอนที่ 1 ด้านปัจจัยเบื้องต้น เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับตอนที่ 2 ด้านกระบวนการ เป็นแบบตรวจสอบรายการ (Check List)ตอนที่ 1 ด้านปัจจัยเบื้องต้น ให้คณะกรรมการศูนย์สอบและคณะกรรมการสนามสอบ โปรดท าเครื่องหมาย  ในข้อที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุด โดยใช้เกณฑ์การให้คะแนนแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีความหมาย ดังนี้5 หมายถึง เหมาะสมมากที่สุด4 หมายถึง เหมาะสมมาก3 หมายถึง เหมาะสมปานกลาง2 หมายถึง เหมาะสมน้อย1 หมายถึง เหมาะสมน้อยที่สุด


82รายการระดับการประเมิน5 4 3 2 11. ปัจจัยเบื้องต้น1.1 คู่มือที่เกี่ยวข้องกับการด าเนินงานการเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบ เทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน 1) ความชัดเจนของคู่มือการด าเนินงานฯ 2) ความครอบคลุมของเนื้อหาในคู่มือการด าเนินงานฯ3) ความถูกต้องของเนื้อหาในคู่มือการด าเนินงานฯ4) คู่มือการด าเนินงานฯ สามารถน าไปปฏิบัติได้จริง1.2 บุคลากร 1) บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการด าเนินการสอบเทียบวัดระดับความรู้ 2) บุคลากรสามารถน าแนวทางไปปฏิบัติได้ถูกต้อง 3) บุคลากรสามารถน าความรู้ไปถ่ายทอดให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ 4) บุคลากรสามารถตอบค าถาม ชี้แจง ข้อสงสัยและให้ค าแนะน าได้1.3 สถานที่จัดสอบ1) สถานที่ตั้งอยู่ในชุมชน/ความสะดวกในการเดินทาง 2) ความพร้อมของสิ่งอ านวยความสะดวก เช่น สถานที่จอดรถ อาหาร สุขา 3) ลักษณะของโต๊ะคอมพิวเตอร์ เก้าอี้มีขนาดเหมาะสมกับผู้เข้าสอบ 4) ห้องสอบมีความสะอาด อากาศถ่ายเทสะดวก มีแสงสว่างเพียงพอ 5) ความชัดเจนของป้ายประชาสัมพันธ์ แสดงการเป็นสนามสอบ แผนผัง ห้องสอบ ตารางสอบ และรายชื่อผู้เข้าสอบ1.4 วัสดุอุปกรณ์1) จ านวนคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ส ารอง และอุปกรณ์เพียงพอต่อจ านวน ผู้มีสิทธิ์สอบ2) สภาพพร้อมใช้งานของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งระบบเครือข่าย3) คอมพิวเตอร์มีคุณสมบัติ ตามที่ก าหนดในคู่มือ


83ตอนที่ 2 ด้านกระบวนการให้คณะกรรมการศูนย์สอบและคณะกรรมการสนามสอบ ประเมินและตรวจสอบการด าเนินงานของหน่วยงาน/สถานศึกษา เป็นไปตามแนวปฏิบัติหรือไม่ และบันทึกข้อมูลลงในแบบสอบถามนี้รายการเป็นไปตามแนวปฏิบัติ ปัญหามี/ใช่ ไม่มี/ไม่ใช่ และข้อเสนอแนะ2. ด้านกระบวนการ2.1 ด้านการประชุมชี้แจงการด าเนินงาน1) กรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้จัดการประชุมชี้แจงเกี่ยวกับการสอบเทียบวัดระดับการศึกษา 2) การประชุมชี้แจงมีความชัดเจน ครอบคลุมเนื้อหา 3) คณะท างานสามารถน าความรู้จากการประชุมไปใช้ในการปฏิบัติงานได้4) คณะท างานสามารถถ่ายทอดข้อมูลจากการประชุมให้ผู้เกี่ยวข้องได้ 2.2 ด้านการประชาสัมพันธ์1) ศูนย์สอบแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ไปยังหน่วยงานการศึกษานอกสังกัด/สถานศึกษาในสังกัด 2) สถานศึกษาติดป้ายประชาสัมพันธ์หน้าสถานศึกษาเพื่อให้ผู้สนใจรับทราบ 3) สถานศึกษาน าข้อมูลการรับสมัครไปประชาสัมพันธ์ในที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ/เวทีประชาคม/หน่วยงานอื่น ๆ4) สถานศึกษาทุกแห่งประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์/สถานีวิทยุ 5) สถานศึกษาสอบถามข้อมูลช่องทางที่ผู้สมัครได้รับข่าวสารการรับสมัคร 2.3 ด้านการแนะแนว1) สถานศึกษามีการชี้แจงขั้นตอน รายละเอียดขอบข่ายเนื้อหาในการรับสมัครสอบฯ ให้ผู้ที่สนใจสมัครสอบ2) สถานศึกษามีการชี้แจงคุณสมบัติผู้สมัครสอบ


84รายการเป็นไปตามแนวปฏิบัติ ปัญหามี/ใช่ ไม่มี/ไม่ใช่ และข้อเสนอแนะ3) สถานศึกษามีการแนะแนวให้ผู้สมัครสอบที่มีคุณสมบัติไม่ครบให้เรียนโดยวิธีอื่นตามความเหมาะสม2.4 ด้านการรับสมัคร1) สถานศึกษามีการประกาศรับสมัครการเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน2) สถานศึกษามีการตรวจสอบใบสมัครพร้อมหลักฐานการสมัครให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในประกาศ3) สถานศึกษามีการขึ้นทะเบียนเป็นผู้เทียบระดับ รับลงทะเบียน และช าระค่าธรรมเนียม4) สถานศึกษามีการบันทึก ประวัติ และลงทะเบียนตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ขอสอบในระบบสอบเทียบวัดระดับความรู้ส าหรับผู้ที่มีความรู้เป็นเลิศ (EKAS) โดยแยกเป็นระดับ พร้อมออกรหัสผู้สอบ5) สถานศึกษามีการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ลงทะเบียน2.5 ด้านการปฐมนิเทศ1) สถานศึกษามีการปฐมนิเทศก่อนสอบ 2) เนื้อหาการปฐมนิเทศครอบคลุมรายละเอียดที่ผู้สมัครสอบต้องรู้3) กิจกรรมที่ใช้ในการปฐมนิเทศมีความเหมาะสม4) ระยะเวลาในการปฐมนิเทศมีความเหมาะสม2.6 ด้านการตรวจความพร้อมของระบบดิจิทัล (Digital Testing)1) สนามสอบมีการติดตั้งระบบดิจิทัล (Digital Testing)2) สนามสอบมีการทดสอบระบบก่อนการสอบ 3) สนามสอบมีการรายงานผลการทดสอบระบบ4) สนามสอบสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดปัญหาระหว่างสอบ


85รายการเป็นไปตามแนวปฏิบัติ ปัญหามี/ใช่ ไม่มี/ไม่ใช่ และข้อเสนอแนะ2.7 ด้านการด าเนินการจัดสอบ1) มีป้ายประชาสัมพันธ์สถานที่สอบ2) มีการติดป้ายประชาสัมพันธ์แนวปฏิบัติและข้อปฏิบัติส าหรับผู้เข้าสอบ3) มีการจัดท าแผนผังที่นั่งสอบ4) มีป้ายประชาสัมพันธ์แสดงรายชื่อผู้เข้าสอบหน้าห้องสอบ5) มีการแจ้งรหัสเข้าสอบแต่ละรายวิชาและรหัสผ่านของผู้เข้าสอบ6) มีการตรวจรายชื่อ บัตรประจ าตัวประชาชนหรือบัตรอื่นของผู้เข้าสอบ7) มีการแจ้งให้ผู้เข้าสอบตรวจสอบรายชื่อและแบบทดสอบบนหน้าจอระบบดิจิทัล (Digital Testing)8) มีการแจ้งระเบียบการสอบ9) มีการเก็บอุปกรณ์หรือเครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ของผู้เข้าสอบ10) มีการประกาศให้ผู้เข้าสอบทราบ ก่อนหมดเวลาสอบ 5 นาที2.8 ด้านการรายงานผลการสอบและการประกาศผลสอบ1) มีการจัดท ารายงานสรุปจ านวนผู้เข้าสอบ-ขาดสอบ2) มีการอนุมัติผลการทดสอบ3) มีการประกาศรายชื่อผู้ผ่านการทดสอบ4) มีการรายงานสรุปผลการทดสอบ5) มีการรายงานการจัดส่งข้อมูลผู้สอบตามระยะเวลาที่กรมส่งเสริมการเรียนรู้ก าหนด


863. ข้อเสนอแนะ3.1 คณะกรรมการศูนย์สอบ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................3.2 คณะกรรมการสนามสอบ.......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ผู้บันทึก(.............................................)วัน.........เดือน..............พ.ศ..............


87ส าหรับผู้เข้าสอบแบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการสอบเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing)***********************ค าชี้แจง1. แบบสอบถามฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสอบถามความพึงพอใจของผู้เข้าสอบการสอบเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing)2. แบบประเมินความพึงพอใจ แบ่งออกเป็น 4 ตอน ดังนี้ตอนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของผู้เข้าสอบตอนที่ 2 ความพึงพอใจที่มีต่อการสอบเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing)ตอนที่ 3 การน าไปใช้ประโยชน์ตอนที่ 4 ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ3. ข้อค าถามใน ตอนที่ 2 เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยมีความหมาย ดังนี้5 หมายถึง มีความพึงพอใจมากที่สุด4 หมายถึง มีความพึงพอใจมาก3 หมายถึง มีความพึงพอใจปานกลาง2 หมายถึง มีความพึงพอใจน้อย1 หมายถึง มีความพึงพอใจน้อยที่สุดตอนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของผู้เข้าสอบ1. ระดับการศึกษาของผู้เข้าสอบ  ระดับประถมศึกษา  ระดับ ม.ต้น  ระดับ ม.ปลาย 2. เพศ  ชาย  หญิง3. อายุ  ไม่เกิน 20 ปี  21 - 40 ปี  41 – 60 ปี  60 ปีขึ้นไป4. อาชีพปัจจุบัน  ยังไม่ได้ประกอบอาชีพ  เกษตรกรรม  ธุรกิจส่วนตัว  ลูกจ้างภาคเอกชน  ลูกจ้างหน่วยงานราชการ  อื่น ๆ................................


88ตอนที่ 2 ความพึงพอใจที่มีต่อการสอบเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing)ค าชี้แจง กรุณาท าเครื่องหมาย  ในข้อที่ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุดรายการระดับความพึงพอใจ5 4 3 2 11. ด้านปัจจัยเบื้องต้น1.1 ความชัดเจนของคู่มือการด าเนินงานฯ1.2 ความครอบคลุมของเนื้อหาในคู่มือการด าเนินงานฯ1.3 ความทันสมัยของเนื้อหาในคู่มือการด าเนินงานฯ1.4 คู่มือการด าเนินงานฯ สามารถน าไปปฏิบัติได้จริง1.5 การให้ค าแนะน า ช่วยเหลือ ของบุคลากร1.6 สถานที่/ที่ตั้ง สนามสอบ มีความเหมาะสมและความสะดวก ในการเดินทาง1.7 ความชัดเจนของป้ายและแผนผังสนามสอบ 1.8 ความพร้อมของระบบห้องสอบ2. ด้านกระบวนการ2.1 การประชาสัมพันธ์รับสมัคร2.2 การชี้แจงขั้นตอน รายละเอียด ขอบข่าย เนื้อหาและคุณสมบัติผู้สมัครสอบ 2.3 การรับสมัครด้วยระบบออนไลน์2.4 การเข้าถึงข้อมูลเพื่อตรวจสอบสถานะการสมัคร ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการสอบและผลสอบ2.5 การปฐมนิเทศ2.6 การให้ค าแนะน า ช่วยเหลือของกรรมการก ากับห้องสอบ2.7 ความยากของแบบทดสอบ2.8 ความเหมาะสมของเวลาท าแบบทดสอบ3. ด้านผลผลิต3.1 การคาดหวังในการสอบผ่านอยู่ในระดับใด3.2 การสอบท าให้ลดเวลา และค่าใช้จ่ายในการเรียน3.3 การสอบด้วยระบบดิจิทัล (Digital) ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าสอบ3.4 ประโยชน์ของการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยระบบดิจิทัล (Digital)


89ตอนที่ 3 การน าไปใช้ประโยชน์หากท่านได้รับวุฒิการศึกษา ท่านจะน าไปใช้ประโยชน์ด้านใด (ตอบได้หลายข้อ) ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น  น าไปใช้ในการสมัครงาน เลื่อนระดับเงินเดือน/ต าแหน่งในการท างาน อื่นๆ ............................................................................................................................................ตอนที่ 4 ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ4.1 ปัญหา อุปสรรค........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... 4.2 ข้อเสนอแนะ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ...........................................................................................................................................................................


Click to View FlipBook Version