คํานํา
จากสภาพการจดั การศึกษาของประเทศท่ีผานมาในการกําหนดหลักสูตรการเรียน
การสอน สว นกลางจะเปน ผูก ําหนดหลักสูตร เพ่อื ใหมกี ารจัดการเรยี นการสอนในแตล ะ
ระดับ โดยไมไ ดคาํ นงึ ถงึ สภาพความเปน อยแู ละวิถีชวี ติ ของผเู รยี น จงึ ทาํ ใหม ปี ญ หาเกดิ ขน้ึ
กับการศกึ ษาท่ีผา นมา
การจัดการศึกษาในปจจุบัน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจะตองเกิดจาก
ปญหาและความตองการของผูเรียน จะตองมารวมกนั คิดหาวิธีการจัดกิจกรรมการเรียน
การสอน เพอ่ื จดั ประสบการณใ หเ กิดกับผูเรยี นทเี่ หมาะสมกบั เพศ วยั วฒุ ภิ าวะ พน้ื ความรู
และความสนใจของผูเรียน โดยยึดผูเรียนเปนศูนยกลางและไดนําเอาความรู และ
ประสบการณท่ี มีอยู มาแลกเปลี่ ยนซ่ึ งกันและกัน โดยมีครูเปนผูจัดกิจกรรมใหความร ู
ตางๆท่ีผูเรียนไดน ํามารวมจดั ซง่ึ เรยี กวา ภูมปิ ญญาชาวบาน แลวนาํ มารวบรวมใหเปน
หลกั สูตรทองถ่นิ โดยผเู รียนและผสู อนรวมกนั สรา งข้ึน เกดิ การเรียนร ู อกี ทง้ั สามารถนํา
ความรูไปใชในชวี ิตประจาํ วนั ได
ศนู ยบ รกิ ารการศกึ ษานอกโรงเรยี นอาํ เภอเมืองนครนายก ไดจดั ทําหลกั สตู รทอ งถน่ิ
วิชาการแกะสลกั ตอไมไผข้ึน โดยอาศยั ภูมิปญญาชาวบา น และความรวมมือของวทิ ยากร
หลายทานๆ โดยเฉพาะ นายประยงค เข็มมณี ท่ีมาถายทอดความรูใหแ กป ระชาชนผูสนใจ
สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเห็นวาหลักสูตร
นี้มีประโยชนและสามารถใชศึกษาดวยตนเองจึงไดนํามาผลิตเปนส่ื อเอกสารและ
สอื่ อเิ ลก็ ทรอนกิ สน ําเขา คลงั หลักสตู รเพอ่ื เผยแพรต อ ไป
สถาบัน กศน. ภาคตะวันออก
บทที่ 1
ภมู หิ ลงั
บา นนางรอง หมู 3 ตําบลหินต้งั อําเภอเมอื งนครนายก จงั หวัดนครนายก มีพน้ื ที่
เปน ทร่ี าบเชงิ เขา ใกลก บั นาํ้ ตกนางรองอยตู ดิ กบั บริเวณอทุ ยานแหง ชาตเิ ขาใหญ ประชาชน
สว นใหญมอี าชพี ทาํ สวน รบั จา ง อาชีพทาํ สวนไดแ ก สวนผลไมทุเรยี น เงาะ ลองกอง
สม โอ สวนปลกู ไมไผ ชนดิ ตางๆ โดยเฉพาะไมไผตง พนั ธตุ งเขียว ไผตงหวาน
การทําสวนปลูกไมไ ผต ง ประชาชนในหมูบ าน จะปลกู ในรอยตอ อุทยานแหง ชาติ
เขาใหญ เนอื่ งจากประชาชนในหมบู า นนเ้ี ปนผูมฐี านะยากจน ไมม ที ท่ี าํ กนิ เปน ของตนเอง
โดยทางชาวบานไดเ ขาไปทาํ มาหากินในบริเวณนี้หลายช่ัวอายุคนแลว
การทําสวนไผตง ซึ่งเปนพืชเศรษฐกิจท่ีสําคัญของไทย จุดประสงคหลักคือ
ตอ งการขายหนอ เพอ่ื ใชแ ปรรูปเปน อาหารจําหนา ย แตเ มอื่ มกี ารปลกู มากขน้ึ ทําใหห นอ ไม
ราคาตกตา่ํ ไมคมุ คาแรงงานในการตดั และขนลงมาจากบนเขา ชาวบานจงึ ปลอยใหห นอ
เจริญเติบโตเปนตนไผ จะใชเวลาประมาณ 3 ป จึงตัดลําตนไปใชประโยชน
โดยตัดสูงจากพ้ืนดินประมาณ 30 - 100 เซนติเมตร ขึ้นอยูกับสภาพความยากงาย
ในการตัดลาํ ตน สวนตอไมไผท ีเ่ หลือกป็ ลอยท้ิงใหผ ุไปตามกาลเวลา
ในป พ.ศ.2531 นายประยงค เขม็ มณี ซึง่ เปนคนทอ่ี ยใู นพน้ื ที ่ เปนชา งแกะสลัก
ไดน าํ เศษไมม าแกะสลักรปู สัตวช นดิ ตา งๆ ทีว่ างตามศาลพระภูม ิ โดยเรียนรดู วยตนเอง
ตอมาเพ่อื นบานคอื นายมานพ แหยมเฟอ ง ไดนาํ รูปแกะสลกั หนาคนจากตอไมไผมาใหด ู
ทําใหเกดิ ความคิดวา ตอไมไผท เ่ี หลอื จากการตดั ลําตนไปขายแลวนาจะนํามาแกะสลกั ได
จงึ ทดลองตัดไมไผข นาดตา งๆ มาแกะโดยตง้ั ใจจะแกะตอไมไ ผเ ปน รูปหนาคน เน่ืองจาก
ไมมีประสบการณพื้นฐานในการแกะสลักหนาคน จึงฝกแกะสลักรูปหนาคนบอยๆ
โดยใชส่ิวอยา งเดียว เพอ่ื ใหเ กดิ ความชาํ นาญในการใชเ คร่ืองมอื เพราะไมต อ งซ้อื ตอไมไ ผ
จากนั้นจึงทดลองนําออกวางจาํ หนา ยใหกบั นักทองเท่ียวท่ีมาเทย่ี วบรเิ วณน้าํ ตกนางรอง
กไ็ ดรบั คําตชิ ม จากผมู าซอ้ื และนกั ทองเทยี่ วทม่ี าแวะ เชน ลกั ษณะรปู รา ง เคาโครง หนา ตา
ยังไมไ ดสดั สว น การวางจุดตา จมูก ปาก ลกั ษณะลูกตา ยังไมเ หมือนคนมากนกั
นายประยงค เข็มมณี จึงไดทดลองใหมโดยยึดหลักการวางรูปหนาท่ีถูกตอง
โดยทดลองแกะแลว ท้ิงหลายคร้งั จนไดรปู แบบที่สมบูรณแ ละนําออกวางจําหนายชนิ้ แรก
ในราคา 80 บาท จึงเกิดแรงจูงใจใหทําตอ และพัฒนารูปแบบหนาตามลักษณะ
อารมณต างๆ เชน หนายิม้ หนาตลก หนาด ุ จากนัน้ กพ็ ัฒนาเปนหนา รปู เทพเจา ของจีน
และเร่ิมทาํ เปนจาํ นวนมากขน้ึ เร่ือยๆ โดยรูปหนา มีขนาดแตกตา งกนั ไปแลว จงึ นําออกวาง
จําหนาย
ในระยะแรก จุดประสงคหลักของการแกะสลักตอไมไผเปนรูปหนาคน คือ
ตงั้ โชวอ ยางเดียว ตอ มาจงึ ไดร ับคําติชมจากจากผูมาซือ้ วา นา จะใชประโยชนอยา งอนื่ ไดอ ีก
มากกวา การต้ังโชวอยางเดียว เชน สามารถทําแจกนั ได ทาํ เปน ประถางตน ไมเ ล็กๆ ทาํ เปน
ท่ีเขีย่ บุหร่ ี ทที่ ับกระดาษ ที่ใสป ากกาได
ตอมามีชาวตางชาติไดมาเห็นวิธีการทําและผลงานที่ ออกมา และตองการท่ี จะ
ซอ้ื นํากลบั ประเทศของเขา จงึ ไดแ นะนําวา ตอไมไ ผท แ่ี กะสลกั นม้ี นี ํา้ หนกั มาก เปนปญ หา
ในการขนสง กลบั ประเทศวาจะทาํ อยา งไรทจี่ ะใหช นิ้ งานนมี้ นี ํา้ หนกั เบาโดยไดร บั คาํ แนะนํา
วา ใหค วา นเจาะเอาเนอ้ื ไมอ อกใหเ หลอื สว นเนอ้ื ไมท แี่ ขง็ หนาประมาณ 2 เซนตเิ มตร แลว
นําไปอบ ตกแตง ใหเกดิ ความสวยงาม นาํ ออกจําหนายในราคาตา ง ๆ กนั ตามความยากงา ย
ของชิน้ งาน ขนาด และการนําไปใชประโยชน
ในชวงป พ.ศ.2535 การแกะสลักตอไมไผทาํ รายไดใหก บั นายประยงค เขม็ มณ ี
ในข้ันพอใชได จากการแวะซ้ือของนักทองเท่ียว ทาํ ใหประชาชนในหมูบานเห็นวาเกิด
รายได จากการแกะสลักตอไมไผขาย จึงไดไ ปตัดตอไมไผในบริเวณสวนของตนเองแลว
มาฝกการแกะที่บานของ นายประยงค เข็มมณี จนสามารถทาํ รายได แลวก็กลับไป
แกะสลกั ทบ่ี า นและนาํ ออกวางจําหนา ยท่ีหนาบานของตนเอง ทําใหช น้ิ งานท่แี กะสลกั แลว
นําออกจําหนา ย สรา งรายไดใ หก บั คนในหมบู า นเปน อยา งด ี จงึ มกี ารซอื้ ขายตอไมไ ผเ กิดขน้ึ
ในราคาประมาณตอละ 5 บาท
ในป พ.ศ.2538 ประสบปญหาเกย่ี วกบั ผลิตภณั ฑ คอื เปน มอด มีเชอื้ รา เนื่องจาก
ตอไมไ ผท ่นี าํ มาแกะเปนตอไมไ ผ ทยี่ งั ไมแ หง จึงทําใหคนทม่ี าซือ้ ไปลดความตอ งการ ใน
การซอ้ื ลง สง ผลใหป ระชาชนที่แกะสลกั เลกิ การแกะสลกั ไปเปน จาํ นวนมากเพราะ จาํ หนา ย
ไมไ ด
นายประยงค เขม็ มณี จงึ ไดค ิดวธิ แี กป ญ หาการเกดิ มอด การเกดิ เชอื้ รา โดยใชว ิธกี าร
ตา งๆ คอื
1. การตมน้าํ รอ นผสมเกลอื
2. ตมใสผงซกั ฟอก สารฟอกขาว
3. ตมใสโ ซดาไฟ
4. อบกํามะถัน
แตกไ็ มไดผ ล จนกระทงั่ พบวิธที ่ีดที ่ีสดุ ในขณะน้ี คือ การนําตอ ไมไผมาชุบสาร
ฆาแมลง จากน้ันนาํ ไปเก็บในท่ีรม ลมพัดผานไดส ะดวก ประมาณ 3 - 6 เดือน แลวจึง
นาํ มาแกะสลัก
จนกระทั่งปจจบุ นั งานแกะสลักตอไมไ ผเปน ทน่ี ิยมมากขึ้น นายประยงค เข็มมณี
ไดรวบรวมสมาชิกในหมูบานนางรอง หมูท ่ี 3 ตาํ บลหินต้ัง อําเภอเมืองนครนายก
จังหวัดนครนายก ประมาณ 10 คน ตง้ั กลมุ แกะสลกั ตอไมไผ โดยไดรบั การสนบั สนนุ
งบประมาณจากโครงการเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง โดย ดร.พีรพล ไตรทศาวิทย
ผวู า ราชการจังหวดั นครนายก สนบั สนนุ งบประมาณ 100,000 บาท เปนทุนหมนุ เวียน
สาํ หรบั การจดั ซอื้ เครอ่ื งมอื และตอไมไ ผ และไดร ับการสนบั สนนุ จากหนว ยงานภาครฐั และ
เอกชนตางๆ เชน การทองเทีย่ วแหง ประเทศไทย สาํ นกั งานภาคกลางเขต 8 , สํานกั งาน
พัฒนาชมุ ชน , สํานักงานอุตสาหกรรมจงั หวดั นครนายก และ ศนู ยการศกึ ษานอกโรงเรยี น
จงั หวัดนครนายก โดยมลี ูกคา ท้ังชาวไทยและชาวตา งประเทศไดส ั่งซ้ือเปนจํานวนมาก
บทท ่ี 2
วสั ด ุ อุปกรณ
วัสดุ / อุปกรณ
- เหงาไมไ ผหรอื ตอไมไ ผ
- สิว่ ปากแบน ขนาด 1/4 น้วิ , 1/2 นว้ิ , 3/8 นว้ิ , 1 นิ้ว
- สว่ิ เลบ็ มอื ขนาด 3/8 น้วิ , 1/4 นิว้ , 1 น้ิว
- คอนเหลก็ , คอ นตะลุมพุก
- มดี
- ขวาน
- เล่อื ยคนั ธน ู
- ชะแลง
- สวา น
- กบขดู ผิว
- แปรงทองเหลอื ง
- แปรงทาสี ขนาด 1 นิ้ว
- แปรงสฟี น ใชแลว
- กระดาษทราย เบอร 80 , 100
- หนิ เจียร
- ตะไบบุง
- กรรไกรตัดกงิ่ ไม
- หินลับมดี
- ดนิ สอดํา
- ปากกาจบั ชิน้ งาน
สยี อ มไม
- สีเหลอื ง เบอร 7
- สีโอค เบอร 4
- สปี ระดู เบอร 2
- สีเหลอื งแกมแดง เบอร 1
- สีดํามะเกลอื
นํ้ามันชกั เงา , เคลอื บแข็ง
น้าํ มนั สน , แลคเกอร , ยรู เี ทน , ทนิ เนอรส ําหรบั ลา งแปรงทาส ี
นา้ํ ยากนั มอด
สารฆา แมลง,นาํ้ มนั กา ด, นา้ํ มนั โซลา , เกลอื แกง (ใสใ นนํ้าตม เพอ่ื ฆา ตวั มอดและไข)
อปุ กรณสาํ คญั ในการแกะสลกั ตอไมไ ผ
บทท ี่ 3
ขนั้ ตอนการดาํ เนนิ การ
ข้นั ที่ 1 เตรยี มวัสดอุ ุปกรณ
1. ปกตติ ามธรรมชาตไิ มไ ผต งจะมรี ากตดิ อย ู สว น
ที่ใกลพื้นดินจํานวนมาก ในการเลือกตอไมไผตง
เพื่อแกะสลักควรเลือกตอไมไผท่ีมีขนาดตางกัน
มเี สน ผาศูนยกลางขนาด 2 นิ้วขึน้ ไป สวนท่เี ปน
รากใหม ขี นาดสงู กวา พน้ื ดินประมาณ 20 เซนติ เมตร
ขึน้ ไป โดยใชเ ล่ือยคนั ธนูปรบั ใบเลอื่ ยใหขนานกบั
พ้ืนดิน แลววางเล่ือยใหตดิ กับพื้นดนิ จากน้นั เลื่อย
โดยใช 2 คน ชว ยกัน
2. นาํ ตอไมไ ผที่ไดมาชบุ สารกนั แมลงแลว นาํ ไป
ผ่งึ ใหแ หง ตามธรรมชาติ ประมาณ 3 - 6 เดอื น
3. นําตอไมไผท่ีแหงแลวพรอมที่จะแกะไดมา
พจิ ารณาดคู วามเหมาะสมวา จะทาํ หนา รปู แบบไหน
จงึ จะเหมาะสมกับตอไมทม่ี ีอยู
ข้นั ที่ 2 วธิ ที าํ
2.1 การแกะสลกั
1. การกําหนดบริเวณที่จะแกะสลักโดยกําหนด
จดุ กงึ่ กลางของตอไมไผ ยึดตาไมท ง้ั 2 ขางเปนหลกั
คือ จะไมแกะสลักตรงตาจะแกะระหวาง 2 ตา
เลือกดา นกวางและสมบูรณท่ีสดุ
2. ก า ร กํ า ห น ด จุ ด แ น ว ร า ก เ พ่ื อ ทํ า ค้ิ ว
ที่ตอไมไผจะมี รากอยตู ามขอโดยรอบเปนจาํ นวน
มาก ใหเ ลอื ก กําหนดแนวค้ิวโดยเลือกขอท ่ี 1 หรอื
2 ก็ได ใหมีแนวรากท่ีสมบูรณ หาจุดก่ึงกลาง
ระหวางตาตอไม ทําหัวค้ิ วใหหางกัน 1 น้ิ ว
โดยใชส ่ิวปากแบน 1 นวิ้ บากออก
3. การกําหนดความกวางของใบหนาใชสิ่วปาก
แบนขนาด 1 น้วิ แซะรากซึง่ ตา่ํ ลงมาจากแนว
ค้ิว 2 แนวออก โดยใหห า งจากตาของตอไมขา งละ
ประมาณ 1 เซนติเมตร ทั้ง 2 ขาง เพ่ือ กําหนด
ความกวางของใบหนา
4. การกําหนดจุดที่ จะเวนไวทําหนวด ใชสิ่ ว
ปากแบน 1/2 น้ิว แซะราก เพื่อทําแนวรูปราง
หนวด โดยจัดใหว งหนา ทง้ั 2 ขา ง เทากัน
5. การขนึ้ แนวจมูก ใชดินสอดําวาดแนวจมกู จาก
หวั คิว้ ลงไปหาหนวด ทั้ง 2 ดา น จากนัน้ ใชส่วิ ปาก
แบนขนาด 1 นว้ิ สกดั ตามแนวเสน แลว แซะบริเวณ
ใตค ิ้วทัง้ 2 ดานออก ตอ มาทํารูจมูก โดยยึดแนว
หัวคิว้ เปน หลัก ทํารูจมกู ทง้ั 2 ดาน ใชสิ่วเล็บมอื
ตอกทํารูจมูก และสนั จมกู ทั้ง 2 ดา น จากนั้นแตง
ใหไ ดร ูปจมกู ทสี่ วยงาม
6. การทาํ ตา ใชดินสอดาํ วาดใตควิ้ ประมาณ 0.5
เซนติเมตร เพ่ือทําขอบตาบน จากน้ันใชส่ิวปาก
แบน 1/2 นิ้ ว ตอกตามเสนแลวแซะออก
ใชด นิ สอดํา วาดลูกตาทงั้ 2 ขา ง ใชส ิว่ ปากแบน
1/4 นิ้ว ตอกตามแนวเสนแลวแซะดานในออก
ใชดินสอดําวาดเสนใตตาอีกเสนหนึ่ง แลวแซะ
ดา นนอกออก กจ็ ะไดต าท้ัง 2 ขาง
7. การแตง บริเวณแกม แตงบรเิ วณแกมท้ัง 2 ขาง
ใหมขี นาดเทา กัน โดยใชสิว่ ปากแบนขนาด 1 นวิ้
8. การทาํ ปาก ใชส ว่ิ ปากแบนขนาด 1/2 นวิ้ แซะ
แนวรากตอจากหนวด 1 แนว ใหมีความยาวอย ู
ระหวางจดุ กึ่งกลางลูกตาทง้ั 2 ขาง ตามแนวดิ่ง
จากนั้นใชส่ิวปากแบนขนาด 1/2 น้ิว แซะเปน
แนวปากใหไดรูปตามท่ีเหมาะสม พรอมกับ
แตงหนวด
9. การลางทําความสะอาด นําไปลางทําความ
สะอาด โดยใชแปรงลวดขัดดนิ และสิง่ ท่ีสกปรกท ี่
ตดิ อยอู อกใหส ะอาด จากนน้ั นําไปตากแดดใหแหง
10. การตกแตง เม่ือแหงดีแลวใชกระดาษทราย
เบอร 80 ขัด จากนัน้ ใชแปรงทาสปี ดฝุน ทําความ
สะอาด ใชกระดาษทรายเบอร 100 และส่ิวปาก
แบนตกแตงเก็บรายละเอียดใบหนาใหเรียบรอย
อีกคร้ัง แลวใชกรรไกรแตงรากหนวดเคราให
สวยงามใชแ ปรงทาสีปดทําความสะอาด อกี ครงั้
2.2 การลงสี
1. เตรียมอปุ กรณในการทาสีใหพ รอ ม นําช้นิ งาน
ท่ีตากแดดไวแหงแลวมาปดฝุนใหสะอาดอีกคร้ัง
จากน้ันลงมือทาสีตามความตองการ ถาตอ งการ
ใหสีออนก็ใหทาครั้ งเดียว ถาตองการสีเขม
ก็ใหทาซํ้าจนเขมตามความตองการ การท่จี ะทาสี
ซา้ํ ลงไปอีก ตองรอใหสีท่ีทาแตล ะครั้งแหงกอน
แลวจึงทาทับลงไป โดยทาข้นึ - ลง ตามลายไม
ใหทั่วทั้งช้ินงานยกเวน บริเวณราก
2. เม่ือทาสีชิ้นงานเรียบรอยแลว ท้ิงไวใหแหง
ประมาณ 1 ชั่วโมง จากน้ัน นาํ มาเคลอื บดวย
นํ้ามันเคลือบแข็ง คือยูรีเทน หรือแลคเกอร
ทาใหทว่ั แลวปลอ ยใหแหงเพอ่ื รกั ษาเนอ้ื ไม
กรณีท่ีตองการใหเปนสีธรรมชาติ ใหใชน้ํามันสนทาชิ้นงาน พอหมาดแลว
ใหใ ชผา แหง ขดั ใหขึน้ เงา จากนนั้ กเ็ คลือบดว ยนา้ํ มนั เคลือบแข็งอีกครง้ั หนงึ่
เมอ่ื ลงสีเสร็จเรยี บรอยแลว ใหใ ชทนิ เนอรทําความสะอาดแปรงทาสใี หเ รียบรอ ย
ขั้นท ่ี 3 นาํ ช้ินงานออกวางจําหนา ย
1. รา นแปลก เสน ทางเขานาํ้ ตกนางรอง อําเภอเมอื ง จงั หวดั นครนายก
2. บานเลขท่ ี 20/1 หมู 3 บา นนางรอง ต.หินต้ัง อ.เมอื ง จ.นครนายก 26000
นายประยงค เขม็ มณี (037 385038,01 5525118)
3. เว็บไซต ไทยตําบลดอทคอม www.thaitambon.com
นอกจากการแกะสลกั ไมไ ผจ ากตอแลว ยงั มกี ารพฒั นารูปแบบผลติ ภณั ฑโ ดยการนาํ
เหงาไมไ ผมาทาํ เปน โคมไฟเหงาไมไผในรูปแบบตา งๆกัน เชน
โคมไฟหนา คน
ขนาด กวา ง 26 ซม. ยาว 30 ซม. สูง 38ซม.
นํ้าหนัก 1930 กรมั
ราคาขายสง 600 บาท
ราคาขายปลีก 900 บาท
โคมไฟหัวชา งลายดอกไม
ขนาด กวาง 12 ซม. ยาว 18 ซม. สูง 30 ซม.
น้ําหนัก 740 กรัม
ราคาขายสง 300 บาท
ราคาขายปลีก 400 บาท
โคมไฟกระบอก
ขนาด กวาง 17 ซม. ยาว 21 ซม. สงู 45 ซม.
นํ้าหนัก 1860 กรัม
ราคาขายสง 300 บาท
ราคาขายปลีก 400 บาท
โคมไฟกระบอกหวั ชาง
ขนาด กวาง 16 ซม. ยาว 20 ซม. สูง 29ซม.
น้ําหนกั 765 กรัม
ราคาขายสง 300 บาท
ราคาขายปลีก 400 บาท
บทที่ 4
การศกึ ษาตน ทนุ และการจาํ หนา ย
การศึกษาตนทนุ
1. ราคาตอไมไผ ( วดั เสนผานศนู ยกลางบรเิ วณฐานของตอไม )
ตารางแสดงราคาตอไมไผ
ขนาดเสน ผา ศูนยก ลางขนาดของตอไมไผส ูง ราคาตอละ(บาท)
2 นว้ิ - 4 น้ิว 20 ซ.ม. ข้ึนไป 10
4 นว้ิ - 5 นว้ิ 20 ซ.ม. ขึน้ ไป 15
6 นิว้ - 7 นว้ิ 20 ซ.ม. ขน้ึ ไป 20
7 นิ้ว - 10 น้ิว 20 ซ.ม. ข้ึนไป 30
7 นิ้ว - 10 นิ้ว 1.50 เมตร ขนึ้ ไป 50
2. คา วสั ดุสน้ิ เปลือง 10 บาท / 1 วนั
3. คา แรงงาน 30 บาท / 1 ชนิ้
(ขึน้ อยูกบั ขนาด รูปแบบ และระยะเวลาในการทํา )
หมายเหตุ ประมาณการนีใ้ ชคาเฉลย่ี ระดบั ปานกลาง
การกาํ หนดราคาจาํ หนาย
ราคาชนิ้ ละ 50 - 300 บาท ข้ึนอยกู บั ขนาดและรปู แบบของชนิ้ งาน
แหลงจําหนา ย
รานแปลก เสนทางเขา นาํ้ ตกนางรอง อําเภอเมือง จังหวดั นครนายก
แหลง ขอ มลู
1. คุณประยงค เข็มมณ ี บา นเลขท ่ี 20 / 1 หมูท่ี 3 บานนางรอง ตาํ บลหนิ ตั้ง
อาํ เภอเมอื งนครนายก จงั หวดั นครนายก 26000 โทร. 01- 6631048
2. คุณมานพ แหยมเฟอง บา นเลขท ี่ 73 หม ู 3 บา นนางรอง ตาํ บลหนิ ตงั้
อาํ เภอเมืองนครนายก จงั หวัดนครนายก 26000 โทร. 037- 313500
คณะกรรมการ
จัดทําเนอื้ หาการแกะสลักตอไมไ ผ
ท่ีปรกึ ษา
นางสาววราภรณ ศริ วิ รรณ
ผูอ าํ นวยการศนู ยก ารศึกษานอกโรงเรยี นจงั หวัดนครนายก
นางฤทัย สมชาย
รองผอู ํานวยการศนู ยการศกึ ษานอกโรงเรยี นจงั หวดั นครนายก
นายสงั วาลย รักษากลนิ่
ผูอ ํานวยการศูนยบ ริการการศึกษานอกโรงเรียนอําเภอเมืองนครนายก
คณะทาํ งานจัดทําเนือ้ หาการแกะสลกั ไมไผ
นายไพรชั ศรใี ส พนกั งานราชการ
ตาํ แหนง ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรยี น
นางพุทธชาด ทะลิ พนักงานราชการ
ตาํ แหนง ครอู าสาสมคั รการศึกษานอกโรงเรียน
นายยศภัค คนเสงยี่ ม พนกั งานราชการ
ตาํ แหนง ครอู าสาสมัครการศกึ ษานอกโรงเรยี น