The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แกะสลักตอไม้ไผ่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แกะสลักตอไม้ไผ่

แกะสลักตอไม้ไผ่

Keywords: แกะสลัก,ตอไม้ไผ่

คํานํา 

จากสภาพการจดั การศึกษาของประเทศท่ีผานมาในการกําหนดหลักสูตรการเรียน 
การสอน สว นกลางจะเปน ผูก ําหนดหลักสูตร  เพ่อื ใหมกี ารจัดการเรยี นการสอนในแตล ะ 
ระดับ โดยไมไ ดคาํ นงึ ถงึ สภาพความเปน อยแู ละวิถีชวี ติ ของผเู รยี น จงึ ทาํ ใหม ปี ญ หาเกดิ ขน้ึ  
กับการศกึ ษาท่ีผา นมา 

การจัดการศึกษาในปจจุบัน    การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจะตองเกิดจาก 
ปญหาและความตองการของผูเรียน  จะตองมารวมกนั คิดหาวิธีการจัดกิจกรรมการเรียน 
การสอน  เพอ่ื จดั ประสบการณใ หเ กิดกับผูเรยี นทเี่ หมาะสมกบั เพศ  วยั   วฒุ ภิ าวะ  พน้ื ความรู 
และความสนใจของผูเรียน    โดยยึดผูเรียนเปนศูนยกลางและไดนําเอาความรู  และ 
ประสบการณท่ี มีอยู มาแลกเปลี่ ยนซ่ึ งกันและกัน  โดยมีครูเปนผูจัดกิจกรรมใหความร ู
ตางๆท่ีผูเรียนไดน ํามารวมจดั  ซง่ึ เรยี กวา   ภูมปิ ญญาชาวบาน  แลวนาํ มารวบรวมใหเปน 
หลกั สูตรทองถ่นิ   โดยผเู รียนและผสู อนรวมกนั  สรา งข้ึน    เกดิ การเรียนร ู อกี ทง้ั สามารถนํา 
ความรูไปใชในชวี ิตประจาํ วนั ได 

ศนู ยบ รกิ ารการศกึ ษานอกโรงเรยี นอาํ เภอเมืองนครนายก ไดจดั ทําหลกั สตู รทอ งถน่ิ  
วิชาการแกะสลกั ตอไมไผข้ึน โดยอาศยั ภูมิปญญาชาวบา น และความรวมมือของวทิ ยากร 
หลายทานๆ โดยเฉพาะ นายประยงค  เข็มมณี  ท่ีมาถายทอดความรูใหแ กป ระชาชนผูสนใจ 

สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเห็นวาหลักสูตร 
นี้มีประโยชนและสามารถใชศึกษาดวยตนเองจึงไดนํามาผลิตเปนส่ื อเอกสารและ 
สอื่ อเิ ลก็ ทรอนกิ สน ําเขา คลงั หลักสตู รเพอ่ื เผยแพรต อ ไป 

สถาบัน  กศน. ภาคตะวันออก

บทที่  1 

ภมู หิ ลงั  

บา นนางรอง  หมู  3  ตําบลหินต้งั   อําเภอเมอื งนครนายก  จงั หวัดนครนายก  มีพน้ื ที่ 
เปน ทร่ี าบเชงิ เขา  ใกลก บั นาํ้ ตกนางรองอยตู ดิ กบั บริเวณอทุ ยานแหง ชาตเิ ขาใหญ   ประชาชน 
สว นใหญมอี าชพี ทาํ สวน  รบั จา ง  อาชีพทาํ สวนไดแ ก    สวนผลไมทุเรยี น    เงาะ    ลองกอง 
สม โอ   สวนปลกู ไมไผ  ชนดิ ตางๆ โดยเฉพาะไมไผตง  พนั ธตุ งเขียว  ไผตงหวาน 

การทําสวนปลูกไมไ ผต ง  ประชาชนในหมูบ าน  จะปลกู ในรอยตอ อุทยานแหง ชาติ 
เขาใหญ   เนอื่ งจากประชาชนในหมบู า นนเ้ี ปนผูมฐี านะยากจน    ไมม ที ท่ี าํ กนิ เปน ของตนเอง 
โดยทางชาวบานไดเ ขาไปทาํ มาหากินในบริเวณนี้หลายช่ัวอายุคนแลว 

การทําสวนไผตง   ซึ่งเปนพืชเศรษฐกิจท่ีสําคัญของไทย    จุดประสงคหลักคือ 
ตอ งการขายหนอ  เพอ่ื ใชแ ปรรูปเปน อาหารจําหนา ย  แตเ มอื่ มกี ารปลกู มากขน้ึ  ทําใหห นอ ไม 
ราคาตกตา่ํ   ไมคมุ คาแรงงานในการตดั และขนลงมาจากบนเขา  ชาวบานจงึ ปลอยใหห นอ 
เจริญเติบโตเปนตนไผ    จะใชเวลาประมาณ  3  ป    จึงตัดลําตนไปใชประโยชน 
โดยตัดสูงจากพ้ืนดินประมาณ  30  -  100  เซนติเมตร   ขึ้นอยูกับสภาพความยากงาย 
ในการตัดลาํ ตน   สวนตอไมไผท ีเ่ หลือกป็ ลอยท้ิงใหผ ุไปตามกาลเวลา 

ในป   พ.ศ.2531  นายประยงค  เขม็ มณี  ซึง่ เปนคนทอ่ี ยใู นพน้ื ที ่  เปนชา งแกะสลัก 
ไดน าํ เศษไมม าแกะสลักรปู สัตวช นดิ ตา งๆ  ทีว่ างตามศาลพระภูม ิ    โดยเรียนรดู วยตนเอง 
ตอมาเพ่อื นบานคอื   นายมานพ  แหยมเฟอ ง  ไดนาํ รูปแกะสลกั หนาคนจากตอไมไผมาใหด ู 
ทําใหเกดิ ความคิดวา  ตอไมไผท เ่ี หลอื จากการตดั ลําตนไปขายแลวนาจะนํามาแกะสลกั ได 
จงึ ทดลองตัดไมไผข นาดตา งๆ  มาแกะโดยตง้ั ใจจะแกะตอไมไ ผเ ปน รูปหนาคน  เน่ืองจาก 
ไมมีประสบการณพื้นฐานในการแกะสลักหนาคน   จึงฝกแกะสลักรูปหนาคนบอยๆ 
โดยใชส่ิวอยา งเดียว  เพอ่ื ใหเ กดิ ความชาํ นาญในการใชเ คร่ืองมอื เพราะไมต อ งซ้อื ตอไมไ ผ 
จากนั้นจึงทดลองนําออกวางจาํ หนา ยใหกบั นักทองเท่ียวท่ีมาเทย่ี วบรเิ วณน้าํ ตกนางรอง 
กไ็ ดรบั คําตชิ ม จากผมู าซอ้ื และนกั ทองเทยี่ วทม่ี าแวะ  เชน   ลกั ษณะรปู รา ง  เคาโครง  หนา ตา 
ยังไมไ ดสดั สว น   การวางจุดตา  จมูก  ปาก  ลกั ษณะลูกตา  ยังไมเ หมือนคนมากนกั

นายประยงค   เข็มมณี   จึงไดทดลองใหมโดยยึดหลักการวางรูปหนาท่ีถูกตอง 
โดยทดลองแกะแลว ท้ิงหลายคร้งั   จนไดรปู แบบที่สมบูรณแ ละนําออกวางจําหนายชนิ้ แรก 
ในราคา  80  บาท    จึงเกิดแรงจูงใจใหทําตอ    และพัฒนารูปแบบหนาตามลักษณะ 
อารมณต างๆ   เชน    หนายิม้   หนาตลก  หนาด ุ  จากนัน้   กพ็ ัฒนาเปนหนา รปู เทพเจา ของจีน 
และเร่ิมทาํ เปนจาํ นวนมากขน้ึ เร่ือยๆ  โดยรูปหนา มีขนาดแตกตา งกนั ไปแลว จงึ นําออกวาง 
จําหนาย 

ในระยะแรก    จุดประสงคหลักของการแกะสลักตอไมไผเปนรูปหนาคน    คือ 
ตงั้ โชวอ ยางเดียว  ตอ มาจงึ ไดร ับคําติชมจากจากผูมาซือ้ วา   นา จะใชประโยชนอยา งอนื่ ไดอ ีก 
มากกวา การต้ังโชวอยางเดียว  เชน  สามารถทําแจกนั ได  ทาํ เปน ประถางตน ไมเ ล็กๆ  ทาํ เปน  
ท่ีเขีย่ บุหร่ ี  ทที่ ับกระดาษ  ที่ใสป ากกาได 

ตอมามีชาวตางชาติไดมาเห็นวิธีการทําและผลงานที่ ออกมา    และตองการท่ี จะ 
ซอ้ื นํากลบั ประเทศของเขา  จงึ ไดแ นะนําวา  ตอไมไ ผท แ่ี กะสลกั นม้ี นี ํา้ หนกั มาก   เปนปญ หา 
ในการขนสง กลบั ประเทศวาจะทาํ อยา งไรทจี่ ะใหช นิ้ งานนมี้ นี ํา้ หนกั เบาโดยไดร บั  คาํ แนะนํา 
วา    ใหค วา นเจาะเอาเนอ้ื ไมอ อกใหเ หลอื สว นเนอ้ื ไมท แี่ ขง็  หนาประมาณ 2 เซนตเิ มตร    แลว  
นําไปอบ  ตกแตง ใหเกดิ ความสวยงาม  นาํ ออกจําหนายในราคาตา ง  ๆ  กนั   ตามความยากงา ย 
ของชิน้ งาน  ขนาด  และการนําไปใชประโยชน 

ในชวงป  พ.ศ.2535  การแกะสลักตอไมไผทาํ รายไดใหก บั   นายประยงค   เขม็ มณ ี
ในข้ันพอใชได จากการแวะซ้ือของนักทองเท่ียว  ทาํ ใหประชาชนในหมูบานเห็นวาเกิด 
รายได  จากการแกะสลักตอไมไผขาย จึงไดไ ปตัดตอไมไผในบริเวณสวนของตนเองแลว 
มาฝกการแกะที่บานของ นายประยงค    เข็มมณี  จนสามารถทาํ รายได  แลวก็กลับไป 
แกะสลกั ทบ่ี า นและนาํ ออกวางจําหนา ยท่ีหนาบานของตนเอง  ทําใหช น้ิ งานท่แี กะสลกั แลว  
นําออกจําหนา ย  สรา งรายไดใ หก บั คนในหมบู า นเปน อยา งด ี  จงึ มกี ารซอื้ ขายตอไมไ ผเ กิดขน้ึ  
ในราคาประมาณตอละ  5  บาท 

ในป  พ.ศ.2538  ประสบปญหาเกย่ี วกบั ผลิตภณั ฑ   คอื   เปน มอด  มีเชอื้ รา  เนื่องจาก 
ตอไมไ ผท ่นี าํ มาแกะเปนตอไมไ ผ  ทยี่ งั ไมแ หง     จึงทําใหคนทม่ี าซือ้ ไปลดความตอ งการ ใน 
การซอ้ื ลง สง ผลใหป ระชาชนที่แกะสลกั  เลกิ การแกะสลกั ไปเปน จาํ นวนมากเพราะ จาํ หนา ย 
ไมไ ด

นายประยงค   เขม็ มณี  จงึ ไดค ิดวธิ แี กป ญ หาการเกดิ มอด  การเกดิ เชอื้ รา  โดยใชว ิธกี าร 
ตา งๆ คอื  

1.  การตมน้าํ รอ นผสมเกลอื  
2.  ตมใสผงซกั ฟอก  สารฟอกขาว 
3.  ตมใสโ ซดาไฟ 
4.  อบกํามะถัน 
แตกไ็ มไดผ ล  จนกระทงั่ พบวิธที ่ีดที ่ีสดุ ในขณะน้ี  คือ  การนําตอ ไมไผมาชุบสาร 
ฆาแมลง  จากน้ันนาํ ไปเก็บในท่ีรม   ลมพัดผานไดส ะดวก   ประมาณ  3 -  6  เดือน   แลวจึง 
นาํ มาแกะสลัก 
จนกระทั่งปจจบุ นั   งานแกะสลักตอไมไ ผเปน ทน่ี ิยมมากขึ้น  นายประยงค  เข็มมณี 
ไดรวบรวมสมาชิกในหมูบานนางรอง    หมูท ่ี 3  ตาํ บลหินต้ัง  อําเภอเมืองนครนายก 
จังหวัดนครนายก  ประมาณ  10  คน  ตง้ั กลมุ แกะสลกั ตอไมไผ   โดยไดรบั การสนบั สนนุ  
งบประมาณจากโครงการเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง  โดย  ดร.พีรพล     ไตรทศาวิทย 
ผวู า ราชการจังหวดั นครนายก  สนบั สนนุ งบประมาณ  100,000  บาท  เปนทุนหมนุ เวียน 
สาํ หรบั การจดั ซอื้ เครอ่ื งมอื และตอไมไ ผ   และไดร ับการสนบั สนนุ  จากหนว ยงานภาครฐั และ 
เอกชนตางๆ    เชน   การทองเทีย่ วแหง ประเทศไทย  สาํ นกั งานภาคกลางเขต  8 ,  สํานกั งาน 
พัฒนาชมุ ชน , สํานักงานอุตสาหกรรมจงั หวดั นครนายก  และ ศนู ยการศกึ ษานอกโรงเรยี น 
จงั หวัดนครนายก   โดยมลี ูกคา ท้ังชาวไทยและชาวตา งประเทศไดส ั่งซ้ือเปนจํานวนมาก

บทท ่ี 2 

วสั ด ุ  อุปกรณ 

วัสดุ / อุปกรณ 
- เหงาไมไ ผหรอื ตอไมไ ผ 
-  สิว่ ปากแบน   ขนาด  1/4 น้วิ ,  1/2  นว้ิ , 3/8  นว้ิ   , 1  นิ้ว 
-  สว่ิ เลบ็ มอื    ขนาด  3/8  น้วิ ,  1/4  นิว้ ,  1  น้ิว 
-  คอนเหลก็   , คอ นตะลุมพุก 
-  มดี  
-  ขวาน 
-  เล่อื ยคนั ธน ู
-  ชะแลง 
-  สวา น 
-  กบขดู ผิว 
-  แปรงทองเหลอื ง 
-  แปรงทาสี    ขนาด  1  นิ้ว 
-  แปรงสฟี น ใชแลว 
-  กระดาษทราย  เบอร  80 ,  100 
-  หนิ เจียร 
-  ตะไบบุง 
-  กรรไกรตัดกงิ่ ไม 
-  หินลับมดี  
-  ดนิ สอดํา 
-  ปากกาจบั ชิน้ งาน

สยี อ มไม 
-  สีเหลอื ง  เบอร  7 
-  สีโอค   เบอร  4 
-  สปี ระดู    เบอร  2 
-  สีเหลอื งแกมแดง  เบอร  1 
-  สีดํามะเกลอื  

นํ้ามันชกั เงา  ,  เคลอื บแข็ง 
น้าํ มนั สน  ,  แลคเกอร  ,  ยรู เี ทน  ,  ทนิ เนอรส ําหรบั ลา งแปรงทาส ี

นา้ํ ยากนั มอด 
สารฆา แมลง,นาํ้ มนั กา ด, นา้ํ มนั โซลา , เกลอื แกง (ใสใ นนํ้าตม เพอ่ื ฆา ตวั มอดและไข)  

อปุ กรณสาํ คญั ในการแกะสลกั ตอไมไ ผ

บทท ี่ 3 

ขนั้ ตอนการดาํ เนนิ การ 

ข้นั ที่  1  เตรยี มวัสดอุ ุปกรณ 

1.  ปกตติ ามธรรมชาตไิ มไ ผต งจะมรี ากตดิ อย ู สว น 
ที่ใกลพื้นดินจํานวนมาก  ในการเลือกตอไมไผตง 
เพื่อแกะสลักควรเลือกตอไมไผท่ีมีขนาดตางกัน 
มเี สน ผาศูนยกลางขนาด  2  นิ้วขึน้ ไป  สวนท่เี ปน 
รากใหม ขี นาดสงู กวา พน้ื ดินประมาณ 20 เซนติ เมตร 
ขึน้ ไป โดยใชเ ล่ือยคนั ธนูปรบั ใบเลอื่ ยใหขนานกบั  
พ้ืนดิน  แลววางเล่ือยใหตดิ กับพื้นดนิ  จากน้นั เลื่อย 
โดยใช  2  คน ชว ยกัน 

2.  นาํ ตอไมไ ผที่ไดมาชบุ สารกนั แมลงแลว  นาํ ไป 
ผ่งึ ใหแ หง ตามธรรมชาติ  ประมาณ  3  -  6  เดอื น

3.  นําตอไมไผท่ีแหงแลวพรอมที่จะแกะไดมา 
พจิ ารณาดคู วามเหมาะสมวา  จะทาํ หนา รปู แบบไหน 
จงึ จะเหมาะสมกับตอไมทม่ี ีอยู 

ข้นั ที่  2  วธิ ที าํ  
2.1  การแกะสลกั  

1.  การกําหนดบริเวณที่จะแกะสลักโดยกําหนด 
จดุ กงึ่ กลางของตอไมไผ ยึดตาไมท ง้ั 2 ขางเปนหลกั  
คือ  จะไมแกะสลักตรงตาจะแกะระหวาง  2  ตา 
เลือกดา นกวางและสมบูรณท่ีสดุ  

2.  ก า ร กํ า ห น ด จุ ด แ น ว ร า ก เ พ่ื อ ทํ า ค้ิ ว 
ที่ตอไมไผจะมี รากอยตู ามขอโดยรอบเปนจาํ นวน 
มาก ใหเ ลอื ก กําหนดแนวค้ิวโดยเลือกขอท ่ี 1  หรอื  
2  ก็ได ใหมีแนวรากท่ีสมบูรณ   หาจุดก่ึงกลาง 
ระหวางตาตอไม  ทําหัวค้ิ วใหหางกัน  1  น้ิ ว 
โดยใชส ่ิวปากแบน  1  นวิ้   บากออก

3.  การกําหนดความกวางของใบหนาใชสิ่วปาก 
แบนขนาด  1  น้วิ    แซะรากซึง่ ตา่ํ ลงมาจากแนว 
ค้ิว 2  แนวออก โดยใหห า งจากตาของตอไมขา งละ 
ประมาณ  1  เซนติเมตร ทั้ง  2 ขาง เพ่ือ กําหนด 
ความกวางของใบหนา 

4.  การกําหนดจุดที่ จะเวนไวทําหนวด  ใชสิ่ ว 
ปากแบน  1/2  น้ิว   แซะราก  เพื่อทําแนวรูปราง 
หนวด  โดยจัดใหว งหนา ทง้ั   2  ขา ง เทากัน 

5.  การขนึ้ แนวจมูก   ใชดินสอดําวาดแนวจมกู จาก 
หวั คิว้ ลงไปหาหนวด ทั้ง  2  ดา น จากนัน้ ใชส่วิ ปาก 
แบนขนาด 1 นว้ิ  สกดั ตามแนวเสน แลว แซะบริเวณ 
ใตค ิ้วทัง้   2  ดานออก  ตอ มาทํารูจมูก โดยยึดแนว 
หัวคิว้ เปน หลัก  ทํารูจมกู ทง้ั   2  ดาน  ใชสิ่วเล็บมอื  
ตอกทํารูจมูก  และสนั จมกู  ทั้ง  2  ดา น  จากนั้นแตง  
ใหไ ดร ูปจมกู ทสี่ วยงาม 

6.  การทาํ ตา   ใชดินสอดาํ วาดใตควิ้ ประมาณ  0.5 
เซนติเมตร    เพ่ือทําขอบตาบน    จากน้ันใชส่ิวปาก 
แบน  1/2  นิ้ ว  ตอกตามเสนแลวแซะออก 
ใชด นิ สอดํา วาดลูกตาทงั้   2  ขา ง  ใชส ิว่ ปากแบน 
1/4  นิ้ว  ตอกตามแนวเสนแลวแซะดานในออก 
ใชดินสอดําวาดเสนใตตาอีกเสนหนึ่ง    แลวแซะ 
ดา นนอกออก กจ็ ะไดต าท้ัง  2  ขาง

7.  การแตง บริเวณแกม แตงบรเิ วณแกมท้ัง  2  ขาง 
ใหมขี นาดเทา กัน โดยใชสิว่ ปากแบนขนาด  1  นวิ้  

8.  การทาํ ปาก ใชส ว่ิ ปากแบนขนาด 1/2 นวิ้     แซะ 
แนวรากตอจากหนวด  1  แนว ใหมีความยาวอย ู
ระหวางจดุ กึ่งกลางลูกตาทง้ั   2  ขาง  ตามแนวดิ่ง 
จากนั้นใชส่ิวปากแบนขนาด  1/2  น้ิว  แซะเปน 
แนวปากใหไดรูปตามท่ีเหมาะสม    พรอมกับ 
แตงหนวด 

9.  การลางทําความสะอาด    นําไปลางทําความ 
สะอาด โดยใชแปรงลวดขัดดนิ และสิง่ ท่ีสกปรกท ี่
ตดิ อยอู อกใหส ะอาด จากนน้ั นําไปตากแดดใหแหง  

10.  การตกแตง  เม่ือแหงดีแลวใชกระดาษทราย 
เบอร  80  ขัด   จากนัน้ ใชแปรงทาสปี ดฝุน ทําความ 
สะอาด  ใชกระดาษทรายเบอร  100  และส่ิวปาก 
แบนตกแตงเก็บรายละเอียดใบหนาใหเรียบรอย 
อีกคร้ัง  แลวใชกรรไกรแตงรากหนวดเคราให 
สวยงามใชแ ปรงทาสีปดทําความสะอาด อกี ครงั้

2.2  การลงสี 

1.  เตรียมอปุ กรณในการทาสีใหพ รอ ม  นําช้นิ งาน 
ท่ีตากแดดไวแหงแลวมาปดฝุนใหสะอาดอีกคร้ัง 
จากน้ันลงมือทาสีตามความตองการ   ถาตอ งการ 
ใหสีออนก็ใหทาครั้ งเดียว    ถาตองการสีเขม 
ก็ใหทาซํ้าจนเขมตามความตองการ  การท่จี ะทาสี 
ซา้ํ ลงไปอีก  ตองรอใหสีท่ีทาแตล ะครั้งแหงกอน 
แลวจึงทาทับลงไป  โดยทาข้นึ   -  ลง ตามลายไม 
ใหทั่วทั้งช้ินงานยกเวน  บริเวณราก 

2.  เม่ือทาสีชิ้นงานเรียบรอยแลว  ท้ิงไวใหแหง 
ประมาณ  1  ชั่วโมง  จากน้ัน  นาํ มาเคลอื บดวย 
นํ้ามันเคลือบแข็ง    คือยูรีเทน    หรือแลคเกอร 
ทาใหทว่ั แลวปลอ ยใหแหงเพอ่ื รกั ษาเนอ้ื ไม 

กรณีท่ีตองการใหเปนสีธรรมชาติ    ใหใชน้ํามันสนทาชิ้นงาน    พอหมาดแลว 
ใหใ ชผา แหง  ขดั ใหขึน้ เงา   จากนนั้ กเ็ คลือบดว ยนา้ํ มนั เคลือบแข็งอีกครง้ั หนงึ่  

เมอ่ื ลงสีเสร็จเรยี บรอยแลว  ใหใ ชทนิ เนอรทําความสะอาดแปรงทาสใี หเ รียบรอ ย

ขั้นท ่ี 3  นาํ ช้ินงานออกวางจําหนา ย 
1.  รา นแปลก  เสน ทางเขานาํ้ ตกนางรอง  อําเภอเมอื ง  จงั หวดั นครนายก 

2.  บานเลขท่ ี 20/1 หมู 3 บา นนางรอง ต.หินต้ัง อ.เมอื ง จ.นครนายก 26000 
นายประยงค เขม็ มณี (037 385038,01 5525118) 

3.  เว็บไซต  ไทยตําบลดอทคอม  www.thaitambon.com 

นอกจากการแกะสลกั ไมไ ผจ ากตอแลว   ยงั มกี ารพฒั นารูปแบบผลติ ภณั ฑโ ดยการนาํ  
เหงาไมไ ผมาทาํ เปน โคมไฟเหงาไมไผในรูปแบบตา งๆกัน เชน 

โคมไฟหนา คน 
ขนาด  กวา ง 26 ซม. ยาว 30 ซม. สูง 38ซม. 
นํ้าหนัก  1930  กรมั  
ราคาขายสง  600  บาท 
ราคาขายปลีก  900  บาท

โคมไฟหัวชา งลายดอกไม 
ขนาด  กวาง 12 ซม. ยาว 18 ซม. สูง 30 ซม. 
น้ําหนัก  740  กรัม 
ราคาขายสง  300  บาท 
ราคาขายปลีก  400  บาท

โคมไฟกระบอก 
ขนาด  กวาง 17 ซม. ยาว 21 ซม. สงู 45 ซม. 
นํ้าหนัก  1860  กรัม 
ราคาขายสง  300  บาท 
ราคาขายปลีก  400  บาท 

โคมไฟกระบอกหวั ชาง 
ขนาด  กวาง 16 ซม. ยาว 20 ซม. สูง 29ซม. 
น้ําหนกั   765  กรัม 
ราคาขายสง  300  บาท 
ราคาขายปลีก  400  บาท 

บทที่  4 

การศกึ ษาตน ทนุ และการจาํ หนา ย 

การศึกษาตนทนุ  
1.  ราคาตอไมไผ  (  วดั เสนผานศนู ยกลางบรเิ วณฐานของตอไม ) 

ตารางแสดงราคาตอไมไผ 

ขนาดเสน ผา ศูนยก ลางขนาดของตอไมไผส ูง  ราคาตอละ(บาท) 

2  นว้ิ   -  4  น้ิว  20  ซ.ม.  ข้ึนไป  10 
4  นว้ิ   -  5  นว้ิ   20  ซ.ม.  ขึน้ ไป  15 
6  นิว้   -  7  นว้ิ   20  ซ.ม.  ขน้ึ ไป  20 
7  นิ้ว  -  10  น้ิว  20  ซ.ม.  ข้ึนไป  30 
7  นิ้ว  - 10  นิ้ว  1.50  เมตร  ขนึ้ ไป  50 

2.  คา วสั ดุสน้ิ เปลือง  10  บาท  /  1  วนั  
3.  คา แรงงาน  30  บาท /  1  ชนิ้  
(ขึน้ อยูกบั ขนาด  รูปแบบ  และระยะเวลาในการทํา ) 

หมายเหตุ  ประมาณการนีใ้ ชคาเฉลย่ี ระดบั ปานกลาง

การกาํ หนดราคาจาํ หนาย 
ราคาชนิ้ ละ  50  -  300  บาท   ข้ึนอยกู บั ขนาดและรปู แบบของชนิ้ งาน 

แหลงจําหนา ย 
รานแปลก  เสนทางเขา นาํ้ ตกนางรอง  อําเภอเมือง  จังหวดั นครนายก 

แหลง ขอ มลู  
1.  คุณประยงค    เข็มมณ ี    บา นเลขท ่ี 20 / 1  หมูท่ี  3  บานนางรอง  ตาํ บลหนิ ตั้ง 

อาํ เภอเมอื งนครนายก  จงั หวดั นครนายก  26000  โทร.  01-  6631048 
2.  คุณมานพ  แหยมเฟอง    บา นเลขท ี่ 73  หม ู 3  บา นนางรอง    ตาํ บลหนิ ตงั้  

อาํ เภอเมืองนครนายก   จงั หวัดนครนายก  26000  โทร.  037- 313500

คณะกรรมการ 
จัดทําเนอื้ หาการแกะสลักตอไมไ ผ 

ท่ีปรกึ ษา 

นางสาววราภรณ    ศริ วิ รรณ 
ผูอ าํ นวยการศนู ยก ารศึกษานอกโรงเรยี นจงั หวัดนครนายก 

นางฤทัย    สมชาย 
รองผอู ํานวยการศนู ยการศกึ ษานอกโรงเรยี นจงั หวดั นครนายก 

นายสงั วาลย    รักษากลนิ่  
ผูอ ํานวยการศูนยบ ริการการศึกษานอกโรงเรียนอําเภอเมืองนครนายก 

คณะทาํ งานจัดทําเนือ้ หาการแกะสลกั ไมไผ 

นายไพรชั     ศรใี ส   พนกั งานราชการ 
ตาํ แหนง  ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรยี น 

นางพุทธชาด    ทะลิ    พนักงานราชการ 
ตาํ แหนง   ครอู าสาสมคั รการศึกษานอกโรงเรียน 

นายยศภัค   คนเสงยี่ ม    พนกั งานราชการ 
ตาํ แหนง   ครอู าสาสมัครการศกึ ษานอกโรงเรยี น


Click to View FlipBook Version