The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การทำสม๊อคเพื่อการค้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การทำสม๊อคเพื่อการค้า

การทำสม๊อคเพื่อการค้า

Keywords: Smock,sewing

คาํ นํา 

ชุดวิชาการทาํ สม็อคเพ่ือการคา เปนชุดวิชาอาชีพ  ในหมวดวิชาคหกรรม 
ที่มุงเนนใหผูเรียนรูจักการนําผามาทําเปนลวดลายตาง  ๆ  เพื่อใชประกอบ 
ในการตัดเย็บเส้ื อผาและเคร่ื องใชตาง  ๆ  ใหเกิดความสวยงามนาใช 
ศูนยการศึกษานอกโรงเรียนภาคตะวันออก  ไดจัดทําชุดวิชานี้  เพื่อใหนักเรียน 
นักศึกษา  และประชาชนทั่วไปที่สนใจไดศึกษาหาความรูดวยตนเองจากชุดวิชา 
แลวสามารถทําสม็อคในรูปแบบตาง  ๆ  ได  เปนการสงเสริมใหเกิดรายได 
เสริมการประกอบอาชีพเพอ่ื เลี้ยงตนเองและครอบครวั  

ศูนยการศึกษานอกโรงเรียนภาคตะวันออก      หวังวาชุดวิชาน้ีจะเปน 
ประโยชนตอประชาชนทตี่ อ งการศึกษาดว ยตนเอง และขอขอบคณุ  คณะกรรมการ 
ชุดวิชาทุกทานและคณะกรรมการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร  ที่มีสวนรวม 
ในการผลติ ชดุ วิชา ไว   ณ  โอกาสนดี้ ว ย 

ศูนยการศึกษานอกโรงเรียนภาคตะวันออก

สารบญั  

หนา 
คาํ แนะนาํ การใชช ุดวชิ า .......................................................................................ก 
แบบทดสอบกอนเรียน ......................................................................................... ข 
โครงสรา งชดุ วชิ า .................................................................................................ค 
ตอนที่ 1 การเตรยี มวสั ดุอุปกรณ ........................................................................... 1 

1.  วัสดุอุปกรณ .................................................................................... 2 
2.  ชนดิ ของผา ..................................................................................... 2 
3.  การเตรยี มผา ................................................................................... 4 
4.  การทํารอย ...................................................................................... 5 
ตอนท่ี 2 การทาํ สมอ็ คบนผาชนดิ ตาง ๆ ................................................................. 7 
1.  การเลือกใชสขี องดายหรอื ไหม........................................................... 8 
2.  การทํารอยจุดบนผา เพือ่ การทําสมอ็ ค............................................... 10 
3.  การทาํ สม็อคบนผา ชนิดตาง ๆ ......................................................... 11 
ตอนท่ี 3 เทคนิคการนาํ สมอ็ คไปประยกุ ตกับงานตา ง ๆ .......................................... 18 
1.  การทําสมอ็ คกบั เส้อื ผาแบบตา ง ๆ ................................................... 19 
2.  กระเปา ผาจับสม็อค ....................................................................... 24 
3.  หมอนอิงลายสาน .......................................................................... 26 
4.  ผามาน ......................................................................................... 27 
ตอนที่ 4 การจัดการและการตลาด ...................................................................... 32 
1.  การจดั การ .................................................................................... 33 
2.  การตลาด ..................................................................................... 34 
3.  การคิดราคาชิ้นงานสําเรจ็ ............................................................... 34 
4.  ลักษณะการเสนอขาย .................................................................... 36 
แบบทดสอบหลังเรียน ........................................................................................ 38 
เฉลยแบบทดสอบกอ นเรียน ................................................................................ 40 
เฉลยและแนวตอบกิจกรรม................................................................................. 40 
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน ................................................................................ 41 
บรรณานกุ รม .................................................................................................... 42

การทาํ สมอ็ คเพอ่ื การคา      ก

คําแนะนําการใชช ุดวิชา 

1.  ศึกษาโครงสรา งของชดุ วิชาใหเ ขา ใจ เพื่อใหท ราบขอบขา ยเนอ้ื หาของชุดวชิ า 
2.  ศึกษาแนวคิด จดุ ประสงคแ ละขอบขายเนอื้ หาของแตล ะตอนใหเ ขาใจ 

เพ่อื จะไดท ราบสาระสําคัญและจดุ เนน ในแตล ะตอน 
3.  อา นเนือ้ หา - กจิ กรรมใหเ ขา ใจ แลว ฝกทักษะดวยตนเอง เพ่ือใหเ กดิ ความ 

ชํานาญ จะทาํ ใหง านสมอ็ คเกดิ ความสวยงาม และสามารถจําหนา ย 
ในทอ งตลาดไดร าคาทเ่ี หมาะสมดวย 
4.  หากศึกษาและปฏบิ ตั ิตามขั้นตอนแลว  ยังมคี วามสงสัย ก็ใหก ลับไป 
ทบทวนใหมในชดุ วชิ าหรอื ปรกึ ษาผรู ู 

ข       การทาํ สม็อคเพือ่ การคา

โครงสรา งชดุ วิชา 

สาระสําคัญ 

การทําสม็อคเปนการตกแตงโดยการจีบรดู ผา ใหเกิดรอยยน และลวดลาย 
บนผาจากดายและไหมสีตาง  ๆ  สามารถนํามาประยุกตใชกับงานตาง  ๆ 
ใหเ กดิ ความสวยงามนา ใชแ ละนาํ มาประกอบเปน อาชีพทม่ี ีรายไดด  ี

จุดประสงค  เพอื่ ใหผ ูเรยี นสามารถ 

1.  เลอื กใชวัสดุและอปุ กรณในการทําสมอ็ คไดเ หมาะสม 
2.  ปฏิบัตกิ ารเลอื กทําสม็อคลวดลายตา ง ๆ ได 
3.  นําสมอ็ คไปประยุกตใ ชก บั งานตาง ๆ ได 
4.  นาํ ผลิตภณั ฑส าํ เร็จรูปไปจาํ หนายได 

ขอบขายเน้ือหา  จาํ นวน  3  ช่ัวโมง 
จาํ นวน  24  ชวั่ โมง 
ตอนท่ี 1  การเตรยี มวสั ดุ - อุปกรณ  จํานวน  10  ชวั่ โมง 
ตอนท่ี 2  การทาํ สม็อคบนผาชนดิ ตาง ๆ  จํานวน  3  ช่วั โมง 
ตอนที่ 3  เทคนคิ การนาํ สมอ็ คไปประยุกตกับงานตาง ๆ 
ตอนท่ี 4  การจดั การและการตลาด 

การทําสมอ็ คเพื่อการคา      ค

แบบทดสอบกอนเรียน 

จงเขียนวงกลมลอมรอบขอท่ีถกู ท่ีสดุ เพยี งขอเดยี ว 

1.  ขอใดเปนวสั ดุทีใ่ ชทําสมอ็ ค 

ก.  สดงึ   เขม็ ปก  ดายมนั   ข.  ผา   จกั ร  ดา ยมนั  

ค.  เขม็ ปก   จักร  ดายมัน  ง.  ผา   ดายมัน  เขม็ ปก  

2.  ผาทใี่ ชทําสม็อคควรมีลกั ษณะอยางไร 

ก.  เปนผาฝายแท เน้อื หนา นมุ  เพ่อื สวมใสสบาย 

ข.  เปน ผา ใยสงั เคราะหแ ท เนือ้ บางเบา 

ค.  เปนผาฝายผสมใยสงั เคราะหมีน้ําหนักเบาแตม ีความทง้ิ ตวั ด ี

ง.  เปน ผา ฝายชนดิ ใดกไ็ ดเพราะสามรถทาํ ใหสวยไดเ ทา  ๆ กัน 

3.  การทําสมอ็ คควรเผื่อผาไวกี่เทา 

ก.  2  เทา ถึง  3  เทา  ข.  2  เทา  ถึง  3 เทา 

ค.  2  เทา ถงึ   4  เทา  ง.  3  เทา ถงึ   4 เทา 

4.  การใชสีไหมกบั ผา ท่ีเปนสีตัดกนั ขอใดจัดไดถูกตองท่สี ุด 

ก.  ผาสขี าว  80 % ไหมสีแดงและน้าํ เงิน 20 % 

ข.  ผา สชี มพู 75 % ไหมสีขาวและชมพู 25 % 

ค.  ผา สีแดง 50 % ไหมสเี ขียว 50 % 

ง.  ผา สนี ้ําเงนิ 60 % ไหมสเี หลอื ง 40 % 

5.  กระดาษทีท่ าํ รอยสําหรับทาํ สมอ็ คขอใดถูกตอง 

ก.  กระดาษแขง็  เทา - ขาว  ข.  กระดาษโปสเตอรส ีตาง ๆ 

ค.  กระดาษมเี สนสีขาว  ง.  กระดาษแขง็ อยางหนา 

6.  การทําสม็อคในผาชนดิ ใดทีต่ องทาํ รอยกอน 

ก.  ผา ตา  ข.  ผา จดุ  

ค.  ผาพื้น  ง.  ผา ดอก 

ง       การทําสมอ็ คเพอ่ื การคา

7.  การทําสม็อคนยิ มนํามาตกแตง บรเิ วณใดมากทสี่ ุด 

ก.  รอบชายกระโปรง  ข.  บริเวณสาบเสื้อ 

ค.  ปลายกางเกง  ง.  อกเสื้อ 

8.  การทาํ สมอ็ ควธิ ีใดถกู ตอ งท่ีสดุ  

ก.  ทําจากทางดานขวาไปซาย  ข.  ทาํ จากทางดา นซายไปขวา 

ค.  ทาํ จากซายหรือขวากไ็ ด  ง.  ทาํ จากผาในดานผดิ  

9.  ทา นคิดวาปจจยั ขอใดทม่ี ีผลตอ การขายสนิ คามากทส่ี ุด 

ก.  คณุ ภาพของสินคา   ข.  ความตอ งการของผูบริโภค 

ค.  การโฆษณาประชาสมั พนั ธ  ง.  การสงสนิ คา ใหผบู ริโภคทันเวลา 

10.  ในการประกอบอาชีพ ทานจะหาแหลง ทุนจากที่ใดบา ง 

ก.  ธ.ก.ส.  ข.  กองทุนหมูบา น 

ค.  ตลาดหลักทรพั ยแหง ประเทศไทย  ง.  ท้งั ขอ  ก. และ ข. 

ตอนที ่ 1 

การเตรียมวสั ดุ - อปุ กรณใ นการทําสม็อค

สาระสาํ คญั  

การทําสม็อคเปนงานละเอียดและประณีต  งานสม็อคจะสําเร็จออกมาสวยงาม 
แปลกตา จาํ เปนที่ผูเรียนจะตองมีความรูเร่ืองผาท่ีจะนํามาทําสม็อค และเร่ืองการใชดาย 
และไหม 

จดุ ประสงค  เพ่ือใหผ ูเรียนสามารถ 

1.  บอกวสั ดุ - อุปกรณท ีใ่ ชในการทาํ สมอ็ คได 
2.  บอกชนดิ ของผา ที่ใชท ําสมอ็ คได 
3.  เตรียมผาท่ีทาํ สมอ็ คไดเหมาะสม 

ขอบขายเนื้อหา 

1.  วสั ดอุ ุปกรณ 
2.  ชนดิ ของผา  
3.  การเตรยี มผา  
3.  การทํารอย 

2  การทาํ สมอ็ คเพอื่ การคา

1.  วัสดุ - อุปกรณ  ในการทาํ สม็อค 

1.1 ผา สาํ หรับทาํ สมอ็ ค 
1.2 ดายมนั , ไหมสตี า ง ๆ ตามตองการ 
1.3 เขม็ ปก 
1.4 กระดาษแข็ง 
1.5 ดินสอ 
1.6 กรรไกร 

2.  ชนดิ ของผา  

ผา ท่เี หมาะสาํ หรับทําสม็อคจะตอ งเปน ผา ท่ีมีนาํ้ หนกั เบา เชน  ผา ปาน, ชฟี อง เนือ้ ผา 
ไมหนามาก เม่อื ทําสําเร็จตองมลี ักษณะของผา ท่ตี กทิง้ สวยงาม ผาทน่ี ยิ มนาํ มาทําสมอ็ คได 
มีหลายลกั ษณะดงั น ี้

การทาํ สมอ็ คเพ่อื การคา   3

2.1 ผาตา 
ผาตาท่ีขายอยูในทองตลาด  จะมี 
ทั้งผาตาท่ีมีตาขนาดเล็ก  และขนาดใหญ 
เนื้อผาเปนฝายหนาบาง  และบางพลิ้ว 
อยางปานบาง  สามารถเลือกใชให 
เหมาะสม กบั งานทท่ี ํา 

2.2  ผา จุด 
ผาจุดมีทั้งชนิดที่เปนใยธรรมชาติ 
และใยสังเคราะห  การเลอื กผา มาทําสม็อค 
ควรเลอื ชนดิ ทีเ่ ปน ใยผสม เพราะเมอื่ ซักรดี  
แลวลวดลายก็ยงั คงอยไู ดร ปู สวยงาม มที ้งั  
จุดเล็ก - จดุ ใหญ  ถแ่ี ละหาง 

2.3  ผา ลาย 
ผ าลายท่ี นิ ยมนํามาทําสม็ อค 
จะตองเปนลวดลายเล็ก  ๆ  ดอกกระจุม 
กระจมิ๋  สีออน เมือ่ นํามาปกแลว จะมองด ู
สวยเดนข้ึน ถา เลอื กผาลายดอกใหญส สี ด 
จะทําให ลวดลายไม น าสนใจเพราะ 
ลวดลายจากสม็อคท่ีทาํ   และลายจากผา 
ทาํ ใหล ายเลอะเทอะไมน า สนใจ 

4  การทาํ สม็อคเพือ่ การคา

2.4  ผา พนื้  
ผาพ้ืนใชไดทุกสีที่ตองการ  แตให 
คํานึงถึงเนื้อผา  ควรจะเปนผาเนื้อดีพอ 
สมควร  มีเนื้อผาท่ีละเอียดเปนผาฝายที่ม ี
สว นผสมของใยสงั เคราะหอ ยดู ว ย จะทาํ ให 
งานสม็อคมีความอยูตัวไมแบนราบ  และ 
ไมเ กิดปญ หาหลงั การซักรดี  

3.  การเตรียมผา 

การเตรียมผา  หมายถึง  ข้ันตอนต้ังแตเตรียมลายท่ีจะทําลงบนพื้นผา  โดยเฉพาะ 
ผา พ้ืนและผา ลาย จะตองกําหนดตําแหนง จดุ ในการทาํ สมอ็ คจะตองมเี นื้อท่ผี า สาํ หรับรูดยน  
2 1/  2 ถงึ 3 เทา ของความกวา งของสมอ็ คทต่ี อ งการจะทาํ  เชน ตอ งการชิ้นงานสม็อคสาํ เรจ็ รปู  
ทีม่ ีความยาว 6 น้วิ  จะตอ งเผอ่ื ผาทใี่ ชทาํ สม็อคน้ันยาว 18 นิ้ว เปนตน สว นความกวา งอยูกบั  
ความตองการทจ่ี ะตองออกแบบและกําหนดลายไวล วงหนา 

การทําสม็ อคน้ั นจะต องทํา 
กอนตัดเปนตัวเสื้อหรือชิ้นงานที่ตองการ 
แตจะตองกําหนด  ไดวาจะตองใชเน้ื อ 
ที่ สม็อคยาวเทาไร  และตรงสวนไหนที่ 
ตองการทําสม็อค  เชน  บริเวณตัวเสื้ อ 
ดา นบน ไหล  กระเปา  แขนหรอื ทเี่ อว การทํา 
สมอ็ คนนั้   จะมลี ักษณะแตกตา งกนั ออกไป 
ตามวิธีทํา  บางครั้ งอาจทําเปนสวน  ๆ 
แลว นาํ มาประกอบเปนช้ินงาน แตจ ะเปนวธิ ีใดก็ตาม จะเร่มิ จากการจดุ กําหนดตาํ แหนงของ 
แนวสม็อคในแนวเดยี วกนั  

การทําสม็อคเพอ่ื การคา  5

4.  การทํารอย 

การทํารอย  คือ  การทํารอยลงบนผาพ้ืน  และผาดอกหรือการกําหนดตําแหนงจุด 
ในการทําสม็อคตองทําตามขนั้ ตอนทีถ่ กู ตอง เพอ่ื เปนพ้ืนฐาน การวางแนวปก การเนา เพอ่ื  
จบี รดู  ใหเ หน็ ผาเปน รองลกึ สะดวกตอ การสอดไหมใหเปนลวดลายทีส่ วยงามตามวิธีดังน้ี 

ภาพแสดงวธิ วี างแนวบนผา โดยวางจดุ  
ใหทง้ิ ชว งสน้ั 2 มม. ชวงยาว 6 มม. ใหเ ปน 
แนวยาวตามความกวางของผาท่ีนํามาปก  
แลววางแนวแถวตอไปใหทั้งชวงหางกัน 
ประมาณ  1  ซม.  และตองใหระยะท่ีจุดไว 
ตรงเปนแนวเดียวกันตามในภาพ 

ภาพแสดงวิธีเนาทับแนวท่ีวางไว  โดย 
สอดดา ยเนาขน้ึ  - ลง แบบดาํ นํา้  ชว งยาว 
6 มม. ใหเ สน ดา ยลอยตวั และชว งสน้ั 2 มม. 
ใหป ก เขม็ สอดดายเนาไวใ ตผ า ตามในภาพ 
เมอ่ื เนาทับแนวครบทกุ แนว ไดความกวาง 
ตามจํานวนแนวทเ่ี นาไว เทากบั ความกวาง 
ของลายท่ี จะป กให รวบปลายด ายผู กให 
ติดกัน  แลวรูดผาเขาหากัน  ผาจะจีบลึก 
เปนรองเทากนั  

การทาํ แนวบนผา ตอ งทาํ บนผา ดา นผดิ เมอ่ื ปก สมอ็ คบนผาดา นถูก จะเหน็
รองผาที่ จีบเปนรองลึก งายตอการวางลายที่ จะปก และดานที่ นํามาเนา
ตอ งเปน ดา ยเน้อื เหนียวท่ีใชเยบ็ ผา เมือ่ ดงึ เสนดา ยใหผ า จบี รูด เสนดายจะไมข าด
และด ายท่ี นํามาเนาควรเป นสี ตั ดกั บผ าเพ่ื อให เห็ นแนวท่ี เนาเด นชั ด
สะดวกตอ การเนาแถวตอไป 

6  การทําสม็อคเพ่อื การคา

กจิ กรรมที ่ 1 

ใหท านศกึ ษาเนือ้ หาตอนท่ี 1 แลวตอบคาํ ถามตอไปน ้ี
1.  จงบอกวัสดุ - อุปกรณ  ในการทาํ สมอ็ ค 
2.  บอกลักษณะของผา ที่จะนาํ มาทําสม็อค 
3.  บอกข้ันตอนในการเตรียมผา สาํ หรับทําสม็อค 

....................................................................................................................... 
....................................................................................................................... 
....................................................................................................................... 
....................................................................................................................... 
....................................................................................................................... 
....................................................................................................................... 
....................................................................................................................... 
....................................................................................................................... 
....................................................................................................................... 
....................................................................................................................... 
....................................................................................................................... 
....................................................................................................................... 
....................................................................................................................... 
....................................................................................................................... 
....................................................................................................................... 
....................................................................................................................... 
....................................................................................................................... 
....................................................................................................................... 
....................................................................................................................... 

ตอนท ี่ 2 

การทาํ สมอ็ คบนผาชนิดตา ง ๆ

สาระสาํ คัญ 

ในการทําสม็อคใหเกิดรอยจีบ  และลวดลายบนผาอยางสวยงามนั้น  ขึ้นอยูกับ 
องคป ระกอบหลายประการไดแ ก  ลกั ษณะของผา  ดา ยหรอื ไหม สขี องผา  และผา ทม่ี นี ้ําหนกั เบา 
จะชวยใหเกดิ รอยจบี สวยกวา ผาลักษณะอืน่  ๆ 

จุดประสงค  เพื่อใหผเู รียนสามารถ 

1.  เลอื กสีของดา ยหรือไหมทใี่ ชท ําสม็อคไดเ หมาะสมกับสขี องผา 
2.  ปฏบิ ตั ิการทาํ สมอ็ คบนผา ชนดิ ตาง ๆ ได 

ขอบขายเน้ือหา 

1.  การเลอื กใชสขี องดายหรือไหม 
2.  การทํารอยจุดบนผา เพอ่ื การทําสมอ็ ค 
3.  การทําสม็อคบนผาชนิดตา ง ๆ 

8  การทําสมอ็ คเพอื่ การคา

1.  การเลือกใชส ีของดายหรอื ไหม 

1.  สีของผา 
สขี องผา ทจี่ ะนํามาทาํ สมอ็ คควรจะเหมาะสมกบั ลกั ษณะของงานทท่ี าํ  เมอ่ื เปน ชน้ิ งาน 
ที่สําเร็จรูปจะไดมีความสอดคลองกลมกลืนกัน  ตัวอยาง  เชน  ถาตองการทําเสื้อผาเด็ก 
ควรจะเปน เนื้อผา ที่บางเบา เนื้อนุมสวมใสส บาย มสี อี อน ๆ เชน ชมพ ู เหลอื ง เขยี วออ น ฟา 
ขาว เปน ตน ถา เปนของใชสอยประจําวัน เชน  กระเปา   หมวก  อาจใชผาตา ผา จดุ  ผา ลาย 
ดอกเล็ก ๆ ควรจะเปนสสี ดใสเนอื้ ผา หนาเลก็ นอ ยเพื่อจะใชไ ดน าน ๆ และไมเ กา เรว็  ถา เปน 
ของใชใ นบา นเรอื น เชน หมอนอิง ผา มาน ใชผ าทม่ี ลี วดลายเปน ดอก เปน ลายเสน  ฯลฯ เพอ่ื ให 
เขากับเครอ่ื งใช  เครอื่ งเรือนภายในบา น ซ่ึงจะเพม่ิ ความนา อยู  สวยงาม และความเหมาะสม 
ย่งิ ข้นึ  
2.  สดี ายหรอื ไหม 
ดายหรือไหมท่ีจะนํามาใชในการทําสม็อคมีใหเลือกมากมาย  การเลือกใชอาจจะ 
คํานึงถึงทฤษฎีสีบางประการ  เชน  การไหมสีตัดกันกับสีของผาควรจะใชในปริมาณ 
ทีเ่ หมาะสม เชน 20 : 80 หรอื 25 : 75 ไมควรจะใชผา  และไหมปกทีใ่ หส ีตดั กัน  อยางละ 50 % 
เพราะจะทําใหช้ินงานไมนาสนใจ  ท้ังสีผาและลายจะแขงกันเดน  การเลือกใชสีของดาย 
หรือไหมใหตัดกันกับผาที่นาํ มาทาํ นั้น จะใหลวดลายดูโดดเดน ชัดเจนข้ึน ถาใชปริมาณท ี่
เหมาะสม และถาจะเลอื กสีของดา ยหรอื ไหมใหเปน สีเดยี วกับผา อาจจะ ไลสีเปนสอี อ น - แก 
หรือสีโทนรอ นสโี ทนเย็น โดยใหส ีของดายหรือไหมมีสีออนแกตามลาํ ดับ เชน เรมิ่ จากสีขาว 
ชมพอู อ น, ชมพ,ู ชมพเู ขม  และชมพจู ดั  ชนิ้ งานบางชนดิ  อาจตอ งการ สขี องดา ยหรอื ไหมมากกวา  
3 สี ซง่ึ การใชสจี ะอยูในข้ันตอนแรก ๆ ของการเลือกวัสด ุ ท่จี ะนาํ มาทํา โดยการใชด า ยหรอื  
ไหมสตี าง ๆ วางทาบบนผาเพ่ือตรวจสอบวา สีใด จะเหมาะสมกบั ผาชนดิ นน้ั  ๆ

ตวั อยางการใชสดี ายหรือไหมกับผาสตี า ง ๆ 
ผาพื้นขาวกบั ไหมสตี ดั กัน เชน  ไหมสีแดงและน้าํ เงิน,  ผาพื้นสีออน  ๆ กับสขี องไหม 

มากกวา 3 สี เชน ผา สีชมพอู อ นใชด า ยหรอื ไหมสีชมพูเขม สีฟาและสเี หลอื ง, ผาพนื้ สอี อ น ๆ 
กบั สขี องดายหรอื ไหมเพยี งสเี ดยี ว แตไ ลโ ทนสอี อนแก  จะเพิ่มความสวยงามอกี ลกั ษณะหนง่ึ  
ผา ลาย, ผาตาและผา จดุ  ควรจะใชด ายหรือไหมท่มี ีสเี ดียวกับลวดลายท่ีอยูบนผนื ผาน้นั  เชน 
ผา พ้ืนสคี รมี  มีดอกกุหลาบเลก็  ๆ สีสม  กิ่งกา นสีน้ําตาล, ใบสเี ขียว ควรใชด ายหรอื ไหมสีสม, 
สีนํา้ ตาล, สีเขียว แตใ หมีสีเขมกวาลวดลายในผืนผาเพื่อความสวยงามที่ผสมผสานกันกับ 
ลวดลายในผนื ผา  

การทําสมอ็ คเพือ่ การคา  9

ตัวอยางการใชดายหรือไหมเพียงอยางเดียว  แตไลสีโทนออน  -  แก  ตามลําดับ 
บรเิ วณที่ตอ งการ ทําสมอ็ ค คือ บรเิ วณรอบคอ จนถงึ ไหลแ ละรอบ ขอมือ 

ตั วอย างการใช ด ายหรื อไหมมากกว า 3 สี 
เพราะมี การป กดอกไม สี สดทั บลงบนสม็ อค 
ซงึ่ เปน งานที่มคี วามซบั ซอน และสวยงาม มากยง่ิ ข้นึ  
บรเิ วณทท่ี าํ สมอ็ ค คือ บริเวณ รอบอก และตนแขนตอนบน 

การใชดายหรอื ไหมทม่ี ีสีเดียวกับลวดลาย
ของผาในลกั ษณะตาง ๆ 

10  การทําสมอ็ คเพือ่ การคา

2.  การทํารอยจุดบนผาเพื่อการทาํ สม็อค 

เพ่ือใหสะดวกรวดเร็วในการทาํ สมอ็ คในครั้งตอ  ๆ ไป การทําจุดลงบนกระดาษแขง็  
และเจาะรูไวจะสามารถนํากระดาษท่ีมีรูนั้นมาวางบนผืนผาแลวใชดินสอดําปลายแหลม 
จุดตามรูท่ีเจาะเอาไวจะเกิดรอยตามท่ีกําหนดไวและจะใชอีกก่ีคร้ัง  โดยไมตองเริ่มตนจุด 
ความถ่ีหางของจุดอีก  ซ่ึงจะทําใหงานเสร็จเร็วขึ้น  เปนการประหยัดเวลาและแรงงาน 
จะทาํ ไวหลาย ๆ ขนาดกไ็ ด 

2.1 วธิ ีทาํ แบบจดุ บนกระดาษแขง็  

1.  ตัดกระดาษแข็งกวา ง 10 นว้ิ  ยาว 20 น้วิ 1 ชิ้น 
2.  ใชดินสอจุดทํารอย  โดยการวัดแตละชวงใหเทากันจะกวางต้ังแต  1 / 2  ซม. 
11 /  2 ซม. ถึง 1 ซม. หรือ 1 นิว้  ความถห่ี า งอยา งไรอยทู ่ีจะกําหนดและอยกู ับงานที่จะทาํ  ถาเปน 
เสื้อเด็กความกวางจะประมาณ  1 / 2  ซม.  ถาเปนผามานหนาตางงานชิ้นใหญ  ควรกาํ หนด 
ความกวางประมาณ 1 นิว้  จดุ รอยดว ยดนิ สอไปเรอื่ ย ๆ จนหมดแผนกระดาษ 
3  เจาะรตู ามรอยดว ยเหลก็ แหลมใหท ะลรุ ู (ปลายวงเวียน) 
2.2 วิธนี ําแบบกระดาษไปใช 
1.  นําแบบจุดกระดาษวางบนผาท่ีตองการจะทําสม็อค  ขอสําคัญ  ตองวาง 
ตําแหนงจุดใหตรงกันกับเกรนของผาท้ังทางเสนดายพุงและเสนดายยืน  ตองวางใหตรง 
อยา ใหกระดาษเอยี งอาจใชข องหนกั  ๆ วางทบั ตามมมุ  

การทําสม็อคเพ่ือการคา  11

2.  ใชดินสอดาํ ปลายแหลมจุดลงบนกระดาษที่มรี ูกดใหทะลุไปบนผนื ผา ทําไป 
ทลี ะแถว ถาผามีความกวางยาวมากกเ็ ลอ่ื นกระดาษไปบนผา  จนเกิดรอยตามทีต่ อ งการ หรอื  
ตามที่กาํ หนดลวดลายไว 

3.  การทําสม็อคบนผาชนิดตา ง ๆ 

3.1 การทําสมอคบนผาตา  เปนการงายและสะดวกท่ี จะทําสม็อคบนผาตา 
เน่ืองจากผาตาจุดกําหนดของลวดลายไวแลว  ตามมุมของลวดลายผาที่มีเสนตัดกัน 
สามารถทาํ สม็อคไดเ ลย โดยไมต องเตรยี มผาโดยการจุดลงบนผา เหมอื นผาพ้ืน 

12  การทาํ สม็อคเพือ่ การคา

วธิ ีทําสม็อคบนผาตา
ลายที่ 1 ลายคล่ืนนํ้า (wave stltch) 

1.แทงเข็มจากใตผ าข้ึนมาตรงจุดท่ีหน่งึ  
ขามเข็ม มาแทงทีจ่ ุดท่ี 2 

2.ดงึ ผา เขา ไปใหยน แลว มาแทงเน้ือผา ทจ่ี ุดที่ 3 

3. จากจุด 3 ยกเขม็ ขามมาทจ่ี ุดที่ 4 

4  ดงึ เนอ้ื ผาจากจดุ ที่ 3-4 เขา ไปใหรดู ยน 
แลวดึงตอ ไปทจ่ี ุดที่ 5 

การทาํ สมอ็ คเพ่ือการคา  13

5  ลกั ษณะของลายเมื่อทําเสร็จแลว  

3.2  การทําสม็อคบนผาจุด 
การทําสม็อคบนผา จุดก็เชน เดียวกับการทาํ บนผา ตา เพราะจดุ ตาง ๆ ทีม่ ีอยูบนผานน้ั  

จะเปน จุดกาํ หนดตาํ แหนง ทจ่ี ะทาํ สมอคได  โดยไมต อ งใชด ินสอจดุ ทาํ รอย 
วิธีทาํ สมอ็ คบนผา จุด
ลายท่ี 2 honeycomb stltch 
1  เริ่มทําจากซา ยไปขวา เรมิ่ ท่ีจดุ ที่ 1 มาถึงจดุ  
ทีส่ อง แลว กลบั ไปแทงทีจ่ ดุ ท่ี 1 อีกคร้งั  

2.จากจุดท่ี 2 สอดเขม็ ลงใตผ า ขน้ึ มาท่จี ดุ ที่ 3 

14  การทาํ สม็อคเพ่ือการคา

3 ในจุดท่ี 1-2 จะมลี กั ษณะรดู ยน  จากจุดที่ 3 
แทงเขม็  มาท่จี ุดที่ 3-4 พรอ มทง้ั ดงึ ผาเขาไป 
ใหร ดู ยน  

4.จากจุดที่ 4 แทงเขม็ ท่จี ดุ ที่ 5 แลวทําเชน เดยี ว 
กนั ตอไปเรอ่ื ย ๆ จนพอกบั ความตอ งการ 

5  ลกั ษณะของลายที่ทําเสร็จแลว  ซ่งึ อาจจะเวน 
เนอ้ื ที่ปก หรอื ทําอ่ืนใดกไ็ ดต ามตองการ 

การทาํ สม็อคเพอื่ การคา   15

3.3  การทําสม็อคบนผาพน้ื  
หากทําสม็อคบนผาพ้ืน จะตองมีการเตรียมตามขั้นตอนที่กลา วมาแลว ในขั้นตน คือ 

การทาํ รอยบนผนื ผากอน วิธีจุดลงบนผาใหเกดิ รอยหรือจะใชแ บบจากกระดาษแขง็ ท่ีเจาะรู 
ไวก็ตาม  หลังจากเตรียมผาตามขั้นตอนท่ีถูกตองแลวจะสามารถทําสม็อคไดอยางสวยงาม 
ตามตวั อยา งตอไปนี ้

วิธที าํ สมอ็ คบนผาพ้ืน
ลายท่ี 3 ลายขาวหลามตัด 
1.นําผาที่เนาไวเรียบรอยแลวมาปกตามลําดับ 
ดงั นี้ 

ปกชองท่ ี 1  สอดเข็มพันชองท ่ี 1  กับ 
ชองที่  2  ใหติดกัน  แลวสอดเข็มปกชองท่ ี 2  ซ้าํ  
ใหชองที ่ 2  ติดกับชอ งท ี่ 3  และสอดเข็มปก ชอง 
ที ่ 3 ซ้ําใหชอ งที่ 3 ติดกับชอ งท ี่ 4 ซา้ํ ใหชอ งท ่ี 4 
ติดกับชองที่ 5 โดยการปก ถอยหลังและสลบั การ 
สอดเข็มปกใหสูง  -  ต่ํา เปนลายซิกแซกตามใน 
ภาพ จนกระทงั่ ตลอดแนวทเ่ี นาไว 

16  การทาํ สม็อคเพอ่ื การคา

2  นําผาที่ปกจากภาพที ่ 1  - 3  มาปกลายซิกแซกแบบเดียวกับแถวท่ ี 1  แตปกใหซิกแซก 
ตดิ กันจะเปน ลายขาวหลามตัดตามในภาพ 

กจิ กรรมท่ี 2 

ใหทา นศกึ ษาเนือ้ หาตอนท่ี 2 แลว มารวมกลุมอภปิ ราย 
1.  ใหย กตวั อยา งการเลอื กใชส ขี องดา ยหรอื ไหมใหเ หมาะสมกบั ชนดิ ของผา  ตอ ไปน ้ี

ก.  ผา พน้ื สชี มพู , ขาว 
ข.  ผา ตา , ผา ลาย , ผาจดุ  
ค.  ใหผ าและสไี หมตัดกนั  
ง.  การใชไ หมตัดกับสขี องผา ควรใชใ นปริมาณเทา ใด 
2.  ใหท า นทดลองทํารอยจุดบนกระดาษแข็ง กวา ง 3 นิ้ว ยาว 5 นิ้ว 
2.1 เจาะรูดวยเหลก็ แหลม (ปลายวงเวียน) 
2.2 นาํ มาทาบลงบนผา พื้นความกวาง 4 นิว้  ยาว 6 นิว้  ทํารอยบนพน้ื ผา  โดยใช 

แบบจากกระดาษแข็ง 

การทาํ สมอ็ คเพือ่ การคา   17

กิจกรรมท่ี 3 

ใหทา นทดลองทําสมอ็ คกบั ผาที่มขี นาดความกวาง 3 นว้ิ  ยาว 9 น้วิ  กับผา ลักษณะ 
ตาง ๆ ตอไปนี้ 

1.  ผา พ้ืน 
2.  ผาตา 
3.  ผาจดุ  
4.  ผาดอก 

กิจกรรมท่ี 4 

นําผาที่ ทําสม็อคสําเร็จแลวแตละช้ิ นติดลงบนสมุดใหผูประเมินผล  3-5  คน 
ในหวั ขอตอ ไปน ี้

ก.  ความเหมาะสมของผาและไหมท่ีนํามาทํา 
ข.  ลวดลายท่ีออกแบบ 
ค.  ชิ้นงานที่สาํ เร็จรูป 
ง.  ความสวยงาม 

ความเหมาะสม  ความเหมาะสม  ความเหมาะสม  ความเหมาะสม  รวม 
รวมคะแนน 
ชนดิ   ของสีผา/ไหม  ของสีผา/ไหม  ของสีผา/ไหม  ของสีผา/ไหม 

10 คะแนน  10 คะแนน  10 คะแนน  10 คะแนน 

ผา พื้น 
ผาตา 
ผา จดุ  
ผา ดอก 

ตอนที่ 3 

เทคนิคการนาํ สม็อคไปประยุกตกบั งานตาง ๆ

สาระสาํ คัญ 

การทําสม็อคใหเ กิดลวดลายตาง ๆ สามารถนาํ มาประกอบใหเกดิ ความสวยงามกับ 
เส้ือผา เด็ก เสื้อผาสตรีแบบตาง ๆ  นอกจากน้ันยังสามารถดัดแปลงไปใชกับงานอื่น ๆ เชน 
กระเปาผา ผา มาน หมอน เปน ตน 

จดุ ประสงค  เพอื่ ใหผ ูเ รียนสามารถ 

1.  บอกวธิ กี ารทาํ สมอ็ คไปประยกุ ตใชกบั งานตาง ๆ ได 
2.  ปฏิบัติการทาํ สม็อคในงานตา ง ๆ ได 

ขอบขายเน้ือหา 

1.  การทําสมอ็ คกบั เส้ือผา แบบตา ง ๆ 
2.  กระเปา ผาจบั สม็อค 
3.  หมอนองิ ลายสาน 
4.  ผามา น 

การทําสม็อคเพือ่ การคา   19

1.  การทําสมอ็ คกบั เสอื้ แบบตา ง ๆ 

การทําสมอคใหเกิดลวดลายตาง  ๆ  สามารถนําลวดลายเหลาน้ัน  มาประกอบใน 
ชิ้นงานใหมีความหลากหลาย สอดแทรกสตี า ง ๆ เพอื่ ใหเ กิดความสวยงาม  นอกจากการทาํ  
สม็อคกับเส้ือผาเด็กหรือสตรีแบบตาง  ๆแลวยังสามารถดัดแปลงไปใชกับงานอื่น  ๆ  ได 
อีกมากมาย เชน ทาํ กระเปา ผา  ชนดิ รดู และชนดิ มีหูหว้ิ   การทําสมอ็ อคบนผา มาน หมอนองิ  
และหมวกเดก็  

ตวั อยา งการทาํ สมอ็ คบนเสอ้ื ผาเดก็  
เส้ื อแบบน้ี ป กสม็ อคผสมลายซิ กแซกขนาด 

เล็กใหญ  และมักแตงเติมเปนลายดอกเดซี่  อาจจะ 
ทดลองปกบนผา ชิ้นเลก็  ๆ กอนเพ่ือทดลองปกผสมสี 
ใหเ หมาะสมกบั ลายทตี่ อ งการนาํ ผา เนาไวเ รยี บรอ ยแลว  
มาปกตามลาํ ดบั  ดังน้ี 

20  การทาํ สมอ็ คเพ่ือการคา

-  ปกชองท ่ี 1  สอดเข็มพันชองท ี่ 1  กับชอง 
ท่ี  2  ใหติดกับชองที่  3  และที่  2  ซ้ําใหชอง 
ท่ี2  ติดกับชองที่  3  และสอดเข็มปกชองท ี่ 3 
ซ้ําใหชองท่ ี 3  ติดกับชองท่ ี 4  แลวสอดเข็มปก 
ในชองที ่ 4  ซ้ําใหชองท่ ี 4  ติดกับชองที่  5 
โดยการป กถอยหลั งและสลั บการสอดเข็ ม 
ปกใหสูง  -  ต่ําเปนลายซิกแซกตามในภาพ 
จนกระทั่งตลอดแนวท่ีเนาไว 

นําผาปกจากภาพท ี่ 2-4มาปกลายซิกแซกแบบเดียวกับแถวที่  2-4  แตปกใหลายซิกแซก 
ติดกันจะเปนลายขาวหลามตดั ตามในภาพ 

การทําสม็อคเพือ่ การคา   21

นําผาท่ีปกจากภาพท่ี 2 มาปก เพิ่มเตมิ  เปนลายซกิ แซกขนาดใหญด งั นี้ 
-  ปกรวบชองท่ ี 1  กับชองท่ ี 2  ใหติดกันตอจากลายปกแถวที่  2  แลวปกเข็ม 

ใหไหมพันแถวที ่ 3-4-5  ตามลําดับ  การปกแตละชองตํ่าลงมา  5  มม.  เพื่อใหลายท้ิง 
ชวงตามในภาพ  แลวปกรวบแถวที่  6  แลวปกเข็มใหไหมพันแถวที ่ 7-8-9-10  ใหการปก 
แตล ะชองสูงขึน้ 5 มม. ชองท่ี 10 จะตดิ ลายแถวท่ี 2 ตามในภาพและปก ลายขนาดเดยี วกัน 
จนสดุ แนวทต่ี องการ 

22  การทาํ สม็อคเพือ่ การคา

นําผา ท่ีปก จากภาพท่ี 3 มาปกเพิม่ เตมิ ดงั นี้ 
- ปก แถวท่ี 4 ใหเ ปน ลายซกิ แซกขนาดใหญเ ทา กบั แถวท่ี 3 แตว างลายใหช นกนั  เปน รปู  

ขา วหลามตดั  ตามในภาพ
หมายเหต ุ การปกลายขนาดใหญ ควรนบั จาํ นวนชอ งของผาที่เนาไวแบง ลายใหพอด ี

จดุ แหลมของลายควรตรงกับเสนกลางตวั  

การทําสมอ็ คเพอื่ การคา  23

แสดงวิธีการปก ดอกเดซ่ี 
- วางแนวปกกลบี ไว 7 กลบี  ใหกลบี ยาว 1 ซม. 
- ปก กลีบพนั ปลายเข็ม ดงึ เพยี งเบา ๆ ใหกลีบกลมตามในภาพ 
- ปกใหก ลีบเทากันจนครบ 7 กลีบ 

การปกสมอ็ คและดอกเดซ่ีทีป่ กเรียบรอ ยแลว 
นําผืนผาที่ ทําสม็อคเรียบรอยแลวไปตัดเปนเส้ื อ  โดยการตัดตอลวดลายไว 

บริเวณอกเส้อื  

24  การทาํ สม็อคเพ่ือการคา

2.  กระเปาผา จบั สมอ็ ค

ตัวอยางการทาํ กระเปา ผาสมอ็ คดวยผาจดุ  

1. เรมิ่ จากซา ยไปขวา เรมิ่ ทจ่ี ดุ ที่ 1 มาถึงจดุ ทสี่ อง 
แลว กลบั ไปแทงท่จี ุดทห่ี นึ่งอีกครั้ง 

2. จากจดุ ท่ี 2 สอดเขม็ ลงใตผา ขึน้ มาที่จดุ ที่ 3 

3. ในจดุ ท่ี 1-2 จะมีลกั ษณะรูดยน จากจดุ 3 
แทงเขม็ มาทจ่ี ุด 4-3 พรอ มทงั้ ดงึ ผา เขา ไป 
ใหรดู ยน 

4. จากจุดที่ 4-5 สอดเข็มลงใตผาข้นึ มายังจดุ ท่ี 6 
แทงเข็มมายงั จดุ ท่ี 4-5 พรอ มทง้ั ดงึ ผา เขา ไป 
ใหรูดยน เหมือนขัน้ ตอนที่ 1-2 แลวยอ นขน้ึ จาก 
จดุ ที่ 6-7 จากจดุ ท่ี 7-8 แลว ขึน้ ไปจดุ ที่ 9-10 

5. ลักษณะของลายจะเปนรูปสามเหล่ียม 
ขนึ้ ลงไปเรอื่ ย ๆ 

การทาํ สมอ็ คเพ่อื การคา   25

6.  ลักษณะของลายทท่ี ําเสร็จแลว  
ตวั อยางกระเปา สาํ เรจ็ รปู ทที่ าํ สมอ็ คแบบตาง ๆ

ñผาดอก  ð 
òผา ตา 
ผาจดุ  

26  การทําสมอ็ คเพอ่ื การคา

3.  หมอนองิ ลายสาน

ตวั อยา งการทาํ สม็อคหมอนองิ ลายสานจากผา พน้ื  

1.  แทงเข็มจากใตผาขน้ึ มาตรงจุด แลว ขา ม 
เข็มมาอีกจุดหนง่ึ ยน เน้ือผาเขา ไปใหเสน 
ดา ยอยูบนดา นของเข็ม 

2  ตวดั ดายมาดา นลาง แลว แทงเขม็ ตอ มาอกี  
จุดหน่งึ  

3.  เมอ่ื ทาํ จบจดุ หนงึ่  ดา ยจะตวดั กลบั กนั อยเู สมอ 
และทําตอ ไปเรอ่ื ย ๆ และใหแ ทงเข็มใหต รงจุด 
เสมอ 

4.  ทําซํ้าตอไปเร่ือย  ๆ  ตามวิธีการเดิมในแถว 
ตอไปใหมีความกวางตามตองการและสามารถ 
ท่ีจะตกแตงไดจ ากการใชส ไี หม 

การทําสม็อคเพื่อการคา  27

4.  ผา มา น

ตวั อยางการทําผามานจากสม็อค 
วิธีทํา ประยุกตจ ากลายผาในเส้อื เด็ก 
1.  ใชเ ขม็ แทงขึน้ จากใตผ า จดุ ที่ 1 
2.  แทงขน้ึ ท่จี ุดท่ี 2 แลวรวมผา ใหร ดู เขากนั  แทงขน้ึ ในจุดท่ี 2 
3.  จบั เสนดา ยลงมาดา นลาง แทงเข็มขน้ึ ในจุดท่ี 3 ยกเสนดายขึน้ ดานบนโยงมาท ่ี

จุดท่ี 4 ทาํ เชน นี้ไปเรอื่ ยๆ 
4.  ทําตามขัน้ ตอนในแบบเสื้อเดก็  ทําเชน นีไ้ ปเร่ือยๆจนหมดความกวา งของหนาผา 

จะไดล วดลายตามขนั้ ตอนที่ 5 

28  การทําสมอ็ คเพือ่ การคา

ภาพตัวอยา งการทาํ ผา มานโดยการทาํ สมอ็ ค

ตวั อยางการทาํ สมอ็ คลวดลายตางๆ 

การทาํ สมอ็ คเพ่อื การคา   29

ตวั อยา งการนาํ ลวดลายของสมอ็ คมาตอ เตมิ เปน รูปเพชร 

30  การทาํ สมอ็ คเพ่ือการคา

ตัวอยางการนําลวดลายสม็อคมาตอเติมลายใหมีความตอเน่ืองกันเวนระยะถ่ี - หาง
เพอ่ื ใหเ กิดลวดลายใหม 

การทําสมอ็ คเพ่อื การคา   31

กิจกรรมที่ 5 

ใหทานศกึ ษาเนื้อหาตอนที่ 3 แลว รวมกลุม อธิบาย 
1.  บอกวธิ กี ารทาํ สม็อคไปประยุกตใชก บั งานตอไปน ้ี
1.1 เสื้อผา 
1.2 ของใช 
1.3ตกแตงบา นเรอื น 

กิจกรรมที่ 6 

ทําเสอื้ เดก็ หญงิ อายุ 5-6  ป  ปก สมอ็ คผสมลายซิกแซกขนาดเล็กขนาดใหญ 
และแตงเตมิ เปนลายดอกเดซ ่ี

นําเสื้อผา ทส่ี ําเรจ็ รูปใหเด็กหญิงเปน แบบใสช ุดแลว ใหผ อู นื่ ประเมิน 5-6 คน 
แลวสรปุ ในขอ แนะนําจากชุดที่สวมใส ดงั น้ ี

สรปุ จากชุดทีส่ วมใส  ¦ มีผตู อบวาใชได...........คน 
¦ มผี ตู อบวา ควรปรับปรุง..........คน 
¦  มีขอเสนอแนะในการปรบั ปรงุ ...........คน 

1.  ความเหมาะสมของสผี าและไหม 
2.  ลวดลายทีอ่ อกแบบ 
3.  ชน้ิ งานทีส่ ําเร็จรปู ( ความประณตี  รูปทรง ) 
4.  ความสวยงามเมื่อสวมใส 

ตอนท ี่ 4 

การจัดการและการตลาด

สาระสําคญั  

การจําหนายชิ้นงานสําเร็จจากการทําสม็อค  จะเปนงานที่มีลักษณะเฉพาะตัว 
จะจําหนายไดดีกับกลุมคนที่นิยมงานฝมือและเห็นคุณคา      การต้ังราคาขึ้นอยูกับความ 
ยากงาย ความซับซอนของลาย และวสั ดุทใ่ี ชทํา 

จุดประสงค  เพ่ือใหผ ูเรยี นสามารถ 

1.  บอกแหลง จําหนายชนิ้ งานได 
2.  อธิบายการจดั การและการตลาดเกีย่ วกับการทําสมอ็ คได 
3.  คิดราคาชิ้นงานที่สาํ เรจ็ ได 
4.  นําชิ้นงานไปจาํ หนายได 

ขอบขายเน้ือหา 

1.  การจดั การ 
2.  การตลาด 
3.  การคิดราคาชิ้นงานสําเร็จ 
4.  ลักษณะการเสนอขาย 

การทาํ สม็อคเพ่อื การคา   33

1.  การจัดการ 

การจัดการท่ีดีตองมีการวางแผน(  Planning)  การวางแผนของการทําธุรกิจ  คือ 
เปาหมาย ซ่งึ กําหนดไวส ําหรบั ระยะเวลาในอนาคตเมือ่ กาํ หนดเปา หมายแลว แผนงานอ่นื ๆ 
จะตองกําหนดขึ้นมาเพ่ือความสาํ เร็จของเปาหมายที่ตองการ เชนการทาํ ธุรกิจเส้ือผาจาก 
สมอ็ คมเี ปา หมายทจ่ี ะเพม่ิ ผลผลติ เปน สองเทา ของปจ จบุ นั ภายใน 3 ป  ผจู ดั การจะตอ งวางแผน 
และกําหนดทางเลือกวาจะทําอยางไรกับธุรกิจของตนเพ่ือใหบรรลุเปาหมาย  ซึ่งทางเลือก 
อาจมหี ลายทาง เชน 

1.  ขยายกําลังผลติ ของงานที่ทําอยูปจ จุบนั  
2.  หาสถานทใ่ี นการปฏิบัติงาน 
3.  ใชวธิ ีจางเหมาใหค นงานทาํ ให 
หลงั จากวเิ คราะหท างเลอื กแลว ข้ันตอ ไป กจ็ ะตองกําหนดปจจยั ท่ีตอ งดําเนนิ การ เชน  
จัดหาสถานท่ี กําหนดตัวผปู ฏบิ ัต ิ ระยะเวลา และการเงิน 

การจดั องคการ 
การจัดการเรือ่ งคน เคร่ืองมือ เครอ่ื งจกั ร วัตถุดบิ  ใหท ํางานกันอยา งมีประสทิ ธภิ าพ 

หมายถึง  การจัดแบงหมวดหมู ของงาน  กําหนดหนาที่  แบงออกเปนกี่ ฝาย  กี่แผนก 
มีบคุ ลากรกี่คน 

การสั่งการ
หมายถึง  การท่ีหัวหนามอบหมายงานใหผูรวมปฏิบัติการทํางาน  หรืองดเวนการ 

ปฏิบัติงาน  การส่ังงาน  ถาหัวหนางานมีความสามารถใหผูรวมงานปฏิบัติงานท่ีไดรับ 
มอบหมายอยา งเตม็ ใจ จะทําใหธุรกิจดาํ เนนิ ไปอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ 

การควบคุม 
คือ  การบังคับหรือกํากับใหงานดําเนินสูเปาหมาย  ผลงานที่ไดตรงกับเปาหมาย 

และวัตถปุ ระสงคทกี่ ําหนด ถางานท่ที ําไมตรงเปา หมาย เราสามารถปรบั ปรงุ แกไ ขไดทันการ 
การควบคมุ จะมปี ระสิทธภิ าพสงู ขน้ึ  ถาไดม ีการวางแผนและตัง้ มาตรฐานไวเ ปน การลว งหนา  

34  การทําสมอ็ คเพอ่ื การคา

2.  การตลาด ( Marketing) 

โดยสภาพความเปนจริง  วงจรธุรกิจทุกอยาง  จําเปนตองดําเนินการสรางผลผลิต 
ใหเกิดขึ้น  ท้ังในลักษณะการผลิตเล็กๆแบบครัวเรือน  และลักษณะการผลิตที่ใหญแบบ 
อตุ สาหกรรม เม่ือมีลักษณะการผลติ เกิดข้ึนก็ตองนาํ ผลผลติ น้นั ๆ  ออกจาํ หนายจายแจกยัง 
ผูบรโิ ภค ซึ่งบางครั้งอาจเปน ในทอ งถิน่ ภูมภิ าคอนื่ หรอื ประเทศอ่นื  

ความหมายของการตลาด คนสวนใหญท่ัวไปจะมองไปในลกั ษณะของการขายของ 
การขายสินคา และบรกิ าร รวมทัง้ การโฆษณาประชาสมั พันธ เพราะรบั รูส ภาพความเปนไป 
ในเรื่องการจําหนายสินคาจากประสบการณ  ซึ่งความเขาใจเหลานั้นถูกตองอยูมาก 
เพราะถือไดวาเปนกิจกรรมดานการตลาดเหมือนกัน  ฉะนั้นการตลาดคือ  "การกระทําการ
ตางๆดา นธุรกิจ ดว ยการนาํ สินคาและบรกิ ารจากผูผลิต ไปสูผบู ริโภคหรอื ผูใชจนเกิดความ
พึงพอใจเพื่ อบริการลูกคา และตอบสนองวัตถุประสงคตลอดจนเปาหมายสุดยอด
ของบริษัทผูผลิต"

3.  การคดิ ราคาช้ินงานสําเรจ็  

โดยท่วั ไปผปู ระกอบธรุ กิจขนาดยอ ม จะสังเกตเห็นไดวาลกู คา  เม่อื ตดั สนิ ใจซอื้ สินคา 
จะไมพิจารณาแตคุณภาพของสินคาแตอยางเดียว  แตลูกคาจะเปรียบเทียบระหวางราคา 
และคุณภาพของสินคา เพือ่ เลอื กซื้อสนิ คา ทดี่ ีทส่ี ุด โดยเทียบเคียงกับคณุ ภาพของสินคา  

การกําหนดราคาขายช้ินงานท่ีสําเร็จ  ควรกําหนดราคาใหมีปริมาณการขายมาก 
และกําหนดราคาใหสูงพอ  ที่จะใหผลกําไรในแงของคาบริการธุรกิจ  ควรจะคิดใหคุมกับ 
เวลาและวสั ดุท่ใี ชไ ป การกาํ หนดราคาตอ งคิดถงึ ตนทนุ ของสนิ คา  คือราคาของสินคา ที่ซื้อมา 
เพื่อจําหนายตอเปนฐาน  ถาหากวาธุรกิจกําหนดราคาต่ํากวาฐานน้ี  จะตองตกอยูใน 
ภาวะขาดทนุ อยา งแนน อน แตบางครง้ั ผปู ระกอบการธรุ กจิ ขนาดยอมตอ งการกําหนดราคาตา่ํ  
เพ่ือดึงดูดลูกคาใหซื้อสินคา  แตผูประกอบธุรกิจขนาดยอมจะตองแนใจวายอดขายสินคา 
คมุ กบั ตนทุนดาํ เนินงาน 

การกําหนดราคาแบบบวกเพ่ิมจากตนทุน(cost  -  plus  pricing)  ช้ินงานสําเร็จรูป 
จากการทําสม็อคมีลกั ษณะพเิ ศษ เพราะเปน งานท่ใี ชความประณีต บรรจง และตอ งใชเวลา 
ในการผลิต  จึงมิใชงานโหล  การกําหนดราคาขายสามารถกําหนดในลักษณะขายปลีก 
แตล ะชน้ิ โดยคาํ นงึ ถงึ ความยากงา ย ความซบั ซอ นของลวดลาย และเวลาทใี่ ชใ นแตล ะชิน้ งาน 

การทาํ สม็อคเพ่ือการคา   35

และราคาของตนทุนคือ  ผาและดายไหมท่ีใชตกแตงการกําหนดราคาขายปลีกสวนใหญ 
ใชเ ปอรเซน็ ตของราคาขาย 

เปอรเซ็นตนโี้ ดยปกตมิ กั จะหมายถึง สว นเพ่มิ ที่บวกจากราคาขายปลกี  สวนเพ่ิมคอื  
จํานวนซ่ึงมากพอที่จะคุมตนทุนดําเนินงานของธุรกิจบวกกําไรท่ีสมเหตุสมผล  ซึ่งจะ 
ถูกนําไปบวกกับตนทุนของสินคา  ยอดรวมท้ังหมดคือราคาขาย  เปอรเซ็นตของสวนเพิ่ม 
คํานวณไดจ ากสูตร 

สวนเพิ่ม  =  ราคาขาย - ตน ทุนของสนิ คา  
ราคาขาย 

ตัวอยางเชน 
เราตองการขายเสื้อท่ีทําจากสม็อค  1  ตัว  ซ่ึงมีราคาตนทุน  300  บาท  ผูขาย 

มีความม่ันใจวา จะขายเส้ือสม็อคไดงาย ถาหากกาํ หนดราคาขายไว  600  บาท เราจึงติด 
ราคาไว 600 บาท ในกรณนี ้ีอตั ราสวนเพิม่ คือ 50 % ของราคาขาย ( ราคาขาย- ตนทนุ ) หรอื  
300 บาท 

สว นเพิ่ม  =  600 - 300  =  300 =  50% 
600  600 

จากตัวอยา งสว นเพิ่มท่ีกําหนดอยูทีผ่ ูขายจะเปน ผกู าํ หนดจะเปน  50 %  หรอื  80 % 
ขนึ้ อยกู บั ชน้ิ งาน ลกั ษณะของงาน ความซบั ซอ นของงาน ตน ทนุ ในการผลติ ซงึ่ หมายถงึ  วตั ถดุ บิ  
แรงงาน คา ใชจายในการผลติ  คาใชจ า ยในการขายและอืน่ ๆ 

36  การทําสมอ็ คเพอ่ื การคา

4.  ลักษณะการเสนอขาย 

มีส่ิงทค่ี วรจะตองพจิ ารณาดงั น ี้
1.  การชักชวนมิใชการบังคับ  พนักงานขายตองหาวิธีชี้แจงใหลูกคาทราบถึง 
คุณภาพสินคา  จนลกู คาพึงพอใจ และใหล กู คาเปน คนตัดสินใจเอง 
2.  การใหค วามรูแ กล ูกคา  เพอื่ ใหผ ซู ือ้ รับประโยชนจ ากสินคา ทซ่ี ื้ออยา งเตม็ ที ่
3.  การสรางความพึงพอใจใหแกลูกคา โดยการเรียนรูถึงความตองการของลูกคา 
จัดหาสนิ คา ใหต รงกับความตอ งการ และใหเกิดความพงึ พอใจแกลูกคา 

กจิ กรรมที่ 7 

ใหทา นไปพบผูป ระสบความสาํ เรจ็ ในการประกอบอาชพี ในหมูบ า น หรอื ผูสนับสนุน 
การประกอบอาชีพในทอ งถิ่นน้ัน พาณิชยจังหวัด  หรอื หนว ยงานภาครัฐและเอกชน 
เพอ่ื รับคาํ ปรึกษาเกยี่ วกับเร่ืองตางๆตอ ไปน้ ี

1.  การจดั หาเงนิ ทุนและวิธีการไดม าของเงินทุน 
2.  การหาทาํ เลท่ตี งั้ ทาํ อยางไร 
3.  การจัดหาวัสดุ-อปุ กรณ เครอ่ื งมือ เครื่องใช 
4.  การจัดหาดา นแรงงานและคาตอบแทน 
5’  ขนั้ ตอนการดําเนินงาน 
6.  ตลาดท่ีรับซ้ือผลิตภัณฑ 
7.  แหลงศกึ ษาดูงาน 

การทําสม็อคเพอ่ื การคา   37

กจิ กรรมที่ 8 

ใหทานศึกษาวิธีการคิดราคาทุน  การประมาณราคา  กําไรและจัดทําบันทึก 
รายรับ-รายจาย ประจําวนั  แลวลองคิดราคาตนทุน การประมาณราคาขาย  กาํ ไร 
พรอมทัง้ จัดทําบนั ทึกรายรับ-รายจา ย ประจําวนั ของทา นเอง ดงั ตอ ไปน ้ี

วิธกี ารคิดราคาตน ทุนกําหนดราคาขายและกําไรมวี ิธีดังน ี้
........................................................................................................................ 
........................................................................................................................ 
........................................................................................................................ 
.......................................................................................................................... 
........................................................................................................................ 

กจิ กรรมที่ 9 

ทานมีวิธีการบันทกึ รายรบั -รายจาย อยางไร 
........................................................................................................................ 
........................................................................................................................ 
........................................................................................................................ 
.......................................................................................................................... 
........................................................................................................................ 
........................................................................................................................ 
........................................................................................................................ 
........................................................................................................................ 
.......................................................................................................................... 
........................................................................................................................ 

38  การทําสมอ็ คเพ่อื การคา

แบบทดสอบหลังเรียน 

จงเขียนวงกลมลอมรอบขอที่ถูกท่สี ดุ เพยี งขอเดียว 

1.  การเลอื กผา ที่เปนใยผสมจากใยธรรมชาตแิ ละใยสงั เคราะหมาทาํ สมอ็ คมผี ลดอี ยา งไร 

ก.  ทาํ เสร็จแลว ผาท้งิ ตวั สวยงาม 

ข.  เปนสวนหนง่ึ ในการกําหนดราคา 

ค.  ทําใหคณุ ภาพของชิ้นงานไดม าตรฐาน 

ง.  ทําเสรจ็ แลวลวดลายจะอยตู ัวไมแบนราบ 

2.  ขอ ใดเปนข้ันตอนท่ีถูกตอ งในการทาํ สม็อค 

ก.  ออกแบบ ทํารอยลงบนผา กาํ หนดลาย เลอื กสีไหม 

ข.  เลือกสไี หม ออกแบบ ทํารอยลงบนผา  กาํ หนดลาย 

ค.  ออกแบบ กําหนดลาย เลือกสไี หม ทาํ รอยลงบนผา  

ง.  กําหนดลาย ทาํ รอยลงบนผา เลือกสไี หม ทาํ รอยลงบนผา  

3.  ผา ลายท่ีนิยมเลอื กมาทําสมอ็ คมลี กั ษณะอยางไร 

ก.  เปน ลวดลายดอกเล็กๆสีออ น 

ข.  เปน ลวดลายดอกใหญๆสีสด 

ค.  เปน ลวดลายเชนใดกไ็ ดตามใจชอบ 

ง.  เปน ลวดลายเล็กๆหรอื ใหญก ไ็ ดแ ตน ิยมสสี ด 

4.  ถา ทา นตอ งการชิน้ งานสม็อคสาํ เรจ็ รูปที่มคี วามกวาง 10 น้วิ  จะตองเผ่ือผาเทา ไร 

ก.  20 นว้ิ   ข.  30 น้วิ  

ค.  25 นวิ้   ง.  40 น้ิว 

5.  ถาทา นเลอื กผาสเี หลืองออนทําชดุ สม็อคใหเ ดก็ อายุ 5 ขวบ ทานจะเลอื กสีดา ยในขอ ใด 

ก.  เขียว,แดง,น้าํ เงิน  ข.  เขียวออน,แดง,น้ําเงิน 

ค.  เหลอื ง,ฟา,มว ง  ง.  ชมพ,ู ฟา,แดง 

6.  การทําสมอ็ คกบั ผา ชนดิ ใดทาํ ไดง ายและสะดวกท่ีสุด 

ก.  ผา สอี อ นและผาดอก  ข.  ผา พ้ืนและผาจุด 

ค.  ผาจุดและผาตา  ง.  ผาดอก ผาตา และผา จุด 

การทาํ สมอ็ คเพอื่ การคา   39

7.  ถา ทานจะซอ้ื เสอ้ื ผา ที่ทําจากสมอ็ คทานจะพิจารณาอะไรบาง 

ก.  วสั ดทุ น่ี ํามาทาํ ,ความยากงายของลาย,ราคา 

ข.  วสั ด,ุ ลวดลาย,ราคา,ความสวยงาม 

ค.  วัสดุท่ีนาํ มาทาํ ,ราคาเหมาะสม,ความยากงายของลาย 

ง.  วสั ดทุ ี่นาํ มาทํา,ส,ี แบบ,ราคา 

8.  ในการประกอบอาชีพควรนําหลกั ธรรมในขอใดไปใช 

ก. อริยสจั 4  ข.  พรหมวหิ าร 4 

ค.  อิทธบิ าท 4  ง.  สังคหวตั ถุ 4 

9.  ขอ ใดมิใชว ิธกี ารสรางผลกําไรทด่ี ี 

ก.  การลดคา ใชจายในการเลอื กซอ้ื วัสด ุ ข.  การลดคาใชจ ายในการขนสง 

ค.  การลดราคาสนิ คา  ง.  การลดคา แรงคนงาน 

10.  การคิดราคาชนิ้ งานทท่ี าํ จากสมอ็ คขอ ใดเปนประเดน็ ทสี่ าํ คัญทสี่ ุด 

ก.  วัสดุท่นี ํามาใช 

ข.  ลวดลายและความซับซอ นของลวดลาย 

ค.  จํานวนในการผลิต 

ง.  กลุมผูบรโิ ภคสินคา 

40  การทาํ สม็อคเพอื่ การคา 5.  ก 
10.  ง 
เฉลยแบบทดสอบกอ นเรียน 

1.  ง  2.  ข  3.  ข  4.  ก 
6.  ค  7.  ง  8.  ก  9.  ง 

เฉลยและแนวตอบกิจกรรม 

กจิ กรรมที่ 1 
1.  - ผา สาํ หรับทาํ สม็อค 
- เข็มปก 
- ดนิ สอ 
- ดายมัน,ไหมสตี า งๆ 
- กระดาษแขง็  
- กรรไกร 
2.  ผามีน้ําหนักเบา  เน้ือผาเปนใยผสมไมหนามาก  เปนผาที่มีสวนผสมของใย 

สังเคราะหและใยธรรมชาต ิ
3.  - ทํารอยลงบนผาดวยการจุดดว ยดนิ สอเปน ระยะหา งเทาๆกัน 
-  เนาทัปตามแนวทุกแนว  แลวรูดผาเขาหากันผาจะเปนจีบลึก  ควรเตรียมผา 

ใหม เี นอ้ื ที่สําหรบั รดู ยน  2 1/  2  เทาถงึ 3 เทา 
กจิ กรรมท ่ี 2 

1.  ก.  สชี มพูเขม,สีฟา ,สีเหลอื ง 
ข.  ควรใชด า ยหรือไหมทมี่ สี เี ดียวกนั กบั ลวดลายบนผืนผา  
ค.  ผา สเี หลอื ง ไหมสีน้ําเงนิ  หรือมวง 
ผา สีขาว ไหมสแี ดง หรอื นํ้าเงิน 
ผา สีเขียว ไหมสสี ม  
ง.  ปรมิ าณท่เี หมาะสมคอื 20 : 80  , 25 : 75 

2.  ขอ 2.1เกณฑทีใ่ ชวดั  
- ดูความถี่ของจดุ วาสมํ่าเสมอกัน,จดุ ในแตล ะแถวตรงกนั  

ขอ 2.2 ดรู อยทปี่ รากฏบนผนื ผา ตรงตามเกรนผาท้งั เสนดา ยพุงและเสนดาย 

การทาํ สมอ็ คเพือ่ การคา  41

ยืนจุดแตล ะแถวไมเ อยี ง ความชัดเจนของจุดแตละแถวสมาํ่ เสมอกนั  
ไมเขมและจางจนเกนิ ไป 

กจิ กรรมท ่ี 4 

ความเหมาะสม  ความเหมาะสม  ความเหมาะสม  ความเหมาะสม  รวม 
รวมคะแนน 
ชนดิ   ของสีผา/ไหม  ของสีผา/ไหม  ของสีผา/ไหม  ของสีผา/ไหม 

10 คะแนน  10 คะแนน  10 คะแนน  10 คะแนน 

ผา พน้ื  
ผา ตา 
ผาจดุ  
ผาดอก 

เกณฑที่เปนที่ยอมรับจะตองไดคะแนนต้ังแต  25  คะแนนข้ึนไป  ในแตละช้ินงาน 
ถาไดค ะแนนนอ ยกวานคี้ วรปรับปรุง 
กจิ กรรมท่ ี 5 

1.  เสื้อผาเด็กและเส้ือผาสตรีบริเวณอก,เอว,รอบตนแขน,รอบปลายแขน,  รอบตัว 
รอบคอ เปน ตน 

2.  กระเปาผา,ยาม,หมวก,ตกแตงซองแวนตา,  ที่คาดผม,  หมอนเข็ม,  ตกแตง 
กลอ งทชิ ชู 

3.  ทําหมอนทรงกลม,ทาํ หมอนทรงเหลีย่ ม,ทําผา มา น,ทําโคมฟา  
กจิ กรรมท่ี 6 

ขอ 2.1 - 2.2 เกณฑท่เี ปนทีย่ อมรบั คอื  ตองมผี ูต อบวาใชงานได 3 คน จาก 5 คน หรือ 
5  คน  จาก  7  คน  ถาตํ่ากวาน้ี ควรปรับปรุง  โดยปฏิบัติซ้ําจนกวาจะเปนท่ี ยอมรับ 
ของผูชมหรอื ผซู อื้  

ขอ 2.3-2.6 ขอมลู จากการปฏิบตั จิ ริง 

เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน 

1.  ง  2.  ข  3.  ก  4.  ข  5.  ก 
6.  ค  7.  ง  8.  ก  9.  ง  10. ง 

42  การทําสมอ็ คเพ่ือการคา

บรรณานุกรม 

เจยี รพรรณ  โสภโณ.  ตําราตัดเสือ้ สตร ี ชดุ นพเกา (เลม 10) เรียนตัดเสอื้ เด็ก 1-5ปี. 
มปท., มปป. 

นพิ ัทธ  จิตรประสงค.   ธุรกิจเบื้องตน .คณะพาณิชยศาสตรและการบญั ชี. มหาวทิ ยาลัย 
ธรรมศาสตร, 2525. 

ผสุ ดี รมุ าคม และเกศิน ี วิฑรชู าต.ิ การบริหารธรุ กิจขนาดยอ ม. คณะพาณิชยศาสตร 
และการบญั ช ี  มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร, 2529. 

ระวงั  เนตรโพธ์ิแกว.  ธุรกิจเบือ้ งตน . dกรงุ เทพฯ : สาํ นักพิมพพ ทิ กั ษอ ักษร, 2529. 
อมั พิกา นพสวุ รรณและประไพ นวลแสง.  หนงั สอื ประกอบการสอนวิชาการตัดเยบ็  

เสอื้ ผาเดก็ . กรงุ เทพฯ : ภาควชิ าผา ละเครอื่ งแตง กาย คณะมหกรรมศาสตร} มปป. 
IL Punto Smock 1, ANCORA FILATI DA RICAMO 
IL Punto Smock 2, ANCORA FILATI DA RICAMO 

ตาํ ราแฟชั่นญ่ปี นุ 1 
ตําราแฟช่นั ญ่ปี ุน 2 

การทาํ สม็อคเพื่อการคา  43

ชดุ วชิ าการทําสม็อคเพ่ือการคา  

คณะกรรมการท่ปี รึกษา 

ดร. รงุ    แกว แดง 

อธิบดีกรมการศึกษานอกโรงเรยี น 

ดร. บุญเลิศ   มาแสง 

ผูเ ชย่ี วชาญพเิ ศษ กรมการศกึ ษานอกโรงเรยี น 

นายบุญสง   คูวรากุล 

ผูอํานวยการศึกษานอกโรงเรยี นภาคตะวันออก 

คณะกรรมการชุดวิชา 

นายบญุ สง    ควู รากุล 

ประธานกรรมการ 

นางน้าํ ทิพย   ชูเวชย 

ผูเ ชย่ี วชาญเนอื้ หา 

นางนํา้ ทพิ ย    ชูเวชย 

ผเู ขียน 

นางสาวกัญญาทพิ    พวงจาํ ปา 

บรรณาธกิ าร 

นางสาวชนะจติ    โมฬิยสวุ รรณ 

นักเทคโนโลย ี

นางสาวอรทัย   ปานขาว 

นกั วดั ผล 

นางสาวแกว ใจ   นริ าช 

เลขานกุ าร 


Click to View FlipBook Version
Previous Book
Buclet 1-15 Februarie
Next Book
הוראות הרכבה מקפיא מאריו 60