https://srk.thai.ac นายชาญณรงค์ มมุ ทอง กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ทฤษฎีของลามาร์ก (Lamarck’s theory)
ชองบปั ติสต์ เดลามารก์ (JeanBaptistedeLarmarck) เปน็
นักชีววิทยาชาวฝร่งั เศสเป็นบุคคลแรกทีไ่ ด้วางรากฐานทาง
วิวฒั นาการขึ้นและได้ต้งั ทฤษฎีขึ้น เรียกว่า ทฤษฎีของลามารก์
(Lamarck’s theory)
ทฤษฎีของลามาร์ก ประกอบด้วย
1. สิ่งมีชีวติ และส่วนตา่ งๆ ของสิ่งมีชวี ิตมคี วามโน้มเอยี งทจ่ี ะมขี นาดเพิ่มขึ้น
2. การเกิดอวยั วะใหม่มีผลมาจากความต้องการใหม่ในการดารงชวี ิต
รูป เปรยี บลักษณะเท้าของนกที่หากินบนบกและในน้า
3. อวยั วะใดทีถ่ กู ใช้อย่เู สมอ มีความโน้มเอียงทีจ่ ะมีการเจริญและมี
ขนาดเพิ่มข้นึ อวัยวะใดไม่ค่อยได้ใช้จะเสือ่ มหายไป ซึ่งพัฒนาไปเป็น
กฎการใช้และไม่ใช้ (Law of Use and Disuse)
4. การเปลีย่ นแปลงต่าง ๆ ทีเ่ กิดขึ้นท้ัง 3 ประการข้างต้น สามารถ
ถ่ายทอดไปส่ลู กู หลานได้ เรียกว่า กฎแห่งการถา่ ยทอดลักษณะที่
เกิดขึ้นใหม(่ Law of Inheritance of Acquired Characteristics)
อนั เป็นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรปู ร่างลักษณะมากขึ้นตาม
ระยะเวลา
ตวั อยา่ งเช่น
ลักษณะคอยาวของยีราฟ
ยีราฟในอดีตนั้นคอส้นั กว่าปัจจุบัน ยีราฟต้องยืดคอขึ้นกินยอด
ไม้ที่อย่สู ูง ๆ เมื่อเปน็ เช่นน้นี าน ๆ จึงทาให้ลูกหลานยีราฟคอค่อย ๆ
ยาวขึ้นและลกั ษณะดงั กล่าวสามารถถ่ายทอดลกั ษณะไปส่ลู กู หลาน
ได้
ทฤษฎีการคดั เลือกโดยธรรมชาติของดาร์วิน
▪ ชาร์ลส์ ดาร์วิน เป็นนกั ธรรมชาตวิ ิทยาได้
เดินทางไปกบั เรือสารวจบีเกิลของรัฐบาล
อังกฤษ
▪ เดินทางไปสารวจและทาแผนที่ของฝั่งของ
ทะเลทวีปอเมริกาใต้ ดาร์วินได้ต้งั ข้อสงั เกต
และข้อสงสยั มากมายในขณะทีส่ ารวจ
ธรรมชาติไปกบั เรือหลวงบีเกลิ
▪ เมื่อผ่านหมู่เกาะกาลาปากอส เขาได้
สังเกตเห็นว่า นกฟินซ์ (Finch) ที่
แพร่กระจายอย่ตู ามเกาะต่างๆ ในหมู่เกาะ
กาลาปากอส ทีม่ ีสัณฐานวิทยาในแต่ละ
เกาะแตกต่างกนั
ลกั ษณะทีส่ ังเกตได้จากการศึกษานกฟินช์
▪ นกฟินชแ์ ต่ละพื้นท่จี ะมลี ักษณะของ
จะงอยปากที่แตกตา่ งกนั
▪ ดารว์ ินเชือ่ ว่า บรรพบุรุษของนกฟินช์
บนเกาะกาลาปากอสนา่ จะสืบเชื้อสาย
มาจากนกฟินชบ์ นแผ่นดินใหญ่
▪ แต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทาง
ธรณีวทิ ยา
▪ ทาให้เกิดการแปรผันทางพันธกุ รรม
ของบรรพบรุ ุษนกฟินช์
▪ เพือ่ ใหเ้ ข้ากับสิง่ แวดลอ้ ม และ
สามารถมีชีวิตรอดได้ จนเกิด
วิวฒั นาการเป็นสปชี สี ์ใหม่ขึ้นมา
ทฤษฎีของดารว์ ิน และวอลเลช
ดาร์วิน และวอลเลชได้เสนอทฤษฎีการเกิดสปีชีส์ใหม่อนั
เนือ่ งมาจากการคัดเลือกโดยธรรมชาติ
ทฤษฎีการคดั เลือกโดยธรรมชาติ (theory of natural
selection)
1. สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันย่อมแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย เรียกว่า
variation
2. สิ่งมีชีวิตมีลกู หลานจานวนมากตามลาดบั เรขาคณิต แต่
สิง่ มีชีวิตแต่ละชนิดก็มีจานวนเกอื บคงที่ เพราะมีจานวนหนงึ่ ตายไป
3. สิง่ มีชีวิตจาํ เป็นตอ้ งมีการต่อสเู้ พื่อความอยูร่ อด (struggle
of existence) โดยการแปรผันบางลักษณะ ให้เหมาะสมกบั
สิ่งแวดล้อม และมีการสืบพันธ์ุถ่ายทอด ไปยงั ลกู หลาน
4. สิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมทีส่ ดุ เทา่ นั้นที่จะอยรู่ อด(survival the
fittest ) และดารงเผ่าพันธุ์ของตนไว้ ทาให้เกิดการคดั เลือกตาม
ธรรมชาติส่งผลให้เกิดความแตกต่าง ไปจากสปีชีส์เดิมมากขึ้นจน
เกิดสปีชีส์ใหม่
“สิง่ มีชีวิตที่จะอยู่รอดไมจ่ ําเป็นต้องเป็น สิง่ มีชีวิตที่แขง็ แรง
ทีส่ ุด แตเ่ ปน็ สิง่ มีชีวิตที่เหมาะสมกบั สภาพแวดลอ้ มมากที่สุด”
รปู ทฤษฎกี ารววิ ฒั นาการของยรี าฟของดารว์ ินดว้ ยวิธีการคัดเลือกโดยธรรมชาติ
สรปุ ทฤษฎีการคดั เลือกโดยธรรมชาติ
แนวคิดเกี่ยวกบั วิวัฒนาการในปัจจบุ ัน
▪ ปจั จุบนั การศึกษาเรือ่ งวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวติ จงึ ได้นาทฤษฎีการ
คัดเลือกตามธรรมชาติของดาร์วินมาผสมผสานกบั ความร้วู ิชาการ
ด้านอื่นๆ
▪ เช่น บรรพชีวินวิทยา (palaeontology) อนกุ รมวิธาน (taxonomy) พันธุ
ศาสตร์ (genetics) และชีวภูมิศาสตร์ (biogeography)
▪ โดยเฉพาะการนาความรู้ด้าน พันธุศาสตร์ประชากรมาประยกุ ต์ใช้ใน
การอธิบายวิวัฒนาการยุคใหม่ ทําใหเ้ กิดทฤษฎีทีเ่ รียกวา่ ทฤษฎี
วิวฒั นาการสังเคราะห์ (synthetic theory of evolution)
ทฤษฎีวิวัฒนาการสงั เคราะห์
❖ ทฤษฎี วิวัฒนาการสงั เคราะห์จะเน้นถึงความสาคัญของประชากรซึ่ง
ถือเป็นหน่วยสาคัญของ วิวัฒนาการ
❖ สิง่ มีชีวิตแต่ละตวั ในกลุ่มประชากรจะมีความแปรผนั แตกต่างกนั
การแปรผนั ทางพนั ธุกรรมใดที่เหมาะสมกบั สภาพแวดลอ้ ม จะ
ทาํ ใหส้ ิ่งมีชีวิตนนั้ สามารถอยูร่ อดและสืบพันธ์ถุ ่ายทอดลักษณะ
ดงั กล่าวไป สลู่ ูกหลานร่นุ ตอ่ ไปได้
❖ จึงถือได้ว่าสิ่งแวดล้อมนบั เป็นปัจจัยสาคญั ในการคดั เลือกประชากร
ทีเ่ หมาะสมให้ดารงอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมน้นั