สารบัญ สมุนไพรจากพื้นที่พรุในจังหวัดนราธิวาส โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชด าริ จังหวัดนราธิวาส (งานป่ าไม้) โดยการสนับสนุนทุนวิจัยจาก จัดท ำโดย ฝ่ ำยโครงกำรพิเศษ กองแผนงำน และ ส ำนักวิจัยกำรจัดกำรป่ ำไม้และผลิตผลป่ ำไม้ กรมป่ ำ ไม้
(1) ค าน า หนังสือ “สมุนไพรในพื้นที่พรุจังหวัดนราธิวาส” เล่มนี ้ จัดท ำขึ ้นเพื่อสองวัตถุประสงค์หลักคือ 1)เพื่อ ศึกษำกำรใช้ประโยชน์ด้ำนสมุนไพรจำกพืชที่มีอยู่ในพื ้นที่พรุของจังหวัดนรำธิวำส และรวบรวมภูมิปัญญำด้ำนกำรใช้ สมุนไพรจำกป่ ำพรุเพื่อรักษำโรคจำกหมอพื ้นบ้ำนใน 3 อ ำเภอ คือ อ.สุไหงโกลก อ. สุไหงปำดี และ อ. ตำกใบ จังหวัดนรำธิวำส 2) เพื่อจัดท ำเป็ นองค์ควำมรู้ของท้องถิ่น กระตุ้นให้ชุมชนรู้คุณค่ำของพรรณพืชป่ ำพรุ และส่งเสริม ให้มีกำรใช้ประโยชน์ผลิตผลจำกป่ ำพรุอย่ำงยั่งยืนพร้อมกับกำรอนุรักษ์ เพื่อเป็ นกำรเผยแพร่ให้กับประชำชนที่อำศัยอยู่รอบพื ้นที่พรุในทุกจังหวัด ผู้สนใจทำงด้ำนพืชสมุนไพร และ ผู้สนใจทั่วไปได้น ำไปใช้ประโยชน์ต่อไป จึงได้จัดพิมพ์เป็ นเอกสำรเผยแพร่ฉบับสมบูรณ์ ภำยในเล่มจะแสดงรูป ชื่อ สำมัญ ชื่อท้องถิ่น ชื่อทำงพฤกษศำสตร์ สรรพคุณ และวิธีกำรใช้พืชในป่ ำพรุเป็ นยำรักษำโรคไว้อย่ำงละเอียด กำร อ้ำงอิงต ำรับยำเหล่ำนี ้ไปใช้รักษำโรคต้องท ำด้วยควำมระมัดระวังโดยหมอพื ้นบ้ำนหรือผู้เชี่ยวชำญด้ำนพืชสมุนไพรใน ท้องถิ่น มิเช่นนั ้นอำจก่อให้เกิดอันตรำยได้ ผู้วิจัยขอขอบคุณส ำนักงำนเลขำนุกำรคณะกรรมกำรพิเศษ เพื่อประสำนงำนโครงกำรอันเนื่องมำจำก พระรำชด ำริ(กปร.)เป็ นอย่ำงมำกที่ได้สนับสนุนงบประมำณเพื่องำนวิจัยและขอขอบคุณหมอพื ้นบ้ำนในจังหวัด นรำธิวำสที่ได้เสียสละเวลำอันมีค่ำเพื่องำนวิจัยครั ้งนี ้ นำงทรรศนีย์ พัฒนเสรี 1 มิถุนำยน 2548
หนังสือ สมุนไพรในพื ้นที่พรุจังหวัดนรำธิวำส สนับสนุนทุนวิจัยโดย ส ำนักงำนเลขำนุกำรคณะกรรมกำรพิเศษ เพื่อประสำนงำนโครงกำรอันเนื่องมำจำก พระรำชด ำริ (กปร.) ที่ปรึกษำ นำยชวลิต อุรพีพัฒนพงศ์ รวบรวมและวิจัยโดย นำงทรรศนีย์ พัฒนเสรี และ นำงสำวชูจิตร อนันตโชค ส ำนักวิจัยกำรจัดกำรป่ ำไม้และผลิตผลป่ ำไม้ กรมป่ ำไม้ ภำพถ่ำย ดร.ชวลิต นิยมธรรม นำงทรรศนีย์ พัฒนเสรี นำงสำวชูจิตร อนันตโชค และ นำยธนิตย์ หนูยิ ้ม นำยหฤษฎ์ชัย ฤทธิช่วย ผลิตรูปเล่มโดย นำงทรรศนีย์ พัฒนเสรี และ นำงสำวชูจิตร อนันตโชค จัดพิมพ์โดย กรมป่ ำไม้ ปี ที่พิมพ์ 2548 เจ้ำของลขิสทิธิ์กรมป่ ำไม้
สารบัญ เรื่อง หน้ำ ค ำน ำ (1) บทน ำ 1 กำรใช้สมุนไพรรักษำโรค 2 ขั ้นตอนกำรแปรสภำพสมุนไพร 3 วิธีกำรใช้สมุนไพร 4 สมุนไพรจำกป่ ำพรุ 8 กะตังใบ 8 กะเรกะร่อนปำกเป็ ด 8 กระดูกไก่ใบใหญ่ 9 กำพุ่ม 9 กันเกรำ 10 กกช้ำง 10 ข่ำลิง 11 ข้ำหลวงหลังลำย 11 ขี ้กำแดง 12 ขี ้ไต้ 12 โคคลำน 13 โคลงเคลง 13 จิกน ้ำ 14 ซำงจีน 14 ตีนนก 15 แตยอ 15 ตุ๊กตำ 16 ตังหนใบใหญ่ 16 ตับเต่ำใหญ่ 17 เต่ำร้ำงแดง 17 เถำอรคนธ์ 18 ทุ 19 เที๊ยะ 20 แปงู 20 ฝำด 21
เรื่อง หน้ำ พวำน ้ำ 21 แพ 22 มะหน่วย 22 มะฮังเล็ก 23 มะฮังใหญ่ 23 ลิเภำยุ่ง 24 ลิเภำใหญ่ 24 ล ำเทง 25 ว่ำนพังพอน 25 ศิลำ 26 ส้มกุ้ง 26 สมเส็ด 27 สะบ้ำ 27 สะเตียว 28 สำคู 28 เสม็ด 29 สังขยำ 29 เส้งเล็ก 30 หญ้ำปริก 30 ห่อข้ำวสีดำ 31 หัสคุณ 31 อ้ำยบ่ำว 32 ค ำนิยม 34 บรรณำนุกรม 34 ภำคผนวก ตำรำงที่ 1 แสดงจ ำนวนชนิด วงศ์ของพรรณพืชจำกป่ ำพรุที่ใช้เป็ นสมุนไพร 35 ตำรำงที่ 2 แสดงโรคชนิดต่ำง ๆ ที่สำมำรถรักษำได้ด้วยสมุนไพรจำกป่ ำพรุ 37
บทน า กำรใช้สมุนไพรรักษำโรคเป็ นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมำนำนตั ้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ซึ่งจะ แตกต่ำงกันออกไปขึ ้นกับแต่ละท้องถิ่นและเชื ้อชำติ แม้ว่ำกำรใช้สมุนไพรรักษำโรคจะลดควำมนิยมไป บ้ำงเนื่องจำกควำมเจริญก้ำวหน้ำทำงด้ำนกำรแพทย์ มีระบบกำรแพทย์แผนใหม่เข้ำมำแทนที่ แต่ใน ปัจจุบัน กระแสโลกำภิวัฒน์ได้หวนกลับมำนิยมผลิตภัณฑ์ที่ได้จำกธรรมชำติ จึงท ำให้กำรใช้สมุนไพร กลับมำได้รับควำมนิยมอีกครั ้งหนึ่ง ในประเทศต่ำง ๆ ทั่วโลกมีกำรใช้ประโยชน์จำกสมุนไพรอย่ำง หลำกหลำย มีทั ้งใช้ในรูปของยำรักษำโรค อำหำรเสริม อำหำรเสริมสุขภำพ เครื่องส ำอำง เป็ นต้น ในประเทศไทยเรำก็เช่นกัน ประชำชนกลับมำนิยมกำรรักษำโรคด้วยสมุนไพรมำกขึ ้น ได้มีกำรน ำระบบ แพทย์ทำงเลือกมำใช้ตำมหน่วยงำนของสำธำรณสุขในจังหวัดต่ำง ๆ โดยที่ผู้เข้ำรับกำรรักษำจะ สำมำรถเลือกได้ว่ำจะรักษำโรคด้วยกำรแพทย์แผนปัจจุบันหรือรักษำโดยใช้สมุนไพร และยังมีกำรผลิต สมุนไพรเดี่ยวในกำรรักษำโรคในโรงพยำบำลชุมชนด้วย ซึ่งได้แก่ ชุมเห็ดเทศ ฟ้ ำทะลำยโจร พญำยอ ขมิ ้นชัน และ ว่ำนหำงจรเข้ ดังนั ้น จะเห็นได้ว่ำ ภูมิปัญญำท้องถิ่นด้ำนกำรใช้สมุนไพรรักษำโรคเป็ น ศำสตร์ที่น่ำสนใจ ควรมีกำรถ่ำยทอดและอนุรักษ์ไว้ เนื่องจำกต ำหรับยำบำงต ำหรับมีประสิทธิภำพอย่ำง มำกในกำรรักษำโรคและแทบไม่มีผลข้ำงเคียงเลย ถ้ำเรำไม่สนใจที่จะฟื ้นฟูน ำกลับมำส่งเสริมกันใหม่ วิชำกำรอันทรงคุณค่ำเหล่ำนี ้ก็จะสูญหำยไปกับกำลเวลำที่ล่วงเลยไป ป่ ำพรุ เป็ นป่ ำที่มีลักษณะเฉพำะแตกต่ำงจำกป่ ำอื่น ๆ พรรณพืชแต่ละชนิดก็มีคุณลักษณะ เฉพำะด้วย พื ้นที่พรุโดยทั่วไปเกิดจำกกำรทับถมของซำกพืชและอินทรีย์วัตถุในพื ้นที่น ้ำท่วมขัง กำร สลำยตัวของซำกพืชและอินทรีย์วัตถุจะเป็ นไปอย่ำงช้ำมำกเนื่องจำกสำรประกอบซัลเฟอร์ในดินจะยับยั ้ง กำรเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ย่อยสลำยซำกพืชและอินทรีย์วัตถุ ท ำให้เกิดกำรสะสมซำกเป็ นชั ้นหนำ เรียกว่ำ ดินอินทรีย์ (Peat soil) ดินอินทรีย์ที่ละเอียดมักจะละลำยเป็ นตมรวมไปกับน ้ำเรียกว่ำ ดินตม (Muck) น ้ำในป่ ำพรุมีสีน ้ำตำลเข้มของน ้ำฝำด ค่ำควำมเป็ นกรดด่ำงมีค่ำระหว่ำง 4.5 – 6 เนื่องจำก กรดอินทรีย์ มีควำมหลำกหลำยของพรรณพืชมำกมำย ชุมชนที่อำศัยอยู่รอบ ๆ พรุได้น ำเอำพรรณพืชจำกป่ ำพรุมำใช้เป็ นสมุนไพรรักษำโรคมำช้ำนำน ทั ้งในรูปยำเดี่ยวและยำต ำรับ ชนิดของพรรณพืชที่ใช้ได้มำทั ้งจำกป่ ำพรุและมีพืชจำกป่ ำบกอื่นมำผสม รวมกันเป็ นยำด้วยในบำงต ำหรับ ดังนั ้น หำกได้มีกำรศึกษำ รวบรวมเป็ นเอกสำรออกเผยแพร่ นอกจำก เป็ นกำรรักษำภูมิปัญญำท้องถิ่นทำงด้ำนนี ้ไว้แล้ว ยังเป็ นกำรกระตุ้นให้ชุมชนที่อำศัยอยู่รอบ ๆ ป่ ำพรุ เห็นควำมส ำคัญและมีควำมมุ่งมั่นในกำรจะร่วมรักษำป่ ำพรุไว้ให้คงอยู่ตลอดไป
การใช้สมุนไพรรักษาโรค สิ่งที่ต้องค ำนึงถึงเป็ นอันดับแรกคือชื่อหรือชนิดของพรรณไม้ เนื่องจำกกำรเรียกชื่อของพืชชนิด หนึ่งจะแตกต่ำงกันออกไปในแต่ละพื ้นที่ หรืออำจมีชื่อพ้องกัน แต่เป็ นพืชคนละชนิดกัน ท ำให้เกิดควำม เข้ำใจผิดได้ จึงต้องมีกำรสังเกตส่วนต่ำง ๆ ของพืชเพื่อใช้ในกำรตรวจสอบเอกลักษณ์ของพรรณพืช สิ่ง ที่ต้องสังเกตมีดังนี ้ ส่วนของพืช สิ่งที่ต้องสังเกต รำก ให้สังเกตว่ำเป็ นรำกฝอยหรือรำกแก้ว หรือเป็ นรำกที่เปลี่ยนหน้ำที่ไป ขนำด สี ควำมแข็ง เป็ นต้น ล ำต้น ให้สังเกตลักษณะของล ำต้น ลักษณะของเปลือก ควำมหนำของเปลือก สีของเนื ้อไม้ วงปี กลิ่น เป็ นต้น ใบ ให้สังเกตว่ำใบมีรูปร่ำงลักษณะอย่ำงไร ปลำยใบ โคนใบ ขอบใบ เส้นใบ หูใบ กำรเรียงตัวของใบ ควำมหยำบละเอียดของพื ้นผิวใบ สี ต่อมน ้ำมัน เป็ นต้น ดอก ให้สังเกตลักษณะของช่อดอก รูปร่ำงของดอก สี กำรเรียงตัวของเกสร ลักษณะ ของกลีบดอก กลีบเลี ้ยง เกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย เป็ นต้น เมล็ด ให้สังเกตลักษณะรูปร่ำง สี เป็ นต้น นอกจำกรู้ชนิดหรือชื่อของสมุนไพรแล้ว คุณภำพของสมุนไพรก็มีควำมส ำคัญ ซึ่งคุณภำพของ สมุนไพรจะขึ ้นกับปัจจัยหลำยประกำร เช่น ส่วนของพืชที่ใช้ ปริมำณสำรส ำคัญในพืช ช่วงเวลำที่เก็บ วิธีกำรเก็บ พื ้นที่ปลูก สภำพแวดล้อม เป็ นต้น ในที่นี ้จะขอกล่ำวถึงกำรเก็บส่วนต่ำง ๆ ของพืชพอสังเขป ดังนี ้ ส่วนของพืช การเก็บเกี่ยว รำกหรือหัว เก็บในช่วงที่พืชหยุดเจริญเติบโต ในช่วงต้นฤดูหนำวถึงปลำยฤดูร้อน หรือเก็บในช่วงที่ ใบและดอกร่วงหมด เพรำะว่ำในช่วงนี ้ รำกจะสะสมอำหำรไว้มำกที่สุด ท ำให้มีปริมำณ สำรส ำคัญมำกที่สุดด้วย เปลือกรำก ควรเก็บในช่วงต้นฤดูฝน และต้องหำวิธีกำรเก็บที่เกิดผลกระทบต่อกำรเจริญเติบโตของ พืชให้น้อยที่สุด เปลือกต้น ควรเก็บในช่วงฤดูร้อนต่อกับฤดูฝน ก่อนที่ต้นไม้จะเริ่มผลิใบ เพรำะว่ำจะลอกเปลือกได้ ง่ำย และมีปริมำณสำรส ำคัญในเปลือกสูง ใบหรือทั ้งต้น เก็บในช่วงที่พืชเจริญเติบโตมำกที่สุดก่อนที่พืชจะออกดอก และควรเก็บในเวลำ กลำงวัน เนื่องจำกใบจะสะสมสำรต่ำง ๆ ไว้มำกที่สุดจำกขบวนกำรสังเครำะห์แสง
ส่วนของพืช การเก็บเกี่ยว ยกเว้นกำรเก็บเพื่อกลั่นเอำน ้ำมันหอมระเหยต้องเก็บในตอนเช้ำมืด นอกจำกนี ้ กำรเก็บ ใบพืชบำงชนิดอำจจะต้องระบุด้วยว่ำต้องใช้ใบชนิดใด เช่น ใบแก่ ใบที่ไม่แก่หรืออ่อน เกินไป ใบที่เก็บในขณะที่ดอกเริ่มบำน เป็ นต้น ดอก ส่วนใหญ่จะเก็บช่วงดอกบำนหรือดอกเจริญเติบโตเต็มที่ แต่ก็อำจมีบำงชนิดที่เก็บ ในช่วงดอกตูม ผล เก็บเมื่อผลแก่เต็มที่แต่ยังไม่สุก เนื่องจำกผลสุก สำรต่ำง ๆ จะถูกท ำลำยไป หรือถูก น ำไปเลี ้ยงเมล็ด แต่พืชบำงชนิดอำจจะเก็บในช่วงผลอ่อนก็ได้ เมล็ด เก็บเมื่อผลสุกงอมเต็มที่ เนื่องจำกเมล็ดแก่จะมีสำรต่ำง ๆ สะสมอยู่มำก ขั้นตอนการแปรสภาพสมุนไพร เมื่อได้ชนิดและส่วนของพืชสมุนไพรแล้ว กำรจะน ำพืชสมุนไพรไปใช้ จะต้องมีกำรแปรสภำพ ของสมุนไพรเสียก่อน โดยต้องน ำมำคัดเลือก ล้ำง ตัดหรือหั่นเป็ นชิ ้นตำมควำมเหมำะสม แล้วท ำให้แห้ง โดยกำรตำกแดดหรืออบ ส่วนใหญ่แล้วนิยมน ำสมุนไพรไปตำกแห้ง เพรำะจะได้คุณภำพยำที่คงที่ สำมำรถเก็บได้ตำมฤดูกำลที่มีตัวยำมำกที่สุด และเพื่อควำมสะดวกในกำรเก็บรักษำ แต่ก็มีสมุนไพร บำงชนิดที่ต้องใช้ในสภำพสด ๆ วิธีกำรแปรสภำพของแต่ละส่วนของพืชก็แตกต่ำงกันออกไป คือ ส่วนของพืช วิธีการแปรสภาพ รำกหรือหัว หลังจำกคัดขนำดเรียบร้ อย ต้องล้ำงดินและสิ่งสกปรกออก เอำรำกฝอยออกให้หมด ถ้ำเป็ นพืชเนื ้อแข็ง แห้งยำก ต้องหั่นเป็ นชิ ้น ๆ ตำมควำมเหมำะสมเสียก่อน แล้วจึง น ำไปให้ควำมร้อนแบบต้มนึ่งและอบให้แห้งในอุณหภูมิที่เหมำะสมต่อไป เปลือก ต้องหั่นเป็ นชิ ้นให้มีขนำดพอเหมำะ และควรตำกให้แห้ง ใบหรือทั ้งต้น น ำมำล้ำงให้สะอำดเสียก่อนแล้วตำกแดดให้แห้งสนิท และก่อนที่จะแห้งสนิทควรมัด เป็ นก ำเสียก่อน เป็ นกำรป้ องกันกำรหลุดล่วงง่ำย ส่วนพืชที่มีน ้ำมันหอมระเหย ควรผึ่ง ไว้ในที่ร่มหรือเก็บในตู้แช่เพื่อรอกำรกลั่นน ้ำมันหอมระเหยต่อไป ดอก ใช้วิธีกำรตำกให้แห้งโดยรักษำรูปดอกไว้ให้สมบูรณ์ที่สุด ผล ส่วนใหญ่ตำกแห้งได้เลย ยกเว้นบำงชนิดต้องหั่นเป็ นชิ ้นเสียก่อน จึงตำกให้แห้ง ต่อไป เมล็ด เก็บผลมำตำกให้แห้งก่อน จึงเอำเมล็ดออก
วิธีการใช้สมุนไพร กำรน ำส่วนต่ำง ๆ ของสมุนไพรที่เตรียมไว้ไปรักษำโรค จะมีวิธีกำรใช้ที่แตกต่ำงกันมำกมำย หลำยวิธี เช่น ท ำเป็ นยำต้ม ยำชง ยำลูกกลอน ยำดองเหล้ำ ยำทำภำยนอก เช่น น ้ำมันทำถูนวด เป็ น ต้น ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อควรค ำนึงถึงดังนี ้ 1. ยาต้ม เป็ นกำรปรุงยำสมุนไพรด้วยควำมร้อนที่ใช้น ้ำเป็ นตัวท ำละลำยเป็ นวิธีที่นิยมมำกที่สุด โดยน ำยำสมุนไพรต้มในภำชนะดินเผำหรือหม้อเคลือบ ไม่ควรใช้ภำชนะโลหะ เพรำะตัวยำอำจท ำปฏิกิริยำ กับโลหะได้ แล้วเติมน ้ำที่สะอำดลงไปให้ท่วมยำ ถ้ำยำลอยน ้ำก็ให้กดให้จมเพื่อที่จะสะดวกในกำรกะ ปริมำณน ้ำ คนตัวยำให้เข้ำกัน แช่ทิ ้งไว้ประมำณ 15-20 นำที เพื่อให้ยำดูดซึมน ้ำเต็มที่ ใช้ไฟขนำดกลำง ต้มให้น ้ำเดือด แล้วใช้ไฟอ่อนต้มต่อ คอยคนสม ่ำเสมอเพื่อไม่ให้ยำไหม้ จนระดับน ้ำอยู่เสมอยำพอดีก็ รับประทำนได้ ยำต้มควรรับประทำนให้หมดภำยในวันเดียว ถ้ำเป็ นยำหม้อใหญ่ จ ำเป็ นต้องทิ ้งไว้ข้ำมวัน ต้องอุ่นยำทุกเช้ำ-เย็น เพื่อไม่ให้ยำบูด ยำต้มมีข้อดีตรงที่ว่ำเตรียมง่ำย สะดวก ปลอดภัย ยำถกูดดูซึมได้ง่ำยและออกฤทธิ์ได้เร็ว แต่มี ข้อเสียคือ เก็บได้ไม่นำน รสและกลิ่นอำจรับประทำนยำกส ำหรับยำบำงชนิด 2. ยาชง เป็ นกำรปรุงยำโดยใช้สมุนไพรแห้ง เติมน ้ำร้อนลงไปเป็ นตัวท ำละลำย ส่วนใหญ่ใช้กับ ส่วนของพืชที่บอบบำง เช่น ดอก ใบ ไม่ต้องต้มตัวยำก็ละลำยออกมำได้ โดยจะใช้สมุนไพรที่สะอำด ผึ่งลมให้แห้งดีแล้ว หั่นเป็ นชิ ้นเล็กบำง ๆ (บำงชนิดต้องย่ำงไฟหรือคั่วให้หอมก่อน) ใส่ลงในแก้วประมำณ 1 หยิบมือ (ใช้นิ ้วโป้ ง นิ ้วชี ้ นิ ้วกลำงหยิบขึ ้นมำ) เติมน ้ำร้อนเดือดจัดลงไปเต็มแก้ว ปิ ดฝำทิ ้งไว้ประมำณ 3-5 นำที ให้ตัวยำละลำยออกมำเต็มที่ก็ใช้ดื่มได้ อย่ำทิ ้งยำชงไว้นำนเกินไป เพรำะว่ำสรรพคุณ กลิ่น และรสของยำอำจเปลี่ยนแปลงได้ ยำชงมีข้อดีตรงที่เตรียมง่ำย ตัวยำดูดซึมง่ำย ยำมีกลิ่นหอม รสชำดดี 3. ยาดองเหล้า เป็ นกำรปรุงยำโดยใช้เหล้ำเป็ นตัวท ำละลำยสกัดตัวยำออกมำ มักใช้กับตัวยำ ในสมุนไพรที่ละลำยได้ดีในแอลกอฮอล์ โดยจะน ำยำสมุนไพรใส่ลงในขวดโหลที่ใช้ดอง เติมเหล้ำ(สุรำ 28 หรือ 40 ดีกรี)จนท่วมยำ ปิ ดฝำให้สนิทประมำณ 7 วัน – 1 เดือน (แล้วแต่ชนิดของยำ) ก็รินเอำมำ รับประทำนได้ นอกจำกกำรดองเหล้ำโดยวิธีดังกล่ำวแล้ว ยังมีวิธีกำรที่เรียกว่ำ “ดองแบบร้อน” เพื่อท ำให้ได้ ยำเร็วขึ ้น กำรดองแบบร้อนต่ำงกับดองเหล้ำธรรมดำตรงที่เมื่อเติมเหล้ำเสร็จแล้ว น ำโหลดองยำวำง ลงในหม้อที่ใส่น ้ำไว้พอประมำณ ต้มจนน ้ำเดือด เอำโหลดองยำขึ ้นได้ ทิ ้งไว้ 1 -2 สัปดำห์ ก็รับประทำน ได้ ถ้ำไม่ใช้วิธีต้มน ้ำ อำจใช้วิธีตำกแดดแทนก็ได้ ในช่วงตำกแดด คนยำวันละครั ้งจนกว่ำจะครบเวลำ ดอง จึงน ำมำใช้ ห้ำมใช้ยำดองเหล้ำกับผู้ป่ วยควำมดันโลหิตสูง หญิงมีครรภ์ ผู้ป่ วยโรคหัวใจ ผู้ป่ วยที่ แพ้แอลกอฮอล์ 4. ยาผงเป็ นกำรปรุงยำโดยน ำสมุนไพรมำบดให้เป็ นผง ควรบดให้ละเอียดให้มำกที่สุดเท่ำที่จะ ท ำได้ เนื่องจำกยำผงยิ่งละเอียดเท่ำใด สรรพคุณก็จะดีขึ ้นตำมไปด้วย เพรำะเมื่อรับประทำนเข้ำไป
ยำผงที่ละเอียดจะย่อยได้ง่ำยขึ ้น เร็วขึ ้น ตัวยำก็จะถูกดูดซึมได้เร็วขึ ้นและง่ำยขึ ้นเช่นกัน โดยทั่วไปจะ ใช้ยำผงครั ้งละ ½ -1 ช้อนชำ ละลำยน ้ำสุกรับประทำน 5. ยาลูกกลอนน า้ผึง้ เป็ นกำรปรุงยำโดยใช้ยำผงผสมน ้ำผึ ้ง ปั ้นให้เป็ นเม็ด ยำลูกกลอนน ้ำผึ ้ง จะแตกตวัช้ำออกฤทธิ์ได้นำน มกัใช้เป็นยำรักษำโรคเรือ้รังและโรคที่ต้องกำรบ ำรุง น ำ้ผึง้ที่ใช้ผสมจะเป็ น ตัวช่วยปรับรสยำใช้มีรสชำดรับประทำนง่ำยขึ ้นและช่วยบ ำรุงร่ำงกำยด้วย กำรเคี่ยวน ้ำผึ ้งเป็ นขั ้นตอนที่ ส ำคัญมำก ควำมร้ อนจะช่วยฆ่ำเชื ้อโรคและไล่น ้ำที่มีอยู่ในน ้ำผึ ้งออกไป ท ำให้ยำลูกกลอนไม่ขึ ้นรำ สำมำรถเก็บไว้ใช้ได้นำน กำรเคี่ยวน ้ำผึ ้งส่วนใหญ่นิยมใช้ภำชนะทองเหลือง เทน ้ำผึ ้งลงไปประมำณ น ้ำหนักเท่ำผงยำที่ใช้ น ำภำชนะขึ ้นตั ้งไฟ ช่วงแรกใช้ไฟแรง พอน ้ำผึ ้งเดือดให้ใช้ไฟอ่อนเคี่ยวจนน ้ำผึ ้งได้ ที่ ซึ่งจะใช้เวลำประมำณ 10-15 นำที กำรสังเกตว่ำน ้ำผึ ้งได้ที่หรือยัง ให้ดูที่ฟอง ถ้ำฟองยุบและมีขนำด ละเอียดแสดงว่ำน ้ำผึ ้งเคี่ยวได้ที่แล้ว กำรผสมน ้ำผึ ้งกับยำให้เทยำผงลงไปในภำชนะผสม ค่อย ๆ รำด น ้ำผึ ้งลงไปบนผงยำพร้อมกับคลุกเคล้ำยำไปด้วยจนน ้ำผึ ้งหมด คลุกเคล้ำยำต่อไปอีก จนยำกับน ้ำผึ ้ง เข้ำกันได้ดีจับตัวกันเหนียว สังเกตได้จำกยำไม่ติดมือ และเมื่อปั ้นเม็ดยำแล้ว ทดลองบีบดูยำจะไม่แตกร่วน จำกนั ้นจึงปั ้นยำให้เป็ นเม็ดตำมขนำดที่ต้องกำร ผึ่งแดดอีกครั ้งก่อนเก็บเข้ำภำชนะที่ปิ ด 6. ยาต าคั้นเอาแต่น ้า ใช้สมุนไพรมำต ำให้ละเอียดที่สุด คั ้นเอำแต่น ้ำมำใช้ กำกทิ ้งไป สมุนไพรที่ใช้มักเป็ นส่วนของพืชที่มีน ้ำมำก อ่อนนุ่ม ต ำให้แหลกได้ง่ำย น ้ำยำที่ได้จะมีกลิ่น รสรุนแรง ยำมีควำมเข้มข้นมำก กำรใช้จึงใช้แต่น้อย โดยทั่วไปใช้ครั ้งละประมำณ 1 ถ้วยชำ 7. ยาฝน เป็ นวิธีที่นิยมกันมำกวิธีหนึ่ง เพรำะว่ำท ำได้ง่ำย กำรฝนยำจะฝนกับฝำละมีที่ใส่น ้ำ ลงไปเล็กน้อย แล้วรับประทำน 8. ยาพอก เป็ นยำที่ใช้ภำยนอก เตรียมโดยเอำสมุนไพรสดมำต ำให้ละเอียด ผสมเหล้ำเป็ น น ำ้กระสำยยำ เพื่อให้ตวัยำออกฤทธิ์ได้เร็วขนึ้คนให้เข้ำกนัจำกนนั้จงึน ำยำไปพอกอวยัวะที่ต้องกำร รักษำ ส่ิงท่ีควรรู้เก่ียวกับการใช้ยาสมุนไพร (1) ยำใดไม่เคยรับประทำนมำก่อน ควรเริ่มรับประทำนจำกขนำดน้อย ๆ ก่อน หำกไม่เกิด อำกำรผิดปกติหรืออำกำรแพ้ จึงรับประทำนยำนั ้นตำมขนำดที่ก ำหนด (2) อย่ำใช้ยำเข้มข้นเกินขนำดที่ก ำหนด เช่น ยำระบุให้ต้มรับประทำนต่ำงน ้ำ ก็ไม่ควรไปใช้ ต้มเคี่ยวรับประทำน (3) ผู้ที่อ่อนเพลียมำก เด็กอ่อน คนชรำ ห้ำมใช้ยำมำก เพรำะควำมต้ำนทำนของร่ำงกำยมีน้อย กว่ำคนปกติ อำจเกิดพิษได้ง่ำย (4) หำกรับประทำนยำแล้ว 1 วัน อำกำรไม่ดีขึ ้น ควรเปลี่ยนยำ ส่วนโรคเรื ้อรัง เช่น หืดหอบ โรคกระเพำะอำหำร ให้ใช้ยำไปประมำณ 1 สัปดำห์ หำกอำกำรไม่ดีขึ ้นต้องเปลี่ยนยำ
(5) ก่อนใช้ยำ ต้องรู้ข้อห้ำมในกำรใช้ยำเสียก่อน เช่น หญิงมีครรภ์ห้ำมใช้ ผู้เป็ นโรคหัวใจ โรคควำมดันโลหิตต ่ำห้ำมรับประทำน เป็ นต้น หำกเกิดอำกำรแพ้ยำ เช่น มีผื่นขึ ้นตำมตัว คลื่นไส้ ใจสั่น หรือรู้สึกคล้ำยหัวใจจะหยุดเต้น ปัสสำวะเหลือง เป็ นต้น ให้หยุดรับประทำนยำดังกล่ำว หำกหยุดแล้ว อำกำรหำยไป อำจทดลองใช้ยำนั ้นอีกครั ้งหนึ่ง ถ้ำเกิดอำกำรเช่นเดิมอีก ควรหยุดยำเด็ดขำดแล้วไปใช้ ยำอื่นแทน แต่ถ้ำอำกำรแพ้เกิดขึ ้นรุนแรงควรไปพบแพทย์ทันที จำกกำรสัมภำษณ์หมอพื ้นบ้ำนในชุมชนรอบพรุในอ ำเภอสุไหงโก-ลก อ ำเภอสุไหงปำดี และ อ ำเภอตำกใบ จังหวัดนรำธิวำส จ ำนวน 14 คน ดังนี ้ 1. นำยอำลียะ แวยูโซะ ต.เจ๊ะเห อ.ตำกใบ จ.นรำธิวำส 2. นำยดำโอ๊ะ มำมะ ต.โฆษิต อ.ตำกใบ จ.นรำธิวำส 3. นำงเมำะซูแอเสำะ อ.ตำกใบ จ.นรำธิวำส 4. นำงกะจิสือเมำะ ต.ปูโยะ อ.สุไหงโกลก จ.นรำธิวำส 5. นำยมำฮำมะ ต.ปูโยะ อ.สุไหงโกลก จ.นรำธิวำส 6. นำงเจ๊ะซือปี เยำะ ต.ปูโยะ อ.สุไหงโกลก จ.นรำธิวำส 7. นำยนิมะ ต.ปูโยะ อ.สุไหงโกลก จ.นรำธิวำส 8. นำงลำลีป๊ ะ ต.ปูโยะ อ.สุไหงโกลก จ.นรำธิวำส 9. นำยแทน แก้วมั่ง ต.ปูโยะ อ.สุไหงโกลก จ.นรำธิวำส 10. นำงนุ้ย จันทร์ท่วม บ้ำนโต๊ะแดง อ.สุไหงโกลก จ.นรำธิวำส 11. นำยเปำะนิ บ้ำนลูโบ๊ะซำมำ อ.สุไหงโกลก จ.นรำธิวำส 12. นำยเจ๊ะมือเยำะ ยะโก๊ะ บ้ำนลูโบ๊ะซำมำ อ.สุไหงโกลก จ.นรำธิวำส 13. นำยจันทร์ สกุลแก้ว อ.สุไหงปำดี จ.นรำธิวำส 14. นำยดี อ.สุไหงปำดี จ.นรำธิวำส
พบว่ำมีกำรใช้ยำสมุนไพรรักษำโรคอย่ำงหลำกหลำย มีใช้ทั ้งในรูปยำต้ม ยำดองเหล้ำ ยำฝน ยำพอก และยำลูกกลอน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ในรูปของยำต้มและยำฝน โดยหมอพื ้นบ้ำนจะเป็ นคน ออกไปเก็บสมุนไพรด้วยตนเองในป่ ำพรุและบริเวณรอบหมู่บ้ำน จะมีบ้ำงบำงชนิดที่ต้องเข้ำไปเก็บใน ป่ ำลึกหรือบนภูเขำ เมื่อมีคนไข้มำรับกำรรักษำ สิ่งส ำคัญคือต้องวินิจฉัยโรคให้ถูกต้องก่อนที่จะมีกำร ให้ยำ กำรรักษำในโรคบำงโรคจะมีกำรท่องคำถำหรือมีพิธีทำงศำสนำร่วมด้วย โรคบำงโรคก็จะมีข้อห้ำม หรือข้อจ ำกัดบำงอย่ำง เช่น คนที่เป็ นโรคเริม ห้ำมไม่ให้กินเนื ้อวัวและห้ำมยุ่งเกี่ยวทุกสิ่งที่เกี่ยวกับวัว เป็ น ต้น หรือยำบำงต ำรับก็มีข้อควรระวัง เช่นใช้ยำนี ้แล้วห้ำมใช้ร่วมกับยำแผนปัจจุบัน ห้ำมรับประทำน มะละกอ ห้ำมดื่มเหล้ำ เป็ นต้น ศำสตร์ทำงกำรแพทย์พื ้นบ้ำนเหล่ำนี ้ส่วนใหญ่แล้วได้รับกำรถ่ำยทอดมำ จำกบรรพบุรุษ จะมีบ้ำงที่ได้จำกกำรฝันตำมที่เรียกกันว่ำยำผีบอก หมอพื ้นบ้ำนในชุมชนเหล่ำนี ้ส่วน ใหญ่มีอำยุค่อนข้ำงมำก ลูกหลำนส่วนใหญ่ได้รับกำรศึกษำในระดับวิทยำลัยหรือมหำวิทยำลัย จึงไม่ ค่อยสนใจในวิชำกำรเหล่ำนี ้ ท ำให้เกิดปัญหำต่อกำรเข้ำไปเก็บหำพืชสมุนไพรในป่ ำอันเนื่องมำจำกวัย และควำมไม่คล่องตัวของหมอพื ้นบ้ำน ท ำให้กำรรักษำโรคบำงชนิดต้องหันไปพึ่งแพทย์แผนปัจจุบัน เนื่องจำกขำดแคลนพืชสมุนไพร แต่ยังโชคดีที่ต ำหรับยำต่ำง ๆ ยังไม่ได้สูญหำยไปด้วย จำกกำรที่ได้ ศึกษำจำกหมอพื ้นบ้ำนครั ้งนี ้สำมำรถรวบรวมพันธุ์พืชจำกป่ ำพรุที่ใช้เป็ นสมุนไพรได้ดังนี ้
สมุนไพรจากป่ าพรุ 1. กะตังใบ ชื่ออื่น ดังหวำย ตองจ้วม ตองต้อม บังบำยต้น ชื่อพฤกษศาสตร์ Leea indica (Burm.f) Merr. วงศ์ Leeaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้พุ่ม สรรพคุณ แก้หูด ใช้ผลกะตังใบขยี ้ที่หูด หูดจะหลุดหำยไป รักษำแผลจำกของมีคมบำด ใช้ยอดกะตังใบ ขยี ้กับปูนกินกับหมำก ทำแผลที่ถูกของมีคมบำด 2. กะเรกะร่อนปากเป็ ด ชื่ออื่น บำกง(มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Cymbidium atropurpureum (Lindl.) Rolfe. วงศ์ Orchidaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ กล้วยไม้ที่เกำะอำศัยบนต้นไม้ สรรพคุณ แก้หูน ้ำหนวก ใช้ใบของกะเรกะร่อนปำกเป็ ด ฝนกับน ้ำ เอำน ้ำที่ได้หยอดใส่หู
3. กระดูกไก่ใบใหญ่ ชื่ออื่น - ชื่อพฤกษศาสตร์ Chionanthus callophyllus Blume วงศ์ Oleaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ เป็ นไม้ต้น สรรพคุณ บ ำรุงโลหิต โดยใช้รำกกระดูกไก่ใบใหญ่ รำกชบำดอกขำว รำกปลำไหลเผือก รำกมะฮังใหญ่ชนิดยอดแดง น ำมำต้มน ้ำ ดื่มน ้ำที่ได้ 4. กาพุ่ม ชื่ออื่น เกี่ยวชู้ เถำย่ำนน ้ำเต้ำ(ใต้) ไก๊บะซำ กำแฮะ(มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อพฤกศาสตร์ Uncaria cotada (Lowr) Merr. ชื่อวงศ์ Rubiaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้เลื ้อย สรรพคุณ ลดควำมดันโลหิต โดยใช้รำก ล ำต้น และใบตำกแดดให้แห้ง ต้มน ้ำดื่ม
5. กันเกรา ชื่ออื่น ต ำเสำ ท ำเสำ(ใต้) ตำเตรำ(เขมร-ตะวันออก) ตะมูซู(มลำยู-นรำธิวำส) มันปลำ(เหนือ , ตะวันออกเฉียงเหนือ) ชื่อพฤกษศาสตร์ Fagraea fragrans Roxb. วงศ์ Gentianaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้ต้น สรรพคุณ รักษำประดงหรือเท้ำช้ำง ใช้กันเกรำทั ้งห้ำ (รำก ใบ ดอก ผล และเปลือก) ขี ้เหล็กทั ้งห้ำ ขี ้หลอมทั ้งห้ำ ไม้ท้ำวพันยำ(กุ่มบก) เปลือกไม้ของ (ใช้เปลือก ลั่นทมดอกขำวแทนก็ได้) รำกขมิ ้นเครือ เปลือกต้นยำร่วง(มะม่วงหิมพำนต์) เอำทั ้งหมดมำต้มกับน ้ำ ดื่ม 15 วันจะหำยขำด แต่รสขมมำก รักษำเบำหวำน ใช้แก่นไม้กันเกรำ และแก่นไม้ลำบำ(หลุมพอ) น ำมำอย่ำงละ 1 ก ำมือ ต้มน ้ำดื่ม 6. กกช้าง ชื่อท้องถิ่น กำแล หญ้ำสลำบหลวง(เหนือ) ธูปฤำษี(กรุงเทพฯ) ชื่อพฤษศาสตร์ Typha angustifolia Linn. วงศ์ Typhaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ พืชล้มลุก สรรพคุณ แก้เบำหวำน ใช้รำก 1 ก ำมือ ต้มน ้ำดื่ม
7. ข่าลิง ชื่ออื่น กูวะกือติง (มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Alpinia conchigera Griff. วงศ์ Zingiberaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ พืชล้มลุก สรรพคุณ รักษำเกลื ้อน ใช้เหง้ำข่ำลิง ทุบแล้วทำ บริเวณที่เป็ นเกลื ้อน 8. ข้าหลวงหลังลาย ชื่ออื่น ช้องนำง หำงนกหว้ำ หำงนกยูง(ใต้) กือโมะ กระแตไต่หิน(เลย) หำงสิงห์(ตรำด) กระปรอดหัวลง ชื่อพฤกษศาสตร์ Asplenium nidus Linn. วงศ์ Aspleniaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ เฟิ นอิงอำศัย สรรพคุณ แก้ปวดหัว เอำใบมำขยี ้แล้วแปะที่หัว จะท ำให้เย็น
9. ขี้กาแดง ชื่ออื่น แตงโมป่ ำ(กำญจนบุรี) มะกำดิน(เชียงใหม่) ลือนำคำเคำะ (มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Gymnopetalum integrifolium (Roxb.) วงศ์ Cucurbitaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ พืชเถำล้มลุก สรรพคุณ ลดไข้ ใช้รำกฝนกับก ำยำน ใส่น ้ำเล็กน้อย ดื่ม หรือ ใช้รำกสำคู ใบขี ้กำแดง ต้น รำก ใบและหัวของลิเภำเล็ก ใบปูเละ (พวำน ้ำ) ใบหอมบำกง(พลับพลึงธำร) ใบกือกุ(ตะขบควำย) เอำทั ้งหมด มำขยี ้แล้วห่อรวมกัน แช่น ้ำทิ ้งไว้ ให้คนไข้นอน แล้วเอำน ้ำรำดหัว 10. ขี้ไต้ ชื่ออื่น กริม พลองขี ้ควำย(ใต้) บูเงำะบำลี (มลำยู-ปัตตำนี) ตูกำบือแน(มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Decaspermum parviflomum (Lam.)A. J. Scott วงศ์ Myrtaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนำดเล็ก สรรพคุณ ขับน ้ำคำวปลำหลังคลอด ใช้ใบสดตูกำบือแน(ขี ้ไต้ ) ใบสดของตะไคร้ ใบสดโคลงเคลงดอกม่วง ใบชะพลูสด ใบกระเพรำขำวสด ใบกระดุมเงิน ใบซำแระแง(ขมิ ้นนำง) ใบทุ ใบกำโปบำโกะ ใบบอระเพ็ด ผลเบ็ญกำนี ลูกหมำกอ่อน ใบกำโป(นมสวรรค์ ) เอำทั ้งหมดมำต ำให้ละเอียด กวนบนไฟ ให้เข้ำกันดีจนเหนียว ปั ้นเป็ นลูกกลอน กินให้มดลูกเข้ำอู่เร็ว ช่วยขับ น ้ำคำวปลำ ต้องกินหลังจำกคลอดแล้ว 20 วัน และกินต่อไปอีก 20 วัน ไม่ กินหลังคลอดทันที เพรำะว่ำพืชบำงชนิดเป็ นยำร้อน เช่น พริกไทย กระเพรำ ขำว จะร้อน ท ำให้น ้ำนมหยุดไหล
11. โคคลาน ชื่ออื่น กระดอใบหด(จันทบุรี) กูเรำะเปรียะ(มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Croton caudatus Geisel. วงศ์ Euphorbiaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้เถำเลื ้อย สรรพคุณ บ ำรุงเพศ ยำอำยุวัฒนะ ใช้รำกโคคลำน หัวว่ำนพังพอน รำกขมิ ้นเครือ รำกเสลดพังพอนตัวผู้ รำกเหล็กนำงยอง(เอื ้องลิลำ) รำกขลู่ รำกแตยอ รำกและหัวเหล็กทองแดง รำกอีเทำนำงรุ่ง เถำว่ำนช้ำงชัก รำกปลำไหลเผือก เอำทั ้งหมดมำต้มน ้ำดื่ม หรือดองด้วยเหล้ำขำวเป็ นยำดองเหล้ำก็ได้ 12. โคลงเคลง ชื่ออื่น มังเคร่ มังเร้ สำเร ส ำเร ชื่อพฤกษศาสตร์ Melastoma malabathricum L. วงศ์ Melastomataceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้พุ่ม สรรพคุณ ขับน ้ำคำวปลำหลังคลอด ใช้ใบสดโคลงเคลงดอกม่วง ใบสดของตะไคร้ ใบสดตูกำบือแน (ขี ้ไต้ ) ใบชะพลูสด ใบกระเพรำขำวสด ใบกระดุมเงิน ใบซำแระแง(ขมิ ้นนำง) ใบทุ ใบกำโปบำโกะ ใบบอระเพ็ด ผลเบ็ญกำนี ลูกหมำกอ่อน ใบกำโป(นมสวรรค์ ) เอำทั ้งหมดมำต ำให้ละเอียด กวนบนไฟ ให้ เข้ ำกันดีจนเหนียว ปั ้นเป็ นลูกกลอนกินให้ มดลูกเข้ ำอู่เร็ ว ช่วยขับ น ้ำคำวปลำ ต้องกินหลังจำกคลอดแล้ว 20 วัน และกินต่อไปอีก 20 วัน ไม่กิน หลังคลอดทันที เพรำะว่ำพืชบำงชนิดเป็ นยำร้อน เช่น พริกไทย กระเพรำขำว จะร้อน ท ำให้น ้ำนมหยุดไหล รักษำแผลจำกของมีคม ใช้ใบอ่อนของโคลงเคลงดอกม่วง ขยี ้แล้วทำตรงที่ถูก ของมีคมบำด แก้ท้องเสีย ใช้รำกโคลงเคลงดอกม่วง รำกต้นหมัก เปลือกต้นยำร่วง (ต้น มะม่วงหิมพำนต์) เอำทั ้งหมดต้มน ้ำดื่ม ป้ องกันมดลูกลอยหลังคลอด ใช้ใบโคลงเคลงดอกม่วง 1 ก ำมือ ต ำ ผสม น ้ำดื่ม ในขณะเดียวกัน ใช้ปูนกินกับหมำกผสมน ้ำมะนำว ขยี ้กับใบโคลงเคลง ทำท้องส่วนใต้สะดือ
13. จิกน ้า ชื่ออื่น ปุยสำย(เหนือ) ล ำไพ่(อุตรดิตถ์) ชื่อพฤกษศาสตร์ Barringtonia acutangula (L.) Gaertn. วงศ์ Lecythidaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้ต้น สรรพคุณ แก้ท้องเสีย ใช้ยอดจิกน ้ำ ยอดไม้ฝำด ยอดหมำกแพร ยอดฝรั่ง ยอดอิน เอำทั ้งหมดมำต ำ ปั ้นให้เป็ นก้อน กลืนเข้ำไปกับน ้ำ 14. ซางจีน ชื่ออื่น พญำไม้ (นรำธิวำส) รำยอกำยู(มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Nageia motleyi (C.Presl) de Laub. วงศ์ Podocarpaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้ต้น สรรพคุณ รักษำหิด บดเม็ดข้ำวสำร ใส่น ้ำ ฝนกับพญำไม้ ทำบริเวณที่เป็ นหิด แก้ปวดเมื่อย เปลือกต้น ปรุงเป็นยำนวดแก้ปวดเมื่อยกล้ำมเนื ้อ เส้นเอ็น
15.ตีนนก ชื่ออื่น ตะพรุน ตะพุน ตะพุนทอง ตะพุ่ม สะพุนทอง(ตะวันออกเฉียงใต้) ไข่เน่ำ โคนสมอ สวองหิน(ตะวันออก , ตะวันออกเฉียงเหนือ) เน่ำ สมอป่ ำ สมอบ่วง (กลำง) สมอตีนนก สมอตีนเป็ ด สมอหิน(ตะวันตก) มะเน็น นน นนเด็น ลือแบ(ใต้) ชื่อพฤกษศาสตร์ Vitex pinnata L. วงศ์ Labiatae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้ต้น สรรพคุณ รักษำอีสุกอีใส ใช้ส่วนล ำต้นหรือ รำก สับ น ำมำ 1 ก ำมือ ต้มน ้ำดื่ม 16. แตยอ ชื่ออื่น กะเชือด ชื่อพฤกษศาสตร์ Cinnamomum rhynchophyllum Miq. วงศ์ Lauraceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้ต้น สรรพคุณ บ ำรุงเพศ ยำอำยุวัฒนะ ใช้รำกแตยอ รำกโคคลำน หัวว่ำนพังพอน รำกขลู่ รำกเสลดพังพอนตัวผู้ รำกขมิ ้นเครือ รำกและหัวเหล็กทองแดง รำกอีเทำ นำงรุ่ง รำกเหล็กนำงยอง(เอื ้องลิลำ) รำกปลำไหลเผือก เถำว่ำนช้ำงชัก เอำทั ้งหมดมำต้มน ้ำดื่ม หรือดองด้วยเหล้ำขำวเป็ นยำดองเหล้ำก็ได้ ขับน ้ำคำวปลำหลังคลอด ใช้เปลือกรำกแตยอ เถำคันทั ้งต้นและลูก รำกรำชครู ใบเสม็ด ต้มน ้ำกินช่วงอยู่ไฟหลังคลอด 40 วัน
17. ตุ๊กตา ชื่ออื่น จำงำตะรี ชื่อพฤกษศาสตร์ Bulbophyllum modestum Hook.f. วงศ์ Orchidaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ กล้วยไม้อิงอำศัย สรรพคุณ รักษำหูน ้ำหนวก ใช้ลูกกล้วยของตุ๊กตำฝนกับก ำยำน ใส่น ้ำเล็กน้อย เอำน ้ำ ที่ได้หยอดใส่หู 18. ตังหนใบใหญ่ ชื่ออื่น ยะกัง (มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Calophyllum teysmannii Miq. var. inophylloide (King) Stevens. วงศ์ Guttiferae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้ต้น สรรพคุณ แก้ปวดเมื่อย เปลือกของผลตังหนใบใหญ่ผสมกับยำงสีขำวของสะเตียว นวดแก้ปวดเมื่อย แก้แพ้ แก้คัน ใช้เปลือกล ำต้น ต ำกับน ้ำมัน ทำแก้คัน
19. ตับเต่าใหญ่ ชื่ออื่น บัวบำ บำ ผักเขียด บัวเขียด ชื่อพฤกษศาสตร์ Nymphoides indicum (L.) Kuntze. วงศ์ Menyanthaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้ล้มลุกที่อำศัยอยู่ในน ้ำ สรรพคุณ ลดไข้ ใช้ใบตับเต่ำใหญ่ขย ำกับน ้ำ โปะหัวเพื่อลดไข้ พร้อมทั ้งเป่ ำกระหม่อม 20. เต่าร้างแดง ชื่ออื่น เขืองหมู่ (เหนือ) มะเด็ง (ใต้) งือเด็ง (มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Caryota mitis Lour. วงศ์ Palmae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ พืชพวกปำล์ม สรรพคุณ ขับปัสสำวะ รำกต้มน ้ำดื่มเป็ นยำขับปัสสวะ แก้ไข้ รำกปรุงเป็ นยำแก้ไข้
21. เถาอรคนธ์ ชื่ออื่น ย่ำนเปล้ำ(ตรัง) รสสุคนธ์แดง(กรุงเทพฯ) เครือปด ปดลื่น ย่ำนปด(ใต้) อุเบ๊ะสะปัล ละเมเยำะ (มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อวิทยาศาสตร์ Tetracera indica (Chrism.& Panz.) Merr. วงศ์ Dilleniaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้เลื ้อย สรรพคุณ บ ำรุงก ำลัง เถำอรคนธ์ทั ้งต้น ต้นเส้ง เปลือกต้นทุเรียน (เอำเฉพำะส่วนที่ สูงจำกเอวขึ ้นไป) ต ำสด ๆ คั ้นเอำน ้ำมำผสมกับน ้ำร้ อนดื่ม รสจะออกฝำด หรือจะต ำ ห่อด้วยผ้ำขำวบำง แล้วแช่ในเหล้ำขำว จิบทีละน้อย
22. ทุ ชื่ออื่น ง้ำย ซวด พรวด พรวดฝี พรวดกินลูก(ตะวันออกเฉียงใต้) กำทุ โทะ(ใต้) กำมูติง (มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อวิทยาศาสตร์์ Rhodomyrtus tomentosa (Aiton) Hassk. วงศ์ Myrtaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้พุ่ม สรรพคุณ ขับน ้ำคำวปลำหลังคลอด ใช้ใบสดใบทุ ใบชะพลูสด ใบกระดุมเงินใบ โคลงเคลงดอกม่วง ใบสดของตะไคร้ ใบสดตูกำบือเน(ขี ้ไต้ ) ใบกระเพรำ ขำวสด ใบซำแระแง(ขมิ ้นนำง) ใบกำโปบำโกะ ใบบอระเพ็ด ผลเบ็ญกำนี ลูกหมำกอ่อน ใบกำโป(นมสวรรค์ ) เอำทั ้งหมดมำต ำให้ละเอียด กวนบน ไฟให้เข้ำกันดีจนเหนียว ปั ้นเป็ นลูกกลอน กินให้ มดลูกเข้ ำอู่เร็ว ช่วยขับ น ้ำคำวปลำ ต้องกินหลังจำกคลอดแล้ว 20 วัน และกินต่อไปอีก 20 วัน ไม่ กินหลังคลอดทันที เพรำะว่ำพืชบำงชนิดเป็ นยำร้อน เช่น พริกไทย กระเพรำ ขำว จะร้อน ท ำให้น ้ำนมหยุดไหล บ ำรุงก ำลัง ใช้รำกทุ รำกปลำไหลเผือก รำกรำชครู รำกขมิ ้นเครือ รำก โทงเทงดอกแดง รำกพวำน ้ำ แช่ในเหล้ำขำว ดื่มทีละน้อย ขับนิ่ว ใช้รำกทุ รำกตะไคร้ รำกหญ้ำรียง(แฝกเถื่อน) น ำมำสับ ตำกแห้ง เอำมำอย่ำงละ 1 ก ำมือ ต้มน ้ำดื่ม ดื่มให้มำก ๆ จะได้ช่วยขับนิ่ว ให้ออกมำกับปัสสำวะ
23. เที๊ยะ ชื่ออื่น กะบุย(มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Alstonia spathulata Blume วงศ์ Apocynaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้ต้นขนำดเล็ก สรรพคุณ ขับน ้ำคำวปลำหลังคลอด ใช้ใบอ่อนคั ้นน ้ำกินหลังคลอด แก้ปวดฟัน ใช้ยำงหยอดแก้ปวดฟัน 24. แปงู ชื่ออื่น ชื่อพฤกษศาสตร์ Litsea johorensis Gamble วงศ์ Lauraceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้ต้น สรรพคุณ ลดไข้ ใช้รำกแปงู รำกมันปู(สมเส็ด) รำกกือแตกูงี(เส้งเล็ก) รำกอินทนินน ้ำ รำกยำโมะ รำกเตยหอม รำกนีแล(พิมเสนต้น) รำกกระชำย รำกมะฮังเล็ก รำกซีโป (ส้ำนน ้ำ) ฝนกับก ำยำน ใส่น ้ำเล็กน้อยแล้วดื่ม รักษำฝี ใช้รำกแปงู รำกบำเน(ก ำลังควำยถึก) รำกกระท้อน รำกเงำะ รำกหมำกส่วนที่อยู่เหนือดิน รำกอินทนินน ้ำ เอำมำฝนกับก ำยำน ใส่น ้ำ เล็กน้อย ดื่มครั ้งเดียว
25. ฝาด ชื่ออื่น หว้ำหิน(นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Syzygium muelleri Miq. วงศ์ Myrtaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้ต้น สรรพคุณ แก้ท้องเสีย ใช้ยอดไม้ฝำด ยอดหมำกแพร ยอดฝรั่ง ยอดอิน ยอดจิกน ้ำ เอำทั ้งหมดมำต ำ ปั ้นให้เป็ นก้อน กลืนเข้ำไปกับน ้ำ 26. พวาน ้า ชื่ออื่น ตะเคียนเฒ่ำ(ตรำด) ทุ่มบก หว้ำย ้ำ(ใต้) ปูเละ (มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Fagraea racemosa Jack ex Wall. วงศ์ Gentianaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนำดเล็ก สรรพคุณ ลดไข้ ้ ใช้ใบปูเละ (พวำน ้ำ) ต้น รำก ใบ และหัวของลิเภำเล็ก รำกสำคู ใบหอมบำกง(พลับพลึงธำร) ใบกือกุ(ตะขบควำย) ใบขี ้กำแดง เอำทั ้งหมด มำขยี ้แล้วห่อรวมกัน แช่น ้ำทิ ้งไว้ ให้คนไข้นอน แล้วเอำน ้ำรำดหัว บ ำรุงก ำลัง ใช้รำกพวำน ้ำ รำกทุ รำกปลำไหลเผือก รำกรำชครู รำกขมิ ้นเครือ รำกโทงเทงดอกแดง แช่ในเหล้ำขำว ดื่มทีละน้อย ช่วยเจริญอำหำรในเด็ก ใช้ รำกพวำน ้ำ ต้มน ้ำกินในเด็กเล็กช่วยกำร เจริญเติบโต
27. แพ ชื่ออื่น กล้วย (กลำง) แดงนำ สมัก หว้ำทุ่ง (ใต้) ซำมุ (มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Syzygium polyanthum( Wight ) Walp. วงศ์ Myrtaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้ต้น สรรพคุณ ใช้หลังกำรแท้งบุตร ใช้ใบซำมุ(ใบแพ) 1 ก ำมือ ขมิ ้นชันเล็กน้อย ข้ำวสำร ต ำทั ้งหมดเข้ำด้วยกัน ใส่น ้ำเล็กน้อย ดื่ม ลดไข้ ใช้ใบซำมุ(ใบแพ) ขยี ้กับน ้ำ แล้วเอำมำรำดมือ รำดเท้ำ ตำมด้วย กำรรำดตัว 28. มะหน่วย ชื่ออื่น มะม่วย (สุรินทร์) กะรูวะ (มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Gnetum latifolium Blume var. funiculare (Blume) Markgr. วงศ์ Gnetaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้เถำเลื ้อย สรรพคุณ รักษำโรคหิด ใช้ใบหรือรำกของเถำมะหน่วย รำกกูมูนิงด ำ รำกกูมูนิงเหลือง น ำทั ้งหมดมำฝน ใส่น ้ำเล็กน้อย แล้วใช้ทำผิวแก้หิด
29. มะฮังเล็ก ชื่ออื่น ชื่อพฤกษศาสตร์ Macaranga griffithiana Muell. Arg. วงศ์ Euphorbiaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้ต้นขนำดเล็ก สรรพคุณ ลดไข้ ใช้รำกมะฮังเล็ก ใช้รำกมันปู(สมเส็ด) รำกอินทนินน ้ำ รำกยำโมะ รำกกือแตกูงี(เส้งเล็ก) รำกเตยหอม รำกกระชำย รำกนีแล(พิมเสนต้น) รำกแปงู รำกซีโป(ส้ำนน ้ำ) ฝนกับก ำยำน ใส่น ้ำเล็กน้อยแล้วดื่ม 30. มะฮังใหญ่ ชื่ออื่น ชื่อพฤกษศาสตร์ Macaranga pruinosa (Miq.) Muell. Arg. วงศ์ Euphorbiaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้ต้น สรรพคุณ บ ำรุงโลหิต ใช้รำกมะฮังใหญ่ชนิดยอดแดง รำกชบำดอกขำว รำกกระดูก ไก่ใบใหญ่ รำกปลำไหลเผือก น ำมำต้มน ้ำดื่ม
31. ลิเภายุ่ง ชื่ออื่น ลิบูปำดี ลิบูซือนิง (มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Lygodium microphyllum (Cav.) R.Br. วงศ์ Schizaeaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ เฟิ นเถำเลื ้อย สรรพคุณ รักษำมะเร็งระยะเริ่มต้น ใช้ต้นและรำกของ ลิเภำใหญ่ เหง้ำบัวแดง(จงกลนี) เหง้ำ บั ว ข ำ ว ต้ น แ ล ะ ร ำ ก ข อ ง ลิ เ ภ ำ ยุ่ ง หัวร้อยรู ผักบุ้งแดง ผักบุ้งเขียว หญ้ำลูกเป็ ดทั ้งสอง(ผักเป็ ดแดง ผักเป็ ดเขียว) เอำสด ๆ มำต้มน ้ำดื่ม ลดไข้ ต้น รำก ใบ และหัวของลิเภำยุ่ง รำกสำคู ใบขี ้กำแดง ใบปูเละ(พวำน ้ำ) ใบหอมบำกง(พลับพลึงธำร) ใบกือกุ(ตะขบควำย) เอำทั ้งหมดมำขยี ้แล้วห่อ รวมกัน แช่น ้ำทิ ้งไว้ ให้คนไข้นอน แล้วเอำน ้ำรำดหัว 32. ลิเภาใหญ่ ชื่ออื่น กะฉอด หญ้ำยำยเภำ(ตะวันออกเฉียงใต้) อู่ตะเภำ(ตะวันตกเฉียงใต้) กูดคือ หมอยแม่ม่ำย(กลำง, ตะวันออกเฉียงเหนือ) ตีนตะขำบ (เหนือ) ลิเภำ(ใต้) ลิบูบือซำ(มลำยู- นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Lygodium salicifolium Presl วงศ์ Schizaeaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ เฟิ นเถำเลื ้อย สรรพคุณ รักษำมะเร็งระยะเริ่มต้น ใช้ต้นและรำก ของลิเภำใหญ่ เหง้ำบัวแดง(จงกลนี) เหง้ ำบัวขำว ต้นและรำกของลิเภำยุ่ง ผักบุ้งแดง ผักบุ้งเขียว หญ้ำลูกเป็ ด ทั ้งสอง(ผักเป็ ดแดง ผักเป็ ดเขียว) หัวร้อยรู เอำสด ๆ มำต้มน ้ำดื่ม
33. ล าเทง ชื่ออื่น ปรงสวน ผักยอดแดง ผักกูดแดง ผักกูดมอญ (กลำง) ปะกูมำดิง ล ำมะเท็ง (ตะวันออก , ตะวันตกเฉียงใต้) นีดิง (มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Stenochlaena palustris (Burm.f.) Bedd. วงศ์ Pteridaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ เฟิ นเถำเลื ้อย สรรพคุณ แก้ปวดฟัน ใช้ใบล ำเทง ต้มกับเกลือ แล้วอมบ้วนปำก แก้ไข้มำลำเรีย ใช้แก่นขนุน แก่นขี ้เหล็ก รำกและเถำล ำเทง เอำทั ้ง 3 อย่ำง ต้มน ้ำดื่ม 34. ว่านพังพอน ชื่ออื่น เนียมฤำษี(เชียงใหม่) ม่ำนแผลน(นครศรีธรรมรำช) ฤำษีนำงครวญ(นรำธิวำวส) อีโก้กุเรำะ(มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Tacca integrifolia Ker Gawl. วงศ์ Taccaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ พืชล้มลุก สรรพคุณ บ ำรุงเพศ ยำอำยุวัฒนะ หัวว่ำนพังพอน รำกโคคลำน รำกขมิ ้นเครือ รำกขลู่ รำกเสลดพังพอนตัวผู้ รำกและหัวเหล็ก ทองแดง รำกเหล็กนำงยอง(เอื ้องลิลำ) รำกแตยอ รำกอีเทำนำงรุ่ง รำก ปลำไหลเผือก เถำว่ำนช้ำงชัก เอำ ทั ้งหมดมำต้มน ้ำดื่ม หรือดองด้วยเหล้ำขำวเป็ นยำดองเหล้ำก็ได้
35. ศิลา ชื่ออื่น ไทรขี ้ไต้ (นครศรีธรรมรำช) ซีลอ(มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Ilex cymosa Blume วงศ์ Aquifoliaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้ต้น สรรพคุณ ลดไข้ ใช้รำกศิลำ รำกเนียงกระรอก รำกลือแซ(โชนใหญ่) รำกน ้ำเต้ำ รำกฟักเขียว เอำมำฝนกับก ำยำน ใส่น ้ำเล็กน้อย แล้วดื่ม 36. ส้มกุ้ง ชื่ออื่น ชื่อพฤกษศาสตร์ Embelia ribes Burm. วงศ์ Myrsinaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้เถำเลื ้อย สรรพคุณ รักษำริดสีดวงจมูก ใช้รำกหรือเถำส้มกุ้งแดง เถำพำหมี รำกลังข่ำย เถำสะบ้ำ ต่อยออกแล้วสับ รำกโคน รำกกลอย รำกเจตมูลเพลิงแดง รำกชุมเห็ดเทศ รำกล ำโพงดอก 2 ชั ้นสีม่วง มะเขือขื่น เถำบอระเพ็ด เอำทั ้งหมดมำบดให้ ละเอียด บีบน ้ำมะนำวลงไปในส่วนผสม น ำไป ตำกแดดให้แห้ง มวนด้วยใบ ชุมเห็ดเทศ สูบแบบยำสูบ โดยให้สูบ 1 มวนตอนเช้ำหลังจำกตื่นนอน และสูบอีก 1 มวนหลังอำหำรเช้ำ ก่อนเข้ำนอนสูบอีก 1 มวน เวลำสูบต้องให้ ควันค่อย ๆ ออกมำทำง ปำกและจมูก
37. สมเส็ด ชื่ออื่น ชุมเส็ด มันปูใหญ่(ใต้) ซีกือ ชื่อพฤกษศาสตร์ Glochidion perakense Hook.f. วงศ์ Euphorbiaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้ต้นขนำดเล็ก สรรพคุณ ลดไข้ ใช้รำกสมเส็ด รำกกือแตกูงี(เส้งเล็ก) รำกอินทนินน ้ำ รำกเตยหอม รำกยำโมะ รำกนีแล(พิมเสนต้น) รำกกระชำย รำกมะฮังเล็ก รำกแปงู รำกซีโป(ส้ำนน ้ำ) ฝนกับก ำยำน ใส่น ้ำเล็กน้อยแล้วดื่ม รักษำแผลในปำก ใช้รำกสมเส็ด รำกเถำอรคนธ์ รำกชมภู่เขียว ฝนกับ ก ำยำน ใส่น ้ำเล็กน้อย เอำส ำลีชุบทำแผล 38. สะบ้า ชื่ออื่น บำลูรู (มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Entada spiralis Ridl. วงศ์ Leguminosae-Mimosoideae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้เถำเลื ้อย สรรพคุณ รักษำริดสีดวงจมูก ใช้เถำสะบ้ำ ต่อยออกแล้ วสับ เถำพำหมี รำกโคน รำกลังข่ำย รำกกลอย รำกชุมเห็ดเทศ รำกล ำโพงดอก 2 ชั ้นสีม่วง มะเขือขื่น เถำบอระเพ็ด รำกเจตมูลเพลิงแดง รำกหรือเถำส้มกุ้งแดง เอำทั ้งหมดมำบดให้ละเอียด บีบน ้ำมะนำวลงไปในส่วนผสม น ำไปตำกแดดให้แห้ง มวนด้วยใบชุมเห็ดเทศ สูบแบบยำสูบ โดยให้สูบ 1 มวนตอนเช้ำหลังจำกตื่นนอน และสูบอีก 1 มวน หลังอำหำรเช้ำ ก่อนเข้ำนอนสูบอีก 1 มวน เวลำสูบต้องให้ควันค่อย ๆ ออกมำทำงปำกและจมูก
39. สะเตียว ชื่ออื่น สะตีโย (มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Madhuca motleyana (de Vriese) Baehni วงศ์ Sapotaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้ต้น สรรพคุณ ประสำนกระดูก ใช้ดอก ผล ยำง(สีขำว) ใบของสะเตียว น ำมำต ำเข้ำด้วยกัน ผสมกับน ้ำมันพืช (น ้ำมันมะพร้ำว) ดึงกระดูกให้เข้ำที่ก่อนแล้วน ำยำมำพอก ตรงที่กระดูกหัก พันด้วยผ้ำ แก้ปวดเมื่อย ใช้ยำงขำวของสะเตียวผสมกับน ้ำมันพืช นวดแก้ปวดเมื่อย 40. สาคู ชื่ออื่น สำกู ชื่อพฤกษศาสตร์ Metroxylon sagu Rottb. วงศ์ Palmae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ปำล์ม สรรพคุณ ลดไข้ ใช้รำกสำคู ใบขี ้กำแดง ต้น รำก ใบ และหัวของลิเภำเล็ก ใบปูเละ (พวำน ้ำ) ใบหอมบำกง(พลับพลึงธำร) ใบกือกุ(ตะขบควำย) เอำทั ้งหมด มำขยี ้แล้วห่อรวมกัน แช่น ้ำทิ ้งไว้ ให้คนไข้นอน แล้วเอำน ้ำรำดหัว
41. เสม็ด ชื่ออื่น เม็ด เหม็ด เสม็ดขำว(ใต้) กือแล(มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Melaleuca cajuputi Powell วงศ์ Myrtaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้ต้นขนำดเล็ก สรรพคุณ ขับน ้ำคำวปลำหลังคลอด ใช้ต้นอ่อนทั ้งต้นรวม กับรำกของเสม็ด ต้มน ้ำดื่ม หรือ ใช้ใบเสม็ด(ใบสดหรือใบแห้ง) ต้มน ้ำดื่ม หรือ ใช้ใบเสม็ด เปลือกรำกแตวง เถำคันทั ้งต้นและลูก รำกรำชครู ต้มน ้ำ กินหลังคลอด แก้ปวดเมื่อย ใช้รำก ใบ ดอก ของเสม็ด ตำกแห้ง ต้มน ้ำดื่ม แก้ปวดเมื่อย และ ปวดภำยในทุกส่วน แก้หืดหอบ ตัดล ำต้นของเสม็ดให้เป็ นท่อน ๆ แล้วน ำท่อนไม้นี ้มำแขวนใน แนวดิ่ง รองรับน ้ำที่หยดออกมำจำกล ำต้น ดื่มแก้หืดหอบ ช่วยให้โลหิตไหลเวียนดี ใช้รำกเสม็ดตำกแห้งต้มน ้ำดื่ม แก้โรคน ้ำกัดเท้ำ ใช้ใบเสม็ด ต้มกับน ้ำ แล้วน ำน ้ำมำแช่เท้ำ รักษำริดสีดวงทวำรใช้รำกเสม็ด หญ้ำหนูต้นทั ้งห้ำ ต้มน ้ำดื่ม แก้ริดสีดวงทวำร และอำกำรอุจจำระเป็ นเลือด 42. สังขยา ชื่ออื่น จันทน์ป่ ำ(ตรำด) จันทน์แดง(ตรัง) พร้ำวเลดง(สุรำษฎร์ธำนี) ชื่อพฤกษศาสตร์ Myristica iners Blume วงศ์ Myristicaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้ต้น สรรพคุณ ประสำนกระดูก ใช้ยำง(สีเหลือง) ดอก ผล ใบของต้นยำแก(สังขยำ) ต ำผสมกับน ้ำมันพืช (น ้ำมันมะพร้ำว) ดึงกระดูกให้เข้ำที่ น ำยำมำพอกส่วนที่ กระดูกหัก แล้วพันด้วยผ้ำพันแผล
43. เส้งเล็ก ชื่ออื่น ขำงปำกปุด (เชียงใหม่) สะแองใบมน(ชัยนำท) กือแตกูงี (มลำยู- นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Melochia corchorifolia L. วงศ์ Sterculiaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ พืชล้มลุกเนื ้อแข็ง สรรพคุณ ช่วยให้คลอดง่ำย ใช้รำกกือแตกูงี(เส้งเล็ก)ตำกแห้ง สับ แล้วน ำมำต้มน ้ำ รับประทำน โดยให้คนท้องใกล้คลอด(ประมำณ 8 เดือน) รับประทำนวันละ 3 ครั ้ง 3 วัน 44. หญ้าปริก ชื่ออื่น เทียนตำก (จันทบุรี) ชื่อพฤกษศาสตร์ Leucas zeylanica (L.) R.Br. วงศ์ Labiatae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ พืชล้มลุก สรรพคุณ หย่ำนมเด็ก ใช้ใบ ดอก รำกของหญ้ำปริก ขยี ้ แล้วมำทำหัวนม เพื่อให้ลูก หย่ำนม
45. ห่อข้าวสีดา ชื่ออื่น กระปรอก กระจำด(ตะวันออกเฉียงใต้) หัวสีดำ (ตะวันตกเฉียงใต้) ชื่อพฤกษศาสตร์ Platycerium coronarium (Koen.) Desv. วงศ์ Polypodiaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ เฟิ นอิงอำศัย สรรพคุณ รักษำแผลในปำก ใช้หน่อภำยใน ห่อข้ำวสีดำ ฝนกับก ำยำน ใส่น ้ำ เล็กน้อย เอำส ำลีชุบทำแผลในปำก 46. หัสคุณ ชื่ออื่น กำจับลัก จี ้ปกตัวผู้ มองคอง หญ้ำสำบชิ ้น สำมโซก ดอมขน สมัด หวด หมอน้อย(เหนือ) สะแบก(ตะวันออกเฉียงเหนือ) ฉี ้ ลิ ้นฉี ้ สำบแร้งสำบกำ (ตะวันออกเฉียงใต้) หมุย หมุยช้ำง หมุยขำว หมุยขน(ใต้) ชื่อพฤกษศาสตร์ Micromelum falcatum (Lour.) Tanaka วงศ์ Rutaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนำดเล็ก สรรพคุณ รักษำแผลจำกของมีคม ใช้ใบสำบแร้งสำบกำ(หัสคุณ) ขยี ้กับปูนกินกับหมำก ทำแผลที่ถูกของมีคมบำด รักษำแผลถลอก ใช้รำก ใบ ดอก ของต้นสำบแร้งสำบกำ(หัสคุณ) น ำ มำขยี ้ พอกรอบ ๆ แผล เป็ นยำเย็น ท ำให้แผลไม่เป็ นหนอง ใช้ห้ำมเลือดได้ รักษำแผลถลอก
47. อ้ายบ่าว ชื่ออื่น มีโยะบือรุ (มลำยู-นรำธิวำส) ชื่อพฤกษศาสตร์ Stemonurus secundiflorus Blume วงศ์ Icacinaceae ลักษณะวิสัยของพรรณไม้ ไม้ต้น สรรพคุณ แก้แพ้ แก้คัน แก้โรคหิด ใช้ใบ ดอก ต ำ ทำแก้หิด จำกที่กล่ำวมำทั ้งหมด จะเห็นได้ว่ำ กำรใช้สมุนไพรจำกป่ ำพรุในกำรรักษำโรคของชุมชนที่อำศัย อยู่รอบ ๆ ป่ ำพรุยังคงมีอยู่มำก โดยเฉพำะในชุมชนไทยมุสลิม มักนิยมใช้สมุนไพรในกำรรักษำโรคโดย กำรไปพบหมอพื ้นบ้ำนในละแวกใกล้เคียงมำกกว่ำที่จะไปพบแพทย์ตำมโรงพยำบำล ส่วนในชุมชน ไทยพุทธ ก็ยังมีบ้ำงที่ยังนิยมรักษำด้วยสมุนไพรจำกหมอพื ้นบ้ำน แต่ก็มีค่อนข้ำงน้อย ส่วนใหญ่จะไป พบแพทย์ตำมโรงพยำบำล กำรใช้สมุนไพรในกำรรักษำโรคส่วนใหญ่แล้วมักใช้กับโรคพื ้นฐำนที่ไม่มี อันตรำยมำกนัก เช่น เป็ นไข้ ตัวร้อน รักษำแผลในปำก แก้ปวดเมื่อย บ ำรุงโลหิต ยำบ ำรุงเพศและ ยำอำยุวัฒนะ ริดสีดวงต่ำง ๆ เป็ นต้น อำจมีกำรใช้กับโรคร้ำยแรงบำงชนิดบ้ำง เช่น มะเร็ง เบำหวำน เป็ นต้น ยำสมุนไพรที่ใช้มีทั ้งยำเดี่ยวและยำต ำหรับ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็ นยำต ำหรับ กำรใช้ ยำสมุนไพรในกำรรักษำโรคมักจะมีกำรท่องคำถำพร้อมกันไปด้วยทั ้งในชุมชนไทยพุทธและชุมชนมุสลิม กำรใช้สมุนไพรในกำรรักษำโรคในชุมชนรอบป่ ำพรุ ส่วนใหญ่แล้วยังใช้วิธีกำรแบบดั ้งเดิม คือ ถ้ำเป็ นยำส ำหรับรับประทำน ก็จะต้มน ้ำดื่ม ท ำเป็ นยำดองเหล้ำ หรือไปฝนกับภำชนะที่เรียกว่ำ “ปำซู”
เติมน ้ำเล็กน้อย แล้วรับประทำน ถ้ำเป็ นยำทำ ส่วนมำกจะต ำแล้วพอกหรือทำ อำจจะมีเหล้ำเป็ น กระสำยบ้ำงก็ได้ แต่ในปัจจุบัน เนื่องจำกกำรหำพรรณไม้ต่ำง ๆ ท ำได้ยำกขึ ้น เนื่องจำกสภำพของ ป่ ำพรุถูกท ำลำย ประกอบกับหมอพื ้นบ้ำนส่วนใหญ่อำยุมำกขึ ้น กำรเข้ำไปเก็บหำพรรณไม้ในป่ ำจึงไม่ คล่องตัว ท ำให้มีกำรใช้วิธีแช่ชิ ้นของสมุนไพรในน ้ำแทนกำรฝนด้วย “ปำซู” วิชำกำรต่ำง ๆ ที่ใช้รักษำคนไข้ได้มำจำกควำมฝัน หรือได้รับกำรถ่ำยทอดมำจำกบรรพบุรุษ ยังไม่มีกำรรวบรวมเป็ นเอกสำร หมอพื ้นบ้ำนจะเป็ นคนออกไปเก็บหำพรรณไม้เอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็ น พื ้นที่ในพรุและรอบป่ ำพรุ มีบ้ำงบำงชนิดที่เก็บจำกรอบหมู่บ้ำนหรือจำกป่ ำบกอื่น ๆ กำรรักษำจะมีทั ้ง คนไข้มำหำที่บ้ำนหรือหมอออกไปรักษำที่บ้ำนคนไข้ สิ่งที่ส ำคัญคือกำรวินิจฉัยโรคให้ถูกต้อง เพื่อกำร รักษำจะได้หำยขำด จะไม่มีกำรให้ยำโดยที่ไม่มีกำรวินิจฉัยโรคก่อน จำกกำรส ำรวจในเบื ้องต้นครั ้งนี ้ ซึ่งเป็ นกำรสัมภำษณ์แบบเจำะลึกกับหมอพื ้นบ้ำนทั ้ง 14 คน ในอ ำเภอสุไหงโก-ลก อ ำเภอสุไหงปำดี และอ ำเภอตำกใบ จังหวัดนรำธิวำส พบว่ำมีพรรณพืชป่ ำพรุที่ สำมำรถใช้เป็ นสมุนไพรรักษำโรคได้ทั ้งหมด 47 ชนิด จำก 33 วงศ์ (ตำรำงที่ 1 ในภำคผนวก) พืชที่ใช้ มำกที่สุดจะอยู่ในวงศ์ Myrtaceae และรองลงมำคือ Euphorbiaceae สำมำรถรักษำอำกำรโรค ทั ้งหมด 36 โรค(ตำรำงที่ 2 ในภำคผนวก) มีทั ้งที่ใช้แบบเดี่ยว ๆ และใช้รวมกันหลำยชนิด โดยใน ต ำหรับยำอำจมีสมุนไพรจำกป่ ำพรุหรือป่ ำบกรวมอยู่ ต ำหรับยำที่มีกำรใช้มำกที่สุด คือ รักษำอำกำร เป็ นไข้ตัวร้อน รองลงมำคือขับน ้ำคำวปลำหลังคลอด ยำบ ำรุงก ำลัง รักษำแผลในปำก บ ำรุงเลือด แก้ปวดเมื่อย แก้คัน รักษำแผลจำกของมีคมบำด รักษำโรคผิวหนัง และอื่น ๆ จะเห็นได้ว่ำ กำรใช้สมุนไพรจำกพื ้นที่พรุยังมีบทบำทส ำคัญในกำรด ำรงชีวิต แต่เนื่องจำกกำร วิจัยครั ้งนี ้เป็ นกำรส ำรวจเบื ้องต้น จึงน่ำจะได้มีกำรส ำรวจข้อมูลเกี่ยวกับกำรใช้สมุนไพรจำกป่ ำพรุใน กำรรักษำโรคต่อไปอีก เพื่อรวบรวมเป็ นฐำนข้อมูลส ำหรับงำนวิจัย จัดเป็ นองค์ควำมรู้เพื่อคนในชุมชน และยังเป็ นกำรท ำให้คนในชุมชนเห็นคุณค่ำของป่ ำพรุมำกยิ่งขึ ้น จะได้ช่วยกันถนอมรักษำให้มีไว้อย่ำง ยั่งยืนต่อไป
ค านิยม ผู้วิจัยขอขอบคุณโครงกำรศูนย์ศึกษำกำรพัฒนำอันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริ ที่ได้สนับสนุน งบประมำณเพื่อกำรศึกษำวิจัยครั ้งนี ้ รวมถึงหมอพื ้นบ้ำนตำมที่ได้กล่ำวนำมมำที่ได้สละเวลำอันมีค่ำ เพื่องำนวิจัยชิ ้นนี ้ ขอขอบคุณ ดร.ชวลิตร นิยมธรรม ที่ได้เอื ้อเฟื ้อภำพและตรวจแก้ไขชื่อพฤกษศำสตร์ และคุณพำโชค พูดจำ ที่ช่วยตรวจสอบชื่อพฤกษศำสตร์ของพันธุ์พืชบำงชนิด ขอขอบคุณ คุณชวลิต อุรพีพัฒนพงศ์ คุณสมชัย เบญจชย คุณธนิตย์ หนูยิ ้ม คุณมำเนตร์ บุณยำนันต์ คุณอรดำ เจรำหวัง คุณสมำน กูมูดอ คุณสมพงษ์ รักษำศรี คุณหฤษฎ์ชัย ฤทธิช่วย รวมทั ้งเจ้ำหน้ำที่ของศูนย์ ศึกษำและวิจัยป่ ำพรุโต๊ะแดง อ ำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนรำธิวำส ทุกท่ำนที่มีส่วนช่วยในงำนวิจัยครั ้งนี ้ บรรณานุกรม 1. กองค้นคว้ำ ,กรมป่ ำไม้ .ไม้และของป่ ำบำงชนิดในประเทศไทย. 2526. สมำคมป่ ำไม้แห่งประเทศ ไทย , กรุงเทพฯ. 473 หน้ำ. 2. จ ำลอง เพ็งคล้ำย , ชวลิต นิยมธรรม และวิวัฒน์ เอื ้อจิรกำล. พรรณไม้ป่ ำพรุ จังหวัดนรำธิวำส. 2534. สมบูรณ์กำรพิมพ์ ,กรุงเทพฯ. 368 หน้ำ. 3. ธวัชชัย สันติสุข และคณะ. 2538. สวนจิตรลดำ พฤกษำพรรณ. บริษัทอมรินทร์พริ ้นติ ้ง จ ำกัด (มหำชน) ,กรุงเทพฯ. 293 หน้ำ. 4. นันทวัน บุณยะประภัศณ และคณะ . 2541. สมุนไพร ไม้พื ้นบ้ำน. บริษัทประชำชน จ ำกัด , กรุงเทพฯ . 640 หน้ำ. 5. พิชำ พิทยขจรวุฒิและคณะ. 2539. สัตว์ป่ ำในป่ ำโต๊ะแดง. บริษัทอมรินทร์พริ ้นติ ้ง จ ำกัด (มหำชน), กรุงเทพฯ. 157 หน้ำ. 6. ภูมิพิชญ์ สุชำวรรณ . พืชสมุนไพรที่ใช้เป็ นยำ เล่ม 1 . อักษรำพิพัฒน์ จ ำกัด กทม. 63 หน้ำ. 7. สุรีย์ ภูมิภมร และคณะ .2540 . ไม้เอนกประสงค์กินได้. บริษัทเฟื่ องฟ้ ำพริ ้นติ ้ง จ ำกัด ,กรุงเทพฯ. 485 หน้ำ. 8. สถำบันวิจัยภำษำและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนำชนบทและสถำบันกำรแพทย์แผนไทย. 2539. สถำนภำพและทิศทำงกำรวิจัยกำรแพทย์แผนไทย. สถำบันกำรแพทย์แผนไทย,กรุงเทพฯ . หน้ำ 5 - 149. 9. สุรพล ศรีวิทยำ . 2543. รูปแบบกำรน ำเสนอของระบบกำรพัฒนำสมุนไพรแบบบูรณำกำรเพื่อกำร ส่งเสริมสุขภำพครบวงจรในชุมชน : กรณีศึกษำกำรพัฒนำเขำหินซ้อนอันเนื่องมำจำกพระรำช ด ำริ อ.พนมสำรคำม จ.ฉะเชิงเทรำ . วิทยำนิพนธ์ปริญญำโท มหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์. กรุงเทพฯ . 500 หน้ำ.
ภาคผนวก ตารางที่ 1 แสดงจ ำนวนชนิด วงศ์ ของพรรณพืชจำกป่ ำพรุที่ใช้เป็ นสมุนไพร ล ำดับ ที่ วงศ์ จ ำนวนพืชที่ใช้ เป็ นสมุนไพร รำยชื่อของพรรณพืชที่ใช้เป็ นสมุนไพร 1 Apocynaceae 1 เที๊ยะ : Alstonia spatulata Blume 2 Aquifolaiaceae 1 ศิลำ : Ilex cymosa Blume 3 Aspleniaceae 1 ข้ำหลวงหลังลำย : Asplenium nidus L. 4 Cucurbitaceae 1 ขี ้กำแดง : Gymnopetalum intergrifolium (Roxb.) Kurz 5 Dilleniaceae 1 เถำอรคนธ์ : Tetracera indica(Chrism.&Panz.)Merr. 6 Euphorbiaceae 4 โคคลำน : Croton caudatus Geisel. มะฮังเล็ก : Macaranga griffithiana Muell.Arg. มะฮังใหญ่ : Macaranga pruinasa (Miq) Muell.Arg. สมเส็ด : Clochidion perakense Hook.f. 7 Gentianaceae 2 กันเกรำ : Fagraceae fragrans Roxb. พวำน ้ำ : Fagraceae racemosa Jack ex Wall. 8 Gnetaceae 1 มะหน่วย : Gnetum latifolium Blume var. funiculare (Blume) Marker. 9 Guttiferae 1 ตังหนใบใหญ่ : Calophyllumteysmannii Miq. var. inophylloide (King) Steven. 9 Icacinaceae 1 อ้ำยบ่ำว : Stemonurus secundiflorus Blume 10 Labiaceae 2 ตีนนก : Vitex pinnata L. หญ้ำปริก : Leucas zeylanica (L.) R.Br. 11 Lauraceae 2 แตยอ : Cinnamomum rhynchophyllum Miq. แปงู : Litsea johorensis Gamble 12 Lecythideceae 1 จิกน ้ำ : Barringtonia acutangula (L.) Gaertn. 13 Leeaceae 1 กะตังใบ : Leea indica (Burm.f) Merr. 14 Leguminosae 1 สะบ้ำ : Entada spiralis Ridl. 15 Melastomataceae 1 โคลงเคลง : Melastoma malabathricum L.
ล ำดับ ที่ วงศ์ จ ำนวนพืชที่ใช้ เป็ นสมุนไพร รำยชื่อของพรรณพืชที่ใช้เป็ นสมุนไพร 16 Menyanthaceae 1 ตับเต่ำใหญ่ : Nymphoides indicum (L.) Kuntze. 17 Myristicaceae 1 สังขยำ : Myristica iners Blume 18 Myrsinaceae 1 ส้มกุ้ง : Embelia ribes Burm.f 19 Myrtaceae 5 ขี ้ไต้ : Decaspermum parviflomum(Lam.)A.J.Scott. ทุ : Rhodomyrtus tomemtosa(Aiton) Hassk. ฝำด : Syzygium muelleri Miq. แพ : Syzygium polyanthum (Wight) Walp. เสม็ด : Melaleuca cajuputi Powell 20 Oleaceae 1 กระดูกไก่ใบใหญ่ : Chionanthus callophyllus Blume 21 Orchidaceae 2 กะเรกะร่อนปำกเป็ ด : Cymbidium atropurpureum (Lindl.)Rolfe. ตุ๊กตำ : Bulbophyllum modestum Hook.f 22 Palmae 2 เต่ำร้ำงแดง : Caryota mitis Lour สำคู : Metroxylon sagu Robbt. 23 Podocarpaceae 1 ซำงจีน : Nageia motleyi (C.Presl.) de Laub. 24 Polypodiaceae 1 ห่อข้ำวสีดำ : Platycerium coronarium (Koen) Desv. 25 Pteridaceae 1 ล ำเทง : Stenochelaena palustris (Burm.f.) Bedd. 26 Rubiaceae 1 กำพุ่ม : Uncaria cordata (Lour.) Merr. 27 Rutaceae 1 หัสคุณ : Micromelum falcatum (Lour.) Tanaka. 28 Sapotaceae 1 สะเตียว : Madhuca motleyana (de Vriese) Baehni 29 Schizaeceae 2 ลิเภำยุ่ง : Lygodium microphyllum (Cav.)R.Br. ลิเภำใหญ่ : Lygodium salicifolium Presl. 30 Sterculiaceae 1 เส้งเล็ก : Melochia corchorifolia L. 31 Taccaceae 1 ว่ำนพังพอน : Tacca integrifolia Ker Gawl. 32 Typhaceae 1 กกช้ำง : Typha angustifolia L. 33 Zingiberaceae 1 ข่ำลิง : Alpinia conchigera Griff. รวม 47
ตารางที่ 2 แสดงโรคชนิดต่ำง ๆ ที่สำมำรถรักษำได้ด้วยสมุนไพรจำกป่ ำพรุ ล ำดับที่ สรรพคุณ พรรณพืชจำกป่ ำพรุที่ใช้เดี่ยว ๆ หรือใช้เป็ นส่วนประกอบใน ต ำหรับยำที่ใช้รักษำ 1 ลดไข้ ศิลำ ขี ้กำแดง มะอังเล็ก สมเส็ด แปงู แพ สำคู พวำน ้ำ ลิเภำยุ่ง ตับเต่ำใหญ่ เต่ำสร้ำงแดง 2 ขับน ้ำคำวปลำหลังคลอด เที๊ยะ โคลงเคลงดอกม่วง ขี ้ไต้ ทุ เสม็ด แตยอ 3 ยำบ ำรุงก ำลัง เถำอรคนธ์ ทุ พวำน ้ำ 4 รักษำแผลในปำก เถำอรคนธ์ สมเส็ด ห่อข้ำวสีดำ 5 ยำบ ำรุงเพศ บ ำรุงก ำลัง โคคลำน แตยอ ว่ำนพังพอน 6 แก้ปวดเมื่อย เสม็ด สะเตียว ตังหนใบใหญ่ ซำงจีน 7 แผลจำกของมีคมบำด กะตังใบ โคลงเคลงดอกม่วง หัสคุณ 8 บ ำรุงโลหิต กระดูกไก่ใหญ่ มะฮังใหญ่ 9 แก้คัน อ้ำยบ่ำว ตังหนใบใหญ่ 10 หิด มะหน่วย อ้ำยบ่ำว ซำงจีน 11 รักษำริดสีดวงจมูก สะบ้ำ ส้มกุ้ง 12 ท้องเสีย โคลงเคลงดอกม่วง ฝำด จิกน ้ำ 13 ประสำนกระดูก สังขยำ สะเตียว 14 รักษำหูน ้ำหนวก กะเรกะร่อนปำกเป็ ด ตุ๊กตำ 15 รักษำเบำหวำน กันเกรำ กกช้ำง 16 รักษำมะเร็งระยะเริ่มต้น ลิเภำยุ่ง ลิเภำใหญ่ 17 แก้ปวดฟัน ล ำเทง เที๊ยะ 18 ลดควำมดันโลหิต กำพุ่ม 19 หย่ำนมเด็ก หญ้ำปริก 20 รักษำหูด กะตังใบ 21 ช่วยกำรไหลเวียนของโลหิต เสม็ด 22 รักษำฝี แปงู 23 รักษำนิ่ว ทุ 24 ใช้หลังกำรแท้งบุตร แพ 25 รักษำหืดหอบ เสม็ด
ล ำดับที่ สรรพคุณ พรรณพืชจำกป่ ำพรุที่ใช้เดี่ยว ๆ หรือใช้เป็ นส่วนประกอบใน ต ำหรับยำที่ใช้รักษำ 26 ริดสีดวงทวำร เสม็ด 27 รักษำเท้ำประดง กันเกรำ 28 รักษำมำลำเรีย ล ำเทง 29 รักษำอีสุกอีใส ตีนนก 30 รักษำเกลื ้อน ข่ำลิง 31 ป้ องกันมดลูกลอยหลังคลอด โคลงเคลงดอกม่วง 32 ช่วยให้คลอดง่ำย เส้งเล็ก 33 ขับปัสสำวะ เต่ำร้ำงแดง 34 แก้ปวดหัว ข้ำหลวงหลังลำย 35 รักษำโรคน ้ำกัดเท้ำ เสม็ด 36 รักษำแผลถลอก หัสคุณ