กลุ่มจติ วิเคราะห์ (Psychoanalysis)
ผู้นาคนสาคัญคอื ซกิ มันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) จิตแพทย์ชาวเวยี นนา ไดศ้ กึ ษา
วเิ คราะห์จิต ของมนษุ ย์ และอธบิ ายว่า พลังงานจติ ทาหนา้ ท่คี วบคุมพฤตกิ รรมของมนษุ ย์ มี 3
ลักษณะ คือ
ซกิ มนั ด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud)
1. จติ สานึกหรอื จิตรู้สานึก (Conscious mind) หมายถึงภาวะจิตทร่ี ูต้ ัวอยไู่ ดแ้ ก่ การแสดง
พฤติกรรม เพอ่ื ให้ สอดคลอ้ งกบั หลักแหง่ ความเป็นจรงิ
2. จติ ก่ึงสานกึ (Subconscious mind) หมายถึงภาวะจติ ทร่ี ะลึกถึงได้ รองศาสตราจารย์ กลม
รตั น์ หลา้ สวุ งษ์ (2528 : 35)ได้กล่าวถงึ Subconscious mind วา่ หมายถึงส่วนของจิตใจ ท่ีมิไดแ้ สดง
ออกเป็นพฤตกิ รรม ในขณะนนั้ แต่ เป็นสว่ นท่รี ูต้ ัว สามารถดึงออกมใชไ้ ดท้ กุ เมื่อทตี่ ้องการ เช่น
นางสาว ก. มนี อ้ งสาวคือนางสาว ข . ซงึ่ กาลงั ตกหลุมรัก นาย ค . แตน่ างสาว ข. เกรงวา่ มารดาจะ
ทราบความจรงิ จึงบอกพ่ีสาว มใิ ห้เลา่ ใหม้ ารดาฟัง นางสาว ก. เกบ็ เรอ่ื งน้ีไว้เปน็ ความลบั มิไดแ้ พรง่
พรายให้ผูใ้ ดทราบโดยเฉพาะมารดาแต่ ในขณะเดยี วกันกท็ ราบอยูต่ ลอดเวลาวา่ นางสาว ข . รักนาย
ค. ถา้ เขาต้องการเปดิ เผย เขากจ็ ะบอกไดท้ นั ที ลักขณา สริวัฒน์ (2530 : 9) กล่าวถงึ Subconscious
mind วา่ ผลมนั เกดิ จากการขดั แย้งกนั ระหว่าง พฤติกรรมภายใตอ้ ิทธพิ ลจติ รูส้ านึกกับอิทธิพลของ
จิตใต้สานกึ ย่อมก่อให้เกิดการหลอกลวงตวั เองข้ึน ภายในบคุ คล
3. จิตไร้สานกึ หรอื จติ ใตส้ านึก (Unconscious mind) หมายถึงภาวะจิตทไี่ ม่อยูใ่ นภาวะทรี่ ู้ตัว
ระลกึ ถงึ ไม่ได้ กมลรตั น์ หลา้ สวุ งษ์ (2524 : 121) กล่าววา่ จติ ไร้สานึกเป็นสง่ิ ทีฝ่ ังลกึ อยู่ภายในจิตใจ
มีการเก็บกด (Repression) เอาไวอ้ าจเปน็ เพราะ ถกู บงั คบั หรือไม่สามารถแสดงอาการโตต้ อบไดใ้ น
ขณะน้ันในทีส่ ดุ กจ็ ะฝังแน่นเขา้ ไป จนเจ้าตัวลืมไปชว่ั ขณะจะแสดงออกมาในลักษณะการพลั้งเผลอ
เช่น พลงั้ ปากเอย่ ช่อื คนรกั เก่าตอ่ หนา้ คนรักใหม่ เปน็ ต้น
คณาจารยภ์ าควิชาจติ วิทยา คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคาแหง (2530 : 16) กลา่ ววา่
สงิ่ ทีม่ อี ทิ ธิพล จงู ใจพฤติกรรมและการดาเนนิ ชวี ิตของคนเรามากท่สี ุดกค็ ือ สว่ นท่เี ปน็ จติ ใตส้ านกึ
และสิ่งท่คี นเรามัก จะเก็บกดลงไปทจี่ ติ ใต้ สานกึ กค็ อื ความต้องการกา้ วร้าว กับความต้องการทาง
เพศ ซงึ่ จะมีแรงผลกั ดัน
นอกจากน้ี ฟรอยด์ ยงั ได้ศึกษาถึงโครงสร้างทางจิตพบวา่ โครงสรา้ งทางจติ ประกอบดว้ ย
1. อดิ (Id)
2. อีโก้ (Ego)
3. ซปุ เปอร์อีโก้ (Superrgo)
1. อิด (Id) หมายถงึ ตณั หาหรอื ความต้องการพ้ืนฐานของมนษุ ย์เปน็ สิง่ ท่ยี ังไม่ไดข้ ดั เกลา
ซึง่ ทาให้ มนุษยท์ าทกุ อย่างเพอื่ ความพึงพอใจของตนเองหรือทาตามหลักของความพอใจ (Pleasure
principle)
เปรียบเหมือนสนั ดานดิบของ มนษุ ย์ ซึง่ แบง่ ออกเป็น สัญชาติญาณ แหง่ การมีชวี ติ (Life
instinct) เชน่ ความต้องการอาหาร ความต้องการทางเพศ ความตอ้ งการหลีกหนจี ากอันตราย กับ
สญั ชาติญาณแห่ง ความตาย (Death instinct) เชน่ ความก้าวร้าว หรอื การทาอนั ตรายต่อตนเองและ
ผูอ้ ่นื เป็นต้น บุคคล จะแสดงพฤติกรรมตามความพอใจ ของเขาเป็นใหญ่ ไมค่ านึงถึงค่านิยมของ
สังคม และ ความพอใจของ บุคคลอ่นื จึงมักเป็นพฤตกิ รรมทีไ่ มเ่ ป็นไปตามครรลองของมาตรฐานใน
สงั คม บคุ คลท่ีมบี คุ ลิกภาพเชน่ น้ี มกั ได้รบั การประนามวา่ มบี ุคลกิ ภาพไมด่ ี หรือไม่เหมาะสม
2. อีโก้ (Ego) หมายถงึ สว่ นทีค่ วบคุมพฤติกรรมที่เกิดจากความต้องการของ Id โดยอาศัย
กฏเกณฑ์ ทางสงั คม และหลกั แหง่ ความจรงิ (Reality principle) มาชว่ ยในการตัดสนิ ใจ ไม่ใช่
แสดงออกตามความพอใจของตนแตเ่ พยี งอยา่ งเดียว แตต่ อ้ งคดิ แสดงออกอยา่ งมเี หตผุ ลด้วยนั่นคอื
บุคคลจะแสดงพฤติกรรม โดยมเี หตุและผล ทีเ่ หมาะสมกับกาละเทศะใน สงั คม จึงเปน็ บคุ ลกิ ภาพท่ี
ไดร้ ับการยอมรับมากในสงั คม ในคนปรกติทส่ี ามารถปรับตัวอยู่ไดใ้ นสังคมอย่างมีความสขุ ฟรอยด์
เชือ่ ว่าเป็นเพราะมโี ครงสร้าง ส่วนน้แี ขง็ แรง
3. ซปุ เปอร์อโี ก้ (Superego) หมายถงึ มโนธรรมหรือจติ ส่วนท่ไี ดร้ ับการพฒั นาจาก
ประสบการณ์ การอบรมสง่ั สอน โดยอาศยั หลกั ของศลี ธรรมจรรยา ขนบธรรมเนยี มประเพณี และ
คา่ นยิ มตา่ ง ๆ ใน สังคมนั้น Superego จะเป็นตัวบังคับ และควบคุมความคิดใหแ้ สดงออกใน
ลักษณะท่เี ปน็ สมาชิกท่ดี ขี อง สงั คม โดยยดึ หลักคา่ นยิ มของสงั คม (Value principle)ทต่ี ัดสินว่าสิ่ง
ใดเป็นสงิ่ ทดี่ ีในสังคมกลา่ วคอื บคุ คล จะแสดงพฤตกิ รรมตาม ขอบเขตท่สี งั คมวางไว้ แตบ่ างครั้งอาจ
ไมเ่ หมาะ สม เชน่ เม่ือถกู ยุงกดั เต็มแขน - ขา ก็ไม่ยอมตบยุง เพราะกลวั บาป หรือสงสารคนขอทาน
ใหเ้ งนิ เขาไปจนหมด ในขณะท่ี ตนเองหิวข้าวไมม่ เี งินจะ ซ้ืออาหารกินกย็ อมทนหวิ เป็นต้น
กมลรัตน์ หลา้ สุวงษ์ (2524 : 122 - 123) กลา่ วว่าใครก็ตามที่มบี ุคลิกภาพ เช่นนม้ี ักไดร้ บั การ
ยกย่อง ทัง้ นเี้ พราะบางครัง้ พฤติกรรมท่ีแสดงออกนนั้ อาจเกิดความไม่พอใจในตนเอง แต่เพ่ือ
ตอ้ งการให้เป็นท่ี ยอมรับในสงั คม ดังนัน้ แม้เขาแสดงพฤติกรรมบาง อยา่ งท่ขี ดั ตอ่ ค่านยิ มของสงั คม
เขาจะเกิดความรู้สกึ ผิด (Guilt feeling or Guilty) ทนั ทีถา้ ไมม่ กี าร ระบายออกเกบ็ กดไว้ มาก ๆ อาจ
ระเบิดออกมากลายเป็นโรค ผดิ ปรกติทางจติ ได้
ฟรอยด์ กลา่ วว่าในบุคคลท่ัวไปมักมโี ครงสร้างทงั้ 3 สว่ นนแี้ ตส่ ่วนท่ีแขง็ แรงท่สี ดุ มกั เป็นอี
โก้ ซง่ึ ทาหน้าที่คอย ประนีประนอมระหว่างอิดและซุปเปอร์อีโกใ้ ห้แสดงออกตามความ เหมาะสม
ของสถานการณ์ ในขณะน้นั เชน่ คอยกดอิดมิ ใหแ้ สดงพฤติกรรมทไ่ี ม่เหมาะสมออกมา เมือ่ ยังไม่
ถึงเวลาหรอื คอยดงึ ซุปเปอร์ อโี กไ้ วม้ ิใหแ้ สดงพฤตกิ รรมท่ีดงี ามจนเกินไป จนตนเอง เดือดร้อน ถ้า
คนทม่ี ีจติ ผดิ ปรกติ เช่นเป็นโรคจติ โรคประสาท คือคนทอ่ี โี ก้แตก (Break down) ไมส่ ามารถคมุ อดิ
และซปุ เปอรอ์ ีโก้ไวไ้ ด้ มกั จะมีพฤตกิ รรมทไ่ี ม่เหมาะสมกับกาละเทศะกบั เหตุผล เชน่ เกดิ อาการ
คุม้ ดคี มุ้ ร้าย คุ้มดีคือสว่ นของซปุ เปอร์ อีโก้แสดงออกมา ค้มุ ร้ายคอื สว่ นของอดิ แสดงออกมา ฯลฯ
ดร. อารี รังสินันท์ (2530 : 15 - 16) กลา่ ววา่ โครงสรา้ งจิต 3 ระบบนีม้ สี ่วนสมั พนั ธ์กัน ถ้า
ทางาน สมั พันธก์ นั ดีการแสดงออกหรอื บุคลกิ ภาพกเ็ หมาะสมกบั ตน แตถ่ ้าโครงสรา้ งท้ัง 3 ระบบ
ทาหน้าท่ขี ดั แย้งกนั บคุ คลกจ็ ะมพี ฤตกิ รรมหรอื บุคลิกภาพทไี่ ม่ราบร่ืนปกติ หรือไม่เหมาะสม
แนวความคดิ กลุม่ นี้เนน้ จติ ไรส้ านกึ (Unconscious mind) จติ ไร้สานกึ นจ้ี ะ รวบรวมความคดิ ความ
ต้องการ และประสบการณท์ ี่ผู้เปน็ เจ้าของ จิตไมต่ อ้ งการจะจดจา จึงเกบ็ กดความรสู้ ึกตา่ ง ๆ เหล่าน้ี
ไวอ้ ยใู่ นจติ สว่ นนี้ และหากความคิด ความต้องการหรอื เกิดพฤตกิ รรมบางอยา่ งโดยไมร่ ้ตู ัว
อนึง่ ประสบการณ์ในชีวติ วัยเด็ก โดยเฉพาะช่วงแรกเกิดถงึ 5 ขวบท่ีเกี่ยวกับการอบรม เลีย้ ง
ดู ทไ่ี ด้รับ จะฝังแนน่ อยใู่ นจิตไร้สานึก และอาจจะแสดงออกเมอ่ื ถูกกระตนุ้ โดยเฉพาะในวยั ผใู้ หญ่
ฟรอยด์ บอกว่า จิตไรส้ านึกเป็นสาเหตใุ ห้มนุษย์แสดงพฤติกรรมและพฤติกรรม ท่ีฝงั แนน่ ใน
อดีต เปน็ เหตุใหแ้ สดง พฤติกรรมออกมาในปัจจบุ นั และอนาคต อนึง่ พฤตกิ รรม ทั้งหลายทแี่ สดง
ออกมาน้ัน ทา้ ยทีส่ ุดก็เพ่อื ตอบสนองความตอ้ ง การทางเพศ (Sexual need) น่นั เอง
ฟรอยด์ เน้นประสบการณ์ชีวิตในวัยเด็กมาก โดยเฉพาะในช่วงชวี ิตตง้ั แตแ่ รกเกิดจนถึง 5
ขวบ ประสบการณ์ตา่ งๆที่เดก็ ไดร้ ับในชว่ งนี้ โดยเฉพาะส่งิ ทป่ี ระทบั ใจ วิธีการอบรม เลยี้ งดู มักจะ
ฝังแนน่ อยู่ ในจติ ไร้สานกึ และจะแสดงออกมาเป็น พฤตกิ รรมในช่วงชวี ิต ทเ่ี ปน็ ผู้ใหญต่ อ่ มาซง่ึ คา้ น
กับความเห็นของนัก จติ วิทยากลุ่มอนื่ หรือนกั การศกึ ษา ที่เช่ือวา่ ไม่มผี ใู้ ด จดจาเหตกุ ารณท์ ่เี กิด
ขนึ้ กับตวั เองไดใ้ นชว่ งชวี ิตต้ังแต่ 5 ขวบลงไปจนถึงแรกเกิดได้ แตฟ่ รอยดบ์ อกว่า ส่งิ เหลา่ นี้มิไดห้ าย
ไปไหนแตก่ ลับฝงั ลึกลงไป ในส่วนของจดิ ทเี่ รียกวา่ จิตไรส้ านึก (กมลรัตน์ หลา้ สุวงษ.์ 2528 : 36)
พฒั นาการของมนุษย์ 5 ข้ัน ของฟรอยด์ ไดก้ ล่าวถงึ การแบง่ ขั้นพฒั นาการของมนุษย์
ผ.ศ. ดร. อารี รงั สนิ นั ท์ (2530 : 15 - 16)
ของฟรอยด์ว่าแบง่ เปน็ 5 ขน้ั คอื
1. ขนั้ ปาก (Oral Stage) อายุตั้งแต่แรกเกดิ - 2 ขวบ
2. ขั้นทวารหนกั (Anal Stage) อายุ 2 - 3 ขวบ
3. ขนั้ อวัยวะเพศ (Phallic Stage) อายุ 3 - 5 ขวบ
4. ขั้นแฝง (Latent Stage) อายุ 6 - 12 ขวบ
5. ข้ันวยั รนุ่ (Genital Stage) อายุ 13 - 18 ขวบ
รองศาสตราจารย์ กมลรัตน์ หล้าสุวงษ์ (2528 : 37 - 39) ไดก้ ลา่ วถงึ การแบง่ พัฒนาการของ
มนษุ ยข์ องฟรอยดว์ า่ ฟรอยดไ์ ดแ้ บ่งพฒั นาการของมนษุ ย์ แตกต่างจากนกั จิตวทิ ยาทา่ นอ่ืนกลา่ วคอื
ฟรอยด์ เช่ือว่า มนษุ ย์มอี วยั วะทไ่ี วตอ่ ความรูส้ กึ ในแตล่ ะชว่ งชวี ิตแตกต่างกนั ซึ่งฟรอยดเ์ รยี กว่าอีโร
จนี ัสโซน (Erogenus zone) จงึ ไดแ้ บง่ ข้ันพัฒนาการตามอวยั วะท่ีไวตอ่ ความรู้สึกออกเป็น 5 ข้นั และ
ไดก้ ล่าวถึงแต่ละขั้นไว้ ดังน้ี
1. ขน้ั ปาก (Oral Stage) ขัน้ น้ีเด็กต้องการการตอบสนองทางปากมากทส่ี ดุ เน่อื งจากปากเปน็
อวยั วะที่ไวต่อความร้สู กึ มากทีส่ ุดในชว่ งชีวติ น้ี ความสขุ ความพอใจของเดก็ อย่ทู ่กี ารไดร้ บั การ
ตอบสนองทางปาก เช่น การดดู นม การสัมผสั สงิ่ แปลกใหมด่ ้วยปาก ฯลฯ ถ้าเด็กได้รับการ
ตอบสนองเต็มที่ เมอ่ื โตข้นึ จะมบี คุ ลิกภาพทเ่ี หมาะสมไมพ่ ยายามใชป้ ากมากเกิน ไป รู้จักพดู หรือใช้
ปากไดเ้ หมาะกับกาละเทศะ หากเดก็ ได้รบั การขัดขวางต่อการตอบสนองทางปากในวยั นี้ เช่น การ
หยา่ นมเรว็ เกนิ ไป ถกู ตีเมื่อนาของเข้าปากทาให้เด็กรู้สึกกระวนกระวายและเรยี กรอ้ งท่ีจะชดเชยการ
ตอบสนองทางปากน้นั เมอ่ื มีโอกาส เรียกวา่ เกดิ การหยุดยง้ั พฒั นาการทางปาก (Oral Fixation) เมื่อ
มีโอกาสหรือโตเป็นผู้ใหญ่มักมีบุคลกิ ภาพที่ชอบใช้ ปาก เชน่ ชอบนินทาว่ารา้ ย ชอบสูบบหุ รี่ รบั
ประทางอาหารบ่อย ๆ เกินความจาเปน็ เปน็ ตน้
2. ขั้นทวารหนัก (Anal Stage) ข้ันนี้ เด็กต้องการตอบสนองทางทวารหนกั มากที่สุดมากกวา่
ทางปาก เช่น พฒั นาการขน้ั แรกเด็กวัยนี้จงึ ไมช่ อบรับประทานมากเทา่ กับการเล่น โดยเฉพาะการ
เล่นทสี่ มั ผัสทางทวารหนกั ตลอดจนความสุขในการขับถ่ายซึง่ ตรงกบั การฝกึ หดั ขับถ่าย (Toilet
Training) ของเด็กวยั นี้ถ้าผใู้ หญ่ทเ่ี ข้าใจจะรู้จกั ผ่อนปรน คอ่ ย ๆ ฝึกเดก็ ให้รูจ้ กั ขบั ถ่ายไดด้ ว้ ยวธิ ีท่ี
นุม่ นวล การพัฒนาการข้นั นีก้ ไ็ มม่ ีปญั หาเดก็ โตข้ึนจะมีบุคลกิ ภาพทเี่ หมาะสม แต่ถา้ เกดิ การหยุดยั้ง
พฒั นาการข้ันนี้ (Anal Fixation) เนอื่ งจากผูใ้ หญบ่ ังคบั เดก็ ในการฝกึ หดั ขบั ถา่ ยมากเกินไป เช่น ตอ้ ง
ขับถ่ายเป็นเวลา ถา้ ไมท่ าตามจะถกู ลงโทษจะทาให้เกิดความไม่พอใจฝังแนน่ เข้าไปสจู่ ิตไร้สานึก
โดยไม่รตู้ ัวและแสดงพฤติกรรมออกมาใหเ้ หน็ ชัด 2 ลักษณะที่ตรงกนั ขา้ ม คือ อาจจะมลี ักษณะใด
ลักษณะหนงึ่ แล้วแต่ความเข้มทางบุคลกิ ภาพของเด็ก นนั้ ๆ คอื
ก. บคุ ลิกภาพแบบสมบรู ณ์ (Perfectionist) คอื เป็นคนเจา้ ระเบียบ จู้จ้ี ยา้ คิดย้าทา กังวลมาก
เกนิ ไป โดยเฉพาะเร่อื งความสะอาด ลกั ษณะนี้มกั เกิดกบั เดก็ ทมี่ บี ุคลกิ ภาพออ่ นแอ
ข. บคุ ลิกภาพแบบอันธพาล (Anti social) คือเปน็ คนไมย่ อมคนชอบคัดคา้ นค่านยิ มหรือ
ระเบียบแบบแผนทว่ี างไว้ ลกั ษณะน้ีมกั เกิดกบั เด็กท่มี ีบุคลกิ ภาพเข้มแข็งนอกจากนยี้ งั พบวา่ คนทีม่ ี
Anal Fixation น้ียงั เปน็ นกั สะสมสิ่งของตา่ ง ๆ ตลอดจนมีพฤตกิ รรมอ่านหนงั สือพิมพ์บนโถส้วม
นานๆ ชอบนงั่ ทใ่ี ดทห่ี นึง่ นาน ๆ ด้วย
3. ข้ันอวัยวะเพศ หรือขน้ั ความรู้สกึ ทางเพศแบบแฝง (Phallic Stage)ขน้ั นี้ เดก็ เริม่ เกิด
ความรสู้ กึ ทางเพศแตเ่ ปน็ แบบแฝง กลา่ วคือมไิ ด้หมายความว่าเดก็ วยั นเ้ี กดิ ความรสู้ กึ ทางเพศโดยตรง
ได้แก่ อยากมีคคู่ รองแต่หมายถงึ ความรสู้ กึ ผูกพัน ท่ีเกดิ ขนึ้ ตอ่ บดิ ามารดาท่ีมเี พศตรงข้ามกบั เดก็
เช่นเดก็ หญงิ รกั และตดิ พอ่ หวงแหนพอ่ แทนแม่ ฟรอยด์อธิบายว่าในขณะเดียวกนั เดก็ จะรู้สกึ อิจฉา
แม่ เพราะเรยี นรวู้ ่า พ่อรักแม่ เกิดปมอิจฉา (Oedipus Complex) ข้ึนเหน็ แม่เปน็ คูแ่ ขง่ และพยายาม
เลียนแบบพฤตกิ รรมของแม่ ซง่ึ เป็นแบบฉบบั ของสตรเี พศ ทาให้เด็กหญิง มีลักษณะเปน็ หญงิ เมอื่ โต
ขน้ึ ในทานองเดยี วกนั เดก็ ชายกจ็ ะรักและตดิ แม่หวงแหนและเป็นหว่ งแม่ ฟรอยด์อธิบายวา่ เด็กชาย
จะรสู้ กึ อจิ ฉาพ่อ เพราะเรยี นร้วู า่ แมร่ กั พ่อ เกิดปมอิจฉา (Oedipus Complax) พ่อ เห็นพ่อเป็นคู่แข่ง
พยายามเลยี นแบบพฤตกิ รรมของพอ่ ซ่ึงเป็นแบบฉบบั ของบรุ ุษเพศ ทาใหเ้ ด็กชายมีลักษณะเป็นชาย
อยา่ งสมบูรณเ์ ม่ือโตเป็นผู้ใหญ่ ดังนัน้ Oedipus Complax จงึ เปน็ สิ่งทีด่ เี พราะจะสง่ เสรมิ ใหเ้ ดก็ มี
พฒั นาการได้เหมาะสมกับเพศของเขา ตามทก่ี ล่าวมาแลว้ ขา้ งตน้ น้ี เป็นการพัฒนาการเป็นไป
ตามลาดับข้ันอยา่ งดียิง่ แตถ่ า้ เกิดการหยดุ ย้ังพฒั นาการของ ขั้นนี้ (Phallic Fixation) จะเกิดพฤตกิ รรม
ดังน้ี เด็กหญงิ ขณะท่เี ลยี นแบบแม่ ซงึ่ เปน็ แบบฉบบั ถ้าแมเ่ ปน็ แบบฉบบั ไม่ดี เดก็ ไม่ศรทั ธาในทีส่ ดุ
เด็กกจ็ ะหันไปเลียน แบบพ่อ เน่ืองจากมคี วามนยิ มศรัทธาอยเู่ ป็นทุนเดิมแลว้ พฤตกิ รรมท่ปี รากฏก็
คือ เดก็ ผหู้ ญิงเป็นลกั เพศ (Lesbian) คอื มี พฤติกรรมและความรสู้ กึ เยย่ี งชายในทานองเดียวกัน
เดก็ ชายขณะทเี่ ลยี นแบบพ่อซึ่งเปน็ แบบฉบับ ถ้าพอ่ เป็นแบบฉบับไม่ดี เดก็ ไมศ่ รัทธาในที่สดุ เด็กก็
จะหนั ไปเลยี นแบบแม่โดยตรง เพราะรักและศรัทธาแม่เปน็ ทุนเดมิ อยแู่ ลว้ พฤตกิ รรมท่ปี รากฏก็คอื
เดก็ ชายเป็นลกั เพศ (Homosexual)
4. ข้นั แฝง (Latent Stage) เปน็ ระยะกอ่ นทีเ่ ดก็ จะเปลยี่ นแปลงเขา้ สวู่ ยั รุน่ กิตกิ ร มที รพั ย์
(2530 : 70 - 71) กลา่ วถึงเดก็ วัยรุ่นซอ่ นเรน้ หรือลาเทนซ่ี (Latency) วา่ การเติบโตทางกาย คอ่ ย ๆ ชา้
ลง แต่การเตบิ โตทางจิตใจ (Memtal awarenss) ไปเรว็ มาก เดก็ ๆ มักถกู มองว่า "แสนรู้" หรอื "แก่
แดด" เดก็ จะร้จู ักพิพากษ์วจิ ารณส์ นใจไปในทางคน้ หา คน้ ควา้ ตา่ ง ๆ สนใจสงิ่ นั้นสิ่งน้อี ยู่มไิ ดข้ าด
เดก็ บางคนอาจพดู ในส่ิงที่แหลมคมที่ทาใหผ้ ูใ้ หญค่ ิดและน่าท่ึง หรอื พดู อะไรเชยๆ นกั จติ วทิ ยาชาว
สวีเดนผ้หู น่ึง ชือ่ เดวดิ บยี อรก์ ลนุ ด์ เป็นศาสตราจารย์ วชิ าจิตวทิ ยามหาวทิ ยาลัยฟลอริดา ใน
อเมริกากล่าวว่า เมอ่ื เด็กวยั Latency มีความคิดใคร่ครวญ ผู้ใหญ่ ไมค่ วรละเลย ดดู ้วยท่จี ะใหเ้ ด็กได้
คดิ เรอ่ื งหนัก ๆ บ้างตามความสนใจของเขาตัง้ แต่การวางแผนงานบ้าน การบ้าน หรือสรา้ งวนิ ัยใน
บา้ นใหเ้ ขาได้มีโอกาส รับร้หู รือมสี ่วนรว่ มกบั ปญั หารายรับ - รายจา่ ยในครัวเรอื น ปญั หา
คณิตศาสตร์ งา่ ย ๆ หรือปญั หาประสบการณ์ ชวี ติ บางประการซึง่ ผ้ใู หญ่เคยคิดวา่ เขาไม่รู้ หรือไม่
ควรรู้
5. ข้นั วยั รุ่น (Genital Stage) เดก็ หญงิ จะเริม่ สนใจเดก็ ชายและเดก็ ชายจะเรม่ิ สนใจเดก็ หญิง
เปน็ ระยะทเี่ ด็ก จะมคี วามสัมพนั ธ์ระหวา่ งเพศอย่างแทจ้ รงิ พฤติกรรมทางเพศของบุคคลในวัยน้ี จงึ มี
ลกั ษณะท่ีบ่งถึงวฒุ ภิ าวะทาง อารมณ์หรอื ความสามารถในการปรบั ตวั ให้เขา้ กบั ส่งิ แวดลอ้ มไดอ้ ยา่ ง
เตม็ ทพี่ ฒั นาการทางเพศท่ีเกดิ ขนึ้ ในระยะนี้ เรยี กว่า ข้นั วุฒิภาวะทางเพศอันมไิ ดห้ มายถึงอวัยวะเพศ
อย่างเดยี วรวมถงึ พฤติกรรมท่ีแสดงถงึ วุฒิภาวะทางด้าน อารมณ์และสติปญั ญาเด็กชายจะเปล่ยี นจาก
การหลงรกั แม่ตนเองไปและเดก็ หญงิ กจ็ ะหนั จากหลงรกั พ่อไปรักเพศ ชายทัว่ ไป