พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล
( Business Digital Basic )
ระดับชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง (ปวส.)
เรียบเรียงโดย
นางสาวรอยฮาน ยามา
ชั้น ปวส.1/1 สาขา เทคโนโลยธุรกิจดิจิทัล
วิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี
คำนำ
รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา พื้นฐานธุรกิจดิจัทัล (30204-2001)
ระดับชั้นประกาศณียบัตรวิชาชีพขั้นสูง (ปวส.) โดยมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาหาความรู้
ที่ได้จากเรื่องพื้นฐานธุรกิจดิจัทัล ซึ่งรายงานนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้และเป็นที่มาของ
พื้นฐานธุรกิจดิจิทัลและประโยชน
์
ผู้จัดทำได้เลือกหัวข้อนี้ในการทำรายงาน เนื่องจากเป็นเรื่องที่น่าสนใจ รวมถึงเป็น
การเพิ่มความรู้และทักษะการเรียนรู้ในวิชาพื้นฐานธุรกิจดิจิทัลและยังเป็นแนวทาง
การศึกษาให้เพื่อน ๆ ทุกคนที่สนใจจะศึกษาหาความรู้ผู้จัดทำหวังว่ารายงานฉบับนี้จะให้
ความรู้ไม่มากก็น้อย และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกๆ คน ขอขอบคุณค่ะ
ผู้จัดทำ
รอยฮาน ยามา
สารบัญ
เรื่อง หน้า
บทนำ 1 หลักการของธุรกิจดิจิทัล 1
1.1 หลักการของธุรกิจดิจิทัล 2-3
บทนำ 2 โครงสร้างพื้นฐานธุรกิจดิจิทัล 4
2.1 โครงสร้างพื้นฐานธุรกิจดิจิทัล
5-6
บทนำ 3 นวัตกรรมสำหรับธุรกิจดิจิทัล
7
3.1 นวัตกรรมสำหรับธุรกิจดิจิทัล 8-9
บทนำ 4 ระบบการทำธุรกรรมในธุรกิจดิจิทัล
10
4.1 ระบบการทำธุรกรรมในธุรกิจดิจิทัล
11-13
บทนำ 5 สื่อสังคมออนไลน์กับธุรกิจดิจิทัล
14
5.1 สื่อสังคมออนไลน์กับธุรกิจดิจิทัล
15-17
บทนำ 6 ธุรกิจดิจิทัลโมบาย
18
6.1 ธุรกิจดิจิทัลโมบาย
19-20
บทนำ 7 ความมั่นคงปลอดภัยในการทำธรกรรมดิจิทัล
ุ
21
7.1 ความมั่นคงปลอดภัยในการทำธุรกรรมดิจิทัล
22-23
บทนำ 8 กฎหมายและจริยธรรมและการทำธุรกรรมดิจิทัล
8.1 กฎหมายและจริยธรรมและการทำธุรกรรมดิจิทัล
24
25-27
บทนำ 9 กรณีศึกษาธุรกิจดิจิทัล
9.1 กรณีศึกษาธุรกิจดิจิทัล 28
29-30
บทนำ
ิ
1. หลักการของธุรกิจดิจทัล
Digital Business คือการนำเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาพัฒนา
ธุรกิจที่ทำอยู่เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ทั้งผู้ประกอบการและ
ผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆแต่จุดประสงค์หลักๆ
ก็คือการหาทางเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจนั่นเอง เช่น การนำ
ึ
Application มาช่วยในการเข้าถงผู้บริโภคยุคใหม่ที่ชอบใช้ smart
phone,การสร้างช่องทางขายผ่านสื่อ Social mediaต่างๆ
1. หลักการของธุรกิจดิจิทัล
ธุรกิจยุคดิจิตอล คืออะไร ? Digital Business คำศัพท์ใหม่ที่เกิดขึ้นในวงการธุรกิจ
ยุคปัจจุบันซึ่งมีการพูดถึงมาสักระยะหนึ่งแล้ว ในบทความนี้จะมาแนะนำให้รู้จักกับ Digital
Business ว่าคืออะไร
ก่อนที่เราจะพูดถึงเรื่องธุรกิจแบบดิจิตอลนั้นมาทำความรู้จักคำว่าธุรกิจกันแบบคร่าวๆก่อน
ี
ธุรกิจคือการทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายๆเรื่องที่เชื่อมโยงกันโดยมกิจกรรมหลักคือ
ู้
ั
ิ
ผลิตสินค้าหรือบริการและแลกเปลี่ยนกันระหว่างผผลตกบผบริโภคทำให้เกิดการหมุนเวียน
ู้
ในระบบเศรษฐกิจขึ้น โดยธุรกิจมีเป้า-หมายคือผลตอบแทน กำไรจากการขายสินค้าหรือ
บริการและผลประโยชน์ต่างๆ หลกการสำคัญคือ “ทำให้เขาเชื่อแล้วเกบเงินเข้ากระเป๋า”
็
ั
Digital Business Meaning
Digital Business คือการนำเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาพัฒนาธุรกิจที่ทำอยู่เพื่อเพิ่มความ
สะดวกสบายให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆแต่
ิ่
จุดประสงค์หลักๆก็คือการหาทางเพมยอดขายให้กบธุรกิจนั่นเอง เช่น การนำ Application
ั
ู้
มาช่วยในการเข้าถึงผบริโภคยุคใหม่ที่ชอบใช้ smart phone,การสร้างช่องทางขายผ่านสื่อ
ั่
Social mediaต่างๆและการทำโฆษณารวมไปถึงการสงซื้อและจัดส่งสินค้าในแบบ online
เป็นต้น ภาพรวมของ Digital Business คือการเปลี่ยนแปลงธุรกิจที่มีอยู่แบบเดิมให้เป็น
ธุรกิจแบบที่มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้าง
การเปลี่ยนแปลงธุรกิจจากแบบเดิมไปสู่ Digital Business ทำอย่างไร?
ั
ี
ปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางธุรกิจให้มความทันสมยเหมาะสมกับผู้บริโภคยุค
ใหม่มากยิ่งขึ้น เช่นการ ทำการตลาดยุคดิจิตอล ให้ผบริโภคมพลงในการเลือกซื้อ
ู้
ั
ี
ู
สินค้าหรือบริการ มีข้อมลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการให้รับรู้ได้ครบรอบด้าน สร้าง
ั
ู
ิ่
ความน่าเชื่อถือในbrandให้มากยิ่งขึ้น เพมมลค่าด้วยการสร้างภาพลกษณ์ทำให้
ึ
ื่
ผู้บริโภครู้สกได้รับการยกระดับเมอใช้สินค้าหรือบริการนั้นๆ
พัฒนาสินค้าและบริการให้มีความคิดที่แตกต่าง สร้างสรรค์ ไม่ซ้ำใคร ตรงนี้จะทำ
ให้สินค้าหรือบริการมีความเป็น Innovation มากยิ่งขึ้นซึ่งจะทำให้ตอบสนองต่อ
้
ความต้องการของผบริโภคที่ตองการอะไรใหมๆที่มีประโยชน์กับชีวิตได้มากยิ่งขึ้น
่
ู้
สร้าง facility ที่มีความรวดเร็ว ว่องไวให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นอย่างเช่น ช่อง
่
ั่
ทางการสงซื้อ,จัดสง–รับสินค้า,การชำระเงิน เป็นต้น ทุกอย่างควรสะดวก ง่ายและ
ู
ื่
ู้
รวดเร็ว มีระบบการเกบข้อมลจากผบริโภคเพอนำไปปรับปรุงและใช้วิเคราะห์
็
แนวทางในการดำเนินธุรกิจในภายภาคหน้า ตรงนี้จะต้องใช้เทคโนโลยีในการเกบ
็
และวิเคราะห์ข้อมูลนั่นเอง ดังนั้นความสำคัญของ Digital Business ก็คือการ
ปรับเปลี่ยนรูปแบบของธุรกิจที่เป็นอยู่แบบเดิมให้มีความทันสมย,online สามารถ
ั
ตอบสนองต่อความต้องการของผบริโภคยุคใหม่ได้ทันท่วงที เพมยอดขายและลด
ู้
ิ่
ต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ
https://images.app.goo.gl/qgWJwEXKVfXDgoD56
บทนำ
2. โครงสร้างพื้นฐานธุรกิจดิจิทัล
การพัฒนาเขตการค้าเสรีดิจิทัล (DFTZ) ในมาเลเซียจะทำให้
มาเลเซียเป็ศูนย์กลางอีคอมเมิร์ซของภูมิภาค ซึ่งสอดคล้องกับ
แนวคิด Electronic World Trade Platform (eWTP) เป็นการ
สร้างเขตการค้าเสรีแบบดิจิทัล ทำให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาด
ย่อมสามารถเชื่อมต่อกับการค้าทั่วโลกผ่านทาง e-commerce ได้
อย่างสะดวก การอำนวยความสะดวกทางด้านศุลกากรแก่ธุรกิจอี
คอมเมิร์ซ การยกเว้นภาษี การลดอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ
และช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น
และนี่ถือเป็น “ฮับอีคอมเมิร์ซ” แห่งแรกนอกประเทศจีนของอาล ี
บาบา
2. โครงสร้างพื้นฐานธุรกิจดิจิทัล
ในบทความนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึงเหตุผลทางปัจจัยส่วนหนึ่งที่อาจทำให้อาลบา
ี
บาเลือกประเทศมาเลเซียมากกว่าประเทศไทยในการลงทุนและพฒนาเขตการค้าเสรี
ั
ดิจิทัล (DFTZ) โดยคำนึกถึงปัจจัยดัชนีความพร้อมโครงข่าย (Networked
Readiness Index: NRI) การอำนวยความสะดวกทางการค้า (Trade
Facilitation Agreement: TFA) และศักยภาพการอำนวยความสะดวกทางการค้า
ด้วย Trade Facilitation Indicator
ดัชนีความพร้อมโครงข่าย (Networked Readiness Index: NRI) ที่ว่าด้วย
การประเมินความพร้อมด้านเครือข่ายของประเทศทั่วโลกในด้านสภาพแวดล้อม
การเมือง การตลาด โครงสร้างพื้นฐาน ความพร้อมของธุรกิจ ภาครัฐ และบุคคล
ื่
รวมถึงการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอสาร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการ
สร้าง Digital Economy ปัจจุบันดัชนีความพร้อมโครงข่าย มการจัดอันดับ
ี
ครอบคลุมประเทศทั้งสิ้น 139 ประเทศ ปัจจัยหลักที่ใช้ในการพิจารณาการจัดอันดับ
่
ดัชนีความพร้อมทางเครือข่าย ประกอบด้วย 4 ปัจจัยหลัก ได้แก ด้าน
สภาพแวดล้อม (Environment) ด้านความพร้อม (Readiness) ด้านการใช้
(Usage) และด้านผลกระทบ (Impacts)
เมื่อพิจารณาผลการจัดอันดับ ปี 2559 พบว่า ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 62
ของทั้งหมด 139 ประเทศ โดยมีปัจจัยธุรกิจและสภาพแวดล้อมในการสร้างสรรค์
นวัตกรรม (business and innovation environment) เป็นประเด็นที่ไทยอยู่ใน
ื่
อันดับที่ดีที่สุดเมอเปรียบเทียบกับด้านอื่น ๆ โดยอยู่ในอันดับที่ 48 นอกจากนี้ ยังม ี
ปัจจัยอื่นที่ไทยขยับขึ้นมาก คือ ความสามารถในการเข้าถึงการสื่อสาร
(Affordability) อยู่อันดับ 64 รองลงมาปัจจัยผลกระทบทางเศรษฐกิจ
(Economic impacts) อันดับที่ 74 อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเปรียบเทียบการ
พัฒนาดัชนีความพร้อมโครงข่ายระหว่างปี 2555 กับปี 2559 จะเห็นได้ว่า
โครงสร้างพื้นฐานและดิจิทัลคอนเทน (Infrastructure and digital content)
และการใช้งานของภาคประชาชน (Individual usage) มีความพร้อมอย่างก้าว
ั
ิ่
กระโดด ทั้งนี้ดัชนีความพร้อมด้านอื่นๆก็เพมขึ้นตามการพฒนาของประเทศ
ขณะเดียวกันจากผลการจัดอันดับ ปี 2559 พบว่า ประเทศมาเลเซียอยู่อันดับ
ที่ 31 ของทั้งหมด 139 ประเทศ โดยมีปัจจัยการใช้งานของภาครัฐ (Government
ั
usage) เป็นประเด็นที่มาเลเซียอยู่ในอันดับที่ดีที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกบด้านอื่น ๆ
โดยอยู่ในอันดับที่ 6 นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่มาเลเซียขยับขึ้นมาก คือ ปัจจัยทาง
ธุรกิจและสภาพแวดล้อมในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Business and innovation
environment) อยู่อันดับ 18 รองลงมาเป็นปัจจัยทางสภาพแวดล้อมทางการเมือง
และกฎระเบียบ (Political and regulatory environment) อันดับที่ 24 อย่างไร
ก็ตาม หากพิจารณาเปรียบเทียบการพัฒนาดัชนีความพร้อมโครงข่ายระหว่างปี
2555 กับปี 2559 จะเห็นได้ว่า การใช้งานของภาคประชาชน (Individual usage)
การใช้งานของภาคธุรกิจ (Business usage) และธุรกิจและสภาพแวดล้อมในการ
สร้างสรรค์นวัตกรรม (business and innovation environment) มีความพร้อม
ที่เพิ่มขึ้น มีเพียงความสามารถในการเข้าถึงการสื่อสาร (Affordability) ที่ลดลง
ี
ทั้งนี้ดัชนีความพร้อมด้านอื่นๆ มแนวโน้มทรงตัว
https://images.app.goo.gl/QUui4mVEdD3cbz1w6
บทนำ
3. นวัตกรรมสำหรับธุรกิจดิจิทัล
ในโลกยุคปัจจุบันนี้ เราต่างได้ยินคำว่า เทคโนโลยี ดิจิทัล
ออนไลน์ และนวัตกรรมอยู่บ่อยครั้งในชีวิตประจำวัน ทั้งด้านการ
ติดต่อสื่อสาร การเก็บข้อมูล หรือการทำธุรกรรมทางการเงิน แต่
หลายคนก็ยังไม่คุ้นเคยกับการนำสิ่งเหล่านี้มาใช้กับการทำงานในเชิง
อุตสาหกรรม All Around Plastics ฉบับนี้จะพาทุกท่านไปทำ
ความรู้จักกับนวัตกรรมดิจิทัลที่จะมาชวยเพิ่มประสิทธิภาพของการ
่
ทำงานในแง่มุมธุรกิจและอุตสาหกรรมให้มากยิ่งขึ้น
3. นวัตกรรมสำหรับธุรกิจดิจิทัล
่
นวัตกรรมดิจิทัล จึงไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่แค่การคิดค้นสินค้าขึ้นมาใหม หรือ
ั
ี
สร้างสินค้าที่ไม่เคยมมาก่อนบนโลก แต่เป็นการนำเทคโนโลยีมาทำงานร่วมกบข้อมูล
พัฒนามาเป็นนวัตกรรมการจัดการรูปแบบใหม ที่ตอบโจทย์ความต้องการของ
่
ผู้ใช้งานได้
เป้าหมายแรกในการนำเอาเรื่องดิจิทัลมาใช้ในการจัดการโรงงานของเอสซีจี คือการ
เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัท จากเมื่อก่อนที่อุตสาหกรรมจะเน้น
้
แข่งขันกันแต่พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ แต่ในความเป็นจริงแลวนวัตกรรมไม่ได้
เฉพาะเจาะจงเพียงเรื่องของผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เท่านั้น แต่ยังปรับใช้กบเรื่องการ
ั
คิดค้นระบบการจัดการข้อมูล หรือระบบการทำงานที่นำเทคโนโลยีมาช่วยให้ม ี
ประสิทธิภาพมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น Augmented Reality (AR) เทคโนโลยีที่จำลองภาพเสมือน 3 มิติเข้า
ื่
ึ
มาทับซ้อนกับภาพจริงซึ่งใช้กันแพร่หลายในวงการเกมเพอทำให้ผู้เล่นรู้สกสมจริง
ยิ่งขึ้น กสามารถนำมาใช้กบการวิเคราะห์เครื่องจักรในโรงงานได้โดยนำมาปรับให้
ั
็
สามารถเชื่อมต่อภาพเครื่องจักรและแสดงข้อมูลให้วิศวกรผู้เชี่ยวชาญสามารถ
ตรวจสอบสภาพเครื่องจักรผ่านเครื่องมอสื่อสารหรือคอมพิวเตอร์ได้แม้ไม่ได้อยู่หน้า
ื
ื่
เครื่องจักร เป็นต้น หรืออุปกรณ์อย่างโดรนที่คนทั่วไปใช้ในการถ่ายภาพวีดีโอ เมอ
นำมาผสมผสานกับเทคโนโลยี RFID ก็สามารถประยุกต์ใช้กับการติดตามความ
คืบหน้าของโครงการกอสร้างต่าง ๆ ได้รวดเร็ว สามารถเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น เป็น
่
ต้น จะเห็นได้ว่านวัตกรรมดิจิทัลนั้นถูกพัฒนาขึ้นตามความต้องการของลูกค้าหรือ
ผู้ใช้งานนั่นเอง แนวคิดในการทำงานเรื่องดิจิทัลของเอสซีจีคือ เราต้องอยู่ใกล ้
เทคโนโลยี เข้าใจความต้องการของลกค้าทั้งภายในและภายนอก และมีความพร้อม
ู
ในการผสมผสานข้อมลกบเทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็ว
ั
ู
์
“ด้วยความที่ธุรกิจเคมิคอลส เอสซีจี มีประสบการณ์ในเรื่องการบริหารจัดการ
โรงงานปิโตรเคมมามากกว่า 30 ปี ทำให้เราเห็นความต้องการที่ชัดเจนว่าอะไรจะ
ี
่
ช่วยให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไมว่าจะเป็นเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพของ
กระบวนการผลิต ความปลอดภัย ตลอดจนการบำรุงรักษา เราก็นำความต้องการ
ื่
นั้นมาเป็นตัวตั้งต้น เพอหาโซลูชันใหม่ ๆ มาพัฒนาหรือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างม ี
ประสิทธิภาพ และทำได้รวดเร็วขึ้น”
การพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างความสามารถในการ
็
แข่งขัน เมื่อวิเคราะห์เห็นจุดที่ยังขาดประสิทธิภาพกต้องเร่งเข้าไปจัดการ
์
ในช่วงระยะเวลา 10-20 ปีที่ผ่านมานี้ ธุรกิจเคมิคอลส เอสซีจี ได้พฒนา AI ขึ้น
ั
้
มาแลวกว่า 60 ตัวสำหรับจัดการงานในโรงงานเป็นหลัก ซึ่งเป้าหมายถัดไปคือการ
พัฒนานวัตกรรมดิจิทัลเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในธุรกิจเคมิคอลส์ได้อย่างรวดเร็วและม ี
ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
คุณมงคลให้ความเห็นเพิ่มเติมถึงการใช้นวัตกรรมดิจิทัลว่า “ที่ผ่านมาเอสซีจีให้
ั
ความสำคัญกับการพฒนานวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า
อยู่แลว แต่เราต้องการจะทำให้เหนือความคาดหมายขึ้นไปอีก ต้องการสร้างความ
้
น่าตื่นเต้นให้ธุรกิจ สร้างนวัตกรรมดิจิทัลที่ตอบความต้องการลกค้าแบบล้ำหน้าไป
ู
อีกขั้น”
https://images.app.goo.gl/WhTJ3Rwu1aLVKLnH8 https://images.app.goo.gl/zGz4ymryCFptekUm8
บทนำ
4. ระบบการทำธุรกรรมในธุรกิจดิจิทัล
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รูปแบบการชำระเงินของไทยมีการ
เปลี่ยนแปลงไปสู่การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Digital
Payment อย่างชัดเจน ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนแปลง
ดังกล่าว มาจากความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการวางรากฐาน
ถนนการชำระเงินของไทยด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
ั
ทั้งการพัฒนาระบบพร้อมเพย์ การพฒนามาตรฐาน Thai QR Code
เพื่อการชำระเงิน รวมถึงการวางเครื่องรับบัตร เพื่อขยายบริการชำระ
เงินทางอิเล็กทรอนิกส์ให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น
4. ระบบการทำธุรกรรมใรธุรกิจดิจิทัล
ในระยะต่อไป ยังมีโจทย์ท้าทายที่ ธปท ต้องดำเนินการต่อ คือ ทำอย่างไรให้
ื
Digital Payment ไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลอก แต่เป็นวิธีการชำระเงินหลักของภาค
ประชาชน ภาครัฐ และภาคธุรกิจ ธปท. จึงได้จัดทำแผนกลยุทธ์ระบบการชำระเงิน
ื่
ฉบับที่ 4 เพอเป็นกรอบทิศทางในการพัฒนาระบบการชำระเงินของไทยในช่วงปี
2562 - 2564 โดยแผนกลยุทธ์ฯ ฉบับนี้ ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศ
่
หรือ Ecosystem ที่เอื้อต่อการพฒนานวัตกรรม สงเสริมการแข่งขัน และตอบโจทย์
ั
ความต้องการของผู้ใช้บริการแต่ละกลมโดยเฉพาะ e-Commerce และ Social
ุ่
ี
Commerce ที่มการเติบโตสง รวมถึงกลมธุรกิจทั้ง SMEs และธุรกิจขนาดใหญ่
ุ่
ู
ตลอดจนเร่งขยายการใช้งาน Digital Payment ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยม ี
กรอบการพฒนาที่สำคัญ 5 ด้าน ดังนี้
ั
ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินที่เชื่อมโยงกัน (Interoperable
Infrastructure)
โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินสมัยใหม่ต้องเป็นระบบที่เปิดโอกาสให้
สามารถใช้งานร่วมกันหรือเชื่อมโยงกบระบบอื่นได้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการพฒนาต่อ
ั
ั
ยอดนวัตกรรม และสนับสนุนการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการ โดยยังคงให้
ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงปลอดภัย โดยมาตรการที่
สำคัญในด้านนี้ประกอบด้วย
(1) เพิ่มขีดความสามารถและยกระดับการบริหารความเสี่ยงของระบบการ
ชำระเงินที่มีความสำคัญ ได้แก่ ระบบพร้อมเพย์ ระบบบาทเนต และระบบของผ ู้
ให้บริการชำระเงิน ทั้งที่เป็นสถาบันการเงินและผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน
(Non-banks) ให้รองรับปริมาณและมลค่าธุรกรรมที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สามารถ
ู
ให้บริการได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
ั
ั
(2) ผลกดันการใช้มาตรฐานข้อความสากล ISO20022 กบระบบการ
ชำระเงินที่สำคัญเพื่อรองรับการรับ-สงข้อมูลการชำระเงิน ข้อมูลทางธุรกิจ และการ
่
เชื่อมโยงกับต่างประเทศ
(3) ออกมาตรฐาน Biometrics สำหรับการยืนยันตัวตนในกระบวนการ
รู้จักลูกค้าผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Know-Your-Customer: e-
KYC) ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพฒนานวัตกรรมชำระเงินในอนาคต
ั
(4) เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเงนสด เพื่อลดต้นทุนของระบบ
ิ
เศรษฐกิจโดยรวม
ด้านการส่งเสริมนวัตกรรมและบริการชำระเงิน (Innovation)
เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงนเข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตใน
ิ
ั
ปัจจุบันและสร้างโอกาสในการพฒนาบริการทางการเงินที่สะดวก ปลอดภัย ต้นทุน
ต่ำลง ดังนั้น การสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการพัฒนาและ
ประยุกต์ใช้นวัตกรรมจึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ระบบการชำระเงินในอนาคตมีการ
พัฒนาให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายทั้งภาคประชาชน ภาค
ธุรกิจ และภาครัฐ โดยมาตรการสำคัญในด้านนี้ประกอบด้วย
(1) สนับสนุนให้สถาบันการเงินทดสอบนวัตกรรมเฉพาะรายใน Sandbox
ของตนเอง (Own Sandbox) เพื่อเปิดโอกาสทางธุรกิจและตอบโจทย์ของลูกค้าได้
รวดเร็วยิ่งขึ้น
(2) ผลกดันโครงการนำร่องร่วมกับภาครัฐและเอกชนเพื่อใช้กระบวนการ
ั
ทำงานแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Business) และ Digital Payment อย่างครบวงจร
ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและเพมประสิทธิภาพของกระบวนการทำงาน
ิ่
ั
(3) สนับสนุนการพฒนาบริการชำระเงินโดยใช้เทคโนโลยีที่หลากหลาย
อาทิ Bio-payment, Contactless Payment บริการทางเลือกทดแทนการใช้เช็ค
และบริการโอนเงินและชำระเงินระหว่างประเทศที่สะดวก ต้นทุนต่ำ
(4) นำกระบวนการออกกฎเกณฑ์ที่ดีหรือ Regulatory Impact
่
Assessment (RIA) มาใช้ในกระบวนการออกและทบทวนหลักเกณฑ์เพื่อสงเสริม
นวัตกรรมและลดภาระผู้ให้บริการ
ด้านการส่งเสริมการเข้าถึงและการใช้บริการชำระเงิน (Inclusion)
ั
การพฒนา Digital Payment ของไทยจะเกิดประโยชน์สูงสุด หาก
สามารถตอบโจทย์การใช้งานของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ ดังนั้นจึงจำเป็นต้อง
่
สร้างโอกาสในการเข้าถึงและสงเสริมการใช้ Digital Payment ที่สะดวกและ
แพร่หลาย เพื่อทดแทนการใช้เงินสดและเช็ค โดยมาตรการสำคัญประกอบด้วย
https://images.app.goo.gl/c6yuKV6BuNg96Mtb9
บทนำ
5. สื่อสังคมออนไลน์กับธุรกิจดิจิทัล
สื่อสังคมออนไลน์ หมายถึง สื่อดิจิทัลที่เป็นเครื่องมือในการ
ปฏิบัติการทางสังคม (Social Tool) เพื่อใช้สื่อสารระหว่างกันใน
เครือข่ายทางสังคม (Social Network) ผ่านทางเว็บไซต์และ
โปรแกรมประยุกต์บนสื่อใดๆ ที่มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต โดย
เน้นให้ผู้ใช้ทั้งที่เป็นผู้ส่งสารและผู้รับสารมีส่วนร่วม (Collaborative)
ึ้
อย่างสร้างสรรค์ ในการผลิตเนื้อหาขนเอง (UserGenerateContent:
UGC) ในรูปของข้อมูล ภาพ และเสียง
5. สื่อสังคมออนไลน์กับธุรกิจดิจิทัล
ั
ประเภทของสื่อสังคมออนไลน์ มีด้วยกันหลายชนิด ขึ้นอยู่กับลกษณะของการนำมาใช้
โดยสามารถแบ่งเป็นกลุ่ม หลักดังนี้
่
1. Weblogs หรือเรียกสั้นๆ ว่า Blogs คือ สื่อสวนบุคคลบนอินเทอร์เน็ต
่
ที่ใช้เผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ข้อคิดเห็น บันทึกส่วนตัว โดยสามารถแบงปัน
ให้บุคคลอื่นๆ โดยผู้รับสารสามารถเข้าไปอ่าน หรือแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้
็
ซึ่งการแสดงเนื้อหาของบลอกนั้นจะเรียงลำดับจากเนื้อหาใหม่ไปสู่เนื้อหาเก่า ผู้เขียน
ู้
่
ิ่
และผอ่านสามารถค้นหาเนื้อหาย้อนหลังเพื่ออานและแก้ไขเพมเติมได้ตลอดเวลา
เช่น Exteen, Bloggang, Wordpress,Blogger, Okanation
ั
2. Social Networking หรือเครือข่ายทางสงคมในอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็น
เครือข่ายทางสังคมที่ใช้สำหรับเชื่อมต่อระหว่างบุคคล กลมบุคคล เพื่อให้เกิดเป็น
ุ่
่
ุ่
ื่
กลมสงคม (Social Community) เพอร่วมกันแลกเปลี่ยนและแบงปันข้อมูล
ั
ระหว่างกันทั้งด้านธุรกิจ การเมือง การศึกษา เช่น Facebook, Hi5, Ning,
Linked in,MySpace, Youmeo, Friendste
3. Micro Blogging และ Micro Sharing หรือที่เรียกกันว่า “บล็อก
จิ๋ว” ซึ่งเป็นเว็บเซอร์วิสหรือเว็บไซต์ที่ให้บริการแก่บุคคลทั่วไป สำหรับให้ผู้ใช้บริการ
เขียนข้อความสั้นๆ ประมาณ 140 ตัวอักษร ที่
เรียกว่า “Status” หรือ “Notice” เพื่อแสดงสถานะของตัวเองว่ากำลงทำอะไรอยู่
ั
หรือแจ้งข่าวสารต่างๆ แก่กลุ่มเพอนในสังคมออนไลน์ (Online Social
ื่
Network) (Wikipedia,2010) ทั้งนี้การกำหนดให้ใช้ข้อมูลในรูปข้อความสั้นๆ ก ็
เพื่อให้ผู้ใช้ที่เป็นทั้งผู้เขียนและผู้อ่านเข้าใจง่าย ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย
คือ Twitter
4. Online Video เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการวิดีโอออนไลน์โดยไม่เสีย
ค่าใช้จ่าย ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและขยายตัวอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากเนื้อหาที่นำเสนอในวิดีโอออนไลน์ไมถูกจำกัดโดยผงรายการที่แน่นอนและ
่
ั
ตายตัว ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถติดตามชมได้อย่างต่อเนื่อง เพราะไมมีโฆษณาคั่น
่
รวมทั้งผู้ใช้สามารถเลือกชมเนื้อหาได้ตามความต้องการและยังสามารถเชื่อมโยงไป
ยังเว็บวิดีโออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้จำนวนมากอีกด้วย เช่น Youtube, MSN, Yahoo
5. Poto Sharing เป็นเว็บไซต์ที่เน้นให้บริการฝากรูปภาพโดยผู้ใช้บริการ
สามารถอัพโหลดและดาวน์โหลดรูปภาพเพื่อนำมาใช้งานได้ ที่สำคัญนอกเหนือจาก
ี
้
ผู้ใช้บริการจะมโอกาสแบ่งปันรูปภาพแลว ยังสามารถใช้เป็นพื้นที่เพื่อเสนอขายภาพที่
ตนเองนำเข้าไปฝากได้อีกด้วย เช่น Flickr, Photobucket,
Photoshop,Express, Zooom
ี
6. Wikis เป็นเว็บไซต์ที่มลักษณะเป็นแหล่งข้อมูลหรือ
ความรู้ (Data/Knowledge) ซึ่งผู้เขียนส่วนใหญ่อาจจะเป็นนักวิชาการ นักวิชาชีพ
ั
หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านต่างๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สงคม วัฒนธรรม ซึ่ง
ผู้ใช้สามารถเขียนหรือแก้ไขข้อมูลได้อย่างอิสระ เช่น Wikipedia, Google
Earth,diggZy Favorites Online
7. Virtual Worlds คือการสร้างโลกจินตนาการโดยจำลองสวนหนึ่งของ
่
ื่
ู้
ชีวิตลงไป จัดเป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่บรรดาผท่องโลกไซเบอร์ใช้เพื่อสอสารระหว่าง
กันบนอินเทอร์เน็ตในลักษณะโลกเสมือนจริง (Virtual Reality) ซึ่งผู้ที่จะเข้าไปใช้
บริการอาจจะบริษัทหรือองค์การด้านธุรกิจ ด้านการศึกษา รวมถึงองค์การด้านสื่อ
เช่น สำนักข่าวรอยเตอร์ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อพื้นที่เพื่อให้
ุ่
บุคคลในบริษัทหรือองค์กรได้มีช่องทางในการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ไปยังกลม
เครือข่ายผู้ใช้สื่อออนไลน์ ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่ม ลูกค้าทั้งหลัก และรองหรือ ผู้ที่
ั
เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ของบริษัท หรือองค์การก็ได้ ปัจจุบันเว็บไซต์ที่ใช้หลก Virtual
Worlds ที่ประสบผลสำเร็จและมีชื่อเสียง คือ Second life
8. Crowd Sourcing มาจากการรวมของคำสองคำ
คือ Crowd และ Outsourcing เป็นหลักการขอความร่วมมือจากบุคคลในเครือข่าย
ื่
สังคมออนไลน์ โดยสามารถจัดทำในรูปของเว็บไซต์ที่มีวัตถุประสงค์หลักเพอค้นหา
คำตอบและวิธีการแก้ปัญหาต่างๆทั้งทางธุรกจ การศึกษา รวมทั้งการสื่อสาร โดย
ิ
อาจจะเป็นการดึงความร่วมมือจากเครือข่ายทางสงคมมาช่วยตรวจสอบข้อมูลเสนอ
ั
ความคิดเห็นหรือให้ข้อเสนอแนะ กลุ่มคนที่เข้ามาให้ข้อมูลอาจจะเป็นประชาชนทั่วไป
้
ั
หรือผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่อยู่ในภาคธุรกิจหรือแมแต่ในสงคมนักข่าว ข้อดี
ั
ของการใช้หลก Crowd souring คือ ทำให้เกิดความหลากหลายทางความคิด
ิ
เพื่อนำ ไปสู่การแก้ปัญหาที่มีประสทธิภาพ ตลอดจนช่วยตรวจสอบหรือคัดกรอง
ข้อมูลซึ่งเป็นปัญหาสาธารณะร่วมกันได้ เช่น Idea storm, Mystarbucks Idea
9. Podcasting หรือ Podcast มาจากการรวมตัวของสองคำ
คือ “Pod” กับ “Broadcasting” ซึ่ง “POD” หรือ PersonalOn - Demand คือ
อุปสงค์หรือความต้องการสวนบุคคล ส่วน“Broadcasting” เป็นการนำสื่อต่างๆ
่
มารวมกันในรูปของภาพและเสียง หรืออาจกล่าวง่ายๆ Podcast คือ การ
บันทึกภาพและเสียงแล้วนำมาไว้ในเว็บเพจ (Web Page) เพื่อเผยแพร่ให้
บุคคลภายนอก (The public in general) ที่สนใจดาวน์โหลดเพื่อนำไปใช้งาน
เช่น Dual Geek Podcast, Wiggly Podcast
10. Discuss / Review/ Opinion เป็นเว็บบอร์ดที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
ั
สามารถแสดงความคิดเห็น โดยอาจจะเกี่ยวกบ สินค้าหรือบริการ ประเด็น
ั
สาธารณะทางการเมือง เศรษฐกิจ สงคม เช่น Epinions, Moutshut,
Yahoo!Answer, Pantip,Yelp
https://images.app.goo.gl/oMVFFSqAvvmupmRV9
บทนำ
6. ธุรกิจดิจิทัลโมบาย
ในปัจจุบันนี้ ผู้คนมากมายต่างกำลังให้ความสนใจและใช้งานสิ่งที่
เรียกวา “แอปพลิเคชัน” หรือ “แอป” กันอย่างแพร่หลาย เราอาจจะไม่
่
เข้าใจความหมายของมันว่ามันคืออะไรกันแน่ “แอปพลิเคชัน” คือ ซอฟแวร์
ประเภทหนึ่งที่ช่วยให้เราสามารถกระทำการบางอย่างได้ตามความต้องการ
ของเรา แอปพลิเคชันสำหรับใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน๊ตบุ๊ค
นั้น เรียกว่า “เดสก์ทอปแอปพลิเคชั่น (Desktop Applications)” ส่วนแอป
พลิเคชันที่ทำงานบนเครื่องอุปกรณ์พกพาทั้งหลาย เรียกว่า “โมบายแอป
พลิเคชัน (Mobile Applications)” เมื่อเรารันแอปพลิเคชัน มันจะทำงาน
อยู่ภายใต้ระบบปฏิบัติการตลอดเวลาจนกว่าเราจะทำการปิดมันไป ภายใน
ี
เวลาเดยวกัน อาจมหลายแอปพลิเคชันที่กำลังทำงานพร้อมกันใน
ี
่
ระบบปฏิบัติการ เราเรียกกระบวนการนี้วา “มัลติแทสกิ้ง (Multitasking)”
6. ธุรกิจดิจิทัลโมบาย
ปัจจุบันนี้มีแอปพลิเคชันอยู่มากมายเกินกว่าจะนับได้และแอปพลิเคชัน
มากมายนั้นก็แบ่งแยกออกเป็นประเภทต่าง ๆ อีกมาก บางแอปพลิเคชันเป็นแบบ
ี
เต็มประสิทธิภาพอย่าง ไมโครซอฟท์เวิร์ด ที่มความสามารถในการจัดการด้าน
เอกสารครบครัน ในขณะที่บางแอปพลิเคชันอาจมีความสามารถเพียงหนึ่งหรือสอง
อย่างเท่านั้น เช่น Gadgets ต่าง ๆ
โปรแกรมประมวลผลคำ – เป็นแอพพลิเคชันที่ช่วยให้เราเขียนตัวอักษรขึ้นมาและ
จัดการเกี่ยวกบเอกสารต่าง ๆ มันเป็นแอพพลิเคชันที่สามารถพบได้ทั่วไปใน
ั
สำนักงาน โปรแกรมประมวลผลคำที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด คือ ไมโครซอฟท์เวิร์ด
บัญชีส่วนตัว – โปรแกรมจัดการด้านบัญชี เช่น Quicken ช่วยให้เราสามารถ
ติดตามรายรับรายจ่ายภายในบัญชีธนาคารของเราได้ โปรแกรมจัดการด้านบัญชี
ื่
้
ส่วนตัวโดยทั่วไปแลวจะเชื่อมต่อเพอแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางธนาคารตลอดเวลา ทำ
ั
ให้เราสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของบญชีธนาคารได้ตลอดเวลา
เว็บบราวเซอร์ – โปแกรมท่องเน็ตเป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยให้เราติดต่อกับข้อมูลบน
อินเทอร์เน็ตได้ เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะมีโปรแกรมเว็บบราวเซอร์นี้ติดตั้งไว้
ั
อยู่ก่อนแล้ว แต่เราสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมท่องเน็ตตวที่เราต้องการมาใช้งาน
ได้ ตัวอย่างโปรแกรมท่องเน็ต ได้แก่ อินเทอร์เน็ตเอ็กพลอเรอ, ไฟล์ฟอกซ์ และ
โครม
เกมส์ – เกมมากมายนั้นเป็นส่วนหนึ่งของแอปพลิเคชัน มันมมากมายหลายรูปแบบ
ี
ตั้งแต่เกมการ์ดเล็ก ๆ อย่าง Solitaire ไปจนถึงเกมขนาดใหญ่ที่ใช้สเปคเครื่อง
คอมพิวเตอร์สูง ๆ เช่น Crysis 2, Call of Duty ฯลฯ
มีเดีย เพลเยอร์ – โปรแกรมสำหรับใช้เล่นมัลติมีเดีย ดูหนัง ฟังเพลง แอปพลิเคชัน
ที่มีให้เห็นในชีวิตประจำวันมากมาย มีทั้ง วินโดว์มีเดียเพลเยอร์, วินแอมป์, ไอทูน
ฯลฯ
Gadgets – บางครั้งอาจเรียกว่า “Widgets” มันเป็นเพียงแอปพลิเคชันเรียบง่าย
ธรรมดาที่คนส่วนใหญ่นิยมนำมาวางไว้บนหน้าจอคอมพวเตอร์ มันมีหลายหลาย
ิ
รูปแบบให้ผู้คนได้เลือกใช้ต่างออกไป เช่น ปฏิทิน แผนที่ เครื่องคิดเลข พยากรณ์
อากาศ ฯลฯ
ข้อดีของเว็บแอปพลิเคชัน
▪ เหมาะกับองค์กรขนาดเล็กเพราะมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า (หลายตัวฟรี) และคิดค่าใช้จ่าย
ตามจำนวนการใช้งานจริง
▪ การใช้งานในองค์กรทำได้ง่าย เพียงแค่มีเว็บบราวเซอร์ซึ่งเป็นสิ่งพื้นฐานใน
คอมพิวเตอร์ปัจจุบันแทบทุกเครื่องก็ใช้งานได้
็
▪ ข้อมูลจัดเกบที่เดียว ง่ายต่อการจัดการ และไม่เกิดความซ้ำซ้อน
ู
▪ ไม่ต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสงซึ่งมีราคาแพง
▪ อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้เพราะสามารถล๊อกอินเข้าใช้งานได้เลยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม
ี
▪ ไม่ต้องมบุคคลากรด้านเทคนิคเป็นของตัวเอง เพราะผู้ให้บริการดูแลเซิฟเวอร์และ
การบำรุงรักษาเองทั้งหมด
์
▪ ส่วน มากใช้ได้หลากหลายแพลทฟอร์มทั้ง วินโดว์, ลินุกส และ แม็กอินทอช ทำให้
์
องค์กรสามารถเลือกใช้บางเครื่องเป็น ลินุกส ได้เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านลิขสิทธ์
▪ เชื่อมต่อกับเว็บแอปหรือบริการออนไลน์อื่น ๆ ได้ง่าย
บทนำ
7. ความมั่นคงปลอดภัยในการธุรกิกรรม
ดิจิทัล
ความปลอดภัยในโลกดิจิตอล คือการปกป้องความเป็น
ส่วนตัวบนโลกออนไลน์ ให้พ้นจากการถูกมิจฉาชีพขโมยข้อมูลส่วนตัว
ไปใช้ประโยชน์ หรือทำให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูล และยัง
หมายความรวมไปถึง การใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยี เพื่อรักษาความ
ปลอดภัย นี้ด้วย เช่น โปรแกรมกำจัดไวรัส การใช้ข้อมูลทาง
เอกลักษณ์บุคคลเพื่อระบุตัวตน เช่น ลายนิ้วมือ เค้าโครงหน้า เป็นต้น
7. ความมั่นคงปลอดภัยในการธุรกิกรรม
รอยเท้าดิจิท้ลกับข้อมูลบุคคล
่
การทำกิจกรรมใด ๆ บนอินเทอร์เน็ต เช่น การส่งอีเมล การสงภาพขึ้นโซเชียลมีเดีย
การใช้โทรศัพท์มือถือ ตลอดจนการแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ บนเว็บไซต์ จะม ี
ร่องรอยข้อมูล และถูกจัดเก็บไว้ให้เหลือเป็นร่องรอยอยู่บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งเรียกว่า
“รอยเท้าดิจิท้ล” หรือ digital footprint ดังนั้นการ ทำกิจกรรมบนอินเทอร์เน็ต
จึงควรทำด้วยความระมัดระวัง และเหมาะสม เพราะข้อมูล ต่าง ๆ เหล่านั้น อาจจะ
ั
ั
ั
กลบมามีผลกบตัวเองในภายหลงได้ เช่น ประวัติการทำงานบกพร่อง หรือทำให้เสีย
ชื่อเสียงได้
รอยเท้าดิจิทัล มี 2 ประเภท คือ
1. รอยเท้าดิจิทัลที่จัดเก็บโดยผู้อื่น หรือ Passive digital footprint เป็นข้อมูลบุคคล
ื่
ั
ตนเองเป็นผู้กระทำ แต่มีหน่วยงาน/บริษัทอน เป็นผู้จัดเก็บข้อมลเบื้องหลงโดยที่
ู
บุคคลนั้นไม่รู้ตัว เช่นข้อมูลการท่องเว็บ หมายเลขไอพีที่ใช้งาน พฤติกรรมการซื้อของ
ออนไลน์ เป็นต้น ข้อมลที่ถูกจัดเกบนี้ มักจะนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการโฆษณาสินค้า
็
ู
ู
จัดทำข้อมูลลกค้า เป็นต้น การป้องกันข้อมูลบุคคลไม่ให้เกิดรอยเท้าดิจิทัล ลักษณะ
ู
นี้ ทำได้โดยใช้ proxies และ การส่งข้อมลที่เป็นเครือข่ายส่วนตัว (VPN) อย่างไรก ็
่
ตาม รอยเท้าดิจิทัลประเภทนี้ ไม่น่าเป็นห่วงมากนัก เพราะ มักจะไมส่งผลโดยตรง
นอกจากจะมีโฆษณาสินค้าประเภทเดียวหรือใกล้เคียงกบที่เคยค้นหา มาปรากฏให้
ั
เห็น
2. รอยเท้าดิจิทัลมีชีวิต หรือ Active digital footprint เป็นข้อมูลบุคคลที่สามารถสืบ
หาร่องรอยได้ เป็นข้อมูลที่แชร์อยู่บนเว็บ หรือ โซเชียลมีเดียต่าง ๆ ทั้งที่ตนเองทำ
ี
ขึ้น หรือ เป็นการแสดงความคิดเห็นของบุคคลอื่น ที่มต่อบุคคลนั้น ๆ รอยเท้า
ดิจิทัลประเภทนี้ มักจะมีผลโดยตรงกบบุคคลนั้น ๆ เพราะผู้ที่ตองการทราบข้อมูล
้
ั
เกี่ยวกบบุคคลนั้น ๆ สามารถสืบค้นได้ไม่ยาก
ั
ข้อควรระวังในการใช้อินเทอร์เน็ต
อินเทอร์เน็ตก็เหมือนสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา คือ เป็นสิ่งที่มีทั้งคุณและโทษ ถ้า
เรารู้จักใช้ก็จะเป็นคุณ ถ้าขาดความระมัดระวัง ก็อาจจะนำภัยมาสู่เราได้ เช่น ถูก
หลอกลวงให้หลงผิด ถูกหลอกให้ซื้อสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ โดนโจรกรรมข้อมูลส่วนตัว
เพื่อขโมยเงินทางอินเทอร์เน็ต เป็นต้น ดังนั้น การใช้งานอินเทอร์เน็ต ให้ปลอดภัย
ิ่
จึงควรตระหนักถึงสงต่อไปนี้
1. ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เพราะอาจถูกนำไปใช้ประโยชน์ หรือหลอกลวงผู้ใกล้ชิด
2. ไม่ส่งหลักฐานส่วนตัวของตนเองและคนในครอบครัวให้ผู้อื่น เช่น สำเนาบัตร
ประชาชน เอกสารต่าง ๆ รวมถึงรหัสบัตรต่าง ๆ เช่น เอทีเอ็ม บัตรเครดิต ฯลฯ
ื่
3. ไม่ออกไปพบเพื่อนที่รู้จักทางสอโซเชียล หรือทางอินเทอร์เน็ต
4. ระมัดระวังการซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต รวมถึงคำโฆษณาชวนเชื่ออื่น ๆ
5. ไม่เผลอบันทึกยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดขณะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะ เพราะ
ู้
ข้อมูลอาจจะถูกบันทึกไว้ และผที่เข้ามาใช้ต่อ อาจจะนำไปใช้สวมรอยได้
ู
6. ไฟล์ ภาพ เสียง หรือวีดีโอ รั่วไหลได้ เช่นจากการแคร็ก ข้อมล หรือถูกดาวน์โหลด
ผ่านโปรแกรม เพียร์ ทู เพียร์ (P2P) และถึงแม้ว่า จะลบไฟล์นั้นออกไปจากเครื่อง
่
แล้ว ส่วนใดสวนหนึ่งของไฟล์ยังตกค้างอยู่ และอาจถูกกกลบขึ้นมาได้ โดยช่างคอม
ู้
ั
ช่างมือถือ เป็นต้น
https://images.app.goo.gl/QB1611wiv8raRxbS6
บทนำ
8. กฎหมายและจริยธรรมและการทำธุรกรรมดิจิทัล
ประเทศไทย มีทั้งกฎหมายเดิมที่ระบุเกี่ยวกับสื่อแต่ละประเภท เช่น สื่อ
สิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุและโทรทัศน์ โดยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตโดยตรงก็คือ
ี่
ั
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกยวกบคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 หรือ
พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กบ พ.ร.บ. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส และกฎหมายอื่น ๆ ที่
ั
์
ไม่ได้ควบคุมเฉพาะสื่อ เช่น ประมวลกฎหมายอาญา ว่าด้วยความผิดฐานหมน
ิ่
ประมาท หรือมาตรา 112 ว่าด้วยความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย หรือมาตรา
ที่ว่าด้วยสื่อลามกอนาจารเด็ก กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา พ.ร.บ.คุ้มครอง
ผู้บริโภค พ.ร.บ.สอบสวนคดีพิเศษ เป็นต้น
8. กฎหมายและจริยธรรมและการทำธุรกรรมดิจิทัล
กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Law) หรือมักเรียกกันว่า
กฎหมายไอที (IT Law) เสนอโดย กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ
สิ่งแวดล้อม และเห็นชอบให้คณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ
(National Information Technology Committee) หรือที่เรียกโดยย่อว่า
ี
คณะกรรมการไอทแห่งชาติ หรือ กทสช. (NITC) ท าหน้าที่เป็นศูนย์กลางและ
ประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ด าเนินการจัดท ากฎหมาย เทคโนโลยี
สารสนเทศและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้คณะกรรมการไอทีแห่งชาติหรือ
กทสช. (NITC) ได้ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อยกร่างกฎหมายไอทีทั้ง
ิ
6 ฉบับ โดยมอบหมายให้ศูนย์เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์และคอมพวเตอร์แห่งชาติ
(National Electronics and Computer Technology Center) หรือที่ มักเรียก
โดยย่อว่า "เนคเทค" (NECTEC) ส านักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แห่งชาติ (National Science 2 88510159 ก้าวทันสังคมดิจิทัลด้วยไอซีทีMoving
Forward in a Digital Society with ICT and Technology Development
Agency) หรือที่เรียกโดยย่อว่า "สวทช." กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ
สิ่งแวดล้อม ในฐานะส านักงานเลขานุการคณะกรรมการไอทแห่งชาติ ท าหน้าที่
ี
ั
ี
เป็นเลขานุการในการยกร่าง กฎหมายไอททั้ง 6 ฉบบ เนคเทคจึงได้เริ่มต้นโครงการ
พัฒนากฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศขึ้น เพื่อปฏิบัติตาม นโยบายที่ได้รับมอบหมาย
จากรัฐบาลและคณะกรรมการไอทแห่งชาติ ในการยกร่างกฎหมายไอทีทั้ง 6 ฉบับ
ี
ี่
ให้ แล้วเสร็จ คือ 1. กฎหมายเกยวกบธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส (Electronic
์
ั
Transactions Law) เพอรับรองสถานะทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้
ื่
ั
เสมอข้อมูลที่ท าในกระดาษ อันเป็นการรองรับ นิติสมพันธ์ต่าง ๆ ซึ่งแต่เดิมอาจจะ
ั
จัดท าขึ้นในรูปแบบของหนังสือให้เท่าเทียมกบนิติสมพันธ์รูปแบบใหม่ที่จัดท าขึ้น
ั
์
ู
ให้อยู่ในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส รวมตลอดทั้งการลงลายมือชื่อในข้อมล
์
อิเล็กทรอนิกส และการรับฟัง พยานหลกฐานที่อยู่ในรูปแบบของข้อมูล
ั
ื
์
อิเล็กทรอนิกส 2. กฎหมายเกี่ยวกับลายมอชื่ออิเล็กทรอนิกส (Electronic
์
Signatures Law) เพื่อรับรองการใช้ลายมอชื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยกระบวนการใด ๆ
ื
่
ทางเทคโนโลยีให้เสมอด้วยการลงลายมือ ชื่อธรรมดา อันสงผลต่อความเชื่อมั่นมาก
ั
ขึ้นในการท าธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และก าหนดให้มีการก ากบดูแล การ
ั
์
ให้บริการ เกี่ยวกบลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกสตลอดจนการให้ บริการอื่น ที่เกี่ยวข้อง
กับลายมือชื่ออิเลกทรอนิกส 3. กฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
์
็
สารสนเทศให้ทั่วถึง และเท่าเทียมกัน (National Information Infrastructure
Law) เพื่อก่อให้เกิดการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ
อันได้แก่โครงข่าย โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ สารสนเทศทรัพยากรมนุษย์
และโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศส าคัญอื่น ๆ อัน เป็นปัจจัยพื้นฐาน ส าคัญใน
การพัฒนาสังคม และชุมชนโดยอาศัยกลไกของรัฐ ซึ่งรองรับเจตนารมณ์ส าคัญ
ประการ หนึ่งของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร
ไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 78 (3) ใน การกระจายสารสนเทศให้ทั่วถึง และ
้
เท่าเทียมกัน และนับเป็นกลไกส าคัญในการช่วยลดความเหลื่อมล าของสังคม
อย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อสนับสนุนให้ท้องถิ่นมีศักยภาพในการปกครองตนเอง
พัฒนาเศรษฐกิจภายในชุมชน และ น าไปสู่สงคมแห่งปัญญา และการเรียนรู้ 4.
ั
กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Law)
เพื่อก่อให้เกิดการรับรองสิทธิ และให้ความคุ้มครองข้อมลส่วนบุคคลซึ่งอาจถูก
ู
ประมวลผลเปิดเผยหรือ เผยแพร่ถึงบุคคลจ านวนมากได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว
่
โดยอาศัยพัฒนาการทางเทคโนโลยี จนอาจกอให้เกิดการน า ข้อมูลนั้นไปใช้ในทางม ิ
ชอบอันเป็นการละเมิดต่อเจ้าของข้อมล ทั้งนี้โดยค านึงถึงการรักษาดุลยภาพ
ู
ื่
ระหว่างสิทธิขั้น พื้นฐานในความเป็นส่วนตัว เสรีภาพในการติดต่อสอสาร และความ
มั่นคงของรัฐ บทที่ 11 กฎหมายและจริยธรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ 3 5.
กฎหมายเกี่ยวกับการกระท าความผิดเกี่ยวกบคอมพิวเตอร์ (Computer Crime
ั
ู้
Law) เพื่อก าหนดมาตรการทางอาญา ในการลงโทษผกระท าผิดต่อระบบการ
ทำงานของคอมพิวเตอร์ระบบ ข้อมูล และระบบเครือข่าย ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักประกัน
ั
ั
สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองการอยู่ร่วมกันของสงคม 6. กฎหมายเกี่ยวกบการ
ื่
โอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Funds Transfer Law) เพอกำหนดกลไก
สำคัญทางกฎหมายในการรองรับระบบการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส ทั้งที่เป็นการ
์
โอน เงินระหว่างสถาบันการเงิน และ ระบบการช าระเงินรูปแบบใหม่ในรูปของเงิน
์
อิเล็กทรอนิกสก่อให้เกิดความเชื่อมั่น ต่อระบบการทาธุรกรรมทางการเงิน และการ
์
ทางธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสมากยิ่งขึ้น
บทนำ
9. กรณีศึกษาธุรกิจดิจิทัล
techsauce มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ที่คลุกคลีในธุรกิจ
เครือข่ายกว่า 20 ปีอย่างบริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด
(UIH) หลายคนรู้จักบริษัทนี้ดีในมุมที่มีโครงข่ายบรอดแบนด์เป็นของ
ตนเองทั้งไทยและเทศ เราจึงได้สอบถามถึงการมาของยุคดิจิทัล และ
ภาคธุรกิจต่างๆ ที่กำลังเข้าสู่ช่วง Digital Transformation นั้น ใน
มุมของผู้ให้บริการโครงข่ายและ Managed Services ว่าสามารถ
ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง ซึ่งปีที่ผ่านมา
9. กรณีศึกษาธุรกิจดิจิทัล
ุ
UIH เป็นผู้ให้บริการโครงข่ายสื่อสารครอบคลมพื้นที่ทั่วประเทศไทย และระหว่าง
ุ่
ประเทศ เพื่อเชื่อมต่อกลมธุรกิจธนาคารระหว่างสำนักงานใหญ่และสาขาต่างๆ อยู่
แล้ว และให้บริการอุปกรณ์เครือข่ายเองโดยตรง
และด้วยบริการ Managed Services ทาง UIH เข้าไปช่วยวิเคราะห์ธุรกิจแบบครบ
วงจรตั้งแต่เป้าหมายในการดำเนินธุรกิจ เส้นทางและระบบการวางโครงข่าย
ตลอดจนทีมงานผู้เชียวชาญ และหาโซลูชั่นทางด้านเครือข่ายให้กับลูกค้า เพอ
ื่
Transform ธุรกิจขององค์กรลูกค้าให้ดีขึ้น
ุ่
ู
อย่างกรณีลกค้ากลมธนาคารในเรื่องของ “Banking Zone” เป็นพื้นที่ที่ให้ลูกค้าเข้า
มาทำธุรกรรมต่างๆ จะทำอย่างไรให้ธุรกรรมต่างๆ สามารถเป็น paperless และ
ู
ให้ลกค้าไม่ต้องรอคิวนาน ให้พื้นที่ (Banking Lobby) ในสาขาเป็นที่พักรอได้แบบ
สบายๆ บางสาขาจึงต้องมการปรับระบบกันใหม่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นเมื่อจะเริ่มทำ
ี
ิ่
โครงการนี้ สงที่ทาง UIH เข้ามาดำเนินการคือการ Built-in ระบบเข้าไปกับงาน
ู
สาขาของลกค้า ซึ่งจะประกอบไปด้วยอุปกรณ์ router, switch, access point ซึ่ง
ก็คือตัว Wi-Fi โดยดูแลทั้งส่วน Internet และ Intranet
สำหรับ Intranet จะให้ iPad พนักงานต้อนรับ ที่เชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi เข้ากับระบบ
่
ของธนาคารเท่านั้น เพื่อที่จะทำธุรกรรมทางการเงิน โดยที่ยังไมต้องเปิดออกไปผ่าน
ื
ทาง Internet เหมอนตรง Teller เลย เป็นการสร้างความมั่นใจในเรื่องการรักษา
ความปลอดภัย (Security )
ส่วนลูกค้าระดับ Premium ที่เข้ามาใช้บริการส่วน Banking lobby สามารถทำ
ธุรกรรมได้โดยไม่ต้องเข้าไปที่ Counter เพราะมีพนักงานถือ iPad มารับทำ
ธุรกรรมให้ทันที อีกทั้ง มการเปิด Hotspot ให้ลูกค้าใช้งาน Wi-Fi แบบเสรี
ี
เพราะฉะนั้นตัว Wi-Fi ก็จะต้องทำ 2 หน้าที่ไปพร้อมๆ กัน
นอกจากนี้ UIH ยังมีบริการ UIH Cloud Direct บริการเชื่อมต่อตรงไปยังเชื่อมต่อ
Cloud Service Providers ระดับชั้นนำอย่าง Amazon (AWS), Microsoft
Azure/ Office 365 และ Google เพื่อให้บริการโซลูชัน Cloud Direct ซึ่งช่วยให้
ผู้ใช้บริการสามารถเชื่อมต่อกับ Public Cloud ของ Cloud Service Providers
เหล่านั้นได้โดยตรง ผ่านเส้นทางพิเศษ (Optimum Path) ที่มีความเสถียร และ
Latency คงที่มากกว่าการเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ตปกติ
สำนักงานสาขาสามารถเลือกเชื่อมต่อ Public Cloud ผ่านบริการ Cloud Direct
ได้ 2 แบบ คือ เชื่อมต่อโดยตรงผ่าน Cloud VPN ซึ่งมีข้อดีคือ รวดเร็ว มั่นคง
ปลอดภัย และช่วยลดภาระทราฟฟิคที่วิ่งสู่สำนักงานใหญ่ อีกแบบหนึ่งคือ เชื่อมต่อ
ผ่านสำนักงานใหญ่ ซึ่งมีข้อดีคือ สามารถบริหารจัดการ และควบคุมทราฟฟิค
ทั้งหมดที่จะเข้าถึงระบบ Cloud ให้เป็นไปตามนโยบายและมาตรฐานตามที่องค์กร
กำหนดได้อีกด้วย
https://images.app.goo.gl/oFkUrPAJ5yh4HnVC9