สวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์
SRI NAKHON KHUEAN KHAN PARK KACBANG BANG KACHAO
คำนำ
สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติ ศรีนครเขื่อนขันธ์ (Si Nakhon Khuean Khan Park and Botanical
Garden) หรือที่รู้จักกันในชื่อ สวนบางกะเจ้า เป็นสวนสาธารณะที่แตกต่างจากสวนสาธารณะอื่นๆ คือบางส่วนมี
สภาพเหมือนป่าธรรมชาติ มีระบบนิเวศที่น่าศึกษา มีความร่มรื่นด้วยต้นไม้หลากหลายชนิด มีสถานที่น่าสนใจหลาย
แห่ง ทั้งในสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ และบริเวณรอบนอกของสวน
หนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจและต้องการศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับสวนพฤกษชาติศรีนคร
เขื่อนขันธ์
ด้วยความปรารถนาดี
ผู้จัดทำ
รายชื่อผู้จัดทำ
นส.นฤชล วิเศษชาติ
6111021620082 Sec.1
นส.วารุณี คิดคำนวน นส.ศุภนุช รัตนจรัสกุล
6111021620147 Sec.1 6111021620163 Sec.1
นาย ชัยวัฒน์ สมประเสริญสุข นส.ณัชฐานันท์ วรัชญ์เฉลิกุล
6111021630029 Sec.1 6111021630045 Sec.1
สารบัญ 1
3
บางกระเจ้า 5
ประวัติสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์ 6
คุ้งบางกะเจ้า 7
ระบบนิเวศ 3 น้ำ 10
การมีส่วนร่วม 11
ผังโครงการ 12
สัตว์ป่า ภายในสวนโครงการ 13
แหล่งน้ำภายในสวน 14
รูปตัดบริเวณแหล่งน้ำ 16
แนวคิดการออกแบบ 17
แหล่งการเรียนรู้ 19
เรียนรู้การฟื้ นฟูป่าเชิงนิเวศ
เส้นทางจักรยานเรียนรู้ป่า 3 ยุค
สารบัญ(ต่อ) 24
25
เส้นทางรถเข็นชมธรรมชาติ 27
พืชในสวน landscape - soft scape 28
เสาไฟภายในสวน landscape 29
งานระบบไฟฟ้าภายในสวน 30
ภาคผนวก 33
35
พืชในส่วนของ soft scape 37
ป้ายบริเวณต่างๆ 40
วัสดุภายในโครงการ 41
บรรยากาศภายในโครงการ
วีดีโอแนะนำโครงการ(VDO)
อ้างอิง
บางกระเจ้า
บางกะเจ้าเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้
กรุงเทพฯ มากที่สุด และยังอยู่ใกล้แหล่ง
อุตสาหกรรม ทางราชการมีแนวคิดที่จะอนุรักษ์ให้
พื้นที่บางกะเจ้าเอื้อประโยชน์โดยการเป็น “ปอด”
เพื่อฟอกอากาศให้กรุงเทพฯและสมุทรปราการ
1
โครงการสวนสาธารณะศรีนครเขื่อนขันธ์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการ
รักษาพื้นที่สีเขียวบางกะเจ้าและชักชวนประชากรเมือง ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร
และปริมณฑลให้เดินทางมาท่องเที่ยวท่ามกลางพื้นที่ธรรมชาติและวัฒนธรรมท้อง
ถิ่น ทั้งเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน และพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ
ยั่งยืนต่อไป
แต่นโยบายจากภาครัฐในการสนับสนุนพัฒนาพื้นที่ยังไม่รัดกุมเพียงพอ ส่ง
ผลให้โครงการดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จอย่างตั้งใจ ทั้งจากอุปสรรคด้านการเข้า
ถึงพื้นที่ที่ยากลำบาก และการขาดการดูแลจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ทำให้กระเพาะ
หมูบางกะเจ้าแห่งนี้กำลังถูกทอดทิ้ง ชาวบ้านอพยพออกไปหางานและความเจริญ
จากเมืองรอบนอก สภาพแวดล้อมที่เคยอุดมสมบูรณ์จึงถูกทิ้งร้างและเสื่อมโทรม
ลง
START ดำเนินการ
พ.ศ. 2538
โครงการ
สวนสาธารณะ
โครงการตามแนวพระราชดำริ นโยบายของรัฐบาล
2
ประวัติ มีการปรับแนวทางเปลี่ยนจากการเวนคืนเป็นการซื้อขาย
โดยความสมัครใจ และมีการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนใน
ในปีพ.ศ. 2538 มีมติอนุมัติโครงการ พื้นที่ให้ดีขึ้นทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน
สวนกลางมหานคร ซึ่งเดิมมีการกำหนด
ที่ดินที่จะเวนคืนให้พื้ นที่บางกะเจ้า ให้เร่งรัดจัดทำแผนแม่บทการจัดการพื้นที่สีเขียวโครงการ
สวนกลางมหานคร โดยสำนักงานนโยบายและแผน
แต่การดำเนินการระยะแรกไม่ประสบผลสำเร็จ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ซึ่งเป็นหน่วยงาน
ปฏิบัติการในขณะนั้น ได้สร้างสวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติ
3 เนื้อที่ 148 ไร่ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อว่า “ศรีนครเขื่อนขันธ์” สร้างสิ้นเมื่อ
ปีพ.ศ. 2540 ซึ่งปัจจุบัน ศูนย์จัดการพื้นที่สีเขียวเชิงนิเวศ
นครเขื่อนขันธ์ (พื้นที่โครงการสวนกลางมหานครทั้งหมด)
START โดยสำนักงานนโยบายและ
โครงการ แผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)
สวนกลางมหานคร
สร้างสวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติ
ดำเนินการ
พ.ศ. 2538-2542 อยู่ในความดูแลของสำนักโครงการพระราชดำริและ
กิจการพิเศษ โดยกรมป่าไม้
ระยะที่ 2
พ.ศ. 2543-2547 4
คุ้งบางกะเจ้า บางกระเจ้า
บางกอบัว
ครอบคลุมพื้นที่ 6 ตำบล ทรงคนอง
บางน้ำผึ้ง
บางยอ
บางกระสอบ
5
น้ำเค็ม น้ำจืด น้ำกร่อย
ระบบนิเวศ 3 น้ำ ลักษณะเป็นเกาะล้อมรอบด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา และตั้ง
อยู่ไม่ไกลจากอ่าวไทย จึงทำให้คุ้งบางกะเจ้าได้รับอิทธิพล
เนื้อที่ประมาณ 148 ไร่ จากระดับน้ำทะเลขึ้นลง
เกิดเป็นระบบนิเวศ “3 น้ำ” คือ น้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำ 6
กร่อย กลายเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ และ
มีความหลากหลายของสังคมพืชและสัตว์สูง
การมีส่วนร่วม
01 เครือข่ายตำบลทรงคนอง
02 เครือข่ายตำบลบางกระสอบ
03 เครือข่ายตำบลบางกะเจ้า
04 เครือข่ายตำบลบางกอบัว
05 เครือข่ายตำบลบางยอ
06 เครือข่ายตำบลบางน้ำผึ้ง
07 เครือข่ายรอบสวนศรีนครเขื่อนขันธ์
7
ชุมชนได้รวมกลุ่มช่วยกันปลูกไม้พื้ นถิ่น และดูแลต้นไม้
ในพื้ นที่ จำนวน 63 ไร่ ซึ่งเป็นพื้ นที่ของศูนย์จัดการพื้ นที่
สีเขียวเชิงนิเวศนครเขื่ อนขันธ์ เกิดเป็นสวนป่าชุมชน
เ มื อ ง ส ว น ป่ า เ ก ด น้ อ ม เ ก ล้ า
สวนป่าชุมชนเมืองสวนป่าเกดน้อมเกล้า มีการจัด
รูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยยึดหลักการดำเนิน
การพัฒนาการท่องเที่ยวบนพื้ นฐานของการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้ นที่ให้คงสภาพ
เดิมไว้มากที่สุด ละเว้นการเปลี่ยนแปลงสภาพ โดย
เฉพาะการสร้างถาวรวัตถุ หรือสิ่งปลูกสร้างถาวร มีการ
ปลูกไม้กินได้ ทั้งไม้ผล ไม้กินใบ และไม้พื้ นถิ่น เพื่ อเพิ่ม
พื้ นที่สีเขียวให้กับพื้ นที่ และนำพืชในท้องถิ่นมาประกอบ
เป็นอาหารให้กับนักท่องเที่ยวในรูปแบบของ “ผักพื้ น
บ้ า น อ า ห า ร ชุ ม ช น ”
8
เครือข่ายตำบลทรงคนอง เครือข่ายตำบลบางกระสอบ “หมู่บ้านหิ่งห้อย
63 ไร่ 38 ไร่
9
สวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์
โครงการออกแบบ และ ปรับปรุง
สวนศรีนครเขื่อนขันธ์จึงต้องการ
ผลักดันให้พื้นที่โครงการเป็นสถานที่
เชื่อมโยงระหว่างคนในชุมชนกับ
บุคคลภายนอก
10
แผนผังสวน ขนาด 1:750
11 สัตว์ป่า ภายในสวน สวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์
สวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์ 12
แหล่งน้ำภายในสวน
รูปตัดบริเวณแหล่งน้ำ
13
สวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์
แนวคิดการออกแบบ
14
โครงการสวนสาธารณะศรีนคร
เขื่อนขันธ์เป็นโครงการ
เพื่อสนับสนุนการรักษาพื้นที่สี
เขียวบางกะเจ้าและชักชวนประชากร
เมือง ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและ
ปริมณฑลให้เดินทางมาท่องเที่ยว
ท่ามกลางพื้นที่ธรรมชาติและ
วัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งเพื่อสร้างราย
ได้ให้กับชุมชน และพัฒนาให้เป็น
แหล่งท่องเที่ยวเชิงคุณภาพยั่งยืน
ต่อไป
15
แหล่งการเรียนรู้
เรียนรู้การฟื้ นฟูป่าเชิงนิเวศ
เส้นทางจักรยานเรียนรู้ป่า 3 ยุค
เส้นทางรถเข็นชมธรรมชาติ
16
เรียนรู้การฟื้ นฟูป่าเชิงนิเวศ
พื้นที่สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ บริเวณพื้นที่ศึกษาเรียน
รู้การฟื้ นฟูป่าเชิงนิเวศ เนื้อที่ 40 ไร่
แนวคิด
เป็นการปลูกฟื้ นฟู ที่คำนึงถึงความสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม
และระบบนิเวศดังเดิม รวมถึงต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน
ท้องถิ่น มุ่งเน้นฟื้ นฟูให้ระบบนิเวศดั้งเดิมของพื้นที่กลับคืนมา ทั้งในแง่
ของโครงสร้างของป่า ผลผลิต และความหลากหลายทางชีวภาพของ
พื้นที่ เมื่อเวลาผ่านไปกระบวนการทางนิเวศแบบดั้งเดิมจะกลับมาอีก
ครั้ง ในพื้นที่ศึกษาเรียนรู้การฟื้ นฟูป่าเชิงนิเวศได้จำลองระบบนิเวศ
17 ดั้งเดิมของคุ้งบางกะเจ้ามาไว้ที่นี้ ประกอบไปด้วย ป่า 3 ชนิด
ป่าบึงชุ่มน้ำ
ป่าบึงชุมน้ำในพื้นที่ศึกษาเรียนรู้การฟื้ นฟูป่าเชิงนิเวศ ต้นไม้ที่ปลูกฟื้ นฟูมีถึง 26 ชนิด
พันธุ์ที่โดดเด่น ได้แก่ ลำดวน หว้า กันเกรา แคน้ำ ยางนา พะยอม ชำมะเลียง ไข่เน่า เป็นต้น
ป่าดิบลุ่มน้ำ
ปลูกต้นไม้ 15 ชนิด ได้แก่ ยางนา ตะเคียนทอง พะยอม ลำดวน มะเกลือ หว้า กันเกรา
มะม่วง แคนา จันทน์หอม จำปา มะพลับ อบเชย มะกล่ำต้น และเลือดควาย ในอนาคตพื้นที่นี้
จะเป็นป่าที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่สูง มีเรือนยอดแผ่กว้างร่มเย็น
ป่าชายเลนริมน้ำ
ปลูกต้นไม้ 13 ชนิด ได้แก่ ลำพู โกงกางใบเล็ก โกงกางใบใหญ่ ถั่วดำ ถั่วขาว ตะบูนดำ
ตะบูนขาว ปอทะเล โพทะเล แคทะเล หลุมพอทะเล จิกทะเล และหยีทะเล ถั่วดำ ถั่วขาว โกงกาง
ใบเล็ก โกงกางใบใหญ่ ลำพู ตะบูนดำและตะบูนขาว ซึ่งเมื่อเติบโตเต็มที่แล้วจะเป็นตัวแทนของ
ป่าชายเลนได้เป็นอย่างดี
18
19
เส้นทางจักรยานเรียนรู้ป่า 3 ยุค
จุดน่าสนใจในเส้นทาง
1) ดงจาก
ต้นจาก เป็นส่วนหนึ่งในระบบนิเวศน้ำกร่อย ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณรอยต่อระหว่างแม่น้ำกับทะเลที่ได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้น-น้ำลง พืชที่พบในระบบ
นิเวศน้ำกร่อยส่วนใหญ่ ได้แก่ ลำพู จาก ปรงทะเล หวายลิง
2) การฟื้ นฟูป่าเพื่อการเรียนรู้เชิงนิเวศ
สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ได้จัดแบ่งพื้นที่ 40 ไร่ เพื่อเป็นพื้นที่ศึกษาเรียนรู้การฟื้ นฟูป่าเชิงนิเวศ (forest ecological restoration study and
learning area) โดยทำการฟื้ นฟูระบบนิเวศป่าไม้ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับระบบธรรมชาติดั้งเดิม มีการจำลองระบบนิเวศป่าดั่งเดิม
ของคุ้งบางกะเจ้า มาไว้ที่นี้ด้วย ได้แก่
ป่าบึงชุ่มน้ำ ซึ่งเกิดจากพื้นที่ลุ่มน้ำขังในฤดูฝน
ป่าชายเลน บริเวณปากแม่น้ำที่มีน้ำขึ้นลง
ป่าดิบลุ่มต่ำ ซึ่งก่อตัวขึ้นบนพื้นดินดอนกลางคุ้ง
3) วิถีชีวิตริมบึง
บึงน้ำกร่อยแห่งนี้ น้ำท่วมขังตลอดเวลา พืชบกและพืชน้ำจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม และยังเป็นบ้านและแหล่งอาศัยหากินของ
สัตว์นานาชนิด
4) นก: สุดยอดพนักงานบำรุงป่า
สวนศรีนครเขื่อนขันธ์มีนกเกือบ 100 ชนิด คิดเป็น 1 ใน 10 ของนกที่พบในเมืองไทย มีรูปร่างสีสันสวยงาม มีทั้งนกประจำถิ่น และนก
อพยพ
20
จุดน่าสนใจในเส้นทาง
5) ลำพู บ้านหิ่งห้อย
ลำพูชอบขึ้นบนดินเลน แทงรากขึ้นเหนือพื้นดิน เรียกว่า “รากอากาศ” ว่ากันว่าหิ่งห้อยชอบเกาะต้นลำพู เพราะลักษณะเรือนยอดที่สูงโปร่งของ
ต้นลำพู ทำให้แสงไฟที่ก้นของหิ่งห้อยเพศผู้มองเห็นได้ไกล ช่วยส่งสัญญาณสื่อสารให้ตัวเมียเข้ามาผสมพันธุ์ ในสวนศรีนครเขื่อนขันธ์พบหิ่งห้อย
บก ซึ่งเป็นชนิดที่หายากพอสมควรในเขตกรุงเทพและปริมณฑล
6) ป่าบึงชุ่มน้ำ
ป่าที่มีน้ำจืดท่วมแช่ขัง เกิดในพื้นที่ราบต่ำริมฝั่ งแม่น้ำ หรือบึงที่มีน้ำท่วมในฤดูฝน และแห้งในฤดูแล้ง ป่าบึงชุ่มน้ำในพื้นที่ศึกษาเรียนรู้การฟื้ นฟู
ป่าเชิงนิเวศ มีพื้นที่ 27.98 ไร่ ต้นไม้ที่นำมาปลูกฟื้ นฟูมีถึง 26 ชนิด พันธุ์ที่โดดเด่น เช่น ลำดวน หว้า กันเกรา แคน้ำ ชำมะเลียง ไข่เน่า เป็นต้น
7) ป่าชายเลนน้ำกร่อย
ลักษณะพิเศษของป่าชายเลนน้ำกร่อยปากคลอง คือมีความจืด ความเค็ม ในแต่ละฤดูกาลไม่เท่ากัน พืชพันธุ์ที่สามารถเติบโตได้ จึงต้องปรับตัว
ตามการขึ้นลงของน้ำตามธรรมชาติ อยู่ได้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ต้นไม้หลักที่พบมาก คือ ลำพู จาก ปรงทะเล และหวายลิง แตกต่างจากป่าชายเลนริม
ทะเลที่มี โกงกางเป็นไม้เด่น ป่าชายเลนลักษณะนี้ในพื้นที่ศึกษาเรียนรู้การฟื้ นฟูป่าเชิงนิเวศมีพื้นที่ 10.55 ไร่
8) ป่าดิบลุ่มต่ำ
ในอดีตป่าดิบลุ่มต่ำในคุ้งบางกะเจ้าจะพบบริเวณพื้นที่ดอนสูง อาจมีน้ำท่วมถึงในฤดูน้ำหลากแต่ไม่แช่ขัง ซึ่งมีพื้นที่ไม่มากนักในคุ้งบางกระเจ้า
สภาพดั้งเดิมมีไม้สกุลยาง เช่น ยางนา ตะเคียนทอง พะยอม การฟื้ นฟูป่าดินลุ่มต่ำในพื้นที่ศึกษาเรียนรู้การฟื้ นฟูป่าเชิงนิเวศ พื้นที่น้อยเพียง 3.63
21 ไร่ จึงเลือกปลูกต้นไม้ที่ลักษณะใกล้เคียงไม้ดั้งเดิม จำนวน 15 ชนิด ได้แก่ ยางนา ตะเคียนทอง พะยอม ลำดวน มะเกลือ หว้า กันเกรา มะม่วง แคนา
จันทน์หอม จำปา มะพลับ อบเชย มะกล่ำต้น และเลือดควาย
22
01 นนทรี: สมุนไพรดอกเหลือง
02 เติบโตได้ในป่าชายเลนน้ำกร่อยที่น้ำท่วมถึงเป็นบางครั้ง ฤดูแล้งออกดอกสีเหลืองอร่าม
03
เต็ม นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ เปลือกใช้ทำสีย้อมผ้า อวน แห และเป็นสมุนไพรรักษาโรคท้อง
04 ร่วง
05 เต่าร้าง : ทลายสุดท้ายสิ้นชีวิต
เป็นปาล์มอายุสั้นเมื่อออกผลจนมาถึงโคนต้น ก็จะตาย ทุกส่วนของต้นมียางที่เป็นพิษ
23
ร้ายแรง ผลมีขนละเอียด หากสัมผัสจะรู้สึกคัน เมื่อกินจะเป็นอันตรายต่อระบบย่อยอาหาร
ไทรย้อยใบทู่: สุดยอดรากค้ำยัน
พบได้ทั่วไปตามริมน้ำและคลองน้ำกร่อย เป็นไม้เนื้ออ่อน โตเร็ว เป็นพืชที่พัฒนาราก
อากาศ แตกออกจากใต้กิ่ง เติบโตจากรากเล็กๆ เท่าเข็มเย็บผ้า กลายเป็นรากคำยันที่เข็งแรง
แทง ลงสู่พื้นดิน ทำหน้าที่เป็นเสาค้ำยัน รองรับน้ำหนักของกิ่งก้าน และเรือนยอดขนาดใหญ่
บึงน้ำ: ผิวน้ำนิ่งสงบ ใต้ท้องน้ำคึกคัก
บึงน้ำนี้มีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจิ๋ว ที่เรียกว่า “แพลงก์ตอนพืช” อาศัยอยู่กว่า 10 ชนิด
สามารถสังเคราะห์แสงได้เองจากสารคลอโรฟิลล์สีเขียวที่อยู่ในตัว สามารถแพร่พันธุ์ได้อย่าง
รวดเร็วในน้ำนิ่ง นอกจากแพลงก์ตอนพืชจำนวนมหาศาล ใต้ผืนน้ำยังเป็นที่อยู่ของแมลงน้ำ
จำนวนมาก ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของปลาและหอย
ดงปลาสวยงาม
ธรรมชาติออกแบบรูปร่างปลาไว้หลากหลายสวยงาม สอดคล้องกับพฤติกรรมและถิ่น
อาศัย เช่น รูปร่างคล้ายลูกศร ริบบิ้น กระสวย มนกลม แบนข้าง หรือจันทร์เสี้ยว ในบึงน้ำนี้มี
ตัวอย่างให้เห็นหลายรูปร่าง
24
เส้นทางรถเข็นชมธรรมชาติ
พืชในสวน LANDSCAPE 4) ด้านการลดการกัดเซาะพังทลายของหน้าดิน พบว่าศักยภาพดีที่สุด
ได้แก่ ฝาด เม่าไข่ปลา พิลังกาสา ลาเท็ง ปรงทะเล
SOFT SCAPE ส่วนใหญ่มีรากฝอยแตกแขนง สามารถช่วยลดความแรง
ของน้าฝนที่ตก กระทบพื้นดินได้ มีใบร่วงน้อย
1) ด้านการควบคุม ทัศนียภาพและการมองเห็น พบว่าศักยภาพดีที่สุดได้แก่ ฝาดเม่า
ไข่ปลา พิลังกาสา ชามะเลียง
5) ด้านการเป็นกำแพงกันลม พบว่าศักยภาพดีที่สุด ได้แก่ เม่าไข่ปลา
2) ด้านการ ควบคุมการสัญจร พบว่าศักยภาพดีที่สุด ได้แก่ ฝาด พิลังกาสา ความสอดคล้องกับผลงานวิจัยของ Foytubtim (1998)
ฝาด เม่าไข่ปลา พิลังกาสา ช ามะเลียง ล าเท็ง ปรงทะเล กล่าวว่าโครงสร้างของรากและทรงพุ่มควรมีผิวสัมผัสใบที่หนา และ ละเอียด
3) ด้านการลดการรบกวนทางเสียงและลดฝุ่นละออง พบว่าศักยภาพดีที่สุด ได้แก่
ฝาด เม่าไข่ปลา พิลังกาสา ช ามะเลียง ปอทะเล
6) ด้านการสร้างเป็นจุดเด่น พันธุ์ไม้ที่มีศักยภาพดีที่สุด ได้โพทะเล ปอทะเล ซึ่งสอด
25
26
เสาไฟภายในสวน LANDSCAPE เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ทุกๆ 20 เมตร
ส่วนมากเสาไฟจะถูกตั้งที่รอบตัวสวน ทุกๆ 20 เมตร
27
งานระบบไฟฟ้าภายในสวน
เป็นอาคารสถานที่ทำการ
ของสวน และมีระบบไฟฟ้า
ในส่วนของศาลาแต่ละจุด จะมีจุดเปิดที่บำบัดน้ำ และน้ำตก
28
ภาคผนวก
29
พืชในส่วนของ soft scape
30
31
32
ป้ายบริเวณต่างๆ
33
34
วัสดุภายในโครงการ
35
36
บรรยากาศภายในโครงการ
37
38
39
วีดีโอแนะนำโครงการ(VDO)
40
อ้างอิง
"สวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์ บางกระเจ้า". [ออนไลน์].
เข้าถึงได้จาก: http://www.suansri-bangkachao.com/
"สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติ ศรีนครเขื่อนขันธ์". [ออนไลน์].
เข้าถึงได้จาก: https://thai.tourismthailand.org
"พาเที่ยวบางกะเจ้า สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์". [ออนไลน์].
เข้าถึงได้จาก: https://th.readme.me/p/18637
41
อ้างอิง(ต่อ)
"ไปด้วยกัน ท่องเที่ยว". [ออนไลน์].
เข้าถึงได้จาก: https://www.paiduaykan.com
"สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์". [ออนไลน์].
เข้าถึงได้จาก: https://traveleastthailand.com/4302
42