โครงงานสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิกเช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิเรียบเรียงโดยนายนันทกร เข็มเงิน รหัสนักเรียน 67319100004โครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษารายวิชาโครงงาน รหัส 31910-2029ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัลวิทยาลัยเทคนิคตราดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2568
โครงงานสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิกเช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิชื่อผู้เข้าร่วม1. นายนันทกร เข็มเงิน รหัสนักเรียน 67319100004ประเภทวิชา อุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศสาขาวิชา เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัลครูผู้สอนโครงงานนายธิติ แท่นยั้งครูที่ปรึกษาโครงงาน นางสาววิรัล คเณสุขโครงงานนี้ได้รับการอนุมัติเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา วิชาโครงงานรหัสวิชา 319010-2029ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง วิทยาลัยเทคนิคตราดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการปีการศึกษา 2568(นางสาวลัลน์ลลิต ปรีชาจารย์)รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ…..………./………………../……………
กชื่อโครงงาน สื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิชื่อผู้จัดทำ นายนันทกร เข็มเงินครูผู้สอน นายธิติ แท่นยั้งระดับการศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงวิชา 31910-2029 โครงงานด้านเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัลปีการศึกษา 2568บทคัดย่อโครงงานอินโฟกราฟิกเรื่อง เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาข่าวปลอมในสังคมออนไลน์ และส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ก่อนการเผยแพร่ข้อมูล โดยเน้นการนำเสนอแนวทางการตรวจสอบข่าวปลอมอย่างรวดเร็วภายใน 3 วินาที เพื่อให้ผู้รับสารสามารถประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลเบื้องต้นได้ด้วยตนเองเนื้อหาภายในชิ้นงานประกอบด้วย ความหมายของข่าวปลอม ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อบุคคลและสังคม สัญญาณเตือนของข่าวปลอม และขั้นตอนการตรวจสอบก่อนแชร์ โดยออกแบบในรูปแบบอินโฟกราฟิก 2 มิติ ใช้ภาพกราฟิกและข้อความสั้นกระชับ เพื่อให้เข้าใจง่ายและดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งได้แก่ นักเรียน นักศึกษา และผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ทั่วไปผลที่คาดว่าจะได้รับคือ ผู้ชมสามารถแยกแยะข่าวปลอมเบื้องต้นได้ ลดการแชร์ข้อมูลโดยไม่ตรวจสอบ และมีจิตสำนึกในการใช้สื่อออนไลน์อย่างรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น
ขกิตติกรรมประกาศโครงงานเล่มนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยความช่วยเหลืออย่างดียิ่งจาก อารจารย์ธิติ แท่นยั้งและอาจารย์วิรัล คเณสุข อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ที่ได้ให้คำแนะนำและข้อคิดต่างๆ ของการจัดทำโครงงานมาโดยตลอด ขอขอบพระคุณผู้เชี่ยวชาญทุกท่านที่ได้สละเวลาอันมีค่าในการตรวจประเมินโครงงานนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนและได้ให้ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงโครงงานนี้ เพื่อที่จะได้นำไปพัฒนาได้อย่างมีคุณภาพ ผลสำเร็จที่ได้จากการจัดทำโครงงานในครั้งนี้ผู้จัดทำขอมอบคุณประโยชน์ที่เกิดขึ้นแก่บุคคลที่กล่าวถึงข้างต้นรวมถึงผู้เกี่ยวข้องและมีความสนใจในโครงงานฉบับนี้สุดท้ายนี้ผู้จัดทำโครงการขอกราบพระคุณบิดามารดา ครูอาจารย์และผู้มีพระคุณทุกท่านที่เป็นผู้อบรมสั่งสอน ให้ความรู้ทักษะความสามารถทางวิชาการ และชี้แนะแนวทางการศึกษาค้นคว้าโครงงาน จนทำให้ผลงานฉบับนี้สำเร็จ ลุล่วงได้ด้วยดีคณะผู้จัดทำนายนันทกร เข็มเงิน
คสารบัญเรื่อง หน้าบทคัดย่อ กกิตติกรรมประกาศ ขสารบัญ คสารบัญ (ต่อ) งสารบัญตาราง จ สารบัญรูปภาพ ฉบทที่1 บทนำ1.1 ความเป็นมาและความสำคัญ 11.2. วัตถุประสงค์ 21.3 ขอบเขตโครงงาน 21.4 คำจำกัดความที่ใช้ในการศึกษา 21.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 3 บทที่2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง2.1 แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับข่าวปลอม 42.2 แนวคิดเกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อ 62.3 ทฤษฎีการสื่อความหมายด้วยภาพ 82.4 หลักการออกแบบสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก 102.5 แนวคิดการออกแบบสไตล์ Flat Design และ Vector Illustration 112.6 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 12
งสารบัญ (ต่อ)เรื่อง หน้าบทที่ 3 การดำเนินงาน3.1 ศึกษาข้อมูลเบื้องต้น 143.2 เก็บรวบรวมข้อมูล 143.3 การออกแบบสื่ออินโฟกราฟิก 143.4 การวิเคราะห์ข้อมูล 163.5 สถิติที่ใช้ในการวิจัย 16บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล4.1 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 174.2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 17บทที่ 5 สรุปและอภิปรายผล5.1 สรุปผลการดำเนินงาน 255.2 อภิปรายผล 255.3 ข้อเสนอแนะ 26บรรณานุกรมภาคผนวกก. เอกสาร 29ข. (ขั้นตอนการปฏิบัติงาน) 40ค. (แบบสอบถามความพึงพอใจ) 43ประวัติผู้จัดทำโครงงาน
จสารบัญตารางเรื่อง หน้าตารางที่ 4.1 แสดงจำนวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจำแนกตามเพศ 17ตารางที่ 4.2 แสดงจำนวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจำแนกตามอายุ 18ตารางที่ 4.3 แสดงจำนวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจำแนกตามอาชีพ 19ตารางที่ 4.4 แสดงจำนวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจำแนกตาม 20ระดับการศึกษาตารางที่ 4-5 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ ความพึงพอใจ 22ของผู้รับชมสื่ออินโฟกราฟิก เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิ
ฉสารบัญรูปภาพเรื่อง หน้าภาพที่ 2.1 10 จุดสังเกต ข่าวปลอม 6ภาพที่ 2.2 5 ข้อ กับการรู้เท่าทันสื่อ 8ภาพที่ 2.3 Flat Design การออกแบบเรียบง่ายที่ทรงพลัง 12ภาพที่ 3.3.1 การสร้างภาพประกอบเวกเตอร์ไอคอนและตัวการ์ตูนสำหรับ 15นำไปทำสื่อโปสเตอร์ด้วยโปรแกรม Adobe Illustratorภาพที่ 3.3.2 การจัดวางองค์ประกอบและการนำเสนอเนื้อหาลงบนหน้า 15กระดาษขนาด A4ภาพที่ 5.1 การวาดและสร้างสรรค์ภาพประกอบตัวละครสไตล์ Flat Design 41ภาพที่ 5.2 การสร้างพื้นหลังและกำหนดเส้นนำสายตา 41ภาพที่ 5.3 การจัดวางตัวอักษรและข้อความเนื้อหา 42ภาพที่ 5.4 การจัดวางองค์ประกอบและสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิกที่เสร็จสมบูรณ์ 42
บทที่1 บทนำ1.1 ความเป็นมาและความสำคัญในปัจจุบัน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ที่ทำให้การรับส่งข้อมูลข่าวสารเป็นไปอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม ความสะดวกและรวดเร็วนี้กลับกลายเป็นช่องทางที่เอื้อให้เกิดการแพร่ระบาดของ \"ข่าวปลอม\" (Fake News) หรือข้อมูลที่บิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งมักถูกสร้างขึ้นเพื่อสร้างความสับสน ความเข้าใจผิด หรือสร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชนในวงกว้างจากการศึกษาพฤติกรรมการเสพสื่อของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต พบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ข่าวปลอมแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว คือพฤติกรรมการ \"อ่านเพียงพาดหัวข่าว\" และการขาดทักษะในการตรวจสอบข้อมูลก่อนการส่งต่อ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและวัยรุ่นที่มักตัดสินใจด้วยอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าเหตุผล ประกอบกับวิธีการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีอยู่ในปัจจุบันมักมีความซับซ้อนและใช้เวลานาน ทำให้ผู้ใช้งานละเลยขั้นตอนที่สำคัญนี้ไปด้วยเหตุผลดังกล่าว คณะผู้จัดทำจึงเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล โดยการจัดทำโครงงานสื่ออินโฟกราฟิก เรื่อง เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิขึ้น โดยนำหลักการออกแบบสื่อสารด้วยภาพ และศิลปะงานวาดแบบ Flat Design มาประยุกต์ใช้ เพื่อย่อยข้อมูลการตรวจสอบข่าวที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย กระชับ และดึงดูดความสนใจ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ผู้รับสารเกิดความตระหนักและสามารถนำวิธีการตรวจสอบเบื้องต้นไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างทันท่วงที อันจะนำไปสู่การลดปัญหาการแพร่ระบาดของข่าวปลอมในสังคมออนไลน์ได้อย่างยั่งยืน
21.2. วัตถุประสงค์1.2.1 เพื่อสร้างสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก เรื่อง \"เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิ\" ให้มีเนื้อหากระชับ เข้าใจง่าย และดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย1.2.2 เพื่อส่งเสริมให้ผู้รับสารมีความรู้ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานในการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลข่าวสารบนโลกออนไลน์ก่อนการส่งต่อ1.3 ขอบเขตโครงงาน1.3.1 ด้านเนื้อหาศึกษาและรวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบข่าวปลอม (Fake News) เบื้องต้น โดยสรุปเป็น 3 ขั้นตอนสำคัญ คือ การตรวจสอบแหล่งที่มา, การตรวจสอบวันที่เผยแพร่และการสังเกตพาดหัวข่าว1.3.2 ด้านประชากรและกลุ่มเป้าหมายในการศึกษา นักเรียนและนักศึกษา วิทยาลัยเทคนิคตราด จำนวน 100 ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจงเพื่อทดลองใช้งานและประเมินประสิทธิภาพในการสื่อสารของสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก เรื่อง เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิ1.4 คำจำกัดความที่ใช้ในการศึกษาสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก (Infographic Poster) หมายถึง สื่อประชาสัมพันธ์รูปแบบภาพนิ่ง ที่นำข้อมูลความรู้มาสรุปด้วยภาพกราฟิก สัญลักษณ์ และข้อความสั้นๆ จัดวางองค์ประกอบศิลป์ในลักษณะโปสเตอร์เพื่อดึงดูดความสนใจ และสื่อสารเนื้อหาได้อย่างรวดเร็วข่าวปลอม (Fake News) หมายถึง ข้อมูลข่าวสารที่ถูกสร้างขึ้น เป็นเรื่องเท็จ หรือบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเข้าใจผิด โดยแพร่กระจายผ่านสื่อสังคมออนไลน์กฎ 3 วิ หมายถึง เทคนิคการตรวจสอบข่าวปลอมเบื้องต้นที่คณะผู้จัดทำนำเสนอ ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ ดูใครโพสต์ (1 วินาที), ดูวันที่ (1 วินาที) และดูความเกินจริงของพาดหัว (1 วินาที)
3แฟลตดีไซน์Flat Design หมายถึง รูปแบบการสร้างสรรค์งานกราฟิกและภาพประกอบที่เน้นความเรียบง่าย โดยตัดทอนองค์ประกอบที่สร้างมิติความตื้นลึก เช่น การไล่เฉดสีแสงเงาหรือพื้นผิวออกไป และเน้นการใช้สีพื้นมีความคมชัดร่วมกับรูปทรงพื้นฐาน1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ1.5.1 ได้ต้นแบบสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก เรื่อง เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ ที่มีความสวยงาม ทันสมัย สามารถนำไปพิมพ์เพื่อติดประกาศรณรงค์ หรือเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ได้จริง1.5.2 ผู้รับสารและกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบข่าวปลอม และมีทักษะการรู้เท่าทันสื่อเพิ่มมากขึ้น1.5.3 ช่วยลดปัญหาการแพร่ระบาดของข่าวปลอมและการส่งต่อข้อมูลที่ผิดพลาดในสังคมออนไลน์
บทที่2เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในการจัดทำโครงงานสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก เรื่อง เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิ คณะผู้จัดทำได้ศึกษาค้นคว้าแนวคิด ทฤษฎี เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานและสร้างสรรค์ผลงาน โดยมีหัวข้อการศึกษาดังต่อไปนี้2.1 แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับข่าวปลอม2.2 แนวคิดเกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อ2.3 ทฤษฎีการสื่อความหมายด้วยภาพ2.4 หลักการออกแบบสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก2.5 แนวคิดการออกแบบสไตล์ Flat Design และ Vector Illustration2.6 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง2.1 แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับข่าวปลอมข่าวปลอม (Fake News) หมายถึง ข้อมูลข่าวสาร บทความ ภาพถ่าย หรือเนื้อหาวิดีโอที่ถูกสร้างขึ้นโดยมีเจตนาบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อหลอกลวงให้ผู้อ่านหลงเชื่อ โดยมักจะถูกออกแบบและนำเสนอในรูปแบบที่ดูคล้ายกับข่าวจากสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือ ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีการสื่อสารไร้พรมแดน ข่าวปลอมสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ เนื่องจากผู้ใช้สามารถส่งต่อข้อมูลได้ทันทีเพียงปลายนิ้วสัมผัส ปรากฏการณ์ความผิดปกติของข้อมูลสารสนเทศนี้ สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายลักษณะ ทั้งข้อมูลผิดพลาด ที่ผู้แชร์ไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่แชร์เพราะความเข้าใจผิด ข้อมูลบิดเบือน ที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อหลอกลวง หวังผลประโยชน์ หรือสร้างความสับสน และข้อมูลมุ่งร้าย ซึ่งเป็นเรื่องจริงแต่ถูกนำมาเปิดเผยเพื่อสร้างความเกลียดชังหรือทำลายชื่อเสียงของบุคคลอื่นลักษณะเด่นที่เป็นสัญญาณเตือนของข่าวปลอม มักเริ่มต้นจากการใช้พาดหัวข่าวที่แรงเกินจริง โดยใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่ หรือพาดหัวที่เร้าอารมณ์เพื่อดึงดูดให้ผู้คนคลิกเข้าไปดูเนื้อหา นอกจากนี้ ข่าว
5ปลอมมักจะขาดแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ โดยเนื้อหาข่าวจะไม่มีการระบุชื่อผู้เขียน ไม่มีแหล่งที่มาของข้อมูล หรืออ้างอิงถึงหน่วยงานที่ไม่มีอยู่จริง ประกอบกับการใช้คำกระตุ้นอารมณ์ในลักษณะของการออกคำสั่งให้ผู้รับสารทำตามทันที เช่น คำว่า \"ด่วน\" \"รีบแชร์\" หรือ \"รู้แล้วช็อก\" ซึ่งเทคนิคเหล่านี้ถูกนำมาใช้เพื่อลดกระบวนการคิดวิเคราะห์ด้วยเหตุผลของผู้รับสาร ทำให้ผู้คนตัดสินใจส่งต่อข้อมูลโดยทันทีตามสัญชาตญาณความกลัวหรือความตื่นเต้นการแพร่กระจายของข่าวปลอมสร้างผลเสียและผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างหลายมิติ ประการแรกคือทำให้เกิดความเข้าใจผิด ผู้รับสารอาจได้รับข้อมูลด้านสุขภาพ การเงิน หรือนโยบายรัฐที่ผิดพลาด ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจที่ส่งผลเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน ประการต่อมาคือการสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ โรคระบาด หรืออาชญากรรม มักสร้างความหวาดกลัวและรบกวนความสงบสุขของสังคม นอกจากนี้ยังมีผลกระทบทางสังคมและข้อกฎหมายอย่างรุนแรง เนื่องจากการแชร์ข่าวปลอมที่สร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น ถือเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งผู้กระทำผิดอาจต้องรับโทษทางกฎหมายทั้งการจำคุกและปรับเงิน เพื่อเป็นการแก้ปัญหาและป้องกันการแพร่กระจายของข้อมูลเท็จ ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์จำเป็นต้องมีกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและยึดหลักการ \"เห็นข่าวปุ๊บ อย่าแชร์ปั๊บ\" โดยสามารถใช้เทคนิคการตรวจสอบเบื้องต้นอย่างรวดเร็วที่เรียกว่า \"หลัก 3 วิ เช็กก่อนแชร์\" ซึ่งประกอบด้วยการดูแหล่งข่าวว่ามาจากเว็บไซต์หรือบัญชีผู้ใช้ที่เชื่อถือได้หรือไม่ การดูวันที่เผยแพร่ว่าเป็นเหตุการณ์ปัจจุบันหรือเป็นข่าวเก่าที่ถูกนำมาเล่าใหม่เพื่อสร้างกระแส และการดูภาพประกอบว่ามีความสอดคล้องกับเนื้อหาข่าวหรือมีร่องรอยของการตัดต่อภาพหรือไม่ หากพบความผิดปกติในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง ผู้ใช้งานควรหยุดการส่งต่อข้อมูลนั้นทันทีนอกเหนือจากการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในการรับข่าวสารยังต้องอาศัยการค้นหาข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อเปรียบเทียบข้อเท็จจริง รวมถึงการตรวจสอบกับเว็บไซต์เช็กข่าวปลอมที่เชื่อถือได้ เช่น ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand) นอกจากนี้ ผู้รับสารควรฝึกนิสัยการอ่านเนื้อหาทั้งหมดอย่างละเอียด ไม่ตัดสินใจแชร์ข้อมูลจากการอ่านเพียงพาดหัวข่าวเพียงอย่างเดียว และต้องคิดทบทวนก่อนแชร์ทุกครั้ง ท้ายที่สุดแล้ว การหยุดยั้งปัญหาข่าว
6ปลอมอย่างยั่งยืนนั้น เริ่มต้นได้จากการสร้างจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการไม่แชร์ข้อมูลใดๆ หากยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบอย่างแน่ชัดภาพที่ 2.1 10 จุดสังเกต \"ข่าวปลอม\"ที่มา : https://www.antifakenewscenter.com/คลังความรู้2.2 แนวคิดเกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อแนวคิดเกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อ เป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารสามารถเข้าถึงและแพร่กระจายได้อย่างไร้ขีดจำกัด การรู้เท่าทันสื่อหมายถึงความสามารถของบุคคลในการเข้าถึง วิเคราะห์ ประเมิน และสร้างสรรค์สื่อในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ที่มีทักษะนี้จะไม่หลงเชื่อเนื้อหาหรือข้อมูลที่ได้รับมาโดยทันที แต่จะใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์เชิงวิพากษ์เพื่อตั้งคำถามถึงที่มา เจตนาของผู้สร้างสื่อ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการสื่อสารนั้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน และนักศึกษาที่ใช้เวลาส่วนใหญ่บนสื่อสังคมออนไลน์ ทักษะการรู้เท่าทันสื่อจึงเปรียบเสมือน
7ภูมิคุ้มกันทางความคิดที่ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอม ข้อมูลที่บิดเบือน หรือการชวนเชื่อที่แอบแฝงมาในรูปแบบต่างๆองค์ประกอบสำคัญของการรู้เท่าทันสื่อประกอบด้วยกระบวนการที่เกี่ยวเนื่องกันหลายขั้นตอน เริ่มต้นจากการเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ซึ่งผู้รับสารต้องรู้จักทักษะการสืบค้นและเลือกรับข้อมูลจากสำนักข่าวหลัก หน่วยงานของรัฐ หรือเว็บไซต์ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้รับการยอมรับ ขั้นตอนต่อมาคือการวิเคราะห์เนื้อหาสื่อ ซึ่งต้องอาศัยความสามารถในการแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงกับความคิดเห็น การสังเกตความผิดปกติของรูปแบบการนำเสนอ เช่น พาดหัวข่าวที่ใช้ภาษาเร้าอารมณ์หรือใช้คำกระตุ้นให้รีบส่งต่อ รวมถึงการตรวจสอบความสอดคล้องของภาพประกอบและเนื้อหาความยาวทั้งหมด จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินคุณค่าและความน่าเชื่อถือของข้อมูล โดยการเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อหาข้อเท็จจริงก่อนที่จะตัดสินใจเชื่อ ซึ่งแนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักการคิดก่อนแชร์ทุกครั้ง ที่เน้นย้ำให้ผู้ใช้งานสื่อออนไลน์มีสติ ไม่ด่วนตัดสินใจเพียงเพราะเห็นข้อมูลที่ตรงกับความเชื่อหรืออารมณ์ความรู้สึกของตนเองในขณะนั้นนอกเหนือจากกระบวนการรับสารแล้ว การรู้เท่าทันสื่อยังครอบคลุมไปถึงความรับผิดชอบในบทบาทของผู้ส่งสารและการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ในฐานะพลเมืองดิจิทัล ต้องตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำของตนเองบนพื้นที่ไซเบอร์ การกดส่งต่อหรือแชร์ข่าวปลอมโดยปราศจากการตรวจสอบ ไม่เพียงแต่เป็นการร่วมสร้างความเข้าใจผิดและก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในสังคม แต่ยังอาจนำไปสู่ความผิดทางกฎหมายและสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและทรัพย์สินของบุคคลอื่นได้อย่างมหาศาล ดังนั้น การสร้างพฤติกรรมการเสพสื่ออย่างมีสติ การตระหนักรู้ถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ และการยึดมั่นในอุดมการณ์ที่ว่าการหยุดยั้งข่าวปลอมเริ่มต้นได้จากการไม่แชร์โดยไม่ตรวจสอบ จึงถือเป็นหัวใจสำคัญและเป้าหมายสูงสุดของการรู้เท่าทันสื่อ ซึ่งจะช่วยยกระดับสภาพแวดล้อมของสังคมออนไลน์ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ปลอดภัย และสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน
8ภาพที่ 2.2 5 ข้อ กับการรู้เท่าทันสื่อที่มา :https://rayong.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/1950072.3 ทฤษฎีการสื่อความหมายด้วยภาพทฤษฎีการสื่อความหมายด้วยภาพเป็นกระบวนการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสาร แนวคิด และอารมณ์ความรู้สึกผ่านองค์ประกอบทางทัศนศิลป์หรือการมองเห็น โดยลดการพึ่งพาข้อความตัวอักษรขนาดยาวและหันมาใช้สัญลักษณ์ รูปภาพ สี และการจัดวางองค์ประกอบแทน ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารมีปริมาณมหาศาลและผู้รับสารมีระยะเวลาในการให้ความสนใจจำกัด การสื่อสารด้วยภาพจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการดึงดูดสายตาและสร้างความเข้าใจอย่างฉับพลัน สำหรับการออกแบบสื่อรณรงค์เรื่องการตรวจสอบข่าวปลอม การประยุกต์ใช้ทฤษฎีนี้ถือเป็นหัวใจหลักที่จะช่วยเปลี่ยนเนื้อหาเชิงวิชาการหรือ
9ขั้นตอนที่ซับซ้อนให้กลายเป็นภาพจำที่ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์สามารถทำความเข้าใจและซึมซับได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วินาที ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมการกวาดสายตาของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันหลักการสำคัญประการหนึ่งของการสื่อความหมายด้วยภาพคือการนำทฤษฎีสัญวิทยาหรือการใช้สัญลักษณ์สากลมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบ เพื่อให้ผู้รับสารเกิดการตีความหมายได้ตรงกันโดยไม่ต้องใช้คำอธิบายเพิ่มเติม ในโครงงานสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิกนี้ได้มีการเลือกใช้ภาพสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์ตรงของผู้ใช้งาน เช่น ภาพแว่นขยายที่สื่อถึงการค้นหา การตรวจสอบ และการสังเกตอย่างละเอียด ภาพโทรโข่งที่สะท้อนถึงการป่าวประกาศหรือการแจ้งเตือนภัย ภาพตาชั่งที่สื่อความหมายถึงความยุติธรรม ผลกระทบทางกฎหมาย และการชั่งน้ำหนักข้อเท็จจริง รวมถึงภาพลูกระเบิดที่เปรียบเปรยถึงอันตรายและความเสียหายที่รุนแรงและลุกลามอย่างรวดเร็วอันเกิดจากการแพร่กระจายของข่าวปลอม การประกอบกันของสัญลักษณ์เหล่านี้ช่วยเสริมสร้างจินตภาพให้เนื้อหามีความน่าสนใจ และส่งสารไปยังสมองของผู้รับให้เกิดการประมวลผลได้รวดเร็วกว่าการอ่านตัวอักษรเพียงอย่างเดียวนอกจากภาพสัญลักษณ์แล้ว จิตวิทยาการใช้สียังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้และอารมณ์ของผู้รับสาร การเลือกใช้กลุ่มสีโทนร้อนเป็นสีหลัก โดยเฉพาะสีแดง ถือเป็นการใช้ภาษาสากลทางสายตาที่สื่อถึงการหยุด ความตระหนักรู้ และการแจ้งเตือนอันตรายซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของสื่อที่ต้องการให้ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย \"หยุด\" คิดก่อนที่จะกดแชร์ข้อมูล ในขณะเดียวกัน การเลือกใช้สีพื้นหลังเป็นโทนสีอ่อน เช่น สีขาวและสีชมพูพาสเทล จะช่วยสร้างความขัดแย้งทำให้องค์ประกอบสีแดงมีความโดดเด่นและพุ่งเป้าสายตาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดทอนความแข็งกระด้างของเนื้อหา ทำให้สื่อดูมีความเป็นมิตรและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นได้ง่ายขึ้น ผนวกกับการเลือกใช้รูปแบบตัวอักษร ที่ผสมผสานระหว่างฟอนต์สไตล์ลายมือเขียนในส่วนของพาดหัวเพื่อสร้างความรู้สึกเป็นกันเอง และฟอนต์แบบไม่มีหัว ในส่วนของเนื้อหาเพื่อคงความชัดเจนและอ่านง่าย องค์ประกอบทางทัศนศิลป์ทั้งหมดนี้จึงทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพในการสื่อสารเนื้อหาการจับผิดข่าวปลอมให้สำเร็จลุล่วงตามหลักการสื่อความหมายด้วยภาพอย่างสมบูรณ์
102.4 หลักการออกแบบสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิกหลักการออกแบบสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิกเป็นการบูรณาการระหว่างศาสตร์แห่งการจัดการข้อมูลและศิลป์แห่งการออกแบบกราฟิกเข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อแปลงสารสนเทศที่มีความซับซ้อนหรือมีปริมาณมาก ให้กลายเป็นสื่อภาพนิ่งที่สามารถสื่อความหมายได้อย่างรวดเร็วและทรงประสิทธิภาพ หัวใจสำคัญของการสร้างสรรค์สื่อประเภทนี้คือการลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออกไปให้เหลือเพียงแก่นของเนื้อหาและคำสำคัญที่สามารถสื่อสารได้อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเหมาะสำหรับการนำไปผลิตเป็นสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อติดประกาศรณรงค์ในพื้นที่สาธารณะหรือสถานศึกษา เนื่องจากธรรมชาติของการรับชมสื่อโปสเตอร์นั้น ผู้ชมมักจะมีเวลาหยุดดูเพียงไม่กี่วินาที การออกแบบจึงต้องคำนึงถึงความสามารถในการกวาดสายตา เพื่อให้ผู้อ่านสามารถจับใจความสำคัญทั้งหมดได้ในระยะเวลาอันสั้นในการจัดทำสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิกขนาดมาตรฐาน A3 และ A4 ของโครงงานนี้ ผู้จัดทำได้ประยุกต์ใช้ทฤษฎีการจัดลำดับความสำคัญของการมองเห็น เพื่อควบคุมทิศทางการอ่านและนำสายตาของผู้ชมให้เป็นไปตามลำดับขั้นที่ได้วางแผนไว้ โปสเตอร์ถูกออกแบบผังหน้ากระดาษอย่างเป็นระบบโดยอาศัยการแบ่งพื้นที่จากบนลงล่างเริ่มต้นจากการดึงดูดความสนใจขั้นสูงสุดด้วยพาดหัวหลักที่มีขนาดใหญ่และโดดเด่นที่สุดบริเวณส่วนบนของกระดาษ เพื่อแจ้งให้ผู้ชมทราบถึงหัวข้อเรื่องการจับผิดข่าวปลอมในทันที จากนั้นจึงนำสายตาผู้ชมไล่เรียงลงมาสู่เนื้อหาส่วนกลางที่อธิบายถึงผลเสีย สัญญาณเตือน และหลักการตรวจสอบข่าวปลอมด้วยเทคนิค 3 วินาที และจบลงด้วยข้อความสรุปเชิงรณรงค์และแหล่งอ้างอิงที่ส่วนล่างสุดของชิ้นงาน ซึ่งรูปแบบการจัดวางที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการอ่านของมนุษย์ตามธรรมชาตินี้ ช่วยให้การไหลเวียนของข้อมูลมีความต่อเนื่องและไม่สร้างความสับสนให้แก่ผู้รับสารนอกเหนือจากการกำหนดทิศทางการอ่านแล้ว การจัดระเบียบข้อมูลยังอาศัยเทคนิคการจัดกลุ่มเนื้อหาเพื่อแบ่งสัดส่วนของข้อมูลออกเป็นหมวดหมู่ที่ชัดเจน การใช้เส้นประเป็นตัวแบ่งอาณาเขตของข้อมูลแต่ละส่วน ช่วยให้สมองของผู้รับสารสามารถประมวลผลและจดจำเนื้อหาแยกจากกันได้อย่างเป็นระเบียบและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การบริหารพื้นที่ว่างหรือรอบองค์ประกอบกราฟิกและข้อความ ถือเป็นอีกหนึ่ง
11ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้โปสเตอร์อินโฟกราฟิกดูไม่แออัดหรืออัดแน่นไปด้วยเนื้อหาจนเกินไป พื้นที่ว่างเหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนจุดพักสายตา ช่วยเน้นย้ำให้ภาพประกอบและข้อความที่สำคัญมีความโดดเด่นขึ้นมา สร้างความสมดุลให้กับองค์ประกอบโดยรวมทั้งหมดบนหน้ากระดาษ ส่งผลให้สื่อโปสเตอร์มีความน่าอ่าน ดูสะอาดตา และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อได้อย่างสมบูรณ์แบบมีความโดดเด่นขึ้นมา สร้างความสมดุลให้กับองค์ประกอบโดยรวมทั้งหมดบนหน้ากระดาษ ส่งผลให้สื่อโปสเตอร์มีความน่าอ่าน ดูสะอาดตา และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อได้อย่างสมบูรณ์แบบ2.5 แนวคิดการออกแบบสไตล์ Flat Design และ Vector Illustrationแนวคิดการออกแบบสไตล์แฟลต Flat Design เป็นรูปแบบการสร้างสรรค์งานกราฟิกที่เน้นความเรียบง่ายโดยมีแก่นแท้คือการตัดทอนองค์ประกอบที่สร้างมิติความตื้นลึกหรือความสมจริงแบบสามมิติออกไป เช่น การไล่เฉดสีการทำแสงเงา และการใส่พื้นผิวสัมผัส เพื่อหันมาให้ความสำคัญกับการใช้รูปทรงเรขาคณิตพื้นฐาน เส้นสายที่สะอาดตา และการระบายสีแบบสีทึบหรือสีพื้น ที่มีความคมชัดสูง การลดทอนความซับซ้อนทางสายตาเช่นนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผลงานดูมีความทันสมัยและเป็นสากล แต่ยังเป็นการออกแบบที่คำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก โดยมีเป้าหมายเพื่อลดสิ่งรบกวนสมาธิและนำทางให้ผู้รับสารสามารถพุ่งความสนใจไปที่เนื้อหาหลักหรือข้อความที่ต้องการสื่อสารได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมการเปิดรับสื่อของคนในยุคดิจิทัลที่ต้องการความรวดเร็วและชัดเจนในการประมวลผลข้อมูลในการจัดทำสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิกเรื่องการตรวจสอบข่าวปลอมนี้ คณะผู้จัดทำได้นำแนวคิดแฟลตดีไซน์มาประยุกต์ใช้ร่วมกับเทคนิคการวาดภาพประกอบแบบเวกเตอร์Vector Illustration ซึ่งเป็นระบบกราฟิกที่ประมวลผลจากสมการทางคณิตศาสตร์ ทำให้ชิ้นงานภาพวาดมีความคมชัดสูงและไม่สูญเสียความละเอียดเมื่อนำไปขยายขนาดเพื่อการสั่งพิมพ์ลงบนกระดาษขนาด A4 การเลือกใช้ตัวการ์ตูนเวกเตอร์และภาพสัญลักษณ์ที่มีลายเส้นดูเป็นมิตร เช่น ภาพวัยรุ่นถือระเบิดที่เปรียบเปรยถึงอันตรายของข่าวปลอมที่พร้อมจะปะทุและสร้างความเสียหาย หรือภาพหน้า
12จอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ ได้เข้ามาช่วยลดทอนความตึงเครียดและความซับซ้อนของเนื้อหาเชิงวิชาการให้กลายเป็นเรื่องที่ภาพลักษณ์ดูเข้าถึงง่ายและน่าสนใจมากยิ่งขึ้นสำหรับกลุ่มเป้าหมายนักเรียนและนักศึกษา การผสานงานศิลปะภาพวาดแบบเวกเตอร์สไตล์แฟลตดีไซน์เข้ากับการจัดวางที่ลงตัว จึงไม่เพียงแต่สร้างความสวยงามทางสุนทรียศาสตร์ แต่ยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือทางจิตวิทยาที่กระตุ้นให้ผู้ชมเปิดใจรับรู้ข้อมูล และสามารถจดจำขั้นตอนการตรวจสอบข่าวปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นภาพที่ 2.3 Flat Design การออกแบบเรียบง่ายที่ทรงพลังที่มา : https://wynnsoft-studio.com/Flat-Design2.6 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องในการจัดทำโครงงานสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิกเรื่องการตรวจสอบข่าวปลอม คณะผู้จัดทำได้ศึกษาเอกสาร งานวิจัย และโครงงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาเป็นแนวทางในการวิเคราะห์เนื้อหาและการออกแบบสื่อรณรงค์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (2565) ได้จัดทำคู่มือการรับมือและตรวจสอบข่าวปลอมในยุคดิจิทัล โดยระบุข้อมูลที่น่าสนใจว่าพฤติกรรมการแชร์ข้อมูลที่ผิดพลาดของคนในสังคมมักเกิดจากความตื่นตระหนกและการไม่อ่านเนื้อหาให้ครบถ้วน การสร้างเกราะป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างพฤติกรรมหยุดคิดก่อนคลิกให้กับประชาชน ซึ่งแนวคิดนี้ได้ถูก
13นำมาประยุกต์ใช้เป็นแกนหลักในการนำเสนอสารของโครงงาน โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้ให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตหยุดพิจารณาความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลก่อนที่จะดำเนินการส่งต่อเนื้อหาใด ๆ ออกไปสู่พื้นที่สาธารณะทางด้านการพัฒนาทักษะการรู้เท่าทันสื่อ กมลวรรณ วิเศษบุปผา (2567) ได้ศึกษาแนวทางการพัฒนาทักษะเพื่อป้องกันการแพร่กระจายข่าวปลอมบนสื่อสังคมออนไลน์ ผลการศึกษาพบว่าปัญหาหลักของการบริโภคสื่อในปัจจุบันเกิดจากการที่ผู้ใช้งานมักจะอ่านเพียงพาดหัวข่าวและด่วนตัดสินใจเชื่อข้อความเหล่านั้นโดยไม่เข้าไปตรวจสอบเนื้อหาด้านใน การสร้างสื่อรณรงค์ที่เน้นย้ำเรื่องการตรวจสอบแหล่งที่มาและวันที่เผยแพร่ จึงเป็นวิธีการที่ได้ผลดีที่สุดในการยับยั้งข่าวปลอมในระดับเยาวชน ข้อมูลส่วนนี้สอดคล้องกับการกำหนดขั้นตอนการตรวจสอบด้วยหลัก 3 วินาทีของคณะผู้จัดทำ ที่ได้ดึงเอาสาระสำคัญเรื่องการดูแหล่งข่าว การตรวจสอบวันที่ และการสังเกตความเกินจริงของพาดหัวข่าว มาจัดทำเป็นเนื้อหาหลักเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงอย่างเป็นรูปธรรมสำหรับการนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อภาพนิ่ง ปณิธาน มุ่งประสิทธิชัย (2566) ได้ทำการวิจัยเรื่องการสร้างสรรค์สื่ออินโฟกราฟิกเพื่อสร้างการรับรู้เรื่องข่าวปลอมสำหรับวัยรุ่นในยุคดิจิทัล ผลการศึกษาของงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า การนำเนื้อหาเชิงวิชาการที่ยืดยาวมาสรุปให้เหลือเพียง 3 ถึง 4 ประเด็นสำคัญ ควบคู่ไปกับการใช้สีสันที่กระตุ้นความสนใจและภาพประกอบที่เข้าใจง่าย ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายสามารถจดจำข้อมูลและนำไปใช้ในการกลั่นกรองข้อมูลข่าวสารได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการให้ข้อมูลแบบข้อความบรรยายความยาวหลายบรรทัด ทฤษฎีดังกล่าวได้กลายมาเป็นแนวทางสำคัญในการออกแบบการจัดวางองค์ประกอบและการเลือกใช้ภาพกราฟิกสไตล์แฟลตดีไซน์ของโครงงานนี้ เพื่อส่งเสริมให้สื่อโปสเตอร์มีขีดความสามารถในการสื่อสารและเข้าถึงกลุ่มนักเรียนนักศึกษาได้อย่างสัมฤทธิ์ผล
บทที่3เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องขึ้นตอนการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงงานสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิ มีขั้นตอนดังนี้3.1 ศึกษาข้อมูลเบื้องต้น3.2 เก็บรวบรวมข้อมูล3.3 การออกแบบสื่ออินโฟกราฟิก3.1 ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นผู้จัดทำได้ศึกษาและสืบค้นต้นฉบับของสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิกและหลักการสร้างสรรค์ผลงานรูปแบบ Flat Design มาจากหลายๆ แหล่งและนำมาดำเนินงาน3.2 เก็บรวบรวมข้อมูล3.2.1 ศึกษาค้นคว้าข้อมูลความหมายของ ข่าวปลอม (Fake News) และอินโฟกราฟิก (Infographic)3.2.2 ศึกษา หลักการทำ สื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก3.2.3 ศึกษาโปรแกรมที่ใช้ในการทำ สื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก3.2.4 ศึกษาวิธีการออกแบบและทำอินโฟกราฟิกด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปดังนี้3.2.4.1 Adobe Illustrator3.2.4.2 Adobe Photoshop3.3 การออกแบบสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก3.3.1 การสร้างภาพประกอบเวกเตอร์ (Vector) ไอคอน และตัวการ์ตูน สำหรับนำไปทำสื่อโปสเตอร์3.3.2 การจัดวางองค์ประกอบ (Layout) และการนำเสนอเนื้อหาลงบนหน้ากระดาษขนาดA4
15ภาพที่3.3.1 การสร้างภาพประกอบเวกเตอร์ไอคอนและตัวการ์ตูนสำหรับนำไปทำสื่อโปสเตอร์ด้วยโปรแกรม Adobe Illustratorภาพที่ 3.3.2 การจัดวางองค์ประกอบและการนำเสนอเนื้อหาลงบนหน้ากระดาษขนาด A4
163.4 การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้ดำเนินการดังต่อไปนี้3.4.1 ตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบสอบถามโดยคัดเลือกเฉพาะแบบสอบถามที่สมบูรณ์3.4.2 แบบสอบถามตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามวิเคราะห์โดยใช้ค่าร้อยละ 3.4.3 แบบสอบถามตอนที่ 2 ระดับความพึงพอใจของนักเรียน นึกศึกษาที่รับชมสื่อ หาค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) และค่าเฉลี่ยร้อยละ (Percentage)โดยทำเป็นรายข้อ รายด้านและรวมทุกด้าน3.4.4 นำคะแนนที่ได้ไปดำเนินการวิเคราะห์โดยวิธีการทางสถิติ ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางคอมพิวเตอร์ เพื่อหาระดับความพึงพอใจ3.4.5 เกณฑ์ในการประเมินความพึงพอใจของนักเรียน นักศึกษาที่ใช้สื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิกประมาณโดยอ้างอิงจากแบบประเมิน โดยนำผลการประเมินมาเทียบกับอัตราส่วนภาคชั้น ดังนี้4.51 – 5.00 หมายถึง มีคุณภาพดีมาก3.51 – 4.50 หมายถึง มีคุณภาพดี2.51 – 3.50 หมายถึง คุณภาพปานกลาง1.51 – 2.50 หมายถึง มีคุณภาพน้อย 1.00 – 1.50 หมายถึง ควรปรับปรุง3.5 สถิติที่ใช้ในการวิจัยค่าทางสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางคอมพิวเตอร์ ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้3.5.1 ค่าร้อยละ (Percent)3.5.2 การหาค่าเฉลี่ย (Mean)3.5.3 การหาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
บทที่4ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสำรวจความพึงพอใจของผู้ชมสื่อสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิผู้วิจัยได้นำข้อมูลจากแบบสอบถามของกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 100 ชุด ที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้วนำมาทำการวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางสถิติโดยมีการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังต่อไปนี้สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้เกิดความเข้าใจในการแปลความหมายจากผลการวิเคราะห์ข้อมูลผู้วิจัยได้ทำการกำหนดสัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้N หมายถึง ขนาดของกลุ่มตัวอย่าง?̅ หมายถึง ค่าเฉลี่ยเลขคณิตศาสตร์ของข้อมูลที่ได้จากกลุ่มตัวอย่างSD. หมายถึง ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของกลุ่มตัวอย่างผลการวิเคราะห์ข้อมูลข้อมูลเชิงปริมาณได้จากการส่งแบบสอบถามให้นักเรียน นักศึกษาในวิทยาลัยเทคนิคตราด จำนวน 100 คน แบ่งเป็น 3 ส่วน4.1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามตอนที่1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม1. เพศ จำนวน (คน) ร้อยละ1.1 ชาย 76 761.2 หญิง 24 24รวม 100 100ตารางที่4-1 แสดงจำนวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม จำแนกเพศ
18จากตารางที่ 4-1 มีจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 100 คน เป็นเพศชายมากที่สุด จำนวน 76 คน คิดเป็นร้อยละ 76แผนภาพที่4-1 แสดงจำนวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม จำแนกตามเพศ2.อายุ จำนวน (คน) ร้อยละ2.1 ต่ำกว่า 15 ปี 1 12.2 15-17 ปี 9 92.3 18-20 ปี 66 662.4 21-23 ปี 24 242.5 24-26 ปี 0 02.6 มากกว่า 26 ปี 0 0รวม 100 100ตารางที่4-2 แสดงจำนวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม จำแนกตามอายุ
19จากตารางที่4-2 แสดงให้เห็นว่าผู้ตอบแบบสอบถามที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 1 อายุ 15-17 ปีจำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 9 อายุ18-20 ปี จำนวน 66 คน คิดเป็นร้อยละ 66 อายุ21-23 ปี จำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 24 อายุ24-26 ปี จำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 อายุมากกว่า 21 ปี คิดเป็นร้อยละ 0แผนภาพที่4-2 แสดงจำนวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม จำแนกตามอายุ3.อาชีพ จำนวน (คน) ร้อยละ3.1 นักเรียน 12 123.2 นักศึกษา 88 883.3 ครู-อาจารย์ 0 03.4 ผู้บริหาร 0 03.5 บุคลากรทางการศึกษา 0 0รวม 100 100ตารางที่4-3 แสดงจำนวนและร้อยละของผู้แบบสอบถาม จำแนกตามอาชีพ
20 จากตารางที่ 4-3 แสดงให้เห็นว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีอาชีพนักเรียน จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 12 นักศึกษาจำนวน 88 คน คิดเป็นร้อยละ 88 ครู-อาจารย์จำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ0 ผู้บริการ จำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 บุคลากรทางการศึกษา จำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 4.ระดับการศึกษา จำนวน (คน) ร้อยละ4.1 ต่ำกว่า ปวช. 4 44.2 ปวช. 9 94.3 ปวส. 81 814.4 ปริญญาตรี 6 64.5 ปริญญาโท 0 04.6 ปริญญาเอก 0 0รวม 100 100ตารางที่4-4 แสดงจำนวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม จำแนกตามระดับการศึกษา
21จากตารางที่ 4-4 แสดงให้เห็นว่าผู้ตอบแบบสอบถามอยูระดับการศึกษา ต่ำกว่า ปวช. จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 4 ปวช. จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 9 ปวส. จำนวน 81 คน คิดเป็นร้อยละ 81 ปริญญาตรี จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 6 ปริญญาโท จำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 ปริญญาแอก จำนวน 0 คน ร้อยละ 0
22ส่วนที่ 2 แบบสอบถามความพึงพอใจความพึงพอใจของผู้ชมที่มีต่อสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิสามารถแสดงได้ตามตารางต่อไปนี้ข้อที่ คำถาม ?̅ (S.D)ระดับความพึงพอใจ1ความสวยงาม ความทันสมัย และความน่าสนใจของชิ้นงานโปสเตอร์โดยรวม 4.59 0.59 ดีมาก2การเลือกใช้โทนสี (แดง-ขาว) ช่วยเน้นย้ำความสำคัญและดึงดูดสายตาได้ดี 4.52 0.61 ดีมาก3การออกแบบภาพประกอบและไอคอนสไตล์ Flat Design เข้าใจง่ายและสอดคล้องกับเนื้อหา 4.59 0.62 ดีมาก4รูปแบบและขนาดของตัวอักษรมีความเหมาะสม อ่านง่าย ชัดเจน4.46 0.66 ดี5การจัดวางองค์ประกอบต่างๆ เป็นระเบียบ ทำให้กวาดสายตาอ่านได้ง่าย 4.63 0.58 ดีมาก6เนื้อหาเรื่อง Fake News มีความถูกต้อง ชัดเจน และเชื่อถือได้ 4.58 0.61 ดีมาก7การสรุปข้อมูลมีความกระชับ ไม่เยิ่นเย้อ เหมาะสมกับรูปแบบสื่อโปสเตอร์ 4.62 0.58 ดีมาก8ลำดับขั้นตอน \"หลัก 3 วิ เช็กก่อนแชร์\" นำเสนอได้เข้าใจง่ายและจดจำได้ดี 4.51 0.67 ดีมาก9การอธิบายถึง \"ผลเสียและสัญญาณเตือนของข่าวปลอม\" มีความครอบถ้วน 4.47 0.67 ดี10ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารมีความเหมาะสม ดึงดูดความสนใจผู้อ่านได้ดี 4.51 0.64 ดีมากรวม/เฉลี่ย 4.55 0.62 ดีมาก
23ตารางที่ 4-5 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ ความพึงพอใจของผู้รับชมสื่ออินโฟกราฟิก เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิจากตารางที่4-5 แสดงความพึงพอใจของสื่ออินโฟกราฟิก เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิมีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( ?̅ = 4.55 S.D. = 0.62 ) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อเรียงลำดับจากมากสุดไปน้อยสุดตามลำดับคือ ความสวยงาม ความทันสมัย และความน่าสนใจของชิ้นงานโปสเตอร์โดยรวม ( ?̅ = 4.59 S.D. = 0.59 ) การเลือกใช้โทนสี (แดง-ขาว) ช่วยเน้นย้ำความสำคัญและดึงดูดสายตาได้ดี( ?̅ = 4.52 S.D. = 0.61 ) การออกแบบภาพประกอบและไอคอนสไตล์ Flat Design เข้าใจง่ายและสอดคล้องกับเนื้อหา ( ?̅ = 4.59 S.D. = 0.62 ) รูปแบบและขนาดของตัวอักษรมีความเหมาะสม อ่านง่าย ชัดเจน ( ?̅ = 4.46 S.D. = 0.66 ) การจัดวางองค์ประกอบต่างๆ เป็นระเบียบ ทำให้กวาดสายตาอ่านได้ง่าย ( ?̅ = 4.63 S.D. = 0.58 ) เนื้อหาเรื่อง Fake News มีความถูกต้อง ชัดเจน และเชื่อถือได้( ?̅ = 4.58 S.D. = 0.61 ) การสรุปข้อมูลมีความกระชับ ไม่เยิ่นเย้อ เหมาะสมกับรูปแบบสื่อโปสเตอร์( ?̅ = 4.62 S.D. = 0.58 ) ลำดับขั้นตอน \"หลัก 3 วิ เช็กก่อนแชร์\" นำเสนอได้เข้าใจง่ายและจดจำได้ดี( ?̅ = 4.51 S.D. = 0.67 ) การอธิบายถึง \"ผลเสียและสัญญาณเตือนของข่าวปลอม\" มีความครอบถ้วน ( ?̅ = 4.47 S.D. = 0.67 ) ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารมีความเหมาะสม ดึงดูดความสนใจผู้อ่านได้ดี( ?̅ = 4.51 S.D. = 0.64 )
24แผนภูมิ 4-5 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงมาตรฐาน ร้อยละ ความพึงพอใจของผู้รับชมแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิ ตอนที่3 ข้อเสนอแนะอื่นๆข้อเสนอแนะความพึงพอใจต่อสื่ออินโฟกราฟิก เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิควรมีการเพิ่มคิวอาร์โค้ดที่มุมของโปสเตอร์ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสแกนเข้าไปอ่านรายละเอียดหรือวิธีเช็กข่าวปลอมเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้
บทที่5สรุปและอภิปรายผลในการจัดทำโครงงานสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิสามารถสรุปผลการดำเนินงาน และข้อเสนอแนะดังรายละเอียด ดังนี้5.1 สรุปผลการดำเนินงาน 5.1.1 ผลการสร้างสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก เรื่อง เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิ5.1.2 ความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก เรื่อง เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิ5.2 อภิปรายผลจากตารางที่ 4.5 พบว่าความพึงพอใจของสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิ มีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( ?̅ = 4.55 S.D. = 0.62 ) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อเรียงลำดับจากมากสุดไปน้อยสุดตามลำดับคือ ความสวยงาม ความทันสมัย และความน่าสนใจของชิ้นงานโปสเตอร์โดยรวม ( ?̅ = 4.59 S.D. = 0.59 ) การเลือกใช้โทนสี (แดง-ขาว) ช่วยเน้นย้ำความสำคัญและดึงดูดสายตาได้ดี( ?̅ = 4.52 S.D. = 0.61 ) การออกแบบภาพประกอบและไอคอนสไตล์ Flat Design เข้าใจง่ายและสอดคล้องกับเนื้อหา ( ?̅ = 4.59 S.D. =0.62 ) รูปแบบและขนาดของตัวอักษรมีความเหมาะสม อ่านง่าย ชัดเจน ( ?̅ = 4.46 S.D. = 0.66 )การจัดวางองค์ประกอบต่างๆ เป็นระเบียบ ทำให้กวาดสายตาอ่านได้ง่าย ( ?̅ = 4.63 S.D. = 0.58 )เนื้อหาเรื่อง Fake News มีความถูกต้อง ชัดเจน และเชื่อถือได้( ?̅ = 4.58 S.D. = 0.61 ) การสรุปข้อมูลมีความกระชับ ไม่เยิ่นเย้อ เหมาะสมกับรูปแบบสื่อโปสเตอร์ ( ?̅ = 4.62 S.D. = 0.58 ) ลำดับขั้นตอน \"หลัก 3 วิ เช็กก่อนแชร์\" นำเสนอได้เข้าใจง่ายและจดจำได้ดี( ?̅ = 4.51 S.D. = 0.67 ) การอธิบายถึง \"ผลเสียและสัญญาณเตือนของข่าวปลอม\" มีความครอบถ้วน ( ?̅ = 4.47 S.D. = 0.67 ) ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารมีความเหมาะสม ดึงดูดความสนใจผู้อ่านได้ดี( ?̅ = 4.51 S.D. = 0.64 )
265.3 ข้อเสนอแนะ5.3.1 ข้อเสนอแนะจากการทำโครงงานในครั้งนี้5.3.1.1 ควรมีการพัฒนาและต่อยอดเนื้อหาเกี่ยวกับการตรวจสอบข่าวปลอม ให้อยู่ในรูปแบบสื่อประเภทอื่นๆ ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่น เช่น วิดีโอสั้น สำหรับแพลตฟอร์ม TikTok หรือสื่อเคลื่อนไหวเพื่อเพิ่มความน่าสนใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้หลากหลายรูปแบบมากยิ่งขึ้น5.3.1.2 ในการประเมินผลครั้งต่อไป อาจขยายขอบเขตของกลุ่มตัวอย่างให้ครอบคลุมถึงบุคคลภายนอกสถานศึกษา หรือประชาชนทั่วไป เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของสื่อโปสเตอร์ว่าสามารถสื่อสารกับกลุ่มคนในวัยอื่นๆ ได้อย่างเข้าใจตรงกันหรือไม่
บรรณานุกรมอ้างอิงมาจากเว็ปไซต์https://www.antifakenewscenter.com/https://rayong.prd.go.th/th/page/item/index/id/12https://huso.buu.ac.th/comt/การรู้เท่าทันสื่อhttps://www.9experttraining.com/articles/7-steps-to-create-infographicshttps://medium.com/siamhtml/flat-design-คืออะไร-สอนวิธีทำ-871165a78b96https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=ข่าวปลอม_(Fake_News)
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก(เอกสาร)
30แบบเสนอหัวข้อโครงงาน (Project Proposal)ประจำปีการศึกษา 2568รายวิชา โครงงานด้านเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล (31910-2029)หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พ.ศ. 2567 ประเภทวิชาอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศกลุ่มอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล1. ชื่อโครงงานภาษาไทย สื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิภาษาอังกฤษ Think Before You Share: Spotting Fake News in 3 Seconds2. คณะผู้จัดทำโครงงาน2.1 นาย นันทกร เข็มเงิน รหัสนักศึกษา 673191000043. ครูที่ปรึกษาโครงงาน3.1 นายธิติ แท่นยั้ง ตำแหน่ง ครู3.1 นางสาววิรัล คเณสุข ตำแหน่ง ครูพิเศษสอน4. ที่มาและความสำคัญของโครงงานในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลอย่างรวดเร็วบนโลกโซเชียลมีเดีย เรามักพบปัญหาการแพร่ระบาดของ ข่าวปลอม ที่สร้างขึ้นเพื่อสร้างความสับสน หลอกลวง หรือดึงดูดความสนใจด้วยพาดหัวที่เกินจริงจากการสังเกตพบว่า วัยรุ่นและผู้ใช้งานโซเชียลส่วนใหญ่มักตัดสินใจ 'แชร์' ข้อมูลทันทีเพียงเพราะความตื่นเต้น โดยไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้อง ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้างและอาจสร้างความเสียหายต่อบุคคลหรือสังคมได้คณะผู้จัดทำจึงได้สร้างสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิขึ้นมา เพื่อเป็นคู่มือฉบับย่อยที่เข้าใจง่าย ช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้งานหยุดคิดและรู้วิธีตรวจสอบ
31ข้อมูลเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะส่งต่อข้อมูลนั้นออกไป เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น5. วัตถุประสงค์ของโครงงาน5.1 เพื่อสร้างสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิกในหัวข้อ เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิ ที่มีเนื้อหากระชับ เข้าใจง่าย และดึงดูดความสนใจของวัยรุ่น5.2 เพื่อเผยแพร่วิธีการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น บนโลกออนไลน์ให้กับนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ให้มีทักษะการรู้เท่าทันสื่อ6. ขอบเขตของโครงงาน6.1 ขอบเขตด้านชิ้นงาน1) สร้างสื่อในรูปแบบภาพนิ่ง จำนวน 1 ชิ้นงาน โดยมี2) เนื้อหาภานในชิ้นงาน ครอบคลุมวิธีการตรวจสอบข่าวปลอม เบื้องต้น 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การตรวจสอบที่มา , การตรวจสอบวันที่ , การสังเกตการณ์พาดหัวข่าว3) รูปแบบการดีไซน์ ใช้เทคนิคการออกแบบสไตล์ ศิลปะภาพตัดแปะ เน้นการสื่อสารด้วยภาพสัญลักษณ์และข้อความที่สั้น กระชับ เข้าใจง่าย4) ออกแบบในขนาดสัดส่วนมาตรฐาน A4 (21 x 29.7 เซนติเมตร) เพื่อรองรับการนำไปจัดพิมพ์เป็นสื่อสิ่งพิมพ์สำหรับติดประกาศ5) ประเภทของไฟล์ จัดทำไฟล์ผลลัพธ์ในรูปแบบ .PNG ที่มีความละเอียดสูง6.2 ขอบเขตด้านการวิจัย 1) ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง1.1) ประชากรนักเรียน – นักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคตราด ปีการศึกษา 2568 โดยอ้างอิงจากข้อมูลในเอกสารของสถานศึกษา มีจำนวน รวมทั้งสิ้น 1,270 คน ซึ่งประกอบไปด้วย นักเรียน – นักศึกษาในระดับ ปวช. , ปวส. และสาขาวิชาต่างๆ ของวิทยาลัยเทคนิคตราดทั้งหมด 1.2) กลุ่มตัวอย่างนักเรียนและนักศึกษา วิทยาลัยเทคนิคตราด จำนวน 100 ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เพื่อใช้ประเมินความพึงพอใจต่อสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิ2) เครื่องมือในการวิจัย2.1) สื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิกในหัวข้อ เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิ
322.2) แบบประเมินความพึงพอใจของผู้รับชมที่มีต่อ สื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิกในหัวข้อ เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิ3) ระยะเวลาในการวิจัยภายในสัปดาห์ที่ 1 - 15 ของภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 และสัปดาห์ที่ 1 -9 ของภาคเรียนฤดูร้อน ปีการศึกษา 2568 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 24 สัปดาห์ หรือ 2 ภาคเรียน4) สถานที่ในการดำเนินการวิจัย4.1) ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล4.2) แผนกวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล4.3) สถานที่พักอาศัยของผู้จัดทำ7. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ7.1 ได้สื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก เรื่อง เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิ ที่มีความสวยงาม ทันสมัย และสามารถนำไปใช้งานได้จริงทั้งในรูปแบบออนไลน์และสื่อสิ่งพิมพ์7.2 ผู้ที่ได้รับชมสื่อมีความรู้และความเข้าใจ เกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลบนโลกออนไลน์ และสามารถแยกแยะข่าวปลอมเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว7.3 ช่วยปลูกฝังพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีสติ ลดปัญหาการแพร่กระจายข้อมูลที่ผิดพลาด ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในสังคม8. เครื่องมือที่ใช้ในการจัดชิ้นงาน8.1 ด้านฮาร์ดแวร์ 8.1.1 คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ มีคุณสมบัติ ดังนี้1) หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) INTEL I5 12400F ขนาดความเร็ว 2.5GHz2) หน่วยความจำหลัก (RAM) Kingston DDR4 16 GB3) หน่วยความจำสำรอง (Hard disk) SSD m.2 WD BLUE 512 GB4) หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) AMD RX6700XT 12 GB8.2 ด้านซอฟต์แวร์8.2.1 ระบบปฏิบัติการ (Operating System)1) Windows 118.2.2 โปรแกรมและแอปพลิเคชัน ที่ใช้จัดทำชิ้นงาน
331) Adobe Photoshop2) Adobe Illustrator9. ประมาณการรายจ่ายค่าวัสดุและอุปกรณ์ตารางที่ 1 ข้อมูลประมาณการรายจ่ายค่าวัสดุและอุปกรณ์ลำดับ รายการวัสดุอุปกรณ์และอื่น ๆ จำนวนราคาที่สืบได้หน่วย(บาท)รวม(บาท)ด้านการจัดทำเอกสาร/รูปเล่มโครงงาน1 ค่าปริ้นเอกสารขาว-ดำ 2 ชุด 80 1602 ค่าปกหน้า - หลัง สี 2 ชุด 20 403 ค่าเข้าเล่มสันกาว 2 เล่ม 100 200ด้านการจัดทำตัวชิ้นงาน4 กรอบใส่ชิ้นงาน 5 38 1905 ค่าปริ้นสีชิ้นงานกระดาษโฟโต้A4 3 25 756 ค่าปริ้นสีชิ้นงานกระดาษ A4 2 10 20รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 68510. ขั้นตอนการดำเนินโครงงานส่วนที่ 1 ขั้นเตรียมการก่อนดำเนินโครงงาน1) ศึกษาและทำความเข้าใจในการจัดทำโครงงาน2) คัดเลือกแนวคิด หรือเลือกหัวข้อ ที่ต้องการจัดทำโครงงาน3) เลือกครูที่ปรึกษาหลักของโครงงาน หรือครูที่ปรึกษาร่วมของโครงงาน4) ค้นคว้าและศึกษา แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับโครงงานส่วนที่ 2 ขั้นวางแผนการดำเนินงาน6) ศึกษาปัญหาจากแหล่งกรณีศึกษา หรือหาแนวคิดในการจัดทำโครงงาน7) วิเคราะห์ปัญหา ออกแบบและวางแผนการดำเนินโครงงาน8) จัดทำแบบเสนอโครงงาน (Project Proposal)9) นำเสนอหัวข้อโครงงานต่อครูที่ปรึกษาโครงงาน ครูประจำวิชาโครงงาน และคณะกรรมการโครงงาน เพื่อขออนุมัติให้ดำเนินโครงงาน
34ส่วนที่ 3 ขั้นการดำเนินงานตามแผน10) จัดทำเอกสารรูปเล่มโครงงาน บทที่ 1 - 311) จัดทำชิ้นงานของโครงงาน ที่ได้ออกแบบไว้ในเอกสารบทที่ 3 ให้มีความสมบูรณ์12) ทดสอบประสิทธิภาพของชิ้นงานโครงงานโดยผู้เชี่ยวชาญ13) วิจัยเพื่อหาความพึงพอใจของผู้ใช้งานที่มีต่อชิ้นงานโครงงาน14) จัดทำเอกสารรูปเล่มโครงงาน บทที่ 4 - 5 และอื่น ๆ ให้มีความสมบูรณ์ส่วนที่ 4 ขั้นนำเสนอผลการดำเนินงาน 15) นำเสนอผลการดำเนินโครงงานต่อคณะกรรมการประเมินผลโครงงาน16) จัดส่งชิ้นงานโครงงาน และเอกสารรูปเล่มโครงงานฉบับสมบูรณ์ต่อครูประจำ วิชาโครงงาน
3511. แผนการดำเนินงานของโครงงานตารางที่ 1.2 ข้อมูลแผนการดำเนินงานของโครงงานขนั้ตอน/กิจกรรม การดา เนินงานของโครงงานระยะเวลา(เดือน)ปีการศึกษา2568ภาคเรียนที่2/2568ภาคฤดูร้อน/2568ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค.ส่วนที่1 ขนั้เตรียมการก่อนดา เนินโครงงาน1) ศึกษาและท าความเข้าใจในการจัดท าโครงงาน2) แบ่งกลุ่มหรือเลือกสมาชิกของกลุ่มในการจัดท าโครงงาน3) คัดเลือกแนวคิด หรือเลือกหัวข้อ ที่ต้องการจัดท าโครงงาน4) เลือกครูที่ปรึกษาหลักของโครงงาน หรือครูที่ปรึกษาร่วมของโครงงาน5) ค้นคว้าและศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับโครงงานส่วนที่2 ขนั้วางแผนการดา เนินงาน6) ศึกษาปัญหาจากแหล่งกรณีศึกษา หรือหาแนวคิดในการจัดท าโครงงาน7) วิเคราะห์ปัญหา ออกแบบและวางแผนการด าเนินโครงงาน8) จัดท าแบบเสนอโครงงาน (Project Proposal)9) น าเสนอหัวข้อโครงงานฯ ต่อและคณะกรรมการโครงงาน เพื่อขออนุมัติให้ด าเนินโครงงานส่วนที่3 ขนั้ดา เนินงานตามแผน10) จัดท าเอกสารรูปเล่มโครงงาน บทที่ 1 - 311) จัดท าชิ้นงานของโครงงาน ตามที่ได้ออกแบบไว้ในเอกสารบทที่ 3 ให้มีความสมบูรณ์12) ทดสอบประสิทธิภาพของชิ้นงานโครงงานโดยผู้เชี่ยวชาญ13) วิจัยเพื่อหาความพึงพอใจของผู้ใช้งานที่มีต่อชิ้นงานโครงงาน14) จัดท าเอกสารรูปเล่มโครงงาน บทที่ 4 - 5 และอื่น ๆ ให้มีความสมบูรณ์ส่วนที่4 ขนั้น าเสนอผลการดา เนินงาน15) น าเสนอผลการด าเนินโครงงานต่อคณะกรรมการประเมินผลโครงงาน 16) จัดส่งชิ้นงานโครงงาน และเอกสารรูปเล่มโครงงานฉบับสมบูรณ์ต่อครูประจ าวิชาโครงงาน
3612. ระยะเวลาในการจัดทำโครงงานตั้งแต่สัปดาห์ที่ 1 - 15 ของภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 และตั้งแต่สัปดาห์ที่ 1 -9 ของภาคเรียนฤดูร้อน ปีการศึกษา 2568 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 24 สัปดาห์ หรือ 2 ภาคเรียน13. สถานที่ในการจัดทำโครงงาน13.1 ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ แผนกวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยเทคนิคตราด13.2 สถานที่พักอาศัยของผู้จัดทำโครงงาน 14. ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง14.1 ความหมายและประเภทของข่าวปลอม (Fake News)14.2 ทักษะการรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy)14.3 ทฤษฎีการสื่อความหมายด้วยภาพ (Visual Communication)14.4 หลักการออกแบบอินโฟกราฟิก (Infographic Design)14.5 ศิลปะภาพตัดแปะ (Collage Art) ในงานออกแบบร่วมสมัย14.1.1 คู่มือการรับมือและตรวจสอบข่าวปลอมในยุคดิจิทัล (พ.ศ. 2565) จัดทำโดย ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand)14.2.2 ทักษะการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศสำหรับพลเมืองยุคใหม่ (พ.ศ. 2566)จัดทำโดย นางสาววราภรณ์ สุขสม14.3.3 การสื่อสารด้วยทัศนภาพและจิตวิทยาการรับรู้ (พ.ศ. 2562) จัดทำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย นิลอาธิ14.4.4 หลักการออกแบบอินโฟกราฟิกและการนำเสนอข้อมูลเชิงทัศน์ (พ.ศ. 2565)จัดทำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประนุช ทรัพย์สมาน14.5.5 ประวัติศาสตร์ศิลปะและการออกแบบสมัยใหม่: เทคนิคภาพตัดแปะ (พ.ศ. 2564) จัดทำโดย อาจารย์วิศาล มาลารัตน
37ใบอนุมัติหัวข้อโครงงานสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิคณะผู้จัดทำโครงงานข้าพเจ้าและสมาชิกในกลุ่ม ขอรับรองว่าหัวข้อโครงงานที่ได้นำเสนอเพื่อขออนุมัติในครั้งนี้ สามารถดำเนินการได้จนสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ หากเกิดปัญหาขึ้นในระหว่างการดำเนินงานจนไม่สามารถดำเนินโครงงานได้แล้วเสร็จ ข้าพเจ้ายินยอมจะรับผลการพิจารณาจากครูประจำวิชาและคณะกรรมการโครงงาน โดยไม่มีข้อต่อรองใด ๆ ...........................................................(...........................................................)วันที่.........เดือน................ พ.ศ. .........หัวหน้ากลุ่มโครงงาน...........................................................(...........................................................)วันที่.........เดือน................ พ.ศ. .........สมาชิกกลุ่มโครงงานความเห็นของครูที่ปรึกษาโครงงาน อนุมัติ ไม่อนุมัติ เนื่องจาก...................................................................................................................................(...........................................................)วันที่.........เดือน................ พ.ศ. .........ครูที่ปรึกษาหลักของโครงงาน...........................................................(...........................................................)วันที่.........เดือน................ พ.ศ. .........ครูที่ปรึกษาร่วมของโครงงานความเห็นของครูประจำวิชาโครงงาน อนุมัติ ไม่อนุมัติ เนื่องจาก...................................................................................................................................( นายธิติ แท่นยั้ง )วันที่.........เดือน................ พ.ศ. .........ครูประจำวิชาโครงงาน
38ความเห็นของหัวหน้าสาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล อนุมัติ ไม่อนุมัติ เนื่องจาก...................................................................................................................................( นางราตรี พรหมแท่น )วันที่.........เดือน................ พ.ศ. .........หัวหน้าสาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล
39ใบประเมินอนุมัติให้จัดทำหัวข้อโครงงานสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ วิธีจับผิด Fake News ใน 3 วิความเห็นของคณะกรรมการ อนุมัติให้จัดทำหัวข้อโครงงานนี้ได้ อนุมัติให้จัดทำหัวข้อโครงงานนี้ได้ แต่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม คือ .............................................………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ไม่อนุมัติ ต้องเสนอหัวข้อใหม่ เนื่องจาก.............................................................................…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........................................................(...........................................................)วันที่.........เดือน................ พ.ศ. .........ประธานกรรมการ...........................................................(...........................................................)วันที่.........เดือน................ พ.ศ. .........กรรมการ...........................................................(...........................................................)วันที่.........เดือน................ พ.ศ. .........กรรมการ...........................................................(...........................................................)วันที่.........เดือน................ พ.ศ. .........กรรมการ...........................................................(...........................................................)วันที่.........เดือน................ พ.ศ. .........กรรมการ...........................................................(...........................................................)วันที่.........เดือน................ พ.ศ. .........กรรมการและเลขานุการ
ภาคผนวก ข (ขั้นตอนการปฏิบัติงาน)
41ขั้นตอนการปฏิบัติงานภาพที่ 5.1 การวาดและสร้างสรรค์ภาพประกอบตัวละครสไตล์ Flat Designภาพที่ 5.2 การสร้างพื้นหลังและกำหนดเส้นนำสายตา
42ภาพที่ 5.3 การจัดวางตัวอักษรและข้อความเนื้อหาภาพที่ 5.4 การจัดวางองค์ประกอบและสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิกที่เสร็จสมบูรณ์