น้ำพรกิ ผักสด เคร่อื งเคียง
“นำ้ พริกเหด็ หอมสมนุ ไพรทรงเครอ่ื ง
คณะผู้จดั ทำ
เดก็ หญงิ อนชุ ิดา ทธิ ะ
เด็กหญิงวรรณภา ไชยเทศ
เด็กหญงิ อจริ วดี พลศรเี มอื ง
ครทู ีป่ รกึ ษา
นางสรุ ัชฎา เดชขนั ธ์
นางสาวชนิดา ดวงสภุ า
ผู้ใหก้ ารสนบั สนนุ
นางสาวรัชณี บญุ ชาญ
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบ้านหนองผือ
โรงเรียนบา้ นหนองผือ
อำเภออากาศอำนวย จังหวดั สกลนคร
สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาสกลนคร เขต ๓
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
ช่อื น้ำพรกิ ก
ผ้ศู กึ ษา
ครูที่ปรกึ ษา น้ำพรกิ ผกั สด เครอ่ื งเคยี ง
นำ้ พรกิ เห็ดหอมสมุนไพรทรงเครอ่ื ง
โรงเรยี น นกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ - ๖
ปีการศึกษา นางสุรัชฎา เดชขันธ์
นางสาวชนิดา ดวงสภุ า
โรงเรียนบา้ นหนองผือ ตำบลสามคั คีพัฒนา อำเภออากาศอำนวย จงั หวดั สกลนคร
๒๕๖๕
บทคดั ย่อ
การทำน้ำพริก ผักสด เครื่องเคียงมีวัตถุประสงค์เพ่ือ ๑. รู้จักนำวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นมาประกอบ
อาหารประเภทเครื่องจิ้มได้ ๒. เพ่ือให้รู้จัก และทำน้ำพริกเห็ดหอมสมุนไพรทรงเครื่องไว้รับประทาน
ในครัวเรือน ๓. เพื่อให้นักเรียนทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ๔. เพ่ือให้มีช่องทางการหารายได้เสริม
จากการทำน้ำพริกเห็ดหอมสมุนไพรทรงเคร่ือง การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยการบูรณาการอาหารท้องถ่ิน
เข้ากับรายวิชาการงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ปีพุทธศักราช ๒๕๕๑ ที่ว่าด้วย
จดั การเรียนการสอนให้ผเู้ รียนมีความรู้ ความเข้าใ้ จเกี่ยวกับการดำรงชีวิต การงานอาชีพ เทคโนโลยี มคี วามคิด
สร้างสรรค์ มีทักษะในการทำงานและการดำรงชีวิต เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพ สามารถดำรงชีวิตอยู่
สังคมได้อย่างพอเพยี งและมีความสุข
น้ำพริกเห็ดหอมสมุนไพรทรงเคร่ือง ถือเป็นอาหารชนิดหนึ่งที่คณะผู้จัดทำเลือก เพราะวัตถุดิบ
ในการทำสว่ นใหญ่เป็นสมุนไพรท่ีหาได้จากท้องถ่ิน ใช้เหด็ หอมเพ่ือชูรสชาติและกลิ่นของนำ้ พรกิ ทั้งน้เี ห็ดหอม
ยงั มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก พร้อมวิธกี ารทำทไ่ี มซ่ ับซ้อน เหมาะสมกับอายุและช่วงวัยของนักเรียน
ระดับช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๔ - ๖
ดังน้ัน ครูผู้สอนจึงพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้เรียน โดยบูรณาการการทำอาหาร
ในรายวิชาการงานอาชีพเข้ากับการนำวัตถุดิบในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชนส์ ูงสุด โดยคิดค้นสูตร และวธิ ีการ
ทำน้ำพริกเห็ดหอมสมุนไพรทรงเคร่ือง ที่มีรสชาติอร่อยแบบลงตัวของความหอมจากเห็ดหอม ความเผ็ด
ความเค็ม และเปร้ียว อร่อยแบบกลมกล่อม รวมท้ังสรรพคุณทางยาจากสมุนไพรหลากหลายชนิด นอกจาก
เป็นการนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังสามารถเป็นแนวทางในการสร้างอาชีพได้อีกด้วย
ข
กิตตกิ รรมประกาศ
การทำน้ำพริก ผักสด เครื่องเคียง “น้ำพริกเห็ดหอมสมุนไพรทรงเคร่ือง” ได้รับการสนับสนุน
จากคณะครูโรงเรียนบ้านหนองผือ และได้รับความอนุเคราะห์ให้คำปรึกษาจากผู้ท่ีเก่ียวข้อง ซึ่งประกอบด้วย
ผู้อำนวยการโรงเรยี นบา้ นหนองผอื นางสาวรชั ณี บญชาญ ครูผฝู้ ึกสอน นางสุรัชฎา เดชขันธ์ นางสาวชนดิ า ดวงสภุ า
นางสาววรรณรดา ช่วยไชยศรี รวมถึงคณะครูผ้ใู หค้ ำแนะนำ นายแก้วประเสริฐ แก้วบัวสา นายสรุ ชยั เดชขันธ์
และผู้อำนวยความสะดวกในการจัดหาวัตถุดิบ อุปกรณ์ นายนพชัย คำเกษ แม่ครัว และนักการภารโรง
ตลอดจนชาวบ้านในชมุ ชนบ้านหนองผือที่ให้ความอนเุ คราะห์เรื่องสมุนไพรที่ใช้ในการทำน้ำพริก ขอบขอบคุณ
คณะครูทุกท่านที่ฝึกสอน ชี้แนะ กาจัดทำเอกสารประกอบกิจกรรมแสดงผลงาน ให้ข้อเท็จจริงในกระบวนการ
ทำงานจนชำนาญ สามารถนำความรู้ไปเผยแพร่และใช้ได้จริง ขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกท่านท่ีเป็นกำลังใจ
ให้กิจกรรมน้ำพรกิ ผักสด เครือ่ งเคยี ง สำเร็จลุลว่ งไปดว้ ยดี
คณะผู้จดั ทำ
สารบัญ (ตอ่ ) ค
เร่อื ง หน้า
บทคัดยอ่ ก
กิตตกิ รรมประกาศ ข
สารบัญ ค
สารบญั ตาราง จ
สารบัญภาพ ฉ
บทท่ี ๑ บทนำ ๑
ทีม่ าและความสำคัญ ๑
วตั ถปุ ระสงค์ ๑
สมมติฐานการค้นคว้า ๒
ขอบเขตการศกึ ษา ๒
ประโยชนท์ คี่ าดว่าจะไดร้ บั ๒
บทท่ี ๒ เอกสารที่เก่ียวข้อง ๓
น้ำพริก ๓
เห็ดหอม ๖
สมนุ ไพร ๘
ปลาชอ่ นทะเล
บทที่ ๓ วธิ ีการดำเนนิ งาน ๑๒
อุปกรณ์การทำนำ้ พริกเหด็ หอมสมนุ ไพรทรงเคร่ือง ๑๔
วัตถดุ บิ ในการทำน้ำพรกิ เหด็ หอมสมนุ ไพรทรงเครื่อง ๑๔
ขนั้ ตอนการทำน้ำพริกเหด็ หอมสมนุ ไพรทรงเครื่อง ๑๘
บทท่ี ๔ ผลการดำเนนิ งาน ๒๕
การคดิ คำนวณราคาต้นทุน ๒๙
การคิดกำไรจากการขายปลกี ๒๙
การคดิ กำไรจากการขายส่ง ๓๐
การบนั ทึกบญั ชี ๓๐
บทท่ี ๕ สรุปผลการดำเนินงาน ๓๐
สรปุ ผลการดำเนินงาน ๓๑
ประโยชน์ที่นักเรยี นและผูท้ เ่ี กีย่ วข้องได้รับ ๓๑
ขอ้ เสนอแนะ ๓๑
๓๑
สารบัญ (ตอ่ ) ง
เรื่อง หน้า
บรรณานุกรม ๓๒
ภาคผนวก ก ตวั อยา่ งการบนั ทึกบญั ชีรายรบั – รายจา่ ย ๓๓
ภาคผนวก ข ตวั อย่างทะเบียนคุมสินค้า ๓๕
ภาคผนวก ค ภาพประกอบกิจกรรมการทำนำ้ พรกิ เหด็ หอมสมนุ ไพรทรงเคร่ือง ๓๗
สารบัญตาราง จ
เรื่อง หน้า
ตารางที่ ๑ ตวั อย่างการบันทึกบัญชีรายรับ – รายจา่ ย ๓๔
ตารางท่ี ๒ ตัวอย่างทะเบยี นคุมสินคา้ ๓๖
สารบญั ภาพ ฉ
เรื่อง หน้า
ภาพท่ี ๑ ครก/สาก ๑๔
ภาพที่ ๒ เขียง ๑๔
ภาพท่ี ๓ มดี ๑๕
ภาพที่ ๔ กระทะ ๑๕
ภาพท่ี ๕ เตาแก๊ส ๑๕
ภาพที่ ๖ ถาด ๑๖
ภาพท่ี ๗ ถ้วย ๑๖
ภาพท่ี ๘ ถว้ ยตวง ๑๖
ภาพที่ ๙ ช้อนตวง ๑๗
ภาพที่ ๑๐ กระชอน ๑๗
ภาพที่ ๑๑ ทพั พี ๑๗
ภาพท่ี ๑๒ กระปกุ ๑๘
ภาพท่ี ๑๓ เห็ดหอม ๑๘
ภาพที่ ๑๔ ปลาช่อนทะเลตากแห้ง ๑๙
ภาพท่ี ๑๕ กระเทียมจนี ๑๙
ภาพท่ี ๑๖ หอมแดง ๑๙
ภาพท่ี ๑๗ พริกแดงจินดาตากแหง้ ๒๐
ภาพท่ี ๑๘ นำ้ มะขามเปียก ๒๐
ภาพท่ี ๑๙ น้ำเสาวรส ๒๐
ภาพที่ ๒๐ น้ำตาลมะพร้าว ๒๑
ภาพที่ ๒๑ นำ้ ปลารา้ ตม้ สกุ ๒๑
ภาพท่ี ๒๒ ข่า ๒๑
ภาพที่ ๒๓ ตะไคร้ ๒๒
ภาพที่ ๒๔ ใบมะกรูด ๒๒
ภาพที่ ๒๕ พรกิ เผา ๒๒
ภาพท่ี ๒๖ กะปิ ๒๓
ภาพที่ ๒๗ เกลอื ๒๓
ภาพท่ี ๒๘ นำ้ มันพืช ๒๓
ภาพท่ี ๒๙ เตรยี มกระเทียม แล้วใช้มดี สับให้ละเอียด ๒๕
สารบัญภาพ (ต่อ) ช
เรื่อง หน้า
ภาพท่ี ๓๐ เตรยี มหอมแดง แลว้ ใชม้ ดี สับให้ละเอียด ๒๕
ภาพท่ี ๓๑ เตรียมเหด็ หอม แล้วใชม้ ดี สบั ใหล้ ะเอยี ด ๒๖
ภาพที่ ๓๒ เตรยี มปลาช่อนตากแหง้ แลว้ ทอดใหเ้ หลอื งกรอบ ๒๖
ภาพท่ี ๓๓ ทอดกระเทยี มทีส่ บั ไว้ใหม้ สี ีเหลืองทอง ๒๖
ภาพท่ี ๓๔ ทอดหอมแดงทสี่ ับไว้ให้มสี ีเหลืองทอง ๒๖
ภาพที่ ๓๕ ทอดเห็ดหอมทส่ี บั ไว้ให้สกุ และมีกล่นิ หอม ๒๖
ภาพที่ ๓๖ นำปลาชอ่ นตากแห้งท่ีทอดแล้วมาตำใหล้ ะเอยี ด ๒๖
ภาพที่ ๓๗ ค่วั พริกแดงจินดาตากแห้ง แลว้ นำไปปัน่ ให้ละเอียด ๒๗
ภาพท่ี ๓๘ คว่ั ตะไคร้ แล้วนำไปตำให้ละเอยี ด ๒๗
ภาพท่ี ๓๙ คั่วใบมะกรูด แลว้ นำไปตำใหล้ ะเอียด ๒๗
ภาพที่ ๔๐ ค่วั ข่า แลว้ นำไปตำให้ละเอียด ๒๗
ภาพท่ี ๔๑ เตรียมถ้วยใส่นำ้ มะขามเปียก นำ้ เสาวรส น้ำตาลมะพรา้ ว เกลือ พริกเผา
และน้ำปลารา้ ตม้ สุก ๒๗
ภาพท่ี ๔๒ เทสว่ นผสมรวมกันตามอัตราส่วนทเี่ ตรยี มไว้ ๒๗
ภาพท่ี ๔๓ นำส่วนผสมทเ่ี ตรียมไวม้ าเคี่ยวไฟกลาง ๒๘
ภาพท่ี ๔๔ เปิดไฟกลางเคี่ยวให้มีความหนดื ดี ๒๘
ภาพที่ ๔๕ ใสก่ ระเทยี ม เห็ดหอม ปลาชอ่ นทะเล หอมแดง พรกิ ตะไคร้ ใบมะกรูด
และข่า นำไปคลุกเคล้าใหเ้ ข้ากัน ๒๘
ภาพที่ ๔๖ นำนำ้ พรกิ ตกแตง่ ใสภ่ าชนะให้สวยงาม ๒๘
ภาพท่ี ๔๗ น้ำพริก ผักสด เครอ่ื งเคียง พร้อมดว้ ยผลติ ภัณฑ์ ๒๘
ภาพท่ี ๔๘ นกั เรียนรว่ มกนั ทำน้ำพริก ๓๘
ภาพท่ี ๔๙ ข้ันตอนการจัดเตรยี มหอมแดง ๓๘
ภาพที่ ๕๐ ขน้ั ตอนการผสมสว่ นผสมของนำ้ พริก ๓๙
ภาพที่ ๕๑ ครูผู้ฝกึ สอนใหค้ ำแนะนำการทอดหอมแดง ๓๙
ภาพที่ ๕๒ จดั สำรบั น้ำพริก ผกั สด เครอ่ื งเคยี ง ๔๐
ภาพที่ ๕๓ น้ำพรกิ ผักสด เคร่ืองเคียง พร้อมผลิตภัณฑ์ ๔๐
ภาพท่ี ๕๔ นำน้ำพรกิ เหด็ หอมสมุนไพรทรงเคร่ืองมาจำหน่ายใหร้ า้ นค้า ๔๑
ภาพที่ ๕๕ จดั จำหนา่ ยนำ้ พรกิ เห็ดหอมสมุนไพรทรงเคร่อื ง ๔๑
บทท่ี ๑
บทนำ
๑. ที่มาและความสำคญั
น้ำพริกเป็นอาหารไทยประเภทเคร่ืองจ้ิมชนิดหน่ึง ซ่ึงคนในสมัยก่อนนิยมรับประทานสัตว์น้ำ
มากกว่าสัตว์บก จึงคิดค้นน้ำพริกขึ้น เพ่ือเพ่ิมรสชาติและดับกล่ินคาวต่าง ๆ ซ่ึงน้ำพริก ถือเป็นอาหารคู่ครัว
คนไทยมาโดยตลอด นับตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน เมื่อรับประทานอาหารมักจะต้องมีน้ำพริกรับประทาน
คู่กัน แต่ในสังคมเมืองปัจจุบันมีอาหารสำเร็จรูปขายอยู่มาก ทำให้ผู้คนหันมาทำน้ำพริกทำกินเองน้อยลง
ปัจจุบันในท้องตลาดประเทศไทยมีน้ำพริกอยู่หลายประเภทขายอยู่ตามท้องตลาด ในปัจจุบันจึงมีน้ำพริก
หลากหลายชนิดให้ได้เลือกรับประทาน ซึ่งแต่ละชนิดวัตถุดิบและเอกลักษณ์ก็จะแตกต่างกันออกไป อีกท้ัง
นำ้ พริกยังเป็นอาหารประจำท้องถิน่ ในแต่ละภาคต่าง ๆ ซึ่งวัตถุดิบในการทำสามารถหาได้ตามท้องตลาดทั่วไป
อีกทั้งยังเป็นเมนทู ่ที ำงา่ ย นำ้ พรกิ จงึ กลายเป็นเมนูคบู่ า้ นของคนไทย
เหด็ หอม เป็นเห็ดท่ีมโี ปรตีนและวิตามินอยู่มากมาย และมปี ระโยชนต์ อ่ สขุ ภาพร่างกาย นอกจากน้ี
เห็ดหอมยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นต้ม ผัด แกง ทอด แต่ละเมนูก็ล้วน
น่ารับประทาน อีกหน่ึงเมนูที่มีเห็ดหอมเป็นส่วนประกอบคือ “น้ำพริกเห็ดหอม" ซ่ึงอุดมไปด้วยกากใยอาหาร
จากเห็ดหอม อกี ทัง้ ยงั มีกรดอะมิโนท่จี ำเป็นตอ่ ร่างกาย แถมยังชว่ ยชูรสชาติของน้ำพริกได้เปน็ อย่างดี
นอกจากนี้ น้ำพริกยังมีส่วนผสมจากสมุนไพรหลากหลายชนิด “สมุนไพรไทย” นับเป็นส่ิงหน่ึงที่
ทรงคุณค่า ด้วยเพราะสรรพคุณและประโยชน์ของสมุนไพรไทยท่ีมีคา่ นับอนันต์ เป็นสิ่งท่ีอยู่คู่คนไทยมานับพัน
ปี มีสรรพคุณและคุณค่าของสมุนไพรอันเป็นส่ิงท่ีเรียกได้ว่าภูมิปัญญาโบราณ ปัจจุบันสมุนไพรถูกนำมา
ประยุกต์ใช้ในหลายรูปแบบ โดยเฉพาะด้านอาหารหาร มีการนำสมุนไพรไทยมาเป็นส่วนประกอบในน้ำพริก
อาทิ ตะไคร้ ใบมะกรูด กระเทียม หอมแดง น้ำมะขามเปียก และนำ้ เสาวรส ซงึ่ มีสรรพคณุ ทางยาอย่างมากมาย
และเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อาหารท่ีรับประทานคู่กับน้ำพริกส่วนใหญ่จะเป็นผักต่าง ๆ เช่น แตงกวา ถัว
ฝกั ยาว และมะเขือเปราะ อกี ท้ังน้ำพรกิ ยงั เปน็ อาหารเพ่อื สุขภาพท่ีหาทานได้ง่ายอีกดว้ ย
เนื่องจากทางโรงเรียนและชุมชนบ้านหนองผือมีการปลูกพืชผักพืชสมุนไพรอยู่หลากหลายชนิด
สามารถนำมาน้ำพริกไว้รับประทานได้ จึงได้เกิดความคิดท่ีจะทำน้ำพริกเห็ดหอมทรงเครื่อง เพื่อเป็นการนำ
วตั ถดุ บิ ในชมุ ชนใช้มาทำให้เกดิ ประโยชน์ เน่อื งจากน้ำพรกิ เปน็ อาหารทีส่ ามารถเกบ็ ไว้ไดน้ าน อีกท้งั ยัง
สามารถนำไปต่อยอดเพอ่ื ทำให้เกิดรายได้ได้อีกด้วย
ดังน้ันทางคณะผู้จัดทำจึงได้มีแนวคิดที่จะทำน้ำพริกเห็ดหอมสมุนไพรทรงเคร่ือง เพื่อเป็นการนำ
วัตถุดิบในชุมชนมาใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์สูงสุด และเป็นแนวทางในการสร้างอาชีพให้กบั ผอู้ ่นื ด้วย
๒. วตั ถุประสงค์
๒.๑ เพื่อให้ร้จู ักนำวัตถุดบิ ทมี่ ีในทอ้ งถน่ิ มาประกอบอาหารประเภทเครอื่ งจ้มิ ได้
๒.๒ เพ่ือให้รู้จัก และทำน้ำพริกเห็ดหอมสมุนไพรทรงเครื่องไว้รับประทานในครัวเรือน
๒
๒.๓ เพือ่ ให้นักเรียนทำงานร่วมกับผอู้ ่นื ไดอ้ ยา่ งมีความสุข
๒.๔ เพ่ือใหม้ ชี ่องทางการหารายไดเ้ สรมิ จากการทำนำ้ พรกิ เหด็ หอมสมนุ ไพรทรงเครื่อง
๓์ . สมมติฐานการค้นคว้า
โรงเรียนบ้านหนองผือได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรายวิชาการงานอาชีพ โดยจัดให้นักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ - ๖ ได้เรียนรกู้ ารนำวัตถุดิบในท้องถ่ินมาประกอบอาหารประเภทเคร่ืองจ้ิม พร้อมด้วย
ผักสดปลอดสารพิษทค่ี นในชุมชนปลูกไว้ และเครื่องเคียง จึงงมีการนำเห็ดหอมมาประยกุ ต์เข้ากับเมนูนำ้ พริกคู่
กับสมนุ ไพรในทอ้ งถนิ่ เปน็ เมนู “น้ำพริกเหด็ หอมสมนุ ไพรทรงเครอื่ ง” รสชาตอิ รอ่ ย และดตี ่อสุขภาพ
๔. ขอบเขตการศกึ ษา
๔.๑ สถานท่ี
๔.๑.๑ ห้องประกอบอาหารโรงเรียนบ้านหนองผือ ตำบลสามัคคีพัฒนา อำเภออากาศอำนวย
จงั หวัดสกลนคร
๔.๒ ระยะเวลา
๔.๒.๑ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๕
๔.๓ งบประมาณ
๔.๓.๑ งบประมาณในการทำนำ้ พริกรวมทงั้ สนิ้ ๓,๐๐๐ บาท
๕. ตวั แปรทเี่ ก่ียวข้อง
๕.๑ ตวั แปรต้น
- ชนิดของวัตถดุ บิ ทีน่ ำมาทำนำ้ พริกเห็ดหอมสมุนไพรทรงเครื่อง
๕.๒ ตัวแปรตาม
- รสชาตขิ องอาหารท่ีผลติ จากเห็ดหอมและสมนุ ไพร
๕.๓ ตัวแปรควบคุม
- คณุ ภาพของวตั ถุดบิ ตอ้ งสดและสะอาด
๖. ประโยชนท์ คี่ าดวา่ จะไดร้ บั
๖.๑ ได้ทราบประโยชน์ของการนำวัตถดุ บิ ทมี่ ีในทอ้ งถิ่นมาประกอบอาหาร
๖.๒ ได้ทราบวิธีการทำนำ้ พรกิ เห็ดหอมสมนุ ไพรทรงเคร่ือง
๖.๓ ไดฝ้ ึกการทำงานร่วมกับผู้อน่ื
๖.๔ ไดท้ ราบช่องทางการหารายได้เสริมจากการทำนำ้ พรกิ เหด็ หอมสมนุ ไพรทรงเคร่อื ง
บทที่ ๒
เอกสารท่ีเก่ียวข้อง
การทำน้ำพริกเห็ดหอมสมุนไพรทรงเคร่ือง คณะผู้จัดทำได้ศึกษา รวบรวม วิเคราะห์ และ
สงั เคราะห์ขอ้ มลู และเอกสารที่เกีย่ วขอ้ งไว้กับการประกอบการทำน้ำพริกเห็ดหอมสมนุ ไพรทรงเคร่อื ง ดังนี้
๒.๑ น้ำพริก
๒.๑.๑ ความหมายของน้ำพริก
น้ำพริก คือ อาหารประเภทเครื่องจิ้มชนิดหนึ่ง โดยการนำเครื่องปรุงชนิดต่าง ๆ ลงโขลก
รวมกันในครก รสชาติของน้ำพริกโดยทั่วไปแล้ว จะมีรสเผ็ดนำ รสเค็มตาม แต่ภาคกลางน้ันจะเพิ่มรสเปร้ียว
ลงไปดว้ ย ทางเหนอื นำ้ พริกอ่องกจ็ ะมรี สเผ็ดนำ รสเค็มตาม แตว่ า่ ค่อนขา้ งหวาน
การเรียกชือ่ น้ำพรกิ แต่ละชนดิ มักจะเรียกตามส่วนประกอบหลักท่ีนำมาทำ ซ่ึงอาจเป็นเนื้อสัตว์
พืชผัก แมลง หรือผลิตผลจากพืชหรือสัตว์ก็ได้ เช่น น้ำพริกขิง น้ำพริกปลาร้า น้ำพริก -น้ำปู น้ำพริก
ตอ่ (ตัวอ่อนของตัวต่อ) น้ำพริกน้ำผัก เป็นต้น ประเภทของพริกที่นำมาตำน้ำพริกก็มีทั้งพริกดิบ หรือ พริกหนุ่ม
และพริกแห้ง ชนิดของน้ำพริกนอกจากจะแบ่งตามลักษณะของพริกที่นำมาทำแล้ว ยังอาจแบ่งได้ตามลักษณะ
ของน้ำพริก ได้แก่ น้ำพริกท่ีลักษณะค่อนข้างแห้ง และน้ำพริกลักษณะมีน้ำขลุกขลิก น้ำพริกท่ีคนไทยรู้จักดี
เช่น น้ำพริกกะปิ น้ำพริกกะเหรื่ยง น้ำพริกกุ้งสด น้ำพริกกุ้งเสียบ น้ำพริกปลาร้า น้ำพริกปลาทู
น้ำพริกเผา น้ำพริกนรก น้ำพริกแมงดา น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกตาแดง น้ำพริกอ่อง น้ำพริกแจ่ว น้ำพริก
ลงเรือ
๒.๑.๒ ประวตั ิความเป็นมาของน้ำพริก
น้ำพริก มีมาต้ังแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยคำว่า "น้ำพริก" มีความหมายมาจากการปรุงด้วย
การนำสมุนไพร พริก กระเทียม หัวหอม เครื่องเทศกลิ่นแรง มาโขก บด รวมกัน เพ่ือใช้สำหรับจ้ิม โดยมี
ดอกแค มะเขือยาว แตงกวา ถั่วฝักยาว มะเขือม่วง ถ่ัวพู สัตว์น้ำต่าง ๆ เช่น ปลา กุ้ง เป็นต้น น้ำพริก เป็นวิธี
ปรุงอาหารหรือเคร่ืองปรุงอาหาร โดยการนำเคร่ืองปรุงชนิดต่าง ๆ ลงโขลกรวมกันในครก โดยมากเป็นวิธี
ปรุงอาหารประเภทน้ำพริกต่างๆ คำว่า ตำ ยังใช้เรียกนำหน้าอาหารบางชนิด ที่ปรุงคล้ายยำ แต่ทำการ
คลุกเคล้ากันในครกโดยการตำเช่น ตำเทา (เตา) ตำบ่าโอ (ส้มโอ) ตำบ่าเขือ ตำบ่าม่วง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม
การตำมักใช้อาหารประเภท น้ำพรกิ ซ่ึงมอี ยหู่ ลายชนดิ
การเรียกช่ือน้ำพริกแต่ละชนิด มักจะเรียกตามส่วนประกอบหลักที่นำมาทำ ซ่ึงอาจเป็น
เน้ือสัตว์ พืชผัก แมลงหรือผลิตผลจากพืชหรือสัตว์ก็ได้ เช่น น้ำพริกขิง น้ำพริกปลา น้ำพริกร้า น้ำพริก-น้ำปู
น้ำพริกน้ำผัก เป็นต้น ประเภทของพริก ที่นำมาตำน้ำพริก ก็มีทั้งพริกดิบ หรือ พริกหนุ่ม และพริกแห้ง
ส่วนประกอบของน้ำพริก โดยทั่วไปแล้ว การตำน้ำพริกของคนล้านนา มักจะมีส่วนประกอบหลัก ๆ คือ เกลือ
กระเทียม หัวหอม พริก(แห้งหรือพริกดิบ) ซึ่งถ้าเป็นน้ำพริกที่ใช้ข้าวเหนียวจ้ิมกินแล้ว ก็จะ เผา จี่ หรือ
๔
หมกขี้เถา้ ร้อนใหส้ กุ ก่อน เพอื่ ให้มรี สดยี ิ่งขึ้น สำหรับเครื่องปรุงอ่ืน ๆ เช่น กะปิ ปลารา้ มะเขือเทศ ข่า
ตะไคร้ อาจจะมีเพ่ิมเข้าไปอีกแล้วแต่เฉพาะของน้ำพริกแต่ละชนิดไป ในระยะหลังน้ำพริกทุกชนิดมักโรยด้วย
ต้นหอมผักชที ุกครั้งเมอ่ื ตำเสร็จแล้ว
ชนิดของน้ำพริก นอกจากจะแบ่งตามลักษณะของพริกท่ีนำมาทำแล้ว ยังอาจแบ่งได้
ตามลกั ษณะของน้ำพรกิ ได้แก่ นำ้ พริกท่ลี ักษณะคอ่ นข้างแหง้ และนำ้ พรกิ ลักษณะมีน้ำขลกุ ขลิก
คนในสมัยก่อนนิยมรับประทานสัตว์น้ำมากกว่าสัตว์บก จึงอาจคิดค้นน้ำพริกขึ้น เพ่ือเพิ่ม
รสชาติและดับกล่ินคาวต่าง ๆ น้ำพริก ถูกใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารต่าง ๆ หรือใช้ในการรับประทาน
เป็นกับข้าว ก็ได้ และยังได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สำหรับน้ำพริก แบบที่ใช้เป็นเคร่ืองปรุง
ส่วนผสมนั้น เกิดขึ้นเพราะอาหารไทยจำพวกแกง จำเป็นท่ีจะต้องมีส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีการทำท่ี
ค่อนข้างซับซ้อน ผู้ปรุงจึงคิดทำน้ำพริกข้ึน เพ่ือรวบรวมส่วนผสมต่าง ๆ น้ันเข้าด้วยกัน เป็นการลดขั้นตอน
การปรุงลง และยังสามารถทำเกบ็ ไวไ้ ด้ในจำนวนมาก
บันทึกทูตฝรั่งเศสคร้ังสมเด็จพระนารายณ์ บอกว่า คนไทยทั่ว ๆ ไปกินข้าวกับผลไม้ และ
ปลาเค็มเล็กน้อย ไม่มีการเอ่ยถึงพริก บันทึกทูตฝร่ังเศสระบุว่าเมื่อพระยาโกษาปานเดินทางไปฝร่ังเศสได้นำ
ปลาร้าไปด้วย จึงสันนิษฐานว่า คนไทยน่าจะเร่ิมรู้จักทำน้ำพริก ราวปลายกรุงศรีอยุธยา เน่ืองจากเดิมเรา
กนิ ปลาเป็นพ้ืน เล้ยี งไก่ก็เอาไว้กินไข่ น่าจะเพราะศีลข้อ ๑ ของพุทธศาสนา บอกให้ไม่ฆ่าสัตว์ การฆ่าสัตว์ใหญ่
จึงเป็นเรื่องต้องทำใจมาก การกินหมูและวัว เป็นเรื่องของคนจีนและฝรั่งนำความนิยมนั้นเข้ามา ในปัจจุบัน
ได้มกี ารนำน้ำพริกชนิดต่าง ๆ มาดัดแปลงเป็นอาหารหลากหลายประเภท รวมถึงนำมาผดั กับข้าว เชน่ ข้าวผัด
น้ำพริกนรก ข้าวผัดน้ำพริกปลาทู เป็นต้น วงวิชาการ สันนิษฐานว่าพริก ซึ่งเป็นพืชพื้นเมืองของอเมริกาใต้
น่าจะเข้ามาสู่ภูมิภาคน้ีกับเรือของพวกโปรตุเกส ซ่ึงในเมืองไทยคือ สมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ ก่อนสมเด็จ
พระนารายณไ์ มน่ านนนั้
๒.๑.๓ ประเภทของนำ้ พริก
๒.๑.๓.๑ การจัดประเภทนำ้ พริกตามชนดิ ของพริก
๑. น้ำพริก ทีท่ ำจากพริกแห้ง ลักษณะโดยทว่ั ไป จะมสี ีแดงตามสีของพริก และมีรสชาตเิ ผ็ด
กว่าน้ำพริกท่ีทำจากพริกสดเป็นส่วนประกอบ เครื่องปรุงจะรวมเป็นเน้ือเดียว บางชนิดอาจมีน้ำเป็นส่วนผสม
มลี ักษณะ ขลกุ ขลกิ นำ้ พรกิ ท่ที ำจากพริกแหง้ ไดแ้ ก่ นำ้ พริกตาแดง น้ำพรกิ ออ่ ง นำ้ พรกิ ขา่ นำ้ พริกลา
๒. น้ำพริกที่ทำจากพริกสด ซึ่งน้ำพริกจะมีสีออกเขียว ๆ ตามลักษณะของพริก มีรสเผ็ด
น้อยกว่านำ้ พริกทีท่ ำจากพรกิ แห้ง น้ำพริกทที่ ำจากพรกิ สดไดแ้ ก่ น้ำพริกหน่มุ น้ำพรกิ นำ้ ปู นำ้ พริกอีเก๋
๒.๑.๓.๒ การจัดประเภทน้ำพรกิ ตามสว่ นประกอบท่ัวไป
๑. น้ำพริกมาตรฐาน ซึ่งมีส่วนประกอบหลักคือ พริกสด กระเทียม กะปิ กงุ้ แห้ง น้ำตาลปึก
มะนาว น้ำปลาเล็กน้อย หรือเรียกว่า น้ำพริกกะปิ หลักการทำน้ำพริกมาตรฐาน จะเป็นมาตรฐานของน้ำพริก
อื่นอีกมากมาย โดยน้ำพริกต่างๆ จะมีเครื่องปรุงที่อยู่ในเกณฑ์ของน้ำพริกมาตรฐานท้ังส้ิน หากดัดแปลงหรือ
เพิม่ เตมิ ส่วนประกอบอื่นลงไปอีก กจ็ ะได้นำ้ พรกิ ชนิดใหม่อีกครกหนึง่ ทมี่ ีชอื่ เรยี กแตกต่างกนั ไป
๕
๒. น้ำพริกท่ีใสข่ องเปรยี้ วแทนมะนาว โดยใช้ส่ิงท่ีมีรสเปร้ยี วแทนมะนาว ผลไม้ทีม่ ีรสเปร้ียว
เช่น มะม่วง มะขาม และผักท่ีมีรสเปรี้ยว เช่น ใบมะขามอ่อน จะต้องลดมะนาวลงไปบ้าง ส่วนเคร่ืองปรุงอ่ืน
เหมือนน้ำพริกมาตรฐานทุกอย่าง เมื่อใช้สิ่งใดเพ่ิมเป็นพิเศษ ก็จะเรียกชื่อตามส่วนผสมที่เพ่ิมกำกับช่ือน้ำพริก
นั้น เช่น น้ำพริกมะขาม นำ้ พริกมะมว่ ง นำ้ พรกิ ใบมะขามอ่อน นำ้ พริกมะดัน
๓. น้ำพริกที่ใส่ของเค็มแทนกะปิ โดยใช้สิ่งที่มีรสเค็มแทนกะปิ เช่น หนำเลียม เต้าเจี้ยว
เต้าหู้ยี้ โดยงดใส่กะปิ เพ่ือให้ได้รสชาติที่พอดี ไม่เค็มจนเกินไป ส่วนผสมที่ใช้ปรุงอื่น จะเหมือนกับน้ำพริก
มาตรฐานทุกอย่าง แลว้ เรียกชอื่ ตามท่ใี ช้ปรงุ นัน้ ๆ เชน่ น้ำพริกหนำเลียบ น้ำพริกเต้าหยู้ ี้
๔. น้ำพริกที่ใส่ส่วนผสมอื่น ใช้ส่วนผสมอื่นเพ่ิมเติม นอกเหนือจากน้ำพริกมาตรฐาน เช่น
มะเขือพวง ผักชี ขา่ แมงดา ไขป่ ูทะเล เป็นต้น แลว้ มักเรียกช่ือตามส่วนผสมที่ใช้ปรุงนน้ั ๆ เชน่ น้ำพริกมะเขือ
พวง น้ำพรกิ ขา่ น้ำพริกไขป่ ูทะเล
๒.๑.๓.๓ การจัดประเภทนำ้ พริกตามสว่ นประกอบเน้ือสตั ว์
๑. เนื้อสัตว์ กุ้ง ปู ปลา หมู ไข่เค็ม เป็นส่วนผสม เช่น น้ำพริกลงเรือ น้ำพริกปูเค็ม น้ำพริก
ก้งุ น้ำพริกปลาป่น น้ำพรกิ ปลาทู นำ้ พริกแหง้
๒. มังสวิรัติ เป็นนำ้ พริกที่ไม่มีเนอื้ สัตว์ในส่วนผสมเลย เชน่ นำ้ พริกเตา้ หู้ นำ้ พรกิ เหด็ นางฟ้า
๒.๑.๓.๔ การจดั ประเภทน้ำพริกตามรสชาติ
๑. รสเผ็ด เปร้ียว เคม็ หวาน เชน่ น้ำพริกกะปิ นำ้ พรกิ ลงเรอื นำ้ พรกิ มะมว่ ง
๒. รสเผด็ เปรี้ยว เค็ม เช่น นำ้ พรกิ ปลารา้
๒.๑.๓.๕ การจดั ประเภทนำ้ พรกิ ตามวิธีหงุ ต้ม
๑. ประเภทรับประทานสด ในข้ันตอนการทำหรือตำน้ำพริก จะไม่ใช้ความร้อนในการ
ประกอบอาหารเลย เช่น น้ำพรกิ มะดัน นำ้ พรกิ มะม่วง น้ำพรกิ ส้มมะขามเปยี ก
๒. ประเภทที่ต้องเผาส่วนผสม เช่น พริก กระเทียม กะปิ หอมแดง ต้องนำไปเผา เพื่อให้
เกิดกลิ่นหอม เช่น นำ้ พริกเผา นำ้ พรกิ แจว่ น้ำพริกหนมุ่
๓. ประเภทผัด หลงั จากตำส่วนผสมของน้ำพริกแล้ว จึงนำลงมาผัด กับน้ำมันพืชให้สุกและ
หอม แลว้ ปรุงรส เช่น น้ำพริกมะขามสด นำ้ พริกลงเรือ นำ้ พริกระกำ
๒.๑.๔ ประโยชนข์ องนำ้ พริกเพือ่ สขุ ภาพ
คุณสมบัติทางยาของน้ำพริก ได้ถูกประกาศโดยกระทรวงสาธารณะสุข และมุ่งส่งเสริม
ใหแ้ พร่หลายมากข้ึนสำหรบั ผู้บรโิ ภค
นอกจากจะเป็นอาหารที่มีคุณค่าแล้ว ยังช่วยประหยัดค่ารักษาสุขภาพของคนไทย ปีหน่ึง
ไม่ต่ำกว่าพันล้านบาทน้ำพริก มีส่วนผสมของสมุนไพรท่ีเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยมีส่วนประกอบท่ัวไป
คือ พริก กระเทียม หอมแดง กุ้ง น้ำปลา และปลาร้า น้ำพริก สามารถเพิ่มการสร้างเซลล์กำจัดเชื้อโรคได้
อย่างเป็นธรรมชาติ ส่งเสริมระบบการไหลเวียนโลหิต และระบบการหายใจให้ดีขึ้น ซึ่งช่วยลดปัจจัยเสี่ยง
ในการเกิดโรคมะเรง็ โรคหวั ใจ และโรคเบาหวาน
๖
น้ำพริก มีส่วนประกอบของ antioxidants และ anti-aging ซึ่งสามารถลดการเกิดโรคมะเร็ง
โรคหัวใจ ได้ร้อยละ ๒๐ และโรคลม โรคทางสมอง ได้ร้อยละ ๒๖ ถึง ๔๒ นอกจากน้ี น้ำพริกยังสนับสนุน
ให้คนทั่วไปนิยมทานมากกว่าผัก ด้วยรสชาติท่ีเผ็ดร้อน เราไม่สามารถท่ีจะทานน้ำพริกโดยไม่ทานผักและข้าว
ไปด้วยได้ ทางการแพทยย์ ืนยันแลว้ ว่า เสน้ ใยผักชว่ ยในระบบการยอ่ ยอาหาร
น้ำพริก มีรสชาติท่ีอร่อย หากใช้ส่วนประกอบท่ีมีคุณภาพ และผักท่ีสะอาด น้ำพริก
บางประเภทใชพ้ ริกตา่ งชนดิ กัน เพ่อื รสชาติท่ีดสี ำหรับน้ำพริกประเภทนน้ั ๆ
ประเทศไทยเคยมีน้ำพริก มากกว่า ๕๐๐ ประเภท แต่ปัจจุบันเหลืออยู่ ๒๐๐ ประเภทเท่าน้ัน
ในแต่ละท้องถ่ินจะมีส่วนประกอบของน้ำพริก วิธีการทำ และวิธีการกิน ท่ีแตกต่างกันไป ในภาค เหนือ
มักจะใช้ถ่ัวเน่าเป็นส่วนประกอบในการทำน้ำพริก ท่ีถือเป็นหัวใจสำคัญ ในขณะที่ ปลาร้า มักนิยมใน
ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ และปลาบดู นยิ มใช้กันในภาคใต้
๒.๒ เห็ดหอม
๒.๒.๑ ความหมายของเหด็ หอม
เห็ดหอม หรือช่ือ ทางการ Shiitake mushroom มีแหล่งกำเนิดที่ประเทศจีน ญี่ปุ่น
อินโดนีเซีย และไต้หวัน เป็นส่ิงมีชีวิตในกลุ่มฟังไจ (fungi) ประเภทเห็ด (mushroom) มีชื่อวิทยาศาสตร์
ว่า Lentinus edodes (Berk.) Sing. มีลักษณะเป็นรูปทรงกลม ผิวมีขนรวมกันเป็นเกล็ดหยาบ ๆ สีขาว
กระจายอยู่ทั่วไป และมีกลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงได้ชื่อว่า “เห็ดหอม” ชาวจีนนิยมนำมาใช้เป็น
ประโยชนเ์ ป็นยาอายุวัฒนะ เนือ่ งจากในเห็ดหอมมี วิตามิน และเกลือแรม่ ากมายหลากหลายชนิด เช่น วติ ามิน
บี กรดอะมิโน ซิลิเนียม กรดโฟลิค สังกะสี วิตามินดี มีแคลอรี่ต่ำ เป็นแหล่งไฟเบอร์ช้ันดี ท้ังยังอุดมไปด้วย
เกลือแร่และวิตามินหลากชนิด เช่น กรดโฟลิค กรดอะมิโน ซิลิเนียม สังกะสี วิตามินบี หรือวิตามินดี และยังมี
สารประกอบทางชวี ภาพอย่างสารอริ ิตาดีนีน (Eritadenine) สารสเตอรอล (Sterols) สารเบต้ากลูแคน (Beta
Glucans) รวมถงึ สารเลนทแิ นน (Lentinan) ทส่ี ง่ ผลดตี อ่ สขุ ภาพ
๒.๒.๒ ประโยชนข์ องเหด็ หอม
คำกล่าวอ้างถึงคุณประโยชน์ด้านต่าง ๆ ของเห็ดหอมนั้นจริงเท็จมากน้อยเพียงใด มีการศึกษา
และหลักฐานทางการแพทย์บางสว่ นได้พสิ จู น์แง่มุมต่าง ๆ ไว้ ดงั น้ี
กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน สารเบต้ากลูแคนจากเห็ดหอมอาจเป็นสาระสำคัญที่จะช่วยกระตุ้น
การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยปกป้องร่างกายจากส่ิงแปลกปลอมท่ีทำให้เกิดการติดเชื้อและช่วยฟ้ืนฟู
ร่างกาย เสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน จากการศึกษาโดยให้อาสาสมัครที่มีสุขภาพดีจำนวน
๕๒ คน ท้ังเพศหญิงและเพศชายที่มีอายุระหว่าง ๒๑ – ๔๑ ปี รับประทานเห็ดหอมวันละ ๕ หรือ ๑๐ กรัม
เป็นเวลา ๔ สัปดาห์ พบว่าผู้ทดลองมีระบบภูมิคุ้มกันท่ีทำงานได้ดีขึ้น สังเกตได้จากการเพ่ิมจำนวน
และความสามารถของเซลลใ์ นระบบภมู ิคุ้มกนั ซ่ึงทำหนา้ ที่ต้านเช้ือโรคท่ีเข้าสู่ร่างกาย รวมถึงพบว่ามีการอกั เสบ
ในร่างกายลดน้อยลงดว้ ย
๗
การรับประทานเห็ดหอมเป็นป ระจำอาจช่วยให้ระบบ ภูมิคุ้มกัน ของร่าง กายทำงาน ได้ดีขึ้น
แต่การศึกษาน้ีก็เป็นเพียงการศึกษากับผู้ร่วมทดลองจำนวนน้อย และยังเป็นผู้ท่ีมีสุขภาพดีด้วย จึงจำเป็นต้อง
ศึกษาเพ่ิมเติมกับกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ข้ึนและทดลองในผู้ท่ีป่วยเป็นโรคต่าง ๆ ซึ่งทำให้มีระบบภูมิคุ้มกัน
บกพร่องหรอื อ่อนแอ เพื่อยืนยนั ประสิทธิภาพของเห็ดหอมในดา้ นนกี้ ่อนนำไปใชป้ ระโยชนจ์ ริง
ลดระดับคอเลสเตอรอล เห็ดหอมมีมีสารประกอบสำคัญหลายอย่าง เช่น สารอิริตาดีนีนท่ีช่วย
ยับย้ังเอนไซม์ท่ีเกี่ยวข้องกับการสร้างคอเลสเตอรอล สารสเตอรอลที่ช่วยยับย้ังการดูดซึมคอเลสเตอรอล
ในลำไส้ และสารเบต้ากลแู คนท่ีช่วยลดระดบั คอเลสเตอรอล หากคอเลสเตอรอลสูงอาจปัจจยั หนง่ึ ทที่ ำให้เสี่ยง
ต่อการเกิดภาวะหวั ใจขาดเลือด ภาวะหลอดเลือดแขง็ โรคหลอดเลือดสมอง หรอื โรคสมองขาดเลอื ดช่ัวคราวได้
ท้ังนี้ มีการศึกษาประสิทธิภาพของเห็ดหอมด้านการลดระดับคอเลสเตอรอลในหนูทดลอง พบว่าสารประกอบ
ของเห็ดหอมน้ันมีประโยชน์ต่อการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และอาจใช้เห็ดหอมเป็นส่วนหน่ึง
ในการรักษาผู้ป่วยท่มี ีคอเลสเตอรอลสูงได้
แม้การศึกษาข้างต้นแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มท่ีดีของสารประกอบจากเห็ดหอมในการลดระดับ
คอเลสเตอรอลในเลือด แต่ก็เป็นเพียงการศึกษาในสัตว์ทดลองเท่าน้ัน จึงจำเป็นต้องศึกษากับมนุษย์เพ่ิมเติม
ต่อไป
เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก เห็ดหอมเป็นพืชชนิดเดียวท่ีเป็นแหล่งของวิตามินดี
จากธรรมชาติ ซึ่งจำเป็นต่อการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสเพ่ือเพิ่มความแข็งแรงให้กับกระดูก นอกจาก
การรับแสงแดดในยามเช้าเพ่ือให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดีแล้ว เห็ดหอมก็เป็นแหล่งวิตามินดีสำคัญท่ีเชื่อว่า
การรับประทานเห็ดชนิดนี้อาจช่วยรักษาสุขภาพกระดูกได้ จากการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า ความหนาแน่น
ของกระดูกเพิ่มสูงข้ึนหลังป้อนอาหารหนูทดลองด้วยเห็ดหอมร่วมกับแคลเซียม ซ่ึงช่วยให้กระดูกของหนู
ทดลองแข็งแรงขึน้ และอาจเป็นผลดใี นการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกมนษุ ย์ไดด้ ว้ ยเชน่ กัน
อย่างไรก็ตาม การศึกษาดังกล่าวเป็นเพียงการศึกษาในหนูทดลอง ยังจำเป็นต้องศึกษาเพิม่ เติม
กับมนุษย์เกี่ยวกับประสิทธิภาพของเห็ดหอมในด้านน้ีต่อไป รวมถึงควรศึกษาถึงความปลอดภัยในการบริโภค
เห็ดหอมให้ดี ก่อนนำไปใช้เพ่อื บำรุงกระดูกและสุขภาพด้านตา่ ง ๆ
รักษาโรคมะเร็ง เห็ดหอมมีสารเลนทิแนน ซึ่งเป็นพอลิแซ็กคาไรด์ท่ีมีคุณสมบัติต้านมะเร็งด้วย
การกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และยังช่วยยับย้ังการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือด
ขาว เห็ดหอมอุดมไปด้วยสารอาหารท่ีหลากหลาย หลายคนจึงเชื่อว่าการรับประทานเห็ดหอมอาจช่วยสง่ เสริม
สขุ ภาพทด่ี แี ละยังเป็นผลดีตอ่ การรกั ษาโรคมะเร็งไดด้ ้วย
โดยมีการศึกษาพบว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งท่ีรับประทานสารสกัดจากเห็ดหอมร่วมกับการรักษา
ด้วยเคมีบำบัดมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกท้ังยังช่วยยับย้ังการเพ่ิมจำนวนของเซลล์มะเร็ง และช่วยเพิ่มจำนวน
เซลลเ์ ม็ดเลอื ดขาวซ่ึงทำหน้าท่ีทำลายเซลล์มะเร็งด้วยเช่นกัน นอกจากน้ี ทางผู้วิจัยได้แนะนำว่าการใช้สารสกัด
จากเห็ดหอมร่วมกับการทำเคมีบำบัดน้ันท้ังปลอดภัย ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และยังทำให้ระบบ
ภูมคิ มุ้ กันของผปู้ ่วยทำงานไดด้ ขี นึ้ ดว้ ย
๘
อย่างไรก็ตาม การศึกษาดังกล่าวเป็นเพียงการทดลองขนาดเล็กที่มีผู้เข้าร่วมการทดลองเพียง
๗ คนเท่าน้ัน และยังทดลองร่วมกับการรักษาด้วยเคมีบำบัด จึงจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมกับกลุ่มทดลอง
ที่มขี นาดใหญ่ข้ึน เจาะจงการใช้เห็ดหอมเพียงอย่างเดียวเพื่อรักษามะเร็ง หรือเปรียบเทียบกบั การรักษามะเร็ง
รูปแบบอน่ื ๆ ด้วย เพือ่ ยนื ยันประสทิ ธภิ าพของเห็ดหอมในด้านนใี้ หช้ ดั เจนต่อไป
๒.๒.๓ การบรโิ ภคเหด็ หอมใหป้ ลอดภยั ต่อสขุ ภาพ
ส่วนใหญ่เห็ดหอมท่ีวางขายตามท้องตลาดนั้นจะเป็นเห็ดหอมแบบแห้ง ซ่ึงควรเลือกซ้ือ
เห็ดหอมที่ดอกหนา มีรอยแตกสีขาวลึกกระจายท่ัวดอก และนำไปแช่น้ำร้อนประมาณ ๑๐ – ๑๕ นาที จนนุ่ม
กอ่ นนำไปปรุงอาหาร สว่ นเหด็ หอมสดกส็ ามารถหาซ้ือได้โดยเลอื กซ้อื ดอกเหด็ ทีส่ ดและสะอาดเสมอ
ท้ังน้ี การบริโภคเห็ดหอมปรุงสุกในปริมาณที่พอเหมาะนั้นค่อนข้างปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่
แต่อาจไม่ปลอดภัยหากรับประทานในปริมาณที่ใช้เป็นยารักษาโรคหรือรับประทานอาหารเสริมเห็ดหอม
โดยปราศจากคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งอาจทำให้ปวดทอ้ ง มีอาการแพ้หรือบวมตามผวิ หนัง มีเลือดออกผดิ ปกติ
หายใจลำบาก และผิวหนังไวต่อแสงแดด ส่วนการบริโภคเห็ดหอมดิบก็อาจทำให้มีผื่นคันข้ึนตามผิวหนัง
ได้เช่นกนั
ส่วนบุคคลในกลมุ่ ต่อไปน้ี ควรบริโภคเห็ดหอมด้วยความระมดั ระวังมากเป็นพเิ ศษ
หญิงต้ังครรภ์หรือหญิงที่อยู่ในชว่ งให้นมบุตร หลีกเลี่ยงการรับประทานเห็ดหอม เนื่องจากยังมี
ขอ้ มลู ไม่เพียงพอเกีย่ วกบั ความปลอดภัยของการรบั ประทานเห็ดหอมในช่วงตั้งครรภ์หรอื ชว่ งให้นมบุตร
ผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันต้านตนเอง เช่น โรคปลอกประสาทอักเสบ โรคลูปัส หรือโรคข้ออักเสบ
รูมาตอยด์ ให้หลีกเลี่ยงการรับประทานเห็ดหอม เพราะอาจกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงาน
มากกวา่ ปกติ และอาจทำให้อาการของโรคกำเรบิ ขนึ้ ได้
ผู้ป่วยที่มีเซลล์เม็ดเลือดขาวอีโอซิโนฟิลสูงกว่าปกติ (Eosinophilia) ห้ามรับประทานเห็ดหอม
เพราะอาจทำให้อาการของโรคแยล่ งกว่าเดิม
๒.๓ สมนุ ไพร
๒.๓.๑ ความหมายของสมนุ ไพร
สมุนไพร หมายถึง “ พืชที่ใช้ทำเป็นเคร่ืองยา ” ส่วน ยาสมุนไพร หมายถึง “ ยาที่ได้จากส่วน
ของพืช สัตว์ และแร่ ซ่ึงยังมิได้ผสมปรุง หรือ แปรสภาพ ” ส่วนการนำมาใช้ อาจดัดแปลงรูปลักษณะของ
สมุนไพรให้ใชไ้ ดส้ ะดวกขนึ้ เช่น นำมาหัน่ ใหม้ ขี นาดเลก็ ลง หรอื นำมาบดเป็นผง เปน็ ต้น
สมุนไพรนอกจากจะนำมาใช้ประโยชน์เป็นยารักษาโรคแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์
ทางด้านอ่ืนๆอีก เช่นนำมาบริโภคเป็นอาหาร อาหารเสริมสุขภาพ เคร่ืองด่ืม สีผสมอาหาร และสีย้อม
ตลอดจนใชท้ ำเคร่ืองสำอางอีกดว้ ย
สมุนไพรทีเ่ ป็นส่วนประกอบของนำ้ พริกเหด็ หอมสมนุ ไพรทรงเคร่ือง มีดงั น้ี
๙
๒.๓.๒ ตะไคร้
ตะไคร้ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Cymbopogon citratus); ช่ือท้องถ่ิน: จะไคร,จ๊ักไคร (ภาคเหนือ),
หัวซิงไค (ภาคอีสาน), ไคร (ภาคใต้), คาหอม (แม่ฮ่องสอน), เชิดเกรย, เหลอะเกรย (เขมร-สุรินทร์), ห่อวอตะ
โป่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ) เป็นพืชลม้ ลุก ในวงศ์หญ้า (Poaceae) ความสูงประมาณ ๔ - ๖ ฟุต ใบยาวเรียว
ปลายใบมีขนหนาม ลำต้นรวมกันเป็นกอ มีกล่นิ หอม เป็นช่อยาวมีดอกเล็กฝอยเปน็ จำนวนมาก ตะไคร้เป็นพืช
ที่สามารถนำส่วนต้นหวั ไปประกอบอาหาร และจดั เป็นพชื สมุนไพรดว้ ย
ลักษณะโดยทั่วไป โดยท่ัวไปแบ่งตะไคร้ออกเป็น ๖ ชนิด ได้แก่ ตะไคร้กอ ตะไคร้ต้น
ตะไคร้หางนาค ตะไครน้ ้ำ ตะไครห้ างสงิ ห์ ตะไครห้ อม เปน็ พืชตระกลู หญ้า
ตะไคร้เป็นพืชที่เจริญเติบโตง่าย อาจมีทรงพุ่มสูงถึง ๑ เมตร มีลำต้นท่ีแท้จริงประมาณ ๔ - ๗
เซนติเมตร ลำของต้นจะถกู หอ่ หุ้มไปด้วยกาบใบโดยรอบ ใบยาวแคบเส้นใบขนานกับก้านใบ ใบของตะไคร้อดุ ม
ไปดว้ ยน้ำมันหอมระเหย ที่นยิ มนำมาปลูกเป็นพนั ธุพ์ ้นื เมอื งทป่ี ลูกกันโดยทั่วไป
นำ้ มันตะไคร้ ใช้ส่วนของเหง้าและลำต้นแก่ ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารที่สำคัญหลายชนิด
เช่น ต้มยำ และอาหารไทยหลายชนิด ให้กล่ินหอม มีสรรพคุณทางยาเช่น บำรุงธาตุ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ
ขับลมในลำไส้ทำให้เจริญอาหาร แก้โรคหืด แก้อหิวาตกโรค บำรุงสมอง ช่วยให้สมาธิดี ต้มกับน้ำใช้ดื่ม
แก้อาเจียน ใช้ต้นสดโขลกค้ันเอาน้ำด่ืมแก้อาการเมาในกรณีผู้ที่เมามาก ๆ ช่วยให้สร่างเร็ว ส่วนหัวสามารถใช้
แก้โรคเกล้ือน ท้องอืดท้องเฟ้อ โรคนิ่ว มากไปกว่านั้นยังสามารถทำเป็นยาช่วยนอนหลับ ช่วยลดความดันสูง
นำ้ มันตะไครห้ อมใช้ทากันยงุ ได้ ถ้าปลูกใกล้ผักอ่ืน ๆ จะช่วยกันแมลงได้และยังให้กลิ่นหอม ที่ดบั กลิน่ บางชนิด
ใช้ตะไคร้เป็นส่วนผสมเพราะมีกล่ินท่ีหอม และท่ีกำจัดยุงบางชนิดก็ใช้ตะไคร้เป็นส่วนผสมด้วยเน่ืองจากมีกล่ิน
ทแี่ รงจึงช่วยทำใหไ้ ล่ยงุ ได้ นอกจากนี้ตะไคร้ยงั แกก้ ลิ่นคาวหรอื ดับกลิน่ คาวของปลา และเนือ้ สัตว์ไดด้ มี าก ๆ
สรรพคุณทางยา ทั้งต้น ใช้เป็นยารักษาโรคหืด แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะและแก้อหิวาตกโรค
หรือทำเป็นยาทานวดก็ได้ และยังใช้รวมกับสมุนไพรชนิดอ่ืนรักษาโรคได้ เช่น บำรุงธาตุ เจริญอาหาร และขับ
เหงอ่ื และมีกล่ินฉนุ สามารถไล่แมลงได้
หวั เปน็ ยารกั ษาเกล้ือน แก้ท้องอดื ท้องเฟ้อ แก้ปัสสาวะพกิ าร แกน้ ่ิว บำรุงไฟธาตุ แก้อาการขัด
เบา ถา้ ใชร้ วมกับสมุนไพรชนิดอ่ืน จะเปน็ ยาแกอ้ าเจียน แก้ทราง ยานอนหลบั ลดความดันสงู แก้ลมอัมพาต แก้
กษัยเสน้ และแก้ลมใบ ใบสด ๆ จะชว่ ยลดความดันโลหิตสูง แกไ้ ข้
ราก ใชเ้ ป็นยาแกไ้ ข้เหนอื ปวดทอ้ งและท้องเสีย
ต้น ใช้เป็นยาแก้ขับลม แก้เบ่ืออาหาร แก้ผมแตก แก้โรคทางเดินปัสสาวะ น่ิว เป็นยาบำรุง
ไฟธาตใุ หเ้ จริญ แตถ่ ้าเอาผสมกบั สมนุ ไพรชนดิ อนื่ จะแก้โรคหนองใน และนอกจากนี้ยังใช้ดับกล่ินคาวไดด้ ้วย
๒.๓.๓ ใบมะกรดู
มะกรูด เป็นพืชในสกุลส้ม (Citrus) มีถ่ินกำเนิดในประเทศลาว อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิยมใช้ใบมะกรูดและผิวมะกรูดเป็นส่วนหนึ่งของเคร่ืองปรุงอาหารหลายชนิด
นอกจากในประเทศไทยและลาวแล้ว ยังมคี วามนยิ มในกัมพูชา เวยี ดนาม มาเลเซยี และอินโดนเี ซยี
๑๐
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เป็นไม้เน้ือแข็ง ลำต้นและกิ่งมีหนามยาว
เล็กน้อย ใบเป็นใบประกอบชนิดลดรูป มีใบย่อย ๑ ใบ เรียงสลับ รูปไข่ คือมีลักษณะคล้ายกับใบไม้ ๒ ใบ ต่อ
กนั อยู่ คอดก่ิวท่ีกลางใบเป็นตอน ๆ มีก้านแผ่ออกใหญ่เท่ากับแผ่นใบ ทำให้เห็นใบเป็น ๒ ตอน กว้าง ๒.๕ – ๔
เซนติเมตร ยาว ๔ – ๗ เซนติเมตร ใบสีเขียวแก่พ้ืนผิวใบเรียบเกลี้ยง เป็นมัน ค่อนข้างหนา มีกล่ินหอมมาก
เพราะมีตอ่ มน้ำมันอยู่ โดยใบด้านบนสีเขม้ ใต้ใบสีอ่อน ดอกออกเปน็ กระจกุ ๓ – ๕ ดอก กลีบดอกสีขาว เกสร
สีเหลือง ร่วงง่าย มีกลิ่นหอม มีผลสีเขียวเข้มคล้ายมะนาวผิวเปลือกนอกขรุขระ ขั้วหัวท้ายของผลเป็นจุก
ผลมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ที่ผิว (hesperidium) ผลอ่อนมีเป็นสีเขียวแก่ เมื่อผลสุกจะเปล่ียนเป็นสีเหลืองสด
พันธทุ์ ีม่ ีผลเลก็ ผวิ จะขรุขระนอ้ ยกวา่ และไมม่ จี กุ ทข่ี ั้ว ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก ๆ
สรรพคุณ ทางยา เป็นยาบำรุงหัวใจ ขับลมในลำไส้ แก้แน่นท้องจุกเสียด กระทุ้งพิษ
แกฝ้ ีภายในและแก้เสมหะเป็นพิษ ช่วยบำรุงผมให้เงางามแกอ้ าการผมร่วง
การใช้ประโยชน์ ใบมะกรูดที่ใช้ปรุงอาหารในอินโดนีเซีย ลาว กัมพูชาและไทย การใช้มะกรูด
สระผมน่าจะรู้จักกันมาต้ังแต่สมัยโบราณ วิธีการสระ บ้างก็ใช้ผลดิบผ่าแล้วบีบน้ำสระโดยตรง บ้างก็นำไปเผา
หรือต้มก่อนสระ มะกรูดยังมีใช้ในพระราชพิธีสำคัญ เช่น พระราชพิธีโสกันต์ ซึ่งระบุไว้ในพระราชพิธีสิบสอง
เดอื นไว้ ว่าจะต้องมีผลมะกรูดและใบสม้ ป่อยประกอบในพิธีด้วย เขา้ ใจว่าน่าจะใช้เพ่ือการสระผมน่นั เอง และก็
สามารถนำไปล้างพ้ืนได้ดว้ ย ซึ่งเปน็ สมนุ ไพรชนิดหนง่ึ เชน่ กนั
น้ำมะกรูดน้ันมีรสเปรี้ยว กลิ่นฉุนคล้ายใบ แต่ใช้น้อยกว่าน้ำมะนาว ใช้ปรุงรสเปรี้ยวแทน
มะนาวได้ เช่นในปลาร้าหลน น้ำพริกปลาร้า น้ำพริกมะกรูด มะกรูดมีส่วนเปลือกที่หนา ส่วนเปลือกนิยมนำผิว
มาประกอบอาหารบางชนิดด้วย ในมะกรูดมีน้ำมันหอมระเหยอยู่มาก ใบมะกรูดนั้นใส่ในต้มยำทุกชนิด น้ำยา
ขนมจีน ยำหอย ใส่ในแกงเช่น แกงเผ็ด แกงเทโพ แต่ถ้าใส่มากเกินไปจะมีรสขมมีกล่ินฉุน ท้ังในใบ และผล
บางคร้งั สามารถนำไปใชไ้ ลแ่ มลงบางชนิดไดผ้ ลมะกรูดผ่าซีกทบ่ี ีบนำ้ ออกแล้ว ใช้เปน็ ยาดับกลิ่นในห้องสขุ าได้
๒.๓.๔ หอมแดง
ห อ ม แ ด ง (ชื่ อ วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ : Allium ascalonicum) เป็ น พื ช ใน ว ง ศ์ พ ลั บ พ ลึ ง
(Amaryllidaceae) โดยยึดเอา French grey challot หรือ griselle เป็นหอมท่ีแท้จริง จัดอยู่ในสปีชีย์นี้ มี
การเพาะปลูกในเอเชียกลางและเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ส่วนความหลากหลายอื่นที่มีคือ Allium cepa var.
aggregatum (หอมแบง่ :multiplier onions) หรือท่รี จู้ กั กันในชื่อ A. ascalonicum
เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ ของประเทศในแถบ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยส่งออก
หอมแดง ไปยังประเทศมาเลเซยี เปน็ จำนวนมาก การซอ้ื ขายสว่ นใหญเ่ ป็นหัวๆ ช่ังขายเป็นกิโลกรมั และมดั ขาย
เป็นกำๆ แต่ก็ขายตามน้ำหนัก เช่นเดียวกัน ในประเทศไทยปลูกกันมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและ
ภาคเหนอื แต่หอมแดงที่มีช่ือเสยี งว่าเปน็ หอมแดงคุณภาพดีไดแ้ กห่ อมแดงจากจงั หวัดศรีสะเกษ
สรรพคุณ หัวหอม มีรสฉุน ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ช่วยย่อยและเจริญอาหาร แก้บวมน้ำ
แก้อาการอักเสบต่าง ๆ แก้บวมน้ำ ขับพยาธิ ชว่ ยให้ร่างกายอบอุ่น เมล็ด แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้กินเนื้อสัตว์
เป็นพิษ ร่างกายซุบผอม (ใช้เมล็ดแห้ง ๕-๑๐ กรัมต้มน้ำดื่ม) ตำรายาไทยใช้หัวหอมแดง ผสมรวมกับเหง้า
๑๑
เปราะหอมสุมหัวเด็ก แก้หวัดคัดจมูก และกินเป็นยาขับลม หอมแดงมีสารเคอร์ซิติน และสารฟลาโวนอยด์
(quercetin และ flavonoid glycosides) อาจปอ้ งกนั โรคมะเร็งได้
นอกจากน้ี หอมแดงยังมีคุณสมบัติ เป็นยารักษาโรค ใช้ลดไข้และรักษาแผลได้ โดยเอา
หัวหอมแดงมาซอยเป็นแว่น ๆ ผสมกับน้ำมันมะพร้าวและเกลือ ต้มให้เดือด แล้วนำมาพอกแผล นอกจากน้ัน
หอมแดง ยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และยับย้ังเส้นเลือดอุดตัน ด้วยการบริโภคสด หรือประกอบอาหาร
หรือบรโิ ภคชนิดผง
สรรพคณุ ทางยา ฟลาโวนอยด์ในหอมแดง มฤี ทธิเ์ ป็นสารต้านอนุมูลอิสระ การบริโภคหอมแดง
เป็นประจำจึงสามารถลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ลดไขมันในเส้นเลือด
ท่ีเป็นสาเหตุของโรคความดนั โลหิตสูงและโรคหวั ใจ สามารถปอ้ งกันการตดิ เชื้อ และชว่ ยบรรเทาอาการไขห้ วัด
ได้ ทำให้เจริญอาหาร และช่วยย่อยอาหาร ท้ังน้ี ฟลาโวนอยด์ปริมาณสูงมากๆ นอกจากจะช่วยลดความเส่ียง
ของโรคหัวใจแลว้ ยังลดความเส่ยี งตอ่ โรคมะเร็งไดด้ ว้ ย
สารต่าง ๆ ดังกล่าวในหอมแดงยังมีคุณสมบัติต้านหรือยับย้ังการเติบโตของจุลินทรีย์และ
แบคทีเรีย ศึกษาโดยใช้น้ำหอมหัวแดงถนอมเนื้อหมูสด โดยใช้เน้ือหมูขนาด ๓x๓x๑ นิ้ว ค้ันเอาน้ำหัวหอม
ประมาณ ๕ ลูกบาศก์เซนติเมตร วางเนื้อหมูลงในภาชนะ เติมน้ำหัวหอมแดงให้ท่วมเนื้อหมู แล้วเก็บใส่กล่อง
พลาสติกปิดฝา หรือใชใ้ บตอง หรือถุงพลาสติกห่อไว้ ผลที่ออกมาหอมแดงจะถนอมเน้ือหมูไม่ให้บูดเน่าได้ก่อน
นำไปประกอบอาหารอย่างนอ้ ย ๕ วัน โดยไม่ตอ้ งแชเ่ ยน็ แตเ่ นือ้ หมูอาจมีสีซดี ลงไปบา้ ง
ในหอมแดงยังมีธาตุฟอสฟอรัสปริมาณสูง ช่วยให้มีความจำดี นอกจากนี้หอมยังใช้บำรุงรักษา
หน้าได้ด้วยวิธีง่าย ๆ คือ ทุบหรือฝานหอมแดงให้เป็นแว่นบาง ๆ ทาบริเวณท่ีเป็นสิว ฝ้า หรือจุดด่างดำ
เพียงไมก่ ส่ี ปั ดาหก์ เ็ ห็นผล
การรับประทานหอมไม่มีอันตรายหรือผลข้างเคียง แต่เป็นผลดีกับร่างกายมากกว่า
เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก อุดมด้วยวติ ามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี ในหอมแดง ๑๐๐ กรัม
มีโปรตีน ๒.๑ กรัม คาร์โบไฮเดรต ๑๑ กรัม ไขมัน ๐.๒ กรัม น้ำตาลหลาย ๆ ชนิดรวม ๑๐.๖ กรัม และมี
พลงั งานเพียง ๕๐-๖๐ แคลอรี
๒.๓.๕ กระเทียม
กระเทียม เป็นพืชสมุนไพรไทยและเป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่ง โดยมักใส่ในอาหารหลายชนิด
ทั้งอาหารไทย อาหารอินเดีย กระเทียมมีชื่อสามัญท้องถิ่นอื่นอีกคือ กระเทียมขาว (อุดรธานี) กระเทียมจีน
(กทม.,กลาง) ปะเซว้ า (กะเหร่ียง,แมฮ่ อ่ งสอน) หอมขาว (อดุ รธานี) หอมเทยี ม (เหนือ) หัวเทยี ม (ใต้)
กระเทียมเป็นไม้ล้มลุกและใหญ่ยาว สูง ๓๐ – ๖๐ ซม. มีกลิ่นแรง มีหัวใต้ดิน] ลักษณะกลม
แป้น มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๒ – ๔ ซม. มีแผ่นเย่ือสีขาวหรือสีม่วงอมชมพูหุ้มอยู่ ๓ - ๔ ชั้น
ซ่ึงลอกออกได้ แต่ละหัวมี ๖ – ๑๐ กลีบ กลีบเกิดจากตาซอกใบของใบอ่อน ลำต้นลดรูปลงไปมาก ใบเด่ียว
(Simple leaf) ข้ึนมาจากดิน เรียงซ้อนสลับ แบนเป็นแถบแคบ กว้าง ๐.๕ – ๒.๕ ซม. ยาว ๓๐ – ๖๐ ซม.
ปลายแหลมแบบ Acute ขอบเรียบและพับทบเป็นสันตลอดความยาวของใบ โคนแผ่เป็นแผ่นและเชื่อมติดกัน
๑๒
เป็นวงหุ้มรอบใบที่อ่อนกว่าและก้านช่อดอกทำให้เกิดเป็นลำต้นเทียม ปลายใบสีเขียวและสีจะค่อย ๆ จางลง
จนกระทั่งถึงโคนใบ ส่วนท่ีหุ้มหัวอยู่มีสีขาวหรือขาวอมเขียว ช่อดอกแบบช่อซี่ร่ม (Umbel) ประกอบด้วย
ตะเกียงรปู ไขเ่ ลก็ ๆ จำนวนมากอยู่ปะปนกับดอกขนาดเล็กซ่ึงมีจำนวนนอ้ ย มใี บประดับใหญ่ ๑ ใบ ยาว ๗.๕ –
๑๐ ซม. ลักษณะบาง ใส แห้ง เป็นจะงอยแหลมหุ้มช่อดอกขณะท่ียังตูมอยู่ แต่เม่ือช่อดอกบานใบประดับ
จะเปดิ อ้าออกและห้อยลงรองรับช่อดอกไว้ ก้านช่อดอกเป็นก้านโดด เรยี บ รูปทรงกระบอกตนั ยาว ๔๐ – ๖๐
ซม. ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบรวม ๖ กลีบ แยกจากกันหรือติดกันท่ีโคน รูปใบหอกปลายแหลม ยาวประมาณ ๔
มม. สีขาวหรือขาวอมชมพู เกสรเพศผู้ ๖ อนั ติดท่ีโคนกลีบรวม อับเรณูและก้านเกสรเพศเมียย่ืนขึ้นมาสูงกว่า
สว่ นอนื่ ๆ ของดอก รงั ไข่ ๓ ช่อง แต่ละช่องมีออวลุ ๑ – ๒ เม็ด ผลเลก็ เป็นกระเปาะสั้น ๆ รูปไข่หรือค่อนข้าง
กลม มี ๓ พู เมลด็ มีขนาดเล็ก สดี ำ
ประโยชนข์ องกระเทียม คือปรบั ความดนั โลหติ ให้อยู่ในระดบั ปกติ ลดระดับคอเลสเตอรอล
ในเลือด ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด จึงเหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน บำรุงเลือด ป้องกันอาการโลหิตจาง
เพ่ิมภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ป้องกันโรคหัวใจ ลดอาการท้องผูก ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีข้ึน
ช่วยขับลม แก้อาการจุดเสียดแน่นท้อง ป้องกันไขห้ วัด ยบั ยั้งการเจรญิ เตบิ โตของไวรัส แบคทเี รีย เชื้อรา มีสาร
ต้านอนุมลู อสิ ระ บำรุงผิวพรรณ และลดความเสี่ยงในการเปน็ โรคมะเร็ง
๒.๔ ปลาช่อนทะเล
ป ล า ช่ อ น ท ะ เล (อั ง ก ฤ ษ : Cobia, Black kingfish, Black salmon, Ling, Lemon fish,
Crabeater, Aruan tasek) เป็นปลาทะเลขนาดใหญ่ชนิดหน่ึง มีช่ือวิทยาศาสตร์ว่า Rachycentron
canadum อยู่ในวงศ์ Rachycentridae อันดับปลากะพง (Perciformes) จัดเป็นปลาเพียงชนิดเดียวเท่านั้น
ทีอ่ ยูใ่ นวงศน์ แี้ ละสกุลนี้
มีความยาวได้เต็มที่ถึง ๒ เมตร มีน้ำหนักได้ถึง ๖๘ กิโลกรัม ลำตัวมีรูปร่างยาวและกว้างในช่วง
ตอนกลางและแคบลงในตอนปลายหาง ส่วนหัวแบน ตามีขนาดเล็ก ขากรรไกรล่างยื่นยาวกว่าขากรรไกรบน
เล็กน้อย มีฟันแบบเล็กละเอียดและเรียวข้ึนบนอยู่บนขากรรไกร, ลิ้น และเพดานปาก ลำตัวเรียบ มีเกล็ดเล็ก
ละเอียด มีสีน้ำตาลเข้มแล้วจางเป็นสีขาวบริเวณ ส่วนท้อง ด้านข้างลำตัวมีแถบสีน้ำตาลเข้มเป็นแนวยาว
๒ แถบ ซึ่งจะเห็นแถบได้ชัดในช่วงฤดูผสมพันธุ์วางไข่ ครีบหลังอันแรกเป็นหนามแหลมสั้น เรียงแยกกันเป็น
อิสระ ๖ - ๙ อนั ซง่ึ ทำใหจ้ ัดอย่ใู นวงศต์ ่างหาก
เป็นปลาที่นิยมตกกันเป็นเกมกีฬา และเป็นปลาเศรษฐกิจที่นิยมบริโภคกันด้วยมีเน้ือรสชาติอร่อย
สามารถปรุงได้ทั้งสดและแปรรูปเป็นปลาแห้ง โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันเป็นปลาท่ีทางการ
โดยกรมประมงสนับสนุนให้ชาวประมงเลี้ยงกันในเชิงพาณิ ชย์ ซึ่งในต่างประเทศมีการเพาะเล้ียงกันมา
อยา่ งยาวนานแล้ว
ประโยชน์ของปลาช่อนทะเล ปลาช่อนทะเลไทยคุณค่าเทียบเท่าปลาแซลมอน กินแล้วหน้าเด็ก
ชะลอภาวะแกก่ อ่ นวัย ช่วยควบคุมน้ำหนัก บำรงุ สมอง และชว่ ยลดความเครียดไดด้ ี
๑๓
ปลาช่อนทะเล (Cobia) มีความหลากหลายท้ังสารอาหารท่ีเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โปรตีน
ย่อยง่าย โอเมก้า ๓ ที่ช่วยป้องกันการสะสมตัวของไขมันอิ่มตัวหรือคลอเลสเตอรอล กรดอะมิโน จำเป็นต่อ
รา่ งกายหลายชนิด โดยเฉพาะอยา่ งย่ิง ไลซีนและทรีโอนิน ซึ่งมีผลต่อพฒั นาการทางสมองและการเจรญิ เตบิ โต
ของเด็ก ทั้งยังมสี ่วนชว่ ยให้นอนหลบั สนทิ สมองทำงานไดด้ ี ไมแ่ ก่ก่อนวัยอีกด้วย
บทที่ ๓
วิธีการดำเนินงาน
การทำน้ำพริกเห็ดหอมสมุนไพรทรงเครื่อง โดยนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองผือ อำเภออากาศ
อำนวย จังหวัดสกลนคร มีวิธีการดำเนินงาน อุปกรณ์การทำน้ำพริก ส่วนผสมของน้ำพริก และขั้นตอนการทำ
น้ำพรกิ ดังนี้
๓.๑ อปุ กรณ์การทำนำ้ พรกิ เหด็ หอมสมุนไพรทรงเคร่ือง
๑. ครก/สาก
ภาพท่ี ๑ ครก/สาก
๒. เขียง
ภาพท่ี ๑ เขียง
๑๕
๓. มีด
ภาพท่ี ๓ มีด
๔. กระทะ
ภาพท่ี ๔ กระทะ
๕. เตาแก๊ส
ภาพที่ ๕ เตาแกส๊
๑๖
๖. ถาด
ภาพที่ ๖ ถาด
๗. ถ้วย
ภาพที่ ๗ ถ้วย
๘. ถ้วยตวง
ภาพที่ ๘ ถว้ ยตวง
๑๗
๙. ช้อนตวง
ภาพท่ี ๙ ช้อนตวง
๑๐. กระชอน
ภาพท่ี ๑๐ กระชอน
๑๑. ทัพพี
ภาพที่ ๑๑ ตะหลิว/ทัพพี
๑๘
๑๒. กระปกุ
ภาพท่ี ๑๒ กระปุก
๓.๒ วตั ถดุ บิ ในการทำนำ้ พริกเหด็ หอมสมนุ ไพรทรงเครื่อง
๓.๒.๑ ส่วนผสมในการทำนำ้ พรกิ เหด็ หอมสมุนไพรทรงเคร่อื ง
๑. เห็ดหอม
ภาพที่ ๑๓ เหด็ หอม
๑๙
๒. ปลาช่อนทะเลตากแห้ง
ภาพที่ ๑๔ ปลาชอ่ นทะเลตากแหง้
๓. กระเทยี มจนี
ภาพท่ี ๑๕ กระเทียมจีน
๔. หอมแดง
ภาพท่ี ๑๖ หอมแดง
๒๐
๕. พริกแดงจนิ ดาตากแห้ง
ภาพท่ี ๑๗ พริกแดงจนิ ดาตากแหง้
๖. นำ้ มะขามเปียก
ภาพท่ี ๑๘ นำ้ มะขามเปียก
๗. นำ้ เสาวรส
ภาพท่ี ๑๙ นำ้ เสาวรส
๒๑
๘. น้ำตาลมะพรา้ ว
\
ภาพท่ี ๒๐ นำ้ ตาลมะพร้าว
๙. น้ำปลาร้าตม้ สุก
ภาพที่ ๒๑ น้ำปลารา้ ต้มสกุ
๑๐. ขา่
ภาพที่ ๒๒ ขา่
๒๒
๑๑. ตะไคร้
ภาพท่ี ๒๓ ตะไคร้
๑๒. ใบมะกรูด
ภาพท่ี ๒๔ ใบมะกรูด
๑๓. พริกเผา
ภาพที่ ๒๕ พรกิ เผา
๒๓
๑๔. กะปิ
ภาพท่ี ๒๖ กะปิ
๑๕. เกลือ
ภาพที่ ๒๗ เกลือ
๑๖. น้ำมนั พชื
ภาพท่ี ๒๘ น้ำมันพชื
๒๔
๓.๒.๒ สัดสว่ นในการทำนำ้ พริกเห็ดหอมสมนุ ไพรทรงเคร่อื ง
๑. เห็ดหอม ๑ ถว้ ยตวง
๒. ปลาช่อนทะเลตากแห้ง ๑ ถว้ ยตวง
๓. กระเทียมจนี ๑ ถ้วยตวง
๔. หอมแดง ๑ ถ้วยตวง
๕. พรกิ แดงจนิ ดาตากแห้ง ๑/๒ ถ้วยตวง
๖. นำ้ มะขามเปียก ๑/๔ ถ้วยตวง
๗. น้ำเสาวรส ๑/๔ ถว้ ยตวง
๘. นำ้ ตาลมะพร้าว ๑/๔ ถ้วยตวง
๙. นำ้ ปลาร้าตม้ สุก ๑/๔ ถว้ ยตวง
๑๐. พริกเผา ๑ ชอ้ นโต๊ะ
๑๑. ขา่ ๑ ชอ้ นโตะ๊
๑๒. ตะไคร้ ๑ ช้อนโตะ๊
๑๓. ใบมะกรดู ๑. ชอ้ นโต๊ะ
๑๔. กะปิ ๑ ชอ้ นชา
๑๕. เกลอื ๑ ชอ้ นชา
๑๖. นำ้ มนั พชื ๑/๒ ช้อนชา
๓.๒.๓ ผกั สด ๒๕๐ กรัม
๑. แตงกวา ๑๕๐ กรัม
๒. ถั่วฝักยาว ๕๐ กรมั
๓. พริก ๑๐๐ กรมั
๔. มะเขือ ๒๐๐ กรมั
๕. ผักสลดั ๑๕๐ กรัม
๖. แครอต ๑๐๐ กรัม
๗. มะระขีน้ ก
๘. ผักสดพน้ื บ้าน
๓.๒.๔ เครอื่ งเคยี ง
๑. ไขต่ ้ม
๒. ไข่เคม็
๓. แคบหมู
๔. ขา้ วเหนยี ว
๕. ปลาแดดเดยี ว
๒๕
๖. เน้อื แดดเดียว
๗. ปลาทู
๘. ไขเ่ ยยี่ วม้า
๓.๓ ข้นั ตอนการทำน้ำพริกเหด็ หอมสมุนไพรทรงเครอื่ ง
๑. ใชม้ ดี สบั กระเทยี ม เห็ดหอม หอมแดงใหล้ ะเอยี ด และทอดปลาชอ่ นทะเลตากแห้ง
๒. ต้งั กระทะใสน่ ้ำมนั พชื นำสว่ นผสมแต่ละอย่างไปทอดให้เหลอื งทอง เสร็จแล้วตกั พักไว้ให้สะเดด็
นำ้ มัน แล้วนำไปโขลกใหล้ ะเอียด
๓. ตง้ั กระทะใหม่ นำพรกิ จินดา ตะไคร้ ใบมะกรดู ขา่ นำไปคั่ว โดยค่ัวทลี ะอย่าง เสร็จแลว้ นำไป
โขลกให้ละเอยี ด และพกั ไว้
๔. เตรียมถ้วยใส่น้ำมะขามเปียก นำ้ เสาวรส นำ้ ตาลมะพรา้ ว เหลือ พรกิ เผา ตามอัตราสว่ นที่
เตรียมไว้
๕. ตงั้ ไฟอ่อน ใส่น้ำมนั พืชเล็กนอ้ ย ตามดว้ ยกะปนิ ำไปผัดให้หอม เสร็จแลว้ ใสน่ ้ำมะขามเปียก นำ้
เสาวรส นำ้ ตาลมะพรา้ ว พริกเผา เกลือ นำ้ ปลาร้าตม้ สุก เปดิ ไฟกลางเคี่ยวให้มคี วามหนืดดี
๖. ใสก่ ระเทยี ม เหด็ หอม ปลาชอ่ นทะเล หอมแดง พรกิ ตะไคร้ ใบมะกรดู และขา่ นำไปคลุกเคล้า
ใหเ้ ขา้ กนั เสรจ็ แลว้ พักไว้ให้เย็น
๗. ตกั น้ำพริกใสค่ รก ตำใหล้ ะเอียดอีกรอบเป็นอนั เสร็จ
๘. ตกแต่งใส่ภาชนะให้สวยงาม
๙. เตรียมผักสด เครือ่ งเคยี ง ขา้ วสวยร้อน ๆ
๓.๒.๑ ภาพประกอบการทำน้ำพริกเห็ดหอมสมนุ ไพรทรงเครื่อง
๑. ใช้มดี สบั กระเทียม เห็ดหอม หอมแดงใหล้ ะเอยี ด และทอดปลาชอ่ นทะเลตากแห้ง
ภาพท่ี ๒๙ เตรยี มกระเทยี ม แล้วใช้มดี สบั ใหล้ ะเอยี ด ภาพที่ ๓๐ เตรียมหอมแดง แลว้ ใชม้ ีดสับให้ละเอยี ด
๒๖
ภาพที่ ๓๑ เตรยี มเหด็ หอม แล้วใช้มดี สบั ใหล้ ะเอียด ภาพท่ี ๓๒ เตรยี มปลาชอ่ นตากแหง้ แลว้ ทอดให้เหลอื งกรอบ
๒. ตงั้ กระทะใสน่ ้ำมนั พชื นำสว่ นผสมแตล่ ะอยา่ งไปทอดใหเ้ หลอื งทอง เสร็จแล้วตักพักไว้ให้
สะเด็ดน้ำมัน แล้วนำปลาชอ่ นทะเลตากแหง้ ไปโขลกใหล้ ะเอียด
ภาพที่ ๓๓ ทอดกระเทยี มท่ีสับไว้ใหม้ สี เี หลืองทอง ภาพท่ี ๓๔ ทอดหอมแดงที่สบั ไวใ้ ห้มีสเี หลอื งทอง
ภาพที่ ๓๕ ทอดเห็ดหอมทสี่ ับไวใ้ หส้ กุ และมกี ลิน่ หอม ภาพที่ ๓๖ นำปลาช่อนตากแหง้ ทท่ี อดแลว้ มาตำใหล้ ะเอยี ด
๒๗
๓. ตงั้ กระทะใหม่ นำพริกจนิ ดาตากแหง้ ตะไคร้ ใบมะกรูด ขา่ นำไปค่วั โดยคว่ั ทีละอย่าง เสรจ็
แล้วนำไปโขลกใหล้ ะเอียด และพักไว้
ภาพท่ี ๓๗ ควั่ พริกแดงจินดาตากแหง้ แล้วนำไปป่นั ใหล้ ะเอียด ภาพท่ี ๓๘ คั่วตะไคร้ แล้วนำไปตำใหล้ ะเอียด
ภาพที่ ๓๙ ค่ัวใบมะกรดู แล้วนำไปตำใหล้ ะเอียด ภาพท่ี ๔๐ คว่ั ขา่ แล้วนำไปตำให้ละเอยี ด
๔. เตรียมถว้ ยใสน่ ้ำมะขามเปียก นำ้ เสาวรส น้ำตาลมะพรา้ ว เกลอื พรกิ เผา นำ้ ปลารา้ ต้มสกุ
ตามอัตราสว่ นท่เี ตรียมไว้
ภาพที่ ๔๑ เตรยี มถว้ ยใส่นำ้ มะขามเปยี ก นำ้ เสาวรส ภาพท่ี ๔๒ เทส่วนผสมรวมกันตามอัตราส่วนทเี่ ตรียมไว้
นำ้ ตาลมะพร้าว เกลือ พรกิ เผา และน้ำปลาร้าต้มสุก
๒๘
๕. ต้ังไฟอ่อน ใสน่ ้ำมันพชื เล็กนอ้ ย ตามด้วยกะปินำไปผดั ให้หอม เสรจ็ แล้วใส่นำ้ มะขามเปียก
น้ำเสาวรส น้ำตาลมะพรา้ ว พริกเผา เกลอื นำ้ ปลารา้ ต้มสกุ เปดิ ไฟกลางเคี่ยวให้มคี วามหนดื ดี
ภาพที่ ๔๓ นำส่วนผสมท่เี ตรยี มไวม้ าเคย่ี วไฟกลาง ภาพที่ ๔๔ เปิดไฟกลางเค่ยี วให้มคี วามหนดื ดี
๖. ใสก่ ระเทยี ม เห็ดหอม ปลาชอ่ นทะเล หอมแดง พรกิ ตะไคร้ ใบมะกรดู และข่า นำไป
คลกุ เคล้าให้เข้ากัน เสร็จแลว้ พกั ไว้ให้เยน็
ภาพที่ ๔๕ ใส่กระเทียม เหด็ หอม ปลาชอ่ นทะเล หอมแดง พริก ตะไคร้ ใบมะกรดู และขา่ นำไปคลุกเคล้าให้เข้ากนั
๗. ตกแต่งใส่ภาชนะให้สวยงาม พร้อมเตรียมผกั สด เครอ่ื งเคียง ขา้ วสวยร้อน ๆ
ภาพที่ ๔๖ นำนำ้ พรกิ ตกแตง่ ใสภ่ าชนะใหส้ วยงาม ภาพท่ี ๔๗ น้ำพรกิ ผกั สด เครอ่ื งเคยี ง พร้อมดว้ ยผลติ ภัณฑ์
บทที่ ๔
ผลการดำเนินงาน
จากการฝึกปฏิบัติการทำน้ำพริกเห็ดหอมสมุนไพรทรงเคร่ือง เป็นผลงานท่ีได้รับการตอบรับ
จากคณะทำงาน คณะครู ผู้ปกครองท่ีให้การสนับสนุน และคนในชุมชนท่ีได้ลองชิมรสชาติว่าเป็นน้ำพริกที่มี
รสชาติจัดจ้าน หอมกลิ่มเห็ดหอม และสมุนไพรนานาชนิด เม่ือได้รับประทานคู่กับผักสด เครื่องเคียงแล้วย่ิง
ส่งผลให้รสชาติอร่อยย่ิงข้ึน จึงได้นำความรู้และประสบการณ์ มาผลิตเป็นน้ำพริกไว้รับประทาน
ประจำครัวเรือนและสามารถจำหน่ายสินค้า สร้างรายได้เสริมระหว่างเรียน และเป็นพ้ืนฐานเบ้ืองต้นในการ
ประกอบอาชีพได้ดว้ ย
๔.๑ การคดิ คำนวณราคาตน้ ทนุ
๑. ปลาช่อนทะเลตากแห้ง ๕๐ บาท
๒. กระปกุ พร้อมสติกเกอร์ ๓๖ บาท
๓. เหด็ หอม ๒๐ บาท
๔. กระเทยี มจนี ๒๐ บาท
๕. หอมแดง ๒๐ บาท
๖. พริกแดงจนิ ดาตากแห้ง ๒๐ บาท
๗. พริกเผา ๕ บาท
๘. น้ำตาลมะพรา้ ว ๒ บาท
๙. น้ำปลารา้ ต้มสุก ๒ บาท
๑๐. กะปิ ๒ บาท
๑๑. น้ำมนั พชื ๒ บาท
๑๒. เกลือ ๑ บาท
๑๓. น้ำมะขามเปยี ก - บาท
๑๔. นำ้ เสาวรส - บาท
๑๕. ข่า - บาท
๑๖. ตะไคร้ - บาท
๑๗. ใบมะกรดู - บาท
รวมตน้ ทนุ ๑๘๐ บาท
ผลติ ได้น้ำพริกเหด็ หอมสมนุ ไพรทรงเคร่ือง ได้จำนวน ๑๐ กระปุก
จำหนา่ ยกระปุกละ ๓๐ บาท ได้เงนิ ๓๐๐ บาท
๓๐
๔.๒ การคิดกำไรจากการขายปลกี ๓๐๐ – ๑๘๐ = ๑๒๐ บาท
คิดจาก ราคาขาย – ต้นทนุ ๑๒๐ บาท
กำไร ๔๐ บาท
คิดเปน็ ร้อยละ
๔.๓ การคิดกำไรจากการขายสง่ ๒๘ บาท
คดิ จาก ราคาขายส่งกระปุกละ ๒๘๐ – ๑๘๐ = ๑๐๐ บาท
ราคาขาย – ต้นทุน
กำไร ๑๐๐ บาท
คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๓๖ บาท
๔.๔ การบันทึกบญั ชี
๑. จัดทำสมุดบญั ชบี ันทกึ รายรบั – รายจ่าย รายวัน เพือ่ ให้ทราบผลการดำเนินงานว่ากจิ กรรม
ทำนำ้ พริกมกี ำไร หรอื ขาดทุนในรอบระยะเวลาท่ดี ำเนนิ การ และเห็นฐานะทางการเงนิ ณ วันใดวนั หน่ึง เพ่อื ใช้
เป็นแหลง่ ขอ้ มูลทางการเงิน ในการบริหารกิจกรรมตอ่ ไป
๒. จดั ทำสมดุ บันทกึ ทะเบยี นคุมน้ำพริกท่ผี ลิตและเบิกจ่าย เป็นการบันทึกรายการเก่ียวกับน้ำ
พริกที่ผลติ ไดแ้ ละเบิกไปจำหน่ายในแตล่ ะครั้ง และคมุ ยอดคงเหลือของนำ้ พริกให้ถูกต้องเป็นการปอ้ งกันการ
ขาดหาย
๓. จัดทำทะเบียนสมาชิกรว่ มชุมนุมทำนำ้ พริก ผักสด เคร่ืองเคียงเพื่อรว่ มเรียนรู้รบั ผิดชอบ
กิจกรรมการทำงานรว่ มกนั
บทท่ี ๕
สรปุ ผลการดำเนนิ งาน
๕.๑ สรุปผลการดำเนินงาน
จากการฝึกปฏิบัติการทำน้ำพริกเห็ดหอมสมุนไพรทรงเคร่ืองที่ประสบผลสำเร็จ ได้น้ำพริกท่ีมี
รสชาติอร่อยแบบลงตัวของความหอมจากเห็ดหอม ความเผ็ด ความเค็ม และเปร้ียว อร่อยแบบกลมกล่อม
รวมทั้งสรรพคุณทางยาจากสมุนไพรหลากหลายชนิด พร้อมตกแต่งด้วยผักสด เครื่องเคียง ชวนรับประทาน
และสามารถนำไปจำหน่ายเพิ่มรายได้ให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองผือได้เป็นที่น่าภาคภูมิใจและน่าชื่นชม
กอ่ ให้เกิดความพงึ พอใจและประโยชน์สูงสุดตามมา ดงั นี้
๕.๒ ประโยชนท์ น่ี ักเรยี นและผู้ท่เี ก่ยี วขอ้ งไดร้ ับ
๕.๒.๑ นักเรียนทราบประโยชน์ของการนำวัตถุดบิ ที่มใี นท้องถ่ินมาประกอบอาหาร
๕.๒.๒ นักเรียนทราบวธิ กี ารทำน้ำพรกิ เหด็ หอมสมนุ ไพรทรงเคร่อื ง
๕.๒.๓ นักเรยี นไดฝ้ ึกการทำงานร่วมกบั ผอู้ น่ื
๕.๒.๔ นกั เรียนทราบช่องทางการหารายได้เสรมิ จากการทำน้ำพริกเหด็ หอมสมุนไพรทรงเคร่อื ง
๕.๓ ข้อเสนอแนะ
๕.๓.๑ สามารถเพ่มิ กลนิ่ ของนำ้ พรกิ ตามความตอ้ งการได้ เช่น เตมิ กล่ิงแมงดา เป็นต้น
๕.๓.๒ การบำรงุ รักษาน้ำพริก เกบ็ ไวใ้ นอุณหภูมหิ อ้ งปกติ ไดป้ ระมาณ ๒๐ วนั หากตอ้ งการยดื
ระยะเวลาของน้ำพรกิ ให้เก็บไวใ้ นต้เู ย็นไดน้ าน ๒ เดือน
๓๒
บรรณานกุ รม
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. (๒๕๖๕). สมุนไพร. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ
๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕. จาก https://www.rama.mahidol.ac.th/poisoncenter/th/
pois-cov/Herbal.
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยศิลปากร. (๒๕๖๕). ข้อมูลพืชสมุนไพร. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๕ พฤศจิกายน
พ.ศ. ๒๕๖๕. จาก https://pharmacy.su.ac.th/herbmed/herb/text/.
ชลิตา ทิพรส. (๒๕๖๕). ประวัติความเป็นมาของน้ำพริก และคุณประโยชน์. [ออนไลน์]. สืบค้นเม่ือ ๕ พฤศจิกายน
พ.ศ. ๒๕๖๕. จาก https://sites.google.com/site/khxngfakxuthay/prawatikar-suksa.
วิกิพีเดีย. (๒๕๖๕). ปลาช่อนทะเล. [ออนไลน์]. สืบค้นเม่ือ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕. จาก
https://th.wikipedia.org/wiki/ปลาชอ่ นทะเล.
องค์กรสะพานปลา. (๒๕๖๔). ปลาช่อนทะเล. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕. จาก
https://www.facebook.com/FMOonthemove/photos/a.1713128375644474/253802
4863154817/?type=3.
Blogger. (๒๕๕๗). น้ำพริก. [ออนไลน์]. สืบคน้ เมื่อ ๕ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๖๕. จาก http://finaprojectl5-
501729.blogspot.com/.
Disthai. (๒๕๖๐). ข่า. [ออนไลน์]. สบื ค้นเมือ่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕. จากhttps://www.disthai.com/
16657359/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2
POBPAD. (๒๕๖๔). เห็ดหอม ประโยชน์และสรรพคุณต้านโรค. [ออนไลน์]. สืบค้นเม่ือ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕.
จาก https://www.pobpad.com/.
Public Relation. (๒๕๖๔). หอมแดงบรรเทาหวดั และอีกสารพัดประโยชน์สำหรับคณุ . [ออนไลน์]. สบื ค้นเมื่อ
๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕. จาก https://pr.rbru.ac.th/web/content/.
ภาคผนวก ก
ตวั อย่างการบนั ทึกบญั ชรี ายรบั – รายจ่าย
ตารางท่ี ๑ ตวั อย่างการบันทกึ บัญชรี ายรับ – รายจา่ ย ๓๔
วนั /เดือน/ปี รายการ รายรบั รายจ่าย หมายเหตุ
๗ พ.ย. ๒๕๖๕ รับเงนิ สนบั สนุนการทำนน้ำพรกิ เห็ดหอม ๓,๐๐๐ ๑,๐๐๐ รายได้
สมุนไพรทรงเครื่อง ๑,๘๐๐ รายจ่าย
๑๑ พ.ย. ๒๕๖๕ จา่ ยเงนิ ซอื้ อุปกรณใ์ นการทำน้ำพรกิ ๓๐๐ รายจา่ ย
๑๑ พ.ย. ๒๕๖๕ จ่ายเงนิ ซือ้ วัตถุดิบในการทำน้ำพรกิ ๓๐๐ ๒,๘๐๐ รายได้
๑๘ พ.ย. ๒๕๖๕ จำหนา่ ยนำ้ พริกเห็ดหอมสมุนไพรทรงเครื่อง ๓๐๐ รายได้
จำนวน ๑๐ กระปุก ๓๐๐ รายได้
๒๕ พ.ย. ๒๕๖๕ จำหนา่ ยนำ้ พริกเหด็ หอมสมุนไพรทรงเครื่อง ๓๐๐ รายได้
จำนวน ๑๐ กระปุก ๓๐๐ รายได้
๒๘ พ.ย. ๒๕๖๕ จำหนา่ ยนำ้ พริกเห็ดหอมสมุนไพรทรงเคร่อื ง ๓๐๐ รายได้
จำนวน ๑๐ กระปกุ ๓๐๐ รายได้
๒ ธ.ค. ๒๕๖๕ จำหนา่ ยน้ำพริกเห็ดหอมสมนุ ไพรทรงเคร่ือง ๓๐๐ รายได้
จำนวน ๑๐ กระปุก ๓๐๐ รายได้
๗ ธ.ค. ๒๕๖๕ จำหน่ายน้ำพรกิ เหด็ หอมสมนุ ไพรทรงเคร่ือง ๕,๗๐๐ รายได้
จำนวน ๑๐ กระปกุ
๑๓ ธ.ค. ๒๕๖๕ จำหน่ายน้ำพรกิ เหด็ หอมสมุนไพรทรงเครื่อง
จำนวน ๑๐ กระปุก
๑๖ ธ.ค. ๒๕๖๕ จำหน่ายนำ้ พริกเหด็ หอมสมนุ ไพรทรงเครื่อง
จำนวน ๑๐ กระปุก
๑๙ ธ.ค. ๒๕๖๕ จำหนา่ ยนำ้ พรกิ เห็ดหอมสมุนไพรทรงเครอ่ื ง
จำนวน ๑๐ กระปกุ
๒๑ ธ.ค. ๒๕๖๕ จำหนา่ ยน้ำพริกเห็ดหอมสมุนไพรทรงเครื่อง
จำนวน ๑๐ กระปุก
๒๓ ธ.ค. ๒๕๖๕ จำหนา่ ยนำ้ พริกเห็ดหอมสมุนไพรทรงเครื่อง
จำนวน ๑๐ กระปุก
รวมรายรบั - รายจา่ ย ยกไป
หมายเหตุ ค่าวัตถดุ ิบสำหรับ ๑๐ กระปุก/ครง้ั จำนวน ๑๘๐ บาท
คา่ วตั ถดุ ิบการผลติ ๑๐ วัน ๑๐๐ กระปกุ รวมท้ังสิ้น ๑,๘๐๐ บาท
ขายน้ำพริกได้ ๑๐๐ กระปุก รวมทง้ั สน้ิ ๓,๐๐๐ บาท
หกั รายจา่ ยค่าวัตถุดิบ ๑,๘๐๐ บาท มกี ำไรรวม ๑,๒๐๐ บาท
ภาคผนวก ข
ตัวอยา่ งทะเบยี นคมุ สนิ ค้า
ตารางท่ี ๒ ตวั อย่างทะเบียนคมุ สินคา้ ๓๖
ลำดับ วนั /เดือน/ปี รบั จา่ ย คงเหลอื
ที่ จำนวน หน่วย จำนวน หนว่ ย จำนวน หนว่ ย
๑ ๑๘ พ.ย. ๒๕๖๕ ๑๐ กระปุก ๑๐ กระปุก --
๑๐ กระปุก ๑๐ กระปุก --
๒ ๒๕ พ.ย. ๒๕๖๕ ๑๐ กระปุก ๑๐ กระปุก --
๑๐ กระปุก ๑๐ กระปุก --
๓ ๒๘ พ.ย. ๒๕๖๕ ๑๐ กระปุก ๑๐ กระปุก --
๑๐ กระปุก ๑๐ กระปุก --
๔ ๒ ธ.ค. ๒๕๖๕ ๑๐ กระปุก ๑๐ กระปุก --
๑๐ กระปุก ๑๐ กระปุก --
๕ ๗ ธ.ค. ๒๕๖๕ ๑๐ กระปุก ๑๐ กระปุก --
๑๐ กระปุก ๑๐ กระปุก --
๖ ๑๓ ธ.ค. ๒๕๖๕
๗ ๑๖ ธ.ค. ๒๕๖๕
๘ ๑๙ ธ.ค. ๒๕๖๕
๙ ๒๑ ธ.ค. ๒๕๖๕
๑๐ ๒๓ ธ.ค. ๒๕๖๕
ภาคผนวก ค
ภาพประกอบกิจกรรมการทำนำ้ พริกเหด็ หอมสมนุ ไพรทรงเคร่อื ง
๓๘
ภาพที่ ๔๘ นกั เรยี นร่วมกันทำน้ำพริก
ภาพที่ ๔๙ ขน้ั ตอนการจดั เตรียมหอมแดง
๓๙
ภาพที่ ๕๐ ขนั้ ตอนการผสมส่วนผสมของน้ำพริก
ภาพที่ ๕๑ ครูผ้ฝู ึกสอนให้คำแนะนำการทอดหอมแดง
๔๐
ภาพท่ี ๕๒ จัดสำรับน้ำพริก ผกั สด เครื่องเคียง
ภาพที่ ๕๓ น้ำพริก ผกั สด เครอื่ งเคยี ง พร้อมผลติ ภัณฑ์
๔๑
ภาพท่ี ๕๔ นำนำ้ พริกเห็ดหอมสมุนไพรทรงเครื่องมาจำหน่ายให้รา้ นค้า
ภาพท่ี ๕๕ จดั จำหน่ายนำ้ พริกเหด็ หอมสมุนไพรทรงเครอ่ื ง