งานสถาปตยกรรมกับงานสวสั ดกิ ารสงั คม
งานสถาปตยกรรมโดยท่ัวไปแลวมีหลักสําคัญท่ีจะตองพิจารณาเปนพ้ืนฐาน เชน
เดยี วกบั งานวชิ าชีพอื่น ๆ เชน กนั เชน ตองคาํ นงึ ถงึ Funnction เปน สาํ คัญ คือประโยชนใชสอย
ของอาคารและส่ิงกอสราง สง่ิ แวดลอ ม ในการออกแบบสิง่ กอสรา งนนั้ ๆ กอนที่จะออกรปู แบบ โดย
เฉพาะอยา งยงิ่ งานสาํ หรบั บคุ คลกลมุ พเิ ศษ เชน คนพิการ คนชรา เด็กออน ฯลฯ จําเปนจะตอง
ศึกษาวิเคราะหอยางลึกซง้ึ เปน พิเศษ เพือ่ ใหตรงกับธรรมชาติ ลักษณะของผอู ยอู าศัยและการใช
ประโยชน
ดงั นน้ั งานสถาปต ยกรรม ที่นาํ มาใชก ับงานสวสั ดกิ ารสงั คม โดยเฉพาะงานในภารกิจ
ของกรมประชาสงเคราะห ซง่ึ มกี ลมุ เปา หมายทเ่ี ปน ผูดอยโอกาสหลากหลายประเภท และมกี ารให
ความชว ยเหลอื ในหลายรูปแบบ เชน การรับอุปการะเลีย้ งดูในสถานสงเคราะห การจัดฝกอาชีพ จงึ
มีความจําเปนตองมีการออกแบบและจัดสรางอาคารสถานที่ของสถานสงเคราะห และศูนย
ฝก อาชพี ใหเ หมาะสมกบั ผูด อยโอกาสแตล ะประเภท กรมประชาสงเคราะหจ ึงมคี วามจําเปนตองใช
นักวิชาชีพทางดานสถาปตยกรรมเพื่อรับผิดชอบงานดังกลาว มาตั้งแตเริ่มกอตั้งกรมประชา
สงเคราะห เมือ่ ป พ.ศ. 2483
หลกั การและปรัชญาในการออกแบบ (Theory+Concept ในการ DESIGN)
ในการออกแบบกอสรา งอาคาร สถานทสี่ ําหรบั ใหบ ริการผูดอยโอกาส ประเภทตา ง ๆ
ของกรมประชาสงเคราะห นักสถาปนิกมหี ลักการและปรชั ญาในการออกแบบ ดงั นี้
การออกแบบสถานสงเคราะห เปนงานการใหบ ริการทางดานสงั คมสงเคราะห เปน
การสงเคราะหช วยเหลอื ผูท่ชี ว ยเหลอื ตนเองไมไ ด ยากจน แรน แคน ขาดท่ีพ่ึง ไรญาตขิ าดมิตร มี
โรคภยั เบยี ดเบียน ขาดความรู ไมม อี าชีพใด ๆ ท้ังส้ิน ปรัชญาในการออกแบบจึงแตกตางไปจาก
การออกแบบอาคารประเภทอืน่ ๆ ฉะน้นั การออกแบบอาคาร สถานท่ี จึงตอ งเสริมสิง่ ท่ขี าดไปเพ่ือ
เปน การแกป ญ หาอันดับแรก คือ
1. ความอบอนุ
การจัดอาคาร สถานท่ี ควรใหมีลักษณะรมรื่น เปนสัดสวน มีลักษณะ
DOMESTIC อยาจัดผังบรเิ วณในลกั ษณะ SEMETRICAL หรือ EQUAL BBALANCE ฯลฯ ควร
จดั ในรปู ของ FREE FROM PLANNING เพอ่ื ใหม คี วามรสู กึ เหมอื นอยกู บั บา น ชว ยในดา นจติ ใจไดม าก
2. ความปลอดภัย
ผรู บั การสงเคราะหท ุกประเภทยกเวนเด็กชาย และเดก็ หญิงซึ่งมีรางกายปกติ
จะตอ งไดรับการดแู ลเปนพเิ ศษ เพราะ HANDICAP ไปทกุ อยาง การออกแบบอาคารและสถานท่ี
2
ตอ งคาํ นงึ ถงึ ความปลอดภัยเปนทสี่ ดุ นบั ต้งั แต CIRCULATION การใชว ัสดกุ บั อาคาร เชน การ
ปพู น้ื การใชสขุ ภณั ฑ การละระดบั พ้นื อาคาร หากไมจาํ เปน ควรใช RAMP (ทางลาด) เพ่ือให
WHEEL CHAIR ขนึ้ ได โดยเฉพาะบนั ไดสวนหนง่ึ จะตองมรี าวจบั หองนํา้ -สว ม ตองมีขนาดประตู
พอท่จี ะใหร ถ WHELL CHAIR เขา ได และจะตองมีราวจับยดึ เหนี่ยวทีจ่ ะทิง้ ตวั ขนึ้ นง่ั บนสขุ ภณั ฑ
แบบสว มชกั โครก ฯลฯ
3. การจัดสิง่ แวดลอ ม
ควรเลอื กสถานที่ใหโปรง เพราะหากแออัด การ VENTILATION ไมดพี อ จะเกดิ
โรคภยั ติดตอและกอความรําคาญกบั ผทู ี่อยูใ กลเคียง การกาํ จดั สงิ่ ปฏกิ ลู นับวาควรอยา งยง่ิ ที่
จะตอ งวางระบบใหเหมาะสมถกู ตอ งตามหลักวชิ าการ เพอื่ สุขลกั ษณะของผอู ยใู นสถานสงเคราะห
4. การจดั ระเบยี บในการอยูรว มกนั
การอยูดวยกันเปนจํานวนมาก จําเปนที่จะตองจัดระเบียบ มีแบบมีแผนและมี
วินัย แตเราจําเปนจะตองฝกฝนใหผูรับการสงเคราะหไดชวยเหลือตนเอง โดยเฉพาะสถาน
สงเคราะหเด็ก เม่ือครบเวลาที่กําหนดใหเด็กจะตองออกไปอยูภายนอกสถานสงเคราะห จะไดม ี
ความแกรงในการฝา ฟน อุปสรรค ทัง้ นกี้ ารฝก อาชพี จึงจําเปน อยา งยง่ิ ทสี่ ถานสงเคราะหจะจดั ใหม ี
ขน้ึ ทง้ั นจ้ี ะตอ งสอนใหผรู บั การสงเคราะหร จู กั พัฒนาการอยูอาศัยในอาคารสมัยใหมดว ย
5. การวางแผนจัดทาํ MASTER PLAN
โดยปกตสิ ถานสงเคราะหมักจะมีปญหามากขนึ้ ทกุ ป เพราะจาํ นวนประชากรของ
ประเทศหรอื ของโลกไดทวขี ึ้นอยางรวดเรว็ ปญหาทางสังคมกย็ อ มจะมีมากขนึ้ เปนเงาตามตวั จึง
จาํ เปน ตอ งรับผรู บั การสงเคราะหเ พ่ิมเปนประจาํ ทกุ ป ดังน้นั การจัดทาํ MASTER PLAN ในการจดั
วางจงึ ตอ งเตรยี มพรอ มเทาทพี่ ืน้ ท่ีมีอยูเพ่อื การปรบั -ขยายไวล ว งหนา และทนั ทว งที
6. ชนิดและแบบของอาคาร
เนื่องจากอาคารประเภทนี้เปนอาคารของทางราชการ การออกแบบอาจจะมีขอ
จาํ กดั คอื ตอ งมีลักษณะงา ย เรยี บ แตดูสงา แตก ็ยงั ตอ งคาํ นึงถึงการปอ งกนั แดด-ฝน เชน อาคาร
ท่ัวไป การใหสีหรือการเลือกใชวัสดุจะตองดูเรียบรอยกลมกลืน (HARMONY) ไมไดโลดโผน
สาํ คญั ทส่ี ดุ คอื ขอใหค ํานงึ ถงึ ขอเทจ็ จรงิ ท่ีวา อาคารหลงั หน่ึงจะตองรบั การสงเคราะหเปนจํานวน
หลายคน ระบบการกอสรา งตอ งม่ันคง แขง็ แรง ดแู ลรักษางาย โดยเฉพาะระบบการระบายนาํ้
ระบายส่ิงโสโครก สวนความสูงหรือจํานวนช้ันของอาคารประเภทสถานสงเคราะหควรคํานึงถึง
ประโยชนใ นการใชส อยของอาคาร งานออกแบบอาคารประเภทนเ้ี หน็ ควรแยก ดงั นี้
3
อาคารชัน้ เดียว ควรจดั ใหก บั สถานสงเคราะหคนชรา และสถานสงเคราะห
คนพกิ าร-ทพุ พลภาพ เพราะคนชราและคนพกิ ารมสี ภาพรางกายและสขุ ภาพไมแ ข็งแรงเพียงพอที่
จะข้นึ ลงบันไดไดอ ยา งปลอดภยั
สว นสถานสงเคราะหอ ื่น ๆ ดจู ากความเหมาะสม สถานท่ี จาํ นวนผูรับการสงเคราะห
เปน ฐานในการพจิ ารณา
สว นประเภทของอาคารในสถานสงเคราะหตองมโี ดยท่ัวไป คือ
1. ทที่ าํ การ
ทที่ าํ การกเ็ หมอื นท่ที ําการโดยทัว่ ไปของสถานที่ราชการ ซึ่งประกอบดวยหอง
ผปู กครอง หอ งนกั สังคมสงเคราะห แผนกธรุ การและการเงนิ -บญั ชี หอ งเกบ็ วสั ดุ-ครุภัณฑ สถานท่ี
ตอ นรบั แขกผมู าเย่ียมเยียน และหองนํา้ -หองสวม
2. อาคารนอน
คอื สถานทอ่ี ยหู ลบั นอน โดยปกติมกั จะจดั ใหเ ปนเรือนนอนอยรู ว มกนั 25 คน,
50 คน และมากทสี่ ดุ 100 คน ซงึ่ ในทางสงั คมสงเคราะห ถือวา ความอบอุนมสี วนสําคัญในการ
พฒั นาจติ ใจเปน อยางมาก ไดใ หข อ คดิ วาการออกแบบอาคารนอนควรมีลกั ษณะเล็ก จะไดอยูใ กล
ชดิ และใหอ าคารมีลกั ษณะคลายบาน และในอาคารนอนนนั้ จะตองมีหอ งผคู วบคมุ ดแู ลอยา งนอ ย
1 คน ทาํ หนา ทเ่ี ปน พอ -แมบ า น มหี องนาํ้ เปน สว นสัด โดยเฉพาะในแตละอาคารนอน ประกอบ
ดว ยหอ งนาํ้ -หอ งสว ม สาํ หรบั ผูรับการสงเคราะห อาจจะสรา งไวในสว นหน่งึ สว นใดของอาคาร
หรอื จะสรา งไวใกลเคยี งกส็ ุดแลวแตจ ะพจิ ารณาจากสงิ่ แวดลอ มและความเหมาะสม ในการอยูรวม
กนั เปน สว นมาก เพอื่ สะดวกตอ การจดั ทีน่ อน กม็ ักจะใชเ ตยี งเดย่ี วพรอมตูเก็บสัมภาระไวในเตยี ง
เพอื่ จาํ กดั พน้ื ทไ่ี ดม าก ระบบปอ งกนั ยุงและการถา ยเทอากาศใชว ิธที าํ บานมงุ ลวด
3. โรงอาคาร-ครัว
สถานสงเคราะหโ ดยทว่ั ไปจะใหญห รือเล็ก ขึน้ อยกู ับจํานวนผูรบั การสงเคราะห ซ่ึง
จะมตี ง้ั แต 100, 200, 300 และ 500 คน โรงอาหารและโรงครัวจึงนับวาจะตอ งมีขนาดสอดคลอ ง
กบั ขนาดของสถานสงเคราะห และวธิ ีการแกป ญ หาซ่งึ มีทางกระทําได คอื รับประทานอาหาร จัด
ใหร บั ประทานเปน สองผลดั สว นโรงครวั นนั้ จะตอ งคงท่ี เพราะปรุงอาหารพรอมกันในเวลาเดยี วกนั
ดว ย ระบบเตาหงุ ตม เดมิ เมื่อ 20 ปมาแลว ใชแกลบและฟน เปนเช้ือเพลงิ ซึ่งปจ จบุ ันเห็นวา เปน การ
ยากทจี่ ะหาเชอ้ื เพลงิ ตามท่กี ลา วมาขา งตน ไดห ันมาใชแ กสแทน การทาํ อาหารจงึ ใชภ าชนะขนาด
ใหญ นบั ตงั้ แตการหงุ ขาว จนกระท่ังปรุงอาหาร
4
4. อาคารพยาบาล
นับวาจําเปนมากสําหรับสถานสงเคราะห สวนขนาดจะใหญห รอื เล็ก ขน้ึ อยูกบั
ประเภทของสถานสงเคราะห แตท ีน่ บั วา สําคญั และละเอียดออน คอื สถานสงเคราะหเ ด็กออ นจะ
ตอ งแยกเตยี งพยาบาลไวใ หม ีจํานวนเพียงพอ และแยกหองใหเ ด็ดขาด ในกรณีทเี่ ด็กเปนโรคตดิ ตอ
การจดั อาคารพยาบาลโดยทว่ั ไป ก็จะประกอบไปดวย หองแพทย หอ งตรวจโรค อาจจะมจี ํานวน
ตง้ั แต 1-3 หอง หอ งจายยา หอ งลา งแผล และหอ งนํ้า-หองสว ม
5. กลมุ บานพกั เจา หนาที่
แตละสถานสงเคราะหจะตองมีเจาหนาท่ีหลายระดับ ต้ังแตผูปกครองสถาน
สงเคราะห โดยปกติแลวจะเปนอาคารหลังเดี่ยว 3 หองนอน ผูชวยผปู กครอง โดยปกตแิ ลว จะ
อาคารหลงั เดย่ี ว 2 หอ งนอน นอกนนั้ มักจะเปนอาคารเรอื นแถวสาํ หรบั เจา หนาท่ีระดบั 4 ลงมา
และเรอื นแถวคนงานหรือลกู จาง ไดแ ก ภารโรง แมค รวั ยาม คนขับรถ ฯลฯ อตั รากาํ ลังที่สมดลุ ย
โดยปกตแิ ลว ผรู บั การสงเคราะห 10 คน ตอ เจาหนาท่ีระดับปฏิบตั ิงาน 1 คน
6. โรงฝก งานหรือโรงฝก อาชีพ
จะมเี ฉพาะสถานสงเคราะห ประเภทท่สี ามารถจะพัฒนาได เชน สถานสงเคราะห
เดก็ ชาย สถานสงเคราะหเด็กหญงิ สถานสงเคราะหคนพกิ าร สถานสงเคราะหหญงิ ไรอาชพี และ
สถานสงเคราะหค นไรท ่ีพ่งึ เฉพาะผูทมี่ ิไดป ว ยรุนแรง
7. อาคารเรียน
จะมเี ฉพาะสถานสงเคราะหเด็กชาย และหญงิ และหญิงไรอาชีพเทา นนั้ เพราะ
กาํ หนดใหเ รยี นหนงั สือภาคบงั คับดว ย ทงั้ นีไ้ ดรับอนุญาตและควบคมุ ดูแลจากทางกระทรวงศึกษา
ลกั ษณะอาคารเรยี นก็เหมอื นกบั อาคารเรียนท่วั ไป
8. หอ งนํ้า-หองสวม
การอยกู นั เปน กลุมใหญ เปน จํานวนรอ ยคน นบั วา เปนปญ หาใหญ ตอ งมใี หเพียง
พอและมรี ะบบที่ดี ดแู ลรกั ษางา ย และสะอาด โดยประสบการณถาจะใหเ หมาะสมท่ีสุด หองสวม
ควรจะมอี ยา งนอย 1 หอ ง ตอ 5 คน ระบบการจดั หองนา้ํ ในภาวะจาํ กัดพน้ื ท่ี อาจทําเปน หอง
อาบนาํ้ รวม โดยเฉพาะสถานสงเคราะหคนไรท่ีพ่งึ เจาหนาทสี่ ามารถควบคุมดแู ลไดด วย
9. ลานซกั ผา -ลานตากผา
การซกั ผา เปน การซกั รวมกัน สําหรับผูท ไ่ี มส ามารถชวยเหลือตนเองได เชน สถาน
สงเคราะหเ ดก็ ออ น คนชรา ฯลฯ ทางราชการดาํ เนินให สว นผูรบั การสงเคราะหท ี่สามารถทําเองได
ทางสถานสงเคราะหเตรียมสถานท่ีไวใหเพื่อสะดวกตอการควบคุมดูแลระบบระบายน้ํา ลาน
5
ตากผา เรามกั จะเทพืน้ ค.ส.ล. ใชเ สาทอนํ้าประปา และใชลวดขนาดใหญข ึงเปนราวสาํ หรบั ตากผา
กลางแจง
10. รวั้
เปน เครอ่ื งชแี้ นวเขตสถานสงเคราะห ซงึ่ สถานสงเคราะหแ ตละแหงจะใชวัสดุทาํ
รว้ั ชนิดและความสูงของร้วั ตา งกนั
หากเปน รวั้ สถานสงเคราะหเด็กชาย-หญิง รั้วปกติสงู โดยเฉล่ีย 2.00 ม.
สถานสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพเด็ก และสถานสงเคราะหหญิงไรท่ีพึ่งจะ
ตอ งเปน รว้ั สงู เพราะปองกนั เด็กหนี โดยเฉพาะในเวลากลางคืน จะตองมปี อมยามรกั ษาการดแู ล
การกน้ั รวั้ หรอื การแบง เขตพืน้ ท่ีภายใน อาจจะตองมขี ้นึ เชน สถานสงเคราะห
คนไรท พี่ ง่ึ เพ่อื สะดวกตอ การควบคมุ ลักษณะของรวั้ นี้ขน้ึ อยูกบั ดลุ ยพินิจของผูออกแบบวาจะใชร ้วั
โปรง หรอื รว้ั ทบึ แตก ารแบงเขตภายในสถานสงเคราะหอ ่ืน ทไ่ี มจ าํ เปน จะตองคอยควบคุมดูแล อาจ
จะใชก ารปลูกระดบั ไมเปนแนวกไ็ ด
11. ที่สนั ทนาการ
หากสามารถจดั ใหมีได จะมีประโยชนมากสําหรบั สถานสงเคราะหเ ด็ก เพราะจะ
เปน ทส่ี าํ หรบั เลน กฬี าในรม พลศกึ ษา การแสดงกจิ กรรมตา ง ๆ รวมท้งั การจดั การประชุมช้ีแจงการ
ปฏบิ ตั งิ านกบั เจาหนาที่และผรู บั การสงเคราะหไ ดอกี ดวย ถอื วาเปน อาคารอเนกประสงค
12. สวน-ทวี่ าง
นบั วา มคี วามจาํ เปนที่จะตองจัดใหมี ซง่ึ มใิ ชจ ะตองจัดสวนโดยเฉพาะ แตหมาย
ถงึ การวางผงั การจดั ทางเดนิ (PAVEMENT) การแบง การใชพ นื้ ท่ี การปลูกไมใหญเพอ่ื รมเงาและ
ไมผล การขุดสระหรือบอนํ้าเพื่อกักเก็บน้ําไวในฤดูแลง แตม ขี อ จาํ กดั หากจะมขี ้นึ ตองคํานึงถงึ
ความปลอดภยั โดยเฉพาะสถานสงเคราะหคนไรท พ่ี ง่ึ โดยจดั ทํารัว้ โปรงกัน้ ฯลฯ
13. ระบบน้าํ ใช
โดยปกติสถานสงเคราะหที่อยูในเมืองไมคอยมีปญาเพราะสามารถใชระบบ
สาธารณปู โภค ทที่ างรัฐจดั หาให แตสถานสงเคราะหท ่อี ยหู า งไกลนั้น จะตองใชระบบการขุดเจาะ
บอ บาดาล หรอื การจดั กักเกบ็ นํา้ สะอาดและจัดทาํ นา้ํ สะอาดไวใชในสถานสงเคราะห โดยเฉพาะ
แตว ธิ นี เี้ ปน วธิ ที ีส่ นิ้ เปลอื งคา ใชจ า ยและอตั รากําลังเปน อยางมาก
14. ระบบไฟฟา
การใชกระแสไฟฟา ในสถานสงเคราะหน ับวา จาํ เปน อยางมาก เพราะมผี ูร บั การ
สงเคราะหแ ละครอบครวั เจา หนา ที่อยูเปนจํานวนมากดวย ตลอดจนมกี ารใชกระแสไฟฟาในการฝก
อาชพี หมอ แปลงไฟฟา ตอ งไดขนาดพอเหมาะ การจัดใหม ีแสงสวา งโดยใหม กี ารปก เสารอบสถาน
6
สงเคราะห เพื่อการควบคมุ ดแู ล ตลอดจนความปลอดภยั ในทรพั ยส ินทางราชการ พาดสายและติด
ไฟแสงสวา งเปน ระยะท่ัวสถานสงเคราะห ควรจัดใหม ีมเิ ตอรส าํ หรบั วัดกระแสไฟฟาสาํ หรับบานพัก
เจา หนา ไวด ว ย เพราะทางราชการจะจายคากระแสไฟฟา ใหแกการไฟฟา เฉพาะทีเ่ ก่ียวกบั ราชการ
เทา นนั้ มไิ ดค รอบคลมุ ไปถงึ บานพกั เจาหนา ท่ีดวย
15. ถนน
ในทนี่ ี้ หมายถงึ ถนนสายในสถานสงเคราะห หากเปน สถานสงเคราะหขนาด
เลก็ กไ็ มค อ ยจะมปี ญ หาแตหากเปนสถานสงเคราะหข นาดใหญ จะตองจัดระบบใหดเี พราะอาจจะ
กอใหเกิดอันตรายถึงผูรับการสงเคราะหได ควรแยกเขตก็จะดีมาก ใหมีถนนเฉพาะในสวน
SERVICE จรงิ ๆ
การออกแบบอาคารสถานทส่ี าํ หรบั สถานสงเคราะหคนพิการและทพุ พลภาพ
เพื่อใหมองเห็นภาพงานสถาปตยกรรมในงานสวัสดิการสังคม อยางชัดเจน จะได
นาํ เสนอการออกแบบอาคารสถานท่สี าํ หรับสถานสงเคราะหคนพกิ ารและทพุ พลภาพ ซึง่ ประโยชน
ใชส อยสาํ หรบั อาคารของคนพิการน้ัน นับวาละเอยี ดออ นมากกวา งานสถานท่ีอ่นื ๆ โดยเฉพาะคน
พกิ ารทม่ี ลี กั ษณะรางกายทีไ่ มค รบบรบิ รู ณ และตองชว ยตัวเองมากที่สุด การจัดผงั บริเวณนี้ เรา
ตอ งจดั ใหเ ปนระเบียบ สวยงาม เพอ่ื ใหค นพกิ ารมีความสุขในการอยู เราตองแบง ลกั ษณะอาคาร
ออกเปน ประเภทและชนดิ คือ อาคารนอน อาคารท่ที ําการ โรงอาหาร ท่เี รยี นหรือท่ีฝก อาชพี รวม
ไปถึงอาคารที่เก่ียวกับเจาหนาท่ีซึ่งดูแลและควบคุม รวมถึงสวนสัมพันธกันระหวางอาคารตอ
อาคาร
ความสวยงามของการจัด Lay out หรอื ผงั บรเิ วณอาคารเพื่อการสงเคราะหน ้ี นบั วา
จะชวยดานจิตใจเปนอันมาก เพราะวาผูรับการสงเคราะหทุกคน หากอาคารไมมีระเบียบ ไมมี
ความสวยงาม หรือไมม ีการจดั สวนหรือบรเิ วณใหเรียบรอยแลว คนพิการก็จะเกิดความรสู กึ ที่ไมส ุข
ในแงข องเรอื่ งอารมณกจ็ าํ เปน อยา งยิ่งทจ่ี ะตองพถิ พี ถิ นั ไมใ ชจะสรา งอาคารใหแ ตพ ออยไู ดเ ทา นน้ั
และเน่ืองจากรัฐบาลใหงบประมาณสําหรับการกอสรางอาคารเพ่ือคนพิการนอยมาก เทาท่ีเรา
ปฏบิ ตั อิ ยูก็ทําตามกาํ ลังท่เี ราทาํ ได
งานทคี่ ลา ย ๆ กนั คอื งานสงเคราะหคนชรา ทาํ นองเดยี วกับคนพกิ าร ลักษณะงาน
ออกมาก็ควรจะมีความรูสึกที่ใหความรมเย็นแกผูรับการสงเคราะห ขอกลาวเฉพาะตัวอาคาร
ลกั ษณะของตวั อาคารสาํ หรับคนพิการบานเราน้นั ผมเห็นวาควรจะเปน อาคารช้นั เดยี วและไมค วร
สูงเกินไป ใหดูแลรักษาไดสะดวก คืออยาทําอาคารใหซ บั ซอนและวิธที ดี่ คี อื การจัด Lay out
ระหวา งอาคารตอ อาคารใหเ ชือ่ มโยงกัน โดยเฉพาะทเี่ รียกเปน ภาษาองั กฤษวา มี Gover way
เชอื่ ม คอื ตอ งมสี ง่ิ ปกคลมุ มีราวจับ เพอื่ ใหค นพกิ าร สามารถชวยตวั เองไดม ากท่สี ดุ โดยปกตแิ ลว
7
ถาเผ่ือวาผูท่ีไมคุนเคยกับการออกแบบอาคารประเภทนี้มักจะมีปญหาเร่ืองละเลยถึงเรื่องการทํา
ราวจบั ใหคนพิการ ซึง่ อาจเปนอนั ตรายไดโ ดยนกึ ไมถงึ
การแบง อาคารควรแบง เปนชนดิ ของอาคาร คอื พยายามจัดรวมกลุมของอาคารแยก
ประเภท เชน อาคารนอน อาคารทที่ ําการ ฯลฯ แยกกนั แตม ี Gover way เช่ือมแตล ะ Cover way
นี้ไมควรสูงหรือลาดชัน ควรพยายามใหมีทางลาดและทางลาดน้ันควรจะมีผิว ซึ่งไมลื่นอาจจะ
ตเี สน หรอื ใชผ วิ วสั ดใุ หสะดวกตอการท่ีคนพกิ ารจะไมล ่นื ลงมา ซ่งึ เปนเร่อื งจาํ เปนมาก อาคารน้ี
ควรมจี าํ นวนขน้ั บันไดนอ ยท่ีสดุ หรอื ไมมีเลยย่ิงดี ปกตอิ าคารสาํ หรับคนธรรมดานนั้ มักจะใชบ นั ได
บางแหง ผรู บั การสงเคราะหบ างคน ถา เปน ทางลาดหรอื Ram นก่ี อ็ าจชว ยตัวเองไมได อาจจะตอง
ใชบันไดบาง แตบันไดนั้นตองมีขั้นกวางตามมาตรฐาน และไมลาดชันจนเกินไปและนอยขั้น
ทสี่ ดุ ดว ย
สว นตวั อาคารควรนึกถงึ เร่ืองการระบายอากาศ เพราะอาคารชน้ั เดียวมกั จะมีปญ หา
เรอื่ งการระบายอากาศมาก เราจะสงั เกตเหน็ วาอาคารผูร ับการสงเคราะหตางๆ มักจะเปนอาคาร
2 ชน้ั เพราะเราใชช นั้ ลา งเปนทพี่ ักผอนของผรู บั การสงเคราะห โดยเฉพาะงบประมาณแผนดินมี
นอ ย เราพยายามทาํ อาคาร 2 ช้ัน ๆ ลางโลง ชั้นบนเปนท่ีพกั นอน ชน้ั ลางเปน Multipurpose คือใช
ไดท กุ อยา ง เปน ทรี่ บั ประทานอาหาร เปนทนี่ งั่ เลน ทอ่ี า นหนังสือ อาคารคนพกิ ารเราไมส ามารถทํา
อยา งนน้ั ได เพราะมีปญหาเร่ืองการใชรถเขน็ บาง การใชไ มพยงุ ตัวบาง ก็จําเปน ตองเปนอาคาร
ชนั้ เดยี ว แลว เรอื่ งอากาศถายเทอากาศในอาคารนั้น ในภาษาองั กฤษเรียกวา Gross Ventilation
คือการจดั Lay out ทดี่ จี ะตอ งวางอาคารใหถูกทิศทางลม คอื มักจะวางอาคารทางยาวไวท างเหนือ
ได เพอื่ ใหล มไดร ับจากทางทศิ ใตไปทางทศิ เหนือ หรือตะวนั ตกเฉียงใตไ ปสทู ศิ เหนือเปนสงิ่ สาํ คัญ
มาก วธิ แี กป ญ หาอันนี้นบั วาชว ย ไดม าก ปกตแิ ลวความรสู กึ ของคนไทยมักจะคดิ วา อาคารชัน้
เดยี วตอ งสงู หรอื มสี วนสูงมาก ความจรงิ เปน สง่ิ ท่เี ขา ใจผิด เพราะวาจากการทดลองและการ
วเิ คราะหแ ลว ระดับลมทจ่ี ะพัดผาน ตัวเรานี้ ระดับไมเ กินศรี ษะเรา คอื ระดับ 2 เมตร เปน ลมทพี่ ัดดี
ทส่ี ดุ จากการวเิ คราะหนแ้ี ตค วามสงู ไมมสี วนสําคญั สาํ หรับตัวอาคารมากนัก นอกจากความรูสึก
เรามกี ารกอ สรา งดวยวิธีแผนใหม พยายามใชฝ าเพดานหรือวัสดทุ ี่มุงหลังคานั้น โดย
ใหม อี ากาศถา ยเททม่ี งุ หลงั คาดวย เราเรียกวา คือเราเปด ชอ งระบายอากาศใหล มพดั ไดตลอด จะ
ชว ยใหค นทรี่ บั การสงเคราะหนนั้ ไดอยูอยา งสุขสบาย วัสดุท่ีใชบ รุ ะหวางฝาเพดานกับตัวหลงั คาน้ัน
เราเรยี กวา Alumimium Foid เปน วสั ดบุ างและมีกระดาษตะกวั่ หุม พอความรอนสะทอนจาก
หลงั คามาสฝู า เพดาน จะสะทอนกลบั ชว ยใหล ดความรอ นภายในอาคารไดม าก แตเ นื่องจากบาง
ครง้ั เราไมส ามารถทาํ เชน น้ันได เพราะวามรี าคาแพง บางทีเราตอ งแกป ญหาดว ยการทําฝาเพดาน
ภายนอกอาคารต่าํ ใหมีชอ งระบายอากาศใหลมพดั ออกจากดา นหนงึ่ ไปอีกดา นหนึ่งกส็ ามารถจะ
8
แกป ญ หาได ซง่ึ เราถือวา เปนสงิ่ สําคัญสาํ หรับอาคารมาก หรอื สมมติวา เราวางผงั ไมถ ูกตอ ง การ
สรางอาคารสําหรับคนพิการน้ีมักจะตองมีปญหาเร่ืองอากาศอบอาว ก็จะอยูไมสะดวกสบายเชน
กัน
สวนสําคัญที่สุดของอาคารสําหรับคนพิการก็เหมือนกับอาคารท่ัวไป ท่ีสาํ คัญมเี รอื่ ง
Installation คอื การตดิ ตงั้ อุปกรณก ารอยูอาศยั โดยเฉพาะคนพกิ ารนน้ั ไมส ามารถจะใชมอื เทา
หรือสวนตางๆ ของรางกายในการปดเปดประตูหนาตางก็ดี หรือในการใชอุปกรณอ่ืนๆ ก็ดี
เปน เรอื่ งสาํ คญั มาก จะตองพยายามทําระดบั ทแ่ี กจะชว ยตัวเองใหไ ดม ากท่ีสุด และตอ งใหนึกถึง
ความปลอดภัยโดยเฉพาะผูรับการสงเคราะหมักจะมีปญหาเรื่องเอ้ือมไมถึงบาน ฯลฯ กระจกมี
บานเกลด็ ไมควรใช พลาดไปจะตองไดร ับบาดเจ็บ ตองมที ่ตี ดิ ตัง้ เชน กลอน กุญแจตางๆ อยูใน
ระดับต่าํ กวาคนธรรมดา
ขอสําคัญท่ีสุดของงานสถาปต ยกรรมและการออกแบบเพอ่ื คนพกิ ารนี้ กค็ ือเรอ่ื งการ
ใชวัสดุ รองลงมาจากการติดต้ังอุปกรณ วัสดุท่ีใชปูพ้ืน ปกติเราใชกระเบ้ืองยาง กระเบื้องน้ีมี
ความลน่ื พอควร หินขดั ไมค วรใชสําหรบั อาคารคนพิการ ควรใชวสั ดุที่มลี ักษณะที่ไมล ื่น กระเบอื้ ง
ยางพอใชได กระเบ้ืองผิวมันไมค วรใชกระเบือ้ งท่ีมผี วิ หยาบๆ
หอ งนาํ้ คนพกิ ารมีปญ หามาก หอ งนํ้าปกตโิ ดยทว่ั ๆ ไปแลว ประตูมขี นาดประมาณ
70 ซม. แตขนาดของ Wheel Chair ทใ่ี ชอ ยไู มสามารถเขา ไปได เพราะเลก็ เกนิ ไป ควรจะตอง
ไมต าํ่ กวา 90 ซม. หรือ 85 ซม. เปนอยางนอ ย และในหองนา้ํ นี้ควรคิดเรื่องเปลีย่ นระดบั ไมควรให
มีเลย ถึงแมวาจะมีปญหาเมื่อแกใชน้ําแลวเลยออกมาขางนอก เราตองหาวิธีอ่ืนควรจะทําเปน
ระดบั เดยี วกันตลอด ตัวสวมควรใชแ บบฝร่ัง คือนง่ั ราบแตมีปญหาสาํ หรับคนรับการสงเคราะห คือ
ไมส ามารถใชไ ด เพราะบานเราไมเ คยใช แตอยางไรก็ตามควรมีการแนะนาํ ใหใ ช เพราะชว ยพยงุ ตวั
ไดง า ยและทาํ ราวใหจ บั อปุ กรณท ใี่ ชใ นหอ งนาํ้ โดยปกตใิ นตางประเทศมักจะทําเปนลักษณะแขวน
จากเพดานลงมา โดยทําเพดานใหตํ่าและมีอุปกรณด ังกลาว เพ่ือให คนพกิ ารไดเ หนีย่ วตวั จาก
Wheel Chair ไปหาตวั สว มไดใ นบานเราอาจจะไมท ําถงึ ขนาดน้นั แตอ าจทาํ ราวจับเพ่ือใหแ ก
เหนย่ี วตวั จาก Wheel Chair ไปหาแทนสวม จะชว ยแกไขไดพ อสมควร
กระเบ้ืองท่ีปูหองนา้ํ นับวา เปน สิ่งสาํ คัญเหลือเกนิ ถาเปน ไปไดควรทาํ ใหเปนแบบท่ีมี
ความสะดดุ นอ ยทส่ี ดุ กระเบอ้ื งท่ีปูนั้นตอ งโต อยา ใหม รี อยตอมาก เพราะวากระเบื้องจะมคี วามโคง
เปน คณุ สมบตั ิของตัว เราจึงตอ งพยายามจัดใหกระเบอ้ื งน้ันเรียบและมีรอยตอ นอ ยท่สี ุด
ลกั ษณะทอี่ าบนา้ํ คนพกิ ารบา นเราก็อาจจะไมค นุ เคยกบั การใชฝ ก บวั อยากใชแ บบ
ตกั อาบ ซงึ่ ไมคอยสะดวก ขอแนะนําใหใ ชแบบฝกบัว แตก ารตดิ ต้งั อปุ กรณข องใหอ ยูในระดับที่แก
จะใชไ ดค อื ตาํ่ พอเหมาะและอาจจะตกั อาบทั้งทีน่ ัง่ บน Wheel Chair เพราะมคี วามพิการมาก
9
ปญ หาเรอ่ื งการจดั เฟอรน เิ จอรสาํ หรับคนพิการ ซ่งึ เห็นวา สาํ คญั ถา ไมเคยผานงานนี้
เราจะไมท ราบ เชน บริเวณรับประทานอาหาร หรอื หองสมุดกต็ าม ควรจะใชโ ตะใหพ อเหมาะกับ
Wheel Chair ใหร ะดับโตะ นัน้ พอเหมาะกบั Wheel Chair นน้ั ๆ อยาไปออกแบบตามสภาพของ
เกา อขี้ องคนรางกายสมบูรณใชโ ดยท่วั ไป ใชค วามสงู ของโตะ ประมาณ 0.72 ม.
อาคารไมค วรมีลักษณะคลายโรงพยาบาล ในทฤษฎีสมัยใหมใหมบี รรยากาศเหมือน
บา น อนั นถี้ อื วา เปนส่งิ สาํ คัญทีส่ ดุ ในการออกแบบอาคาร ถา เราทาํ อาคารสงู หรือเปน แบบราชการ
เกนิ ไป ทาํ ใหผรู ับการสงเคราะหไ มส บายใจนกั การใชวัสดสุ าํ หรับการกอ สรา ง ควรจะเปน ลกั ษณะ
ทเี่ รยี กวา Domestic คอื ใชไ มบ า งวสั ดทุ อ งถนิ่ เพอื่ ชว ยในดา นทจ่ี ะใหแ กลมื วา แกอยใู นสถานสงเคราะห
หรอื ศนู ยคนพิการ
การใหสีในอาคารสําหรับคนพิการชวยเปนอยางยิ่งในทางปฏิบัติท่ีเราใชอ ยนู ้ีบางครัง้
เราไมคํานึงวาอาคารลักษณะน้ันควรจะใชสีอยางไร ทางสถาปตยกรรมนี้นับวามีความสําคัญ
มากๆ สาํ หรบั เราใชสอี าคารแตละประเภท โดยเฉพาะคนพกิ าร คนชรา นัน้ มคี วามตองการในเร่อื ง
สแี ตกตา งกนั ออกไป สมมติวาในหอ งนอนสแี สดหรือเหลือง ถาเราไมมพี ื้นความรทู จ่ี ะใหแ ลวน้นั แก
อาจนอนไมห ลบั เลย เพราะสนี น้ั สะทอ นตา ทาํ ใหก ระบอกตาเปด กวาง ควรใชส ที ี่นุมและสบายตา
ไมควรใชสีขาวเพราะจะทําใหเกิดการระคายตา ไมควรใชสีที่นุมและสบายตา ไมควรใชสีขาว
เพราะจะทําใหเ กดิ การระคายตา สที ่ใี หอาคารน้นั ควรเปน สีทน่ี มุ ขอแนะนาํ ใหใ ชสฟี า เพราะจะทาํ
ใหอ ารมณแกเปลย่ี นสีแดง เหลอื งไมค วรใชสาํ หรบั อาคารนอน นอกเสยี จากวาโรงฝกอาชพี หรอื ท่ี
ฝก งานควรใหมสี ซี ่งึ ทาํ ใหแ กสดช่นื นิดหนอ ย เชน สีเหลอื งออ น เพ่อื ใหเกดิ ความต่ืนตัว ซ่งึ ผดิ กับ
อาคารนอนในหอ งอาหาร ถาเปนไปไดควรเปน สีเขียวออน เพราะชวยใหรบั ประทานไดมากและมี
ความรสู กึ วาอยากรบั ประทานอาหาร เปนการเชอ้ื ชวนใหม คี วามอยากทจ่ี ะรบั ประทานอาหาร
สรปุ แลว อาคารสาํ หรับคนพกิ ารนี้ จําเปนตอ งมคี วามละเอียดในการออกแบบ คอื
หลกั ใหญแลวควรจดั ผงั บรเิ วณใหรมร่นื ไมใ ชเฉพาะสรางอาคารแตเพียงอยา งเดยี ว วัสดตุ า งๆ และ
การติดตั้งอุปกรณควรเปนในลักษณะที่ทําใหชวยตัวเองมากท่ีสุด และมีความปลอดภัยมากที่สุด
ลักษณะของอาคารเปนในลักษณะคลายกับอยูบานมากกวาสถานสงเคราะห เพื่อเปนการบํารุง
จติ ใจและคลายความวิตกกงั วลตา ง ๆ
ปจจุบัน กรมประชาสงเคราะหไดจัดต้ังสถานสงเคราะหคนพิการและทุพพลภาพ
รวมทง้ั ศนู ยฟ น ฟอู าชพี คนพกิ ารขน้ึ แลว จาํ นวน 16 แหง โดยไดท าํ การปรบั ปรงุ ตวั อาคาร สง่ิ กอ สรา ง
และสภาพแวดลอมเพื่อใหผูดอยโอกาสไดรับประโยชนสูงสุดมาเปนระยะๆ ซ่ึงจําเปนตองใช
สถาปนกิ เปน ผูดําเนินการ
10
จะเหน็ ไดว า งานสถาปต ยกรรมมคี วามสําคัญอยา งยงิ่ ตอ งานสวสั ดกิ ารสังคม
และสังคมสงเคราะหในเร่ืองอาคาร สถานที่ และสิ่งแวดลอม นอกจากงานออกแบบ
อาคาร สถานท่ี ใหส ถานสงเคราะหแ ละศนู ยฝ ก อาชพี ใหก บั ผดู อ ยโอกาสประเภทตา งๆ แลว
สถาปนิกของกรมประชาสงเคราะหยังตองรับผิดชอบในงานนิคมสรางตนเอง และงาน
อนื่ ๆ ของกรมประชาสงเคราะหอ ีก เชน การสาํ รวจรงั วดั การวางผัง การสรา งซอม
สาธารณูปการ ตลอดจนการปรับปรุงอาคารสถานที่ทํางานและบานพักของขาราชการ
เปนตน
เอกสารอางองิ
• วนั ชาติ สวสั ด.ี “งานสถาปต ยกรรมกบั งานสวสั ดกิ ารสังคม”.นติ ยสารการประชาสงเคราะห.ปที่
40 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม – กมุ ภาพนั ธ 2540) : 31 – 37.