บทนํารายงานผลการจัด “การนิเทศการศึกษาแบบคลินิก (Clinical Supervision) ด้วยกระบวนการ6M VACCINE model เพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านหนองปรือ” เล ่มนี้จัดทําขึ้น เพื่อการรายงานผลการขับเคลื่อนแนวทางในการนิเทศการศึกษาแบบคลินิก โดยใช้สําหรับการพัฒนาคุณภาพ การจัดการเรียนการสอนและการบริหารจัดการ ของโรงเรียนบ้านหนองปรือ อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรีเขต ๓ ปีการศึกษา ๒๕๖๗ - ๒๕๖๘ ที่สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบกระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษาที่ประสบความสําเร็จเพื่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องของโรงเรียนบ้านหนองปรือการยกระดับคุณภาพการศึกษานั้นจําเป็นต้องอาศัยกระบวนการปฏิบัติอย่างหลากหลายประกอบด้วยกระบวนการที่สําคัญคือกระบวนการบริหารจัดการ กระบวนการจัดการเรียนรู้และกระบวนการนิเทศ ติดตามและการประเมินผล ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารคณะครูนักเรียน ผู้ปกครอง รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และชุมชน ที่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการนิเทศแบบคลินิกภายในสถานศึกษาให้ประสบความสําเร็จโรงเรียนบ้านหนองปรือ อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรีเขต ๓ ขอขอบพระคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดําเนินงานการจัดการนิเทศภายในสถานศึกษา ด้วยรูปแบบ “การนิเทศการศึกษาแบบคลินิก (Clinical Supervision) ด้วยกระบวนการ 6M VACCINE model เพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านหนองปรือ” หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรของโรงเรียนทุกคน ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อนําข้อมูลไปพัฒนากระบวนการนิเทศและการบริหารจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา ให้เกิดประสิทธิภาพต่อการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนต่อไปนางสาวสุนิสา สมบูรณ์ ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านหนองปรือก
1สารบัญรายละเอียด หน้าบทนํา กสารบัญ ขตอนที่ ๑ ข้อมูลทั่วไปของสถานศึกษา ๑ตอนที่ ๒ ผลการดําเนินงานนิเทศภายในของสถานศึกษา 4ตอนที่ ๓ ข้อมูลอื่น ๆ /ผลงานความสําเร็จ 31ข
1แบบรายงานการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาการนิเทศการศึกษาแบบคลินิก (Clinical Supervision)ด้วยกระบวนการ 6M VACCINE model เพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านหนองปรือกลุ่มโรงเรียนศรีราชา 3 สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรีเขต 3 ตอนที่ ๑ ข้อมูลทั่วไปของสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองปรือ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๘๘/๓ หมู่ ๓ ตําบลบึง อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีเป็นโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่ สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรีเขต ๓ จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลปีที่ ๑ ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ มีนักเรียนจํานวน ๑,๑๓๓ คน(ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิ.ย.6๘) ข้าราชการครูและบุคลากรในสถานศึกษา จํานวน 4๗ คน มีเขตพื้นที่บริการการศึกษา จํานวน 2 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 3 (ห้วยสะพาน) ในตําบลบึง อําเภอศรีราชา๑.๑ข้อมูลครูและบุคลากร๑.๑.๑ ครูและบุคลากรทางการศึกษาประจําการที่ ชื่อ - สกุล ตําแหน่ง/วิทยฐานะ วุฒิ วิชาเอก๑ นางสาวสุนิสา สมบูรณ์ ผู้อํานวยการชํานาญการพิเศษDPA. รัฐประศาสนศาสตร์๒ นางสาววรนิษฐา พิมภาคูณ ครู กศ.บ. ปฐมวัย๓ นางสาวเบญจวรรณ นิจภักดี ครู ศษ.บ. ปฐมวัย๔ นางสาวนิชกานต์ มีหา ครู กศ.บ. ปฐมวัย๕ นางสาวบุษกร ผิวนิล ครู ศษ.บ. ปฐมวัย๖ นางสาวอาภัสรา คําสักดี ครู กศ.บ. ปฐมวัย๗ นางสาวเกวลี ชมบุญ ครู ค.บ. ปฐมวัย๘ นางสาวเรวดี ศรีวังไสย ครู วท.บ. ปฐมวัย๙ นางสาวกนกอร หัสเสนะ ครู ค.บ. ปฐมวัย๑๐ นางสาวเจติยา แพงงาม ครู กศ.บ. ปฐมวัย๑๑ นางสาวสุพัตรา ศรีอุดม ครู กศ.บ. ภาษาไทย๑๒ นางสาวอันธิกา อินทํา ครู ค.บ. ภาษาไทย๑๓ นายติณณ์ เบี้ยกลาง ครู ค.บ. ภาษาไทย
2ที่ ชื่อ - สกุล ตําแหน่ง/วิทยฐานะ วุฒิ วิชาเอก๑๔ นางสาวจุฑามาศ รอบคอบ ครู ค.บ.ศษ.ม.ภาษาไทย, บริหารการศึกษา๑๕ นายสรายุทธ มากพูล ครูผู้ช่วย ศษ.บ. ภาษาไทย๑๖ นางสุภารัตน์ ทวีชาติ ครู คบ. คณิตศาสตร์๑๗ นายอดิศร ศัตรูพินาศ ครู วท.บ. คณิตศาสตร์๑๘ นางสาวศศินา จอมสระน้อย ครู ค.บ. คณิตศาสตร์๑๙ นายสันต์ทัด สุวรรณเสรี ครู กศ.บ. คณิตศาสตร์๒๐ นายเทพพิทักษ์ อาจสม ครู วท.บ. คณิตศาสตร์๒๑ นางสาวกัญญาภัค จันทรเสนา ครูผู้ช่วย ค.บ. คณิตศาสตร์๒๒ นางสาวอัญชนีพรรณ ปัญญาโส ครู ค.บ. วิทยาศาสตร์๒๓ นางสาวหทัยทิพย์ วงค์มามี ครู วท.บ.ค.ม.ฟิสิกส์, บริหารการศึกษา๒๔ นางสาวสุจิตรา อุตตะกะ ครู ค.บ. วิทยาศาสตร์ทั่วไป๒๕ นายสุรชัย มั่นคง ครู ค.บ. คอมพิวเตอร์ศึกษา๒๖ นางสาวทันยะวราพร อุดมเดช ครู วท.บ. เทคโนโลยีมัลติมีเดีย๒๗ นางสาวทินมณี ทองแก้ว ครู วท.บ. วิทยาศาสตร์ชีวภาพ๒๘ นางสาวฉัตรสุดา ศรีรักษา ครูผู้ช่วย ค.บ. คอมพิวเตอร์ศึกษา๒๙ นางสาวปิยะรัตน์ รัคราช ครู ค.บ. สังคมศึกษา๓๐ นายชนธัญ พุทธเสน ครู ค.บ. สังคมศึกษา๓๑ นางสาวสมศรี กราบสําโรง ครู กศ.บ. การสอนสังคมศึกษา๓๒ นางสาวขวัญทิวา ขาวภา ครู ค.บ. สังคมศึกษา๓๓ นางสาวศิรินภัทร โพธิ์ชัย ครูผู้ช่วย ศษ.บ. สังคมศึกษา๓๔ นายวีระพล ศรีลาอาจ ครู ศษ.บ. พลศึกษา๓๕ ว่าที่ ร.ต.หญิงกนกวรรณ เผือกรอด ครู ศษ.บ. พลศึกษา๓๖ นายอานันท์กร ผิวผาง ครูผู้ช่วย กศ.บ. พลศึกษา๓๗ นางสาววิวรรณ สายหยุด ครู ค.บ., ค.ม.ศิลปกรรมศึกษา(นาฏศิลป์) , บริหารการศึกษา๓๘ นายวีรพันธ์ จันทะแพน ครู กศ.บ. การสอนศิลปะ๓๙ นางสาวสุจิตตรา เยรัมย์ ครู ค.บ. ดนตรีศึกษา(ดนตรีไทย)
3ที่ ชื่อ - สกุล ตําแหน่ง/วิทยฐานะ วุฒิ วิชาเอก๔๐ นางสาวศิริสุดา แสงนิล ครู กศ.บ.ศศ.ม.การสอนภาษาอังกฤษ๔๑ นางสาวรจนา คงสวัสดิ์ ครู ค.บ. ภาษาอังกฤษ๔๒ นางสาวรัตนา บุญลิลา ครู ค.บ. ภาษาอังกฤษ๔๓ นางสาวบรรจง วงศ์ศรี ครู ศศ.บ. ภาษาอังกฤษ๔๔ นางสาวฐิติชญา ไชยคุณ ครูผู้ช่วย ค.บ. ภาษาอังกฤษ๔๕ นางสาวสิตานัน วัฒนจิตติ ครูผู้ช่วย ศศ.บ. ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารนานาชาติ๑.๑.๒ พนักงานราชการ/ช่างไฟฟ้า/เจ้าหน้าที่ธุรการที่ ชื่อ - สกุล ตําแหน่ง/วิทยฐานะ วุฒิ วิชาเอก๑ นายเจริญ แก้วงาม ช่างไฟฟ้า ระดับ 4 ม.6 -๒ นางสาววิไลวรรณ ขันทอง เจ้าหน้าที่ธุรการ บธ.บ. -๑.๑.๓ ข้อมูลนักเรียนระดับชั้นเรียน จํานวนห้อง เพศรวมชาย หญิงระดับปฐมวัยอนุบาล ๑ ๓ 44 31 75อนุบาล ๒ ๓ ๔๕ 42 87อนุบาล ๓ ๓ 44 46 90รวมอนุบาล 9 133 ๑19 252ระดับประถมศึกษาประถมศึกษาปีที่ ๑ ๔ 76 ๖๕ ๑๔๘ประถมศึกษาปีที่ ๒ ๔ 83 66 ๑๓๕ประถมศึกษาปีที่ ๓ ๔ 83 69 ๑๑๙ประถมศึกษาปีที่ ๔ ๔ 82 65 ๑๔๘ประถมศึกษาปีที่ ๕ ๔ 79 79 ๑๓๙ประถมศึกษาปีที่ ๖ ๔ 67 67 ๑๓๖รวมประถมศึกษา ๒๔ 470 411 881รวมทั้งหมด ๓3 603 ๕30 ๑,๑๓๓
4ตอนที่ 2 ผลการดําเนินงานนิเทศภายในของสถานศึกษา2.1 ชื่อรูปแบบการนิเทศ : การนิเทศการศึกษาแบบคลินิก (Clinical Supervision) ด้วยกระบวนการ6M VACCINE model เพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านหนองปรือ2.2 สภาพปัจจุบันปัญหารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 ในหมวด 16 ด้านการปฏิรูปประเทศในมาตรา258 จ.ด้านการศึกษาข้อที่ 3 ให้มีกลไกและระบบการผลิตคัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครูมีความรู้ความสามารถอย ่างแท้จริง ให้ได้รับค ่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอนทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลของผู้ที่ได้ประกอบวิชาชีพครูในข้อที่ 4 ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัดและปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวโดยสอดคล้องกันทั้งระดับชาติและระดับพื้นที่สอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติพ.ศ. 2561 - 2580 และแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษากําหนดให้มีการพัฒนาเด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัยให้มีสมรรถนะและมีคุณลักษณะที่ดีสมวัยทุกด้านโดยการปฏิรูปการเรียนรู้ที่มีการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 โดยมีความตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย มีเป้าหมายให้ผู้เรียนทุกกลุ่มวัยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะที่จําเป็นของโลกอนาคตอันจะสามารถแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทํางานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผล มีวินัย มีนิสัยใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตรวมทั้งเป็นพลเมืองที่รู้สิทธิ์และหน้าที่มีความรับผิดชอบและจิตสาธารณะแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติของปีพ.ศ. 2560 - 2579 ได้มีเจตนารมณ์เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์”ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่งยั่งยืนเป็นประเทศพัฒนาด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยยุทธศาสตร์ที่ 4.3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์มีเป้าหมายการพัฒนาที่สําคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติวัยผู้ใหญ่ วัยแรงงานและวัยผู้สูงอายุ เพื่อที่จะสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพมีทักษะความรู้เป็นคนดีมีวินัยเรียนรู้ได้ด้วยตนเองในทุกช่วงวัย (4.3) ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 โดยการมุ่งเน้นผู้เรียนให้มีทักษะการเรียนรู้และมีใจใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลาโดยมีการออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่การเปลี่ยนบทบาทครูและการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษาและการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตอันที่จะได้สอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติปีพุทธศักราช 2560- 2579 ในยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ซึ่งมีเป้าหมายให้ผู้เรียนมีทักษะและคุณลักษณะพื้นฐานของพลเมืองไทยรวมทั้งทักษะและคุณลักษณะที่จําเป็นในศตวรรษที่ 21 โดยมีทักษะความรู้ความสามารถและสมรรถนะตามมาตรฐานการศึกษามาตรฐานวิชาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ตามศักยภาพสถานศึกษาทุกระดับการศึกษาสามารถจัดกิจกรรมและนํากระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรอย่างมีคุณภาพและมาตรฐานรวมทั้งมีการจัดทําแหล่งเรียนรู้สื่อตําราเรียนและนวัตกรรมประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่จํากัดเวลาและสถานที่มีระบบและกลไกการวัดการติดตามและประเมินผลมีประสิทธิภาพมีระบบการผลิตครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาได้มาตรฐานระดับสากลและครูอาจารย์ตลอดจนบุคลากรทางการศึกษาได้รับการเสริมพัฒนาสมรรถนะตามมาตรฐานและรวมทั้งนโยบายมีความสอดคล้องกับนโยบายสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานปีงบประมาณพศ 2564 -2565 ให้เป็น”การศึกษาขั้นพื้นฐานวิถีใหม่ วิถีคุณภาพ” มุ่งเน้นความปลอดภัยในสถานศึกษาและส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาที ่มีคุณภาพอย ่างเท ่าเทียมและบริหารจัดการศึกษาอย ่างมีคุณภาพรวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพในการนิเทศและการบริหารจัดการเรียนรู้
5การจัดการศึกษาในปัจจุบันเป็นยุคที ่การศึกษาเป็นมากกว ่าการเตรียมความพร้อมของคนหรือ ให้ความรู้กับคนเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องมีการส่งเสริมให้ผู้เรียนรักที่จะเรียน มีคุณธรรม สามารถอยู่ร่วม ในสังคมได้อย่างเหมาะสม มีความพร้อมที ่ในการยอมรับการเปลี ่ยนแปลงที ่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงจําเป็นต้องมีการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่จะพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่สําคัญในศตวรรษที่ 21 ซึ่ง “ครู” ถือเป็นบุคคลที่มีบทบาทหน้าที่หลัก ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะเป็นไปตามที่ต้องการ ครูจึงต้องเป็นผู้ที ่มี ความรอบรู้มีความเป็นมืออาชีพ มีความสามารถและศักยภาพสูง สามารถประยุกต์ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีทางการศึกษา มีวิสัยทัศน์ที่ทันสมัย มีการเปลี่ยนแปลงการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย เน้นให้ผู้เรียนได้มีทักษะจากการลงมือปฏิบัติส ่งเสริมและปลูกฝังให้เป็นผู้รักการเรียนรู้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์มีสมรรถนะ ครบทั้ง 5 ด้าน มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (3R8C) ดังนั้นเพื่อเป็นการพัฒนาครูให้มีศักยภาพในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องมีกระบวนการติดตามผลการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบของการนิเทศภายในที่จะทําให้สะท้อนภาพการจัดการเรียนรู้ทุกมิติซึ่งจากการดําเนินงานด้านการนิเทศ ในภาคเรียนที่ผ่านมาของโรงเรียนบ้านหนองปรือ ยังขาดแนวทางการปฏิบัติที่เป็นระบบ ยังไม่มีการนําผลการนิเทศ มาพัฒนา สร้างหรือพัฒนานวัตกรรม สื่อการสอน หรือวิจัยในชั้นเรียนเป็นไปตามหลักวิชาการ ส่งผลไปยังผู้เรียนไม่ได้รับการพัฒนาตามศักยภาพของตนเองการพัฒนาคุณภาพศึกษาให้เกิดคุณภาพสิ่งหนึ่งเป็นคุณภาพของผู้เรียนที่เชื่อว่าผู้เรียนจะมีคุณภาพตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ในมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560 ตลอดทั้งมีทักษะในศตวรรษ ที่ 21 นั้นจะต้องมีกระบวนการสู่ความสําเร็จในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 3 กระบวนการคือกระบวนการสําหรับการบริหารกระบวนการจัดการเรียนการสอนและกระบวนการนิเทศการศึกษาซึ่งกระบวนการนิเทศการศึกษาเป็นภารกิจจําเป็นต่อการจัดการศึกษาที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรหลายฝ่ายและโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนที่จะเป็นเป้าหมายสุดท้าย โดยที่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ในหน ่วยงานจัดการศึกษาโดยจําเป็นต้องพัฒนาและปรับปรุงตนเองให้ทันต ่อการเปลี ่ยนแปลงเพื ่อให้ การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งการนิเทศการศึกษานั้นเป็นกระบวนการที่มีจุดมุ่งหมาย เพื่อช่วยเหลือเพื่อชี้แนะและพัฒนางานให้ประสบผลสําเร็จท่านต่อสภาพความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอีกครั้ง เป็นองค์ประกอบสําคัญที่ช่วยเหลือสนับสนุนให้กระบวนการบริหารและกระบวนการเรียนการสอนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของประเทศทั้งยังเป็นส่วนที่สําคัญยิ่งในการส่งเสริมระบบประกันคุณภาพการศึกษาและโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการศึกษาในระยะการปฏิรูปการศึกษาในการจัดการศึกษาในยุคประเทศไทย4.0 แผนการศึกษาแห่งชาติปี2560 - 2579 มาตรฐานการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการและมาตรฐานการศึกษาของชาติปี2561 ตลอดทั้งยุทธศาสตร์ชาติมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้มีคุณภาพคุณลักษณะอันพึงประสงค์และทักษะทักษะชีวิตทักษะอาชีพและทักษะการเป็นผู้นําทักษะการเป็นนักนวัตกรและทักษะตลอดจน การนําไปสู่การสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ดีซึ่งจะเป็นกระบวนการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาการนิเทศการศึกษามีความสําคัญต่อการดําเนินการพัฒนาปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการการศึกษา ในสถานศึกษาเพื่อให้ผู้บริหารและผู้สอนได้มีความรู้ความเข้าใจในด้านการบริหารจัดการด้านหลักสูตร ด้านการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพรวมทั้งด้านการปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่จะส่งผลต่อดําเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยต้องมีการนิเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่องทั้งระบุกระบวนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนจึงต้องใช้กระบวนการนิเทศเพื่อการพัฒนาคุณภาพที่ต้องอาศัยความร่วมมือและเป็นการรวมพลังจากทุกฝ่ายโดยจําเป็นต้องมีการสร้างรูปแบบสําหรับการนิเทศ
6และการใช้ข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงในสถานศึกษาจากการวิเคราะห์บริบทสภาพแวดล้อมภายในและภายนอก อย่างรอบด้านและนํามาสร้างเป็นนวัตกรรมเพื่อการพัฒนากระบวนการนิเทศการศึกษาอันส่งผลต่อในการ ที่จะพัฒนาคุณภาพการศึกษาคุณภาพของนักเรียนอย่างไรและส่งผลต่อผู้ที่มีส่วนร่วมและเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาได้แก่นักเรียนโรงเรียนครูผู้บริหารผู้ปกครองชุมชนอย่างรอบด้านโดยมีผู้บริหารสถานศึกษาเป็นกลไกหลักสําคัญในการที่จะร่วมส่งเสริมสนับสนุนเป็นผู้นําในการนิเทศดําเนินงานเพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพ อย ่างต ่อเนื ่องซึ ่งเป็นวงจรการพัฒนาที ่ยั ่งยืนต ่อไปได้กระบวนการนิเทศรูปแบบหนึ ่งที ่มีความสําคัญ ต่อการพัฒนาการเรียนการสอนและการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาคือกระบวนการนิเทศร่วมพัฒนาอาศัยการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนในรูปแบบคลินิก (Clinical Supervision) ด้วยกระบวนการ 6M VACCINE model เพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านหนองปรืออย่างยั่งยืนดังนั้นเพื่อพัฒนาศักยภาพในการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนบ้านหนองปรือ จึงได้ร่วมกับครูประชุมปรึกษาหารือกันเพื่อกําหนดรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาที่จะสามารถพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักเรียนมีความก้าวหน้าขึ้น เป็นไปตามค ่าเป้าหมายที่โรงเรียนกําหนด ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้า จึงได้นํารูปแบบการนิเทศแบบคลินิก (Clinical Supervision) ตามแนวคิดของโกลด์แฮมเมอร์มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ การจัดการเรียนการสอนของครูโดยครูและผู้นิเทศจะร ่วมมือกัน อย่างใกล้ชิดในการวางแผนการสอน การสังเกตการสอน และการประเมินการจัดการเรียนการสอน เพื่อหาทางปรับปรุงแก้ไขร่วมกันและขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้ครูสามารถนิเทศตนเองได้ในที่สุด และในการดําเนินงานนั้นครูและผู้นิเทศจะร่วมกันสร้างความสัมพันธ์ความเชื่อมั่น ความจริงใจ และความไว้วางใจ ซึ่งกันและกัน นอกจากนี้การนิเทศแบบคลินิก ยังมีลักษณะเป็นประชาธิปไตยและเป็นการนิเทศที ่ยึดครู เป็นศูนย์กลาง แต่ขณะเดียวกันก็จะประสานผลประโยชน์ของครูและสถานศึกษาเข้าด้วยกัน ซึ่งหมายความว่าขณะที่การนิเทศมุ่งจะพัฒนาวิชาชีพของครูเป็นรายบุคคลนั้น การนิเทศจะสอดคล้องกับเป้าหมายและ ความต้องการของโรงเรียน ดังนั้นการนิเทศแบบคลินิก จึงเป็นเครื่องมือที่สําคัญ สําหรับส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพการสอนของครูซึ่งจะส่งผลทําให้ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นไปด้วย โดยมีขั้นตอน ดังนี้ขั้นที่ 1 (M1-Vision) เป็นขั้นตอนการกําหนดวิสัยทัศน์พันธกิจ และเป้าประสงค์เพื่อให้มีเป้าหมายการทํางานที่ตรงกัน โดยการมีส่วนร่วมของบุคลากรและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในการนําสภาพปัญหาปัจจุบันมาแก้ไขเพื่อกําหนดแนวทางการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนและการบริหารจัดการในแต่ละภาคเรียน โดยจัดทํากระบวนการนิเทศการศึกษาด้วยระบบการนิเทศแบบคลินิก (Clinical Supervision)นําไปสู่การพัฒนาตามเป้าหมายที่กําหนดไว้มีการร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นทีมผู้ทรงคุณวุฒิครูและผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการร่วมกันดําเนินงานพัฒนาคุณภาพจัดการเรียนรู้ขั้นที่ 2 (M2-PLC) นํากระบวนการนิเทศแบบคลินิก (Clinical Supervision) เพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียนมาเพื่อเสริมสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ของครูอย่างเข้มแข็ง จุดประเด็นพัฒนาไปสู่การเรียนการสอนให้ครูมีปฏิสัมพันธ์กับนักเรียนดีขึ้นมองเห็นศักยภาพของนักเรียนทุกคนด้วยกระบวนการ 6M VACCINE model ผู้บริหารทุ่มเททําหน้าที่ให้เวลา ให้การสนับสนุนการพัฒนาการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น และการบริหารจัดการด้านต่าง ๆ เริ่มต้นจากการค้นหาจุดพัฒนาชั้นเรียนบนพื้นฐานข้อมูลจริงนําชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาการเรียนการสอนและกระบวนการพัฒนาครูแบบ on the job Training หรือใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ (Professional Learning community : PLC) ช่วยให้คุณภาพผู้เรียนเกิดขึ้นจากทีมของโรงเรียนเองอย่างต่อเนื่องมีประสิทธิภาพจากการนิเทศแบบคลินิก (Clinical Supervision)ขั้นที่ 3 ( M3-Mentor) เป็นขั้นตอนของการนําครูผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกมา เป็นพี่เลี้ยงในการนิเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพ เช่น ครูเป็นพี่เลี้ยงซึ่งกันและกัน ผู้บริหารเป็นพี ่เลี้ยงให้กับครู
7ตลอดจนศึกษานิเทศก์จากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือวิทยากรหรือผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกมา เป็นพี่เลี้ยงให้กับคณะครูขั้นที่ 4 ( M4-IT) เป็นขั้นตอนการส่งเสริมการใช้สื่อเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านต่าง ๆ ให้กับคณะครูและบุคลากรของโรงเรียน ได้แก่ การนําสื่อเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม CAI (คอมพิวเตอร์ช่วยสอน),Google Site มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน และการปฏิบัติงาน เพื ่อให้ครูมีความรู้ความสามารถ ในการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพขั้นที่ 5 (M5-Network) เป็นขั้นตอนการสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกระบวนการนิเทศการศึกษาแบบคลินิกเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา ช่วยกันออกแบบ ช่วยการสะท้อนผลการเรียนรู้ของครูจนทําให้เกิดชุมชนเครือข่าย M5- Network ช่วยกันปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง เพื ่อให้ครู จัดการเรียนการสอนตรงตามมาตรฐาน และตัวชี้วัด ทําให้นักเรียนได้รับการพัฒนาตามเป้าหมาย อย่างมีคุณภาพขั้นที่ 6 (M6-Star Classroom) เป็นขั้นตอนการสร้างห้องเรียนคุณภาพ มีเป้าหมาย คือการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างไรตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์อย่างรอบด้าน และเท่าเทียม รวมทั้งการส ่งเสริม การพัฒนาเพื่อจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้เป็นไปตามวัตถุประสงค์โดยผ่านกระบวนการนิเทศแบบคลินิก กํากับติดตามอย่างทั่วถึงในด้านกายภาพ ด้านคุณภาพครูในการจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผลการเรียนรู้อย่างหลากหลาย และด้านคุณภาพผู้เรียนอย่างมีเป้าหมายในการนิเทศแบบคลินิก เพื่อยกระดับคุณภาพในการเรียนรู้และระบบบริหารจัดการของห้องเรียนคุณภาพ (Star Classroom)กระบวนการนิเทศแบบคลินิก กํากับติดตาม ด้านคุณภาพครูในการจัดการเรียนการสอน
8แนวคิดที่สําคัญของโรงเรียนบ้านหนองปรือ อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีในการจัดทํารูปแบบการนิเทศการศึกษาแบบคลินิก (Clinical Supervision) ด้วยกระบวนการ6M VACCINE model เพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านหนองปรือ1. การนิเทศการศึกษาแบบคลินิก (Clinical Supervision) เพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียน โดยมุ่งเน้นไปที่ห้องเรียน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์กับผู้เรียนเป็นสําคัญ ซึ่งจุดเน้นจะอยู่ที่วิธีการจัดการเรียนการสอนการใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือสารสนเทศในการพัฒนา รวมทั้งการออกแบบกิจกรรมการนิเทศกํากับติดตาม2. การนิเทศแบบคลินิก ต้องมีการนิเทศพัฒนาในทุกด้าน โดยเน้นการนิเทศให้เกิดการเสริมสร้างศักยภาพของโรงเรียน ในการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างแรงจูงใจของบุคลากรในการดําเนินการพัฒนาองค์กร การสร้างภาวะผู้นําและมีทีมงานรวมไปถึงการขับเคลื่อนเสริมสร้างความรู้นําไปสู่กระบวนการนิเทศที่มีประสิทธิภาพและสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ส่งผลต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลการบริหารจัดการ3. การนิเทศต้องสร้างแรงกระตุ้นจากภายใน โดยนําแรงกระตุ้นจากภายนอกมาช่วยส่งเสริมสนับสนุนการขับเคลื่อนกระบวนการนิเทศ เพื่อการพัฒนานําแรงกระตุ้นจากภายในคือจากบุคลากรภายในโรงเรียนร่วมกับแรงกระตุ้นจากภายนอกที่มีประสิทธิภาพเสริมแรงกับการมุ่งมั่นพัฒนาจากภายในโรงเรียน คือมีพี่เลี้ยงหรือหน่วยงานที่มีคุณภาพมีความรู้ความสามารถมาช่วยดําเนินการชี้แนะให้คําปรึกษานิเทศภายในโรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ4. การสร้างแนวคิด VACCINE model ในการนิเทศแบบคลินิก คือ การสร้างระบบ mindset หลักของบุคลากรในโรงเรียน และบุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้เห็นความสําคัญในการนํากระบวนการนิเทศเพื ่อพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการนิเทศการศึกษาแบบคลินิก(Clinical Supervision) ด้วยกระบวนการ 6M VACCINE model เพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียนทั้งระบบ2.3 ข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองปรือ ตั้งอยู่เลขที่ 188/3 หมู่ที่ 3 ตําบลบึง อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีรหัสไปรษณีย์ 20230 โทรศัพท์ 038-340318 โทรสาร 038-340318 E-mail : [email protected] Website : http://bannongprueschool.ac.th สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรีเขต 3 จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลปีที่ ๑ ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ มีนักเรียนจํานวน ๑,๑๓๓ คน (ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิ.ย.6๗) ข้าราชการครูและบุคลากร ในสถานศึกษา จํานวน 42 คน มีเขตพื้นที่บริการการศึกษา จํานวน 2 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 3 (ห้วยสะพาน) ในตําบลบึง อําเภอศรีราชา โรงเรียนอยู่ห่างจากตัวอําเภอศรีราชาประมาณ 15 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากตัวจังหวัดชลบุรีประมาณ 35 กิโลเมตร โรงเรียนมีเนื้อที่ทั้งหมด 10 ไร่ 2 งาน 55 ตารางวาจากการศึกษาสภาพปัญหาและบริบทของโรงเรียนบ้านหนองปรือ ได้พบว่า โรงเรียนบ้านหนองปรือซึ่งมีพื้นที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์สภาพชุมชนโดยรอบโรงเรียนเริ่มเปลี่ยนแปลงจากสังคมเกษตรกรเป็นสังคมอุตสาหกรรม มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ทั้งจํานวนนักเรียนเพิ่มขึ้น และลดลงตลอดเวลาด้วยเช่นกัน สาเหตุเกิดจากการย้ายติดตามผู้ปกครอง เพื่อกลับภูมิลําเนาของตนเอง ส่งผลให้การเรียนของนักเรียนไม่ต่อเนื่อง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจึงตํ่าลง กอปรครูขาดเทคนิคการจัดการเรียนการสอน ส่งผลให้เกิดปัญหาในการบริหารจัดการศึกษา และการจัดการเรียนการสอนโดยพบว่ามีสาเหตุหลักๆ ดังนี้
91) ผู้บริหารขาดข้อมูลในการวางแผนและพัฒนาสถานศึกษา โดยใช้กระบวนการนิเทศเพื่อพัฒนาทั้งระบบ๒) นักเรียนได้รับการดูแลยังไม่ทั่วถึง ขาดการกํากับ ติดตามประสานงานกับทางผู้ปกครอง3) นักเรียนได้รับการศึกษาอย่างไม่ต่อเนื่อง เนื่องจากย้ายติดตามผู้ปกครองกลับภูมิลําเนาของตนเอง4) ครูขาดเทคนิคหรือกระบวนการที่ใช้ในการเรียนการสอน ไม่ได้มีการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่องด้วยสาเหตุดังกล่าวนี้โรงเรียนบ้านหนองปรือ ตําบลบึง อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีจึงได้ดําเนินการทํานวัตกรรมการนิเทศการศึกษาในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้รูปแบบ “การนิเทศการศึกษาแบบคลินิก (Clinical Supervision) ด้วยกระบวนการ 6M VACCINE model เพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านหนองปรือ” ซึ่งมีแนวคิดในการจัดทํารูปแบบการนิเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพ โดยมีการกําหนดมาตรการ 6M หรือ 6M บริหารจัดการ อันได้แก่ M1-Vission, M2-PLC, M3-Mentor, M4-IT,M5-Network, M6-Star Classroom และรูปแบบการนิเทศการศึกษาแบบคลินิก (Clinical Supervision) ใน 7 ขั้นตอน อันได้แก่ V-Virtue, A-Achievement, Co-Coordination, C-Curriculum, I-Innovation, N-Need, E-Evaluation คือ VACCINE มาขับเคลื่อนเป็นนวัตกรรมเพื่อพัฒนากระบวนการนิเทศ การพัฒนาคุณภาพภายในสถานศึกษาโดยประยุกต์ใช้วงจรคุณภาพ PDCA, CIPPA model, การประยุกต์ใช้หลักการเรียนรู้ร่วมกัน Lesson Study หรือแนวคิดและกระบวนการพัฒนาครูวิชาชีพ (Professional Development)ที่มุ่งเน้นการทํางานที่มีคุณภาพ (feedback protocol) ผนวกกับใช้ระบบการจัดการความรู้KM (knowledge management)กระบวนการนิเทศแบบคลินิก กํากับติดตาม ด้านคุณภาพครูในการจัดการเรียนการสอนจากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรีเขต ๓
102.4 รูปแบบกระบวนการนิเทศภายในของสถานศึกษาที ่ประสบความสําเร็จและเป็นแบบอย ่างได้“การนิเทศการศึกษาแบบคลินิก (Clinical Supervision) ด้วยกระบวนการ 6M VACCINE model เพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านหนองปรือ” โดยมีวงจรการพัฒนา ดังนี้รูปแบบกระบวนการนิเทศภายในของสถานศึกษา
112.5 วิธีการดําเนินงานโรงเรียนบ้านหนองปรือ ได้กําหนด 6M หรือ 6 การบริหารจัดการ ในรูปแบบ “การนิเทศแบบคลินิก(Clinical Supervision) เพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านหนองปรือ ด้วยกระบวนการ 6M VACCINE model เพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านหนองปรือ” รายละเอียด ดังนี้นวัตกรรม แนวทางการดําเนินงาน การปฏิบัติ/เอกสารM1-Vission เป็นขั้นตอนการกําหนดวิสัยทัศน์พันธกิจ และเป้าประสงค์เพื่อให้มีเป้าหมายการทํางานที่ตรงกัน โดยการมีส่วนร่วมของบุคลากรและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในการนําสภาพปัญหาปัจจุบันมาแก้ไขเพื่อกําหนดแนวทางการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนและการบริหารจัดการในแต่ละภาคเรียน โดยจัดทํากระบวนการนิเทศการศึกษาด้วยระบบการนิเทศแบบคลินิก (Clinical Supervision)นําไปสู่การพัฒนาตามเป้าหมายที่กําหนดไว้มีการร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นทีมผู้ทรงคุณวุฒิครูและผู้ที่เกี่ยวข้องในการร่วมกันดําเนินงานพัฒนาคุณภาพจัดการเรียนรู้- หลักสูตรของสถานศึกษา- คําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกําหนดค่าเป้าหมายของโรงเรียน- คู่มือการนิเทศ กํากับ ติดตามการจัดการเรียนการสอนปีการศึกษา256๖- คําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศภายในM2-PLC นํากระบวนการนิเทศแบบคลินิก (Clinical Supervision) เพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียนมาเพื่อเสริมสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ของครูอย่างเข้มแข็ง จุดประเด็นพัฒนาไปสู่การเรียนการสอนให้ครูมีปฏิสัมพันธ์กับนักเรียนดีขึ้นมองเห็นศักยภาพของนักเรียนทุกคนด้วยกระบวนการ 6M VACCINE model ผู้บริหารทุ่มเททําหน้าที่ให้เวลา ให้การสนับสนุนการพัฒนาการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น และ การบริหารจัดการด้านต่าง ๆ เริ่มต้นจากการค้นหา จุดพัฒนาชั้นเรียนบนพื้นฐานข้อมูลจริงนําชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาการเรียนการสอนและกระบวนการพัฒนาครูแบบ on the job Training หรือใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ (Professional Learning community : PLC) ช่วยให้คุณภาพผู้เรียนเกิดขึ้นจากทีมของโรงเรียนเองอย่างต่อเนื่องมีประสิทธิภาพจากการนิเทศแบบคลินิก (Clinical Supervision)- คําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ PLC ของโรงเรียน- แผนพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง(ID PLAN)- แผนพัฒนาการนิเทศแบบคลินิก(Clinical Supervision)- แบบบันทึกและแบบรายงานการจัดกิจกรรม PLC M3-Mentor เป็นขั้นตอนของการนําครูผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกมาเป็นพี่เลี้ยง ในการนิเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพเช่น ครูเป็นพี่เลี้ยงซึ่งกันและกัน ผู้บริหารเป็นพี่เลี้ยงให้กับครูตลอดจนศึกษานิเทศก์จากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา- คําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการเรียนการสอน ของสถานศึกษา
12นวัตกรรม แนวทางการดําเนินงาน การปฏิบัติ/เอกสารหรือวิทยากรหรือผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกมาเป็นพี่เลี้ยงให้กับคณะครู- โครงการยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง- หนังสือเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ/วิทยากรM4-IT เป็นขั้นตอนการใช้สื่อเทคโนโลยีในการจัดกระบวนการจัดการเรียนการสอน (M4-IT) ที่มีประสิทธิภาพส่งผลต่อการพัฒนาการนิเทศคลินิก การใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิทัลM4 - IT ในกระบวนการจัดการเรียนการสอน และเป็นเครื่องมือสนับสนุนการดําเนินงานการนิเทศของบุคลากรด้านการศึกษาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโดยมีการใช้สื่อเทคโนโลยีในการจัดกระบวนการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น การใช้สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย (CAI) , ห้องเรียนออนไลน์Google site , การใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เป็นต้น โดยนํามาเป็นนวัตกรรมเพื่อให้ครูและบุคลากรในสถานศึกษานํามาพัฒนาคุณภาพผู้เรียนใด้ตรงตามเป้าหมาย- โครงการพัฒนาครูมืออาชีพ- กิจกรรมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในการพัฒนา ทางวิชาการและวิชาชีพ- คําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการสารสนเทศของสถานศึกษาM5-Network เป็นขั้นตอนการสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกระบวนการนิเทศการศึกษาแบบคลินิกเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา ช่วยกันออกแบบ ช่วยการสะท้อนผลการเรียนรู้ของครูจนทําให้เกิดชุมชนเครือข่าย M5- Networkช่วยกันปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ครูจัดการเรียนการสอนตรงตามมาตรฐาน และตัวชี้วัด ทําให้นักเรียนได้รับการพัฒนาตามเป้าหมายอย่างมีคุณภาพ- กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้KM ในและนอกเครือข่าย- กิจกรรมเปิดบ้านวิชาการ- แผนการสอนM6-Star Classroomเป็นขั้นตอนการสร้างห้องเรียนคุณภาพ มีเป้าหมาย คือการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างไรตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์อย่างรอบด้าน และเท่าเทียม รวมทั้งการส่งเสริมการพัฒนาเพื่อจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้เป็นไปตามวัตถุประสงค์โดยผ่านกระบวนการนิเทศแบบคลินิก กํากับติดตามอย่างทั่วถึงในด้านกายภาพ ด้านคุณภาพครูในการจัดการเรียนการสอน การวัด และประเมินผลการเรียนรู้อย่างหลากหลาย และด้านคุณภาพผู้เรียนอย่างมีเป้าหมายในการนิเทศแบบคลินิก เพื่อยกระดับคุณภาพในการเรียนรู้และระบบบริหารจัดการของห้องเรียนคุณภาพ (Star Classroom)- คําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการห้องเรียนคุณภาพ (Star Classroom)- แผนการพัฒนาห้องเรียนคุณภาพ(Star Classroom)- แผนพัฒนาการนิเทศแบบคลินิก
132.5.1 ขั้นตอนการดําเนินงานโรงเรียนบ้านหนองปรือ ได้กําหนดกระบวนการ 6M VACCINE model ขั้นตอนเป็นกระบวนการพัฒนาในรูปแบบ การบริหารสถานศึกษาด้วยระบบการนิเทศแบบคลินิก (Clinical Supervision) เพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านหนองปรือ ด้วยกระบวนการ 6M VACCINE model พัฒนาคุณภาพดังนี้การนําหลักการแนวคิดทฤษฎีต่าง ๆที่เกี่ยวข้องมากําหนดเป็นกรอบแนวคิดในการดําเนินการใช้รูปแบบขั้นที่ รายละเอียดการดําเนินงาน แนวคิดการดําเนินงาน1 ความมีคุณธรรม( V-Virtue )คุณธรรมความดีงาม ที่ปลูกฝังสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นในตัว ของผู้เรียน2 ความสําเร็จ( A-Achievement )ภาพแห่งความสําเร็จ ที่เกิดจากความมุ่งมั่น ความเอาใจใส่ ตระหนักในบทบาทหน้าที่ และภาระของแต่ละคน เริ่มตั้งแต่ช่วยกันกําหนดนโยบาย เป้าหมาย มาตรการและรูปแบบการจัดการเรียนการสอนซึ่งมีการวางแผนการดําเนินงานอย่างเป็นขั้นตอน เป็นระบบ เช่น การแต่งตั้งคณะกรรมการดําเนินงาน ด้านบริหารงานทั่วไป ด้านอาคารสถานที่ด้านงบประมาณ ด้านวิชาการ และด้านงานบุคคล3 การประสานความร่วมมือ( Co-Coordination )การประสานความร่วมมือ การสร้างความเข้าใจ กับภาคีเครือข่าย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยคณะครูทําความเข้าใจกับผู้ปกครอง มีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ เช่น เทศบาล ชุมชน และคณะกรรมการสถานศึกษา พร้อมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางLine Facebook และเว็บไซต์ของโรงเรียนบ้านหนองปรือ4 หลักสูตร( C-Curriculum )การจัดทํา และพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนและท้องถิ่น มีการจัดทํารายงานประเมินผล การใช้หลักสูตรจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนําผล มาปรับปรุงและพัฒนา หลักสูตรสถานศึกษามีความสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 5 การสร้างนวัตกรรมการเรียนการสอน ( I-Innovation )การสร้างนวัตกรรมการเรียนการสอน มีการจัดทําวิดีทัศน์การสอนทุกรายวิชา ทุกระดับชั้น จัดทําแบบฝึกหัด Online จัดทําวิจัยเรื่องการศึกษา ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนรูปแบบVACCINE model ของโรงเรียนบ้านหนองปรือ พัฒนาการเรียนการสอนโดยการใช้สื่อนวัตกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยใช้แพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น CAI (คอมพิวเตอร์ช่วยสอน), Google Site, Wordwall, Live Worksheet
14การบริหารสถานศึกษาด้วยระบบการนิเทศแบบคลินิก (Clinical Supervision) เพื่อยกระดับผลลัพธ์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านหนองปรือ ด้วยกระบวนการ 6M VACCINE model พัฒนาคุณภาพ 1. การประยุกต์ใช้ทฤษฎีระบบ (Theory System)1.1 การคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) เป็นการกําหนดกรอบแนวคิดเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาต่าง ๆอย่างเป็นระบบ1.2 วิธีการเชิงระบบ (Systems approach) เป็นแนวคิดการแก้ปัญหาหรือหาผลลัพธ์โดยกําหนดประเด็นปัญหาหลักและปัญหารองแล้วจงระบุตัวแปรที่ต้องการนํามาใช้หาผลลัพธ์จากนั้นจึงกําหนดวิธีการแก้ไขปัญหาหรือพิจารณาทางเลือกที่เป็นไปได้แล้วจึงเลือกวิธีที่คาดว่าจะให้ผลลัพธ์ได้ตรงความต้องการหรือสัมฤทธิ์ผลเหมาะกับการนําไปใช้ได้จริงมากที่สุดแล้วจึงนําไปทดลองปฏิบัติตามเงื่อนไขพร้อมติดตามผลเพื่อแก้ไขปัญหาและจุดบกพร่องสุดท้ายจึงกําหนดเป็นมาตรฐานระเบียบปฏิบัติและประเมินผล2. การประยุกต์ใช้วงจรคุณภาพ PDCA2.1 การจัดทําและวางแผน (Plan) ได้แก่การทําความเข้าใจวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนแล้วกําหนดหัวข้อเป้าหมายที่ต้องการบรรลุ2.2 การปฏิบัติตามแผน (Do) ได้แก่การหาความรู้เกี่ยวกับวิธีดําเนินการนั้นด้วยวิธีการที่หลากหลายและเก็บรวบรวมบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องดําเนินการตามแผนที่วางไว้2.3 การติดตามประเมินผล (Check) ได้แก่การตรวจสอบว่าการปฏิบัติงานเป็นไปตามวิธีการทํางานมาตรฐานหรือไม่2.4 การกําหนดมาตรการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่ทําให้ไม่เป็นไปตามแผน (Action) ได้แก่การปฏิบัติงานเพื่อหามาตรการแก้ไขถ้าผลลัพธ์ที่ได้ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังก็ค้นหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นตอและการปรับปรุงกระบวนการทํางานอย่างต่อเนื่องให้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลขั้นที่ รายละเอียดการดําเนินงาน แนวคิดการดําเนินงาน6 สภาพความต้องการของผู้เรียน( N-Need )ความต้องการและศักยภาพของผู้เรียนที่สอดคล้องกับคุณลักษณะ 8 ประการ ได้แก่ 1)รักชาติศาสน์กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทํางาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ ตลอดจนสมรรถนะผู้เรียน 5 ข้อ ได้แก่ 1) การสื่อสาร 2) การคิด 3) การแก้ปัญหา 4) การใช้ทักษะชีวิต 5) การใช้เทคโนโลยี7 การประเมินผลงาน( E-Evaluation )การประเมินผลความก้าวหน้าของการดําเนินงาน เพื่อหาแนวทางการแก้ไข ปรับปรุง ของโครงการ/กิจกรรม ภายในโรงเรียน มีการกํากับนิเทศ ติดตาม รายงานผลการดําเนินงาน แก้ไขปัญหาอุปสรรคร่วมกันและสรุปผลการดําเนินงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์
153. การใช้แนวคิดการจัดการเรียนรู้ ( Knowledge Management : KM)การจัดการความรู้ ( Knowledge Management : KM) เป็นกระบวนการรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในองค์กรซึ ่งอยู ่ในตัวบุคคลหรือเอกสารมาพัฒนาให้เป็นระบบเพื ่อให้บุคลากรทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้พัฒนาตนให้เป็นผู้รู้และนําความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงานและพัฒนางานได้อย่างมีประสิทธิภาพทําให้เกิดการพัฒนาความรู้หรือทุนปัญญาขององค์กรอย ่างต ่อเนื ่องส ่งผลให้องค์กรเป็นองค์กรแห ่งการเรียนรู้(Learning Organization : LO) ที่สามารถเพิ่มขีดสมรรถนะในเชิงแข่งขันได้สูงสุดมีขั้นตอนดังนี้3.1) ขั้นตอนที่ 1 การบ ่งชี้ความรู้(Knowledge Identification) สถานศึกษาต้องสํารวจความรู้ที่บุคลากรจําเป็นต้องใช้เพื่อให้การทํางานบรรลุเป้าหมายที่กําหนดไว้และที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่3.2) ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและแสวงหาความรู้(Knowledge Creation and Acquisition) เมื่อสํารวจแล้วเห็นว่าความรู้ที่มีอยู่ไม่เพียงพอก็ต้องไปแสวงหามาเพื่อเพิ่มเติมให้ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด3.3) ขั้นตอนที่ 3 การจัดการความรู้ให้เป็นระบบ (Knowledge Organization) เมื่อได้ความรู้มาเพียงพอแล้วก็นํามาจัดหมวดหมู่ให้ชัดเจนและจัดเก็บไว้ในรูปแบบต่าง ๆเช่นเอกสารหนังสือ3.4) ขั้นตอนที่ 4 การประมวลและกลั่นกรองความรู้(Knowledge Codification and Refinement)ต้องนําความรู้ที่จัดเก็บเป็นหมวดหมู่ไว้แล้วนํามาทบทวนกลั่นกรองให้มีความทันสมัย3.5) ขั้นตอนที่ 5 การเข้าถึงความรู้(Knowledge Access) ต้องมีการจัดช่องทางเผยแพร่ความรู้ทางช่องทางต่าง ๆที่หลากหลายเพื่อให้บุคลากรสามารถเข้าถึงความรู้ได้สะดวกรวดเร็ว และทั่วถึง3.6) ขั้นตอนที่ 6 การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้(Knowledge Sharing) จัดกิจกรรมให้บุคลากรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เช่นกิจกรรมชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practice) การสอนงาน (Coaching) และระบบพี่เลี้ยง (Mentoring) เป็นต้น3.7) ขั้นตอนที่ 7 การเรียนรู้(Learning) กําหนดให้บุคลากรในองค์กรต้องใช้KM เข้ามาช่วยในการทํางานเพื่อผลงานที่มีประสิทธิภาพโดยกําหนดเป็นนโยบายจากผู้บริหารขององค์กรก็ได้4. เครื่องมือการสะท้อนกลับที่มีคุณภาพ (feedback Protocol)เครื่องมือการสะท้อนกลับที่มีคุณภาพ (feedback Protocol) เป็นทักษะและกระบวนการในการบ่งบอกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและมีการสะท้อนกลับที่ช่วยให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงและเรียนรู้ที่จะทําให้ดีขึ้นโดยสะท้อนถึงกระบวนการการกระทําพฤติกรรมที่เป็นรูปประธรรมตลอดจนรวมถึงการสะท้อนด้วยข้อมูลตัวเลขสถิติต่างๆรวมถึงสิ่งที่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคในการพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้นมีขั้นตอนดังนี้4.1) Feedback Step 1: Plan มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ครูได้รับการสะท้อนคิด (feedback) และปรับปรุงผลงานของตนจากกลุ่ม PLC เช ่นแผนการจัดการเรียนรู้งานที ่ได้รับมอบหมายเครื ่องมือประเมินโครงการต่าง ๆเป็นต้น4.2) Feedback Step 2: Teach มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้สมาชิกในกลุ่มสังเกตการจัดการเรียนรู้ของครูซึ่งเป็นการจัดกระบวนการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ได้จาก Step 1 โดยให้สมาชิกในกลุ่มเข้าร่วมสังเกตการสอนและบันทึกข้อสังเกตเกี่ยวกับจุดเด่นและข้อเสนอแนะที่สามารถนําไปพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพต่อไป4.3) Feedback Step 3: Reflect มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ครูที่ได้รับการสะท้อนคิด(feedback)และนําไปปรับปรุงการสอนและแผนการจัดการเรียนรู้หลังจากที่สมาชิกในกลุ่ม PLC ไปสังเกตการสอนของครู
165. การใช้แนวคิดการเรียนรู้ร่วมกัน (Lesson Study : LS)การเรียนรู้ร่วมกัน (Lesson Study : LS) เป็นแนวคิดและกระบวนการพัฒนาครูวิชาชีพ(Professional Development)ที่มุ่งเน้นการทํางานศึกษาวิจัยร่วมกันของกลุ่มครูและผู้ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้ของผู้เรียนในบริบทการทํางานจริงในชั้นเรียนและสถานศึกษาของตนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องในระยะยาวทั้งนี้เพื่อพัฒนาตนเองพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนไปพร้อมกันประกอบไปด้วย5.1) ขั้นที่ 1 วางแผน (Plan) เป็นการกําหนดเป้าหมายการพัฒนาบทเรียนร่วมกันโดยร่วมกันระบุปัญหาจากสภาพปัญหาของนักเรียนที่เกิดขึ้นจริงในชั้นเรียนหรือประเด็นในการพัฒนาบทเรียนร่วมกันให้สอดคล้องกับสภาพปัญหานโยบายและหลักสูตรโดยมุ่งเน้นเป้าหมายในด้านผลการเรียนรู้ของผู้เรียนแล้วดําเนินการวางแผนบทเรียนโดยกลุ่มเลือกบทเรียนที่สอดคล้องกับเป้าหมายวางแผนการจัดการเรียนรู้ร่วมกันเขียนแผนการจัดการเรียนการสอนและจัดเตรียมสื่อการเรียนการสอนซึ่งกลุ่มเลือกบทเรียนที่ท้าทายหรือจัดการเรียนการสอนได้ยาก5.2) ขั้นที่ 2 วางแผน (See) เป็นการนําบทเรียนที่พัฒนาขึ้นไปใช้ในชั้นเรียนจริงซึ่งเป็นการสอนและสังเกตในชั้นเรียนนําแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นไปสอนในชั้นเรียนและนําเสนอผลการเรียนรู้ที่ได้มาสู่บุคคลอื่น ๆ โดยการเปิดชั้นเรียน (Open Class) มาร ่วมสังเกตการจัดการเรียนการสอนโดยมีครูเป็นผู้สังเกตบันทึกและเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนและการเรียนการสอนเกี่ยวกับพฤติกรรมที่แสดงถึงการคิดและการเรียนรู้ของนักเรียน5.3) ขั้นที่ 3 วางแผน (Reflect) เป็นการอภิปรายสะท้อนความคิดร่วมกันจากข้อมูลที่ได้ในขั้นที่2 โดยมุ่งเน้นการอภิปรายเพื่อให้ได้ความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะที่นําไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้นสามารถนําไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนในครั้งต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลกว่าครั้งที่ผ่านมา6. การจัดการเรียนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง : โมเดลซิปปา ( CIPPA Model )หลักการจัดการเรียนการสอนโมเดลซิปปา เป็นหลักที่นํามาใช้จัดการเรียนการสอนแบบผู้เรียน เป็นศูนย์กลาง เสนอแนวคิดโดย รองศาสตราจารย์ดร. ทิศนา แขมมณีอาจารย์ประจําภาควิชาประถมศึกษาคณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีจุดเน้นที่การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมทั้งทางร่างกาย สติปัญญา สังคม และอารมณ์หลักการจัดของโมเดลซิปปา มีองค์ประกอบที่สําคัญ 5 ประการได้แก่1. C (Construct) หมายถึง การสร้างความรู้ตามแนวคิด การสรรค์สร้างความรู้ได้แก่กิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เรียนมีโอกาสสร้างความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งทําให้ผู้เรียนเข้าใจและเกิดการเรียนรู้ที่มีความหมายต่อตนเองกิจกรรมนี้ช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมทางสติปัญญา2. I (Interaction) หมายถึง การปฏิสัมพันธ์กับบุคคลและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ได้แก่กิจกรรมที่ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคล เช่น ครูเพื่อน ผู้รู้หรือมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม เช่นแหล่งความรู้และสื่อประเภทต่าง ๆ กิจกรรมนี้ช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมทางสังคม3. P (Physical Participation) หมายถึง การมีส่วนร่วมทางกาย ได้แก่ กิจกรรมที่ให้ผู้เรียนมีโอกาสเคลื่อนไหวร่างกายในลักษณะต่าง ๆ4. P (Process Learning) หมายถึง การเรียนรู้กระบวนการต่าง ๆ ที่เป็นทักษะที่จําเป็นต่อการดํารงชีวิต ได้แก่กิจกรรมที่ให้ผู้เรียนทําเป็นขั้นตอนจนเกิดการเรียนรู้ทั้งเนื้อหาและกระบวนการ กระบวนการ
17ที่นํามาจัดกิจกรรม เช่น กระบวนการคิด กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม กระบวนการแสวงหาความรู้เป็นต้น กิจกรรมนี้ช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมทางสติปัญญา5. A (Application) หมายถึง การนําความรู้ที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆได้แก่กิจกรรมที่ให้โอกาสผู้เรียนเชื่อมโยงความรู้ทางทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ในชีวิตประจําวัน กิจกรรมนี้ช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ได้หลายอย่างแล้วแต่ลักษณะของกิจกรรม6.1 ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามหลักโมเดลซิปปาโมเดลซิปปามีองค์ประกอบสําหรับการจัดการเรียนการสอนที่สําคัญ 5 ประการ ครูสามารถเลือกรูปแบบ วิธีสอน กิจกรรมใดก็ได้ที่สามารถทําให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามองค์ประกอบทั้ง 5 อีกทั้งการจัดกิจกรรมก็สามารถจัดลําดับองค์ประกอบใดก่อนหลังได้เช่นกัน และเพื่อให้ครูที่ต้องการนําหลักการของโมเดลซิปปาไปใช้ได้สะดวกขึ้น รองศาสตราจารย์ดร. ทิศนา แขมมณีจึงจัดขั้นตอนการสอนเป็น 7 ขั้น ดังนี้6.1.1. ขั้นทบทวนความรู้เดิม เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิมของตนกิจกรรมในขั้นนี้ได้แก่ การสนทนาซักถามให้ผู้เรียนบอกสิ่งที่เคยเรียนรู้การให้ผู้เรียนเล่าประสบการณ์เดิม หรือการให้ผู้เรียนแสดงโครงสร้างความรู้ ( Graphic Organizer ) เดิมของตน6.1.2. ขั้นแสวงหาความรู้ใหม่เพื่อให้ผู้เรียนหาความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ต่างๆ6.1.3. ขั้นศึกษาทําความเข้าใจความรู้ใหม่ และเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม เพื่อให้ผู้เรียนสร้างความหมายของข้อมูลหรือประสบการณ์ใหม่ สรุปความเข้าใจแล้วเชื่อมโยงกับความรู้เดิมกิจกรรมในขั้นนี้ได้แก่ การให้ผู้เรียนใช้กระบวนการต่าง ๆ ด้วยตนเอง เช่น กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่มหรือกระบวนการแก้ปัญหา สร้างความรู้ขึ้นมา6.1.4. ขั้นแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่ม เพื่ออาศัยกลุ่มเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบความรู้ความเข้าใจ และขยายความรู้ความเข้าใจของตนให้กว้างขึ้น กิจกรรมนี้ได้แก่การให้ผู้เรียนแต่ละคนแบ่งปันความรู้ความเข้าใจให้ผู้อื่นรับรู้และให้กลุ่มช่วยกันตรวจสอบความรู้ความเข้าใจซึ่งกันและกัน6.1.5. ขั้นสร ุปและจัดระเบียบความรู้เพื่อให้ผู้เรียนจดจําสิ่งที่เรียนรู้ได้ง่ายกิจกรรมนี้ได้แก่ การให้ผู้เรียนสรุปประเด็นสําคัญ ประกอบด้วย มโนทัศน์หลักและมโนทัศน์ย่อย ของความรู้ทั้งหมด ทั้งความรู้เดิมและความรู้ใหม่แล้วนํามารวบรวมเรียบเรียงให้ได้ใจความสาระสําคัญครบถ้วน สะดวกแก่การจดจํา ครูอาจให้ผู้เรียนจัดเป็นโครงสร้างความรู้ ( Graphic Organizer ) ซึ่งเป็นวิธีการที่ช่วยในการจดจําข้อมูลได้ง่าย6.1.6. ขั้นแสดงผลงาน เพื่อให้โอกาสผู้เรียนได้ตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของตนด้วยการได้รับข้อมูลย้อนกลับจากผู้อื่นกิจกรรมนี้ได้แก่ การให้ผู้เรียนแสดงผลงานการสร้างความรู้ของตนด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น จัดนิทรรศการ จัดการอภิปราย แสดงบทบาทสมมติเขียนเรียงความ วาดภาพ แต่งคําประพันธ์เป็นต้น และอาจมีการจัดประเมินผลงานโดยใช้เกณฑ์ที่เหมาะสม6.1.7. ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อฝึกฝนให้ผู้เรียนนําความรู้ไปใช้ในสถานการณ์ ต่าง ๆ ให้เกิดความเข้าใจ และความชํานาญกิจกรรมนี้ได้แก่ การที ่ครูให้ผู้เรียนมีโอกาสแสดงวิธีใช้ความรู้ให้เป็นประโยชน์ในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งเท่ากับส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความคิดสร้างสรรค์ในระยะแรกครูอาจตั้งโจทย์สถานการณ์ต่าง ๆ แล้วให้ผู้เรียนนําความรู้ที่มีมาใช้ในสถานการณ์นั้น
182.6 การกํากับติดตาม ประเมิน และรายงานผลขั้นตอน ปฏิทิน/รายละเอียดการดําเนินงานการกํากับติดตามประเมินผลและรายงานผลการนิเทศ เพื่อร่วมพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนแบ่งออกเป็น 3 ระยะดังนี้ระยะดังนี้ระยะ (ระหว่างเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน)(ก่อนการดําเนินการนิเทศเพื่อการพัฒนาคุณภาพ)ระยะที่ 2 (ระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน)(ระหว่างการดําเนินการนิเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพ)ระยะที่ 3 ( ระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม)(ระหว่างการดําเนินการนิเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพ)- การเตรียมความพร้อมของคณะกรรมการนิเทศผู้ร่วมนิเทศและผู้ทรงคุณวุฒิที่เชิญมาร่วมการนิเทศในการดําเนินการตามปฏิทินและแผนการนิเทศให้เป็นไปตามเป้าหมายโดยดําเนินการในช่วงเดือนแรกของการเปิดภาคเรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษานั้น ๆ- ตรวจความพร้อมวัสดุอุปกรณ์ประกอบการนิเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพและความพร้อมของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะรับการนิเทศรวมทั้งการดําเนินการเรื่องงบประมาณและระดมทรัพยากรในการดําเนินการนิเทศจากหน่วยงานต่าง ๆที ่เป็นภาคีเครือข ่ายโครงการยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง- การประเมินตามแผนการนิเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนการประเมินเพื ่อวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในระหว่างการดําเนินการนิเทศ- การประเมินเพื่อสะท้อนผลการนิเทศ (Reflection) โดยแลกเปลี ่ยนเรียนรู้นิเทศร่วมกันจากครูผู้สอน (model teacher) เพื ่อนครูในรายวิชาเดียวกันหรือช่วงชั้นที ่เป็นคู่Buddy (buddy teacher) ระหว่างเพื่อนครูร่วมกันประเมินเพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น-นิเทศโดย หัวหน้ากลุ่มสาระฯ/ฝ่ายวิชาการ เป็นพี่เลี้ยง(mentor) นิเทศติดตามให้คําชี้แนะแก่เพื่อนครู-ผู้บริหารให้คําชี้แนะ แนะนํา (administrator)-เชิญผู้ทรงคุณวุฒิผู้เชี่ยวชาญ (expert) เช่น ศึกษานิเทศก์จากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามาร่วมดําเนินการ- การวัดและประเมินผล สรุปผลการนิเทศแบบคลินิกตาม5 ขั้นตอน เพื่อประเมินด้านคุณภาพการเรียนการสอน ด้านครูด้านการบริหารจัดการ และด้านความพึงพอใจกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการดําเนินงาน (KM) เผยแพร่รายงานผลการดําเนินงานเมื ่อสิ้นทุกภาคเรียนเพื ่อร ่วมกันพัฒนาการนิเทศให้มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผลต่อไป
19๒.๗ ผลสําเร็จที่ได้และการนําผลไปใช้จากการใช้รูปแบบการนิเทศการศึกษาแบบคลินิก ด้วยกระบวนการ ๖M VACCINE model ปรากฎผลสําเร็จ ในการดําเนินงานการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและการบริหารจัดการคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน ดังนี้๒.๗.๑ มีเป้าหมายความสําเร็จของคุณภาพการจัดการเรียนการสอนของแต่ละภาคเรียน(M๑-Vision) วิสัยทัศน์พันธกิจ เป้าประสงค์ที่ได้นําไปพัฒนาการนิเทศแบบคลินิก โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการจัดกิจกรรม การจัดประชุมปรึกษาก่อนการสังเกตการสอน (Pre-observation conference) เพื่อกําหนดเป้าหมายภาพความสําเร็จอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและการบริหารจัดการคุณภาพของโรงเรียนอย่างต่อเนื่องนําไปสู่การเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง(Learning School) มีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวแทนของผู้ปกครอง ตัวแทนชุมชน สภานักเรียนและมีการนําภาคีเครือข่าย ศึกษานิเทศก์สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรีเขต ๓ ใช้หลักการมีส่วนร่วมของบุคลากรและชุมชนตรงตามประเด็นเป้าหมายคุณภาพในแต่ละภาคเรียนซึ่งในการกําหนดค่าเป้าหมายคุณภาพของทางโรงเรียนในการพัฒนาคุณภาพ เพื่อเป็นเข็มทิศในการพัฒนาและการมีส่วนร่วมการรวมพลังการศึกษาของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างมีคุณภาพและเหมาะสมการประชุมผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูในการกําหนดเป้าหมายความสําเร็จของคุณภาพการจัดการเรียนการสอน๒.๗.๒ มีเป้าหมายคุณภาพของแต่ละภาคเรียน (M๑-vision) ในการจัดการเรียนการสอนและการบริหารจัดการของโรงเรียนบ้านหนองปรือ สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรีเขต ๓ในทุกภาคเรียน อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้ปีการศึกษา ๒๕๖๗ – ๒๕๖๘ \"การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้นวัตกรรม VACCINE model\"๒.๗.๓ มีผู้ชี้แนะที่ทําหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้คําปรึกษาอย่างมีคุณภาพ (M๓-Mentor) สําหรับการดําเนินการนิเทศการศึกษาแบบคลินิกโดยใช้๖M VACCINE model โรงเรียนได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหน่วยงานภาครัฐ และท้องถิ่นในการเป็นที่ปรึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิของโรงเรียนที่ได้ร่วมดําเนินการนิเทศ เพื่อการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน M๓ Mentor เป็นกระบวนการบทบาทของเพื่อนครูที่ทําหน้าที่เป็น พี่เลี้ยง แลกเปลี่ยนเรียนรู้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูส่งผลในด้านการบริหารจัดการของโรงเรียน อย ่างมีคุณภาพ ในการปฏิบัติหน้าที่ของเพื ่อนครูมีการทํางานเป็นทีม เพื่อนร่วมทางช่วยจุดประกาย เปิดประเด็นริเริ่มจัดกระบวนการช่วยเหลือที่ส่งเสริมโดยการกระตุ้น บุคลากรทุกฝ่ายในโรงเรียนให้สามารถ
20ดําเนินการ โดยนําเทคนิคดังกล่าวไปขยายผลและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษาร่วมกับมาตรการอื่น ที่คิดร่วมกับทางโรงเรียนทุกภาคเรียนกระบวนการบทบาทของเพื่อนครูที่ทําหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เครือข่ายทางวิชาการ ทําหน้าที่ให้คําปรึกษาอย่างมีคุณภาพ (M๓-Mentor) จากพี่เลี้ยง (หัวหน้ากลุ่มสาระฯ/หัวหน้าฝ่ายวิชาการ) โดยให้คําแนะนํา นิเทศการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนและร่วมกันสะท้อนคิด (Reflect)รับฟังคําปรึกษา และคําแนะนํา (M๓-Mentor) จากพี่เลี้ยง (หัวหน้ากลุ่มสาระฯ/หัวหน้าฝ่ายวิชาการ)ผู้ทรงคุณวุฒิหรือศึกษานิเทศก์สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรีเขต ๓ร่วมเป็นคณะกรรมการนิเทศห้องเรียนคุณภาพของโรงเรียนบ้านหนองปรือคณะกรรมการนิเทศประเมินนิเทศห้องเรียนคุณภาพ
21๒.๗.๔ เกิดการพัฒนาเสริมสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ครูที่เข้มแข็งอย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพ(M๒-PLC)การดําเนินการนิเทศการศึกษาแบบคลินิก เป็นการเสริมสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ของครูที่มีความเข้มแข็ง นําประเด็นไปสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ในการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอน และการทําวิจัยในชั้นเรียนส่งผลให้ครูเกิดความเข้าใจในตัวนักเรียนดีขึ้น โดยมองเห็นศักยภาพของนักเรียนทุกคนด้วยการสร้างกระบวนการ KM ,Feedback protocol ,Lesson Study : LS ,CIPPA ทุ่มเททําหน้าที่ครูให้เวลาสนับสนุน และพัฒนาการเรียนการสอนมากขึ้นสามารถค้นหาศักยภาพผู้เรียนบนพื้นฐานข้อมูลจริงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมจัดกิจกรรมพัฒนาการเรียนการสอนและนําไปสู่กระบวนการพัฒนาครูแบบ On the job training หรือใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) ช่วยให้คุณภาพผู้เรียนเกิดขึ้นจากทีมงานของโรงเรียนและภาคีเครือข่ายทางการศึกษาร่วม PLC : Professional Learning Community ในโรงเรียนเพื่อพัฒนากระบวนการเรียนการสอนการนิเทศ และการบริหารจัดการสถานศึกษาให้มีคุณภาพ๒.๗.๕ มีการส่งเสริมการใช้สื่อเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย (M4 IT) มีประสิทธิภาพส่งผลต่อการพัฒนาการนิเทศแบบคลินิกมีการใช้สื่อเทคโนโลยีในการจัดกระบวนการจัดการเรียนการสอน (M4-IT) ที่มีประสิทธิภาพส่งผลต่อการพัฒนาการนิเทศคลินิก การใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิทัล M4 - IT ในกระบวนการจัดการเรียนการสอน และเป็นเครื่องมือสนับสนุนการดําเนินงานการนิเทศของบุคลากรด้านการศึกษาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโดยมีการใช้สื่อเทคโนโลยีในการจัดกระบวนการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น การใช้
22สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย (CAI) , ห้องเรียนออนไลน์Google site , การใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เป็นต้น โดยนํามาเป็นนวัตกรรมเพื่อให้ครูและบุคลากรในสถานศึกษานํามาพัฒนาคุณภาพผู้เรียนใด้ตรงตามเป้าหมายการนิเทศภายในสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนด้วยการใช้สื่อเทคโนโลยี๒.๗.๖ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เครือข่ายในกระบวนการนิเทศการศึกษาแบบคลินิก(M5-Network) และการพัฒนาห้องเรียนคุณภาพ (M6-Star Classroom) พัฒนาครูและบุคลากรอย่างต่อเนื่องในทุกภาคเรียนจากการดําเนินการจัดกิจกรรมการนิเทศการศึกษาแบบคลินิก จนสามารถทําให้เกิดเครือข่ายที่ดีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมด้วยช่วยกันในการแก้ปัญหา ช่วยกันดําเนินการออกแบบและพัฒนา ช่วยกันสะท้อนผลในการดําเนินการจัดการเรียนการสอนของครู (Reflections) จนทําให้เกิดชุมชนเครือข่ายทางการศึกษาอย่างเข้มแข็งในการร่วมพัฒนาการเรียนการสอน และเกิดชุมชนเชิงวิชาชีพที่มีประสิทธิภาพประสิทธิผล ที่ช่วยกันปรับปรุงและพัฒนากระบวนการเรียนการสอนได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อที่ให้ครูมีความเป็นครูมืออาชีพและนักเรียนได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยกระบวนการที่มีความหลากหลายตลอดจนการนําสื่อและเทคโนโลยีมาสร้างและพัฒนาเครือข่ายในการจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผล โดยมีรายละเอียดดังนี้๒.๗.๗ เกิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในโรงเรียน เปิดบ้านวิชาการ สร้างเครือข่ายนิเทศทางการศึกษาพัฒนาคุณภาพในการพัฒนาการนิเทศการศึกษาแบบคลินิก (Clinical Supervision) ณ โรงเรียนบ้านหนองปรือกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในโรงเรียน
23๒.๗.๘ เกิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามโรงเรียน สร้างเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษา ในการพัฒนาการนิเทศการศึกษาแบบคลินิก โรงเรียนบ้านบ่อวินกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในโรงเรียนเครือข่าย กลุ่มโรงเรียนศรีราชา ๓๒.๗.๙ เกิดกิจกรรมเผยแพร่รูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่ประสบความสําเร็จกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การบริหารจัดการ และการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนโครงการยกระดับคุณภาพการศึกษา โครงการห้องเรียนคุณภาพของโรงเรียนโครงการยกระดับคุณภาพการศึกษา โครงการห้องเรียนคุณภาพของโรงเรียน
24๒.๗.๑๐ เกิดการพัฒนาข้าราชการครูในสถานศึกษา จากการจัดการเรียนการสอนเพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียนทุกปีการศึกษา สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนการพัฒนาข้าราชการครูในสถานศึกษา๒.๗.๑๑ เกิดการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และการใช้ข้อมูลสารสนเทศ (Student supporting system) เป็นข้อมูลในการนิเทศแบบคลินิกทําให้ทราบถึงปัญหาในการพัฒนาคุณภาพนักเรียนทั้งระบบจากการดําเนินการนิเทศการศึกษาแบบคลินิก ส ่งผลให้โรงเรียนมีระบบดูแลนักเรียนที ่เข้มแข็ง ด้วยการนําข้อมูระบบสารสนเทศจากการนิเทศไปพัฒนาคุณภาพของนักเรียน เช่น การใช้ข้อมูลและประกอบการเยี่ยมบ้านนักเรียนครบ ร้อยละ ๑๐๐ รวมทั้งการติดตามนักเรียน ช่วยเหลือนักเรียนในทุก ๆ ด้านเช่น นักเรียนได้รับทุนการศึกษา นักเรียนเรียนจบหลักสูตรทุกคน และไม ่มีนักเรียนออกกลางคัน โดยมีการดําเนินการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศระบบ M4-IT ในการจัดการข้อมูลนักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพด้วยแพลตฟอร์ม Google Sheet สามารถเข้าดูและแก้ไขข้อมูลแบบเรียลไทม์มีการเชื่อมโยงประสานข้อมูลกับทางบ้านของนักเรียน มีระบบติดตามอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนสามารถพัฒนาคุณภาพนักเรียนได้ตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
25การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน๒.๗.๑๒ ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผ่านการระดมทรัพยากรอย่างหลากหลายในการร่วมมือกันพัฒนาคุณภาพการศึกษา ชุมชนเกิดความเชื่อมั่น จากการดําเนินการใช้รูปแบบ การนิเทศการศึกษาแบบคลินิกความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการสนับสนุนงบประมาณ๒.๗.๑๓ ข้าราชการครูและบุคลากรในสถานศึกษาได้รับการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนการพัฒนาตนเองทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง และได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทางการศึกษา เข้าร่วมนิเทศและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของครูและบุคลากรในสถานศึกษาของโรงเรียนในทุกภาค
26เรียน ส่งผลให้ครูร้อยละ ๑๐๐ ได้รับการพัฒนาตนเองทางวิชาชีพ นําความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาคุณภาพการจัด การเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง จากกระบวนการนิเทศการศึกษาแบบคลินิก อย่างต่อเนื่องทุกภาคเรียนการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอน๒.๗.๑๔ ข้าราชการครูและบุคลากรในสถานศึกษา มีการพัฒนาวิธีการและเทคนิคการสอนจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีส่งผลให้ครูปรับประยุกต์ปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน ใช้เทคนิควิธีการสอนหลากหลายทันสมัยสอดคล้องเป็นไปตามความต้องการในการเรียนรู้ของนักเรียน ทั้งนี้ยังมีส่วนร่วมในการวางแผน ออกแบบในการนิเทศแบบมีส่วนร่วม ครูเป็นแกนนําและวิทยากรให้ความรู้จัดทําระบบสารสนเทศเพื่อการนิเทศสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ และเป็นแบบอย่างการนิเทศการศึกษาแบบคลินิกแก่สถานศึกษาอื่น ๆ อย่างมีคุณภาพด้านโรงเรียน๑) โรงเรียนมีรูปแบบการนิเทศอย่างเข้มแข็งตอบสนองต่อความต้องการในการพัฒนาคุณภาพ การเรียนการสอน เกิดห้องเรียนคุณภาพ ในการพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้ของผู้เรียน๒) โรงเรียนมีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ มีข้อมูลในระบบสารสนเทศ ครบร้อยละ 100 เพื่อการบริหารและจัดการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ๓) โรงเรียนมีเป้าหมายในการบริหารจัดการ 6M ในการพัฒนาการเรียนรู้๔) โรงเรียนมีจํานวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชุมชนเชื่อมั่นในการจัดการศึกษา๕) โรงเรียนได้รับการสนับสนุนงบประมาณ การปรับสภาพแวดล้อม และการระดมทรัพยากร เพื่อพัฒนาสถานศึกษา และการเรียนการสอนอย่างหลากหลายต่อเนื่อง จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและชุมชน ทําให้เกิดการพัฒนาอย่างคุณภาพในทุก ๆ ปี
27ด้านผู้บริหารผู้บริหารมีข้อมูลถูกต้องที่ใช้ในนิเทศการวางแผนและพัฒนาสถานศึกษา อย่างครบถ้วน ส่งผลให้ได้รับรางวัล \"ผู้วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสร้างสรรค์คนดีด้านการบริหาร\" ระดับคุณภาพผลงาน ดีเยี่ยมประจําปีงบประมาณ ๒๕๖๗ จาก เขตตรวจราชการที่ ๘ โดย สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต ๑ ผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบในการบริหารและจัดการสถานศึกษา เพื่อการจัดการเรียนการสอนด้วยกระบวนการนิเทศทั้งระบบ และผู้อํานวยการสถานศึกษายอดเยี่ยมด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม ของสํานักงานคณะกรรมการคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน และด้านครู๑) ครูร้อยละ ๑๐๐ ได้รับการพัฒนาเป็นครูมืออาชีพ สามารถออกแบบและจัดการเรียนรู้ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างมีเป้าหมาย๒) ครูร้อยละ ๑๐๐ ได้รับการพัฒนาเป็นผู้ชี้แนะเป็นพี ่เลี้ยงให้คําปรึกษาอย่างมีคุณภาพ(M3-Mentor) ๓) ครูร้อยละ ๑๐๐ สามารถออกแบบและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการการแลกเปลี่ยนเรียนรู้PLC (M2-PLC) นําไปสู่การปรับปรุงพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน๔) ครูร้อยละ ๑๐๐ สามารถเป็นแบบอย่างในการจัดการเรียนรู้โดยการจัดกิจกรรมเปิดบ้านวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ครูได้รับการคัดเลือกครูดีในดวงใจ จาก สพป.ชลบุรีเขต 3 5) ครูร้อยละ ๑๐๐ ได้รับการนิเทศการจัดการเรียนการสอน6) ครูร้อยละ ๑๐๐ มีวิจัยในชั้นเรียนและมีนวัตกรรมการสอนที่สอดคล้องกับมาตรฐานและตัวชี้วัดการนิเทศการจัดเรียนการสอน
28กราฟแสดงผลการประเมินข้าราชการครูและบุคลากรในสถานศึกษาด้านการพัฒนาสื่อนวัตกรรมและแหล่งเรียนรู้มาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ของครูและบุคลากรในสถานศึกษา โรงเรียนบ้านหนองปรือ ปีการศึกษา ๒๕๖๗จากกราฟแสดงผลการประเมินข้าราชการครูและบุคลากรในสถานศึกษา ด้านการพัฒนาสื่อนวัตกรรมนําภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งเรียนรู้มาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ปีการศึกษา ๒๕๖๗ ปรากฏว่า ผลการพัฒนาสื่อนวัตกรรมนําภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งเรียนรู้มาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ผลเฉลี่ยรวม คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ อยู่ในระดับดีเยี่ยม100 100 100 100 100 100020406080100120ครูทุกคนใช้สื่อประกอบกิจกรรมการเรียนรู้ครูทุกคนสร้างหรือพัฒนาสื่อนวัตกรรม ประกอบการ…ครูทุกคนใช้แหล่งการเรียนรู้ภายในสถานศึกษาและ…ครูทุกคนใช้แหล่งเรียนรู้ภายนอกสถานศึกษาครูใช้สื่อนวัตกรรมแหล่งเรียนรู้ประกอบการเรียนการ…เฉลี่ยรวมคิดเป็นร้อยละ
29การพัฒนาสื่อนวัตกรรมนําภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งเรียนรู้มาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ด้านนักเรียน๑) นักเรียนมีทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์คิดสังเคราะห์มีโครงงานนวัตกรรมทุกห้องเรียน๒) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง๓) นักเรียนร้อยละ ๑๐๐ เรียนจบหลักสูตรการศึกษาทุกคน๔) นักเรียนมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เป็นการเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ในการเรียนรู้๕) นักเรียนร้อยละ ๑๐๐ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์และทักษะในการประกอบอาชีพ เกิดสมรรถนะตามมาตรฐานการเรียนรู้ในหลักสูตร
30กราฟแสดงร้อยละของนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแต่ละวิชาที่มีผลการเรียนในระดับ ๓ ขึ้นไป ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖ ปีการศึกษา ๒๕๖๗จากกราฟแสดงร้อยละของนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนแต่ละรายวิชาที่ได้ในระดับ๓ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ที่ ๑ – ๖ ปีการศึกษา ๒๕๖๗ ปรากฏว่า ร้อยละของนักเรียน ที ่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแต่ละรายวิชาในระดับ ๓ ขึ้นไป ดังนี้วิชาภาษาไทย คิดเป็นร้อยละ 7๔.๑๔ วิชาคณิตศาสตร์คิดเป็นร้อยละ ๗0.๐๐ วิชาวิทยาศาสตร์คิดเป็นร้อยละ 6๕.9๘ วิชาสังคมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 8๔.๓๗ วิชาประวัติศาสตร์คิดเป็นร้อยละ ๘๑.๖๑ วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา คิดเป็นร้อยละ ๙๙.๐๘วิชาศิลปะ คิดเป็นร้อยละ 9๓.๕๖ วิชาการงานอาชีพ คิดเป็นร้อยละ ๙๗.๓๖ วิชาภาษาอังกฤษ คิดเป็นร้อยละ๖๓.๒๒ วิชาหน้าที่พลเมือง คิดเป็นร้อยละ ๙๒.๓๐ วิชาการป้องกันทุจริต คิดเป็นร้อยละ ๙๒.๔๑ วิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร คิดเป็นร้อยละ ๖๗.9๓ วิชาคอมพิวเตอร์คิดเป็นร้อยละ ๙๐.๘๗74.1470.0065.9884.3781.6199.0893.5697.3663.2292.3092.4167.9390.870 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100ภาษาไทยคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมประวัติศาสตร์สุขศึกษาและพลศึกษาศิลปะการงานอาชีพและเทคโนโลยีภาษาอังกฤษหน้าที่พลเมืองการป้องกันการทุจริตภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารคอมพิวเตอร์ร้อยละ
31กราฟแสดงร้อยละของนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแต่ละวิชาที่มีผลการเรียนในระดับ ๓ ขึ้นไป ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖ ปีการศึกษา ๒๕๖๘กราฟแสดงร้อยละของนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแต่ละวิชาที่มีผลการเรียนในระดับ ๓ ขึ้นไป ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖ ปีการศึกษา ๒๕๖๘จากกราฟแสดงร้อยละของนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนแต่ละรายวิชาที่ได้ในระดับ๓ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ที่ ๑ – ๖ ปีการศึกษา ๒๕๖๗ ปรากฏว่า ร้อยละของนักเรียน ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแต่ละรายวิชาในระดับ ๓ ขึ้นไป ดังนี้วิชาภาษาไทย คิดเป็นร้อยละ 7๓.๘๙ วิชาคณิตศาสตร์คิดเป็นร้อยละ ๗๑.๙๖ วิชาวิทยาศาสตร์คิดเป็นร้อยละ ๗๗.๖๔ วิชาสังคมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 8๔.๖๘ วิชาประวัติศาสตร์คิดเป็นร้อยละ ๘๑.๖๑ วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา คิดเป็นร้อยละ ๙๘.๐๗วิชาศิลปะ คิดเป็นร้อยละ 9๖.๑๔ วิชาการงานอาชีพ คิดเป็นร้อยละ ๙๐.๘๑ วิชาภาษาอังกฤษ คิดเป็นร้อยละ๗๒.๓๐ วิชาหน้าที่พลเมือง คิดเป็นร้อยละ ๙๕.๑๒ วิชาการป้องกันทุจริต คิดเป็นร้อยละ ๙๕.๓๕ วิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร คิดเป็นร้อยละ ๗๓.๕๕ วิชาคอมพิวเตอร์คิดเป็นร้อยละ ๙๓.๑๗73.8971.9677.6484.6886.6198.0796.1490.8172.395.1295.3573.5593.170 20 40 60 80 100ภาษาไทยคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมประวัติศาสตร์สุขศึกษาและพลศึกษาศิลปะการงานอาชีพภาษาอังกฤษหน้าที่พลเมืองการป้องกันทุจริตภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารคอมพิวเตอร์ภาษาไทย คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ สุขศึกษาและพลศึกษาศิลปะ การงานอาชีพภาษาอังกฤษ หน้าที่พลเมืองการป้องกันทุจริต ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารคอมพิวเตอร์
32กราฟแสดงผลการประเมินข้าราชการครูและบุคลากรในสถานศึกษา ด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้ของคณะครูและบุคลากรในสถานศึกษา โรงเรียนบ้านหนองปรือ ปีการศึกษา ๒๕๖๘จากกราฟแสดงผลการประเมินข้าราชการครูและบุคลากรในสถานศึกษาด้านการการจัดกระบวนการเรียนรู้ของครูและบุคลากรในสถานศึกษา โรงเรียนบ้านหนองปรือ อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีปีการศึกษา๒๕๖๘ ผลปรากฏว่าข้าราชการครูและบุคลากรในสถานศึกษา ด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้ของครูและบุคลากรในสถานศึกษามีการเตรียมการสอน คิดเป็นร้อยละ ๘๖.๐๐ อยู่ระดับดีเยี่ยม ด้านการสอน คิดเป็นร้อยละ ๘๖.๐๐ อยู่ระดับดีเยี่ยม การวัดและประเมินผล คิดเป็นร้อยละ ๘๕.๐๐ อยู่ระดับดีเยี่ยม และผลเฉลี่ยรวมคิดเป็นร้อยละ ๘๕.๖๗ อยู่ระดับคุณภาพดีเยี่ยม86 868585.6784.484.684.88585.285.485.685.88686.2การเตรียมสอน ด้านการสอน การวัดและประเมินผล รวมคิดเป็นร้อยละ
33กราฟสรุปรายงานผลการดําเนินงาน“การนิเทศการศึกษาแบบคลินิก (Clinical Supervision) ด้วยกระบวนการ6M VACCINE model เพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านหนองปรือ”ปีการศึกษา ๒๕๖๘ ของโรงเรียนบ้านหนองปรือ อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ชลบุรีเขต ๓*****************************จากกราฟสถิติแสดงจํานวนข้อมูล รายงานผลการดําเนินการใช้“การนิเทศการศึกษาแบบคลินิก(Clinical Supervision) ด้วยกระบวนการ 6M VACCINE model เพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านหนองปรือ” ปีการศึกษา ๒๕๖๘ จํานวน ๕ ด้าน พบว่า การวางแผนการดําเนินงาน ร้อยละ ๙๒อยู่ในระดับดีเยี่ยม การเสริมสร้างความรู้การปฏิบัติงานร้อยละ ๘๙ อยู่ในระดับดีเยียม การปฏิบัติงานตามแผนร้อยละ ๙๓ อยู่ในระดับดีเยี่ยม การประเมินผลการปฏิบัติงานร้อยละ ๙๐ อยู่ในระดับดีเยี่ยม และด้านการเผยแพร่และขยายผล ร้อยละ ๘๖ อยู่ในระดับดีเยี่ยม สรุปรวมผลการดําเนินงานในทุกด้านพบว่าร้อยละ ๙๐อยู่ในระดับดีเยี่ยม เห็นควรจัดกิจกรรมนี้ทุกปีการศึกษา เพื่อการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน การเรียนการสอนคุณภาพครูและบุคลากรในสถานศึกษาและการบริหารจัดการของโรงเรียนบ้านหนองปรือให้มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผลตามลําดับ92899390869082848688909294การวางแผนการดําเนินงานการเสริมสร้างความรู้ในการปฏิบัติงานการปฏิบัติงานตามแผนการประเมินผลการปฏิบัติงานการเผยแพร่และขยายผลรวมทุกด้าน
34ตอนที่ 3 ข้อมูลอื่น ๆ ด้านผลงาน และความสําเร็จ1. การใช้“การนิเทศการศึกษาแบบคลินิก (Clinical Supervision) ด้วยกระบวนการ 6M VACCINE model เพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านหนองปรือ” จนได้รับเกียรติบัตรรางวัลระดับยอดเยี่ยมรางวัลระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ประจําปี2567 วันที่ 26 กรกฎาคม 2567 จากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรีเขต ๓ และนางสาวสุนิสา สมบูรณ์ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านหนองปรือ ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคม ประเภท ผู้วิจัยพัฒนานวัตกรรมสร้างสรรค์คนดีด้านการบริหาร ระดับคุณภาพผลงาน “ดีเยี่ยม” โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ระดับเขตตรวจราชการที่ 8ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 25672. การใช้“การนิเทศการศึกษาแบบคลินิก (Clinical Supervision) ด้วยกระบวนการ 6M VACCINE model เพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านหนองปรือ” ในการนิเทศการจัดการเรียนการสอน โดยกําหนดวิสัยทัศน์พันธกิจ เป้าประสงค์ตามเป้าหมายคุณภาพ (M1- Vision) จากโครงงาน/กิจกรรม“ทําสับปะรดให้เป็นสับปะรด” ใช้รูปแบบเทคนิควิธีการ การจัดการเรียนการสอน Active Learning เพื่อนํามาบูรณาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จนได้รับรางวัลสถานศึกษาแบบอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และบริหารตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
35 โครงงาน/กิจกรรม “ทําสับปะรดให้เป็นสับปะรด”
36