The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บุคคลสำคัญทางนาฏศิลป์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ปุณณนุช จาบกัน, 2022-07-26 09:02:04

บุคคลสำคัญทางนาฏศิลป์

บุคคลสำคัญทางนาฏศิลป์

บุคคลสำคัญของนาฏศิลป์
และการละคร

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์

ประวัติ

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ (24 พฤษภาคม พ.ศ. 2344 –
28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2399) มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าชายทินกรเป็น
พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประสูติแต่เจ้าจอมมารดา
ศิลา (สกุลเดิม ณ บางช้าง) เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 7 ขึ้น 12 ค่ำ ปีระกา ตรีศก
จ.ศ. 1163 ตรงกับวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2344 ในขณะที่พระบิดายังดำรพระ
ยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร มีพระโสทรภราดา
และโสทรภคินี 4 พระองค์ ได้แก่

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวงศ์
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ (ต้นราชสกุลพนมวัน)
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ (ต้นราชสกุลกุญชร)
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงอินทนิล
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
สถาปนาพระองค์เจ้าชายทินกรขึ้นเป็น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงภูวเนตรนริน
ทรฤทธิ์ เมื่อปีกุน ตรีศก จ.ศ. 1213 โดยมีเจ้ากรมเป็นหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์
ปลัดกรมเป็นขุนพินิจบริบาล สมุหบาญชีเป็น หมื่นชำนาญลิขิต บังคับบัญชา
กรมพระนครบาล

ผลงาน

บทละครนอก
1. บทละครเรื่องแก้วหน้าม้า
2. บทละครเรื่องไกรทอง ตอนต้น
3. บทละครเรื่องมณีพิชัย ตอนต้น
4. บทละครเรื่องสุวรรณหงส์ บางตอน
5. บทละครเรื่องเทวัญนางคุลา บางตอน

โคลง
1. โคลงนิราศฉะเชิงเทรา
2. โคลงภาพฤาษีดัดตน
เพลงยาว ได้แก่ เพลงยาวสังวาส
พระนิพนธ์อื่นๆ ได้แก่ คำฤษฎี (ทรงนิพนธ์ร่วมกับสมเด็จพระมหาสมณเจ้า
กรมพระปรมานุชิตชิโนรส และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท)

กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ทรงเป็นจินตกวีสำคัญพระองค์หนึ่งของกรุง
รัตนโกสินทร์ มีผลงานพระนิพนธ์สำคัญ ๆ หลายเรื่อง เช่น โคลงนิราศ
ฉะเชิงเทรา ซึ่งทรงพระนิพนธ์ขึ้นในคราวที่ไทยยกกองทัพใหญ่ไปปราบเจ้า
อนุวงศ์ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๖๙ บทละครนอกเรื่องแก้วหน้าม้า บทละครนอก
เรื่องยอพระกลิ่น และเพลงยาวสังวาสอีกหลายสำนวนซึ่งไม่ทราบระยะเวลาที่

ทรงพระนิพนธ์

ผลงาน

พระยาอนุมานราชธน กล่าวถึงผลงานพระนิพนธ์ของกรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์
ไว้ในหนังสือ “ฟื้นความหลัง” ตอนหนึ่งว่า

“ในบรรดาหนังสือเพลงยาวที่เกี่ยวกับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ มีอยู่บทหนึ่งซึ่งบิดาของ
ข้าพเจ้าเคยเล่าปากเปล่าให้ฟังอยู่เสมอ จนข้าพเจ้าจำกลอนตอนที่เล่าได้หลายแห่ง

ถึงกับว่าปากเปล่าติดอยู่ในความจำมา นานจนกระทั่งทุกวันนี้ คือเพลงยาวบทที่
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ทรงนิพนธ์ไว้ เห็นจะไม่ใช่
มีแต่เพลงยาวข้างต้นเท่านั้น อาจมีเรื่องอื่นอีกก็ได้ ดูเหมือนมีอยู่ในราชสกุลรองทรง
เคยตีพิมพ์รวมไว้แต่ข้าพเจ้าไม่เคยอ่าน บิดาข้าพเจ้าบอกว่าราษฎรมักอ้างถึงพระองค์
ท่านว่า “กรมหลวงภูวตา” แสดงว่าคนคงเคยอ่านหรือได้ฟังพระนิพนธ์ของพระองค์

ท่านมาแล้วไม่น้อยคน”
เพลงยาวที่พระยาอนุมานราชธนกล่าวว่า “เป็นหนังสือชั้นดี” พระนิพนธ์ของกรมหลวง
ภูวเนตรนรินทรฤทธิ์นั้นมีสำนวนคมคายโลดโผน “...ที่แสดงออกอย่างแนบเนียนแต่

เผ็ดร้อน เป็นลักษณะงานแต่งที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Sarcasm” เช่น

..............................................
เทนํ้าพริกพลิกถ้วยไปฉวยแกง
เพราะอยากได้ไก่พะแนงเอาแกงเท
ด้วยสันดานพาลจะโลภละโมบมาก

จึงจืดจับใหม่จากจนไขว้เขว
นํ้าใจกว้างยิ่งกว่าหนองท้องทะเล

ลึกเลเพภูมิราวกับอ่าวญวน



สำเภาเล็กเจ๊กจะข้ามขามพายุ
ทั้งคลื่นกล้าปลาก็ดุพายุหวน
ทอดสมอไม่ถึงดินจนสิ้นพวน
อาโปป่วนปั่นพาเภตราโคลง
คลื่นกระแทกแดกฟัดปัดตะโพก
สำเภาตำซํ้าโสโครกโขยกโหยง
กงกระดานกระดูกงูตะปูโกง
เสากระโดงหักพับยุบยับเยิน
ต้องตั้งสิวสำเภาเอาเข้าอู่
ทั้งจุ้นจู๊เจ็บปวดชวดเดินเหิน
ได้ยินว่าเภตราใหญ่เข้าไปเดิน
ได้สินค้าราคาเกินกำไรเรา

บทประพันธ์

เนื้อหาในบทละครนอกเรื่องแก้วหน้าม้าตามต้นฉบับที่พบ เริ่มตั้งแต่พระพินทองโอรส
ท้าวมงคลราชทับนางมณฑาทรงว่าวกับพี่เลี้ยง ว่าวขาดลอยไปนางแก้วหน้าม้าเก็บได้

จนถึงนางทัศมาลีตามหาพระพินทองที่เมืองมิถิลาเกิดเป็นปากเสียงกับนางมณี
บทละครเรื่องนี้บอกเพลงหน้าพาทย์กำกับไว้เช่นเดียวกับบทละครนอกเรื่องอื่น ๆ ที่แต่ง
ในยุคเดียวทัน วิธีดำเนินเรื่องเป็นไปตามคตินิยมของละครสมัยนั้น เช่นเมื่อตัวละคร
สำคัญจะออกเดินทางไปยังที่ใดก็ต้องกล่าวถึงการ “สรง” และ “แต่งองค์ทรงเครื่อง”

เสียก่อน ตัวอย่างในบทละครเรื่องแก้วหน้าม้าคือ
๏ ไขสุหร่ายสายชลปนปรุง

เป็นฝอยฟุ้งเย็นซาบอาบมังสา
แล้วผลัดภูษาทรงอลงการ์
สุคนธาหอมหวนยวนใจ
สอดสนับเพลาพรายชายกนก
ภูษายกพื้นตองผ่องใส
ฉลององค์เจียระบาดตาดอุไร
ปั้นเหน่งเพชรอำไพพรรณราย
กรองศอแสงแก้วแวววิจิตร
ตาบทิศทับทรวงช่วงฉาย
ทองกรธำมรงค์เรียงราย
มงกุฎเก็จเพชรพรายเพราตา
ฯ ๖ คำ ฯ

นอกจากเนื้อเรื่องที่สนุกสนานชวนติดตามแล้ว บทละครเรื่องนี้ยังสอดแทรกขนบธรรมเนียม
ประเพณีคติความเชื่อ ตลอดจนค่านิยมของสังคมไทยสมัยนั้นไว้ด้วย เช่นตอนพระพินทองทรง

ว่าวแสดงถึงวิธีแข่งว่าวในสมัยโบราณ คือ
๏ เมื่อนั้น

พระพินทองว่องไวใจกล้า
ทรงว่าวอยู่หว่างกลางโยธา
ทอดกุลาคว้าประกบสบที
ติดปักเป้าเข้าจำปาคว้าไขว่
ปักเป้าไล่จะประกบไม่หลบหนี

วิ่งรอกชุลมุนวุ่นเต็มที
พอลมตีขาดลิ่วปลิวไป

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด
ตอนที่ท้าวมงคลราชมีราชสาส์นไปขอนางทัศมาลีให้พระพินทอง เมื่อราชทูตเข้าเฝ้าท้าวพรหม
ทัต กษัตริย์เมืองโรมวิถี ท้าวพรหมทัตทรงถามราชทูตตามธรรมเนียม “ปฏิสันถารสามนัด”

๏ เมื่อนั้น
ท่านท้าวพรหมทัดรังสรรค์
เห็นบรรณาการสาส์นสุวรรณ
ทรงธรรม์ปราศรัยไปทันที

พระองค์ผู้ดำรงนครา
ยังเปรมปราภิรมย์เกษมศรี

ข้าวกล้านาปรังตั้งต้นดี
ไพร่ฟ้าประชาชีสุขสำราญ
ทั้งหมู่ประจามิตรทิศใด
ไม่เบียดเบียนฤๅไรในสถาน
พวกท่านมานี่กี่วันวาร

จึ่งลุถึงสถานนัครา

สภาพบ้านเมืองที่ปรากฏในบทละครพระนิพนธ์หลายตอนสะท้อนให้เห็นสภาพของกรุงเทพฯ
ในสมัยที่แต่งได้เป็นอย่างดี เช่น
๏ ครั้นถึงยังซึ่งถนนหลวง
ฝูงคนทั้งปวงอยู่อึงมี่
นางดำเนินเดินดูพระบูรี
ตามแถววิถีทางจร
ร้านรายขายของทั้งสองฟาก
เมี่ยงหมากพฤกษาผ้าผ่อน
เครื่องแก้วแวววับซับซ้อน
ผ้าห่มนอนต่างต่างมาวางราย
ลางนางนั่งร้านขายพานถม
ดูสวยสมพริ้งเพริศเฉิดฉาย
ห่มสีทับทิมพริ้มพราย
นั่งขายเครื่องทองดูยองใย
ลางนางบ้างขายกระจกหวี
ห่มสีจำปาน่ารักใคร่
ขายเครื่องหอมหวนยวนใจ
นั่งร้อยมาลัยมะลิลา

บทละครเรื่องแก้วหน้าม้าเป็นที่รู้จักในสังคมไทยมาช้านาน ปัจจุบัน มีการนำเค้าเรื่องมาปรับ
เป็นละครโทรทัศน์และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง

การเสียชีวิต

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ประชวรด้วยพระโรคทุลาวะสะ
สิ้นพระชนม์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันศุกร์ เดือน
อ้าย ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะโรง อัฐศก จ.ส. 1218 ตรงกับวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.
2399 สิริพระชันษา รวม 56 ปี ครั้น ณ เดือน 4 ขึ้น 11 ค่ำ วันพฤหัสบดีที่ 5
มีนาคม พ.ศ. 2400 เจ้าพนักงานได้อัญเชิญพระศพกรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์

และกรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ 2 พระศพ มาลงเรือเอกไชยที่หน้าวัด
พระเชตุพน เวลา 2 ยามเศษ แห่ห้ามไปเข้าเมรุผ้าขาวที่หลังวัดอรุณราชวราราม
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการมหรสพ 2 วัน 2 คืน ครั้น ณ เดือน 4 ขึ้น 13
ค่ำ วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2400 เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงพร้อม

กันทั้ง 2 พระองค์

จัดทำโดย

น.ส.ปุณณนุช จาบกัน
ชั้น ม.5/3 เลขที่19


Click to View FlipBook Version