ประวิติศาสตร์สากล
จดั ทาโดย พ
นายฐิตพิ งศ์ คามา
ม5/2 เลขท1่ี 5
การแบ่งยุคสมยั ทางประวตั ศิ าสตร์
• การแบง่ ช่วงเวลาแบบสากล
จดุ มงุ่ หมายคือ แบง่ ชว่ งเวลาทางประวตั ศิ าสตร์ เป็นยคุ สมยั ตา่ งๆ เพ่ือให้
เกิดความสะดวกในการศกึ ษาเรอ่ื งราวของมนษุ ย์ ในอดตี ชว่ งเวลาทาง
ประวตั ศิ าสตรแ์ บบสากล แบง่ เป็น 2 สมยั คอื
1) สมัยก่อนประวตั ิศาสตร์
สมยั ก่อนประวตั ศิ าสตร์ เป็นชว่ งเวลาท่ีมนษุ ยไ์ มร่ ูจ้ กั การประดิษฐ์ตวั อกั ษร
ใช้ จงึ ยงั ไมม่ ีหลกั ฐานท่ีเป็นลายลกั ษณอ์ กั ษร ดงั นนั้ จงึ ตอ้ งอาศยั การ
วเิ คราะห์ และตีความจากหลกั ฐานทางโบราณคดีท่ีคน้ พบ เชน่ เคร่อื งประดบั
ท่ีทาจากหิน โครงกระดกู มนษุ ย์ และ โลหะ
1.1) ยคุ หิน เริ่มมาเม่ือ 500,000 ถงึ 4,000 ปี มาแล้ว
ยุคหนิ เก่า (500,000 -10,000 ปีมาแลว้ ) เป็นช่วงเวลาแรกของ
มนษุ ยชาติ มนษุ ยร์ ูจ้ กั ใชเ้ ครอ่ื งมือขวานหนิ กะเทาะ ในระยะแรก เครอ่ื งมือจะมี
ลกั ษณะหยาบ โดยนาหินกรวดแมน่ า้ มากะเทาะ ไมไ่ ดก้ ะเทาะหมดทงั้ กอ้ น ใน
ยคุ หินเก่า ดารงชีวิตอยา่ งเรร่ อ่ น ลา่ สตั วห์ าของป่ากินเป็นอาหาร
ยุคหินกลาง (10,000 – 6000ปี มาแล้ว)
เป็นชว่ งเวลาท่ีมนษุ ยร์ ูจ้ กั ทาเคร่อื งมือใชส้ าหรบั ลา่ สตั วด์ ว้ ยหินมีความประณีต
มากขนึ้ และ มนษุ ยย์ คุ หนิ กลางเร่มิ รูจ้ กั การอยรู่ วมเป็นกลมุ่ เป็นสงั คมมากขนึ้
ยคุ หินใหม่ (6000 – 4000 ปี มาแล้ว)
เป็ นช่วงเวลาทมี่ นุษยร์ ู้จักทาเครื่องมอื ดว้ ยหนิ ขัดเป็ นเรียบ เรียกว่า
ขวานหนิ ขัด ใช้ตดั เฉือน แบบมีด หรือ เพอ่ื ใช้เป็ นเคร่ืองมือขุดหรือ
ถาก มนุษยย์ ุคหนิ ใหม่มีความเจริญมากกว่ายุคก่อนๆ รู้จกั ตงั้ ถน่ิ ฐาน
เป็ นหลักแหล่ง รู้จกั เพราะปลูก เลีย้ งสัตว์
1.2)ยคุ โลหะ เป็ นช่วงทม่ี นุษย์มพี ฒั นาการด้านกานทาเครื่องมือ
ยุคสาริด (4,000 – 2,500 ปี มาแล้ว ) เป็ นช่วงเวลาทม่ี นุษยร์ ู้จกั ใช้
โลหะสาริด(ทองแดงผสมดบี ุก) ทาเครื่องมอื เคร่ืองใช้และเคร่ืองประดบั
อาศัยรวมอยู่กันเป็ นชุมชนขนาดใหญ่ รู้จักปลูกข้าวเลีย้ งสัตว์
ยคุ เหลก็ (2,500 – 1,500 ปี มาแล้ว )
เป็นชว่ งเวลาท่ีมนษุ ยร์ ูจ้ กั นาเหลก็ มาทาเป็นเครอ่ื งมอื เครอ่ื งใช้ มีคณุ ภาพดกี วา่
สารดิ การดารงชีวติ ดว้ ยเกษตรกรรม มีการตดิ ตอ่ คา้ ขายระหวา่ งชมุ ชนุ ตา่ งๆ
2.) สมยั ทางประวตั ศิ าสตร์
• เป็นยคุ สมยั ท่ีมนษุ ยร์ ูจ้ กั การประดิษฐ์ตวั อกั ษรมาใชแ้ ลว้ โดยไดม้ ีการบนั ทกึ
เรอ่ื งราวเหตกุ ารณต์ า่ งๆ เป็นลายลกั ษณอ์ กั ษร มกั พบอยตู่ าม ผนงั ถา้ แผน่ ดนิ
เหนียว แผน่ หินใบลาน และ แผน่ โลหะ
2.1) ประวัตศิ าสตร์สมยั โบราณ
เรม่ิ ตงั้ แตค่ วามเจรญิ ของอารยธรรม เมโสโปเตเมีย อารยธรรมอยี ปิ ต์ และ
อารยธรรม กรกี โรมนั จนกระท่งั สนิ้ สดุ ลงเม่ือกรุงโรม ซง่ึ เป็นศนู ยก์ ลางของ
จกั รวรรดิ ถกู ตแี ตกโดยพวกอนารยชนในปี พ.ศ.1019
2.2) ประวัตศิ าสตร์สมยั กลาง
เรม่ิ ภายหลงั กรุงโรม ( จกั รวรรดโิ รมนั ตะวนั ตก) ปี พ.ศ 1019 กระท่งั
ปี พ.ศ 1996 สมยั กลางจงึ สนิ้ สดุ ลง เม่ือชนชาตเตริ ก์ ท่ีนบั ถืออสิ ลาม
เขา้ โจมตกี รุงคอนสแตนตโิ นเปิล(จกั รวรรดโิ รมนั ตะวนั ออก)
2.3) ประวัตศิ าสตร์สมัยใหม่
เรม่ิ ภายหลงั กรุงคอสแตนติโนเปิล ถกู ตีแตก เม่ือปี พ.ศ1996 เป็นตน้ มา จน
สนิ้ สดุ สงครามโลกครงั้ ท่ี2 ในปี พ.ศ2488 มีเหตกุ ารณส์ าคญั หลายประการ
เชน่ การปฏริ ูปศาสนา การเกิดลทั ธิหรอื แนวความคดิ แบบเสรนี ยิ ม
ประชาธิปไตยคอมมิวนิสต์ ทางดา้ นเศรษฐกิจ มีการขยายตวั ทางการคา้ หรอื เรอื
สาเภา การแสวงหาดนิ แดนใหมแ่ ละปฏิวตั อิ ตุ สาหกรรม
เวบ็ ไซต์อ้างองิ
• https://sites.google.com/site/thananchaporn1
998/hnwy-kar-reiyn-ru-thi-1-wela-laea-kar-
baeng-yukh-smay-thang-prawatisastr/kar-
baeng-yukh-smay-thang-prawatisastr-
sakl?fbclid=IwAR1bgFDcVvoHlRvAXlroXhU4k
WPVmkB9w3s_omF7oJoAiiJE4kfpMUZf5_w