The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ส่งงาน เรื่องบรรยากาศ ม.5/3 เลขที่ 6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nathakritt Markmit, 2020-08-01 09:58:28

บรรยากาศ Atmosphere

ส่งงาน เรื่องบรรยากาศ ม.5/3 เลขที่ 6

Atmosphere

บรรยากาศ

ภมู ปิ ระเทศทีเกิดจากการกระทําของลม Name : นายณฐกฤต มากมติ ร
M : 5/3
การเปลียนแปลงทางบรรยากาศ
No : 6
การประสานความรว่ มมอื ทางดา้ นสงิ แวดล้อม
ระหวา่ งประเทศ

สารบญั

การเปลียนแปลงทางบรรยากาศภาค 1

- อุณหภมู ิ 2

- ความกดอากาศและลม 6

- ความชนื ในบรรยากาศ 15

ภมู ปิ ระเทศทีเกิดจากการกระทําของลม 21

การประสานความรว่ มมอื ทางด้านสงิ แวดล้อม 24
ระหวา่ งประเทศ

การเปลียนแปลงทาง
บรรยากาศภาค

1

การเปลียนแปลงทางบรรยากาศภาค

สงิ มชี วี ติ อาศัยอยูใ่ นชนั โทรโพสเฟยรข์ องโลกเท่านัน และมี
ปรากฏการณ์เกิดขนึ ได้แก่ ลมฟาอากาศและภมู อิ ากาศ

ระบบธรรมชาติสาํ คัญทีมเี ฉพาะบรรยากาศชนั โทรโพสเฟยร์

1.อุณหภมู ิ

2.ความกดอากาศ ลมกับทิศทางลม

3.ความชนื ในบรรยากาศ

2

อุณหภมู ิ

บรรยากาศชนั โทรโพสเฟยรไ์ ดร้ บั พลังงานความรอ้ นและแสงสวา่ งจากดวง
อาทิตยผ์ า่ นชนั บรรยากาศต่างๆลงมาจนถึงพนื โลก

พลังงานความรอ้ นจากการแผร่ งั สขี องดวงอาทิตยข์ องชนั บรรยากาศ 100%

การดดู ซบั การสะท้อน

พนื ดนิ และมหาสมุทร 51% เมฆ 20%
ชนั บรรยากาศ Atmosphere 16% ชนั บรรยากาศ Atmosphere 6%
เมฆ 7% ผวิ โลก 4%

3

อุณหภมู ิ

อุณหภมู ใิ นบรเิ วณสว่ นต่างๆของโลกแตกต่างกันไปตามการรบั พลังงานความ
รอ้ นและการแผร่ งั สขี องดวงอาทิตย์ ณ ตําแหนง่ ของโลกตามลักษณะต่างๆ

ขนึ อยูก่ ับ

1.ค่าของมุมทีรงั สดี วงอาทิตยต์ กสพู่ นื โลก
2.ฤดกู าล

3.ระยะใกล้ไกลระหวา่ งโลกกับดวงอาทิตย์

4

อุณหภมู ิ

4.ความแตกต่างระหวา่ งพนื ดินกับพนื นาํ

พนื ดนิ พนื นาํ

1.คายความรอ้ นไดไ้ ว 1.พนื นาํ คายความรอ้ นไดช้ า้
2.ไมถ่ ่ายเทความรอ้ นไปในทางลึก 2.มกี ารถ่ายเทความรอ้ นตาม
3.พนื ดนิ มกี ารระเหยนอ้ ย ความลึก
4.มคี วามรอ้ นจาํ เพาะตํา 3.พนื นาํ มกี ารระเหยสงู
4.มคี วามรอ้ นจาํ เพาะสงู

5

ความกดอากาศและลม

อากาศเปนสสารทีอยูไ่ ดด้ ว้ ยแรงดงึ ดดู ของโลก
ความกดอากาศเฉลียทีระดบั นาํ ทะเลมคี ่า 1013.2 มลิ ลิบาร์
โดยค่าความกดอากาศจะลดลงเมอื อยูส่ งู จากระดบั นาํ ทะเล

การลดลงของค่าความกดอากาศในระดบั ความสงู
ชนั โทรโพสเฟยรแ์ ละความหนาแนน่ ของแก๊สและ
ความกดอากาศทีลดลงนนั จะสง่ ผลต่อสขุ ภาพของสงิ มชี วี ติ

6

ความกดอากาศและลม

1.ทิศทางลม

ผลจากการหมุนรอบตัวเองของโลกทําใหท้ ิศทางการเคลือนที
ของลมเฉเบยี งเบนจากบรเิ วณความกดอากาศสงู ไปความกด
อากาศตํา

อากาศทีพดั จากบรเิ วณความกดอากาศสงู ของซกี โลกเหนอื
และซกี โลกใต้คือ ลมค้าตะวนั ออกเฉียงเหนอื พดั เบยี ดเขา้ หา
กันกับลมค้าตะวนั ออกเฉียงใต้ เปนบรเิ วณแคบๆ แถบ
เสน้ ศูนยส์ ตู ร เรยี กวา่ แนวรอ่ งความกดอากาศตํา

7

ความกดอากาศและลม

2.ประเภทของลม

2.1 ลมประจาํ เวลา
ลมเฉือยทีจะพดั ในชว่ งเวลาสนั ๆ สลับกันในเวลา
กลางวนั และ กลางคืน ไดแ้ ก่

ลมทะเล-ลมบก

ลมหบุ เขา-ลมภเู ขา
8

ความกดอากาศและลม

2.2 ลมประจาํ ถิน
ลมทีพดั ประจาํ ณ ถินใดหรอื ประเทศใดประเทศหนงึ
เชน่
2.2.1 ลมมสิ ตราล (Mistral)
ลมเหนอื ในประเทศฝรงั เศสทีพดั จากทีราบสงู ตอน
กลางผา่ นหบุ เขาทีมแี มน่ าํ โรน ลักษณะเปนลมเยน็
และแหง้

9

ความกดอากาศและลม

2.2.2 ลมสลาตัน (Selatan)
ลมรอ้ นและแหง้ พดั แถบหมูเ่ กาะภาคตะวนั ออกของ
อินโดนเี ซยี พดั จากทิศใต้สทู่ ิศเหนอื ประเทศไทย
เคยเรยี กลมพายุทีมคี วามรนุ แรงเกิดปลายฤดฝู น
เชน่ ไซโคลน หรอื ไต้ฝุน วา่ ลมสลาตัน

10

ความกดอากาศและลม

2.2.3 ลมชนี กุ (Chinook)
ลมตะวนั ตกเฉียงเหนอื ทีพดั จากชายฝงมหาสมุทร
แปซฟิ ก เขา้ สแู่ นวเทือกเขารอ็ กกี สง่ ผลทําใหพ้ นื ที
ทีอยูบ่ รเิ วณทีราบดา้ นทิศตะวนั ออกของเทือกเขา
รอ็ กกี มอี ากาสรอ้ นและแหง้ แล้ง เนอื งจากเปน
พนื ทีอับฝน

11

ความกดอากาศและลม

2.3 ลมประจาํ ฤดู

ลมทีพดั เปนประจาํ ฤดสู ลับชว่ งเวลายาวนานกวา่ ลม
ประจาํ ถิน ไดแ้ ก่ ลมมรสมุ โดยลักษณะเฉพาะคือ พดั
เปลียนทิศกลับตรงกันขา้ มในรอบป

2.3.1 ชว่ งฤดหู นาว

บรเิ วณความกดอากาศสงู ไซบเี รยี มกี ําลังแรงแผ่
ความกดอากาศออกโดยรอบ
ทิศทางลมทีผา่ นคาบสมุทรเกาหลีและญปี ุน
มรสมุ ตะวนั ตกเฉียงเหนอื
ลมทีผา่ นคาบสมุทรอินโดจนี เดกกัน และ อาหรบั
มรสมุ ตะวนั ออกเฉียงเหนอื

2.3.2 ชว่ งฤดรู อ้ น

บรเิ วณความกดอากาศสงู จากมหาสมุทรอินเดยี
และมหาสมุทรแปซฟิ กไหลเวยี นเขา้ สบู่ รเิ วณความ
กดอากาศตําแถบอัฟกานสิ ถาน
ทิศทางลมทีผา่ นคาบสมุทรเกาหลีและญปี ุน
มรสมุ ตะวนั ออกเฉียงใต้
ลมทีผา่ นคาบสมุทรอินโดจนี เดกกัน และ อาหรบั
มรสมุ ตะวนั ตกเฉียงใต้

12

ความกดอากาศและลม

แผนทีแสดงการเกิดมรสมุ

13

ความกดอากาศและลม

2.4 ลมประจาํ ป
ระบบลมทีมที ิศทางเบยี งเบนคงทีตลอดป

14

ความชนื ในบรรยากาศ

3.1 สถานะของนาํ ในอากาศ
ในบรรยากาศมนี า่ 3 สถานะ ไดแ้ ก่ ของแขง็ ของเหลว แก๊ส

3.2 เมฆ

กล่มุ ก้อนของไอนาํ ลอยอยูใ่ นอากาศ ลักษณะของเมฆม ี 3 ประเภท
ไดแ้ ก่ 

เมฆซรี ร์ สั เมฆคิวมูลัส เมฆสเตรตัส
15

ความชนื ในบรรยากาศ

การจาํ แนกเมฆตามลักษณะและลักษณะความสงู ทีเมฆลอย
ปรากฏในท้องฟาแบง่ เปน

เมฆระดับสงู พบทีระดบั ความสงู 6 กิโลเมตรขนึ ไป จนใกล้
บรรยากาศชนั โทรโพพอสทีมอี ุณหภมู ติ ําและมไี อนาํ นอ้ ย
เมฆระดับกลาง พบทีระดบั ความสงู 3 - 6 กิโลเมตร มลี ักษณะ
เปนละอองนาํ เล็กๆ มสี ขี าว บางครงั แตกเแน็ ก้อนคล้าย
ดอกกะหลํา
เมฆระดับตํา พบอยูส่ งู กวา่ ระดบั ผวิ โลกขนึ ไปไมเ่ กิน 3 กิโลเมตร
เปนชนั บรรยากาศทีมไี อนาํ อยูใ่ นบรรยากาศมากทีสดุ เมฆระดบั นี
สามารถเกิดฝนและหมิ ะได้

16

ความชนื ในบรรยากาศ

3.3 หยาดนาํ ฟา
เปนคํารวมชองสถานะต่างๆของนาํ ในบรรยากาศทีตกลงมาสู่
ผวิ โลกในลักษณะต่างๆ

ฝน (Rain)
หยาดนาํ ฟาทีเปนของเหลว

ฝนละออง (Drizzle)
ฝนทีมขี นาดเล็กมาก ฝนละอองนี

จะตกจากท้องฟาลงสพู่ นื ดนิ

ฝนนาํ แขง็  (Sleet)
หยดนาํ ฝนทีเกิดจากการ
เยอื กแขง็ เปนก้อนนาํ แขง็ กลมใส

17

ความชนื ในบรรยากาศ

หิมะ (Snow)
เกิดจากไอนาํ ในเมฆรวมตัวกันเปน
ผลึกนาํ แขง็ อยา่ งรวดเรว็ โดยไม่

ผา่ นการเปนหยดนาํ

ลกู เห็บ (Hail)
ก้อนนาํ แขง็ กลมตกลงมาจากเมฆ
คิวมูโลนมิ บสั มกั เกิดในขณะทีมี

พายุฝนฟาคะนอง

18

ความชนื ในบรรยากาศ

นอกจากหยาดนาํ ฟา ในบรรยากาศชนั โทรโพสเฟยร์ ยงั มปี รากฏการณ์
ทีเกิดจากไอนาํ ในอากาศ อุณหภมู ิ และฝุนละออง

หมอก (Fog)
เกิดจากไอนาํ ทีกลันตัวเปนละออง

อยูใ่ นอากาศ

นาํ ค้าง (Dew)
อุณหภมู ขิ องอากาศลดตําลงจน

ทําใหไ้ อนาํ ในอากาศเกิดการ
ควบแนน่ หรอื กลันตัวเปนหยดนาํ
พบหยดนาํ เกาะตามบนใบไม้ ใบ

หญา้

นาํ ค้างแขง็ (Frost)
การเกิดเกิดเหมอื นกับนาํ ค้าง
เพยี งแต่อุณหภมู ยิ อดหญา้ มคี ่า

ตํากวา่ 0 องศาเซลเซยี ส

*ชาวภาคเหนอื ของไทยเรยี กวา่ เหมยขาบ
ชาวภาคอีสานของไทยเรยี กวา่ แมค่ ะนงิ

19

ความชนื ในบรรยากาศ

ฟาหลัว / หมอกแดด (Haze)
เกิดจากอนภุ าคของฝุน ผงเกลือ
ลอยกระจดั กระจายอยูใ่ นบรรยากาศ

มกั เกิดในชว่ งฤดหู นาว
หมอกปนควนั (Smog)
เกิดจากหมอกและควนั พษิ จากแหล่ง
ต่างๆ เชน่ โรงงานอุตสาหกรรม
ท่อไอเสยี ซงึ เปนอากาศทีมมี ลพษิ ต่อ

ระบบทางเดนิ หายใจ

20

ภมู ปิ ระเทศทีเกิดจาก
การกระทําของลม

21

ภมู ปิ ระเทศทีเกิดจากการกระทําของลม

สภาพอากาศทีแหง้ และรอ้ นจดั จะมกี ระแสลมแรงและอาจเกิด
พายุทะเลทรายขนึ
1.1 ภมู ปิ ระเทศทีเกิดจากการกรอ่ นโดยลม

ลมพดั กรอ่ นหนิ ใหผ้ พุ งั ลงแล้วพดั พาเอาเศษหนิ ดนิ ทราย
ใหก้ ระจดั กระจายและไปตกสะสมทีอืน เชน่

เขารูปหงอนไก่ (Yardang)

ดาดหินทะเลทราย (Desert Pavement)

22

ภมู ปิ ระเทศทีเกิดจากการกระทําของลม

1.2 ภมู ปิ ระเทศทีเกิดจากการทับถมโดยลม
ลมพดั ตะกอนต่างๆไปตกทับถมกันในบรเิ วณหนงึ ซงึ หา่ งไกลจาก
แหล่งกําเนดิ เชน่
พลายา (Playa)

เนนิ ทราย (Sand dune)

23

การประสานความรว่ มมอื
ทางด้านสงิ แวดล้อม
ระหวา่ งประเทศ

24

การประสานความรว่ มมอื ทางด้านสงิ แวดล้อมระหวา่ งประเทศ

อนสุ ญั ญาเวยี นนา (The Vienna Convention)
อนสุ ญั ญาเวยี นนาตังขนึ เพอื ใหน้ านาประเทศรว่ มกันดาํ เนนิ การ
ปองกันชนั โอโซนในบรรยากาศมใิ หถ้ กู ทําลาย และรว่ มกันแก้ไขปญหา
สงิ แวดล้อมทีเกิดจารโู หวข่ องชนั โอโซน โดยสนบั สนนุ ใหเ้ กิดการวจิ ยั
และความรว่ มมอื ในการแลกเปลียนขา่ วสารระหวา่ งประเทศต่างๆ
นอกจากนอี นสุ ญั ญายงั ประกอบดว้ ยขอ้ ตกลงระหวา่ งประเทศทีจะลด
และเลิกการใชส้ ารเคมที ีก่อใหเ้ กิดการทําลายชนั โอโซนอีกดว้ ย

พธิ สี ารมอนทรอี อลวา่ ด้วยสารทําลายชนั บรรยากาศโอโซน 
สนธสิ ญั ญาสากลทีถกู กําหนดขนึ เพอื ควบคมุ , ยบั ยงั , และรณรงค์ให้
ลดการผลิตและการใชส้ ารทําลายชนั บรรยากาศโอโซน เพอื รกั ษาชนั
บรรยากาศโอโซนทีเรมิ จะสญู สลายไปเนอื งจากสารเหล่านี
สนธสิ ญั ญานมี ุง่ ไปทีการจาํ กัดการใชก้ ล่มุ สารประกอบประเภท
ไฮโดรคารบ์ อน-ฮาโลเจน ซงึ พบวา่ มสี ว่ นสาํ คัญในการทําลายชนั
บรรยากาศโอโซน โดยสารทําลายชนั โอโซนทังหมดนมี สี ว่ นผสมของ
คลอรนี หรอื โบรมนี ประกอบอยูด่ ว้ ย

25

การประสานความรว่ มมอื ทางด้านสงิ แวดล้อมระหวา่ งประเทศ

อนสุ ญั ญาสหประชาชาติวา่ ด้วยการเปลียนแปลงสภาพภมู อิ ากาศ
(UNFCCC)

- เรยี กรอ้ งใหป้ ระเทศอุตสาหกรรมลดการปล่อยก๊าซเรอื นกระจก
- อนสุ ญั ญาฯ เรมิ มผี ลบงั คับใชใ้ นป 2537
- ประเทศภาคีต่างเหน็ พอ้ งวา่ พนั ธกรณขี องประเทศพฒั นา แล้วทีมุง่ หวงั จะลด
การปล่อยก๊าซเรอื นกระจกกลับไปสทู่ ีระดบั การปล่อยในป 2533

พธิ สี ารเกียวโต (Kyoto protocol)

- ลดการปล่อยแก๊สเรอื นกระจก ลดปรมิ าณการปล่อยก๊าซเรอื นกระจก
- พธิ สี ารเกียวโตมมี ติเหน็ ชอบเมอื วนั ที 11 ธนั วาคม 1997 ในเกียวโต ประเทศ
ญปี ุน และมามผี ลใชบ้ งั คับเมอื วนั ที 16 กมุ ภาพนั ธ์ 2005
- กล่มุ ประเทศอุตสาหกรรม ลดปรมิ าณการปล่อยก๊าซเรอื นกระจก ซงึ ประกอบ
ดว้ ย คารบ์ อนไดออกไซด์ มเี ทน ไนตรสั ออกไซด์ ซลั เฟอรเ์ ฮกซะฟลอู อไรด์ ก๊าซ
ในกล่มุ ไฮโดรฟลโู อโรคารบ์ อน (HFCs) และเปอรฟ์ ลอู อโรคารบ์ อน (PFCs)

ความตกลงอาเซยี นวา่ ด้วยมลพษิ จากหมอกควนั ขา้ มแดน
(ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution)

ความตกลงทางดา้ นสงิ แวดล้อมทีลงนามในป ค.ศ. 2002 ระหวา่ งชาติสมาชกิ ใน
กล่มุ สมาคมประชาชาติแหง่ เอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ โดยมวี ตั ถปุ ระสงค์ในการลด
มลหมอกพษิ ในเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้

26


Click to View FlipBook Version