TKN TAK
พันธุพืชรมิ น้ํา
โครงการ
อนุรักษและฟนฟูพันธุพืชริมน้ําและพืชผัก
พ้ืนบานเพ่ือความม่ันคงทางอาหาร
ของบานหมองกวะ
eps 05 TKN TAK stnalp e
พั น ธุ์ พื ช ริม นาํ
บ้ า น ห ม่ อ ง ก ว๊ ะ
cies of riversid
ประวัตคิ วามเปนมา
"เมือ่ พืชผกั รมิ นํา้ เรม่ิ ลด บานหมองกวะ ตั้งอยูในพื้นท่ีตําบลแมจันมีระยะทางหางจากตัว
ลง จงึ กอ เกิด อําเภออุมผางประมาน 128 กิโลเมตร หรือตองใชเวลาประมาน
ถึง 4 ช่ัวโมงในการเดินทางในฤดูปกติแตถาเปนฤดูฝนอาจจะ
กระบวนการอนุรักษพ ืช ตองใชเวลามากกวา 5 ช่ัวโมงในการเขาถึง ชาวบานหมองกวะ
ผกั ริมนาํ้ โดยเครอื ขาย สวนใหญเปนพ่ีนองปกาเกอะญอมีการประกอบอาชีพเกษตรกร
ตน กลาชนเผา พ้ืนเมือง และอาศัยพืชผักตามฤดูกาลในไรหมุนเวียนและพืชริมนา้ํ ในการ
บริโภคเปนอาหาร
จงั หวัดตาก"
เครือขายตนกลาชนเผาพ้ืนเมืองจังหวัดตาก หรือ TKN
TAK จึงเห็นความสาํ คัญในการท่ีจะอนุรักษและฟนฟูพืชผัก
ริมน้ําเพื่อเปนแหลงอาหารใหกับชุมชน จึงไดจัดกิจกรรม
ภายใตชื่อโครงการอนุรักษและฟนฟูพันธุพืชริมน้ําและพืช
พักพ้ืนบานเพื่อความมั่นคงทางอาหาร บานหมองกวะ
อําเภออุมผาง จังหวัดตากขึ้น
ภายในกิจกรรมไดมีเด็กและเยาวชนกลุมเยาวชนคนตนทะเล
และผูรูทางดานพืชริมนา้ํ เขารวมประมาณ 70 คน โดยมีการจัด
กิจกรรมในการสาํ รวจเปนระยะทางตลอดริมนํ้าทั้งสองฝงเปน
ระยะ 2 กิโลเมตร และไดกําหนดระยะหางของพืชจากริมน้าํ
ประมาณ 2 เมตร เพ่ือใหเด็กและเยาวชนเขารวมไดเรียนรูพืชริม
น้าํ ชวงฤดูในการเก็บและชวงฤดูท่ีไมควรเก็บบริโภค ลักษณะ
ของพืช และการบริโภคสวนใดของพืชชนิดนั้นๆ รวมถึงการ
ประกาศเขตอนุรักษพืชริมน้าํ และสรางกฏในการอนุรักษพืชริม
นาํ้ ของชุมชนเพ่ือความม่ังคงทางอาหารของชุมชนสืบไป
ประโยชน
ยอดออน ดอกออน หนอออน นาํ มาปรุงอาหาร
ได้หลายเมนู อาทิ แกงออม แกงหวาย แกงจืด
รวมถึงลวกเปนผักจิ้มน้ําพริก เชน หวายโคก
หวายดง หวายหางหนู หวายน่ัง หวายขม
เปนตน
เงทคี วา หรือ หวายนา้ํ เพศผู
สรรพคุณ คอโพ
ราก ใบ แก่น/เนอื ไม้ ดอก และผล นาํ
มาใชเ้ ปนยาสมุนไพร ใชไ้ ดใ้ นหวาย
ทกุ ชนดิ ไดแ้ ก่ รกั ษาไข้ ลดพษิ จาก
สตั วต์ ่อย ใชข้ บั พยาธิ แก้อาการชกั
แก้เปนลม แก้หอบหดื ชว่ ยขบั
ปสสาวะ รกั ษาโรคท้องรว่ ง ท้องเสยี
และชว่ ยเจรญิ อาหาร
ประเภทไมพุม
ชวงเวลา
มกราคม-ธันวาคม
สรรพคณุ /ประโยชน
นํายอดออนมาตม หรือกินสดได
ประเภทไมยืนตน
ชวงเวลา
มกราคม - ธันวาคม
ป ร ะ เ ภ ท พื ช ล ม ลุ ก
ช ว ง เ ว ล า
ม ก ร า ค ม - ธั น ว า ค ม
เ ง ที มื่ อ ห รื อ
ห ว า ย นํ้า เ พ ศ เ มี ย
ส ร ร พ คุ ณ
1 . เ ถ า ห ว า ย มี ร ส เ ย็ น ก ร อ ย มี ส ร ร พ คุ ณ เ ป น ย า แ ก ไ ข ตั ว ร อ น แ ก ไ ข
อั น เ นื่ อ ง จ า ก ดี แ ล ะ โ ล หิ ต
2 . หั ว แ ล ะ ร า ก นาํ ม า ต ม กั บ น้าํ ด่ื ม เ ป น ย า แ ก ไ ข ดี ซ า น
3 . หั ว ใ ช ผ ส ม ใ น นํา้ ใ ห เ ด็ ก อ า บ แ ก พ ย า ธิ โ ด ย ใ ห อ า บ อ ย า ง น อ ย 1
เ ดื อ น
4 . ต น นาํ ม า ต ม กั บ น้ํา กิ น เ ป น ย า รั ก ษ า โ ร ค เ ก่ี ย ว กั บ ท า ง เ ดิ น ป ส ส า ว ะ
แ ล ะ ใ ช เ ป น ย า ขั บ ป ส ส า ว ะ ส ว น ต น ใ บ ด อ ก เ ห ง า แ ล ะ ท้ั ง ต น ก็ มี
ส ร ร พ คุ ณ เ ป น ย า ขั บ ป ส ส า ว ะ เ ช น กั น
5 . ใ บ มี ส ร ร พ คุ ณ เ ป น ย า ฝ า ด ส ม า น ใ ช รั ก ษ า บ า ด แ ผ ล
6 . ผ ล ใ ช เ ป น ย า รั ก ษ า เ ม็ ด ห น อ ง พุ พ อ ง
ป ร ะ โ ย ช น
ลาํ ต น มี ค ว า ม เ ห นี ย ว ส า ม า ร ถ นาํ ม า ใ ช ทาํ
เ ชื อ ก แ ล ะ ทํา เ ค ร่ื อ ง จั ก ส า น ไ ด
ย อ ด อ อ น ค น ใ น ส มั ย ก อ น จ ะ นาํ ม า ใ ช ส ร ะ ผ ม
ผ ล ใ ช เ ป น ย า เ บื่ อ เ นื่ อ ง จ า ก เ ม ล็ ด มี พิ ษ
นอ ถะเดาะ
หรือ
ผกั กูม
ประเภทไมยนื ตน
ชวงเวลา มกราคม - เมษายน
สรรพคุณ
1.เปลือกตน ใชป รงุ เปน ยาบํารุงรางกาย
2.แกน ใชตมกับนํา้ ดม่ื ชวยบํารุงกําลัง
3.รากและเปลอื กตน กมุ นํ้าใชเปนยาบํารุงกาํ ลงั ของสตรีได
4.รากใชแ ชน ้ํากนิ เปน ยาบํารุงธาตใุ นรางกาย
5.ใบชว ยทาํ ใหเจรญิ อาหาร อ่นื ๆ
ประโยชน
ยอดออนใชป รุงเปนอาหารไวร ับประทานได ดว ยการนาํ มาดองนํา้ เกลือตากแดด ทงิ้ ไว
ประมาณ 2-3 วนั แลวคอ ยนําไปปรงุ เปน อาหาร ดวยวิธกี ารแกงหรือการผดั กไ็ ด หรอื จะใช
ดอกและใบออนนาํ ไปดองหรือตม ใชเปนผกั จ้มิ น้าํ พริก นาํ มาปลกู เปน ไมประดับ หรือปลกู ไว
ตามรมิ หวยในพน้ื ที่ตนนํ้าของแมนา้ํ สายหลกั จะสามารถชวยลดการกัดเซาะริมตลิ่งไดเปน
อยา งดี และยงั ทนทานตอ นํ้าทวมขัง
ป ร ะ เ ภ ทพื ช ล ม ลุ ก
ช ว ง เ ว ล า
ม ก ร า ค ม - ธั น ว า ค ม
คทึ ี หรือ บอน
สรรพคุณ
1. น้าํ จากลําตนใตดินเปนยาแกไข
2. รากนาํ มาตมกับนาํ้ ด่ืมเปนยาแกอาการเจ็บคอและเสียงแหบ
แหง
3. รากนํามาตมกับนํ้าดื่มเปนยาแกทองเสีย
4. หัวใชเปนยาระบาย ชวยขับปสสาวะ
ประโยชน
ไหลและหัวใตดินนาํ มาลวกหรือตมรับประทานเปนอาหารได
สวนใบออนและกานใบออน สามารถนาํ มาใชทําอาหารประเภท
ตมได เชน แกงสม แกงกะทิ แกงบอน เปนตน หรือจะนํามาลอก
จิ้มน้าํ พริกรับประทาน แตตองทําใหสุกกอนจึงจะไมคัน โดยนาํ
มาตม 2-3 คร้ัง แลวค้ันเอานํา้ ทิ้งหรือนาํ ไปเผาไฟกอนนาํ มาใช
ปรุงอาหาร
จอลอดิ้เดอ หรือ
วา นรังจดื
ชวงระยะเวลา
มกราคม - ธันวาคม
ประเภทไมเลื้อย
สรรพคณุ
1.รากและเถาของรางจืดสามารถใชรบั ประทานเปนยาแกร อนใน
2.รางจดื มสี รรพคุณชว ยแกอ าการกระหายนา้ํ
3.ใบและรากของรางจดื มสี รรพคณุ ใชปรุงเปน ยาถอนพษิ ไขไ ด
4.ใบรางจืดมีสรรพคณุ ใชเ ปนยาพอกบาดแผลชว ยรักษาแผลไฟไหม นา้ํ
รอ นลวก
ประโยชน
ดอกออ นเปน ผักได โดยจะใชลวกกิน แกงกนิ ก็ทําไดเหมอื นกบั
ผักพน้ื บานทั่ว ๆ ไป นอกจากนีย้ งั นยิ มกนิ นาํ้ หวานจากดอก
รางจดื ทบี่ า นไดอีกดว ย
กิ๊กูเดาะ หรือ ผักกูด
สรรพคุณ
1. ใบผักกูดนาํ มาตมเปนนํ้าด่ืม ชวยแกไขตัวรอน
2. ผักกูดเปนผักท่ีมีคุณสมบัติชวยดับรอน ทาํ ให
รางกายปรับสภาพอุณหภูมิใหเขากับฤดูได
3. ชวยลดระดับคอเลสเตอรอลในเม็ดเลือด
4. ชวยบาํ รุงโลหิต เนื่องจากผักกูดเปนผักที่มีธาตุ
เหล็กมากท่ีสุด
ประโยชน
ยอดออนและใบออนนิยมนํามาบริโภค โดยนาํ มา
ปรุงเปนอาหารไดอยางหลากหลาย ดวยการนาํ
มายาํ ผัดไข ทําเปนแกงจืด นอกจากนี้ยังนิยมนาํ
มาใชลวกหรือตมใหสุก จิ้มกินกับนาํ้ พริก ใชเปน
ผักจ้ิมกินกับนํา้ พริก
ชวงเวลา
มกราคม - ธันวาคม
ประเภทพืชลม ลกุ
ป อเฆ อะ หรื อ ประเภทพชื ลมลุก
กระทื อ ชว งเวลา
สรรพคุณ มกราคม - ธนั วาคม
หัวหรือเหงา (รสขม เฝอน และเผ็ดเล็กนอย)
ชวยแกอาการเบ่ืออาหาร
ราก (รสขม เฝอนเล็กนอย) ชวยลดไข ชวยขับ
เสมหะ ลดอาการไอ
ประโยชน
หนอออนใช้รับประทานสดหรือลวกจิ้มน้ําพริก หรือรับ
ประทานเปนผักคูกับอาหาร รวมถึงใชหนอออนหรือหนอ
แกใสในตม แกงตางๆ ชวยในการดับกลิ่น และเพิ่มกล่ิน
หอม แกนลาํ ตนออน และยอดออนใชรับประทานเปน
ผักสดหรือลวกน้ํารอน รวมถึงใชประกอบอาหารจาํ พวก
ผัดเผ็ดตางๆ ใบใชหอขาว หอของ หอปงอาหาร
มะอิ
ประโยชน/สรรพคุณ
นําลูก ใบออน และตนออนมา
ตมหรือกินสด อื่นๆ
ประเภทพื ชล้ มลุ ก วา ผะโดะ หรือ ไผหก
ช่ วงเวลา
มกราคม - ธั นวาคม ป ร ะ โ ย ช น
ห น อ ไ ม รั บ ป ร ะ ท า น ไ ด ห น อ อ อ น
ใ ช ป ร ะ ก อ บ อ า ห า ร เ ช น แ ก ง
ลํา ต น ใ ช ทํา เ ป น ต อ ก เ พ่ื อ ใ ช
จั ก ส า น แ ล ะ มั ด สิ่ ง ข อ ง เ น้ื อ ไ ม ใ ช
ทํา โ ค ร ง ส ร า ง ต า ง ๆ ข อ ง บ า น เ ช น
ไ ม ก ร ะ ด า น ทาํ ฝ า บ า น ใ ช จั ก เ ป น
ต อ ก สํา ห รั บ ทาํ เ ค รื่ อ ง จั ก ส า น ใ ช ตี
เ ป น ฟ า ก ส ร า ง บ า น
อยา บอ หรือ กลวยปา
ส ร ร พ คุ ณ / ป ร ะ โ ย ช น
ย า ง นํา ม า ส ม า น แ ผ ล ห า ม เ ลื อ ด ผ ล ดิ บ แ ก ท อ ง เ สี ย ผ ล สุ ก เ ป น ย า ร ะ บ า ย
สาํ ห รั บ ผู ที่ เ ป น โ ร ค ริ ด สี ด ว ง ท ว า ร หั ว ป ลี แ ก โ ร ค เ ก่ี ย ว กั บ ลาํ ไ ส แ ก โ ร ค โ ล หิ ต
จ า ง ล ด นํา้ ต า ล ใ น เ ส น เ ลื อ ด ผ ล นาํ ม า กิ น ดิ บ รั ก ษ า แ ผ ล ใ น ก ร ะ เ พ า ะ ใ บ ก ล ว ย
เ ถื่ อ น ใ ช ห า ง ใ บ ต ม น้ํา กิ น แ ก ต ก เ ลื อ ด ร า ก ช ว ย ขั บ ป ส ส า ว ะ
เซญ าอ้อื หรือ จกิ นา
ส ร ร พ คุ ณ
1 . ใ ช รั ก ษ า เ ย่ื อ นั ย น ต า อั ก เ ส บ ( เ ม ล็ ด )
2 . นา้ํ ค้ั น จ า ก เ ม ล็ ด ใ ช เ ป น ย า ห ย อ ด ต า ไ ด ( เ ม ล็ ด )
3 . เ ป ลื อ ก ใ ช เ ป น ย า ล ด ไ ข แ ล ะ ใ ช รั ก ษ า ไ ข ม า ล า เ รี ย ( เ ป ลื อ ก )
4 . จิ ก นํ า มี ส ร ร พ คุ ณ ข อ ง ผ ล ช ว ย แ ก ห วั ด แ ก ไ อ ( ผ ล )
5 . ช ว ย แ ก อ า ก า ร ไ อ ใ น เ ด็ ก ( เ ม ล็ ด )
ประโยชน
ดอกและยอดออ นใชร บั ประทานเปน
ผักสดหรือผักจ้มิ กับแจว ลาบ น้ําตก
และขนมจีน ใหรสชาตมิ ันปนฝาด
ชวยเพ่มิ ความอรอ ย
ประเภทไมย้ นื ต้น
ช่วงเวลา
มกราคม - ธันวาคม
ประเภทไม้ยนื ต้น
ชว่ งเวลา
ตลุ าคม - ธนั วาคม
เดาะกา หรอื เพกา
ส ร ร พ คุ ณ
1 . ช ว ย บาํ รุ ง แ ล ะ รั ก ษ า ส า ย ต า ( ฝ ก อ อ น )
2 . ช ว ย ล ด ค ว า ม เ สี่ ย ง ข อ ง ก า ร เ กิ ด โ ร ค ม ะ เ ร็ ง ไ ด ( ฝ ก อ อ น )
3 . ใ ช เ ป น ย า บํา รุ ง ธ า ตุ ( ร า ก , ฝ ก อ อ น , เ พ ก า ทั้ ง 5 ส ว น )
4 . ช ว ย ทํา ใ ห เ จ ริ ญ อ า ห า ร ( ร า ก , ใ บ )
ป ร ะ โ ย ช น
นิ ย ม รั บ ป ร ะ ท า น ฝ ก อ อ น ห รื อ ย อ ด อ อ น ข อ ง เ พ ก า เ ป น ผั ก ส ว น
ด อ ก นิ ย ม นาํ ม า ต ม ห รื อ ล ว ก รั บ ป ร ะ ท า น ร ว ม กั บ นา้ํ พ ริ ก ล า บ
ก อ ย ยํา ห รื อ จ ะ นาํ ฝ ก อ อ น ไ ป ห่ั น ต า ม ข ว า ง เ ป น ช้ิ น เ ล็ ก ๆ ทาํ
เ ป น แ ก ง ผั ด ( ฝ ก มี ร ส ข ม ต อ ง นํา ไ ป เ ผ า ไ ฟ ใ ห สุ ก จ น ผิ ว น อ ก ไ ห ม
เ ก รี ย ม แ ล ะ ขู ด ผิ ว ที่ ไ ห ม ไ ฟ อ อ ก จ ะ ช ว ย ล ด ร ส ข ม ไ ด )
เงซ ู หรอื
หวายดํา
ประเภทพชื ลมลกุ
ตระกลู ปาลม
ชว งเวลา
มกราคม - ธันวาคม
ประโยชน
ลําตนแกจักหรือกรีดเปนเสน แลวตากแหง
นาํ มาใชทาํ เปนเชือกคลองชาง หรือทาํ เปนเชือกรัดของ
ยอดออน ดอกออน หนอออน นาํ มาปรุงอาหาร อาทิ
แกงหวาย แกงจืด รวมถึงลวกเปนผักจิ้มนํ้าพริก
สรรพคุณ
ราก ใบ แกน /เน้อื ไม ดอก และผล นํามาใชเปน ยาสมนุ ไพร ใชไ ดในหวายทกุ ชนิด
ไดแก รกั ษาไข ลดพิษจากสตั วต อย แกห อบหดื ชว ยขบั ปสสาวะ รกั ษาโรคทอง
รวง ทอ งเสยี และชวยเจริญอาหาร
ประเภทพืชลมลุก
ชวงเวลา มกราคม - ธันวาคม
นอโตโ ปล หรือ
ผักหนาม
ประโยชน
ยอดออน ใบออน และดอกออนผักหนามมีรสจืด (ถานําไปดองจะมีรส
เปร้ียว) สามารถนาํ มารับประทานเปนผักได โดยนาํ มาลวกหรือตมกับ
กะทิ หรือใชทาํ ผักดองแกลมแกงไตปลาและขนมจีน รับประทานรวมกับ
นา้ํ พริก หรือนําไปผัด ปรุงเปนแกง กานใบออนใชตมกินกับนาํ้ พริก
สรรพคุณ
ลําตนผักหนาม มีรสเผ็ดชา ใชเปนยาแกไอ แกกระหายนํา้ ขับเสมหะ
ขับปสสาวะ แกปสสาวะเหลืองหรือแดง ผิวหนังเนาเปอยเปนหนอง
ใชตมเอานา้ํ อาบแกอาการคันเนื่องจากพิษหัด เหือด ไขออกผ่ืน
ช วงเวลา : มกราคม - ธั นวาคม
ประเภทไม ยื นต นตระกู ลปาล ม
โฮะ หรอื เตาราง
สรรพคุณ ประโยชน
ใชรากเตารางแดงนํามาตม ยอดออ นใชป รงุ เปนอาหารรับประทาน จะ
กับนํ้าด่ืมเปนยาบํารุงกาํ ลัง นํามาตม ลวก แกง หรอื ผดั กะทิก็ได แลว นาํ
ไปเปน อาหารกินแกลมกับแกงหรอื นํ้า
ชวยทาํ ใหรางกายแข็งแรง พริก[1],[3],[11] บา งกใ็ ชร ับประทานสด ๆ
หัวออน ๆ ใชกินเปนยาแกไข อกี สวนคือใชแกนในของลาํ ตน (แกนในยอด
จับสั่น บาํ รุงตับและปอด ออ นบริเวณโคนตน) นาํ มาประกอบอาหาร
เชน ทาํ แกง (แตต อ งทาํ ใหสุกเสียกอ น)
แกลม รับประทานกับนาํ้ พรกิ
แหนะมอ่ื หรอื เตย ช่ว ง เ ว ล า ม ก ร า ค ม - ธัน ว า ค ม
ปา ป ร ะ เ ภ ท พื ช ล้ ม ลุ ก ต ร ะ กู ล ป า ล์ ม
ป ร ะ โ ย ช น / ส ร ร พ คุ ณ
เปนไมประดับ ปลูกไวเปนแนวสําหรับ
บังลมและเปนแนวรั้วไดดี เน่ืองจาก
แ ต ก ห น อ แ น น ทึ บ แ ล ะ มี ห น า ม แ ห ล ม
รากแกพิษไข ปรุงเปนยาแกปสสาวะ
พิการ แกหนองใน แกน่ิว ถิ่นกาํ เนิด
ชอบขึ้นตามชายนํา้ ริมทะเล นาํ มาใช
ป ร ะ โ ย ช น ใ น รู ป แ บ บ เ พื่ อ ก า ร ท อ ส า น
แ ล ะ จั ก ส า น ผ ลิ ต ภั ณ ฑ ต า ง ๆ
ป ร ะ เ ภ ท พื ช ล ม ลุ ก ร อ เ ลื้ อ ย
ช ว ง เ ว ล า
ม ก ร า ค ม - ธั น ว า ค ม
ป ร ะ โ ย ช น
แ ก ง ลาํ ต น อ อ น ต ม แ ล ะ อื่ น ๆ
ชิบอโบ
ช ว ง เ ว ล า ก ร ก ฎ า ค ม - กั น ย า ย น
ป ร ะ เ ภ ท พื ช ล ม ลุ ก ต ร ะ กู ล ป า ล ม
เตอะคอ หรือ ระกํา
ประโยชน
ระกําสามารถนาํ มาปรุงรสเปรี้ยวในอาหารได อยางเชน ตมยาํ , ตมสม, น้ํา
พริก, ขาวยํา เปนตน ใชรับประทานเปนผลไมสดหรือทาํ เปนของหวานได ไม
ของตนระกาํ เมื่อลิดเอาหนามออกหมดสามารถนาํ มาใชกั้นทาํ เปนฝาบานได
ส ร ร พ คุ ณ
1. ผลระกําใชรับประทานเปนยารักษาอาการไอ
2. ชวยรักษาอาการไขสาํ ประชวร (แกน)
3. ใชเปนยาขับเสมหะ (ผล, แกน)
4. ชวยรักษาเลือด รักษากําเดา (แกน)
5. ชวยในการยอยอาหาร
ฉิโพเกว หรือ
ส า บ เ สื อ
สรรพคุณ :
ดอกสาบเสือมีสรรพคุณชวยชูกาํ ลัง แกอาการออนเพลีย
ชวยบํารุงหัวใจ ชวยแกกระหายนาํ้ ดอกชวยแกไข ใบชวย
แกตาฟาง ตาแฉะ
ประโยชน :
ชวยแกผมหงอก ทาํ ใหผมดกดํา ดวยการใชใบสาบ
เสือนาํ มาตําแลวใชหมักผมเปนประจาํ ไมนานจะทาํ
ทําใหเสนผมดูดกดําข้ึน ใบสาบเสือมีฤทธ์ิในการ
กําจัดปลวก ไลแมลง ฆาแมลงได ท้ังตนและใบ
สามารถนาํ มาใชในการบาํ บัดนํ้าเนาเสียได
ชวงเวลา มกราคม - ธันวาคม
ป ร ะ เ ภ ท พื ช ล ม ลุ ก
ช ว ง เ ว ล า ม ก ร า ค ม - ธั น ว า ค ม
ป ร ะ เ ภ ท พื ช ล ม ลุ ก
นอเตอหมี่ หรอื
ผกั เผ็ด
ประโยชน
สามารถนํามาใชรับประทานเปนผักสดแกลมกับอาหารคาวเพื่อชวย
ดับกล่ินและชวยเพิ่มรสชาติ สวนยอดออนและดอกออนใชลวกรับ
ประทานรวมกับนํ้าพริก แกลมกับลาบ
สรรพคุณ
1. ตนสดมีรสเผ็ดรอน ชวยทาํ ใหเจริญอาหาร สวนดอกก็มีรสเผ็ด
รอน ชวยในการเจริญอาหาร ชวยกระตุนและเรียกนาํ้ ลายได
เชนกัน
2. ใชเปนอาหารบาํ รุงธาตุสําหรับสตรีหลังคลอดบุตรและมี
อาการวิงเวียนศีรษะ (ไมระบุสวนที่ใช)
3. ท้ังตนมีรสเอียนและเบื่อเล็กนอย ชวยแกพิษตานซางได
ลา ขะลา หรอื คลา
ประโยชน/สรรพคุณ
1. เหงาหรือหัวมีรสเย็นใชกินเปนยาแกไข รักษาอาการพิษ
ไข ไขเหลือง ไขเหนือ ไขปอดบวม ไขกาฬ ไขจับสั่น
กระทุงพิษไขหัว ไขรากสาด ไขหัด ชวยดับพิษไขทั้งปวง
แกเหือดหัด อีสุกอีใส ฝดาษ ประดง ชวยรักษาอาการ
รอนในกระหายนํา้ ชวยลดความรอนในรางกาย
2. ตนนํามาตากแหง ใชในการจักสาน เชน การสานเสื่อ
เปนตน
3. ใชปลูกเปนไมประดับในบริเวณบานท่ัวไป ใชตกแตงสวน
นํา้ หรือใชปลูกตามสถานท่ีตาง ๆ
ประเภทพชื ลม ลกุ
ชวงเวลา มกราคม - ธันวาคม
ชวงเวลา
มกราคม - ธันวาคม
ประเภทไมพุมยนื ตน
กะซีพ่ วอ หรอื
ใบชมุ เหด็ เทศ
ส ร ร พ คุ ณ
แก โรคข้ี กลากข้ี เกลื้ อน แก ท องอื ด ช วยลดระดั บน้าํ ตาลในเลื อด
ด วยการใช ใบสดหรื อแห งประมาณ 1 กาํ มื อ หรื อจะใช ชงเป นชา
ด่ื มต างเมื่ อระดั บน้ําตาลในเลื อดลดเป นปกติ ดี แล วก็ ให ต มใบยอ
ดื่ มอี ก 3 สั ปดาห ก็ จะหายขาดจากโรคเบาหวาน
ประ โ ยชน
1. ดอกสด ยอดอ อน สามารถนาํ มาต มหรื อลวกรั บ
ประ ทานเ ป นผั กจ้ิ มไ ด โ ดยยอดอ อนจะ มี รสชาติ ขม
2. การดื่ มชาชงจากชุ มเ ห็ ดเ ทศเ ป นประ จาํ จะ ช วยลด
สิ ว ฝ า กระ และ ทําใ ห ผิ วพรรณผ องใ สไ ด
ชวงเวลา
มกราคม - มีนาคม
บอเตอะโล หรือ จาก
ประโยชน
1. ตนจากที่เหลือใช สามารถนํามาใชทําเปนเชื้อเพลิงได
2. ของลูกจากออนหรือผลออนสามารถนําไปแกงทําเปน
อาหาร ตมกินกับนาํ้ พริก ใชเปนผักเหนาะนํา้ พริก กินรวม
กับแกงกะทิ หรือลูกจากหนุมก็ผาเอาเมล็ดมารับประทาน
สดเปนผลไมได หรือใชเชื่อมรับประทานเปนขนมหวานหรือ
รับประทานรวมกับไอศกรีมก็อรอย
3. ผลจากที่สุกแลวจะมีเนื้อเยื่อสีขาวและใส นุม มีรสหวาน ใช
รับประทานเปนของหวาน หรือท่ีเรียกวา "ลูกจากเช่ือม"
สรรพคุณ
ใบจากนาํ มาใชตมดื่มแกอาการทองรวงได
กลีบดอกของดอกจากสามารถนาํ มาใชเปนสวน
ผสมของชาสมุนไพรได
ประเภทไมลมลุกตระกูลปาลม
ช วงเวลา
มกราคม - ธั นวาคม
เตอะบลื่อวา
หรอื ใบพลู
ประโยชน ใบสดรับประทานคูก บั หมาก ดบั กล่นิ
ปาก ใชเค้ียวแลว คายทง้ิ วันละ 2-3 ครั้ง ชว ยดบั
กลิน่ ปากได ดับกลิน่ กาย ใชใ บสดขยี้ใหแหลกแลว
ใชทาถทู ใี่ ตร กั แรเ ปนประจาํ
สรรพคุณ ใบ ชวยกระตุนนา้ํ ลาย ขับเสมหะ ขับ
เหงื่อ แกปวดทอง แกลมพิษและฆาพยาธิ รักษา
แผลชํ้าบวม เลือดกําเดาออก แกลมพิษ แก
อาการคัน นา้ํ มันจากใบ แกคัดจมูก อมกลั่วคอ
แกเจ็บคอ มีฤทธ์ิยับยั้งการเจริญเติบโตของเช้ือ
แบคทีเรียหลายชนิด
ป ร ะ เ ภ ท ไ ม เ ลื้ อ ย
ช ว ง เ ว ล า
เมษายน - พฤษภาคม
ป ร ะ เ ภ ท ไ ม ยื น ต น
แ ส ะ ห รื อ ป ร ะ โ ย ช น
หมาก ย อ ด อ อ น ข อ ง ลํา ต น ส า ม า ร ถ นาํ ม า รั บ
ป ร ะ ท า น เ ป น อ า ห า ร จํา พ ว ก ผั ก ไ ด จั่ น
ห ม า ก ห รื อ ด อ ก ห ม า ก เ มื่ อ ยั ง อ อ น อ ยู ก็
ใ ช รั บ ป ร ะ ท า น เ ป น อ า ห า ร ไ ด เ ช น กั น
ส ว น ลู ก แ ก รั บ ป ร ะ ท า น คู กั บ ใ บ พ ลู
ส ร ร พ คุ ณ
1 . ผ ล อ อ น มี ร ส ฝ า ด ห ว า น เ ป น ย า ช ว ย ทํา ใ ห เ จ ริ ญ อ า ห า ร
2 . เ ป ลื อ ก ผ ล มี ส ร ร พ คุ ณ เ ป น ย า บํา รุ ง ธ า ตุ
3 . ร า ก มี ร ส ฝ า ด เ ย็ น มี ส ร ร พ คุ ณ เ ป น ย า แ ก โ ร ค ก ษั ย
4 . ผ ล ใ ช เ ป น ย า แ ก โ ร เ บ า ห ว า น
5 . ใ บ มี ส ร ร พ คุ ณ เ ป น ย า แ ก ไ ข แ ก ห วั ด ( ใ บ ) [ 2 ]
6 . ร า ก ห ม า ก ใ ช ผ ส ม กั บ ร า ก ม ะ พ ร า ว ใ ช กิ น เ ป น ย า แ ก พิ ษ
ผิ ด สาํ แ ด ง ไ ข
โกจี หรือ มะละกอ
ชวงเวลา กรกฎาคม - ตุลาคม
ประเภทไมลมลุก
สรรพคุณ
1. มีสวนชวยกระตุนใหมารดามีนาํ้ นมมากข้ึน
2. มะละกอมีสวนชวยในการบาํ รุงประสาทและสมอง
3. มะละกอมีเอนไซมที่เปนยาชวยยอยอาหาร
4. ชวยปองกันลักปดลักเปดหรือเลือดออกตามไรฟนได
ประโยชน
1. ชนํามารับประทานเปนผลไมหรือของวาง
2. ใชนาํ มาปรุงเปนอาหาร เชน แกงสม สมตาํ นาํ มาแปรรูป
การแปรรูปมะละกอ เชน มะละกอแชอิ่ม มะละกอแผน
แยมมะละกอ มะละกอเช่ือม เปนตน
ตะกิ้
ส ร ร พ คุ ณ / ป ร ะ โ ย ช น
ย อ ด ใ บ อ อ น ผิ ง ไ ฟ
ต ม รั บ ป ร ะ ท า น คู กั บ นา้ํ พ ริ ก
ช ว ง เ ว ล า
ม ก ร า ค ม - ธั น ว า ค ม
ป ร ะ เ ภ ท ไ ม พุ ม
เซบอลอสา หรอื ฝรงั่
ส ร ร พ คุ ณ / ป ร ะ โ ย ช น
ใ ช ผ ล โ ต เ ต็ ม ท่ี แ ต ไ ม สุ ก รั บ ป ร ะ ท า น เ ป น ผ ล ไ ม จ ะ เ ป น
ผ ล ไ ม ที่ ช ว ย บาํ รุ ง เ ห งื อ ก แ ล ะ ฟ น ช ว ย ล ด นํ้า ต า ล ใ น
เ ลื อ ด รั ก ษ า ท อ ง ลํา ไ ส ไ ม ใ ห ผู ก ช ว ย บํา รุ ง ผิ ว พ ร ร ณ ค น
ที่ ช อ บ เ ป น ฝ เ ป น แ ผ ล พุ พ อ ง ถ า รั บ ป ร ะ ท า น ฝ ร่ั ง บ อ ย ๆ
ก็ ช ว ย บ ร ร เ ท า ล ง ไ ป ไ ด ใ ช ใ บ ส ด ล า ง น้ํา ใ ห ส ะ อ า ด ตาํ ใ ห
ล ะ เ อี ย ด พ อ ก แ ผ ล ท่ี มี เ ลื อ ด อ อ ก เ ลื อ ด จ ะ ห ยุ ด
ป ร ะ เ ภ ท ไ ม ยื น ต น
ช ว ง เ ว ล า ม ก ร า ค ม - ธั น ว า ค ม
เซเซอตา หรือ
ตนสามงาม
สรรพคุณ/ประโยชน
แกงยอดออน ตมใบอออนไวรับประทานกับนํ้าพริก
ชวงเวลา
มกราคม - ธันวาคม
ประเภทพืชลมลุกรอเล้ือย
เตอะเออหนา หรอื มะเด่ือ
ชวงเวลา มกราคม - เมษายน
ประเภทไมยืนตน
ประโยชน
ลูกสามารถกินสด หรือแชดองไวรับประทานกับน้าํ พริก
เปนผลไมที่เหมาะสําหรับผูปวยเบาหวาน เปนผลไมท่ีเหมาะอยางมากสาํ หรับผูท่ีตองลดนํา้
หนักหรือควบคุมน้ําหนัก จึงรับประทานได ชวยคงความออนเยาวและชะลอการเกิดริ้วรอย
แหงวัย
สรรพคุณ
ใชเปนยาระบาย ปองกันอาการทองผูก
ชวยปองกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลําไสใหญ
ชวยปองกันน่ิวในไตและกระเพาะปสสาวะอักเสบ
ชว งเวลา กันยายน - กุมภาพนั ธ
เตอะกอขะทอเด หรือ
มะเขือพวง
สรรพคุณ
นาํ รากมาตมกิน แกอาหารเปนพิษ
ชวยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
ชวยลดความเครียดออกซิเดชันในผูปวยเบาหวาน
ชวยใหรางกายผอนคลาย งวงนอน
ใชเปนยาระงับประสาท (ใบสด)
ประโยชน
นําลูกออนนําผลมาใชประกอบอาหารไดหลากหลายเมนู ไมวาจะเปน
แกงปา แกงค่ัวปลาไหล แกงออมปลาดุก แกงเขียวหวาน แกงเนื้อ น้ํา
พริกกะป นา้ํ พริกแมงดา น้าํ พริกไขเค็ม ปลาราทรงเคร่ือง ผัดเผ็ด
เปนตน หรือทํานํา้ พริกมะเขือได
ป ร ะ เ ภ ท พื ช ล ม ลุ ก
วา กล้อื หรือ
ไผสีสกุ
ช ว ง เ ว ล า
มิ ถุ น า ย น - ตุ ล า ค ม
ประเภทไมยนื ตน
สรรพคุณ ราก (รสจืด นํามาตมนํา้ ด่ืม) ชวยละลายเสมหะ แกอาการทองเสีย ทองรวง ชวยขับลม
ประโยชน หนอไผมีขนาดใหญ เน้ือมีสีขาว เน้ือดิบมีรสเฝอน และขมเล็กนอย เหมาะสําหรับประกอบ
อาหารจาํ พวกแกงหนอไม แกงเลียง แกงจืด และแปรรูปเปนหนอไมดอง ไมเหมาะทําซุปหนอไม
ส ร ร พ คุ ณ ง้ื อซอป อดวา หรื อ
หญ าถอดปล อง
ทั้ ง ต น ขั บ ป ส ส า ว ะ ขั บ น่ิ ว บํา รุ ง ไ ต รั ก ษ า
บ า ด แ ผ ล แ ก ป ว ด ต า ม ข อ แ ก ป ว ด ก ร ะ ดู ก หั ก ชวงเวลา มกราคม - ธันวาคม
ห รื อ เ ด า ะ แ ก อ า ก า ร ป ว ด ห ลั ง ป ว ด เ อ ว แ ก โ ร ค ประเภทไมรอเลือ้ ย
บิ ด แ ล ะ ช ว ย เ จ ริ ญ อ า ห า ร ส ม า น แ ผ ล รั ก ษ า
แ ผ ล ใ น ก ร ะ เ พ า ะ อ า ห า ร รั ก ษ า โ ร ค เ ก า ต ส ร า ง
ค ว า ม แ ข็ ง แ ร ง ข อ ง ผ ม
ป ร ะ โ ย ช น
นาํ ทั้ ง ต น ม า ต ม กั บ นา้ํ ด่ื ม รั บ ป ร ะ ท า น ห รื อ
นาํ ทั้ ง ต น ต า ก แ ห ง แ ล ว ใ ช เ ข า ย า รั ก ษ า น่ิ ว
ร ว ม กั บ ก ะ ซิ เ พ เ ป ร แ ก อ า ก า ร ป ว ด ท อ ง
ป ส ส า ว ะ ไ ม อ อ ก ห รื อ นาํ ท้ั ง ต น นํา ม า ทุ บ แ ล ว
ใ ช ถู รั ก ษ า แ ผ ล
พอโท้เตอะเล หรอ
กระดูกไกด่ ํา
สรรพคณุ / ประโยชน
ใบเม่อื นํามาตาํ แลวใหค ั้นเอาแตนาํ้ มาใชผ สม
กับเหลารับประทานเปน ยาแกไ อ รากเปนยา
แกทอ งเสยี นาํ้ ค้นั จากใบใชเปนยาทาแก
อาการปวดทอ ง ใบนํามาตม กับนมรบั
ประทานเปน ยาแกทอ งรวงอยา งแรง น้าํ คัน้
จากใบใชผ สมกับเหลารับประทานเปนยาขบั
ปสสาวะ รากและใบนาํ มาตาํ ผสมกนั ใชเ ปน
ยาพอกถอนพษิ จากแมลงสตั วกัดตอ ย ใชราก
เปน ยาทาเด็กท่เี ปนเม็ดตมุ ขนึ้ ตามตวั
ชว งเวลา มกราคม - ธันวาคม
ประเภทพชื ลม ลกุ
นาปอจอ่ หรอ ดีหมี
สรรพคณุ
เปลอื กตนนํามาตม กบั นํ้าด่ืมเปนยารกั ษามะเรง็
ใชแกนตม กับนํ้าด่ืมเปนยาแกไข หรอื จะใชทัง้ 5
สวน (ราก, ตน , ใบ, ดอก, ผล) นํามาตม กบั น้ําดม่ื
เปนยาแกไ ขต วั รอ น ชวยดบั พิษไขกไ็ ด และอาบเปน
ยาแกไ ข รกั ษาไขม าลาเรยี
ประโยชน
ใบสด ๆ นําไปลวกกินเปน เมย่ี งได
ขอ ควรระวงั ! : ใบดหี มมี ีพษิ น้าํ ตมจากใบอาจทําให
สตรีมคี รรภแทง บุตรได
ชว งเวลา มกราคม - ธันวาคม
ประเภทไมย นื ตน
เตอะเพ หรอื ชวงเวลา มกราคม - ธันวาคม
มะกอก
ประเภทไมยืนตน
สรรพคุณ
1.เปลือกตน ใบ และผล ใชกินเปน ยาบาํ รงุ ธาตใุ นรางกาย
2.เนื้อในผลมสี รรพคุณชว ยแกธาตพุ ิการ เพราะน้ําดีไมปกตแิ ละกระเพาะอาหารพิการ
ผลมีรสเปรี้ยวอมหวาน สรรพคณุ ชวยแกโ รคขาดแคลเซียมได
ประโยชน
ผลใชรับประทานเปนผลไมได สวนผลสุกจะ
นิยมนํามาใสสมตํา นา้ํ พริก ยาํ และใชประกอบ
อาหารอ่ืน ๆ ที่ตองการรสเปร้ียว โดยจะมีรส
เปร้ียวและฝาดเล็กนอย ยอดออนใชรับ
ประทานเปนผักได โดยใชรับประทานทั้งสุก
และดิบรวมกับน้ําพริก ลาบ สมตาํ ยางจากตน
มีลักษณะใสเปนสีนา้ํ ตาลปนแดง ไมละลายนา้ํ
แตจะเกิดเปนเมือก สามารถนาํ มาใชติดของ
ชวงเวลา มกราคม - ธันวาคม
เชอที หรือ มันแกว
สรรพคุณ /ประโยชน
สามารถชวยลดความเส่ียงของการเกิดโรคมะเร็งลําไสใหญ ชวยยับย้ังการเจริญเติบโต
และการแพรกระจายของมะเร็งในลําไสใหญไปยังสวนอื่น ๆ ของรางกายได ใบมันแกวมี
สรรพคุณเปนยาถายพยาธิ ใบมีสรรพคุณใชในการรักษาโรคผิวหนังกลากเกล้ือน
ป ร ะ เ ภ ท พื ช ล ม ลุ ก
สาปลาทีปอ
ช ว ง เ ว ล า ม ก ร า ค ม - ธั น ว า ค ม
ป ร ะ เ ภ ท พื ช ไ ม ยื น ต น
สรรพคุณ/ประโยชน
ยอดใบออนกินสดและตมรับประทานคูนา้ํ
พริก แกงใสหมู อื่นๆ
ส ร ร พ คุ ณ / ป ร ะ โ ย ช น
ห น อ ห ว า ย มี ร ส ข ม นาํ ม า ป รุ ง
อ า ห า ร ก อ น นํา ไ ป ป รุ ง อ า ห า ร ต อ ง
นํา ไ ป ต ม ใ ห ห า ย ข ม จ า ก น้ั น นํา ไ ป ทาํ
แ ก ง เ ช น แ ก ง อ อ ม ห ว า ย ต ม กั บ นํา้
ใ บ ย า น า ง ห รื อ จ ะ ด อ ง จ้ิ ม นํ้า พ ริ ก
ห น อ ห ว า ย ช ว ย เ จ ริ ญ อ า ห า ร ล ด
ภ า ว ะ เ ค รี ย ด ช ว ย ส ง เ ส ริ ม
ส ม ร ร ถ ภ า พ ท า ง เ พ ศ ช า ย เ น้ื อ หุ ม
เ ม ล็ ด รั บ ป ร ะ ท า น ไ ด
ป ร ะ เ ภ ท พื ช ล ม ลุ ก
ช ว ง เ ว ล า
ม ก ร า ค ม - ธั น ว า ค ม
เงฆ ะโปล หรือ
หวายขม
เตอะแหย หรือ
หวายหวาน
ชวงเวลา มกราคม - ธันวาคม
ประเภทพืชลมลุก
สรรพคุณ/ประโยชน
ตนออนแกงขาวเบอะ หนอหวาย มีรสหวาน นาํ มา
ปรุงอาหาร กอนนําไปปรุงอาหารตองนําไปตม จาก
นั้นนําไปทาํ แกง เชน แกงออมหวายตมกับนา้ํ ใบยานาง
หรือจะดอง จิ้มน้ําพริก หนอหวาย มีธาตุสังกะสี ใน
ปริมาณสูง ใชเสริมธาตุสังกะสี ชวยเจริญอาหาร ลด
ภาวะเครียด ชวยสงเสริมสมรรถภาพทางเพศชาย
เน้ือหุมเมล็ด รับประทานได
เ ฆ า ะ ที ส า ห รื อ ส้ั น นํ้า
ชวงเวลา มกราคม
ประเภทไมยืนตน
เน้ื อหาในฉบั บน้ี :
ประโยชน/สรรพคุณ
ลูกใชรับประทานเลน ผลไมปา
โกส า หรอื ลาํ แพน
ชวงเวลา กุมภาพันธ - เมษายน
ประเภทไมยืนตน
สรรพคุณ/ประโยชน
ใบหรือผลตมนา้ํ ด่ืม ชวยบรรเทาอาการทองรวง ทองเสียจากอาหาร
เปนพิษ ผลลาํ แพนมีรสเปรี้ยวอมฝาด นิยมใชทําผลไมดองเค็ม ผล
ลาํ แพนใชทาํ ขนมลําแพนกวน กานเกสรตัวผูของดอกกําลังบานนํา
มาลวกเปนผักคูกับขาวหรือใชประกอบอาหาร
พูเกอะดา หรือ ตนเฟรน
ส ร ร พ คุ ณ / ป ร ะ โ ย ช น
ท้ั ง ต น มี ร ส ข ม เ ล็ ก น อ ย เ ป น ย า เ ย็ น มี พิ ษ
เ ล็ ก น อ ย อ อ ก ฤ ท ธิ์ ต อ ตั บ ก ร ะ เ พ า ะ แ ล ะ
ลาํ ไ ส ใ ช เ ป น ย า ทาํ ใ ห เ ลื อ ด เ ย็ น แ ก อ า ก า ร
ร อ น ใ น แ ก พิ ษ ช ว ย ขั บ น้าํ ชื้ น ใ น ร า ง ก า ย ใ ช
ป ลู ก เ ป น ไ ม ป ร ะ ดั บ ท่ั ว ไ ป ใ ช ป ร ะ ดั บ ต ก แ ต ง
อ า ค า ร แ ล ะ จั ด ส ว น ไ ด ดี
ชว งเวลา มกราคม - ธนั วาคม
ประเภทพืชลม ลุก
โทพันน้ิ
สรรพคุณ/ประโยชน
ยอดนํามาตมกินกับนาํ้ พริก
ชวงเวลา มกราคม - ธันวาคม
ประเภทไมย นื ตน
ช ว ง เ ว ล า ม ก ร า ค ม - เ ม ษ า ย น
ป ร ะ เ ภ ท พื ช ไ ม ยื น ต น
จ อ บื อ
ส ร ร พ คุ ณ / ป ร ะ โ ย ช น
ใ บ อ อ น ต ม กิ น กั บ พ ริ ก
กิ น ส ด ห รื อ จ ะ ผิ ง ไ ฟ อ อ น ไ ด เ ช น กั น
ต ะ แ ค ว พ อ ห รื อ ส ร ร พ คุ ณ
แ ค ห า ง ค า ง
เ ม ล็ ด ใ ช เ ป น ย า บาํ รุ ง โ ล หิ ต
แ ล ะ เ ป น ย า ขั บ เ ส ม ห ะ จ ะ ใ ช
เ ป ลื อ ก ต น แ ค ห า ง ค า ง นาํ ม า
ต ม กั บ น้าํ ด่ื ม เ ป น ย า แ ก ท อ ง
อื ด เ ฟ อ ใ บ ใ ช เ ป น ย า ห า ม
เ ลื อ ด
ป ร ะ โ ย ช น
ด อ ก นาํ ม า ผิ ง ไ ฟ อ อ น ๆ ท า น
คู กั บ น้าํ พ ริ ก
ช ว ง เ ว ล า ม ก ร า ค ม - เ ม ษ า ย น
ป ร ะ เ ภ ท ไ ม ยื น ต น ร อ เ ล้ื อ ย
ป ร ะ เ ภ ท ไ ม พุ ม
แจกอ
สรรพคุณ/ประโยชน
ยอดออนตมกินกับนํ้าพริก
ชวงเวลา มกราคม - ธันวาคม
ปลอยอื่ สา หรือ
หมามุย
ช ว ง เ ว ล า ตุ ล า ค ม - ธั น ว า ค ม
ป ร ะ เ ภ ท พื ช ไ ม ร อ เ ล้ื อ ย
สรรพคุณ/ประโยชน
ลูกออนตมทานกับนา้ํ พริก ใชเปนยาบาํ รุง
กาํ ลัง ไมเหน่ือยงาย ชวยทารางกายสดชื่น
กระปรี้กระเปรา เพ่ิมความกระฉับกระเฉง
ชวยทําใหนอนหลับสบาย จิตใจเบิกบาน
แจมใส
ช ว ง เ ว ล า ม ก ร า ค ม - ธั น ว า ค ม
ป ร ะ เ ภ ท พื ช ล ม ลุ ก
เ ต อ ะ บู
สรรพคุณ/ประโยชน
ยอดและใบออนตมกินกับนํ้าพริก ทาํ แกงเชนขาวเบอะ
ภาพ
พืชริมนํ้า
ดาํ เนินงานโดย TKN TAK
เ ค รื อ ข่ า ย เ ด็ ก
และเยาวชน
ต้ น ก ล้ า ช น เ ผ่ า
พื น เ มื อ ง
จั ง ห วั ด ต า ก
สนับสนุนโดย : สาํ นักงานกองทุนสนับสนุนการสราง
เสริมสุขภาพ(สสส.) และมูลนิธิชวยเหลือเด็กชายแดน
จั ง ห วั ด ต า ก
กลุมเปาหมาย : เยาวชนบานหมองกวะ ตาํ บลแมจัน
อาํ เภออุมผาง จังหวัดตาก
เพิ่มเติม ไปที่ FB: เครือขายเด็กและเยาวชนตนกลาชนเผาพื้นเมือง.จังหวัดตาก.’Tkntak'