แบบทดสอบกอนเรยี น
เรอ่ื ง เครื่องมือและอุปกรณในการขยายพันธุพืช
คาํ ชแ้ี จง ใหนักเรียนทําเครื่องหมายกากบาท ( x) ทบั ตวั พยญั ชนะหนา ขอ ทนี่ กั เรียนเลือกตอบ
เพยี งขอ เดยี ว
1. เคร่อื งมอื ในขอ ใดท่ีจาํ เปนท่ีสดุ ในการตอนก่ิงพืช
ก. กรรไกร
ข. มดี ติดตา
ค. เลอื่ ยแตง กงิ่
ง. ขวาน
2. ขอ ใดไมถือวาเปน อปุ กรณในการเพาะเมล็ดพืช
ก. กระบะเพาะ
ข. ถุงพลาสติก
ค. บัวรดน้าํ
ง. ดินเหนยี ว
3. วสั ดุในการใชเพาะเมล็ดพชื ควรมีคณุ สมบัติอยางไร
ก. ระบายน้าํ และอากาศไดด ี
ข. มีความเปน กรด - ดางสงู
ค. อุมนํ้าไดด มี าก
ง. มีราคาแพง
4. เครื่องมอื ใดทีไ่ มใชเ ครอ่ื งมอื ในการเกษตร
ก. จอบ
ข. เสยี ม
ค. พลว่ั
ง. บัวรดนํ้า
5. การเพาะเมล็ดในถุงดาํ อุปกรณขอใดมคี วามสําคัญที่สดุ
ก. จอบ
ข. เสยี ม
ค. พล่วั เลก็
ง. บวั รดนํ้า
6. หลงั การเกบ็ เกยี่ วมะมวงแลว สิ่งแรกท่คี วรทํา คืออะไร
ก. พรวนดิน
ข. รดนา้ํ
ค. ใสป ยุ
ง. ตดั แตงกิง่
7. อปุ กรณใ นการตดั แตงกงิ่ ตนมะมวงทีเ่ หมาะสมที่สุด คอื ขอใด
ก. กรรไกรตดั กิ่ง
ข. เลื่อยตัดแตงก่งิ
ค. มีด
ง. ขวาน
8. มดี ติดตามีลกั ษณะเปน เขาอยดู านหนง่ึ มปี ระโยชนอะไร
ก. ควน่ั ก่ิง
ข. แงะเปลอื กกิง่
ค. ขูดเมือก
ง. ขอ ข. และ ค. ถกู
9. ขอปฏิบัติในการใชก รรไกรตัดกง่ิ คอื ขอ ใด
ก. ตดั ดวยบริเวณปลายมีด
ข. ใชต ัดก่งิ ไมท่ีมีเสน ผาศูนยก ลางมากกวา 1 น้ิว
ค. เม่ือใชแ ลว ควรชโลมดว ยนาํ้ มันเคร่ือง
ง. ถูกทุกขอ
10. การทาบกิ่งมะขาม อุปกรณข อ ใดท่ีควรใชม ากทีส่ ดุ
ก. กรรไกรตัดก่ิง
ข. มดี ตดิ ตา
ค. พลาสติก
ง. ถุงดํา
************************
เครอ่ื งมือและอปุ กรณในการขยายพันธุพืช
เครือ่ งมือและอุปกรณเ ปน สงิ่ สาํ คญั ในการขยายพันธพุ ชื เคร่ืองมอื ทพ่ี อเหมาะและอยใู นสภาพที่พรอ มจะทาํ ให
การขยายพันธุพชื ทาํ ไดร วดเร็วและไดผลดยี ่ิงข้นึ ดงั นนั้ เครื่องมือในการขยายพนั ธุพ ืชควรจะเนนในเรือ่ งของความ
สมบูรณ ความสะอาด การเอาใจใสด แู ลโดยสมํา่ เสมอและใชอ ยางระมัดระวงั เพอื่ ใหผลของการปฏบิ ัตงิ านมี
ประสทิ ธภิ าพยงิ่ ขึ้น
เครอื่ งมือในการขยายพนั ธพุ ชื 1
เครื่องมอื ทใี่ ชในการขยายพนั ธุพ ืช มดี งั นี้
1. มดี มีดทีใ่ ชจะตอ งมีขนาดกะทัดรดั ทํางานไดสะดวก ไมเกาะกะและทส่ี ําคญั คอื ตองหมน่ั ลับใหค งอยู
เสมอ (ยกเวน มีดทใ่ี ชใ นการตอนไมค วรคมเกินไป) ถา ไมค มเมอื่ นําไปเฉอื นจะทาํ ใหแผลชา้ํ มีดท่ใี ชม หี ลายลักษณะ
ดงั นี้ คอื
1.1 มีดตดิ ตา เปนมดี ราคาแพงมากสวนทเ่ี ปน คมมดี ทําดว ยเหล็กกลา สว นปลายดามมีดมีไวส าํ หรับ
เผยอหรือลอกเปลือก ทําดว ยเขาสตั ว งาชา ง หรือพลาสตกิ
1.2 มีดพบั มดี ชนิดนม้ี ีจําหนายทวั่ ๆ ไป ราคาถูก
1.3 มดี โกนหนวดชนิดหมุ ทองเหลือง (ไมม ีดา มถอื ) มดี ชนิดน้มี ีขนาดคอนขางเลก็ ราคาถกู แตม ี
ความคมมากใชไ ดด กี วา มดี โกนหนวดชนดิ ทมี่ ดี าม
1.4 คัทเตอร (Cutter) เปน มีดทใ่ี ชสําหรับตัดโฟม ปจจบุ นั นักขยายพนั ธุพ ืชทีท่ ําเปน อาชพี นยิ มใช
กนั มาก เพราะไมตองเสยี เวลาในการลบั มดี ถา ใชหมดคมแลว หักทิ้งไปใชอนั ใหมแทน
ประโยชนข องมีด ใชทําแปลในการขยายพันธพุ ืชแบบตา ง ๆ เชน การตอน ติดตา ตอ ก่งิ ทาบกงิ่
2. กรรไกร2 ปจจบุ นั มกี รรไกรทใี่ ชในการขยายพันธุพ ืชหลายชนิดและผลิตขนึ้ มาจากหลายประเทศ ราคาก็
แตกตางกนั ไปตามคุณภาพ แตท ่ีนิยมใชก นั มากทส่ี ดุ คือ กรรไกรทีม่ ีชอื่ เรียกวา Filco ผลติ จากประเทศ
สวิตเซอรแลนด เปนกรรไกรท่ีมีราคาคอ นขา งแพงแตป ระโยชนใชส อยมากท่ีสดุ
ประโยชนของกรรไกร ใชส ําหรับตดั กง่ิ ตามท่ี
ตองการและควรเปนกง่ิ ทม่ี ีเสน ผา ศูนยกลางโตไมเ กิน 1 นวิ้ เชน ใชตัดกง่ิ ตอนทีอ่ อกรากแลว ตดั กง่ิ พันธุ เปน ตน
1. ใบมดี เปนสวนท่ใี ชตดั ติดกับโครงกรรไกร บริเวณคมมีลักษณะคลา ยคมสิ่ว คือ ดานหนา ตรงและ
ดา นหลงั เอียง
2. คาบรับ เปนสวนทใี่ ชร ับกงิ่ หรือสว นทตี่ องการจะตดั มีลกั ษณะเวา ปอ งกันสงิ่ ทตี่ องการตัดเลอ่ื นไกล
3. ท่ีล็อค เปนสว นทีใ่ ชบังคับโครงกรรไกรมใิ หก าง สวนท่เี ปน ใบมีดกับคานรบั แยกออกจากกนั
4. สปริง เปนสวนทใ่ี ชดนั โครงกรรไกรใหใบมีดและคานรบั แยกออกจากกันเพ่อื พรอมที่จุตัด
5. นอ ต เปนตวั บังคับไมใหต วั สกรถู อนออก ซง่ึ จะทาํ ใหใ บมีดและคานรับหางจากกนั อันจะทาํ ใหรอย
ตัดชาํ้ หรอื ตดั ไมได
6. สกรู อยทู างดา นหลังตรงขามกับนอ ตเปน ตวั บงั คบั ไมใ หคานรับและใบมีดแยกจากกนั
7. ดา ม เปน สว นที่มอื ถอื ปกตมิ กั จะถือทีป่ ลายดาม
อุปกรณใ นการขยายพนั ธุพชื 3
1. โรงเรอื นหรือสถานท่ีเพาะชํา
- การปก ชํา โรงเรือนมคี วามสาํ คัญตอ งานปกชํา ราก ใบ และกิ่งหรอื ตน ที่ไมม ใี บ
- การเพาะเมล็ดพชื บางชนิดจะงอกรากและเจริญเตบิ โตไดดีเมอื่ มกี ารปฏบิ ัตอิ ยภู ายในโรงเรอื น
ในการขยายพนั ธพุ ชื จาํ นวนมากๆ ไมว า จะเปน วธิ ใี ดจําเปนตอ งใชส ถานเพาะชําหรือโรงเรอื นอยูเ สมอ
ประเภทของโรงเรือนหรือสถานทีเ่ พาะชาํ มี 8 ชนดิ ดงั นี้
1.1 เรอื นไมระแนง อาจใชไ มระแนง หรอื ไมผ าซกี โดยตีเปน แถวเวน ชองไวใ หแสงสอ งลอด ได
ราํ ไร ซ่ึงเหมาะแกการเจริญเตบิ โตของพชื ทยี่ ังออ นแอจากการขยายพนั ธพุ ชื
1.2 เรอื นเพาะชําพลาสตกิ เปน โรงเรอื นทีใ่ ชพลาสตกิ ทาํ หลงั คาปองกนั ฝนไมใ หล งไปเปน
อันตรายกบั ตนพชื แตข ณะเดียวกนั ก็ใหม ีแสงสวา งเขาไปใหต นไมส ามารถปรุงอาหารไดตลอดเวลา ใน
บางคราวสามารถใชแ ทนเรอื นกระจกได เพราะตนทุนในการกอสรา งจะถูกกวา กนั มาก
1.3 เรือนกระจก เปนโรงเรือนท่ีปด ดวยกระจกทกุ ดา น สามารถควบคมุ อณุ หภูมิและความชื้น ให
เปน ไปตามความตองการได บางครง้ั อาจจะตองเปดดา นขา งหรือเปดหลังคากไ็ ด ใชสําหรับปลกู พชื เมอื งรอ นใน
ประเทศหนาวหรือปลูกพืชเมืองหนาวในประเทศรอน เชน ประเทศไทย
1.6 เรอื นปลกู อาจทําดวยไมระแนง ไมไ ผ หรอื ไมร วกกไ็ ด ใชสําหรบั ปลูกพืชลงกระถาง
เปล่ยี นกระถาง เพ่ิมดิน เพ่ิมปุยหรืออาจใชเปนทเ่ี พาะเมลด็ ก็ได
1.7 แปลงเพาะเมล็ด อาจทาํ ในรมรําไรหรอื กลางแจงกไ็ ด แตตองมผี า คลุมแปลง เชน แปลง
เพาะกลายาสบู
1.8 เรือนโรงเพาะชํากลว ยไมหลงั คาตาขายพลางแสง (ซาแรน) อาจทําโครงดว ยไมห รือโลหะ ซ่งึ มี
ซาแรนพลางแสงไดรอ นละ 50 รอ ยละ 60 รอ ยละ 70 และรอ ยละ 80 ตามความตองการแสงของ พชื ที่ปลูก
2. วสั ดุอุปกรณท ี่ใชในการขยายพันธุพืชมี 4 ชนดิ ดังนี้คือ
2.1 กระบะปก ชาํ หรอื กระบะเพาะ มผี นังทบึ ท้ัง 4 ดาน ขนาดกวางประมาณ 1 เมตร สูง 50
เซนติเมตร ยาวไมจํากัด ใชปก ชําพชื ทอี่ อกรากไดงา ย เชน โกสน เล็บครุฑ เปนกระบะปก ชําท่ีสราง ไวใน
เรอื นระแนงทีม่ คี วามเขมของแสงประมาณ 30-50%เปนกระบะทใี่ ชสาํ หรับปก ชาํ กงิ่ แกห รอื ปก ชําราก หรือใชป ก ชาํ
พวกกิง่ มีใบของพนั ธไุ มทีอ่ อกรากงา ย ตลอดจนพวกพนั ธุไมเนอ้ื ออ น เชน ชวนชม กระบอกเพชร และพวกไมใบ
ชนดิ ตา ง ๆ นอกจากนี้ยงั ใชใ นการเพาะเมลด็ ทม่ี ีขนาดโต เชน ใชเ พาะเมล็ดมะมวง ทเุ รยี น มังคดุ เปน ตน
2.2 กระบะเกบ็ ความช้นื เปนกระบะเก็บความชนื้ ซึ่งจําเปน มากสาํ หรบั โรงเรือนท่ีมคี วามชื้น นอ ย
กระบะเหลา นจี้ ะปด ทึบโดยรอบเวน ดา นบนทปี่ ด ดวยกระจกหรือส่ิงท่ใี ชแทนกระจกได แผน พลาสติก ซ่ึงเหมาะ
สําหรบั ใชป ดกระบะเน่อื งจากมนี า้ํ หนกั เบา กระบะเก็บความชื้นชนิดน้ีใชสาํ หรับ เกบ็ พืชหรอื พกั ฟนพันธไุ มทไี่ ด
จากการขยายพนั ธดุ วยวิธกี ารตา ง ๆ มาใหม ๆ หรือใชเก็บกิ่งตอนที่ตดั ออกมาใหม ๆ หรือใชช าํ ก่ิงตอนที่พึง่ ตัด
มาจากตน นอกจากนีย้ ังอาจใชใ นการติดตาหรอื ตอ กงิ่ พชื บาง ชนดิ เชน ใชตอกง่ิ มะมว งแบบมีใบตดิ เปนตน
ขอสําคญั ในการใชกระบะชนิดนี้ คอื จะตองทาํ รมกาํ บงั มใิ หแ สงแดดสอ งถึงกระบะ ซง่ึ จะทํา ให
อณุ หภูมิภายในกระบะสูงเกินไปอนั อาจจะเกดิ อนั ตรายแกตนพืชทอ่ี ยภู ายในไดอ ีกอยา งหนงึ่ ก็คอื จะตอ งเผยอ
กระจกหรือกรอบพลาสตกิ ใหอ ากาศเขา ออกไดบา ง หลงั จากตนพืชภายในเริม่ ตง้ั ตวั ได
ขอ ท่คี วรระวงั ในการใชกระบะชนิดน้ี กค็ ือ เรอ่ื งการเกิดโรคเนอ่ื งจากสภาพภายในกระบะ
คอนขา งอบั ชื้น และไมค อยมีแสงจงึ เหมาะตอ การเจรญิ ของเชอ้ื รา และแบคทเี รีย ดังนนั้ จึงตอ งใชยาฆา เช้ือ
ราเสมอ ๆ
2.3 พลาสติก แผน ผา หรือถุงพลาสติกอาจใชชาํ ก่ิงท่ีออกรากงาย ๆ ไดโ ดยตดั กง่ิ เปน ทอ นหุม
ดวยสแฟกนมั่ มอส (Sphagnum moss)4 แลวมว นหรือบรรจุในถุงพลาสตกิ ตั้งไวใ นท่ีทมี่ ีความช้ืนสูง เมอื่
กง่ิ พืชเร่ิมออกรากจึงนาํ เอามาปกชําหรอื ปลูก วิธกี ารนีเ้ หมาะในการสง ก่งิ พชื ไปในระยะไกล ๆ หรือจัดสง ทาง
เครือ่ งบิน ซงึ่ จะทาํ ใหคาขนสงถกู ลง
2.4 วัสดุในการขยายพันธุพืช
2.4.1 ดนิ ปลกู (ดนิ รวม ทราย ใบไมผ ุ ปุยตาง ๆ)
2.4.2 วัสดุปกชํา (ทราย ขเ้ี ถา แกลบ ขยุ มะพรา ว)
2.4.3 ภาชนะท่ีใชป ลูกพนั ธุไม เชน กระถางตา ง ๆ
ความคิดเหน็ ของผูเ ขียนเห็นวา อุปกรณในการขยายพันธุพืชเปน สง่ิ จําเปนอยา งยิง่ สาํ หรับพืชหากมกี าร
เตรียมพรอมอุปกรณและเครอ่ื งมือแลวการขยายพันธุพ ชื จะประสบผลสําเร็จและทาํ ใหพชื ไมบอบชาํ้
ชนิดของเครอ่ื งมอื
ชนิดของเครอื่ งมือในการขยายพนั ธุพชื สามารถจําแนกออกตามลกั ษณะของการใชง านไดดงั น้ี คือ
1. เครื่องมือท่ีใชในการขยายพันธพุ ืชโดยเมลด็ เครอ่ื งมอื และอปุ กรณทใ่ี ช ไดแก จอบ เสยี ง ซอ มพรวน
คราดมือ ถังนํ้า จานใสเ มลด็ พนั ธุ ขเี้ ถา แกลบ ปยุ ยาฆา แมลง กระบะเพาะหรือแปลงเพาะ และเมล็ดพชื
2. เครื่องมือและอปุ กรณทใ่ี ชในการปก ชํา ไดแก
- มดี - ข้เี ถาแกลบ
- กรรไกรตดั แตงกงิ่ - ดนิ รวน
- กระบะชํา - ฮอรโมน
- ทรายหยาบ - กง่ิ ขยายพนั ธุ
3. เครอ่ื งมอื และอปุ กรณท ่ีใชข ยายพันธโุ ดยการตอนกิง่ ไดแ ก
- มดี - ตอกหรอื เชือก
- กรรไกรตัดแตง กิง่ - ดนิ รวน
- กาบมะพรา ว - ฮอรโ มน
- มอส - ขยุ มะพราว
- พลาสตกิ
4. เคร่อื งมือและอปุ กรณท ่ใี ชข ยายพันธุพืชโดยการทาบก่งิ ไดแ ก
- มีด - ถงุ พลาสติก
- กรรไกรตดั แตง กิง่ - ตนตอ
- พลาสตกิ - ก่ิงพันธุด ี
- ขุยมะพราว
5. เครือ่ งมือและอุปกรณท ่ีใชขยายพนั ธพุ ืชโดยการตดิ ตา ไดแก
- มดี ตดิ ตา - กงิ่ ตนตอ
- กรรไกรตัดแตง กิง่ - กิ่งพันธุ
- พลาสตกิ
6. เครอ่ื งมือและอุปกรณทีใ่ ชข ยายพันธุพชื โดยการเสยี งยอด ไดแ ก
- มดี - ตน ตอ
- กรรไกรตดั แตงก่งิ - กิง่ พันธุดี
- พลาสตกิ - ถงุ พลาสตกิ
ภาพประกอบที่ 1 เครือ่ งมือและอปุ กรณการขยายพันธพุ ืช
ท่มี า : เขตการศกึ ษา 8 กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธกิ าร จุลสารประกอบการเรยี นวชิ าอาชพี การขยายพันธพุ ืช หนา 4
ภาพประกอบที่ 2 เครือ่ งมือและอปุ กรณการขยายพันธพุ ืช
ท่มี า : เขตการศกึ ษา 8 กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธกิ าร จุลสารประกอบการเรยี นวชิ าอาชพี การขยายพันธพุ ืช หนา 3
ภาพประกอบท่ี 3 กรรไกรขยายพนั ธพุ ืช
กรรไกรขยายพันธุพชื
การใชกรรไกร
“ตองปลดทล่ี อ คทกุ ครง้ั ทจ่ี ะใชต ัด”
- ไมค วรตดั กง่ิ พืชที่มขี นาดเสน ผา ศนู ยก ลางมากกวา ½ นว้ิ
- ตัดดวยกลางใบมดี
- ตัดเฉียงทํามุมกับกรรไกร 45 - 60 ◦ โดยเฉพาะกงิ่ แขง็
- เวลาตดั กิ่งควรจับกรรไกรใหคอ นไปทางปลาย
- เม่อื ไมตอ งใช ควรลอคใบมีดกบั คานรบั
- หลงั จากใชแ ลว ควรทาํ ความสะอาดทกุ คร้งั
ทม่ี า : กลุม หนังสอื เกษตร ขยายพนั ธุพืชโดยรปู ภาพ หนา 138
ภาพประกอบท่ี 4 มีดขยายพันธแุ ละการลบั
มดี ขยายพันธุและการลบั
การใชม ีดตดิ ตา
- มีดติดตาควรใชสาํ หรับเฉือนแผน ตา และเตรยี มตน ตอสาํ หรบั การตดิ ตา ตอ กง่ิ และทาบก่งิ เทา นั้น
- มีดท่ีใชท กุ ครงั้ ควรอยใู นสภาพที่คมพอ
- ใบมดี ไมข ึ้นสนมิ หรือสกปรก และที่สาํ คัญ คมมีดตอ งไมมีรอยกรอน ซึง่ ทําใหก ารเฉอื นเนือ้ ไมไมเรียบพอ
การลับมีด ◦ กับหนิ
- ลับดวยหนิ ออ นที่ใชลับมีด
- ลับดา นเดียวโดยเฉพาะดา นเอียง
- ลับมดี เอียงทํามมุ 20
- ลบั ใหเ ต็มหนา มดี
- หยดนา้ํ ลา งหนิ บอย ๆ ขณะลับ
- ตรวจดใู หมีดคมตลอดหนา มดี
ที่มา : กลุมหนังสือเกษตร ขยายพนั ธพุ ืชโดยรูปภาพ หนา 139
วธิ กี ารใชแ ละการบาํ รุงรกั ษาเครือ่ งมอื
1. การรกั ษาคมมีด แมว ามดี ติดตาจะอยใู นสภาพทคี่ มพอแตเมอ่ื ใชไ ปนาน ๆ กอ็ าจสกึ กรอ น และคมท่อื มาก
ขึ้น จาํ เปน จะตอ งลบั ใหค มอยูเสมอ การลบั มีดตดิ ตาควรปฏิบัติ ดังน้ี
- ลับมีดดว ยหินออ นที่ใชลับมีด
- ลบั ดา นเดียวโดยเฉพาะดานเอยี ง
- ลบั มดี เอยี งทาํ มมุ 20 องศากับหิน
- ลับใหเตม็ หนามดี
- ลบั ใหเ ตม็ หนาหินลบั มดี
- หยดนาํ้ ลา งหนิ บอย ๆ ขณะลับ
- ตรวจดูใหค มมีดคมตลอดหนา มีด
2. การรักษาตัวมีด สวนใหญไดแกก ารรกั ษาสปริงบังคบั มดี โดยหยดนา้ํ บรเิ วณทีเ่ ปนคานบงั คับและตัวสปรงิ
ใหม กี ารออ นตัวและลืน่ พอ เพราะจะชว ยใหก างใบมดี และพับเก็บไดง าย อกี ท้ังชวยใหต ัวสปรงิ ไมห ักงา ย
นอกจากนต้ี องระวังไมใหตัวมีดตกบอ ย ๆ ซง่ึ จะทําใหหมดุ ทองเหลืองหลดุ และดา มมีดแยกจากกนั ได
3. เขา จะตองรักษาใหอยูในสภาพท่ลี ่นื และเปนเสน บาง ระวงั อยางใหม ีดตกหรอื หลน เพราะจะทาํ ใหปลาย
เขาหักหรอื ชํารดุ ใชการไมไ ด ควรขัดปลายเขาใหพ อเหมาะดว ยกระดาษทราบและทาํ ใหล่ืนโดยถกู ับใบตองเสมอ ๆ
มีดตดิ ตา 5 สวนสาํ คัญของมดี ติดตา ประกอบดวย 3 สว นคือ
1. ใบมดี ประกอบดวย คมมีด โหนกสันมีดและปลายมดี
- คมมีด มลี ักษณะคลายคมสว่ิ คอื ดานหน่งึ เอยี งเปนสวนทอี่ อ น อีกดานหนึง่ ตรงเปนสวนที่ แข็ง
ใชเ ฉอื นแผนตาและเตรียมแผลบนตนตอ
- โหนกสันมดี เปนสว นท่ีโคงมนแตไ มคมอยทู างสวนหลังของมีดใชสําหรบั แกะหรือชวยลอก แผน
เปลือกของตน ตอและกิง่ พันธุดี
- ปลายมดี เปนสวนที่คมและแหลมของมดี ใชก รีดเปลอื กตนตอ เพ่ือทําแผลในการติดตาตอ กิ่ง
2. ดา มมีด มีสวนสาํ คญั 2 สวนคอื
- สปริงพบั ซ่ึงจะบงั คับตัวมีใหแ นน
- รองเก็บใบมดี
3. เขา เปนสว นทีต่ ดิ อยูปลายดามทําดว ยสแตนเลส (Stainless) หรอื พลาสตกิ มลี ักษณะลน่ื และเปนเสน บาง
โดยเฉพาะทางสวนปลายเขาใชเผยอเปลือกตน ตอในการตดิ ตามบางชนิด
การใชมีดติดตา
มีดตดิ ตามควรใชส าํ หรับเฉอื นแผนตาและเตรียมตน ตอ สําหรบั การติดตาตอ กิง่ และทาบกิ่งเทา น้นั ไมค วรใช
ในกรณีอนื่ ท้ังสิ้น มดี ท่ใี ชใ นการตดิ ตาตอ กงิ่ คมมีจะตองอยใู นสภาพที่คมพอ ใบมีดไมข ้นึ สนิมหรือสกปรก และท่สี าํ คญั
ก็คือ คมมีดตองไมมีรอยกรอน ซ่ึงทาํ ใหก ารเฉือนเนอ้ื ไมไ มเรยี บพอ
การใชก รรไกร ควรปฏบิ ตั ดิ ังนี้
ทกุ ครั้งเมอ่ื ตองการจะตัดจะตองปลดที่ลอคออกเสียกอน
1. ไมค วรตดั กิง่ พชื ทม่ี ีเสน ผาศนู ยกลางมากกวา 1 นวิ้
2. ตัดดว ยบริเวณกลางใบมีด
3. ตัดเฉียงโดยใหทาํ มุมกบั กรรไกรประมาณ 45 - 60 องศา โดยเฉพาะกง่ิ แขง็
4. เวลาตัดกง่ิ ควรจบั กรรไกรใหค อ นไปทางดานปลาย
5. เมอ่ื ไมตอ งการใชค วรลอคใบมดี กับคานรบั
6. หลงั จากใชแลวควรทาํ ความสะอาดทกุ คร้ัง (ควรชโลมดว ยนํ้ามนั เครอื่ ง)
การดูแลรกั ษากรรไกร เมื่อใชก รรไกรไปนาน ๆ ใบมีดอาจสึกกรอนหรือท่อื อาจถอดออกมา ลบั ได การ
ถอดควรปฏิบัติดงั นี้
1. ใชก ุญแจไขนอตถอดนอตออก
2. ใชไขควงถอดสกรูออก
3. ถอดสปริงออกจากตวั กรรไกร
4. ลบั ใบมีดดวยกระดาษทรายนํา้ โดยวางกระดาษทรายพืน้ เรยี บแลว ใชใบมีดทางดานหลงั ถูก กบั
กระดาษทราย
5. หลงั จากเห็นวา คมดีแลว จงึ ใชใบมีดทางดา นหนา ลบู กบั กระดาษทราบ2-3 คร้ัง เพ่ือใหคมต้ัง
6. ใชกระดาษทรายถสู วนท่ีเปนสินมหรือคราบสกปรกออกใหหมด รวมทง้ั ถูสวนท่ีเปน
คานรับดว ย
7. ใสสกรแู ละขนั นอตกลับทเ่ี ดมิ (โดยใสส กรู ขนั นอตและใสส ปรงิ ) แลวปรบั ใบมดี ใหชดิ แต
ตัดไดค ลองตัว ถาเหน็ วา ชิดเกนิ ไปใหถ อดสกรูออกเล็กนอยแลว ขันนอ ตตาม
สรุปไดวา เครอื่ งมอื การขยายพนั ธุพ ืชน้นั ถือวาเปน สงิ่ จาํ เปน อยางยงิ่ หากเครอ่ื งมอื ไมพ รอมหรอื ไมสมบรู ณแลว
การขยายพนั ธุพืชจะพบกบั อุปสรรคมากมาย ดังนัน้ นกั ขยายพนั ธุพืชควรถือเปน เร่อื งทสี่ าํ คญั
เปน อยา งย่งิ
จากการศึกษาพอสรุปไดว า เคร่อื งมอื และอุปกรณก ารขยายพันธุพชื นน้ั แบงออกไดด ังนี้ คอื
เครือ่ งมือ ซง่ึ ไดแก มีดตดิ ตา ควรใชเ ฉือนแผนตาและเตรยี มตน ตอ สําหรบั การติดตา ตอก่งิ และทาบกง่ิ
เทา นั้น ไมค วรใชใ นกรณีอ่นื ท้งั ส้นิ มีดท่ใี ชใ นการตดิ ตา ตอ ก่ิง คมมดี จะตองอยูในสภาพท่ีคมพอ ใบมีดไมข ้นึ สนมิ
หรอื สกปรก และท่ีสําคัญก็คือคมมีดตอ งไมม ีรอยกรอ น ซ่งึ ทาํ ใหก ารเฉือนเนือ้ ไมไ มเรียบพอ กรรไกร ในการใชทกุ คร้งั
จะตองปลดท่ีลอ กออกเสยี กอน ขอควรระวงั คือไมค วรตัดก่งิ พืชท่มี ีเสนผาศนู ยกลางไมเกิน 1 นว้ิ และควรตดั ดวยกลาง
ใบมดี
อปุ กรณในการขยายพนั ธุพชื อันไดแก โรงเรอื น กระบะเพาะ ซึง่ ทั้งโรงเรอื นและกระบะนั้นยังไดแบงออก
ไดอ ีกหลายชนดิ ท้ังน้ขี ึ้นอยกู บั ชนดิ ของพชื ที่จะเพาะหรือปก ชํา
วิธีบาํ รุงรักษาเครอ่ื งมอื การขยายพนั ธุพืชท้ังมีดตดิ ตาและกรรไกรตดั ก่ิงตา งกม็ วี ิธีดูแลรกั ษาเหมือนกัน เชน
การลับมีดใหคมรวมทั้งกรรไกร
การขยายพนั ธพุ ชื จาํ เปนตอ งอาศยั เครอื่ งมือในการทําดังนัน้ เครอ่ื งมือและอุปกรณจึงเปน ส่ิงจาํ เปน อยา งยิ่ง
ทผ่ี เู รียนจะตองศกึ ษารายละเอยี ดของเคร่อื งมอื แตล ะชนิด และควรมีการฝก ทกั ษะจนชาํ นาญเพือ่ จะไดงานออกมามี
คุณภาพและเปอรเ ซน็ ตตดิ จะมมี าก เกษตรกรเปน จาํ นวนไมนอ ยทปี่ ระสบกับปญหาการขยายพนั ธพุ ืชไมป ระสบ
ผลสําเร็จเทาท่คี วร สว นหน่ึงมากจากเครอ่ื งมือและอุปกรณไมค รบและใชไมต รงกบั งาน ดงั นน้ั จึงขอใหผูเรียนไดศึกษา
รายละเอยี ดของเคร่ืองมอื และอุปกรณแ ละฝก ทักษะจนชํานาญแลว จะประสบผลสาํ เร็จเปนอยา งดี ตลอดจนการดูแล
รกั ษาเคร่ืองมือ ซึ่งถอื วาเปน เครื่องมือหากนิ ของเกษตรกร
ใบงานที่ 1
เรอื่ ง เครื่องมอื และอุปกรณใ นการขยายพันธุพชื
กลมุ ท.่ี ......................เลขท่ี...........................................................................ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 3
จุดประสงคการเรียนรู
- บอกเครื่องมอื ในการขยายพันธุพืชได
- บอกอปุ กรณใ นการขยายพนั ธพุ ืชได
คาํ ชีแ้ จง ก. ใหน กั เรยี นเติมคาํ ลงในชอ งวา งใหไดใจความครบถว นสมบูรณ (5 คะแนน)
1. เคร่อื งมอื ในการขยายพนั ธพุ ชื มดี งั นี้
............................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
2. โรงเรอื นในการเพาะชาํ มี 8 ชนดิ คอื
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
3. อุปกรณท ี่ใชในการขยายพันธุพชื มี 4 ชนดิ คือ
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
คําช้แี จง ข. ใหนักเรยี นแบง กลุมๆละ 5 คน ผลิตเครอ่ื งมือการขยายพนั ธพุ ืชแบบประยกุ ตโ ดยสรางองคค วามรูใหมใ น
รปู ลักษณะตางๆกันในแตละกลุมแลว นาํ เสนอหนาช้ันเรยี นในชั่วโมงตอไป (5 คะแนน)
ใบงานที่ 2
เรอื่ ง เครอ่ื งมอื และอปุ กรณในการขยายพนั ธุพชื
กลุมที่.......................เลขที.่ ..........................................................................ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 3
จุดประสงคการเรยี นรู
- จําแนกชนดิ ของเคร่อื งมอื ในการขยายพันธุพืชได
- บอกวธิ ีการใชและการบาํ รงุ รักษาเคร่ืองมือในการขยายพันธพุ ืชได
คําชแี้ จง ใหนกั เรียนเลือกตัวอักษรหนาขอ ความทางขวามอื มาใสห นาหมายเลขขอความ ทางซายมือ โดยใหม ี
ความสัมพนั ธก นั (5 คะแนน)
..........1. เครอ่ื งมือทีจ่ ําเปน ท่ีสุดในการตอนก่ิงคือ ก. กระบะเพาะ
..........2. อปุ กรณใ นการเพาะเมลด็ ข. ระบายน้ําไดด ี
..........3. วสั ดใุ นการเพาะเมล็ดพืช ควรมีคุณสมบตั อิ ยางไร ค. เลือ้ ยตัดแตงกิ่ง
..........4. อปุ กรณทส่ี ําคัญในการเพาะเมลด็ ง. มีดตดิ ตา
..........5. อุปกรณใ นการตัดแตง กิง่ มะมว งทีเ่ หมาะสม จ. แปลงพนหมอก
..........6. ขอ ปฏบิ ัตใิ นการใชกรรไกรตัดกิง่ ฉ. แงะเปลอื กกงิ่
..........7. ประโยชนข องมีดติดตามลี กั ษณะเปนเขาอยดู านหนา ช.สเฟกนมั มอส
..........8. ซากของตนพชื ทตี่ ากแหง ซ. เรือนกระจก
..........9.โรงเรอื นท่สี ามารถควบคุมอณุ หภมู แิ ละความชืน้ ใหเปน
ไปตามความตองการ ฌ. คทั เตอร
..........10. ใชส าํ หรบั ปก ชาํ กงิ่ ทม่ี ใี บตดิ นา้ํ มันเครือ่ ง ญ. ชโลมดวย
ฎ. พลว่ั เล็ก
ฏ. อมุ น้าํ ไดดี
ตอนท่ี 1 เตมิ ขอความลงในชองวา งใหถูกตอ ง แบบฝกหดั
1. พชื ขยายพันธไุ ดโดยวธิ ีใดบาง
...……………………………................................................................................................................................................………
……………………………………………………………........................................................................................................................
2. เคร่อื งมือท่ีใชในการตอนกิ่ง ไดแ ก………..………………………………………………………………………………………………………….
3. เครอ่ื งมือท่ใี ชใ นการติดตา ไดแก…………………………………………......................................................................................
4. เคร่ืองมอื ท่ีใชตดั กง่ิ ไมข นาดเล็ก หรือก่งิ ตอน ไดแก…………………………….....................................................................
5. เมอ่ื มดี ไมค ม เราควรทําอยางไร……………………………………………………………………………………………………………………….
ตอนท่ี 2 ใหเขยี นเคร่ืองหมาย X ตวั อกั ษรหนา คําตอบทถ่ี ูกตอ ง
1. นักเรยี นจะตอนกง่ิ มะมวง ควรใชเ ครอื่ งมือขอใด
ก . กรรไกร ข . มีด
ค . คัตเตอร ง . ถูกทั้ง ข และ ค
2. เครอ่ื งมือทใ่ี ชตดิ ตาพืชคอื ขอใด
ก . มดี ตอนก่งิ ข . มดี ตดิ ตา
ค . คัตเตอร ง . ถูกทัง้ ข และ ค
3. กอ นใชกรรไกรตดั กง่ิ ควรทาํ สิง่ ใดกอน
ก . ปลดทีล่ อ็ ก ข . นําไปลางกอ น
ค . กดขากรรไกร ง . กดสปริงกอ น
4. นักเรยี นจะตัดแตง กงิ่ ไมด อก เชน มะลิ กุหลาบ ควรใชเ ครื่องมอื ชนดิ ใด
ก . มีดปลายแหลม ข . คัตเตอร
ค . กรรไกรตัดกง่ิ ง . เลื่อยตัดกิ่ง
5. เครอ่ื งใชจะมอี ายกุ ารใชง านไดนาน ควรปฏบิ ตั อิ ยางไร
ก . เลอื กใชใหเหมาะสมกับงาน ข . หมนั่ ซอมแซมเมอื่ ชํารดุ
ค . ทําความสะอาดเกบ็ รกั ษาถูกตอ งตามขั้นตอน ง . ถูกทุกขอ
6. การตดั กิ่งไมขนาดใหญ ควรใชเ ครื่องมือชนิดใด
ก . กรรไกร ข . เล่อื ย
ค . มดี ง . ขวาน
7. ขอใดกอ ใหเ กดิ อนั ตรายมากทส่ี ุด
ก . นําเคร่ืองมอื มาใชหยอกลอ กัน ข . ไมต รวจสภาพเครือ่ งมอื กอนใช
ค . เกบ็ เครอ่ื งใชไมถ ูกท่ี ง . ใชเครือ่ งมือไมเหมาะสมกับงาน
8. วิธีปอ งกนั สนิมเครือ่ งมอื ที่ทาํ ดวยโลหะ คือ
ก . ลา งใหส ะอาด ข . เช็ดใหแหง
ค . ทานาํ้ มัน ง . ทาข้ผี ง้ึ
9. เลอ่ื ยตดั ก่งิ ไมทอ่ื ฟน เลือ่ ยบดิ ควรลับใหค มดว ยอะไร
ก . หนิ ลบั มีด ข . ใบเล่อื ย
ค . เครอ่ื งลับมดี ง . ตะไบ
10. กรรไกรฝด ควรแกไ ขอยางไร
ก . หยอดนา้ํ มันหลอล่นื ข . นาํ ไปลบั ใหค ม
ค . ซอ มแซมใหม ง . ทาํ ความสะอาด
ชื่อ.......................................... สกลุ ...................................
ชนั้ ................. เลขท.ี่ ......................
แบบทดสอบหลงั เรยี น
เรือ่ ง เคร่อื งมือและอุปกรณใ นการขยายพันธุพืช
คําช้แี จง ใหน กั เรยี นทาํ เครอ่ื งหมายกากบาท ( x) ทบั ตวั พยัญชนะหนา ขอ ทีน่ ักเรยี นเลือกตอบ
เพียงขอ เดยี ว
1. ขอ ใดไมถ ือวา เปน อุปกรณใ นการเพาะเมล็ดพชื
ก. กระบะเพาะ
ข. ถุงพลาสติก
ค. บวั รดนา้ํ
ง. ดนิ เหนียว
2. เครื่องมอื ในขอ ใดท่จี ําเปนที่สดุ ในการตอนก่ิงพืช
ก. กรรไกร
ข. มีดติดตา
ค. เล่ือยแตง กงิ่
ง. ขวาน
3. เครื่องมอื ใดทีไ่ มใ ชเครือ่ งมือในการเกษตร
ก. จอบ
ข. เสยี ม
ค. พลวั่
ง. บัวรดน้ํา
4. วัสดใุ นการใชเพาะเมล็ดพชื ควรมีคณุ สมบัติอยางไร
ก. ระบายนา้ํ และอากาศไดด ี
ข. มคี วามเปน กรด - ดางสงู
ค. อมุ น้ําไดดมี าก
ง. มรี าคาแพง
5. หลงั การเก็บเก่ียวมะมว งแลว สง่ิ แรกท่คี วรทาํ คืออะไร
ก. พรวนดนิ
ข. รดนํ้า
ค. ใสปุย
ง. ตดั แตง กงิ่
6. การเพาะเมลด็ ในถุงดํา อุปกรณขอใดมีความสาํ คญั ท่สี ดุ
ก. จอบ
ข. เสยี ม
ค. พลัว่ เล็ก
ง. บวั รดน้ํา
7. มีดติดตามีลักษณะเปนเขาอยดู านหนงึ่ มีประโยชนอ ะไร
ก. ควั่นกงิ่
ข. แงะเปลอื กกงิ่
ค. ขดู เมอื ก
ง. ขอ ข. และ ค. ถกู
8. อุปกรณใ นการตัดแตงกง่ิ ตนมะมว งท่เี หมาะสมท่สี ดุ คือขอใด
ก. กรรไกรตัดกง่ิ
ข. เลื่อยตดั แตง กง่ิ
ค. มดี
ง. ขวาน
9. ขอปฏบิ ตั ใิ นการใชก รรไกรตัดกง่ิ คือขอใด
ก. ตัดดว ยบรเิ วณปลายมีด
ข. ใชตัดก่ิงไมทมี่ ีเสน ผาศนู ยก ลางมากกวา 1 น้วิ
ค. เมอ่ื ใชแลวควรชโลมดวยนา้ํ มันเคร่ือง
ง. ถกู ทุกขอ
10. การทาบกงิ่ มะขาม อปุ กรณข อใดท่คี วรใชมากทสี่ ดุ
ก. กรรไกรตดั กิง่
ข. มดี ติดตา
ค. พลาสตกิ
ง. ถุงดํา
************************