แบบทดสอบกอนเรียน
เรอื่ ง ความรูเ บื้องตนเก่ียวกับการขยายพนั ธพุ ืช
คําชแ้ี จง ใหน ักเรียนทําเครอื่ งหมายกากบาท ( x) ทบั ตวั พยัญชนะหนา ขอ ที่นกั เรยี น
เลอื กตอบ เพยี งขอเดยี ว
1. ชนชาตแิ รกทรี่ จู ักดดั แปลงการขยายพันธุพืชมาใชเปน ประโยชนค ือชนชาติใด ?
ก. ชนชาตเิ กาหลี
ข. ชนชาติอเมรกิ ัน
ค. ชนชาตจิ นี
ง. ชนชาตญิ ีป่ ุน
2. มนษุ ยมีการเรยี นรูเรื่องการขยายพันธพุ ชื โดยวิธีใด ?
ก. เรียนรจู ากธรรมชาติ
ข. คิดคน ทดลองข้นึ เอง
ค. เรยี นรูโดยบงั เอญิ
ง. คนรุน เกา ๆ สงั่ สอนเอาไว
3. ขอ ดขี องการขยายพันธพุ ืชโดยใชเ พศคอื ขอ ใด ?
ก. ใหผลผลติ เร็ว
ข. ไดตน พชื ที่มีระบบรากแข็งแรง
ค. ไมกลายพนั ธุ
ง. ถูกทกุ ขอ
4. ความหมายของการขยายพันธุพ ชื ตรงกบั ขอใด ?
ก. เกษตรอําเภอแจกพันธุลําไยใหเ กษตรกรปลกู
ข. ครูเกษตรสอนนักเรยี นทาบกิง่ ตน มะมว ง
ค. นักเรียนศกึ ษาถงึ วธิ ีการเสียบกง่ิ ตนมะมว งจากรปู ภาพ
ง. นายแดงตอนก่งิ มะนาวพนั ธตุ าฮิติเพอื่ จาํ หนา ย
5. การขยายพนั ธุพืชตามขอใดท่ีใชตน ตอและก่ิงพันธตุ า ง ๆ ก็มีรากเลยี้ งลาํ ตน อยู
ก. การปกชํา
ข. การตอนกง่ิ
ค. การตอ กง่ิ
ง. การทาบกงิ่
6. วิธกี ารท่ีทําใหสว นของพชื งอกรากขณะท่ยี งั ติดอยูก บั ตน เดมิ เปน การขยายพนั ธวุ ิธใี ด ?
ก. การปกชํา
ข. การตอนกิง่
ค. การเสียบยอด
ง. การทาบกิง่
7. ถาตองการใหตน มะมว งตน หน่ึงมีหลาย ๆ พนั ธุ ควรใชว ิธีการขยายพันธุแบบใด ?
ก. การตอนก่ิง
ข. การตอก่งิ
ค. การตดิ ตา
ง. การเสยี บยอด
ตอไปน้เี ปน คําตอบของคําถามขอ 8 - 10
ก. การตอนกง่ิ
ข. การติดตา
ค. การปก ชาํ
ง. การทาบก่งิ
8. เปน การขยายพนั ธุพชื ทตี่ อ งใชเทคนิคและความชาํ นาญสงู ในการขยายพนั ธุมะมวง
9. เปนวิธกี ารขยายพันธุท ป่ี ระหยัดคา ใชจ า ยและทําไดงาย คือขอใด ?
10. การขยายพันธุพชื ตามขอ ใดทจี่ ะตองใชพ ชื ตระกูลเดยี วกัน
*******************************
ความรูเบอื้ งตน เก่ียวกบั การขยายพันธุพืช
ประวัตคิ วามเปนมาของการขยายพนั ธุพชื 1
วชิ าการขยายพนั ธพุ ชื นบั วาเปนวชิ าทเี่ กาแกแ ละเรยี นรกู ันมาแตส มยั โบราณ อาจกลาวไดว ามนุษยเร่มิ รูจ ักวชิ า
น้ีต้งั แตมนษุ ยรจู ักพชื และความสาํ คญั ของพืช การเรียนรูวิชาน้ีของมนุษยในสมยั โบราณนนั้ เปนการเรียนรตู ามธรรมชาติ
ซ่ึงการขยายพนั ธุพชื แตเ ดิมนนั้ สว นใหญอ าศัยเมลด็ โดยมธี รรมชาตเิ ปน ตัวชวย เชน การแตกกระจายของฝก หมุ เมล็ด
ของพืชบางชนดิ เชน ตอยต่ิงอาศัยลม และนา้ํ ในการชว ยพัดพาไปตกและงอกในสถานทอี่ ่ืน หรอื โดยสัตว เชน นก
มาจกิ กนิ ผลไมแลวไปถา ยไวที่อื่น เมล็ดนี้ก็จะไปเจริญเติบโตในที่ใหม ซึง่ ในตอนแรก ๆ กเ็ รียนรูจากการขยายพันธุพชื
ดว ยเมลด็ มนุษยพวกแรกทที่ ําการขยายพันธุพชื ดว ยเมลด็ ก็คอื นกั ทอ งเทย่ี วซ่งึ ไดทองเท่ียวไปในทอ งทีต่ า ง ๆ เมอื่ พบ
พืชผลชนดิ ใดดกี ็เกบ็ รวบรวมมาปลกู ขยายพันธุในทอ งทข่ี องตน ซึ่งในระยะเวลาตอ มาก็มกี ารคัดเลือกพันธขุ ้ึนปลูก
เฉพาะพืชพันธุดี ในกาลตอ มามนษุ ยกเ็ รมิ่ รจู กั การขยายพันธพุ ชื ดวยการตอนและการปกชําข้นึ โดยการสงั เกตเห็นวา
เมอื่ ส่ิงหนงึ่ สิ่งใดทาํ ใหย อดกง่ิ หรอื ตน พืชเอนลมหรอื หกั ไปสัมผัสกบั ดิน เม่อื ดินมคี วามชมุ ชืน่ มากพอกิ่งหรือตนพชื นัน้ ก็
จะเกิดรากและเจรญิ เปน ตนใหมอ ีก ตนหน่งึ โดยตัวออกตางหากจากตน เดมิ หรอื เมือ่ เวลาทําการขดุ แยกตนพืชราก
หรอื สว นของตนพืชท่ีถกู ตัดขาดเหลอื อยูในดิน กส็ ามารถเกดิ เปน ตน พชื ตนใหมไ ด จงึ ทาํ ใหมนุษยร ูจักการขยายพันธพุ ืช
โดยวธิ กี ารแบงและแยกขึน้ หรอื การชวยขยายพันธุพืชโดยความจงใจก็เกดิ ขน้ึ โดยท่ีนกั ทองเท่ยี วเหลานน้ั จะเปน ตัวการ
สาํ คญั ในการเกบ็ เมล็ดพันธพุ ืชผลตา ง ๆ ทีพ่ บเห็นและถูกใจนําไปปลูกฝง ยงั ทองถิน่ ของตน และเม่อื มนุษยเ รม่ิ มีการ
เพาะปลกู เพอ่ื ใชเปน อาหารอยา งนอยทส่ี ุดกม็ ีการเก็บเมลด็ พนั ธบุ างสว นไวเพือ่ เปน พันธุใ นฤดูกาลตอไป ก็นบั วา เปน
วธิ กี ารขยายพนั ธุพ ชื ดว ยเชน กนั
ตอ มาเมื่อมนุษยเพม่ิ มากขึน้ ปจจัยสีเ่ ริม่ ขาดแคลนไมอ าจปลอ ยใหการขยายพันธพุ ืชเปน ไปอยางธรรมชาติซงึ่
ตอ งใชเ วลาและไมสามารถเพ่ิมคุณภาพของพชื ใหด ีขน้ึ ตามความตอ งการ ไดมีผพู ยายามคิดหาวธิ กี ารท่ีจะชว ยในการ
เพิ่มจํานวนพชื หรอื ทาํ ใหพ ืชตา ง ๆ มคี ณุ ภาพดขี ้นึ และทันตอ ความตองการ ทัง้ นเี้ ริม่ จากการสงั เกตเหน็ วา เม่อื มสี ่ิงใด
ทําใหย อด ก่ิง หรือตนพชื เอนลม หรอื หกั ไป สมั ผสั กับดินก็จะทําใหเกิดรากพืชบางชนิด โดยเฉพาะพวกพืชหวั ตา ง ๆ
เม่อื ทําการขดุ แลว ยงั สว นหลงเหลอื อยูใ นดนิ ก็จะงอกข้ึนมาเปน ตน ใหมไ ดอกี ซ่ึงเปน การขยายพนั ธุโดยวธิ กี ารแบง และ
แยก สําหรบั การตดิ ตา ตอก่ิง และทาบกงิ่ น้ัน ก็เนอ่ื งมาจากที่เราสังเกตเหน็ วา เม่อื ตน ไม 2 ตนหรือ 2 ก่งิ อยู
ใกลช ดิ กนั เกดิ เสียดสีตามธรรมชาติ ตน พืชหรอื กง่ิ ทั้งสองกจ็ ะติดกนั เปนตน เดียวกัน จากสิ่งตา ง ๆ เหลานปี้ ระกอบกับ
วิวฒั นาการของความรดู านตาง ๆ เชนทางพฤกษศาสตร พนั ธศุ าสตร ฮอรโ มน ทําใหม นุษยเ ราดัดแปลงวธิ ีการตาง
ๆ เพือ่ ใหเ หมาะสมกับสภาพแวดลอม และนาํ ไปใชใ หเ กิดประโยชนสงู สดุ ในการขยายพันธุพ ืช
ตามประวัติกลาววา ชนชาติจนี เปนชนชาติแรกทร่ี ูจ กั ดดั แปลงวิธีการธรรมชาตมิ าใชใหเกดิ ประโยชน เชน
วธิ กี ารตอนกงิ่ จนมาถึงสมยั กลางวธิ นี ้จี ึงไดแพรข ยายไปทางตะวันตก เปนวิชาการทีไ่ ดรบั การยกยองอยางสงู โดยถือ
กันวา เปนศลิ ปะทีส่ ลับซับซอ นในปจจบุ นั การขยายพันธพุ ชื กา วหนาไปมาก เราสามารถนาํ สว นตาง ๆ ของพืชแทบทกุ
สวนมาขยายพันธไุ ดแมแตเ ยอ่ื ของพืช ซงึ่ ในอดตี เราอาจคดิ ไมถ งึ วาสวนนจ้ี ะเปน สว นทีท่ ําใหเกดิ ตนพชื ข้ึนมาใหม และ
เช่อื วา การขยายพันธุพชื ยงั คงกา วหนา ตอไปเร่ือย ๆ ตราบใดทพ่ี ชื ยงั เปน ปจจัยสาํ คญั ในการดํารงชวี ิตของมนุษยที่เพ่ิม
มากข้ึนทุกป
กลาวไดวา มนุษยเ ราเรยี นรูการขยายพันธพุ ชื โดยการสังเกตจากธรรมชาติ และนาํ มาศึกษาทดลองโดยอาศัย
ความรดู า นวิชาการ การขยายพนั ธุพ ืชโดยใชเมลด็ ไดเริ่มขน้ึ กอ นแลว จงึ มีวิวัฒนาการการขยายพันธพุ ชื แบบตา ง ๆ
ตามมาเปน ลาํ ดบั
ความหมายของการขยายพันธพุ ชื
ความหมายของการขยายพันธพุ ชื ไดมผี ใู หความหมายตาง ๆ กนั ซ่ึงพอทจ่ี ะยกตัวอยางมากลา วพอสังเขป
ดงั น้ี
ธงชยั สุวฒั นเ มฆินทร ใหความหมายของการขยายพันธพุ ืชไวว า การขยายพันธุพ ืชคือการเพิ่มจาํ นวนตน พชื ท่ี
มีอยพู ันธุใดพนั ธหุ นึง่ ใหม มี ากขึ้นกวาเดิม โดยมวี ตั ถุประสงคท จ่ี ะใหไดพนั ธุดี ขยายพนั ธไดม าก ใชเ วลาในการปลูกพชื
ตน ใหมร ะยะส้นั แตใ หผลผลิตสงู และในรายทีม่ คี วามชาํ นาญยึดเปน อาชพี ได ทงั้ นี้มิไดห มายความถึงการนาํ พชื มาจาก
แหลง อ่นื หรอื กลา วใหส ั้นเขา กค็ อื การทวจี ํานวนพชื ใหมากขนึ้ และคงไวซึง่ ลกั ษณะคณุ สมบตั แิ ละคณุ ภาพทดี่ คี งเดมิ หรือ
ดียิ่ง ๆ ขึน้ ไป
สุนทร ปุณโณฑก 3 กลา ววา การขายพนั ธุพ ืช คือการทวปี รมิ าณจํานวนตนพชื ใหมากขึ้น โดยยังคงรกั ษา
คุณสมบัตเิ ดิมไวมิไดเปลี่ยนแปลงเปนการสืบพนั ธุของตน ไมตามธรรมชาตทิ ีม่ นษุ ยใ ชวิธีการตาง ๆ ชวยทําใหม ี
ประสทิ ธิภาพมากข้ึน
ธนิต นิรตั นพงษ และสวุ รรณ ประถมโชคชัย 4 ไดก ลา วไววา การขยายพนั ธพุ ชื หมายถงึ การเพ่มิ จาํ นวนตนไม
ใหมีปริมาณมากขนึ้ โดยคงไวซ ่งึ ลักษณะคุณสมบัติและคุณภาพการผลติ ใหดีเทา เดมิ หรือดียิ่ง ๆ ข้ึนไป
สรุ ตั น มงคลไชยสิทธิ์ 5 กลาววา การขยายพนั ธุพชื คือการทเ่ี รานาํ เอาพชื จํานวนนอยไปทําการทวจี าํ นวนให
มากขน้ึ
กรมอาชีวศกึ ษา กระทรวงศึกษาธกิ าร หนงั สือคมู อื การเรยี นการสอนหลกั พืชกรรมไดใ หค วามหมายของ การ
ขยายพันธพุ ืช การเพิม่ จํานวนตน พชื ใหมปี ริมาณมากขน้ึ โดยคงไวซง่ึ ลกั ษณะคุณสมบัตแิ ละคณุ ภาพของผลผลิตใหด ี
เทา เดิมหรือดียงิ่ ๆ ข้นึ ไป
กรมอาชีวศึกษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร คมู อื การเรียนการสอนวชิ าหลกั พืชสวน ไดกลา วความหมายของการ
การขยายพนั ธุพ ชื วา หมายถึง วธิ กี ารจะเพ่มิ จาํ นวนตนพชื ท่ีมีอยใู หเ พิ่มมากข้นึ แตไ มร วมถึงตน พืชทน่ี าํ มาจากทีอ่ ่ืน
จุดประสงคข อง การขยายพนั ธพุ ชื เพอ่ื คงพนั ธเุ ดิมไว ซ่ึงมลี กั ษณะคณุ สมบตั ิและผลผลติ ท่ดี ไี วห รือใหไดพันธดุ ยี ง่ิ ๆ ข้ึน
ไป
สวนกรมวชิ าการ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร จลุ สารประกอบการเรียนวชิ าอาชีพวชิ าการขยายพนั ธพุ ชื ไดให
ความหมายของ การขยายพันธพุ ชื ไว หมายถึง การทวจี าํ นวนตน พชื พันธหุ น่งึ พันธใุ ดใหม ีจาํ นวนตนมากกวา เดมิ
จากความหมายของการขยายพนั ธุพชื ในความคดิ เหน็ ของผูเขยี น หมายถึงการทาํ ใหพ ืชไมสญู พนั ธแุ ละเปนการ
เพ่มิ หรือทวตี น ไมท มี่ ีอยูใหมีจํานวนมากข้ึนและสามารถเกดิ ตน ใหมสาํ หรบั ปลกู และเพ่ิมผลผลิตใหมากขน้ึ ไดพันธุทด่ี ยี ิง่
ๆ ข้นึ ไป โดยไมรวมถงึ ตนพืชท่นี าํ มาจากแหลงอน่ื มาปลูกไดพันธุทดี่ ีกวาเดมิ
3สุนทร ปุณโณฑก. เอกสารประกอบการเรยี นเกษตร 421 ไมดอกไมป ระดบั และการตกแตงสถานท.ี่ หนา 226
4ธนิต นิรตั นพงษ และสวุ รรณ ประถมโชคชยั . คมู อื แบบเรยี นและแนวทดสอบ หมวดวิชาเกษตรกรรม. หนา 6
5สรุ ตั น มงคลไชยสิทธิ์. วารสารแมโ จ. ปที่ 1 ฉบบั ที่ 8 หนา 475
ประเภทของการขยายพันธพุ ืช6
การขยายพนั ธพุ ชื โดยทั่วไปแลวสามารถแบงออกเปน ประเภทใหญ ๆ ได 2 ประเภท คือ
การขยายพนั ธุพืชโดยการใชเ พศ (Sexual Propagation) หรอื การขยายพนั ธโุ ดยใชเ มลด็ การขยายพนั ธุโดยวิธนี ้ี
เก่ียวของกบั การผสมพันธรุ ะหวา งเกสรตวั ผู(pollen grain) และเกสรตวั เมยี (pistil) ผลของการผสมพนั ธกุ ค็ อื ไดเ มล็ด
พชื (Seed) ดังนนั้ การขยายพนั ธโุ ดยวิธนี ี้ก็คือ การขยายพันธโุ ดยใชเ มลด็ ดว ยการนาํ เอาเมล็ดไปเพาะกจ็ ะไดต น พืช
คือ กลา หรือ เบี้ย (Seedling) ทเี่ กดิ มาจากคพั ภะ(embryo)7 อันเปนผลของการผสมพันธนุ ่นั เอง การขยายพันธุ
โดยใชเมล็ดเปนวธิ กี ารขยายพันธพุ ืชจากพืชลม ลกุ กงึ่ ลมลกุ และพชื ถาวรทวั่ ไป เมล็ดพชื บางชนิดอาจจะตอ งใชก าร
ปฏิบัตบิ างอยางกอ นนาํ ไปเพาะ เพื่อชว ยใหง อกเร็วขึน้ เมลด็ บางชนิดอาจงอกไดทันทเี ม่ือมสี ิง่ แวดลอ มท่ีเหมาะสม
การขยายพนั ธพุ ืชโดยไมใ ชเพศ (Asexual Propagation) หรือ การขยายพนั ธโุ ดยใชสวนตา ง ๆ ของพืชยกเวนเมล็ด
การขยายพันธุพืชแบบนที้ ําไดส ําเรจ็ กเ็ พราะสว นตา ง ๆ ของพืชสามารถสรางสวนท่ขี าดไปขึ้นทดแทน เชน ถาเราตดั
กง่ิ มาชาํ ก่งิ ก็สามารถงอกได ถา ตัดรากมาชาํ รากก็สามารถเกิดตนใหมไ ด ถา นําใบมาชาํ ใบก็สามารถเกิดทง้ั ตนและราก
ใหมไ ด นอกจากน้ีเรายงั สามารถนาํ กงิ่ ของดา นหนึง่ มาทาบบนกิ่งของตนตอ (Stock) ของอกี ดานหนึง่ เปนตนเดยี วกนั
จดุ ประสงคของการขยายพันธุจากสว นตา ง ๆ ของพชื (Clone)8 จากตนแมท าํ ใหล กั ษณะ
เพ่ือดํารงพนั ธพุ ชื การขยายพนั ธจุ ากสวนตาง ๆ ของลาํ ตนจะใหส ายตน
ทง้ั หมดถายทอดมายังตนลกู สายตน จึงดํารงลกั ษณะดเี ดนของตนแมไ วไ ดพ ชื บางชนิดไมมเี มลด็ เชน กระเทยี ม
กลวย ฯลฯ ตองใชการขยายพันธแุ บบน้ีเทานั้นการขยายพันธจุ ากสวนตา ง ๆ ของลาํ ตนพืชบางชนดิ ทาํ ไดงา ยกวา
รวดเรว็ และประหยดั กวา การขยายพันธดุ ว ยเมล็ด คอื ปลูกดวยเมลด็ แลว โตชา กวาปลกู ดวยกิง่ ชาํ หรือกิ่งตอนมากพชื
บางชนิดมชี ว งการเจรญิ เติบโตกอ นใหผลยาวนานมาก เราสามารถขยายพันธุจ ากกง่ิ ของตน ทีม่ อี ายุแลว เพอ่ื ใหผ ลเรว็ ข้นึ
ตนแมอาจจะเปน ตนทไ่ี ดมาจากการผา เหลาหรือจากการเพาะเมลด็ แลว ไดล ักษณะเดน ก็ได โดยทฤษฎแี ลว สายตนตอ งมี
ลกั ษณะเหมอื นตน แมทกุ อยา ง แตอาจมีขอ ยกเวน บา ง เนื่องจากมีรูปรางและมนี ิสัยของพชื เปน ลักษณะภายนอก ซง่ึ
ไดมาจากลกั ษณะภายในสภาพแวดลอ มทีพ่ ืชข้ึนอยู ดงั นั้นในสายตนเดยี วกัน รปู รา งของทรงตน ลกั ษณะดอกและผล
อาจแตกตางกนั ได ท้ังน้ีขนึ้ อยกู บั ภมู อิ ากาศ ดิน โรค หรืออืน่ ๆ
6นนั ทยิ า สมานนท. การขยายพนั ธพุ ืช หนา 75 และ สน่นั ขําเลิศ. หลกั และวิธีการขยายพนั ธพุ ืช. หนา 6
7คัพภะ(embryo) คอื พชื เลก็ ๆ ทอี่ ยภู ายในเมลด็ เกดิ ขึน้ จากไข (egg) ไดร ับการผสมจากเชอ้ื ของตนใหมท้งั หมดมีลกั ษณะ
ทางพนั ธกุ รรมเหมอื นตนแมทุกประการ
8สายตน (clone) คือ ตน ใหมท่ไี ดจากตน แมเ ดยี วโดยการขยายพันธุแบบใชสว นตาง ๆ ของลําตน และตน ใหมท ั้งหมดมี
ลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนตนแมท ุกประการ
การขยายพนั ธแุ บบไมใ ชเพศ สามารถทาํ ไดหลายวธิ ดี วยกนั คอื
การปกชาํ หรือการตดั ชาํ (Cutting) คือการตัดสว นใดสว นหน่งึ ของลําตน ราก ใบพืชนาํ ไปชาํ ไวใ นวตั ถปุ ก ชํา
ท่เี หมาะสมกลา วคือ มีความชืน้ อณุ หภมู ิและอากาศเพียงพอสาํ หรบั การสรางตนใหม นยิ มใชกบั ไมด อก ไมประดบั
ผกั บางชนดิ และไมผ ลบางชนดิ
การตอนก่งิ (Layering) เปนการทาํ ใหก ่ิงพืชเกิดรากข้นึ ในขณะท่ียงั ติดอยูกับตน แม พืชบางชนิดอาจจะงอก
รากไดเองตามธรรมชาติ หรือพชื บางชนดิ จะตองชว ยกระตุน ใหเ กิดราก กิง่ พืชทีเ่ กดิ รากและต้งั ตวั ไดแลว ตดั ไปปลูก
เรียกวา ก่งิ ตอน
การติดตา (Budding) หมายถงึ การเอาตาของพืชจากตน หนงึ่ ไปสอดใสใหก บั อกี ตน หนึง่ ซึง่ อยูในเครือ
เดยี วกนั หรือตระกูลเดียวกนั เพือ่ ใหเ จริญเปนตนใหม
การตอ ก่งิ (Grafting) เปนวิธที ที่ ง้ั ในเรื่องของการขยายพันธแุ ละการเปล่ยี นพนั ธพุ ชื แตมกั จะใชเ พอ่ื การ
เปลย่ี นพันธมุ ากกวา โดยใชส ว นของพืชพันธหุ น่ึงไปตอใหก ับพชื อีกพันธุหน่งึ โดยกําหนดใหตน ท่ีมีรากเปนตน
ตอ และอีกตนหนึง่ ท่นี ํามาตอ เปน ตน ก่ิงพันธดุ ี เมื่อทาํ การตอ ถูกตองตามวธิ ีการแลวสว นของพชื ทั้งสองจะเจริญเปนตน
เดียวกนั
การทาบกิง่ (Inarching) เปนการขยายพนั ธพุ ืชเพอ่ื เปลย่ี นพันธุเปน วิธที ่ที ําไดงายและคอ นขา งไดผ ลดี ท้ังนี้
เพราะทั้งตนตอและก่งิ พันธุดตี างกม็ ีรากเลี้ยงตน อยู จึงมีโอกาสรอคอยใหเ กดิ การเช่อื มของรอยทาบไดน านกวา วิธอี ืน่
วิธนี ี้จงึ เหมาะสมสาํ หรบั ผทู ย่ี งั ไมช าํ นาญหรอื ประชาชนทัว่ ไป ทําไดโดยการนาํ เอาพชื สองตนตา งกม็ ีรากและยอดเชนกัน
มาทําการเช่อื มติดกันเปน ตน เดยี วกัน หลงั จากที่เชื่อมติดกันสนิทดีแลว จึงทําการตัดยอดตนตอเหนือรอยตอและตดั กิง่
พันธุดใี ตรอยตอ แตบางคร้ังการตดั จะคอย ๆ ทาํ ทีละนอ ยเพือ่ ใหต นพืชรูตวั และปรับตวั
การแบงและการแยก (Separation and Division) เปนการขยายพนั ธุพวกท่มี ีลําตน เทยี ม (Pseudo Stem)
ซึง่ จะทําการขยายกอ นหรือหลังการงอกก็ได แตโ ดยปกติมักจะทําการขยายกอ นงอกราก
การแบง (Division) เปนการขยายพนั ธพืชทม่ี ีลาํ ตน ติดรวมกนั แนน ไมม รี อยแบงตามธรรมชาติ ไมสามารถ
แบงออกไดด ว ยมอื เปลา ตอ งใชมีดหรือกรรไกรตัดแบงออกเปนสวน ๆ เชน มนั ฝรงั่ ขงิ ขา ขมิ้น เปนตน
การแยก (Separation) เปนการขยายพนั ธุพ ชื ทมี่ ีลาํ ตนเกาะกันอยา งหลวม ๆ โดยมีรอยแบงตามธรรมชาติ
สามารถแยกออกจากกนั ไดง ายดว ยมอื เปลา เชน หอม กระเทียม ซอ นกลิน่ ฝรัง่ พุทธรักษา กลว ย เปน ตน
จากการศกึ ษาพอสรุปไดว าการขยายพันธพุ ชื สามารถแบงได 2 ประเภทใหญ ๆ คอื
- การขยายพนั ธุพชื โดยการใชเพศหรือการเพาะเมล็ด
- การขยายพนั ธพุ ืชโดยไมใ ชเ พศซง่ึ อาจทําไดห ลายวธิ ดี วยกัน เชน การปก ชํา การตอนก่งิ การติดตา การ
ตอ ก่ิง การทาบกง่ิ การแบงและการแยก
ประโยชนและความสําคัญของการขยายพันธพุ ืช9
งานอาชีพที่เกี่ยวกับการเกษตร โดยเฉพาะทางดา นพชื สวนอันไดแก การทาํ สวนผัก สวนผลไม สวนดอกไม
และไมประดับ เปนอาชีพทีเ่ กีย่ วกบั การขยายพันธพุ ืชทัง้ ส้ินเปน ตน วาการทาํ สวนผลไม ตอ งใชวิธกี ารขยายพนั ธุพืชใน
การซอ มแซมตน พชื ท่ีไดรับอันตราย (repair grafting) การทาํ คา้ํ ยัน (Supporting) เพื่อเพ่ิมความแขง็ แรง
ใหกบั พืชที่ปลูกอยู การทําสวนผัก การเพาะกลา ผกั กเ็ ปนงานที่สาํ คัญในการปลูกผกั เปนอาชพี หลกั และถา เปนการ
ทาํ สวนดอกไม ไมประดบั ดวยแลว กจ็ ะตอ งเก่ยี วขอ งกบั การขยายพนั ธพุ ืชมากยิ่งขึน้ เพราะตอ งมีการเพาะเมลด็ ปก
ชํา ตอน ติดตา และตอ ก่งิ เกย่ี วขอ งอยูเสมอ
จึงกลาวไดวา งานอาชีพเกษตรทางดานพืชสวนนี้ จะตองมกี ารเกยี่ วของอยกู ับการขยายพันธุพืชอยูต ลอดเวลา
ดังนัน้ ถาเกษตรกรไดรหู ลกั การขยายพนั ธพุ ืชท่ถี ูกตองแลว กย็ อมจะชวยใหอ าชพี ทางดา นนป้ี ระสบความสําเรจ็ มากขึน้
พนั ธุพ ชื ทีป่ ลกู อยูใ นปจ จุบันนมี้ ีววิ ฒั นาการอยางรวดเร็ว เพราะมนุษยรูจกั ตัดพนั ธุ ปรับปรงุ พนั ธุ และ
ขยายพนั ธพุ ืช การขยายพันธพุ ชื เปน ข้นึ ตอนสําคัญทท่ี ําใหพ นั ธพุ ืชเหลาน้ันไมสูญหายไป และยังเพิ่มจํานวนขน้ึ ไดต าม
ความตอ งการอีกดว ย
การขยายพันธพุ ืชทําได 2 วิธี คือ
- การใชเมล็ดเพาะ (Seed or Sexual Propagation)
- การใชสว นตาง ๆ ของลําตน ไปทําใหเ กดิ ตนใหม (Vegetative or Asexual Propagation) เชน การปก ชาํ
การตอนกิ่ง การติดตา การทาบกงิ่ การใชหนอ หัว หรือเหงาไปปลกู
ผทู เ่ี รยี นวชิ าน้ตี อ งจําไวแตแรกวา การใชเมลด็ เพราะนนั้ ทําไดงา ยและไดจํานวนตนมาก แตถ าเมลด็ นั้นไมผ าน
การควบคมุ ในการผลิต ตน ใหมทไ่ี ดมกั จะกลายพนั ธุ คือ มีลักษณะตา งไปจากตนแม เนื่องจากเมลด็ ไดมาจากการ
ผสมของเซลลส ืบพันธุ จากตน พอ และแมซงึ่ มยี นี 10(gene) ตา งกนั เม่ือผสมกนั แลว ยีนมีการกระจายตัวและจับคูใหม
ตนทไ่ี ดจ งึ ไมเ หมอื นเดิม และมกั จะกลายพนั ธไุ ปในทางท่เี ลว แตถา กลายพันธไุ ปในทางที่ดีก็จะทาํ ใหไดพนั ธใุ หมทมี่ ี
ลักษณะดีเดนกวาตนแมได สวนการขยายพนั ธุโ ดยใชสวนตา ง ๆ ของลําตนน้ันจะไดตน ใหมท ี่คงลักษณะเดิม
ตวั อยางเชน เงาะโรงเรียน เปน พนั ธุเ งาะทมี่ กี ําเนดิ ในอําเภอนาสาร จังหวัดสรุ าษฎรธานี ตัง้ แตป พ.ศ. 2470 คือ
นายเคหวอง ซื้อเงาะปนงั มา เมื่อทิ้งเมลด็ ไปนอกบาน เมลด็ งอกเปนตน ตอ มาเม่ือยกบานและท่ีดินใหเปน สมบตั ขิ อง
โรงเรยี นประชาบาล ตน เงาะจงึ เปน สมบตั ขิ องโรงเรียนดว ย เงาะตนนน้ั มผี ลมลี กั ษณะกลายไปจากเงาะปนัง คือ มี
รูปรางคอ นขางยาวรี เปลอื กสีแดงแตข นหลายมีสเี ขยี วอมเหลอื ง เปลือกบางและตึง เนอ้ื หนา มรี สหวานกรอบลอน
จากเมลด็ งาย เสีย้ นท่ีตดิ กับเนื้อหุม เมล็ดไมแขง็ ใครไดช มิ กต็ ิดใจ การขยายพนั ธุจากตน น้นั เรม่ิ ข้ึนเม่อื พ.ศ. 2495
และแพรหลายในป พ.ศ. 2497 โดยการตอนกงิ่ ตอ มาจึงใชวธิ ีการตดิ ตา เวลาน้ีปลกู กนั ไปทัว่ ไมเฉพาะแตในภาคใต
เทาน้นั มีผนู ําไปปลกู แถวระยองและจนั ทบุรดี วย โดยเรียกช่อื พนั ธุวา เงาะโรงเรยี น ตามสถานท่ีที่กาํ เนดิ พนั ธุ
จากตวั อยางน้ี เงาะโรงเรยี นกลายมาจากเงาะปน งั แตกลายไปในทางดี ถา เราเอาเมล็ดของเงาะโรงเรียนมา
เพาะ ตน ใหมท่ไี ดอ าจจะเหมอื นตนแม หรืออาจจะกลายพันธไุ ปอกี ถา กลายไปในทางทีด่ ีกวาก็จะไดพ ันธุใหม เพราะ
มผี ูนาํ ไปขยายพันธุต อ ไป ถา กลายไปในทางที่เลวกวากค็ งไมมกี ารดาํ รงพนั ธไุ ว การขยายพนั ธไุ มผลดวยการเพาะเมล็ด
จึงเปนการเสีย่ ง
แตถ า ขยายพนั ธุเงาะโรงเรยี นดว ยการตอนกง่ิ หรือติดตา กจ็ ะดํารงและเพ่ิมจํานวนเงาะโรงเรียนใหมผี ลคงรส
อรอ ยน้นั ไว และเราเรยี กตน ใหมทง้ั หลายทไ่ี ดมาจากตนแมเ ดียวกันโดยการขยายพันธจุ ากสว นตา ง ๆ ของลําตน วา
สายตนหรือ Clone คอื เงาะโรงเรียนทกุ ตนทีป่ ลกู กนั อยูเปนสายตน ของเงาะโรงเรียนทนี่ ายเคหวองปลกู เมือ่ พ.ศ.
2470 ตน นนั้
9สน่ัน ขําเลิศ. หลักและวธิ ีการขยายพนั ธพุ ชื . หนา 2 และนันทิยา สมานนท. การขยายพันธุพชื . หนา 1 - 2
10ยีน (gene) หมายถึง หนวยควบคุมลกั ษณะทางพันธุกรรมของสง่ิ มชี วี ติ
การเลอื กใชวธิ ีการขยายพนั ธแุ บบใดมขี อเปรียบเทียบใหเหน็ ดงั ตารางที่ 1
ตารางท่ี 1 ตารางเปรียบเทียบขอ ดี – ขอ เสียของการขยายพนั ธพุ ชื ดว ยเมล็ด
ขอดีของการขยายพนั ธพุ ืชดวยเมล็ด ขอ เสยี ของการขยายพันธพุ ืชดว ยเมล็ด
ทําไดง า ย รวดเร็ว และไดจ าํ นวนมาก มีการกลายพันธแุ ละมกั กลายไปในทางเลวกวาตน แม
มีขนาดเล็กไมแ หง ตายงายและสะดวกในการ โดยทวั่ ไปออกผลชากวา
ขนสงไปไกล
ไมคอยติดโรคไวรัสจากตนแม ไดตน สงู ใหญไ มส ะดวกแกก ารดูแลรักษาและเก็บเกย่ี ว
มรี ากแกวสามารถหย่งั ในดนิ ไดล ึกหานา้ํ และ ไดตนที่มขี นาดไมสมาํ่ เสมอ
อาหารไดด ี
ทาํ ไดทุกฤดกู าล พชื บางชนิดเพาะเมลด็ แลวใชเ วลานานกวาจะงอก
มกี ารกลายพนั ธทุ ําใหม โี อกาสไดต น ที่ดีกวา พอ
แม
ตารางที่ 2 ตารางเปรยี บเทยี บขอ ดี - ขอ เสียของการขยายพันธโุ ดยใชส วนตาง ๆ
ขอ ดขี องการขยายพนั ธุโ ดยใชส ว นตาง ๆ ขอ เสยี ของการขยายพนั ธุโดยใชส ว นตาง ๆ
ไดตนตรงตามพนั ธุ ทําไดง า ยไมเ หมอื นการเพาะเมล็ด คือตองมกี ารฝกหดั
ทาํ กอนบางจึงจะทาํ ไดดี เชน การตอนกิง่ การ
ตดิ ตา การทาบกง่ิ การเสียบก่งิ
ออกผลเรว็ กวาตน ทเ่ี พาะจากเมลด็ ก่ิงหรือตน มีขนาดใหญ ขนสง ไมงา ยนักและเปลืองเน้ือท่ี
ในการเก็บรกั ษา
ไดต นที่ไมสงู เกินไปสะดวกแกก ารเกบ็ เกีย่ ว ถาตอ แมเ ปนโรค ตนใหมทีไ่ ดมกั ติดโรคมาดว ย
ไดต นท่มี ีขนาดสมา่ํ เสมอ เชน การปกชาํ กิง่ ก่ิงตอนหรอื กิง่ ชําไมม ีรากแกว สว นการ ติดตา
ท่มี ขี นาดพอ ๆ กนั หรอื ทาบก่งิ บนตน ตอท่เี พาะจากเมล็ดจงึ จะไดร ากแกว
การปก ชาํ และตอนกง่ิ มกั จะตองทําในสภาพทมี่ ีอากาศชน้ื
จงึ จะไดผลสาํ เรจ็ เปนเปอรเซน็ ตสูง
จากตารางที่ 1 และ 2 จะเห็นไดวา การขยายพันธทุ ั้งการใชเมลด็ และใชส วนตาง ๆ ของ ลาํ ตน ตางกม็ ที ้งั ขอ ดี
ขอ เสยี เราตองเลือกใชว ธิ ีท่มี ขี อดีมากกวา ในการขยายพันธพุ ืชแตละชนิด พชื ทีป่ ลูกกันมาแตเดมิ หรือปรับปรงุ พนั ธ
ใหมจ ะสญู พันธห รือกลายพันธุไปในทางที่เลว ถาไมมีการดาํ รงพนั ธอุ ยา งถกู วิธี ผปู ลกู จึงควรมีพน้ื ฐานของการ
ขยายพนั ธพุ ืชอยา งแมน ยํา เชน รูวา พืชใดควรขยายพันธแุ บบใด หลักการขยายพนั ธพุ ชื ยงั คงเหมอื นเดิมเพียงแตว ิธี
หรือเทคนิคอาจจะเปลีย่ นแปลงหรือพัฒนาไป ทาํ ใหส ามารถขยายพันธพุ ืชไดมากชนดิ ขึ้น ทาํ ไดรวดเรว็ ข้ึนและมี
เปอรเ ซ็นตความสาํ เร็จสูง
จากความคดิ เหน็ ของผูเขียนพอสรุปประโยชนและความสําคญั ของการขยายพนั ธไุ ดว า การขยายพนั ธุทําให
เกษตรกรมีอาชพี ทางดา นน้ปี ระสบผลสําเร็จ นอกจากจะไดจ ํานวนตน พชื ใหเพยี งพอกบั ความตอ งการของมนษุ ยแ ลว ก็
ยงั สามารถรกั ษาพนั ธุพชื ไมใหส ูญพันธุไปและพืชท่ีไดเ หลา นนั้ เปนพืชทม่ี คี ณุ ภาพตรงกับความตองการของผปู ลูก และ
ตลาด คอื ปลกู งา ย โตเร็ว ไมม ีโรคแมลงรบกวน ดแู ลรักษางาย ใหผ ลผลิตท่ดี ีมคี ุณภาพตรงกับความตองการของ
ตลาด
ใบงานท่ี 1.2
เรือ่ ง ความรูเบื้องตนเกีย่ วกับการขยายพนั ธุพ ชื
ชอ่ื ........................................................... นามสกลุ ...........................................................................ชัน้ ...............
จุดประสงคการเรยี นรู
1. จําแนกประเภทของการขยายพนั ธุพืชได/2. อธิบายถงึ ประโยชนแ ละความสําคัญของการขยายพันธพุ ชื ได
คําช้แี จง ก. ใหนกั เรยี นเลือกขีดเสน ใตค าํ ตอบทก่ี ําหนดใหในทา ยขอความใหมีความสัมพนั ธก ัน (5 คะแนน)
1. การขยายพนั ธุพ ชื โดยการใชเ พศ (การตอนกิง่ , การปก ชาํ , การเพาะเมลด็ )
2. การขยายพนั ธพุ ืชโดยการไมใชเพศ ( การเสยี บยอด, การเพาะมะมว ง , การเพาะมะละกอ)
3. พชื ท่นี ยิ มในการทาบก่ิง ( มะมวง, มะยม, ลําไย)
4. พชื ทนี่ ยิ มในการปกชาํ (เขม็ ญ่ีปุน, มะขาม, ลาํ ไย)
5. พืชท่ีนยิ มในการตอนกงิ่ (ฝร่งั , หมาก, มะมวง)
6. พืชทน่ี ยิ มในการติดตา (เฟอ งฟา , กหุ ลาบ,มะขาม)
7. พืชทีน่ ยิ มในการเสียบยอด (ชวนชม, พทุ ธรกั ษา,มะลิ )
8. พืชใบเลย้ี งเดยี๋ ว ( หนอ ไมฝรัง่ , มะมวง,สม โอ)
9. พืชใบเลยี้ งคู ( ไผ, ชมพู, ขิง)
10. ประโยชนข องการขยายพนั ธพุ ืชโดยการเพาะเมลด็ ( ทํางาย,มรี ากแกว , ไดผลผลิตเร็ว)
คาํ ชแี้ จง ข. ใหนกั เรยี นเลอื กตวั อักษรหนา ขอ ความทางขวามือมาใสหนาหมายเลขขอความทางซายมอื
โดยใหมีความสมั พันธกนั (5 คะแนน)
..........1. การขยายพนั ธุพืชโดยการใชเพศ ก. สายตน(clone)
..........2. การขยายพนั ธุพ ชื โดยการไมใ ชเ พศ ข. คพั ภะ(Embryo)
..........3. พชื ท่ีไมม ีเมล็ด ค. กระเทียม,กลว ย
..........4. ตนไมท ไ่ี ดจ ากตนแม โดยการขยายพันธแุ บบใชส ว นตา ง ๆ ง. การปก ชํา
ของลาํ ตน และตน ใหมม ีลักษณะทางพนั ธกุ รรมเหมือนตน แม จ. การติดตา
ทุกประการ ฉ. ขิง,ขา ,ขมนิ้
..........5. พชื เล็ก ๆท่อี ยูภายในเมล็ดเกดิ ขึน้ จากไข ช. การเพาะเมลด็
..........6. การแบง (Division)เปน การขยายพนั ธพุ ืชทีม่ ีลําตน ตดิ รวมกนั แนน ซ. การเสยี บยอด
..........7. การตดั สว นใดสวนหนงึ่ ของลําตน ราก ใบ พชื นําไปปก ชาํ ญ. การตอนกง่ิ
ในวตั ถุปก ชาํ ทเ่ี หมาะสม ฎ. การแยก
..........8. การทาํ ใหกง่ิ พชื เกดิ รากในขณะท่ียงั ตดิ อยกู บั ตนแม ฏ. การทาบกิ่ง
..........9. การเอาตาของพชื จากตน หนึง่ ไปสอดใสใ หก บั อีกตน หนง่ึ ฌ. การทาบก่งิ
..........10. การนาํ ตน พชื 2 ตนมาเชื่อมหรือประสานกันใหได
ตนใหมโดยทั้ง 2 ตนมีรากและยอด
แบบทดสอบหลังเรียน
เรื่อง ความรูเบอ้ื งตนเกย่ี วกบั การขยายพันธุพชื
คาํ ช้ีแจง ใหน กั เรยี นทาํ เคร่อื งหมายกากบาท ( x) ทับตัวพยัญชนะหนาขอทน่ี กั เรียนเลือกตอบ
เพยี งขอ เดียว
1. มนษุ ยม ีการเรยี นรเู รื่องการขยายพนั ธุพชื โดยวธิ ใี ด ?
ก. เรียนรจู ากธรรมชาติ
ข. คิดคนทดลองขึ้นเอง
ค. เรียนรโู ดยบังเอญิ
ง. คนรุน เกา ๆ สงั่ สอนเอาไว
2. ชนชาติแรกท่รี จู ักดัดแปลงการขยายพันธุพืชมาใชเ ปนประโยชนคือชนชาตใิ ด ?
ก. ชนชาตเิ กาหลี
ข. ชนชาตอิ เมรกิ นั
ค. ชนชาติจนี
ง. ชนชาตญิ ป่ี ุน
3. ความหมายของการขยายพันธุพ ืชตรงกับขอ ใด ?
ก. เกษตรอาํ เภอแจกพนั ธลุ าํ ไยใหเ กษตรกรปลูก
ข. ครูเกษตรสอนนักเรยี นทาบก่ิงตน มะมวง
ค. นักเรยี นศึกษาถึงวธิ ีการเสียบกิง่ ตน มะมว งจากรูปภาพ
ง. นายแดงตอนกิง่ มะนาวพนั ธุต าฮิตเิ พอื่ จาํ หนาย
4. ขอดขี องการขยายพนั ธพุ ชื โดยใชเพศคอื ขอใด ?
ก. ใหผ ลผลติ เรว็
ข. ไดต นพชื ทีม่ ีระบบรากแข็งแรง
ค. ไมกลายพนั ธุ
ง. ถกู ทุกขอ
5. วธิ ีการท่ที าํ ใหสว นของพืชงอกรากขณะทีย่ งั ติดอยูกบั ตนเดมิ เปน การขยายพันธุวิธีใด ?
ก. การปก ชํา
ข. การตอนกิ่ง
ค. การเสยี บยอด
ง. การทาบกิ่ง
6. การขยายพนั ธพุ ชื ตามขอใดทใ่ี ชต น ตอและกงิ่ พนั ธตุ า ง ๆ กม็ รี ากเลยี้ งลาํ ตนอยู
ก. การปก ชํา
ข. การตอนกิง่
ค. การตอกงิ่
ง. การทาบกิง่
7. ถา ตอ งการใหต นมะมวงตนหนึ่งมีหลาย ๆ พนั ธุ ควรใชวิธีการขยายพันธแุ บบใด ?
ก. การตอนกิง่
ข. การตอกงิ่
ค. การติดตา
ง. การเสยี บยอด
ตอไปนเ้ี ปนคําตอบของคาํ ถามขอ 8 - 10
จ. การตอนก่งิ
ฉ. การติดตา
ช. การปก ชาํ
ซ. การทาบกงิ่
8. เปนการขยายพนั ธุพ ชื ที่ตอ งใชเ ทคนิคและความชํานาญสูงในการขยายพันธมุ ะมว ง
9. การขยายพันธพุ ืชตามขอใดท่ีจะตอ งใชพชื ตระกลู เดยี วกัน
10. เปนวิธีการขยายพนั ธทุ ป่ี ระหยดั คาใชจ ายและทําไดงาย คอื ขอ ใด ?
*******************************