The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ภูมิปัญญาน่าสนใจ ไทสารคาม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by akkarawat2542, 2021-03-23 22:06:12

ภูมิปัญญาน่าสนใจ ไทสารคาม

ภูมิปัญญาน่าสนใจ ไทสารคาม

หลกั สูตรภมู ิปัญญาทอ้ งถนิ่ วชิ าภาษาไทย
ภูมปิ ัญญานา่ สนใจ ไทสารคาม

ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 3

โดย
นางสาวมานิตา มุมทอง รหัสประจาตวั นสิ ิต 61010514023
นายอคั รวฒั น์ สุทธิหล่อ รหัสประจาตวั นสิ ติ 61010514047
นางสาวโสรยา วนั นอ้ ย รหัสประจาตวั นิสิต 61010514055

กศ.บ. วิชาภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์
กลมุ่ เรยี นที่ 5 ระดบั อดุ มศึกษาปีที่ 3

เสนอ
อาจารย์ ผศ.ดร.มนตรี วงษส์ ะพาน

รายวชิ า 0560303 การออกแบบและการพัฒนาหลกั สูตร
( Curriculum Design and Development )
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม



คานา

สาระการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นวิชาภาษาไทย เรื่อง ภูมิปัญญาน่าสนใจ ไทสารคามน้ี จัดทาขึ้นโดย
ยึดแนวทางตามหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยปรับจากสาระการเรียนรู้หลักสูตร
แกนกลาง กลุม่ สาระการเรียนรู้วชิ าภาษาไทยให้สอดคล้องกับสภาพ ความต้องการและความเป็นอยู่ในท้องถ่ิน
จังหวัดมหาสารคาม มีจุดมุ่งหมายเพ่ือให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพท้องถ่ินเมืองมหาสารคาม
สามารถนาความรู้ที่ได้จากการเรียนไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับการดารงชีวิต เข้าใจกระบวนการเรียนรู้ในการ
ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามวัฒนธรรมของท้องถิ่นอีสาน มีเจตคติที่ดีต่อท้องถิ่น เมืองมหาสารคาม และเห็นคุณค่าของ
การอนุรักษ์สภาพแวดล้อมต่อท้องถิ่นที่อาศัย อาชีพ ภาษา วรรณกรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและ
วฒั นธรรมจนกอ่ ใหเ้ กิดความรัก ความภาคภมู ิใจ ความผกู พนั ในท้องถ่นิ มหาสารคาม

ขอขอบพระคุณผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนตรี วงษ์สะพาน อาจารย์ท่ีปรึกษารายวิชาการออกแบบ
และพัฒนาหลักสูตร บิดามารดา ครูอาจารย์ ตลอดจนผู้มีพระคุณทุกท่านที่ทาให้ผู้จัดทามีความรู้ ความเข้าใจ
รักและหวงแหนมรดกทางภูมิปัญญาวัฒนธรรมท้องถิ่นของไทย และจัดทาสาระท้องถ่ินวิชาภาษาไทย เพื่อสืบ
ทอดและถา่ ยทอด อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมทอ้ งถ่ินให้ดารงอย่กู ับชนรุ่นหลังสืบตอ่ ไป

หวังเป็นอย่างย่ิงว่าสาระการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นวิชาภาษาไทย เร่ือง ภูมิปัญญาน่าสนใจ ไทสาร
คามน้ี จะเป็นประโยชน์ ต่อเยาวชนชาวมหาสารคามและบคุ คลทสี่ นใจท่วั ไป

มานติ า มมุ ทอง
และคณะ



สารบญั

เรอ่ื ง หน้า

คานา ..................................................................................................................... .............. ก
สารบัญ ............................................................................................................................. ... ข
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 เส่ือกกบ้านแพง …………………………………………………….………………... 1

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 ……………………………………………………….......................... 4
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 2 ......................................................................................... 22
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 พระธาตุนาดูน …………………………………………………….……………..…... 42
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 ……………………………………………………….......................... 45
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4 ......................................................................................... 65
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 5 ……………………………………………………….......................... 83
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 กะหร่ปี ั๊บไส้มนั แกว ……………………………………………….………………... 103
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 6 ……………………………………………………….......................... 106
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 7 ......................................................................................... 125
สาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม …………………………………………………....……………. 42
พฤตกิ รรมการเรียนรู้ทางการศึกษา ……………………………………………….......……………. 48

พฤตกิ รรมการเรียนรดู้ ้านพุทธิพิสัย ……………………………………...…………………….. 48
พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ดา้ นทักษะพสิ ยั ………………………………………....……………….. 58
พฤตกิ รรมการเรยี นร้ดู า้ นจิตพสิ ัย …………………………………………...………………….. 70
แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น ………………………………………....………………… 73
3 วิธกี ารดาเนินการ ……………………………………………………………………………………………….. 89
การศึกษาหลักการ แนวคดิ ทฤษฎี เอกสาร และงานวิจยั ทีเ่ ก่ียวขอ้ ง .......……….....… 89
การสรา้ งเครื่องมอื และผลการทดลองใชเ้ คร่อื งมือ ……………………………………………… 89
สถิตทิ ่ีใช้ในการวเิ คราะห์ขอ้ มูล ………………………………………………………………….…….. 119

1

หลกั สตู รท้องถิ่น “ภูมิปัญญานา่ สนใจ ไทสารคาม”
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 1 เส่ือกกบา้ นแพง

ช่วงชัน้ ท่ี 3 เวลาเรยี น 3 ชั่วโมง

1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. นักเรียนมคี วามร้คู วามเขา้ ใจเก่ียวกบั การพูดรายงาน
2. นกั เรยี นสามารถพดู รายงานการศึกษาคน้ คว้าประวัตเิ สื่อกกบ้านแพงได้
3. นักเรยี นใหค้ วามสาคใั ในการเรียนเร่ืองเสื่อกกบ้านแพง และนาองคค์ วามรู้ไปประยุกต์ใช้ใน
ชีวติ ประจาวัน
4. นักเรียนมีความรูค้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกบั การพูดแสดงความคิดเหน็

5. นักเรยี นสามารถพูดแสดงความคิดเหน็ การทาเส่ือกกบา้ นแพงได้

6. นกั เรียนให้ความสาคใั ในการเรยี นเรอ่ื งเส่ือกกบ้านแพง และนาองคค์ วามรู้ไปประยุกต์ใช้

2. มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั
ท 1.1 ม.3/9 ตีความและประเมินคุณค่าและแนวคิดที่ได้จากงานเขยี นอยา่ งหลากหลายเพ่ือ

นาไปใช้แก้ปัใหาในชวี ติ
ท 3.1 ม.3/1 แสดงความคดิ เหน็ และประเมนิ เรอื่ งจากการฟังและการดู
ท 3.1 ม.3/3 พดู รายงานเรือ่ งหรือประเดน็ ท่ีศึกษาค้นควา้ จากการฟงั การดู และการสนทนา
ท 3.1 ม.3/4 พดู ในโอกาสต่างๆ ได้ตรงตามวตั ถุประสงค์

3. สาระสาคัญ /ความคิดรวบยอด
“เสื่อกกบ้านแพง” สินค้าเล่ืองชื่อ ฝีมือกลุ่มสตรีแม่บ้าน อ.โกสุมพิสัย ภูมิปัใใาหัตถกรรมท่ีสืบทอด

จากบรรพบุรุษ ท่ีนามาแปรรูปเป็นสินค้าหลายชนิด ทาเงินให้ชุมชนพร้อมสร้างรายได้ให้กับครอบครัว
ตลอดท้งั ปี

4. สาระการเรยี นรู้
1. การพดู รายงาน
2. วิเคราะห์คณุ ค่าและขอ้ คิดจากการอา่ นประวัตเิ สื่อกกบา้ นแพง
3. พูดแสดงความคิดเหน็
4. การทาเสื่อกกบา้ นแพงข้ันต้น

2

5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ

6. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. รักความเปน็ ไทย
2. ตรงต่อเวลา
3. มุง่ มนั่ ในการทางาน
4. ใฝเ่ รียนรู้

7. ชน้ิ งาน /ภาระงาน
1. ผังความคดิ เรอ่ื ง เส่อื กกบา้ นแพง
2. เขยี นสรปุ แผนผังความรู้ เรอ่ื ง เสือ่ กกบ้านแพง
3. การทาเส่อื กกบา้ นแพงขัน้ ต้น

8. การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวัดและ เครื่องมอื ที่ใช้ เกณฑ์การประเมิน
ประเมินผล
การวดั ผลประเมนิ ผล พฒั นาการดา้ นความรู้ แบบทดสอบแบบปรนยั ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ
ทเ่ี พิม่ ขึน้ หลังจากไดร้ บั ชนดิ ถกู -ผดิ จานวน 5 80 ข้ึนไป
นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจ
เกยี่ วกบั การพดู รายงาน ความรู้ ข้อ 5 คะแนน

นกั เรียนสามารถพดู รายงาน ประเมินผลงานแบบฝึก แบบประเมนิ การพูด ผ่านเกณฑ์ร้อยละ
การศึกษาค้นควา้ ประวตั ิเส่ือ ทักษะ เร่อื ง เสื่อกก ชนดิ Scoring Rubrics 80 ขึน้ ไป
กกบ้านแพงได้ 3 รายการประเมิน 3
บ้านแพง
รายการ
ระดับคุณภาพ

3

การวัดผลประเมินผล วิธกี ารวดั และ เครอ่ื งมอื ท่ีใช้ เกณฑ์การประเมนิ
ประเมนิ ผล ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ
นักเรียนให้ความสาคใั ในการ แบบประเมินพฤตกิ รรม
เรยี นเรอ่ื งเส่อื กกบ้านแพง ประเมินจากการให้ การปฏิบตั ิงานกลุม่ ของ 80 ขึ้นไป
และนาองค์ความรู้ไป ความรว่ มมือในการ นกั เรยี น ชนิด Scoring
ประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวัน Rubrics 4 รายการ ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ
เรียนรู้ 80 ขน้ึ ไป
ประเมิน 3 รายการ
นักเรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจ พฒั นาการดา้ นความรู้ ระดบั คุณภาพ
เกีย่ วกบั การพูดแสดงความ ท่ีเพิ่มขน้ึ หลังจากไดร้ ับ
คดิ เหน็ แบบทดสอบแบบปรนยั
ความรู้ ชนดิ ถูก-ผิด จานวน 5

ขอ้ 5 คะแนน

นกั เรียนสามารถพูดแสดง ประเมินจากการให้ แบบประเมินการพดู ผ่านเกณฑ์ร้อยละ
80 ขึ้นไป
ความคิดเหน็ การทาเสื่อกก นักเรยี นออกมาพูดหน้า ชนิด Scoring Rubrics
ผ่านเกณฑ์ร้อยละ
บา้ นแพงได้ ชน้ั เรียน คุณครูสังเกต 3 รายการประเมนิ 3 80 ขน้ึ ไป

พฤติกรรมและบันทึก รายการ ผ่านเกณฑร์ ้อยละ
80 ขน้ึ ไป
ผลในแบบประเมนิ ระดับคุณภาพ

นกั เรียนใหค้ วามสาคัใในการ ประเมินจากการให้ แบบประเมนิ พฤตกิ รรม

เรียนเรอื่ งเสอ่ื กกบ้านแพง ความร่วมมอื ในการ การปฏิบัติงานกล่มุ ของ

และนาองค์ความรู้ไป เรยี นรู้ นักเรยี น ชนดิ Scoring

ประยุกตใ์ ช้ Rubrics 5 รายการ

ประเมนิ 3 รายการ

ระดับคุณภาพ

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คุณครสู งั เกตพฤติกรรม แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ

และบันทึกผลในแบบ อนั พงึ ประสงค์

ประเมนิ คุณลักษณะอนั 3 คณุ ลักษณะ

พึงประสงค์ 4 ระดับคุณภาพ

9. เวลาเรียน
3 ชว่ั โมง

4

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1
หน่วยการเรยี นรู้ “เส่ือกกบ้านแพง” โดยบูรณาการการจัดการเรียนรูแบบประสบการณ์

กล่มุ สาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3
เรอ่ื ง เสือ่ กกบา้ นแพง จานวน 1 ชวั่ โมง
ครผู สู้ อน........................................ วนั ทส่ี อน ……/…../……

1. สาระสาคัญ
การรายงานประเด็นท่ีศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดู และการสนทนา คือ การค้นคว้าความรู้ใน

รูปแบบเดี่ยว และระดมความคิดเป็นกลุ่ม เพ่ือมารายงานแนวทางความรู ที่ไดจากการค้นหามานาเสนอ
เกีย่ วกบั เร่ืองราวความเป็นภูมิปัใใาท้องถิ่นอีสานชาวจังหวัดมหาสารคาม เรื่องเกี่ยวกับภูมิปัใใาการทาเส่ือ
กกบา้ นแพง เพอ่ื ให้นกั เรยี นไดแลกเปล่ียนเรียนรูซง่ึ กันและกัน อกี ทงั้ ไดแนวทางความรูในมุมมองใหม่ ๆ ไดเป็น
อย่างดี

“เสื่อกกบ้านแพง” สินค้าเล่ืองช่ือ ฝีมือกลุ่มสตรีแม่บ้าน อ.โกสุมพิสัย ภูมิปัใใาหัตถกรรมที่สืบทอด
จากบรรพบุรุษ ที่นามาแปรรูปเป็นสินค้าหลายชนิด ทาเงินให้ชุมชนพร้อมสร้างรายได้ให้กับครอบครัว
ตลอดท้ังปี

2. มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชวี้ ดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรแู้ ละความคิดเพอื่ นาไปใชต้ ัดสนิ ใจ

แกป้ ใั หาในการดาเนินชีวิต และมนี สิ ัยรักการอ่าน
ตวั ชว้ี ดั การเรยี นรู้
ท 1.1 ม.3/9 ตคี วามและประเมินคุณค่าและแนวคดิ ที่ไดจ้ ากงานเขยี นอยา่ งหลากหลายเพ่อื

นาไปใช้แกป้ ัใหาในชวี ิต
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวจิ ารณใาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด

และความร้สู กึ ในโอกาสต่างๆ อย่างมวี ิจารณใาณและสรา้ งสรรค์
ตวั ช้วี ดั การเรียนรู้
ท 3.1 ม.3/3 พูดรายงานเรอื่ งหรอื ประเด็นทศ่ี กึ ษาคน้ ควา้ จากการฟงั การดู และการสนทนา

5

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นักเรยี นมีความรคู้ วามเขา้ ใจเกีย่ วกับการพดู รายงาน (K)
2. นักเรียนสามารถพูดรายงานการศึกษาคน้ คว้าประวตั เิ ส่ือกกบ้านแพงได้ (P)
3. นกั เรยี นใหค้ วามสาคัใในการเรยี นเรื่องเสอ่ื กกบ้านแพง และนาองค์ความรไู้ ปประยุกต์ใชใ้ น

ชวี ติ ประจาวัน (A)

4. สาระการเรยี นรู้
1. การพูดรายงาน
2. วเิ คราะหค์ ุณค่าและข้อคดิ จากการอา่ นประวัตเิ ส่ือกกบา้ นแพง

5. คุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ นกั เรียนสามารถใช้ภาษาในการฟัง พูด ดู อ่าน และเขยี นไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
1. รกั ความเปน็ ไทย นักเรียนต้งั ใจ สนใจในการเรียนรู้
2. ใฝเ่ รยี นรู้ นักเรยี นสามารถทางานทีไ่ ด้รบั มอบหมายได้ด้วยตนเอง
3. มีความซอ่ื สัตย์ นักเรียนรบั ผิดชอบในหนา้ ทีก่ ารงานดว้ ยความเพยี รพยายาม อดทน
4. มงุ่ มน่ั ในการทางาน

6. ผลงานท่ตี ้องการ
ผงั ความคิด เรื่อง เส่ือกกบา้ นแพง

7. กิจกรรมการเรยี นรู้
ก่อนเริ่มกจิ กรรมการเรียนรูเนอ่ื งจากมีการพานักเรียนไปทัศนศึกษาที่นอกสถานที่ จึงจาเป็นอย่างย่ิงที่

ต้องมีการวางแผนก่อนทาการเรียนการสอนในช่ัวโมงเรียน โดยครูจะเป็นผู้กาหนด การขออนุใาตออกนอก
สถานท่ี และขอความอนุเคราะห์จากทางหมูบ้าน ทาการนัดแนะนักเรียน และทาใบขออนุใาตผู้ปกครองให้
แล้วเสร็จ แล้วพานักเรียนไปศึกษาหาความรูท่ีลงพ้ืนที่หมู่บ้านแพง อาเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม
และจดั ทากิจกรรมจามขน้ั ต่าง ๆ ดังตอ่ ไปนี้

ขั้นท่ี 1 ขั้นประสบการณ์
1. ครูทักทายและทาความรูจักกับนักเรียน และถามเรื่องราวทั่ว ๆ ไปเกี่ยวกับชีวิตประจาวันของ

นักเรียน เช่น นักเรยี นกนิ ข้าวหรอื ยงั ครบั เพอ่ื เป็นการละลายพฤตกิ รรมของนกั เรยี น
2. ครูตัง้ กติกาก่อนท่ีรว่ มกับนกั เรียนก่อนทจี่ ะเริม่ เรยี นดงั น้ี
1) ในขณะทีค่ รูสอนนกั เรยี นทกุ คนต้องตัง้ ใจฟัง ไมคยุ กนั เสียงดงั
2) ในระหว่างเรียนถ้านักเรียนอยากเข้าห้องน้า หรือออกไปทาธุระข้างนอกควรที่จะยกมือ

แล้วขออนุใาตครูผู้สอนก่อน
3) ถา้ ครูพาทากจิ กรรมนกั เรยี นต้องมสี ่วนรว่ มทกุ ครง้ั และทกุ คนในชั้นเรียน

6

3. ต้ังคาถามเพ่ือกระตุนความคิดของนักเรียน “นักเรียนทราบไหมครับว่าในจังหวัดมหาสารคาม
ของเรามีงานหัตถกรรมอะไรบ้างท่ีเด่น” ให้นักเรียนตอบช่วยกัน 2-3 คน จากนั้นครูก็ใช้คาถามกระตุนความ
สนใจของนกั เรียน

4. ครบู อกนักเรยี นทกุ คนว่าในชัว่ โมงนี้เราจะไดลงพน้ื ทีจ่ รงิ เพื่อไปศกึ ษาหาความรูในงานหัตถกรรม
เกีย่ วกับภมู ปิ ใั ใาของชาวบา้ นแพง ทม่ี ีมาต้ังแตอ่ ดีตจนถงึ ปัจจบุ ันและยังเป็นส่วนสาคัใในการประกอบอาชีพ
ของคนในชุมชน โดยคณุ ครจู ะแบงกลุ่มให้กลมุ่ ละเทา ๆ กันจานวน 4 กลมุ่ เพอื่ ท่ีจะชว่ ยกันหาความรู

5. เม่ือไปหมู่บ้านแพงแลว ให้นักเรียนทุกคนไดไปศึกษาหาความรูในชุมชนนั้นจะเลือกศึกษาหา
ความรูในแหล่งพิพิธภัณฑ์ หรือในแหล่งที่เป็นหมูบ้านในบ้านของบุคคลที่บ้านแพงก็ได เพื่อท่ีจะไปศึกษาหา
ความรู แล้วนาความรูท่ีไดมานาเสนอหน้าช้ันเรยี นในแต่ละกลุ่ม

6. นัดหมายการรวมกลุ่มเพอื่ รายงานผลการเรียนรูท่ศี าลากลางหมูบ้าน
2) ขัน้ นาเสนอและแลกเปล่ยี นประสบการณ์

1. เมือ่ นักเรยี นมารวมตวั ท่ศี าลากลางหม่บู า้ นแลว้ ครใู หน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันระดมสมองและ
ความคิดที่ไดจากการลงพื้นที่เก่ียวกับงานหัตถกรรม เร่ืองของเส่ือกกบ้านแพง โดยให้แต่ละกลุ่มร่วมกันระดม
ความคิดและเขียนความรูท่ีไดจากการศึกษาหาขอ้ มลู ในการลงพ้ืนที่จรงิ ลงในแผนผงั ความคดิ

2. ครูแจกใบความรู้เรื่อง การรายงานหน้าชั้นเรียน ให้แก่นักเรียน สาหรับใช้ประกอบการฟังการ
บรรยายความรจู้ ากครูผูส้ อน แลว้ อธบิ ายความร้เู รื่องการรายงานหน้าชนั้ เรียน

3. ครูใหค้ วามรแู้ กน่ กั เรยี นโดยเร่ิมจากการทบทวน การพดู คืออะไร มวี ธิ ีการอย่างไรบ้าง จากนั้นจึง
จะไปอธบิ ายการรายงานหนา้ ชัน้ เรียนให้นักเรียนได้ทราบ ดงั ตอ่ ไปนี้

การพูดรายงาน เป็นการพูดนาเสนอผลของการศึกษาค้นคว้าเรื่องใดเร่ืองหนึ่งแกผู้ฟังการพูด
รายงานการศึกษาค้นคว้าน้ีอาจเป็นการนาเสนอในชั้นเรียน หรือกลุ่มก็ได การพูดรายงานการศึกษาค้นคว้า
เกี่ยวกับภูมิปัใใาท้องถ่ิน คือ การพูดช้ีแจง บอกเล่าหรืออธิบาย เร่ืองภูมิปัใใาท้องถ่ินที่นักเรียนไดศึกษา
ค้นคว้า เพื่อให้ผู้ฟังเกิดความรู ความเข้าใจการศึกษาค้นคว้าเก่ียวกับท้องถ่ิน เช่น อาหารพ้ืนบ้าน ยาสมุนไพร
หัตถกรรมพ้ืนบ้าน หัวข้อภูมิปัใใาท้องถ่ินท่ีนักเรียนสามารถค้นคว้าเรียบเรียง เช่น ความเชื่อ ศิลปะ
หัตถกรรม ภาษา ประเพณี เป็นต้น

การพูดรายงานท่ีดี
ผู้พูดตอ้ งรูจักปฏิบตั ดิ งั น้ี
1. ทาความเข้าใจกับเรอื่ งท่จี ะพูด
2. ลาดับความสาคใั ของเร่ืองท่ีจะพูดให้เหมาะสมกบั เวลา
3. พดู เสนอรายงาน
4. พูดแนะนาช่ือผู้ทารายงาน

7

5. พูดแนะนารายงาน อันประกอบด้วย ช่ือเรื่อง วัตถุประสงค์ วิธีค้นคว้า สาระของรายงาน
หนังสืออ้างองิ และประโยชนทไี่ ดรบั

6. พดู โดยใช้น้าเสียงดังพอสมควร ออกเสียงคาและเว้นวรรคตอนให้ถูกต้อง ตามองผู้ฟง้
7. พดู โดยมีเอกสารแสดงให้ผู้ฟงั ไดรับรูข้อมลู ของรายงาน
8. สร้างบรรยากาศที่ดี ด้วยการแสดงสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและแสดงท่าทางประกอบการพูด
อย่างเหมาะสม
9. เปิดโอกาสให้ผู้ฟังไดซักถามความคิดเห็นหรือข้อสงสัยต่าง ๆ ด้วยการตอบคาถามอย่าง
สภุ าพ
10. กล่าวคาขอบคณุ ผู้ฟงั และผู้ทช่ี ว่ ยให้การทารายงานประสบความสาเรจ็
3) ในขณะที่ทาการเรียนการสอน คุณครูสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนและบันทึกผลลงในแบบ
ประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
3) ขั้นอภปิ รายผล
1) จากน้ันให้แต่ละกลุ่มออกมานาพูดรายงานเสนอสิ่งที่ไดจากการศึกษาหาข้อมูลและสิ่งที่ไดจาก
การไปทัศนศึกษา หาข้อมูล ว่านักเรียนไดความรู้ ประโยชนอะไรบ้าง และสามารถต่อยอดไปทาอะไรไดบ้าง
พร้อมท้งั ครูเปน็ ผสู้ ังเกตการพดู ของนักเรียนแต่ละกลุ่ม
2) สุดท้ายครูร่วมอภิปรายสรุปองค์ความรู้เร่ืองการพูดรายงาน ที่ได้สอนไปในวันนี้ พร้อมกับบอก
ว่ามคี ณุ คา่ อยา่ งไร แนะนาให้นักเรยี น เขียน อ่าน และใช้ให้ถูกต้อง
3) หากนักเรียนมีข้อสงสัยอะไรก็สามารถสอบถามครูเพิ่มเติมคุณครูพานักเรียนทบทวนความรู้
ท้ังหมดทไี่ ด้รา่ เรียนมาในช่ัวโมงนี้
4) คุณครูแจกกระดาษคาถามและคาตอบให้นักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน เป็นข้อสอบแบบ
เลือกตอบ 4 ตวั เลอื ก จานวน 10 ขอ้ ใหเ้ วลา 15 นาที
5) เม่ือหมดเวลาคุณครูเฉลยข้อสอบพร้อมอธิบายคาตอบในแต่ละข้อ โดยให้นักเรียนแลกกันตรวจ
กับเพอื่ น
6) ครูบนั ทกึ คะแนนของนกั เรียนแต่ละคนไวเ้ ปน็ คะแนนเกบ็
7) ครเู กบ็ ขอ้ สอบคืน และฝากใหน้ ักเรยี นกลับไปทบทวนซ้าทีบ่ า้ น

8

8. ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
สื่อการเรยี นรู้
- ใบความรู้ประกอบการบรรยายเร่ือง การรายงานหนา้ ชน้ั เรียน
- ใบงานแผนผังความคิด
- แบบทดสอบเรอื่ ง การพดู รายงาน แบบปรนัยชนดิ ถกู -ผดิ จานวน 5 ข้อ 5 คะแนน
แหล่งการเรยี นรู้
- ครู
- ปราชใ์ชาวบ้าน หมบู่ ้านแพง อาเภอโกสมุ พิสัย จงั หวัดมหาสารคาม

9. การวดั ผลและประเมนิ ผล

การวัดผลประเมินผล วธิ ีการวัดและ เครือ่ งมอื ท่ีใช้ เกณฑ์การประเมนิ
ประเมนิ ผล ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ

1. นักเรียนมีความรคู้ วาม พฒั นาการด้านความรู้ แบบทดสอบแบบปรนัย 80 ขนึ้ ไป
ผ่านเกณฑร์ ้อยละ
เขา้ ใจเก่ยี วกับการพูดรายงาน ทีเ่ พิม่ ขน้ึ หลงั จากได้รับ ชนดิ ถูก-ผิด จานวน 5
80 ขน้ึ ไป
(K) ความรู้ ข้อ 5 คะแนน
ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ
2. นกั เรยี นสามารถพูด ประเมนิ ผลงานแบบฝึก แบบประเมินการพูด 80 ข้นึ ไป

รายงานการศึกษาคน้ ควา้ ทกั ษะ เร่ือง เสื่อกก ชนิด Scoring Rubrics ผ่านเกณฑ์ร้อยละ
80 ข้นึ ไป
ประวัติเสือ่ กกบา้ นแพงได้ (P) บา้ นแพง 3 รายการประเมิน 3

รายการ

ระดบั คุณภาพ

3. นกั เรยี นใหค้ วามสาคใั ใน ประเมนิ จากการให้ แบบประเมนิ พฤติกรรม

การเรยี นเรื่องเส่ือกกบ้านแพง ความร่วมมือในการ การปฏบิ ัติงานกลุม่ ของ

และนาองคค์ วามรู้ไป เรยี นรู้ นกั เรยี น ชนิด Scoring

ประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจาวนั Rubrics 4 รายการ

(A) ประเมนิ 3 รายการ

ระดับคุณภาพ

4. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ คณุ ครสู งั เกตพฤติกรรม แบบประเมินคณุ ลักษณะ

และบันทึกผลในแบบ อันพงึ ประสงค์

ประเมินคุณลกั ษณะอนั 3 คณุ ลักษณะ

พงึ ประสงค์ 3 ระดับคุณภาพ

9

ความคดิ เห็นของผ้บู ริหารสถานศกึ ษา / หรอื ผู้ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ...........................................ผตู้ รวจ
(..............................................................)
ตาแหนง่ .................................................
วนั ท่ี ....... เดอื น .................. พ.ศ. ...........
กจิ กรรมเสนอแนะเพิม่ เตมิ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ขอ้ เสนอแนะของครูพ่เี ลีย้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงช่อื ...........................................ผู้ตรวจ
(..............................................................)
ตาแหน่ง.................................................
วันท่ี ....... เดอื น .................. พ.ศ. ...........

10

บันทกึ ผลหลังการสอน

ผลการจดั การเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปัใหาทพี่ บระหว่างเรียน
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................. .
..............................................................................................................................................................................
วธิ แี กป้ ัใหา
..............................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................... .........................
..............................................................................................................................................................................
ผลของการแกป้ ัใหา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ...........................................ผูส้ อน
(.......................................................)
วนั ท่.ี .......เดือน.....................พ.ศ............

11

แบบทดสอบหลังเรยี น เร่ือง การพดู รายงานประวัตเิ สอ่ื กกบา้ นแพง

คาชีแ้ จง : ให้นักเรียนทาเคร่ืองหมาย หนาขอ้ ความทเี่ ป็นจรงิ และทาเคร่ืองหมาย 
หนาขอ้ ความท่ีเป็นเทจ็ ขอ้ สอบ จานวน 5 ขอ 5 คะแนน

............. 1. การทาเสอ่ื กกบ้านแพงเป็นภมู ิปใั ใาท้องถน่ิ ทน่ี า่ ภาคภมู ิใจของชาวจงั หวดั มหาสารคาม

............. 2. การพูดรายงาน หมายถึง การพูดรายงานการศึกษาค้นคว้าเก่ียวกับภูมิปัใใาท้องถ่ิน
คือ การพูดช้ีแจง บอกเล่าหรืออธิบายเร่ืองภูมิปัใใาท้องถิ่นที่นักเรียนไดศึกษาค้นคว้า
เพื่อให้ผู้ฟงั เกดิ ความรู

............. 3. การพูดรายงานไมจาเป็นต้องทาความเข้าใจเรอ่ื งทพ่ี ูดก็สามารถพดู นาเสนอไดดี

…………. 4. การพดู รายงานหนา้ ชนั้ จะฝกึ ใหน้ กั เรยี นเปน็ คนกลาแสดงออกมากยิ่งขน้ึ

............. 5. การพูดรายงานทีด่ ี ไมต่ อ้ งเปดิ โอกาสให้ผู้ฟังไดสอบถามด้วยก็ได้

12

เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น เร่อื ง การพดู รายงานประวตั เิ สอ่ื กกบา้ นแพง

คาช้แี จง : ให้นกั เรยี นทาเคร่ืองหมาย หนาขอ้ ความทีเ่ ป็นจรงิ และทาเคร่ืองหมาย 
หนาขอ้ ความทีเ่ ป็นเทจ็ ขอ้ สอบ จานวน 5 ขอ 5 คะแนน

.......... 1. การทาเสือ่ กกบ้านแพงเปน็ ภมู ปิ ัใใาท้องถน่ิ ท่ีน่าภาคภมู ิใจของชาวจงั หวัดมหาสารคาม

.......... 2. การพูดรายงาน หมายถึง การพูดรายงานการศึกษาค้นคว้าเก่ียวกับภูมิปัใใาท้องถ่ิน
คือ การพูดช้ีแจง บอกเล่าหรืออธิบายเร่ืองภูมิปัใใาท้องถิ่นท่ีนักเรียนไดศึกษาค้นคว้า
เพอื่ ให้ผู้ฟงั เกดิ ความรู

........... 3. การพูดรายงานไมจาเป็นต้องทาความเข้าใจเร่ืองที่พูดกส็ ามารถพูดนาเสนอไดดี

………. 4. การพดู รายงานหนา้ ชั้นจะฝึกให้นักเรยี นเป็นคนกลาแสดงออกมากยิ่งขน้ึ

........... 5. การพดู รายงานทีด่ ี ไมต่ ้องเปดิ โอกาสให้ผู้ฟังไดสอบถามด้วยกไ็ ด้

13

แบบสรุปคะแนนทดสอบหลังเรียน
เรอื่ ง การพดู รายงาน

เลขท่ี ชือ่ - สกลุ คะแนนสอบห ัลงเรียน สรปุ ผล
ประเ ิมนผล

5 คะแนน 80% ผ่าน ไมผ่ า่ น

บนั ทกึ เพ่มิ เติม
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................ .......................................................................
............................................................................................................................. ......................................

ลงช่อื .............................................ผู้ประเมิน
(....................................................................)
วันท.่ี ......... เดอื น....................... พ.ศ. ...........

14

แบบประเมนิ การพดู
คาชแ้ี จง ใหท้ าเครื่องหมาย  ลงในชอ่ งคะแนนทน่ี กั เรียนปฏบิ ัตไิ ด้

พฤติกรรม

เลข ่ที สรุป
ความ ูถกต้อง
ความคล่องแคล่วชอื่ -สกุล
การแสดง ่ทาทาง/
น้าเสียงประกอบการพูด

คะแนนรวม
ประเ ิมนผล

3 2 1 3 2 1 3 2 1 9 80% ผา่ น ไมผ่ ่าน

บนั ทึกเพ่ิมเติม
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................ .......................................................................
............................................................................................................................. ......................................

ลงชอื่ .....................................................ผู้ประเมิน
(..................................................................)
วันที่.......เดอื น.........................พ.ศ................

15

เกณฑ์การประเมนิ การพดู

รายการประเมนิ 3 2 1
ความถูกต้อง
ออกเสยี งคาศพั ทแ์ ละ ออกเสยี งคาศัพท์และ ออกเสียงคา/ประโยคผิด
ความคลอ่ งแคล่ว ประโยคได้ถกู ต้องตาม ประโยคได้ถูกต้องเปน็ หลกั การออกเสยี งทาให้
หลกั การออกเสยี งออก ส่วนใหใ่ขาดการออก สื่อสารไม่ได้
การแสดงท่าทาง/ เสยี งเนน้ หนกั ในคา/ เสยี งเน้นหนัก
น้าเสยี งประกอบ ประโยคอยา่ งสมบูรณ์
การพูด
พดู ตอ่ เนอ่ื งไมต่ ิดขัด พดู ตะกุกตะกกั บา้ ง พดู ได้บางคาทาให้สื่อ
ความหมายไม่ได้
พดู ชดั เจน ทาให้สอื่ สาร แตย่ ังพอสอ่ื สารได้
พดู ได้น้อยมาก และขาด
ได้ ความมั่นใจ

แสดงทา่ ทาง พดู เหมือนอา่ น

และพูดด้วยนา้ เสียง ไม่เปน็ ธรรมชาตขิ าด

เหมาะสมกับบทบรรยาย ความนา่ สนใจ

เกณฑ์การใหค้ ะแนนการประเมนิ การพูด กาหนดไวด้ ังนี้
3 หมายถงึ ดีมาก
2 หมายถึง ดี
1 หมายถงึ ปรบั ปรงุ

คะแนน 7-9 คะแนน หมายถึง ดมี าก
คะแนน 4-6 คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน 1-3 คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง

หมายเหตุ ผผู้ ่านเกณฑป์ ระเมินต้องได้ 7 คะแนนข้นึ ไปคิดเป็นรอ้ ยละ 80

16

แบบแบบประเมินพฤติกรรมการปฏบิ ัตงิ านกลุ่มของนกั เรียน
คาชี้แจง ใหท้ าเครื่องหมาย  ลงในชอ่ งคะแนนที่นักเรียนปฏบิ ตั ิได้

พฤติกรรม

กลุ่ม ่ีท สรปุ
การแ ่บงหน้า ีท่
ปฏิ ับ ิตงานเสร็จทันเวลาชือ่ -สกลุ
การแสดงความคิดเห็น
ความสะอาด สวยงาม

คะแนนรวม
ประเมินผล

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12 80% ผ่าน ไม่ผ่าน

บนั ทึกเพ่มิ เติม
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................ .......................................................................

ลงชื่อ.....................................................ผู้ประเมนิ
(..................................................................)
วนั ท่ี.......เดือน.........................พ.ศ................

17

เกณฑ์การแบบประเมนิ พฤติกรรมการปฏบิ ัติงานกลุ่มของนกั เรียน

รายการประเมิน 3 2 1

การแบ่งหนา้ ท่ี นักเรียนมีการแบง่ หน้าที่ นักเรียนมกี ารแบ่งหนา้ ที่ นักเรียนไม่มีการแบง่

ภายในกลมุ่ อย่างชัดเจน ภายในกลุม่ อยา่ งชัดเจน หนา้ ทภี่ ายในกลุม่

มีความรับผิดชอบงาน แต่ไมร่ บั ผิดชอบงานตาม

ตามบทบาทหนา้ ที่ บทบาทหนา้ ท่ี

ปฏิบัตงิ านเสร็จทันเวลา นกั เรยี นปฏิบัตงิ านเสรจ็ นักเรียนปฏิบัตงิ านเสรจ็ นกั เรยี นปฏิบตั งิ านไม่

ทันเวลาทกี่ าหนด ทันเวลาท่กี าหนด เสรจ็ ทนั เวลาที่กาหนด

อย่างเรียบร้อย แต่ไม่เรียบร้อย

การแสดงความคิดเห็น นักเรียนทกุ คนมคี วาม นักเรยี นมคี วามกล้า นกั เรยี นไม่มคี วามกลา้

กลา้ แสดงออก และใช้ แสดงออก แตบ่ างคนใช้ แสดงออก และใชภ้ าษา

ภาษาไดถ้ ูกต้อง ภาษาไม่ถูกต้อง ได้ไมถ่ กู ต้องเหมาะสม

เหมาะสม เหมาะสม พูดวกวน

ความสะอาด สวยงาม งานมีความสะอาด งานมคี วามสะอาด งานไม่มคี วามสะอาด

เรยี บร้อย ตกแตง่ เรยี บรอ้ ย ตกแต่ง เรยี บรอ้ ย ตกแตง่ ยังไม่

สวยงาม สวยงามบางส่วน สวยงาม

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินพฤติกรรมการปฏบิ ัติงานกล่มุ ของนกั เรียนกาหนดไวด้ ังนี้
3 หมายถงึ ดมี าก
2 หมายถงึ ดี
1 หมายถึง ปรับปรุง

คะแนน 10-12 คะแนน หมายถึง ดีมาก
คะแนน 6-9 คะแนน หมายถงึ ดี
คะแนน 1-5 คะแนน หมายถึง ปรับปรงุ

หมายเหตุ ผผู้ ่านเกณฑป์ ระเมินต้องได้ 10 คะแนนขนึ้ ไปคิดเปน็ รอ้ ยละ 80

18

แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชี้แจง ให้ทาเคร่ืองหมาย  ลงในชอ่ งคะแนนท่ีนกั เรียนปฏบิ ัติได้

รายการประเมิน

เลขที่ สรปุ
ใฝ่เรียนรู้
มีความซ่ือสัต ์ย
ุ่มง ่ัมนในการทางาน
คะแนนรวม
ประเมินผล
ช่อื -สกุล

3 2 1 3 2 1 3 2 1 9 80% ผ่าน ไมผ่ ่าน

บันทกึ เพม่ิ เติม
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................ .......................................................................

ลงชอ่ื .....................................................ผ้ปู ระเมนิ
(..................................................................)
วันท่ี.......เดอื น.........................พ.ศ................

19

เกณฑ์การประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

รายการประเมนิ คาอธบิ ายระดับคณุ ภาพ
ใฝเ่ รียนรู้
3 (ดมี าก) 2 (ด)ี 1 (ปรับปรงุ )
มีความซ่ือสัตย์
มุ่งม่ันในการทางาน นกั เรยี นตั้งใจเพยี ร นักเรียนตง้ั ใจเพยี ร นักเรียนไม่ต้ังใจเพียร

พยายามในการเรียน พยายามในการเรยี น พยายามในการเรยี น

และเขา้ ร่วมกิจกรรมการ และเขา้ รว่ มกจิ กรรม และไม่สนใจเขา้ รว่ ม

เรียนรู้ การเรียนรู้เป็นบางครั้ง กจิ กรรมการเรียนรู้

นกั เรยี นสามารถทางาน นกั เรียนสามารถทางาน นกั เรียนสามารถทางาน

ท่ไี ด้รับมอบหมายไดด้ ้วย ท่ีได้รบั มอบหมายได้ ทไี่ ดร้ ับมอบหมายได้

ตนเอง ด้วยตนเองเปน็ บางสว่ น ดว้ ยตนเองเปน็ บางสว่ น

นกั เรียนตัง้ ใจเรียนและ นกั เรยี นตงั้ ใจเรียนและ นักเรยี นไมต่ ั้งใจเรียน

รบั ผิดชอบงานที่ตนเอง รับผดิ ชอบงานทีต่ นเอง และไม่รับผิดชอบงานท่ี

ไดร้ ับมอบหมาย ได้รบั มอบหมายเป็น ตนเองไดร้ ับมอบหมาย

บางคร้งั

เกณฑก์ ารให้คะแนนการประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ กาหนดไวด้ ังน้ี
3 หมายถึง ดีมาก
2 หมายถึง ดี
1 หมายถงึ ปรบั ปรุง

คะแนน 7-9 คะแนน หมายถึง ดมี าก
คะแนน 4-6 คะแนน หมายถงึ ดี
คะแนน 1-3 คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง

หมายเหตุ ผู้ผา่ นเกณฑ์ประเมินตอ้ งได้ 7 คะแนนข้ึนไปคิดเป็นรอ้ ยละ 80

20

การพูดรายงานหน้าชนั้ เรยี น

การพูดรายงาน เป็นการพูดนาเสนอผลของการศึกษาค้นคว้าเรื่องใดเร่ืองหน่ึงแกผู้ฟังการพูดรายงาน
การศึกษาค้นคว้าน้ีอาจเป็นการนาเสนอในชั้นเรียน หรือกลุ่มก็ได การพูดรายงานการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับ
ภูมิปัใใาท้องถิ่น คือ การพูดชี้แจง บอกเล่าหรืออธิบาย เร่ืองภูมิปัใใาท้องถิ่นท่ีนักเรียนไดศึกษาค้นคว้า
เพื่อให้ผู้ฟังเกิดความรู ความเข้าใจการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับท้องถิ่น เช่น อาหารพ้ืนบ้าน ยาสมุนไพร
หัตถกรรมพื้นบ้าน หัวข้อภูมิปัใใาท้องถ่ินท่ีนักเรียนสามารถค้นคว้าเรียบเรียง เช่น ความเชื่อ ศิลปะ
หตั ถกรรม ภาษา ประเพณี เป็นต้น

การพดู รายงานท่ีดี

ผู้พูดตอ้ งรูจักปฏิบตั ิดงั น้ี
1. ทาความเข้าใจกบั เรื่องที่จะพูด
2. ลาดบั ความสาคัใของเร่ืองท่ีจะพูดให้เหมาะสมกับเวลา
3. พดู เสนอรายงาน
4. พูดแนะนาชอ่ื ผู้ทารายงาน
5. พูดแนะนารายงาน อันประกอบด้วย ช่ือเร่ือง วัตถุประสงค์ วิธีค้นคว้า สาระของรายงาน

หนังสอื อ้างองิ และประโยชนท่ไี ดรบั
6. พูดโดยใช้น้าเสยี งดงั พอสมควร ออกเสยี งคาและเว้นวรรคตอนให้ถกู ต้อง ตามองผู้ฟง้
7. พดู โดยมีเอกสารแสดงให้ผู้ฟงั ไดรับรูข้อมลู ของรายงาน
8. สร้างบรรยากาศท่ีดี ด้วยการแสดงสีหน้าย้ิมแย้มแจ่มใสและแสดงท่าทางประกอบการพูดอย่าง

เหมาะสม
9. เปิดโอกาสใหผ้ ู้ฟังไดซักถามความคิดเหน็ หรอื ข้อสงสัยต่าง ๆ ด้วยการตอบคาถามอย่างสุภาพ
10. กลา่ วคาขอบคุณผู้ฟงั และผู้ทชี่ ่วยให้การทารายงานประสบความสาเร็จ

21

ใบงาน

คาชแ้ี จง ให้นักเรยี นเขยี นสรุปความรูทไี่ ดจากการไปลงทัศนศกึ ษาทบ่ี า้ นแพง เป็นแผนผังความคิดและตกแต่ง
ใหส้ วยงาม

22

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2
หนว่ ยการเรยี นรู้ “เสอื่ กกบา้ นแพง” โดยบูรณาการการจดั การเรยี นรู้แบบซิปปา (CIPPA MODEL)

กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิชาภาษาไทย ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 3
เร่อื ง เสื่อกกบ้านแพง จานวน 2 ชั่วโมง
ครผู สู้ อน........................................ วนั ที่สอน ……/…../……

1. สาระสาคญั
การพดู แสดงความคดิ เหน็ เป็นการพูดชแ้ี จงถงึ ขอ้ เท็จจรงิ หลักการ เหตุผล ข้อสันนิษฐาน ข้อวินิจฉัย

ข้อเสนอแนะ และการประเมินค่าเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหน่ึง ที่เก่ียวข้องกับการดาเนินชีวิตประจาวันอย่าง
หลกี เลย่ี งไมไ่ ด้ ดังนน้ั โอกาสที่จะแสดงความคดิ เห็นจึงอาจเกิดข้ึนได้ตลอดเวลา เป็นต้นว่า อาจต้องพูดแสดง
ความคดิ เห็นเกย่ี วกบั การเรียน การใช้จ่ายเงนิ การประพฤตปิ ฏบิ ัติงาน ตลอดจนอาจแสดงความคิดเห็นไปถึง
สภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม

“เส่ือกกบ้านแพง” สินค้าเล่ืองช่ือ ฝีมือกลุ่มสตรีแม่บ้าน อ.โกสุมพิสัย ภูมิปัใใาหัตถกรรมที่สืบทอด
จากบรรพบุรุษ ท่ีนามาแปรรูปเป็นสินค้าหลายชนิด ทาเงินให้ชุมชนพร้อมสร้างรายได้ให้กับครอบครัว
ตลอดทัง้ ปี

2. มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชว้ี ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟงั และดูอย่างมวี จิ ารณใาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด

และความรสู้ กึ ในโอกาสต่างๆ อย่างมีวิจารณใาณและสรา้ งสรรค์
ตัวชี้วัดการเรยี นรู้
ท 3.1 ม.3/1 แสดงความคดิ เหน็ และประเมินเรือ่ งจากการฟงั และการดู
ท 3.1 ม.3/4 พดู ในโอกาสตา่ งๆ ไดต้ รงตามวตั ถปุ ระสงค์

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจเก่ยี วกบั การพูดแสดงความคิดเหน็ (K)
2. นักเรียนสามารถพดู แสดงความคิดเห็นการทาเสื่อกกบา้ นแพงได้ (P)
3. นักเรยี นให้ความสาคใั ในการเรยี นเรื่องเสอื่ กกบ้านแพง และนาองค์ความรไู้ ปประยกุ ต์ใช้ (A)

23

4. สาระการเรียนรู้
1. พูดแสดงความคิดเหน็
2. การทาเสือ่ กกบา้ นแพงขัน้ ต้น

5. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ นกั เรียนสามารถใช้ภาษาในการฟงั พูด ดู อ่าน และเขียนได้อย่างถกู ตอ้ ง
1. รกั ความเปน็ ไทย นักเรียนต้งั ใจ สนใจในการเรยี นรู้
2. ใฝเ่ รยี นรู้ นกั เรยี นสามารถทางานทีไ่ ดร้ บั มอบหมายได้ดว้ ยตนเอง
3. มคี วามซอื่ สตั ย์ นักเรยี นรบั ผดิ ชอบในหน้าท่กี ารงานดว้ ยความเพยี รพยายาม อดทน
4. มงุ่ ม่นั ในการทางาน

6. ผลงานทีต่ ้องการ
1. เขยี นสรุปแผนผังความรู้ เรือ่ ง เสื่อกกบา้ นแพง (งานกลมุ่ )
2. การทาเส่อื กกบ้านแพงขนั้ ต้น (งานเด่ยี ว)

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
กระบวนการจัดการเรยี นการสอนตามรูปแบบของซิปปา ซ่ึงประกอบดว้ ยขน้ั ตอนการดาเนนิ การ 7

ขน้ั ตอน ดังนี้
ข้ันที่ 1 การทบทวนความรูเ้ ดมิ
ครกู ล่าวทักทายนักเรียน ตรวจสอบรายช่ือนักเรียนว่าขาด ลา มา หรือมาสาย จากน้ันสอบถามถึง

ส่ิงทไ่ี ด้เรยี นมาในครงั้ ท่แี ล้วเก่ียวกบั ประวัตเิ สอ่ื กกบา้ นแพง

ขนั้ ที่ 2 การแสวงหาความรูใ้ หม่
1) ครูแจกใบความรู้เรื่อง การพูดแสดงความคิดเห็น ให้แก่นักเรียน สาหรับใช้ประกอบการฟังการ

บรรยายความรู้จากครผู ้สู อน แลว้ อธบิ ายความรู้เรอ่ื งการพดู แสดงความคดิ เห็น
2) ครูให้ความรู้แก่นักเรียนโดยเริ่มจากการทบทวน การอ่านจับใจความคืออะไร มีวิธีการอย่างไร

บ้าง จากนน้ั จงึ จะไปอธิบายการพดู แสดงความคิดเห็นใหน้ ักเรียนได้ทราบ
3) ในขณะที่ทาการเรียนการสอน คุณครูสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนและบันทึกผลลงในแบบ

ประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

24

ขน้ั ที่ 3 การศึกษาทาความเข้าใจขอ้ มูล/ความรใู้ หม่ และเชื่อมโยงความรูใ้ หม่กับความร้เู ดิม
หลังจากที่ได้เรียนรู้เก่ียวกับการพูดแสดงความคิดเห็นแล้ว ครูผู้สอนเชิใวิทยากรมาสอนเรื่องการ

ทาเส่อื กกบ้านแพงขัน้ ต้น โดยครจู ะเป็นผเู้ ตรียมอปุ กรณไ์ วใ้ ห้

ขน้ั ท่ี 4 การแลกเปล่ยี นความร้คู วามเข้าใจกับกลมุ่
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งท่ีได้เรียนรู้เกี่ยวกับเสื่อกกบ้านแพง โดยให้จับกลุ่ม 4-6 คน แล้วให้

แต่ละกลุ่มได้ร่วมกันเขียนสรุปความรู้ เรื่องเสื่อกกบ้านแพง จากนั้นส่งตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมาพูดสิ่งที่กลุ่ม
ของตวั เองไดศ้ ึกษาคน้ ควา้ มา และใหก้ ลมุ่ อื่น ๆ พดู แสดงความคดิ เห็นเพ่ิมเตมิ

ขัน้ ที่ 5 การสรปุ และจดั ระเบียบความรู้
5.1) สุดท้ายครูร่วมอภิปรายสรุปองค์ความรู้เร่ืองการพูดแสดงความคิดเห็นที่ได้สอนไปในวันนี้

พรอ้ มกบั บอกว่ามคี ุณคา่ อย่างไร แนะนาให้นกั เรยี น เขียน อ่าน และใชใ้ หถ้ ูกตอ้ ง
5.2) หากนักเรียนมีข้อสงสัยอะไรก็สามารถสอบถามครูเพ่ิมเติมคุณครูพานักเรียนทบทวนความรู้

ทงั้ หมดท่ไี ดร้ า่ เรยี นมาในชว่ั โมงนี้

ขน้ั ท่ี 6 การปฏบิ ัติ และ/หรอื การแสดงผลงาน
6.1) แต่ละคนจะได้ลงมือทาเส่ือกกบ้านแพงข้ันต้น โดยจะมีวิทยากรเป็นผู้พาทาไปแต่ละขั้นตอน

และมีครูคอยเดินตรวจตราระหวา่ งทีน่ กั เรียนลงมือทา
6.2) เม่อื นักเรียนทาเสื่อกกบ้านแพงข้ันต้นเสร็จแล้ว ให้นักเรียนส่งตัวแทนแต่ละกลุ่มออกไปแสดง

ผลงาน

ข้ันที่ 7 การประยุกตใ์ ช้ความรู้
7.1) คณุ ครแู จกกระดาษคาถามและคาตอบให้นักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน เป็นข้อสอบแบบ

เลือกตอบ 4 ตวั เลือก จานวน 10 ข้อ ใหเ้ วลา 15 นาที
7.2) เมื่อหมดเวลาคุณครูเฉลยข้อสอบพร้อมอธิบายคาตอบในแต่ละข้อ โดยให้นักเรียนแลกกัน

ตรวจกบั เพื่อน
7.3) ครบู นั ทกึ คะแนนของนักเรยี นแตล่ ะคนไวเ้ ป็นคะแนนเกบ็
7.4) ครูเกบ็ ข้อสอบคืน และฝากให้นักเรยี นกลับไปทบทวนซา้ ทบ่ี า้ น

25

8. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
สอ่ื การเรยี นรู้
- ใบความรู้ประกอบการบรรยายเรอื่ ง การพูดแสดงความคิดเห็น
- ใบงานแบบฝกึ ทักษะ
- แบบทดสอบเรอื่ ง การพดู แสดงความคดิ เหน็ แบบปรนยั ชนิดถกู -ผิด จานวน 5 ขอ้ 5 คะแนน
แหล่งการเรียนรู้
- ครู
- วิทยากร
- ส่ือออนไลน์

26

9. การวัดผลและประเมินผล

การวดั ผลประเมนิ ผล วิธีการวดั และ เคร่ืองมอื ที่ใช้ เกณฑ์การประเมิน
ประเมนิ ผล
แบบทดสอบแบบปรนัย ผ่านเกณฑร์ ้อยละ
1. นักเรียนมคี วามรู้ความ พฒั นาการดา้ นความรู้ ชนิดถกู -ผดิ จานวน 5 80 ขนึ้ ไป

เขา้ ใจเก่ยี วกับการพูดแสดง ทีเ่ พ่มิ ขนึ้ หลงั จากไดร้ ับ ข้อ 5 คะแนน

ความคิดเหน็ (K) ความรู้

2. นกั เรยี นสามารถพดู แสดง ประเมินจากการให้ แบบประเมินการพดู ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ
80 ข้นึ ไป
ความคิดเห็นการทาเส่ือกก นกั เรยี นออกมาพูดหนา้ ชนดิ Scoring Rubrics
ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ
บา้ นแพงได้ (P) ชัน้ เรยี น คณุ ครสู ังเกต 3 รายการประเมนิ 3 80 ขน้ึ ไป

พฤติกรรมและบันทกึ รายการ ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ
80 ข้นึ ไป
ผลในแบบประเมนิ ระดับคุณภาพ

3. นกั เรยี นให้ความสาคใั ใน ประเมนิ จากการให้ แบบประเมนิ พฤตกิ รรม

การเรียนเรื่องเสื่อกกบา้ นแพง ความร่วมมอื ในการ การปฏบิ ัติงานกลุ่มของ

และนาองคค์ วามร้ไู ป เรยี นรู้ นกั เรยี น ชนิด Scoring

ประยุกต์ใช้ (A) Rubrics 5 รายการ

ประเมนิ 3 รายการ

ระดับคุณภาพ

4. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ คุณครสู งั เกตพฤตกิ รรม แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ

และบนั ทึกผลในแบบ อันพงึ ประสงค์

ประเมินคุณลกั ษณะอัน 3 คุณลกั ษณะ

พึงประสงค์ 4 ระดับคุณภาพ

ความคิดเหน็ ของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา / หรอื ผู้ท่ไี ด้รบั มอบหมาย
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ...........................................ผู้ตรวจ
(..............................................................)
ตาแหน่ง.................................................
วันท่ี ....... เดือน .................. พ.ศ. ...........

27

กิจกรรมเสนอแนะเพ่มิ เติม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ขอ้ เสนอแนะของครูพ่ีเลย้ี ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ...........................................ผ้ตู รวจ
(..............................................................)
ตาแหน่ง.................................................
วันท่ี ....... เดอื น .................. พ.ศ. ...........

28

บันทกึ ผลหลังการสอน

ผลการจดั การเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปัใหาที่พบระหวา่ งเรยี น
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
วธิ แี กป้ ัใหา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ผลของการแกป้ ใั หา
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................... ...................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ...........................................ผู้สอน
(.......................................................)
วนั ท.่ี .......เดือน.....................พ.ศ............

29

แบบทดสอบหลังเรยี น เร่ือง การพดู แสดงความคดิ เหน็ การทาเส่ือกกบา้ นแพง

คาชแี้ จง : ให้นกั เรียนทาเครื่องหมาย หนาขอ้ ความท่ีเป็นจริง และทาเครื่องหมาย 
หนาขอ้ ความทเ่ี ป็นเทจ็ ขอ้ สอบ จานวน 5 ขอ 5 คะแนน

............. 1. การพดู แสดงความคิดเหน็ คอื การพูดในเชิงอธบิ ายเหตุผล ขอ้ เท็จจรงิ หลกั การหรือ
แนวความคดิ เหน็ ของผู้พดู เพื่อใหผ้ ูฟ้ งั คลอ้ ยตาม เชื่อถือ

............. 2. มารยาทในการแสดงความคิดเหน็ สามารถกล่าวพาดพิงถึงผ้อู นื่ ได้

............. 3. การพดู แสดงความคดิ เหน็ เป็นการเปดิ โอกาสหรือเปิดพ้นื ที่ทางความคดิ ของบุคคลที่มี
แนวคดิ หลากหลายได้มาพบปะพูดคยุ กนั เพือ่ ทาความเข้าใจซ่ึงกนั และกนั

…………. 4. ในปัจจุบันเราจะเหน็ ว่าหลายๆ หนว่ ยงานมีการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามาร่วมกัน
แสดงความคิดเห็นเพือ่ หาทางออกให้กับปใั หาท่ีเกิดขึ้นในสังคม แต่การพูดแสดงความ
คิดเห็นกย็ ังไม่สามารถช่วยหาทางออกใหก้ ับปัใหาได้

............. 5. ภาษาเป็นเครอื่ งมือทีส่ าคัใทคี่ นเราจะสามารถใช้แสดงออกในการแสดงความคิด ฉะน้นั ใน
การแสดงความคิดเห็นผู้พูดจะตอ้ งรจู้ กั วิธีการใชภ้ าษา

30

เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น เรือ่ ง การพูดแสดงความคิดเห็นการทาเสื่อกกบา้ นแพง

คาชแี้ จง : ให้นักเรยี นทาเคร่ืองหมาย หนาขอ้ ความท่ีเป็นจรงิ และทาเคร่ืองหมาย 
หนาขอ้ ความทเ่ี ป็นเทจ็ ขอ้ สอบ จานวน 5 ขอ 5 คะแนน

.......... 1. การพดู แสดงความคิดเห็น คือ การพดู ในเชิงอธิบายเหตุผล ข้อเท็จจรงิ หลักการหรอื
แนวความคดิ เห็นของผู้พดู เพ่ือใหผ้ ้ฟู งั คล้อยตาม เชอื่ ถือ

...... .... 2. มารยาทในการแสดงความคดิ เห็นสามารถกล่าวพาดพิงถึงผู้อื่นได้

........... 3. การพูดแสดงความคิดเห็นเป็นการเปดิ โอกาสหรือเปดิ พ้ืนทที่ างความคดิ ของบคุ คลที่มี
แนวคดิ หลากหลายได้มาพบปะพดู คุยกัน เพื่อทาความเข้าใจซึ่งกนั และกัน

…… 4. ในปจั จบุ นั เราจะเห็นว่าหลาย ๆ หนว่ ยงานมีการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนไดเ้ ข้ามาร่วมกนั
แสดงความคิดเห็นเพื่อหาทางออกใหก้ ับปัใหาทเ่ี กิดขน้ึ ในสังคม แต่การพดู แสดงความ
คดิ เหน็ ก็ยังไม่สามารถช่วยหาทางออกให้กับปใั หาได้

........... 5. ภาษาเปน็ เคร่ืองมือที่สาคใั ท่ีคนเราจะสามารถใช้แสดงออกในการแสดงความคิด ฉะนั้น
ในการแสดงความคดิ เหน็ ผู้พดู จะตอ้ งรูจ้ ักวธิ กี ารใชภ้ าษา

31

แบบสรปุ คะแนนทดสอบหลังเรยี น
เร่ือง การพดู แสดงความคิดเหน็

เลขที่ ช่ือ - สกลุ คะแนนสอบห ัลงเรียน สรุปผล
ประเ ิมนผล

5 คะแนน 80% ผา่ น ไมผ่ ่าน

บนั ทกึ เพิม่ เติม
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................ .......................................................................

ลงชื่อ.............................................ผู้ประเมนิ
(....................................................................)
วนั ที่.......... เดอื น....................... พ.ศ. ...........

32

แบบประเมนิ การพดู
คาชแ้ี จง ใหท้ าเครื่องหมาย  ลงในชอ่ งคะแนนทน่ี กั เรียนปฏบิ ัตไิ ด้

พฤติกรรม

เลข ่ที สรุป
ความ ูถกต้อง
ความคล่องแคล่วชอื่ -สกุล
การแสดง ่ทาทาง/
น้าเสียงประกอบการพูด

คะแนนรวม
ประเ ิมนผล

3 2 1 3 2 1 3 2 1 9 80% ผา่ น ไมผ่ ่าน

บนั ทึกเพ่ิมเติม
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................ .......................................................................
............................................................................................................................. ......................................

ลงชอื่ .....................................................ผู้ประเมิน
(..................................................................)
วันที่.......เดอื น.........................พ.ศ................

33

เกณฑ์การประเมนิ การพดู

รายการประเมนิ 3 2 1
ความถูกต้อง
ออกเสยี งคาศพั ทแ์ ละ ออกเสยี งคาศัพท์และ ออกเสียงคา/ประโยคผิด
ความคลอ่ งแคล่ว ประโยคได้ถกู ต้องตาม ประโยคได้ถูกต้องเปน็ หลกั การออกเสยี งทาให้
หลกั การออกเสยี งออก ส่วนใหใ่ขาดการออก สื่อสารไม่ได้
การแสดงท่าทาง/ เสยี งเนน้ หนกั ในคา/ เสยี งเน้นหนัก
น้าเสยี งประกอบ ประโยคอยา่ งสมบูรณ์
การพูด
พดู ตอ่ เนอ่ื งไมต่ ิดขัด พดู ตะกุกตะกกั บา้ ง พดู ได้บางคาทาให้สื่อ
ความหมายไม่ได้
พดู ชดั เจน ทาให้สอื่ สาร แตย่ ังพอสอ่ื สารได้
พดู ได้น้อยมาก และขาด
ได้ ความมั่นใจ

แสดงทา่ ทาง พดู เหมือนอา่ น

และพูดด้วยนา้ เสียง ไม่เปน็ ธรรมชาตขิ าด

เหมาะสมกับบทบรรยาย ความนา่ สนใจ

เกณฑ์การใหค้ ะแนนการประเมนิ การพูด กาหนดไวด้ ังนี้
3 หมายถงึ ดีมาก
2 หมายถึง ดี
1 หมายถงึ ปรบั ปรงุ

คะแนน 7-9 คะแนน หมายถึง ดมี าก
คะแนน 4-6 คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน 1-3 คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง

หมายเหตุ ผผู้ ่านเกณฑป์ ระเมินต้องได้ 7 คะแนนข้นึ ไปคิดเป็นรอ้ ยละ 80

34

แบบแบบประเมินพฤติกรรมการปฏบิ ัตงิ านกลุ่มของนกั เรียน
คาชี้แจง ใหท้ าเครื่องหมาย  ลงในชอ่ งคะแนนที่นักเรียนปฏบิ ตั ิได้

พฤติกรรม

กลุ่ม ่ีท สรปุ
การแ ่บงหน้า ีท่
ปฏิ ับ ิตงานเสร็จทันเวลาชือ่ -สกลุ
การแสดงความคิดเห็น
ความสะอาด สวยงาม

คะแนนรวม
ประเมินผล

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12 80% ผ่าน ไม่ผ่าน

บนั ทึกเพ่มิ เติม
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................ .......................................................................

ลงชื่อ.....................................................ผู้ประเมนิ
(..................................................................)
วนั ท่ี.......เดือน.........................พ.ศ................

35

เกณฑ์การแบบประเมนิ พฤติกรรมการปฏบิ ัติงานกลุ่มของนกั เรียน

รายการประเมิน 3 2 1

การแบ่งหนา้ ท่ี นักเรียนมีการแบง่ หน้าที่ นักเรียนมกี ารแบ่งหนา้ ที่ นักเรียนไม่มีการแบง่

ภายในกลมุ่ อย่างชัดเจน ภายในกลุม่ อยา่ งชัดเจน หนา้ ทภี่ ายในกลุม่

มีความรับผิดชอบงาน แต่ไมร่ บั ผิดชอบงานตาม

ตามบทบาทหนา้ ที่ บทบาทหนา้ ท่ี

ปฏิบัตงิ านเสร็จทันเวลา นกั เรยี นปฏิบัตงิ านเสรจ็ นักเรียนปฏิบัตงิ านเสรจ็ นกั เรยี นปฏิบตั งิ านไม่

ทันเวลาทกี่ าหนด ทันเวลาท่กี าหนด เสรจ็ ทนั เวลาที่กาหนด

อย่างเรียบร้อย แต่ไม่เรียบร้อย

การแสดงความคิดเห็น นักเรียนทกุ คนมคี วาม นักเรยี นมคี วามกล้า นกั เรยี นไม่มคี วามกลา้

กลา้ แสดงออก และใช้ แสดงออก แตบ่ างคนใช้ แสดงออก และใชภ้ าษา

ภาษาไดถ้ ูกต้อง ภาษาไม่ถูกต้อง ได้ไมถ่ กู ต้องเหมาะสม

เหมาะสม เหมาะสม พูดวกวน

ความสะอาด สวยงาม งานมีความสะอาด งานมคี วามสะอาด งานไม่มคี วามสะอาด

เรยี บร้อย ตกแตง่ เรยี บรอ้ ย ตกแต่ง เรยี บรอ้ ย ตกแตง่ ยังไม่

สวยงาม สวยงามบางส่วน สวยงาม

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินพฤติกรรมการปฏบิ ัติงานกล่มุ ของนกั เรียนกาหนดไวด้ ังนี้
3 หมายถงึ ดมี าก
2 หมายถงึ ดี
1 หมายถึง ปรับปรุง

คะแนน 10-12 คะแนน หมายถึง ดีมาก
คะแนน 6-9 คะแนน หมายถงึ ดี
คะแนน 1-5 คะแนน หมายถึง ปรับปรงุ

หมายเหตุ ผผู้ ่านเกณฑป์ ระเมินต้องได้ 10 คะแนนขนึ้ ไปคิดเปน็ รอ้ ยละ 80

36

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชี้แจง ใหท้ าเคร่ืองหมาย  ลงในช่องคะแนนที่นักเรียนปฏบิ ัติได้

รายการประเมนิ

เลขที่ สรปุ
ใฝ่เรียนรู้
มีความซ่ือสัต ์ย
ุ่มง ่ัมนในการทางาน
คะแนนรวม
ประเมินผล
ช่อื -สกุล

3 2 1 3 2 1 3 2 1 9 80% ผา่ น ไมผ่ ่าน

บนั ทกึ เพมิ่ เติม
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................................................. ......................................

ลงชื่อ.....................................................ผปู้ ระเมนิ
(..................................................................)
วนั ที่.......เดือน.........................พ.ศ................

37

เกณฑ์การประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

รายการประเมนิ คาอธบิ ายระดับคณุ ภาพ
ใฝเ่ รียนรู้
3 (ดมี าก) 2 (ด)ี 1 (ปรับปรงุ )
มีความซ่ือสัตย์
มุ่งม่ันในการทางาน นกั เรยี นตั้งใจเพยี ร นักเรียนตง้ั ใจเพยี ร นักเรียนไม่ต้ังใจเพียร

พยายามในการเรียน พยายามในการเรยี น พยายามในการเรยี น

และเขา้ ร่วมกิจกรรมการ และเขา้ รว่ มกจิ กรรม และไม่สนใจเขา้ รว่ ม

เรียนรู้ การเรียนรู้เป็นบางครั้ง กจิ กรรมการเรียนรู้

นกั เรยี นสามารถทางาน นกั เรียนสามารถทางาน นกั เรียนสามารถทางาน

ท่ไี ด้รับมอบหมายไดด้ ้วย ท่ีได้รบั มอบหมายได้ ทไี่ ดร้ ับมอบหมายได้

ตนเอง ด้วยตนเองเปน็ บางสว่ น ดว้ ยตนเองเปน็ บางสว่ น

นกั เรียนตัง้ ใจเรียนและ นกั เรยี นตงั้ ใจเรียนและ นักเรยี นไมต่ ั้งใจเรียน

รบั ผิดชอบงานที่ตนเอง รับผดิ ชอบงานทีต่ นเอง และไม่รับผิดชอบงานท่ี

ไดร้ ับมอบหมาย ได้รบั มอบหมายเป็น ตนเองไดร้ ับมอบหมาย

บางคร้งั

เกณฑก์ ารให้คะแนนการประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ กาหนดไวด้ ังน้ี
3 หมายถึง ดีมาก
2 หมายถึง ดี
1 หมายถงึ ปรบั ปรุง

คะแนน 7-9 คะแนน หมายถึง ดมี าก
คะแนน 4-6 คะแนน หมายถงึ ดี
คะแนน 1-3 คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง

หมายเหตุ ผู้ผา่ นเกณฑ์ประเมินตอ้ งได้ 7 คะแนนข้ึนไปคิดเป็นรอ้ ยละ 80

38

สื่อการเรียนรู้

- ใบความรู้ประกอบการบรรยายเร่อื ง การพูดแสดงความคดิ เห็น
- ใบงานแบบฝึกทกั ษะ

39

การพูดแสดงความคิดเหน็

ความหมายของการพูดแสดงความคิดเหน็
การพูดแสดงความคิดเห็น คือ การพูดในเชิงอธิบายเหตุผล ข้อเท็จจริง หลักการหรือ

แนวความคิดเห็นของผู้พูด เพื่อให้ผู้ฟังคล้อยตาม เชื่อถือ ยอมรับหรือเห็นด้วยกับผู้พูดและสามารถแนวคิด
เหลา่ น้ันไปวิเคราะหเ์ พอื่ ใชป้ ระโยชน์ต่อไปได้

ความสาคญั ของการพดู แสดงความคิดเหน็
1) ในปัจจุบันเราจะเห็นว่าหลายๆ หน่วยงานมีการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามาร่วมกันแสดง

ความคดิ เหน็ เพ่ือหาทางออกใหก้ บั ปใั หาที่เกดิ ขน้ึ ในสงั คม ฉะน้ันการพูดแสดงความคิดเห็นจึงถือเป็นแนวทาง
หนึ่งทชี่ ่วยหาทางออกให้กับปัใหาได้

2) การพูดแสดงความคิดเห็นเป็นการเปิดโอกาสหรือเปิดพ้ืนที่ทางความคิดของบุคคลที่มีแนวคิด
หลากหลายได้มาพบปะพูดคยุ กนั เพ่อื ทาความเขา้ ใจซึ่งกนั และกัน

3) การพูดแสดงความคดิ เห็นทาให้สงั คมได้รบั รู้ร่วมกันว่า ในขณะนี้ได้เกิดอะไรขึ้นและจะต้องปรับตัว
เพอื่ รบั สถานการณน์ น้ั ๆ กันอย่างไร เชน่ เม่อื เกดิ เหตุการณ์น้าท่วมแผ่นดินไหวหรือภัยพิบัติในด้านอื่นๆ ผู้คน
จะได้เตรีมความพรอ้ มรบั สถานการณ์

4) การพูดแสดงความคิดเห็นช่วยให้หาข้อยุติของเร่ืองหรือกรณีต่างๆ ที่ยังไม่สามารถพูดคุยตกลงกัน
ไดใ้ นเบ้อื งตน้ จึงตอ้ งนามาหารือเพอ่ื ให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันแสดงความคิดที่มีความเป็นไปได้ที่ทุกฝ่ายจะเกิดการ
ยอมรับ

หลกั การพดู แสดงความคดิ เห็น
หลกั การพดู แสดงความคดิ เหน็ ควรปฏบิ ตั ิดังน้ี
1) เลอื กใชถ้ ้อยคาให้เหมาะสมแก่กาลเทศะ
2) มขี อ้ มลู หลักฐานประกอบทีส่ มเหตสุ มผล
3) ใชค้ าสรรพนามแทนตวั ให้เหมาะสมกับโอกาส
4) พดู ดว้ ยถอ้ ยคาทส่ี ุภาพและมีมารยาทในการพูด
5) แสดงความคิดเหน็ โดยยึดหลักประโยชน์สว่ นรวม
6) พูดโดยปราศจากอคตหิ รือความลาเอยี ง

40

มารยาทในการแสดงความคิดเหน็
1) ก่อนพดู แสดงความคิดเห็นควรกล่าวคาขออนใุ าตพดู
2) ไมใ่ ชค้ าพูดเสียดสีหรอื พาดพิงให้ผู้อน่ื เสยี หาย
3) ไมผ่ กู ขาดการพูดเสนอความเหน็ ไว้เพียงคนเดียว
4) ใชเ้ วลาในการเสนอความเห็นอย่างเหมาะสม
5) เคารพกฎกตกิ าหรอื มติของทีป่ ระชุมชน
6) แสดงกิรยิ าวาจาที่สุภาพ ใช้น้าเสยี งนุม่ นวล

การใชภ้ าษาในการแสดงความคิดเห็น
ภาษาเป็นเคร่ืองมือที่สาคัใที่คนเราจะสามารถใช้แสดงออกในการแสดงความคิด ฉะน้ันในการแสดง

ความคิดเหน็ ผพู้ ูดจะตอ้ งรูจ้ ักวธิ ีการใชภ้ าษา ดังนี้
1) ใชภ้ าษาที่เข้าใจงา่ ย ไม่กากวม
2) พดู ลาดบั ความคิดอย่างเปน็ ระบบ
3) ใช้สรรพนามบรุ ุษที่ ๑ ประกอบกบั คากริยาแสดงการเสนอแนวคิด
4) ใช้ถอ้ ยคาทบ่ี ่งชีว้ ่าเป็นการต้งั ขอ้ สังเกต
5) ใช้ถ้อยคาท่ีเช่ือโยงในการอา้ งความคดิ เห็นที่มีผ้เู สนอมาก่อนแลว้
6) ใชถ้ ้อยคาเชงิ สรา้ งสรรค์ ก่อให้เกดิ ผลดี
7) ใช้ภาษาให้เหมาะแกก่ าลเทศะและบุคคล

ขอ้ ควรระวังในการพดู เสนอความเหน็
1) ไมพ่ ดู จาวกวน ออกนอกเรอื่ ง ทาใหเ้ สยี เวลา
2) ไม่ใชค้ วามเหน็ สว่ นตัวเปน็ เกณฑ์ในการแสดงความคดิ เห็น
3) ไม่โอ้อวด ยกตนขม่ ทา่ น หรอื อวดว่าเป็นผู้รู้
4) ไม่ใช้อคตหิ รืออารมณ์สว่ นตัวมาประกอบการแสดงความเห็น
5) ไมก่ ลา่ วตาหนิ หรือทาให้ผู้อื่นเกิดความเสอ่ื มเสีย
6) ไมป่ ระชดประชัน ไม่พดู ก้าวร้าวเสยี ดสี หรอื มีเจตนาไม่ดี

41

ใบงาน

คาชี้แจง ให้นกั เรยี นเขยี นสรุปความรูทไ่ี ด้จากการฟงั วิทยากร เป็นแผนผังความคิดและตกแต่งใหส้ วยงาม

42

หลักสตู รท้องถ่นิ “ภูมิปัญญาน่าสนใจ ไทสารคาม”
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 2 พระธาตนุ าดนู

ช่วงชน้ั ท่ี 3 เวลาเรียน 3 ช่ัวโมง

1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจเกยี่ วกับการอ่านจบั ใจความและการเขยี นผังความคิด
2. นกั เรียนสามารถจับใจความจากการอ่านประวตั พิ ระธาตุนาดูนแล้วนาไปเขยี นผงั ความคดิ ได้
3. นกั เรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกับคาภาาาต่างประเทททใ่ี ช้ในภาาาไทย
4. นักเรยี นสามารถจาแนกคาภาาาต่างประเทททีใ่ ชใ้ นภาาาไทยได้
5. นักเรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกับการพดู แสดงความคิดเหน็ และพูดรายงานการทึกาาค้นคว้า
6. นักเรียนสามารถพูดรายงานการทึกาาคน้ คว้างานนมสั การพระบรมธาตุนาดนู ได้
7. นกั เรยี นมสี ว่ นร่วมในการทากจิ กรรม
8. นกั เรยี นมีความรบั ผดิ ชอบในการทางาน

2. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้วี ดั
ท 1.1 ม.3/4 อ่านเรื่องตา่ ง ๆ แลว้ เขยี นกรอบแนวคิด ผังความคดิ บนั ทึก ย่อความและรายงาน
ท 1.1 ม.3/8 วิเคราะห์เพ่ือแสดงความคดิ เห็นโต้แย้งเกีย่ วกับเรอ่ื งที่อา่ น
ท 2.1 ม.3/7 เขยี นวเิ คราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเห็น หรอื โต้แย้งในเร่อื งต่าง ๆ
ท 3.1 ม.3/1 แสดงความคิดเห็นและประเมนิ เรอื่ งจากการฟงั และการดู
ท 3.1 ม.3/3 พดู รายงานเรอ่ื งหรอื ประเด็นท่ที กึ าาค้นคว้าจากการฟงั การดู และการสนทนา
ท 4.1 ม.3/1 จาแนกและใช้คาภาาาต่างประเทททใ่ี ช้ในภาาาไทย
ท 5.1 ม.3/3 สรุปความรแู้ ละขอ้ คิดจากการอ่านเพ่ือนาไปประยุกต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ

3. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
พระธาตุนาดูน ต้ังอยู่ท่ีบ้านนาดูน อาเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม นับเป็นสถานที่สาคัญทาง

พระพทุ ธทาสนาคบู่ า้ นคเู่ มืองของชาวมหาสารคามเปน็ ปูชนียสถานท่ีสร้างขึ้นเพื่อสิริมงคลแก่ภูมิภาคพ้ืนท่ี และ
ไ ด้ ถู ก พั ฒ น า เ พื่ อ เ ป็ น ทู น ย์ ก ล า ง ส่ ง เ ส ริ ม กิ จ ก า ร พ ร ะ พุ ท ธ ท า ส น า แ ล ะ ทิ ล ป วั ฒ น ธ ร ร ม ข อ ง ภ า ค
ตะวันออกเฉียงเหนือ จึงเรียกขานว่าเป็น “พุทธมณฑลอีสาน” และที่สาคัญย่ิงก็คือการขุดพบสถูปบรรจุ
พระบรมสารีริกธาตุ บรรจุในตลับทองคา เงิน และสาริด ซ่ึงสันนิาฐานว่ามีอายุอยู่ในพุทธทตวรราที่ 13-15
สมยั ทวาราวดี

4. สาระการเรยี นรู้
1. การอา่ นจบั ใจความจากวรรณคดแี ละวรรณกรรมในหนังสอื เรียนรวมทั้งบทเรียนจากกลุ่มสาระการ

เรยี นรอู้ น่ื ๆ
2. การเขยี นวิเคราะห์ วจิ ารณ์ และแสดงความรู้ ความคดิ เห็น หรอื โต้แยง้ จากสอ่ื ต่าง ๆ

43

3. การพดู แสดงความคดิ เหน็ พดู วิเคราะห์ วิจารณ์และประเมินค่าจากเรือ่ งทฟ่ี งั และดู
4. การพูดรายงานการทึกาาค้นควา้
5. คาทมี่ าจากภาาาต่างประเททการสรา้ งคาสมาส
6. การวิเคราะห์คุณค่าและข้อคิดจากวรรณคดีประเภทโคลงสีส่ ุภาพรวมทัง้ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
ทมี่ เี นือ้ หาเกี่ยวกับคาสอนและประวตั ทิ าสตร์

5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด

6. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. ตรงต่อเวลา
2. มงุ่ มั่นในการทางาน
3. ใฝ่เรียนรู้

7. ชิ้นงาน /ภาระงาน
1. ใบงานผงั ความคิดพระธาตุนาดนู
2. แบบฝึกหดั การจาแนกภาาาตา่ งประเทท
3. ใบงานพูดสรุปองค์ความรู้

8. การวัดและประเมินผล

1. แบบประเมนิ ใบงาน

การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการวัดผลและ เคร่ืองมือทใี่ ช้ เกณฑ์การประเมนิ

ประเมนิ ผล

การจบั ใจความและเขียน ใบงานสรุปแผนผงั แบบประเมนิ การตรวจ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ
ผลงาน ชนิดมาตราส่วน ระดับ 2 ข้นึ ไป
ผงั ความคิด ความคดิ ประวตั ิพระ ประมาณคา่ 3 รายการ 3
ระดบั คุณภาพ
ธาตุดนู
แบบประเมนิ การตรวจ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
การจาแนก แบบฝึกหดั การจาแนก ผลงาน ชนิดมาตราสว่ น ระดับ 2 ขึน้ ไป
ภาาาตา่ งประเทท ภาาาต่างประเทท ประมาณค่า 3 รายการ 3
ระดับคุณภาพ
เขียนสรปุ องค์ความรู้ ใบงานเขยี นสรุปองค์
ความรู้ แบประเมนิ ผลงานกลมุ่ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
ชนิดมาตราส่วนประมาณ ระดบั 2 ข้นึ ไป
ค่า 3 รายการ 3 ระดบั
คุณภาพ

44

2. แบบประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้

การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวัดผลและ เคร่อื งมอื ท่ีใช้ เกณฑก์ ารประเมิน

ประเมนิ ผล

คุณลกั าณะอันพงึ ประเมินคุณลักาณะอนั แบบประเมนิ คุณลักาณะ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน

ประสงค์ พึงประสงค์ อันพึงประสงค์ ระดับ 2 ขึ้นไป

การมคี วามรบั ผดิ ชอบใน สงั เกตพฤติกรรม แบบประเมินพฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ

การทางาน นักเรยี น นกั เรยี น ชนิดมาตราส่วน ระดับ 2 ขนึ้ ไป

ประมาณคา่ 5 รายการ 3

ระดบั คุณภาพ

พดู รายงานการทึกาา พดู รายงานการทึกาา แบบประเมินการพดู ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
คน้ คว้า ค้นคว้า
รายงานการทึกาาค้นคว้า ระดบั 2 ขึน้ ไป

ชนิดมาตราสว่ นประมาณ

ค่า 3 รายการ 3 ระดบั

คุณภาพ

9. เวลาเรยี น
3 ชัว่ โมง

45

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 3
หน่วยการเรียนรู้ “พระธาตุนาดนู ” โดยบรู ณาการการจัดการเรยี นรู้แบบ BBL

กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิชาภาษาไทย ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3

เรอ่ื ง ประวัติพระธาตุนาดูน เวลา 1 ชั่วโมง

ครผู ู้สอน ...................................... วันทสี่ อน…………………

________________________________________________________________________________

1. สาระสาคัญ
การอา่ นจับใจความสาคัญ คือ การอา่ นเพื่อจับใจความหรือขอ้ คิด ความคิดสาคญั หลกั ของขอ้ ความ เปน็

ขอ้ ความทค่ี ลอบคลมุ ข้อความอ่ืน ๆ
การเขียนแผนภาพความคิด คือ การถา่ ยทอดความคดิ หรอื ขอ้ มูลตา่ ง ๆ ท่มี ีอย่ใู นสมองลงกระดาษโดยการ

ใช้ภาพ สี เส้น และการโยงใย แทนการจดย่อแบบเดิมทเ่ี ป็นบรรทดั ๆ
พระธาตุนาดนู ถูกสรา้ งขึน้ เน่ืองจากเมอื่ วันท่ี 8 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2522 ไดม้ กี ารขุดพบหลักฐานทาง

ประวตั ิศาสตรโ์ บราณคดที ีแ่ สดงถงึ ความเจริญรงุ่ เรอื งในอดีตของนครจาปาศรี ซ่ึงหนง่ึ ในส่ิงสาคญั ทีส่ ดุ ท่ีขุดพบคอื
สถูปบรรจุพระบรมสารรี ิกธาตุบรรจใุ นผอบสามชั้น โดยชั้นนอกสุดเปน็ สาริด ชัน้ กลางเปน็ เงิน และช้ันในสดุ เปน็
ทองคา สันนิษฐานวา่ สถปู บรรจุพระบรมสารีริกธาตุท่คี น้ พบน้ีมอี ายุอยู่ในพทุ ธศตวรรษที่ 13 - 15 สมยั ทวาราวดี
หรอื ระหว่าง พ.ศ. 1000-1200
2. มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตัวชีว้ ัด

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคิดเพ่อื นาไปใชต้ ัดสินใจแก้ปัญหาในการ

ดาเนินชีวติ และมีนสิ ัยรักการอ่าน
ตวั ชวี้ ัด
ม.3/4 อ่านเร่ืองตา่ ง ๆ แลว้ เขียนกรอบแนวคิด ผังความคดิ บนั ทกึ ยอ่ ความและรายงาน
ม.3/8 วเิ คราะห์เพ่ือแสดงความคิดเหน็ โต้แย้งเกีย่ วกบั เร่อื งที่อา่ น
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนส่ือสาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเรื่องราวใน

รปู แบบต่าง ๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ
ตวั ชวี้ ัด
ม.3/7 เขียนวิเคราะห์ วจิ ารณ์ และแสดงความรู้ ความคดิ เห็น หรือโต้แย้งในเรอ่ื งตา่ ง ๆ
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคดิ เห็นวจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คุณค่าและ

นามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจรงิ

46

ตวั ชี้วดั
ม.3/3 สรุปความรู้และข้อคิดจากการอา่ นเพ่ือนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ จรงิ

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรียนมีความรคู้ วามเข้าใจเกี่ยวกับการอ่านจบั ใจความและการเขยี นผังความคิด (K)
2. นกั เรียนสามารถจบั ใจความจากการอ่านประวัติพระธาตุนาดนู แล้วนาไปเขียนผังความคดิ ได้ (P)
3. นักเรยี นมีความรับผิดชอบในการทางาน (A)

4. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ตรงต่อเวลา
2. มงุ่ ม่นั ในการทางาน
3. ใฝเ่ รียนรู้

5. สาระการเรียนร/ู้ เนื้อหา
1. อา่ นจบั ใจความแล้วเขียนผังความคดิ จากประวัติพระธาตุนาดูน
2. เขยี นผังความคิดแสดงความรู้จากประวตั ิพระธาตุนาดูน
3. วเิ คราะห์คณุ คา่ และขอ้ คดิ จากการอา่ นประวตั ิพระธาตุนาดูน

6. ผลงาน/การปฏิบัติ
ใบงานสรปุ แผนผงั ความคิด

7. การจดั กจิ กรรมการเรียนร/ู้ กระบวนการเรียนรู้
1. ขั้นเตรยี มความพร้อม (เวลา 10 นาที)
1. ครกู ล่าวทกั ทายนักเรียนดว้ ยใบหน้าย้มิ แยม้ และทาความรจู้ ักกับนกั เรยี นทกุ ๆ คน เพื่อสรา้ ง

ความคนุ้ เคย และสร้างบรรยากาศทีด่ ีก่อนการเรยี นการสอน
2. ให้นกั เรยี นเล่นเกมบงิ โกพยัญชนะไทย
วธิ ีเล่น
1. ครูแจกแผน่ บงิ โกพยัญชนะ 9 ชอ่ ง ใหน้ ักเรยี นคนละ 1 แผ่น
2. ครสู มุ่ หยบิ สลากคากริยาที่เตรยี มไว้แลว้ ขึ้นมาครั้งละ 1 ใบ แลอ้ า่ นให้นักเรียนฟังหรือเขยี นบน

กระดาน
3. ให้นักเรยี นกากบาททบั พยัญชนะทคี่ รูส่มุ หยิบได้ ถา้ มีคาน้นั อย่ใู นแผน่ บิงโกของตนอง ถา้ ไม่มีก็

ไม่ต้องกา
4. ครสู ุ่มหยบิ สลากตอ่ ไปจนกว่าจะมีนกั เรียนทกี่ ากบาททับพยญั ชนะได้ 3 ตวั เรียงกบั เปน็ แถวใน

แนวนอน ต้งั หรือทแยง (เฉียง) จะเป็นผู้ชนะในเกมน้ี
5. ครตู รวจสอบความถูกต้อง แล้วนาเขา้ สู่ขัน้ ต่อไป

2. ขั้นนาเสนอความรู้ (เวลา 15 นาท)ี
ครแู จกใบความรเู้ รอื่ ง การอา่ นจับใจความและการเขียนผงั ความคิด ให้กบั นักเรียนเพื่อให้นกั เรยี นได้

ศึกษาความรู้เพิ่มเตมิ ระหวา่ งที่ครูกาลังสอน


Click to View FlipBook Version
Previous Book
24-03-2564
Next Book
Mengenal Buku Digital (E-Book)