ค ณ ะ วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี ม ห า วิ ท ย า ลั ย ร า ช ภั ฏ กำ แ พ ง เ พ ช ร วันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 ชื่อ. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . สกุล. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ชื่อเล่น. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . มัธยมศึกษาปีที่ 5/. . . . . . . . . . . . . . . . . . . หลักสูตรชีววิทยา ค่ายวิทยาศาสตร์ โรงเรียนตากพิทยาคม
สารบัญ 1-13 14 กำ หนดการ กำ หนดการ สถานที่ทานอาหาร การสกัดดีเอ็นเอ การตรวจสอบคุณภาพและวัดปริมาณกรดนิวคลีอิก กล้องจุลทรรศน์ (Microscope) การย้อมสีแบบแกรมและลักษณะการติดสี บันทึก ตอบแบบประเมินความพึงพอใจ ภาพกิจกรรม
Schedule 08.30-08.45 To Do List Meal plans กำ หนดการ สถานที่ : 48517 ห้องปฏิบัติการ (ชั้น 5) ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม 08.45-09.00 พิธีเปิด กล่าวรายงาน โดยผู้อำ นวยการ กล่าวเปิดงาน โดยคณบดีฯ 09.00-10.30 อบรมเชิงปฏิบัติการ 10.30-10.40 พักรับประทานอาหารว่าง 10.40-12.00 อบรมเชิงปฏิบัติการ 12.00-13.00 พักรับประทานอาหารกลางวัน 13.00-14.00 อบรมเชิงปฏิบัติการ 15.00-15.30 พิธีปิด นักเรียนทำ แบบประเมิน มอบเกียรติบัตรให้แก่ครู/นักเรียน รองคณบดีกล่าวปิดกิจกรรม หน้าห้อง 48517 48233 ห้องประชุมใหญ่ หน้าห้อง 48517 Morning : Lunch : Afternoon : 14.00-14.10 พักรับประทานอาหารว่าง 14.10-15.00 อบรมเชิงปฏิบัติการ
1 เทคนิคพันธุวิศวกรรมเบื้องตน การสกัดดีเอ็นเอ ดีเอ็นเอที่อยูในเซลลของสิ่งมีชีวิต โดยทั่วไปจะไมไดอยูเปนดีเอ็นเอเกลียวคูอิสระ แตจะรวมตัวอยูกับ โปรตีนฮีสโตนและโปรตีนที่ไมใชฮีสโตน เกิดเปนโครงสรางเชิงซอนของโตรติน นอกจากนี้ภายในเซลลของ สิ่งมีชีวิตยังประกอบดวย คารโบไฮเดรต โปรตีน ละอารเอ็นเอ (Nascent RNA) ดั้งนั้นในการสกัดดีเอ็นเอออก จากสิ่งมีชีวิตตองอาศัยหลักการดังนี้ 1. การทำลายผนังเซลล (cell wall lysis) ผนังเซลลจะตองถูกทำลายหรือยอยสลายเพื่อปลอยให องคประกอบที่อยูภายในเซลลออกมา โดยทั่วไปนิยมใชวิธีการเชิงกลเขามาชวยในการบดตัวอยางดวยโกรงหรือ pestle รวมกับไนโตรเจนเหลว จากนั้นตองทำลายเยื่อหุมเซลล (cell membranes) โดยใชสาร lysozyme (นิยม ใชในโปรคาริโอต) หรือใชสาร detergent (นิยมใชในยูคาริโอต) เชน sodium dodecyl sulfate (SDS), sodium lauroyl sarcosinate หรือ CTAB (cethyl trimethyl ammonium bromide) เพื่อใหดีเอ็นเอถูก ปลอยออกมาใน extraction buffer 2. การยอยโปรตีนและอารเอ็นเอ โดยใชเอนไซม protease และ ribonucleases (RNase) ตามลำดับ จากนั้นกำจัดโปรตีนที่ปนเปอนออกดวย phenol/chloroform (บางครั้งอาจเติมเกลือเชน sodium chloride หรือ sodium acetate เพื่อชวยเพิ่มประสิทธิภาพในการตกตะกอนโปรตีน 3. การตกตะกอนดีเอ็นเอ โดยใช absolute ethanol ที่เย็น (อาจเติมเกลือ sodium acetate ดวย) เพื่อทำใหเกิดการดึงน้ำออกจากสายดีเอ็นเอ ทำใหดีเอ็นเอตกตะกอนออกมา และเกิดเปน pellet หลังจากการ ปนเหวี่ยงแลว จากนั้นจึงละลายดีเอ็นเอดวยน้ำหรือ TE buffer และเก็บรักษาที่อุณหภูมิ -20°C การเตรียมดีเอ็นเอนี้ ควรระมัดระวังไมใหดีเอ็นเอขาดเปนทอนๆ ซึ่งดีเอ็นเอที่มีคุณภาพดี เหมาะ สำหรับการนำไปทํา Genomic DNA libraries หรือโคลนนิ่งนั้นควรเปนดีเอ็นเอที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงและมี การขาดเปน ทอนหรือถูกทำลายนอยที่สุด อยางไรก็ตามการขาดเปนทอนของดีเอ็นเอนั้น สามารถเกิดขึ้นโดย แรงกระทำเชิงกล ไดในทุกขั้นตอนของการสกัดดีเอ็นเอ ดังนั้น genomic DNA ที่เตรียมไดโดยทั่วไป มักมีความ ยาวไมเกิน 100-150 kb ซึ่งดีเอ็นเอที่มีความยาวประมาณนี้ ก็สามารถนำไปใชในการวิเคราะหขั้นตอไปไดแลว เชนการทำ Southern analysis, PCR และ genomic DNA libraries ใน bacteriophage lamda vectors นอกจากนั้น หากตองการ สราง libraries โดยใช high-capacity vectors หรือตรวจเช็คขนาดน้ำหนักโมเลกุล ของดีเอ็นเอโดยวิธี Pulsed field gel electrophoresis ควรเตรียมดีเอ็นเอใหมีความยาว >200 kb ซึ่งตองใช วิธีการสกัดดีเอ็นเอที่เฉพาะมาก ขึ้น เชนการใช formamide เปนตน (Sambrook and Russell, 2001) วิธีการสกัดดีเอ็นเอ 1. บัฟเฟอรที่ใชสกัดดีเอ็นเอมักมีสาร detergent เปนสวนประกอบสำคัญรวมอยูดวย เชน CTAB (cethyl trimethyl ammonium bromide), SDS (sodium dodecyl sulfate) หรือ MATAB (mixed alkyltrimethyl ammonium bromide) โดย CTAB และ MATAB เปน cationic detergent ที่มีประจุบวก ชวยในการตกตะกอนพอลิแซ็กคาไรด ซึ่งจะจับกับดีเอ็นเอเปนสารประกอบเชิงซอนที่ละลายไดในสารละลายที่ มีความเขมขนของเกลือสูง จากนั้นสามารถแยกดีเอ็นเอออกมาไดโดยการตกตะกอนดวยแอลกอฮอล หรือลด ความเขมขน ของเกลือในสารละลายใหนอยลง สวน SDS เปน anionic detergent ที่มีประจุลบ เปนสารที่ทำ ใหโปรตีนเสียสภาพ ซึ่งสามารถแยกออกจากสารละลายดีเอ็นเอได โดยการทำใหโปรตีนและพอลิแซ็กคาไรด ตกตะกอนเมื่อมีเกลือโพแทสเซียมอะซิเตตความเขมขนสูงอยูดวย
2 หมายเหตุ ในสูตรของบัฟเฟอรสกัดจะมี EDTA (ethylene diamine tetra acetic acid) ผสมอยู ดวย ซึ่งชวยในการยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม endogenous nucleases (DNase) โดย EDTA จะเขาไปจับ กับ Mg2+ ซึ่งเปนโคแฟคเตอรที่สำคัญสำหรับการทำงานของเอ็นไซม nucleases สวนใหญ 2. การสกัดกรดนิวคลีอิกดวยฟนอลและคลอโรฟอรม สิ่งสำคัญในการทดลองทางชีววิทยาโมเลกุล คือการสกัดดีเอ็นเอและอารเอ็นเอใหปราศจากสิ่งเจือปน ดังนั้นวิธีเบื้องตนที่นิยมที่สุดคือการสกัดดวยฟนอล โดยมีเปาหมายเพื่อกำจัดโปรตีนและไขมันออกจาก สารละลาย กรดนิวคลีอิก โดยผสมสารละลายฟนอลในปริมาตรเทากับสารละลายกรดนิวคลีอิกแลวเขยาให ผสมกันเปนครีม แลวนำไปปนแยก ชั้นสารละลายกรดนิวคลีอิกจะอยูสวนบน สวนฟนอลจะอยูชั้นลางและมี โปรตีนสีขาวขุนอยูตรง กลาง ดูดชั้นน้ำที่มีสารละลายกรดนิวคลีอิกอยู มาสกัดซ้ำดวยฟนอล : คลอโรฟอรม (1:1) ในปริมาตรเทากับ สารละลายกรดนิวคลีอิก เขยาใหเขากันแรงๆ และนำไปปนเหวี่ยงเพื่อแยกชั้น โดย สารละลายกรดนิวคลีอิกจะอยูสวนบน ดูดชั้นน้ำใสสวนบนใสหลอดใหมโดยระวังไมใหตะกอนสีขาวที่อยู ระหวางกลางปะปนมาและสกัดซ้ำดวย คลอโรฟอรมอีกรอบ 3. การตกตะกอนกรดนิวคลีอิก เมื่อตองการใหสารละลายกรดนิวคลีอิกเขมขนขึ้นหรือตองการเปลี่ยนตัวทำละลาย นิยมใชวิธีการ ตกตะกอนดวยเอธานอล ซึ่งการตกตะกอนจะเกิดในสภาพที่มีเกลือและอุณหภูมิต่ำ (-20 °C หรือต่ำกวา) แลว จึง แยกตะกอนดีเอ็นเอออกโดยวิธีปนเหวี่ยงแลวแยกเอาสวนน้ำออกไป ทั้งนี้การเลือกเกลือที่ใชเพื่อทำใหกรด นิวคลีอิก ตกตะกอนขึ้นกับสภาวะของตัวอยางและวัตถุประสงคที่ตองการ ขอสังเกตในการเลือกใชเกลือเพื่อตกตะกอนดีเอ็นเอ โดยทั่วไปใชเกลือโซเดียมอะซิเตตเขมขน 3 M pH 5.5 ปริมาตร 1 ใน 10 เทาของปริมาตรสารละลาย ดีเอ็นเอ และเอธานอล 100% ปริมาตร 2-2.5 เทาของปริมาตรสารละลายดีเอ็นเอ หรืออาจใชเกลือโปแตสู เซียมอะซิเตตเขมขน 3 M pH 5.5 ปริมาตร 1 ใน 10 เทาของปริมาตรสารละลายดีเอ็นเอ อยางไรก็ตามวิธีหลัง นี้ นิยมใชในการตกตะกอนอารเอ็นเอมากกวา หากใชเกลือแอมโมเนียมอะซิเตตเขมขน 7 M ปริมาตร 1 ใน 2 เทาของปริมาตรสารละลายดีเอ็นเอ รวมกับเอธานอล 100% 2.5-3 เทาของปริมาตรสารละลายดีเอ็นเอ วิธีนี้จะปองกันการตกตะกอนของ dNTP ที่ เปนสวนประกอบในปฏิกิริยา PCR ได และหากตกตะกอนซ้ำ 2 ครั้ง จะสามารถกำจัด dNTP ไดถึง 99% และ ตกตะกอนดีเอ็นเอกลับมาไดถึง 90% แตหากจะนำดีเอ็นเอไปทำปฏิกิริยาการเติมหมูฟอสเฟตหรือตอนิ วคลีโอไท ที่ปลาย 3 อีก ไมควรตกตะกอนดวยแอมโมเนียมอะซิเตต เพราะแอมโมเนียมไอออนจะไปยับยั้งการ ทำงานขอ เอนไซมในกระบวนการดังกลาว หรือสามารถใชเกลือลิเธียมคลอไรดเขมขน 8 M ปริมาตร 1 ใน 10 เทาของปริมาตรสารละลายดีเอ็นเอ รวมกับเอธานอล 100% ปริมาตร 2-3 เทาของปริมาตรสารละลายดีเอ็นเอ เนื่องจากเกลือลิเธียมคลอไรดละลายได ดีในเอธานอลจึงไมมีเกลือตกตะกอนพรอมกับดีเอ็นเอเมื่อเก็บ สารละลายดีเอ็นเอที่อุณหภูมิ -70°C
3 กลุมที่ 1 ทำความรูจักกับ Genomic DNA Isolation Kit (Blood/Cultured Cell/Fungus) Cat No. PDC09-0100 Size: 100 Reactions Sample: Up to 300 µl of the whole blood Up to 200 µl of the frozen blood Up to 200 µl of the buffy coat Cultured animal cells (up to 1 x 107 ) Cultured bacterial cells (up to 1 x 109 ) Fungus cells (up to 5 x 107 ) Format: Reagent and spin column Yield: Up to 50 μg Operation time: Within 60 minutes Elution volume: 50∼200 μl Description The Genomic DNA Isolation Kit (Blood/Cultured Cell/Fungus) is designed specifically for genomic DNA isolation from the whole blood, frozen blood, buffy coat, cultured animal/bacterial cells and fungus. This unique buffer system ensures genomic DNA with high yield and good quality from samples. The spin column is designed to purify or concentrate genomic DNA products which have been previously isolated using buffers. The entire procedure can be completed in 1 hour without phenol/ chloroform extraction. Purified genomic DNA is suitable for use in PCR or other enzymatic reactions. Feature ➢ Delivering high-quality genomic DNA with the fast procedure ➢ Ready-to-use gnomic DNA for high performance in any downstream application ➢ Highly purified and high yield genomic DNA can be extracted from various samples ➢ Optimized lysis buffer for the efficient lysis ➢ Designed to rapidly purify high-quality DNA using spin column format Kit Contents Contents PDC09-0100 PDC09-0100S Buffer CR 100 ml 4 ml Buffer CC 35 ml 1.5 ml Buffer CB 45 ml 2 ml Buffer W1 45 ml 2 ml Buffer W2 (Add ethanol) 15 ml(60 ml) 300 μl x2 (1.5 ml x2) Buffer E 10 ml 1 ml Columns CC 100 pcs 4 pcs Collection Tubes 100 pcs 4 pcs
4 Quality Control The quality of the Genomic DNA Isolation Kit (Blood/Cultured Cell/Fungus) is tested on a lotto-lot basis to ensure consistent product quality. Required Materials ➢ 1.5 ml Microcentrifuge tubes ➢ RNase A (10 mg/ml) ➢ Absolute ethanol (96~100%) ➢ lysozyme buffer (for Gram-positive Bacteria): 20 mg/ml lysozyme; 20 mM Tris-HCl; 2 mM EDTA; 1% Triton X-100; pH 8.0 ➢ Lyticase or zymolase (for fungus) ➢ sorbitol buffer (for fungus): 1.2 M sorbitol;10 mM CaCl2; M Tris-HCl pH 7.5; 35 mM βmercaptoethanol
5 กลุมที่ 2 ขั้นตอนการสกัดดีเอ็นเอ Genomic DNA Isolation Kit Protocol (Fungus Cells) Step 1 Sample Cells Harvesting 1. Transfer fungus cells (up to 108 ) to a sterile 1.5 ml microcentrifuge tube. 2. Centrifuge at 6,000 x g for 5 minute. 3. Remove the supernatant completely and resuspend the cells in 600 µl of sorbitol buffer by pipetting the pellet. 4. Add 200 U of the lyticase or zymolase. Incubate at 30°C for 30 minutes. 5. Centrifuge the mixture for 10 minutes at 2,000 x g to harvest the spheroplast. Remove the supernatant completely and resuspend the cells in 50 µl of the Buffer CR by pipetting the pellet. Step 2 Lysis 1. Add 300 µl of the Buffer CC to the resuspended cells from Step 1 and mix by vortex. 2. Incubate at 60°C for 10 minutes or until the sample lysate is clear. During incubation, invert the tube every 3 minutes. Optional Step: ◆RNA Degradation (If RNA-free genomic DNA is required, perform this optional step) 3. Add 5 µl of the RNase A (10 mg/ml) to the sample lysate and mix by vortex. Incubate at the room temperature for 5 minutes. Step 3 Protein Removal 1. Add 400 µl of the Buffer CB to the sample from Step 2 and shake vigorously. 2. Centrifuge at 12,000 x g for 1 minute. (Don`t over 1 minute) Step 4 DNA Binding 1. Place a Column CC in a 2 ml Collection Tube. 2. Transfer the clear supernatant completely from the previous step to the Column CC. 3. Centrifuge at 14,000 x g for 30 seconds. 4. Discard the flow-through and place the Column CC back in the same Collection Tube.
6 Step 5 Wash 1. Add 400 µl of the Buffer W1into the Column CC. 2. Centrifuge at 14,000 x g for 30 seconds. 3. Discard the flow-through and place the Column CC back into the same Collection tube. 4. Add 600 µl of the Buffer W2 (Ethanol added) into the Column CC. 5. Centrifuge at 14,000 x g for 30 seconds. 6. Discard the flow-through and place the Column CC back into the same Collection tube. 7. Centrifuge at 14,000 x g again for 2 minutes to remove the residual Buffer W2. Step 6 DNA Elution 1. Transfer the dried Column CC to a new 1.5 ml microcentrifuge tube. 2. Add 50-200 µl of the Pre-Heated Buffer BE or TE into the center of the column matrix. 3. Let stand at 60°C for 3 minutes. 4. Centrifuge for 2 minutes at 14,000 x g to elute the purified DNA
7 ความเขมขนของดีเอ็นเอสายคู (µg/ml) = OD260 x 50 x dilution factor ความเขมขนของดีเอ็นเอสายเดี่ยว (µg/ml) = OD260 x 33 x dilution factor ความเขมขนของอารเอ็นเอ (µg/ml) = OD 260 x 40 x dilution factor ความเขมขนของโอลิโกนิวคลีโอไทด (µg/ml) = OD260 x 20 x dilution factor การตรวจสอบคุณภาพและวัดปริมาณกรดนิวคลีอิก หลังจากทำการสกัดดีเอ็นเอหรืออารเอ็นเอเรียบรอยแลวและกอนที่จะนำไปใชเปนตนแบบของ ปฏิกิริยา PCR จำเปนตองมีการตรวจสอบคุณภาพและวัดปริมาณกรดนิวคลีอิกที่ไดกอน ซึ่งในเบื้องตนสามารถ ทำได 2 วิธี คือการวัดคาการดูดกลืนแสงอัลตราไวโอเรตโดยใช spectrophotometer หรือการวัดการเรือง แสงของดีเอ็นเอที่ จับตัวกับเอริเดียมโบรไมดหลังจากแยกขนาดดีเอ็นเอโดยวิธีอิเล็กโทรโฟรีซีส 1. การวัดคาการดูดกลืนแสง (Absorbance) จะใชหลักการที่กรดนิวคลีอิกสามารถดูดกลืนแสง ไดมาก ที่สุดที่ความยาวคลื่น 260 นาโนเมตร และโปรตีนดูดกลืนแสงไดมากที่สุดที่ความยาวคลื่น 280 นาโน เมตร โดยจะทำการวัดคา optical density (OD) ของสารละลายดีเอ็นเอ จากนั้นนำผลที่ไดมาคำนวณหา ความเขมขนของ สารละลายดีเอ็นเอ จากสูตร หากคา OD260 ที่วัดไดมีคาเทากับ 1 แสดงวา มีความเขมขนของดีเอ็นเอสายคู (double-stranded DNA; ds-DNA) เทากับ 50 µg/ml หากคา OD260 ที่วัดไดมีคาเทากับ 1 แสดงวา มีความเขมขนของดีเอ็นเอสายเดี่ยว (single-stranded DNA; ss-DNA) เทากับ 33 µg/ml หากคา OD260 ที่วัดไดมีคาเทากับ 1 แสดงวา มีความเขมขนของอารเอ็นเอสายเดี่ยว (single-stranded RNA เทากับ 40 µg/ml หากคา OD 260 ที่วัดไดมีคาเทากับ 1 แสดงวา มีความเขมขนของโอลิโกนิวคลีโอไทด (oligonucleotide) เทากับ 20 µg/ml การวัดปริมาณดีเอ็นเอวิธีนี้จะใชไดในกรณีที่สารละลายดีเอ็นเอคอนขางบริสุทธิ์ ไมมีอารเอ็นเอและโอ ลิโกนิวคลีโอไทดอื่นเจือปน และตองมีปริมาณมากพอที่จะอานคา OD ได คาที่ไดจากวิธีนี้จะแนนอนและ สามารถตรวจสอบคุณภาพและความบริสุทธิ์ได โดยเปรียบเทียบคา OD260 และ OD280 ของสารละลายดี เอ็นเอที่เตรียมไดโดยดีเอ็นเอที่บริสุทธิ์จะมีคา OD260/OD280 ประมาณ 1.8 ซึ่งหากต่ำกวา 1.8 แสดงวาอาจมี โปรตีนปนอยู ควรทำสารสกัดซ้ำดวยฟนอลคลอโรฟอรม และหากคามากกวา 2.0 แสดงวามีฟนอลหรือคลอโร ฟอรมปนอยู ซึ่งควรทำการตกตะกอนดีเอ็นเออีกครั้งดวยเอธานอล สวนการตรวจสอบสุขภาพของอารเอ็นเอดวยวิธีนี้ สารละลายอารเอ็นเอที่บริสุทธิ์จะมีคา OD260/OD280 ประมาณ 1.7-2.1 และ OD260/OD230 ควรมีคา 1.8 ขึ้นไป ซึ่งOD230 จะเปนตัวบงชี้การ ปนเปอนของเกลือในสารละลายอารเอ็นเอ ในปจจุบันดวยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น สามารถใชเครื่อง nanodrop แทนเครื่อง spectrophotometer ในการตรวจวัดหาความเขมขนของสารละลายกรดนิวคลีอีก ซึ่งขอดีของการใชเครื่อง nanodrop นี้ คือใช ปริมาณสารละลายกรดนิวคลีอิกนอย ประมาณ 1-2 ไมโครลิตรเทานั้น และเครื่องยังคำนวณคาของอัตราสวน ตางๆและแสดงออกมาใหเห็นบนหนาจอ ซึ่งสะดวกกวาการใชเครื่อง spectrophotometer ที่ใชปริมาณของ ตัวอยางมากกวาและตองการการคำนวณหลังจากไดคาการดูดกลืนแสงดวย อยางไรก็ตาม การเลือกใชวิธีการ ใดวิธีหนึ่งควรคำนึงถึงงบประมาณที่มีของหองปฏิบัติการนั้นๆดวย
8 2. การตรวจสอบผลโดยวิธีอิเล็กโทรโพรีซีสในเจลอะกาโรส (gel electrophoresis) วิธีการนี้สามารถ วิเคราะหดีเอ็นเอที่มีปริมาณนอยในระดับนาโนกรัม (ng) ไดใชหลักการการแยกขนาดและรูปรางโมเลกุลของดี เอ็นเอดวยกระแสไฟฟาบนเจลอะกาโรส เทคนิคนี้จะใชการเขาแทรกตัวของโมเลกุลเอธิเดียมโบรไมดในเกลียว คูของดีเอ็นเอ เมื่อนำไปสองดวยแสงอุลตราไวโอเลต จะเห็นการเรืองแสงของแถบดีเอ็นเอนั้น โดยความเขม ของแสงจะเปนสัดสวนโดยตรงกับปริมาณดีเอ็นเอที่ใสในเจลเริ่มตน สามารถประมาณคาความเขมขนของแถบ ดีเอ็นเอของตัวอยางนั้นไดจากการเทียบความเขมของแถบ DNA ladder ที่ทราบความขมขนเริ่มตน (ดูเพิ่มเติม ในบทปฏิบัติการ) กลุมที่ 3 การเตรียมเจลอะกาโรส การตรวจสอบคุณภาพดีเอ็นเอในเจลอะกาโรสที่มีความเขมขน 0.8 % ทำไดดังนี้ 1. เตรียมถาดสำหรับเทเจลในแนวราบและหวีใหเรียบรอย 2. ชั่งผงอะกาโรส 0.8 g เติมบัฟเฟอรสำหรับทำอิเล็กโทรโพรีซีส (1XTBE หรือ 1XTAE) 100 ml 3. หลอมอะกาโรสโดยอุนใหรอนโดยใชไมโครเวฟ เขยาเปนครั้งคราวใหอะกาโรสละลายจนหมด 4. ตั้งทิ้งไวใหอุณหภูมิเย็นลงประมาณ 50-55 °C แลวจึงเทลงในถาดที่เตรียมไวใหเจลหนาประมาณ 5 mm เสียบหวีลงไปใหตรงตำแหนงเพื่อทำใหเกิดชองสำหรับหยดตัวเอง ปลอยใหเจลแข็งตัวที่ อุณหภูมิหอง 5. เมื่อเจลแข็งตัวแลวคอยๆ ดึงหวีออก นำเจลใสลงในเครื่องสำหรับทำอิเล็กโทรโฟรีซีส ใสบัฟเฟอร 1 เทาใหทวมเจล โดยใหสูงกวาผิวเจล 2-3 mm กลุมที่ 4 การตรวจสอบคุณภาพดีเอ็นเอในเจลอะกาโรส 6. ดูดสารละลายดีเอ็นเอ 5 µl ผสมกับ loading buffer 1 µl แลวหยอดลงในชองเจลที่เตรียมไว 7. ตอกระแสไฟเขากับเครื่องอิเล็กโทรโฟรีซีส (แลวเปดกระแสไฟฟาและมาณ 5 โวลตตอเซนติเมตร หรือ อาจเพิ่มไดถึง 10 โวลตตอเซนติเมตร ในกรณีเจลขนาดเล็กๆและตองการความรวดเร็ว) ปดฝาเครื่อง แลวเปดกระแสไฟฟาใหกระแสไฟฟาวิ่งผานจากขั้วลบไปขั้วบวก โดยใชความตางศักย 135 โวลต ปลอยใหดีเอ็นเอเคลื่อนไปพอประมาณ (15 นาที) โดยสังเกตจากการเคลื่อนที่ของโหลดดิงบัฟเฟอร (loading buffer) ไดระยะทางที่เหมาะสม 8. ปดเครื่อง นำแผนเจลไปยอมในสารละลายเอธิเดียมโบรไมด ความเขมขน 0.5 µg/ml นาน 10 นาที (ขั้นนี้ตองระวังไมใหสัมผัสเอธิเดียมโบรไมดเนื่องจากเปนสารกอมะเร็ง) 9. ลางเอธิเดียมโบรไมดสวนเกินออกดวยน้ำสะอาดประมาณ 5 นาที นำแผนเจลไปสองดูภายใตแสง UV แลวถายภาพดวยเครื่อง gel documentation แลวถายภาพไว สิ่งที่ความคำนึง 1. ความเขมขนของอะกาโรสที่ใช ขึ้นอยูกับขนาดของ linear DNA Gel percentage DNA size range (bp) 0.5 1,000-30,000 0.7 800-12,000 1.0 500-10,000 1.2 400-7,000 1.5 200-3,000 2.0 50-2,000
9 Polymerase Chain Reaction (PCR) Polymerase Chain Reaction (PCR) เปนเทคโนโลยีทางอณูชีววิทยาที่มีบทบาทอยางมากโดยเฉพาะ อยางยิ่งในการวินิจฉัยโรค การศึกษาลายพิมพของสิ่งมีชีวิต การศึกษาวิวัฒนาการ และการสรางสิ่งมีชีวิตตัดตอ พันธุกรรม เทคโนโลยีนี้เปนการจำลองกระบวนการ DNA replication ที่เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิตท ซึ่ง นักวิทยาศาสตรไดเลียนแบบธรรมชาติโดยการสังเคราะหดีเอ็นเอสายใหมขึ้นในหลอดทดลอง โดยมีดีเอ็นเอ ตนแบบ และมีดีเอ็นเอสายสั้น (primer) ที่สามารถจับกับดีเอ็นเอตนแบบไดอยางจำเพาะ และเปนจุดเริ่มตน ของการสรางดีเอ็นเอสายใหมที่ตองการ 1. หลักการทำ PCR การเตรียมชิ้นสวนดีเอ็นเอที่ตองการจากปฏิกิริยา PCR ประการสำคัญคือ การออกแบบและสังเคราะหโอลิ โกนิวคลีโอไทดสายสั้นๆ หรือที่เรียกวา ไพรเมอร (primer) 2 สาย คือ forward และ reverse primers ที่ จำเพาะกับยีนหรือบริเวณบน genomic DNA ใดๆ ตามที่ตองการ เพื่อนำมาใชในปฏิกิริยา PCR เพื่อการเพิ่ม จำนวนชิ้นสวนของดีเอ็นเอที่ตองการไดในเวลาอันรวดเร็ว โดยเมื่อสิ้นสุดปฏิกิริยา PCR จะไดชิ้นสวน DNA ที่มี ความยาวตามไพรเมอรที่จำเพาะจำนวน = [2n -(n + 1)] เมื่อ n คือจำนวนรอบของการทำ PCR 2. หลักการของขั้นตอนการทำ PCR มีดังนี้ 1. Denaturing step คือ การคลายสายดีเอ็นเอเกลียวคู (double strand DNA) ใหเปนดีเอ็นเอสายเดี่ยว (single strand DNA) โดยเกิดอุณหภูมิสูง (90-95°C) 2. Annealing step คือ การที่ forward และ reverse primers เขาไปจับคูสมบน single strand DNA ตนแบบ โดยเกิดที่อุณหภูมิต่ำประมาณ 40-60°C [การเลือกใช annealing temperature ควรพิจารณาจาก คา Tm (melting temperature) ของ primer ทั้งนี้ขึ้นอยูกับชนิดและจำนวนนิวคลีโอไทดของ primer] 3. Primer extension คือ กระบวนการสังเคราะห DNA สายใหมดวยเอนไซม DNA polymerase โดย เปนการตอลำดับนิวโอไทดที่ปลาย 3 ของ primer ซึ่งเกิดที่อุณหภูมิประมาณ 70-73 °C ซึ่งเปนอุณหภูมิที่ เหมาะสมตอการทำงานของเอนไซม Tag DNA polymerase 3. องคประกอบในการทำ PCR ประกอบดวย 1. ดีเอ็นเอตนแบบ (DNA template) โดยดีเอ็นเอที่มีคุณภาพดีจะใหผลผลิตมาก ซึ่งปริมาณที่นิยมใช อยู ในชวง 10-50 ng ตอปฏิกิริยา 2. Buffer ที่มีความเขมขน 10 เทา ซึ่งมักจะใสในปริมาณ 1 ใน 10 ของปริมาตรรวมของปฏิกิริยา 3. dNTP ประกอบดวย dNTP, dCTP, dGTP และ dTTP โดยจะใสในปฏิกิริยาใหมีความเขมขนสุดทาย ชนิดละประมาณ 200 µM 4. ไพรเมอร นิยมใชโอลิโกนิวคลีโอไทด 2 ชนิด forward และ reverse primers ขนาด 20-25 นิวคลีโอ ไทด ที่มีองคประกอบของเบส G และ C อยูระหวาง 40-60 เปอรเซ็นต โดยไพรเมอร 2 ชนิดที่ใชคูกันควรมี สวนประกอบของเบส G+C เทากัน เพื่อใหคา Tm เทากันหรือใกลเคียงกันมากที่สุด ไพรเมอรที่ใชสามารถ เตรียมเปน stock ที่มีความเขมขน 5 pg/µl (5 µM) หรือความเขมขนอื่นใดก็ได โดยใหสอดคลองกับปริมาณที่ จะใชในปฏิกิริยา ซึ่งจะไดความเขมขนสุดทายเปน 0.1-2.0 µM 5. แมกนีเซียมคลอไรด (MgCl2) มีสวนสำคัญในการเรงปฏิกิริยาของเอ็นไซม DNA polymerase อาจผสม รวมอยูในบัฟเฟอรของชุดน้ำยาสำเร็จรูป แตโดยมากนิยมแยกออกมา เพื่อใหสามารถปรับความเขมขนไดตาม ความเหมาะสมในแตละปฏิกิริยา PCR โดยความเขมขนที่แนะนำใชประมาณ 1.5-10 mM 6. Enzyme เนื่องจากขั้นตอนในการสังเคราะหดีเอ็นเอโดยเทคนิค PCR ตองมีการทำใหดีเอ็นเอคลาย เกลียวสายคูกอนดวยความรอน เอนไซม DNA polymerase ที่ใชจึงตองสามารถทนความรอนไดสูง ซึ่ง
10 เอนไซมชนิดแรกที่ใช แยกไดจากแบคทีเรีย Thermus aquaticus ที่อาศัยในบอน้ำบุรอน จึงสามารถทนความ รอนไดสูง เปนชนิดที่ใชกันมาก และรูจักกันในชื่อ Taq polymerase ทำงานไดดีที่อุณหภูมิ 70-80°C ใน ปฏิกิริยา PCR มักใชที่ความเขมขน 2.5-5 ยูนิตตอปฏิกิริยา 100 µ การทำปฏิกิริยา PCR กลุมที่ 5 เตรียม PCR reagents PCR reagents สารที่ใช ปริมาตร (µl) ความเขมขนสุดทาย PCR buffer (2x) contains 3mM MgCl2 และ dNTPs 12.50 1x; 1.5 mM Mg2+ forward primer (10 µM) 0.75 0.3 µM Reverse primer (10 µM) 0.75 0.3 µM Taq DNA Polymerase (2.5U/µl) 0.20 1U/50 µl PCR grade water 10.80 Total 25 กลุมที่ 6 การตั้งโปรแกรมพีซีอาร(PCR conditions) ขั้นตอน อุณหภูมิ ( o C) เวลา (นาที) จำนวนรอบ 1. Initial denaturation 95 10 1 2.Denaturation 95 20 วินาที 30 3.Annealing 55* 15 วินาที 4.Extension 72 1 5.Final extension 72 1 1 6.storage 4 ∞ 1
11 กลองจุลทรรศน (Microscope)
12 ขั้นตอนการยอมสีแบบแกรม และลักษณะการติดสี ของแบคทีเรียแกรมบวกและแบคทีเรียแกรมลบ การยอมสีแกรมแบคทีเรีย เพราะเหตุใดแบคทีเรียจึงถูกแบงออกเปน 2 แกรม ........................................................................................................................................................... เพราะเหตุใดตองทำการ heat fix หรือปฏิกิริยา fixation ...........................................................................................................................................................
13 จากภาพขางลาง จงระบายสีที่ตัวเซลลการติดสีคริสตัลไวโอเลตใหใชปากกาสีน้ำเงิน สวนการติดสีแดงของซาฟานินโอใหใชปากกาสีอื่น จงบอกชื่อสารเคมีและเวลาในแตละขั้นตอน แบคทีเรียแกรม.......................... แบคทีเรียแกรม...............................
บั น ทึ ก ภ า พ กิ จ ก ร ร ม ต อ บ แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ค ว า ม พึ ง พ อ ใ จ 14