The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานเรี่องความรู้เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต กิตติชัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kittichaiv1130, 2023-01-25 23:26:23

รายงานเรี่องความรู้เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต กิตติชัย

รายงานเรี่องความรู้เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต กิตติชัย

รายงาน เรื่อง ความรู้เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต จัดทำโดย นายกิตติชัย สุวรรณไตร เสนอ คุณครูสถาพร จันทร์เปรียง รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิชาการงานอาชีและเทคโนโลยี ภาคเรียนที่2/2565 ปีการศึกษาปี2565 โรงเรียนบ้านม่วงพิทยาคม


คำนำ รายงานเรื่อง อินเตอร์เน็ตและความสำคัญ เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษารายวิชา คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศธุรกิจในชีวิตประจำวันได้มีการสืบค้นข้อมูลและรวบรวม เกี่ยวกับ ประวัติความเป็นมาของอินเตอร์เน็ต ความหมายความสำคัญของอินเตอร์เน็ตประโยชน์และ โทษของอินเตอร์เน็ตโดยมุ่งที่จะให้ผู้อ่านรายงานเรื่องอินเตอร์เน็ตและความสำคัญ มีความรู้และความ เข้าใจเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตมากขึ้น ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่ท่านในการนำไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน หากมีข้อบกพร่องประการใด ก็ขออภัยมา ณ โอกาสนี้ ผู้จัดทำ นายกิตติชัย สุวรรณไตร


สารบัญ เรื่อง หน้า ความเป็นมาของอินเตอร์เน็ต 1 ความหมายอินเทอร์เน็ต 2 ความสำคัญของอินเทอร์เน็ต 3 การถ่ายโอนข้อมูลของอินเทอร์เน็ต 4 อินเตอร์เน็ตและการศึกษาไทย 5 ประโยชน์และโทษของอินเทอร์เน็ต 6 บรรณานุกรม 7


ความเป็นมาของอินเตอร์เน็ต อินเทอร์เน็ตกำเนิดขึ้นครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ. 2512 โดยองค์กรทางทหารของ สหรัฐอเมริกา ชื่อว่า ยู.เอส.ดีเฟนซ์ ดีพาร์ทเมนท์ ( U.S. Defence Department ) เป็นผู้คิดค้นระบบขึ้นมา มี วัตถุประสงค์ คือเพื่อให้มีระบบเครือข่ายที่ไม่มีวันตายแม้จะมีสงคราม ระบบการสื่อสารถูกทำลาย หรือตัดขาด แต่ ระบบเครือข่ายแบบนี้ยังทำงานได้ซึ่งระบบดังกล่าวจะใช้วิธีการส่งข้อมูลในรูปของคลื่นไมโครเวฟ ฝ่ายวิจัยของ องค์กรจึงได้จัดตั้งระบบเน็ตเวริ์กขึ้นมา เรียกว่า ARPAnet ย่อมาจากคำว่า Advance Research Project Agency net ซึ่ง ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมในหมู่ของหน่วยงานทหาร องค์กร รัฐบาลและสถาบันการศึกษาต่างๆ เป็น อย่างมาก ระบบเครือข่ายแบบเดิม ระบบเครือข่ายแบบใหม่ที่ติดต่อกันได้อย่างอิสระ การเชื่อมต่อในภาพแรกแบบเดิม ถ้าระบบเครือข่ายถูกตัดขาด ระบบก็จะเสียหายและทำให้การเชื่อมต่อขาดออก จากกัน แต่ในเครือข่ายแบบใหม่ แม้ว่าระบบเครือข่ายหนึ่งถูกตัดขาด เครือข่ายก็ยังดำเนินไปได้ไม่เสียหาย เพราะ โดยตัวระบบก็หาช่องทางอื่นเชื่อมโยงกันจนได้ ในระยะแรก เมื่อ ARPAnet ประสบความสำเร็จก็มีองค์กรมหาวิทยาลัยต่างๆ ให้ความสนใจเข้ามาร่วมใน โครงข่ายมากขึ้น โดยเน้นการรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ( Electronic Mail ) ระหว่างกันเป็นหลัก ต่อมาก็ได้ขยาย การบริการไปถึงการส่งแฟ้มข้อมูลข่าวสารและส่งข่าวสารความรู้ทั่วไป แต่ไม่ได้ใช้ในเชิงพาณิชย์ เน้นการ ให้บริการด้านวิชาการเป็นหลัก


ปี พ.ศ. 2523 คนทั่วไปเริ่มสนใจอินเทอร์เน็ตมากขึ้น มีการนำอินเทอร์เน็ตมาใช้ในเชิงพาณิชย์มีการทำธุรกิจบน อินเทอร์เน็ต บริษัท ห้างร้านต่างๆ ก็เข้าร่วมเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมากขึ้น อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย ประเทศไทยได้เริ่มติดต่อกับอินเตอร์เน็ตในปีพ.ศ. 2530 ในลักษณะการใช้บริการจดหมายเล็กทรอนิกส์แบบ แลกเปลี่ยนถุงเมล์เป็นครั้งแรกโดยเริ่มที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ( Prince of Songkla University ) และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียหรือสถาบันเอไอที ( AIT ) ภายใต้โครงการความ ร่วมมือระหว่างประเทศไทยและออสเตรเลีย ( โครงการ IDP ) ซึ่งเป็นการติดต่อเชื่อมโยงโดยสายโทรศัพท์ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2531 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ยื่นขอที่อยู่อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย โดยได้รับที่อยู่อินเตอร์เน็ต Sritrang.psu.th ซึ่งนับเป็นที่อยู่อินเตอร์เน็ตแห่งแรกของประเทศไทย ต่อมาปี พ.ศ. 2534 บริษัท DEC ( Thailand ) จำกัดได้ขอที่อยู่อินเตอร์เน็ตเพื่อใช้ประโยชน์ภายในของบริษัท โดยได้รับที่อยู่อินเตอร์เน็ต เป็น dect.co.th โดยที่คำ “th” เป็นส่วนที่เรียกว่าโดเมน ( Domain ) ซึ่งเป็นส่วนที่แสดงโซนของเครือข่าย อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย โดยย่อมาจากคำว่า Thailand กล่าวได้ว่าการใช้งานอินเตอร์เน็ตชนิดเต็มรูปแบบตลอด 24 ชั่วโมง ในประเทศไทยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อเดือน กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2535 โดยสถาบันวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยได้เช่าวงจรสื่อสารความเร็ว 9600 บิตต่อวินาที จากการสื่อสารแห่งประเทศไทยเพื่อเชื่อมเข้าสู่ อินเตอร์เน็ตที่บริษัท ยูยูเน็ตเทคโนโลยี ( UUNET Technologies ) ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปีเดียวกัน ได้มีหน่วยงานที่เชื่อมต่อแบบออนไลน์กับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตผ่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลายแห่งด้วยกัน ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ( AIT ) มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ โดยเรียกเครือข่าย นี้ว่าเครือข่าย “ไทยเน็ต” ( THAInet ) ซึ่งนับเป็นเครือข่ายที่มี “ เกตเวย์ “ ( Gateway ) หรือประตูสู่เครือข่าย อินเตอร์เน็ตเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ปัจจุบันได้มีผู้รู้จักและใช้อินเตอร์เน็ตมากขึ้น มีอัตราการเติบโตมากกว่า 100 % สมาชิกของอินเตอร์เน็ตขยายจาก อาจารย์และนิสิตนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาไปสู่ประชาชนทั่วไป


ความหมายอินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ต ( Internet ) คือเครือข่ายของคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลก เข้าด้วยกัน เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ไซเบอร์สเปซ ( Cyberspace ) คำเต็มของอินเทอร์เน็ต คืออินเทอร์เน็ตเวิร์กกิง ( Internetworking ) ต่อมานิยมเรียกสั้นๆ ว่า อินเทอร์เน็ต หรือ เน็ต อินเทอร์เน็ตมีรูปแบบคล้ายกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระบบ WAN แต่มีโครงสร้างการทำงานที่แตกต่างกัน มากพอสมควร เนื่องจากระบบ WAN เป็นเครือข่ายที่ถูกสร้างโดยองค์กรๆ เดียวหรือกลุ่มองค์กร เพื่อวัตถุประสงค์ ด้านใดด้านหนึ่ง และมีผู้ดูแลระบบที่รับผิดชอบแน่นอน แต่อินเทอร์เน็ตจะเป็นการเชื่อมโยงกันระหว่าง คอมพิวเตอร์นับล้านๆ เครื่องแบบไม่ถาวรขึ้นอยู่กับเวลานั้นๆ ว่าใครต้องการเล่นอินเทอร์เน็ตบ้าง ใครจะ ติดต่อสื่อสารกับใครก็ได้จึงทำให้ระบบอินเทอร์เน็ตไม่มีผู้ใดรับผิดชอบหรือดูแลทั้งระบบ ระบบอินเทอร์เน็ต ช่วยให้สามารถเคลื่อนย้ายข่าวสารข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้โดยไม่จำกัดระยะทาง และสามารถส่งข้อมูลได้หลายรูปแบบ ทั้งข้อความ ตัวหนังสือ ภาพ และเสียง โดยอาศัยเครือข่ายโทรคมนาคมเป็น ตัวเชื่อมเครือข่าย ภายใต้มาตรฐานการเชื่อมโยงเดียวกันคือ TCP/IP (Transmission Control Protocol / Internet Protocol) เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในอินเทอร์เน็ตสามารถสื่อสารระหว่างกันได้ ระบบการสื่อสารกับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต


ความสำคัญของอินเทอร์เน็ต ในปัจจุบันอินเทอร์เน็ตมีบทบาทและมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของคนเราเป็นอย่างมาก เพราะทำให้วิถี ชีวิตเราทันสมัยและทันเหตุการณ์อยู่เสมอ เนื่องจากอินเทอร์เน็ตจะมีการเสนอข้อมูลข่าวปัจจุบัน และสิ่งต่าง ๆ ที่ เกิดขึ้นให้ผู้ใช้ทราบเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน สารสนเทศที่เสนอในอินเทอร์เน็ตจะมีมากมายหลายรูปแบบเพื่อสนอง ความสนใจและความต้องการของผู้ใช้ทุกกลุ่ม อินเทอร์เน็ตจึงเป็นแหล่งสารสนเทศสำคัญสำหรับทุกคนเพราะ สามารถค้นหาสิ่งที่ตนสนใจได้ในทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปค้นคว้าในห้องสมุด หรือแม้แต่การรับรู้ ข่าวสารทั่วโลกก็สามารถอ่านได้ในอินเทอร์เน็ตจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ของหนังสือพิมพ์ ดังนั้นอินเทอร์เน็ตจึงมีความสำคัญกับวิถีชีวิตของคนเราในปัจจุบันเป็นอย่างมากในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นบุคคล ที่อยู่ในวงการธุรกิจการศึกษา ต่างก็ได้รับประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตด้วยกันทั้งนั้น 1. ด้านการศึกษา อินเทอร์เน็ตมีความสำคัญ ดังนี้ 1. สามารถใช้เป็นแหล่งค้นคว้าหาข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลด้านการบันเทิง ด้าน การแพทย์และอื่น ๆ ที่น่าสนใจ 2. ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จะทำหน้าที่เปรียบเสมือนเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ 3. นักเรียนนักศึกษาสามารถใช้อินเทอร์เน็ตติดต่อกับมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนอื่น ๆ เพื่อค้นหาข้อมูล ที่กำลังศึกษาอยู่ได้ ทั้งที่ข้อมูลที่เป็นข้อความเสียง ภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ 2. ด้านธุรกิจและการพาณิชย์ อินเทอร์เน็ตมีความสำคัญดังนี้ 1. ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจ 2. สามารถซื้อขายสินค้า ทำธุรกรรมผ่านระบบเครือข่าย 3. เป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์โฆษณาสินค้า ติดต่อสื่อสารทางธุรกิจ 4. ผู้ใช้ที่เป็นบริษัท หรือองค์กรต่าง ๆ ก็สามารถเปิดให้บริการ และสนับสนุนลูกค้าของตนผ่าน ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ เช่น การให้คำแนะนำ สอบถามปัญหาต่าง ๆ ให้แก่ลูกค้า แจกจ่ายตัวโปรแกรม ทดลองใช้(Shareware) โปรแกรมแจกฟรี (Freeware)


3. ด้านการบันเทิง อินเทอร์เน็ตมีความสำคัญดังนี้ 1. การพักผ่อนหย่อนใจ สันทนาการ เช่น การค้นหาวารสารต่าง ๆ ผ่านระบบเครือข่าย อินเทอร์เน็ต ที่เรียกว่า Magazine Online รวมทั้งหนังสือพิมพ์และข่าวสารอื่น ๆ โดยมีภาพประกอบที่ จอคอมพิวเตอร์เหมือนกับวารสารตามร้านหนังสือทั่ว ๆ ไป 2. สามารถฟังวิทยุหรือดูรายการโทรทัศน์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ 3. สามารถดึงข้อมูล (Download) ภาพยนตร์มาดูได้ การถ่ายโอนข้อมูลของอินเทอร์เน็ต การส่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง ไม่ได้ส่งข้อมูลเป็นชุดยาวๆ หากแต่ส่งไป เป็นชิ้นๆ เป็นชุดๆ หรือเรียกกันทั่วไปว่าแพ็กเกต (Packet) แพ็กเกตจะถูกส่งไปตามสายเคเบิล เมื่อไปถึงผู้รับแล้ว แพ็กเกตจะมารวมกันเป็นข้อความยาวๆ เหมือนเดิม แต่ถ้าแพ็กเกตใดขาดหายหรือตกหล่น คอมพิวเตอร์ก็จะ ตรวจสอบ และส่งแพ็กเกตมาใหม่ จนข้อมูลครบเหมือนเดิม การที่ข้อมูลจะถูกส่งถ่ายเข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์หลากหลายชนิดที่เชื่อมต่อกันในระบบเครือข่ายนั้น จะมี ปัญหาและอุปสรรคในการสื่อสาร ทำให้ไม่อาจส่งถ่ายข้อมูลได้สะดวกจึงได้มีการพัฒนาภาษากลางสำหรับสื่อสาร ระหว่างคอมพิวเตอร์ขึ้นมา เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกชนิดสามารถสื่อสารกันได้ ภาษาดังกล่าวเรียกว่า TCP/IP ย่อมาจากคำว่า Transmission Control Protocol/Internet Protocol


การวิ่งไป-มาของข้อมูลจะผ่านเส้นทางหลักที่เรียกว่า แบ็กโบน (Backbone) ผ่านทางเร้าเตอร์ (Router) ซึ่ง เปรียบเสมือนบริษัทตัวการเส้นทางให้ข้อมูลเดินทางไป-มาได้สะดวกและรวดเร็วถึงจุดหมายปลายทางได้อย่าง สะดวกปลอดภัย บริการต่าง ๆ บนอินเตอร์เน็ต บริการบนอินเทอร์เน็ตมีหลายประเภท เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ได้เลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะ งาน ซึ่งในที่นี้จะยกตัวอย่างบริการบนอินเทอร์เน็ตที่สำคัญดังนี้ 1.บริการด้านการสื่อสาร 1.1ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์(electronic mail) ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่าอีเมล์ (E-mail) ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมประจำวันของผู้ใช้ อินเตอร์เน็ต ซึ่งการส่งและรับจดหมาย หรือข้อความถึงกันได้ทั่วโลกนี้จำเป็นจะต้องมีที่อยู่อีเมล์ (e-mail address หรือ e-mail account) เพื่อใช้เป็นกล่องรับจดหมาย ที่อยู่ของอีเมล์จะประกอบ ด้วยส่วนประกอบสำคัญ 2 ส่วน คือ ชื่อผู้ใช้ (User name) และชื่อโดเมน(Domain name) ซึ่งเป็นชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีรายชื่อของผู้ใช้อีเมล์ โดยชื่อ ผู้ใช้และชื่อโดเมนจะคั่นด้วยเครื่องหมาย @(อ่านว่า แอ็ท) เช่น [email protected] จะมีผู้ใช้อีเมล์ชื่อ Sriprai ที่มีอยู่อีเมล์ ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ชื่อ sukhothai ของมหาวิทยาลัยสยาม(siamu) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษา (ac) ในประเทศไทย (th) ในการรับ-ส่งจดหมาย โดยผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น ได้มีการพัฒนาโปรแกรมที่ใช้สำหรับอีเมล์อยู่หลาย โปรแกรม เช่น โปรแกรม Microsoft Outlook Express โปรแกรม Netscape Mail เป็นต้น นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถ ลงทะเบียนเพื่อขอรับที่อยู่อีเมล์ได้ฟรีจากเว็บไซต์ที่ให้บริการที่อยู่อีเมล์ฟรี เว็บไซต์ที่เป็นที่รู้จักและนิยม ได้แก่ www.hotmail.com, www.chaiyo.com, www.thaimail.com โดยทั่วไปแล้ว ส่วนประกอบหลัก ๆ ของอีเมล์จะประกอบด้วยส่วนหัว (header) และส่วนข้อความ (message) 1.2รายชื่อกลุ่มสนทนา (mailing lists) mailing lists เป็นกลุ่มสนทนาประเภทหนึ่งบนอินเทอร์เน็ตที่มีการติดต่อสื่อสารและการส่งข่าวสารให้กับ สมาชิกตามรายชื่อและที่อยู่ของสมาชิกที่มีอยู่ ในรายการซึ่งในปัจจุบันมีกลุ่ม mailing lists ที่แตกต่างกันตามความ สนใจจำนวนมาก การเข้าไปมีส่วนร่วมในกลุ่มสนทนาประเภทนี้ ผู้ใช้จะต้อง สมัครสมาชิกก่อนด้วยการแจ้งความ ประสงค์และส่งชื่อและที่อยู่เพื่อการลงทะเบียบไปยัง subscription address ของ mailing lists ตัวอย่าง mailing list เช่น ทัวร์ออนไลน์ ([email protected])กลุ่มสนทนาเรื่องตลก ([email protected]) 1.3กระดานข่าว (usenet) ยูสเน็ต (usenet หรือ user network) เป็นการรวบรวมของกลุ่มข่าวหรือ newsgroup ซึ่งเป็นกลุ่มผู้สนใจที่ ต้องการจะติดต่อและแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตคนอื่น ๆ กลุ่มของ newsgroup ในปัจจุบันมี มากกว่า 10,000กลุ่มที่มีความสนใจในหัวข้อที่แตกต่างกัน เช่น กลุ่มผู้สนใจศิลปะ กลุ่มคอมพิวเตอร์ กลุ่มผู้ชื่นชอบ ภาพยนต์ เป็นต้น


การส่งและรับแหล่งข่าวจาก usenet จะใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข่าวเพื่อไปดึงชื่อของกลุ่มข่าวหรือหัวข้อจาก เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ผู้ใช้เข้าไปขอใช้บริการเช่นเดียวกับระบบชื่อโดเมน (DNS) กลุ่มข่าวจะมีการตั้งชื่อเพื่อใช้เป็น แบบมาตรฐาน ซึ่งชื่อกลุ่มจะประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก ๆ คือ ชื่อหัวข้อกลุ่มข่าวหลัก (major topic) ชื่อกลุ่ม ข่าวย่อย (subtopic) และประเภทของกลุ่มข่าวย่อย (division of subtopic) ตัวอย่างเช่น 1.4การสนทนาออนไลน์(On-line chat) การสนทนาออนไลน์ เป็นบริการหนึ่งบนอินเทอร์เน็ตที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถคุยโต้ตอบกับผู้ใช้คนอื่น ๆ ได้ใน เวลาเดียวกัน (real-time) การสนทนาหรือ chat (Internet Relay Chat หรือ IRC)ได้มีการพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันการสนทนาระหว่างบุคคลหรือ กลุ่มบุคคลสามารถใช้ ภาพกราฟิก ภาพการ์ตูนหรือภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ แทนตัวผู้สนทนาได้ นอกจากการสนทนาแล้ว ผู้ใช้ยังสามารถ แลกเปลี่ยนข้อมูลและไฟล์ได้อีกด้วย การใช้งาน IRC ผู้ใช้จะต้องติดต่อไปยังเครื่องที่เป็นไออาร์ซีเซิร์ฟเวอร์ (IRC server) ที่มีการแบ่งห้องสนทนา เป็นกลุ่ม ๆ ที่เรียกว่า แชนแนล (channel) โดยผู้ใช้จะต้องมีโปรแกรมเพื่อใช้สำหรับการสนทนา (ซึ่งสามารถดาวน์ โหลดฟรีจากอินเทอร์เน็ต) เมื่อผู้ใช้ติดต่อกับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ได้แล้ว ก็จะเลือกกลุ่มสนทนาหรือหัวข้อสนทนาที่ สนใจ และเริ่มสนทนาได้ตามความต้องการ ตัวอย่าง โปรแกรมสนทนาออนไลน์ที่นิยมใช้กัน ในปัจจุบัน เช่น ICQ(I Seek You) และ mIRC การสนทนาผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันผู้ใช้สามารถใช้สื่อประสม (multimedia) ประกอบด้วย เสียงพูด และภาพเคลื่อนไหว โดยใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ไมโครโฟน ลำโพง กล้องวีดีโอ และอื่น ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพื่อประสิทธิภาพของการสนทนา ให้ดียิ่งขึ้น ในส่วนของโปรแกรม ได้มีการ พัฒนาโปรแกรมเพื่อการสนทนาออนไลน์ที่มีคุณภาพ เช่น โปรแกรม Microsoft NetMeeting ที่สามารถสนทนากัน ไปพร้อม ๆ กับมองเห็นภาพของคู่สนทนาได้ด้วย 1.5 เทลเน็ต (telnet) เทลเน็ตเป็นบริการที่ให้ผู้ใช้สามารถใช้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตั้งอยู่ระยะไกล โดยจะใช้การจำลองเครื่อง คอมพิวเตอร์ที่กำลังใช้งานอยู่ ให้เป็นจอภาพ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ระยะไกลเครื่องนั้น การทำงานในลักษณะนี้ จะ ช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในกรณีที่ต้องเดินทางไปใช้งาน เครื่องคอมพิวเตอร์ระยะไกล การใช้งานเทลเน็ต จะเป็นการแสดงข้อความตัวอักษร (text mode) โดยปกติการเข้าไปใช้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์ ระยะไกล จำเป็นต้องมีรายชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน แต่ก็มีบางหน่วยงานที่อนุญาติให้เข้าใช้บริการโดยไม่ต้องระบุรหัสผ่านเพื่อ เป็นการให้บริการข้อมูลแก่ลูกค้าทั่ว ๆ ไป 2.บริการด้านข้อมูลต่าง ๆ 2.1การขนถ่ายไฟล์(file transfer protocol) การขนถ่ายไฟล์ หรือที่เรียกสั้น ๆว่า เอฟทีพี (FTP) เป็นบริการที่ใช้สำหรับการแลกเปลี่ยนไฟล์ระหว่างเครื่อง คอมพิวเตอร์ทางอินเตอร์เน็ต เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการไฟล์จะเรียกว่า เอฟทีพีเซิร์ฟเวอร์ (FTP sever หรือ FTP site)


ข้อมูลที่ให้บริการขนถ่ายไฟล์จะมีลักษณะหลายรูปแบบ ได้แก่ ข้อมูลสถิติ งานวิจัย บทความ เพลง ข่าวสาร ทั่วไป หรือโปรแกรมฟรีแวร์ (freeware) ที่สามารถดาวน์โหลดและใช้โปรแกรมฟรี ในบางครั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการขนถ่ายไฟล์จะให้บริการเฉพาะบุคคลที่มีบัญชีรายชื่ออยู่ในเครื่อง คอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ก้ฒีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการขนถ่ายไฟล์จำนวนมากอนุญาตให้ผู้ใช้ทั่วไปได้เข้าไปใช้ บริการ ถึงแม้ว่าในบางครั้งจะไม่อนุญาต ให้ขนถ่ายไฟล์ทั้งหมดก็ตาม 2.2โกเฟอร์ (gopher) เป็นโปรแกรมประยุกต์ที่ให้บริการข้อมูลในลักษณะของการค้นหาจากเมนู(menu-based search) จากเครื่อง คอมพิวเตอร์ที่ให้บริการข้อมูล โปรแกรมโกเฟอร์พัฒนาโดยมหาวิทยาลัย Minnesota ในปี ค.ศ. 1991 เครื่อง คอมพิวเตอร์ที่ให้บริการฐานข้อมูลจะเป็นลักษณะของเมนูลำดับชั้น (hierarchy) เพื่อเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ที่กระจายกันอยู่หลายแหล่งได้ 2.3อาร์ซี (archie) อาร์ซี เป็นการเข้าใช้บริการค้นหาข้อมูลจากเครื่องแม่ข่ายที่เป็นอาร์ซีเซิร์ฟเวอร์ (archie sever ) ซึ่งเป็นแหล่งที่ ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาสถานที่ของข้อมูล จากนั้นก็จะไปค้นข้อมูลโดยตรงจากสถานที่นั้นต่อไป 2.4 WAIS (Wide Area Information Severs) WAIS เป็นบริการค้นหาข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตที่ได้รวบรวมข้อมูลและดรรชนีสำหรับ สืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้เพื่อสามารถเข้าไปยังข้อมูลที่ต้องการและ สามารถเชื่อมโยงไปยังศูนย์ข้อมูล WAIS อื่นๆ ได้ด้วย 2.5 veronica veronica ย่อมาจาก very easy rodent-oriented net-wide index to computerized archives เป็นบริการที่รวบรวม ข้อมูลเพื่อช่วยอำนวย ความสะดวกในการค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว 2.6การค้นหาข้อมูลโดยใช้เว็บเบราเซอร์ อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายใยแมงมุมที่มีการเชื่อมโยงแหล่งข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก การค้นหาข้อมูลจาก แหล่งต่างๆ ถ้าผู้ใช้ไม่ทราบที่อยู่ของเว็บไซต์ ก็สามารถค้นหาแหล่งข้อมูลโดยใช้บริการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้ กล่าวมาแล้วปัจจุบันการค้นหาข้อมูลที่ต้องการเป็นเรื่อง ที่กระทำได้สะดวกและรวดเร็ว การพัฒนาเว็บไซต์ที่ช่วย สืบค้นแหล่งข้อมูลที่เรียกว่า เครื่องค้นหา (search engine) ช่วยให้การค้นหาทั้งในรูปของ ข้อความและกราฟิก กระทำได้โดยง่าย เว็บไซต์ที่ช่วยสำหรับการสืบค้นข้อมูลที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ได้แก่ yahoo.com, altavista.com, lycos.com, excite.com, ask.com, infoseek.ccom อินเตอร์เน็ตและการศึกษาไทย


1. ความเป็นมา ยุคปัจจุบันนอกจากจะเป็นยุคโลกาภิวัฒน์แล้ว ยังเป็นยุคแห่งสารสนเทศไร้พรมแดนด้วย และเป็นยุค ที่ เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตเริ่มก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งในภาคธุรกิจและในภาคการศึกษา ดังจะเห็นได้จากการที่ ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ประกาศนโยบายที่จะให้ทุกห้องเรียนสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ภายในปีค.ศ. 2000 และนักเรียนทุกคนต้องได้รับการศึกษาด้านเทคโนโลยีนี้ในประเทศไทยเอง ถึงแม้จะไม่มีการประกาศแผน นโยบายด้านนี้ชัดเจน อินเตอร์เน็ตก็เริ่มก้าวเข้ามาสู่สถาบันการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับอุดมศึกษา ดังจะ เห็นได้จากการที่มหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ลงทุนติดตั้งระบบเครือข่าย network ภายในและต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ตเพื่อให้ อาจารย์และนิสิตนักศึกษาได้ใช้อินเตอร์เน็ตกัน การนำอินเตอร์เน็ตเข้ามาใช้ในระบบการศึกษา เป็นการนำสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้โดยมี จุดมุ่งหมายเพื่อประโยชน์ต่อการศึกษา ซึ่งในเรื่องนี้มีผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มอง เห็น ข้อดีของการใช้ประโยชน์จากสื่อนี้เพื่อการศึกษา เพราะมองว่าอินเตอร์เน็ตเป็นสื่อที่ช่วยให้ผู้รับสารเข้าถึงข้อ มูลได้ อย่างมากมายและสะดวกรวดเร็วช่วยให้มีการเรียนรู้แบบ self center มากขึ้น ขณะที่อีกกลุ่มจะมองการนำ เทคโนโลยีนี้มาใช้ในเชิงลบ คือมองถึงผลกระทบของสื่อนี้ต่อระบบการศึกษาว่า จะส่งผลให้เกิดการปรับ เปลี่ยน โครงสร้างการศึกษาไปจนถึงล้มล้างระบบและสถาบันการศึกษาที่มีมากว่า 2500 ปี 2. ทำไมต้องนำสื่ออินเตอร์เน็ตเข้ามาในมหาวิทยาลัย มีเหตุผลและปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้หลายๆคนเชื่อว่าการนำเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตเข้ามาใช้ในระบบ การศึกษาแทบจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เหตุผลหลักสำคัญอันหนึ่งคือความจำเป็นทางเศรษฐกิจ Prowse (1995) ได้ชี้ให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายของการศึกษาที่สูงมากขึ้นเรื่อยๆ ค่าใช้จ่ายของหน่วยกิตในมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาได้ เพิ่มขึ้น 174% ภายใน 10 ปีมากกว่าอัตราขยายตัวของ consumer price ถึง 3 เท่า van Vught (1997) กล่าวว่า ค่าใช้จ่ายในการเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาได้เพิ่มจาก9% ของรายได้ครัวเรือน (median family income) ในปี 1979 ไปเป็น 15% ในปี1994 หากเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มมากยิ่งขึ้น (20% ในปี 1979 และ 40% ในปี 1994) การเพิ่มของค่าใช้จ่ายด้านการศึกษานี้เกิดขึ้นทั้งในยุโรปและในกลุ่มประเทศด้อยพัฒนาด้วย การที่ จะลดค่าใช้จ่ายลงจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้โดย van Vught (1997) ได้ชี้เปรียบเทียบให้เห็นว่า ค่าใช้จ่ายต่อหัวของการเรียนในมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกานั้น สูงถึง US$12,500 ส่วนในอังกฤษสูงถึง US$10,000 แต่ค่าใช้จ่ายต่อหัวของการเรียนในแบบ distant learning (คำนวณจาก 11 มหาวิทยาลัยใน China, France, India, Indonesia, Iran, Korea, South Africa, Spain, Thailand, Turkey and the UK) นั้นไม่ถึง US$350 เขา จึงเชื่อว่า การนำเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตมาใช้ในการสอนแบบ distant learning จะเป็นรูปแบบของมหาวิทยาลัยใน อนาคต เพราะรูปแบบมหาวิทยาลัยแบบที่เป็นอยู่ไม่เหมาะสมกับพื้นฐานทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพราะมีแต่จะทำ ให้ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆในขณะที่การสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนจะเริ่มลดลง อีกปัจจัยหนึ่งเป็นเรื่องของการเติบโตอย่างรวดเร็วของศาสตร์แต่ละศาสตร์Noam (1995) ได้ยกตัวอย่าง


วารสารวิชาการ Chemical Abstracts ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 31 ปีเพื่อตีพิมพ์บทคัดย่องานวิจัยออกมา 1 ล้านชิ้น และใช้ เวลาอีก 18 ปีต่อมาสำหรับตีพิมพ์บทคัดย่ออีก 1 ล้านชิ้น แต่ปัจจุบันในใช้เวลาไม่ถึง 2 ปีก็สามารถตีพิมพ์บทคัดย่อ ออกมาได้กว่า 1 ล้านชิ้น ความเติบโตนี้เองที่ทำให้มีการแตกแขนงของสาขาวิชาต่างๆมากมายทำให้มหาวิทยาลัยไม่ afford ที่จะมีผู้เชี่ยวชาญในทุกๆสาขา แม้แต่ในภาควิชาเดียวกัน ก็ยังมีการแยกย่อยสาขาจนแทบหาผู้เชี่ยวชาญใน สาขาเดียวกันเพื่อที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันภายในมหาวิทยาลัยได้ยากการใช้ อินเตอร์เน็ตช่วยแก้ไขปัญหานี้ เพราะทำให้เกิด virtual community ของผู้ที่มีความสนใจร่วมกันแต่อยู่ห่างไกลกันได้ ทำให้สามารถแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกันได้ นอกจากนี้ในเรื่องของการสะสมสิ่งตีพิมพ์ก็เป็นไปได้ ยากที่มหาวิทยาลัยจะทำให้ได้ครอบคลุมสมบูรณ์แบบเหมือนเดิม เพราะค่าใช้จ่ายที่สูงมากขึ้นเรื่อยๆ โดย Noam ยกตัวอย่างของวารสาร Chemical Abstracts ซึ่งค่าสมาชิกรายปี ได้เพิ่มจาก $12 ในปี 1940 เป็น $3,700 ในปี 1977 และเป็น $17,400 ในปี 1995 ในปัจจุบัน จึงมีแนวโน้มที่จะลดค่าใช้จ่ายด้านนี้ เริ่มมีการ จัดพิมพ์วารสาร online หรือเปิดให้บริการเป็นสมาชิกวารสารผ่านทางอินเตอร์เน็ตมากขึ้น นอกจากปัจจัยทางเศรษฐกิจแล้ว ปัจจัยทางสังคมก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การนำเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต เข้ามาในมหาวิทยาลัยเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก การเติบโตและการเป็นที่ยอมรับของอุตสาหกรรม คอมพิวเตอร์ และการแพร่หลายของการใช้อินเตอร์เน็ต ทำให้เกิดการคาดหวังจากสังคมว่า มหาวิทยาลัยจำเป็นต้อง มีเทคโนโลยีด้านนี้พร้อมเพื่อรองรับความต้องการของนิสิต ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างภาพว่ามหาวิทยาลัยได้ก้าว ทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น 3. ผลกระทบของอินเตอร์เน็ตต่อระบบการศึกษา แม้ว่าผู้คนจะยอมรับอินเตอร์เน็ตว่ามีประโยชน์ต่อการทำวิจัยเพราะช่วยในการค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้ สะดวกรวดเร็ว แต่ก็มีผู้ที่มองว่าอินเตอร์เน็ตจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อระบบการศึกษาใน ปัจจุบัน ทั้งนี้เพราะอินเตอร์เน็ตทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการควบคุมความรู้(knowledge) หรือข่าวสาร (information) ซึ่งจะส่งผลให้รูปแบบสถาบันการศึกษาอ่อนแอลงและเปลี่ยนแปลงไปในที่สุด Noam (1995) ได้ชี้ เปรียบเทียบให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของ information flow ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์โดยกล่าวว่า ในยุคแรก นักบวชจะเป็นผู้ครอบครองและถ่ายทอด information โดยการท่องจำ ต่อมาเมื่อมีระบบการเขียน จึงมีการจัดเก็บ ข้อมูล มีห้องสมุดขึ้น เช่น Great Library of Alexandria ซึ่งมีการจัดระบบข้อมูลความรู้และกระบวนการ หาความรู้คล้ายๆกับการมีภาควิชาต่างๆในปัจจุบัน ลักษณะแบบนี้เป็นการรวมศูนย์ความรู้ไว้ที่หนึ่ง ผู้สนใจจะต้อง เดินทางเข้ามาเพื่อรับการถ่ายทอดความรู้นั้นจากผู้ที่ได้รับการยอมรับว่าทรงคุณวุฒิรูปแบบการศึกษาแบบนี้คงอยู่ มาเป็นเวลา 2500 ปีแต่ปัจจุบันทิศทางของ information flow กำลังเปลี่ยนไป ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องเข้ามาหา ความรู้แต่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อเรียกดูข้อมูลความรู้ให้มาหาตนได้ เมื่อเป็นดังนี้ มหาวิทยาลัยซึ่งมีหน้าที่หลัก สองอย่างคือ เป็น authority ในการ transfer information และเป็นแหล่งรวบรวม information ก็จะค่อยๆสูญเสีย ความสำคัญของบทบาททั้งสองลงในที่สุด


Noam (1995) ยังกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นนี้แตกต่างจากเมื่อคราวที่เริ่มมีสื่อวิทยุโทรทัศน์ ซึ่ง ในตอนนั้นหลายคนเชื่อกันว่าสื่อวิทยุโทรทัศน์จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาอย่างมากแต่ท้ายที่สุดก็ ไม่ได้เป็นไปเช่นที่ทำนาย จึงมีผู้วิจารณ์ว่าสื่ออินเตอร์เน็ตก็จะเป็นเช่นเดียวกัน แต่ Noam แย้งว่าสื่ออินเตอร์เน็ตมี ลักษณะที่ต่างไป เพราะการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนของ information flow ในขณะที่การนำสื่อวิทยุ โทรทัศน์มาใช้ไม่ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่จุดนี้ นอกจากนี้สื่อวิทยุโทรทัศน์ยังเป็นสื่อที่ถูกควบคุมด้วยคน จำนวนน้อยซึ่งเป็นชนชั้นนำในสังคมได้ง่าย ในขณะที่สื่ออินเตอร์เน็ตเป็นสื่อที่เสรีและไม่สามารถถูกควบคุมด้วย คนจำนวนน้อยได้ Baldino (1996) มองว่า การควบคุม information มีความสำคัญต่อกลุ่มชนที่เป็นชนชั้นนำใน สังคม ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าชนชั้นนำดำรงบทบาทตัวเองอยู่ได้โดย อาศัยการควบคุม information คือกำหนดว่าใครควรจะรู้ และควรจะรู้อะไร ผ่านสถาบันการศึกษาซึ่งทำหน้าที่สืบ ทอดอุดมการณ์ต่างๆ (ideological values) ของชนชั้นนำ สถาบันการศึกษาจึงมีบทบาทเพื่อสนับสนุนโครงสร้างของ สังคม โดยการ "make sure that whoever has access to knowledge only knows what we want them to know, and make sure that they think just like we want them to think" จึงไม่แปลกอย่างไรที่สื่อวิทยุโทรทัศน์เมื่อถูกนำเข้ามา ในสังคมจึงถูกควบคุมโดยชนชั้นนำเพื่อสืบทอดอุดมการณ์เดิมไว้ ทั้งนี้เพราะสื่อวิทยุโทรทัศน์มีธรรมชาติที่เป็นการ กระจายเสียงและภาพจากสถานีแม่ข่าย จึงถูกควบคุมได้ง่ายกว่า ต่างจากสื่ออินเตอร์เน็ตซึ่งใครก็สามารถทำหน้าที่ ให้ข้อมูลก็ได้ขอเพียงมีแค่คอมพิวเตอร์ส่วนตัวสักเครื่องก็สามารถสร้าง web site เพื่อให้ข้อมูลหรือแสดงความ คิดเห็นในเรื่องต่างๆได้ นอกจากความคิดที่ว่า สื่ออินเตอร์เน็ตจะลดบทบาทความสำคัญของสถาบันการศึกษา ผลกระทบที่เห็นได้ชัด กว่า คือ การเปลี่ยนแปลงด้านรูปแบบการเรียนการสอน ทั้งนี้เพราะสื่ออินเตอร์เน็ตจะทำให้เรื่องของสถานที่และ เวลาลดความสำคัญลง เพราะผู้เรียนไม่จำเป็นต้องมารวมกันในห้องเรียน ไม่จำเป็นต้องมาเรียนในชั่วโมง เดียวกัน แต่สามารถเข้าเรียนจากที่ไหนก็ได้ที่มีอินเตอร์เน็ต access จะเข้าเรียนเวลาใดก็ได้ตามสะดวกนอกจากนี้ ผู้เรียนยังสามารถเปรียบเทียบรายวิชาที่ตัวเองเรียนกับรายวิชาที่เปิดสอนในที่อื่นๆได้ด้วย บทบาทของอาจารย์จึง ไม่ใช่ผู้ที่รู้ดีที่สุดในชั้นเรียนอีกต่อไป นักเรียนสามารถเข้าถึงข้อมูลความรู้จากแหล่งอื่นและนำมาเปรียบเทียบ ได้ ในบริบทใหม่นี้อาจารย์จึงเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้โดยตรงในแบบเดิมมาเป็นพี่เลี้ยงใน การเรียนรู้ของผู้เรียนมากกว่า ผู้เรียนจะเป็นผู้ที่แสวงหาความรู้ด้วยตัวเองเป็นหลักโดยอาศัยคำแนะนำจาก อาจารย์ รูปแบบการเรียนการสอนจึงเปลี่ยนจากการบรรยายความรู้มาเป็น problem solving oriented และเป็น team-based 4. ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตต่อการศึกษา


อีกกลุ่มเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงจะไม่ส่งผลกระทบในทางลบขนาดนั้น แต่กลับมองว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะ ใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตเพื่อขยายขอบเขตของมหาวิทยาลัยสู่กลุ่มคนที่ใหญ่ขึ้นได้van Vught (1997) เชื่อว่า information technology จะเข้ามาช่วยให้การเรียนการสอนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่จะไม่สามารถเข้ามาแทนที่ การมีโรงเรียนและมหาวิทยาลัยได้ โรงเรียนและมหาวิทยาลัยจะยังคงมีอยู่ในระบบการศึกษาแต่ก็ยอมรับกันว่าจะมี การเปลี่ยนแปลงอย่างมาก จากเดิมที่เป็นห้องเรียนมีผนังล้อมรอบก็จะเป็น school without wall และเปลี่ยนจาก การเรียนการสอนแบบบรรยายในชั้นเรียนมาเป็นแนวการเรียนการสอนแบบกระตุ้นให้เรียนและค้นคว้าเป็นทีม (stimulate team-based learning) ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดของอินเตอร์เน็ตต่อการศึกษาคือการเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การค้นหาข่าวสารข้อมูล ต่างๆเป็นไปได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน มี web site ต่างๆเกิดขึ้นมากมาย แต่ละ web site ก็ให้ ข้อมูลข่าวสารในเรื่องต่างๆ รูปแบบระบบห้องสมุดก็มีแนวโน้มว่าจะเปลี่ยนเป็น digital library ที่มีหนังสือในเรื่อง ต่างๆเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ให้อ่านและค้นคว้าได้online การใช้ email ช่วยให้การติดต่อข่าวสารระหว่าง นักวิชาการเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ไม่ล่าช้าเหมือนแต่ก่อน ช่วยให้การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างนักวิชาการ ในสาขาเดียวกันทั่วโลกเป็นไปได้ การเรียนแบบ online ยังช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนได้ตามขีด ความสามารถของตนเอง ใครมีความสามารถมากก็เรียนได้เร็วกว่า นักเรียนที่ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นในห้องก็ สามารถแสดงความคิดเห็นได้มากขึ้นผ่านการใช้ email หรือ discussion group ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วทั้งโลก สามารถนำมาใช้ในงานต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวางและ ต้นทุนต่ำกว่าช่องทางอื่น ทำให้มีการปรับใช้อินเทอร์เน็ตในด้านต่าง ๆ ดังนี้ 1. บริการไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-mail เป็นการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดย ผู้ส่งจะต้องส่งข้อความไปยังที่อยู่ของผู้รับ ซึ่งเป็นที่อยู่ในรูปแบบของอีเมล์ เมื่อผู้ส่งเขียนจดหมาย1ฉบับ แล้วส่งไป ยังที่อยู่นั้น ผู้รับจะได้รับจดหมายภายในเวลาไม่กี่วินาที แม้จะอยู่ห่างกันคนละซีกโลกก็ตาม นอกจากนี้ยังสามารถ ส่งแฟ้มข้อมูลหรือไฟล์แนบไปกับอีเมล์ได้ด้วย 2. บริการสื่อสารด้วยข้อความ (Chat, IRC-Internet Relay chat) เป็นการพูดคุยกันระหว่างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต โดย พิมพ์ข้อความตอบกัน ซึ่งเป็นวิธีการสื่อสารที่ไดัรับความนิยมมากอีกวิธีหนึ่ง การสนทนากันผ่านอินเทอร์เน็ต เปรียบเสมือนเรานั่งอยู่ในห้องสนทนาเดียวกัน แต่ละคนก็พิมพ์ข้อความโต้ตอบกันไปมาได้ในเวลาเดียวกัน แม้จะ อยู่คนละซีกโลกก็ตาม 3. บริการสื่อสารด้วยเสียง ภาพ และการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (VDO Conference) เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่พัฒนามากขึ้นทำให้กลายเป็นช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ สามารถส่งได้ทั้งเสียงในรุปแบบโทรศัพท์ หรือส่งเฉพาะภาพคู่สนทนา รวมทั้งการจัดประชุมทางไกลผ่านจอภาพที่ได้รับทั้งภาพและเสียง


4. การขอเข้าระบบจากระยะไกลหรือเทลเน็ต (Telnet) บริการอินเน็ตรูปแบบหนึ่งโดยที่เราสามารถเข้าไปใช้งาน คอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งที่อยู่ไกล ๆ ได้ด้วยตนเอง โดยให้เครื่องทั้งสองต่ออินเทอร์เน็ตไว้ เราสามารถเรียกข้อมูล จากเครื่องที่ต้องการมายังเครื่องส่วนตัวได้ 5. การโอนถ่ายข้อมูล (File Transfer Protocol หรือ FTP) เป็นบริการอีกรูปแบบหนึ่งของระบบอินเทอร์เน็ต เรา สามารถค้นหาและเรียกข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ มาเก็บไว้ในเครื่องของเราได้ ทั้งข้อมูลประเภทตัวหนังสือ รูปภาพ และเสียง 6. การสืบค้นข้อมูล (Gopher,Archie,World wide Web) หมายถึง การใช้เครื่อข่ายอินเทอร์เน็ตในการค้นหา ข่าวสารที่มีอยู่มากมายแล้วช่วยจัดเรียงข้อมูลข่าวสารหัวข้ออย่างมีระบบ เป็นเมนู ทำให้เราหาข็อมูลได้ง่ายหรือ สะดวกมากขึ้น ปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่เป็น Search Engine จำนวนมากคอยให้บริการ 7. การเผยแพร่ข้อมูลความสาร ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญไม่ว่าเรื่องใด ๆ สามารถเผยแพร่ความรู้ของตนไปยัง ผู้คนทั่วโลกได้โดยง่าย เช่น ถ้ามีความชำนาญในการสอนนวดแผนไทย ก็สามารถนำข้อมูลการสอนนวดฯ พร้อมกับ ภาพประกอบไปใส่ไว้ในคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ผู้คนที่สนใจอาหารไทยทั่วโลกได้รับทราบ อย่างง่ายดาย ในทางกลับกันก็สามารถค้นหาข้อมูลได้แทบทุกชนิดจากอินเทอร์เน็ต 8. การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและความคิดเห็น (Usenet) ให้บริการแลกเปลี่ยนข่าวสารและแสดงความคิดเห็น ที่ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตทั่วโลกสามารถพบปะกัน แสดงความคิดเห็นของตน โดยมีการจัดการผู้ใช้เป็นกลุ่มข่าว หรือนิวกรุ๊ป (Newgroup) แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเป็นหัวข้อต่าง ๆ เช่น เรื่องหนังสือ เรื่องการเลี้ยงสัตว์ ต้นไม้ คอมพิวเตอร์และการเมือง เป็นต้น ปัจจุบันมี Usenet มากกว่า15,000กลุ่ม นับเป็นเวทีขนาดใหญ่ให้ทุกคนจากทั่วมุม โลกแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง 9. การซื้อขายสินค้าและบริการ (E-Commerce = Eletronic Commerce) เป็นการจับจ่ายซื้อ - สินค้าและบริการ เช่น ขายหนังสือ คอมพิวเตอร์ การท่องเที่ยว เป็นต้น ปัจจุบันมีบริษัทใช้อินเทอร์เน็ตในการทำธุรกิจและให้บริการ ลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง นับเป็นธุรกรรมและการโฆษณาที่มีต้นทุนต่ำที่สุดอีกด้วย 10. การให้ความบันเทิง (Entertain) อินเทอร์เน็ตมีบริการด้านความบันเทิงในทุกรูปแบบต่า งๆ เช่น เกมส์ เพลง รายการโทรทัศน์ รายการวิทยุ เป็นต้น เราสามารถเลือกใช้บริการเพื่อความบันเทิงได้ตลอด24ชั่วโมงและจากแหล่ง ต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลก 11. บริการด้านการศึกษา (E-Learning) และห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Library) ปัจจุบันการศึกษาได้ขยาย โอกาสผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก ทั้งการศึกษานอกหลักสูตรและในหลักสูตร ช่วยให้โอกาสทางการ ศึกษากระจายไปอย่างทั่วถึง นอกจากนี้การศึกษาผ่านอินเทอร์เน็ตยังเปิดโอกาสให้สามารถเลือกสถานศึกษาจากทั่ว ทุกมุมโลก อยู่เมืองไทยก็สามารถรับปริญญามหาวิทยาลัยต่างประเทศได้ด้วยการศึกษาผ่านอินเทอร์เน็ต โทษของอินเทอร์เน็ต -โทษของอินเทอร์เน็ต มีหลากหลายลักษณะ ทั้งที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เสียหาย, ข้อมูลไม่ดี ไม่ถูกต้อง, แหล่ง ประกาศซื้อขาย


ของผิดกฏหมาย, ขายบริการทางเพศ ที่รวมและกระจายของไวรัสคอมพิวเตอร์ต่างๆ -อินเทอร์เน็ตเป็นระบบอิสระ ไม่มีเจ้าของ ทำให้การควบคุมกระทำได้ยาก - มีข้อมูลที่มีผลเสียเผยแพร่อยู่ปริมาณมาก -ไม่มีระบบจัดการข้อมูลที่ดี ทำให้การค้นหากระทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร - เติบโตเร็วเกินไป -ข้อมูลบางอย่างอาจไม่จริง ต้องดูให้ดีเสียก่อน อาจถูกหลอกลวง-กลั่นแกล้งจากเพื่อน -ถ้าเล่นอินเทอร์เน็ตมากเกินไปอาจเสียการเรียนได้ -ข้อมูลบางอย่างก็ไม่เหมาะกับเด็กๆ -ขณะที่ใช้อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์จะใช้งานไม่ได้ (นั่นจะเป็นเฉพาะการต่ออินเทอร์เน็ตแบบ Dial up แต่ใน ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจะสามารถใช้งานโทรศัพท์ที่ต่ออินเทอร์เน็ตได้ด้วย) - เป็นสถานที่ที่ใช้ติดต่อสื่อสาร เพื่อก่อเหตุร้าย เช่น การวางระเบิด หรือล่อลวงผู้อื่นไปกระทำชำเรา - ทำให้เสียสุขภาพ เวลาที่ใช้อินเตอร์เนตเป็นเวลานานๆ โดยไม่ได้ขยับเคลื่อนไหว โรคติดอินเทอร์เน็ต โรคติดอินเทอร์เน็ต (Webaholic) เป็นอาการทางจิตประเภทหนึ่ง ซึ่งนักจิตวิทยาชื่อ Kimberly S Young ได้ ศึกษาและวิเคราะห์ไว้ว่า บุคคลใดที่มีอาการดังต่อไปนี้ อย่างน้อย 4 ประการ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี แสดงว่าเป็น อาการติดอินเทอร์เน็ต -รู้สึกหมกมุ่นกับอินเทอร์เน็ต แม้ในเวลาที่ไม่ได้ต่อเข้าระบบอินเทอร์เน็ต - มีความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเวลานานขึ้นอยู่เรื่อยๆ ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตได้ -รู้สึกหงุดหงิดเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตน้อยลง หรือหยุดใช้ -คิดว่าเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตแล้ว ทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น - ใช้อินเทอร์เน็ตในการหลีกเลี่ยงปัญหา - หลอกคนในครอบครัว หรือเพื่อน เรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตของตนเอง - มีอาการผิดปกติเมื่อเลิกใช้อินเทอร์เน็ต เช่น หดหู่ กระวนกระวาย ซึ่งอาการดังกล่าว ถ้ามีมากกว่า 4 ประการในช่วง 1 ปี จะถือว่าเป็นอาการติดอินเทอร์เน็ต ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบ ร่างกาย ทั้งการกิน การขับถ่าย และกระทบต่อการเรียน สภาพสังคมของคนๆ นั้นต่อไป อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีที่ทันสมัย แม้จะช่วยอำนวยความสะดวกได้มากเพียงใดก็ตาม สิ่งที่ต้องยอมรับความจริงก็คือ เทคโนโลยีทุกอย่างมีจุดเด่นและข้อด้อยของตนทั้งสิ้น ทั้งที่มาจากตัวเทคโนโลยีเอง และมาจากปัญหาอื่นๆ เช่น บุคคลที่มีจุดประสงค์ร้าย


ในโลก cyberspace อาชญากรรมคอมพิวเตอร์เป็นปัญหาหลักที่นับว่ายิ่งมีความรุนแรง เพิ่มมากขึ้น ประมาณกันว่ามี ถึง 230% ในช่วงปี 2002และแหล่งที่เป็นจุดโจมตีมากที่สุดก็คือ อินเทอร์เน็ต นับว่ารุนแรงกว่าปัญหาไวรัส คอมพิวเตอร์เสียด้วยซ้ำ หน่วยงานทุกหน่วยงานที่นำไอทีมาใช้งาน จึงต้องตระหนักในปัญหานี้เป็นอย่างยิ่ง จำเป็นต้องลงทุนด้านบุคลากรที่ มีความ เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัย ระบบซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ที่มีประสิทธิภาพ การวางแผน ติดตาม และ ประเมินผลที่ต้องกระทำอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง แต่ไม่ว่าจะมีการป้องกันดีเพียงใด ปัญหาการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ก็มีอยู่เรื่อยๆ ทั้งนี้ระบบการโจมตีที่พบ บ่อยๆ ได้แก่ - Hacker & Cracker อาชญากรที่ได้รับการยอมรับว่ามีผลกระทบต่อสังคมไอทีเป็นอย่างยิ่ง - บุคลากรในองค์กร หน่วยงานใดที่ไล่พนักงานออกจากงานอาจสร้างความไม่พึงพอใจให้กับพนักงานจนมา ก่อปัญหาอาชญากรรมได้เช่นกัน - Buffer overflow เป็นรูปแบบการโจมตีที่ง่ายที่สุด แต่ทำอันตรายให้กับระบบได้มากที่สุด โดยอาชญากรจะ อาศัย ช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการ และขีดจำกัดของทรัพยากรระบบมาใช้ในการจู่โจม การส่งคำสั่งให้เครื่องแม่ข่ายเป็น ปริมาณมากๆ ในเวลาเดียวกัน ซึ่งส่งผลให้เครื่องไม่สามารถรันงานได้ตามปกติ หน่วยความจำไม่เพียงพอ จนกระทั่งเกิดการแฮงค์ของระบบ เช่นการสร้างฟอร์มรับส่งเมล์ที่ไม่ได้ป้องกัน ผู้ไม่ประสงค์อาจจะใช้ฟอร์มนั้นใน การส่งข้อมูลกระหน่ำระบบได้ - Backdoors นักพัฒนาเกือบทุกราย มักสร้างระบบ Backdoors เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน ซึ่ง หากอาชญากรรู้เท่าทัน ก็สามารถใช้ประโยชน์จาก Backdoors นั้นได้เช่นกัน - CGI Script ภาษาคอมพิวเตอร์ที่นิยมมากในการพัฒนาเว็บเซอร์วิส มักเป็นช่องโหว่รุนแรงอีกทางหนึ่งได้ เช่นกัน - Hidden HTML การสร้างฟอร์มด้วยภาษา HTML และสร้างฟิลด์เก็บรหัสแบบ Hidden ย่อมเป็นช่องทางที่ อำนวย ความสะดวกให้กับอาชญากรได้เป็นอย่างดี โดยการเปิดดูรหัสคำสั่ง (Source Code) ก็สามารถตรวจสอบและนำมา ใช้งานได้ทันที -Failing to Update การประกาศจุดอ่อนของซอฟต์แวร์ เพื่อให้ผู้ใช้นำไปปรับปรุงเป็นทางหนึ่งที่อาชญากร นำไป จู่โจมระบบที่ใช้ซอฟต์แวร์นั้นๆ ได้เช่นกัน เพราะกว่าที่เจ้าของเว็บไซต์ หรือระบบ จะทำการปรับปรุง (Updated) ซอตฟ์แวร์ที่มีช่องโหว่นั้น ก็สายเกินไปเสียแล้ว


- Illegal Browsingธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต ย่อมหนีไม่พ้นการส่งค่าผ่านทางบราวเซอร์ แม้กระทั่งรหัสผ่าน ต่างๆ ซึ่งบราวเซอร์บางรุ่น หรือรุ่นเก่าๆ ย่อมไม่มีความสามารถในการเข้ารหัส หรือป้องกันการเรียกดูข้อมูล นี่ก็ เป็นอีกจุดอ่อนของธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้เช่นกัน - Malicious scripts จะมีการเขียนโปรแกรมไว้ในเว็บไซต์ แล้วผู้ใช้เรียกเว็บไซต์ดูบนเครื่องของตน อย่างมั่นใจ หรือว่าไม่เจอปัญหาอะไร อาชญากรอาจจะเขียนโปรแกรมแฝงในเอกสารเว็บ เมื่อถูกเรียก โปรแกรมนั้นจะถูกดึงไป ประมวลผลฝั่งไคลน์เอ็นต์ และทำงานตามที่กำหนดไว้อย่างง่ายดาย โดยที่ผู้ใช้จะไม่ทราบว่าตนเองเป็นผู้สั่งรัน โปรแกรมนั้นเอง -Poison cookies ขนมหวานอิเล็กทรอนิกส์ ที่เก็บข้อมูลต่างๆ ตามแต่จะกำหนด จะถูกเรียกทำงานทันทีเมื่อมี การเรียกดูเว็บไซต์ที่บรรจุคุกกี้ชิ้นนี้ และไม่ยากอีกเช่นกันที่จะเขียนโปรแกรมแฝงอีกชิ้น ให้ส่งคุกกี้ที่บันทึกข้อมูล ต่างๆ ของผู้ใช้ส่งกลับไปยังอาชญากร -ไวรัสคอมพิวเตอร์ ภัยร้ายสำหรับหน่วยงานที่ใช้ไอทีตั้งแต่เริ่มแรก และดำรงอยู่อย่างอมตะตลอดกาล ในปี 2001 พบว่าไวรัส Nimda ได้สร้างความเสียหายได้สูงสุด เป็นมูลค่าถึง 25,400ล้าบบาท ในทั่วโลก ตามด้วย Code Red, Sircam, LoveBug, Melissa ตามลำดับที่ไม่หย่อนกว่ากัน ปัญหาของโลกไอที มีหลากหลายมาก การทำนายผลกระทบที่มีข้อมูลอ้างอิงอย่างพอเพียง การมีทีมงานที่มี ประสิทธิภาพ การวางแผน ติดตาม ประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ คงจะช่วยให้รอดพ้นปัญหานี้ได้บ้าง -อินเตอร์เน็ตเป็นระบบอิสระ ไม่มีเจ้าของ ทำให้การควบคุมกระทำได้ยาก - มีข้อมูลที่มีผลเสียเผยแพร่อยู่ปริมาณมาก -ไม่มีระบบจัดการข้อมูลที่ดี เสี่ยงต่อการละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น เพลง หนัง - เติบโตเร็วเกินไป -เสี่ยงต่อการโดนจารกรรมข้อมูล การโจมตีจากไวรัส, แฮกเกอร์ และจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ มัลแวร์ -ข้อมูลบางอย่างอาจไม่จริง ต้องดูให้ดีเสียก่อน อาจถูกหลอกลวง โจมตี โฆษณาชวนเชื่อ กลั่นแกล้งจากเพื่อนใหม่ เช่น การตัดต่อรูปเพื่อการอนาจาร -ถ้าเล่นอินเตอร์เน็ตมากเกินไปอาจเสียการเรียนได้ -ข้อมูลบางอย่างก็ไม่เหมาะกับเด็กๆ -ขณะที่ใช้อินเตอร์เน็ต โทรศัพท์จะใช้งานไม่ได้ - ใช้สื่อทางอินเตอร์เน็ตเพื่อกล่าวหาและโจมตีคู่แข่ง ส่วนโทษเฉพาะที่เป็นภัยต่อเด็กมีอยู่ 7 ประการ บนอินเทอร์เน็ตสามารถจำแนกออกได้ดังนี้ 1. การแพร่สื่อลามก มีทั้งที่เผยแพร่ภาพลามกอนาจาร ภาพการสมสู่ ภาพตัดต่อลามก 2. การล่อลวง โดยปล่อยให้เด็กและเยาวชนเข้าไปพูดคุยกันใน Chat จนเกิดการล่อลวงนัดหมายไปข่มขืนหรือทำใน สิ่งที่เลวร้าย


3. การค้าประเวณี มีการโฆษณาเพื่อขายบริการ รวมทั้งชักชวนให้เข้ามาสมัครขายบริการ 4. การขายสินค้าอันตราย มีตั้งแต่ยาสลบยาปลุกเซ็กซ์ ปืน เครื่องช็อตไฟฟ้า 5. การเผยแพร่การทำระเบิด โดยอธิบายขั้นตอนการทำอย่างละเอียด 6. การพนัน มีให้เข้าไปเล่นได้ในหลายรูปแบบ 7. การเล่นเกม มีทั้งเกมที่รุนแรงไล่ฆ่าฟันและเกมละเมิดทางเพศ บรรณานุกรม


ดร.วิทยา เรืองพรวิสุทธิ์. คู่มือการเข้าสู่อินเตอร์เน็ต. กรุงเทพฯ : เม็ดทรายพริ้นติ้ง, 2539. บุญลักษณ์ เอี่ยม สำอางค์ เกื้อกมล พฤกษประมูล และโสภิต พิทักษ์. ภาษาไทย หลักการใช้ภาษาและการใช้ภาษา ม.4. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์. สมนึก คีรีโต. เปิดโลกอินเตอร์เน็ต. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2538. http://school.obec.go.th/ckn/network2/new_page_5.htm ความเป็นมาของอินเตอร์เน็ต http://school.obec.go.th/ckn/network2/new_page_4.htm ความหมายอินเทอร์เน็ต http://cid-f83c786d9e00c5a7.spaces.live.com/blog/cns!F83C786D9E00C5A7!180.entryความสำคัญของอินเทอร์เน็ต http://pirun.ku.ac.th/~b5011172/Page_5.html บริการต่าง ๆ บนอินเตอร์เน็ต อินเตอร์เน็ตและการศึกษาไทย 1. Baldino, Eduardo N. (1997) Considerations on the impact of theอินเตอร์เน็ตon education http://haas.berkeley.edu/~baldino/ba212/index.html 2. Noam,Eli M. (1995). Electronics and the Dim Future of the University. In Science Volume 270 (October, 1995) pp. 247-249. 3. Prowse, Michael. (1995). ENDANGERED SPECIES in America, 20 November 1995 Financial Times. 4. van Vught, F.A. (1997) Information Technology: The Next Step in the Development of Academic Institutions Presented at the 12 May 1997 NUFFIC Seminar on: Virtual Mobility: New Technologies and Internationalisation 5. van der Wende, Marijk. (1997) Virtual Mobility: New Technologies and Internationalisation. In Ninth Annual Conference of the European Association for International Education Boundaries and Bridges in International Education, 20-22 November 1997, Barcelona, Spain. http://www.it.coj.go.th/internetadventage.html ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต http://dek-d.com/board/view.php?id=1300828 โทษของอินเทอร์เน็ต http://blog.eduzones.com/banny/3743


Click to View FlipBook Version