The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สมัยปรับปรุงและปฏิรูปประเทศไทย-หน่วย-3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wirinphonr2527, 2022-07-18 23:32:59

สมัยปรับปรุงและปฏิรูปประเทศไทย-หน่วย-3

สมัยปรับปรุงและปฏิรูปประเทศไทย-หน่วย-3

ปัจจัยท่ีส่งผลตอ่ ความม่ันคงและความเจรญิ รงุ่ เรอื ง “การมผี นู้ าท่ดี ี”

พระบาทสมเด็จ พระบาทสมเดจ็ พระบาทสมเด็จ พระบาทสมเด็จ
พระจอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัว พระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยู่หวั พระปกเกล้าเจา้ อยหู่ ัว

ทรงมีความรดู้ า้ นภาษาองั กฤษ ทรงมีความรอบรู้ การเสดจ็ ประพาส ทรงไดร้ บั การศึกษาอยา่ งดี
และดาราศาสตร์ ทรงตดิ ต่อกบั ตา่ งประเทศเป็นการเจรญิ สมั พันธไมตรี
ต่างประเทศอย่างกว้างขวาง และนาความเจรญิ มาปรบั ใช้

พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ตงั้ แตร่ ัชกาลท่ี ๔ เปน็ ต้นมา
ทรงมคี วามทันสมยั รู้ทันความเปลย่ี นปลงของโลก และเหน็ ความสาคญั ของการปฏิรปู ประเทศ

ทาใหท้ งั้ สองชาตไิ ม่ใช้กาลัง ไทยเปรียบเสมอื นรฐั
หกั หาญยดึ ครองไทย กันชนระหว่าง
อังกฤษและฝร่งั เศส
เพราะเกรงวา่ อาจตอ้ งปะทะ
กับอีกฝา่ ย

ประเทศไทยเป็นรฐั ทอี่ ยู่ตรงกลาง ที่ต้งั ทางภมู ศิ าสตร์
ระหว่างเขตอานาจ

ขององั กฤษในพม่า มลายู และ
เขตอานาจของฝรั่งเศสใน
เวียดนาม กัมพชู า และลาว

การดาเนนิ นโยบายต่างประเทศทด่ี ี
พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจา้ อย่หู วั ทรงฉายกับซารน์ ิโคลัสที่ ๒ แหง่ รสั เซีย
ที่พระราชวงั ปีเตอรฮ์ อฟ เมอ่ื คราวเสดจ็ ประพาสยุโรปครง้ั แรก พ.ศ. ๒๔๔๐

การสร้างความเจริญภายในและลดความขดั แยง้

ยกเลกิ ธรรมเนยี มทีล่ ้าสมยั เชน่ การหมอบคลาน ปฏริ ปู กฎหมายและการศาล
เม่ือเขา้ เฝา้ เปลีย่ นเปน็ การเดิน การหมอบกราบ เพอ่ื ไม่ให้ชาติตะวันตกใช้เปน็ ข้ออ้างแทรกแซง

เปลีย่ นเป็นกม้ ศีรษะ ถวายคานบั เป็นตน้ และยดึ ครองไทย

พฒั นาการทางประวตั ศิ าสตร์

ด้านการเมอื ง พัฒนาการด้านการเมอื งการปกครอง

▪ สมัยรชั กาลท่ี ๔ อานาจทางการเมืองขน้ึ อยกู่ บั ตระกลู บุนนาค
▪ สมัยรชั กาลที่ ๕ ทรงพยายามลดอานาจขุนนางตระกลู บนุ นาค ทาให้อานาจของพระองคม์ ากขึ้น

ด้านการปกครอง

▪ สมยั รชั กาลท่ี ๔ ทรงเริม่ เปลยี่ นแปลงธรรมเนียมทีล่ ้าสมัย รวมทั้งการติดต่อกบั ชาตา่ งชาติ
▪ สมยั รชั กาลท่ี ๕ ทรงตง้ั สภาทป่ี รึกษา ๒ สภา คือ สภาทีป่ รึกษาราชการแผ่นดินกับสภาทีป่ รึกษาในพระองค์
▪ ทรงปฏิรปู การปกครองสว่ นกลาง โดยเพม่ิ หน่วยงานจาก ๖กรม เปน็ ๑๒ กรม ตอ่ มาทงั้ ๑๒ กรม เปลี่ยนเป็น ๑๒กระทรวง ซึ่งเปน็ รากฐานของกระทรวงตา่ งๆ ในปัจจบุ นั

ดา้ นการปกครอง

▪ การปฏริ ปู การปกครองสว่ นภูมภิ าค ทรงยกเลกิ ระบบกนิ เมอื ง เมอื งท้งั หลายรวมเปน็ มณฑลเทศาภิบาล
▪ การปฏริ ปู การปกครองส่วนท้องถิ่น ทรงนาระบบการปกครองแบบสขุ าภบิ าลมาใช้ แตง่ ต้งั กานนั ผูใ้ หญบ่ ้าน
▪ ทรงต้ังเสนาบดสี ภา องคมนตรสี ภา และรัฐมนตรีสภา
▪ สมยั รชั กาลท่ี ๖ กลุ่มยังเติรก์ พยายามเปลีย่ นแปลงการปกครองเปน็ ประชาธิปไตยแต่ไมส่ าเรจ็
▪ ทรงให้ประชาชนมีเสรภี าพในการแสดงออก
▪ สมยั รัชกาลท่ี ๗ ทรงเตรียมการพระราชทานรฐั ธรรมนญู แตม่ ผี ถู้ วายความเหน็ ว่าประชาชนยงั ไม่พรอ้ ม เพราะการศึกษาไมแ่ พร่หลายทรงวางรากฐานการปกครอง

ท้องถน่ิ แบบเทศบาล เพอ่ื ใหร้ าษฎรร้จู ักปกครองตนเอง

พฒั นาการด้านเศรษฐกิจ

ดา้ นการเงนิ การคลัง

กาหนดอตั ราแลกเปลยี่ นเพอื่ การซอ้ื ขาย
ตงั้ หอรัษฎากรพิพัฒนแ์ ละกระทรวงการคลงั ในเวลาต่อมา

ดา้ นเกษตรกรรม

บุกเบิกท่ีดินเพอื่ การเพาะปลกู มีการขดุ คลองเพิม่
มกี ารตัง้ โรงสี และมกี ารส่งเสรมิ การพฒั นาพันธข์ุ ้าว ส่งเสริมการเลยี้ งไหม

ดา้ นการคา้ และการลงทนุ

เกดิ โรงงานอุตสาหกรรมเพมิ่ มากขึ้น
เศรษฐกจิ ขยายตัว และผกู พนั กับเศรษฐกิจโลกเพ่ิมมากข้ึน

พฒั นาการด้านสงั คม

การเลิกทาส การเลกิ ไพร่ การศกึ ษา

▪ รัชกาลที่ ๕ ทรงดาเนินการเลิกทาสใน พ.ศ. ▪ รัชกาลที่ ๕ ทรงเลิกไพร่โดยเริ่มจากการ ▪ รัชกาลท่ี ๕ โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงเรียนสอน
๒๔๑๗ แตใ่ หม้ ีผลย้อนหลงั ไปถงึ พ.ศ.๒๔๑๑ กาหนดว่าชายฉกรรจ์ท่ีถูกสักข้ึนทะเบียนต้องมี หนงั สือข้นึ
อายุ ๑๘ ปี
▪ พ.ศ.๒๔๘๘ ทรงประกาศยกเลิกระบบทาสใน ▪ ทรงตง้ั กระทรวงธรรมการ
ไทย หา้ มผเู้ ปน็ ไทขายตวั เป็นทาสอีกตอ่ ไป ▪ ห้ามเกณฑ์แรงงานราษฎรเปลี่ยนเป็นให้จ้าง ▪ รัชกาลท่ี ๖ โปรดเกล้าฯ ให้มีการศึกษาภาค
แทน
▪ ส่วนผู้เป็นทาสให้ลดค่าตัวลงเดือนละ ๔ บาท บงั คบั ๔ ปี
จนหมดคา่ ตวั หรือหมดหนี้ ▪ กาหนดให้ผู้ชายอายุ ๑๘ ปี เป็นทหาร ๒ ปี
แลว้ ไมต่ ้องรบั ราชการ (เข้าเดอื น) อกี ตอ่ ไป

▪ ผู้ท่ีไม่เป็นทหารให้เสียเงินค่าราชการไม่เกิน ๖
บาทตอ่ ปี

▪ ระบบไพร่สิ้นสุดลง ไพร่มีสถานะเป็นราษฎรที่
มอี สิ ระในการตง้ั ถนิ่ ฐานและประกอบอาชพี

พัฒนาการดา้ นความสัมพนั ธ์ระหวา่ งประเทศ

ด้านการทูตและการทาสนธิสญั ญาระหว่างประเทศ
❖รชั กาลท่ี ๔ ทรงเหน็ ความจาเป็นท่จี ะตอ้ งยอมแก้ไขและทาสนธสิ ญั ญาใหม่กับชาติตะวันตก

ด้านการป้องกันการคกุ คามของชาตติ ะวนั ตก
❖รัชกาลท่ี ๕ เสด็จประพาสยุโรปถึง ๒ ครั้ง เพ่ือเจรจาและหาพันธมิตรทจ่ี ะชว่ ยสนบั สนุนไทย

ด้านการแก้ไขสทิ ธภิ าพนอกอาณาเขต
❖ทาใหย้ กเลกิ การมีสิทธสิ ภาพนอกอาณาเขตของคนในบงั คับของต่างชาติ

▪ องั กฤษได้สิทธิสภาพนอกอาณาเขต เซอร์ จอห์น เบาวร์ งิ
▪ ยกเลกิ ภาษีปากเรอื ใหเ้ ก็บภาษสี นิ คา้ ขาเขา้ ร้อยละ ๓ แทน
▪ ใหม้ กี ารค้าเสรี และไทยอนญุ าตให้นาข้าว ปลา เกลอื ไปขายต่างประเทศได้
▪ คนในบงั คับอังกฤษนาฝ่ินมาขายในไทยได้ แตต่ ้องขายให้เจา้ ภาษีฝน่ิ เทา่ นนั้ ถา้ เจา้ ภาษไี ม่ซื้อต้องนาออกไป
▪ ถ้าชาตอิ ื่นไดส้ ทิ ธิพิเศษเพิ่มเตมิ องั กฤษจะได้สทิ ธพิ เิ ศษน้ันด้วย
▪ สนิ คา้ ที่เป็นสินคา้ ออกใหเ้ ก็บภาษีได้เพยี งคร้งั เดียว
▪ สนธสิ ัญญานจี้ ะแก้ไขไดเ้ ม่ือพน้ ๑๐ ปีไปแลว้

ผลกระทบของสนธิสัญญาเบาวร์ งิ

ด้านเศรษฐกจิ

• การเปล่ยี นแปลงระบบเศรษฐกิจของประเทศ จากแบบยงั ชพี เปน็ ระบบเศรษฐกิจการตลาด
• การเปลี่ยนแปลงประเภทสินค้าหลักของประเทศทาใหข้ ้าวกลายเปน็ สนิ คา้ ออกที่สาคัญมาจนถงึ ปัจจุบนั
• การขยายตัวของการค้าภายในประเทศ ประกอบกบั การพฒั นาเสน้ ทางคมนาคมทาให้การค้าขยายตวั อยา่ งรวดเร็ว
• การพฒั นาอตุ สาหกรรม และรัฐไดป้ รบั ปรงุ ระบบสาธารณูปโภคให้สอดคลอ้ งกับความก้าวหนา้ ทางเศรษฐกจิ
• การปฏริ ปู ระบบภาษอี ากรและการคลัง จดั ตง้ั หอรษั ฎากรพพิ ฒั น์ และมีการจัดทางบประมาณแผน่ ดินเปน็ ครัง้ แรก

ผอ่ นคลายแรงกดดันจากมหาอานาจตะวนั ตก การเปลีย่ นแปลงกลุ่มผ้มู บี ทบาททางเศรษฐกิจ พอ่ คา้ และนายทนุ
และเปน็ การเปดิ สมั พันธ์ทางการทูต ชาวตะวันตกเข้ามาคา้ ขาย
ระหว่างไทยกับนานาชาติ
และลงทุนทาธุรกิจแขง่ ขนั กับนายทนุ ชาวจีน
สิทธิสภาพนอกอาณาเขตและคนในบงั คบั
ถือเปน็ ความเสยี เปรียบในระยะยาวมาก การเปลี่ยนแปลงวถิ ชี วี ิต สินค้าของตะวนั ตกซึ่งเปน็ สินค้าแปลกใหม่
ซงึ่ ไทยกเ็ ร่ิมเจรจาเพื่อจากัดปัญหานี้ กระจายไปยงั ประชาชนท้ังในเมืองและชนบท ทาให้ประชาชนเข้าสู่
ระบบเศรษฐกิจที่ใช้เงนิ ตราหาซ้ือส่ิงของแทนทีว่ ถิ ีชวี ติ แบบเดมิ

การปฏิรูปประเทศสมัยพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยู่หัว

การปฏริ ปู ประเทศระยะแรก การปฏริ ูปประเทศ การปฏิรูปประเทศระยะที่ ๒
สมยั รัชกาลท่ี ๕

ทรงต้ังหอรัษฎากรพิพฒั น์ ทดลองขยายการปกครองจาก ๖ กรม เปน็ ๑๒ กรม

ทรงเปล่ียนแปลงธรรมเนียมการเขา้ เฝ้า พระบรมวงศานุวงศ์ และขุนนาง
ทรงตัง้ สภาท่ปี รึกษาราชการแผ่นดนิ ไดร้ ับการศึกษาแบบใหม่มาชว่ ยราชการ

และสภาทป่ี รกึ ษาส่วนพระองค์ ทรงจ้างชาวต่างประเทศมาเป็นทป่ี รึกษาและทางาน

ดา้ นการบรหิ ารราชการแผ่นดิน

ทรงปฏิรปู การบริหารราชการแผ่นดนิ ใหมใ่ นวนั ที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๕
หลังจากทรงทดลองมา ๔ ปี โดยแบ่งเป็น ๑๒ กระทรวง

กระทรวงมหาดไทย กระทรวงมุรธาธร
กระทรวงนครบาล กระทรวงยทุ ธนาธกิ าร
กระทรวงโยธาธิการ กระทรวงพระคลงั มหาสมบัติ
กระทรวงธรรมการ กระทรวงการตา่ งประเทศ
กระทรวงเกษตรพานชิ การ กระทรวงกลาโหม
กระทรวงยุตธิ รรม
กระทรวงวงั

ดา้ นกฎหมายและศาล

▪ ปฏิรปู กฎหมายและการศาลให้เปน็ แบบตะวนั ตก เพอ่ื ยกเลิกสนธิสญั ญาทีไ่ ม่เปน็ ธรรม และสิทธิสภาพนอกอาณาเขต
▪ ตั้งกระทรวงยตุ ิธรรมเพอื่ ดแู ลงานดา้ นการศาล
▪ ตั้งโรงเรยี นกฎหมาย จ้างนกั กฎหมายชาวต่างชาตมิ าช่วยรา่ งประมวลกฎหมายตามแบบตะวันตก
▪ พระเจา้ ลกู ยาเธอ กรมหลวงราชบรุ ีดเิ รกฤทธ์ิ เปน็ แกนนาสาคญั ในการปฏริ ปู กฎหมาย

ดา้ นสงั คม

▪ ทรงเลกิ ทาสและระบบไพร่
▪ ประชาชนมีอิสระในการประกอบอาชพี ตงั้ ถ่ินฐาน และศึกษาเล่าเรยี น

ด้านการศึกษา ดา้ นเศรษฐกิจและการคลัง ดา้ นการคมนาคมและการส่อื สาร

▪ ทรงจัดระบบการศึกษาแผนใหม่แบบ ▪ จดั ระบบเงินตราโดยใช้มาตรฐานทองคา ▪ มกี ารสรา้ งถนน ทางรถไฟ รถราง
ตะวันตก แทนมาตรฐานเงนิ ▪ มีการขุดคคู ลอง
▪ จดั ระบบไปรษณีย์โทรเลข ไฟฟา้ ประปา
▪ ต้งั โรงเรียนหลวงสาหรบั ลกู ขุนนาง และ ▪ ตั้งกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ดูแล
ราษฎร ด้านการคลงั ของแผ่นดิน และโรงพยาบาล

▪ ต้ังกระทรวงธรรมการดูแลเรื่องศาสนา
และการศึกษา

รชั กาลที่ ๖ ไมไ่ ด้รบี รอ้ นทรงรอเวลาทเ่ี หมาะสม และในวนั ท่ี ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๐
จึงไดท้ รงประกาศสงครามต่อฝ่ายมหาอานาจกลาง

ผลดีของการเขา้ ร่วมสงครามโลกครัง้ ท่ี ๑

▪ ไดย้ กเลิกสนธสิ ญั ญาทีไ่ มเ่ ป็นธรรมกับเยอรมนี และออสเตรีย-ฮงั การี
▪ ตา่ งชาตริ จู้ กั ไทยดีขึ้น ไดร้ บั การยกย่องใหม้ ฐี านะเทา่ เทียมกบั ประเทศฝ่ายสมั พนั ธมติ ร
▪ ไดเ้ ป็นสมาชิกของสนั นิบาตชาติ
▪ ขอแก้ไขสนธิสญั ญาที่ไม่เปน็ ธรรมกบั ชาตติ ะวนั ตก

พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยูห่ วั รัชกาลที่ ๖ ทรงตรวจแถวทหารอาสา
พระราชทานเหรยี ญทรี่ ะลึกแก่ทหารอาสาที่เดนิ ทางกลับจากการรบ ท่ีเดนิ ทางกลับจากการรบบริเวณหนา้ พระทนี่ ง่ั จกั รมี หาปราสาท

บทบาทของพระมหากษตั รยิ ใ์ นราชวงศ์จกั รตี ่อความม่นั คงและเจรญิ รุ่งเรืองของชาติ

พระราชกรณยี กจิ ทส่ี าคญั

ดา้ นการตา่ งประเทศ

❖ ทรงสง่ คณะราชทูตไปอังกฤษและฝรง่ั เศสเพอื่ เจรญิ พระราชไมตรี

ดา้ นเศรษฐกจิ

❖ ทรงทาสนธสิ ัญญากบั ต่างชาติ และโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ้งั โรงกษาปณ์ผลิตเงิน

ดา้ นสงั คมและวฒั นธรรม

❖ ทรงต้ังธรรมยตุ ิกนกิ าย และโปรดเกลา้ ฯ ให้ชาระและเขยี นพงศาวดารขึ้นใหม่

ดา้ นการปรับปรงุ ประเทศ

❖ ทรงยกเลิกประเพณีเก่าๆ ท่ีลา้ สมัย และทรงนาความรขู้ องตะวนั ตกมาปรับปรงุ บา้ นเมือง

บทบาทของพระมหากษตั รยิ ์ในราชวงศจ์ กั รตี อ่ ความมนั่ คงและเจรญิ รุ่งเรอื งของชาติ

พระราชกรณยี กจิ ทสี่ าคญั

ด้านการปฏริ ปู ประเทศ

❖ ทรงปฏิรปู การปกครองส่วนกลาง และสว่ นภูมภิ าค ทรงปฏิรูประบบกฎหมายและการศาล
❖ ทรงเลกิ ทาส และทรงเลิกระบบไพร่ และทรงปฏิรูปการศกึ ษา

ดา้ นการรักษาเอกราชของชาติ

❖ ใช้วธิ ที างการทตู การทหาร และการแสวงหาความชว่ ยเหลือจากมหาอานาจอื่น
❖ ทรงพยายามดาเนนิ นโยบายต่างประเทศอย่างอดทน และผ่อนปรน

บทบาทของพระมหากษตั ริย์ในราชวงศ์จักรีตอ่ ความมัน่ คงและเจรญิ รุ่งเรืองของชาติ

พระราชกรณยี กจิ ทสี่ าคญั

ดา้ นการสรา้ งชาตินิยม

❖ ทรงใช้วิธกี ารสร้างสญั ลักษณ์ เพ่ือเป็นศูนย์รวมใจให้เกิดความรัก ความสามัคคี สานึกในหน้าที่
พลเมืองทด่ี ขี องชาติ และสานกึ ในความเสียสละของบรรพบรุ ษุ

ด้านการสร้างความรงุ่ เรอื งทางวัฒนธรรม

❖ ทรงมพี ระปรีชาสามารถด้านอักษรศาสตร์ ทรงมีบทพระราชนิพนธ์มากมาย จนได้รับการถวาย
พระราชมญั ญาวา่ “พระมหาธรี ราชเจา้ ”

ดา้ นการสร้างความเป็นสากลและนาไทยเข้าสสู่ งั คมนานาชาติ

❖ ทรงกาหนดให้คนไทยมีนามสกลุ ใช้ ทรงเปล่ยี นธงชาติใหม่ และการเขา้ รว่ มสงครามโลกครั้งที่ ๑

พระราชกรณียกิจท่ีสาคัญ

ด้านการวางรากฐานประชาธปิ ไตย

❖ ทรงเตรียมการหลายประการเพื่อปลูกฝังให้ประชาชนมีสานึกทางการเมือง พร้อมท่ีจะมีส่วนร่วมในการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตย เมอื่ เกดิ การเปลยี่ นแปลงการปกครอง จงึ ทรงเต็มพระราชหฤทัย

สละพระราชอานาจของพระองค์

ด้านการเปน็ แบบอย่างทด่ี ใี นการเสยี สละผลประโยชนส์ ว่ นตัว

❖ ทรงยอมลดคา่ ใช้จา่ ยสว่ นพระองค์ในยามท่บี า้ นเมืองเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจตกต่า


Click to View FlipBook Version