คู่มือการส่งเสริมสุขภาพปากและฟัน
ในเด็กปฐมวัย
โครงการบูรณาการส่งเสริมสุขภาพเด็กและวัยรุ่น
สมาชิกในกลุ่ม
นางสาวเจนจิรา นามาก
รหัสนักศึกษา 63040200101
นายนนทกานต์ ราชเจริญ
รหัสนักศึกษา 63040200104
นางสาวกรธิดา การะเกตุ
รหัสนักศึกษา 63040200107
นางสาววรินยุพา บุษมงคล
รหัสนักศึกษา 63040200109
นางสาวอนุสรา อุดมสุวรรณ
รหัสนักศึกษา 63040200112
นายจักรี โพธิ์บัญดิษ
รหัสนักศึกษา 63040200123
นางสาววรัญญา รัตน์วิเศษ
รหัสนักศึกษา 63040200124
นางสาวภาวิณี พองพรหม
รหัสนักศึกษา 63040200130
นางสาวกนกวรรณ ดงกาวัน
รหัสนักศึกษา 63040200131
นางสาวศรัญยา ภูสุวรรณ์
รหัสนักศึกษา 63040200140
นักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 2
อาจารย์ที่ปรึกษา
อาจารย์คณิศร จันทร์พาณิชย์
คำนำ
เอกสารคู่มือฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา NS29222 การพยาบาลเด็กและวัย
รุ่น 1 มีเนื้อหาดังนี้ การสังเกตอาการฟันผุในเด็ก ปัจจัยที่ส่งเสริมให้ฟันผุ ผลกระทบ
ของโรคฟันผุ ผลดีของการดูแลฟันของเด็ก ปัญหาฟันน้ำนมผุเกิดจากอะไร ฟันน้ำนมผุ
ได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่ การรักษาฟันน้ำนมผุ วิธีป้องกันไม่ให้ฟันน้ำนมผุ การแปรงฟัน
อย่างถูกวิธี
คณะผู้จัดทำหวังว่า คู่มือฉบับนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านหรือนักเรียน นักศึกษา
หากมีข้อแนะนำหรือข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้
ด้วย
คณะผู้จัดทำ
สารบัญ หน้า
1
ฟันผุคืออะไร 2
พยาธิสภาพของฟันผุ 2
ปัจจัยที่ส่งเสริมให้ฟันผุ 3
การสังเกตอาการฟันผุในเด็ก 5
ผลกระทบของโรคฟันผุ 6
ผลดีของการดูแลฟันของเด็ก 7
ปัญหาฟันน้ำนมผุเกิดจากอะไร ? 8
การรักษาฟันน้ำนมผุ 9
วิธีป้องกันไม่ให้ฟันน้ำนมผุ 10
การแปรงฟันอย่างถูกวิธี
ฟันผุคืออะไร
โรคฟันผุ คือ โรคของฟันที่มีเนื้อฟันถูกทำลายไป โดยมีการทำลายแร่ธาตุที่เป็น
องค์ประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อเหล่านี้ จนทำให้เกิดเป็นรูหรือโพรงที่ตัวฟัน ถ้าไม่ได้รับ
การรักษาจะลุกลามขยายใหญ่และลึกขึ้นเรื่อยๆ เกิดการเจ็บปวดทุกข์ทรมานและสุดท้าย
อาจต้องสูญเสียฟันโดยต้องถอนออกไป
โรคฟันผุจัดเป็นโรคติดต่อเพราะเกิดจากเชื้อโรคและติดต่อกันได้ทางน้ำลาย
โดยกระบวนการเกิดโรคจำเป็นจะต้องมีองค์ประกอบสำคัญ 3 อย่างด้วยกัน ได้แก่
ตัวฟัน เชื้อจุลินทรีย์และสภาวะความเป็นกรดภายในช่องปาก
โรคฟันผุระยะเริ่มต้นยังไม่ก่อให้เกิดอาการเสียวหรือเจ็บปวด มีการเปลี่ยนแปลงที่
ผิวฟัน เห็นเป็นจุดหรือฝ้าขาวขุ่นคล้ายชอล์ก ซึ่งถ้าสังเกตเห็นหรือตรวจพบแต่เนิ่นๆ
แล้วจะสามารถรักษาไม่ให้เกิดเป็นรูผุได้ แต่ถ้าต่อไปรักษาไม่ได้แล้วละก็จะเกิดการ
ทำลายของเนื้อฟันต่อไปตามลำดับ ดังนี้คือ
ฟันผุระยะที่ 1
เริ่มเห็นเป็นรูผุที่ผิวฟันอาจมีสีเทาหรือดำ มีสีขาวขุ่นรอบๆ ระยะนี้ยังไม่มีอาการใดๆ
ฟันผุระยะที่ 2
รูฟันผุลุกลามกว้างและลึกขึ้นเข้าสู่ชั้นเนื้อฟัน ใกล้โพรงประสาทเกิดอาการเสียวฟัน
โดยเฉพาะเมื่อกินอาหารหวานหรือน้ำเย็น
ฟันผุระยะที่ 3
รูฟันที่ผุลุกลามลึกลงไปถึงโพรงประสาทฟัน ซึ่งเป็นที่อยู่ของประสาทรับความรู้สึก
ทำให้ปวด เคี้ยวไม่ได้
ฟันผุระยะที่ 4
การอักเสบลุกลามออกไปรอบตัวฟันถึงอวัยวะรอบตัวฟัน อาจเกิดฝี หนอง ฟันโยก
ปวด เคี้ยวไม่ได้
1
พยาธิสภาพของฟันผุ
ฟันผุเป็นผลจากการเสียสมดลุย์ระหว่างการสญูเสียแร่ธาตุ
(demineralization) และกระบวนการดันกลับแร่ธาตุในฟัน
remineralization )
→Demineralization > remineralization caries โดยการเกิดฟันผุ
เริ่มขึ้นขึ้นเมื่อมีการสร้างกรดอินทรีย์ เช่น กรดแลกติก (lactic. Acid)
กรดอะซีติค (acetic acid) โดยกระบวนการไกลโคลิสิส (glycolysis)
ของแบคทีเรียซึ่งอาศัยอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงาน
กรดที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นจะทำให้ค่าสภาวะความเป็นกรดด่างในช่องปากลด
ลง น้ำลายจะเป็นตำปรับความสมดุลของค่า pH ในช่องปาก เมื่อค่า pH
ต่ำกว่า 5.2-5.5 จะทำให้เกิดการสูญเสียแร่ธาตุ โรคฟันผุเป็นโรคติดต่อที่
เกิดจากแบคทีเรีย Streptococcus mutans.
ติดต่อได้ทางน้ำลาย โดยแบคทีเรียย่อยสลายอาหารประเภทน้ำตาล
เกิดเป็นกรดแลคติกซึ่งมีฤทธิ์ในการสลายแร่ธาตุแคลเซียมและ
ฟอสฟอรัส ออกจากฟัน เกิดการทําลายเป็นฟันผุ กระบวนการเกิดฟันผุมี
สาเหตุจาก หลายปัจจัยถือเป็น multifactoraial disease ซึ่งหากขาด
ปัจจัย ใดปัจจัยหนึ่งจะไม่สามารถเกิดฟันผุได้
ปัจจัยที่ส่งเสริมให้ฟันผุ
ปัญหาฟันน้ำนมผุหรือฟันผุในวัยเด็ก สามารถเกิดได้ตั้งแต่เด็กมีฟันขึ้นในช่องปาก
ซึ่งก็คืออายุประมาณ 6 เดือน เนื่องจากชั้นเคลือบฟันน้ำนมหนาประมาณครึ่งหนึ่งของ
ฟันแท้เท่านั้น ทำให้ฟันน้ำนมผุได้ง่ายกว่ามากและยังมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส
เป็นองค์ประกอบน้อยกว่าอีก โดยฟันน้ำนมซี่หน้าบนจะผุได้ง่ายกว่าฟันหน้าล่างรวมทั้งอีก
จุดที่ผุง่ายก็คือ ฟันกรามด้านบดเคี้ยวเพราะเป็นซี่ใน ขนมหวานมักติดค้างอยู่ในร่องฟัน
จึงทำความสะอาดได้ยากนั่นเอง 2
การสังเกตอาการฟันผุในเด็ก
สังเกตฟันผุในระยะเริ่มแรกของเด็กได้จาก
• รอยสีขาวขุ่นบริเวณคอฟัน
• มีจุดสีดำหรือสีน้ำตาลเล็กๆ บนผิวฟันและเมื่อเมื่อพบรูผุที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นเด็กจะมี
อาการปวดฟันหรือเสียวฟันเมื่อดื่มน้ำเย็น น้ำร้อน หรือของหวาน ควรได้รับการรักษาโดย
การอุดฟัน ซึ่งเมื่อฟันผุลุกลามจนเกิดการติดเชื้อของเนื้อเยื่อโพรงประสาทฟัน เด็กจะปวด
ฟันมากจนนอนไม่หลับ ต่อมาจะเกิดหนอง ถึงขั้นนี้ก็คงจะต้องทำการรักษารากฟันหรือถอน
ฟัน
3
รู้จัก 3 ระยะ ของโรคฟันผุ
ระยะที่ 1
ฟันผุในระยะแรกจะพบลักษณะรอยโรคขุ่นขาวบริเวณ
เคลือบฟันหรือหลุมร่องฟัน ซึ่งจะยังไม่แสดงอาการ
ระยะที่ 2
ฟันผุที่ชั้นเคลือบฟันและเนื้อฟัน จะมีการแตกหักของ
เนื้อฟันจนเกิดรอยผุเป็นรูบนตัวฟัน เด็กจะเริ่มมีอาการ
เสียวฟัน ปวดฟัน เวลาเศษอาหารติด
ระยะที่ 3
อฟัักนเผสุทบะร่วลุมโกพับรงกปารรอะัสกาเทสบฟัขนองจเะหมีงืออากกแาลรปะอวดวัยฟัวนะรปอบระๆสาฟัทนฟัน
4
ผลกระทบของโรคฟันผุ
ผลกระทบของโรคฟันผุในเด็กสามารถส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพ
ช่องปากในอนาคตได้ การมีฟันน้ำนมผุ เด็กจะปวดฟัน อาการปวดฟันจะมี
ตั้งแต่ปวดน้อยไปจนถึงปวดมากจนเด็กไม่สามารถใช้กัดหรือเคี้ยวอาหารได้เป็น
ปกติ เมื่อเด็กเริ่มมีอาการปวดฟันมากขึ้นจะทำให้ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของ
เด็กด้วยเช่นเดียวกัน เนื่องจากเด็กจะมีความอยากอาหารน้อยลงหรือเลือกกิน
มากขึ้น ส่งผลให้เด็กขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและเมื่อเด็กปวด
ฟันมากจนนอนไม่หลับก็จะกระทบต่อการหลั่งฮอร์โมนกระตุ้นการเจริญเติบโต
(growth hormone) เหล่านี้จะส่งผลต่อพัฒนาการทางร่างกายของเด็ก ในเด็ก
ที่มีฟันผุลุกลามมาก สามารถพบการติดเชื้อและเป็นหนองลุกลามไปยังอวัยวะ
ข้างเคียงได้ เช่น แก้ม ดวงตา และสมอง หรืออาจทำให้เกิดการติดเชื้อใน
กระแสเลือดได้ จนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตไม่ใช่แค่การส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ
ของเด็กเพียงอย่างเดียว โรคฟันผุยังทำให้เด็กเกิดปัญหาทางด้านจิตใจและ
อารมณ์ด้วยการมีฟันผุทำให้เด็กขาดความมั่นใจในการพูดเนื่องจากฟันมีการ
เปลี่ยนสีหรือมีรูปร่างที่ผิดปกติ หรือการที่เด็กต้องถอนฟันน้ำนมออกก่อนที่
ฟันแท้ขึ้นก็ส่งผลต่อฟันที่กำลังงอกใหม่ให้มีการล้มเอียงส่งผลเสียต่อสุขภาพ
ช่องปากในระยะยาว
5
ผลดีของการดูแลฟันของเด็ก
การดูแลฟันน้ำให้สะอาดและแข็งแรงจะส่งผลต่อฟันแท้ที่กำลังจะเกิดขึ้นมา
เพราะฉะนั้นผู้ปกครองควรให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพฟันและช่องปากเด็ก
ผู้ปกครองหลายคนอาจคิดว่าฟันน้ำนมนั้นอยู่ได้ชั่วคราว เมื่อโตขึ้นก็หลุดออก ทำให้ไม่
จำเป็นต้องดูแลหรือไม่ก็พาลูกมาพบทันตแพทย์ตั้งแต่แรก เพราะคิดว่ารอฟันแท้ขึ้น
ก่อนแล้วค่อยพาลูกมาตรวจฟันก็ยังทัน แต่ความคิดนี้ถูกเพียงครึ่งเดียวเพราะฟัน
น้ำนมมีประโยชน์สำหรับเด็กเนื่องจากช่วยในการออกเสียงให้ชัดเจนและยังช่วยให้
ฟันแท้ขึ้นในตำแหน่งที่ถูกต้องหากสูญเสียฟันนำนมไปก่อนกำหนด ฟันแท้อาจเกิด
ปัญหาซ้อนหรือฟันเก้ได้ การเลือกใช้ยาสีฟันก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรเลือกใช้ยาสีฟันที่มี
ส่วนผสมของฟลูออไรด์ การป้องกันฟันผุเริ่มสร้างให้กับเด็กได้ตั้งแต่การปลูกฝังให้
เด็กรักษาความสะอาดของช่องปากตัวเองให้ดี รวมถึงการแปรงฟันที่ถูกวิธีและแปรง
อย่างน้อย 2 ครั้งต่อวันก็ช่วยลดอัตราการเกิดฟันผุได้ เพราะฟันผุไม่ได้ส่งผลเพียงแค่
ช่วงวัยเด็กเท่านั้นถ้าหากปล่อยให้เกิดฟันผุเป็นเวลานานจะส่งผลเสียต่อสุขภาพช่อง
ปากระยะยาวไปจนเมื่อเด็กโตขึ้นจะทำให้ปากและฟันมีปัญหาตามมาได้หลายอย่าง
โดยทั่วไปทันตแพทย์จะแนะนำให้ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์และไหมขัด
ฟัน เพื่อทำความสะอาดช่องปาก แต่สำหรับเด็กที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดฟันผุ
ทันตแพทย์อาจจะพิจารณาให้ใช้ฟลูออไรด์เม็ดหรือน้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์ใน
ปริมาณที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน โดยต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของทันตแพทย์
6
เมื่อมีอาการฟันผุควรไปพบทันแพทย์หรือทันตบุคลากรเพื่อการจัดการปัญหาอย่างถูกวิธี
แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือ การแปรงฟันให้ลูกด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ตั้งแต่ฟันซี่แรกขึ้นและ
ไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำทุก 6 เดือน โดยควรพาลูกไปพบ
ทันตแพทย์ครั้งแรกเมื่อเด็กอายุไม่เกิน 1 ปี เพื่อประเมินความเสี่ยงในการเกิดฟันผุ
และรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปากที่ถูกต้อง เพื่อให้เด็กมีสุขภาพร่างกายและ
สุขภาพฟันที่แข็งแรง มีพัฒนาการสมวัยและเป็นการรักษาสุขอนามัยทางช่องปากและ
เป็นวิธีการป้องกันโรคในช่องปากที่ง่ายและได้ผลดีที่สุด ยังเป็นการกระตุ้นให้เด็ก
แปลงฟันเป็นประจำจนเป็นนิสัย และยังเป็นการปลูกฟังให้เด็กเป็นคนที่มีวินัย ใส่ใจ
ในสุขภาพช่องปากและฟัน ฝึกให้เด็กเห็นถึงความสำคัญของฟันที่แข็งแรง
ปัญหาฟันน้ำนมผุเกิดจากอะไร ?
หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ฟันน้ำนมผุ มาจากการเลี้ยงดูของครอบครัว การปล่อยให้
เด็กนอนหลับคาขวดนมทำให้น้ำตาลที่อยู่ในนม สามารถเข้าไปทำลายเคลือบฟันของ
เด็กได้ เพราะคราบจุลินทรีย์จะย่อยน้ำตาลในนมที่ค้างอยู่บนผิวฟัน ทำให้เกิดการ
สะสมของกรด ละลายผิวฟันเป็นรู นอกจากเรื่องขวดนมแล้ว ปัญหาฟันน้ำนมผุ ยังอาจ
เกิดได้จากโครงสร้างของฟันเด็กที่ไม่สมบูรณ์ อาจเป็นเพราะคลอดก่อนกำหนด มีน้ำ
หนักตัวแรกเกิดน้อย แม่ติดเชื้อขณะตั้งครรภ์ รวมทั้งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กยุคนี้ฟัน
ผุง่ายก็คือ การรับประทานขนมตามใจชอบ แล้วไม่ยอมแปรงฟันนั่นเอง
อีกทั้งผู้ปกครองหลายคนมักมีความเชื่อผิดๆ ว่า เดี๋ยวฟันน้ำนมก็ต้องหลุดไป มีฟันแท้
มาแทนที่ จึงไม่ได้ใส่ใจการรับประทานขนมและการแปรงฟันของลูกมากนัก และลูกก็
ยังไม่สามารถทำความสะอาดฟันอย่างมีประสิทธิภาพได้ด้วยตัวเอง จึงทำให้ฟันผุได้ง่าย
นั่นเอง
7
การรักษาฟันน้ำนมผุ
หากลูกมีฟันผุระยะแรกเริ่ม คุณหมอจะให้คำแนะนำในการรับประทานอาหารและการ
ทำความสะอาดหรือเคลือบหลุมร่องฟัน คุณหมอจะทำการอุดฟันหรือครอบฟันในฟันที่ผุ
ถึงชั้นเนื้อฟัน แต่หากฟันผุทะลุเข้าไปถึงโพรงประสาทฟัน คุณหมอจะต้องรักษาด้วย
การรักษารากฟัน หรือถอนฟันแทน แต่สำหรับกรณีที่ฟันผุยังไม่ได้ทำลายรากฟัน
และกระดูกเบ้าฟันไปมาก คุณหมอจะแนะนำให้เก็บรักษาฟันน้ำนมไว้ใช้งานรอจน
ฟันแท้จะขึ้นมาแทนที่การอุดฟันที่ผุลึกมากการถอนฟันหรือการรักษารากฟัน
คุณหมอจะใช้ยาชาเพื่อไม่ให้เด็กๆ รู้สึกเจ็บปวดจนทนไม่ไหว
8
วิธีป้องกันไม่ให้ฟันน้ำนมผุ
ฝึกให้เด็กทารกเข้านอนโดยไม่มีนิสัยติดขวดนม
สอนให้เด็กใช้แก้วน้ำแทนขวดนมและฝึกดูดจากหลอด ตั้งแต่อายุ 6 – 12 เดือน
และควรเลิกใช้ขวดนม เมื่ออายุ1ปีไปแล้ว
ฝึกนิสัยไม่ให้ลูกทานขนมจุบจิบ อาหารรสหวาน เพราะเป็นสาเหตุของฟันผุ
หากลูกอยากรับประทานให้รับประทานในมื้ออาหาร
เลือกอาหารว่างที่มีประโยชน์ไม่เติมน้ำตาลและไม่ทำให้ฟันผุ เช่น นมจืด
ผลไม้ แซนวิสทูน่า ปลาเส้น เป็นต้น
ให้ลูกบ้วนปากหลังดื่มนม รับประทานขนม หรือหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง
แปรงฟันให้ลูกด้วยยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์ วันละ 2 ครั้ง เวลาเช้า – ก่อน
นอน
เมื่อลูกอายุ 4 ขวบ ฝึกให้ลูกแปรงฟันอย่างถูกวิธี และช่วยแปรงซ้ำเป็นประจำ
พาลูกไปพบทันตแพทย์ ตรวจฟันเป็นประจำทุก 6 เดือน เพื่อจะได้รับความรู้และ
แนวทางปฏิบัติในการดูแลสุขภาพในช่องปากอย่างถูกต้อง
9
การแปรงฟันอย่างถูกวิธี
1. ฟันด้านนอก 2. ฟันด้านใน
– วางขนแปรงเข้าหาฟันให้ปลายขนแปรงอยู่ วางขนแปรงบริเวณขอบเหงือกและแปรงฟันเช่นเดียวกับ
บริเวณขอบเหงือก โดยเอียงทำมุม 45 องศา การแปรงฟันด้านนอก
กับตัวฟันและขนานกับแนวฟัน – วางขนแปรงเข้าหาฟันให้ปลายขนแปรงอยู่บริเวณขอบ
– ขยับขนแปรงไปมาในแนวหน้าหลัง เป็นระ เหงือก โดยเอียงทำมุม 45 องศา กับตัวฟันและขนานกับ
ยะสั้นๆ ไม่เกินครึ่งซีฟัน แนวฟัน
– ปัดขนแปรงขึ้นในฟันล่างและปัดลงสำหรับ – ขยับขนแปรงไปมาในแนวหน้าหลัง เป็นระยะสั้นๆ ไม่
ฟันบน เกินครึ่งซีฟัน
– ในแต่ละตำแหน่งควรแปรงประมาณ 10 ครั้ง – ปัดขนแปรงขึ้นในฟันล่างและปัดลงสำหรับฟันบน
– ในแต่ละตำแหน่งควรแปรงประมาณ 10 ครั้ง
3. ฟันด้านบดเคี้ยว
4. ฟันหน้าด้านใน
– วางขนแปรงบริเวณด้านบดเคี้ยวของฟัน โดยวาง – วางแปรงสีฟันในแนวตั้งใช้ปลายแปรงสีฟันแปรง
แปรงให้หน้าตัดขนแปรงอยู่ด้านบนของฟันบดเคี้ยว ด้านหลังของฟันหน้าแต่ละซี่ โดยขยับและปัดปลายขน
ถูไปมาในแนวหน้าหลังทั้งฟันบนและฟันล่าง แปรงมาทางปลายขอบฟันทั้งฟันหน้าบนและฟันหน้า
ล่าง
10
การแปรงฟันอย่างถูกวิธี
5. แปรงลิ้น – ควรเลือกใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงอ่อนนุ่ม
– เลือกยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์
– อย่าลืมแปรงที่ลิ้นเพื่อกำจัดคราบจุลินทรีย์และ – แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและก่อน
ป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นปาก โดยการปัดขน นอน
แปรงสีฟัน จากโคนลิ้นมาทางปลายลิ้นประมาณ – การแปรงฟันควรใช้เวลาอย่างน้อยครั้งละ 2 นาที
10 ครั้ง – ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันทุก 3 เดือน
– ตรวจสุขภาพปากและฟันทุก 6 เดือน
11
อ้างอิง
คมสัน ลาภาอุตย์.[ม.ป.ป.].การแปรงฟันอย่างถูกวิธี.สืบค้นเมื่อ 29 เมษายน 2565,จาก
https://dt.mahidol.ac.th/th/brochure-20190305-4/
ทันตสาธารณสุข.(2561).เด็กไทยกับโรคฟันผุ ปัญหาใหญ่ที่ส่งผลถึงอนาคต.สืบค้น
เมื่อ 29 เมษายน 2565,จากhttps://multimedia.anamai.moph.go.th/help-
knowledgs/kid-and-decay-tooth/
วรณัน ประพันธ์ศิลป์.[ม.ป.ป.].ฟันน้ำนมผุ.สืบค้นเมื่อ 29 เมษายน 2565,จาก
https://dt.mahidol.ac.th/th/ฟัน-น้ำนม-ผุ/
โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์.(2565).เคล็ดลับดูแลฟันลูกรักแต่ละช่วง
วัย.สืบค้นเมื่อ 29 เมษายน 2565, จากhttps://www.siphhospital.com/th/
news/article/share/first-tooth