ส ื อ ONLINE ประกอบ การเร ี ยนการสอน วช าการบัญชีชั นสูง 1 วช า 3201-2005 (ADVANCED ACCOUNTING 1) จัดทําโดย คร ู สุวม ล ดีอํ า (พนักงานราชการ)
แผนผงัความคด ิ และสมรถนะการเร ี ยนร ู้Mind Mapping การบัญชีการร่วมค้า ความหมายของการร่วมค้า ลักษณะของการร่วมค้า วิธีการบัญชีเกี่ยวกับการร่วมค้า ร ู ปแบบของการร ่ วมค ้ า ประโยชน์ของการร่วมค้า
ความหมายของการร่วมค้า ความหมายของการร ่ วมค ้ า คอ ื การประกอบกจ ิ การค ้ าร ่ วมกนัโดยบุคคล ต้ังแต ่ สองคนขน ึ้ไป ซ ึ่งแตกต ่ างไปจากกจ ิ การห ้ างห ุ้นส ่ วนโดยการทก ี่ารร ่ วมค ้ า จะเกี่ยวกับการค้าขายสินค้า หรือประกอบกิจการโตรงการใด โดยเฉพาะเมื่อ ธุรกจ ิ เสร ็ จลุล ่ วงแล ้ วการร ่ วมค ้ ากจ ็ ะเลก ิไป มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 31 ( ปรับปรุง 2555 ) เรื่อง ส่วนได้เสียในการ ร่วมค้า ได้ก าหนดค านิยามไว้ว่า การร่วมค้า คือ การประกอบกิจกรรมเชิง เศรษฐกจ ิ ของบุคคลหร ื อกจ ิ การ2 รายขน ึ้ไปโดยมอ ี า นาจในการควบคุมร ่ วมกนั ต้องมีการจัดท าสัญญาเป็ นลายลักษณ์อักษรก าหนดเรื่องต่างๆ ได้แก่ กิจกรรม ของการร่วมค้า ระยะเวลาร่วมค้า ภาระการรายงาน การแต่งตั้ง คณะกรรมการ ส ิ ทธ ์ ิ การออกเส ี ยงการลงทุนและส ่ วนแบ ่ งของผ ู้ร ่ วมค ้ าเกย ี่วกบั ผลิตผล รายได้และค่าใช้จ่าย หรือผลการด าเนินงาน
จากความหมายดงักล ่ าว สามารถสรุปได ้ ดงัน ี้ 1. การร่วมค้า ประกอบด้วย บุคคลหร ื อกจ ิ การต้ังแต ่ สองคนขน ึ้ไป ร ่ วมกนั ลงทุนเพอ ื่ดา เน ิ นการค ้ า 2. การร ่ วมลงทุนมร ี ะยะเวลาหร ื อเฉพาะกาลใดกาลหน ึ่งกา หนดขอบเขตเมอ ื่ บรรลุวตัถุประสงค ์ กล ็้ มเลก ิ กจ ิ การ มล ี กัษณะเป็ นการชั่วคราว 3. มส ีัญญาเป็ นลายลกัษณ ์ อกัษรกา หนดอา นาจการควบคุมร ่ วมกนัการแบ ่ ง กา ไรขาดทุนโดยน ากฎหมายว ่ าด ้ วยห ้ างห ุ้นส ่ วนมาบงัคบัใช ้
ลักษณะของการร่วมค้า กิจการร่วมค้า มีลักษณะดังต่อไปนี้ 1. โครงสร ้ างการร ่ วมค ้ าประกอบด ้ วยบุคคล หร ื อกจิการต้งัแต ่ สองฝ่ ายข ึ น้ไป มาร ่ วมลงทุนแสวงหากา ไรเพอ ื่ประกอบการค ้ าธุรกจิเช ่ น บริษัทและหรือห้าง ห ุ้นส ่ วนนิตบิุคคลกบับุคคลธรรมดา หร ื อ คณะบุคคล 2. วตัถุประสงค ์ ม ี วตัถุประสงค ์ เฉพาะเจาะจง ม ี ขอบเขตจ ากดัส ่ วนใหญ ่ ม ุ้งหวงั ก าไร 3. ระยะเวลาด าเนินงาน การด าเนินงานมักจัดตั้งขึ้นชั่วคราวหรือระยะสั้น เมื่อ สิ้นสุดตามวตัถุประสงค ์ กเ ็ ลกิกจิการไป แต ่ บางกิจการก็ด าเนินงานต่อเนื่องกันไป เร ื่อยๆเช ่ น การขายท ี่ดนิการขุดเจาะน า้มัน โครงการก ่ อสร ้ างใหญ ่ ๆและธุรกจิ สื่อสารโทรคมนาคม
ประโยชน์ของการร่วมค้า 1. เป็ นการผสมผสานทรัพยากรเทคโนโลย ี ความร ู้ ความช านาญที่มีของแต่ละฝ่ ายร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ และขยายตลาดให้กว้างขวางขึ้น 2. เพอ ื่ให ้ ธุรกจ ิ มโี อกาสในการลงทุนโครงการต ่ างๆ ท ี่ ต ้ องใช ้ เงน ิ ทุนจ านวนมากได ้ ดา เน ิ นงานร ่ วมกนั 3. เป็ นการกระจายความเส ี่ยงจากการลงทุน
ร ู ปแบบของการร ่ วมค ้ า มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 31 (ปรับปรุง 2555)ของสภาวิชาชีพบัญชี ได้ กา หนดรูปแบบของการร่วมคา ้ไว ้3 รูปแบบคือ 1. การดา เนินงานท ี่ควบคุมร่วมกนั (Jointly Controlled Operations) การดา เนินงานของกิจการร่วมคา ้ รูปแบบน ้ ี จะไม่ม ีโครงสร ้ างทางการเงิน แยกจากผรู้่วมคา ้ กล่าวค ื อการร่วมคา ้ จะถูกแต่หมู่ในรูปแบบกิจการเดิม เพ ี ยงแต่ผรู้่วมคา ้ แต่ละคนจะใชส้ินทรัพย ์ หร ื อ ทรัพยากรความรู้ ความสามารถของตน เพ ื่อการผลิตและจา หน่ายผลิตภณัฑร ์่วมกบัผรู้่วมคา ้ รายอ ื่น และรับผิดชอบในสิ่งทรัพยแ ์ ละหน ้ ี สินของตนเองผรู้่วมคา ้ จะม ี การ ปันส่วนรายไดแ ้ ละค่าใชจ ้่ายตามท ี่ระบุในสัญญาขอ ้ ตกลงร่วมกนัสามารถ สรุปลกัษณะการดา เนินงานท ี่ควบคุมร่วมกนัไดด ้ งัน ้ ี 1.เป็ นการดา เนินงานโดยใชส้ินทรัพยแ ์ ละทรัพยากรของแต่ละคน ร่วมกนั 2.ไม่ม ีโครงสร ้ างทางการเงินแยกจากผรู้่วมคา ้ 3.พ ี่ร่วมคา ้ แต่ละราย สามารถใชส้ินทรัพย ์ เช่น ท ี่ดิน อาคารและ อุปกรณ์ของตน รับผิดชอบค่าใชจ ้่ายและหน ้ ี สินของตน 4.สัญญาขอ ้ ตกลงจะระบุถ ึ งการจดัสรรรายได ้ ผลิตภณัฑร ์่วมคา ้ และการ แบ่งปัน ค่าใชจ ้่ายร่วมกนัเช่น แบ่งรายไดต ้ ามส่วนของตนท ี่กา หนดไวร ้ับรู้ รายไดใ้ นการเงิน ดูเฉพาะส่วนไดเ ้ส ี ยของตน
2. สินทรัพยท ์ ี่ควบคุมร่วมกนั (Jointly Controlled Assets) การด าเนินงานของกิจการร่วมคา ้ รูปแบบน ้ ีจะมีลักษณะเหมือนรูปแบบ แรกกล่าวค ื อไม่ม ีโครงสร ้ างทางการเงินเพ ี ยงแต่ผรู้่วมคา ้ เขา ้ ควบคุม ร่วมหร ื อเป็ นเจา ้ ของในสินทรัพยข ์ องตนท ี่นา มาร่วมลงทุนโดยม ี วตัถุประสงคร ์่วมกนัสินทรัพยน ์ ้ นัจะถกูนา ไปใชใ้ หเ ้ กิดประโยชน ์ แก่ผู้ ร่วมคา ้ ทุกคนและรับส่วนแบ่งของผลผลิตพร ้ อมภาระค่าใชจ ้่ายตาม สัดส่วนท ี่ตกลงกนัไว ้สามารถสรุปลกัษณะสินคา ้ ท ี่ควบคุมร่วมกนัได ้ ดงัน ้ ี 1 .ผรู้่วมคา ้ แต่ละคนจะนา สินทรัพยข ์ องตนมาร่วมลงทุนใชใ้ ห ้ เกิดประโยชน ์ ต่อผรู้่วมคา ้ ทุกคน 2.การร่วมคา ้ น ้ ี จะไม่อยใู่นรูปของบริษทัหร ื อหา ้ งหุน ้ ส่วน หร ื อ กิจการอ ื่นๆไม่ม ีโครงสร ้ างทางการเงินแยกจากผรู้่วมคา ้ 3.ผรู้่วมคา ้ แต่ละรายจะไดร ้ับการปันส่วนรายได ้ และภาระ ค่าใชจ ้่ายจากการ ตามสัดส่วนท ี่ตกลงกนัไวผ ้ รู้่วมคา ้ แต่ละรายบนัท ึ ก บญัช ี และรับรู้ในงบการเงินเฉพาะกิจการ หร ื องบการเงินรวมเฉพาะ ส่วนไดเ ้ส ี ยของตนในสินทรัพยท ์ ี่ควบคุมร่วมกนั
3.กิจการท ี่ควบคุมร่วมกนัหร ื อกิจการร่วมคา ้ (Jointly Controlled Entities) การดา เนินงานของกิจการร่วมคา ้ รูปแบบน ้ ี จะม ี การจดัต ้ งักิจการร่วมคา ้ เตม ็ รูปแบบม ี หน่วยงานตามกฎหมาย ม ี การทา งบการเงินของกิจการ ร่วมคา ้โดยกิจการท ี่ต ้ งัข ้ึ นใหม่น ้ ี ม ี สัญญาท ี่ระบุใหผ ้ รู้่วมคา ้ ทุกรายม ี อา นาจควบคุมร่วมกนัการบนัท ึ กบญัช ี และงบการเงินจะถกูแยกมาเป็ น กิจการร่วมคา ้ ซ่ึ งจะตอ ้ งจดัทา บญัช ี และงบการเงินตามมาตรฐานการ บญัช ี ท ี่รับรองโดยทวั่ ไป เช่นเด ี ยวกบักิจการทวั่ ไปสามารถสรุปลกัษณะ กิจการท ี่ควบคุมร่วมกนัหร ื อกิจการร่วมคา ้ไดด ้ งัน ้ ี 1. กิจการร่วมคา ้ เป็ นการร่วมคา ้ ท ี่ม ี สินทรัพยอ ์ ยใู่นการควบคุมของ กิจการเอง ก่อใหเ ้ กิดหน ้ ี สิน รายไดแ ้ ละค่าใชจ ้่าย ตอ ้ งจดัทา เป็ น สัญญาซ่ึ งอยใู่นนามของกิจการร่วมคา ้ แต่ละรายม ี สิทธ ์ิในส่วน แบ่งผลการดา เนินงาน 2. กิจกรรมตอ ้ งบนัท ึ กบญัช ี และจัดท างบการเงินให้เป็ นไปตาม มาตรฐานเหม ื อนกิจการโดยทวั่ ไป
วิธีการบัญชีเกี่ยวกับ การร่วมค้า วิธีการบัญชีเกี่ยวกับการร่วมค้า มี 2 วิธี คือ 1. ผ ู้ร ่ วมค ้ าแต ่ ละคนต ่ างจดบันท ึ กรายการร ่ วมค ้ าในสมุดบัญช ี ของตนเองโดยไม ่ ต ้ องม ี สมุดบัญช ี อก ี ชุดหน ึ่งต ่ างหาก 2. ม ี สมุดบัญช ี อก ี ชุดหน ึ่งต ่ างหาก ส าหรับกจิการร ่ วมค ้ าและผ ู้ร ่ วมค ้ าแต ่ ละคน จดบันทึกรายการร่วมค้าเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับตนเองเท่านั้น ท้ังสองวธิี น ี ข้ึ น้อย ู่ท ี่ความเหมาะสมของธุรกจิว ่ าจะเลอ ื กใช ้ วธิีใดให ้ เหมาะสม โดยค านึงถึงความสะดวกและข้อตกลงร่วมกันโดยข้อตกลงของการร่วมค้า จะต ้ องกา หนดเป็ นลายลกัษณ ์ อกัษรม ี การแต ่ งต้งัผ ู้ดา เนินการของการร ่ วมค ้ า และจะได้รับค่าตอบแทนตามที่ตกลงกัน
ลักษณะของการฝากขาย แผนผังความคิดและสมรรถนะการเรียนรู้ ( Mind Mapping) การฝากขายสินค้า ความหมายของการฝากขาย ข้อแตกต่างระหว่างการฝากขายกับการขายปกติ การบันทึกบัญชี เกี่ยวกับการฝากขายสินค้า ด้านผู้ฝากขาย ด้านผู้รับฝากขาย วิธีที่ 1 การบันทึกการฝากขาย แยกต่างหากจากการขาย ปกติ วิธีที่ 2 บันทึกการฝากขาย กับการขายปกติ
ความหมายการฝากขายสินค้า การฝากขายสินค้า หมายถึง การที่บุคคลฝ่ ายหนึ่งเป็ นเจ้าของ เรียกว่า ผู้ฝากขาย (consignor) ส่งมอบสินค้าให้แก่บุคคลอีกฝ่ ายหนึ่งเรียกว่า ผู้รับฝากขาย (consignee) เป็ นตัวแทนในการจ าหน่วยสินค้าให้พร้อมจะ ได้ค่าตอบแทนเป็ นค่านายหน้า ซึ่งตามปกติมักคิดให้เป็ นอัตราร้อยละของ ยอดขายสินค้า การฝากขายสินค้าจึงแตกต่างจากการขายสินค้าเป็ นสินสด หรือเงินเชื่อตามปกติ
ลักษณะที่ผู้ฝากขายและผู้รับฝากขายต่างฝ่ ายต่างมีความผูกพันต่อกัน ในลักษณะตัวการและตัวแทน โดยผ ้ รูับฝากขายม ี สิทธิ์ในการครอบครองตวั สินค ้ าแตผ่ ้ฝูากขายม ี สิทธิ์ในการเป็ นเจ ้ าของสินค ้ าจนกว่าสินค ้ าจะขายได ้ ซง ึ่ ทั ้งสองฝ่ ายร่วมตัวกันตกลงตามวัตถุประสงค์และผู้รับฝากขายจะต้องดูแล รักษาสินค้าด้วยความระมัดระวังในสินค้าจนกว่าจะขายสินค้าและส่งมอบ สินค้าแก่ผู้ซื ้อ พร้อมรายงานรับฝากขายส่งมอบเงินและอื่นๆจนเสร็จสิน ลักษณะความส าคัญของการฝากขาย
ข้อแตกต่างระหว่างการฝากขายกับการขายสินค้า เนื่องจากการฝากขายมิใช่การขายสินค้าจึงไม่มีรายได้ หรือก าไร หรือขาดทุนเกิดขึ ้นจากการฝากขายสินค้า และยังไม่ต้องบันทึกรายการบัญชีใดๆจนกว่าผู้รับฝาก ขายจะขายสินค้าได้ การฝากขายมิใช่การขายสินค้าจึงยังไม่มีรายได้หรือ ก าไรขาดทุนเกิดขึ ้น ผู้ฝากขายต้องเป็ นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆเกี่ยวกับ การส่งสินค้าไปฝากขาย นับตั ้งแต่วันที่ส่งสินค้าจนถึง วันที่ขายสินค้า และผ ้ รูับฝากขายม ี สิทธิ์คดัคา่ ใช ้ จ่าย ต่างๆ ที่จ่ายไปเกี่ยวกับการรับฝากขายสินค้าคืนจากผู้ ฝากขายได้ กรณีผู้รับฝากขายกลายเป็ นบุคคลล้มละลาย ไม่ สามารถช าระหนี ้ได้ ผู้ฝากขายสามรถเรียกคืนสินค้าที่ ฝากขายคืนมา และรับเงินช าระหนี ้เกี่ยวกับการฝากขาย
สท ิ ธ ์ ิ ของผ ้ ู ฝากขาย ผ ้ รูับฝากขายม ี สิทธิ์จะได ้ รับเงินสดใช ้ ล่วงหน ้ าและค่าใช้จ่าย ต่างๆที่ผู้รับฝากขายจ่ายแทนไป กรณีที่ผู้รับฝากขายจ่ายเงิน ล่วงหน้าให้แก่ผู้ฝากขาย ก่อนที่จะมีการขายสินค้าได้และยังไม่ได้ จ่ายค่าใช้จ่ายบางอย่างเกี่ยวกับการรับฝากขายสินค้า สิทธิ์ในการรับคา่ตอบแทน ผู้รับฝากขายจะได้รับผลตอบแทนจาก ผู้ฝากขายในรูปของค่านายหน้า สิทธิ์ท ี่จะรับรองคณุภาพของสินค ้ าหร ื อรับประกนัสินค ้ าได ้ ขาย แทนผู้ฝากขาย ผ ้ รูับฝากขายม ี สิทธิ์ในการรับรองในตงัสินค ้ าท ี่ตน ขายแทนและผู้ฝากขายต้องมีภาระผูกพันต่อการรับรองคุณภาพ สินค้านี ้ด้วย สิทธิ์ในการพิจารณาให ้ เครดิต การขายสินค้าย่อมมีการให้เครดิต ตามปกติวิสยัผ ้ รูับฝากขายย่อมม ี สิทธิ์ท ี่จะขายสินค ้ าเป็ นเงินเช ื่อ ลูกหนี ้ที่เกิดจากการขายจะเป็ นลูกหนี ้ของผู้ฝากขาย และถ้ามีหนี ้ สูญจะเป็ นของผู้ฝากขาย เว้นแต่จะตกลงกันเป็ นกรณีพิเศษให้ ผู้รับฝากขายเป็ นผู้ค ้าประกันหนี ้
การบันทึกบัญชีเกี่ยว กับการฝากขายสินค้า การฝากขายสินค้ามีลักษณะแตกต่างจากการขาย สินค ้ าโดยวิธ ีปกติค ื อ กรรมสิทธิ์ในสินค ้ ายงัคงเป็ นของผ ู้ ฝากขายจนกว่าผู้รับฝากขายจะจ าหน่ายสินค้าได้ ดังนั ้น เมื่อผู้ฝากขายส่งสินค้าไปฝากขายจึงไม่ถือว่าผู้รับฝาก ขายเป็ นลูกหนี ้เพราะเป็ นเพียงตัวแทนสินค้าได้ และจะไม่ ลงรายการให้ผู้รับฝากขายเป็ นลูกหนี ้ของตน ส่วนผู้รับ ฝากขายก็ตะไม่ถือว่าผู้ฝากขายเป็ นเจ้าหนี ้เมื่อรับสินค้า ฝากขาย และถ้ามีสินค้าคงเหลือจากการรับฝากขายก็จะ ไม่ถือว่าเป็ นสินทรัพย์ของตน แต่เป็ นของผู้ฝากขาย
การบันทึกบัญชีรายการ การรับฝากขายสินค้าจากผู้ฝากขาย มีจุดประสงค์ส าคัญ เมื่อได้รับสินค้าฝากขายจะบันทึกรายการรับ สินค้าด้วยการบันทึกความจ า (Memo – Rendum ) เพราะ สินค้าฝากขายนี ้ ผู้รับฝากขายได้รับมาโดยไม่มีการซื ้อ หรือมี หนี ้สินเกิดขึ ้น แต่อย่างใด ซึ่งการบันทึกความจ านี ้อาจบันทึกไว้ใน แยกประเภท คือ บัญชีรับฝากขายหรือในสมุดรายวัน วิธีการ บันทึกบัญชีด้านผู้รับฝากขายมี 2วิธี คือ การบันทึกบัญชีด้าน ผ ้ ู รับฝากขาย
1.บันทึกรายการเกี่ยวกับสินค้ารับฝากขาย แยกต่างหากจากการขายโดยปกติของกิจการ ตังอย่าง บัญชีรับฝากขาย - บริษัท ยนต์กิจ จ ากัด 25x8 มิ.ย 1 เครื่องท าน ้าอุ่น 5เครื่อง 2 จ่ายค่าระวางสินค้ารับฝากขาย 400 บาท มิ.ย 10 เดบิต รับฝากขาย - บริษัท ยนต์กิจ จ ากัด 400 เครดิต เงินสด 400 3 จ่ายเงินล่วงหน้าให้บริษัท ยนต์กิจ จ ากัด 1,000 บาท มิ.ย 10 เดบิต รับฝากขาย - บริษัท ยนต์กิจ จ ากัด 1,000 เครดิต เงินสด 1,000 4 ขายเครื่องท าน ้าอุ่นได้ 5เครื่อง ในราคาเครื่องละ 3,000 บาท เป็ นเงินสด มิ.ย 15 เดบิต เงินสด (5×3,000) 15,000 เครดิต รับฝากขาย - บริษัท ยนต์กิจ จ ากัด 15,000 5 จ่ายค่าขนส่งสินค้าให้ลูกค้า 250 บาท มิ.ย 17 เดบิต รับฝากขาย - บริษัท ยนต์กิจ จ ากัด 250 เครดิต เงินสด 250 6 คิดค่านายหน้าขากการรับฝากขาย 20% ของราคาขาย มิ.ย 30 เดบิต รับฝากขาย - บริษัท ยนต์กิจ จ ากัด 3,000 เครดิต รายได้จากค่านายหน้า (20% ของ 15,000) 3,000 7 ส่งเงินที่เหลือให้ บริษัท ยนต์กิจ ก ากัด มิ.ย 30 เดบิต รับฝากขาย - บริษัท ยนต์กิจ จ ากัด 10,350 เครดิต เงินสด (15,000 – 650 – 3,000 – 1,000) 350
2.การบันทึกรายการเกี่ยวกับสินค้ารับฝากขายรวมไปกับการขายโดยปกติของกิจการ Perpetual Inventory Periodic Inventory มิ.ย 1 รับสินค้าฝากขาย บันทึกความจ า รับสินค้าฝากขาย บันทึกความจ า (ไม่บันทึกบัญชี) มิ.ย 10 จ่ายค่าระว่างขนส่งสินค้า เดบิต เจ้าหนี ้ - บริษัท ยนต์กิจ จ ากัด 400 เครดิตเงินสด 400 เดบิต เจ้าหนี ้ - บริษัท ยนต์กิจ จ ากัด 1,000 เครดิต เงินสด 1,000 มิ.ย 15 ขายสินค้าได้ 3ชิ ้น ชิ ้นละ 3,000 บาท คิดค่านายหน้า 20% ของราคาขาย เดบิต เงินสด 15,000 เครดิต ขายสินค้า 15,000 เดบิต ต้นทุนขาย (15,000 – 3,000) 12,000 เครดิต เจ้าหนี ้ - บริษัท ยนต์กิจ จ ากัด 12,000 เดบิต เงินสด 15,000 เครดิต ขายสินค้า 15,000 เดบิต ซื ้อสินค้า (15,000 – 3,000) 12,000 เครดิต เจ้าหนี ้ - บริษัท ยนต์กิจ จ ากัด 12,000 มิ.ย 17 จ่ายค่าขนส่งสินค้าให้ลูกค้า เดบิต เจ้าหนี ้ - บริษัท ยนต์กิจ จ ากัด 250 เครดิต เงินสด 250 เดบิต เจ้าหนี ้ - บริษัท ยนต์กิจ จ ากัด 250 เครดิต เงินสด 250 มิ.ย 30 ส่งรายงานพร้อมเงินค่าสินค้า เดบิต เจ้าหนี ้ - บริษัท ยนต์กิจ จ ากัด 10,350 เครดิต เงินสด 10,350 เดบิต เจ้าหนี ้ - บริษัท ยนต์กิจ จ ากัด 10,350 เครดิต เงินสด 10,350
Jhfbsdbdbs ดอกเบี้ยที่เกิดจากการขาย ตามสัญญาผ่อนช าระและสัญญาเช่าซื้อ แผนผังความคิดและ สมรรถนะการเรียนรู้ แผนผังความคิดและสมรถนะการเรียนรู้( Mind Mapping ) ความรู้เกี่ยวกับนิติกรรมสัญญาที่ควรรู้ สัญญาที่ส าคัญ สัญญาซื้อขาย เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ สัญญาซื้อขาย สัญญาขายฝาก ค้้าประกัน สัญญาเช่า จ ำนอง สัญญากู้ยืม – ประกันหนี้ กู้ยืมเงิน จ ำน ำ
ความหมายและลักษณะของการซื้อขายผ่อนช าระ การซื้อขายผ่อนช้าระหมายถึงการขายสินค้าที่ผู้ขายส่งมอบสินค้า หรือให้บริการแก่ผู้ซื้อโดยผู้ขายตกลงยินยอมให้ผู้ซื้อช้าระเงินค่า สินค้าหรือบริการเป็นงวด ๆ โดยรับเงินจ้านวนหนึ่ง ครั้งแรกถือเป็น การวางมัดจ้าก่อน เงินจ้านวนนี้ เรียกว่า เงินดาวน์ หลังจากนั้นผู้ ซื้อจะผ่อนช้าระส่วนที่เหลือเป็นงวด ๆ ตามระยะเวลาที่ตกลงกันอาจ จะมีการคิดดอกเบี้ยส้าหรับเงินที่ค้างช้าระ หรือไม่คิดดอกเบี้ยก็ได้ 1. การค้านวณดอกเบี้ยจากยอดเงินต้นค้างช้าระ ซึ่งแบ่งเป็น การ ช้าระเงินต้นเท่ากันทุกงวด ซึ่งจะท้าให้ลูกหนี้มีการช้าระเงินค่างวด ในจ้านวนที่แตกต่างกันในแต่ละงวด 2. การค้านวณดอกเบี้ยจากเงินต้นคงค้างในแต่ละงวด ตามวิธีนี้ ดอกเบี้ยจะลดลงในแต่ละงวด ตามระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น ซึ่ง แบ่งเป็น เงินต้นที่ช้าระในแต่ละงวดเท่ากัน การคิดดอกเบี้ยโดยใช้ วิธีผลรวมจ้านวนตัวเลข วิธีนี้นิยมใช้ และเป็นวิธีที่สอดคล้องกับ มาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป 3. การค้านวณดอกเบี้ยจากเงินต้นคงค้างตามระยะเวลาที่คงค้าง ตาม วิธีนี้ ดอกเบี้ยจะสูงขึ้นในแต่ละงวดตามระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น การค านวณดอกเบี้ย
การขายผ่อนช้าระในปัจจุบันนิยมด้าเนินการในลักษณะของการเช่าซื้อ อย่างไร ก็ตาม การเช่าซื้ออาจไม่จ้าเป็นต้องประกอบด้วยบุคคลที่เกี่ยวข้องเพียง 2 ฝ่าย คือ ผู้ขายหรือผู้ให้เช่าซื้อ และผู้ซื้อหรือผู้เช่าซื้อ ดังที่ได้กล่าวในข้างต้นเท่านั้น ในบาง กรณีผู้ขายอาจไม่ต้องการรับภาระความเสี่ยงในการรับช้าระหนี้จากลูกหนี้เป็น ระยะเวลาที่ยาวนานในอนาคต ผู้ขายหรือผู้ซื้อจึงได้มีการติดต่อบุคคลที่สาม เรียกว่า ผู้ให้เช่าซื้อ มาเป็นผู้รับภาระในการเก็บหนี้แทนผู้ขาย โดยให้ผู้เช่าซื้อจะได้ ผลประโยชน์ตอบแทนในลักษณะของดอกเบี้ยรับ กล่าวคือ ผู้ให้เช่าซื้อจะเป็นผู้จ่าย ช้าระค่าสินค้าให้แก่ผู้ขายแทนผู้ซื้อไปก่อน และจะมีการท้าสัญญาเช่าซื้อกับผู้ซื้อ ซึ่ง ในสัญญาเรียกว่า ผู้เช่าซื้อ ให้ทยอยผ่อนช้าระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้กับผู้ให้เช่าซื้อ ตามระยะเวลาที่ก้าหนดในสัญญาปัจจุบันการเช่าซื้อได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นวิธีการที่เป็นประโยชน์ทั้งผู้ให้เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อ และผู้ขายสินค้า การเช่า ซื้อมีลักษณะที่ส้าคัญ ดังนี้ การเช่าซื้อ (Hire Purchase)
1. เป็นการตกลงกันระหว่างผู้เช่าซื้อและผู้ให้เช่า ซื้อ โดยผู้เช่าซื้อมีเจตนาที่จะซื้อและผู้ให้เช่า ซื้อมีเจตนาที่จะขายสินทรัพย์ที่เช่าซื้อนั้น ใน บางกรณี ผู้ขายอาจไม่ได้ประกอบกิจการเช่า ซื้อเอง ดังนั้น ผู้ขายสินทรัพย์หรือผู้เช่าซื้อจะ ติดต่อผู้ให้เช่าซื้อ โดยมากจะเป็นสถาบัน การเงิน ซึ่งเป็นคนกลางท้าหน้าที่ช้าระหนี้ เต็มจ้านวนให้กับผู้ขายแทนผู้เช่าซื้อทันที ณ วันที่ท้าสัญญาเช่าซื้อกับผู้เช่าซื้อ หลังจากนั้น ผู้เช่าซื้อจะต้องทยอยช้าระหนี้ให้แก่ผู้ให้เช่า ซื้อแทนการช้าระหนี้ให้กับผู้ขายสินทรัพย์นั้น 2. ผู้เช่าซื้อได้ครอบครองและใช้ประโยชน์จาก สินทรัพย์นั้นตั้งแต่วันที่ท้าสัญญาเช่าซื้อ 1. ผู้เช่าซื้อจะได้รับการโอนกรรมสิทธิ์ก็ ต่อเมื่อช้าระจ้านวนเงินค่าเช่าซื้อครบถ้วน 2. ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิยึดสินค้าที่ให้เช่าซื้อได้ ทันที ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อผิดสัญญา
ตัวอย่างการเช่าซื้อ
ประโยชน์ของการเช่าซื้อ ทางด้านผู้ให้เช่าซื้อ – ผู้ขายหรือผู้ให้เช่าซื้อสามารถขยายการให้สินเชื่อได้อีกประเภทหนึ่งจากการให้เช่า ซื้อ การให้เช่าซื้อที่แพร่หลายได้แก่ การให้เช่าซื้อรถยนต์ ผู้ให้เช่าซื้อจะได้รับดอกผลจากการให้เช่าซื้อ หรือรายได้ดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนส้าหรับผลตอบแทนที่ผู้ให้เช่าซื้อต้องสูญเสียจากการที่ต้องช้าระหนี้ แทนผู้เช่าซื้อไปก่อน ทางด้านผู้เช่าซื้อ – เป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ผู้เช่าซื้อ เนื่องจากผู้เช่าซื้อต้องการซื้อสินค้า ที่มีมูลค่าสูง แต่ไม่สามารถจะซื้อด้วยเงินสด การเช่าซื้อท้าให้ผู้เช่าซื้อสามารถทยอยจ่ายช้าระเป็นงวด ๆ และท้าให้มีเงินทุนคงเหลือที่จะน้าไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ และยังช่วยขจัดปัญหาในการจัดหา แหล่งเงินทุนในการซื้อสินทรัพย์ เนื่องจากผู้เช่าซื้อสามารถใช้สินค้าหรือสินทรัพย์ที่เช่าซื้อมาค้้าประกัน การเช่าซื้อได้ ทางด้านผู้ขายที่มิได้ประกอบกิจการเช่าซื้อ – ผู้ขายสามารถขายสินค้าออกไปได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่มีราคาสูง และผู้ขายจะไม่มีความเสี่ยงหรือปัญหาเกี่ยวกับหนี้สงสัยจะสูญจากลูกค้า เนื่องจากผู้ขายจะได้รับเงินทั้งจ้านวนจากผู้ให้เช่าซื้อทันที ท้าให้มีเงินทุนหมุนเวียนในกิจการได้เร็วขึ้
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับการขายผ่อนช าระ 1. บัญชีขาย บัญชีลูกหนี้ และบัญชีต้นทุนขาย ให้ระบุด้วยว่า เกิดจากการขายผ่อนช าระ ขายโดยเช่าซื้อ เพื่อแยกต่างหากจากการขายปกติ 2.บัญชีก าไรขั้นต้นขายผ่อนช าระ เกิดจากราคาขาย หัก ด้วยต้นทุนขาย ซึ่งเป็นก าไรขั้น ต้นที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ จึงตั้งรอตัดบัญชีไว้ก่อนอันมีลักษณะเหมือบัญชีหนี้สิน ซึ่งจะ ปรากฎในงบดุลเมื่อวันสิ้นงวดบัญชี 3.บัญชีก าไรขั้นต้นขายผ่อนช าระหรือโดยเช่าซื้อที่ยังไม่ได้รับเงินเกิดจากราคาขายหัก ด้วย ต้นทุนขาย ซึ่งจะปรากฎยอดผลต่างอยู่ทางด้านเดบิตเป็นก าไรขั้นต้นที่ยังไม่ถือเป็น รายได้เพราะยังเก็บเงินไม่ได้ ต่อเมื่อเกิบเงินจากลูกหนี้ได้ ก็จะโอนก าไรขั้นต้นขายผ่อน ช าระ ซึ่งจะปรากฎยอดอยู่ทางด้นเครดิต 4.บัญชีก าไรขั้นต้นขายผ่อนช าระ เกิดจากการขายปีก่อน แต่มาเก็บเงินได้ในปีปัจจุบัน จึงถือเป็นรายได้ของปีปัจจุบันโดยปกติการค านวณก าไร จากการซื้อขายผ่อนช าระและ การเช่าซื้อมักจะแยกจากการซื้อขายปกติ ซึ่งการค านวณก าไรจากการขายผ่อนช าระ และการเช่าซื้อ แยกออกเป็นก าไรที่ถือเป็นรายได้ และไม่ถือเป็นรายได้ โดยศัพท์ทาง บัญชีใช้ค าว่า รับรู้รายได้ และไม่รับรู้รายได้ - ก าไรที่ถือเป็นรายได้ (รับรู้รายได้) ค านวณจากจ านวนเงินที่เก็บได้จากลูกหนี้ระหว่างปีคูณ ด้วยอัตราก าไรขั้นต้น - ก าไรที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ (ไม่รับรู้รายได้) ค านวณจากลูกหนี้ที่ยังเก็บเงินไม่ได้ คูณ ด้วยอัตราก าไรขั้นต้น
บัญชีลูกหนี้ขายผ่อนช าระและการขายตามสัญญาเช่าซื้อ ตามหลักการดังกล่าวข้างต้นแล้วว่าการขายผ่อนช้าระต้องใช้เวลาในการเรียกเก็บเงินจาก ลูกหนี้ค่อนข้างนานท้าให้เกิดความเสี่ยงในการที่จะเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ไม่ได้และยังมี ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขายผ่อนช้าระเกิดขึ้นภายหลังงวดบัญชีที่มีการขายผ่อนช้าระเป็น จ้านวนมากจึงมีการยอมรับหลักการบัญชีที่ว่าจะรับรู้ก้าไรขั้นต้นจากการขายผ่อนช้าระตาม ส่วนของเงินทีเก็บได้หลักการบัญ ชีดังกล่าวเรียกว่า หลักการบัญชีตามเกณฑ์การขายผ่อน ช้าระ(Installment Sales Basis)หลักการนี้สอดคล้องกับกฏหมายภาษีอากรซึ่งเป็นผลให้ กิจการสามารถเลื่อนการช้าระภาษีเงินได้ออกไปจนกว่าจะได้รับช้าระเงินค่าสินค้า กิจการที่ ขายสินค้าผ่อนช้าระจึงนิยมถือปฏิบัติตามหลักการบัญชีตามเกณฑ์การขายผ่อนช้าระนี้ วิธีการ บัญชีขายผ่อนช้าระ เป็นวิธีการบัญชีทีบันทึกรายได้จากการขายผ่อนช้าระเฉพาะก้าไรขั้น ต้น ที่ค้านวณตามส่วนของเงินสดที่ได้รับช้าระจากลูกหนี้ในแต่ละปี ส่วนค่าใช้จ่ายเกี่ยว กับการ ขายผ่อนช้าระถือเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละปีที่เกิดขึ้น
ลักษณะและจ านวนของข้อมูลที่กิจการควรเปิดเผยไว้ในรายงานการเงินนั้นมา จากการตัดสินใจของผู้บริหารของกิจการ โดยพิจารณาจาก 2 เรื่องคือ รายละเอียดที่เพียงพอและสาระส าคัญ 1. รายละเอียดที่เพียงพอ ข้อมูลนั้นควรมีรายละเอียดเพียงพอที่จะท าให้เกิด ความแตกต่างระหว่างการเปิดเผยข้อมูลกับการไม่เปิดเผยข้อมูลต่อผู้ใช้ ข้อมูลในการตัดสินใจ และมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้ใช้ข้อมูล 2. สาระส าคัญ ข้อมูลควรมีสาระส าคัญเพียงพอที่จะท าให้ผู้ใช้ข้อมูลเข้าใจใน ข้อมูลนั้นได้ โดยค านึงถึงต้นทุนในการจัดท าข้อมูลและผลประโยชน์ที่ ได้รับจากการใช้ข้อมูลนั้น การเปิดเผยงบการเงิน
หลักการเปิดเผยข้อมูลตามที่ จ าเป็น 1)ความเพียงพอ การเปิดเผยข้อมูลของกิจการต้องเพียงพอเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด หรือท้าให้เข้าใจผิด 2)ความถูกต้อง ข้อมูลที่ท้าการเปิดเผยจะต้องมีความถูกต้องเป็นจริงจึงจะท้าให้ผู้ใช้งบ การเงินเข้าใจถึงรายการและเหตุการณ์ทางบัญชีที่กิจการน้าเสนอ 3)ความครบถ้วน การเปิดเผยข้อมูลทุกรายการที่เกี่ยวข้องต้องครบถ้วน ข้อมูลที่เปิดเผย นั้นไม่ควรมากเกินไป ซึ่งจะท้าให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีเนื่องจากท้าให้ข้อมูลหมด ความส้าคัญ และท้าให้เกิดความยากล้าบากในการตีความ 4)ความมีสาระส้าคัญ กิจการควรเปิดเผยข้อมูลที่มีสาระส้าคัญการแสดงรายการที่มี สาระส้าคัญจะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจของผู้ใช้งบการเงิน