146
3. วงจรการใช้งานจริง LM317 และ LM337
วงจรแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรงปรับค่าได้ทั้งในย่านแรงดันบวกและลบ เหมาะสำหรับนำไปใช้สร้าง
เป็นแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรงในห้องทดลอง โดยใช้ไอซีเบอร์ 317 และ 337 วงจรนี้คือวงจรเร็กกูเลเตอร์รับ
ค่าได้ ±1.2 V ถึง 33 V 1 A
ลักษณะของวงจร วงจรเร็กกูเลเตอร์ปรับค่าได้ทั้งบวกและลบตั้งแต่ 1.2 V ถึง 33 V (+1.2V ถึง +33V)
ออกแบบได้โดยใช้ไอซีเร็กกูเลเตอร์เบอร์ LM317 เมื่อคุมค่าแรงดันเอาต์พุตด้านบวกและใช้ไอซีเบอร์ LM337
เพื่อคุมค่าแรงดันเอาต์พุตด้านลบโดยมีโวลลุ่ม VR1 ปรับค่าแรงดันเอาต์พุตบวก และ VR2 ปรับค่าแรงดัน
เอาต์พุตลบลักษณะของวงจรแสดงในรูปที่ 5.18
รูปที่ 5.18 วงจรเร็กกูเลเตอร์ปรับค่าได้ ±(1.2 V -33 V) 1.0 A ที่ใช้ LM317/LM337
การทำงานของวงจร มีหม้อแปลง 220V/24 V-0-24 V เพื่อแปลงแรงดัน 220V ให้ต่ำลงและจ่ายให้
วงจรเรียงกระแสแบบบริดจ์ที่ใช้ไดโอด D1 – D4 เบอร์ HER303 ทำให้ได้แรงดันบวกและแรงดันลบ โดยจุด
กึ่งกลางของหม้อแปลง คือจุด 0 V เป็น GND แรงดันบวกจ่ายเข้าอินพุตของ IC1 เบอร์ LM317 ประมาณ +34
V โดยมี C1 เป็นตัวกรองแรงดันและจ่ายแรงดันลบ เข้าที่ขาอินพุตของ IC2 เบอร์ LM337 เอาต์พุตแรงดันบวก
ปรับค่าได้ระหว่าง +1.2 V ถึง +33 V ปรับได้โดย VR1 และแรงดันลบปรับค่าได้ระหว่าง -1.2 V ถึง -33 V
ปรับได้โดย VR2 นี่คือแหล่งจ่ายๆ ไฟฟ้าปรับค่าได้ทั้งบวกและลบ สำหรับไดโอด D5-D6 เป็นตัวป้องกัน IC1
และไดโอด D7-D8 เป็นตัวป้องกัน IC2
147
5.3 ออปแอมป์ (Operational Amplifiers,Op-Amp)
ออปแอมป์เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่เป็นวงจรขยายแรงดัน โดยออปแอมป์มีโครงสร้าง
ภายในเป็นวงจรที่ซับซ้อน ประกอบไปด้วย ตัวต้านทาน, ทรานซิสเตอร์, ตัวเก็บประจุ และไดโอด จำนวนมาก
โดยมีสัญลักษณ์ดังรูปที่ 5.19 แต่เพื่อความง่ายในการศึกษาเบื้องต้นนี้ เราจะแทนออปแอมป์ด้วยวงจรสมมูลดัง
รูปที่ 5.20
Non-inverting terminal
Output
Inverting terminal
รูปที่ 5.19 สัญลักษณ์ของออปแอมป์
Non-inverting terminal
Output
Inverting terminal
รูปที่ 5.20 วงจรสมมูลของออปแอมป์แบบง่าย
ออปแอมป์จะมีขั้วอินพุต(ป้อนเข้า) 2 ขั้ว นั่นคือ ขั้วอินพุตบวกเรียกว่า Non-inverting terminal
และขั้วอินพุตลบเรียกว่า Inverting terminal และขั้วเอาต์พุต(ป้อนออก) 1 ขั้ว
จากวงจรสมมูลของออปแอมป์) ส่วนทางด้านอินพุตของออปแอมป์จะประกอบด้วยตัวต้านทาน RIN
ซึ่งเป็นความต้านทานทางด้านอินพุตของออปแอมป์ โดยจะมีแรงดันตกคร่อมระหว่างขั้วอินพุตบวกและขั้ว
อินพุตลบ เท่ากับ vd ส่วนทางด้านเอาต์พุตจะประกอบด้วยตัวต้านทาน RO เป็นความต้านทานที่มองเข้าไป
ทางขั้วเอาต์พุตของออปแอมป์ และแหล่งจ่ายแรงดันที่ควบคุมด้วยแรงดันที่มีค่าเท่ากับ Avd ค่า A นี้เรียกว่า
อัตราขยายวงเปิด (Open loop gain) ของออปแอมป์
ออปแอมป์แบบอุดมคติ (Ideal Op-Amp)
เพื่อความง่ายในการวิเคราะห์วงจรเราจะกำหนดให้ออปแอมป์เป็นอุดมคติซึ่งจะมคุณสมบัติดังนี้
ี
148
- อัตราขยายวงเปิดมีค่าเป็นอนันต์
- ความต้านทานอินพุตมีค่าเป็นอนันต์
- ความต้านทานเอาต์พุตมีค่าเป็นศูนย์
ุ
รูปที่ 5.21 ออปแอมป์แบบอดมคติ
่
เนื่องจากออปแอมป์ในอุดมคติมีความต้านทานทางด้านอินพุตมีคาเป็นอนันต์ ดังนั้นกระแสที่ไหลเข้า
ทางขั้วอินพุตทั้งสองจึงมีค่าเท่ากับศูนย์
i = 0 , i = 0
1
2
การต่อออปแอมป์เพื่อใช้งานเป็นวงจรขยายเพื่อให้มีเสถียรภาพนั้น เราจะต่อออปแอมป์ให้มีการ
ป้อนกลับแบบลบ (Negative feedback) ซึ่งจะขอไม่กล่าวถึงรายละเอียดเรื่องเสถียรภาพและการป้อนกลับ
แบบลบในที่นี้ แต่สำหรับออปแอมป์แล้วการป้อนกลับแบบลบคือ มีการต่อขั้วเอาต์พุตกลับมายังขั้วอินพุตลบ
ุ
ของออปแอมป์ ซึ่งอาจจะผ่านวงจรหรืออปกรณ์หนึ่งก่อนก็ได้ เมื่อออปแอมป์มีการป้อนกลับแบบลบแล้วจะได้
่
ว่า แรงดันระหว่างขั้วอินพุตของออปแอมป์มีคาประมาณศูนย์คือ
Vd = V2 – V1 ≈ 0
หรืออาจกล่าวได้ว่าแรงดันที่ขวบวกกับแรงดันที่ขั้วลบของออปแอมป์มีค่าเท่ากัน
ั้
V2 = V1
149
ั้
5.3.1 วงจรขยายแบบกลับขว (Inverting Amplifiers)
รูปที่ 5.22 วงจรขยายแบบกลับขั้ว
KCL ที่โนด V
1
แต่ จะได้
หรือ
จะพบว่าวงจรขยายแบบกลับขั้วนี้มีอัตราส่วนของแรงดันเอาต์พุตต่อแรงดันอินพุต (หรือเรียกว่า
อัตราขยาย) มีค่าที่ติดลบ โดยค่าอัตราขยายนี้จะขึ้นกับค่าความต้านทานที่ใช้ในวงจร ส่วนค่าติดลบหมายถึง
การที่เราป้อนสัญญาณอินพุตมีค่าเป็นบวกสัญญาณทางเอาต์พุตจะมีค่าเป็นลบ หรือในทางตรงข้ามถ้าเราป้อน
สัญญาณอินพุตมีค่าเป็นลบสัญญาณทางเอาต์พุตจะมีค่าเป็นบวก
150
5.3.2 วงจรขยายแบบไม่กลับขั้ว (Non-inverting Amplifiers)
รูปที่ 5.23 วงจรขยายแบบไม่กลับขั้ว
KCL ที่โนด :
แต่ จะได้
หรือ
จะพบว่าวงจรขยายแบบไม่กลับขั้วนี้มีอัตราส่วนของแรงดันเอาต์พุตต่อแรงดันอินพุต มีค่าเป็นบวก
โดยค่าอัตราขยายนี้จะขึ้นกับค่าความต้านทานที่ใช้ในวงจร ส่วนค่าที่เป็นบวกหมายถึง การที่เราป้อนสัญญาณ
ิ
ุ
อินพุตมีค่าเป็นบวกสัญญาณทางเอาต์พุตจะมีค่าเป็นบวกด้วย หรือในทำนองเดียวกันถ้าเราป้อนสัญญาณอนพต
มีค่าเป็นลบสัญญาณทางเอาต์พุตจะมีค่าเป็นลบด้วย
151
5.3.3 วงจรตามแรงดัน (Voltage Follower)
ี่
กรณีที่วงจรขยายแบบไม่กลับขั้วกรณีทมีค่า (ลัดวงจร) และ (เปิดวงจร) จะได้วงจรเป็นดังรูปที่ 5.24
โดยวงจรนี้จะมีอัตราขยายเป็น 1 ซึ่งก็คือ นั่นเอง เราจะเรียก วงจรนี้ว่าวงจรตามแรงดันหรือวงจรบัฟเฟอร์
(Buffer)
รูปที่ 5.24 วงจรตามแรงดัน
5.3.4 วงจรขยายผลบวก (Summing Amplifiers)
รูปที่ 5.25 วงจรขยายผลบวก
KCL ที่โนดอินพุตลบของออปแอมป์ :
จะได้
152
ถ้า จะได้
ุ
จะพบว่าวงจรขยายผลบวกมีค่าเอาต์พตเป็นผลบวกของแรงดันอินพุตแต่ละค่า ซึ่งมีอัตราขยายเป็นลบ
ที่มีค่าขึ้นกับค่าความต้านทานที่ใช้ในวงจร
5.3.5 วงจรขยายผลต่าง (Difference Amplifiers)
รูปที่ 5.26 วงจรขยายผลต่าง
KCL ที่โนดอินพุตลบของออปแอมป์ :
KCL ที่โนดอินพุตบวกของออปแอมป์ :
แก้สมการทั้งสองได้
153
ถ้า จะได้
ั
จะพบว่าวงจรขยายผลต่างมีคาเอาต์พุตเป็นผลลบของแรงดันอินพุต ซึ่งมีอตราขยายเป็นลบที่มีค่า
่
ขึ้นกับค่าความต้านทานที่ใช้ในวงจร
154
คิวอาร์โค้ด
แบบทดสอบหลังเรียนหน่วยที่ 5
ใบงานที่ 12 ใบงานที่ 13 ใบงานที่ 14
วีดีโอประกอบการเรียน
155
บรรณานุกรม
• วีระศักดิ์ สุวรรณเพชร. (ตุลาคม 2561). อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร. ครั้งที่ 2. นนทบุรี:
บริษัทศูนย์หนังสือ เมืองไทย จำกัด