หนงั สือสง่ เสริมการอ่าน กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชุด ทอ้ งถ่นิ ยโสธร เล่มที่ ๕
เร่อื งและภาพ : อรพัทธ ศิริแสง
หนังสือส่งเสริมการอ่านมีความสาคัญสาหรับนักเรียนมาก เพราะช่วยหล่อหลอม
ให้นักเรียนเป็นคนดี เสริมสร้างสติปัญญา ความรู้ ความคิด หนังสือส่งเสริมการอ่าน
ช่วยถ่ายทอดเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจาวัน ประเพณีพื้นบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่น
และยังเพมิ่ พูนทักษะการอ่านได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากภาษาที่ดีแล้วยังมีภาพประกอบ
ให้เข้าใจเรื่องราว ความเป็นเหตุเป็นผล พัฒนาความคิดของนักเรียนให้กว้างขวางขึ้น
มีความฉลาดรอบรู้ ช่วยเสริมสร้างจนิ ตนาการ และความคดิ สร้างสรรค์
หนังสือส่งเสรมิ การอ่าน กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชดุ ทอ้ งถิน่ ยโสธร จดั ทาข้ึน
เพ่ือพัฒนาความสามารถด้านการอ่านจับใจความของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖
มีเนื้อเร่ืองเก่ียวกับวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และนิทานพ้ืนบ้านในท้องถิ่น ช่วยให้อ่าน
เขา้ ใจงา่ ย มีภาพประกอบที่สวยงามและสอดคล้องกบั เน้อื เรอื่ ง โดยได้จัดทาทั้งหมด ๕ เล่ม
ประกอบด้วย เล่มท่ี ๑ ลูกชาวนา เล่มที่ ๒ มาลัยบูชา เล่มที่ ๓ เจ้าชายคางคก เล่มท่ี ๔
บุญบ้านเฮา และเล่มท่ี ๕ แสงศรัทธา หนังสือส่งเสริมการอ่านเล่มนี้เป็นเล่มท่ี ๕
แสงศรทั ธา บอกเล่าเรื่องราวประเพณสี าคญั ของหม่บู ้านเล็ก ๆ ในจังหวัดยโสธร ผู้เขียนได้
เรยี บเรยี งเปน็ บทร้อยกรองชนดิ กลอนหัวเดียว เพ่อื ความสนกุ สนานในการอ่าน ใหน้ กั เรียน
ได้เรียนรู้ฉันทลักษณ์ในรูปแบบท่ีต่างไปจากแบบเรียน มีกิจกรรมหลังการอ่านให้นักเรียน
ไดต้ อบคาถามเพ่อื พัฒนาความสามารถด้านการอา่ นจับใจความของนกั เรยี น
ข อ ข อ บ คุ ณ ผู้ มี ส่ ว น เ กี่ ย ว ข้ อ ง ทุ ก ท่ า น ที่ ก รุ ณ า ใ ห้ ค า ป รึ ก ษ า แ ล ะ ค า แ น ะ น า
ทาให้การจัดทาหนังสือส่งเสริมการอ่านชุดน้ี สาเร็จลุล่วงไปด้วยดี หวังเป็นอย่างยิ่งว่า
หนังสือส่งเสริมการอ่าน เล่มท่ี ๕ แสงศรัทธา เล่มน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน ครู
และผู้ทม่ี คี วามสนใจในการอ่านทุกทา่ น
อรพัทธ ศิริแสง
หน้า ก
หนงั สอื ส่งเสริมการอา่ น กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชดุ ทอ้ งถ่ินยโสธร จัดทาข้ึน
เพื่อเป็นสื่อในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้การอ่านจับใจความ สาหรับนักเรียน
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖ ในการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านครูจึงจาเป็นต้องมีความเข้าใจ
ในเรอ่ื งต่อไปน้ี
๑. ศึกษาหลักสูตรและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร เพ่ือให้เข้าใจมาตรฐาน
การเรียนรแู้ ละตวั ชีว้ ดั สมรรถนะ และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงคท์ ่คี วรจะเกิดแก่นกั เรยี น
๒. ศึกษาหนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชุด ท้องถ่ินยโสธร
ทกุ เลม่ แล้ววางแผนจัดการเรยี นรู้
๓. ศึกษาส่วนประกอบของหนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชดุ ท้องถนิ่ ยโสธร ซึ่งมสี ่วนประกอบ ดงั นี้
บทอ่าน นาเสนอโดยผูกเป็นเร่ืองท่ีน่าสนใจ มีตัวละคร เพื่อให้นักเรียน
สนกุ สนานเพลิดเพลนิ สง่ เสรมิ นสิ ัยรักการอ่าน เน้ือเร่ืองสอดแทรกเน้ือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ
วถิ ีชีวิต วฒั นธรรม ประเพณี และนิทานพ้นื บ้านของจงั หวดั ยโสธร
บทอ่านเสริม เรียบเรียงขึ้นให้สอดคล้องกับเน้ือเรื่อง เพ่ือให้ผู้อ่านมีความรู้
ความเขา้ ใจในวิถีชีวติ วัฒนธรรม ประเพณี และนทิ านพน้ื บา้ นของทอ้ งถ่นิ ยโสธรมากย่งิ ข้ึน
กิจกรรมหลงั การอ่าน เป็นส่วนที่ให้นักเรียนได้ฝึกทักษะทางภาษา กิจกรรม
หลังการอ่านจะสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้
และตัวช้ีวัด ในการทากิจกรรมครูต้องชี้แนะให้นักเรียนคิดหาคาตอบโดยการทบทวน
เนอ้ื เรือ่ งท่อี า่ น ฝกึ การเขียนตอบ และการให้เหตุผลจากคาตอบของนักเรยี น
คาแนะนาสาหรับนักเรียน ควรอ่านเน้ือเรื่องคร่าว ๆ ในการอ่านครั้งท่ีหนึ่งก่อน
จึงอ่านอย่างละเอียดในครั้งท่ีสอง จากนั้นให้อ่านบทอ่านเสริมเพื่อเพิ่มเติมความรู้
และความเข้าใจ แล้วคอ่ ยทากจิ กรรมหลงั การอ่าน ในระหวา่ งการทากิจกรรมหลังการอ่าน
หากนักเรียนมีข้อสงสัย สามารถกลับไปอ่านทบทวน และตรวจทานความถูกต้องคาตอบ
ของนักเรียนได้ กิจกรรมหลังการอ่านจะช่วยพัฒนาความสามารถท้ังการอ่าน การเขียน
และการคดิ ทาให้ความสามารถดา้ นการอา่ นจบั ใจความของนกั เรียนสงู ขน้ึ
หนา้ ข
๑. อา่ นเรือ่ ง แสงศรทั ธา แล้วตอบคาถามจากเรือ่ งทอี่ า่ นได้ (K)
๒. บอกความหมายของคาจากเรือ่ งท่อี ่านได้ (P)
๓. เขียนแผนภาพโครงเร่ืองจากเรื่องทีอ่ า่ นได้ (P)
๔. จาแนกข้อเท็จจรงิ และข้อคดิ เห็นจากเรือ่ งท่ีอ่านได้ (P)
๕. เขยี นแสดงความคดิ เหน็ พรอ้ มบอกเหตผุ ลจากความคิดของนกั เรียนได้ (P)
๖. บอกขอ้ คิดที่ไดร้ บั จากเร่อื งทอ่ี า่ นได้ (A)
๗. อธิบายคุณค่าจากเรอื่ งทีอ่ ่านเพอื่ นาไปใชใ้ นชีวิตประจาวันได้ (A)
หนา้ ค
ยา่ งเข้าเดอื นสิบเอด็ อึง ลมหนาวมาถึง พดั ตงึ ทุกที่
ชาวนาย้ิมปร่ี
ต้นขา้ วออกรวงเหลอื งทอง อร่ามเรอื งรอง ไดผ้ ลเต็มท่ี
ปีน้หี ม่บู า้ นของเรา ทุ่งแตป้ ลูกข้าว
หน้า ๑
ทกุ คนยมิ้ แยม้ แจ่มใส เตรยี มตัวเรว็ ไว ใกล้บญุ บ้านนี้
เคยทากันมายาวนาน ออกพรรษาที่ผ่าน เปน็ ประเพณี
เรยี กวา่ “จดุ ไฟตมู กา” เปน็ พทุ ธบชู า ยดึ เหนี่ยวความดี
หนา้ ๒
ขา้ วเม่าสดุ แสนดใี จ วันนี้จะไป เก็บตูมกาน้ี
เอามาสลกั ลวดลาย ไปกบั พช่ี าย ประสานอ้ งพ่ี
ชายทงุ่ ริมนาแถวบา้ น ทกุ วนั เดินผ่าน ตมู กามากมี
หนา้ ๓
จะเกบ็ เอามาปอกเปลอื ก แล้วจะลองเลอื ก หาผลพรอ้ มที่
สลกั ไดเ้ ปน็ ลวดลาย สวยงามหลากหลาย รว่ มงานพรงุ่ น้ี
ข้าวตอกรบี บอกนอ้ งชาย เร่งรีบเร็วไว แดดแรงเตม็ ที
หนา้ ๔
ดูส!ิ น่นั ต้นตูมกา ผลหอ้ ยลงมา เร็วเถอะน้องพี่
ช่วยกนั เกบ็ กลบั บา้ นเรา พี่จะสอนเจา้ สลกั ลายมากมี
ปอกเปลอื กออกใหส้ ะอาด เจาะไส้ในกวาด หมดจดถ้วนถ่ี
หนา้ ๕
จากน้นั น้องวาดลวดลาย เจาะเปน็ รไู ว้ แสงลอดรูนี้
สว่ นบนใหท้ าเชือกรอ้ ย จะนาไปห้อย ใต้ต้นไมท้ ี่
วดั บ้านทงุ่ แต้ของเรา รว่ มงานบญุ เกา่ สืบสานความดี
หนา้ ๖
สบิ หา้ คา่ วนั ออกพรรษา ลุงป้านา้ อา ร่วมประเพณี
ทกุ คนจุดไฟศรัทธา แสงเทียนสอ่ งมา จากตูมกาน้ี
แลว้ นาไปแขวนตน้ ไม้ สว่างเรยี งราย ทว่ั ทั้งธรณี
หนา้ ๗
ทุกคนรว่ มกันสวดมนต์ จิตใจเปยี่ มล้น คณุ งามความดี
แสงเทยี นสอ่ งแสงสวยงาม ผ้คู นล้นหลาม ฟังธรรมวันนี้
สอนให้ละเว้นความช่ัว พ้นจากมดื มวั ธรรมนาชวี ี
หนา้ ๘
ขา้ วเม่ากลบั บ้านสุขใจ ตมู กาแขวนไว้ ส่องแสงรบิ หร่ี
น้องอยากจดุ ไฟตมู กา ทกุ วันเวลา ได้ไหมครบั พี่
พี่บอกทาตามครรลอง ทุกอยา่ งควรตอ้ ง ตามประเพณี
หน้า ๙
เพราะการจุดไฟตมู กา เป็นพทุ ธบชู า คุณค่าตรงนี้
ใหท้ กุ คนมี
มาเถอะไหวพ้ ระก่อนนอน สวดมนตข์ อพร ชวี ติ สุขศรี
สขุ ภาพดมี คี วามสุข ไรโ้ รคไร้ทุกข์
หนา้ ๑๐
บทอ่านเสรมิ
ก า ร จุ ด ไ ฟ ตู ม ก า ใ น วั น อ อ ก พ ร ร ษ า เ ป็ น ป ร ะ เ พ ณี เ ก่ า แ ก่ ท่ี มี ม า น า น
ของชุมชนบ้านทุ่งแต้ หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ในตาบลทุ่งแต้ อาเภอเมืองยโสธร
จังหวัดยโสธร ท่ีสืบทอดต่อกันมาโดยการนาผลตูมกาผลไม้ป่าท่ีมีรูปทรงกลม
คล้ายผลส้ม มีขนาดเท่ากาปั้นหรือโตกว่า มีก้านยาวและมีลักษณะพิเศษ คือ
เปลือกบางโปร่งแสง เมื่อขูดเอาผิวสีเขียวออกคว้านเอาเนื้อและเมล็ดข้างใน
ออกให้หมดแล้วจึงใช้มีดแกะเป็นลวดลายต่าง ๆ ตามความต้องการ หลังจากน้ัน
จดุ เทยี นสอดข้ึนไปจากรูที่เจาะไว้ส่วนล่างของผลตูมกา แสงสว่างจากเปลวเทียน
ก็จะลอดออกมาเปน็ ลวดลายตามรทู เ่ี จาะไว้
คืนวันออกพรรษาชาวบ้านจะจุดเทียนจากท่ีบ้านห้ิวก้านตูมกาไปรวมกัน
ที่วัด แม้จะมีลมพัดเทียนก็จะไม่ดับ เทียนจะหมดก็เปลี่ยนเล่มใหม่ได้ เม่ือไปถึง
ที่วัดก็จะนาไฟตูมกาไปแขวนไว้ตามสถานท่ีที่ทางวัดจัดไว้ เช่น ซุ้มไม้ไผ่ หรือราวไม้
สาหรับแขวนก้านตูมกา หลังจากน้ันชาวบ้านก็จะร่วมกันกล่าวคาบูชาพระรัตนตรัย
และสวดมนตไ์ หวพ้ ระบนศาลาพร้อมกัน
การจุดไฟตูมกาในวันออกพรรษา เช่ือกันว่าเป็นการถวายเป็นพุทธบูชา
พระพุทธเจ้าในโอกาสเสด็จกลับจากสรวงสวรรค์ เน่ืองจากเสด็จไปเทศนา
โปรดพระมารดา ชาวพุทธทั้งหลายจึงร่วมแสดงความปีติยินดีด้วยเครื่องสักการบูชา
คือ การจุดไฟตูมกาแล้วแขวนไว้บูชา เพื่อให้ชีวิตประสบแต่ความสุข สงบ
และความเจริญรุ่งเรอื ง
หน้า ๑๑
กิจกรรมหลังการอ่าน
กจิ กรรมที่ ๑ บอกความหมายของคา
คาสง่ั เลือกคาท่กี าหนดเตมิ ลงในชอ่ งว่างหนา้ ความหมายให้ถูกตอ้ ง
ครรลอง ตมู กา ธรณี
บูชา ประเพณี พรรษา
วันออกพรรษา ศรัทธา อร่าม
เอด็ อึง
๑. หมายถงึ แพรวพราว, สว่างไสว
๒. หมายถึง ความเชือ่ , ความเลอื่ มใส
๓. หมายถงึ การแสดงความเคารพ
๔. หมายถงึ ทาง, แนวทาง, แบบฉบับ
๕. หมายถึง ชอื่ ไมต้ ้นชนดิ หนง่ึ มี ๒ ชนิด
เมลด็ ไมเ่ ป็นพษิ และเมลด็ เปน็ พษิ
๖. หมายถงึ แผน่ ดิน
๗. หมายถึง หน้าฝน
๘. หมายถงึ วนั ท่ีส้นิ สดุ การจาพรรษา
แห่งพระสงฆ์
๙. หมายถึง เอะอะ, อื้อองึ
๑๐. หมายถึง สงิ่ ที่นยิ มประพฤตปิ ฏิบตั สิ ืบกนั มา
จนเป็นแบบแผน
หนา้ ๑๒
กจิ กรรมท่ี ๒ อ่านแลว้ พิจารณา
คาส่ัง ให้นักเรียนพิจารณาวา่ ข้อความท่ีกาหนดสอดคลอ้ งกับเรอื่ งทอ่ี า่ นหรือไม่
โดยทาเครอ่ื งหมาย √ ลงในช่องทก่ี าหนด
ข้อความ สอดคล้อง ไม่สอดคลอ้ ง
๑. การจดุ ไฟตมู กาเปน็ ประเพณขี องทุกหมู่บา้ น
๒. การจดุ ไฟตมู กาเปน็ ประเพณใี นวนั เข้าพรรษา
๓. ขา้ วเม่าไปเกบ็ ผลตมู กาทท่ี งุ่ นาใกล้หมู่บ้าน
๔. ขา้ วเมา่ และข้าวตอกเป็นพี่นอ้ งกัน
๕. ข้าวเมา่ สอนขา้ วตอกแกะสลักผลตูมกา
๖. เหตุทต่ี ้องมกี ารจดุ เทียนเพราะหมู่บ้านน้ีไม่มี
ไฟฟ้าใช้
๗. เมอ่ื จดุ ไฟตมู กาแลว้ จะนาไปแขวนไว้ทต่ี น้ ไม้
ในวัด
๘. ชาวบ้านจุดไฟตูมกาเพอื่ สกั การบชู า
พระพทุ ธเจ้า
๙. วนั ข้นึ ๑๕ ค่า เดือน ๑๑ เปน็ วนั ออกพรรษา
๑๐. การสวดมนต์ และฟังธรรมเทศนาควรปฏบิ ตั ิ
ในวนั ออกพรรษาเทา่ นั้น
หนา้ ๑๓
กิจกรรมท่ี ๓ เขียนแผนภาพลาดบั ความ
คาส่ัง ให้นักเรียนเขียนแผนภาพโครงเรื่องจากเร่อื งแสงศรัทธา
ชื่อเรือ่ ง
ตวั ละคร
สถานท่ี
เหตกุ ารณ์
ผลของเหตกุ ารณ์
หนา้ ๑๔
กจิ กรรมท่ี ๔ อ่านแลว้ ตอบคาถาม
คาสั่ง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามจากเรือ่ ง แสงศรทั ธา
๑. ประเพณจี ุดไฟตูมกาเกดิ ข้นึ ท่ใี ด
...............................................................................................................................
๒. จงบอกช่ือตวั ละครสาคัญในเร่อื ง
...............................................................................................................................
๓. “พทุ ธบูชา” มคี วามหมายอยา่ งไร
...............................................................................................................................
๔. ชาวบ้านจะไปจุดไฟตมู ในสถานท่ใี ด
...............................................................................................................................
๕. หลังจากจดุ ไฟตูมกาแลว้ ทกุ คนจะทากจิ กรรมใดร่วมกนั
..............................................................................................................................
๖. การจดุ ไฟตมู มจี ดุ มงุ่ หมายเพอ่ื อะไร
...............................................................................................................................
๗. การนาผลตมู กามาทาเป็นไฟตูมกามผี ลดอี ย่างไร
...............................................................................................................................
๘. ทาไมจึงไม่ควรจดุ ไฟตมู กาทุกวัน
...............................................................................................................................
๙. จงบอกขน้ั ตอนในการนาผลตูมกามาแกะสลักใหถ้ กู ต้องตามเนอ้ื เรอ่ื ง
..............................................................................................................................
๑๐. จงบอกลกั ษณะสาคญั ของกลอนหวั เดียวจากเรอ่ื ง แสงศรทั ธา
..............................................................................................................................
หนา้ ๑๕
กิจกรรมท่ี ๕ อา่ นแลว้ จาแนกข้อความ
คาสง่ั ให้นกั เรยี นพจิ ารณาวา่ ขอ้ ความท่ีกาหนดเป็นขอ้ เทจ็ จรงิ หรือขอ้ คดิ เหน็
โดยทาเครือ่ งหมาย √ ลงในชอ่ งท่ีกาหนด
ข้อความ ข้อเท็จจริง ขอ้ คดิ เห็น
๑. เคยทากนั มายาวนาน
๒. ออกพรรษาทผ่ี ่านเปน็ ประเพณี
๓. เป็นพุทธบูชายึดเหนีย่ วความดี
๔. จะเก็บเอามาปอกเปลอื ก
๕. จากนัน้ นอ้ งวาดลวดลาย
๖. จติ ใจเป่ียมล้นคุณงามความดี
๗. แลว้ นาไปแขวนตน้ ไม้
๘. สว่างเรียงรายท่ัวทงั้ ธรณี
๙. มาเถอะไหว้พระกอ่ นนอน
๑๐. สขุ ภาพดมี ีความสขุ ไรโ้ รคไรท้ ุกขช์ ีวิตสขุ ศรี
หน้า ๑๖
กิจกรรมท่ี ๖ อา่ นแลว้ เขยี นส่ือความคดิ
คาสง่ั ให้นักเรยี นตอบคาถามพรอ้ มแสดงความคิดเหน็ หรือบอกเหตผุ ลประกอบ
๑. เหตใุ ดชาวบ้านจึงนยิ มนาผลตมู กามาแกะสลักเพือ่ จดุ เทยี นไวข้ ้างใน
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
๒. ประเพณจี ุดไฟตมู กามคี ุณค่าดา้ นศาสนาและสงั คมอยา่ งไร
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
๓. “พีบ่ อกทาตามครรลอง ทกุ อย่างควรตอ้ งตามประเพณี เพราะการจุดไฟตมู กา
เป็นพทุ ธบชู าคุณค่าตรงน”ี้ นักเรียนเห็นดว้ ยกับข้อความนห้ี รอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
๔. เร่ือง แสงศรทั ธา ให้ขอ้ คดิ อยา่ งไร
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
๕. นักเรยี นสามารถนาขอ้ คดิ ของเรอื่ งน้ไี ปใช้ในชวี ติ ประจาวันได้อย่างไร
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
หนา้ ๑๗
ชือ่ นางอรพัทธ ศิรแิ สง
วนั เดอื น ปีเกดิ ๒๙ ธนั วาคม ๒๕๑๔
การศึกษา ปรญิ ญาตรี ครุศาสตรบณั ฑิต วิชาเอกการประถมศึกษา
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏมหาสารคาม
ตาแหนง่ ปรญิ ญาโท ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาไทย
สถานทีท่ างาน มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร
ผลงานระดับชาติ ครู วทิ ยฐานะครูชานาญการพเิ ศษ
ปี ๒๕๕๖ โรงเรียนอนบุ าลยโสธร ตาบลเขื่องคา อาเภอเมอื งยโสธร จงั หวดั ยโสธร
ปี ๒๕๖๐
ได้รบั เครื่องหมายเชดิ ชเู กียรติ “หน่งึ แสนครูดี” คุรุสภา
ปี ๒๕๖๐ ไดร้ ับวุฒิบตั รเป็นผู้ตรวจข้อสอบอตั นยั วิชาภาษาไทย
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๖ มีผลการปฏบิ ัติงาน ดเี ยีย่ ม
ปี ๒๕๖๑ สถาบันทดสอบทางการศกึ ษาแหง่ ชาติ (องคก์ ารมหาชน)
ครผู ู้สอนนกั เรยี น ไดร้ ับรางวลั ระดบั เหรยี ญทอง ชนะเลศิ
ปี ๒๕๖๒ กิจกรรม การแขง่ ขนั ปรศิ นาสรา้ งสรรคว์ รรณคดีไทย
ระดับชัน้ ป.๔-ป.๖ ศลิ ปหัตถกรรมนักเรียนระดบั ชาติ
ปี ๒๕๖๒ ครงั้ ที่ ๖๗ ปีการศึกษา ๒๕๖๐
ไดร้ บั พระราชทานเขม็ เชิดชเู กียรติ รางวลั ผูม้ ผี ลงานดีเด่นสาขาครูภาษาไทย
ประจาปีพุทธศกั ราช ๒๕๖๑ มูลนธิ สิ มาน-คณุ หญงิ เบญจา แสงมลิ
จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ
สยามบรมราชกมุ ารี
ครูผู้สอนนกั เรยี นได้ส่งผลงานและไดร้ บั คัดเลอื กลงพิมพ์ในหนงั สือวนั เดก็ แห่งชาติ
ปี ๒๕๖๒ สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
ไดร้ บั การยกยอ่ งเป็นครภู าษาไทยดเี ด่น
รางวลั เขม็ เชิดชูเกยี รตจิ ารึกพระนามาภิไธยย่อ สธ
ประจาปพี ุทธศกั ราช ๒๕๖๒
ครุ ุสภา
กุลวรา ชูพงศไ์ พโรจน.์ (๒๕๔๕). หนังสือทามอื . กรุงเทพฯ: เอดสิ นั เพรส โพรดักส์.
จนิ ตนา ใบกาซยู .ี (๒๕๔๒). เทคนิคการเขยี นหนังสอื สาหรับเดก็ . กรุงเทพฯ: โรงพิมพค์ รุ ุสภาลาดพร้าว.
ฉววี รรณ คูหาภนิ นั ท์. (๒๕๔๒). การทาหนงั สือสาหรับเด็ก. พิมพ์ครั้งที่ ๔. กรงุ เทพฯ: ศิลปาบรรณาการ.
______. (๒๕๔๕). วรรณกรรมสาหรบั เดก็ . พมิ พ์ครง้ั ที่ ๒. กรงุ เทพฯ: โสภณการพิมพ.์
ถวัลย์ มาศจรสั . (๒๕๓๘). การเขียนหนังสือส่งเสรมิ การอา่ น และ หนงั สอื อา่ นเพิ่มเติม : เทคนคิ และตวั อย่าง.
กรงุ เทพฯ: สานกั พิมพม์ ิตใิ หม.่
______. (๒๕๔๐). การเขยี นหนงั สอื ส่งเสรมิ การอ่านและหนังสืออ่านเพมิ่ เติม. กรุงเทพฯ: เลฟิ แอนด์ลฟิ .
วินยั รอดจ่าย. (๒๕๔๐). การเขียนและจดั ทาหนงั สือสาหรับเดก็ และเยาวชน. พมิ พค์ รั้งท่ี ๓. กรุงเทพฯ:
เลิฟแอนดล์ ิพ.
วิรยิ ะ สริ สิ ิงห. (๒๕๓๔). การเขยี นเร่อื งสาหรบั เดก็ . กรงุ เทพฯ: สุวีรยิ าสาส์น.
สุนนั ทา สนุ ทรประเสริฐ. (๒๕๔๗). การสรา้ งส่ือการสอนและนวตั กรรมการเรียนรู้ สู.่ ..การพัฒนาผู้เรียน.
ราชบุรี: บรษิ ัทธรรมรกั ษก์ ารพิมพ.์
หนา้ ๑๘