แผนบรหิ ารการสอนประจาบทที่ 1
หัวขอ้ เน้อื หาประจาบท
1. เทคโนโลยสี ารสนเทศ
2. ระบบคอมพวิ เตอร์
วัตถุประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
เมอ่ื นกั ศกึ ษาได้ศึกษาจบบทท่ี 1 แลว้ นกั ศึกษามคี วามสามารถดงั ต่อไปน้ี
1. ทราบและเข้าใจความหมายของข้อมูล สารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบ
สารสนเทศได้
2. สามารถบอกประเภทของระบบคอมพวิ เตอร์ได้
3. แบ่งประเภทและลกั ษณะของขอ้ มูลได้
4. ประยุกตใ์ ช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศและระบบสารสนเทศได้
วิธีการสอนและกจิ กรรมการเรยี นการสอนประจาบท
ในรายวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศสาหรับสานักงานอัตโนมัติ ใช้วิธีการสอนและกิจกรรม
การเรยี นการสอน ดังต่อไปน้ี
1. ศึกษาเอกสารประกอบการสอน วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศสาหรับสานักงานอัตโนมัติ
เร่ือง ความรู้เบือ้ งตน้ เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
2. อธิบายและบรรยายประกอบโดยใช้โปรแกรมนาเสนอด้วยคอมพิวเตอร์ (Power
Point) เรอื่ ง ความรู้เบ้อื งต้นเกี่ยวกบั เทคโนโลยีสารสนเทศ
3. จดั กจิ กรรมกลมุ่ ร่วมกนั อภิปรายและซักถามเก่ียวกบั เน้ือหาในบทเรยี น
4. ทาแบบฝกึ ปฏิบัติเกีย่ วกบั เน้อื หาในบทเรียน
5. ทาแบบฝกึ หดั ทา้ ยบท
สื่อการเรยี นการสอน
ในรายวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศสาหรับสานักงานอัตโนมัติ ใช้สื่อการเรียนการสอน
ดังตอ่ ไปนี้
1. เอกสารประกอบการสอนรายวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศสาหรับสานักงานอตั โนมัติ
2. โปรแกรมนาเสนอด้วยคอมพิวเตอร์ (Power Point) เร่ือง ความรู้เบื้องต้นเก่ียวกับ
เทคโนโลยีสารสนเทศ
3. แบบฝึกปฏบิ ัติ
4. แบบฝึกหดั ทา้ ยบท
2
การวัดผลและประเมินผล
ในรายวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศสาหรับสานักงานอัตโนมัติ ใช้เกณฑ์การวัดผลและ
ประเมนิ ผล ดังต่อไปน้ี
1. การทาแบบฝึกปฏิบัติ เรอื่ ง ความรเู้ บือ้ งตน้ เกย่ี วกับเทคโนโลยสี ารสนเทศ
2. การทาแบบฝกึ หดั ท้ายบท เร่อื ง ความรู้เบ้ืองต้นเกยี่ วกบั เทคโนโลยีสารสนเทศ
3. การต้งั ใจและการมสี ่วนรว่ มของผู้เรียน
บทท่ี 1
ความรเู้ บ้อื งต้นเกี่ยวกบั เทคโนโลยีสารสนเทศ
ปัจจุบันแนวโน้มในการนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพใน
การทางานและสง่ เสริมใหก้ ารดารงชีวติ ของมนุษยม์ ีความสะดวกสบายมากข้ึน มนษุ ย์นาเทคโนโลยีมา
ใช้ประโยชน์ท้ังในทางตรงและทางอ้อมในหลาย ๆ ด้าน อาทิเช่น งานประชาสัมพันธ์ธุรกิจบริการ
การศึกษาวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม ทั้งในหน่วยงานของรัฐและเอกชนแสดงให้เห็นถึง ยุคของ
สังคมข่าวสารท่ีสามารถกระจายข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว โดยมีเทคโนโลยีสารสนเทศเป็น
เคร่ืองมือ อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากการเข้าถึงข้อมูลเหล่าน้ี มีผลกระทบต่อ
การปรับตัวทางสังคมของมนุษย์เช่นกัน ซึ่งพบว่ามนุษย์ในอนาคตสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
ดังเช่น เดก็ สมัยใหมท่ ส่ี ามารถเรยี นร้วู ิธกี ารใชง้ านโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เนท็ เทคโนโลยีใด ๆ
ได้ โดยไม่จาเป็นต้องมีผู้แนะนา ดังน้ัน หากต้องใช้งานเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ก็น่าจะเกิด
คุโณปการจากเทคโนโลยีเหล่านั้นได้ แต่ในทางกลับกันหากใช้ในทางท่ีผิดก็มีโทษเช่นกัน ดังกรณี
ตวั อยา่ ง ของข่าวสารที่ได้รบั ในปัจจบุ ันที่มีท้ังคุณและโทษเทคโนโลยี คือ ส่งิ ทีม่ นุษย์พัฒนาขึ้นไม่ว่าจะ
เป็นสิ่งท่ีจับต้องได้หรือไม่ได้ เพ่ือเพ่ิมความสามารถในการทางาน แก้ปัญหาหรือช่วยอานวยความ
สะดวกในลักษณะแบบใดแบบหนึ่งให้ดีขึ้น ดังตัวอย่างของเทคโนโลยีท่ีประยุกต์ใช้ จากการนาความรู้
การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์มาประดิษฐ์เป็นเคร่ืองมือเครื่องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมี
เทคโนโลยีดา้ นต่าง ๆ อกี มากมายทที่ าให้ชวี ิตดีขึ้น ซงึ่ ล้วนเกีย่ วข้องกับปัจจัยส่ี คือ อาหาร ทอ่ี ยู่อาศัย
เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค หรือเทคโนโลยีในด้านอ่ืน ๆ ท่ีมีผลต่อการดาเนินชีวิตของมนุษย์ส่วนใหญ่
ไม่ว่าจะเปน็ เทคโนโลยียานยนตพ์ ลังงานอวกาศ เป็นต้น
เทคโนโลยสี ารสนเทศ
ปัจจุบันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสารสนเทศ มีการเติบโตอย่าง
รวดเร็ว ซ่ึงมนุษย์ทุกคนจาเป็นต้องมีการปรับตัวและเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นต่อการนาไปใช้งาน
สาหรับชีวิตประจาวันได้ และต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้งานได้ท้ังภายใน
และภายนอกองค์กร เพื่อให้เกิดความสะดวกและใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับงานท่ีมีอยู่ในปัจจุบัน
โดยรายละเอยี ดขอ้ มูลมดี ังน้ี
ข้อมูล (Data) มาจากรากศัพท์ภาษาลาตินว่า “datum” หมายถึง ข้อเท็จจริงใด ๆ ท่ียัง
ไมถ่ ูกประมวลผล ข้อมูลอาจเป็นตวั อักษร ข้อความ ตวั เลข รปู ภาพ เสียง และวดี ีโอ เป็นองค์ประกอบ
ท่ีสาคัญในการทางานของคอมพิวเตอร์ จะเก่ียวข้องกับข้อมูลต้ังแต่การนาข้อมูลเข้าและประมวลผล
ข้อมูลท่ีสามารถใช้ประโยชน์ต่อได้ สาหรับกรณีของฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ เมื่อเสียหายแล้วอาจจะ
หาซื้อมาใหม่เพื่อทดแทนของเดิมได้ แต่ข้อมูลเมื่อสูญหายแล้วยากท่ีจะนากลับคืนมาใหม่ได้ท้ังหมด
โดยข้อมลู ที่ใชก้ บั คอมพวิ เตอร์จะถกู แปลงรูปแบบหรือสถานะให้คอมพวิ เตอร์เข้าใจก่อน จึงจะสามารถ
นาไปประมวลผลต่าง ๆ ได้ สถานะหรือรูปแบบน้ี เรียกว่า สถานะแบบดิจิทัล จะมีเพียง 2 สถานะ
เท่าน้ัน คือ เปิด (1) และ ปิด (0) เหมือนกับหลักการทางานของไฟฟ้า หน่วยวัดปริมาณจุข้อมูล ซึ่ง
คอมพิวเตอรส์ ามารถเขา้ ใจข้อมูลได้ กต็ ่อเมอ่ื มกี ารแปลงใหอ้ ยู่ในรูประบบเลขฐานสองแล้ว ดงั นัน้ เมื่อ
4
จะวัดปริมาณของข้อมูล จึงต้องอ้างอิงโดยใช้ระบบเลขฐานสองเป็นหลักและมีหน่วยเป็น ไบต์ (Byte)
ซ่งึ อาจเทยี บได้กับตัวอกั ษร 1 ตัว แตใ่ นการทางานจริงนั้นคอมพิวเตอร์จะต้องคิดคานวณหน่วยความจุ
เป็นจานวนมาก ดังนั้นจึงมีการกาหนดหน่วยความจุข้อมูลท่ีมีขนาดใหญ่ข้ึนมาอีก เช่น กิโลไบต์
(Kilobyte) เมกะไบต์ (Megabyte) กกิ ะไบต(์ Gigabyte) หรือ เทราไบต์ (Terabyte) เป็นตน้
สารสนเทศ หมายถึง ข้อมลู ทม่ี ีสาระอยู่ในตัว สามารถสอ่ื ความหมายให้เกิดการเข้าใจกับผู้
ที่ต้องการใช้ข้อมูลน้ัน และสามารถท่ีจะนาไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้ การท่ีจะได้มาซ่ึงสารสนเทศที่
ตอ้ งการน้ันจะตอ้ งนาข้อมลู ทเี่ กยี่ วข้องกบั เรื่องท่สี นใจมาทาการประมวลผลเสียก่อน โดยขอ้ มลู ทนี่ ามา
ประมวลผลนนั้ อาจจะมาจากแหลง่ ข้อมูลทง้ั ภายในหรอื ภายนอกองคก์ าร
เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) มาจากคาว่า “เทคโนโลยี” รวมกับ
คาว่า “สารสนเทศ” “เทคโนโลยี” หมายถึง สิ่งที่มนุษย์พัฒนาข้ึน เพ่ือช่วยในการทางานหรือ
แก้ปัญหาต่าง ๆ เข่น อปุ กรณ์ เครอ่ื งมอื เครือ่ งจกั รวัสดุ หรอื แม้กระทง่ั ส่งิ ที่จบั ตอ้ งไม่ได้ เช่น ระบบ
หรอื กระบวนการต่าง ๆ เพอื่ ให้การดารงชีวติ ของมนุษยง์ า่ ยและสะดวกย่งิ ข้ึน “สารสนเทศ” หมายถงึ
ข้อมูล ข้อเท็จจริง ข่าวสาร ความรู้ ที่ได้มีการบันทึก ประมวลหรือดาเนินการด้วยวิธีใดๆไว้ และ
สามารถนาไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ท้ังส่วนบุคคลและสังคม ดังน้ัน จึงกล่าวได้ว่า เทคโนโลยี
สารสนเทศ หมายถึง การนาเอาเทคโนโลยีมาใช้สร้างมูลค่าเพ่ิมให้กับสารสนเทศ ทาให้สารสนเทศมี
ประโยชน์ และใชง้ านได้กว้างขวางมากข้นึ เทคโนโลยีสารสนเทศรวมไปถงึ การใช้เทคโนโลยดี า้ นตา่ ง ๆ
ทจ่ี ะรวบรวม จัดเกบ็ ใช้งาน สง่ ตอ่ หรือสอื่ สารระหว่างกัน เทคโนโลยสี ารสนเทศเกีย่ วข้องโดยตรงกับ
เคร่ืองมือเคร่ืองใช้ในการจัดการ สารสนเทศ ซึ่งได้แก่ เคร่ืองคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์รอบข้าง
ข้ันตอน วิธีการดาเนินการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ เก่ียวข้องกับตัวข้อมูล เก่ียวข้องกับบุคลากร
เก่ียวข้องกับกรรมวิธีการดาเนินงานเพื่อให้ข้อมูลเกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากน้ีแล้วยังรวมไปถึง
โทรทัศน์ วิทยุ โทรศพั ท์ โทรสาร หนงั สอื พมิ พ์ นิตยสารตา่ งๆ ฯลฯ
1. องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ
ระบบสารสนเทศนน้ั ประกอบด้วย 5 ส่วนหลักๆ ได้แก่ บุคลากร ขั้นตอนการทางาน
ซอฟต์แวร์ ฮารด์ แวร์ และขอ้ มูล
1.1 บุคลากร (People) เป็นองค์ประกอบที่สาคัญ เพราะบุคลากรท่ีมีความรู้
ความสามารถ และเข้าใจวิธีการในการดาเนินการ และจัดการเกี่ยวกับสารสนเทศท้ังหมด บุคลากรจึง
ต้องมคี วามรู้ความเขา้ ใจในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
1.2 ข้ันตอนการปฏิบัติ (Procedures) หมายถึง ระเบียบวิธีการปฏิบัติงานในการ
จัดเก็บรักษาข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่จะทาให้เป็นสารสนเทศได้ เช่น การกาหนดให้มีการป้อนข้อมูล
ทกุ วนั การปรับปรงุ แกไ้ ขขอ้ มูลให้ถูกต้องอยเู่ สมอ
1.3 ฮาร์ดแวร์ (Hardware) เป็นอุปกรณ์ท่ีประมวลผลข้อมูลเพื่อสร้างข้อมูล
สารสนเทศ ซึ่งประกอบด้วยคีย์บอร์ด เมาส์ จอภาพ หน่วยระบบ และอุปกรณ์อื่นๆ เครื่อง
คอมพิวเตอรห์ รอื ฮาร์ดแวรจ์ ะถูกควบคุมโดยซอฟตแ์ วร์เป็นเคร่ืองมือท่ีชว่ ยในการจดั การสารสนเทศ
1.4 ซอฟต์แวร์ (Software) หรือโปรแกรมในระบบคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วย
ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) และซอฟท์แวร์แอพพลิเคช่ัน (Application Software) เป็น
5
ชุดคาส่ังที่เรียงเป็นลาดับข้ันตอนมีหน้าที่สั่งให้เคร่ืองคอมพิวเตอร์ทางานตามวัตถุประสงค์ และ
ประมวลผลเพอื่ ใหไ้ ดส้ ารสนเทศทตี่ ้องการ
1.5 ขอ้ มูล (Data) ข้อเทจ็ จริง หรอื เร่ืองราวท่ีเก่ียวข้องกบั บุคคล วตั ถหุ รือสถานท่ี
ขอ้ มูลมีความสาคัญอย่างย่งิ เพราะใช้เป็นเครื่องชว่ ยในการวางแผนงานการบรหิ ารจัดการ ดงั นนั้ ข้อมูล
จะต้องมีความถูกต้อง มีความเที่ยงตรง สามารถเช่ือถือได้ มีความเป็นปัจจุบัน สามารถตรวจสอบได้
และมีความสมบูรณ์ชัดเจน
ข้อมูล บุคลากร
ซอฟต์แวร์ ขน้ั ตอนการ
ปฏบิ ตั ิ
ฮารด์ แวร์
ภาพท่ี 1.1 องคป์ ระกอบของระบบสารสนเทศ
ระบบคอมพวิ เตอร์
คาว่า “คอมพิวเตอร์” หมายถึง เคร่ืองมือทางอิเล็กทรอนิกส์ท่ีมีความสามารถด้านการ
ประมวลผลตามแบบหรือคาส่ังได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง โดยการทางานของคอมพิวเตอร์ต้องอาศัย
องค์ประกอบหลาย ๆ อย่างร่วมกันเรียกว่า “ระบบคอมพิวเตอร์” หมายถึง การทางานร่วมกันของ
องค์ประกอบต่าง ๆ สาหรับคอมพิวเตอร์เพ่ือให้สามารถประมวลผลได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ซ่ึง
ประกอบด้วยส่วนประกอบที่สาคัญ 3 ส่ิงคือ ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Software) และ
บุคลากร (People) มรี ายละเอยี ด ดงั นี้
1. ฮารด์ แวร์ (Hardware)
ฮาร์ดแวร์เป็นอุปกรณ์ท่ีจับต้อง สัมผัส และสามารถมองเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม
ฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์จะมีท้งั ท่ีติดตัง้ อยภู่ ายในตวั เคร่ืองคอมพิวเตอร์ (เช่น ซพี ยี ู เมนบอรด์ แรม)
และที่ติดตั้งอยู่ภายนอกเคร่ืองคอมพิวเตอร์ (เช่น คีย์บอร์ด เมาส์ จอภาพ เคร่ืองพิมพ์) ซ่ึงส่วนใหญ่
แล้วจะผลิตมาจากบริษัทที่มีความชานาญทางด้านนี้ โดยสามารถแบ่งเป็นส่วนประกอบต่าง ๆ ได้
ทงั้ หมด 4 สว่ น ดังภาพท่ี 1.2
หน่วยรับข้อมูล หน่วยประมวลผลกลาง 6
หน่วยแสดงผลข้อมลู
หนว่ ยความจา
ภาพที่ 1.2 องค์ประกอบฮารด์ แวร์
ฮาร์ดแวรท์ ่ีสาคญั กบั ระบบคอมพวิ เตอร์ แบง่ เปน็ 4 ประเภทใหญ่ ๆ คอื
1.1 อุปกรณ์นาเข้า (Input Device) เป็นอุปกรณ์ที่คอยตอบสนองการสั่งงานจาก
ผู้ใช้ โดยจะรบั เอาข้อมูลหรือชดุ คาส่ังเขา้ ไปในเครื่อง เพอื่ ใหค้ อมพิวเตอร์นาไปประมวลผลต่อไปได้ ซง่ึ
อาจเป็นตัวลข ตัวอักษร ภาพกราฟิก เสียง หรือวีดีโอ เป็นต้น ใช้สาหรับป้อนข้อมูลเข้าสู่ระบบ
คอมพิวเตอร์ เช่น คีย์บอร์ด เมาส์ ไมโครโฟน และเคร่ืองสแกน กล้องดิจิทัล เป็นต้น ซึ่งมีหลาย
ประเภท ดังตัวอย่างต่อไปนี้
เมาส์ จอสัมผสั
(Mouse) (Touch Screen)
สแกนเนอร์
(Scanner)
อุปกรณ์นาเขา้ ปากกาป้อนข้อมลู
ข้อมลู (Pen/Stylus)
กล้องดจิ ิทัล เว็บแคม
(Digital Camera) (Web Cam)
ไมโครโฟน
(Microphone)
ภาพท่ี 1.3 อปุ กรณน์ าเข้าข้อมลู ประเภทต่าง ๆ
1.2 อุปกรณ์ประมวลผล (Process Device) ใช้สาหรับประมวลผลตามคาส่ัง เช่น
หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) แผงวงจรหลักและหน่วยความจาหลัก
7
Zen 3 (2018-2020) Ryzen R1000 (2018-2020) i3-9100T–i9-9900T (2018-2020)
ภาพท่ี 1.4 อปุ กรณ์ประมวลผล
ท่มี า: หนว่ ยประมวลผลกลาง. ออนไลน.์ 2562.
1.3 อุปกรณ์แสดงผล (Output Device) ใช้สาหรับแสดงผลลัพธ์การทางานของ
คอมพิวเตอร์ เช่น จอภาพ เครอื่ งพมิ พ์ และลาโพง
(1) จอภาพ (2) เครื่องพมิ พ์ (3) ลาโพง
ภาพที่ 1.5 อปุ กรณ์ประมวลผล ไดแ้ ก่ จอภาพ เครือ่ งพิมพ์ ลาโพง
ทม่ี า: จอภาพ เคร่ืองพิมพ์ ลาโพง. ออนไลน.์ 2562.
1.4 อุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Storage Device) ใช้สาหรับเก็บบันทึกข้อมูล เช่น
ฮารด์ ดสิ ก์ Flash Drive, Memory Card และเครอื่ งบนั ทึกแผ่น CD/DVD
(1) ฮาร์ดดสิ ก์ (2) Flash Drive (3) Memory Card (4) เคร่ืองบนั ทึกแผ่น CD/DVD
ภาพที่ 1.6 อปุ กรณ์บนั ทกึ ข้อมูล ไดแ้ ก่ ฮาร์ดดิสก์ Flash Drive, Memory Card และเครื่องบันทึก
แผ่น CD/DVD
ที่มา: ฮารด์ ดิสก์ Flash Drive Memory Card เคร่อื งบนั ทึกแผน่ CD/DVD. ออนไลน์. 2562.
2. ซอฟตแ์ วร์ (Software)
ซอฟต์แวร์ คือ ชุดคาสั่งเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทางาน ซึ่งจะเขียนข้ึนโดยนักเขียน
โปรแกรม(Programmer) หรือบางทีก็เรียกว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Developer) โดย
ซอฟต์แวร์เป็นองค์ประกอบท่ีเป็นนามธรรมไม่สามารถจับต้องได้เหมือนอย่างฮาร์ดแวร์ แต่ระบบ
8
คอมพิวเตอร์ไม่สามารถทางานได้ หากปราศจากชุดคาสั่งที่เขียนไว้เหล่านี้ ซ่ึงซอฟต์แวร์แบ่งออกได้
เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ด้วยกนั คือ ซอฟต์แวรร์ ะบบและซอฟต์แวรป์ ระยกุ ต์
2.1 ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) เป็นซอฟต์แวร์ท่ีทาหน้าท่ีควบคุม
ระบบการทางานของเคร่ืองคอมพิวเตอร์ ได้แก่ ระบบปฏิบัติการหรือ OS (Operating System) เช่น
ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ (Windows) ลินุกซ์ (Linux) เอ็นดรอย (Android) ไอโอเอส (iOS) เป็นต้น
ระบบปฏิบัติการจะทาหน้าที่ควบคุมการทางานของระบบคอมพิวเตอร์โดยรวมทั้งหมด ถ้าหากมีการ
ติดต้ังหรือเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ทางด้านฮาร์ดแวร์ใด ๆ เข้าไป ระบบปฏิบัติการจะทาหน้าที่ในการ
ตรวจสอบและช่วยให้การทางานที่เก่ียวข้องน้ันราบร่ืนมากท่ีสุด และรวมถึงการตรวจสอบรายง าน
ความผิดพลาดเกีย่ วกบั ระบบการกาหนดสทิ ธใ์ิ ห้ใชง้ าน และหนา้ ท่ตี า่ ง ๆ เกีย่ วกบั การจัดการไฟล์
ภาพที่ 1.7 ซอฟตแ์ วร์ระบบ (System Software)
2.2 ซอฟตแ์ วรป์ ระยุกต์ (Application Software) เป็นซอฟต์แวร์ที่สามารถติดต้ัง
ได้ในภายหลังจากการติดตั้งระบบปฏิบัติการแล้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและการประยุกต์ใช้
งานเป็นหลัก โดยปกติจะมุ่งใช้กับงานเฉพาะด้าน เช่น งานด้านบัญชี งานด้านเอกสาร งานควบคุม
สนิ คา้ คงคลัง เปน็ ตน้ นอกจากนยี้ งั สามารถเขยี นโปรแกรมเพ่ือใช้งานเองได้เพ่ือใหเ้ กดิ ความเหมาะสม
กบั งานและประยุกต์ใช้งานได้ตรงเฉพาะงานในตาแหน่งหน้าทง่ี านในองค์กร
ภาพท่ี 1.8 ซอฟต์แวรป์ ระยุกต์
3. บคุ ลากร (People)
บุคลากร หมายถึง มีบทบาทและหน้าที่สาคัญต่อการสร้างความสาเร็จและความ
ล้มเหลวให้แก่องค์กรได้ทุกเม่ือ บุคลากรในระบบสารสนเทศ ประกอบด้วย บุคคลในตาแหน่งงานต่าง
ๆ โดยแบง่ ออกเปน็ 3 ประเภท คือ ผใู้ ช้ทวั่ ไป ผเู้ ชี่ยวชาญ และผู้บรหิ าร ซึง่ แตล่ ะตาแหน่งจะมีบทบาท
หน้าที่ความรับผดิ ชอบที่แตกต่างกัน เช่น นักวิเคราะห์ระบบ โปรแกรมเมอร์ ผู้บริหารฐานข้อมูล และ
ผ้ใู ชป้ ลายทาง เป็นต้น
9
เทคโนโลยดี ิจิทลั
สาหรับการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศในปจั จบุ นั ไดม้ กี ารพฒั นาในยคุ การสื่อสารไร้พรมแดน
โดยผู้ใช้สามารถโอนเงินให้กันได้ง่ายขึ้น โดยผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือแทนที่จะต้องเดินทางไปทา
รายการท่ีธนาคารหรือตู้เอทีเอ็ม การจองต๋ัวภาพยนตร์หรอื ตั๋วเคร่ืองบนิ ผ่านสมาร์ทโฟน หรือการจ่าย
สนิ ค้าบนอนิ เทอร์เนท็ โดยระบบสานกั งานยคุ ใหม่ทน่ี าเอาคอมพิวเตอร์มาใชจ้ ัดการเอกสาร มี
การเช่ือมโยงข้อมูลถึงกันหลายสาขา พนักงานที่เก่ียวข้องสามารถแลกเปล่ียนข้อมูลเพื่อ
ตัดสินใจและดาเนินงานได้อย่างทันทีหรือในการใช้งานในบ้าน สามารถส่ังให้เครื่องใช้ไฟฟ้าท่ีบ้าน
ทางานผา่ นมอื ถือ ในขณะท่ีเรายงั อยู่ที่อ่นื ได้ สิ่งเหล่านี้ลว้ นแสดงใหเ้ หน็ ว่าเทคโนโลยีคอมพวิ เตอร์และ
สารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทในยุคน้ี ซ่ึงปรากฏการณ์ข้างต้นมีแง่ดีของการรับและส่งต่อข้อมูลได้
รวดเร็ว ทันเหตุการณ์ แต่ในทางตรงข้ามข้อมูลข่าวสารมีเพิ่มมากมายโดยปราศจากการกล่ันกรอง
ที่มากพอ ดังน้ัน จึงต้องสร้างความตระหนัก ในการนาไปใช้ของเทคโนโลยีในปัจจุบันและอนาคตเพ่มิ
มากขนึ้ จากทกั ษะและความเขา้ ใจของการใชเ้ ทคโนโลยใี นยุคน้ี
1. ความหมายเทคโนโลยีดิจิทลั
หมายถงึ การพัฒนาประเทศให้กา้ วสยู่ ุคดจิ ทิ ัลไทยแลนด์ หรือเข้าส่ยู ุค 4.0 โดยในยุค
เร่ิมต้นเป็นการใช้งานของอินเทอร์เน็ท เป็นช่วงเวลาท่ีกิจกรรมและการดาเนินชีวิตของผู้คนเปลี่ยน
จากออฟไลน์เป็นออนไลน์มากขึ้น เช่น การส่งอีเมล การใช้โซเชียลมิเดีย ยุคแห่งข้อมูลและบิ๊กดาต้า
ยุคแห่งความฉลาดของอุปกรณ์ การกาเนิดของเว็บไซต์ท่ีทาให้เข้าถึงทุกอย่างได้ง่ายและท่ัวถึงและทัว่
โลก
วรรณภา จันทร์สะอาด, 2562 กล่าวว่า เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology)
หมายถึง ทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital literacy หมายถึง ทักษะในการนา
เครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ในปัจจุบัน อาทิ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ แท็บเลต
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และสื่อออนไลน์ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการส่ือสาร การปฏิบัติงาน
และการทางานร่วมกัน หรือใช้เพื่อพัฒนากระบวนการทางาน หรือระบบงานในองค์กรให้มีความ
ทันสมัยและมีประสิทธภิ าพ
2. การแบง่ ยคุ ของดิจทิ ัล
ประกอบด้วยดิจิทัลไทยแลนด์ 4 ยุค คือ ยุคบกุ เบกิ ของการทากจิ กรรมออนไลน์ เช่น
อีเมล เว็บไซต์ ยุคสังคมออนไลนน์ ผู้บริโภคเร่ิมสร้างเครือข่าย เพื่อการส่ือสาร ยุคข้อมูลและ
แอพพลิเคช่ันบนสมาร์ทโฟน ให้ความสะดวกสบายกับผู้บริโภค และยุคดิจิทัล ลดบทบาทของมนุษย์
เพ่ิมความฉลาดให้กับเทคโนโลยี มีรายละเอียดดังนี้ (WICE Logistics Public Company Limited.
ออนไลน์. 2562).
2.1 ดิจิทัล 1.0 เปิดโลกอินเทอร์เน็ท ในยุคน้ีเร่ิมต้นของอินเทอร์เน็ทเป็นช่วงเวลา
ที่กิจกรรมและการดาเนินชีวิตของผู้คนเปลี่ยนจากออฟไลน์ (offline) มาเป็นออนไลน์ (online) มาก
ข้ึน เช่น การส่งจดหมายทางไปรษณีย์ก็เปล่ียนมาเป็นการส่งอีเมล์ E-mail และอีกหน่ึงตัวอย่างที่เห็น
ไดช้ ัด คอื การถือกาเนิดของเวบ็ ไซต์ ทาให้ผ้คู นสามารถเข้าถึงทกุ อย่างไดง้ ่ายข้ึนและทว่ั ถึง การอพั เดท
รวดเรว็ ตลอด 24 ช่วั โมง การเปล่ยี นแปลงครัง้ นี้ได้สง่ ผลกระทบคร้ังใหญ่และเปน็ วงกวา้ ง มกี ารดาเนิน
10
กิจกรรมสะดวกและรวดเร็ว เริ่มมีกิจกรรมเชิงพาณิชย์และโฆษณาผ่านเครื่องมือออนไลน์เสมือนกับมี
หนา้ รา้ นที่ทุกคนบนโลกสามารถมองเหน็ กนั ไดง้ ่ายข้นึ
2.2 ดิจทิ ัล 2.0 ยคุ โซเชียลมีเดยี ต่อยอดจากยคุ 1.0 จะเป็นยุคทผี่ ู้บรโิ ภคเร่มิ สร้าง
เครือข่ายติดต่อส่ือสารกันในโลกออนไลน์ เครือข่ายสังคม (Social Network) นี้ เริ่มจากการพูดคุย
หรือแชทกับเพื่อน สมาคม กลุ่มเล็ก ๆ ของผู้คนท่ีต้องการความสะดวกสบายในการติดต่อสื่อสาร จุด
เล็ก ๆ นี้ เริ่มพัฒนาและขยายวงกว้างไปสู่การดาเนินกิจกรรมในเชิงธุรกิจ โดยนักธุรกิจส่วนใหญ่มอง
ว่าโซเชยี ลมีเดยี (Social Media) เปน็ เคร่อื งมอื เช่อื มต่อและสรา้ งเครือข่ายทางธุรกจิ ได้เปน็ อย่างดีด้วย
การคลิกเพียงคร้ังเดียว อีกทั้งยังช่วยในการพัฒนาแบรนด์ (Brand) วัดผลการดาเนินงานของธุรกิจ
ส่งเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ เสมือนว่า Social Media เปน็ กระบอกเสียงและเวทีเสนองานแก่นักธุรกิจ
สูส่ ายตาชาวโลกเปน็ อยา่ งดี เคร่อื งมือโซเชียลยงั สามารถเป็นอานาจ ในการตอ่ รองของผู้บริโภคท่ีกาลัง
ตัดสินใจเลือกสินค้าและบริการ เนื่องจากมีตัวเลือกและร้านค้าให้เห็นมากขึ้นอีกด้วยกิจกรรมสะดวก
และรวดเรว็ เร่ิมมกี ิจกรรมเชิงพาณชิ ย์และโฆษณาผ่านเครื่องมือออนไลน์เสมือนกับมหี น้าร้านท่ีทุกคน
บนโลกสามารถมองเหน็ กนั ได้งา่ ยข้ึน
2.3 ดิจิทัล 3.0 ยุคแห่งข้อมูลและบ๊ิกดาต้า ยุคแห่งการใช้ข้อมูลท่ีวิ่งเข้าออกเป็น
ล้าน ๆ ดาต้าให้เป็นประโยชน์ การเติบโตของโซเชียลมีเดยี และอีคอมเมิรซ์ จากยุค 2.0 ทาให้เกิดการ
ขยายของข้อมูลอย่างมหาศาล ทุกแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็นสื่อโซเชียล เว็บเบราวเซอร์ หรือแม้แต่
ธุรกิจอย่างธนาคาร โลจิสติกส์ ประกันภัย ต่างมีข้อมูลเข้าออกเป็นจานวนมากในแต่ละวัน และเริ่มมี
การนาข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ข้อมูลถูกนามาประมวลผล จับสาระ วิเคราะห์ถึงความ
ต้องการของผบู้ รโิ ภค เพอ่ื สร้างสินค้าและบริการที่สามารถตอบสนองโจทยข์ องลกู คา้ ได้ ทุกองคก์ รต่าง
เหน็ ความสาคญั ของการนาบิ๊กดาต้ามาใช้ให้เกิดประโยชนส์ ูงสดุ แต่การนาบก๊ิ ดาต้ามาตอบสนองอย่าง
เรียลไทม์น้ัน จาเป็นต้องมีระบบคลาวด์ Cloud Computing มาช่วยอานวยความสะดวก จัดเก็บ
ข้อมูล เลือกทรัพยากรตามการใช้งาน และทาให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลบนคลาวด์จากท่ีใดก็ได้ ผู้ใช้
ทุกคนสามารถเข้าถึงระบบ ข้อมูลต่าง ๆ ผ่านอินเตอร์เน็ต สามารถจัดการ บริหารข้อมูล และแบ่งปนั
ข้อมูลกับผู้อื่น (Shared Services) ลดต้นทุนและลดความยุ่งยากเพื่อโฟกัสกับงานหลกั เพ่ิมความเร็ว
ในการบริการและการทาธุรกิจได้มากข้ึน บิ๊กดาต้าสามารถนามาต่อยอดโดยการคิดค้น เฟ้นหา และ
ประยุกต์ใช้ข้อมูลน้ัน พัฒนาเป็นแอพลิเคช่ัน Application ที่ให้ความสะดวกสบายแก่ผู้บริโภคผ่าน
ทางสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตอีกด้วย
2.4 ดิจิทัล 4.0 ยุคแห่งเทคโนโลยีมันสมอง ยุคที่ความฉลาดของเทคโนโลยีจะทา
ให้อุปกรณ์ต่าง ๆ สื่อสารและทางานกันเองได้อย่างอัตโนมัติ เทคโนโลยีในสามยุคแรกท่ีกล่าวไป
เปรียบเสมือนเป็นแขน ขา ให้แก่มนุษย์ เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเหลือ อานวยความสะดวก คานวณ
ประมวลผลให้มนุษย์ มีแขน ขา แต่ไม่มีสมองเป็นของตัวเอง ในยุค 4.0 เทคโนโลยีถูกนามาพัฒนาต่อ
ยอด เพื่อลดบทบาทของมนุษย์ และเพิ่มศักยภาพของมนุษย์ในการใช้ความคิด เพื่อข้ามขีดจากัด
สร้างสรรค์พัฒนาสง่ิ ใหม่ ๆ โดยจะใช้ช่ือยุคน้ีว่าเป็นยุค Machine-to-Machine เช่น สามารถเปิด-ปิด
หรือส่ังงานอ่ืน ๆ กับเคร่ืองใช้ไฟฟ้าในบ้านตัวเองผ่านแอพลิเคชั่นโดยไม่ต้องเดินไปกดสวิตช์ หรือ
ตัวอย่างท่ีถูกนามาใช้งานจริงแล้วอย่างการพูดคาว่า “แคปเจอร์” กับแอพถ่ายภาพในสมาร์ทโฟน
โทรศัพท์ก็จะถ่ายรูปให้อัตโนมัติ โดยท่ีไม่ต้องกดถ่ายด้วยซ้า หรือแม้แต่เทคโนโลยีจาลองสถานการณ์
11
(Simulation) เพ่ือฝึกอบรมพนักงาน วางแผนสถานการณ์โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปถึงสถานท่ีจริง หรือ
เป็นส่อื การเรยี นรูแ้ บบมีปฏิสัมพันธก์ บั ผใู้ ช้ (Interactive)
3. การรู้ดิจิทัล
เริ่มต้นจากแนวคิดของ Paul Glister (1997) ในหนังสอื ชอื่ “Literacy for a digital
age” และต่อมามีผู้ให้คานิยามว่า การรู้ดิจิทัล (Digital Literacy) เป็นทักษะของบุคคลในการใช้
เทคโนโลยีดิจิทัลในการเข้าถึงและการสื่อสารกัน ใช้ในจัดการ วิเคราะห์ ประเมินผลสารสนเทศ เพ่ือ
นาไปสู่การสร้างความรู้ใหม่และส่ือสารไปยังผู้อ่ืนได้ ซ่ึงมีความสาคัญเป็นอย่างมาก เน่ืองจาก
เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นการเปิดโอกาสในการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้แบบใหม่ มีผลต่อสังคมโดยรวมใน
การสร้างโอกาสการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ เกิดความคิดสร้างสรรค์และการสร้างนวตั กรรมและความเป็น
พลเมืองดจิ ทิ ัล
Digital Literacy ประกอบด้วยทกั ษะท่สี มั พันธก์ นั ดงั น้ี
1. การรู้ส่ือ (Media Literacy) มีความสามารถในการเข้าถึงวิเคราะห์และผลิตส่ือ
เพ่ือถ่ายทอดความรู้สกึ นกึ คิด โดยตระหนักถงึ ผลกระทบตา่ งๆ ที่อาจเกิดข้นึ
2. การรู้เทคโนโลยี (Technology Literacy) มที กั ษะและความชานาญในเทคโนโลยี
ต้งั แตข่ ้นั พืน้ ฐานไปจนถงึ ทกั ษะท่มี ีความซบั ซ้อน
3. การรู้สารสนเทศ (Information Literacy) รู้จักคิดวิเคราะห์ถึงแหล่งท่ีมาของ
เน้ือหา กลัน่ กรองขอ้ มูลออนไลน์ได้อย่างเปน็ ระบบ
4. การรู้เก่ียวกับส่ิงที่เห็น (Visual Literacy) ความสามารถในการใช้สิ่งท่ีเห็นในการ
ทางานและดาเนนิ ชวี ิตประจาวัน ผ่านการวเิ คราะห์ เรยี นรู้
5. การรู้การสื่อสาร (Communication Literacy) รู้จักใช้แหล่งสารสนเทศต่าง ๆ
เพอื่ เผยแพรแ่ ละแลกเปล่ียนความรใู้ ห้เกดิ ประโยชน์สงู สุด
6. การรู้สังคม (Social Literacy) ทักษะสาหรับการทางานภายในเครือข่ายทาง
สงั คมเพ่ือรวบรวมความรู้ มคี วามสามารถในการส่อื สารและแยกแยะได้หากมีความขัดแยง้ ของข้อมูล
สรปุ
เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) คือ การนาเอาเทคโนโลยีมาใช้สร้าง
มูลค่าเพิ่มให้กับสารสนเทศ ทาให้สารสนเทศมีประโยชน์ และใช้งานได้กว้างขวางมากข้ึน เทคโนโลยี
สารสนเทศรวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ที่จะรวบรวม จัดเก็บ ใช้งาน ส่งต่อ หรือส่ือสาร
ระหว่างกัน ในระบบสารสนเทศนั้นประกอบด้วย 5 ส่วนหลักๆ ได้แก่ บุคลากร ขั้นตอนการทางาน
ซอฟตแ์ วร์ ฮารด์ แวร์ และข้อมูล ปัจจุบนั เทคโนโลยีสารสนเทศมคี วามสาคัญต่อวิถชี ีวิตของประชาชน
ท้งั ด้านการตดิ ตอ่ สอ่ื สาร การเป็นแหลง่ ข้อมูลความรู้ การดาเนนิ ธรุ กิจ และอ่ืนๆ อกี นบั ไม่ถว้ น
ระบบคอมพิวเตอร์ คือ การทางานร่วมกันขององค์ประกอบต่าง ๆ สาหรับคอมพิวเตอร์
เพ่ือให้สามารถประมวลผลได้ผลลัพธ์ตามท่ีต้องการ ซึ่งประกอบด้วยส่วนประกอบท่ีสาคัญ 3 ส่ิงคือ
ฮารด์ แวร์ (Hardware) ซอฟตแ์ วร์ (Software) และบุคลากร (People)
12
เทคโนโลยีดิจิทัล คือ การพัฒนาประเทศให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัลไทยแลนด์ หรือเข้าสู่ยุค 4.0
โดยในยุคเร่ิมต้นเป็นการใช้งานของอินเทอร์เน็ท เป็นช่วงเวลาท่ีกิจกรรมและการดาเนินชีวิตของผู้คน
เปล่ียนจากออฟไลน์เป็นออนไลน์มากขึ้น เช่น การส่งอีเมล การใช้โซเชียลมิเดีย ยุคแห่งข้อมูลและบ๊ิก
ดาต้า ยุคแห่งความฉลาดของอุปกรณ์ การกาเนิดของเว็บไซต์ท่ีทาให้เข้าถึงทุกอย่างได้ง่ายและท่ัวถึง
และท่ัวโลก
แบบฝึกหดั ท้ายบท
1. จงบอกความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ พรอ้ มอธิบายองคป์ ระกอบ มาโดยสงั เขป
2. องค์ประกอบของระบบสารสนเทศมีกี่องคป์ ระกอบ จงอธิบายรายละเอยี ดมา
โดยสังเขป
3. จงเปรยี บเทียบข้อแตกต่างระหว่างซอฟต์แวร์ระบบและซอฟตแ์ วรป์ ระยุกต์
พร้อมยกตวั อย่างประกอบ
4. การรู้ดิจิทัล มีก่ีองค์ประกอบ และองค์ประกอบใดท่ีเป็นทักษะของการเป็นพลเมือง
ดจิ ิทลั
5. การแบง่ ยคุ ดจิ ทิ ัลมีก่ยี ุค จงอธบิ ายรายละเอยี ดมาโดยสังเขป
6. นักศึกษาสามารถนาทักษะการรู้ดิจิทัล ไปประยุกต์ใช้กับหน่วยงานในมหาวิทยาลัยได้
อย่างไร จงยกตวั อยา่ ง พรอ้ มอธิบาย
เอกสารอ้างองิ
จอภาพ เคร่ืองพมิ พ์ ลาโพง. (2562). ออนไลน.์ แหล่งที่มา : www.google.co.th.
วรรณภา จนั ทรส์ ะอาด. (2562). การใช้เทคโนโลยดี ิจิทัล. ออนไลน.์ แหล่งทีม่ า :
http://wchan-digital.blogspot.com/p/analog-digital-robotic-culture-shock.html
วศิน เพิม่ ทรัพย์. (2561). ความรเู้ บอ้ื งต้นเก่ียวกบั คอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศ.
กรุงเทพฯ : โปรวชิ น่ั . 224 หนา้ .
หนว่ ยประมวลผลกลาง. (2562). ออนไลน.์ แหล่งท่ีมา : www.google.co.th.
ฮาร์ดดิสก์ Flash Drive Memory Card เครอ่ื งบนั ทกึ แผ่น CD/DVD. (2562).
ออนไลน.์ แหล่งทีม่ า : www.google.co.th.
Paul Glister (1997). A New Digital Literacy: A Conversation with Paul Gilster.
Volume 55 Number 3. http://ebrap.com.br/pdf/tendencias/tecnolnocurric.pdf
WICE Logistics Public Company Limited. (2562). ออนไลน์.
แหลง่ ทมี่ า : http://www.wice.co.th/