The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3.รายงานโครงการวิชาทักษะการเรียนรู้ ม.ปลาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wilasineetarn1995, 2023-03-15 12:04:42

3.รายงานโครงการวิชาทักษะการเรียนรู้ ม.ปลาย

3.รายงานโครงการวิชาทักษะการเรียนรู้ ม.ปลาย

หน้า : 1 บทที่ ๑ บทน ำ 1.ควำมเป็นมำ โครงสร้างหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ซึ่งมีจุดมุ่งหมาย เพื่อ ให้ผู้เรียนมีความรู้ เกิดทักษะและทัศนคติที่ดีในด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นวิชาการ โครงการพัฒนา วิชาการ วิชาทักษะการเรียนรู้ระดับ ม.ปลาย เป็นสาระหนึ่งในรายวิชาพื้นฐาน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความ เข้าใจให้นักศึกษาได้มีทักษะทางด้านการเรียนรู้ ตลอดจนความเป็นอยู่ของนักศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอกันทรวิชัย จึงได้ท าโครงการพัฒนาวิชาการ วิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับ ม.ปลาย ขึ้น ๒. วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ เข้าใจทักษะการเรียนรู้ได้อย่างถูกต้อง ๒. ให้นักศึกษาได้มีทักษะในการด ารงชีวิต ที่สามารถน าไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันได้ ๓. เพื่อให้นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาทักษะการเรียนรู้สูงขึ้น ๓. เป้ำหมำย เชิงปริมำณ นักศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา ๒๕๖5 ที่ลงทะเบียนเรียน วิชาทักษะการเรียนรู้ ม.ปลาย จ านวน 113 คน ซึ่งเป็นนักศึกษาในพื้นที่ต าบลเขวาใหญ่ อ าเภอกันทรวิชัย จังหวัด มหาสารคาม เชิงคุณภำพ นักศึกษา กศน.ร้อยละ ๘๐ ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาวิชาการวิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับ ม.ปลาย ได้มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะการด าเนินชีวิต และปรับใช้ในชีวิตประจ าวันได้ วัตถุประสงค์ของกำรรำยงำน ๑. เพื่อเป็นการเสริมสร้างองค์ความรู้ให้กับนักศึกษาในรายวิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับ ม.ปลาย ๒. เพื่อพัฒนาและยกระดับผลสัมฤทธิ์ในการสอบกลางภาคเรียนและปลายภาคเรียนให้สูงขึ้น ขอบเขตกำรรำยงำน ๑. รายงานผลการจัดโครงการพัฒนาวิชาการ วิชาทักษะการเรียนรู้ระดับ ม.ปลาย ๒. ข้อเสนอแนะในการด าเนินงานโครงการ


หน้า : 2 วิธีกำรด ำเนินกำร ๑. วางแผนการจัดท ารายงาน ๒. เก็บรวบรวมข้อมูลประกอบในการจัดท ารายงานเป็นข้อมูลที่ได้จาก - การอบรมนักศึกษาการศึกษาพื้นฐานอ าเภอกันทรวิชัย ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ -การประเมินผลการอบรม ๓. เขียนรายงาน ๔. ปรับปรุงให้สมบูรณ์ แหล่งข้อมูล ๑. เอกสารด้านทักษะการเรียนรู้ ๒. ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ๓. วิทยากร ๔. สถานที่ ๕. เจ้าหน้าที่คณะผู้ด าเนินงานโครงการ ผลที่คำดว่ำจะได้รับ ๑. น าผลการรายงานมาใช้ปรับปรุงการด าเนินการในครั้งต่อไป ๒. นักศึกษามีความรู้ เข้าใจทักษะการเรียนรู้ได้อย่างถูกต้อง ๓. นักศึกษาได้มีทักษะในการด ารงชีวิต ๔. นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาทักษะการเรียนรู้สูงขึ้น


หน้า : 3 บทที่ ๒ เอกสำรที่เกี่ยวข้อง วิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับ ม.ปลาย สำระส ำคัญกำรเรียนรู้ด้วยตนเอง รายวิชาทักษะการเรียนรู้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของนักเรียน ในด้านการเรียนรู้ด้วย ตนเอง การใช้แหล่งเรียนรู้ การจัดการความรู้ การคิดเป็นและการวิจัยอย่างง่าย ทักษะการเรียนรู้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการ พัฒนาทักษะการเรียนรู้ของนักเรียนในด้านระสงค์เพื่อให้ผู้เรียนสามารถก าหนดเป้าหมาย วางแผนการเรียนรู้ด้วยตนเอง เข้าถึงแหล่งเรียนรู้จัดการความรู้ กระบนการแก้ปัญหาและตัดสินใจอย่างมีเหตุผล ที่จะสามารถใช้เป็นชี้น าตนเองใน การเรียนรู้ และการประกอบอาชีพให้สอดคล้องกับหลักการพื้นฐาน และการพัฒนา 5 ศักยภาพหลักของพื้นที่ ใน 5 กลุ่มอาชีพใหม่ คือ กลุ่มอาชีพด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชกรรม ความคิดสร้างสรรค์ การบริหารจัดการและ การบริการ ตามยุทธศาสตร์ 2555 กระทรวงศึกษาธิการ ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1. บทที่ ๑ การเรียนรู้ด้วยตนเอง 1.1 ประมวลความรู้และสรุปเป็นสารสนเทศ 1.2 ท างานบนฐานข้อมูลด้วยการแสวงหาความรู้จนเป็นลักษณะนิสัย 1.3 มีความช านาญในทักษะการอ่าน ทักษะการฟัง ทักษะการสังเกต และทักษะการจดบันทึกอย่าง คล่องแคล่วรวดเร็ว 2. บทที่ 2 การใช้แหล่งเรียนรู้ 2.1 ผู้เรียนมีความรู้และเข้าใจ เห็นความส าคัญของแหล่งเรียนรู้ 2.2 ผู้เรียนสามารถใช้แหล่งเรียนรู้ ห้องสมุดประชาชนได้ 3. บทที่ 3 การจัดการความรู้ 3.1 ออกแบบผลิตภัณฑ์ สร้างสูตร สรุปองค์ความรู้ใหม่ 3.2 ประพฤติตนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ 3.3 สร้างสรรค์สังคมอุดมปัญญา 4. บทที่ 4 การคิดเป็น 4.1 อธิบายถึงความเชื่อพื้นฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่ของคนคิดเป็น และการเชื่อโยงไปสู่การเรียนรู้เรื่องการคิด เป็น ปรัชญาคิดเป็น การคิดแก้ไขปัญหา อย่างเป็นระบบ แบบคนคิดเป็นได้ 4.2 วิเคราะห์จ าแนกลักษณะของข้อมูลการคิดเป็นทั้ง 3 ด้าน ที่น ามาใช้ประกอบความคิดและการตัดสินใจ ทั้งข้อมูลด้านวิชาการ ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ข้อมูลเกี่ยวกับสังคมและสภาวะแวดล้อม โดยเน้นที่ข้อมูลด้านคุณธรรม จริยธรรมที่เกี่ยวกับบุคคล ครอบครัวและชุมชน ที่เป็นจุดเน้นส าคัญของคนคิดเป็นได้ 4.3 ฝึกปฏิบัติการคิดการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ การคิดเป็น ทั้งจากกรณีตัวอย่างและสถานการณ์จริงใน ชุมชน โดยน าข้อมูลด้านคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลทางสังคมและสภาวะแวดล้อม


หน้า : 4 5. บทที่ 5 การวิจัยอย่างง่าย 5.1 อธิบายความหมายและความส าคัญของการวิจัยได้ 5.2 ระบุกระบวนการ ขั้นตอนของการท าวิจัยอย่างง่ายได้ 5.3 อธิบายสถิติง่ายๆและสามารถเลือกใช้สถิติที่เหมาะสมกับการวิจัยในแต่ละเรื่องของตนเองได้อย่างถูกต้อง 5.4 สร้างเครื่องมือวิจัยได้ 5.5 เขียนโครงการวิจัยได้ 5.6 เขียนรายงานการวิจัยและเผยแพร่งานวิจัยได้ 6. บทที่ 6 ทักษะการเรียนรู้และศักยภาพหลักของพื้นที่ในการพัฒนาอาชีพ 6.1 อธิบายความหมาย ความส าคัญของทักษะการเรียนรู้และศักยภาพหลักของพื้นที่ที่แตกต่างกัน 6.2 ยกตัวอย่างศักยภาพหลักของพื้นที่ที่แตกต่างกัน 6.3 สามารถบอกหรือยกตัวอย่างเกี่ยวกับศักยภาพหลักของพื้นที่ของตนเอง 6.4 ยกตัวอย่างอาชีพที่ใช้หลักการพื้นฐานของศักยภาพหลักในการประกอบอาชีพในกลุ่มอาชีพใหม่ได้ ควำมหมำยของกำรเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้ด้วยตนเอง (Sef-directed learning) เป็นการเรียนรู้ซึ่งผู้เรียนรับผิดชอบในการวางแผน การปฏิบัติ และการประเมินผล ความก้าวหน้าของการเรียนของตนเอง เป็นลักษณะซึ่งผู้เรียนทุกคนมีอยู่ ในขณะที่อยู่ ในสถานการณ์การเรียวรู้ ผู้เรียนสามารถถ่ายโอนการเรียนรู้และทักษะที่เกิดจากการเรียนจากสถานการณ์หนึ่งไปยังอีก สถานการณ์หนึ่งได้ดิกสัน อธิบายว่า การเรียนรู้ด้วยตนเองนี้ เป็นกระบวนการที่ผู้เรียนวีเคราะห์ความต้องการในการ เรียนรู้ของตนเอง ตั้งเป้าหมายในการเรียน แสวงหาผู้สนับสนุน แหล่งความรู้ สื่อการศึกษาที่ใช้ในและประเมินผลการ เรียนรู้ของตนเอง ทั้งนี้ผู้เรียนอาจได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น หรืออาจจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่นก็ได้ ในการ ก าหนดพฤติกรรมตามกระบวนการดังกล่าว การเรียนรู้ด้วยตนเอง มีแนวคิดพื้นฐานมาจากทฤษฎีกลุ่มมนุษย์นิยม ซึ่งมีความเชื่อเรื่องความเป็นอิสระ และความเป็นตัวของตัว.องของมนุษย์ เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับความดี มีความเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง สามารถหาทางเลือกของตนเอง มีศักยภาพ และพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่าง ไม่มีขีดจ ากัด มีความรับผิดชอมต่อตนเองและผู้อื่น การเรียนรู้ด้วยตนเองเกิดขึ้นได้กับคนทุกคน ไมมีมนุษย์คนใด ที่เกิดมาอย่างปราศจากการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า การเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นคุณสมบัติดีเลิศที่ธรรมชาติ สรรสร้างมาให้มนุษย์ทุกคน ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งการกิน เดิน นั่ง นอน รวมไปถึงอุปนิสัยและความสามารถ ต่างเกิดมาจาก การเรียนรู้ด้วยตนเองทั้งสิ้น โตยการเรียนรู้ด้วยตนเอง อาจแบ่งได้อย่างกว้างๆ เป็น 2 รูปแบบคือ การเรียนรู้ที่มาจาก ภายนอก เช่น สภาพแวดล้อม สถานการณ์ เหตุการณ์ โรงเรียน สถานศึกษา สิ่งของต่างๆ บุคคล (ครู พ่อแม่ เพื่อน ฯลฯ) เป็นต้น การเรียนรู้ที่มาจากภายใน เช่น แรงบันดาลใจ การคิด ความสนใจ ความรัก ใฝ่รู้ ไฝสร้างสรรค์เหตุผล มีจิตส านึกในการเรียนรู้ มีเจตคติ เชิงบวกตอการเรียนรู้ เป็นต้น โดยรวมการเรียนรู้ด้วยตนเองสามารถเกิดได้ทุกสถานที่ ทุกเวลา ไม่จ ากัดว่าการเรียนรู้จะต้องเกิดขึ้นจากค าบรรยายหรือค าสอนของครูในโรงเรียน หรือในสถาบันการศึกษา เท่านั้นรูว่า การเรียนรู้ด้วยตนเอง เกิดจากความตั้งใจของผู้เรียน เมื่อผู้เรียนมีความปรารถนาจะเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ หลังจากนั้นก็จะเริ่มคันคว้า คิดหาวิธีการเรียนรู้ ด้วยวิธีการต่างๆ ด้วยตนเอง ท าให้การเรียนรู้ด้วยตนเองมีอิสระสูง ขั้นตอนของการเรียนรู้ ทั้งจุดหมาย การวางแผน การด าเนินการเรียนรู้ และการประเมินผล จึงขึ้นอยู่กับความ รับผิดชอบของผู้เรียนเอง


หน้า : 5 ควำมส ำคัญของกำรเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้ด้วยตนเอง ในปัจจุบันได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง การปฏิบัติในเรื่องนี้ไม่ใช่ปรากฏการณ์ใหม่ ในอดีตมีบุคคลส าคัญ เช่น โสเครตีส และ อับราฮัม ลินคอล์น ซึ่งเป็นทียอมรับการทั่วไปว่า เป็นบุคคลที่ประสบ ความส าเร็จมาจากการศึกษาค้นคว้าด้วยการเรียนรู้ด้วยตนเอง สมเด็จพระสัมมนาสัมมาพุทธเจ้าก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ เกี่ยวกับการเรียนรู้ด้วยตนเองที่ชาวพุทธทราบกันดี โดย เฉพาะค าสอนของพระพุทธองค์ก็เน้นการเรียนด้วยตนเอง หรือ การพึงตนเองเป็นส าคัญการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีครามส าคัญมากยิ่งขึ้น ตามล าดับ อีกทั้งเนื่องจากในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของศิลปวิทยาการแขนงต่างๆ ท าให้การศึกษา จ าเป็นต้องมุ่งเสริมสร้างให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถในการแสรงหาความรู้ด้วยตนเองโดยเฉพาะในสถาบันการศึกษา ที่ผู้เรียนส่วนใหญ่ยังรับการถ่ายทอดความรู้จากครู อาจารย์ มาท่าว่าที่ จะเรียนรู้ด้วยตนเอง ดังนั้นจึงจ าเป็นที่ สถาบันการศึกษาจะต้องเสริมสร้างลักษณะการเรียนรู้ด้วยตนเองให้มากยิ่งขึ้น Tough (1979) กล่าวถึงความส าคัญ เกี่ยวกับการเรียนรู้ด้วยตน.อง ไว้ว่า กิจกรรมการเรียนรู้หรือ โครงการที่ผู้เรียนเกี่ยวข้อง (Learnirg Project) มาจากการ วางแผนด้วยตนเอง และเน้นว่ากิจกรรมเรียนเป็นแรงผลักดันที่ท าให้เกิดความสนใจ เกี่ยวกับการเป็นตัวของตัวเองและ น าตนเองใน Knowles (1975) ได้กล่าวถึง ความส าคัญของการเรียนรู้ด้วยตนเอง ไว้ดังนี้ 1) คนที่เรียนรู้ด้วยการรีเริ่มของตนเองจะเรียนได้มากกว่า ดึกว่า คนที่เป็นเพียงผู้รับ หรือรอให้ครูถ่ายทอด ริซาความรู้ให้เท่านั้น คนที่เรียนรู้ด้วยตนเองจะเรียนอย่างตั้งใจ มีจุดมุ่งหมาย และมีแรงจูงใจสามารถใช้ประโยชน์จาก การเรียนรู้ได้ดีกว่า และยาวนานกว่าบุคคลที่รอรับค าสอนแต่อย่างเดียวการเรียนรู้ด้วยตนเองสอดคล้องกับพัฒนาการ ทางจิตวิทยาและกระบวนการทางธรรมชาติมากกว่า คือ เมื่อตอนเล็กฯ เป็นธรรมชาติที่จะต้องพึ่งพิงผู้อื่น ต้องการ ผู้ปกครองปกป้องเลี้ยงดู และตัดสินใจแทนให้ เมื่อเติบโตมีพัฒนาการขึ้นก็ค่อยๆ พัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นอิสระ ไม่ ต้องพึ่งพิง ผู้ปกครอง ครู และผู้อื่น การพัฒนาเป็นไป ในสภาพที่เพิ่มความเป็นตัวของตัวเอง และขี้น าตนเองได้มากขึ้น 2) พัฒนาการใหม่ๆ ทางการศึกษา มีหลักสูตรใหม่ ห้องเรียนแบบเปิดศูนย์บริการทางวิซาการ การศึกษาอย่าง อิสระ โปรแกรมการเรียนที่จัดแก่บุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยเปิด และอื่นๆ อีก รูปแบบของการศึกษาเหล่านี้ล้วนผลัก ภาระรับผิดชอบไปที่ผู้เรียนให้เป็นผู้เรียนรู้ด้วยตนเอง 3) การเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นความอยู่รอดของชีวิตในฐานะที่เป็นบุคคลและเผ่าพันก็มนุษย์เนื่องจากโลก ปัจจุบันเป็นโลกใหม่ที่แปลกไปกว่าเดิม ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เกิดขึ้นเสมอและข้อเท็จจริงเช่นนี้เป็นเหตุผลไปสู่ ความจ าเป็นทางการศึกษาและการเรียนรู้ การเรียนรู้ด้วยตนเองจึงเป็นกระบวนการต่อเนื่องตลอดชีวิต จากความส าคัญดังกล่าว พอสรุปได้ว่าการเรียนรู้ด้วยตนเองนั้น จัดเป็นกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นการ เรียนรู้ที่ยอมรับสภาพความแตกต่างของบุคคลสนองตอบต่อความต้องการและความสนใจของผู้เรียน ยอมรับใน ศักยภาพของผู้เรียนว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ด้วยตนเองเพื่อที่ตนเองสามารถที่จะด ารงชีวิต อยู่ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้อย่างมีศักยภาพ และมีความสุข กระบวนการของการเรียนรู้ด้วยตนเอง เมื่อผู้เรียนทราบความหมายและความส าคัญของการเรียนรู้ด้วยตนเอง แล้ว กระบวนการหรือขั้นตอนก็เป็นสิ่งที่ผู้เรียนเรียนรู้และน าไป ปฏิบัติด้วย การเรียนรู้ด้วยตนเองจึงจะประสบ ความส าเร็จด้วยดี การด าเนินกระบวนการการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยพื้นฐาน มีดังนี้


หน้า : 6 1. การวินิจฉัยความต้องการในการเรียน ผู้เรียนต้องท าความเข้าใจกับความต้องการการเรียนรู้ของตน และ ควรมีความสอดคล้องกับหลักสูตรที่เรียนด้วยตนเอง ตังนั้นการศึกษาท าความเข้าใจรายละเอียดของวิชา ตลอดจนถึง หัวข้อการเรียนรู้หากเป็นกลุ่มการเรียนรู้ ผู้เรียนควรมีการแบ่งกลุ่มเพื่อที่จะวินิจฉัยความต้องการในการเรียนรู้ของ ตน และเปิดโอกาสถ่ายทอดการวินิจฉัยความต้องการในการเรียนของสมาชิกในกลุ่มให้เพื่อนๆ และครูผู้สอนได้รับรู้ด้วย เพื่อที่จะได้เกิดการตระหนักรู้ว่าสมาชิกในกลุ่มแต่ละคนมีความต้องการการเรียนรู้ในทางใด ซึ่งการวินิจฉัยความต้องการ ในการเรียนจะเกิดผลประโยชน์การด าเนินกระบวนการการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นเชิงสวนบุคคลหรือเป็นเชิงกลุ่มการ เรียนรู้ก็ตาม เพราะว่าหากรับรู้ถึงความต้องการแล้วว่าเราต้องการอะไรกันแน่ การด าเนินการต่อไปก็จะชัดเจนและเป็น รูปธรรมมากขึ้น ตัวอย่ำง นายไฟฟ้าอยากเป็นวิศวกร จึงไปค้นคว้าหาว่าวิศวกรเป็นอาชีพในลักษณะใด ต้องเรียนอะไรบ้าง มีสอนที่ไหน บ้าง เมื่อรู้และเข้าใจหลักสูตรตลอดจน เงื่อนไข ระยะเวลาและสถาบันที่เปิดสอนแล้ว(จึงจะตัดสินใจที่จะลงเรียน และ จะเป็นวิศวกรหรือไม่ เป็นขั้นตอนต่อไปหลังจากวินิจฉัยความต้องการในการเรียนแล้ว) นางพางต้องการเพาะเห็ดฟางขาย จึงไปลงอบรมที่ลุ่มส่งเสริมอาชีพประจ าหมู่บ้านที่มีเปิดสอน ระหว่างที่เรียน ก็การแบ่งกลุ่มเรียนรู้ โดยมีทั้งครูที่มีประสบการณ์ในการเพาะเห็ดฟางขาย และมีเกษตรกรคนอื่นๆ ที่เป็นเพื่อร่วมอบรม มาแบ่งปันความรู้ด้านการเกษตรที่นางฟางไม่เคยรู้มาก่อนด้วย จากการเรียนรู้ท าให้นางฟางมีความเข้าใจชัดเจนขึ้นและ พร้อมที่จะลงมือเพาะเห็ดฟางขายเป็นอาชีพต่อไป 2. การก าหนดจุดมุ่งหมายในการเรียน จุดมุ่งหมายจะมีครามชัดเจนาว่าความต้องการ ความต้องการคือความรู้สึกอยากในใจ ซึ่งจะท าหรือไม่ท าก็ย่อม ได้ แต่จุดมุ่งหมายคือการน าความต้องการออกมาวางไว้ และผู้เรียนจะต้องด าเนินการจนกว่าจะบรรลุจุดมุ่งหมายที่วาง ไว้ ดังนั้น ผู้เรียนควรเริ่มก าหนดจุดมุ่งหมายในการเรียน โดยวิธีการที่ใช้ก าหนดจุดมุ่งหมายที่ง่ายที่สุดคือการเขียน อย่า เพียงแต่พูดออกมา เพราะค าพูดย่อมง่ายต่อการลืม การเขียนจะย้ าเตือนความจริงจังในการวางจุดหมายในการเรียน การเขียนควรเขียนให้เข้าใจง่าย เช่นเขียนเป็นตาราง หรือแผนภูมิรูปต่างๆ ก็ได้หากเป็นกลุ่มการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนแบ่ง ออกเป็นกลุ่ม และให้สมาชิกในกลุ่มแต่ละคนเขียนจุดมุ่งหมาย การเรียนในแต่ละหัวข้อ หรือในแต่ละวิชา ซึ่งอย่างไร ก็ตาม การก าหนดจุดมุ่งหมายในการเรียนควรให้สอดคล้องกับความต้องการในการเรียนของผู้เรียนตามที่ได้แบ่งกลุ่ม วินิจฉัยมาแล้ว ตัวอย่ำง นายขยันเรียนหนังสือตามหน้าที่เพราะไม่อยากให้พอแม่ผิดหวัง ๆ มาวันหนึ่ง ก าลังจะถึงเวลาสอบเข้า มหาวิทยาลัย จึงเกิดปัญหาว่า ที่เรียนมาทั้งหมด เรียนเพื่ออะไร ? จะเป็นอะไรดี ? จะประกอบอาชีพอะไรในอนาคตดี ? จนกระทั่งมีอาจารย์แนะแนวแนะน าให้ก าหนดจุดมุ่งหมายในการเรียน เริ่มจากสิ่งที่รักจะเป็น ท าแล้วมีความสุข นาย ขยันจึงเริ่มก าหนดจุดมุงหมายในการเรียนของตน 3. การวางแผนการเรียน การวางแผนการเรียนนั้นมีหลายวิธีการ โดยปกติ ผู้ที่เรียนรู้ด้วยตนเองจะต้องพิจารณาโครงสร้าง คร่าวๆ ของ สิ่งที่ตนเองจะต้องเรียนรู้ เช่น ต้องการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ ก็จะต้องทราบว่าภายในวิชาภาษาอังกฤษนั้น เรื่องย่อย ที่ตนจะเรียนนั้นมีเรื่องอะไรบ้าง และในแต่ละเรื่องมีหัวข้อรวมถึงรายละเอียดเช่นไร เมื่อราบแล้วก็สามารถวางแผนการ เรียนได้ โดยก าหนดเวลาในการศึกษาค้นคว้าหากเป็นกลุ่มการเรียนรู้ ผู้เรียนต้องร่วมกับ ผู้สอนและเพื่อนๆ เขียน


หน้า : 7 โครงการเรียนรู้ออกมา ซึ่งการเขียนก็จะสอดคล้องกับรายละเอียดของวิชา รวมถึงความสนใจและความต้องการของตน ซึ่งผู้เรียนจะทราบรายละเอียดชัดเจนเมื่อมีการปรึกษาผู้สอน โดยปกติ กลุ่มการเรียนรู้มีหลักสูตรการเรียนที่วางกรอบไว้ แล้วแต่อิสระในการเรียนรู้ด้วยตนเองอยู่ที่ผู้เรียนเกือบทั้งหมด ซึ่งเป็นรูปแบบการศึกษาด้วยตนเองผู้เรียนต้องวาง แผนการเรียนรู้ด้วยตนเองให้ชัดเจน และต้องลงมือปฏิบัติจนสัมฤทธิ์ผลให้ได้ เพราะการเรียนรู้ด้วยตนเอง ผู้เรียนต้อง ประสบกับความเฉื่อยชาและขาดแรงจูงใจพอสมควร ไม่เหมือนการเรียนรู้ในห้องเรียนที่มีครูคอยเคี่ยวเข็ญ ดังนั้นเมื่อ วางแผนการเรียนออกมาแล้ว ผู้เรียนต้องอาศัยจิตใจแน่วแน่เป็นอันมากเพื่อที่จะบังคับตนเองให้ท าตามแผนการที่วางไว้ ให้จงได้ ตัวอย่ำง ㆍ นายสมชายต้องการได้ภาษาอังกฤษเป็นภาชาที่สอง และก าหนดจุดมุ่งหมายในการเรียนภาษาอังกฤษไว้ว่า ต้องการ จบปริญญาตรีเอกวิชาภาษาอังกฤษและต้องการเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในอนาคต นายสมชายจึงเริ่มวางตารางการ เรียนภาษาอังกฤษ โดยบังคับให้ตนเองเรียนรู้ภาษาอังกฤษทุกวันตามตารางการเรียนที่วางไว้ อย่างน้อยก็จะนั่งอ่าน หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษและเปิดพจนานุกรมค้นหาศัพท์ที่ไม่รู้ในตอนเข้าหลังตื่นนอน และหัดซ้อมพูดภาษาอังกฤษ ก่อนนอน ท าเช่นนี้ทุกวันไม่ขาดการด าเนินการเรียนรู้การด าเนินการเรียนรู้มีหลากหลายมากมายตามแผนการเรียนรู้ที่ วางเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นส่วนตัวของผู้เรียนเอง หรือเป็นส่วนร่วมในกลุ่มการเรียนที่ถูกจัดขึ้น ขั้นตอนของการด าเนินการ เรียนรู้ควรเริ่มจากการด าเนินการแผนการที่วางเอาไว้ และมีการทบทวนความรู้เดิมที่เกิดขึ้น การท าแบบทดสอบ หรือ การรอบค าถามก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถท าให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้ได้อย่างรวดเร็ว และเป็นการป้องกันการเรียนรู้ อย่างไม่ขัดเจนอีกด้วย เพราะค าถามหรือแบบทดสอบจะท าให้ ผู้เรียนหาค าตอบที่เหมาะสมมาตอบให้จงได้ถ้าผู้เรียนไม่ สามารถตอบค าถามได้ ย่อมแสดงให้เห็นว่า ผู้เรียนไม่ได้ ศึกษาอย่างจริงจังตามแผนการเรียนที่วางเตาไว้ การละเลย และความเกียจคร้านเป็นอุปสรรคส าคัญอย่างมากในการด าเนินการเรียนรู้จนกระทั่งประสบความส าเร็จในระหว่างการ ด าเนินการเรียนรู้นั้น สิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้ คือ การค้นคว้าแสวงหาความรู้ เพราะการสืบค้นหาความรู้หากเกิดจากความ ต้องการของเราเอง ไม่ใช่มีใครมาบังคับให้เราท า ย่อมเป็นการพัฒนาความรู้ที่เรามาได้อย่างดีเยี่ยม การค้นคว้าจะท าให้ เข้าใจและใช้ความรู้ในการท างานได้ ไม่ใช่เพียงจดจ าและน าไปสอบเพียงเท่านั้น นอกจากนี้ยังซวยพัฒนาทักษะในการ แก้ปัญหาของผู้เรียนได้ดีอีกด้วย ซึ่งจะจ าเป็นมากในการท างาน ดีกว่า การด าเนินการเรียนรู้ที่มีแต่การจดจ าและวัดผล ให้ได้คะแนนมากที่สุด ตัวอย่ำง ทิดทองต้องการท าฟาร์มแบบครบวงจรในที่นา 10 ไร่ที่มี จึงค้นคว้าวินิจฉัยความต้องการของตนจนเข้าใจดี แล้วว่าตนต้องการระไร และก าหนดจุดมุ่งหมายเอาไว้ว่า จะท าฟาร์มแบบครบวงจรนี้ให้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว แบบไร้หนี้สินให้จงได้ หิดทองได้วางแผนทุกขั้นตอนในการเรียนรู้ไว้หมด โดยคาดหมายจะเรียนรู้ทีละเรื่อง แต่ก็พบกับ ปัญหาว่า มีสิ่งที่ต้องเรียนรู้จ านวนมาก และจ าต้องแบ่งเวลาท างานมาเรียนเรื่องต่าง* ด้วย ท าให้เกิดความข้อใจและไม่ อยากเรียนรู้ค้นคว้าเลย แต่อย่างไรก็ตาม ทิดทองยังเห็นประโยชน์ของการศึกษาและการเรียนรู้ด้วยตนเอง จึงลงมือ ท างานไปด้วยพร้อมทั้งแบ่งเวลามาเรียนรู้ตามแหลงเรียนรู้ต่างๆ ไม่ขาด แม้ว่าจะช้าแต่ก็ดีกว่าทิ้งการศึกษาเสียเลย 5. การประเมินผล การประเมินผลเป็นกระบวนการเรียนรู้ขั้นตอนสุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุด หมายความว่า หลังการประเมินผลไม่ใช่ สิ้นสุดไปเลย แต่ต้องกลับมาที่การเรียนรู้ที่ มีประสิทธิภาพของผู้เรียนมากกว่าเดิมหลังการประเมินผล ถ้าไม่เช่นนั้นกา เรียนรู้ก็จะถดถอยลงเรื่อยๆ เข้าท านองยิ่งเรียนความรู้ยิ่งเสื่อมลง ซึ่งไม่ใช่วิวัฒนาการที่ดีในการเรียนรู้เลย รายละเอียด


หน้า : 8 โดยรวมของการประเมินผลนั้น ผู้เรียนจะต้องประเมินผลการเรียนของตนเองโดยเปรียบเทียบกับจุดมุ่งหมายและความ ต้องการทางการเรียนที่วางไว้ตั้งแต่แรก ถ้าผลการประเมินตกต่ ากว่าเป้าหมายที่วางเอาไว้แสดงว่า อาจมีความผิดพลาด ในการด าเนินกระบวนการเรียนรู้เกิดขึ้น เช่น แผนการที่วางไว้ไม่ดีเพียงพอ ตัวเราเองด้อยประสิทธิภาพในการควบคุม ตนเอง กลุ่มการเรียนรู้หรือสื่อการเรียนอาจยังไม่ดีพอ เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม หากการประเมินผลเป็นการแสดง ความเห็นผู้เรียนก็อาจให้เพื่อนหรือผู้สอนช่วยสะท้อนผลการประเมินให้แก่ตนได้ และตนเองก็สามารถที่จะสะท้อนผล การเรียนให้แก่เพื่อนๆ ในกลุ่มได้เช่นกัน ตัวอย่ำง นายเต่าต้องท างานส่งตัวเองเรียนหนังสือ ท าให้ไม่มีเวลาเข้าเรียนหนังสือตามปกติ ต้องแบ่งเวลาพบกลุ่มการ เรียนรู้บ้าง เวลาเรียนส่วนใหญ่คือเวลาก่อนนอนหลับที่นายเต่าต้องนั่งอ่านหนังสือให้ได้ตามแผนการเรียนรู้ด้วยตนเองที่ วางไว้ ครั้นพอถึงเวลาสอบและผล การสอบออกมา นายเต่าพบว่าตนเองสอบตาในวิชาที่เรียนรู้แล้วเข้าใจด้วยตนเอง ยาก เช่น วิชาภาษาอังกฤษและวิชาคณิตศาสตร์ การประเมินผลการเรียนรู้ของตนออกมาเช่นนี้ ท าให้นายเต่าเสียใจ มาก แต่ก็ท าให้ทราบจุดอ่อนในการเรียนรู้ของตน และหาแนวทางปรับแผนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของตน ต่อไป สรุปว่ำ จากกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองนั้น ผู้เรียนจ าต้องมีความรับผิดชอบในการเรียนรู้ด้วยตัวผู้เรียนเอง โดยเริ่มจากการรู้และท าความเข้าใจความต้องการในการเรียนรู้ของตน วินิจฉัยความต้องการในการเรียน) ก าหนด จุดมุ่งหมายในการเรียน วางแผนการเรียน ด าเนินการเรียนรู้ และการประเมินผล ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนั้น เป็นปัจจัย ส าคัญที่จะก่อให้เกิดความส าเร็จลุล่วงในการเรียนรู้ด้วยตนเอง


หน้า : 9 บทที่ ๓ วิธีด ำเนินกำร การด าเนินการโครงการพัฒนาวิชาการวิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับ ม.ปลาย กศน.ต าบลเขวาใหญ่ ได้ด าเนินการ ๓ ขั้นตอน ดังนี้ ๑. การเตรียมก่อนการเข้าค่ายโครงการพัฒนาวิชาการ วิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับ ม.ปลาย ๒. การด าเนินการในระหว่างการจัดกิจกรรม ๓. การด าเนินการหลังการจัดกิจกรรมเสร็จสิ้น ๑. กำรเตรียมก่อนกำรเข้ำค่ำยวิชำกำร ๑. ขออนุมัติโครงการ ๒. จัดท าแบบทดสอบ ๓. จัดเตรียมสถานที่ / สื่ออุปกรณ์ การเข้าค่ายวิชาการ ๒. กำรด ำเนินกำรในระหว่ำงกำรจัดกิจกรรม วันที่ 25 มกรำคม 2566 เป็นจ ำนวน 1 วัน ณ. กศน.ต าบลเขวาใหญ่อ าเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ๓. กำรด ำเนินกำรหลังกำรจัดกิจกรรมเสร็จสิ้น ๑. กรอกแบบประเมินความพึงพอใจโครงการพัฒนาวิชาการ วิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับ ม.ปลาย ๒. ประเมินจากการมีส่วนร่วมของนักศึกษา กำรประเมินผลระหว่ำงกำรจัดกิจกรรม ใช้วิธีการสังเกต การมีส่วนร่วม การท าตามค าสั่งวิทยากร ความสนใจในการฟังวิทยากรบรรยาย การตอบค าถาม การแสวงหาความรู้ กำรประเมินผลสิ้นสุดกำรอบรม เมื่อสิ้นสุดการอบรมโครงการฯได้มีการท าแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ทางด้าน วิชาทักษะการเรียนรู้การประเมินการอบรมโดยใช้แบบทดสอบความรู้และแบบประเมินความพึงพอใจโครงการฯ ให้ผู้เข้ารับการอบรมแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ คือ สื่อและอุปกรณ์ วิทยากร การบริหารจัดการต่าง ๆ และการท าแบบประเมินมาวิเคราะห์สรุปการอบรม ( น าเสนอในบทที่ ๔ ) เกณฑ์การผ่านการอบรม ก าหนดให้ผู้เข้ารับการอบรมมีเวลาเข้าร่วมในการอบรมกิจกรรม ๑๐๐ % ของเวลาอบรม ประชำกรที่ท ำกำรประเมิน นักศึกษาศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอกันทรวิชัย ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมจ านวน 113 คน และท าการสุ่มในการประเมินตามแบบประเมินโครงการฯ จ านวน 68 คน


หน้า : 10 เครื่องมือที่ใช้ในกำรประเมิน ๑. แบบประเมินโครงการส าหรับผู้เข้ารับการอบรมเกี่ยวกับความคิดเห็นของโครงการ ค าถามปลายเปิด ๕ ตัวเลือก คือ ดีมาก มาก ปานกลาง น้อย ปรับปรุง ๒. การสังเกตพฤติกรรมผู้เข้ารับการอบรม โดยครู กศน.อ าเภอกันทรวิชัย กำรวิเครำะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลครั้งนี้ โดยวิเคราะห์หาค่าสถิติพื้นฐาน ค่าร้อยละ ( % )


หน้า : 11 บทที่ ๔ ผลกำรด ำเนินกำร ผลการด าเนินงานโครงการพัฒนาวิชาการวิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับ ม.ปลาย ดังนี้ กำรด ำเนินกำรฝึกอบรม ๑. ผู้เข้ารับการเรียนรู้ ซึ่งเป็นนักศึกษาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอกันทรวิชัย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น รวมจ านวน 113 คน ๒. ระยะเวลาในการฝึกอบรม 1 วัน คือวันที่ 25 มกราคม 2566 ๓. สถานที่ใช้ในการฝึกอบรม ณ. กศน.ต าบลขวาใหญ่ ผลกำรเข้ำค่ำยฝึกอบรม ๑. นักศึกษา กศน.อ าเภอกันทรวิชัย ที่เข้าร่วมโครงการฯมีความรู้และความเข้าใจเรื่องทักษะการเรียนรู้ดีขึ้น ๒. ผู้เข้ารับการอบรมสามารถน าเอาความรู้ที่ได้รับจากประสบการณ์จริงไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวัน โดยประเมินจาก แบบประเมินโครงการฯ และการมีส่วนร่วมของกิจกรรม ๓. ผู้เข้าร่วมโครงการฯ มีผลสัมฤทธิ์ในการท าข้อสอบกลางภาคเรียนและปลายภาคเรียนสูงขึ้น กำรประเมินกำรฝึกอบรม ๑. การศึกษาสภาพทั่วไปของผู้เข้ารับการอบรม ๒. การประเมินความคิดเห็นของผู้รับการอบรมต่อการด าเนินโครงการ วัตถุประสงค์ของกำรประเมิน ๑. เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ เข้าใจทักษะการเรียนรู้ได้อย่างถูกต้อง ๒. ให้นักศึกษาได้มีทักษะในการด ารงชีวิต ที่สามารถน าไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันได้ ๓. เพื่อให้นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาทักษะการเรียนรู้สูงขึ้น ขอบเขตของกำรประเมิน ๑. กลุ่มเป้าหมายผู้เข้ารับการอบรม เป็นนักศึกษาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ าเภอกันทรวิชัย ๒. เนื้อหาการประเมิน ๒.๑ การด าเนินงานโครงการ คือ ด้านเนื้อหา ด้านวิทยากร และด้านบริหารจัดการ ๒.๒ ระหว่างฝึกอบรมเป็นการประเมินพฤติกรรมของผู้เข้าการอบรม คือ ความตรงต่อเวลา ความรับผิดชอบ การร่วมกิจกรรม กลุ่มตัวอย่ำง กลุ่มตัวอย่างในการประเมินครั้งนี้ เป็นนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาวิชาการ วิชาทักษะการเรียนรู้ ในวันที่ 25 มกราคม 2566 จ านวน 68 คน


หน้า : 12 เครื่องมือที่ใช้ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินความพึงพอใจ ที่สร้างขึ้น ๓ ด้าน ประกอบด้วย ด้านเนื้อหา ด้านวิทยากร และด้านบริหารจัดการ การประเมินมี ๕ ระดับ คือ ดีมาก มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด กำรเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูล ด าเนินการโดยคณะกรรมการด าเนินโครงการเมื่อเสร็จสิ้นการอบรมทุกเนื้อหา แจกแบบประเมินโครงการฯ ให้กับผู้เข้ารับการอบรม จ านวน 68 คน กำรวิเครำะห์ข้อมูล ๑. ด้านเนื้อหา ด้านวิทยากรและด้านบริหารจัดการ ใช้สถิติร้อยละ ๒. ด้านพฤติกรรมโดยวิเคราะห์แบบพรรณนา เกณฑ์กำรวัดค่ำตัวแปร แบ่งเป็น ๕ ระดับ - ดีมาก ( ๕ ) - มาก ( ๔ ) - ปานกลาง ( ๓ ) - น้อย ( ๒ ) - น้อยที่สุด ( ๑ ) เกณฑ์ระดับควำมเห็นด้วยจำกค่ำเฉลี่ย ค่าเฉลี่ย ตั้งแต่ ๔.๕๐ ดีมาก ๓.๕๐ - ๔.๔๙ ดี ๒.๕๐ - ๓.๔๙ พอใช้ ๑.๕๐ – ๒.๔๙ น้อย น้อยกว่า ๑.๕๐ น้อยที่สุด ผลกำรวิเครำะห์ข้อมูล การประเมินผลการด าเนินงานโครงการเก็บรวบรวมแบบทดสอบและแบบสอบถาม แล้วน ามาวิเคราะห์ข้อมูล น าผลการประเมินพร้อมปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะ เพื่อใช้ในการฝึกอบรมในโครงการลักษณะเช่นนี้ หรือ โครงการที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรมที่มีต่อโครงการ จ านวน 68 คน โดยแสดงเป็น ค่าสถิติพื้นฐานร้อยละ


หน้า : 13 ตอนที่ ๑ ข้อมูลทั่วไป เพศ ชาย จ านวน 35 คน คิดเป็น 51.4 % หญิง จ านวน 33 คน คิดเป็น 48.5 % อายุระหว่าง ๑๖- ๓๐ ปี จ านวน 33 คน คิดเป็น 48.5 % ๓๑-๔๕ ปี จ านวน 35 คน คิดเป็น 51.4 % ๔๖- ๖0 ปี จ านวน - คน คิดเป็น - % ๖1 ปีขึ้นไป จ านวน - คน คิดเป็น - % ระดับการศึกษา ประถม จ านวน - คน คิดเป็น - % ม.ต้น จ านวน - คน คิดเป็น - % ม.ปลาย จ านวน 68 คน คิดเป็น ๑๐๐ % ตอนที่ ๒ แสดงควำมคิดเห็นข้อเสนอแนะในกำรจัดกิจกรรม รำยกำรประเมิน ระดับควำมพึงพอใจ ดีมำก ( 5 ) ดี ( 4 ) ปำนกลำง ( 3 ) น้อย ( 2 ) ปรับปรุง ( 1 ) หมำย เหตุ 1. สื่อ /อุปกรณ์ (4.9) 1.1 อุปกรณ์ /วัสดุ มีความเหมาะสม 68 (340) - - - - 5 1.2 สื่อ /เอกสาร ตรงกับความต้องการของผู้เข้ารับ การอบรม 60 (300) 8 (32) - - - 4.8 1.3 วิทยากรมีความรู้ความเชี่ยวชาญ 68 (340) - - - - 5 2. เนื้อหำ /กิจกรรม (4.9) ๒.๑ท่านมีความรู้ ความเข้าใจ วิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับ ม.ปลาย และน าไปใช้ได้อย่างถูกต้องมากเพียงใด 62 (310) 6 (24) - - - 4.9 ๒.๒ ท่านเกิดทักษะความรู้ มีความเข้าใจ วิชาทักษะการ เรียนรู้ระดับ ม.ปลาย ได้มากเพียงใด 68 (340) - - - - 5 ๒.๓ หลังการอบรมท่านมีความรู้เพิ่มขึ้นมากเพียงใด 68 (340) - - - - 5 3. กำรบริหำรจัดกำร (4.9) 3.1 กระบวนการในการจัดกิจกรรมมีความหลากหลาย 68 (340) - - - - 5 3.2 ระยะเวลาในการจัดกิจกรรม 68 (340) - - - - 5 3.3 สถานที่ในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม 60 (300) 8 (32) - - - 4.8 รวม 590 (2,950) 22 (88) - - - 4.9


หน้า : 14 บทที่ ๕ สรุปผลและข้อเสนอแนะ สรุปผล จากการประเมินโครงการพัฒนาวิชาการ วิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับ ม.ปลาย ประจ าปีงบประมาณ ๒๕๖6 นักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นนักศึกษาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมจ านวน 113 คน ในการประเมินโครงการ จากการสุ่ม แล้วน าข้อมูลมาวิเคราะห์หาค่าสถิติพื้นฐาน ค่าร้อยละ ( % ) ซึ่งการประเมินใน ครั้งนี้ สุ่มประเมินนักศึกษาจ านวน 68 คน สรุปผลการประเมินโครงการพัฒนาวิชาการ วิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับ ม.ปลาย ดังนี้ ตอนที่ ๑ ผลกำรประเมินข้อมูลทั่วไป ผลการศึกษาพบว่า นักศึกษาที่เข้ารับการอบรมส่วนมากจะเป็น เพศชาย 51.4 % อายุระหว่าง 31 – 45 ปี 51.4 % และระดับการศึกษา เป็นนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ๑๐๐ % ตอนที่ ๒ ผลกำรประเมินควำมคิดเห็นข้อเสนอแนะในกำรจัดกิจกรรม ผลการศึกษาพบว่า ความคิดเห็นของนักศึกษา ที่เข้ารับการอบรมโครงการ สามารถสรุปผลการประเมิน ความพึงพอใจของโครงการพัฒนาวิชาการเติมเต็มความรู้รายบุคคลเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา วิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับ ม.ปลาย ในการจัดกิจกรรมโครงการฯ ภาพรวมมีความพึงพอใจในระดับ ดีมำก ( ๔.9 ) คิดเป็น 96.94 % ๑.สื่อและอุปกรณ์/ กิจกรรม ในการด าเนินโครงการฯ ภาพรวมมีความพึงพอใจในระดับ ดีมำก ( 4.9 ) ๑.๑ อุปกรณ์ / วัสดุ มีความเหมาะสม มีความพึงพอใจในระดับ ดีมาก ( 5.00 ) ๑.๒ สื่อ / เอกสารตรงกับความต้องการของผู้เข้ารับการอบรม มีความพึงพอใจในระดับดีมาก ( 4.8 ) ๑.๓ วิทยากรมีความรู้ความเชี่ยวชาญ มีความพึงพอใจในระดับ ดีมาก ( 5 ) ๒. ด้านเนื้อหา / กิจกรรม ในการด าเนินโครงการฯ ภาพรวมมีความพึงพอใจในระดับ ดีมำก ( ๔.9 ) ๒.๑ ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม หลังจากที่เข้าร่วมกิจกรรม มีความพึงพอใจในระดับ ดีมาก ( ๔.9 ) ๒.๒ ผู้เข้ารับการอบรมได้รับประโยชน์จากการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง มีความพึงพอใจในระดับ ดีมาก ( ๕.00 ) ๒.๓ ผู้เข้ารับการอบรมสามารถน าความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันของตนเอง มีความพึงพอใจใน ระดับ ดีมาก ( 5 ) ๓.ด้านการบริการจัดการ ของโครงการฯ ภาพรวมมีความพึงพอใจในระดับ ดีมำก ( 4.9 ) ๓.๑ ในการจัดโครงการฯ กิจกรรมมีความหลากหลาย มีความพึงพอใจในระดับ ดีมาก ( 5.00) ๓.๒ ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมโครงการฯ มีความเหมาะสม มีความพึงพอใจในระดับ ดีมาก ( 5.00) ๓.๓ สถานที่ในการจัดกิจกรรมค่ายคุณธรรม จริยธรรม มีความเหมาะสมมีความพึงพอใจในระดับ ดีมาก(4.8 )


หน้า : 15 ข้อเสนอแนะ ๑. อยากให้มีการจัดกิจกรรมอย่างทางนี้อีก ๒. มีกิจกรรมให้ได้ศึกษาหลายอย่าง ๓. วิทยากรอธิบายชัดเจน ตรงประเด็น กำรอภิปรำยผล โครงการพัฒนาวิชาการ วิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับ ม.ปลาย พบว่าผู้เรียนมีความตั้งใจสนใจดีมาก วิทยากร ทุกคนเอาใจใส่เตรียมความพร้อมเป็นอย่างดี วิทยากรบรรยายถ่ายทอดความรู้เข้าใจดี หลังจากการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเรื่อง การพูด , การฟัง , การอ่าน และการเขียน ผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นจากก่อนเข้ารับการอบรมดีมาก และมีความพึงพอใจในการอบรมโครงการพัฒนาวิชาการ วิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับ ม.ปลาย มีความพึงพอใจของ โครงการฯ ระดับ ดีมาก ( ๔.9 ) โดยคิดเป็นร้อยละ 96.94 โดยดูจากการประเมินความพึงพอใจของโครงการ พัฒนาวิชาการ วิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับ ม.ปลาย ดังนี้ ๑. ด้านสื่อ / อุปกรณ์ ในการจัดกิจกรรมโครงการฯ ภาพรวมมีความพึงพอใจในระดับ ดีมาก ( 4.9 ) ๒. ด้านเนื้อหา / กิจกรรม ในการด าเนินโครงการฯ ภาพรวมมีความพึงพอใจในระดับ ดีมาก ( 4.9 ) ๓. ด้านการบริการจัดการ ของโครงการฯ ภาพรวมมีความพึงพอใจในระดับ ดีมาก ( 4.9 )


หน้า : 16 ภาคผนวก


หน้า : 17 โครงกำรพัฒนำวิชำกำร วิชำทักษะกำรเรียนรู้ ระดับ ม.ปลำย วันที่ 25 มกรำคม 2566 ณ กศน.ต ำบลเขวำใหญ่ อ ำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหำสำรคำม


หน้า : 18 คณะผู้จัดท ำ ที่ปรึกษำ : นายสมาน กลมกูล ผู้อ านวยการ กศน. อ าเภอกันทรวิชัย นายวีรชัย ใจมุ่ง ครูผู้ช่วย นายสิทธิศักดิ์ นามแสงผา ครูอาสาสมัครฯ นางสาววิไลวรรณ อรรคเศรษฐัง ครูอาสาสมัครฯ นางสาวศศิธร บุญหล้า ครูอาสาสมัครฯ ข้อมูล / เรียบเรียง : นายไพฑูรย์ ทิพย์โสดา ครู กศน. ต าบล นางสุพัตรา กันทรพิทักษ์ ครู ศูนย์การเรียนชุมชน พิมพ์ / รูปเล่ม นางสุพัตรา กันทรพิทักษ์ ครู ศูนย์การเรียนชุมชน นางสาววิลาสินี เมืองนาม ครู ศูนย์การเรียนชุมชน


หน้า : 19 ค ำน ำ เอกสารรายงานผลโครงการพัฒนาวิชาการ วิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับ ม.ปลาย ได้จัดท าขึ้นเพื่อเป็นการ สรุปผลการด าเนินการจัดกิจกรรมโครงการพัฒนาวิชาการ วิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับ ม.ปลาย ซึ่งจัด ที่กศน.ต าบลเข วาใหญ่ เป็นการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์โครงการ โดยเนื้อหาสาระข้อรายงานเล่มนี้ จะเป็นรูปแบบของการสรุปผล จัดกิจกรรมต่างๆ และแบบประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการฯ ซึ่งผลการด าเนินการจัดกิจกรรม โครงการฯ นี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับประโยชน์ และสามารถน าไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวัน การแก้ไขปัญหา ได้เป็นอย่างดี หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานโครงการพัฒนาวิชาการ วิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับ ม.ปลาย เล่มนี้จะเป็น ประโยชน์และเป็นแนวทางในการด าเนินกิจกรรมในโครงการต่อๆ ไป นายไพฑูรย์ ทิพย์โสดา กศน.ต าบลเขวาใหญ่ ก


หน้า : 20 สำรบัญ เรื่อง หน้ำ ค าน า ก สารบัญ ข บทที่ ๑ บทน า ๑ บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๓ บทที่ ๓ วิธีด าเนินการ 9 บทที่ ๔ ผลการด าเนินการ 11 บทที่ ๕ สรุปผลและข้อเสนอแนะ 14 ภาคผนวก 16 - ค าสั่งโครงการพัฒนาวิชาการ วิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับ ม.ปลาย - โครงการพัฒนาวิชาการ วิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับ ม.ปลาย - แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อโครงการพัฒนาวิชาการ วิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับ ม.ปลาย - รายชื่อผู้เข้าร่วมโครงการฯ - ภาพถ่ายกิจกรรม ข


หน้า : 21


หน้า : 22


Click to View FlipBook Version