ภู มิ ปั ญ ญ า ไ ท ย
รายวิชา ประวัติศาสตร์ รหัสวิชา ส33104
จัดทำโดย
นางสาวภิราวรรณ ทองดอนเหมือน
เลขที่17 ม.6/3
นางสาวศศิ พร โพธิ์มี
เลขที่25 ม.6/3
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึ กษา 2564
โรงเรียนประจวบวิทยาลัย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์
โขน
โขนเป็นจุดศูนย์รวมของศาสตร์และศิลป์หลากหลายแขนงเช่น วรรณกรรม
วรรณศิลป์ นาฏศิลป์ คีตศิลป์ หัตถศิลป์ โดยนำเอาวิธีเล่นและการแต่งตัว
บางชนิดมาจากการเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์ มีท่าทางการต่อสู้ที่โลดโผน ท่า
รำ ท่าเต้นเช่น ท่าปฐมในการไหว้ครูของกระบี่กระบอง รวมทั้งการนำศิลปะ
การพากย์ การเจรจา หน้าพาทย์และเพลงดนตรีเข้ามาประกอบการแสดง
ในการแสดงโขน ลักษณะสำคัญอยู่ที่ผู้แสดงต้องสวมหัวโขน ซึ่งเป็น
เครื่องสวมครอบหุ้มตั้งแต่ศีรษะถึงคอ เจาะรูสองรูบริเวณดวงตาให้
สามารถมองเห็น แสดงอารมณ์ผ่านทางการร่ายรำ สร้างตามลักษณะของ
ตัวละครนั้นๆ เช่น ตัวยักษ์ ตัวลิง ตัวเทวดา ฯลฯ ตกแต่งด้วยสี ลงรักปิด
ทอง ประดับกระจก บ้างก็เรียกว่าหน้าโขน เป็นภูมิปัญญาของภาคกลาง
ประโยชน์ 1.
เรียนโขนเท่ากับ
ออกกำลังกาย
2. ร่างกายแข็งแรง
ไม่พอ สมองดี
ปัญญาเลิศด้วย
3.
4. ฝึกการทำงาน
เป็นทีม เรียนรู้
การเข้าสังคม
เสริมสร้างความมั่นใจและ
คุณค่าในตัวเอง
ประเภทของโขน
โขนได้รับความนิยมมาโดยตลอด ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน มักนิยมแสดงเป็นมหกรรม
บูชาเจ้านายชั้นสูง ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และแสดงเป็นมหรสพเพื่อความบันเทิงในโอกาส
ทั่ว ๆ ไป นิยมแสดงเพียง 3 ประเภทคือ โขนกลางแปลง โขนหน้าจอและโขนฉาก สำหรับโขนนั่งราว
หรือโขนโรงนอกไม่นิยมจัดแสดง เนื่องจากเป็นการแสดงโขนที่มีแต่บทพากย์และบทเจรจาเท่านั้น
ไม่มีบทร้อง ใช้ราวไม้กระบอกแทนเตียงสำหรับนั่ง และโขนโรงในซึ่งเป็นศิลปะที่โขนหน้าจอนำไปแสดง
แต่เดิมไม่มีองค์ประกอบจำนวนมาก ต่อมาภายหลังเมื่อมีความต้องการในการแสดงมากขึ้น โขนจึงมี
วิวัฒนาการพัฒนาเป็นลำดับ แบ่งเป็น 5 ประเภท
โขนกลางแปลง
เป็นการเล่นโขนกลางแจ้ง ไม่มีการสร้างโรงแสดง ผู้แสดงทั้งหมดรวมตัวพระต้องสวม
หัวโขน นิยมแสดงตอนยกทัพรบ วิวัฒนาการจากการเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์เรื่องกวนน้ำอมฤต โดย
นำวิธีการแสดงคือการจัดกระบวนทัพและการเต้นประกอบหน้าพาทย์มาใช้ แต่เปลี่ยนมาเล่นเรื่อง
รามเกียรติ์แทน มีการเต้นประกอบหน้าพาทย์ อาจมีบทพาทย์และเจรจาบ้าง แต่ไม่มีบทร้อง
โขนโรงนอกหรือโขนนั่งราว
ตัวโรงมักมีหลังคาคุ้มกันแสงแดดและสายฝน มีราวพาดตามส่วนยาวของโรงสำหรับให้ตัว
ละครนั่งแทนเตียงซึ่งมีภายหลัง ตัวละครที่จะนั่งราวได้จะต้องเป็นตัวสูงศักดิ์ เช่น พระราม ทศ
กัณฐ์ ตัวละครฝ่ายหญิงมีเตียงให้นั่งต่างหาก ดนตรีประกอบเหมือนโขนกลางแปลง และมีเพียงคำ
พากย์และบทเจรจาเช่นเดียวกัน
โขนโรงใน
ผู้แสดงเป็นตัวพระ ตัวนางและเทวดา เริ่มไม่ต้องสวมหัวโขนในการแสดง มีการ
พากย์และเจรจาตามแบบฉบับของการแสดงโขน นำเพลงขับร้องประกอบอากัปกิริยาอาการ
ของตัวละคร และเปลี่ยนมาแสดงภายในโรงแบบละครในจึงเรียกว่าโขนโรงใน มีปี่ พาทย์
บรรเลงสองวง ปัจจุบันโขนที่กรมศิลปากรนำออกแสดงนั้น ใช้ศิลปะการแสดงแบบโขนโรง
ใ น ซึ่ ง เ ป็ น ก า ร แ ส ด ง ร ะ ห ว่ า ง โ ข น ก ล า ง แ ป ล ง แ ล ะ โ ข น ห น้ า จ อ
โขนหน้าจอ
มีการปล่อยตัวโขนออกมาเล่นสลับกับการเชิดหนังใหญ่ เรียกว่า “หนังติดหัวโขน” มี
การพากย์และเจรจา ใช้เครื่องดนตรีปี่ พาทย์ประกอบการแสดง ผู้เชิดตัวหนังจะต้องเต้นตาม
จังหวะดนตรีและลีลาท่าทางของตัวหนัง
โขนฉาก
มีขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีผู้คิดสร้างฉากประกอบ
การแสดงบทเวที มีการเปลี่ยนฉากตามท้องเรื่อง บทที่แสดง
มีการปรับปรุงให้กระชับรวดเร็วทันใจ คล้ายกับละครดึกดำบรรพ์
วิธีแสดงเหมือนโขนโรงใน มีการขับร้อง มีกระบวนการรำ
มีท่าเต้น มีเพลงหน้าพาทย์ตามแบบละครในและโขนโรงใน
เครื่องดนตรีประกอบโขน
โขนกลางแปลง
ปี่ พาทย์เครื่องห้า มีเครื่อง
บรรเลงคือ ปี่ กลาง ฆ้องวงใหญ่
ตะโพน กลองทัด (แต่เดิมใช้
เพียง 1 ลูก ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 1
จึงเพิ่มเป็น 2 ลูก) และฉิ่ง
โขนนั่งราว
มหเซหแวพ้ิาิลาธนป่ัึกีมย่งกงลขรนึาจแี้ง้นะรเะลนอแกตแัะาง้ตสวขงด่่าดววหปีทัโุ่งาว้งขพมขปโแนี่ารกอพลัทกงงบะายลโวฆ์อทร้ีทางัอกยงง้ง์ปงีวแจ่สแพงวะปอตตงหา่ัลง้เทเงนดึงลว่ิ็ยบงกมง์จนตนัเใี้ะปชร้งจ้็เ้าปหนไีะ่วนบพม้วทืทง้รีอา่ายเรทนยคเกยกลโร์ัืรสเ่นงอูคงงเกงรหปขัืึ่็คบ้อูรนน่ืใโงอรนขโหจะดนส้เะาบยมกตีััเ้ยวยลพงิง่บา
ทง
ง
าม
งา
โขนโรงใน
วนเฉหงอาลปบีก็่กพแราฆะล้ทนอะยโาง์หดกว็มเพง่อังใฒกหเญวนร่ละานาฆขึ้้รานอ้อดเงงปทวุ็้หนมงรวเืรลอง็ะกปเีน่คพตารืดา่ะอทโเงพอยใ์กนหรัเบญหก่จลล็ะคกอใืชอง้รกทมะัรีนดัปบี่าใฉอดนิ่ยงทุ่ป้
ีาม่ ง
ละครในตีเป็นจังหวะ
โขนหน้าจอ
การบรรเลลงดขอวงงปวี่งพปีา่ พทยา์ทเหย์ลยืัองเคพีงยเงหวมืงอเนดีโยขวนโรงใน แต่
โขนฉาก
การบรรสเถลางนขทอี่แงสวดงปงี่ เพท่าาทนัย้น์เปแ็นลเะชม่ีนกเาดรียมีวกกาับรรโ้ขอนงโรรับงแในบบเพลียะคงรแใตน่เปลี่ยน
เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ
ตัวพระ
พระราม พระลักษณ์ พระพรต พระสัตรุต ตัวนาง
นางสีดา นางเบญจกาย นางสุพรรณมัจฉา
ตัวยักษ์ ตัวลิง
ทศกัณฐ์ พิเภก อินทรชิต มังกรกัณฐ์ หนุมาน พาลี สุครีพ องคต ท้าวชมพูพาน
ยูเนสโกรับรอง "โขนไทย"
เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
ขอบคุณค่ะ