๔๑
ตารางท่ี 4.10 จานวน ร้อยละ คา่ เฉลี่ย และระดับความคดิ เหน็ ต่อการขบั เคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐
หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง ด้านสภาพแวดล้อม ความปลอดภัย และ
ความสงบสุขของชมุ ชน
การขบั เคลือ่ นโมเดล ร้อยละความคดิ เหน็ น้อย ค่า S.D ระดบั
ทส่ี ุด เฉล่ยี ความ
ประเทศไทย ๔.๐ หมู่บา้ นจารุง มาก มาก ปาน นอ้ ย คดิ เหน็
อาเภอแกลง จงั หวดั ระยอง ท่ีสุด กลาง
๓. ด้านสภาพแวดล้อม ความปลอดภยั และความสงบสุขของชุมชน
๓.๑ ชมุ ชนมกี ารพฒั นาและ 4 23 15 4 2 3.48 .922 มาก
ปรบั ปรุงโครงสรา้ งพ้นื ฐาน 8.3 47.9 31.3 8.3 4.2
และสภาพแวดล้อม ให้น่าอยู่
เปน็ ชุมชนแห่งการเรยี นรู้ และ
พร้อมเขา้ สู่การเปน็ ชมุ ชน
ท้องถ่ิน 4.0
3.2 ชมุ ชนมกี ารรักษาความ 2 28 12 5 1 3.52 .825 มาก
ปลอดภยั และความสงบสุข 4.2 58.3 25.0 10.4 2.1
ของชุมชน เพื่อสง่ เสริมการ
พัฒนาคณุ ภาพชวี ิตความ
เปน็ อยู่ของประชาชนในชมุ ชน
ใหม้ ีความสขุ มีความปลอดภยั
ในชวี ิตและทรพั ยส์ ิน
3.3 ชุมชนมกี ารปอ้ งกัน และ 2 20 18 5 3 3.27 .939 ปานกลาง
การเตรยี มความพร้อมรับมือ 4.2 41.7 37.5 10.4 6.3
กบั ปญั หาต่าง ๆ ทีอ่ าจเกิดขนึ้ ซง่ึ
อาจเป็นปัญหาตอ่ การพฒั นา
ชุมชนไปสู่ชุมชนท้องถนิ่ 4.0
เช่น ปัญหาภัยพบิ ตั ิ ปญั หา
ยาเสพตดิ ปญั หาอาชญากรรม
3.4 ชุมชนมีการส่งเสรมิ ให้ 2 24 13 5 4 3.31 1.014 ปานกลาง
ประชาชนมคี วามรกั ความ 4.2 50.0 27.1 10.4 8.3
สามคั คี และให้ความรว่ มมอื
ในการจัดกจิ กรรมตา่ ง ๆ ของ
ชมุ ชนเพ่ือบรรลุเปา้ หมายของ
การพัฒนาชุมชนไปสู่ชมุ ชน
ทอ้ งถนิ่ 4.0 ร่วมกันร่วมกัน
๔๒
การขับเคลอื่ นโมเดล รอ้ ยละความคิดเหน็ น้อย คา่ S.D ระดบั
ประเทศไทย ๔.๐ หมบู่ า้ นจารุง มาก ทส่ี ุด เฉล่ีย ความ
อาเภอแกลง จงั หวัดระยอง ทส่ี ุด มาก ปาน นอ้ ย คิดเหน็
กลาง
๓.5 ชุมชนมกี ิจกรรมการ 7 15 18 7 1 3.42 .986 มาก
เสริมสร้างการพัฒนาชมุ ชนสู่ 14.6 31.3 37.5 14.6 2.1
“ความมน่ั คง มั่งคง่ั และ
ยัง่ ยืน” ทค่ี รอบคลมุ
ประชาชนทุกคน รวมถึงกลมุ่
เปราะบางหรือกลุ่มผดู้ ้อยด้อย
โอกาส เช่น ผูพ้ ิการ
รวม 3.40 .9372 ปาน
กลาง
ด้านสภาพแวดล้อม ความปลอดภัย และความสงบสุขของชุมชน พบว่า ผู้ตอบ
แบบสอบถามมีความคิดเห็นต่อการขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง
จงั หวดั ระยอง ด้านสภาพแวดล้อม ความปลอดภยั และความสงบสุขของชุมชน ในภาพรวมอยู่ในระดับ
ปานกลาง มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.40 โดยมีความคิดเห็นมากท่ีสุดว่าชมุ ชนมีการรักษาความปลอดภัยและ
ความสงบสุขของชุมชน เพ่ือส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชน
ให้มีความสุข มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีค่าเฉล่ีย 3.52 รองลงมาคิดเห็นว่าชุมชนมี
การพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดลอ้ ม ให้น่าอยู่ เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ และ
พร้อมเข้าสู่การเป็นชุมชนท้องถิ่น 4.0 ค่าเฉลี่ย 3. 48 และคิดเห็นว่าชุมชนมีการป้องกัน และ
การเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ท่ีอาจเกิดข้ึนซึ่งอาจเป็นปัญหาต่อการพัฒนา ชุมชนไปสู่
ชุมชนท้องถ่ิน 4.0 เช่น ปัญหาภัยพิบัติ ปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรม มีค่าเฉล่ียน้อยท่ีสุด คือ
3.27
ตารางที่ 4.11 จานวน รอ้ ยละ คา่ เฉล่ีย และระดับความคิดเหน็ ตอ่ การขบั เคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐
หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง ด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีอุตสาหกรรม
การพฒั นาการคา้ และการทอ่ งเที่ยว
การขบั เคลอ่ื นโมเดล รอ้ ยละความคิดเหน็ นอ้ ย ค่า S.D ระดับ
ประเทศไทย ๔.๐ หมู่บา้ นจารุง มาก ท่ีสดุ เฉล่ีย ความ
อาเภอแกลง จงั หวดั ระยอง ท่สี ุด มาก ปาน น้อย คิดเห็น
กลาง
4. ด้านเทคโนโลยีท่ีทันสมัย มีอตุ สาหกรรม การพัฒนาการค้า และการท่องเที่ยว
๔.๑ ชุมชนจัดให้มชี ่องทาง 6 26 10 1 5 3.56 1.090 มาก
การแจง้ ขา่ วสาร ข้อมลู และ 12.5 54.2 20.8 2.1 10.4
การติดต่อส่ือสารที่หลากหลาย
๔๓
การขบั เคล่อื นโมเดล รอ้ ยละความคดิ เหน็ นอ้ ย ค่า S.D ระดับ
ประเทศไทย ๔.๐ หมูบ่ ้านจารงุ มาก ที่สดุ เฉลี่ย ความ
อาเภอแกลง จังหวัดระยอง ทีส่ ดุ มาก ปาน นอ้ ย คิดเห็น
กลาง
ทนั สมยั มปี ระสิทธภิ าพ และ
เข้าถึงประชาชนทุกคน
๔.๒ ชุมชนมีการพฒั นาระบบ 6 20 13 4 5 3.38 1.142 ปานกลาง
โครงสรา้ งพื้นฐาน และ 12.5 41.7 27.1 8.3 10.4
สาธารณูปโภคให้มีความ
ทนั สมยั สะดวกสบาย และ
ครอบคลุมพนื้ ท่ีท่รี ับผดิ ชอบ
๔.๓ ชุมชนมกี ารพัฒนาแหลง่ 6 18 14 8 2 3.38 1.044 ปานกลาง
ธุรกิจการค้า/แหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว 12.5 37.5 29.2 16.7 4.2
ในชมุ ชนให้เออื้ ประโยชนต์ อ่
ประชาชนทกุ คนและทุกกล่มุ
อาชีพเพ่ือให้มีรายไดท้ ี่
เพยี งพอต่อการดารงชพี
๔.๔ ชุมชนมีการการบริหาร 4 21 14 3 6 3.29 1.129 ปานกลาง
จัดการ แบบร่วมกนั คิด 8.3 43.8 29.2 6.3 12.5
ร่วมกนั วางแผน ร่วมกัน
ดาเนินการ และร่วมกันรบั 6 19 13 7 3 3.38 1.084 ปานกลาง
ผลประโยชน์ โดยมุ่งเน้นให้ 12.5 39.6 27.1 14.6 6.3
หน่วยงานภาคีเครือข่ายทัง้
ภาครัฐ ภาคเอกชน และ
ประชาชนเข้ามามีส่วนรว่ ม
๔.๕ ชุมชนมีการจัดการดา้ น
อุตสาหกรรม โดยมงุ่ เน้น
อุตสาหกรรมในพน้ื ทใี่ ห้เปน็
อตุ สาหกรรมสีเขียว เปน็ มติ ร
กับสง่ิ แวดล้อม และส่งเสริมการ
พัฒนาชุมชนทอ้ งถน่ิ ท่ียั่งยืน
รวม 3.40 1.097 ปาน
กลาง
ด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีอุตสาหกรรม การพัฒนาการค้า และการท่องเท่ียว พบว่า
ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นต่อการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง
จังหวัดระยอง ด้านเทคโนโลยีท่ีทันสมัย มีอุตสาหกรรม การพัฒนาการค้า และการท่องเท่ียว
๔๔
ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.40 โดยมีความคิดเห็นมากท่ีสุดว่าชุมชนจัดให้มี
ช่องทางการแจ้งข่าวสาร ข้อมูลและการติดต่อสื่อสารท่ีหลากหลาย ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และเข้าถึง
ประชาชนทุกคน ค่าเฉลี่ย 3.56 รองลงมาคิดเห็นว่าชุมชนมีการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน และ
สาธารณูปโภคให้มีความทันสมัย สะดวกสบาย และครอบคลุมพื้นที่ที่รับผิดชอบ และชุมชนมีการ
พัฒนาแหล่งธุรกิจการค้า/แหล่งท่องเท่ียวในชุมชนให้เอื้อประโยชน์ต่อประชาชนทุกคนและทุกกลุ่ม
อาชีพเพ่ือให้มีรายได้ท่ีเพียงพอต่อการดารงชีพ และชุมชนมีการจัดการด้านอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้น
อุตสาหกรรมในพ้ืนที่ให้เป็นอุตสาหกรรมสีเขียว เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม และส่งเสริมการพัฒนาชุมชน
ท้องถิ่นท่ียั่งยืน โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากัน คือ 3.38 และคิดเห็นว่าชุมชนมีการบริหารจัดการ แบบร่วมกันคิด
ร่วมกันวางแผน ร่วมกันดาเนินการ และร่วมกันรับผลประโยชน์ โดยมุ่งเน้นให้หน่วยงานภาคีเครือข่าย
ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนเข้ามามีสว่ นร่วม มคี า่ เฉลี่ยนอ้ ยทส่ี ดุ คือ 3.29
ตารางที่ 4.12 จานวน ร้อยละ คา่ เฉลย่ี และระดับความคดิ เห็นต่อการขบั เคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐
หมู่บา้ นจารุง อาเภอแกลง จงั หวัดระยอง ด้านสิทธิมนษุ ยชน
การขับเคลอ่ื นโมเดล รอ้ ยละความคิดเหน็ น้อย ค่า S.D ระดับ
ประเทศไทย ๔.๐ หมูบ่ า้ นจารงุ มาก มาก ปาน น้อย ทสี่ ุด เฉลีย่ ความ
อาเภอแกลง จังหวดั ระยอง ท่ีสุด คดิ เห็น
กลาง
๕. ดา้ นสทิ ธิมนษุ ยชน
๕.๑ ชุมชนมแี นวทางการส่งเสรมิ 4 25 14 4 1 3.56 .848 มาก
ให้ความรู้เก่ียวกบั สิทธิ 8.3 52.1 29.2 8.3 2.1
มนุษยชนในชุมชนเพ่ือเป็น
ความรูพ้ ื้นฐานสูก่ ารพัฒนา
ที่ยั่งยืน
5.2 ชมุ ชนมีการพัฒนาและ 3 16 18 9 2 3.19 .960 ปานกลาง
ขบั เคล่อื นชมุ ชนท้องถ่นิ ๔.๐ 6.3 33.3 37.5 18.8 4.2
ตามหลกั สทิ ธิมนษุ ยชน คอื
ศกั ดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ความเสมอภาค และห้าม
เลือกปฏบิ ัติ
๕.3 ชมุ ชนมีการจดั ประชุม 3 20 15 6 4 3.25 1.042 ปานกลาง
เพ่ือพจิ ารณาและตดั สินใจ 6.3 41.7 31.3 12.5 8.3
ประเด็นปัญหาทเ่ี กีย่ วกับสิทธิ
ประโยชน์ของคนในชมุ ชน
๕.4 ชมุ ชนมีการจัดทาระเบียบ 3 14 21 7 3 3.15 .967 ปานกลาง
กฎเกณฑ์ ขอ้ ตกลงรว่ มกัน 6.3 29.2 43.8 14.6 6.3
สาหรบั ใชใ้ นการบริหารจัดการ
ชมุ ชนอย่างทว่ั ถึงและเท่าเทียม
๔๕
การขับเคลื่อนโมเดล รอ้ ยละความคิดเหน็ นอ้ ย คา่ S.D ระดบั
ประเทศไทย ๔.๐ หมบู่ า้ นจารุง มาก มาก ปาน น้อย ทีส่ ดุ เฉลีย่ ความ
อาเภอแกลง จงั หวัดระยอง ทส่ี ดุ คิดเหน็
กลาง
๕.5 ชมุ ชนเปดิ โอกาสให้ 5 21 12 5 5 3.33 1.136 ปานกลาง
ประชาชนสามารถแลกเปลยี่ น 10.4 43.8 25.0 10.4 10.4
ความคดิ เห็น และข้อเสนอแนะ
ตอ่ การขับเคลื่อนชุมชน
ทอ้ งถิ่น ๔.๐
รวม 3.30 .991 ปาน
กลาง
ด้านสิทธิมนุษยชน พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นต่อการขับเคล่ือนโมเดล
ประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง ด้านสิทธิมนุษยชน ในภาพรวมอยู่ในระดับ
ปานกลาง มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.30 โดยมีความคิดเห็นมากที่สุดว่าชุมชนมีแนวทางการส่งเสริมให้ความรู้
เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในชุมชนเพ่ือเป็นความรู้พ้ืนฐานสู่การพัฒนาท่ีย่ังยืน ค่าเฉลี่ย 3.56 รองลงมา
คิดเห็นว่าชุมชนเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแลกเปล่ียนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่อ
การขับเคลื่อนชุมชนท้องถิ่น ๔.๐ ค่าเฉล่ีย 3.33 และเห็นว่าชุมชนมีการจัดทาระเบียบ กฎเกณฑ์
ข้อตกลงร่วมกัน สาหรับใช้ในการบริหารจัดการชุมชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมมีค่าเฉลี่ยน้อยท่ีสุด คือ
3.15
ตารางที่ 4.13 จานวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และระดับความคิดเห็นต่อการขับเคลื่อนโมเดล
ประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง ด้านการมีส่วนร่วม และ
ความกา้ วหนา้
การขับเคล่ือนโมเดล รอ้ ยละความคดิ เหน็ น้อย คา่ S.D ระดบั
ทีส่ ดุ เฉล่ีย ความ
ประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารงุ มาก มาก ปาน น้อย คิดเหน็
อาเภอแกลง จังหวัดระยอง ทีส่ ุด กลาง
6. ด้านการมสี ว่ นรว่ ม และความกา้ วหนา้
๖.๑ ชุมชนมกี ารส่งเสริมการมี 5 24 12 5 2 3.52 .967 มาก
สว่ นรว่ มในการพิจารณาตดั สินใจ 10.4 50.0 25.0 10.4 4.2
ประเดน็ ต่าง ๆ ในชมุ ชน
๖.๒ ชุมชนจดั โครงการหรอื 4 21 12 9 2 3.33 1.018ปานกลาง
กิจกรรมดา้ นการพฒั นาเพ่ือ 8.3 43.8 25.0 18.8 4.2
ผนึกกาลงั ขับเคล่อื นการเป็น
ชมุ ชนทอ้ งถน่ิ 4.0 อยา่ งสมา่ เสมอ
๔๖
การขับเคลอ่ื นโมเดล รอ้ ยละความคิดเห็น น้อย คา่ S.D ระดับ
ประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง มาก ที่สดุ เฉล่ยี ความ
อาเภอแกลง จงั หวดั ระยอง ทสี่ ุด มาก ปาน นอ้ ย คดิ เห็น
กลาง
๖.๓ ชมุ ชนมกี ารคดั เลือก 7 15 19 4 3 3.43 1.047 มาก
จัดต้ังคณะกรรมการชมุ ชน 14.6 31.3 39.6 8.3 6.3
เพอ่ื เขา้ มาจดั ทาแผนชมุ ชน
ดาเนนิ การตามแผน รวมถึง
การตดิ ตามและประเมินผลแผน
เพอ่ื ให้เกิดกระบวนการ
ต่อยอดและปรบั ปรงุ แผน
ชมุ ชนต่อเนือ่ งและยัง่ ยนื
๖.๔ ชุมชนมีการบริหารจัดการ 2 22 15 6 3 3.29 .967 ปานกลาง
ทด่ี มี ีความโปรง่ ใส และมี 4.2 45.8 31.3 12.5 6.3
ประสทิ ธิภาพ
๖.๕ ชุมชนมีการบริหารจัดการ 6 22 10 7 3 3.44 1.090 มาก
ทม่ี ุ่งเน้นการมสี ่วนรว่ มของคน 12.5 45.8 20.8 14.6 6.3
ในชุมชน
รวม 3.42 1.017 มาก
ด้านการมีส่วนร่วม และความก้าวหน้า พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นต่อการ
ขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง ด้านการมีส่วนร่วม และ
ความก้าวหน้า ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.42 โดยมีความคิดเห็นมากท่ีสุดว่า
ชุมชนมีการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพิจารณาตัดสินใจประเด็นต่าง ๆ ในชุมชน ค่าเฉล่ีย 3.52
รองลงมาคิดเห็นว่าชุมชนมีการบริหารจัดการท่ีมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ค่าเฉลี่ย 3.44
และเหน็ วา่ ชุมชนมีการบรหิ ารจัดการทด่ี ี มีความโปรง่ ใส และมปี ระสิทธิภาพ มคี า่ เฉลี่ยน้อยที่สุด คอื 3.29
4.4 การเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคล่ือนโมเดล
ประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง ตามข้อมูลทั่วไป และการสื่อสาร
เพ่ือสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และความร่วมมือในการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย 4.0
ของหมบู่ ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง
4.๔.1 ข้อมูลท่ัวไปแตกต่างกันมีความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการขับเคล่ือน
โมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมบู่ ้านจารุง อาเภอแกลง จงั หวดั ระยอง แตกต่างกัน
4.๔.1.1 เพศ ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการขับเคลื่อนโมเดล
ประเทศไทย ๔.๐ หม่บู า้ นจารุง อาเภอแกลง จงั หวดั ระยอง แตกตา่ งกนั
๔๗
ตารางท่ี 4.14 เปรียบเทียบความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคล่ือนโมเดล
ประเทศไทย ๔.๐ หมู่บา้ นจารงุ อาเภอแกลง จงั หวดั ระยอง จาแนกตามเพศ
บทบาทชุมชนท้องถนิ่ กับการขบั เคล่ือน ชาย หญิง t P
โมเดลประเทศไทย ๔.๐ X S.D. X S.D.
3.44 1.042
1. ด้านสุขภาพและสวัสดิการชุมชน 3.39 1.290 3.77 .817 -1.192 .239
2. ด้านวฒั นธรรมพื้นเมือง การพฒั นา 3.11 1.231 3.73 .907 -1.085 .284
ทรัพยากรบุคคล และภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน
3. ดา้ นสภาพแวดลอ้ มปลอดภยั และ 3.44 1.338 3.50 .974 -1.212 .232
ความสงบสุขของชุมชน
3.11 1.231 3.47 1.137 .061 .951
4. ด้านเทคโนโลยีท่ที ันสมัยมีอุตสาหกรรม 3.22 1.437
การพัฒนาการคา้ และการทอ่ งเทยี่ ว 3.33 .959 -.698 .489
๕. ด้านสิทธมิ นุษยชน 3.37 .928 -.381 .706
๖. ด้านการมสี ่วนร่วมและความก้าวหนา้
การเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการขับเคลื่อนโมเดล
ประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง จาแนกตามเพศ พบว่า ผู้ตอบ
แบบสอบถามท่ีมี เพศ ต่างกันมีความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการขับเคลื่อนโมเดล
ประเทศไทย ๔.๐ หมบู่ า้ นจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง ไมแ่ ตกตา่ งกนั
4.๔.1.2 อายุ ท่ีแตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการขับเคล่ือน
โมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมูบ่ า้ นจารุง อาเภอแกลง จงั หวัดระยอง แตกต่างกนั
ตารางท่ี 4.15 เปรียบเทียบความคิดเห็นต่อบทบาทชมุ ชนท้องถ่ินกับการขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย
๔.๐ หมบู่ ้านจารงุ อาเภอแกลง จังหวดั ระยอง จาแนกตามอายุ
บทบาทชุมชนท้องถิน่ กับการ n X S.D. F P
ขับเคลื่อนโมเดล ฯ .879 .485
1. ดา้ นสุขภาพและสวัสดิการชุมชน .550 .700
นอ้ ยกว่า 25 ปี 5 4.20 .447
25 - 35 ปี 8 3.75 .463
36 - 45 ปี 10 3.40 .699
46 - 55 ปี 10 3.80 .919
56 ปี ข้นึ ไป 15 3.47 1.246
2. ดา้ นวัฒนธรรมพ้ืนเมือง การพัฒนาทรัพยากรบุคคล และภมู ิปัญญาท้องถ่ิน
นอ้ ยกว่า 25 ปี 5 4.20 .837
25 - 35 ปี 8 3.63 .744
๔๘
บทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการ n X S.D. F P
ขบั เคลื่อนโมเดล ฯ .221
.036*
36 - 45 ปี 10 3.50 .707 .562
.176
46 - 55 ปี 10 3.70 .949
56 ปี ขน้ึ ไป 15 3.40 1.502
3. ด้านสภาพแวดลอ้ มปลอดภยั และความสงบสขุ ของชุมชน
น้อยกว่า 25 ปี 5 3.80 .447 1.493
25 - 35 ปี 8 3.63 .518
36 - 45 ปี 10 3.00 .943
46 - 55 ปี 10 3.80 1.033
56 ปี ขน้ึ ไป 15 3.00 1.414
4.ดา้ นเทคโนโลยีที่ทนั สมยั มีอตุ สาหกรรม การพฒั นาการคา้ และการทอ่ งเทย่ี ว
นอ้ ยกวา่ 25 ปี 5 4.00 .707 2.838
25 - 35 ปี 8 3.75 .463
36 - 45 ปี 10 3.40 .966
46 - 55 ปี 10 4.10 .738
56 ปี ขึ้นไป 15 2.73 1.624
๕. ด้านสทิ ธิมนุษยชน
นอ้ ยกวา่ 25 ปี 5 3.60 .548 .752
25 - 35 ปี 8 3.50 .756
36 - 45 ปี 10 2.90 1.101
46 - 55 ปี 10 3.50 1.269
56 ปี ขน้ึ ไป 15 3.07 1.163
๖. ด้านการมสี ่วนรว่ มและความกา้ วหน้า
น้อยกว่า 25 ปี 5 3.80 .447 1.663
25 - 35 ปี 8 3.50 .756
36 - 45 ปี 10 3.40 1.174
46 - 55 ปี 10 3.70 .823
56 ปี ข้ึนไป 15 2.73 1.438
หมายเหตุ : * >.05
การเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย
๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง จาแนกตามอายุ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามท่ีมีอายุ
ตา่ งกัน มคี วามคิดเหน็ ตอ่ บทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง
๔๙
อาเภอแกลง จังหวัดระยอง แตกต่างกัน ในด้านเทคโนโลยีท่ีทันสมัย มีอุตสาหกรรม การพัฒนา
การคา้ และการทอ่ งเที่ยว อยา่ งมีนยั สาคัญทางสถิตทิ ่ีระดบั .05 และเม่อื ทาการทดสอบความแตกต่าง
กันเปน็ รายคู่ดว้ ยวธิ ขี อง Scheffé สามารถแสดงผลได้ดังตารางท่ี 4.13
ตารางท่ี 4.16 การเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่
อายุ
อายุ n X S.D. นอ้ ยกวา่ 25 – 35 36 - 45 46 - 55 56 ปี
นอ้ ยกว่า 25 ปี ปี ปี ปี ข้นึ ไป
25 ปี
25 - 35 ปี 5 4.00 .707 - *
36 - 45 ปี
46 - 55 ปี 8 3.75 .463 -*
56 ปี ขน้ึ ไป 10 3.40 .966 -
10 4.10 .738 -*
15 2.73 1.624 -
ผลการเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่ พบว่า มี 3 คู่ ท่ีต่างกัน คือ ผู้ตอบ
แบบสอบถามที่มีอายุ 56 ปีข้ึนไป (X =2.73) มีมีความคิดเห็น น้อยกว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่มีอายุ
นอ้ ยกวา่ 25 ปี (X =4.00) อายุ 25 - 35 ปี (X =3.75) และ อายุ 46 - 55 ปี (X =4.10)
4.๔.1.3 การศึกษาสงู สดุ ทแี่ ตกต่างกัน มีความคดิ เห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการ
ขบั เคลอื่ นโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หม่บู า้ นจารงุ อาเภอแกลง จงั หวดั ระยอง แตกต่างกนั
ตารางท่ี 4.17 เปรยี บเทยี บความคดิ เหน็ ต่อบทบาทชมุ ชนทอ้ งถิ่นกบั การขบั เคลื่อนโมเดลประเทศ
ไทย ๔.๐ หม่บู ้านจารงุ อาเภอแกลง จังหวัดระยอง จาแนกตามการศกึ ษาสูงสดุ
บทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการ n X S.D. F P
ขบั เคลื่อนโมเดลฯ .134 .969
1. ดา้ นสุขภาพและสวัสดิการชุมชน .460 .765
ประถมศึกษา 7 3.57 1.134
มธั ยมศึกษา/ปวช. 7 3.86 .690
อนุปริญญา/ปวส. 2 3.50 2.121
ปรญิ ญาตรี 28 3.61 .916
ปรญิ ญาโท 4 3.75 .500
2. ดา้ นวฒั นธรรมพ้ืนเมือง การพฒั นาทรัพยากรบุคคล และภมู ิปญั ญาท้องถิน่
ประถมศึกษา 7 3.29 .951
มธั ยมศกึ ษา/ปวช. 7 4.00 .816
๕๐
บทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการ n X S.D. F P
ขบั เคลื่อนโมเดลฯ .648
.823
อนุปรญิ ญา/ปวส. 2 4.00 1.414 .510
.692
ปรญิ ญาตรี 28 3.57 1.200
ปรญิ ญาโท 4 3.50 .577
3. ด้านสภาพแวดลอ้ มปลอดภัย และความสงบสุขของชุมชน
ประถมศกึ ษา 7 3.00 1.155 .624
มัธยมศกึ ษา/ปวช. 7 3.86 .900
อนุปริญญา/ปวส. 2 3.00 1.414
ปริญญาตรี 28 3.32 1.156
ปรญิ ญาโท 4 3.50 .577
4. ดา้ นเทคโนโลยที ่ีทันสมยั มีอตุ สาหกรรม การพฒั นาการค้า และการทอ่ งเทย่ี ว
ประถมศกึ ษา 7 3.71 .951 .378
มธั ยมศึกษา/ปวช. 7 3.43 1.272
อนุปริญญา/ปวส. 2 2.50 2.121
ปริญญาตรี 28 3.46 1.290
ปริญญาโท 4 3.50 .577
๕. ดา้ นสิทธิมนุษยชน
ประถมศึกษา 7 2.86 1.345 .835
มัธยมศึกษา/ปวช. 7 3.86 .900
อนุปรญิ ญา/ปวส. 2 3.00 1.414
ปรญิ ญาตรี 28 3.21 1.067
ปรญิ ญาโท 4 3.25 .500
๖. ดา้ นการมีสว่ นร่วมและความก้าวหนา้
ประถมศึกษา 7 3.00 1.000 .561
มัธยมศึกษา/ปวช. 7 3.86 .690
อนุปรญิ ญา/ปวส. 2 3.00 1.414
ปรญิ ญาตรี 28 3.29 1.301
ปริญญาโท 4 3.25 .500
หมายเหตุ : * >.05
การเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคลื่อนโมเดล
ประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง จาแนกตามการศึกษาสูงสุด พบว่า ผู้ตอบ
แบบสอบถามท่มี ีการศึกษาสูงสุด ต่างกัน มีความคิดเหน็ ตอ่ บทบาทชุมชนท้องถน่ิ กับการขับเคล่ือนโมเดล
ประเทศไทย ๔.๐ หมบู่ า้ นจารุง อาเภอแกลง จงั หวัดระยอง ไม่แตกต่างกนั
๕๑
4.๔.1.4 อาชีพ ท่แี ตกตา่ งกนั มคี วามคิดเหน็ ตอ่ บทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการขับเคล่ือน
โมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บา้ นจารุง อาเภอแกลง จงั หวดั ระยอง แตกตา่ งกนั
ตารางที่ 4.18 เปรียบเทยี บความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถน่ิ กับการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย
๔.๐ หม่บู า้ นจารุง อาเภอแกลง จงั หวัดระยอง จาแนกตามอาชพี
บทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการ n X S.D. F P
ขับเคล่ือนโมเดลฯ .811
.356
1. ด้านสุขภาพและสวัสดิการชุมชน .287
.289
ราชการ 10 3.50 .707 .396 .416
เอกชน 4 3.50 1.000
เกษตรกร 12 3.67 .888
ธุรกิจส่วนตัว 14 3.57 1.158
รับจา้ งทว่ั ไป 8 4.00 .756
2. ดา้ นวัฒนธรรมพ้ืนเมือง การพัฒนาทรัพยากรบุคคล และภมู ิปญั ญาท้องถ่ิน
ราชการ 10 3.50 .707 1.128
เอกชน 4 4.00 1.155
เกษตรกร 12 3.67 .985
ธรุ กจิ ส่วนตวั 14 3.21 1.369
รับจ้างท่ัวไป 8 4.13 .835
3. ด้านสภาพแวดลอ้ มปลอดภัย และความสงบสขุ ของชุมชน
ราชการ 10 3.20 .919 1.296
เอกชน 4 2.75 .957
เกษตรกร 12 3.50 1.168
ธรุ กจิ สว่ นตัว 14 3.14 1.292
รับจา้ งทั่วไป 8 4.00 .535
4.ดา้ นเทคโนโลยีทท่ี ันสมัย มีอตุ สาหกรรม การพัฒนาการคา้ และการทอ่ งเที่ยว
ราชการ 10 3.30 .675 1.290
เอกชน 4 3.50 1.732
เกษตรกร 12 3.67 1.155
ธรุ กจิ ส่วนตัว 14 3.00 1.468
รับจา้ งทว่ั ไป 8 4.13 .835
๕. ด้านสิทธมิ นุษยชน
ราชการ 10 3.00 .943 1.005
เอกชน 4 3.00 .816
เกษตรกร 12 3.33 1.303
๕๒
บทบาทชุมชนท้องถิน่ กับการ n X S.D. F P
ขับเคลื่อนโมเดลฯ
3.07 1.141
ธรุ กจิ ส่วนตวั 14 3.88 .641
รับจา้ งทัว่ ไป 8
๖. ดา้ นการมีส่วนรว่ มและความกา้ วหน้า
ราชการ 10 3.00 .943 .985 .426
3.75 1.258
เอกชน 4 3.50 1.000
3.00 1.468
เกษตรกร 12 3.75 .707
ธรุ กิจสว่ นตวั 14
รับจา้ งทัว่ ไป 8
หมายเหตุ : * >.05
การเปรียบเทียบความคดิ เหน็ ต่อบทบาทชมุ ชนท้องถิ่นกับการขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย
๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง จาแนกตามอาชีพ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่มี
อาชีพ ต่างกนั มีความคดิ เหน็ ตอ่ บทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมบู่ ้าน
จารงุ อาเภอแกลง จงั หวัดระยอง ไม่แตกตา่ งกนั
4.๔.2การสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจ และความร่วมมือ ท่ีต่างกัน ส่งผล
ต่อความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง
อาเภอแกลง จงั หวัดระยอง แตกต่างกนั
4.๔.2.1 การรับรู้ ที่ต่างกัน ส่งผลต่อความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการ
ขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หม่บู ้านจารงุ อาเภอแกลง จงั หวดั ระยอง แตกต่างกนั
ตารางที่ 4.19 เปรียบเทียบความคิดเหน็ ต่อบทบาทชมุ ชนท้องถิ่นกับการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐
หมู่บา้ นจารุง อาเภอแกลง จังหวดั ระยอง จาแนกตามการรับรู้
บทบาทชุมชนท้องถนิ่ กับการ n X S.D. F P
ขบั เคล่ือนโมเดลฯ .041*
1. ด้านสุขภาพและสวสั ดิการชมุ ชน
รบั รู้ด้วยความเข้าใจมาก 8 4.25 .463 2.533 .164
รับรู้ดว้ ยความเขา้ ใจพอสมควร 17 3.65 .862
รับร้แู ละเขา้ ใจบางเรอ่ื ง 23 3.43 .992 .171
2. ด้านวฒั นธรรมพ้ืนเมือง การพัฒนาทรัพยากรบุคคล และภมู ปิ ญั ญาท้องถ่ิน
รบั รดู้ ้วยความเข้าใจมาก 8 4.25 .886 1.879
รบั รู้ด้วยความเข้าใจพอสมควร 17 3.41 1.228
รับร้แู ละเข้าใจบางเรื่อง 23 3.52 .947
3. ด้านสภาพแวดล้อมปลอดภยั และความสงบสขุ ของชุมชน
รับรู้ดว้ ยความเขา้ ใจมาก 8 4.00 .756 1.835
รับรู้ด้วยความเขา้ ใจพอสมควร 17 3.29 1.105
รับรแู้ ละเขา้ ใจบางเรอ่ื ง 23 3.17 1.114
๕๓
บทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการ n X S.D. F P
ขับเคล่ือนโมเดลฯ .337
4.ด้านเทคโนโลยที ่ที นั สมยั มีอุตสาหกรรม การพัฒนาการค้า และการทอ่ งเทยี่ ว .348
รับรดู้ ว้ ยความเข้าใจมาก 8 4.00 .926 1.115 .282
รับรู้ด้วยความเข้าใจพอสมควร 17 3.24 1.300
รับรู้และเข้าใจบางเรอ่ื ง 23 3.43 1.199
๕. ด้านสิทธิมนุษยชน
รับรูด้ ้วยความเขา้ ใจมาก 8 3.75 1.165 1.082
รับรดู้ ว้ ยความเขา้ ใจพอสมควร 17 3.12 1.054
รับรแู้ ละเขา้ ใจบางเร่อื ง 23 3.17 1.029
๖. ด้านการมีสว่ นร่วมและความก้าวหน้า
รบั รดู้ ้วยความเขา้ ใจมาก 8 3.88 .835 1.302
รับรู้ดว้ ยความเขา้ ใจพอสมควร 17 3.29 1.359
รับรู้และเข้าใจบางเรอื่ ง 23 3.13 1.014
หมายเหตุ : * >.05
เปรียบเทียบความคิดเห็นต่อบทบาทชมุ ชนท้องถนิ่ กบั การขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐
หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง จาแนกตามการรับรู้ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามท่ีมีการรับรู้
ตา่ งกนั สง่ ผลตอ่ ความคิดเหน็ ตอ่ บทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมบู่ า้ น
จารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง แตกต่างกัน ในด้านสุขภาพและสวัสดิการชุมชน อย่างมีนัยสาคัญ
ทางสถิติทีร่ ะดับ .05 และเมือ่ ทาการทดสอบความแตกตา่ งกนั เปน็ รายคูด่ ว้ ยวิธีของ Scheffé สามารถ
แสดงผลได้ดังตารางท่ี 4.19
ตารางท่ี 4.20 การเปรยี บเทยี บความแตกต่างเป็นรายคู่
การรับรู้
การรบั รู้ n X S.D. รบั รู้ดว้ ยความ รับรู้ด้วยความเข้าใจ รับรู้และเข้าใจบาง
รบั ร้ดู ้วยความเข้าใจ เข้าใจมาก พอสมควร เร่ือง
มาก
รบั รู้ด้วยความเข้าใจ 8 4.25 .463 - *
พอสมควร
รบั รูแ้ ละเข้าใจ 17 3.65 .862 -
บางเร่ือง
23 3.43 .992 -
ผลการศึกษา พบว่า มี 1 คู่ ที่ต่างกัน คือ ผู้ตอบแบบสอบถามที่รับรู้ด้วยความเข้าใจมาก
(X =4.25) มีมคี วามคดิ เหน็ ต่อบทบาทชุมชนท้องถนิ่ กับการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมูบ่ า้ น
จารุง อาเภอแกลง จงั หวัดระยอง ดา้ นสขุ ภาพและสวัสดิการชุมชน มากกว่า ผตู้ อบแบบสอบถามที่รับรู้
และเขา้ ใจบางเร่ือง (X =3.43) อายุ 25 - 35 ปี (X =3.75)
๕๔
4.๔.2.2 การสร้างความรู้และความเข้าใจของชุมชน ที่ต่างกัน ส่งผลต่อความคิดเห็น
ต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัด
ระยอง แตกต่างกัน
ตารางที่ 4.21 เปรียบเทียบความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐
หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง จาแนกตามการสร้างความรู้และความ
เข้าใจของชมุ ชน
บทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการ การสร้างความรู้และความเข้าใจ t P
ขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ ของชุมชน
.987 .329
1. ด้านสุขภาพและสวสั ดิการชมุ ชน มี ไมม่ ี .356 .723
2. ดา้ นวัฒนธรรมพ้ืนเมอื งการพัฒนา X S.D. X S.D. .779
ทรพั ยากรบคุ คล และภมู ปิ ญั ญาท้องถิน่ 3.74 .930 3.47 .874 .296
3. ดา้ นสภาพแวดล้อมปลอดภัย และ
ความสงบสขุ ของชมุ ชน 3.65 1.170 3.53 .874 .944
4.ด้านเทคโนโลยีทที่ ันสมัย .731
มอี ุตสาหกรรม การพัฒนาการค้า 3.39 1.086 3.29 1.105 .282
และการท่องเที่ยว
๕. ดา้ นสิทธมิ นุษยชน 3.32 1.326 3.71 .920 -
๖. ดา้ นการมสี ว่ นร่วม 1.058
และความก้าวหน้า
3.26 .999 3.24 1.200 .070
3.35 1.226 3.24 .970 .346
การเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐
หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง จาแนกตามการสร้างความรู้และความเข้าใจของชุมชน
พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่มีการสร้างความรู้และความเข้าใจของชุมชนต่างกันมีความคิดเห็นต่อ
บทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัด
ระยอง ไม่แตกตา่ งกัน
4.๔.2.3 ระดับการสรา้ งความร่วมมอื ในชมุ ชน ตา่ งกัน มผี ลต่อความคิดเห็นต่อบทบาท
ชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง
แตกตา่ งกนั
๕๕
ตารางที่ 4.22 เปรียบเทียบความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคล่ือนโมเดล
ประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง จาแนกตามระดับ
การสรา้ งความรว่ มมือของชุมชน
ระดบั การสร้างความร่วมมอื n X S.D. F P
ของชุมชน
1. ดา้ นสุขภาพและสวสั ดิการชมุ ชน
มาก 3 2.00 .000 14.814 .000***
ปานกลาง 26 3.42 .857
นอ้ ย 19 4.21 .535
2. ดา้ นวัฒนธรรมพื้นเมือง การพัฒนาทรัพยากรบุคคล และภูมปิ ัญญาท้องถนิ่
มาก 3 1.33 .577 26.362 .000***
ปานกลาง 26 3.31 .788
นอ้ ย 19 4.37 .684
3. ดา้ นสภาพแวดลอ้ มปลอดภยั และความสงบสุขของชมุ ชน
มาก 3 1.67 .577 9.826 .000***
ปานกลาง 26 3.12 1.033
นอ้ ย 19 3.95 .780
4. ดา้ นเทคโนโลยที ีท่ ันสมัย มอี ตุ สาหกรรม การพฒั นาการค้า และการทอ่ งเทย่ี ว
มาก 3 1.00 .000 16.541 .000***
ปานกลาง 26 3.23 1.177
น้อย 19 4.16 .501
๕. ดา้ นสทิ ธิมนุษยชน
มาก 3 2.00 .000 9.185 .000***
ปานกลาง 26 2.92 1.093
น้อย 19 3.89 .658
๖. ดา้ นการมีสว่ นร่วมและความก้าวหนา้
มาก 3 1.00 .000 23.054 .000***
ปานกลาง 26 3.00 .980
นอ้ ย 19 4.11 .567
หมายเหตุ : *** >.000
การเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐
หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง จาแนกตามระดับการสร้างความร่วมมือของชุมชนพบว่า
ผู้ตอบแบบสอบถามท่ีมีระดับการสร้างความร่วมมือของชุมชนต่างกัน มีความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชน
ท้องถิ่นกับการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง แตกต่างกัน ทุก
ด้าน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .000 และเมื่อทาการทดสอบความแตกต่างกันเป็นรายคู่ ด้วย
วิธขี อง Scheffé สามารถแสดงผลไดด้ งั ตารางท่ี 4.22
๕๖
ตารางที่ 4.23 การเปรยี บเทยี บความแตกต่างเป็นรายคู่ ด้านสุขภาพและสวสั ดิการชุมชน
ระดบั การสร้างความ n S.D. ระดับการสรา้ งความร่วมมอื ของชุมชน
รว่ มมอื ของชุมชน
X มาก ปานกลาง น้อย
น้อย 3 2.00 .000 -* *
ปานกลาง 26 3.42 .857 -*
มาก 19 4.21 .535 -
ผลการศึกษา พบว่า มี 3 คู่ ที่ต่างกัน คือ ผู้ตอบแบบสอบถามที่คิดเห็นว่าชุมชนมีระดับ
การสร้างความร่วมมือ อยู่ในระดับมาก ( X =4.21) มีความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการ
ขบั เคล่อื นโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมบู่ า้ นจารุง อาเภอแกลง จงั หวดั ระยอง ดา้ นสุขภาพและสวสั ดิการ
ชุมชน มากกว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่คิดเห็นว่าชุมชนมีระดับการสร้างความร่วมมือ อยู่ในระดับ
ปานกลาง (X =3.42) และระดับนอ้ ย (X =2.00)
ตารางท่ี 4.24 การเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่ ด้านวัฒนธรรมพื้นเมือง การพัฒนา
ทรัพยากรบคุ คล และภูมิปญั ญาทอ้ งถ่นิ
ระดบั การสร้างความ n S.D. ระดบั การสรา้ งความรว่ มมอื ของชมุ ชน
ร่วมมอื ของชุมชน
X มาก ปานกลาง นอ้ ย
น้อย 3 1.33 .577 -* *
ปานกลาง 26 3.31 .788 -*
มาก 19 4.37 .684 -
ผลการศึกษา พบว่า มี 3 คู่ ท่ีต่างกัน คือ ผู้ตอบแบบสอบถามที่คิดเห็นว่าชุมชนมีระดับ
การสร้างความร่วมมือ อยู่ในระดับมาก ( X =4.37) มีความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการ
ขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง ด้านวัฒนธรรมพื้นเมือง
การพัฒนาทรัพยากรบุคคล และภูมิปัญญาท้องถ่ิน มากกว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่คิดเห็นว่าชุมชน
มรี ะดบั การสรา้ งความรว่ มมอื อยใู่ นระดบั ปานกลาง (X =3.31) และระดบั น้อย (X =1.33)
ตารางที่ 4.25 การเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่ ด้านสภาพแวดล้อมปลอดภัย และความ
สงบสุขของชมุ ชน
ระดับการสรา้ งความ n S.D. ระดบั การสร้างความร่วมมือของชุมชน
รว่ มมอื ของชมุ ชน
X มาก ปานกลาง นอ้ ย
นอ้ ย 3 1.67 .577 -* *
ปานกลาง 26 3.12 1.033 -*
มาก 19 3.95 .780 -
๕๗
จากตารางท่ี 4.23 ผลการศึกษา พบวา่ มี 3 คู่ ทีต่ า่ งกัน คือ ผูต้ อบแบบสอบถามที่คดิ เห็นว่า
ชุมชนมีระดับการสร้างความร่วมมือ อยู่ในระดับมาก ( X =3.95) มีความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชน
ท้องถ่ินกับการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง
ด้านสภาพแวดล้อมปลอดภัย และความสงบสุขของชุมชน มากกว่า ผู้ตอบแบบสอบถามท่ีคิดเห็นว่า
ชุมชนมรี ะดับการสร้างความรว่ มมอื อยูใ่ นระดับปานกลาง (X =3.12) และระดับนอ้ ย (X =1.67)
ตารางท่ี 4.26 การเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่ ด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีอุตสาหกรรม
การพฒั นาการค้า และการท่องเท่ียว
ระดับการสร้างความ n S.D. ระดับการสร้างความร่วมมือของชมุ ชน
ร่วมมือของชมุ ชน
X มาก ปานกลาง นอ้ ย
น้อย 3 1.00 .000 -* *
ปานกลาง 26 3.23 1.177 -*
มาก 19 4.16 .501 -
ผลการศึกษา พบว่า มี 3 คู่ ท่ีต่างกัน คือ ผู้ตอบแบบสอบถามท่ีคิดเห็นว่าชุมชนมีระดับ
การสร้างความร่วมมือ อยู่ในระดับมาก ( X =4.16) มีความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการ
ขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง ด้านเทคโนโลยีที่ทนั สมยั
มีอุตสาหกรรม การพัฒนาการค้า และการท่องเที่ยว มากกว่า ผู้ตอบแบบสอบถามท่ีคิดเห็นว่าชุมชน
มรี ะดับการสร้างความรว่ มมอื อยใู่ นระดับปานกลาง (X =3.23) และระดบั น้อย (X =1.00)
ตารางที่ 4.27 การเปรยี บเทยี บความแตกตา่ งเป็นรายคู่ ด้านสทิ ธิมนษุ ยชน
ระดับการสรา้ งความ n S.D. ระดบั การสรา้ งความร่วมมอื ของชุมชน
รว่ มมือของชมุ ชน
X มาก ปานกลาง นอ้ ย
น้อย 3 2.00 .000 -* *
ปานกลาง 26 2.92 1.093 -*
มาก 19 3.89 .658 -
ผลการศึกษา พบว่า มี 3 คู่ ท่ีต่างกัน คือ ผู้ตอบแบบสอบถามท่ีคิดเห็นว่าชุมชนมีระดับการ
สร้างความร่วมมือ อยู่ในระดับมาก ( X =3.98) มีความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการ
ขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง ด้านสิทธิมนุษยชน
มากกว่า ผู้ตอบแบบสอบถามท่ีคิดเห็นว่าชุมชนมีระดับการสร้างความร่วมมือ อยู่ในระดับปานกลาง
(X =2.92) และระดบั นอ้ ย (X =2.00)
๕๘
ตารางที่ 4.28 การเปรียบเทียบความแตกตา่ งเปน็ รายคู่ ด้านการมสี ว่ นร่วมและความก้าวหนา้
ระดับการสร้างความ n S.D. ระดับการสรา้ งความรว่ มมอื ของชมุ ชน
รว่ มมอื ของชุมชน
X มาก ปานกลาง นอ้ ย
น้อย 3 1.00 .000 -* *
ปานกลาง 26 3.00 .980 -*
มาก 19 4.11 .567 -
ผลการศึกษา พบว่า มี 3 คู่ ท่ีต่างกัน คือ ผู้ตอบแบบสอบถามที่คิดเห็นว่าชุมชนมีระดับ
การสร้างความร่วมมือ อยู่ในระดับมาก ( X =4.11) มีความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการ
ขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง ด้านการมีส่วนร่วมและ
ความก้าวหน้า มากกว่า ผู้ตอบแบบสอบถามท่ีคิดเห็นว่าชุมชนมีระดับการสร้างความร่วมมือ อยู่ใน
ระดับปานกลาง (X =3.00) และระดบั น้อย (X =1.00)
4.5 แนวทางในการส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย 4.0
ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการประสานพลังประชารัฐมุ่งสู่เป้าหมาย “ความมั่นคง มั่งค่ัง
และยัง่ ยนื ”
(1) การศึกษาศักยภาพและจุดเด่นของชุมชน พบว่า หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัด
ระยอง มีจุดเด่น ดงั น้ี
(1.1) วัฒนธรรมท่ีเป็นเอกลักษณ์ของท้องถ่ินเช่น ประเพณีการทาบุญส่งศาลา
เอนกประสงค์ประจาหมู่บ้าน ซ่ึงจะจัดขึ้นเป็นประจาทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานประเพณีท่ีสืบ
ทอดต่อกันมาแต่บรรพบุรุษและเป็นการทาบุญรดน้าขอพรจากผู้สูงอายุในชุมชน และยังมีกิจกรรมการ
เทศน์มหาชาติประจาปี โดยมวี ตั ถปุ ระสงค์เพื่อสบื สานพิธกี รรมทางศาสนาให้คงอย่สู ู่ลูกหลานต่อไป
(1.2) มีภูมิปัญญาชาวบ้าน สาขาเกษตรพ้ืนบ้าน (เกษตรพอเพียง) และสาขาแพทย์แผน
ไทย (นวดแผนไทย)
(1.3) มีกล่มุ ชมุ ชน/องค์กรท่ีหลากหลาย ทง้ั กลมุ่ อาชพี เช่น กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร กลุ่มที่
พักโฮมสเตย์ กลุ่มพัฒนาอาชีพ กลุ่มธนาคารขยะและสิ่งแวดล้อม กลุ่มแปรรูปผลผลิต กลุ่มสวัสดิการ
ชุมชน เช่น กลุ่มสวัสดิการบ้านจารุง ชมรมอินทรโชติการุณย์ กลุ่มสุขภาพ เช่น ชมรม
เปตองอินทรโชตอิ าเภอแกลง กลมุ่ เพื่อการเรียนรู้ เชน่ กลุ่มวิทยชุ มุ ชน เปน็ ตน้
(1.4) มีความรักความสามัคคีของคนในชุมชน เน่ืองจากชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนด้ังเดิมท่ี
อยู่อาศัยในหมู่บ้านมานานมีความสัมพันธ์กันแบบพี่น้องและเครือญาติจึงมีความรัก ความสามัคคี และ
ปรองดองกนั
(1.5) มีผู้นาชุมชนท่ีมีความเข้มแข็ง โดยผู้นาชุมชนจะให้ความสนใจในการพัฒนาและมี
ความสมัครสมานสามัคคีกันท้ังผู้นาท้องท่ีและผู้นาท้องถ่ิน รวมถึงผู้นากลุ่มชุมชนหรือองค์กร
ในชุมชนก็มคี วามเข้มแขง็ และให้ความร่วมมือในการดาเนนิ กิจกรรมตา่ ง ๆ อยา่ งเตม็ ท่เี ตม็ กาลัง
(1.6) เศรษฐกิจของชุมชนและอาชีพของชาวบ้าน สว่ นใหญ่ชาวบ้านมีอาชีพที่ม่ันคง มงี าน
ทาเป็นหลกั แหลง่ มแี หล่งเงนิ กู้ทเี่ ข้มแข็ง เช่น กองทุนหมู่บ้านที่มดี อกผลเติบโตงอดงามสาหรบั ให้สมาชิก
๕๙
ได้กยู้ มื ในอัตราดอกเบย้ี ทีเ่ ป็นธรรม มีหนว่ ยธรุ กิจชมุ ชนทส่ี ร้างงานสรา้ งรายได้มาสู่หมบู่ ้าน เชน่ โรงสขี า้ ว
ชุมชน รา้ นคา้ ย่อยและรา้ นค้าชุมชน
(1.7) สถานท่สี าธารณะ โดยในหมู่บา้ นมสี ถานที่สาธารณะท่ีอานวยความสะดวกในการจัด
กจิ กรรมตา่ ง ๆ เชน่ ศาลาเอนกประสงค์ และยงั มีหอกระจายข่าวทป่ี ระชาสัมพันธข์ ้อมูลข่าวสารสาคัญให้
ชาวบ้านทุกคนได้รับร้ขู ้อมลู อย่างทวั่ ถึงทั่วกนั
(2) ข้อเสนอแนวทางการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน (Strength from within)
ประกอบด้วย
(2.1) การยกระดับนวัตกรรมทุกภาคส่วนของประเทศ ประกอบไปด้วย 3 กลไก
ผู้ศึกษาขอเสนอแนวทาง ดงั น้ี
(1) การขับเคล่ือนให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมและท่ัวถึงโดย
การปรับปรุงและพัฒนาสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการพัฒนาทักษะประชาชนอย่างท่ัวถึง เช่น
การปรังปรุงและพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชนและผู้สูงอายุให้เป็นแหล่งการเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง และ
ปรับปรุงศาลาเอนกประสงค์ให้มีสภาพแข็งแรงมั่งคงและเอื้ออานวยต่อการพัฒนาเพื่อให้เป็นอาคาร
สถานท่ีพัฒนาทักษะและศักยภาพของประชาชน เช่น เป็นสถานท่ีจัดเวทีประชาคมที่จัดขึ้นทุกวันที่ 10
ของทกุ เดอื น และฝึกอบรม เปน็ ตน้
(2) การขับเคลื่อนการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพ่ือเพ่ิมปริมาณและมูลค่า
สินค้าให้สูงข้ึนด้วยนวัตกรรมปัญญา เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ โดยการร่วมมือกันแบบ
ประชารัฐให้ทุกหน่วยงานเข้ามามีส่วนร่วมในการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ของกลุ่มชุมชน เช่น กลุ่ม
แมบ่ ้านเกษตรกรที่แปรรปู ผลผลิตจากผลไมใ้ นชมุ ชน กลมุ่ พฒั นาอาชพี และกลมุ่ แปรรูปผลผลิต
(3) การการขับเคลื่อนการผลิตที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมอย่างย่ังยืน เช่น กลุ่ม
เกษตรพ้ืนบ้านดาเนินกิจกรรมการเพาะปลูกตามหลักเศรษฐกิจเพียง ลดการใช้สารเคมี และกลุ่ม
ธนาคารขยะและสิ่งแวดลอ้ ม เปน็ ต้น
ตารางที่ 4.29 เปา้ หมายการขบั เคลือ่ นไทยแลนด์ 4.0 สู่การพัฒนาความมัน่ คง ม่ังค่งั และยง่ั ยนื
ไทยแลนด์ ๔.๐
เป้าหมาย มัน่ คง มัง่ ค่ัง ยง่ั ยืน
3 กลไก Inclusive Growth Engine Productive Growth Engine Green Growth Engine
การขบั เคลือ่ น การขับเคลอ่ื นให้คนในชมุ ชน การขบั เคลือ่ นการปรับปรงุ การการขับเคลอื่ นการผลติ
เศรษฐกิจ เขา้ มามสี ว่ นรว่ มอยา่ งเท่าเทียม ประสิทธภิ าพการผลติ เพือ่ เพม่ิ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดลอ้ ม
โดยการใช้ และทั่วถึงโดยการปรับปรงุ และ ปริมาณและมลู คา่ สนิ คา้ ให้ อย่างยง่ั ยืน เช่น กลุ่ม
นวตั กรรม พฒั นาสภาพแวดล้อมใหเ้ หมาะสม สงู ขึน้ ดว้ ยนวตั กรรมปญั ญา เกษตรพ้ืนบ้านดาเนนิ
ขบั เคลอื่ น กับการพฒั นาทักษะประชาชน เทคโนโลยี และความคดิ กจิ กรรมการเพาะปลกู
ผา่ นกลไก อย่างทว่ั ถงึ เชน่ การปรังปรงุ และ สร้างสรรค์ โดยการร่วมมือกนั ตามหลกั เศรษฐกิจเพียง
ใหมห่ รือ พัฒนาศูนย์การเรียนรชู้ มุ ชนและ แบบประชารฐั เชน่ กลมุ่ ลดการใช้สารเคมี และ
New Growth ผสู้ งู อายใุ หเ้ ป็นแหลง่ การเรยี นรู้ แมบ่ า้ นเกษตรกรทแี่ ปรรูป กลมุ่ ธนาคารขยะและ
Engines อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ผลผลติ จากผลไมใ้ นชุมชน กลุ่ม ส่ิงแวดล้อม
พัฒนาอาชีพ และกลมุ่ แปรรูป เป็นต้น
ผลผลติ
๖๐
ไทยแลนด์ ๔.๐
เปา้ หมาย มัน่ คง มัง่ ค่ัง ยงั่ ยนื
3 กลไก
Inclusive Growth Engine Productive Growth Engine Green Growth Engine
(กบั ดกั )
ทป่ี ระเทศไทย ใชก้ ลไกน้ีเพื่อใหป้ ระเทศหลดุ พน้ ใช้กลไกนเี้ พ่ือให้ประเทศหลดุ ใชก้ ลไกน้เี พอื่ ใหป้ ระเทศ
หลดุ พน้ จากกับดักความไม่
เผชิญ จากกบั ดักความเหลื่อมล้า พ้นจากกบั ดักประเทศรายได้ สมดลุ ในการพัฒนา
ไปสู่ความยง่ั ยนื
ไปสู่ความมั่นคง ปานกลาง
กบั ดกั ความไมส่ มดลุ
ไปส่คู วามมงั่ คัง่
กับดกั ความเหล่ือมล้า กบั ดกั รายไดป้ านกลาง
(2.2) การสังคมท่ีมีจิตวิญญาณของความเป็นผู้ประกอบการ คือ การสร้างสังคม
ประกอบการ โดยการอบรมและสร้างพลังให้กลุ่มชุมชน อาทิ กลุ่มแม่บ้านเกษตร กลุ่มพัฒนาอาชีพ
กลุ่มแปรรูปผลผลิต เป็นต้น ให้มีความ “คิด ประพฤติ และปฏิบัติเหมือนกับผู้ประกอบการ
ท่ีประสบความสาเร็จ นั่นคือ เป็นบุคคลท่ีมีคุณลักษณะแสวงหาโอกาสเสมอ มีแรงขับเคลื่อนภายใน
ตัวเองสามารถ เริ่มต้นส่ิงต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง มีมาตรฐานการทางานท้ังด้านคุณภาพ และประสิทธิภาพ
สามารถบริหารความเส่ียงได้มีศักยภาพในการพัฒนาตนเอง สามารถกาหนด เป้าหมายที่เหมาะสม
เปลี่ยนปัญหา ให้เป็นโอกาส และยืนหยัดเมื่อเผชิญหน้า ต่อปัญหาและอุปสรรค นอกจากนี้ ยังต้องมี
ความอดทน ทางานหนกั ได้ หรอื เรยี กได้วา่ เป็นคนท่ีมีจติ วิญญาณของผู้ประกอบการอยู่ในตวั เอง”
(2.3) การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและเครือข่าย คือ การทาให้ชุมชน
มีความเข้มแข็งท่ีย่ังยืน สามารถบริหารจัดการชุมชนได้ด้วยตนเอง สามารถแก้ปัญหาและสนองตอบ
ความตอ้ งการของชมุ ชนได้ด้วยตนเองดว้ ยการสง่ เสรมิ ใหช้ มุ ชนหรอื ประชาชนในชมุ ชนทางานร่วมกัน
โดยคณะกรรมการชุมชน/หมู่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และชาวบ้านดาเนินงานในลักษณะเชิงรุก
โดยการศึกษาเรียนรู้บริบทท้องถ่ินของตนเอง วิเคราะห์ประเมินความต้องการในการพัฒนา เพ่ือการ
ขับเคล่ือนที่ถูกต้องด้วยนวัตกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ท้องถิ่นมีอยู่ โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ
และภาคเอกชน โดยอาจใช้เวทีสภาหมู่บ้านเป็นเวทีประชุมและระดมความคิดเห็นต่าง ๆ เพื่อการ
สร้างพลงั ในการผลักดนั การพฒั นาเศรษฐกจิ ของชมุ ชนได้เช่นกัน
(3) ข้อเสนอในการนาจุดเด่นของชุมชนมาพฒั นาและต่อยอดโดยการผสานพลังประชารัฐ
(3.1) การนาเอาวัฒนธรรม เอกลักษณ์ และภูมิปัญญาท้องถ่ินมาพัฒนาให้เป็นจุดขาย
ของท้องถ่ิน เช่น การพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เอกลักษณ์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นท่ี
รองรบั นกั ทอ่ งเทีย่ วท้ังชาวไทยและชาวตา่ งประเทศ
(3.2) การพัฒนากลุ่มชุมชนที่มีจานวนมาก มีศักยภาพ และมีความเข้มแข็ง
ให้เกิดการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมเพ่ือเพ่ิมมูลค่า อาทิ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร กลุ่มพัฒนาอาชีพ
กลมุ่ แปรรปู ผลผลิต เปน็ ต้น ใหค้ ดิ คน้ ผลติ ภัณฑใ์ หม่ ๆ หีบห่อหรือบรรจภุ ณั ฑใ์ หม่ ๆ ใหส้ วยงามน่าซื้อ
และส่งเสริมให้กลุ่มต่าง ๆ มีความเข้มแข็งและเป็นพลังของชุมชนท้องถ่ิน และให้มีการสืบสาน
กลุ่มชมุ ชนอย่างยั่งยนื ตอ่ ไป
๖๑
กล่าวโดยสรุป แนวทางในการส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโมเดล
ประเทศไทย 4.0 ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการประสานพลังประชารัฐมุ่งสู่เป้าหมาย
“ความมัน่ คง มัง่ ค่ังและยัง่ ยืน มแี นวทางดังนี้
(1) การขับเคลื่อนให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมและทั่วถึงโดยการปรับปรุง
และพัฒนาสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการพัฒนาทักษะประชาชนอย่างท่ัวถึง เช่น การปรังปรุง
และพัฒนาศนู ย์การเรียนรู้ชุมชนและผู้สงู อายุให้เป็นแหลง่ การเรียนรู้อย่างต่อเนือ่ ง และปรับปรุงศาลา
เอนกประสงค์ให้มีสภาพแข็งแรงม่ังคงและเอื้ออานวยต่อการพัฒนาเพ่ือให้เป็นอาคารสถานที่พัฒนา
ทักษะและศักยภาพของประชาชน
(2) การขับเคล่ือนการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพ่ือเพ่ิมปริมาณและมูลค่าสินค้าให้
สูงขึ้นด้วยนวัตกรรมปัญญา เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ โดยการร่วมมือกันแบบประชารัฐให้
ทุกหน่วยงานเข้ามามีส่วนร่วมในการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ของกลุ่มชุมชน เช่น กลุ่มแม่บ้าน
เกษตรกรทแี่ ปรรปู ผลผลติ จากผลไมใ้ นชุมชน กลุ่มพฒั นาอาชพี และกลุ่มแปรรปู ผลผลติ
(3) การการขับเคลื่อนการผลิตท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างย่ังยืน เช่น กลุ่มเกษตรพื้นบ้าน
ดาเนินกิจกรรมการเพาะปลูกตามหลักเศรษฐกิจเพียง ลดการใช้สารเคมี และกลุ่มธนาคารขยะและ
ส่ิงแวดลอ้ ม เปน็ ตน้
(4) การอบรมและสร้างพลังให้กลุ่มชุมชน อาทิ กลุ่มแม่บ้านเกษตร กลุ่มพัฒนาอาชีพ
กลุ่มแปรรูปผลผลิต เป็นต้น ให้มีความคิด ประพฤติ และปฏิบัติเหมือนกับผู้ประกอบการที่มีมาตรฐาน
การทางานทั้งด้านคุณภาพ และประสิทธิภาพสามารถบริหารความเส่ียงได้ มีศักยภาพในการพัฒนา
ตนเอง สามารถกาหนด เป้าหมายที่เหมาะสม เปลย่ี นปัญหา ให้เป็นโอกาส และยนื หยัดเม่อื เผชญิ หน้า
ต่อปัญหาและอุปสรรค นอกจากนี้ ยังต้องมีความอดทน ทางานหนักได้ หรือเรียกได้ว่าเป็นคนที่มีจิต
วญิ ญาณของผู้ประกอบการอยู่ในตัวเอง
(5) การศึกษาเรียนรู้บริบทท้องถ่ินของตนเอง วิเคราะห์ประเมินความต้องการในการพัฒนา
เพื่อการขับเคล่ือนท่ีถูกต้องด้วยนวัตกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นท่ีท้องถิ่นมีอยู่ โดยร่วมกับหน่วยงาน
ภาครฐั และภาคเอกชนให้เขา้ มามีส่วนรว่ มสง่ เสรมิ ชมุ ชนให้มีความเข้มแขง็ อย่างย่งั ยืน
(6) การนาเอาวัฒนธรรม เอกลักษณ์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาให้เป็นจุดขายของ
ท้องถ่ิน เช่น การพัฒนาเป็นแหล่งท่องเท่ียวเชงิ วัฒนธรรม เอกลักษณ์ และภูมิปัญญาท้องถ่ินที่รองรับ
นักทอ่ งเท่ียวท้ังชาวไทยและชาวตา่ งประเทศ
๖๒
ประเทศไทย มน่ั คง มง่ั คงั่ ประชาชน
4.0 นวัตกรรม เอกชน รฐั
ย่ังยนื
มัน่ คง ม่ังคงั่ โดยส่งเสรมิ กลมุ่ เกษตรพื้นบ้านดาเนนิ กิจกรรม
การเพาะปลกู ตามหลักเศรษฐกิจเพียง
ชุมชน ลดการใช้สารเคมี และนาขยะท่สี ามารถใช้ไดก้ ลบั มารไี ซเคลิ
นวัตกรรม
4.0 ใหห้ นว่ ยงานรฐั เอกชน และชุมชนต้นแบบเข้ามาช่วยเหลือ
ในการสรา้ งมลู ค่าเพิ่มแก่ผลผลติ ของชุมชน
ยัง่ ยืน
โดยการปรบั ปรุงและพัฒนาสภาพแวดลอ้ ม
ให้เหมาะสมกับการพฒั นาทกั ษะประชาชนอย่างทั่วถงึ
บ้านจารงุ จดุ เดน่ ควรพฒั นา ประชาชน
เอกชน รัฐ
ภาพท่ี 4. 4 แนวทางในการส่งเสรมิ ให้ประชาชนเขา้ มามีส่วนร่วมในการขับเคล่อื นโมเดลประเทศไทย 4.0
ตามปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง โดยการประสานพลังประชารัฐมงุ่ สูเ่ ปา้ หมาย “ความมั่นคง มง่ั คงั่ และยั่งยืน
๖๓
บทที่ 5
สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ
5.1 สรุปผลการศึกษา
การศึกษา บทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ กรณีศึกษา
หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาความคิดเห็นของประชาชน
ต่อบทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง
จังหวดั ระยอง และเปรยี บเทียบความคิดเหน็ ของประชาชนต่อบทบาทชุมชนท้องถนิ่ กับการขับเคลื่อน
โมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง ตามข้อมูลท่ัวไป การสื่อสาร
เพอ่ื สร้างการรับรู้ความเข้าใจ และความร่วมมือในการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย 4.0 ของหมู่บ้านจารุง
อาเภอแกลง จงั หวัดระยอง โดยมีผ้ตู อบแบบสอบถาม จานวน 48 คน ผศู้ ึกษาของสรุปผลการศึกษา ดงั น้ี
5.1.1 ขอ้ มูลทั่วไป
ผลการศึกษา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีจานวน 30 คน
คิดเป็นร้อยละ 62.5 ส่วนเพศชายมีจานวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 37.5 ส่วนมากมีอายุ 56 ปีข้ึน
ไป จานวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 31.3 ทั้งหมดนับถือศาสนาพุทธ คิดเป็นร้อยละ 100 การศึกษา
สูงสุด ระดับปริญญาตรี จานวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 58.3 และส่วนมากประกอบอาชีพธุรกิจ
สว่ นตวั จานวน 14 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 29.2
5.1.2 การส่ือสารเพื่อสรา้ งการรับรู้ ความเข้าใจ และความร่วมมือในการขับเคล่ือนโมเดล
ประเทศไทย ๔.๐ ของหมบู่ า้ นจารงุ อาเภอแกลง จังหวัดระยอง
(1) การรับรู้เก่ียวกับการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ พบว่า ผู้ตอบ
แบบสอบถาม รับรู้เก่ียวขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ ของหมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง
แต่โดยส่วนมากรับรู้และเข้าใจบ้างในบางเร่ืองเท่าน้ัน คิดเป็นร้อยละ 47.9 รองลงมารับรู้ด้วยความ
เขา้ ใจพอสมควร รอ้ ยละ 35.4 สว่ นการรับรู้ด้วยความเขา้ ใจมาก มเี พยี งรอ้ ยละ 16.7
(2) ช่องทางการรับรู้เกี่ยวกับการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ พบว่า ผู้ตอบ
แบบสอบถาม รับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ ผ่านทางผู้นาชุมชน
มากท่ีสุด ถึงร้อยละ 46.4 รองลงมา คือ เพื่อนบ้านโดยการบอกต่อปากต่อปาก ร้อยละ39.6 และ
จากประกาศเสียงตามสาย รอ้ ยละ 25.0
(3) การสร้างความเข้าใจเพื่อสร้างความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของชุมชน
ท้องถิ่นในการขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ ของชุมชน พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความ
คิดเห็นส่วนใหญ่ที่เห็นว่าชุมชนมีการส่ือสารเพ่ือสร้างความรู้และความเข้าใจ จานวน 31 คน คิดเป็น
ร้อยละ 64.6 และอีกส่วนคิดเห็นว่าชุมชนไม่มีการส่ือสารเพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจ จานวน
17 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 35.4
(4) ชอ่ งทางการส่อื สารและสรา้ งการสรา้ งความเข้าใจเพอ่ื สร้างความรู้และเข้าใจ
เกี่ยวกับบทบาทของชุมชนท้องถ่ินในการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ ของชุมชน พบว่า
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่คิดเห็นว่าชุมชนมีการส่ือสารโดยผู้นาชุมชน คิดเป็นร้อยละ 56.3
๖๔
รองลงมา คือ จากเพือ่ นบา้ น (บอกต่อปากต่อปาก) คิดเป็นร้อยละ 31.3 และจากการเข้ารว่ มประชุม
คิดเปน็ รอ้ ยละ 25.0
(5) ระดับการสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐
ของหมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง พบว่า การสร้างความร่วมมือของชุมชนภาพรวม
อยู่ในระดับมาก ในรายข้อมีความความคิดเห็นว่าชุมชนนาหลักการประชารัฐ (ภาครัฐ ภาคเอกชน
ภาคประชาชน) มาเป็นแนวทางในการขับเคล่ือนโมเดลชุมชนท้องถ่ิน ๔.๐ มากท่ีสุด ค่าเฉล่ียเท่ากับ
3.48 รองลงมา คิดเห็นว่าชุมชนมีการสร้างความเข้าใจกับประชาชนในการดาเนินกิจกรรมเพ่ือ
ขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ และชุมชนมีการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนมาเข้าร่วมขับเคล่ือน
โมเดลประเทศไทย ๔.๐ ให้ประสบผลสาเร็จ มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน คือ 3.42 ส่วนชุมชนมีการเปิดโอกาส
ให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ พบว่า ผู้ตอบ
แบบสอบถามมคี วามคิดเหน็ น้อยท่ีสดุ คา่ เฉลีย่ เทา่ กับ 3.31
5.1.3 บทบาทชมุ ชนท้องถน่ิ หมบู่ า้ นจารุง อาเภอแกลง จังหวดั ระยอง กับการขับเคล่ือน
โมเดลประเทศไทย ๔.๐
ผลการศึกษา บทบาทชุมชนท้องถิ่นหมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยองกับการ
ขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ ในภาพรวม พบว่าอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในร้ายด้าน พบว่า
ชุมชนมีการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ ในด้านด้านสุขภาพและสวัสดิการชุมชน และด้าน
วฒั นธรรมพืน้ เมือง การพัฒนาทรัพยากรบคุ คล และภมู ิปญั ญาท้องถ่ิน มากทส่ี ดุ โดยมีคา่ เฉลย่ี เท่ากัน
คือ 3.62 รองลงมา คือ การขับเคลื่อนด้านการมีส่วนร่วมและความก้าวหน้า ค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.42
และมีการขับเคล่ือนด้านสภาพแวดล้อม ความปลอดภัย และความสงบสุข และด้านเทคโนโลยี
ที่ทันสมัย มีอุตสาหกรรม การพัฒนาการค้า และการท่องเที่ยว เท่าๆ กัน โดยมีค่าเฉลี่ย 3.40 ส่วน
การขับเคลื่อนด้านสิทธิมนุษยชน พบว่า น้อยที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.3. รายระเอียดรายด้านปรากฏ
ดังต่อไปนี้
1. ด้านสุขภาพและสวัสดิการชุมชน พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉล่ีย
เทา่ กบั 3.62 โดยชมุ ชนมกี ารสง่ เสริมสขุ ภาพและอนามยั ของประชาชน เชน่ การลงเย่ียมบา้ น การตรวจ
สุขภาพร่างกาย การตรวจสุขภาพฟันและช่องปาก การตรวจวัดสายตา ค่าเฉล่ีย 3.69 และชุมชน
มีการจัดการป้องกันอันตรายด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในชุมชน เช่น การป้องกันยุงลาย การฉีดวัคซีน
การส่งเสริมการปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ ไฟส่องสว่าง การตัดหญ้าในที่รกร้าง การปรับปรุง
ภูมิทัศน์ อย่ใู นระดบั น้อยที่สุด ค่าเฉล่ยี 3.42
2. ด้านวัฒนธรรมพ้ืนเมือง การพัฒนาทรัพยากรบุคคล และภูมิปัญญาท้องถิ่น
พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.62 โดยชุมชนมีการสืบสานประเพณี วัฒนธรรม
วถิ ีชีวิตและความเป็นอยู่ดั้งเดิม และภมู ิปญั ญาท้องถิ่นของคนในชุมชนให้คงอยู่และสืบทอดต่อประชาชน
รุ่นต่อไปในอนาคต และชุมชนมีแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เช่น สถานศึกษา ทั้งในระบบและนอกระบบ
วัด พิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ห้องสมุดชุมชน ท่ีเป็นแหล่งรวมองค์ความรู้ เป็นสถานท่ีฝึก และ
พัฒนาทักษะความสามารถของประชาชนให้รู้เท่าทันสถานการณ์โลก เทคโนโลยีและการสื่อสาร
มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน คือ 3.71 และชุมชนมีการพัฒนาศักยภาพคนในชุมชนให้มีความรู้ ความเก่ง ความดี
๖๕
และมีคุณธรรม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนมีการปลูกฝั่งค่านิยมที่ดี เช่น ความมีวินัย ความพอเพียง และ
การไม่ทจุ รติ คอรร์ ัปชน่ั มคี ่าเฉล่ยี นอ้ ยทีส่ ุด คือ 3.50
3. ด้านสภาพแวดล้อม ความปลอดภัย และความสงบสุขของชุมชน พบว่า
ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.40 โดยชุมชนมีการรักษาความปลอดภัยและ
ความสงบสุขของชุมชน เพ่ือส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชนให้มี
ความสุข มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีค่าเฉลี่ย 3.52 และชุมชนมีการป้องกัน และ
การเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นซึ่งอาจเป็นปัญหาต่อการพัฒนา ชุมชนไปสู่
ชุมชนท้องถ่ิน 4.0 เช่น ปัญหาภัยพิบัติ ปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรม มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ
3.27
4. ด้านเทคโนโลยีท่ีทันสมัย มีอุตสาหกรรม การพัฒนาการค้า และการท่องเท่ียว
พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.40 โดยชุมชนจัดให้มีช่องทางการแจ้ง
ขา่ วสาร ข้อมูลและการติดต่อส่ือสารทห่ี ลากหลาย ทนั สมัย มปี ระสิทธิภาพ และเขา้ ถงึ ประชาชนทุกคน
คา่ เฉลีย่ 3.56 และชมุ ชนมกี ารบรหิ ารจัดการ แบบร่วมกันคิด รว่ มกันวางแผน รว่ มกนั ดาเนินการ และ
ร่วมกันรับผลประโยชน์ โดยมุ่งเน้นให้หน่วยงานภาคีเครือข่ายท้ังภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนเข้า
มามีสว่ นร่วม มคี ่าเฉล่ยี นอ้ ยท่สี ุด คอื 3.29
5. ด้านสิทธิมนุษยชน พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉล่ียเท่ากับ
3.30 โดยชุมชนมีแนวทางการส่งเสริมให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในชุมชนเพ่ือเป็นความรู้พ้ืนฐาน
สู่การพัฒนาทยี่ ั่งยืน ค่าเฉลีย่ 3.56 และชุมชนมีการจัดทาระเบยี บ กฎเกณฑ์ ขอ้ ตกลงร่วมกนั สาหรับ
ใช้ในการบรหิ ารจดั การชมุ ชนอย่างทว่ั ถึงและเท่าเทียม มีคา่ เฉลย่ี นอ้ ยทส่ี ดุ คือ 3.15
6. ด้านการมีส่วนร่วม และความก้าวหน้า ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉล่ีย
เท่ากับ 3.42 โดยชุมชนมีการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพิจารณาตัดสินใจประเด็นต่าง ๆ ในชุมชน
ค่าเฉลี่ย 3.52 และชุมชนมีการบริหารจัดการที่ดี มีความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพ มีค่าเฉล่ีย
น้อยที่สุด คอื 3.29
5.1.4 การเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการ
ขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง ตามข้อมูลทั่วไป
การสรา้ งการรับรู้เกยี่ วกับการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ การสร้างความรูแ้ ละเขา้ ใจเก่ยี วกับ
บทบาทของชุมชนท้องถ่ินในการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ และระดับการสร้างความ
รว่ มมือของชุมชนในการขบั เคลือ่ นโมเดลประเทศไทย 4.0
(1) การเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคล่ือนโมเดล
ประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง จาแนกตามเพศ พบว่า ผู้ตอบ
แบบสอบถามท่ีมีเพศ ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคล่ือนโมเดลประเทศ
ไทย ๔.๐ หมู่บา้ นจารงุ อาเภอแกลง จังหวดั ระยอง ไมแ่ ตกต่างกัน
(2) การเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคลื่อนโมเดล
ประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง จาแนกตามอายุ พบว่า ผู้ตอบ
แบบสอบถามที่มีอายุ ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคลื่อนโมเดลประเทศ
ไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง แตกต่างกัน ในด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย
๖๖
มีอุตสาหกรรม การพัฒนาการค้าและการท่องเท่ียว โดยเม่ือเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่
พบว่า มี 3 คู่ ท่ีต่างกัน คือ ผู้ตอบแบบสอบถามท่ีมีอายุ 56 ปีข้ึนไป ( X =2.73) มีความคิดเห็น
น้อยกว่า ผู้ตอบแบบสอบถามท่ีมีอายุน้อยกว่า 25 ปี ( X =4.00) อายุ 25 - 35 ปี (X =3.75) และ
อายุ 46 - 55 ปี (X =4.10)
(3) การเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคลื่อนโมเดล
ประเทศไทย ๔.๐ หมูบ่ ้านจารุง อาเภอแกลง จงั หวดั ระยอง จาแนกตามการศกึ ษาสงู สดุ พบวา่ ผู้ตอบ
แบบสอบถามที่มีการศึกษาสูงสุด ต่างกนั มีความคิดเห็นตอ่ บทบาทชุมชนท้องถน่ิ กับการขับเคลื่อนโมเดล
ประเทศไทย ๔.๐ หมบู่ า้ นจารงุ อาเภอแกลง จงั หวัดระยอง ไม่แตกต่างกนั
(4) การเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการขับเคล่ือนโมเดล
ประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง จาแนกตามอาชีพ พบว่า ผู้ตอบ
แบบสอบถามท่ีมีอาชีพ ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการขับเคลื่อนโมเดลประเทศ
ไทย ๔.๐ หมบู่ า้ นจารงุ อาเภอแกลง จังหวัดระยอง ไม่แตกตา่ งกนั
(5) เปรียบเทียบความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคล่ือนโมเดลประเทศ
ไทย ๔.๐ หมูบ่ า้ นจารุง อาเภอแกลง จงั หวดั ระยอง จาแนกตามการรบั รู้เกี่ยวกับการขับเคล่ือนโมเดล
ประเทศไทย ๔.๐ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่มีการรับรู้ ต่างกัน ส่งผลต่อความคิดเห็นต่อบทบาท
ชุมชนท้องถิ่นกับการขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง
แตกต่างกัน ในด้านสุขภาพและสวัสดิการชุมชน โดยเมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่ พบว่า
มี 1 คู่ ท่ีต่างกัน คือ ผู้ตอบแบบสอบถามที่รับรู้ด้วยความเข้าใจมาก (X =4.25) มีมีความคิดเห็นต่อ
บทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัด
ระยอง มากกว่า ผู้ตอบแบบสอบถามท่ีรับรู้และเข้าใจบางเรื่อง ( X =3.43) อายุ 25 - 35 ปี
(X =3.75)
(6) การเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคลื่อนโมเดล
ประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง จาแนกตามการสร้างความรู้และเข้าใจ
เก่ียวกับบทบาทของชุมชนท้องถ่ินในการขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย 4.0 พบว่า ผู้ตอบ
แบบสอบถามที่มีการสร้างความรู้และความเข้าใจของชุมชน ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชน
ทอ้ งถ่นิ กบั การขับเคล่อื นโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมบู่ า้ นจารงุ อาเภอแกลง จงั หวดั ระยอง ไมแ่ ตกต่างกนั
(7) การเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคล่ือนโมเดล
ประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารงุ อาเภอแกลง จังหวัดระยอง จาแนกตามระดบั การสรา้ งความร่วมมือ
ของชุมชน พบวา่ ผู้ตอบแบบสอบถามที่มีระดับการสร้างความร่วมมอื ของชุมชนต่างกัน มีความคดิ เห็น
ต่อบทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัด
ระยอง แตกตา่ งกัน ทุกด้าน
(7.1) ด้านสุขภาพและสวัสดิการชุมชน พบว่า มี 3 คู่ ท่ีต่างกัน คือ ผู้ตอบ
แบบสอบถามที่คิดเห็นว่าชุมชนมีระดับการสร้างความร่วมมือ อยู่ในระดับมาก ( X =4.21) มีความ
คิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง
จงั หวดั ระยอง ด้านสขุ ภาพและสวัสดิการชุมชน มากกว่า ผู้ตอบแบบสอบถามท่ีคิดเห็นว่าชุมชนมีระดับ
การสร้างความร่วมมอื อย่ใู นระดับปานกลาง (X =3.42) และระดบั น้อย (X =2.00)
๖๗
(7.2) ดา้ นวฒั นธรรมพื้นเมอื ง การพฒั นาทรัพยากรบุคคล และภูมิปญั ญาท้องถิ่น
พบว่า มี 3 คู่ ท่ีต่างกัน คือ ผู้ตอบแบบสอบถามที่คิดเห็นว่าชุมชนมีระดับการสร้างความร่วมมือ อยู่ใน
ระดับมาก (X =4.37) มคี วามคิดเห็นตอ่ บทบาทชุมชนท้องถิ่นกับการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐
หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง มากกว่า ผู้ตอบแบบสอบถามท่ีคิดเห็นว่าชุมชนมีระดับการ
สร้างความรว่ มมือ อยู่ในระดับปานกลาง (X =3.31) และระดับน้อย (X =1.33)
(7.3) ด้านสภาพแวดล้อมปลอดภัย และความสงบสุขของชมุ ชน พบว่า มี 3 คู่
ท่ีต่างกัน คือ ผู้ตอบแบบสอบถามที่คิดเห็นว่าชุมชนมีระดับการสร้างความร่วมมือ อยู่ในระดับมาก
(X =3.95) มีความคิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้าน
จารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง มากกว่า ผู้ตอบแบบสอบถามท่ีคิดเห็นว่าชุมชนมีระดับการสร้าง
ความรว่ มมือ อยู่ในระดบั ปานกลาง (X =3.12) และระดบั น้อย (X =1.67)
(7.4) ดา้ นเทคโนโลยีท่ีทันสมัย มอี ุตสาหกรรม การพฒั นาการคา้ และการท่องเทยี่ ว
พบว่า มี 3 คู่ ทีต่ า่ งกนั คอื ผตู้ อบแบบสอบถามที่คิดเห็นว่าชุมชนมีระดับการสรา้ งความรว่ มมือ อยใู่ น
ระดับมาก (X =4.16) มคี วามคิดเห็นตอ่ บทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการขบั เคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐
หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง มากกว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่คิดเห็นว่าชุมชน
มีระดับการสร้างความร่วมมือ อย่ใู นระดับปานกลาง (X =3.23) และระดบั นอ้ ย (X =1.00)
(7.5) ด้านสิทธิมนุษยชน พบว่า มี 3 คู่ ที่ต่างกัน คือ ผู้ตอบแบบสอบถามที่
คิดเห็นว่าชุมชนมีระดับการสร้างความร่วมมือ อยู่ในระดับมาก (X =3.98) มีความคิดเห็นต่อบทบาท
ชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง
มากกว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่คิดเห็นว่าชุมชนมีระดับการสร้างความร่วมมือ อยู่ในระดับปานกลาง
(X =2.92) และระดับน้อย (X =2.00)
(7.6) ด้านการมีส่วนร่วมและความก้าวหน้าพบว่า มี 3 คู่ ที่ต่างกัน คือ ผู้ตอบ
แบบสอบถามที่คิดเห็นว่าชุมชนมีระดับการสร้างความร่วมมือ อยู่ในระดับมาก ( X =4.11) มีความ
คิดเห็นต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ินกับการขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง
จังหวัดระยอง มากกว่า ผู้ตอบแบบสอบถามท่ีคิดเห็นว่าชุมชนมีระดับการสร้างความร่วมมือ อยู่ใน
ระดับปานกลาง (X =3.00) และระดับนอ้ ย (X =1.00)
4.1.5 แนวทางในการส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคล่ือนโมเดล
ประเทศไทย 4.0 ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการประสานพลังประชารัฐมุ่งสู่เป้าหมาย
“ความมัน่ คง มัง่ คัง่ และย่งั ยืน”
(1) การขับเคล่ือนให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมและทั่วถึงโดยการ
ปรับปรุงและพัฒนาสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการพัฒนาทักษะประชาชนอย่างท่ัวถึง เช่น
การปรังปรุงและพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชนและผู้สูงอายุให้เป็นแหล่งการเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง และ
ปรับปรุงศาลาเอนกประสงค์ให้มีสภาพแข็งแรงม่ังคงและเอ้ืออานวยต่อการพัฒนาเพ่ือให้เป็นอาคาร
สถานทพี่ ฒั นาทกั ษะและศักยภาพของประชาชน
(2) การขับเคล่ือนการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพ่ือเพ่ิมปริมาณและมูลค่า
สินค้าให้สูงข้ึนด้วยนวัตกรรมปัญญา เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ โดยการร่วมมือกันแบบ
ประชารัฐให้ทุกหน่วยงานเข้ามามีส่วนร่วมในการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ของกลุ่มชุมชน เช่น
กล่มุ แมบ่ ้านเกษตรกรทีแ่ ปรรปู ผลผลติ จากผลไมใ้ นชุมชน กลมุ่ พัฒนาอาชีพ และกลุ่มแปรรูปผลผลิต
๖๘
(3) การการขบั เคล่ือนการผลติ ท่เี ป็นมิตรกบั ส่ิงแวดล้อมอยา่ งยัง่ ยนื เช่น กลมุ่ เกษตร
พื้นบ้านดาเนินกิจกรรมการเพาะปลูกตามหลักเศรษฐกจิ เพียง ลดการใชส้ ารเคมี และกลุ่มธนาคารขยะ
และส่งิ แวดล้อม เป็นต้น
(4) การอบรมและสร้างพลังให้กลุ่มชุมชน อาทิ กลุ่มแม่บ้านเกษตร กลุ่มพัฒนา
อาชีพ กลุ่มแปรรูปผลผลิต เป็นต้น ให้มีความคิด ประพฤติ และปฏิบัติเหมือนกับผู้ประกอบการท่ีมี
มาตรฐานการทางานท้ังด้านคุณภาพ และประสิทธิภาพสามารถบริหารความเสี่ยงได้ มีศักยภาพในการ
พัฒนาตนเอง สามารถกาหนด เป้าหมายท่ีเหมาะสม เปล่ียนปัญหา ให้เป็นโอกาส และยืนหยัดเมื่อ
เผชิญหน้า ต่อปัญหาและอปุ สรรค นอกจากน้ี ยังต้องมีความอดทน ทางานหนักได้ หรอื เรยี กได้ว่าเป็น
คนทมี่ ีจิตวญิ ญาณของผู้ประกอบการอยู่ในตัวเอง
(5) การศกึ ษาเรียนรูบ้ รบิ ทท้องถิ่นของตนเอง วเิ คราะหป์ ระเมินความต้องการในการ
พัฒนา เพื่อการขับเคลื่อนท่ีถูกต้องด้วยนวัตกรรมและภูมิปัญญาท้องถ่ินท่ีท้องถิ่นมีอยู่ โดยร่วมกับ
หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนให้เขา้ มามีส่วนร่วมสง่ เสรมิ ชุมชนให้มีความเข้มแขง็ อย่างย่ังยืน
(6) การนาเอาวัฒนธรรม เอกลักษณ์ และภูมิปัญญาท้องถ่ินมาพัฒนาให้เป็นจุดขาย
ของท้องถิ่น เช่น การพัฒนาเป็นแหล่งท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม เอกลักษณ์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นท่ี
รองรบั นกั ท่องเท่ยี วทงั้ ชาวไทยและชาวตา่ งประเทศ
5.2 ขอ้ เสนอแนะ
จากผลการศึกษาผู้ศึกษาแบ่งข้อเสนอแนะออกเป็น 2 ส่วน คือ ข้อเสนอแนะต่อผลการวิจัย
และขอ้ เสนอแนะในการวิจยั ครง้ั ต่อไป ดังนี้
5.2.1 ขอ้ เสนอแนะตอ่ ผลการวิจัย
จากการรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นท่ีมีค่าเฉล่ียน้อยท่ีสุดต่อบทบาทชุมชนท้องถ่ิน
ในการขับเคลื่อนการขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย 4.0 ของหมู่บ้านจารุง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง
ผ้ศู กึ ษาจงึ มขี ้อเสนอแนะ ดังนี้
(1) ชุมชนควรมีการจัดการเกี่ยวกับการป้องกันอันตรายด้านสุขภาพที่อาจเกิดข้ึน
ในชุมชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การป้องกันยุงลาย การฉีดวัคซีน การส่งเสริมการปลูกผัก
สวนครวั ปลอดสารพษิ การเพมิ่ ไฟส่องสว่างในชุมชน การตดั หญ้าในที่รกรา้ ง และการปรบั ปรุงภมู ทิ ัศน์
ในชมุ ชนใหส้ วยงาม เรียบรอ้ ย และสะอาด
(2) ชุมชนควรมีการป้องกันและการเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ที่อาจ
เกิดขึ้นในชุมชน อาจใชเ้ วทสี ภาหมู่บา้ นเปน็ เวทรี ว่ มกันระดมความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั ปัญหาต่าง ๆ และช่วยกัน
ค้นหาแนวทางแก้ไขปัญหาในลักษณะเชิงป้องกันและเตรียมความพร้อมของชุมชนให้มีความเข้มแข็งเพื่อ
เตรียมรบั มอื กบั ปญั หาท่จี ะเกดิ ข้นึ
(3) ชุมชนควรมีการบริหารจัดการท่ีในรูปแบบร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผน ร่วมกัน
ดาเนินการ และร่วมกันรับผลประโยชน์ และแสดงถึงความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้น
ใหห้ นว่ ยงานภาคีเครือขา่ ยทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนเขา้ มามีสว่ นรว่ มให้มากขึ้น
(4) ชุมชนควรมีการจัดทาระเบียบ กฎเกณฑ์ ข้อตกลงของชุมชนสาหรับใช้ในการ
บรหิ ารจัดการชมุ ชนให้เปน็ มาตรฐาน ทว่ั ถึง และเท่าเทยี ม
๖๙
(5) ชุมชนควรมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสาร และองค์ความรู้ต่าง ๆ ให้ประชาชน
ได้รับข้อมูล ความรู้ และมีความเข้าใจผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ หลากหลาย เช่น ผ่านทางผู้นาชุมชน
เพื่อนบ้าน ติดป้ายประกาศตามสถานที่ต่าง ๆ ในชุมชน หอกระจายข่าวของชุมชน จัดส่งข้อมูลทาง
แอพริเคช่ัน line Facebook และ sms ผ่านมือถือแบบสมาร์ทโฟน จัดทาเอกสารแผ่นพับ
ประชาสัมพันธ์ผ่านการเข้าร่วมประชุม และการจัดสัมมนาศึกษาดูงานการดาเนินงานของชุมชนอ่ืน
เปน็ ตน้
(6) จัดทาศูนย์การเรียนรู้ชุมชนที่มีอยู่เดิมให้เป็นศูนย์ขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย
4.0 ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการประสานพลังประชารัฐมุ่งสู่เป้าหมาย “ความมั่นคง มั่งค่ัง
และยัง่ ยนื ” โดยปรบั ปรุงใหเ้ ป็นสถานท่พี ัฒนาทกั ษะและเปน็ แหลง่ เรียนรูช้ มุ ชนทค่ี รอบวงจร
(7) การปรับรูปแบบเวทีสภาหมู่บ้านให้เป็นเวทีแลกเปล่ียนความคิดเห็นและ
ข้อเสนอแนะที่สามารถนาไปปฏิบัติได้จริง พร้อมทั้งให้สมาชิกได้พบปะพูดคุยกัน เปิดโอกาสให้ทุกคน
ได้แลกเปล่ียนองค์ความรู้ ปรึกษาปัญหา และการแก้ไข เพื่อสร้างความสัมพันธ์และความสามัคคีของ
สมาชิก ตลอดจนสร้างระบบการติดตามประเมินผลการดาเนินงานและแก้ไขปัญหาเพื่อกากับ
ควบคุมดแู ลใหเ้ กดิ แนวทางการแก้ไขปัญหาที่แท้จรงิ
(8) รัฐบาล และหน่วยงานที่เก่ียวข้องหรือขับเคลื่อนชุมชน 4.0 อาทิ กรมพัฒนา
ฝีมือแรงงาน กรมส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กรมพัฒนาชุมชน ฯลฯ ควรเข้ามาให้ความรู้เก่ียวกับการ
พัฒนารปู แบบผลติ ภัณฑ์ มาตรฐาน การสรา้ งมลู คา่ เพ่มิ ให้กับผลิตภัณฑช์ ุมชน สนบั สนนุ วิถีทางการทา
เกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดสารพิษ การพัฒนาคุณภาพผลิตผล การพัฒนาออกแบบบรรจุภัณฑ์ การหา
ชอ่ งทางการขายสนิ ค้าให้มีรายได้ รวมถึงการอบรมความร้เู ก่ียวกับการเสรมิ สร้างศักยภาพของบทบาท
ชุมชนใหม้ คี วามเข้มแข็งและยงั่ ยนื
5.2.2 ข้อเสนอแนะในการวจิ ยั ครัง้ ต่อไป
(1) ควรทาการศึกษาวิจัยแบบผสมสานทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ศึกษา
รายละเอยี ดของบริบทของพื้นที่ และปัญหาอุปสรรคในพ้นื ท่ี การสร้างชุมชนเข้มแขง็ ตามแนวทางการ
พัฒนาชุมชนแบบย่ังยืนและปรชั ญาเศรษฐกิจแบบพอเพียง รวมถึงการศึกษารูปแบบภาวะผู้นาในการ
ส ร้ า ง ชุ มช น เ ข้ ม แ ข็ ง แ ล ะ ยั่ ง ยื น ท่ี เ ห มา ะ ส ม กับ บ ริ บ ท ข อ ง ชุ มช น ไ ทย เ พ่ื อ เ ต รี ย ม พร้ อ มรั บ มื อ ก า ร
เปลี่ยนแปลงของสงั คม
(2) ควรทาการศึกษาปัจจยั ทสี่ ่งผลต่อความสาเร็จและความยั่งยืนของชมุ ชนต้นแบบ
เพ่ือนาผลที่ได้จากการศึกษาวิจัยมากาหนดกรอบภารกิจ กิจกรรม บทบาทหน้าที่ของผู้เก่ียวข้อง
ให้เกดิ รูปแบบการพฒั นาชุมชนเขม้ แข็ง 4.0 ให้ขยายวงกวา้ งต่อไป
(3) ควรทาการศึกษาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย 4.0
เพื่อทราบถึงระดับการมีส่วนร่วมของประชาชน และนาข้อมูลไปเป็นแนวทางในการพัฒนากลไกการ
ขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย 4.0 ให้มปี ระสิทธภิ าพมากยง่ิ ข้ึน
๗๐
บรรณานุกรม
กรมการพฒั นาชุมชน. 2526. คู่มือการปฏบิ ัติงานพัฒนาชุมชนสาหรับนักพัฒนากร.
กรุงเทพมหานคร : กรมการพัฒนาชมุ ชน, กระทรวงมหาดไทย.
คณะกรรมการหมู่บ้านจารุง. 2553. แผนชุมชนหมู่บา้ นจารงุ . (อัดสาเนา).
งามพิศ สัตย์สงวน. 2537. สังคมและวัฒนธรรม. พมิ พ์คร้ังที่ 4. กรงุ เทพมหานคร :
จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
จานงค์ อดิวฒั นสทิ ธ์ิ และคณะ. 2540. สังคมวิทยา. พมิ พ์ครงั้ ที่ 11. กรุงเทพมหานคร :
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์.
เดโช สวนานนท.์ 2518. จิตวิทยาสังคม. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร.์
ประเวศ วะสี. 2546. วิถีมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 สูภพภูมใิ หม่แหงการพัฒนา.
วารสารหมออนามยั ป ท่ี 12 ฉบบั ท่ี 4 มกราคม - กุมภาพันธ์ 2546 : หนา 7-21.
ปณั ณพงศ์ วงศ์ณาศร.ี 2560. วิเคราะห์บรบิ ทความทา้ ทายขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่
ในการบริหาร ท้องถ่ินเพื่อขับเคลื่อนนวตั กรรมท้องถน่ิ ในยคุ ไทยแลนด์ 4.0. บทความ:
สารอาศรมวฒั นธรรมวลัยลักษณ.์
พวงเพชร สุรตั นกวกี ุล. 2542. มนุษยก์ ับสงั คม. พมิ พ์ครง้ั ท.ี่ 2. กรงุ เทพมหานคร :
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
พทั ยา สายหู. 2516. ความเขา้ ใจเกี่ยวกับกลไกของสังคม. กรุงเทพมหานคร : พฆิ เนศ.
ไพรัตน์ เตชะรินทร.์ 2527. นโยบายและกลวิธกี ารมีส่วนร่วมของชุมชนในยุทธศาสตร์
การพฒั นาปัจจบุ นั ของประเทศไทยในการมีสว่ นร่วมของประชาชนในการพัฒนา.
กรุงเทพมหานคร : ศกั ดโ์ิ สภาการพมิ พ์.
ยุวฒั น์ วฒุ เิ มธี. 2525. หลกั การพัฒนาชมุ ชนและการพัฒนาชนบท. กรงุ เทพมหานคร :
ไทยอนุเคราะห์ไทย.
ราชบณั ฑิตยสถาน. 2524. พจนานุกรมศัพทส์ งั คมวทิ ยาอังกฤษไทย. กรงุ เทพมหานคร :
อมรินทรพร้ินต้งิ กรปุ .
_______. 2525. พจนานกุ รมราชบัณฑติ ยสถาน พุทธศักราช 2525. กรงุ เทพมหานคร :
อกั ษรเจริญทัศน.์
สงวน สทุ ธิเลิศอรณุ . 2525. จิตวทิ ยาสังคม. กรงุ เทพมหานคร : ส่งเสริมวิชาการ.
สนธยา พลศรี. 2547. ทฤษฎีและหลกั การพัฒนาชมุ ชน. พมิ พ์ครั้งท่ี 5. กรงุ เทพมหานคร :
โอเดยี นสโตร์.
สมศกั ด์ิ ศรีสนั ตสิ ุข. 2537. สงั คมวิทยาชมุ ชน : หลักการศึกษาวเิ คราะหแ์ ละปฏบิ ัติงานด้านชุมชน
ขอนแกน : ภาควชิ าสังคมวิทยาและมานุษยวทิ ยาคณะมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร,์
มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น.
สุชา จันทนเอม และ สรุ างค์ จันทนเอม. 2520. จิตวทิ ยาพฒั นาการ. พิมพ์ครง้ั ที่ 2.
กรงุ เทพมหานคร : ไทยวฒั นาพานชิ .
๗๑
สภุ า สกลุ เงนิ . 2545. ประสิทธิภาพในการปฏบิ ตั ิหน้าทข่ี องกานนั ผูใ้ หญ่บา้ น หลังการจดั ต้ัง
องคก์ ารบริหารส่วนตาบลในทศั นะของกานัน ผู้ใหญบ่ า้ น : ศกึ ษาเฉพาะกรณี
อาเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร. วทิ ยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. คณะศลิ ปะศาสตร,์
มหาวทิ ยาลัยรามคาแหง.
สวุ ทิ ย์ เมษนิ ทรยี .์ 2560. แนวคดิ เกี่ยวกบั ประเทศไทย 4.0. (อัดสาเนา).
สญั ญา สญั ญาววิ ฒั น.์ 2525. การพัฒนาชมุ ชน. พมิ พค์ รง้ั ที่ 2. กรงุ เทพมหานคร : ไทยวัฒนา
พานิช.
สานกั งานคณะกรรมการข้าราชการพลเรอื น. 2560. ประเทศไทยในบริบทไทยแลนด์ ๔.๐
ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐. กรงุ เทพมหานคร :
สานักวิจยั และพฒั นาระบบงานบคุ คล, สานักงานคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรือน (ก.พ.).
อจั ฉรา ภาณุรตั น์. 2549. เอกสารคาสอนรายวิชาท้องถิ่นศึกษา. สุรนิ ทร์ : สานักพมิ พ์
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรนิ ทร์.
Allport. Gordon W. ทฤษฎบี ุคลิกภาพ. อ้างถึงใน สภุ า สกุลเงิน. 2545 : 15 – 16. ประสิทธภิ าพ
ในการปฏิบัติหนา้ ทข่ี องกานนั ผู้ใหญ่บ้าน หลังการจดั ตั้งองคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบล
ในทศั นะของกานัน ผใู้ หญ่บ้าน : ศึกษาเฉพาะกรณีอาเภอกระทุ่มแบน จงั หวัดสมุทรสาคร.
วทิ ยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. คณะศิลปะศาสตร,์ มหาวิทยาลยั รามคาแหง.
Bloom, L., and Seiznick, P. 1968. Sociology. 4th ed. New York : Harper & Row.,
Lunber. G. A., et al. 1968. Sociology. 4th ed. New Jersey : Harper and Row.
Robbins, S.P. 1996. Organization Behavior. 7th ed. New Jersey : Prentice Hall.
๗๒
ภาคผนวก
๗๓
ภาพประกอบ
คณะกลมุ่ ปฏบิ ัติการท่ี ๔ ลงพ้ืนทศ่ี นู ย์การเรยี นรู้ของชุมชนและผสู้ งู อายบุ ้านจารงุ
๗๔
ป้ายบอกทางศนู ย์การเรียนรูข้ องชมุ ชนและผสู้ งู อายุบ้านจารงุ และมหาวิทยาลยั บา้ นนอก
วดั จารงุ
โรงเรียนวัดจารงุ
๗๕
ผนู้ าชมุ ชนบา้ นจารงุ และคณะกรรมการฝา่ ยต่าง ๆ
๗๖
บรเิ วณศนู ย์การเรยี นรขู้ องชุมชนและผ้สู ูงอายบุ ้านจารุง และมหาวิทยาลยั บ้านนอก
รถรางบรกิ ารนักท่องเท่ียวและผูเ้ ข้ามาศกึ ษาเรยี นร้วู ิถชี วี ติ ชมุ ชน
๗๗
รา้ นคา้ จาหน่ายเสอื้ ผ้า ของที่ระลกึ ในศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนและผู้สงู อายบุ า้ นจารุง
และมหาวทิ ยาลยั บ้านนอก
ผลไมต้ ามฤดูกาล
๗๘
รูปภาพฐานเรยี นรตู้ ่างๆ ในศูนยก์ ารเรยี นรูข้ องชุมชนและผู้สูงอายุบ้านจารงุ
การทากะปิ
ผู้ใหญ่บา้ น (นายชาตรี ก่อเกื้อ) บรรยายให้ความรู้ ผเู้ ขา้ ศกึ ษาดูงานจากประเทศภฏู าน ฟงั บรรยาย
ผู้เขา้ ศกึ ษาดูงานจากประเทศภูฎาน ณ ศนู ย์การเรยี นรู้ของชุมชนและผสู้ ูงอายุ
บา้ นจารงุ
๗๙
แบบสอบถาม
บทบาทชมุ ชนทอ้ งถิ่นกบั การขับเคลอื่ นโมเดลประเทศไทย ๔.๐
กรณีศกึ ษา หมบู่ า้ นจารงุ อาเภอแกลง จงั หวดั ระยอง
........................................................................................................................
ตอนท่ี ๑ ข้อมลู ทวั่ ไป O หญงิ O ๓๖-๔๕ ปี
๑. เพศ O ชาย O ๒๕-๓๕ ปี
๒. อายุ O อายนุ อ้ ยกว่า ๒๕ ปี O ๕๖ ปีขึ้นไป
O ๔๖-๕๕ ปี
๓. ศาสนา O อิสลาม
O พทุ ธ O อืน่ ๆ ระบุ........................................
O ครสิ ต์
๔. การศึกษาสูงสุด O ปริญญาโท O อ่นื ๆ ระบุ…...............
O ปรญิ ญาตรี O รฐั วสิ าหกจิ O เอกชน
๕. อาชีพ O ราชการ O ธรุ กจิ ส่วนตัว O อ่นื ๆ ระบ.ุ .................
O เกษตรกร
ตอนที่ 2 การส่ือสารเพอ่ื สร้างการรบั รู้ ความเขา้ ใจ และความร่วมมอื ในการขบั เคลือ่ นโมเดลประเทศไทย ๔.๐
ของหมู่บา้ นจารงุ อาเภอแกลง จังหวดั ระยอง
คาช้ีแจง โปรดทาเคร่ืองหมาย ลงในชอ่ ง ท่ีตรงกับความคดิ เหน็ ของท่านมากที่สุด
2.1 การรบั รู้
1. ท่านรับรู้ ถึงการขบั เคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ ของหมูบ่ ้านจารงุ อาเภอแกลง
จงั หวัดระยอง หรือไม่
รบั รูด้ ว้ ยความเข้าใจมาก รับรู้ด้วยความเขา้ ใจพอสมควร
รับรูแ้ ละเขา้ ใจบ้างเป็นบางเร่อื ง ไม่เคยรบั รู้
2. ถ้าท่านได้รับรู้ ทา่ นรบั รู้ทราบจากช่องทางใด (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)
ผู้นาชมุ ชน เพื่อนบา้ น (บอกต่อ ปากต่อปาก)
ปา้ ยประกาศในชมุ ชน ประกาศเสียงตามสาย
website ตา่ ง ๆ E-mail, Line, Facebook เป็นตน้
โทรศพั ท์ ข้อความ (SMS) เอกสารแจก
การเข้ารว่ มประชมุ อน่ื ๆ .......................
2.2 การสร้างความเขา้ ใจ
1. ชมุ ชนของท่านมกี ารส่ือสารเพอ่ื สร้างความรแู้ ละเขา้ ใจเก่ียวกับบทบาทของชุมชน
ท้องถนิ่ ในการขับเคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ ใหป้ ระชาชนทกุ คนรับรู้ หรอื ไม่
มี ไม่มี
๘๐
2. ถ้ามี ชมุ ชนของทา่ นส่ือสารจากช่องทางใด (ตอบไดม้ ากกวา่ 1 ขอ้ )
ผู้นาชุมชน เพ่ือนบ้าน (บอกต่อ ปากตอ่ ปาก)
ปา้ ยประกาศในชุมชน ประกาศเสียงตามสาย
website ต่าง ๆ E-mail, Line, Facebook เปน็ ต้น
โทรศพั ท์ ข้อความ (SMS) เอกสารแจก
การเข้ารว่ มประชมุ อน่ื ๆ .......................
2.3 การสรา้ งความรว่ มมือ
คาชี้แจง โปรดทาเคร่ืองหมาย ในช่องตามความคดิ เหน็ ของทา่ น ระดบั การสอื่ สารในชุมชน นอ้ ย
ทส่ี ุด
การส่อื สารเพ่อื การสรา้ งความร่วมมือ มาก มาก ไม่ นอ้ ย
ที่สดุ แน่ใจ
1. ชุมชนมกี ารสร้างความสมั พันธ์ระหวา่ งผู้นาชมุ ชนกับประชาชน
2. ชมุ ชนมีการสร้างความเข้าใจกบั ประชาชนในการดาเนินกจิ กรรม
เพอ่ื ขับเคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐
3. ชุมชนมกี ารเปิดโอกาสให้ประชาชนไดร้ ่วมแสดงความคิดเห็น
ตอ่ การขบั เคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐
4. ชุมชนมีการสรา้ งแรงจงู ใจให้ประชาชนมาเขา้ ร่วมขบั เคลอื่ น
โมเดลประเทศไทย ๔.๐ ใหป้ ระสบผลสาเร็จ
5. ชมุ ชนนาหลักการประชารฐั (ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน)
มาเปน็ แนวทางในการขับเคล่ือนโมเดลชุมชนท้องถิน่ ๔.๐
ตอนที่ 3 บทบาทชุมชนท้องถิน่ กับการขบั เคลื่อนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ กรณศี กึ ษา หมูบ่ า้ นจารุง อาเภอแกลง
จังหวดั ระยอง
คาชี้แจง โปรดทาเคร่อื งหมาย ในช่องตามความคิดเห็นของท่าน
การขบั เคลือ่ นโมเดลประเทศไทย ๔.๐ ระดบั ความคดิ เห็น
หมู่บา้ นจารุง อาเภอแกลงจังหวดั ระยอง มากที่สดุ มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยทสี่ ดุ
๑. ดา้ นสขุ ภาพและสวสั ดกิ ารชุมชน
๑.๑ ชุมชนมีการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการดแู ล และ
การรักษาของสถานพยาบาลของรฐั และเอกชนอย่างทั่วถงึ
และเทา่ เทียม
๑.๒ ชมุ ชนมีการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยของประชาชน
เชน่ การลงเย่ยี มบ้าน การตรวจสขุ ภาพรา่ งกาย การตรวจ
สุขภาพฟันและชอ่ งปาก การตรวจวดั สายตา เปน็ ต้น
๑.๓ ชมุ ชนมกี ารจัดระบบสง่ เสริมสขุ ภาพของประชาชน
เช่น สถานทอี่ อกกาลงั กายในชุมชน สวนสาธารณะชมุ ชน
๘๑
การขับเคลอื่ นโมเดลประเทศไทย ๔.๐ ระดับความคิดเห็น นอ้ ยท่สี ดุ
หมบู่ ้านจารุง อาเภอแกลงจงั หวดั ระยอง มากท่สี ดุ มาก ปานกลาง น้อย
การสนับสนุนการแข่งขันกีฬาชมุ ชน การออกกาลงั กาย
เป็นต้น
๑.๔ ชมุ ชนมีการจัดการปอ้ งกันอันตรายดา้ นสุขภาพที่อาจ
เกดิ ข้นึ ในชุมชน เชน่ การปอ้ งกนั ยุงลาย การฉีดวคั ซีน การ
ส่งเสรมิ การปลูกผักสวนครวั ปลอดสารพิษ ไฟส่องสว่าง
การตัดหญ้าในทร่ี กรา้ ง การปรบั ปรงุ ภูมิทศั น์ เปน็ ต้น
1.5 ชุมชนมีการจัดตั้งกองทนุ ชมุ ชน หรือจดั ตงั้ สหกรณ์
เพอ่ื ดูแลดา้ นสขุ ภาพและสวัสดกิ ารชมุ ชน
๒. ด้านวัฒนธรรมพน้ื เมอื ง การพฒั นาทรัพยากรบุคคล และภมู ิปัญญาท้องถ่ิน
๒.๑ ชุมชนมกี ารสบื สานประเพณี วฒั นธรรม วถิ ชี วี ติ และ
ความเป็นอยู่ดั้งเดิม และภูมิปัญญาท้องถน่ิ ของคนในชุมชน
ใหค้ งอยู่และสบื ทอดต่อประชาชนรุ่นต่อไปในอนาคต
๒.๒ ชุมชนมแี หล่งเรยี นรู้ในชมุ ชน เชน่ สถานศึกษา ท้ังใน
ระบบและนอกระบบ วัด พิพิธภณั ฑ์ ศูนยก์ ารเรยี นรชู้ มุ ชน
หอ้ งสมดุ ชุมชน ท่ีเปน็ แหล่งรวมองคค์ วามรู้ เป็นสถานท่ีฝึก
และพฒั นาทักษะความสามารถของประชาชนใหร้ ู้เท่าทัน
สถานการณ์โลก เทคโนโลยีและการสือ่ สาร เปน็ ตน้
๒.3 ชมุ ชนมีการส่งเสริมความร่วมมือกับหนว่ ยงานวชิ าการ
ภายนอก เพื่อให้หนว่ ยตา่ ง ๆ ส่งเสริมใหช้ มุ ชนมีความรู้
มีการแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ การทบทวนและถอดบทเรยี นรู้
รวมถึงมกี ารเกบ็ รวบรวมข้อมูลองคค์ วามรขู้ องชุมชนให้คง
อยู่สบื ทอดสู่คนรุ่นใหมต่ ่อไป
๒.4 ชุมชนมกี ารรวมกลมุ่ ของคนในชุมชนเพื่อพฒั นา
ศักยภาพตนเองและศักยภาพของชมุ ชนใหม้ ีความเข้มแข็ง
และพง่ึ ตนเองได้อย่างย่ังยนื เช่น กลมุ่ แมบ่ ้าน กลุ่มอาชพี
กลุม่ เกษตรกร กลุม่ สหกรณ์ เปน็ ตน้
๒.5 ชุมชนมีการพัฒนาศกั ยภาพคนในชมุ ชนให้มีความรู้
ความเก่ง ความดีและมีคุณธรรม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน
มีการปลูกฝัง่ คา่ นยิ มที่ดี เชน่ ความมีวนิ ัย ความพอเพยี ง
และการไม่ทุจริตคอร์รัปชัน่ เปน็ ตน้
๓. ด้านสภาพแวดลอ้ ม ความปลอดภยั และความสงบสุขของชุมชน
๓.๑ ชุมชนมกี ารพัฒนาและปรบั ปรุงโครงสร้างพน้ื ฐาน
และสภาพแวดลอ้ ม ใหน้ า่ อยู่ เป็นชมุ ชนแห่งการเรยี นรู้
และพรอ้ มเข้าสู่การเป็น “ชุมชนท้องถิน่ 4.0”
๘๒
การขบั เคล่ือนโมเดลประเทศไทย ๔.๐ ระดับความคดิ เห็น
หมู่บ้านจารุง อาเภอแกลงจงั หวดั ระยอง มากที่สุด มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยทสี่ ุด
3.2 ชมุ ชนมีการรกั ษาความปลอดภัยและความสงบสขุ
ของชุมชน เพ่ือส่งเสริมการพัฒนาคณุ ภาพชีวติ ความเป็นอยู่
ของประชาชนในชมุ ชนให้มคี วามสขุ มคี วามปลอดภัย
ในชีวิตและทรัพย์สนิ
3.3 ชมุ ชนมกี ารป้องกนั และการเตรยี มความพร้อมรบั มือ
กับปญั หาตา่ ง ๆ ที่อาจเกดิ ขึน้ ซง่ึ อาจเปน็ ปัญหาตอ่ การพฒั นา
ชมุ ชนไปส่ชู ุมชนท้องถิ่น 4.0 เช่น ปัญหาภัยพิบัติ ปัญหา
ยาเสพตดิ ปัญหาอาชญากรรม เปน็ ต้น
3.4 ชุมชนมีการสง่ เสรมิ ใหป้ ระชาชนมีความรกั ความสามคั คี
และให้ความรว่ มมือในการจดั กิจกรรมตา่ ง ๆ ของชมุ ชน
เพื่อบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาชมุ ชนไปสชู่ มุ ชนท้องถ่ิน
4.0 รว่ มกันรว่ มกัน
๓.5 ชมุ ชนมกี จิ กรรมการเสริมสรา้ งการพฒั นาชุมชนสู่
“ความม่ันคง มั่งคัง่ และย่ังยืน” ท่คี รอบคลมุ ประชาชน
ทุกคน รวมถึงกล่มุ เปราะบางหรือกลุม่ ผูด้ ้อยดอ้ ยโอกาส
เช่น ผ้พู ิการ เป็นตน้
๔. ดา้ นเทคโนโลยีทที่ ันสมัย มอี ุตสาหกรรม การพัฒนาการคา้ และการท่องเท่ียว
๔.๑ ชุมชนจัดให้มชี ่องทางการแจง้ ขา่ วสาร ข้อมลู และ
การติดต่อส่ือสารที่หลากหลาย ทันสมยั มีประสิทธภิ าพ
และเขา้ ถงึ ประชาชนทุกคน
๔.๒ ชุมชนมีการพัฒนาระบบโครงสรา้ งพ้นื ฐาน และ
สาธารณูปโภคใหม้ ีความทันสมยั สะดวกสบาย และ
ครอบคลุมพ้ืนท่ีทร่ี บั ผิดชอบ
๔.๓ ชุมชนมกี ารพฒั นาแหลง่ ธรุ กจิ การคา้ /แหล่งทอ่ งเทยี่ ว
ในชมุ ชนให้เอือ้ ประโยชน์ต่อประชาชนทุกคนและทุกกลุ่ม
อาชีพเพ่ือให้มรี ายได้ทเ่ี พียงพอตอ่ การดารงชีพ
๔.๔ ชุมชนมีการการบริหารจัดการ แบบร่วมกันคิด ร่วมกัน
วางแผน ร่วมกันดาเนินการ และร่วมกันรบั ผลประโยชน์
โดยมุ่งเน้นใหห้ น่วยงานภาคีเครอื ข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน
และประชาชนเข้ามามสี ่วนร่วม
๔.๕ ชมุ ชนมีการจัดการดา้ นอุตสาหกรรม โดยม่งุ เน้น
อตุ สาหกรรมในพนื้ ทใี่ หเ้ ป็นอุตสาหกรรมสเี ขยี ว เปน็ มติ ร
กับสง่ิ แวดล้อม และส่งเสริมการพฒั นาชมุ ชนท้องถ่ินทย่ี ่ังยนื
การขับเคล่อื นโมเดลประเทศไทย ๔.๐ ๘๓
หม่บู ้านจารงุ อาเภอแกลงจังหวัดระยอง
ระดับความคิดเหน็
มากที่สุด มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยท่สี ดุ
๕. ดา้ นสิทธมิ นุษยชน
๕.๑ ชุมชนมีแนวทางการส่งเสรมิ ใหค้ วามร้เู กีย่ วกับสิทธิ
มนุษยชนในชุมชนเพ่ือเป็นความรพู้ น้ื ฐานส่กู ารพัฒนา
ทีย่ ั่งยนื
5.2 ชมุ ชนมกี ารพัฒนาและขับเคลอ่ื นชมุ ชนท้องถ่นิ ๔.๐
ตามหลักสทิ ธมิ นษุ ยชน คอื ศักดิศ์ รีความเป็นมนุษย์
ความเสมอภาค และห้ามเลือกปฏิบตั ิ
๕.3 ชุมชนมีการจัดประชุมเพ่ือพิจารณาและตดั สินใจ
ประเด็นปัญหาทเ่ี กย่ี วกบั สิทธิประโยชน์ของคนในชมุ ชน
๕.4 ชุมชนมีการจัดทาระเบยี บ กฎเกณฑ์ ข้อตกลงรว่ มกนั
สาหรับใชใ้ นการบรหิ ารจัดการชุมชนอยา่ งท่วั ถึงและ
เทา่ เทยี ม
๕.5 ชุมชนเปิดโอกาสใหป้ ระชาชนสามารถแลกเปลยี่ น
ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะตอ่ การขบั เคลอื่ นชุมชน
ท้องถิน่ ๔.๐
๖. ด้านการมสี ่วนร่วม และความก้าวหน้า
๖.๑ ชมุ ชนมกี ารสง่ เสรมิ การมีส่วนรว่ มในการพจิ ารณา
ตดั สินใจประเด็นต่าง ๆ ในชุมชน
๖.๒ ชมุ ชนจดั โครงการหรือกิจกรรมด้านการพฒั นาเพ่ือ
ผนกึ กาลงั ขบั เคล่ือนการเป็นชุมชนทอ้ งถิ่น 4.0 อย่าง
สมา่ เสมอ
๖.๓ ชมุ ชนมีการคดั เลอื ก จดั ตง้ั คณะกรรมการชมุ ชน เพื่อ
เข้ามาจัดทาแผนชุมชน ดาเนินการตามแผน รวมถึงการ
ตดิ ตามและประเมนิ ผลแผน เพอื่ ให้เกดิ กระบวนการ
ต่อยอดและปรับปรงุ แผนชมุ ชนต่อเนอ่ื งและยั่งยืน
๖.๔ ชุมชนมีการบริหารจดั การทด่ี ี มคี วามโปร่งใส และ
มีประสิทธิภาพ
๖.๕ ชมุ ชนมีการบริหารจดั การท่ีม่งุ เน้นการมีสว่ นร่วมของ
คนในชุมชน
๘๔
4. แนวทางในการสง่ เสริมให้ประชาชนเขา้ มามสี ่วนร่วมในการขบั เคลื่อนโมเดลประเทศไทย 4.0 ตาม
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการประสานพลังประชารัฐมุ่งสเู่ ปา้ หมาย “ความมน่ั คง มั่งค่ังและย่ังยืน”
4.1 จดุ เด่นของหมู่บา้ นจารงุ
………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………….……………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………….…………………..
4.2 ปัญหาและอุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………….……………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………….…………………..
4.3 ข้อเสนอแนะในการขบั เคลอ่ื นโมเดล
………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………….……………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………….…………………..
ขอพระคุณสาหรับการตอบแบบสอบถามในครงั้