The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by DMR_Landslide, 2021-11-27 01:39:24

การวัดปริมาณน้ำฝนเพื่อใช้ในการแจ้งเตือนภัย

โดย กรมทรัพยากรธรณี

Keywords: การวัดปริมาณน้ำฝน,ปริมาณน้ำฝน,แจ้งเตือนพิบัติภัย,ธรณีพิบัติภัย

การวดั ปรมิ าณนา้ ฝน

เพือ่ ใชใ้ นการแจ้งเตือนภัย

โดย

ศูนยป์ ฏบิ ตั กิ ารธรณพี บิ ตั ภิ ยั
กรมทรัพยากรธรณี

การเกิดเหตุการณ์ดินถล่มและน้าป่าไหลหลากในประเทศไทยน้ัน นอกจากปัจจัยทางสภาพ
ธรณีวิทยาที่เป็นหินแกรนิตผุพัง ลักษณะภูมิประเทศที่มีความลาดชัน หรือการเปล่ียนแปลงสภาพ
ส่ิงแวดล้อมในพื้นที่ ปริมาณน้าฝนนับเป็นปัจจัยหน่ึงและเป็นปัจจัยเร่งที่ส้าคัญที่สุดที่ท้าให้เกิดดินถล่ม
และนา้ ป่าไหลหลาก

เหตกุ ารณธ์ รณีพบิ ตั ภิ ัยดนิ ถลม่ 22 พฤศจกิ ายน 2531
บ้านกะทนู เหนือ อ.พิปนู จ.นครศรีธรรมราช

ปริมาณน้าฝน 447.8 มม. มผี เู้ สยี ชีวติ 230 คน

ปริมาณน้าฝนสะสม วันที่ 20-23 พฤศจิกายน 2531 วัด
ได้ 1,022 มม.

เหตกุ ารณ์ธรณีพบิ ตั ภิ ัยดนิ ถลม่ 4 พฤษภาคม 2544
อ.วงั ชิน จ.แพร่

ปริมาณนา้ ฝน 218.2 มม. มผี ้เู สยี ชวี ิต 47 คน

ปรมิ าณน้าฝนสะสม วนั ท่ี 20-23 พฤศจกิ ายน 2531 วัด
ได้ 1,022 มม.

เหตุการณ์ธรณีพบิ ัตภิ ยั ดินถล่ม 20 พฤษภาคม 2547
อ้าเภอแมร่ ะมาด จังหวัดตาก

ปริมาณนา้ ฝน 162 มม. มีผู้เสียชีวติ 5 คน

เหตกุ ารณ์ธรณพี บิ ตั ภิ ยั ดินถลม่ 23 พฤษภคม 2549
จ.อตุ รดติ ถ์ แพร่ และสุโขทัย

ปริมาณน้าฝน 330 มม. มีผ้เู สียชีวิต 83 คน

ปริมาณน้าฝนสะสม
วนั ท่ี 20-23 พฤษภาคม 2549 มากกวา่ 400 มม.

เหตกุ ารณ์ธรณีพิบตั ิภยั ดินถล่ม 29 มีนาคม 2554
เขาพนมเบญจา จังหวดั กระบี่

ปริมาณน้าฝน 400 มม. มีผเู้ สียชวี ติ 12 คน

ปริมาณนา้ ฝนสะสม
วันที่ 24-29 มีนาคม 2554 มากกว่า 1,000 มม.

ปริมาณน้าฝน Rain

 ทกุ คร้ังท่ีเกดิ เหตุการณ์ดินถล่มและน้าปา่ ไหลหลาก ปรมิ าณนา้ ฝนในรอบ 24 ชม. จะวัด
ได้มากกว่า 100 มม. หรอื ปริมาณนา้ ฝนสะสมจะวัดไดม้ ากกว่า 300 มม. ขึน้ ไป

 เมื่อน้าฝนเป็นปัจจัยส้าคัญท่ีท้าให้เกิดเหตุการณ์ดินถล่มและน้าป่าไหลหลาก ดังนั้น
การวัดปริมาณน้าฝน ก็นับเป็นสิ่งส้าคัญท่ีจะใช้เป็นเกณฑ์ส้าหรับแจ้งเตือนและแจ้งเฝ้า

ระวงั สถานการณภ์ ยั ดินถลม่ และนา้ ปา่ ไหลหลากลว่ งหนา้

ตัวอย่าง เม่ือฝนตกหนักวัดปริมาณน้าฝนได้ 100 มิลลิเมตร ท้าให้เกิดดินถล่ม ดังน้ัน

หากเราวัดปริมาณน้าฝนได้จนถึง 90 มิลลิเมตรแล้ว แจ้งเฝ้าระวังดินถล่มและอพยพไปยังสถานท่ี
ปลอดภัย

เคร่ืองวดั ปรมิ าณนา้ ฝน Rain gauge

เป็นเคร่ืองมือท่ีท้าให้ทราบข้อมูลน้าฝนที่ตกในพื้นท่ี โดยจะตั้งเครื่องวัดปริมาณน้าฝนไว้กลางแจัง เมื่อเวลา
ผ่านไปครบ 24 ชั่วโมง (7.00-7.00 น.) กจ็ ะอ่านคา่ ตัวเลขจากขดี สเกลขา้ งกระบอก ซง่ึ มหี น่วยวดั เป็นมิลลเิ มตร

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั กรมอตุ ุนยิ มวทิ ยา

ขนาดเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลาง 4 นวิ

หรือประมาณ 10 เซนตเิ มตร

กรมทรัพยากรธรณี

การตดิ ตังเคร่อื งวัดปริมาณนา้ ฝน อย่ใู นทโ่ี ลง่ แจง้



หา่ งจากพุ่มไมช้ ายคาอย่างนอ้ ย 5 เมตร

x

การติดตงั เคร่อื งวดั ปรมิ าณนา้ ฝน อย่ใู นทโ่ี ลง่ แจง้

การติดตงั เคร่อื งวดั ปรมิ าณนา้ ฝน อย่ใู นทโ่ี ลง่ แจง้

การติดตงั เคร่ืองวดั ปรมิ าณนา้ ฝน มโี ทรศพั ท์ตดิ ตอ่ ได้

การติดตังเครื่องวัดปรมิ าณน้าฝน อปุ กรณ์

เสาไม้ แปน้ ไม้ ตะป/ู นอ็ ต

การติดตงั เคร่อื งวัดปรมิ าณน้าฝน ตวั อย่าง

การวดั ปริมาณน้าฝน วิธีการ

1. วดั ปรมิ าณน้าฝนทกุ 7 โมงเช้า 2. บันทึกปรมิ าณน้าฝนใส่สมุด

การวัดปรมิ าณน้าฝน วธิ ีการ

3. บนั ทึกปรมิ าณนา้ ฝนแล้วเททงิ 4. ตงั เครอื่ งวดั ไวท้ ี่เดิม

การวัดปรมิ าณนา้ ฝน การจดบนั ทึก

สมุด 1 เล่ม มี 12 แผ่น
ใช้บนั ทกึ เดือนละแผน่

1 เล่มใชไ้ ด้ 1 ปี

การวัดปรมิ าณน้าฝน ปรมิ าณน้าฝน 0.1 มม.

เกณฑ์การแจ้งเตือนภัย โดยใชป้ ริมาณนา้ ฝน

เมือ่ วัดได้ มากกว่า 60 มิลลเิ มตร/วนั แจง้
ราษฎรในหมู่บา้ นใหร้ บั ทราบ

เม่ือวดั ได้ มากกวา่ 90 มิลลเิ มตร/วนั แจ้ง
ราษฎรในหมบู่ า้ นใหร้ ับทราบและ
ระวังนา้ หลาก

เกณฑก์ ารแจง้ เตอื นภัย โดยใชป้ รมิ าณน้าฝน

เมอื่ วดั ได้ มากกว่า 100 มิลลเิ มตร/วนั

แจ้งผใู้ หญ่บ้าน อบต. ก้านนั ใหร้ ับทราบ
และ

จดั เวรยามไปเฝ้าระวังในตอนกลางคืน

เกณฑ์การแจง้ เตือนภัย โดยใชป้ รมิ าณนา้ ฝน

เมือ่ วัดได้ มากกวา่ 150 มลิ ลิเมตร/วัน

แจ้งผ้ใู หญบ่ ้าน อบต. ก้านนั ใหร้ บั ทราบ
และ

เตรยี มอพยพไปสถานที่ปลอดภยั

เกณฑ์การแจ้งเตือนภัย โดยใชป้ รมิ าณน้าฝน

เมอ่ื ปริมาณนา้ ฝนสะสมวดั ได้ มากกวา่ 300
มลิ ลิเมตร

แจ้งผูใ้ หญ่บ้าน อบต. กา้ นนั ใหร้ บั ทราบ
และ

จดั เวรยามไปเฝา้ ระวังในตอนกลางคนื

เกณฑก์ ารแจ้งเตือนภยั ฝนสะสม

ฝนสะสมสา้ คัญอย่างไร ?

เมื่อฝนตกอย่างตอ่ เนอ่ื งชั้นดินอ้มุ นา้ ไวม้ าก ชัน้ ดินที่อุ้มน้าไวเ้ ต็มท่ีน้าจะเร่มิ ไหลระหว่างรอยสัมผัสระหว่างช้นั ดนิ
และช้นั หิน หากไม่สามารถอ้มุ น้าไวไ้ ด้อกี แลว้ ดนิ กจ็ ะปรแิ ตกและเล่ือนไถลลงมาทั้งกะบิ

การเฝา้ ระวงั ภัย อยู่ตน้ นา้

การเฝา้ ระวังภยั มศี าลากนั ฝน

การเฝ้าระวังภัย อปุ กรณ์

การเฝา้ ระวงั ภยั มเี สาวัดระดบั น้า

การเฝ้าระวังภัย อปุ กรณส์ ่อื สาร

การเฝ้าระวังภัย อปุ กรณส์ ่อื สาร

การเฝ้าระวังภัย อปุ กรณส์ ่อื สาร

การเฝ้าระวังภัย อปุ กรณส์ ่อื สาร

การเฝ้าระวังภัย อปุ กรณส์ ่อื สาร

การเฝ้าระวังภัย อปุ กรณส์ ่อื สาร

สถานทป่ี ลอดภัย จุดอพยพ

• การอพยพควรกระท้าอยา่ งรวดเร็วและไมค่ วรกงั วลในการเก็บทรพั ยส์ นิ
• ระหวา่ งท่ีอพยพอย่าเขา้ ใกล้บรเิ วณดนิ ถลม่ และเส้นทางของดนิ ถลม่ โดยเด็ดขาด และไมค่ วรอพยพโดยการข้ามลา้ นา้

อุปกรณ์ใหค้ วามช่วยเหลือ เชอื ก

# เชอื กยาว (30 เมตร)

อุปกรณ์ใหค้ วามชว่ ยเหลือ ไฟฉาย

# อปุ กรณ์ให้แสงสวา่ ง

การวดั ปริมาณน้าฝนเพอ่ื ใชใ้ นการแจ้งเตอื นภัย สรุป

 การติดตงั้ เคร่ืองวดั ปริมาณน้าฝนจะด้าเนินการติดตั้งใหก้ บั หมู่บ้านท่ีอยู่ในพื้นท่ีเส่ียงภัย โดยจะ
มีตวั แทนอาสาสมัครเปน็ ผู้วดั ปริมาณน้าฝน และท้าการแจง้ เตือนให้กบั ชมุ ชนของตนเอง

 ลักษณะของการแจ้งเตือนน้ัน หมู่บ้านต้นน้าจนถึงหมู่บ้านท้ายน้าที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้าเดียวกัน
จะต้องมีการแจ้งเตอื นและช่วยเหลือซึ่งกนั และกัน โดยเม่อื เกิดฝนตกหนักและวัดปริมาณน้าฝนได้
ตามเกณฑ์ทกี่ า้ หนดไว้

 หมู่บ้านต้นน้าจะต้องแจ้งเตือนไปยังหมู่บ้านกลางน้าและหมู่บ้านท้ายน้า ใหม้ ีการเตรียมความ
พร้อมหรือเตรียมการอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย เพื่อลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินให้
ได้มากทีส่ ุด

 การติดต้ังเคร่ืองวัดปริมาณน้าฝนให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพนื้ ที่เสี่ยงภัยดินถล่มและน้าป่า
ไหลหลากจึงนับเป็นสิ่งท่ีส้าคัญ ส้าหรับประชาชนท่ีจะได้เคร่ืองมือท่ีใช้ง่ายแต่มีความส้าคัญและ
จ้าเป็นทสี่ ุด เพือ่ ประโยชนข์ องพีน่ ้องประชาชนในชุมชนเอง

ต้นน้า ตน้ น้า
ทา้ ยน้า กลางนา้

ข้อแนะนา้ ส้าหรบั ประชาชนและเจา้ หน้าท่ที ้องถ่นิ เร่อื งดนิ ถล่ม

ก่อนเกดิ เหตุ
• ตดิ ตามข่าวพยากรณอ์ ากาศ โดยเฉพาะเร่ืองปรมิ าณน้าฝน โดยทว่ั ไปดินถล่มหรอื โคลนถลม่ จะเกดิ ไดห้ ากมีฝนตกหนักมากกว่า
๑๐๐ มลิ ลเิ มตรในเวลา ๒๔ ชวั่ โมง
• ในระหว่างฤดูฝน โดยเฉพาะกลางคืนที่มีฝนตกหนักต่อเน่ือง ต้องต่ืนตัวและเตรียมพร้อมท่ีจะอพยพไปยังจุดที่ปลอดภัยอยู่
เสมอ
• สงั เกตสญั ญาณบอกเหตตุ ่างๆ เชน่ การเกิดรอยแตกของถนน ความขุ่นของน้าในแมน่ ้า ฯลฯ
• สังเกตเสียงทผ่ี ิดปกตขิ องดินหรอื หนิ ท่เี คลอ่ื นที่ เสยี งหกั ของกง่ิ ไม้ เสยี งดังออ้ื องึ ผดิ ปกติบนภเู ขาและล้าหว้ ย เนื่องจากการถล่ม
และเล่ือนไหลของน้า ดนิ หินและตน้ ไม้
• สังเกตพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน เช่น สุนัข แมว เนื่องจากสัตว์เหล่าน้ีจะมีประสาทสัมผัสท่ีไวต่อการเกิดพิบัติภัย
สัตวเ์ ลีย้ งเหลา่ นี้อาจสง่ เสียงรอ้ งหรือมีพฤตกิ รรมแปลกๆ ซง่ึ เปน็ สัญญาณบง่ บอกถงึ การเกดิ ดินถลม่ ได้
ขณะเกดิ เหตุ
• การอพยพควรกระท้าอย่างรวดเร็วและไม่ควรกงั วลในการเก็บทรัพย์สนิ
• ระหวา่ งทอี่ พยพอยา่ เข้าใกล้บริเวณดนิ ถลม่ และเส้นทางของดินถล่มโดยเดด็ ขาด และไม่ควรอพยพโดยการข้ามล้านา้
หลงั เกดิ เหตุ
• แจง้ ขอรับความช่วยเหลือจากหนว่ ยงานท่เี ก่ยี วข้อง

ส้านกั ธรณีวิทยาสิ่งแวดลอ้ ม
กรมทรพั ยากรธรณี

โทร. 02-621-9791-5 โทรสาร. 02-621-9795
ศนู ย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภยั กรมทรัพยากรธรณี

โทร. 02-621-9703-5 โทรสาร 02-621-9700
www.dmr.go.th

ขอบคณุ มากครบั


Click to View FlipBook Version