The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สารานุกรมนาฏศิลป์ เนื้อหาภาคเหนือ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Teekapat Sontinuch, 2023-06-30 01:26:12

สารานุกรมนาฏศิลป์ เนื้อหาภาคเหนือ

สารานุกรมนาฏศิลป์ เนื้อหาภาคเหนือ

ภ า ค เ ห นื อ | 50 2. ท่าสอดสูงส่งหลัง - มือซ้ายตั้งวงหักข้อมือในระดับเลยศีรษะ - มือขวาจีบส่งหลังแขนตึง - นั่งตั้งเข่าขวา ยกตัวขึ้น น้ำหนักตัวอยู่กึ่งกลาง เท้าซ้ายวางเช่าเปิดส้นเท้า 3. สอดสร้อย


ภ า ค เ ห นื อ | 51 - มือขวาตั้งวงในระดับเลยศีรษะ - มือซ้ายจีบระดับหัวเข็มขัด -เท้าซ้ายก้าวไขว้เท้าขวาวางหลังเปิดส้นเท้าหลัง ท่านี้ปฏิบัติโดยสลับมือ และเท้าได้ตามความเหมาะสม 4. จันทร์ทรงกลด - มือทั้งสองตั้งวงระดับแง่ศีรษะ - เท้าขวาก้าวไขว้ เท้าซ้ายวางหลังเปิดส้นเท้า ท่านี้ปฏิบัติโดยสลับมือและเท้าได้ตามความเหมาะสม


ภ า ค เ ห นื อ | 52 5. บัวชูฝัก - มือซ้ายหักข้อมือชูขึ้นเหนือศีรษะ - มือขวาตั้งวงระดับเอว -เท้าขวาก้าวไขว้ เท้าซ้ายวางหลังเปิดส้นเท้า ท่านี้ปฏิบัติได้ทั้งมือซ้าย และมือขวา สลับกันเท้าซ้าย หรือขวาก้าวหน้าก็ได้


ภ า ค เ ห นื อ | 53 6. บัวชูฝักส่งจีบหลัง - มือขวาตั้งวงหักข้อมือยู่ขึ้นเหนือศีรษะ - มือซ้ายจีบส่งหลังแขนตึง - เท้าขวาก้าวหน้า เท้าซ้ายวางหลังเปิดส้นเท้า


ภ า ค เ ห นื อ | 54 7. ท่าประทานพร - มือขวาตั้งวงระดับไหล่ - มือซ้ายแทงมือระดับหัวเข็มขัด - เท้าขวาก้าวหน้า -เท้าช้ายวางหลังเปิดส้นเท้า


ภ า ค เ ห นื อ | 55 8. ท่าผาลา - มือซ้ายตั้งวงระดับศีรษะหรือเลยศีรษะ - มือขวาแทงมือหักศอก ออกข้างลำตัว - เท้าขวาก้าวหน้า เท้าซ้ายวางซ้ายลงหลังเปิดส้นเท้า (ท่านี้ทำได้ทั้งซ้ายและขวา)


ภ า ค เ ห นื อ | 56 9. จีบยาว -มีอขวาตั้งวงระดับศีรษะหรือเลยศีรษะ -มือซ้ายจีบแขนตึง ออกข้างลำตัว -เท้าขวาก้าวหน้า เท้าซ้ายวางหลังเปิดส้นเท้า (ท่านี้ทำใด้ทั้งซ้ายและขวา) สรุปกระบวนท่าฟ้อนเทวดา กระบวนท่าหลักในการฟ้อนเทวดา จำนวน ท่า 9 ดังนี้ 1.พนมมือ 2.สอดสูงส่งหลัง 3.สอดสร้อย 4.จันทร์ทรงกลด(กระต่ายต้องแร้ว) 5.บัวซูฝัก 6.บัวชูฝักส่งหลัง 7.ประทานพร(มหาราชลีลา) 8.ผาลา 9.จีบยาว ซึ่งกระบวนท่าเหล่านี้เป็นกระบวนท่าหลักที่ใช้ฟ้อน และขึ้นอยู่กับผู้ฟ้อนในการเลือกนำมาใช้ ไม่ยึดตายตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถที่เป็นพื้นฐานของช่างฟ้อนในแต่ละคน จะเลือกนำมาใช้เช่น ผู้มีความ ถนัดและความสนใจ ในเรื่องภาพจำหลักศิลปะเขมรก็คิดท่าฟ้อนเทวดาให้มีกลิ่นอายออกไปทางเขมร หรือนาง อัปสรตามภาพจำหลักนั้น แต่กระบวนการที่พัฒนานั้น มีที่มาจากทำพื้นฐานดังที่ได้สรุปท่าหลักมาในข้างต้น ทางด้านการเคลื่อนไหว และการใช้พลังทิศทางในการฟ้อนผู้วิจัยจะได้สรุป โดยรวมในหัวข้อต่อไป เนื่องจากลักษณะการอนนี้ มีลักษณะร่วมทางการเคลื่อนไหวคล้ายกัน


ภ า ค เ ห นื อ | 57 ฟ้อนหม้อดอก ฟ้อนหม้อดอก เป็นฟ้อนที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์เจริญรุ่งเรืองโดยได้แนวความคิดมาจากภาพ จิตรกรรม และประติมากรรมล้านนารูปหม้อปูรณฆฏะ ตามฝาผนังวิหาร และโบสถ์ในล้านนานำมาปรับใช้ใน การฟ้อนรำตามจินตนาการ ฟ้อนหม้อดอก 1. ท่าเดิน - นำหม้อดอกวางไว้บนศีรษะ - มือทั้งสองจีบส่งหลัง หรือแทงมือส่งหลัง - ก้าวขาข้างใดข้างหนึ่งไปด้านหน้าพร้อมกับดันสะโพกออกข้างลำตัว


ภ า ค เ ห นื อ | 58 2. ท่าประคองหม้อดอก - มือข้างใดข้างหนึ่งจับหม้อดอกบนศีรษะ - มือข้างใดข้างหนึ่งฟ้อนตามกระบวนท่า โดยส่งมือไปตำแหน่งและทิศต่างๆ - ก้าวขาข้างใดช้างหนึ่งไปด้านหน้า หรือด้านข้างพร้อมกับดันสะโพกออกข้างลำตัว


ภ า ค เ ห นื อ | 59 3. ท่าถือหม้อดอก - -มือข้างใดข้างหนึ่งถือหม้อดอกในตำแหน่งละทิศทางต่างๆ - มืออีกข้างหนึ่งฟ้อนตามกระบวนท่า - ก้าวขาข้างใดไปด้านหน้า หรือด้านข้าง พร้อมกับดันสะโพกออกข้างลำตัว ฟ้อนเทียน ฟ้อนเทียน นับเป็นระบำแบบเย็นๆ แบบหนึ่งตามลักษณะของการฟ้อนของไทยภาคเหนือ ผู้ฟ้อนถือเทียน จุดไฟมือละเล่มทั้ง 2 มือ ตามปกติใช้ฟ้อนในที่กลางแจ้งในเวลาตอนกลางคืน ยิ่งมีนักฟ้อนมากยิ่งดี ถ้าเป็นตอน กลางวันมักจะเป็นการฟ้อนเล็บ เข้าใจว่าฟ้อนเทียนนี้แต่คงจะเดิมเป็นการฟ้อนสักการบูชาแด่สิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ เช่นเดียวกับ Temple dance แต่ก่อนมาแสดงประกอบพิธีเฉพาะในงานสำคัญในพระราชฐาน เช่นในคุ้มหลวง ผู้ฟ้อนโดยมากล้วนเป็นเจ้านายเชื้อพระราชวงศ์ฝ่ายในทั้งสิ้นในสมัยโบราณจึง มีศิลปะที่ไม่สู้จะได้ชมบ่อยนัก ความงามของการฟ้อนอยู่ที่ชมแสงเทียนที่ถือแสงวับๆ แวมๆ จากดวงเทียนที่ถือในมือ การฟ้อนเทียนครั้ง สำคัญที่เราได้ยินเลื่องลือกัน เป็นครั้งหลังก็เมื่อคราวพระราชชายาเจ้าดารารัศมีทรงฝึกหัดหญิงชาวเหนือ ให้ ฟ้อนถวายรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวคราวเสด็จประพาสมณฑล ฝ่ายเหนือเมื่อ พ.ศ. 2496 และครูนาฏศิลป์ของกรมศิลปากรได้ฝึกจำมา แต่บทร้องใช้ประกอบการรำนั้นมีทั้งบทพระราชนิพนธ์ของเจ้า ดารารัศมี และบทที่ประพันธ์ขึ้นใหม่ โดยอาศัยเค้าของเก่า


ภ า ค เ ห นื อ | 60 ลักษณะการแสดง ผู้ฟ้อนเป็นหญิงล้วนถือเทียนจุดเทียนมือละเล่ม นิยมแสดงในเวลากลางคืน ความงามของการฟ้อน เทียนอยู่ที่แสดงเทียน เต้นระยิบระยับ ขณะที่ผู้ฟ้อนหมุนข้อมือและลีลาการเคลื่อนไหวช้าๆ เห็นแสงเทียนเดิน เป็นทาง มีการแปรขบวน ควงคู่ สลับแถว เข้าวง ต่อเมื่อ ฯลฯ งดงามมาก การแต่งกาย นุ่ง ซิ่นยาวกรอม สวมเสื้อแขนยาว คอปิด คาดเข็มขัดทับ ห่มสไบ เกล้าผมมวยสูง ประดับ ดอกไม้ล้อมมวย ห้อยอุบะยาวเคลียไหล่ ถือเทียนมือละเล่ม ดนตรีประกอบ 1. ปีแน 4. ฉาบใหญ่ 2. กลองแอว์ 5. ฆ้อมโหม่ง 3. กลองตะโล้ดโป๊ด 6. ฆ้องหุ่ย ฟ้อนล้วงเกล็ดแก้ว ฟ้อนลวงเกล็ดแก้วเป็นฟ้อนที่ให้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมตัวลวง หรือเหราสัตว์ในหิมพานต์ คายพญานาคที่อยู่เชิงบันไดวัดในล้านนานำเสนอโดยฟ้อนแสดงริยาของตัวลวงตามจินตนาการ อาจารย์มาณพ มานะแชม ผู้ประดิษฐ์จุดการแสดงได้แบบท่าฟ้อน ดังนี้ 1. ท่ากราย - ผู้ฟ้อนนั่งตั้งเข่าขวา ยกกันขึ้น - มือซ้ายจีบออกนอกลำตัวระดับอก - มือขวาจีบส่งหลัง


ภ า ค เ ห นื อ | 61 2. ท่าเดิน - ก้าวเท้าซ้ายไปด้านหน้ามือซ้ายจีบคว่ำออกด้านหน้า - มือขวาจีบส่งหลัง 3. ท่ากางปีก (ชูมือสูง) - มือขวาจีบขึ้นสูงเลยศีรษะ - มือซ้ายจีบสงหลัง - ก้าวเท้าซ้ายไปด้านหน้าดันสะโพกออกด้านขวา


ภ า ค เ ห นื อ | 62 4. ท่าเลื้อย (โน้มตัว) - นั่งคุกเข่าโน้มตัวไปด้านซ้าย - มือซ้ายจีบออกข้างลำตัว - มือขวาตั้งวงชิดระดับศีรษะ 5. ท่าเลื้อย (นั่งแอ่นตัว) - นั่งคุกเข่าแอ่นตัวทางขวา - มือขวาตั้งวงหักข้อมือระดับศีรษะ - มือซ้ายจีบส่งหลัง


ภ า ค เ ห นื อ | 63 6. ท่าบิน - ยืนเขย่งปลายเท้า - มือทั้งสองจีบคว่ำออกข้างลำตัว 7. ท่าม้วนตัว - ก้าวขาขวาไปข้างหน้าแอ่นตัวไปด้านหลัง - มือซ้ายจีบส่งหน้า มือขวาตั้งวงหักศอกระดับศีรษะ


ภ า ค เ ห นื อ | 64 8. ท่าต่อสู้ - ก้าวขาซ้ายไปด้านหน้าเผ่นตัวขึ้น - มือขวาตั้งวงระดับศีรษะ - มือซ้ายตั้งวงระดับเอว 9. ท่ากางปีก (โน้มตัว) - ก้าวเท้าซ้ายไขว้ด้านหน้า เท้าร้ายส่งหลังดันสะโพกขวา - มือซ้ายจีบออกข้างลำตัวระดับศีรษะ - มือขวาจีบส่งหลัง


ภ า ค เ ห นื อ | 65 10. ท่ากางปีก (ยกเท้า) - ยกเท้าขวาตั้งฉาก - มือทั้งสองตั้งวงออกข้างลำตัว 11. ท่าเลื้อย (ยืน) - เท้าขวาก้าวไขว้เท้าซ้ายส่งหลัง โน้มตัวไปด้านหน้า - มือทั้งสองตั้งวงช้อนกันด้านหน้า ระดับศีรษะ


ภ า ค เ ห นื อ | 66 ละครฟ้อน ร่วมสมัย 1. ละครฟ้อนเรื่อง เจ้าก่ำก๋าดำ เจ้าก่ำก๋าดำ เป็นนิทานชาดกทางล้านนาโดยมีภาพจิตรกรรมฝาผนังบรรยายเล่าเรื่องอยู่ที่วิหารวัดเวียง ดำม่อน จังหวัดแพร่ ซึ่งปัจจุบันภาพจิตรกรรมวัดเวียงดำม่อนนี้ได้ถูกยาติกรรมไปไว้ที่ แม่ฟ้าหลวง จังหวัดเซียง ราย เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2531 เนื้อเรื่องย่อของเจ้าเจ้าก่ำก๋าดำที่นำมาใช้เป็นละครฟ้อนล้านนามีอยู่ว่า เจ้าเมืองจิตราชมีมเหสี 2 องค์ ซึ่งไม่มีพระราชโอรส จนกระทั่งเสนาอำมาตย์ได้กราบทูลให้บวงสรวงขอลูก มเหสีฝ้ายซ้ายเกิดริษยามเหสีฝ่ายขวาจึงทำอุบายใส่ร้ายให้ขับไล่มเหสีฝ่ายขวาออกนอกเมือง จนกระทั่งมเหสี ฝ่ายขวาคลอดพระโอรส ซึ่งมีร่ายกายผิวดำเหมือนหมี จึงตั้งชื่อว่า เจ้าก่ำก๋าดำจนกระทั่งมเหสีฝ่ายซ้ายทราบ เรื่องและให้ตามรังแกขับไล่ลอยแพออกนอกเมือง ด้วยเคราะห์กรรมทำให้พายุพัดแพแตก สองแม่ลูกได้แยก จากกัน เจ้าต่ำกำดำเมื่อเติบใหญ่ ได้ออกเดินทางตามหามารดาและได้พบกับนางพิมพาซึ่งเป็นธิดาองค์ที่ 8 ของ ท้าวพาราณสี เจ้าก่ำก๋าดำให้เข้าร่วมตอบปัญหาของธิดาเจ้าเมืองเพื่อเลือกคู่ครอง จนในที่สุดก็ได้นางหิมมาเป็น คู่ครอง จากนั้นก็ออกคิดตามหามารดาจนพบแล้วใด้กลับคืนสู่เมือง ส่วนมเหสีฝ่ายช้ายของเจ้าเมืองจิตรารถูก จับได้ว่าใส่ร้ายมเหสีฝ่ายขวาจึงทำให้ถูกขับไถ่ออกจากเมือง แล้วในที่สุดเจ้าก่ำกำดำพร้อมด้วยมเหสีนางพิมหา ก็ใด้ครอบครองมืองต่อจากท้าวจิตราชอย่างมีความสุข จากเนื้อหาของเรื่องได้ถูกนำมาปรับใช้เป็นละครฟ้อน ได้รวมชุดการฟ้อนต่าง 1 นำมา ลำดับความเป็นละครโดยใช้เวลาแสดงประมาณ 30-45 นาที ประกอบการบรรเลงดนตรีพื้นเมืองล้านนา หรือ อาจใช้เทปคลาสเซทประกอบการแสดงตามแต่โอกาส ระบำที่นำเสนอร่วมเป็นเรื่องในการตีความมีดังนี้ ฉากที่ 1 บวงสรวงขอพระราชโอรส - ฟ้อนขั้นดอก - ฟ้อนเทวดา 7 องค์ เนื้อหาเป็นการขอพระราชโอรส และเทพเจ้าได้อำนวยพรประทานพระราชโอรส ให้แก่กษัตริย์ ฉากที่ 2 ขับไล่ลอยแพ - ฟ้อนผ้า ฟ้อนคำสื่อถึงสายน้ำในการลอยแพตามลำน้ำ จนกระทั่งถูกพายุพัดพาแยกจากกัน ฉากที่ 3 กำเนิดนางพิมพา - ฟ้อนสาวไหม เป็นการนำเสนอความงามของนางพิมพา ซึ่งมีชาติกำเนิดจากฝักงิ้ว เป็นธิดาองค์ที่ 8 ของท้าว พาราณสี


ภ า ค เ ห นื อ | 67 ฉากที่ 4 ครองคู่ - ฟ้อนน้อยใจยา เป็นการฟ้อนเกี้ยวพาราสีของก่ำก๋าดำกับนางพิมพา แล้วจบท้ายด้วยทั้งสองครองคู่อย่างมี ความสุข การแสดงดังกล่าวใช้ผู้แสดงทั้งสิ้นประมาณ 15-20 คน ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที ทั้งนี้จำนวน นักแสดงและเวลาที่กำหนดขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในการแสคงแต่ละครั้งเป็นสำคัญ กล่าวคือจุดประสงค์ในการแสดง นั้นเพื่ออะไร ใช้เวลาประมาณเท่าไร เจ้าของงานและผู้กำกับกำหนดการแสดงแต่ละครั้งว่าจะเพิ่มจำนวนระบำ ประถอบในการแสดงหรือตัดทอนลง แต่ทั้งนี้ยังคงยึดแนวความคิดหลักของเรื่องอยู่เสมอ จัดแสดงครั้งแรกปี พ.ศ. 2530 ถ่ายทำเป็นวีดีทัศนในการนำเสนองานที่ประเทศฮ่องกง และได้นำกลับมาแสดงรับเสด็จสมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิตดิ์พระบรมราชินีนาถ ที่ร้านอาหารบ้านสวนรีเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2542


ภ า ค เ ห นื อ | 68 ละครฟ้อนเรื่องพระลอนิรมิตร พระลอ เป็นตำนานพื้นบ้านล้านนา และเป็นวรณคดีเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป นำมาปรับเป็นละคร โดย อาจารย์มาณพ มานะแซม ลักษณะพิเศษของละครฟ้อนเรื่องนี้เป็นการแสดงประกอบการเล่าเรื่อง ผู้แสดง ทำท่าประกอบในการบรรยาย โดยมีเนื้อหา ดังนี้ เทวดาฟ้อนรำยินดีกับการที่พระลอไห้เกิดขึ้น และมีความงาม และความสามารถ จนเป็นที่เลื่องลือไป ทั่ว ความงามของพระลนั้น ทราบถึงสองที่น้องพระเพื่อนพระแพงทำให้นางทั้งสองใคร่ได้พบหน้าพระลอ จึงส่ง คนไปขับซอ กล่าวถึงความงามของตนให้พระลอใด้รู้ และให้ปูเจ้าทำเสน่ห์ลวงล่อพระลอให้มาหาคน เมื่อพระ ลอต้องมนต์เสน่ห์จึงได้ออกติดตามนาง จนพบกับไก่แก้วและได้ไถ่ตามหลงเข้าเมืองสรอง พบกับพระเพื่อน และพระแพง ทั้งสามจึงใด้ครองรักกัน ความรู้ถึงพระเจ้าย่าของพระเพื่อนและพระแพง ทรงไม่พใจและส่ให้ประ หาพระลอ เนื่องจากทรงแค้นที่พระบิคาของพระลอได้ประหารสามีน พระเพื่อนและพระแพงเข้าชัดชวางจึงถูก ศรประหารทั้งสามคนตายตามกัน โดยมีเนื้อหาในการฟ้อน ดังนี้ ฉากที่ 1 กำเนิดพระลอ - ฟ้อนเทวดา เป็นการฟ้อนที่สื่อถึงเทพยดายินดีกับการเกิดของพระลอ - ฟ้อนจิง เป็นการฟ้อนแสดงถึงความงาม และความสามารถของพระลอ ฉากที่ 2 ความงามพระเพื่อนพระแพง เป็นการขับซอชมความงาม ฉากที่ 3 ปู่เจ้าทำเสน่ห์สลาเหิร - ฟ้อนไก่แก้ว - พระลอไล่ตามไก่ ฉากที่ 4 - ฟ้อนน้อยไจยา พระลอเกี้ยวพระเพื่อนและพระแพง ฉากที่ 5 -ฟ้อนดาบพ่นไฟ - ฟ้อนเจิง เจ้ายาใช้ให้ทหารล้อมจับพระลอ และประหารพระลอ ตบมะผาบ - ฟ้อนเจิง พระลอต่อสู้กับทหารที่เข้ามาล้อมจับจนกระทั่งทั้งพระลอ พระเพื่อน และพระแพงถูก ประหารตายตามกัน


ภ า ค เ ห นื อ | 69 จากนั้นเนื้อเรื่องได้ปรับแสดงเป็นละครฟ้อนประกอบการเล่าเรื่อง รวมชุดฟ้อนต่างๆลำดับความเป็น ละครใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที ประกอบการบรรเลงคนตรีพื้นเมืองล้านนาประยุกด์ผสมวงออเคสตร้า ควบคุมวงโดยอาจารติพล กันตีวงศ์ แสดงครั้งแรกในงานสงกรานต์เมืองแพร่ประมาณปี พ.ศ. 2540 และแสดง ในงานเลี้ยงที่บ้านศิลาดล อำเกอหางดง เมื่อปี 2547 ศิลปะการแสดงร่วมสมัยประเภทโขน โขนพรหมจักรชาดกวรรณกรรม เรื่อง พรหมจักรชาดก นับเป็นวรรณกรรมชาดกที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ของชาวล้านนา ดังจะเห็นปรากฏเรื่องราว พรหมจักรกุมาร อยู่ในภาพจิตรกรรมฝาผนังต่อจากพุทธประวัติและ ทศชาติชาดกที่วิหารหลวงวัดพระธาตุล าปางหลวง จังหวัดล าปาง บริเวณแผงคอสองตั้งแต่แผ่นที่ 20 - 24 ประคอง กระแสชัย (2524) ได้อธิบายที่มาและวัตถุประสงค์ขแงการแต่งเรื่องพรหมจักรชาดกว่า ผู้แต่งได้น าเค้าโครงเรื่องมาจากรามเกียรติ์ แล้วนำมาปรุงแต่งให้เป็นนิทานชาดก ใช้สำหรับเทศน์ให้พุทธศาสนิกชนฟังใน วันส าคัญทางพระพุทธศาสนา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสั่งสอนเรื่องของกรรม มีการปรับเปลี่ยนตัวละคร จากพระรามซึ่งเป็นร่างอวตารแห่งพระนารายณ์ในรามเกียรติ์กลายเป็นพระโพธิสัตว์ที่มุ่งบ าเพ็ญบุญบารมี โดย เรื่องราวของพรหมจักรอาศัยเค้าโครง จากรามเกียรติ์ คือ เป็นเรื่องของการผจญภัยของพระรามที่ออกติดตาม นางในฝัน และเมื่อได้นางสีดามาครอบครองแล้ว ฝ่ายตรงข้ามก็จะแปลงเป็นกวางมาลักนางไป ระหว่างทางที่ พระรามตามหานางก็จะได้ลิงเป็นพันธมิตร และออกติดตามท าสงครามแย่งชิงนางกลับมาได้ พรหมจักรชาดก ก็ได้อาศัยเค้าโครงเรื่องดังกล่าวแต่มีการดัดแปลงแก้ไขให้เหมาะสมกับสภาพของวรรณกรรมชาดกซึ่งเป็น วรรณกรรมทางพระพุทธศาสนา คือ ยกย่องให้พระยาพรหมจักร (พระราม-ตามรามเกียรติ์) เป็นพระโพธิสัตว์ เป็นอดีตชาติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยเหตุนี้กวีผู้นิพนธ์ก็หลีกเลี่ยงไม่ให้พระโพธิสัตว์เป็นผู้สังหารพระยาวิ โรหาราช หรือ (ทศกัณฐ์-ตามรามเกียรต์)แต่จะให้เจ้ารัมมจักร (พระลักษณ์-ตามรามเกียรติ์) เป็นผู้สังหารพระ ยาวิโรหาราช ศิลปะการแสดงโขน ด้วยเหตุผล 3 ประการ คือ ประการแรก ด้วยเนื้อเรื่องการด าเนินเรื่องของวรรณกรรมรามเกียรติ์ และวรรณกรรมพรหม จักรชาดก มีโครงสร้างของเรื่องและลักษณะร่วมที่เหมือนกัน การประกอบสร้างโขนจากวรรณกรรมล้านนา เรื่อง พรหมจักร จึงนับเป็นการต่อยอด เป็นพัฒนาการใหม่ของวงการการแสดงโขนไทยประการที่สองการ แสดงโขนเป็นนาฏกรรมชั้นสูงของไทย ที่ประกอบสร้างไปด้วยงานวิจิตรศิลป์หลายแขนง เช่น งานจิตรกรรม งานประติมากรรม งานวรรณกรรม งานดุริยางคศิลป์และนาฏกรรม โขนมีประวัติความเป็นมา มีวิวัฒนาการ มี ขนบ ธรรมเนียม จารีต และระเบียบแบบแผนในการเล่น ศิลปะการแสดงโขน จึงได้รับการรับรองจากองค์การ การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก-UNESCO) ที่ประกาศให้ โขนไทย (Khon, masked dancedrama in Thailand) เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้(Intangible Heritage) ของมวล


ภ า ค เ ห นื อ | 70 มนุษยชาติอย่างเป็นทางการ ณ เมืองพอร์ตหลุยส์ สาธารณรัฐมอริเชียส เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 นั้น และเหตุผลในประการที่สองนี้เองการการประกอบสร้างโขนจากวรรณกรรมชาดกล้านนานับเป็นการ ยกระดับ เรื่องราววรรณกรรมในท้องถิ่นให้อยู่ในระดับชาติและด้วยเหตุผลประกํารสุดท้าย หากจะหาการแสดงใดมา แสดงเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวในอดีตชาติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การแสดงมหํานําฏกรรมโขน ซึ่งในอดีตเป็น การแสดงประกอบในงานพิธีกรรมเห็นจะเหมาะและสมควรกว่าการใช้การแสดงประเภทอื่นในการถ่ายทอด เรื่องราวจากการทบทวนวรรณกรรมทางด้านการแสดงพบว่ามีเพียง คุณกฤษฏิ์ ชัยศิลบุญ ที่ได้เคยสร้างสรรค์ การแสดงเรื่อง พรหมจักรไว้ โดยน ามาจัดแสดงในรูปแบบของ “ละครฟ้อน” เมื่อปีพุทธศักราช 2544 ใช้ เทคนิคการฟ้อนแบบนีโอล้านนาด าเนินเรื่องในเฉพาะตอนลักนางสีดาเท่านั้นในส่วนของงานวิจัยเอกสารที่ เกี่ยวข้องกับการแสดงพรหมจักร ดิฐดา นุชบุษบา กระบวนการสร้างโขน เรื่อง พรหมจักร มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) วิเคราะห์วรรณกรรมชาดกล้านนา เรื่อง พรหมจักร และ 2) ศึกษากระบวนการสร้างโขน เรื่อง พรหมจักรโดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 2 ระยะตาม วัตถุประสงค์ของการวิจัย กล่าวคือ ระยะแรกเพื่อตอบ8าถามวิจัยข้อที่ 1) วิเคราะห์วรรณกรรมล้านนาชาดก กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในระยะแรกนี้เป็นการสร้างสรรค์ เอกสารคือมุ่งศึกษาวิเคราะห์วรรณกรรมล้านนาชาดก เรื่อง พรหมจักร จากต้นฉบับหนังสือ ชาดก นอกนิบาต เรื่องพรหมจักร รามเกียรติ์ ฉบับสำนวนภาษาลานนา ไทย ฉบับปริวรรตโดย สิงฆะ วรรณสัย จัดพิมพ์เมื่อปี พุทธศักราช 2522 ระยะแรกนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิง คุณภาพเป็นแนวทางในการวิจัย ระยะที่ 2 ตอบค าถามวิจัยข้อที่ 2) ศึกษากระบวนการสร้างโขน เรื่อง พรหม จักรกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในระยะที่ 2 นี้ แบ่งออกเป็นกลุ่มผู้รู้8 คน เป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยคอยตรวจสอบให้ค าแนะน าชี้แนะกลุ่มผู้ปฏิบัติ16 คน แบ่งเป็นกลุ่มนาฏยศิลปินโขน 8 คน และนาฏยศิลปินเชิดหุ่น 8 คน เป็นกลุ่มผู้ปฎิบัติที่ถ่ายทอดเรื่องราวผลงานการออกแบบผ่านทักษะ เฉพาะตัวของผู้ปฎิบัติ และกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งได้แก่คณะท างานที่เป็นผู้สนับสนุนให้เกิดการแสดง ช่างเทคนิค ต่าง ๆ และผู้ชมการแสดงระยะที่ 2 นี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงสร้างสรรค์เป็นแนวทางในการสร้างสรรค์ ภาพที่ 13 การแสดงโขนร่วมสมัย ที่มา : // www.google.com/search?q=โขนพรหมจักรชาดกวรรณกรรม สืบค้น 25 สิงหาคม 2565


ภ า ค เ ห นื อ | 71 บรรณานุกรรม ไพฑูรย์ เข้มแข็ง. ศิลปินแห่งชาติ. (28 พฤษภาคม 2565). สัมภาษณ์. วิรสันต์ วิรุฬห์สกุลภิบาล. อาจารย์ ประจำสาขาศิลปะการแสดง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. (4 สิงหาคม 2565). สัมภาษณ์. วิภาดา เพชรโชติ. อาจารย์ ประจำหลักสูตรครุศาสตร์สาขานาฏศิลป์ หลักสูตรร่วมผลิตคณะมนุษยศาสตร์และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. (21 กรกฎาคม 2565). สัมภาษณ์. ศริยา หงส์ยี่สิบเอ็ด. อาจารย์ ประจำหลักสูตรศิลปะการแสดง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. (18 สิงหาคม 2565). สัมภาษณ์ หนังสือระบำรำฟ้อน. (2565) ออนไลน์. https://sites.google.com/site/ajanthus/fx-nma-nmuycheiyng-ta. สืบค้น 30 สิงหาคม 2565 อนุกูล โรจนสุขสมบูรณ์. (2549). แนวคิดทฤษฎีการฟ้อนล้านนาแบบใหม่. รายงานวิจัย. คณะศิลปกรรม ศาสตร์ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ออนไลน์. (2565). ฟ้อนโยคีถวายไฟ. https://www.atchiangmai.com/%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99% E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B8 %B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%9F/ สืบค้น30 สิงหาคม 2565. ออนไลน์. (2565). ระบำซอ.http://www.oknation.net/blog/kukod/2007/12/17/entry-2สืบค้น30 สิงหาคม 2565. ออนไลน์. (2565). น้อยใจยา.https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=rouenrarai&month=06- 2009&date=22&group=6&gblog=3 สืบค้น30 สิงหาคม 2565. ออนไลน์. (2565).http://culture.mcru.ac.th/8-th/84-th/5.pdf สืบค้น30 สิงหาคม 2565. ออนไลน์. (2565).https://www.at-chiangmai.comสืบค้น30 สิงหาคม 2565. ออนไลน์. (2565).http://culture.mcru.ac.th/8-th/84-th/5.pdfสืบค้น30 สิงหาคม 2565. ออนไลน์. (2565).https://entertainment.trueid.netสืบค้น30 สิงหาคม 2565. ออนไลน์. (2565).https://th.wikipedia.orgสืบค้น30 สิงหาคม 2565. ออนไลน์. (2565).http://www.sookjai.com/index.php?topic=81623.0;wap2สืบค้น30 สิงหาคม 2565. ออนไลน์. (2565).https://www.chiangraifocus.com/954/สืบค้น30 สิงหาคม 2565. ออนไลน์. (2565).https://elfhs.ssru.ac.th/arthima_po/pluginfile.phpสืบค้น30 สิงหาคม 2565. ออนไลน์. (2565).https://elfhs.ssru.ac.th/arthima_po/pluginfile.phpสืบค้น30 สิงหาคม 2565. ออนไลน์. (2565).http://202.28.24.105/~maeyinglanna/main3/main6.phpสืบค้น30 สิงหาคม 2565.


ภ า ค เ ห นื อ | 72 ออนไลน์. (2565).https://elfhs.ssru.ac.th/arthima_po/pluginfile.phpสืบค้น30 สิงหาคม 2565. ออนไลน์. (2565).https://noolalida.wordpress.comสืบค้น30 สิงหาคม 2565.


Click to View FlipBook Version