The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนาหลักสูตรแบบยูรณาการครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-02-27 21:58:46

การพัฒนาหลักสูตรแบบบูรณาการครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่

การพัฒนาหลักสูตรแบบยูรณาการครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่

Keywords: พัฒนาหลักสูตร บูรณาการ

การพัฒนาหลักสูตรแบบ
บูรณาการครูพระสอนศีลธรรม

ในโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่



The Development of Integrated
Curriculum for Moral Teacher
in Schools in Chiang Mai Province





ชุดความรู้




ดร.พัลลภ หารุคำจา และคณะ




มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่



ชดุ ความรู้

การพฒั นาหลกั สูตรแบบบรู ณาการครพู ระสอนศลี ธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชยี งใหม่
The Development of Integrated Curriculum for Moral Teacher in Schools

in Chiang Mai Province

คณะผู้วจิ ัย
ดร.พลั ลภ หารุคำจา
พระครปู ลดั ณัฐพล จนทฺ โิ ก, (ประชุณหะ), ดร.
พระครูโกวิทอรรถวาที, ผศ.ดร.
พระครธู รรมธรชัยวิชิต ชยาภินนฺโท (โสภาราช),ดร.
นายบุญมี แกว้ ตา
มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั วิทยาเขตเชียงใหม่

พ.ศ. ๒๕๖๔
ไดร้ ับทนุ อุดหนนุ การวจิ ัยจากกองทุนสง่ เสรมิ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย



คำนำ

โครงการวิจัยย่อยที่ ๔ เรื่อง “การพัฒนาหลักสูตรแบบบูรณาการครูพระสอนศีลธรรมใน
โรงเรียนจังหวดั เชียงใหม่” ภายใตแ้ ผนงานวิจัย เร่อื งการพัฒนานวตั กรรมเพอ่ื ส่งเสรมิ ศักยภาพครพู ระสอน
ศีลธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ The Innovation Development To Improve the Buddhist
monk teachers potentiality in chiang mai schools โครงการวิจัยได้ศึกษาเก่ียวกับหลักสูตรการ
สอนสาระการเรียนรู้วิชาพระพุทธศาสนา ตามมาตรฐานหลักสูตรการศึกษาข้ึนพ้ืนฐาน โดยการพัฒนา
หลักสูตรแบบบูรณาการครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ เพ่ือเป็นเครื่องมือในการ
พัฒนาการสอนพระพุทธศาสนา พัฒนาคุณธรรม จริยธรรมให้กับนักเรียน จึงได้ทำการศึกษาวิจัยในพ้ืนท่ี
25 อำเภอ คอื อำเภอเมืองเชียงใหม่, อำเภอสันกำแพง, อำเภอดอยสะเกด็ , อำเภอแม่ออน, อำเภอแม่รมิ ,
อำเภอแม่แตง, อำเภอสันทราย, อำเภอสะเมิง, อำเภอพร้าว, อำเภอเชียงดาว, อำเภอฝาง, อำเภอแม่อาย,
อำเภอไชยปราการ, อำเภอเวียงแหง, อำเภอหางดง, อำเภอสันป่าตอง, อำเภอสารภี, อำเภอแม่วาง,
อำเภอดอยหล่อ, อำเภอฮอด, อำเภอดอยเต๋า, อำเภอออมก๋อย, อำเภอจอมทอง, อำเภอแม่แจ่ม และ
อำเภอกลั ยานิวัฒนา จงั หวดั เชยี งใหม่

เอกสารชุดองค์ความรู้น้ี ได้ทำการพัฒนาหลักสูตรแบบบูรณาการครูพระสอนศีลธรรม เพ่ือ
เป็นคู่มือสำหรับครูพระสอนศีลธรรมประกอบการปฏิบัติงานและปฏิบัติการการเรียนการสอน และ
ยกระดบั คุณภาพการจัดการเรียนการสอนของครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรยี นจังหวดั เชยี งใหม่ เสริมสร้าง
ศักยภาพและพัฒนาครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพ เกิดแนวทางและขยายผลรูปแบบ
การพัฒนาหลักสูตรการสอนศีลธรรมแบบบูรณาการ จากการพัฒนาหลักสูตรร่วมกัน เป็นหลักสูตร
แกนกลางของจังหวัดเชียงใหม่ พัฒนาข้ึนสามารถนำไปใช้หรือปรับใช้ในบริบทของพื้นที่วิจัย และจะ
นำไปสู่กระบวนการเผยแพร่ และการประชาสมั พนั ธใ์ นวงกวา้ งตอ่ ไป

ดร.พัลลภ หารคุ ำจา และคณะ
๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย



สารบญั

เรื่อง หนา้
คำนำ................................................................................................................................ ................. ก
สารบัญ.............................................................................................................................................. ข
สารบญั ภาพ.................................................................................................................... ................... ค
สารบญั ตาราง.................................................................................................................................... ง
๑. บทนำ......................................................................................................................... .................. ๑
๒. ชดุ ความรู้จากการวจิ ยั .................................................................................................................. ๔

๒.๑ หลกั สูตรสาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรมในหลักสตู รโรงเรยี น
วดั สวนดอก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ชน้ั ประถมศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)..................................... ๕

๒.๒ หลกั สูตรหนว่ ยการเรียนรู้บูรณาการเร่ืองหลักธรรมเพ่ือพฒั นาชีวิต สำหรับนักเรียน
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๒ โรงเรียนบา้ นโปง่ น้อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จงั หวดั เชียงใหม่.. ๒๒

๓. สรุป.............................................................................................................................................. ๓๖

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย



สารบัญภาพ

เร่อื ง หน้า
๑. ภาพที่ ๑ คณะวิจัยประชุม ผ่าน Vdo Conference ................................................................... ๑
๒. ภาพที่ ๒ เยาวชนรว่ มกิจกรรมตักบาตรในวนั สำคัญทางพระพทุ ธศาสนา..................................... ๔
๓. ภาพที่ ๓ เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมปฏบิ ตั ิธรรมนั่งสมาธิ................................................................ ๘
๔. ภาพท่ี ๔ เยาวชนเข้ารว่ มฟงั ธรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสน.............................................. ๑๒
๕. ภาพท่ี ๕ คณะทีมงานวจิ ัย........................................................................................................... ๒๑
๖. ภาพที่ ๖ การประชุมทางไกลผา่ น Vdo Conference................................................................ ๒๓
๗. ภาพที่ ๗ การประชมุ ทางไกลผ่าน Vdo Conference................................................................. ๒๗
๘. ภาพที่ ๘ แผน่ ป้ายโครงการอบรมตามแผนงานวจิ ัย..................................................................... ๓๑
๙. ภาพที่ ๙ องค์ความรจู้ ากการพัฒนาหลกั สูตรแบบบรู ณาการครพู ระสอนศีลธรรมในโรงเรยี น

จังหวัดเชยี งใหม่............................................................................................................................ ๓๓
๑๐. ภาพท่ี ๑๐ การประชุมคณะผวู้ ิจยั .............................................................................................. ๓๔

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย



สารบญั ตาราง

เรอ่ื ง หนา้
๑. ตารางแสดงโครงสร้างเวลาเรียนและโครงสร้างหลักสูตรรายวชิ า.................................................... ๘
๒. ตารางแสดงสาระมาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวัดรายปี................................................................ ๑๐
๓. ตารางแสดงแผนการจัดการเรยี นรู้ จำนวน ๕ แผน ใชจ้ ดั การเรยี นรูแ้ ผนการจดั การเรียนรู้

แผนละ ๒ ชว่ั โมง............................................................................................................................ ๒๓
๔. ตารางที่ ๑ หนว่ ยการเรียนรู้บรู ณาการเรี่องหลักธรรมเพอื่ พฒั นาชวี ติ โดยใช้วิธีสอนพทุ ธวธิ ี

บูรณาการ เวลาทีใ่ ชส้ อน................................................................................................................. ๒๕

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย



ภาพท่ี ๑ คณะวจิ ยั ประชมุ ผ่าน Vdo Conference

๑.บทนำ

การศึกษาถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีศักยภาพสมบูรณ์ ท้ังทางด้าน
ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา รวมทั้งสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ระบบ
การศึกษาของไทยยุคปฏิรูปการศึกษาเนน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคัญ มีการประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาชาติ โดยได้นำ
แนวความคิดปรัชญาการศึกษาตะวันตกมาเป็นแนวทาง จัดการศึกษาไทย ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ปรัชญา
การศึกษาของไทยท่ีมีแนวคิดทางพระพุทธศาสนาเป็นพื้นฐานมีหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาที่สามารถ
นำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดกาลเวลา ซึ่งจากการศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว พบว่าหลักคำสอนของ
พระพทุ ธเจ้าสามารถปรบั ประยกุ ตใ์ ช้ไดก้ บั บคุ คลได้อย่างเหมาะสมทุกยุคทกุ สมัยเพราะมีลกั ษณะเป็นอกาลโิ ก

ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ แก้ไขปรับปรุง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๔
ระบุว่า การศึกษาเป็นกระบวนการเรียนรู้เพ่ือความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมโดยการถ่ายทอดความรู้
การฝึก การอบรม การสืบสานวัฒนธรรม การสร้างสรรค์ จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ สร้างองค์ความรู้
อันเกิดจากสภาพแวดล้อม สังคมการเรียนรู้ ปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตและใน
มาตราที่ ๒๒ ระบุว่า “การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียน ทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด” อีกทั้งมาตราที่ ๒๓ ระบุว่า“การจัดการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ
และการศึกษาตามอัธยาศัย ต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตาม

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย



ความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษา”๑ โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญหรือผู้เรียน เป็นศูนย์กลางของการจัด
การศึกษาสอดคล้องกับแนวคิดทางพระพุทธศาสนาที่ยกย่องว่าการศึกษาเป็นวิถีชีวิต และเป็นการเรียนรู้ตลอด
ชวี ิต (Life - long Education) และยังมีความสอดคลอ้ งกบั แนวคิดผู้เรยี นเปน็ ศนู ย์กลางในพุทธปรัชญาเถรวาท
ซึง่ เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางแหง่ การพัฒนาสังคม โดยเรม่ิ การสอนเน้นไปที่ปจั เจกบคุ คลเป็นอันดบั แรกเช่นการ
สอนทีเ่ น้นระดบั ความสามารถของปัจเจกบุคคล การสอนตามจริตของบุคคล๒ ซึง่ จากการศึกษาในคัมภีร์พระ
สุตตันตปิฎก พบว่าพระพุทธเจ้าทรงเป็นบรมครูเอกของโลก พระองค์ทรงได้รับความสำเรจ็ ในงานสอนนี้เป็น
อย่างดี๓ เนื่องจากพระองค์ทรงมีพุทธวิธีสอนหลายวิธีและเหมาะสมกับตัวผู้เรียน ระดับความสามารถของ
ผู้เรียนเป็นรายบุคคลและจริตของแต่ละบุคคล๔ รวมท้ังการเลือกส่ือและอุปกรณ์การสอนก็เช่นเดียวกันก็ทรง
เน้นให้ตรงกับจริตของปัจเจกบุคคล ตามหลักพุทธปรัชญาการศึกษาที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบจากการตรัสรู้ มี
ความสมบูรณ์ด้วยหลักการ วิธีการและ แนวปฏิบัติ เพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการศึกษาซ่ึง
ตลอดระยะเวลา ๔๕ ปีแห่งการประกาศพระศาสนา พระพุทธเจา้ ทรงใช้พทุ ธวิธีการสอนหลายวิธีในการถ่ายทอด
ความรู้แก่ศิษย์ พระองค์ทรงใช้ อุปกรณ์ที่มีอยู่ในธรรมชาติประกอบการอธิบาย ทำให้เข้าใจได้ง่ายข้ึน อีกท้ังให้
เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เรียนรู้ด้วยตนเอง เรียนรู้ร่วมกัน และเรียนรู้จากธรรมชาติ ที่ส่งผลทำให้วิชาทาง
ธรรมที่เป็นเร่ืองนามธรรมให้เป็นรูปธรรมท่ีทำให้ผู้เรียนเข้าใจได้ง่ายขึ้น แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพด้าน
การสอนของพระองค์ แนวคิดเร่ืองพุทธวิธีการสอนท่ีพระพุทธเจ้าทรงใช้ในอดีตและการสอนท่ีบรรลุผล
สัมฤทธิ์ของการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ จึงควรค่าแก่การศึกษาและนำมาใช้ในการสอนปัจจุบันที่จะทำให้
บคุ คลที่เป็นเวไนยสัตวท์ ั้งหลายไดเ้ ข้าใจในธรรมและสามารถชว่ ยให้ผปู้ ระพฤติปฏิบัติตามบรรลุถึงนิพพานหรือ
พ้นทกุ ขไ์ ด้อยา่ งแท้จริง ตามจดุ ม่งุ หมายสงู สดุ ของพระพุทธศาสนา๕

๑ สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาแหง่ ชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี, พระราชบญั ญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบบั ท่ี
๒ แก้ไขเพม่ิ เติม พ.ศ.๒๕๔๕, (กรงุ เทพมหานคร : บริษทั สกายบุ๊คจำกัด, ๒๕๕๑), หนา้ ๑๙ - ๒๑.

๒ แสง จันทร์งาม, วธิ ีสอนของพระพทุ ธเจา้ , (กรุงเทพมหานคร: กมลการพมิ พ,์ ๒๕๒๖), หน้า ๖๐ - ๖๑.
๓ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต), พุทธวิธีสอน, พิมพ์คร้ังท่ี ๑๑, (กรุงเทพมหานคร: สหธรรมิกจำกัด,
๒๕๔๙), หนา้ ๑.
๔ ธ ธรรมรักษ์และจิตตาวชิระ, พระพุทธเจ้าสอนชนะใจคน, (กรุงเทพมหานคร: รุ่งเรืองสาส์นการพิมพ์,
๒๕๕๑), หน้า ๑๙ - ๒๑.
๕ สทุ ธพิ งศ์ ตันตยาพศิ าลสทุ ธ,ิ์ หลกั พระพทุ ธศาสนา, (กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์การศาสนา, ๒๕๓๑), หน้า ๑.

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย



การพัฒนาประเทศไทยยุคปัจจุบันได้มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยี เพ่ือตอบสนอง
ความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุมากกว่าด้านจิตใจ โดยให้ความสำคัญถึงคุณค่าความเป็นมนุษย์น้อยลง ส่งผลให้
การพัฒนาศักยภาพของคนให้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะในการประกอบอาชีพและความสามารถใน การ
ปรับตวั ให้อยู่ในสังคมที่มีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วได้ แมว้ ่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจะ
ได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง ตามเป้าหมาย แต่ผลการพัฒนาดังกล่าวได้ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมเช่น
ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาการหย่าร้าง
ปัญหานักเรียนนักศึกษาทะเลาะวิวาท ยกพวกตีกัน ฆ่ากัน ปัญหานักเรียนติดเกม ปัญหาความปลอดภัยของ
ชีวิตและทรัพยส์ นิ ปัญหาโรคโควดิ ๑๙ ระบาด ซึ่งปัญหาเหล่านีไ้ ดส้ ่งผลกระทบตอ่ การพัฒนาคณุ ภาพชวี ิตของ
คนไทยและการพัฒนาประเทศในระยะยาว ซ่ึงการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกคนควรได้รับการพัฒนาอย่าง
เต็มศักยภาพท้ังทางด้านร่างกาย จิตใจ และปัญญา เพ่ือให้เป็นคนดี มีคุณธรรม มีขีดความสามารถร่วมพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมของชาติได้อย่างมีประสิทธภิ าพและมีความสมดุลย่ังยืน น่ันก็คือการพัฒนาคนที่จิตใจและ
พฤตกิ รรมของบุคคลในสงั คม

สังคมไทยมีพระพุทธศาสนาเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมท่ีมีการถ่ายทอดวิถีชีวิตจากรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่
อดีตจนถงึ ปัจจบุ ัน พระพทุ ธศาสนาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทย ซงึ่ แนวคิดหลักของพระพทุ ธศาสนาถือว่าการ
เรียนรู้คือวิถีชีวิต ศึกษาเพื่อจะได้รู้ความจริงทำความรู้ให้ถูกต้อง ก ารปฏิบัติถูกต้องทำให้ชีวิต สังคม
สงิ่ แวดล้อมสัมพันธ์กันอย่างถูกต้อง ทำใหเ้ กิดความสุขสงบในสังคม ซ่ึงในระบบการจัดการศึกษาตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กระทรวงศึกษาธิการไดก้ ำหนดแนวทางการจดั การเรียนรู้
ทีม่ ีจุดเน้นสำคญั คือการพัฒนาผู้เรียนใหเ้ ปน็ คนดี มปี ัญญา มีความสุข มีคุณธรรมจริยธรรม และคา่ นยิ มท่ีพึง
ประสงค์ เห็นคุณค่าในตนเอง ปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ในการจัดการเรียนรู้ต้องคำนึงถึง
ความแตกต่างระหว่างบุคคล เน้นคุณธรรมจริยธรรม จัดกระบวนการเรียนรู้ท่ีหลายวิธี กระบวนการเรียนรู้ที่
จำเป็นสำหรับผู้เรียน ในการเตรียมเข้าสู่โลกอนาคต เช่น การเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการคิด
กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรู้ด้วย
ตนเอง รวมทัง้ การใชส้ ื่อการเรียนรู้ แหลง่ การเรยี นรู้ การวดั และประเมินผลเพ่ือพัฒนาผเู้ รียนอยา่ งแทจ้ รงิ ๖

สภาพปัจจุบันการจัดการเรียนการสอนรายวิชาพระพุทธศาสนาในโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ ประสบ
กับปัญหาการจดั การเรยี นการสอนที่ยังไมต่ อบสนองความแตกต่างระหวา่ งบคุ คลและสอดคลอ้ งกับสภาพความ

๖ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, แนวทางการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑, (กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชมุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด), หนา้ ๒ - ๖.

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย


เป็นจริงของชีวิตนักเรียน จึงทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาพระพุทธศาสนาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
มาตรฐานของโรงเรยี นที่กำหนด

โครงการพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดพระสงฆ์ท่ีมีความรู้ความสามารถใน
ด้าน ปริยัติและปฏิบัติ เข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ให้นักเรียน นักศึกษา เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ
ใน หลักธรรมของพระพุทธศาสนา สามารถนำความรไู้ ปบูรณาการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างเหมาะสมและมี
ความสขุ

ดังนั้น เม่ือครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนยังขาดองค์ความรู้ในวิธีการสอน จึงมีความจำเป็นท่ี
จะต้องมีการเสริมสร้างองค์ความรู้ การพัฒนาหลักสูตรการอบรมเชิงปฏิบัติการครูพระสอนศีลธรรมพ้ืนที่ใน
จงั หวดั เชยี งใหม่ เพื่อนำองค์ความรูท้ ่ีไปประยุกต์ใชใ้ นการเรียนการสอนให้สอดคลอ้ งกบั ยุคโลกาภิวัฒน์ เพอื่ ให้
เดก็ และเยาวชนในสถานศกึ ษาไดเ้ ขา้ ใจและสามารถนำไปใชใ้ นการดำเนินชวี ติ โดยมีวัตถปุ ระสงค์การวจิ ยั ดงั น้ี

๑.เพอ่ื ศกึ ษาองค์ความร้แู ละวเิ คราะหห์ ลักสูตรการสอนศลี ธรรมในโรงเรยี นจังหวดั เชียงใหม่
๒. เพื่อพัฒนารูปแบบการสร้างหลักสูตรการสอนศีลธรรมแบบบูรณาการในโรงเรียนจังหวัด
เชยี งใหม่
๓. เพ่ือนำเสนอแนวทางและขยายผลรูปแบบการพัฒนาหลักสูตรการสอนศีลธรรมแบบบูรณาการ
ในโรงเรียนจงั หวัดเชยี งใหม่

ภาพที่ ๒ เยาวชนร่วมกจิ กรรมตักบาตรในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย



๒. ชุดความรจู้ ากการวจิ ัย

การศึกษาวิจัยเรื่อง “การพัฒนาหลักสูตรแบบบูรณาการครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจังหวัด
เชียงใหม่” เป็นการวิจัยแบบวิจัยเชิงพัฒนา การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) โดยการลงพื้นท่ี
สำรวจครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ แต่ละพ้ืนที่เพ่ือหาข้อมูลท่ีจะนำมาสังเคราะห์ให้ได้
ข้อมูลที่ชัดเจน แล้วนำไปสร้างเป็นเครือ่ งมือเรียนรู้ หรอื ชุดการเรียนรู้ เพอ่ื พัฒนารูปแบบศกั ยภาพครพู ระสอน
ศีลธรรม ให้เป็นครูต้นแบบแห่งการเรียนการสอน ท่ีน้อมนำเอาหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนามาใช้ให้เกิด
ประโยชน์ ตามโรงเรยี นแนวพทุ ธ ในรปู แบบที่มเี อกลกั ษณ์เฉพาะตน โดยมกี ารค้นคว้าด้านข้อมลู และเน้ือหา ที่
ผู้วิจัยมุ่งศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนการสอน ได้แก่ ประสบการณ์ในการสอน ภาระงาน บุคลิกภาพ
ความสมั พันธ์ระหวา่ งครูกบั นกั เรียน บรรยากาศในชั้นเรียน

๒.๑ หลักสูตรสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมในหลักสูตรโรงเรียน
วัดสวนดอก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ชั้นประถมศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ ๑ ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม
มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนา

ท่ีตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักธรรม เพ่ือ
อยู่ร่วมกนั อย่างสนั ติสุข
มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนักและปฏิบตั ิตนเป็นศาสนกิ ชนท่ีดี และธำรงรักษาพระพุทธศาสนาหรือ
ศาสนาทต่ี นนบั ถือ

สาระที่ ๒ หนา้ ท่ีพลเมอื ง วฒั นธรรม และการดำเนนิ ชีวิตในสงั คม
มาตรฐาน ส ๒.๑ เขา้ ใจและปฏิบัตติ นตามหน้าทขี่ องการเป็นพลเมืองดี มีค่านยิ มที่ดงี าม และ

ธำรงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทย และสังคม
โลกอยา่ งสันติสขุ
มาตรฐาน ส ๒.๒ เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธำรงรักษาไว้
ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุข

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย



สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส.๓.๑ เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภคการใช้

ทรพั ยากรทม่ี ีอยจู่ ำกดั ได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพและคุ้มค่า รวมทง้ั เข้าใจ
หลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการดำรงชีวติ อย่างมีดลุ ยภาพ
มาตรฐาน ส.๓.๒ เขา้ ใจระบบ และสถาบนั ทางเศรษฐกิจต่างๆ ความสมั พันธท์ างเศรษฐกจิ
และความจำเปน็ ของการรว่ มมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก

สาระที่ ๔ ประวัตศิ าสตร์
มาตรฐาน ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้

วิธีการทางประวตั ิศาสตร์มาวเิ คราะหเ์ หตุการณต์ า่ งๆ อยา่ งเป็นระบบ
มาตรฐาน ส ๔.๒ เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และการ

เปล่ียนแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสำคัญและสามารถ
วิเคราะห์ผลกระทบทเ่ี กดิ ขึ้น
มาตรฐาน ส ๔.๓ เข้าใจความเปน็ มาของชาติไทย วฒั นธรรม ภมู ิปัญญาไทย มคี วามรกั ความภมู ิใจและ
ธำรงความเปน็ ไทย

สาระท่ี ๕ ภูมศิ าสตร์
มาตรฐาน ส ๕.๑ เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพส่ิงซ่ึงมีผลต่อกัน ใช้

แผนท่ีและเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลตาม
กระบวนการทางภูมศิ าสตร์ ตลอดจนใช้ภมู ิสารสนเทศอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ส ๕.๒ เขา้ ใจปฏสิ ัมพันธร์ ะหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพท่กี ่อให้เกดิ การ
สร้างสรรค์ วิถีการดำเนินชีวิต มจี ติ สำนึกและมีสว่ นร่วมในการจัดการ
ทรัพยากร และส่งิ แวดลอ้ ม เพือ่ การพฒั นาทีย่ ่งั ยนื

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย


คณุ ภาพผเู้ รยี น

จบชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓
• ได้เรียนรู้เร่ืองเก่ียวกับตนเองและผู้ที่อยู่รอบข้าง ตลอดจนสภาพแวดล้อมในท้องถ่ิน ที่อยู่
อาศยั และเช่อื งโยงประสบการณ์ไปสู่โลกกวา้ ง
• ผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีทักษะกระบวนการ และมีข้อมูลที่จำเป็นต่อการพัฒนาให้เป็นผู้มี
คุณธรรม จริยธรรม ประพฤติปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนาที่ตนนับถือ มีความเป็นพลเมืองดี มีความ
รับผิดชอบ การอยู่ร่วมกันและการทำงานกับผู้อ่ืน มีส่วนร่วมในกิจกรรมของห้องเรียน และได้ฝึกหัด ในการ
ตดั สนิ ใจ
• ได้ศึกษาเร่ืองราวเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน และชุมชนในลักษณะการ บูรณาการ
ผเู้ รยี นไดเ้ ข้าใจแนวคดิ เกยี่ วกบั ปัจจุบนั และอดีต มีความรู้พ้นื ฐานทางเศรษฐกิจได้ขอ้ คิดเกยี่ วกบั รายรับรายจา่ ย
ของครอบครัว เขา้ ใจถงึ การเป็นผูผ้ ลิต ผ้บู รโิ ภค รูจ้ ักการออมข้ันตน้ และวธิ กี ารเศรษฐกจิ พอเพียง
• ได้รับการพัฒนาแนวคิดพื้นฐานเก่ียวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หน้าท่ีพลเมือง
เศรษฐศาสตร์ ประวตั ิศาสตร์ และภมู ปิ ญั ญา เพ่อื เปน็ พื้นฐานในการทำความเข้าใจในข้ันท่ีสูงต่อไป
• มีความรู้เกยี่ วกบั ลักษณะทางกายภาพของสิง่ ตา่ งๆท่อี ยรู่ อบตวั และชุมชน และสามารถปรับตัว
เทา่ ทันการเปลีย่ นแปลงทางกายภาพ และมสี ว่ นร่วมในการจดั การทรัพยากรและสิ่งแวดลอ้ มใกลต้ ัว

ภาพที่ ๓ เยาวชนเขา้ รว่ มกจิ กรรมปฏิบัตธิ รรมน่งั สมาธิ

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย



จบชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
• ได้เรียนรู้เรื่องของจังหวัด ภาค และประทศของตนเอง ท้ังเชิงประวัติศาสตร์ ลักษณะทาง
กายภาพ สังคม ประเพณี และวัฒนธรรม รวมทั้งการเมืองการปกครอง สภาพเศรษฐกิจโดยเน้นความเป็น
ประเทศไทย
• ได้รับการพัฒนาความรู้และความเข้าใจ ในเรื่องศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ปฏิบัติตนตาม
หลักคำสอนของศาสนาท่ีตนนบั ถือ รวมท้งั มสี ว่ นร่วมศาสนพิธี และพิธีกรรมทางศาสนามากย่งิ ขึน้
• ได้ศึกษาและปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิหน้าท่ีในฐานะพลเมืองดีของท้องถิ่น
จังหวัด ภาค และประเทศ รวมท้ังได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมตามขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ของ
ท้องถิ่นตนเองมากยง่ิ ขึน้
• ได้ศึกษาเปรียบเทียบเร่ืองราวของจังหวัดและภาคต่างๆ ของประเทศไทยกับประเทศเพ่ือน
บ้าน ได้รับการพัฒนาแนวคิดทางสังคมศาสตร์ เก่ียวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หน้าท่ีพลเมือง
เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์เพื่อขยายประสบการณ์ไปสู่การทำความเข้าใจ ในภูมิภาค ซีก
โลกตะวันออกและตะวันตกเก่ียวกับศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมความเช่ือ ขนบธรรมเนียม ประเพณี
วัฒนธรรม การดำเนินชวี ติ การจัดระเบียบทางสงั คม และการเปล่ยี นแปลงทางสังคมจากอดตี สปู่ จั จุบนั
• มีความรู้เกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพ ภัยพิบัติ ลักษณะกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมใน
จังหวัด ภาคและประเทศไทย สามารถเตรียมรับมือกับการเปล่ียนแปลงทางกายภาพกับภัยพิบัติต่าง ๆ ใน
ประเทศไทยและหาแนวทางในการจดั การทรัพยากรและสงิ่ แวดล้อม

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย



ตารางแสดงโครงสร้างเวลาเรียนและโครงสรา้ งหลกั สตู รรายวชิ า

กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ วิชา/สาระ เวลาเรียน
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
กลุ่มสาระการเรยี นรู้
สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
วิชาพืน้ ฐาน
วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
(ไม่มี) ๔๐ ๔๐ ๔๐
-ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม
-หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง (ป.๑-ป.๓) ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
-เศรษฐศาสตร์
-ภมู ิศาสตร์
วิชาประวัตศิ าสตร์
รายวิชาเพิม่ เตมิ : หน้าท่ีพลเมอื ง

รวมจำนวนชว่ั โมงท้ังปี

โครงสร้างหลกั สูตรรายวิชา กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษาศาสนา และวฒั นธรรม

ปีการศกึ ษา

ระดับชัน้ รหัสวิชา ชือ่ รายวิชา นก. ช.ม./ ช.ม./ปี
สัปดาห์

สาระพน้ื ฐาน

ส๑ สังคมศึกษา ฯ ๑๑ ๔๐

ป.๑ ๑๑๐๑
ส๑ ประวตั ศิ าสตร์
๑๑๐๒ ๑๑ ๔๐

ป.๒ ส๑ สงั คมศึกษา ฯ ๑๑ ๔๐

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๐

๒๑๐๑

ส๑ ประวตั ิศาสตร์ ๑๑ ๔๐
๒๑๐๒

ป.๓ ส๑ สังคมศึกษา ฯ ๑๑ ๔๐
๓๑๐๑ ๑๑ ๔๐
ส๑ ประวตั ิศาสตร์
๓๑๐๒

ป.๔ ส๑ สังคมศึกษา ฯ ๒๒ ๘๐
๔๑๐๑ ๑๑ ๔๐
ส๑ ประวตั ิศาสตร์
๔๑๐๒

ป.๕ ส๑ สังคมศึกษา ฯ ๒๒ ๘๐
๕๑๐๑ ๑๑ ๔๐
ส๑ ประวัตศิ าสตร์
๕๑๐๒

ป.๖ ส๑ สังคมศึกษา ฯ ๒๒ ๘๐
๖๑๐๑ ๑๑ ๔๐
ส๑ ประวตั ศิ าสตร์
๖๑๐๒

สาระเพ่ิมเติม

ป.๔ ส๑ หนา้ ทีพ่ ลเมือง ๑๑ ๔๐
๔๒๓๔

ป.๕ ส๑ หนา้ ทพี่ ลเมือง ๑๑ ๔๐
๕๒๓๕

ป.๖ ส๑ หนา้ ทีพ่ ลเมือง ๑๑ ๔๐
๖๒๓๖

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๑

ตารางแสดงสาระมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ช้วี ดั รายปี

ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑
สาระมาตรฐานการเรยี นรู้

สาระที่ ๑ ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม
มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเขา้ ใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือ

ศาสนาทีต่ นนับถือและศาสนาอน่ื มีศรทั ธาที่ถกู ต้อง ยึดมน่ั และปฏิบตั ติ าม
หลักธรรมเพ่ืออยูร่ ว่ มกันอย่างสันตสิ ขุ

ช้ัน ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

ป.๑ ๑. บอกพุทธประวัติ หรือประวตั ขิ องศาสดา ที่ ➢ พุทธประวัติ

ตนนับถือโดยสงั เขป  ประสูติ

 ตรัสรู้

 ปรนิ ิพพาน

๒. ชนื่ ชมและบอกแบบอยา่ งการดำเนินชวี ติ และ  สามเณรบณั ฑติ

ข้อคิดจากประวตั สิ าวก ชาดก/เร่ืองเลา่ และศา  วัณณุปถชาดก

สนกิ ชนตัวอยา่ งตามทีก่ ำหนด  สวุ ณั ณสามชาดก

 พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั ภูมิพลอดลุ ยเดช

 เจ้าพระยาสธุ รรมมนตรี (หนูพร้อม)

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๒

๓. บอกความหมาย ความสำคัญ และเคารพพระ ➢ พระรัตนตรยั
รตั นตรยั ปฏบิ ัติตามหลกั ธรรมโอวาท ๓ ใน  ศรทั ธา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
พระพุทธศาสนา หรอื หลักธรรมของศาสนา ที่
ตนนับถอื ตามที่กำหนด ➢ โอวาท ๓
 ไม่ทำชว่ั
๔. เห็นคุณค่าและสวดมนต์ แผเ่ มตตา มสี ติ ท่ี o เบญจศลี
เป็นพ้ืนฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรือ  ทำความดี
การพฒั นาจิตตามแนวทางของศาสนา ทตี่ น ° เบญจธรรม
นับถือตามที่กำหนด ° สงั คหวัตถุ ๔
° กตัญญูกตเวทีตอ่ พ่อแม่ และครอบครัว
° มงคล ๓๘
- ทำตวั ดี
- ว่างา่ ย- รับใช้พอ่ แม่
- ทำจติ ให้บริสทุ ธิ์
(บริหารจิตและเจริญปัญญา)

➢ พทุ ธศาสนสภุ าษติ
 อตตฺ า หิ อตฺตโน นาโถ
ตนแลเป็นที่พงึ่ ของตน
 มาตา มติ ตฺ ํ สเก ฆเร
มารดาเป็นมิตรในเรอื นของตน

➢ ฝกึ สวดมนต์และแผ่เมตตา
 รคู้ วามหมายและประโยชน์ของสติ
 ฟังเพลงและร้องเพลงอยา่ งมสี ติ
 เลน่ และทำงานอยา่ งมีสติ
 ฝึกให้มีสตใิ นการฟัง การอ่าน การคิด การ
ถามและการเขียน

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๓

สาระท่ี ๑ ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม
มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนกั และปฏบิ ัติตนเปน็ ศาสนิกชนทีด่ ี และธำรงรกั ษา

พระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาทีต่ นนับถือ

ชนั้ ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

ป.๑ ๑. บำเพ็ญประโยชน์ตอ่ วัด หรือศาสนสถาน ➢ การบำเพ็ญประโยชนต์ อ่ วดั หรอื ศาสนสถาน

ของศาสนาทีต่ นนบั ถอื  การพัฒนาทำความสะอาด

 การบริจาค

 การรว่ มกจิ กรรมทางศาสนา

๒. แสดงตนเป็นพทุ ธมามกะ หรอื แสดงตน ➢ การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ

เป็นศาสนกิ ชนของศาสนาทต่ี นนับถอื  ขั้นเตรยี มการ

 ขั้นพธิ ีการ

๓. ปฏบิ ัติตนในศาสนพธิ ี พิธกี รรม และวัน ➢ ประวตั ิโดยสังเขปของวนั สำคัญทาง

สำคญั ทางศาสนา ตามท่ีกำหนดได้ถูกต้อง พระพุทธศาสนา

 วนั มาฆบชู า

 วนั วสิ าขบูชา

 วันอาสาฬหบูชา

 วนั อัฏฐมบี ชู า

➢ การบูชาพระรัตนตรยั

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๔

สาระท่ี ๒ หนา้ ที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวติ ในสงั คม
มาตรฐาน ส ๒.๑ เขา้ ใจและปฏิบัตติ นตามหนา้ ท่ีของการเป็นพลเมืองดี มีคา่ นิยมทดี่ งี ามและธำรงรกั ษา

ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชวี ติ อยู่รว่ มกันในสังคมไทยและสังคมโลกอยา่ งสันตสิ ุข

ชนั้ ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๑ ๑. บอกประโยชนแ์ ละปฏบิ ตั ิตนเปน็  การเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวและ

สมาชกิ ทด่ี ขี องครอบครัวและโรงเรียน โรงเรยี น เช่น
− กตญั ญูกตเวทแี ละเคารพรบั ฟัง
ป.๑ คำแนะนำของพ่อแม่ ญาตผิ ู้ใหญ่
และครู
− ร้จู กั กล่าวคำขอบคุณ ขอโทษ
การไหว้ผู้ใหญ่
− ปฏิบตั ิตาม ข้อตกลง กติกา กฎ
ระเบียบ ของครอบครวั และ
โรงเรยี น
− มีสว่ นร่วมในกจิ กรรมของ
ครอบครัวและโรงเรยี น

− มเี หตผุ ลและยอมรบั ฟังความ
− คดิ เห็นของผอู้ นื่
− มรี ะเบยี บ วนิ ัย มีน้ำใจ
 ประโยชน์ของการปฏิบตั ิตนเปน็ สมาชิก
ท่ดี ขี องครอบครัวและโรงเรียน

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๕

ช้นั ตัวช้วี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

๒. ยกตวั อย่างความสามารถและความดี  ลักษณะความสามารถและลกั ษณะ ความดี

ของตนเอง ผอู้ นื่ และบอกผลจากการ ของตนเองและผูอ้ ่นื เชน่

กระทำนนั้ - ความกตญั ญกู ตเวที

- ความมีระเบียบวินัย

- ความรับผดิ ชอบ

- ความขยนั

- การเอ้ือเฟื้อเผอ่ื แผ่และ

ชว่ ยเหลือผอู้ ืน่

- ความซ่อื สตั ย์สจุ ริต

- ความเมตตากรุณา

 ผลของการกระทำความดี เชน่

- ภาคภมู ิใจ

- มคี วามสุข

- ไดร้ บั การชืน่ ชม ยกย่อง

สาระท่ี ๒ หน้าทพี่ ลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนนิ ชวี ติ ในสงั คม

มาตรฐาน ส ๒.๒ เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบนั ยึดมนั่ ศรัทธาและธำรงรักษาไวซ้ ่ึง
การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมุข

ชัน้ ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ป.๑ ๑. บอกโครงสรา้ ง บทบาทและหน้าทข่ี อง  โครงสร้างของครอบครัวและความสมั พันธ์

สมาชกิ ในครอบครัวและโรงเรียน ของบทบาท หน้าที่ของสมาชิกในครอบครัว

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๖

ช้ัน ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

๒. ระบบุ ทบาท สทิ ธิ หนา้ ทขี่ องตนเองใน  โครงสร้างของโรงเรยี น ความสมั พนั ธ์ของ

ครอบครัวและโรงเรยี น บทบาท หนา้ ท่ีของสมาชกิ ในโรงเรียน

ป.๑  ความหมายและความแตกต่างของอำนาจ

ตามบทบาท สทิ ธิ หนา้ ทีใ่ นครอบครวั และ

โรงเรยี น

 การใช้อำนาจในครอบครวั ตามบทบาท

สิทธิหน้าท่ี

๓. มสี ่วนร่วมในการตดั สนิ ใจและทำ  กจิ กรรมตามกระบวนการประชาธิปไตยใน
กจิ กรรมในครอบครวั และโรงเรียนตาม ครอบครัว เชน่ การแบ่งหน้าท่คี วาม
กระบวนการประชาธิปไตย รับผดิ ชอบในครอบครัว การรับฟงั และ
แสดงความคิดเห็น

 กจิ กรรมตามกระบวนการประชาธิปไตยใน
โรงเรยี น เช่น เลือกหวั หนา้ ห้อง ประธาน
ชมุ นุม ประธานนักเรยี น

สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส ๓.๑ เข้าใจและสามารถบริหารจดั การทรพั ยากรในการผลติ และการบรโิ ภค การใช้ทรัพยากร ที่

มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง
เพอ่ื การดำรงชีวิตอยา่ งมดี ุลยภาพ

ช้นั ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๑ ๑. ระบุสินค้าและบริการทีใ่ ช้ประโยชน์ใน  สินคา้ และบรกิ ารที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน

ชวี ติ ประจำวัน เชน่ ดนิ สอ กระดาษ ยาสีฟนั

 สินค้าและบรกิ ารท่ีได้มาโดยไมใ่ ช้เงิน เชน่

มผี ใู้ หห้ รือการใชข้ องแลกของ

 สนิ คา้ และบริการที่ได้มาจากการใชเ้ งนิ ซ้ือ

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๗

ชนั้ ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

 ใช้ประโยชน์จากสนิ คา้ และบริการให้คมุ้ ค่า

๒. ยกตัวอยา่ งการใชจ้ า่ ยเงินในชีวิต  การใช้จ่ายเงนิ ในชีวติ ประจำวันเพ่ือซือ้ สนิ ค้า

ประจำวันทีไ่ ม่เกินตัวและเหน็ ประโยชน์ และบริการ

ของการออม  ประโยชน์ของการใช้จ่ายเงินท่ีไม่เกินตวั

ป.๑  ประโยชน์ของการออม
 โทษของการใช้จา่ ยเงนิ เกนิ ตัว

 วางแผนการใช้จ่าย

๓. ยกตวั อยา่ งการใช้ทรัพยากรใน  ทรัพยากรทใี่ ชใ้ นชีวิตประจำวัน เชน่ ดนิ สอ

ชีวติ ประจำวันอย่างประหยดั กระดาษ เสือ้ ผ้า อาหาร

 ทรัพยากรสว่ นรวม เช่น โตะ๊ เก้าอ้ี นักเรยี น

สาธารณปู โภคตา่ ง ๆ

 วิธกี ารใช้ทรพั ยากรท้ังของส่วนตัวและ

สว่ นรวมอย่างถูกต้อง และประหยดั และ

ค้มุ คา่

สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์

มาตรฐาน ส ๓.๒ เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกจิ ตา่ งๆ ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกจิ และความจำเป็น
ของการร่วมมือกนั ทางเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก

ชนั้ ตัวชี้วดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

ป.๑ ๑. อธิบายเหตุผลความจำเปน็ ทคี่ นต้อง  ความหมาย ประเภทและความสำคัญของ
ทำงานอย่างสุจรติ การทำงาน

 เหตุผลของการทำงาน
 ผลของการทำงานประเภทต่างๆ ทม่ี ีต่อ

ครอบครวั และสงั คม
 การทำงานอย่างสุจริตทำให้สงั คมสงบสขุ

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๘

สาระที่ ๔ ประวัติศาสตร์

มาตรฐาน ส ๔.๑ เขา้ ใจความหมาย ความสำคญั ของเวลา และยคุ สมัยทางประวตั ิศาสตร์ สามารถใช้วิธกี าร
ทางประวัติศาสตรม์ าวเิ คราะห์เหตกุ ารณ์ตา่ งๆ อย่างเปน็ ระบบ

ชัน้ ตวั ชวี้ ดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

ป.๑ ๑.บอกวนั เดอื น ปี และการนับ  ชื่อ วนั เดอื น ปี ตามระบบสุริยคติท่ปี รากฏใน

ป.๑ ช่วงเวลาตามปฏิทนิ ที่ใชใ้ น ปฏิทนิ

ชวี ิตประจำวัน  ชื่อ วัน เดือน ปี ตามระบบจันทรคติในปฏทิ นิ

 ชว่ งเวลาท่ีใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั เชน่ เชา้ วนั น้ี ตอน

เยน็

๒. เรียงลำดับเหตกุ ารณ์ใน  เหตุการณ์ที่เกดิ ข้ึนในชีวติ ประจำวันของนักเรยี น

ชีวติ ประจำวัน ตามวันเวลาที่ เชน่ รับประทานอาหาร ต่ืนนอน เข้านอน เรียน

เกิดขึ้น หนงั สอื เล่นกีฬา ฯลฯ

 ใช้คำบอกช่วงเวลา แสดงลำดบั เหตกุ ารณ์ ทเ่ี กิดขึ้น

ได้

๓. บอกประวตั คิ วามเป็นมาของ  วธิ ีการสบื คน้ ประวตั คิ วามเปน็ มาของตนเองและ

ตนเองและครอบครัวโดยสอบถาม ครอบครวั อย่างงา่ ยๆ

ผู้เก่ียวขอ้ ง  การบอกเลา่ ประวัติความเปน็ มาของตนเองและ

ครอบครัวอยา่ งสนั้ ๆ

สาระที่ ๔ ประวัตศิ าสตร์
มาตรฐาน ส ๔.๒ เขา้ ใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดตี จนถึงปจั จบุ นั ในดา้ นความสมั พนั ธแ์ ละ

การเปลยี่ นแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสำคัญและสามารถ
วเิ คราะห์ผลกระทบทเ่ี กิดข้ึน

ชั้น ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

ป.๑ ๑. บอกความเปลี่ยนแปลงของสภาพ  ความเปล่ยี นแปลงของสภาพแวดลอ้ ม สิง่ ของ เครื่องใช้

แวดลอ้ ม สิง่ ของ เคร่ืองใช้ หรอื การ หรือการดำเนนิ ชวี ิตของอดีตกับปัจจุบันท่ีเป็นรูปธรรม

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๙

ดำเนนิ ชวี ติ ของตนเองกบั สมัยของพอ่ และใกล้ตัวเดก็ เช่นการใชค้ วาย ไถนา รถไถนา เตารีด

แม่ ปู่ยา่ ตายาย ถนน เกวียน - รถอแี ตน๋

 สาเหตแุ ละผลของการเปล่ียนแปลงของ สง่ิ ต่างๆ

ตามกาลเวลา

๒. บอกเหตุการณ์ทเี่ กิดข้นึ ในอดตี  เหตกุ ารณส์ ำคัญท่ีเกิดขนึ้ ในครอบครวั เช่น การ

ทม่ี ีผลกระทบต่อตนเองในปจั จบุ นั ย้ายบา้ น การหยา่ รา้ ง การสูญเสยี บุคคลใน

ครอบครัว

สาระที่ ๔ ประวตั ิศาสตร์

มาตรฐาน ส ๔.๓ เข้าใจความเปน็ มาของชาติไทย วัฒนธรรม ภมู ิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมใิ จและธำรง

ความเป็นไทย

ชั้น ตัวช้วี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๑ ๑. อธบิ ายความหมายและความสำคัญ  ความหมายและความสำคัญของสัญลักษณท์ ี่สำคัญ

ของสญั ลกั ษณส์ ำคญั ของชาติไทย และ ของชาติไทย ได้แก่ ชาติ ศาสนา

ปฏบิ ัติตนไดถ้ ูกตอ้ ง พระมหากษัตริย์

(ธงชาติ เพลงชาติ พระพุทธรูป พระบรม

ฉายาลกั ษณ์)

 การเคารพธงชาติ การร้องเพลงชาติ และเพลง

สรรเสรญิ พระบารมี เคารพ ศาสนวตั ถุ

ศาสนสถาน

 เอกลกั ษณ์อน่ื ๆ เช่น แผนท่ปี ระเทศไทย ประเพณี

ไทย อาหารไทย (อาหารไทยท่ีตา่ งชาตยิ กย่อง เช่น

ตม้ ยำกงุ้ ผัดไทย) ที่มคี วามภาคภูมิใจ และมี ส่วน

รว่ มทจ่ี ะอนุรักษ์ไว้

๒. บอกสถานที่สำคัญซึ่งเปน็ แหลง่  ตัวอย่างของแหล่งวัฒนธรรมในชุมชน ทีใ่ กล้

วฒั นธรรมในชมุ ชน ตัวนักเรยี น เช่น วดั ตลาด พิพธิ ภณั ฑ์ มัสยิด โบสถ์

คริสต์ โบราณสถาน โบราณวัตถุ

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒๐

ชน้ั ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

 คุณคา่ และความสำคญั ของแหลง่ วัฒนธรรมในชมุ ชน

ในดา้ นตา่ งๆ เช่น เป็นแหล่งท่องเท่ียว เป็นแหล่ง

เรียนรู้

๓. ระบุสิง่ ที่ตนรัก และภาคภูมใิ จใน  ตวั อย่างสิง่ ที่เป็นความภาคภมู ิใจในท้องถ่ิน เช่น

ท้องถน่ิ ส่ิงของ สถานที่ ภาษาถนิ่ ประเพณี และวฒั นธรรม

ฯลฯ ทเ่ี ปน็ สงิ่ ทใ่ี กลต้ วั นกั เรียน และเป็น

รูปธรรมชดั เจน

 คณุ คา่ และประโยชน์ของส่ิงตา่ งๆเหลา่ นัน้

สาระที่ ๕ ภมู ิศาสตร์

มาตรฐาน ส ๕.๑ เขา้ ใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพนั ธ์ของสรรพส่ิงซึ่งมีผลตอ่ กัน ใช้แผนที่

และเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ตลอดจน

ใช้ภมู ิสารสนเทศอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

ชัน้ ตัวช้วี ดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

ป.๑ ๑. จำแนกสง่ิ แวดล้อมรอบตวั ทเี่ กดิ ข้ึน สงิ่ แวดล้อมทเี่ กิดขน้ึ เอง ตามธรรมชาตแิ ละที่

เองตามธรรมชาติและที่มนุษย์สรา้ งขึน้ มนษุ ยส์ ร้างขึน้ ท่บี ้านและท่โี รงเรียน

๒. ระบุความสัมพนั ธ์ของตำแหนง่ ระยะ ความสัมพนั ธ์ของตำแหน่ง ระยะ ทิศ ของสง่ิ

ทศิ ของสิ่งตา่ งๆ ตา่ งๆรอบตัว เชน่ ทอี่ ยู่อาศยั บ้านของเพื่อนบ้าน

ถนน ตน้ ไม้ ทุ่งนา ไร่ สวน ท่ีราบ ภเู ขา แหลง่ นำ้

ทศิ หลกั (เหนือ ตะวันออก ใต้ ตะวันตก) และ

ท่ีตง้ั ของสิง่ ตา่ งๆ รอบตวั

๓. ใชแ้ ผนผงั แสดงตำแหนง่ ของสง่ิ ตา่ งๆ แผนผังแสดงตำแหนง่ สง่ิ ต่างๆในห้องเรยี น

ในหอ้ งเรียน

๔. สังเกตและบอกการเปล่ียนแปลงของ การเปล่ียนแปลงของสภาพอากาศในรอบวนั

สภาพอากาศในรอบวนั เชน่ กลางวัน กลางคนื ความร้อนของอากาศ

ฝน-เมฆ-ลม

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒๑

สาระท่ี ๕ ภมู ศิ าสตร์

มาตรฐาน ส ๕.๒ เข้าใจปฏสิ มั พนั ธร์ ะหว่างมนุษย์กับสง่ิ แวดลอ้ มทางกายภาพที่ก่อใหเ้ กิดการสร้างสรรค์

วถิ กี ารดำเนนิ ชวี ิต มจี ิตสำนึกและมสี ่วนรว่ มในการจัดการทรพั ยากรและสิง่ แวดลอ้ ม

เพ่ือการพัฒนาที่ยั่งยนื

ชั้น ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ป.๑ ๑. บอกสิง่ แวดลอ้ มท่ีเกิดตามธรรมชาติ  ส่ิงแวดล้อมทางกายภาพท่ีมผี ลต่อความ

ท่ีส่งผลต่อความเปน็ อย่ขู องมนษุ ย์ เปน็ อยขู่ องมนุษย์ เช่น ภมู ิอากาศท่ีมีผลตอ่

ลกั ษณะท่ีอยอู่ าศยั และเครอ่ื งแต่งกาย

๒. สงั เกตและเปรียบเทียบการ  การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดลอ้ มทีอ่ ยู่

เปลย่ี นแปลงของสิ่งแวดล้อมเพอ่ื การ รอบตัว

ป.๑ ปฏิบตั ิตนอยา่ งเหมาะสม อิทธพิ ลของสงิ่ แวดลอ้ มที่สง่ ผลตอ่ การ

ปฏบิ ตั ิตนอยา่ งเหมาะสม

๓. มีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดลอ้ มท่ี การปฏิบตั ิตนในการรักษาส่งิ แวดลอ้ มใน

บ้านและห้องเรยี น บ้านและห้องเรยี น

ภาพที่ ๔ เยาวชนเข้าร่วมฟังธรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒๒

๒.๒ หลักสูตรหน่วยการเรียนรู้บูรณาการเรื่องหลักธรรมเพื่อพัฒนาชีวิต สำหรับ
นกั เรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๒ โรงเรียนบ้านโป่งน้อย อำเภอเมอื งเชียงใหม่ จังหวัดเชยี งใหม่

หลกั การของหลักสตู รบรู ณาการ
หลักสูตรบูรณาการ หนว่ ยการเรียนรู้เร่ืองหลักธรรมเพ่ือพัฒนาชีวติ รายวิชาพระพุทธศาสนา เป็น
หลักสูตรที่พัฒนาขึ้น โดยการปรับกิจกรรมการรู้ ส่ือการเรียนรู้และการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ ให้มี
ความเหมาะกับการแก้ปัญหาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตนักเรียน ซ่ึงมีความเหมาะสมกับสภาพท้องถ่ิน
เชียงใหมใ่ นปจั จุบัน โดยมหี ลกั การ ดงั นี้
๑. เป็นการจัดการศึกษาให้นักเรียนเป็นผู้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักธรรมทาง
พระพุทธศาสนาและสามารถนำหลกั ธรรมไปใช้ในการแกป้ ัญหาและพฒั นาชวี ติ
๒. เป็นการศึกษาที่มุ่งให้นักเรียนสามารถวิเคราะห์ปัญหาท่ีเกิดขึ้นกับตนเองและชุมชน ทั้งด้าน
สังคม เศรษฐกิจและวัฒนธรรม โดยผู้เรียนใช้ความรู้ ความเข้าใจในการบูรณาการความรู้ ทักษะ คุณธรรม
จริยธรรมสู่การปฏบิ ตั ิแบบเปน็ องคร์ วม ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
๓. เปน็ การศกึ ษาตามความต้องการของนักเรยี นและชมุ ชน
๔. เปน็ การศึกษาทม่ี ุง่ ให้นกั เรยี นให้เรียนร้จู ากประสบการณ์จรงิ และเขา้ ใจเน้ือหาในลักษณะองค์
รวม สามารถเชื่อมโยงความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับมาปรับใช้ในการพัฒนาชีวิตได้ สามารถแก้ไขปัญหาได้
ด้วยตนเอง โดยมีการวางแผนร่วมกันเป็นกลุ่ม ร่วมคิด ร่วมทำ จนเป็นพฤติกรรมที่พึงประสงค์มีความ
รบั ผดิ ชอบต่อตนเอง ชุมชนสงั คมและประเทศชาติ
๕. เป็นการศึกษาท่ีมุ่งให้นักเรียนรัก ภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า ความสำคัญของตนเองเป็นเด็กดี มี
คณุ ธรรมจริยธรรม
จดุ มุ่งหมายของหลกั สูตรบรู ณาการ
๑. เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาสู่การนำปฏิบัติ
จรงิ ในชีวติ และเป็นเด็กดมี ีคุณธรรม จริยธรรมในสังคม
๒. เพื่อพฒั นาทักษะ ความสามารถ เจตคติ คา่ นิยมทดี่ ีงามทสี่ ามารถนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวันได้

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒๓
๓. เพ่ือให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจและมีความสามารถในการคิด มีความสามารถในการ
แก้ปัญหา มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต มีความสามารถในการสื่อสาร มีความสามารถในการใช้ทักษะ
ทางเทคโนโลยี ทักษะการทำงานเป็นทมี และมภี าวะผู้นำ และภาษาเพ่อื การสื่อสาร
๔. เพื่อใหน้ กั เรียนมีเจตคติที่ดีตอ่ พระพทุ ธศาสนา
๕. เพื่อให้นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดังนี้ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รักความเป็นไทยใฝ่
เรียนรู้ มีวนิ ยั มนี ำ้ ใจ ซ่อื สตั ยส์ ุจริต อยอู่ ยา่ งพอเพียง มคี วามศรัทธาในพระพุทธศาสนา
๖. เพื่อใหน้ ักเรยี นสามารถนำความรทู้ ี่ได้ไปปรบั ใชใ้ นชีวติ ประจำวนั

ภาพที่ ๕ คณะทมี งานวจิ ัย
โครงสรา้ งหลักสูตร
หลักสูตรหน่วยการเรียนรบู้ ูรณาการเรอ่ื งหลักธรรมเพ่ือพัฒนาชีวิต เป็นหลักสูตรบูรณาการภายใน
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช
๒๕๖๐) สำหรับนักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๒ จำนวน ๓ สาระ ดงั น้ี
สาระท่ี ๑ ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม (พระพุทธศาสนา)
สาระท่ี ๒ หนา้ ที่พลเมือง วฒั นธรรมและการดำรงชวี ิต
สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒๔

โดยจัดการเรียนรู้ในลักษณะบูรณาการภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและ
วัฒนธรรม ซ่ึงเป็นหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน รวมทั้งเป็นส่วนของหลักสูตรสถานศึกษาที่เน้น
เนื้อหาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนากับการแก้ปัญ หาและพัฒ นาชีวิตและเป็นหลักสูตรบูรณาการผสาน
สมรรถนะในระดับการศึกษาข้ันพื้นฐานคือภาษาเพื่อการสื่อสาร (Thai Language For Communication)
การทำงานแบบรวมพลังเป็นทีมและมีภาวะผู้นำ (Collaboration Teamwork and Leadership) และมีการ
วิเคราะห์ตัวช้ีวัดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช
๒๕๖๐) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๒ จำนวน ๓ สาระ ท่ี
เกย่ี วขอ้ ง ดังนี้

สาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม (พระพุทธศาสนา)
มาตรฐานการเรียนรู้ ส ๑.๑ รู้และเข้าใจประวัติ ความสำคัญศาสดา หลักธรรมของ
พระพุทธศาสนาทต่ี นนบั ถือ มศี รทั ธาทถี่ กู ต้อง ยึดมน่ั และปฏบิ ตั ิตามหลกั ธรรม เพ่อื อยรู่ ่วมกันอยา่ งสนั ตสิ ุข
ตัวช้ีวัด ม.๒/๘ อธิบายธรรมคุณและข้อธรรมสำคัญในกรอบอริยสัจ ๔ เห็นคุณค่าและนำไป
พัฒนาแก้ปญั หาของชุมชนและสังคม

สาระที่ ๒ หนา้ ท่ีพลเมือง วัฒนธรรมและการดำรงชีวิต
มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏิบตั ิตนตามหน้าท่ีของการเปน็ พลเมืองดี มคี ่านิยมท่ดี ีงามและธำรง
รักษาประเพณีและวฒั นธรรมไทย ดำรงชวี ติ รว่ มกนั ในสงั คมไทยและสงั คมโลกอย่างสนั ตสิ ุข
ตัวชี้วดั ม ๒/๒ เหน็ คุณคา่ ในการปฏิบัตติ นตามสถานภาพ บทบาท สทิ ธเิ สรีภาพ หนา้ ที่
ในฐานะพลเมอื งดีตาวถิ ีประชาธปิ ไตย

สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส ๓.๑ เข้าใจและสามารถบริหารจัดการในการผลติ และการบรโิ ภค การใชท้ รพั ยากรที่
มีอยู่อยา่ งจำกัดได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพและคุ้มคา่ รวมทัง้ เข้าใจหลกั การของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เพ่ือการ
ดำรงชวี ิตอยา่ งมดี ลุ ยภาพ
ตวั ช้วี ัด ม.๒/๓ เสนอแนวทางการพฒั นาการผลิตในท้องถิ่นตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒๕

จากน้ันจึงออกแบบการพัฒนาหลักสตู รเป็นลักษณะหน่วยการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการทีช่ ่วยให้
ผเู้ รียน ไดเ้ รียนรเู้ นอ้ื หาและหลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนาท่ีมีความเช่ือมโยงสัมพันธ์กนั อย่างเป็นองคร์ วม
ภายใตห้ ัวข้อ (Theme) เรือ่ งหลักธรรมเพ่อื พฒั นาชวี ติ

เวลาเรยี น
หลักสูตรบูรณาการหน่วยการเรยี นรเู้ ร่ืองหลักธรรมเพอ่ื พัฒนาชีวิต กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคม
ศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม กำหนดเวลาเรยี น จำนวน ๑๐ ชวั่ โมง

หนว่ ยการเรียนรบู้ ูรณาการเร่ีองหลกั ธรรมเพอื่ พัฒนาชีวิต

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ เร่ือง จำนวนเวลาท่ีใช้สอนชัว่ โมง

๑ เร่ือง ดรุณธรรม ๖ ๒

๒ เรอื่ ง อบายมขุ ๖ ๒

๓ เร่อื ง ทิฏฐธมั มิกตั ถะประโยชน์ ๔ ๑๐

๔ เรือ่ ง มติ รแท้ มติ รเทยี ม

๕ เรอ่ื ง บุญกริ ิยาวตั ถุ ๑๐

รวมเวลาเรียน

ตารางแสดงแผนการจดั การเรียนรู้ จำนวน ๕ แผน ใชจ้ ดั การเรยี นรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้แผนละ ๒ ชัว่ โมง

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒๖

ภาพท่ี ๖ การประชมุ ทางไกลผา่ น Vdo Conference
การกำหนดโครงร่างหลกั สูตรบรู ณาการเรือ่ งหลักธรรมเพือ่ พฒั นาชีวิต
การดำเนนิ การร่างหลักสูตรมีขั้นตอน ดงั นี้
๑) ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ( ฉบับปรับปรุง
พุทธศักราช ๒๕๖๐) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๒ จำนวน ๓
สาระ คือสาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม (พระพุทธศาสนา) สาระที่ ๒ หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและ
การดำเนินชีวิตในสังคมและสาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ พิจารณามาตรฐาน ตัวช้ีวัดช้ันปีและสาระการเรียนรู้ใน
หลักสตู ร
๒) ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนป้านโป่งน้อย วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย จุดหมาย
ลักษณะของเด็กที่ต้องการ ปรัชญา อัตลักษณ์ เอกลักษณ์ของโรงเรียน และแนวคิดการบูรณาการหลักสูตร
รวมทั้งศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาท่ีเก่ียวข้องกับการพัฒนาชีวิตของนักเรียน แนวคิดการพัฒนา
สมรรถนะผเู้ รยี นในระดับการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้ในการเขียนหลักการของหลักสูตรบูรณาการ
๒.๓ ศึกษาสภาพปัญหาของชุมชนและสถานศึกษา ความต้องการพัฒนาผู้เรยี น
๒.๔ ศึกษาวธิ กี ารออกแบบหนว่ ยการเรยี นรู้แบบบูรณาการแบบอิงมาตรฐาน
๒.๕ ศึกษารปู แบบการเขยี นแผนการจัดการเรยี นรูอ้ ิงมาตรฐานทเี่ น้นนักเรียนเป็นสำคัญ

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒๗

๒.๖ ศึกษาคู่มือครู หนังสือเรียน เลือกเนื้อหาที่จะนำมาสร้างหน่วยการเรียนรู้บูรณาการ
เรอื่ งหลักธรรมเพอื่ พัฒนาชวี ติ รายวชิ าพระพุทธศาสนา ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๒

๒.๗ ศึกษาวิธีการออกแบบการจัดการเรียนรู้และเขียนแผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการตาม
หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง
พุทธศักราช ๒๕๖๐)

๒.๘ ศึกษาวิธกี ารสร้างข้อสอบทดี่ ีทเ่ี นน้ กระบวนการคิด วิธีเขยี นคำถามที่สอดคล้องกบั มาตรฐาน
และตัวชี้วดั ชั้นปี

๒.๙ เขยี นจุดมุง่ หมายของหลักสตู รบูรณาการจากหลักการของหลักสูตรบรู ณาการ
๒.๑๐ กำหนดโครงสรา้ งเนือ้ หาของหลักสูตรบรู ณาการ โดยผวู้ ิจยั เลือกบรู ณาการภายในกลุ่มสาระ
การเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๒ ทีม่ คี วามสัมพันธเ์ ช่อื มโยงกนั ๓ สาระ คื อ
สาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม (พระพุทธศาสนา) สาระที่ ๒ หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนิน
ชีวิตในสังคมและสาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ และหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา จำนวน ๕ หลักธรรม คือ
ดรณุ ธรรม ๖ อบายมขุ ๖ ทิฏฐธัมมิกัตถะประโยชน์ ๔ มติ รแท้ มิตรเทียมและบุญกิริยาวตั ถุ ๑๐ กับการพัฒนา
ชวี ิต
๒.๑๑ กำหนดเวลาเรยี นจากโครงสร้างหลกั สตู รบรู ณาการเป็นเวลา ๑๐ ชวั่ โมง
๒.๑๒ ออกแบบการจัดการเรยี นรู้บูรณาการพทุ ธวธิ ีสอนและการเรียนรใู้ นศตวรรษที่ ๒๑
๒.๑๓ เลือกใชส้ ื่อและแหล่งเรยี นรใู้ ห้สอดคล้องกับหลักสูตรบูรณาการและการจัดการเรียนรู้แบบ
บรู ณาการ
๒.๑๔ ออกแบบแนวทางการวัดและประเมินผล โดยให้ผู้เรียนประเมินตนเองเพ่ือสะท้อนสิ่งที่
ผูเ้ รยี นได้ปฏบิ ตั ิจรงิ ดว้ ยแบบตรวจสอบรายการพฤติกรรมประจำหน่วยการเรยี นรู้
๒.๑๕ สร้างหน่วยการเรียนรู้บูรณาการและพัฒนาหน่วยการเรียนรู้บูรณาการเรื่องหลักธรรม
เพอ่ื พฒั นาชีวิต
๒.๑๖ จัดทำแผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชาพระพุทธศาสนา ส ๒๒๐๑ เรื่องหลักธรรมเพื่อพัฒนา
ชีวิตชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๒ ตามข้นั ตอน ดังนี้
๒.๑๖.๑ จัดทำหนว่ ยการเรียนรูบ้ ูรณาการ รายวิชาพระพุทธศาสนา ส ๒๒๐๑ เร่ืองหลักธรรมเพ่ือ
ชีวิต จำนวน ๑ หน่วยการเรียนรู้ จำนวน ๕ แผนการจัดการเรียนรู้ เวลาเรียน ๑๐ ช่ัวโมง แผนการจัดการ
เรียนร้ลู ะ ๒ ช่วั โมง สำหรับใชป้ ระกอบการสอนดว้ ยวธิ สี อนพุทธวธิ ีบรู ณาการและการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒๘

๒.๑๖.๒ แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน ๑ หนว่ ยการเรียนรู้ ประกอบด้วย สาระมาตรฐาน
การเรยี นรู้ ตวั ชว้ี ดั สาระสำคัญ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ สื่อและแหล่งเรียนรู้ กิจกรรมการเรยี นรูร้ ายช่ัวโมง การ
วัดผลและประเมินผล สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ช้ินงานและภาระ
งาน ใบความรู้ ใบงาน แบบประเมินผลงานนักเรียน แบบประเมินพฤติกรรมนักเรียนรายบุคคล แบบสังเกต
พฤติกรรมการเรียนของนักเรียน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน แบบประเมิน
สมรรถนะสำคัญของนกั เรียน แตล่ ะแผนการจัดการเรียนรู้ ได้แสดงไวใ้ นตารางท่ี ๑

ตารางที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้บูรณาการเรี่องหลักธรรมเพื่อพัฒนาชีวิตโดยใช้วิธีสอนพุทธวิธีบูรณา
การ เวลาท่ีใช้สอน

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี เร่อื ง จำนวนเวลาท่ีใชส้ อนชว่ั โมง

๑ เรื่องดรณุ ธรรม ๖ ๒

๒ เรื่องอบายมุข ๖ ๒

๓ เร่อื งทิฏฐธัมมิกัตถะประโยชน์ ๔ ๑๐

๔ เรอ่ื งมิตรแท้ มิตรเทยี ม

๕ เร่อื งบุญกริ ิยาวตั ถุ ๑๐

รวมเวลาเรียน

๒.๑๗ นำโครงรา่ งหลกั สูตรบูรณาการหน่วยการเรยี นรเู้ รีอ่ งหลักธรรมเพื่อพัฒนาชวี ิต และแผนการ
จดั การเรียนรไู้ ปตรวจสอบคุณภาพหนว่ ยการเรยี นรู้และแผนการจัดการเรียนรไู้ ปใหผ้ ู้เชีย่ วชาญด้านการพัฒนา
หลกั สตู ร ผูเ้ ช่ียวชาญด้านการวดั และประเมนิ ผล จำนวน ๓ ท่าน ตรวจสอบ เพอ่ื พิจารณาความสอดคล้องและ
ความเหมาะสมของหลักสตู รบรู ณาการ ดงั น้ี

๒.๑๗.๑ การประเมินความเหมาะสมของโครงร่างหลักสูตรบูรณาการเป็นการประเมิน
องค์ประกอบของหลักสูตรบูรณาการ หน่วยการเรียนรเู้ ร่ืองหลักธรรมเพื่อชีวิตที่ดี ว่ามีความเหมาะสมเพียงใด
โดยมีรายการประเมินดังนี้ ๑) คำชี้แจงในการใช้หลักสูตรบูรณาการ ๒) หลักการของหลักสูตรบูรณาการ ๓)

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒๙
จุดมุ่งหมายของหลักสูตรบูรณาการ ๔) โครงสร้างเนื้อหา ๕) แนวทางการจัดการเรียนรู้ ๖)สื่อและหล่งเรียนรู้
๗) การวดั ผลและประเมินผล ๘) แผนการจดั การเรียนรู้

๒.๑๗.๒ การประเมินความเหมาะสมของโครงร่างหลักสูตรบูรณาการเป็นการประเมิน
องค์ประกอบต่างๆของโครงร่างหลักสูตรกับจุดมุ่งหมายของหลักสูตรบูรณาการ หน่วยการเรียนรู้บูรณาการ
เรื่องหลักธรรมเพื่อพัฒนาชีวิต ว่ามีความสอดคล้องกันเพียงใด โดยมีรายการประเมินดังน้ี ๑) หลักการของ
หลักสูตรบูรณาการ กับจุดมุ่งหมายของหลักสูตรบูรณาการกับโครงสร้างเนื้อหา ๒)จุดมุ่งหมายของหลักสูตร
บูรณาการกับโครงสร้างเนื้อหา ๓) จุดมุ่งหมายของหลักสูตรบูรณาการเวลาเรียน ๔)จุดมุ่งหมายของหลักสูตร
บูรณาการกับแนวทางการจัดการเรียนรู้ ๕)จุดมุ่งหมายของหลักสูตรบูรณาการกับกับสื่อและแหล่งเรียนรู้ ๖)
โครงสร้างเนือ้ หากับเวลาเรียน ๗) โครงสร้างเนื้อหากับแนวทางการจดั การเรยี นรู้ ๘)แนวทางการจัดการเรยี นรู้
กับสอ่ื และแหลง่ เรยี นรู้ และ ๙)แนวทางการจัดการเรียนรู้กบั การวัดผลและประเมินผล

ภาพที่ ๗ การประชมุ ทางไกลผา่ น Vdo Conference

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓๐

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๑

กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

รายวชิ าพระพทุ ธศาสนา (ส ๒๒๑๐๑) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๒

หนว่ ยการเรยี นรู้บูรณาการ เรอื่ ง หลักธรรมเพ่ือพฒั นาชวี ิต จำนวน ๑๐ ชัว่ โมง

เรอ่ื ง อริยสจั ๔ (มรรค - ดรุณธรรม ๖) เวลา ๒ ชั่วโมง

.........................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวช้วี ดั

สาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๒

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้

ส ๑.๑ รแู้ ละเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตน

นบั ถอื และศาสนาอน่ื มีศรทั ธาท่ถี ูกต้อง ยดึ มน่ั และปฏบิ ัติตามหลักธรรม เพ่ืออยูร่ ่วมกันอยา่ งสนั ติสุข

๒. ตวั ชีว้ ดั
ม.๒/๘ อธบิ ายธรรมคุณและข้อธรรมสำคัญในกรอบอริยสัจ ๔ หรอื หลกั ธรรมของศาสนาทตี่ นนับ

ถือตามท่ีกำหนด เหน็ คณุ ค่าและนำไปพฒั นาแก้ปญั หาของชุมชนและสังคม

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ อธบิ ายความหมายและการกระทำตามหลักดรุณธรรม ๖ ไดถ้ กู ต้อง ( K )

๓.๒ วเิ คราะหก์ ารกระทำของบคุ คลทีป่ ฏิบตั ิตนตามหลักดรุณธรรม ๖ ได้ถูกต้อง ( P )

๓.๓ ปฏบิ ัติตนตามหลักธรรมดรณุ ธรรม ๖ ในชวี ติ ประจำวันไดอ้ ยา่ งเหมาะสมและถกู ต้อง (A)

๔. สาระสำคญั
ดรุณธรรม เป็นธรรมท่ีนำไปสูค่ วามเจรญิ กา้ วหนา้ หรือทางแห่งความสำเร็จ มี ๖ ประการคอื อาโรค

ยะ ศีล พุทธานุวัติ สุตะ ธรรมมานุวัติ และอลีนตา การปฏิบัติตนตามหลักธรรมดรุณธรรม ๖ จะทำให้
พุทธศาสนิกชนพบแต่ความสขุ ความเจริญก้าวหน้าและความสำเร็จในชวี ิต

๕. สาระการเรยี นรู้
๕.๑ อรยิ สัจ ๔ มรรค (ธรรมท่ีควรเจริญ) : ดรุณธรรม ๖

๕.๒ ดรณุ ธรรม ๖ มีดงั น้ี ๑. อโรคยะ ๒. ศีล ๓.พทุ ธานุวตั ิ ๔. สตุ ะ ๕. ธรรมานุวัติ ๖. อลีนตา

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓๑

๖. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
๖.๑ ความสามารถในการแก้ปัญหา
๖.๒ ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคดิ วเิ คราะห์
- ทักษะการใชเ้ หตุผล
๖.๓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ

๗. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๗.๑ รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๗.๒ รกั ความเปน็ ไทย
๗.๓ มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา

๘. ช้นิ งาน/ภาระงาน
๘.๑ ผลการทำใบงานที่ ๔.๑ เรอ่ื ง คนดที ี่สังคมต้องการ
๘.๒ ผลการทำใบงานที่ ๔.๒ แบบบันทกึ ผลการปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ธรรมดรณุ ธรรม ๖

๙. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (วิธสี อนแบบธรรมสากจั ฉา และกระบวนการกลุ่ม)

ขน้ั นำเขา้ สูบ่ ทเรยี น
๙.๑ ครูนำข่าวบุคคลตัวอย่างมาเล่าให้นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า
บคุ คลดังกลา่ วมกี ารกระทำความดอี ย่างไร จงึ ไดร้ ับการคัดเลอื กให้เป็นบุคคลตวั อย่าง
๙ .๒ ครูอธิบายเช่ือมโยงให้ นักเรียนเข้าใจว่าบุ คคลดังกล่าวปฏิ บัติตนตามหลักธรรม
ดรุณธรรม ๖
ขน้ั สอน
๑. แสวงหาความรู้
แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม จำนวน ๕ กลุ่มๆละ ๕ คน ตามความสมัครใจ จากนั้นให้นักเรียน
ร่วมกันแสวงหาความรู้ เรื่อง ดรุณธรรม ๖ จากใบความรู้เรื่องดรุณธรรม ๖ ที่ครูแจกให้และจากหนังสือเรียน
รายวิชาพนื้ ฐานพระพทุ ธศาสนา ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๒

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓๒

๒. ค้นพบความรู้
นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ส่งตวั แทนออกมารายงานเรอ่ื งดรณุ ธรรม ๖ ในหวั ข้อดังนี้

๑) ความหมายของดรุณธรรม
๒) องคป์ ระกอบสำคัญของหลักธรรมดรณุ ธรรม ๖
๓) ตวั อย่างการปฏบิ ัติตนตามหลักธรรมดรณุ ธรรม ๖ และผลของการปฏบิ ัติ

๓. การวเิ คราะห์และประเมินค่าความรู้
๑) ครูให้นักเรียนหาขา่ วบคุ คลตวั อย่างจากหนังสอื พมิ พห์ รือจากอินเทอร์เน็ตและจาก

กรณศี ึกษาบุคคลท่ีปฏิบตั ิตนเปน็ คนดขี องสงั คมมาลว่ งหน้า คนละ ๑ ตัวอยา่ ง
๒) ครใู ห้นกั เรียนทำการวิเคราะห์และประเมินคา่ การกระทำของบคุ คลทป่ี ฏิบตั ติ นเป็นคนดี

ตามหลกั ธรรมดรณุ ธรรม ๖ หวั ขอ้ ทกี่ ำหนดในใบงานที่ ๔ เรือ่ ง คนดที ่สี ังคมต้องการ
๓) ใหน้ ักเรยี นแต่ละกล่มุ นำเสนอผลงานของกล่มุ หน้าชน้ั เรยี นให้เพอ่ื นๆฟังและร่วมแสดง

ความเสนอแนะเพ่ิมเติม
๔. พิสูจน์ความรสู้ ู่การปฏิบัติ
๑) ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผนการปฏิบัติตนตามหลักดรุณธรรม ๖ แล้วนำไป

ปฏบิ ตั ใิ นระยะ ๑ เดอื น
๒) นกั เรยี นทุกกลุ่มบันทกึ ผลการปฏิบตั ิตนตามหลกั ดรุณธรรม ๖ แล้วส่งรายงานต่อครูเพ่ือ

ตรวจใหค้ ะแนน
๓) ครูกล่าวแสดงคำช่ืนชมและให้กำลังใจนักเรียนท่ีสามารถปฏิบัติตนตามหลักดรุณธรรม

๖ ได้อย่างสม่ำเสมอ จงึ ถือได้วา่ เปน็ บุคคลทก่ี ระทำความดี
ข้นั สรปุ

นักเรียนและครรู ่วมกนั สรปุ ผลของการปฏบิ ัตติ นตามหลักธรรมดรณุ ธรรม ๖
๑๐. สอ่ื การเรยี นรแู้ ละแหลง่ เรยี นรู้

๑๐.๑ ภาพและข่าวเหตุการณ์เกย่ี วกับบุคคลที่กระทำความดีไดร้ ับการยกย่อง
จากสังคม

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓๓
๑๐.๒ ภาพและข่าวเหตุการณเ์ กีย่ วกับการกระทำความดีในสงั คมไทยจากอนิ เทอร์เน็ต
๑๐.๓ หนังสอื เรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน พระพทุ ธศาสนา ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๒
๑๐.๔ ใบความรูท้ ี่ ๑ เร่ือง ดรุณธรรม ๖
๑๐.๕ ใบงานที่ ๑ เรือ่ ง คนดที ส่ี ังคมตอ้ งการ
๑๐.๖ ใบงานท่ี ๒ แบบบนั ทึกผลการปฏบิ ัติตนตามหลักธรรมดรุณธรรม ๖
๑๐.๗ หนงั สอื พุทธธรรม
๑๐.๘ หอ้ งเรียนสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ภาพท่ี ๘ แผ่นปา้ ยโครงการอบรมตามแผนงานวิจัย
๑๑. การวดั ผลและประเมินผลการเรียนรู้

๑๑.๑ วธิ ีการวดั ผลและประเมนิ ผลการเรียนรู้
๑) สงั เกตพฤติกรรมการเรยี นของนักเรียน
๒) ตรวจใบงานท่ี ๑ และใบงานท่ี ๒

๑๑.๒ เครื่องมอื
๑) แบบสังเกตพฤติกรรม

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓๔

๒) ใบงานที่ ๑ และใบงานที่ ๒
๑๑.๓ เกณฑ์การประเมนิ

๑) สงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรียน ผา่ นเกณฑ์เฉล่ยี ร้อยละ ๘๐
๒) คะแนนจากใบงานระหวา่ งเรียนถูกต้องไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ ๘๐
ขอ้ คดิ เหน็ หรอื ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรือผู้ทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
............................................................................................................................. ................................................
............................................................................................................................. ................................................
.............................................................................................................................................................................

( ........................................)
รองผูอ้ ำนวยการโรงเรียน................
๑๒. บนั ทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้

๑๒.๑ ผลการเรียนรู้

............................................................................................................................. ................................................
.......................................................................................................................................................... ...................

๑๒.๒ ปญั หาและอปุ สรรค

............................................................................................................................. ................................................
............................................................................................................................. ................................................

๑๒.๓ การปรับปรุงและการแกไ้ ข

............................................................................................................................. ................................................
............................................................................................................................. ................................................
.. ลงชอ่ื .....................................................

()
คร.ู ......... โรงเรียน.........................

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓๕
การพัฒนารูปแบบในการสอนพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนคำนึงถึงผู้เรียนเป็นสำคัญ ผลการวิจัย
ค้นพบความรู้ใหมท่ ี่เปน็ รูปแบบความสัมพันธข์ ององคป์ ระกอบหลัก ๔ องค์ประกอบ คือ ๑. ตัวช้วี ัดองคค์ วามรู้
ของหลักสูตรการสอนศลี ธรรมในโรงเรยี นจากการอบรมเชิงปฏิบัติการ ๒. การสร้างหลักสูตรการสอนศีลธรรม
แบบบูรณาการท่ีทันสมัย ๓. การนำส่ือการสอนพัฒนาเป็นไปตามหลักสูตรประยุกต์กับหลักธรรม ๔. การ
ขยายผลรปู แบบการพัฒนาหลกั สตู รการสอนศีลธรรมแบบบูรณาการยุคดิจิทลั

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓๖

ภาพท่ี ๙ องค์ความรู้จากการพัฒนาหลักสูตรแบบบรู ณาการ
ครพู ระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี นจังหวดั เชียงใหม่

๓. สรปุ
หลักสูตรเป็นเครอ่ื งมือสำคัญในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาประเทศชาติ ให้มีความเจริญรุ่งเรือง การ

จัดการศึกษาจะต้องสนองต่อความต้องการของสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและการเมือง ประกอบด้วย
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ
วัฒนธรรม เป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ประกอบด้วย ๕ สาระ ได้แก่ สาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม สาระที่ ๒
หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวติ ในสงั คม สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ สาระที่ ๔ ภูมิศาสตร์ สาระท่ี
๕ ประวัติศาสตร์ หลักสูตรประกาศนียบัตรการสอนศีลธรรมในโรงเรียน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหา
จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วัตถุประสงค์ของหลักสูตร ๑. เพ่ือให้พระสอนศีลธรรมในโรงเรียนและครูสอนวิชา
พระพุทธศาสนาในโรงเรียนได้มีคุณวุฒิทางการศึกษาท่ีสามารถทำการสอนวิชาศีลธรรมในโรงเรียนได้ ๒. เพื่อ
ผลิตพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนในระดับประกาศนียบัตรและครูสอนวิชาพระพุทธศาสนา ให้สามารถนำ
ความรู้ด้านการสอนศีลธรรมในโรงเรียน ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาและพัฒนาการสอนพระพุทธศาสนา
และพัฒนาสังคม ๓. เพ่ือให้พระสอนศีลธรรมในโรงเรียนได้มีคุณวุฒิทางการศึกษาที่สามารถศึกษาต่อใน
ระดับชั้นปริญญาตรีได้ การพัฒนารูปแบบการสร้างหลักสูตรการสอนศีลธรรมแบบบูรณาการในโรงเรียน

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓๗

จังหวัดเชียงใหม่ การสร้างหลักสูตรแบบบูรณาการน้ันผู้เรียนจะเกิดการเรียนรู้จากความรู้เดิมผสมผสานกับ
ประสบการณ์ใหม่ เพ่ือสร้างความรู้ใหม่ให้เกิดข้ึน โดยผ่านการปฏิบัติด้วยตนเอง โดยการจัดกิจกรรมแบบ
บูรณาการประสบการณ์ทักษะในการวิเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ การจินตนาการและการตัดสินใจ การ
พัฒนารูปแบบการสร้างหลักสูตรการสอนศีลธรรมแบบบูรณาการ มีจำนวน ๒ หลักสูตร ประกอบด้วย ๑.
หลักสูตรสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมในหลักสูตรโรงเรียน วัดสวนดอก พุทธศักราช
๒๕๖๔ ช้ันประถมศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ. ๒๕๖๐) กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๒.หลักสตู รหน่วยการเรยี นรู้บรู ณาการ
เรื่องหลักธรรมเพ่ือพัฒนาชีวิต สำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนบ้านโป่งน้อย อำเภอเมือง
เชียงใหม่ จงั หวัดเชียงใหม่ แนวทางและขยายผลรูปแบบการพัฒนาหลักสูตรการสอนศลี ธรรมแบบบูรณาการ
ในโรงเรยี นจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากไดร้ ูปแบบการพัฒนาหลกั สูตรการสอนศลี ธรรมแบบบูรณาการในโรงเรียน
จังหวัดเชียงใหม่แล้ว แนวทางและขยายผลรูปแบบการพัฒนาหลักสูตรการสอนศีลธรรมแบบบูรณาการ ดังนี้
๑.การถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านกิจกรรมโครงการวิจัยการพัฒนานวัตกรรมเพ่ือส่งเสริมศักยภาพครูพระสอน
ศีลธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ ๒. การจัดสนทนากลุ่มย่อย (Focus Group Discussion) วิพากษ์
หลักสูตร โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิในวิพากษ์หลักสูตร ข้อค้นพบความรู้ใหม่ท่ีเป็นรูปแบบความสัมพันธ์ของ
องค์ประกอบหลัก ๔ องค์ประกอบ คือ ๑. ตัวช้ีวัดองค์ความรู้ของหลักสูตรการสอนศีลธรรมในโรงเรียนจาก
การอบรมเชิงปฏิบัติการ ๒. การสร้างหลักสูตรการสอนศีลธรรมแบบบูรณาการที่ทันสมัย ๓. การนำสื่อการ
สอนพัฒนาเป็นไปตามหลักสูตรประยุกต์กับหลักธรรม ๔.การขยายผลรูปแบบการพัฒนาหลักสูตรการสอน
ศีลธรรมแบบบูรณาการยุคดจิ ทิ ัลไดเ้ ป็นอยา่ งดี

ภาพท่ี ๑๐ การประชุมคณะผู้วจิ ยั

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓๘

บรรณานกุ รม

กระทรวงศึกษาธิการ. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี ๒)
พ.ศ. ๒๕๔๕.กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พก์ ารศาสนากรมศาสนา, ๒๕๔๕.

กรมวิชาการกระทรวงศึกษาธิการ. หนังสือการจดั สาระการเรียนรู้พระพุทธศาสนากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม
ศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมตามหลกั สูตรการศกึ ษาพน้ื ฐาน. กรุงเทพมหานคร :สำนักพิมพ์
คุรุสภา, ๒๕๔๔.

กรมศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม. การศึกษาทบทวนโครงการครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน.
กรุงเทพมหานคร : ธรรมสภา, ๒๕๕๔.

––––––––. ค่มู อื การอบรมครพู ระสอนศลี ธรรมในโรงเรียน. มหาวทิ ยาลยั มหามกุฏราชวิทยาลัยวิ ท ย า เข ต
ลา้ นนา, ๒๕๕๒.

–––––––– . คู่มอื การปฏิบตั ิงานโครงการครพู ระสอนศลี ในโรงเรยี น. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราช
วิทยาลัย วิทยาเขตชยี งใหม่, ๒๕๕๑.

บญุ ชมุ ศรีสะอาด. การวจิ ัยเบื้องตน้ . พมิ พ์คร้ังที่๒. กรุงเทพมหานคร : สุวริ ิยาสาสส์น, ๒๕๓๕.
พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตโต). การเผยแผ่เชิงรุก. กรุงเทพมหานคร : มหาจุฬาลงกรณราช

วิทยาลัย, ๒๕๔๘.
พระพรหมคุณาภรณ์ ( ป.อ. ปยุตฺโต ). พระไตรปิฎก สิ่งที่ชาวพุทธต้องรู้. กรุงเทพมหานคร : สำนัก

พิมพ์ธรรมสภาและบนั ลือสาร, ๒๕๕๐.
พระพรหมวชิรญาณ. เอกสารคู่มือครูพระสอนศิลธรรมในโรงเรียนประจำปีงบประมาณ ๒๕๔๙.

กรงุ เทพมหานคร : องคก์ ารรับส่งสนิ ค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.), ๒๕๔๘.
แรมสมร อยู่สถาพร. เทคนิคและวิธีการสอนในระดับประถมศึกษา. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์

จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย, ๒๕๓๘.
ลว้ น สายยศ. เทศนิคการวจิ ัยทางการศกึ ษา. กรุงเทพมหานคร : สวุ ีริยาศสาสน,์ ๒๕๓๘.
ศักด์ิชัย นิรัญทวีและคณะ. รายงานการประเมินการจัดการเรียนรู้ท่ีส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของ

ผูเ้ รยี นในสถานศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน. สำนักงานเลขาธิการสภาการศกึ ษา, ๒๕๕๐.
สมาน งามสนิท. องค์ประกอบของการสื่อสารท่ีพึงประสงค์ตามแนวแห่งพุทธ. กรุงเทพมหานคร :

บัณฑิตวทิ ยาลัย มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๔๒.

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย


Click to View FlipBook Version