The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมรายจังหวัดของโครงการ U2T ด้วยกลไก อว.ส่วนหน้า

โดย หน่วยปฏิบัติการ อว.ส่วนหน้า จังหวัดระนอง

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mayjane.ch, 2022-02-11 08:59:06

รายงานผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมรายจังหวัดของโครงการ U2T ด้วยกลไก อว.ส่วนหน้า จังหวัดระนอง

รายงานผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมรายจังหวัดของโครงการ U2T ด้วยกลไก อว.ส่วนหน้า

โดย หน่วยปฏิบัติการ อว.ส่วนหน้า จังหวัดระนอง

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

ผลการดำเนนิ งาน
(การโปรโมทผลิตภัณฑ์และแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน, การรวบรวม
เรือ่ งราวทางประวตั ิศาสตร์และการสร้างกระบวนการเรียนรู้ทางสังคม
และวฒั นธรรม)

นภาพดา้ นสุขภาพ ผลการประเมินสถานภาพของประชากรเป้าหมายในแก้ปัญหา
ภาพดา้ นความเปน็ อยู่ ความยากจนที่สอดรับกับการประเมินสถานภาพตำบล 16
ภาพด้านการศึกษา ประการ ในระยะสิน้ สุดโครงการ ของ 17 ตำบล ในจงั หวดั ระนอง
นภาพด้านรายได้ มีรายละเอยี ดดังภาพ
ภาพดา้ นการเขา้ ถึง

ลมงุ่ สคู่ วามยง่ั ยืน ตำบลมุ่งสู่ความยั่งยนื จำนวน 9 ตำบล ไดแ้ ก่

ลมุ่งส่คู วามพอเพยี ง 1. ตำบลกะเปอร์ อำเภอกะเปอร์ จงั หวัดระนอง

ลพน้ ความยากลำบาก 2. ตำบลกำพวน อำเภอสุขสำราญ จังหวดั ระนอง

ลที่มีความยากลำบาก 3. ตำบลเกาะพยาม อำเภอเมืองระนอง จงั หวัดระนอง

4. ตำบลบางนอน อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง

74

ตัวชี้วดั คำอธิบาย

7

ผลการดำเนนิ งาน
5. ตำบลบางหิน อำเภอกะเปอร์ จงั หวัดระนอง
6. ตำบลบ้านนา อำเภอกะเปอร์ จงั หวัดระนอง
7. ตำบลราชกรูด อำภอเมืองระนอง จงั หวัดระนอง
8. ตำบลละอ่นุ เหนือ อำเภอละอนุ่ จังหวดั ระนอง
9. ตำบลหงาว อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง
ตำบลมุ่งสูค่ วามพอเพียง จำนวน 6 ตำบล ได้แก่
1. ตำบลเขานเิ วศน์ อำเภอเมืองระนอง จงั หวดั ระนอง
2. ตำบลเชี่ยวเหลยี ง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง
3. ตำบลทรายแดง อำเภอเมืองระนอง จังหวดั ระนอง
4. ตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น จงั หวดั ระนอง
5. ตำบลมว่ งกลวง อำเภอกะเปอร์ จงั หวัดระนอง
6. ตำบลละอ่นุ ใต้ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง
ตำบลพ้นความยากลำบาก จำนวน 1 ตำบล
ตำบลบางร้ิน อำเภอเมอื งระนอง จงั หวดั ระนอง
ตำบลทมี่ คี วามยากลำบาก จำนวน 1 ตำบล
ตำบลหาดสม้ แป้น อำเภอเมืองระนอง จงั หวดั ระนอง

75

6.1 วิเคราะห์จดั กลมุ่ ตามศกั ยภาพของตำบลออกเปน็

ศกั ยภาพตำบล ก่อน

จงั หวัดระนอง (จำนวนตำบล)

มุ่งสู่ความ มุ่งสู่ความ พ้นความ ยงั ไม่พน้ คว
ย่ังยืน ยากลำบา
พอเพยี ง ยากลำบาก
1
1. ตำบลกะเปอร์ 1 1
1
2. ตำบลกำพวน 1

3. ตำบลเกาะพยาม 1

4. ตำบลเขานิเวศน์ 1

5. ตำบลเชย่ี วเหลยี ง 1

6. ตำบลทรายแดง

7. ตำบลบางแก้ว 1

8. ตำบลบางนอน 1

9. ตำบลบางร้ิน

10. ตำบลบางหิน 1

11. ตำบลบ้านนา 1

12. ตำบลมว่ งกลวง

13. ตำบลราชกรดู 1

14. ตำบลละอุน่ เหนือ 1

15. ตำบลละอุ่นใต้ 1

16. ตำบลหงาว 1

7

ศักยภาพตำบล หลัง

(จำนวนตำบล) รวม

วาม ม่งุ สคู่ วาม มงุ่ สคู่ วาม พน้ ความ ยงั ไมพ่ ้นความ (ตำบล)

าก ย่ังยืน พอเพียง ยากลำบาก ยากลำบาก

11

11

11

11

11

11

11

11

11

11

11

11

11

11

11

11

76

ศักยภาพตำบล กอ่ น

จงั หวัดระนอง (จำนวนตำบล)

17. ตำบลหาดสม้ มุ่งสูค่ วาม มุ่งสู่ความ พน้ ความ ยังไม่พน้ คว
แปน้ ยัง่ ยนื ยากลำบา
พอเพียง ยากลำบาก
1

รวม (ตำบล) 1 1 7 7

6.2 กลมุ่ ประชาชนเป้าหมายทีด่ ำเนนิ การ วสิ าหกิจชุมชน
ตำบล เกษตรกร 65

1. ตำบลกะเปอร์
2. ตำบลกำพวน

3. ตำบลเกาะพยาม 50 50
4. ตำบลเขานเิ วศน์ 30 30
5. ตำบลเช่ียวเหลียง 30
6. ตำบลทรายแดง
7. ตำบลบางแกว้

8. ตำบลบางนอน

9. ตำบลบางริน้ 90
10. ตำบลบางหิน 90

7

ศักยภาพตำบล หลัง

(จำนวนตำบล) รวม

วาม มงุ่ สคู่ วาม มงุ่ สู่ความ พน้ ความ ยังไมพ่ น้ ความ (ตำบล)

าก ย่ังยนื พอเพียง ยากลำบาก ยากลำบาก

11

96 1 1 17

กลุ่มเปราะบาง อ่นื ๆ (ระบุ) รวม (คน)
ชาวบา้ นในชมุ ชน 30 คน 30
65
ชาวบา้ นในชุมชน 50 คน
100
30 ชาวบา้ นในชุมชน 60 คน 30
ชาวบ้านในชมุ ชน 50 คน 170
เยาวชน 68 คน 50
ชาวบ้านในชุมชน 31 คน 129
ชาวบ้านในชมุ ชน 50 คน
ผปู้ ระกอบการท่ีพัก 50 คน 100
ชาวบา้ นในชุมชน 60 คน
90
90

77

จังหวดั ระนอง เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน
60
11. ตำบลบา้ นนา 70
12. ตำบลม่วงกลวง 15 70
13. ตำบลราชกรดู
14. ตำบลละอนุ่ เหนือ
15. ตำบลละอนุ่ ใต้

16. ตำบลหงาว 165 30
17. ตำบลหาดสม้ แปน้ 515

รวม (คน)

7

กลุ่มเปราะบาง อ่นื ๆ (ระบ)ุ รวม (คน)
20 30
40 ชาวบ้านในชุมชน 30 คน 100
ชาวบา้ นในชมุ ชน 40 คน 100
90 30
กลมุ่ อสม. 10 คน 205
ชาวบา้ นในชมุ ชน 30 คน
100
กลมุ่ อสม. 40 คน 80
ผู้ประกอบการท่องเท่ยี ว 1,499

20 คน
ไกด์/ชา่ งภาพ/
นกั ทอ่ งเทีย่ ว 20 คน
ชาวบา้ นในชมุ ชน 100 คน
ชาวบา้ นในชมุ ชน 50 คน

789

78

ตวั ชีว้ ัด คำอธบิ าย

7) ยกระดับตำบลที่มี วิเคราะห์ศักยภาพของตำบลภายใต้ความ

ศักยภาพเป็นศูนย์เรียนร้ทู ่ี รับผิดชอบ โดยส่งเสรมิ และสนบั สนุนให้ตำบลที่

มีความเชี่ยวชาญ สอดรับ มีศกั ยภาพสงู เป็นศนู ยก์ ารเรยี นรูต้ ัวอย่าง

กับ 16 ประการ

8) วเิ คราะห์จดั กลุ่ม มหาวิทยาลัยจดั ให้มคี ลงั ขอ้ มูล คลงั ข้อมลู
บริการ กจิ กรรม องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม  กิจกรร
ผลิตภณั ฑ์ และนวตั กรรม (Warehouse) สำหรบั การส่งเสริมอาชพี และ  เทคโน
ทีเ่ กยี่ วกับการแกป้ ัญหา แก้ปัญหาความยากจน  ผลติ ภ
 วัฒนธ

7

- ผลการดำเนินงาน
1. ศูนย์เรียนรเู้ ศรษฐกิจพอเพียง บา้ นยา่ นยาว ตำบลเชีย่ วเหลยี ง
ลประเภท อำเภอกะเปอร์ จงั หวดั ระนอง
รม/บรกิ าร 2. ศนู ยก์ ารเรียนรู้ การพฒั นาพน้ื ที่บางแห่งเ็นศูนย์การเรียนรเู้ ชิง
นโลย/ี นวตั กรรม ประวตั ศิ าสตร์ชมุ ชนและแหล่งอนุรักษ์ของตำบลบางนอน
ภณั ฑ์ 3. ศนู ยก์ ารเรยี นรู้ ศนู ยฝ์ กึ และพฒั นาอาชพี จังหวัดระนอง
ธรรม/ภมู ิปัญญา 4. ศนู ยก์ ารเรยี นรแู้ ละการอนุรกั ษ์ธรรชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม ตำบล
มว่ งกลวง อำเภอกะเปอร์ จังหวดั ระนอง
5. ศูนย์เรียนรู้การเพม่ิ ประสทิ ธิภาพการผลติ สินค้าเกษตร(ศ.พ.ก)
ตำบลราชกรดู อำเภอเมอื งระนอง จงั หวดั ระนอง
6. ศูนย์เรียนรู้หมากครบวงจร ตำบลราชกรูด อำเภอเมอื งระนอง
จังหวดั ระนอง
7. ศนู ยเ์ รียนรู้ผ้งึ ชนั โรง ตำบลละอนุ่ ใต้ อำเภอละอุ่น จังหวัด
ระนอง
8. ศูนย์การเรียนรทู้ างการท่องเที่ยวเชงิ วฒั นธรรม ชอื่ วัดบา้ นห
งาว
9. ศูนยก์ ารเรยี นรทู้ างการท่องเที่ยวเชงิ ธรรมชาติ ชื่อ ศูนยว์ จิ ยั ปา่
ชายเลน
1. กิจกรรม/บรกิ าร จำนวน 20 กจิ กรรม/บริการ ได้แก่

1. ลงพืน้ ทเี่ ก็บข้อมูล และร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยน
ความคิดเหน็ ในการคัดเลือกผลิตภณั ฑ์ และการดำเนินกจิ กรรม
การพัฒนาผลิตภัณฑ์และแนวทางการสรา้ งรายไดใ้ ห้แก่ชมุ ชน

2. กจิ กรรมการท่องเท่ยี วทางทะเล

79

ตัวชี้วดั คำอธิบาย
ความยากจน เพอื่ เป็น
ขอ้ มูลสำคัญของประเทศ

8

ผลการดำเนนิ งาน
3. กิจกรรมการทำผา้ บาติก สบสู่ มุนไพร ลอกใบจาก ฯลฯ
4. ผลิตภัณฑแ์ ปรรปู ทางการประมง
5. การปรับภูมทิ ศั น์จุดชมววิ ศาลพ่อตาเขาพงั
6. กจิ กรรมการตลาดออนไลน์สำหรับสนิ ค้าและการ

ทอ่ งเที่ยว
7. การคดั แยะขยะ ทำไม้กวาดจากขวดพลาสติกรไี ซเคลิ
8. กิจกรรมประเมนิ ผลและพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยว
9. การจดั การขยะอินทรยี ์
10. กจิ กรรมการเรยี นรู้สงั คมและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติ

พนั ธอ์ุ ๋ิวเมยี่ น ตำบล จปร. อำเภอกระบุรี จงั หวดั ระนอง และ
ชุมชนกลุม่ ชาติพนั ธุม์ อแกน เกาะเหลาและเกาะชา้ ง อำเภอเมือง
ระนอง จงั หวดั ระนอง

11. กจิ กรรมการทำกอ้ นเพาะเช้ือเห็ด
12. กิจกรรมการทำปยุ๋ คอก
13. กจิ กรรมการออกแบบเส้นทางการท่องเที่ยว
14. กจิ กรรมการออกแบบบรรจภุ ัณฑ์สินคา้ และดา้ นการ
ขายสนิ ค้าผา่ นทางสอ่ื โซเซียล
15. กจิ กรรมพฒั นาสถานท่ีท่องเทีย่ วภายในตำบลบางริ้น
16. กิจกรรมการสง่ เสริมอาชีพใหม่ โดยการต่อยอด
ผลิตภัณฑท์ ีม่ ีอยใู่ นตำบล
พัฒนาตอ่ ยอดผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย สร้างความดงึ ดดู
ใจแกล่ กู คา้

80

ตัวชี้วดั คำอธิบาย

8

ผลการดำเนินงาน
17. กิจกรรมการอบรมพัฒนา และส่งเสริมอาชีพใหม่

โดยการต่อยอดผลติ ภณั ฑ์ท่ีมีอยู่ในตำบล
18. กิจกรรมการยกระดบั เปน็ สนิ ค้า OTOP ของตำบล

บ้านนา คือ ครองแครง
19. กิจกรรมการท่องเทยี่ วเชงิ นเิ วศ ซ่ึงเปน็ การท่องเท่ยี ง

เชิงธรรมชาติ ผสมผสานกับการสัมผัสวิถชึ ีวิตชาวประมง นอกจาก
นกั ทอ่ งเทยี่ วจะไดส้ ัมผสั กบั ธรรมชาติ ปา่ เขา ทะเล แลว้ ยัง
สามารถซื้อผลิตภณั ฑ์ในท้องถิ่น สามารถทำใหช้ ุมชนมรี ายได้
เพิม่ ขึน้

20. การบริหารสมอง และการดแู ลสขุ ภาพแบบแพทย์
ทางเลือกวิถธี รรม
2. เทคโนโลยี/นวตั กรรม จำนวน 4 เทคโนโลย/ี นวตั กรรม

1. แหล่งแปรรปู มีคุณภาพและได้มาตรฐาน (เกษตรกร
ตน้ แบบ - young-smart)

2. บรรจุภณั ฑ์ (เทคโนโลยีการพัฒนาบรรจุภณั ฑ)์
3. เทคโนโลยีหลงั การเก็บเกยี่ ว (post harvest)
4. นวตั กรรมกระบวนการพฒั นาบรรจุภณั ฑ์ การ
ออกแบบตราบรรจภุ ัณฑ์ เทคโนโลยกี ารตลาดชอ่ งทางออนไลน์
3. ผลผลติ /ผลิตภณั ฑ์ จำนวน 37 ผลผลิต/ผลิตภัณฑ์
1. ผลติ ภัณฑ์น้ำปลา
2. สบสู่ มนุ ไพรเหงือกปลาหมอ
3. ผลติ ภณั ฑ์ทางการประมง (ปูม้า หอยหมาก ปลากุแล)

81

ตัวชี้วดั คำอธิบาย

8

ผลการดำเนินงาน
4. ปุ๋ยหมักชวี ภาพ
5. การผลติ ปุ๋ยหมกั ชวี ภาพจากของเหลอื ทางการเกษตร

และประมง (เปลือกปมู ้า)
6. ผา้ บาตกิ
7. เม็ดมะมว่ งหมิ พานต์
8. ปลาดุกรา้
9. น้ำพริกปลาดุกรา้ และนำ้ พริกเผา
10. ยาพอกเขา่ สูตรเยน็ จาเหงือกปลาหมอ
11. ลูกประคบสมนุ ไพร
12. นำ้ มนั ไพล
13. กระเป๋าจกั สานจากคล้า
14. ไม้กวาดดอกอ้อหลากสี
15. ซอสกะปติ ้นแบบ
16. แผนทีเ่ สน้ ทางการท่องเท่ียวชมุ ชนในตำบลบางนอน
17. นำ้ ผึ้งโพรง
18. ปลาเคม็ ฝังทรายไรแ้ ดด
19. ผา้ มัดย้อม
20. สบูอเนกประสงค์ ซึ่งชมุ ชนไดผ้ ลิตและจำหน่ายใน

ชุมชน
21. กะปิ เป็นกะปิกุง้ คลอง
22. ไม้กวางดอกอ้อ
23. ผ้าเช็ดเท้า จานรอง โดยใช้ผา้ ยางยดื ถกั ผลติ และ

82

ตัวชี้วดั คำอธิบาย

8

ผลการดำเนินงาน
จำหน่ายในพ้ืนท่ี

24. หอยเมด็ ขนุน
25. แมงกระพรนุ
26. ขนมของฝาก
27. น้ำพรกิ
28. แกงไตปลาแหง้
29. ผลิตภัณฑแ์ ปรรปู จากเห็ด
30. ปุ๋ยจากมูลไสเ้ ดอื น
31. กระเป๋าถกั เชือกร่ม
32. ถ้วยอัด จานทำมือ จานอัด กล่องกระดาษทชิ ชู ผ้า
มดั ย้อมจากนำ้ หมาก ผลติ ภัณฑ์อื่น ๆ ที่ผลิตจากกาบหมาก
33. ขนมบ๊ะจา่ ง
34. ลอบดักปูดำ
35. พญาขนม หรอื ยาหนม
36. ขี้ผ้งึ สมุนไพรยา่ นาง ฤทธิ์เยน็ นวดผ่อนคลาย รกั ษา
สขุ ภาพกาย
37. ปุ๋ยหมักโบกาชิ
4. วัฒนธรรม/ภมู ิปญั ญา จำนวน 2 วฒั นธรรม/ภูมปิ ัญญา
1. การศึกษาวถิ ชี ีวิตของชาวประมงพ้ืนบา้ น
2. การทำขนมโบราณ ในพน้ื ท่เี รียกว่าขนมกะละแม
ตำบลราชกรดู อำเภอเมืองระนอง จงั หวดั ระนอง

83

ตวั ชว้ี ดั คำอธิบาย

9) จัดทำฐานข้อมูล มฐี านขอ้ มูลนกั วิจยั ผเู้ ชย่ี วชาญ โดยระบุ

นักวิชาการเชย่ี วชาญใน รายละเอยี ดความเชย่ี วชาญ ความชำนาญพิเศษ

การแก้ปัญหาความยากจน ของนักวจิ ยั หรอื ผเู้ ชย่ี วชาญแต่ละคน (Biodata)

ทัง้ ในมหาวทิ ยาลัย และ

หนว่ ยงานอ่ืน (Mapping

and Matching) เพื่อเป็น

ขอ้ มลู สำคัญของประเทศ

8

ผลการดำเนนิ งาน
- - ชื่อนักวิจัยดร.ฉันทวรรณ เอ้งฉ้วน สังกัด สาขาวิชาการจัดการ

สำหรับผู้ประกอบการ
ความเช่ยี วชาญการตลาด การจัดการ การบริหารทรพั ยากรมนุษย์
การพฒั นาบคุ ลิกภาพ
- ชื่อนักวิจัย นายชัยวิชิติ เพชรศิลา สังกัด งานบริการวิชาการ
และวจิ ยั
ความเชย่ี วชาญการเกษตร การปลกู ไม้ดอกไม้ประดบั การผลิตปุ๋ย
อินทรีย์
- ชื่อนักวิจัย อาจารย์นาตาลี อาร์ ใจเย็น สังกัด สาขาวิชาการ
เพาะเลีย้ งสัตวน์ ำ้
ความเชย่ี วชาญการเพาะเล้ยี งสาหรา่ ย ชวี วิทยา จุลชีววิทยา
- ชื่อนักวิจัย นางณิชาพล บัวทอง สังกัด งานบริการการศึกษา
และกิจการนักศึกษา
ความเช่ยี วชาญ วทิ ยาศาสตร์ การเพาะเลีย้ งเนือ้ เย่อื
- ชื่อนักวิจัย ดร.ชรินทร ศรีวิฑูรย์ สังกัด สาขาวิชาการจัดการ
สำหรบั ผปู้ ระกอบการ
ความเชี่ยวชาญการจัดการสำหรับผู้ประกอบการ ผลิตภัณฑ์ และ
บรรจภุ ณั ฑ์
- ชื่อนักวิจัย ดร.มัลลิกา จินดาซิงห์ สังกัด สาขาวิชาเทคโนโลยี
การผลติ พชื
ความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีการผลิตพืช ปาล์มน้ำมัน การผลิตเห็ด
พชื สมนุ ไพร ข้าว เกษตรอินทรยี ์

84

ตัวชี้วดั คำอธิบาย

8

ผลการดำเนนิ งาน
- ช่อื นกั วิจัย อาจารย์วชิ ชุดา เอือ้ อารี สงั กัดกลมุ่ วิชาศกึ ษาท่วั ไป
ความเชี่ยวชาญ วิทยาศาสตร์
- ชื่อนักวิจัย นางภัทร์ธนกัลย์ เตี่ยไพบูลย์ สังกัดงานบริการ
การศึกษาและกิจการนักศกึ ษา
ความเชย่ี วชาญ การศึกษา,การจัดการสงิ่ แวดลอ้ ม,ทอ่ งเท่ยี ว
- ช่ือผูเ้ ชยี่ วชาญ..นายพิพัฒนพ์ งษ์ หงสส์ มั ฤทธ์.ิ ... สงั กัด...วิทยาลยั
ชุมชนสงขลา.......ความเชย่ี วชาญ....การเลี้ยงผ้ึงชันโรง.....
- ชื่อผู้เชี่ยวชาญ...นางสาววีรยา สมณะ..... สังกัด..วิสาหกิจชุมชน
กลุ่มเลี้ยงผึ้งโพรง และชันโรงตำบลปันแต.........ความเชี่ยวชาญ...
ผลติ ภัณฑ์จากผ้ึง...
- ชื่อผู้เชีย่ วชาญ..นายชัยวิชิต เพชรศิลา..... สังกัด....มหาวิทยาลัย
แม่โจ้ – ชุมพร..........ความเชี่ยวชาญ..การบริหารจัดการเศษวัสดุ
ทางการเกษตรด้วยไสเ้ ดอื น..
- ชอ่ื ผู้เช่ียวชาญ..นางจฑุ ารัตน์ เรอื งแกว้ ..... สงั กัด....-.........ความ
เชี่ยวชาญ..ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ชมุ ชนเกาะพยาม....
- ชื่อผู้เชี่ยวชาญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธวัชชัย ทีปะปาล หัวหน้า
สาขาการพยาบาลสุขภาพจติ และจติ เวช สงั กดั ม.ราชภัฎสรุ าษฎร์
ธานี ความเชี่ยวชาญ ดา้ นพยาบาลศาสตรแ์ ละจตเวช
- ชื่อผู้เชี่ยวชาญ นางสุวณี งั่นบุญศรี สังกัด อสม.รพสต.กระบุรี
ความเชี่ยวชาญอาสาสมัครฯด้านนวัตกรรมการออกกำลังกาย อ.
กระบุรี

85

ตัวชี้วดั คำอธิบาย

8

ผลการดำเนินงาน
- ชื่อผู้เชี่ยวชาญ นางกฤษณา ลักษณะ สังกัด - ความเชี่ยวชาญ
ปราชญ์ชาวบา้ นนวดแผนไทย
- ชื่อผู้เชี่ยวชาญ นางจุฑารัตน์ เรืองแก้ว สังกัด - ความ
เชยี่ วชาญ ประธานกลุ่มวสิ าหกจิ ชุมชนเกาะพยาม
- ชื่อผู้เชี่ยวชาญ นายรวม เกตุกลม และคณะ สังกัด - ความ
เชยี่ วชาญ จิตอาสาแพทยว์ ิถธี รรม
- ชื่อผู้เชี่ยวชาญ นางกรรณิการ์ เอี้ยวตระกลู สังกัด สภา
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดระนอง ความเชี่ยวชาญ การ
จัดการท่องเทย่ี ว
- นายสมร สิงโสม ภูมิปัญญาด้านการทำขนมไทย (ขนมลูกตาล)
หมู่ท่ี 1 ตำบลละอุ่นเหนือ จ.ระนอง
- นายพรมเนตร คุ้มตระกั่ว ภูมิปัญญาด้านการจัดทำเครื่องสาร
ประเภทเครื่องมือทำมาหากิน อาศัยอยู่ที่ หมู่ที่ 2 ตำบลละอุ่น
เหนือ จ.ระนอง
- นางจุฑาลักษณ์ ชูประสงค์ ภูมิปัญญาด้านการจัดทำเครือ่ งสาร
ประเภทเครื่องชะลอม ตะกร้า จากไม้ไผ่ อาศัยอยู่ที่ หมู่ที่ 3
ตำบลละอ่นุ เหนือ จ.ระนอง
- นายศริ ิลกั ษณ์ ศิรเิ กษ ภมู ปิ ญั ญาดา้ นการเลย้ี งผ้งึ อาศยั อยทู่ ่ี หมู่
ที่ 3 ตำบลละอ่นุ เหนือ จ.ระนอง
- นายสุคนธ์ แซ่อุ้ย ภูมิปัญญาด้านการจัดจานจากกาบหมาก
อาศยั อยทู่ ี่ หมู่ท่ี 4 ตำบลละอุ่นเหนอื จ.ระนอง

86

ตวั ชว้ี ัด คำอธิบาย

10) กรณีตวั อย่างสู่การนำ นำปัญหา วิธีการแกป้ ัญหา บทเรียน และ

ใช้ในการปรับปรุง ผลสำเร็จจากการดำเนินโครงการ เป็นกรณี

หลกั สูตรของมหาวทิ ยาลัย ตวั อย่างในการปรับปรุงหลักสูตรการเรยี นการ

สอน ให้สอดคล้องกับบริบทความเป็นจริงของ

ชุมชน

8

ผลการดำเนนิ งาน
- นายดี ตู้พิมาย ภูมิปัญญาด้านการจัดทำเครื่องสาร ประเภท
เครื่องตะกร้า กระเช้าจากไม้ไผ่ และหวาย อาศัยอยู่ที่ หมู่ที่ 5
ตำบลละอุ่นเหนอื จ.ระนอง
- นางพัชรี หดี รอด ผ้ใู หญบ่ า้ นหมู่ท่ี 5 บ้านปากแพรก ตำบลละอ่นุ
เหนือ จังหวัดระนอง ได้รับรงวัลกำนัน ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม
ประจำปี พ.ศ. 2563
- นางสกุล ชูปรสงค์ ภูมิปัญญาด้านการทำอาหารด้วยผักช้อง
อาศัยอยทู่ ่ี หมู่ท่ี 5 ตำบลละอุ่นเหนือ จ.ระนอง
- นายสำรอง มากเสม ผู้ใหญ่บ้านหมูท่ ี่ 1
- นายชพี พยฆั ยุทธื ผูใ้ หญ่บา้ นหมทู่ ี่ 2
- นายธนกร แขง็ แรง ผใู้ หญบ่ ้านหมทู่ ่ี 3
- นายนิกร สงั เจียน ผูใ้ หญบ่ า้ นหมู่ที่ 4
- นายสภุ าพ คุ้มตะก่ัว นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบละอุน่ เหนอื
- น.ส.พชราภรณ์ พึ่งแย้ม พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.สต.ละ
อุ่นเหนอื
- ไม่มีการรายงานขอ้ มูลในสว่ นน้ี

87

ตัวช้ีวดั คำอธบิ าย
11) ตำบลเปน็ พ้ืนท่ีจดั ในการเรียนการสอนรายวชิ าทเี่ กย่ี วข้องกบั
การศึกษารายวชิ าท่ี ชุมชนพนื้ ท่ี มกี ารจัดใหน้ ักศึกษาได้ลงพืน้ ทเี่ พ่อื
นกั ศึกษาไดฝ้ ึกปฏบิ ตั กิ าร ศึกษาจากสภาพปญั หาและสถานการณ์จริง
ในสถานการณจ์ รงิ เรยี นร้บู ทบาทขององค์กรหลัก เชน่ อปท.
หน่วยงานรฐั /เอกชน

12) ความรูท้ ีส่ รปุ จาก สรุปผล ถอดบทเรียน เพ่ือนำมาปรับใช้ให้  องค์คว
ประสบการณ์ของพื้นท่ี เหมาะกับการดำเนินงานของมหาวทิ ยาลยั ใน  นวัตกร
(เทคโนโลยีท่ีไดผ้ ลดี การพัฒนาท้องถิ่น เพ่ือแก้ไขความยากจน  รปู แบบ
รปู แบบและงานท่ี  อ่นื ๆ
ตอบสนองการแก้ปญั หา
ความยากจน) ทมี่ ีการ
นำมาประยุกต์หรือผนวก
ใช้ในการดำเนนิ การตาม
ภารกจิ ของมหาวิทยาลยั

8

ผลการดำเนินงาน
- มหาวิทยาลัยใช้พื้นที่ตำบลเป็นพื้นที่ในการเรียนรู้สภาพปัญหา

และสถานการณ์จริง เพื่อเรียนรู้บทบาทขององค์กรหลัก และ
บูรณาการองค์ความรู้จากกิจกรรมการพัฒนาพื้นที่ให้เกิด
ประโยชนไ์ ดจ้ ริง ประชาชนในท้องถนิ่ สามารถร่วมรับผลประโยชน์
จากโครงการไดอ้ ยา่ งแท้จริง

วามรู้ มหาวิทยลัยอาศัยกระบวนการในการดำเนินงานของโครงการ
รรม/เทคโนโลยี โดยผ่านการทำงานร่วมกับผู้รับจ้างที่เป็นเป็นคนในท้องถิ่น ใน
บบดำเนินงาน หลากหลายช่วงวัย ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลและติดต่อ
ประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น, ผู้นำชุมชน รวมไปถึง
ผู้ประกอบการกลุ่มเล็กๆ ในท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะ
ส่งผลให้หน่วยงานท้องถิ่น, ผู้นำชุมชน รวมไปถึงผู้ประกอบการ
ภายในชุมชนมีทัศนคติที่ดีต่อโครงการ ทำสามารถสร้าง
กระบวนการมีส่วนร่วมในการกำหนดรูปแบบและทิศทางใน
พัฒนาชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความเหมาะสม ทั้งกบั
ผู้คนที่อยู่อาศัยหรือะประกอบอาชีพภายในชุมชน และ
นักท่องเท่ยี วหรอื ผู้คนจากภายนอก

88

ตัวชี้วัด คำอธิบาย ประเภทห
13) เกิดหลักสูตรเพ่ิม จดั ทำ/ปรบั ปรุงหลกั สตู รเพือ่ พฒั นาทกั ษะท่ี  การจดั
สมรรถนะผูร้ บั จ้างงาน จำเป็นในการทำงานใหแ้ กผ่ รู้ ับจ้างงาน เพ่ือให้ผู้  การบร
(นกั ศึกษา บณั ฑติ และ รบั จ้างงานมที ักษะสามารถประกอบอาชีพได้  การบร
ประชาชน) เช่น การ ต่อไป  ดา้ นด
จัดการการเงิน การบรหิ าร  ด้านภ
จดั การงาน การบริหาร  อน่ื ๆ
จดั การอาชีพ ดา้ นดจิ ทิ ลั
ภาษา และสงั คม เป็นตน้

14) ข้อมลู (การสำรวจ มีข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา
การเฝา้ ระวังและปอ้ งกัน และอา้ งอิงได้
โรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา่
2019 ข้อมูลการยกระดบั
เศรษฐกิจและสงั คม)

8

หลกั สตู ร ได้แก่ ผลการดำเนินงาน
ดการการเงิน มหาวทิ ยาลัยกำหนดผูถ้ ูกจา้ งงานเขา้ รว่ มกจิ กรรมการพฒั นา
ริหารจัดการงาน ทกั ษะ 4 ด้าน ตามที่ สป.อว.กำหนด คือ
ริหารจดั การอาชีพ 1. Digital Literacy
ดิจทิ ลั 2. English Literacy
ภาษา และสงั คม 3. Financial Literacy
4. Social Literacy
- ตลอดจนการเน้นใหผ้ ู้มสี ่วนร่วมกับโครงการเข้าร่วมกิจกรรมการ
พฒั นาทกั ษะอาชีพ/พัฒนาผลิตภัณฑ์/พฒั นาเชิงพ้นื ที่ด้านต่าง ๆ
และกจิ กรรมของ U2T Community
ข้อมูลผลการสำรวจการเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรน่า 2019 ของโครงการการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมราย
ตำบลแบบบูรณาการนั้นจะกล่าวในลำดับถัดไปในข้อ 6 การ
สำรวจเพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่
(Emerging infectious diseases)

89

5. การสำรวจข้อมูลเพื่อจัดทำเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ของชุมชน (Community Big Data) โดยเป็นหนึ่งใน
ภารกิจการปฏิบัติงานของผู้ถูกจา้ งงานในโครงการฯ ที่ลงพื้นที่สำรวจและบนั ทึกข้อมูลผ่านระบบจดั เกบ็ ข้อมูลองค์ความรู้
หลากหลายแขนง สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือที่เรียกว่าระบบ TCD (Thailand Community Big Data) ซึ่งทำให้เกิด
การสะสมข้อมลู ความหลากหลายของแต่ละตำบล/ ชมุ ชน จำนวน 10 หมวดหมู่ ได้แก่

5.1 ผทู้ ่ยี ้ายกลบั บา้ น เนื่องจากสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของเชอ้ื ไวรัสโคโรนา่ 2019
5.2 แหล่งทอ่ งเทยี่ ว
5.3 ที่พัก/ โรงแรม
5.4 ร้านอาหารในทอ้ งถนิ่
5.5 อาหารท่ีน่าสนใจประจำถน่ิ
5.6 เกษตรกรในท้องถิน่
5.7 พชื ในท้องถน่ิ
5.8 สัตวใ์ นทอ้ งถ่นิ
5.9 ภมู ิปัญญาทอ้ งถ่นิ
5.10 แหล่งนำ้ ในทอ้ งถนิ่
ผลการดำเนินงานในส่วนนี้จะรายงานในส่วนที่ 4 ผลการสำรวจข้อมูลเพื่อจัดทำเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ของชุมชน
(Community Big Data) ต่อไป

90

6. การสำรวจเพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่ (Emerging infectious diseases) เป็น
อีกหนึ่งภารกิจการปฏิบัติงานของผู้ถูกจ้างงานในโครงการฯ ที่ลงพื้นที่สำรวจและบันทึกข้อมูล เพื่อจัดทำข้อมูลแนว
ทางการเฝ้าระวังการแพรร่ ะบาดของ COVID-19 รายตำบล เพื่อวิเคราะห์แนวทางการเฝ้าระวัง ประสานงานและติดตาม
ข้อมูลสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 โดยมีมกี ารสำรวจข้อมูลตลอดระยะเวลา 8 เดอื น (ต้งั แต่เดอื นพฤษภาคม –
ธนั วาคม 2565) จำนวน 66,274 ชุด โดยสามารถสรปุ ข้อมลู ได้ตามรายละเอยี ดดงั ตารางท่ี 4

ตารางที่ 4 แสดงข้อมูลผลการสำรวจเพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่ภาพรวมของ

จังหวดั สมุทรสงคราม

ชอ่ื ตำบล ข้อมูลการสำรวจการเฝ้าระวัง COVID-19 หมายเหตุ
ทพ่ี ักอาศยั ตลาด โรงเรียน ศาสนสถาน

1. ตำบลกะเปอร์ อำเภอกะเปอร์ 87.03 87.04 87.05 87.05

จังหวดั ระนอง

2. ตำบลกำพวน อำเภอสุขสำราญ 93.04 93.06 86.88 84.81

จงั หวัดระนอง

3. ตำบลเกาะพยาม อำเภอเมืองระนอง 98.40 0.00 81.40 97.66

จังหวดั ระนอง

4. ตำบลเขานเิ วศน์ อำเภอเมืองระนอง 93.91 87.30 86.92 98.96

จงั หวัดระนอง

5. ตำบลเชีย่ วเหลยี ง อำเภอกะเปอร์ 84.20 93.06 98.30 91.15

จงั หวัดระนอง

6. ตำบลทรายแดง อำเภอเมืองระนอง 99.09 0.00 83.71 100.00

จังหวัดระนอง

7. ตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น 99.57 99.01 98.72 77.78

จังหวัดระนอง

8. ตำบลบางนอน อำเภอเมืองระนอง 84.23 0.00 69.16 49.35

จังหวัดระนอง

9. ตำบลบางร้นิ อำเภอเมืองระนอง 86.21 2.78 11.65 10.94

จงั หวดั ระนอง

10. ตำบลบางหิน อำเภอกะเปอร์ 88.83 37.50 34.09 31.18

จงั หวัดระนอง

91

ชอื่ ตำบล ข้อมูลการสำรวจการเฝา้ ระวัง COVID-19 หมายเหตุ
ทพ่ี กั อาศัย ตลาด โรงเรียน ศาสนสถาน

11. ตำบลบ้านนา อำเภอกะเปอร์ 98.27 100.00 99.65 98.91

จังหวดั ระนอง

12. ตำบลมว่ งกลวง อำเภอกะเปอร์ จงั หวดั 96.67 36.46 36.65 37.50

ระนอง

13. ตำบลราชกรูด อำเภอเมืองระนอง 99.52 89.86 78.33 76.43

จงั หวดั ระนอง

14. ตำบลละอุ่นเหนือ อำเภอละอนุ่ จงั หวดั 93.93 0.00 73.77 75.00

ระนอง

15. ตำบลละอุน่ ใต้ อำเภอละอ่นุ 21.31 25.00 23.64 25.00

จงั หวัดระนอง

16. ตำบลหงาว อำเภอเมืองระนอง 94.42 100.00 98.94 95.70

จงั หวดั ระนอง

17. ตำบลหาดส้มแป้น อำเภอเมืองระนอง 85.99 86.81 86.36 86.33

จังหวัดระนอง

ภาพรวมของทุกตำบล 88.51 55.17 71.98 72.66

หมายเหตุ: ทกุ ตำบลปฏบิ ัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชอ้ื ไวรัสโคโรน่า 2019 ตามท่ีกฎหมายกำหนด

จากตารางที่ 4 พบว่า ค่าเฉลี่ยของผลการสำรวจข้อมูลเพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่
ภาพรวมของจงั หวดั ระนอง อยู่ในระดบั ปานกลาง (รอ้ ยละ 72.08) เมอื่ พิจารณาเป็นรายกลุ่มเปา้ หมาย พบว่าในประเภทท่ี
พักอาศัย มีมาตรการและแนวปฏิบัติเฝ้าระวังการแพร่ระบาดฯ อยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 88.51 รองลงมา คือ
ประเภทศาสนสถาน มีมาตรการและแนวปฏิบัติเฝ้าระวังการแพร่ระบาดฯ อยู่ในระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 72.66
ในประเภทโรงเรียน มีมาตรการและแนวปฏิบัติเฝ้าระวังการแพร่ระบาดฯ อยู่ในระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 71.98
และในระดบั น้อยทสี่ ุด คือ ประเภทโรงเรยี น ซ่งึ คิดเปน็ ร้อยละ 71.98 โดยทกุ ตำบลมีการปฏิบตั ิตามมาตรการการป้องกัน
การแพร่ระบาดของเช้ือไวรัสโคโรน่า 2019 ตามทกี่ ฎหมายกำหนด

92

สว่ นท่ี 3 ข้อมลู ผลกระทบเชงิ เศรษฐกจิ และสังคมรายจังหวัดของโครงการยกระดบั
เศรษฐกิจและสงั คมรายตำบลแบบบูรณาการ (U2T) ด้วยเคร่ืองมือ Social Return
on Investment (SROI)

การดำเนินงานศึกษาข้อมูลผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมรายจังหวัดของโครงการยกระดับเศรษฐกิจและ
สงั คมรายตำบลแบบบูรณาการ (U2T) ดว้ ยเครอ่ื งมือ Social Return on Investment (SROI) เพื่อตอบโจทยค์ วามคุ้มค่า
ของการลงทุนและก่อใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสดุ ตอ่ สังคม รวมทงั้ การนำไปสกู่ ารพฒั นาอยา่ งย่งั ยืน เพอื่ พฒั นากลไกการบริหาร
การติดตามและการประเมินผลลัพธ์ทางสังคม โดยเก็บข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินโครงการยกระดับ
เศรษฐกจิ และสงั คมรายตำบลแบบบูรณาการ (U2T) ทั้งหมด 11 กลุ่ม จำนวน 11 แบบสอบถาม ไดแ้ ก่

1. ตำบลเป้าหมาย คอื ประธานวสิ าหกจิ ชุมชน/ ผ้นู ำชมุ ชน/ เกษตรกร
2. ลูกจา้ งโครงการ คอื นักศกึ ษา บัณฑิต ประชาชน
3. ครอบครัวลกู จ้าง คอื ครอบครัวของกลมุ่ ลูกจา้ งโครงการ
4. ชุมชนภายใน คือ ชุมชน/วัด/แหลง่ การเกษตร/ร้านคา้ งทต่ี ั้งอยู่ในพ้นื ท่ีชุมชน (ท่ีมีสว่ นเกยี่ วขอ้ งกับโครงการฯ)
เช่น เจา้ ของรา้ นอุปกรณ์การเกษตรทใ่ี นตำบล
5. ชุมชนภายนอก คือ ชมุ ชน/แหล่งการเกษตร/รา้ นค้าทีต่ ้งั อยู่นอกพน้ื ที่ชุมชน (ท่มี ีสว่ นเก่ียวขอ้ งกบั โครงการฯ)
6. อาจารยผ์ ้ดู ูแลโครงการ คือ อาจารยผ์ เู้ ปน็ หวั หนา้ โครงการในแตล่ ะตำบลนน้ั ๆ
7. เจ้าหน้าท่โี ครงการ (USI) คือ เจ้าหนา้ ทป่ี ระจำโครงการ
8. ผู้แทนตำบล คือ เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ผู้ได้รับมอบหมายในการประสานงานประจำ
ตำบล
9. หน่วยงานภาครัฐ คอื หน่วยงานภาครฐั ท่ีมสี ว่ นเกย่ี วขอ้ งในโครงการ เชน่ โรงพยาบาล/พฒั นาชุมชน/รพ.สต.
10. องค์การปกครองส่วนท้องถ่ิน (อปท.) คอื ตัวแทนองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีสว่ นร่วมดำเนินงาน
กบั โครงการ เชน่ กำนนั /ผ้ใู หญบ่ า้ น นายก อบต./นายกเทศมนตรเี ทศบาลตำบล
11. เอกชนในพื้นที่ คือ บริษัท ห้างร้าน หรือกิจการในพื้นที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ร้านขายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง
หจก./บรษิ ทั ภายในตำบล

93

ในระหว่างเดือนตุลาคม – เดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา หน่วยปฏิบัติการ อว.ส่วนหน้าจังหวัดระนอง
ดำเนินการเก็บขอ้ มูลการติดตามและการประเมินผลลัพธ์ทางสงั คมจากผูม้ ีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินโครงการยกระดับ
เศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (U2T) ทุกกลุ่มข้างต้น และสามารถสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังประเด็น
ตอ่ ไปน้ี

1. ข้อมูลจุดเน้นเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ (Key Strategic Focus) ของจังหวัดระนอง ซึ่งเป็นการแสดงผลการ
วิเคราะห์ขอ้ มูลจุดเน้นเชงิ กลยุทธท์ ่ีมสี ว่ นสำคัญในการดำเนินงานของโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบ
บูรณาการ (U2T) จำนวนทั้งสนิ้ 4 กลุม่ ข้อมลู ดงั ภาพท่ี 1

ภาพที่ 1 ขอ้ มลู จดุ เน้นเชิงกลยทุ ธท์ ่ีสำคญั (Key Strategic Focus) ของจงั หวดั ระนอง

จากภาพที่ 1 พบว่า ข้อมูลจุดเน้นเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ (Key Strategic Focus) ของจังหวัดระนอง แบ่งออกเป็น
4 กลุม่ ข้อมลู ดังตอ่ ไปน้ี

1. กลุ่มเป้าหมายการดำเนินงานนั้นมีสถาบันการศึกษา จำนวน 4 แห่งที่รับผิดชอบดำเนินโครงการ
ในพื้นที่ 17 ตำบล มีการจ้างงานลูกจ้างของโครงการทั้งสิ้น 340 อัตรา โดยแบ่งเป็นประชาชน จำนวน 85 อัตรา บัณฑิต
จบใหม่ จำนวน 170 อตั รา และนักศกึ ษา จำนวน 85 อตั รา

2. กลุ่มเสริมความรู้ ทักษะและเพิ่มขีดความสามารถ (Capability) ของลูกจ้างโครงการมีการพัฒนา
ทักษะ 4 หลักสูตร ได้แก่ 1) Digital Literacy 2) English Literacy 3) Financial Literacy 4) Social Literacy

94

ซึ่งลูกจ้างของโครงการเข้าร่วมการอบรมพัฒนาทักษะทุกหลักสูตร จำนวนทั้งสิ้น 1,166 คน และผู้รับผิดชอบโครงการ
ดำเนินการพัฒนาตำบลผู้เข้าร่วมโครงการที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาตำบล จำนวน 138 กิจกรรมภายใต้กิจกรรม
4 ประเภท

3. กลุ่มสานพลังเครือข่าย ความร่วมมือสร้างเศรษฐกิจสังคม (Connectivity) นั้นอาศัยกระบวนการมี
ส่วนร่วมของประชากร กลุ่มเป้าหมายและภาคีเครือข่าย จำนวน 29 หน่วยงาน และมีคนเด่น (Champions) จำนวน
20 ราย โดยแบง่ ออกเป็นผู้นำชุมชน จำนวน 8 คน ปราชญช์ าวบา้ น จำนวน 6 คน และอ่นื ๆ จำนวน 6 คน

4. กลุ่มเสริมสร้างผลงานผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีและนวัตกรรม นั้น พบว่า เกิดนวัตกรรมเพื่อการแก้ไข
ปัญหาของพื้นที่ (เชิงระบบ เชิงกระบวนการ และเชิงเทคนิค) จำนวน 19 นวัตกรรม โดยอาศัยการใช้เทคโนโลยี ไม่ว่าจะ
เป็นองค์ความรู้ นวัตกรรม/เทคโนโลยี เคร่อื งมอื /อุปกรณ์ และ อื่น ๆ ทช่ี ่วยให้การดำเนนิ งานพัฒนาเชิงพื้นที่เกิดผลดีและ
เป็นโยชน์ จำนวน 19 เทคโนโลยี ตลอดจนพบว่ามีแหล่งเรียนรู้และหลักสูตรการเรียนรู้ของชุมชนเพื่อแก้ปัญหาความ
ยากจน จำนวน 21 แหลง่ มีผลติ ภณั ฑ/์ บริการ จำนวน 21 ผลติ ภณั ฑ์/บริการทเี่ กิดขน้ึ หลังจากการพัฒนาตำบล กอ่ ให้เกิด
การพัฒนาและส่งเสริมการสร้างธุรกิจ ประเภทพัฒนาธุรกิจเดิม ธุรกิจใหม่ (Startups) และกิจการเพื่อสังคม (Social
Enterprise) จำนวน 19 ธุรกจิ

2. การเปลี่ยนแปลงในมิติของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) ของจังหวัดระนอง ซึ่งเป็นข้อมูลแสดง
การเปลี่ยนแปลงเชิงผลลัพธ์ (Impact) ทเ่ี กดิ ข้นึ ในกล่มุ ของผู้มสี ่วนไดส้ ว่ นเสียแต่ละกลุ่มเป้าหมาย จากการเก็บข้อมูลและ
ประเมินผลกระทบในลักษณะของการเทียบระดับคะแนน 1 – 5 โดยผลคะแนน 1 ระดับ คิดเป็นสัดส่วนที่เกิดการ
เปล่ยี นแปลงในมติ ิผลลัพธ์ 20% รายละเอียดการเปลีย่ นแปลงดงั ภาพท่ี 2

95

ภาพท่ี 2 การเปลยี่ นแปลงในมติ ขิ องผู้มสี ว่ นไดส้ ่วนเสยี (Stakeholder) ของจงั หวดั ระนอง

จากภาพที่ 2 พบว่า การเปลี่ยนแปลงในมิติของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) ของจังหวัดระนอง
แบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม และสามารถอธิบายไดต้ ่อไปน้ี

1. กลุ่มตำบลเป้าหมาย เมื่อพิจารณารายมิติผลกระทบของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียพบว่ามีการเปลีย่ นแปลง
ของ Impact เรียงตามลำดบั จากมากไปน้อย ดังน้ี

- มิติสุขภาวะ (กาย-ใจ) ซึ่งมีค่าการเปลี่ยนแปลงของ Impact = 4.42 ซึ่งคิดเป็นผลลัพธ์
การเปลย่ี นแปลงทีเ่ กดิ ข้ึนจากโครงการ = 4.42 X 20% = 88.4 ที่เกดิ การเปลย่ี นแปลงในดา้ นสขุ ภาวะ (กาย-ใจ)

- มิตเิ ศรษฐกิจ ซึ่งมีค่าการเปลีย่ นแปลงของ Impact = 4.40 ซง่ึ คดิ เปน็ ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปล
งที่เกดิ ขน้ึ จากโครงการ = 4.40 X 20% = 88% ท่เี กิดการเปลี่ยนแปลงในด้านเศรษฐกจิ

- มติ ิศักยภาพ ซ่งึ มีคา่ การเปลย่ี นแปลงของ Impact = 4.39 ซ่ึงคิดเปน็ ผลลพั ธก์ ารเปลี่ยนแปลง
ที่เกิดข้นึ จากโครงการ = 4.39 X 20% = 87.8% ท่ีเกดิ การเปล่ียนแปลงในด้านศักยภาพศักยภาพ

96

- มิติสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ ซึ่งมีค่าการเปลี่ยนแปลงของ Impact = 4.32 ซึ่งคิดเป็น
ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงทีเ่ กิดขึ้นจากโครงการ = 4.32 X 20% = 86.4% ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านสิ่งแวดล้อมและ
ความเป็นอยู่

- มิติภาคีเครือข่าย ซึ่งมีค่าการเปลี่ยนแปลงของ Impact = 4.31 ซึ่งคิดเป็นผลลัพธ์
การเปล่ียนแปลงทเี่ กิดขนึ้ จากโครงการ = 4.31 X 20% = 86.2% ทีเ่ กดิ การเปลีย่ นแปลงในดา้ นภาคีเครือข่าย

2. กลุ่มลูกจ้างโครงการและครอบครัว เมื่อพิจารณารายมิติผลกระทบของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียพบว่ามี
การเปล่ยี นแปลงของ Impact เรยี งตามลำดบั จากมากไปนอ้ ย ดังนี้

- มิติภาคีเครือข่าย ซึ่งมีค่าการเปลี่ยนแปลงของ Impact = 4.38 ซึ่งคิดเป็นผลลัพธ์การ
เปลย่ี นแปลงทเี่ กิดขน้ึ จากโครงการ = 4.38 X 20% = 87.6% ที่เกดิ การเปลย่ี นแปลงในดา้ นภาคเี ครือขา่ ย

- มิติศกั ยภาพ ซง่ึ มีคา่ การเปลย่ี นแปลงของ Impact = 4.35 ซึ่งคิดเปน็ ผลลพั ธก์ ารเปลี่ยนแปลง
ทเ่ี กดิ ข้ึนจากโครงการ = 4.35 X 20% = 87% ทเี่ กิดการเปลีย่ นแปลงในด้านศกั ยภาพศักยภาพ

- มิติเศรษฐกิจ ซึ่งมีค่าการเปลี่ยนแปลงของ Impact = 4.33 ซึ่งคิดเป็นผลลัพธ์การ
เปล่ยี นแปลงที่เกิดขนึ้ จากโครงการ = 4.33 X 20% = 86.6% ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในดา้ นเศรษฐกิจ

- มิติสุขภาวะ (กาย-ใจ) ซึ่งมีค่าการเปลี่ยนแปลงของ Impact = 4.33 ซึ่งคิดเป็นผลลัพธ์การ
เปลย่ี นแปลงท่เี กิดข้ึนจากโครงการ = 4.33 X 20% = 86.6% ท่ีเกดิ การเปล่ียนแปลงในดา้ นสุขภาวะ (กาย-ใจ)

3. กลุ่มภาคเอกชน เมื่อพิจารณารายมิติผลกระทบของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของ
Impact เรยี งตามลำดับจากมากไปน้อย ดังนี้

- มิติภาคีเครือข่าย ซึ่งมีค่าการเปลี่ยนแปลงของ Impact = 4.50 ซึ่งคิดเป็นผลลัพธ์การ
เปลยี่ นแปลงท่ีเกดิ ขึน้ จากโครงการ = 4.50 X 20% = 90% ท่เี กดิ การเปลย่ี นแปลงในดา้ นภาคีเครือขา่ ย

- มิติเศรษฐกิจและมิติศักยภาพ ซึ่งมีค่าการเปลี่ยนแปลงของ Impact = 4.17 ซึ่งคิดเป็น
ผลลัพธ์การเปลีย่ นแปลงที่เกิดขึ้นจากโครงการ = 4.17X 20% = 83.4% ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านเศรษฐกิจและมิติ
ศักยภาพ

- มิติสุขภาวะ (กาย-ใจ) ซึ่งมีค่าการเปลี่ยนแปลงของ Impact = 3.92 ซึ่งคิดเป็นผลลัพธ์การ
เปล่ียนแปลงท่เี กิดข้นึ จากโครงการ = 3.92 X 20% = 78.4% ท่ีเกิดการเปลี่ยนแปลงในดา้ นสขุ ภาวะ (กาย-ใจ)

4. กลุ่มมหาวิทยาลัยและอาจารย์ เมื่อพิจารณารายมิติผลกระทบของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียพบว่ามีการ
เปลย่ี นแปลงของ Impact เรียงตามลำดับจากมากไปน้อย ดังน้ี

- มิติสุขภาวะ (กาย-ใจ) ซึ่งมีค่าการเปลี่ยนแปลงของ Impact = 4.29 ซึ่งคิดเป็นผลลัพธ์การ
เปล่ียนแปลงทีเ่ กดิ ข้นึ จากโครงการ = 4.29 X 20% = 85.8% ทเ่ี กดิ การเปล่ยี นแปลงในดา้ นสุขภาวะ (กาย-ใจ)

97

- มิติภาคีเครือข่าย ซึ่งมีค่าการเปลี่ยนแปลงของ Impact = 4.21 ซึ่งคิดเป็นผลลัพธ์การ
เปลี่ยนแปลงทเ่ี กดิ ขึ้นจากโครงการ = 4.21 X 20% = 84.2% ทเี่ กิดการเปล่ยี นแปลงในด้านภาคีเครอื ข่าย

- มติ ิศักยภาพ ซงึ่ มคี า่ การเปลี่ยนแปลงของ Impact = 4.11 ซ่งึ คดิ เปน็ ผลลัพธ์การเปลีย่ นแปลง
ท่เี กิดขน้ึ จากโครงการ = 4.11 Xผ 20% = 82.2% ท่เี กดิ การเปล่ยี นแปลงในดา้ นศักยภาพศกั ยภาพ

- มิติเศรษฐกิจ ซึ่งมีค่าการเปลี่ยนแปลงของ Impact = 3.96 ซึ่งคิดเป็นผลลัพธ์การ
เปลย่ี นแปลงท่เี กิดขึน้ จากโครงการ = 3.96 X 20% = 79.2% ทเ่ี กิดการเปลี่ยนแปลงในดา้ นเศรษฐกจิ

5. กลุ่มเจ้าหน้าที่โครงการ เมื่อพิจารณารายมิติผลกระทบของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียพบว่ามีการ
เปลี่ยนแปลงของ Impact เรยี งตามลำดับจากมากไปนอ้ ย ดงั นี้

- มิตศิ ักยภาพ ซงึ่ มคี า่ การเปลีย่ นแปลงของ Impact = 4.50 ซง่ึ คิดเป็นผลลัพธก์ ารเปลีย่ นแปลง
ทีเ่ กดิ ขนึ้ จากโครงการ = 4.50 X 20% = 90% ท่เี กดิ การเปลี่ยนแปลงในด้านศักยภาพศกั ยภาพ

- มิติสุขภาวะ (กาย-ใจ) ซึ่งมีค่าการเปลี่ยนแปลงของ Impact = 4.00 ซึ่งคิดเป็นผลลัพธ์การ
เปลย่ี นแปลงทเ่ี กดิ ขน้ึ จากโครงการ = 4.00 X 20% = 80% ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านสขุ ภาวะ (กาย-ใจ)

- มิติภาคีเครือข่าย ซึ่งมีค่าการเปลี่ยนแปลงของ Impact = 3.50 ซึ่งคิดเป็นผลลัพธ์การ
เปลย่ี นแปลงท่เี กิดขึ้นจากโครงการ = 3.50 X 20% = 70% ทเี่ กดิ การเปลยี่ นแปลงในด้านภาคีเครือขา่ ย

6. กลุ่มหน่วยงานท้องถิ่น เมื่อพิจารณารายมิติผลกระทบของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียพบว่ามีการ
เปลี่ยนแปลงของ Impact เรยี งตามลำดับจากมากไปนอ้ ย ดงั น้ี

- มิติภาคีเครือข่าย ซึ่งมีค่าการเปลี่ยนแปลงของ Impact = 4.00 ซึ่งคิดเป็นผลลัพธ์การ
เปลี่ยนแปลงทีเ่ กิดขึน้ จากโครงการ = 4.00 X 20% = 80% ท่ีเกิดการเปลี่ยนแปลงในดา้ นภาคเี ครอื ข่าย

- มิติสุขภาวะ (กาย-ใจ) ซึ่งมีค่าการเปลี่ยนแปลงของ Impact = 3.90 ซึ่งคิดเป็นผลลัพธ์การ
เปลี่ยนแปลงท่ีเกิดข้นึ จากโครงการ = 3.90 X 20% = 78% ทเ่ี กิดการเปล่ียนแปลงในดา้ นสุขภาวะ (กาย-ใจ)

- มิตศิ ักยภาพ ซง่ึ มคี ่าการเปลี่ยนแปลงของ Impact = 3.75 ซง่ึ คดิ เปน็ ผลลัพธ์การเปลย่ี นแปลง
ทเ่ี กดิ ข้ึนจากโครงการ = 3.75 X 20% = 75% ที่เกิดการเปลย่ี นแปลงในดา้ นศักยภาพศกั ยภาพ

98

3. ผลลัพธ์ของโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (U2T) ของจังหวัดระนอง
ซึ่งเป็นการแสดงผลการวเิ คราะห์ข้อมลู การประเมินผลตอบแทนทางสังคมที่เป็นผลลัพธ์เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอ้ ม
ที่เกิดข้นึ รายละเอยี ดดังภาพที่ 3

ภาพที่ 3 ผลลัพธ์ของโครงการยกระดับเศรษฐกจิ และสงั คมรายตำบลแบบบรู ณาการ (U2T) ของจงั หวัดระนอง

จากภาพที่ 3 ผลลัพธ์ของโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (U2T) ของจังหวัด
ระนอง พบว่า มูลค่าของ “ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม” ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของโครงการ U2T
ทง้ั หมดของจงั หวดั ระนอง จากการประเมินและเทียบเคียงผลลพั ธ์ต่าง ๆ เปน็ มลู ค่าทางการเงนิ มมี ลู ค่าผลลพั ธร์ วม 165.9
ล้านบาท ซึ่งค่า “ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสงั คม” ที่เกิดขึ้นจากการลงทุน การดำเนินโครงการ U2T สามารถนิยาม
ได้ว่า หากลงทุน 1 บาท จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนครั้งนี้ 9 บาท โดยสัดส่วนของผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ สังคม
และส่ิงแวดล้อมท่ีเกิดขน้ึ จากโครงการ U2T ทัง้ หมด จำแนกตามมติ ิของผลลพั ธ์ 5 ดา้ น ดังน้ี

◼ เศรษฐกจิ /การเงนิ เกิดผลลัพธ์ 48.7% คดิ เปน็ มูลค่า 80.9 ลา้ นบาท
◼ ศักยภาพ เกิดผลลพั ธ์ 15.9% คิดเปน็ มลู ค่า 26.4 ลา้ นบาท
◼ การมีส่วนรว่ ม/ภาคีเครือข่าย เกดิ ผลลัพธ์ 12.4% คิดเป็นมูลคา่ 20.6 ล้านบาท

99

◼ สขุ ภาวะ (กาย-ใจ) เกิดผลลพั ธ์ 22.8% คดิ เปน็ มลู ค่า 37.8 ลา้ นบาท
◼ สง่ิ แวดลอ้ ม เกิดผลลัพธ์ 0.1% คดิ เป็นมลู คา่ 0.2 ลา้ นบาท
สัดส่วนของลพลัพธ์ทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ที่เกิดขึ้นใน เฉพาะกลุ่มผู้ได้รับประโยชน์ ได้แก่
ตำบลเป้าหมาย ลูกจ้างโครงการและครอบครัว และภาคเอกชน โดยจำแนกตามมิติของผลลัพธ์ 5 ด้าน ซึ่งเทียบเคียง
ผลลัพธ์ (impact) ที่เกิดข้ึนเป็นมูลค่าทางการเงิน เท่ากับ 142.4 ล้านบาท
สัดส่วนของผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่เกิดขึ้นใน เฉพาะกลุ่มผู้ดำเนินโครงการ ได้แก่ มหาวิทยาลัย
และอาจารยโ์ ครงการ เจา้ หน้าทด่ี ำเนินโครงการ และหนว่ ยงานเครอื ข่ายภาครฐั โดยจำแนกตามมิตขิ องผลลพั ธ์ 5 ดา้ น ซ่ึง
เทยี บเคียงผลลพั ธ์ที่เกิดขึ้นเปน็ มลู คา่ ทางการเงิน เทา่ กบั 11.3 ล้านบาท

100

ส่วนที่ 4 ผลการสำรวจขอ้ มลู เพ่อื จดั ทำเป็นข้อมลู ขนาดใหญข่ องชุมชน
(Community Big Data)

จากภารกิจการปฏิบัติงานของผู้ถกู จ้างงานในโครงการฯ ทลี่ งพืน้ ท่ีสำรวจและบันทกึ ขอ้ มูลผา่ นระบบจดั เก็บข้อมูล
องค์ความรู้หลากหลายแขนง สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือที่เรียกว่าระบบ TCD (Thailand Community Big Data)
ซึ่งทำให้เกิดการสะสมข้อมูลความหลากหลายของแต่ละตำบล/ ชุมชน จำนวน 10 หมวดหมู่ โดยหน่วยปฏิบัติการ อว.
สว่ นหน้า จงั หวัดระนอง ดำเนนิ การวิเคราะหแ์ ละจดั ทำ Dashboard สรุปข้อมลู เปน็ รายหมวด ดังน้ี

หมวดท่ี 1 ผทู้ ย่ี ้ายกลับบา้ น เน่อื งจากสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของเชือ้ ไวรัสโคโรน่า 2019

ภาพท่ี 4 ขอ้ มูลผลการสำรวจข้อมลู หมวดท่ี 1
ผู้ท่ยี า้ ยกลับบา้ น เนื่องจากสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของเช้ือไวรัสโคโรนา่ 2019

101

จากภาพที่ 4 ข้อมูลผลการสำรวจข้อมูลหมวดที่ 1 ผู้ที่ย้ายกลับบ้าน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 พบวา่ มีการสำรวจข้อมลู ผู้ที่ย้ายกลับบ้าน เนือ่ งจากสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของเชื้อไวรัส
โคโรนา่ 2019 จำนวน 324 รายการ ซึ่งผลการสำรวจส่วนใหญเ่ ป็นเพศชาย จำนวน 145 ราย (คดิ เปน็ รอ้ ยละ 45.4) และ
เพศหญิง จำนวน 177 ราย (ร้อยละ 54.6) มีช่วงอายุเฉลี่ย 40 ปี มีอายุระหว่าง 24 – 49 ปี ซึ่งมีระดับการศึกษาอยู่ใน
ระดับมัธยมศึกษา ร้อยละ 38.3 รองลงมา คือ ระดับประถมศึกษา ร้อยละ 34.6 และระดับปริญญาตรี ร้อยละ 24.4 โดย
สาเหตทุ ี่ยา้ ยกลบั บ้านน้ัน อันดบั แรก คอื ตกงาน รอ้ ยละ 60.8 รองลงมา คอื ตอ้ งการลดคา่ ใชจ้ า่ ย รอ้ ยละ 21.6 กงั วลการ
ระบาดของโควดิ ในพน้ื ทเ่ี ดมิ ร้อยละ 16 และอ่ืน ๆ รอ้ ยละ 1.6

หมวดที่ 2 แหลง่ ทอ่ งเทีย่ วในจังหวดั ระนอง

ภาพท่ี 5 ขอ้ มลู ผลการสำรวจขอ้ มลู หมวดที่ 2 แหลง่ ทอ่ งเทีย่ วในจังหวัดระนอง

102

จากภาพที่ 5 ข้อมูลผลการสำรวจข้อมูลหมวดที่ 2 แหล่งท่องเที่ยว พบว่า แหล่งท่องเที่ยวตั้งอยู่ในตำบล
บางริ้น อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง จำนวน 37 แห่ง รองลงมา คือ ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมืองระนอง จังหวัด
ระนอง จำนวน 33 ตำบล และตำบลกะเปอร์ อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง จำนวน 27 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแหล่ง
ท่องเที่ยวที่สามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล โดยอันดับแรกเป็นประเภทเชิงประวัติศาสตร์/วัฒนธรรม ร้อยละ 44.2
รองลงมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ร้อยละ 68.1 รองลงมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์/วัฒนธรรม
ร้อยละ 21.6 โดยที่ในแหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่นั้นมีสิ่งอำนวนยความสะดวก คือ ห้องน้ำ ร้อยละ 33.3 รองลงมา คือ
มที จี่ อดรถ และมรี า้ นอาหาร รอ้ ยละ 16

หมวดท่ี 3 ท่ีพัก/โรงแรมในจังหวดั ระนอง

ภาพที่ 6 ข้อมูลผลการสำรวจข้อมลู หมวดที่ 3 ทพี่ ัก/ โรงแรมในจงั หวัดระนอง

103

จากภาพที่ 6 ข้อมูลผลการสำรวจข้อมูลหมวดที่ 3 ที่พัก/โรงแรม พบว่า ที่พัก/โรงแรมตั้งอยู่ในตำบลเกาะพยาม
อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง จำนวน 117 แห่ง รองลงมา คือ ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง
และตำบลบางริ้น อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง จำนวนตำบลละ 26 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่พักประเภทวิลล่า/
รีสอร์ท/บังกะโล ร้อยละ 68.1 รองลงมาเป็นประเภทโรงแรม ร้อยละ 12.8 และประเภทโฮมสเตย์ ร้อยละ 9.3
โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 55.8 ยังไม่ได้รับมาตรฐาน SHA (Amazing Thailand Safety & Health Administration)
ซงึ่ สิง่ อำนวยความสะดวกของท่ีพกั นนั้ มีบรกิ ารอาหารเช้า มแี ผนกตอ้ นรบั บรกิ าร 24 ชว่ั โมง ร้อยละ 73.5 มีบรกิ ารอาหาร
รอ้ ยละ 19.5 และมบี รกิ ารฟรอี นิ เตอรเ์ น็ต/Wi-Fi ร้อยละ 4 และอื่น ๆ ร้อยละ 3 ตามลำดบั

หมวดที่ 4 รา้ นอาหารในท้องถิน่ จังหวัดระนอง

ภาพท่ี 7 ข้อมูลผลการสำรวจข้อมลู หมวดที่ 4 รา้ นอาหารในทอ้ งถน่ิ จงั หวดั ระนอง

104

จากภาพที่ 7 ข้อมูลผลการสำรวจข้อมูลหมวดที่ 4 ร้านอาหารในท้องถิ่นจังหวัดระนอง พบว่า ร้านอาหารใน
ทอ้ งถน่ิ นั้นสว่ นใหญต่ ัง้ อยู่ในตำบลหงาว และตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมืองระนอง จังหวดั ระนอง จำนวนตำบลละ 78 แห่ง
รองลงมา คือ ตำบลกำพวน อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง จำนวน 37 แห่ง และตำบลอื่นๆ จำนวน 154 แห่ง ซึ่งมี
ช่วงราคาอาหารถูกกว่า 100 บาทจำนวน 282 ร้าน โดยประเภทร้านอาหารส่วนใหญ่นั้นเป็นอาหารตามสั่ง ร้อยละ 11
รองลงมา คอื ร้านกว๋ ยเตีย๋ ว รอ้ ยละ 9.3 และอาหารจานเดยี ว รอ้ ยละ 6.5 และอ่นื ๆ ร้อยละ 73.2

หมวดที่ 5 อาหารทีน่ ่าสนใจประจำถน่ิ

ภาพท่ี 8 ข้อมลู ผลการสำรวจข้อมลู หมวดท่ี 5 อาหารที่น่าสนใจประจำถน่ิ

จากภาพท่ี 8 ขอ้ มูลผลการสำรวจข้อมลู หมวดท่ี 5 อาหารที่นา่ สนใจประจำถนิ่ พบว่า อาหารทนี่ า่ สนใจประจำถ่ิน
ส่วนใหญจ่ ำหนา่ ย/ ผลติ ที่ตำบลบางหนิ อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง จำนวน 127 แหง่ รองลงมาอยทู่ ่ีตำบลหาดส้มแป้น
อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง จำนวน 102 แห่ง และอยู่ที่ตำบลเชี่ยวเหลียง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง จำนวน

105

35 แห่ง ซึ่งประเภทของอาหาร/เครื่องดื่มส่วนใหญ่เป็นอาหารคาว คิดเป็นร้อยละ 74.2 รองลงมา คือ อาหารหวาน คิด
เป็นร้อยละ 14.5 เป็นเครื่องดื่ม ร้อยละ 8 และของกินเล่น ขนม อาหารทอด และอื่น ๆ ตามลำดับ โดยส่วนผลมหลกั น้ัน
จะเปน็ วตั ถดุ ิบของท้องถ่นิ ไมว่ า่ จะเป็น แปง้ กะปิ กงุ้ หมู ผกั เหลียง ไก่ ปลากะพง และอนื่ ๆ เป็นตน้

หมวดท่ี 6 เกษตรกรในท้องถ่นิ ของจังหวดั ระนอง

ภาพที่ 9 ข้อมลู ผลการสำรวจข้อมลู หมวดท่ี 6 เกษตรกรในท้องถิน่ ของจังหวัดระนอง

จากภาพท่ี 9 ข้อมูลผลการสำรวจข้อมูลหมวดที่ 6 เกษตรกรในท้องถิ่นของจังหวัดระนอง พบว่า ทำการสำรวจ
ข้อมูลเกษตรกร จำนวน 517 ราย โดยส่วนใหญ่อยู่ในตำบลละอุ่นใต้ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง จำนวน 198 ราย
รองลงมา คือ ตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง จำนวน 83 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกบางพารา ร้อยละ 23.6
รองลงมา คอื ทุเรียน ร้อยละ 13.1 ปาลม์ ร้อยลา 12.6 และอ่ืน ๆ ร้อยละ 50.7 ตามลำดบั ซึง่ มรี ายได้เฉล่ียต่อปีสูงสดุ อยู่
ที่ 2,172,347.83 บาทต่อปี จากอาชีพทำการประมง และต่ำสุดเฉลี่ย 36,000 บาทต่อปี จากการประกอบอาชีพ

106

เกษตรผสม โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่ใช้ระบบ/เทคโนโลยีทุ่นแรง แต่บางรายที่ใช้ระบบ/เทคโนโลยีที่ใช้ในการเกษตรน้ัน
คือ เคร่อื งตัดหญา้ มอเตอร์ไฟฟา้ เครอ่ื งรดี ยาง เครื่องสบู นำ้ และอื่น ๆ

หมวดท่ี 7 พืชในท้องถน่ิ ของจังหวัดระนอง

ภาพที่ 10 ข้อมลู ผลการสำรวจข้อมลู หมวดที่ 7 พืชในท้องถนิ่ ของจังหวดั ระนอง

จากภาพที่ 10 ข้อมูลผลการสำรวจข้อมูลหมวดที่ 7 พืชในท้องถิ่นของจังหวัดระนอง พบว่า พืชในท้องถิ่นที่พบ
มาก คือ ผักเหลียง รองลงมา คือ ทุเรียน มะพร้าว มะละกอ มังคุด ปาล์ม และพืชชนิดอื่น ๆ โดยพืชต่าง ๆ พบกระจาย
อยูใ่ นพืน้ ท่ีตำบลของจังหวัด โดยลกั ษณะการใช้งานของพืชในท้องถ่นิ น้นั ส่วนใหญ่จะใช้เพ่ือเป็นอาหารของมนุษย์ ร้อยละ
50.2 รองลงมา คือ เป็นอาหารสัตว์ ร้อยละ 19.6 ประดับตกแต่ง ร้อยละ 17.5 เพ่ือจำหน่าย ร้อยละ 6.3 และอื่น ๆ
รอ้ ยละ 6.4

107

หมวดที่ 8 สัตวใ์ นท้องถ่นิ ของจังหวดั ระนอง

ภาพท่ี 11 ข้อมลู ผลการสำรวจขอ้ มลู หมวดที่ 8 สัตวใ์ นทอ้ งถน่ิ ของจังหวัดระนอง

จากภาพท่ี 11 ข้อมูลผลการสำรวจข้อมูลหมวดท่ี 8 สตั วใ์ นทอ้ งถ่ินของจังหวัดระนอง พบว่า สัตว์ในท้องถ่ินที่พบ
มาก เป็นประเภทสัตว์ปีก ร้อยละ 44.8 รองลงมาเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ร้อยละ 25.5 สัตว์น้ำ ร้อยละ 14.8 และอื่น ๆ
ร้อยละ 14.9 จากการบันทึกข้อมูล จำนวน 283 รายการ โดยลักษณะการใช้งานสัตว์ในท้องถิ่นส่วนใหญ่นั้นใช้เพ่ือ
จำหน่าย ร้อยละ 26.6 รองลงมา คือ เปน็ สตั วเ์ ล้ยี ง รอ้ ยละ 21 ใชเ้ ป็นพ่อพันธ/ุ์ แม่พันธ์ุ รอ้ ยละ 15 และอื่น ๆ รอ้ ยละ 15
ตามลำดบั ซง่ึ สตั วต์ า่ ง ๆ พบกระจายอยใู่ นพืน้ ที่ตำบลของจงั หวัด

108


Click to View FlipBook Version