แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ชอื่ หนว่ ยกจิ กรรมตาม ชื่อแผนการจดั กจิ กรรม จาํ นวน หมายเหตุ
ชวั่ โมง
ข้อบงั คับคณะลูกเสือ
แหง่ ชาติ
1. ปฐมนเิ ทศ 1. การปฐมนิเทศ (วชิ าพเิ ศษลูกเสอื วสิ ามัญ) 1
2. วชิ าโครงการ 2. การอนรุ ักษแ์ ละรว่ มแก้ไข ทรพั ยากรธรรมชาติและ 4 วิชาพเิ ศษ
สิง่ แวดล้อม
3.วชิ าบรกิ าร 3. การอนรุ กั ษแ์ ละสืบสานวัฒนธรรม 2 ทกั ษะชีวิต
4. ช่วยกนั ดูแลรักษาสาธารณสมบตั ิ ชมุ ชน ชาติ 2 ทกั ษะชวี ิต
5. บรกิ าร 2 วชิ าพิเศษ
4.วชิ าสงั คมสงเคราะห์ 6. สังคมสงเคราะห์ 2 วชิ าพิเศษ
7. เดนิ ทางไกลและอยคู่ า่ ยพกั แรม 2 วิชาพเิ ศษ
5.วชิ าเดินทางไกล
และอยคู่ า่ ยพกั แรม
6. สุขภาพ อนามยั 8. คํานยิ มทางสุขภาพทีผ่ ดิ 2 ทักษะชวี ติ
9. เพศสัมพันธ์ปลอดภยั ดว้ ยถุงยางอนามัย 2 ทกั ษะชวี ติ
7. ดําเนนิ ชวี ติ ตามหลัก 10. การใช้เงนิ อยา่ งมคี ุณค่า 1 ทกั ษะชีวติ
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ 11. การวางแผนการใช้เงินสว่ นตวั 1 ทักษะชวี ติ
พอเพยี ง 12. การหารายไดร้ ะหวา่ งเรียน 1 ทกั ษะชีวิต
13. ความเสย่ี งทเี่ ล่ียงได้ 1 ทักษะชวี ติ
8. การคดิ วเิ คราะห์ 14. การแก้ไขความขดั แยง้ ดว้ ยสนั ติ 1 ทกั ษะชวี ิต
ตดั สนิ ใจ แก้ไขปัญหา 15. การตดิ เกมและ IT มผี ลอย่างไร ต่อเยาวชน 1 ทักษะชีวิต
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 1
ช่อื หนว่ ยกจิ กรรมตาม ชือ่ แผนการจดั กจิ กรรม จาํ นวน หมายเหตุ
ขอ้ บงั คับ คณะลูกเสือ ชวั่ โมง
แหง่ ชาติ 1 ทักษะชวี ิต
1 ทักษะชีวติ
9. จดุ ดี จดุ ดอ้ ย 16. ศรทั ธา...สู่การพัฒนาตนเอง 2 ทักษะชีวิต
และการพฒั นาตนเอง 17. ลมใตป้ กี 2 ทักษะชีวิต
2 ทกั ษะชวี ิต
18. สู่การยอมรบั และชยั ชนะ (ใหโ้ อกาสการเปน็ ผู้นาํ ) 3 ทักษะชีวติ
19. รจู้ ักตนเอง 2 ทกั ษะชีวติ
2 ทักษะชวี ิต
20. ศกั ด์ิศรีของความเปน็ มนษุ ย์ 2 ทักษะชีวติ
2 ทักษะชวี ิต
10. รักและศรทั ธา 21. ประวัติการเสยี ดินแดนไทย 2 ทักษะชีวิต
สถาบนั ชาติ ศาสน์ 2
กษตั รยิ ์ 48
11. คณุ ธรรม จรยิ ธรรม 22. รักเมอื งไทยโตไปไม่โกง
23. รกั ทร่ี บั ผิดชอบและปลอดภยั
24. ประพฤติชอบดว้ ยกาย วาจา ใจ
12. สมั พนั ธภาพ 25. การพดู จาสภุ าพ
และการสอื่ สาร 26. การเลือกคคู่ รอง
13. ประเมนิ ผล 27. การประเมนิ ผล
รวม 13 หนว่ ยกจิ กรรม รวม 27 แผนการจดั กจิ กรรม
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 2
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยที่ 1 ปฐมนเิ ทศ
แผนการจดั กจิ กรรมท1่ี การปฐมนเิ ทศ (วชิ าพเิ ศษลกู เสอื วสิ ามญั ) เวลา 1 ช่วั โมง
1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ลกู เสือสามารถเลอื กเรียนวชิ าพิเศษ ตามความถนัดและความสนใจของตนเองได้
2. เนอ้ื หา
หลักสตู รเคร่อื งหมายวิชาพเิ ศษลูกเสือวิสามัญ จาํ นวน 11 วิชา
3. สอ่ื การเรยี นรู้
3.1 แผนภูมเิ พลง
3.2 ใบความรู้
4. กจิ กรรม
4.1 ผู้กาํ กับลูกเสือและลูกเสอื รอ้ งเพลง
4.2 ผู้กาํ กับลูกเสอื สนทนาซกั ถามถึงประสบการณค์ วามสนใจ และความถนัดของลกู เสอื แต่
ละ คน เพือ่ พจิ ารณาเลอื กวิชาพเิ ศษตามหลักสูตรตามข้อบงั คบั ของคณะลูกเสอื แห่งชาติ วา่
ดว้ ย การปกครอง หลักสูตร และวิชาพเิ ศษลกู เสือวสิ ามญั (ฉบับท่ี 15) พ.ศ. 2529
4.3 ผู้กาํ กับลูกเสือใหล้ กู เสอื แต่ละหมศู่ กึ ษาใบความรู้ และเลือกวิชาพเิ ศษที่สนใจ คนละ 2
วชิ า(ไม่ซ้ํากบั วิชาบงั คบั ตามหลักสตู ร)
4.4 ผู้กาํ กับลกู เสือจดั กลมุ่ ลูกเสือตามความสนใจของลกู เสอื
4.5 ผู้กาํ กบั ลูกเสือสรปุ และนดั หมายเพือ่ ชี้แจงรายละเอยี ดการจดั กจิ กรรมตาม หลกั สตู รวิชา
พเิ ศษ
5. การประเมนิ ผล
สังเกตความรว่ มมอื ในการปฏิบตั กิ จิ กรรม
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 3
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยท่ี 2 วชิ าโครงการ
แผนการจดั กจิ กรรมที่ 2 การอนุรกั ษแ์ ละร่วมแกไ้ ขทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละงแวดลอ้ ม เวลา 4 ช่ัวโมง
1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.1 ลูกเสอื สามารถบอกความหมาย ประเภท และประโยชนข์ องโครงการได้
1.2 ลูกเสอื สามารถเลอื ก เขยี น และนาํ เสนอโครงการอนรุ ักษร์ ัพยากรธรรมชาตแิ ละ
ส่ิงแวดลอ้ มได้ อยา่ งเหมาะสม
2. เนอ้ื หา
2.1 ความหมายของโครงการ
2.2 การวางแผนโครงการมีความจาํ เปน็ ต่อแผนปฏิบัตงิ าน
2.3 ลกั ษณะของโครงการที่ดี
2.4 รูปแบบ(Form) หรอื โครงสร้าง (Structure) ของการเขียนโครงการ
2.5 สง่ิ สาํ คัญท่ีควรคํานึงถงึ ในการเขยี นโครงการ
2.6 ขนั้ ตอนการเสนอโครงการ
3. สอื่ การเรยี นรู้
3.1 แผนภูมเิ พลง/เกมส
3.2 ใบความรู้ วิชาโครงการ (ศกึ ษาเพิ่มเตมิ จากใบความรวู้ ชิ าการเขียนโครงการ
ลูกเสอื วสิ ามญั ชน้ั มัธยมศกึ ษา ปที ่ี 4 และ ปวช. 1 แผนการจัดกิจกรรมท่ี 21)
3.3 แผนภมู /ิ แผนโปรงํ ใส/ PowerPoint
3.4 เรอ่ื งส้ันทเ่ี ปน็ ประโยชน์
4. กจิ กรรม
4.1 กจิ กรรมครง้ั ที่ 1
1) พิธีเปิดประชุมกอง (ชักธงขนึ้ สวดมนต์สงบนง่ิ ตรวจ แยก)
2) เพลง หรือเกม
3) กจิ กรรมตามจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
(1) ผู้กาํ กับลกู เสือและลูกเสอื ร่วมกันสนทนาวิธีการทาํ งานกลุ่มใหป้ ระสบ
ความสาํ เรจ็ (2) ผู้กํากับลกู เสือบรรยายประกอบแผนภมู ิ หรอื แผน่ โปรง่ ใสหรือ
PowerPoint เกย่ี วกับ ความหมายของโครงการ ความสาํ คัญของโครงการต่อ
แผนปฏบิ ัตงิ าน ลกั ษณะของโครงการทด่ี ี และ โครงสร้างของการเขยี นโครงการ
(จากใบความรวู้ ชิ าโครงการ)
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 4
(3) ผู้กํากบั ลกู เสอื มอบหมายใหล้ ูกเสอื แต่ละหมู่ ออกสาํ รวจสถานท่ี
ภายในสถานศกึ ษาเพอ่ื จดั ทําแผนเสนอโครงการอนรุ ักษ์ และร่วมแกไ้ ข
ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มของสถานศึกษา ตามแบบฟอรม์ ทแ่ี จกให้
(เวลา 20 นาที)
(4) ผู้กาํ กบั ลกู เสอื มอบหมายใหล้ กู เสือแตล่ ะหมู่ อภิปรายกลุ่ม ผล
ของการสาํ รวจสถานท่ี เพือ่ เขียนโครงการตามแบบฟอร์ม
(5) ผู้กาํ กับลกู เสอื บรรยายเร่ืองเสนอโครงการ แลว้ มอบหมายใหแ้ ตล่ ะ
หมไู่ ปดาํ เนนิ งานตาม โครงการภายในระยะเวลา 10 สปั ดาห์ โดยใชเ้ วลาว่างนอก
เวลาเรียน แลว้ บันทึกผลการปฏบิ ตั งิ าน โดยมผี ู้กาํ กบั ไปนเิ ทศการดําเนนิ งาน
เปน็ ระยะ
(6) ผู้กํากบั ลูกเสอื นดั หมายเวลาในการนาํ เสนอผลงาน
4) ผู้กํากบั ลูกเสอื เลา่ เรอ่ื งสั้นทีเ่ ปน็ ประโยชน“์ มดงานกับนกพริ าบ”
5) พธิ ีปิดประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจเคร่อื งแบบ ชกั ธงลง เลกิ )
4.2 กจิ กรรมครงั้ ที่ 2 หลังจากลูกเสือดาํ เนินงานตามโครงการแล้วไมน่ ้อยกวา่ 4
สปั ดาห์ 1) พิธีเปดิ ประชมุ กอง (ชกั ธงขึ้น สวดมนต์สงบนง่ิ ตรวจ แยก)
2) เพลงหรอื เกม
3) กิจกรรมตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
(1) ผู้กาํ กับลกู เสือมอบหมายใหล้ กู เสอื แตล่ ะหมนู่ าํ เสนอผลการดาํ เนนิ งานตาม
โครงการ ด้วยวธิ ใี ดวิธีหนง่ึ ดังต่อไปนี้ โดยระหวา่ งการนําเสนอมอบหมายแตล่ ะหมู่
ประเมนิ ผลงานดว้ ย
(2) ผู้กาํ กับลกู เสอื นาํ เสนอโครงการเรียบร๎อยแลว้ นาํ ไปจดั นทิ รรศการด้วยแผนภมู ิ
(3) ผู้กํากบั ลกู เสอื สรปุ ประเมนิ ผลใหข้ อ้ เสนอแนะและช่ืนชมผลงาน
(4) ผกู้ าํ กบั ลูกเสอื มอบหมายใหล้ ูกเสือแต่ละหมสู่ รปุ รายงานผลการดาํ เนนิ โครงการ
4) ผู้กํากบั ลูกเสอื เลา่ เรอ่ื งสั้นท่เี ปน็ ประโยชน์
5) พิธีปดิ ประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชักธงลง เลกิ )
5. การประเมนิ ผล
5.1 สงั เกตความรว่ มมือในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
5.2 สงั เกตกระบวนการคิดจากการสรปุ รายงานผลการดาํ เนินโครงการ
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 5
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามัญ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยที่ 2 วิชาโครงการ
แผนการจดั กจิ กรรมที่ 3 การอนรุ กั ษแ์ ละสบื สานวฒั นธรรมไทย เวลา 2 ชว่ั โมง
1.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.1 ลูกเสอื สามารถอธิบายความหมายและวิธกี ารอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมไทยได้
1.2 ลูกเสือสามารถสร้างเครอื ขาํ ย เพื่อสบื สานวัฒนธรรมไทยได้
2.เน้อื หา
2.1 ความหมายการอนุรกั ษ์และสืบสานวัฒนธรรมไทย
2.2 วิธีการอนรุ ักษ์สืบสานวฒั นธรรมไทย
2.3 การสรา้ งเครอื ขาํ ย/แนวรว่ มอนุรกั ษ์สบื สานวฒั นธรรมไทย
3.สอื่ การเรยี นรู้
3.1 แผนภมู ิเพลง
3.2 ใบความรู้
3.3 เรอ่ื งส้ันทีเ่ ป็นประโยชน์
4.กจิ กรรม
4.1 พิธเี ปดิ ประชมุ กอง (ชกั ธงข้นึ สวดมนตส์ งบนง่ิ ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรอื เกม
4.3 กจิ กรรมตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ผู้กาํ กบั ลกู เสือบรรยาย ทาํ การอภิปรายถงึ ปัจจบุ ันที่คนวัยหํนมุ สาว มี
ความจาํ เปน็ ท่ีได้เรียนรู้ สอดแทรกวัฒนธรรมประเพณไี ทย ใหม้ ีคํานยิ มรกั และหวง
แหนวัฒนธรรมของชาติ โดยใหร้ วู้ า่ - วัฒนธรรม คือ อะไร
- วฒั นธรรม มกี ่ปี ระเภท
- วัฒนธรรม มีองค๑ประกอบทสี่ าํ คญั อยา่ งไร
- วฒั นธรรม มีการเปลี่ยนแปลงได้- การแสดงคณุ คาํ ทางสนุ ทรภี าพ และ
อารมณส์ ะเทือนใจที่มี ต่อวัฒนธรรมไทย
(โดยใชใ้ บความรู้ “วัฒนธรรมไทย”ประกอบประเดน็ การบรรยายและ
อภปิ ราย) 2) ใหล้ กู เสอื แตล่ ะหมหู่ รือกลุ่มกําหนดการแสดงวัฒนธรรมประเพณขี องภาค
ใดภาคหนึง่ หมู่ หรอื กล่มุ ละ 1 ภาค
- ภาคเหนือ
- ภาคกลาง
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 6
- ภาคใต้
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- ภาคตะวันออก
แล้วจดั การแสดงใชเ้ วลาหมลู่ ะ 3-5 นาที
3) ใหแ้ ต่ละหมหู่ รือกลมุ่ อภปิ รายหาข้อสรปุ ทางดา้ นสถาปัตยกรรมไทยของ
โบสถ์ หรือวิหารมี ลักษณะสาํ คญั อยา่ งไร แตล่ ะตาํ แหนง่ มชี ือ่ วา่ อะไร อยทู่ ีไ่ หนของโบสถ์
หรือวหิ าร เช่น ช่อฟ้า ใบระกา คนั ทวยหรือหูชา้ ง ซุ้มประตู หนา้ บัน ซมุ้ หนา้ ตา่ ง ฯลฯ
โดยศกึ ษานอกสถานทแ่ี ละนาํ มาเสนอหมหู่ รือกลุ่มละ 3 นาที
4) ผู้กาํ กบั ลูกเสอื และลกู เสือรว่ มกันสรุปพฤตกิ รรมหรอื ลักษณะนสิ ัย
อนรุ ักษ์สบื สานวฒั นธรรม ไทย
4.4 ผู้กาํ กบั เลา่ เรอื่ งสน้ั ทเ่ี ปน็ ประโยชน์
4.5 พธิ ปี ิดประชุมกอง (นัดหมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลิก)
5. การประเมนิ ผล
5.1 สงั เกตความร่วมมือในการปฏบิ ัติกจิ กรรม
5.2 สงั เกตกระบวนการคดิ จากการอภปิ ราย
6.องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ ทไ่ี ดจ้ ากกจิ กรรม
คือ ความคิดวิเคราะห์ ความคิดสรา้ งสรรค์ เหน็ คณุ คา่ ภาคภูมใิ จหวงแหนและ
ร่วมสืบสาน วัฒนธรรมไทย
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 7
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยที่ 2 วิชาโครงการ
แผนการจดั กจิ กรรมท่ี 4 ช่วยดแู ลรกั ษาสาธารณสมบตั ิ ชมุ ชน ชาติ เวลา 2 ชวั่ โมง
1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ลูกเสอื สามารถดาํ เนนิ การโครงการดูแลรักษาสาธารณสมบตั ิ ชมุ ชน และชาติได้
2. เนอ้ื หา
โครงการบรกิ าร ดแู ล รักษา สาธารณสมบตั ิ ชุมชน ชาติ
3. สอื่ การเรยี นรู้
3.1 เกม
3.2 ใบความรู้
1) แบบสาํ รวจสาธารณสถานทใ่ี กล้บา้ น ท่วี ดั ทโี่ รงเรยี น (สถานศกึ ษา)
2) แบบรายงานผลกการปฏบิ ตั งิ านตามโครงการ
3.3 เรอ่ื งส้ันท่เี ป็นประโยชน์
4. กจิ กรรม
4.1 พธิ ีเปดิ ประชมุ กอง (ชกั ธงขนึ้ สวดมนตส์ งบนง่ิ ตรวจ แยก)
4.2 เกม หรือเพลง
4.3 กจิ กรรมตามจุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) ผู้กาํ กบั ลกู เสอื และลูกเสอื ร่วมกนั อภิปรายรปู แบบโครงการ
2) ผู้กํากบั ลกู เสือมอบหมายใหห้ มู่ลูกเสอื ดาํ เนินการสํารวจสาธารณสมบัตใิ น
ชุมชนใกล้ สถานศึกษา
3) ลกู เสอื แต่ละหมจู่ ดั ทาํ โครงการดูแลรกั ษาสาธารณสมบตั ใิ นชุมชน หมลู่ ะ 1
โครงการ
4) ลกู เสือแต่ละหมนู่ าํ เสนอโครงการโดยผาํ นความเหน็ ชอบของผู้นาํ ชุมชน
5) หมลู่ ูกเสือปฏบิ ัติกิจกรรมตามโครงการ
6) ลูกเสอื สรปุ รายงานผลการดาํ เนินโครงการ และนาํ เสนอผลการปฏบิ ตั งิ าน
ต่อกองลกู เสอื 4.4 ผู้กาํ กบั เลา่ เรอ่ื งสน้ั ทเ่ี ปน็ ประโยชน์
4.5 พธิ ีปิดประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจเครื่องแบบ ชักธงลง เลกิ )
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 8
5. การประเมนิ ผล
5.1 สงั เกตความร่วมมือในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม
5.2 สงั เกตกระบวนการคิดจากการดาํ เนินงานตามโครงการ
6. องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ สาํ คญั ทเ่ี กดิ จากกจิ กรรม
คอื ความคดิ วิเคราะห์ความคดิ สรา้ งสรรค์ตระหนกั ถงึ ความสําคญั ของการดูและ
รักษาสาธารณ สมบัติของชมุ ชน และของชาติ ตามคตพิ จนข์ องลูกเสือวสิ ามญั “บริการ”
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 9
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยที่ 3 วิชาบริการ
แผนการจดั กจิ กรรมท่ี 5 บรกิ าร เวลา 2 ชว่ั โมง
1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.1 ลูกเสอื สามารถอธิบายและปฏบิ ตั ิหนา้ ที่พเี่ ลี้ยงเตรียมลกู เสือวสิ ามญั ได้
1.2 ลูกเสือสามารถอธิบายและปฏิบตั ิหนา้ ทคี่ ณะกรรมการประจํากองได้
1.3 ลกู เสอื สามารถอธบิ ายและปฏบิ ตั ิหนา้ ทก่ี ารบริการได้
2. เนอ้ื หา
2.1 หนา้ ทพี่ ี่เล้ยี งเตรยี มลูกเสอื วสิ ามญั
2.2 หนา้ ท่คี ณะกรรมการประจาํ กอง
2.3 การบาํ เพญ็ ประโยชน์ต่อกองลูกเสือของตน
2.4 การบาํ เพญ็ ประโยชน์ต่อกองลกู เสอื อน่ื
2.5 การบําเพญ็ ประโยชน์ต่อชุมชน
3. สอื่ การเรยี นรู้
3.1 แผนภูมเิ พลง
3.2 ใบความรู้
3.3 คูหาลูกเสอื วสิ ามญั (Rover Den) สําหรับการประชุมคณะกรรมการประจํา
กองลูกเสอื วิสามญั
3.4 เร่อื งสน้ั ที่เป็นประโยชน์
4. กจิ กรรม
4.1 พิธเี ปิดประชุมกอง (ชักธงข้ึน สวดมนตส์ งบนง่ิ ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรอื เกม
4.3 กจิ กรรมตามจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) การนาํ เข้าสู่บทเรยี น บ.ี -พ.ี (B.-P.) กลาํ วว่า “การลกู เสอื วสิ ามญั
ประกอบดว้ ยคณะบุคคลท่ีมี ความเป็นพีน่ อ๎ งกนั ในการใชช้ วี ติ กลางแจง๎ และใน
การใหบ้ รกิ ารแกผ่ ู้อน่ื ” ต่อจากท่ีได้เปน็ ลกู เสอื สํารอง ลกู เสอื สามญั และลูกเสือ
สามญั รุน่ ใหญ่ เพอ่ื มชี อ่ งทางในการประกอบอาชีพที่เปน็ ประโยชน์แกต่ นเองและ
บรกิ ารชมุ ชน
2) ผู้กํากบั ลูกเสืออธิบายถงึ บทบาทของพีเ่ ล้ียงลูกเสือวสิ ามัญ (Sponsor) โดย
ปฏบิ ตั ิตนเป็น ตวั อยา่ งท่ีดี ชว่ ยเหลอื แนะนาํ เตรยี มลูกเสอื วิสามญั ในเรอ่ื งธรรม
เนยี มประเพณขี องลกู เสอื วิสามัญ และการพฒั นาตนเองในขบวนการทางลกู เสือ
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 10
3) ผู้กาํ กบั ลกู เสืออธิบายบทบาทหนา้ ที่ วธิ ปี ฏบิ ตั ิในการประชมุ คณะกรรมการ
ประจํากองลูกเสือ วสิ ามัญ
4) จดั การประชุมตามระเบียบวาระการประชุมที่คณะกรรมการประจาํ
5) คณะกรรมการประจาํ กอง สรุป เรอ่ื งพิจารณาเสนอตอ่ ผู้กาํ กบั ลกู เสือ
4.4 ผู้กาํ กบั ลูกเสือเลา่ เรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์เร่อื ง ลาปลอมเป็นราชสีห์
4.5 พิธีปดิ ประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจเคร่ืองแบบ ชกั ธงลง เลกิ )
5. การประเมนิ ผล
5.1 สงั เกตความรว่ มมือในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
5.2 สงั เกตกระบวนการคดิ จากการอภิปราย
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 11
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 2 ชว่ั โมง
หนว่ ยท่ี 4 วชิ าสงั คมสงเคราะห์
แผนการจดั กจิ กรรมที่ 6 สงั คมสงเคราะห์
1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.1 ลกู เสอื สามารถอธิบายปญั หาสงั คมได้
1.2 ลูกเสือสามารถบอกแนวทางการปฏิบตั ติ ามคตพิ จน์ของลูกเสอื วสิ ามญั ได้
1.3 ลูกเสอื สามารถอธิบายบทบาทและทาํ หนา้ ทชี่ ่วยเหลอื ผู้ประสบภยั ตา่ ง ๆ ได้
2. เนอื้ หา
2.1 สาเหตุท่ที าํ ใหเ้ กดิ ปญั หาทางสงั คม
2.2 ความรเู้ บื้องตน้ เกี่ยวกบั การประชาสงเคราะห์และการสังคมสงเคราะห์
2.3 จิตวิทยาเบอ้ื งต้นของผู้รบั การสงเคราะห์ประเภทตา่ ง ๆ
2.4 แนวทางปฏิบตั ิต่อผู้รบั การสงเคราะห์ประเภทตา่ ง ๆ
2.5 การออกหน่วยชว่ ยเหลอื ผู้ประสบภัยและการรบั บรจิ าคส่งิ ของเหลือใช้
3. สอ่ื การเรยี นรู้
3.1 แผนภูมเิ พลง
3.2 ใบความรู้
3.3 แผนภาพ วดี ีทัศน์ผู้ประสบภยั
3.4 สง่ิ ของเคร่อื งใช้ ถงุ ยงั ชพี
3.5 เรื่องส้ันที่เปน็ ประโยชน์
4. กจิ กรรม
4.1 พธิ เี ปิดประชมุ กอง (ชกั ธงขน้ึ สวดมนตส์ งบนงิ่ ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรือเกม
4.3 กจิ กรรมตามจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ผู้กํากบั ลกู เสือนาํ ปญั หาทเ่ี กิดข้ึนรายวันในหน้าหนงั สอื พมิ พ์ สนทนากับ
ลูกเสอื วสิ ามญั
2) ผู้กาํ กบั ลูกเสอื ใหล้ กู เสือแบง่ กลมุ่ เพอื่ หาสาเหตุเบ้อื งตน้ ของปัญหาท่ี
เกดิ ขน้ึ นาํ เสนอต่อกลุม่ ลกู เสอื พร้อมหาวิธีแกไ้ ขปัญหาเบอื้ งต้น
3) แบง่ กลุ่มลูกเสือจดั ทาํ แผนโครงการออกหน่วยชว่ ยเหลือผู้ประสบภยั และ
รับบรจิ าคสงิ่ ของ
4) ผู้กาํ กับลูกเสือและลูกเสอื ทําความตกลงใหป้ ฏิบตั ิกจิ กรรมตามโครงการ
อย่างน้อย 3 ครง้ั เม่ือ ดาํ เนนิ การเสร็จส้ินแล้วใหป้ ระเมนิ ผลโครงการและสรุปรายงาน
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 12
ส่งตามกําหนดเวลา
5) ผู้กาํ กบั ลกู เสอื และลูกเสือรว่ มกันสรปุ บทเรยี น
4.4 ผู้กาํ กบั ลกู เสือเลา่ เรือ่ งสนั้ ที่เป็นประโยชน์
4.5 พธิ ปี ดิ ประชุมกอง (นัดหมาย ตรวจเครื่องแบบ ชักธงลง เลกิ )
5. ประเมนิ ผล
5.1 สงั เกตความร่วมมือในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
5.2 สงั เกตกระบวนการคิดจากการดําเนินงานตามโครงการ
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 13
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยที่ 4 วชิ าสงั คมสงเคราะห์
แผนการจัดกจิ กรรมที่ 6 สงั คมสงเคราะห์ เวลา 2 ชว่ั โมง
1. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1.1 ลูกเสือสามารถอธบิ ายปัญหาสงั คมได้
1.2 ลกู เสือสามารถบอกแนวทางการปฏบิ ัติตามคติพจน์ของลูกเสอื วิสามญั ได้
1.3 ลกู เสอื สามารถอธบิ ายบทบาทและทําหนา้ ทชี่ ่วยเหลอื ผู้ประสบภัยตา่ ง ๆ ได้
2. เน้อื หา
2.1 สาเหตุทที่ าํ ให้เกิดปัญหาทางสงั คม
2.2 ความรู้เบ้ืองต้นเก่ยี วกับการประชาสงเคราะห์และการสังคมสงเคราะห์
2.3 จติ วทิ ยาเบ้ืองตน้ ของผู้รับการสงเคราะห์ประเภทต่าง ๆ
2.4 แนวทางปฏิบัติตอ่ ผู้รับการสงเคราะห์ประเภทตา่ ง ๆ
2.5 การออกหนว่ ยช่วยเหลอื ผู้ประสบภัยและการรบั บรจิ าคส่ิงของเหลอื ใช้
3. ส่ือการเรยี นรู้
3.1 แผนภูมิเพลง
3.2 ใบความรู้
3.3 แผนภาพ วีดีทัศน์ผู้ประสบภยั
3.4 สง่ิ ของเครอ่ื งใช้ ถงุ ยังชพี
3.5 เรื่องสัน้ ท่ีเป็นประโยชน์
4. กจิ กรรม
4.1 พธิ ีเปดิ ประชุมกอง (ชักธงขน้ึ สวดมนต์สงบนง่ิ ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรือเกม
4.3 กจิ กรรมตามจดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) ผู้กํากับลูกเสือนําปัญหาทเี่ กดิ ขนึ้ รายวนั ในหน้าหนงั สือพิมพ์สนทนากบั ลกู เสือ
วิสามัญ
2) ผู้กํากบั ลูกเสือให้ลูกเสือแบ่งกลุ่ม เพื่อหาสาเหตเุ บ้ืองตน้ ของปัญหาทีเ่ กิดขึ้น
นาํ เสนอตอ่ กลุม่ ลกู เสือพร้อมหาวธิ ีแก้ไขปัญหาเบอื้ งตน้
3) แบง่ กลุ่มลูกเสือจดั ทาํ แผนโครงการออกหนว่ ยชว่ ยเหลือผู้ประสบภยั และรบั
บรจิ าคส่ิงของ
4) ผู้กํากับลูกเสือและลูกเสือทําความตกลงให้ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามโครงการอยา่ งน้อย
3 ครงั้ เม่อื ดาํ เนนิ การเสรจ็ ส้ินแล้วให้ประเมินผลโครงการและสรุปรายงานส่งตาม
กาํ หนดเวลา
5) ผู้กํากับลูกเสือและลกู เสือร่วมกนั สรปุ บทเรยี น
4.4 ผู้กาํ กับลกู เสือเล่าเรอ่ื งสน้ั ท่เี ป็นประโยชน์
4.5 พิธปี ดิ ประชมุ กอง (นัดหมาย ตรวจเครื่องแบบ ชักธงลง เลิก)
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 14
5. ประเมนิ ผล
5.1 สังเกตความรว่ มมือในการปฏบิ ัติกิจกรรม
5.2 สงั เกตกระบวนการคิดจากการดาํ เนินงานตามโครงการ
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 15
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยท่ี 5 การเดนิ ทางไกลและอยคู่ า่ ยพกั แรม
แผนการจดั กจิ กรรมที่ 7 เดนิ ทางไกลและอย่คู า่ ยพักแรม เวลา 2 ชว่ั โมง
1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.1 ลกู เสือสามารถอธิบายถึงความสาํ คญั ของการเดนิ ทางไกลและอยู่คา่ ยพักแรมได้
1.2 ลูกเสอื สามารถวางแผนการเดินทางไกลและอยู่ค่ายพักแรมได้
2. เนอื้ หา
2.1 การเดนิ ทางไกลและอยู่ค่ายพกั ตามข้อบงั คับคณะลกู เสอื แห่งชาติ ว่าดว้ ยการปกครอง
หลกั สตู รและวชิ าพิเศษลูกสือวิสามญั (ฉบับท่ี 15) พ.ศ. 2529
2.2 การจดั เครื่องหลัง ในการเดนิ ทางไกลและอยู่ค่ายพักแรม
2.3 การจดั อุปกรณเ์ ครื่องใช้ในการเดนิ ทางไกลและอยู่คา่ ยพักแรม
2.4 การเดินทางไกลไปตา่ งประเทศ
3. สอื่ การเรยี นรู้
3.1 แผนภมู ิเพลง
3.2 ใบความรู้
3.3 เรือ่ งสน้ั ทเ่ี ป็นประโยชน์
4. กจิ กรรม
4.1 กิจกรรมที่ 1
1) พธิ ีเปดิ (ชักธงขน้ึ สวดมนต์สงบนิง่ ตรวจ แยก)
2) เพลง หรอื เกม
3) กิจกรรมตามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
(1) ผู้กาํ กบั ลูกเสอื นําเข้าสู่บทเรียนโดยนาํ สนทนา ความมงุ่ หมาย ประสบการณ์และ
ประโยชน์ของการเดนิ ทางไกลและอยู่คา่ ยพักแรม
(2) ผู้กาํ กบั ลกู เสือสาธิตการจัดเครอ่ื งหลงั อุปกรณเ์ คร่ืองใช้ประจาํ ตวั ลกู เสือ ประจาํ
หมู่ลูกเสือ และประจาํ กองลูกเสอื เพ่ือใช้ในการเดินทางไกลและอยู่ค่ายพักแรม
(3) ผู้กํากับลูกเสอื มอบหมายให้ลูกเสือศึกษาใบความรู้เร่ือง เดินทางไกลและอยู่ค่าย
พกั แรม
(4) ผู้กาํ กับลูกเสือมอบหมายให้ คณะกรรมการประจาํ กองจัดทาํ แผนการเดนิ
ทางไกลอยู่ค่ายพักแรม
4) ผู้กํากบั ลูกเสอื เลา่ เร่ืองสนั้ ท่ีเปน็ ประโยชน์เรื่อง “ความสามคั คีกํอให้เกดิ ความสําเร็จ”
5) พิธปี ิดประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจเคร่ืองแบบ ชักธงลง เลิก)
4.2 กจิ กรรมที่ 2
1) พิธเี ปิด (ชักธงข้ึน สวดมนต์สงบนง่ิ ตรวจ แยก)
2) เพลง หรือเกม
3) กจิ กรรมตามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 16
(1) ผู้กาํ กับลกู เสือมอบหมายให้ลูกเสือแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั อภิปรายและจัดทาํ โครงการ
เดินทางไกลและอยู่ค่ายพักแรม
(2) ลกู เสือแตล่ ะกลมุ่ สํงผู้แทนรายงานผลตอ่ ทป่ี ระชุมกองลูกเสือ
(3) ผู้กาํ กบั ลูกเสอื และลกู เสือรว่ มกันอภปิ รายและสรปุ ผลการเขยี นโครงการ
4) ผู้กํากบั ลูกเสอื เลา่ เร่ืองสนั้ ท่เี ป็นประโยชน์เร่อื ง นายมากับเปด็ วเิ ศษ
5) พิธีปดิ (นัดหมาย ตรวจเครอื่ งแบบ ชกั ธงลง เลกิ )
5.การประเมนิ ผล
5.1 สังเกตความรว่ มมือในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
5.2 สังเกตกระบวนการคดิ จากการอภิปรายและแผนการเดินทางไกล
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 17
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยท่ี 6 สขุ ภาพ อนามยั
แผนการจัดกจิ กรรมท่ี 8 ค่านยิ มทางสขุ ภาพทผี่ ดิ เวลา 2 ชวั่ โมง
1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1.1 ลกู เสือสามารถอธบิ ายพฤติกรรมทท่ี ําลายสขุ ภาพได้
1.2 ลกู เสอื สามารถบอกแนวทางในการรกั ษาสุขภาพได้
2. เน้ือหา
ความเขา้ ใจและความตระหนักรู้ถงึ คํานยิ มที่สํงผลเสียตอ่ สุขภาพจะชว่ ยให้ลูกเสอื ปรบั เปลี่ยน
พฤติกรรมสุขภาพไปในทางเป็นประโยชน์ตอ่ ตนเองได้
3. สื่อการเรยี นรู้
3.1 แผนภมู เิ พลง
3.2 ส่ือ เรอ่ื งที่เก่ียวกับคํานยิ มทางสุขภาพที่ให้คณุ และให้โทษ
3.3 เรอ่ื งสั้นทเ่ี ป็นประโยชน์
4. กจิ กรรม
4.1 กจิ กรรมครง้ั ที่ 1
1) พธิ เี ปดิ ประชุมกอง (ชักธงข้ึน สวดมนต์สงบน่ิง ตรวจ แยก)
2) เพลง หรอื เกม
3) กิจกรรมการสอนตามเน้ือหา
(1) ผู้กํากบั ลกู เสือชวนสนทนาเก่ียวกบั พฤติกรรมสขุ ภาพท่ีมีผลเสยี ตอ่ ลกู เสอื
(ตวั อย่างหวั ข้อสนทนา ไดแ้ ก่ การลดนํ้าหนักท่ีผิดวิธี การเสรมิ ความงามท่ีอาจเกดิ อนั ตราย
กบั สุขภาพทั้งในระยะสัน้ และระยะยาว การรบั ประทานอาหารท่ีไมเ่ ปน็ ประโยชน์การ
รับประทานอาหารไมค่ รบหมู่ การนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดการออกกําลงั กาย ฯลฯ)
(2) ผู้กาํ กับลกู เสือแบง่ ลกู เสือออกเปน็ กลุ่ม ๆ ละ 8 คน (คละเพศชาย – หญิง) แจก
กรณศี ึกษากลมุ่ ละ 1 เรอื่ ง ให้ร่วมกนั อภิปรายในประเดน็ ต่อไปน้ี และสํงตวั แทนรายงาน
ก. รู้สึกอย่างไร ตอ่ เรื่องราวในกรณศี ึกษา (เปิดกวา้ งให้ลูกเสอื แสดงความร้สู ึกได้อยา่ งอิสระ)
ข. ลูกเสอื คดิ ว่ากรณเี ชน่ นี้พบได้มากนอ้ ยเพยี งใด ในสงั คมปัจจบุ นั และคดิ ว่าอะไรเปน็ เหตุ
จงู ใจให้ผู้เสียหาย ตัดสนิ ใจมพี ฤตกิ รรมเชน่ นน้ั (เปน็ เรอ่ื งท่ีพบเห็น / ไดย้ นิ / เป็นขา่ ว อยเู่ สมอแต่ไม่เคยคิด
วา่ จะเกดิ กับตนเอง เหตจุ ูงใจมกั เกดิ จากอิทธพิ ลของสื่อโดยเฉพาะสื่อในวงการบนั เทิง การเลยี นแบบดารา
การชักจงู จากเพ่ือนและคนใกล้ชดิ ผ้เู ป็นเหย่อื มักมีพ้ืนฐานเปน็ คนขาดความมั่นใจตนเอง ชกั จูงงา่ ย ไม่พอใจ
ในรปู ลักษณต์ นเอง)
ค. ความเสยี หายท่ีเกดิ ข้นึ เป็นเร่ืองท่สี มควรจะหาทางปอ้ งกันไม่ใหเ้ กดิ ขนึ้ กับคนอนื่ ๆ
ตอ่ ไป หรอื ไม่ และควรป้องกันอย่างไร(สมควรอยา่ งย่งิ ควรสร้างความตระหนักถงึ ผลเสียท่ีอาจเกดิ ขน้ึ และ
เสริมสร้างคณุ ค่าภายในตนเองทไี่ ม่ขนึ้ กบั รูปลักษณภ์ ายนอก เช่น เป็นผ้มู คี วามรับผดิ ชอบ ช่วยเหลอื ผ้อู นื่ มี
จติ ใจเอื้อเฟ้ือเผ่ือแผ่ ขยนั อดทน ฯลฯ ซึง่ คุณค่าเหลา่ น้จี ะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตนเอง ไมถ่ ูกชักจูงง่าย)
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 18
(3) ผู้กาํ กับลูกเสือํสุมให้ตัวแทนกล่มุ นาํ เสนอ อภิปราย ละสรปุ ทีละประเด็นจนครบ
ผู้กาํ กบั ลกู เสือเพ่ิมเติมพฤติกรรมสุขภาพทด่ี ีและสมควรปฏบิ ตั ิอย่างสมาํ่ เสมอ (ดูใบความรู้
ประกอบ)
4) กาํ กับลูกเสอื เลา่ เรื่องสน้ั ท่เี ปน็ ประโยชน์
5) พิธีปดิ ประชมุ กอง (นัดหมาย ตรวจเคร่ืองแบบ ชกั ธงลง เลกิ )
4.2 กิจกรรม ครง้ั ท่ี 2
1) พธิ ีเปดิ ประชมุ กอง (ชักธงขนึ้ สวดมนต์สงบนิ่ง ตรวจ แยก)
2) เพลง
3) กจิ กรรมตามจุดประสงค์
(1) ผู้กาํ กบั ลูกเสอื ทบทวนเรอ่ื งคํานิยมผดิ ท่ีสํงผลต่อสขุ ภาพ
(2) ผู้กํากับลกู เสอื นําลูกเสือสนทนาเร่อื งความสขุ ของคนเราแตล่ ะคนแตกต่างกนั ไป
ให้ลูกเสือยกตัวอยา่ ง
(3) ผู้กํากับลูกเสอื ให้ลูกเสือแต่ละหมู่อภปิ รายถงึ “บัญญตั ิสขุ 10 ประการ” เพยี ง
หมู่ละ 1เรื่อง (พยายามไมใ่ ห้ซ้าํ กันกบั หมอู่ ื่น) แล้วสํงตวั แทนนาํ เสนอ
(4) ผู้กาํ กับลูกเสือและลกู เสือชว่ ยกันสรุป
4) ผู้กาํ กับลูกเสอื เล่าเรื่องสน้ั ท่เี ป็นประโยชน์
5) พิธีปิดประชุมกอง (นัดหมาย ตรวจเครือ่ งแบบ ชกั ธงลง เลิก)
5. การประเมนิ ผล
5.1 สังเกตความรว่ มมือในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
5.2 สังเกตกระบวนการคดิ จากการอภิปราย
6. องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ สาํ คญั ทเ่ี กดิ จากกจิ กรรม
คือ ความคดิ วิเคราะห์ความคิดสรา้ งสรรค์เห็นคณุ คําตนเองและตระหนักว่าพฤตกิ รรมสุขภาพ
ทไี่ มด่ ีมผี ลเสยี ร้ายแรงตอ่ ตนเองไดโ้ ดยไมค่ าดคิด
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 19
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยที่ 6 สขุ ภาพ อนามยั
แผนการจดั กจิ กรรมท่ี 9 เพศสมั พนั ธป์ ลอดภยั ดว้ ยถงุ ยางอนามยั เวลา 2 ชว่ั โมง
1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1.1 ลูกเสือสามารถอธิบายและสาธิตวิธีการใช้ถงุ ยางอนามยั ได้
1.2 ลูกเสือสามารถอธบิ ายประโยชน์ในการใช้ถงุ ยางอนามยั ได้
2. เนื้อหา
การมเี พศสัมพันธ์ทีป่ ลอดภัยเป็นเร่ืองสาํ คัญสําหรับคนเรา ทศั นคติท่ดี ตี อ่ ถุงยางอนามัย ความรู้
ความเข้าใจและความสามารถในการใช้ถงุ ยางอนามัยอย่างถูกวธิ ี จะช่วยให้ปลอดภัยจากการตัง้ ครรภ์
ไมพ่ ร้อมและโรคติดต่อทางเพศสมั พันธ์ได้
3. สือ่ การเรยี นรู้
3.1 แผนภูมิเพลง
3.2 หุ่นจาํ ลองอวัยวะเพศชาย (ทที่ าํ จากไม้ ยาง ปูนปั้น หรอื วสั ดทุ ดแทน) ถุงยางอนามยั
นํา้ ยาหล่อล่ืนกระดาษทชิ ชู
3.3 ชุดภาพประกอบกิจกรรมเทําจาํ นวนกลุม่ ลูกเสือ
3.4 เร่ืองส้นั ทเ่ี ปน็ ประโยชน์
4. กจิ กรรม
4.1 พธิ เี ปดิ ประชุมกอง (ชักธงขึ้น สวดมนต์สงบนิ่ง ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรอื เกม
4.3 กิจกรรมตามจุดประสงค์การเรียนรู้
1) ผู้กํากับลูกเสือเกริ่นนําเร่ืองการตั้งครรภ์ไมพ่ ร้อมและการตดิ เช้อื โรคตดิ ตอ่ ทางเพศสัมพันธ์
ตา่ งๆ แล้วชวนพูดคยุ ถึง ความรู้เรอื่ งถุงยางอนามยั
2) แบ่งกลุ่มลูกเสอื กล่มุ ละ 8 คน (คละเพศชาย-หญงิ ) เรียงบตั รคาํ การใช้ถงุ ยางอนามยั ถูกวธิ ี
3) ตัวแทนกลมุ่ นําเสนอ ผู้กาํ กบั นาํ อภิปราย เพิ่มเตมิ สรปุ และชืน่ ชม(ตามใบความรู้)
4) ผู้กํากับ ให้ข้อมูลเรื่องการใช้ถุงยางอนามยั พร้อมสาธิตการสวมและถอดถงุ ยางอนามัย
ท่ถี ูกต้องโดยใช้ํหุนจําลองอวัยวะเพศชาย
5) แบ่งกลุ่มลกู เสอื จับคกู่ นั เพื่อฝึกปฏิบัตกิ ารสวมและถอดถุงยางอนามยั กบั หุ่นจาํ ลอง
อวัยวะเพศชาย
6) ประเมนิ การฝกึ ปฏบิ ตั ิด้วยการให้ตวั แทนกลุ่มออกมาสาธติ การสวมและถอดถุงยางอนามยั
หนา้ หมู่ เพิ่มเติมความรู้ และสรุป
4.4 ผู้กํากับลกู เสือเล่าเรอ่ื งส้ันที่เป็นประโยชน์
4.5 พธิ ีปิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชักธงลง เลกิ )
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 20
5. การประเมนิ ผล
สงั เกตความรว่ มมือในการปฏิบัติกจิ กรรมและตรวจสอบความถกู ต้องในการปฏิบัติ
6. องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ สาํ คญั ที่เกดิ จากกจิ กรรม
คอื การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ตระหนกั ถงึ ความสําคญั ของการใช้ถุงยางอนามยั รวมทัง้ มี
ทักษะการใช้ถุงยางอนามยั ที่ถูกต้อง
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 21
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยที่ 7 ดาํ เนนิ ชวี ติ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
แผนการจดั กจิ กรรมท่ี 10 การใชเ้ งนิ อยา่ งมคี ุณคา่ เวลา 1 ชว่ั โมง
1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ลูกเสอื สามารถอธบิ ายความสาํ คญั และบอกแนวทางในการใช้เงนิ อยา่ งคุ้มคา่ ได้
2. เน้ือหา
การใช้เงนิ อย่างคมุ้ คา่ เปน็ คุณลักษณะอันพงึ ประสงคส์ ําหรับการดาํ เนินชีวติ ตามแนวทางเศรษฐกจิ
พอเพียงท่นี ําความสงบสุขมาสู่ชีวิตลกู เสือ
3. สอ่ื การเรยี นรู้
3.1 แผนภูมเิ พลง/เกม
3.2 อปุ กรณ์การเลนํ เกม ประกอบดว้ ย กระป๋องตักน้าํ ,โอํง, กระป๋อง หรือขวด 5 ลิตร (เทําจาํ นวน
หมู่ลูกเสือ) ทเี่ จาะรรู อบ 7 รู ตดิ สต็กเกอร๑รูละ 1 รายการ ไดแ้ ก่ คาํ รถ, คาํ อาหาร, คําโทรศพั ท๑, คาํ อุปกรณ์
การเรยี น, คาํ เคร่อื งแตง่ กาย, คาํ ซอื้ ของท่ชี อบ และคําใช้จ่ายอน่ื
3.3 เรื่องสัน้ ทีเ่ ป็นประโยชน์
4. กิจกรรม
4.1 พิธเี ปดิ ประชมุ กอง (ชักธงขน้ึ สวดมนต์สงบนิ่ง ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรอื เกม
4.3 กิจกรรมตามวัตถปุ ระสงค์การเรียนรู้
1) ผู้กํากบั ลูกเสอื นาํ เข้าสู่บทเรยี นโดยมอบชดุ อุปกรณ์ (3.2) ให้แก่หมู่ลูกเสือ ให้แต่ละหมู่
วางแผนเตมิ นํา้ ลงโอ่งรัว่ นี้ให้เต็มพร้อมหาวธิ อี ุดรูรัว่ ของโอ่งและลงมือปฏบิ ัติ
2) ผู้กาํ กับลูกเสือชวนหมู่ลกู เสือวิเคราะห์ว่าอดุ รูรว่ั ไดห้ รือไม่ เพราะอะไร เพอื่ นาํ เข้าสู่
บทเรยี นเรื่องการใช้เงนิ อยา่ งมีคุณคาํ การใช้เงินในชวี ิตประจําวันท่มี ากน้อยตา่ งกนั ยอํ มให้ผลตอ่ ชีวิต
ตา่ งกันแลว้ มอบให้ลูกเสือวางแผนอุดรูร่วั การใช้เงนิ ของตนเองแล้วเล่าให้สมาชิกในหมลู่ ูกเสอื ฟงั
พรอ้ มเลือกตวั อยา่ งของบางสมาชิกเพื่อนาํ เสนอ
3) ผู้แทนกลุ่มนําเสนอ ผู้กํากับลูกเสือนาํ อภปิ ราย เพม่ิ เติม ชืน่ ชม สรุป
4.4 ผู้กํากับลูกเสือเลา่ เรอ่ื งสัน้ ทีเ่ ปน็ ประโยชน์
4.5 พิธปี ิดประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจเครื่องแบบ ชกั ธงลง เลกิ )
5. การประเมนิ ผล
5.1 สงั เกตความรว่ มมือในการปฏิบัติกิจกรรม
5.2 สงั เกตกระบวนการคดิ จากการอภิปราย
6. องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ สาํ คัญท่ีเกดิ จากกจิ กรรม
คอื การคดิ วิเคราะห์ความคดิ สร้างสรรค์และตระหนักถึงความสําคญั ของการใช้เงนิ อยา่ งคมุ้ คา่
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 22
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยที่ 7 ดาํ เนนิ ชวี ติ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
แผนการจดั กจิ กรรมที่ 11 การวางแผนการใชจ้ า่ ยเงนิ สว่ นตวั เวลา 1 ชว่ั โมง
1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ลูกเสือสามารถอธิบายความสาํ คญั และบอกแนวทางในการใช้เงินส่วนตวั อยา่ งค้มุ คา่ ได้
2. เนือ้ หา
การวางแผนการใช้จ่ายเงินเป็นสงิ่ สาํ คญั สาํ หรบั การดําเนนิ ชวี ติ ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
ท่ีนําความสงบสุขมาสู่ชวี ติ ลกู เสือ
3. สอื่ การเรยี นรู้
3.1 แผนภูมิเพลง
3.2 เร่ืองสัน้ ที่เปน็ ประโยชน์
4. กจิ กรรม
4.1 พิธเี ปดิ ประชมุ กอง(ชักธงขนึ้ สวดมนต์สงบน่ิง ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรอื เกม
4.3 กจิ กรรมตามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) ผู้กาํ กับลูกเสือเกรน่ิ นาํ เร่ืองการวางแผนการใช้จา่ ยเงนิ และผลท่ีไดร้ ับ โดยให้ลกู เสือ
เล่าประสบการณ์1-2 คน ท่มี ปี ระสบการณ์ตรงข๎ามกัน (วางแผนและไมว่ างแผน)
2) ผู้กํากบั ลูกเสอื แบ่งหมู่ลูกเสือให้ปฏิบตั กิ ิจกรรมแบ่งปันประสบการณ์การวางแผนการใช้
จา่ ยเงินส่วนตวั และผลท่ีไดร้ ับ ในกลุ่มย่อย
3) ผู้แทนกลุ่มนําเสนอ ผู้กํากับนาํ อภปิ ราย เพม่ิ เตมิ ช่ืนชม สรุป
4) ผู้กํากับลูกเสอื มอบหมายให้ลกู เสือวางแผนการใช้จา่ ยเงินส่วนตัวและบนั ทึกการใช้จ่ายเงิน
ประจําวันทุกวนั เพอ่ื ดปู ระสิทธผิ ลของแผน ซ่งึ สามารถปรบั เปล่ยี นไดเ้ รอื่ ยๆ และสํงบันทึกทกุ 1เดอื น
เป็นประจาํ พร้อมชืน่ ชมลกู เสือทส่ี ํงงานและนาํ สง่ิ ที่เรยี นรู้ไปใช้เพือ่ เป็นตวั อย่างแกล่ ูกเสือคนอน่ื ๆ
เป็นระยะๆ
4.4 ผู้กาํ กับลกู เสือเล่าเรอื่ งส้นั ที่เป็นประโยชน์“สภุ าษิตสอนหญงิ ”
4.5 พิธปี ิดประชุมกอง (นัดหมาย ตรวจเครือ่ งแบบ ชักธงลง เลิก)
5. การประเมนิ ผล
5.1 สงั เกตความร่วมมือในการปฏิบัติกจิ กรรม
5.2 สงั เกตกระบวนการคดิ จากการอภปิ ราย
6. องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ สาํ คญั ทีเ่ กดิ จากกจิ กรรม
คือ การคิดวิเคราะห์ความคิดสร้างสรรค์และตระหนักถึงความสําคญั ของการออมเงนิ และวางแผน
การใช้จา่ ยเงินอย่างประหยัดและคุ้มค่า
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 23
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยที่ 7 ดาํ เนนิ ชวี ติ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
แผนการจดั กจิ กรรมที่ 12 การหารายไดร้ ะหวา่ งเรยี น เวลา 1 ชว่ั โมง
1. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1.1 ลูกเสอื สามารถบอกความสาํ คญั และแนวทางทเ่ี หมาะสมของการหารายไดร้ ะหวา่ งเรียนได้
1.2 ลกู เสอื สามารถทํากิจกรรมหารายไดร้ ะหวา่ งเรียนได้
2. เนือ้ หา
การหารายไดร้ ะหว่างเรยี นเป็นการฝกึ ฝนการแบ่งเวลา การใช้เวลาวา่ งใหเ้ กดิ ประโยชนส์ ร้างเสริม
ประสบการณ์การปรับตัวกับงานและผู้คน สร้างรายไดเ้ พ่ือลดภาระของครอบครัว และเปน็ การปลกู
เมล็ดพนั ธ์ุแห่งความภาคภมู ิใจในตน เห็นคณุ คําของเงินท่ีได้มาดว้ ยความอตุ สาหะ อันเป็นสว่ นหนึง่
ของการดาํ เนินชวี ติ ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงท่ีนาํ ความสุขในชวี ิตของลกู เสืออยา่ งยงั่ ยนื
3. สื่อการเรยี นรู้
3.1 แผนภูมเิ พลง
3.2 เรื่องสน้ั ทเ่ี ปน็ ประโยชน์
4. กิจกรรม
4.1 พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชักธงข้นึ สวดมนต์สงบน่งิ ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรือเกม
4.3 กิจกรรมตามจุดประสงค์การเรียนรู้
1) ผู้กาํ กบั ลูกเสอื และลูกเสือร่วมกนั อภิปรายเกีย่ วกบั ประสบการณใ์ นการทาํ งาน
หารายไดร้ ะหว่างเรียน
2) ผู้กํากบั ลูกเสอื แบ่งกลุ่มลูกเสอื ให้ระดมสมอง วธิ กี ารหารายไดร้ ะหวา่ งเรียน
กลมุ่ ละอยา่ งน้อย 5 วธิ ี
3) ผู้แทนกลุ่มรายงานผลการระดมสมองต่อท่ปี ระชุม
4) ผู้กาํ กบั ลูกเสอื และลูกเสืออภิปราย เพ่มิ เตมิ ช่ืนชม สรุป
5) ผู้กํากบั ลูกเสอื มอบหมายให้ลกู เสอื กล่มุ ละไม่เกนิ 3 คน เขยี นโครงการการหารายได้
ระหวา่ งเรยี นของกล่มุ สํง ลงมอื ปฏิบัตติ ามโครงการ และจดั ทาํ รายงานผลการปฏบิ ตั โิ ครงการ
พร้อมช่ืนชมลกู เสือเพ่อื เปน็ ตัวอยา่ งแก่ลูกเสอื คนอ่ืนๆ
4.4 ผู้กาํ กับลูกเสือเลา่ เร่ืองสัน้ ท่ีเปน็ ประโยชน์
4.5 พธิ ีปดิ เปดิ ประชุมกอง (นัดหมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลกิ )
5. การประเมนิ ผล
5.1 สงั เกตความรว่ มมอื ในการปฏบิ ัติกจิ กรรม
5.2 สังเกตกระบวนการคิดจากการอภปิ ราย
6. องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ สาํ คัญที่เกดิ จากกจิ กรรม
คอื การคิดวิเคราะห์ความคิดสร้างสรรค์และตระหนักถึงคุณคําของเงินท่ีไดจ้ ากน้ําพกั นํ้าแรงตนเอง
เห็นความสาํ คญั ของการวางแผนการใช้จา่ ยเงินให้เกิดประโยชน์สงู สุด
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 24
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 1 ชว่ั โมง
หนว่ ยที่ 8 การคิดวเิ คราะห์ ตดั สนิ ใจ แกป้ ญั หา
แผนการจดั กจิ กรรมท่ี 13 ความเสย่ี งทเ่ี ลย่ี งได้
1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ลกู เสือสามารถอธิบายสถานการณ์ท่จี ะนําไปสู่การมีเพศสมั พันธ์ทไี่ ม่คาดคดิ ได้
2. เนอื้ หา
สถานการณต์ ่างๆ ในชวี ิตประจําวัน อาจนาํ ไปสู่ความเสี่ยงต่อการมีเพศสมั พันธ์ที่ไม่คาดคิด และ
นําไปสู่ปัญหาตา่ งๆ ตามมา เช่น การตั้งครรภ์ทไี่ มพ่ ร้อม โรคตดิ ตอ่ ทางเพศสัมพนั ธ์และเอดส์ รวมทง้ั
ปญั หาสขุ ภาพจิตและผลกระทบตา่ งท่ีเกดิ ในชีวิต หากเรามีความสามารถประเมินสถาณการณ์ท่ีนําไปสู่
ความเสีย่ งตา่ งๆ จะทําให้เราปลอดภยั ได้
3. สอ่ื การเรยี นรู้
3.1 เกม
3.2 ใบงานกรณีศึกษา เรอื่ ง “ทายใจ แก้วกบั หนุ่ม” “และสถานการณ์ฝึกประเมินความเสี่ยง
3.3 ใบความรู้
1) ขั้นตอนการประเมินความเส่ียง
2) แนวทางการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง
3.4 เรอ่ื งส้นั ทเี่ ป็นประโยชน์
4.กจิ กรรม
4.1 พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชกั ธงขึ้น สวดมนต์สงบนิ่ง ตรวจ แยก)
4.2 เพลงหรอื เกม
4.3 กจิ กรรมตามจุดประสงค์การเรยี นรู้
1) ผู้กาํ กบั ลูกเสอื นาํ สนทนา เร่อื ง สถานการณท์ ่นี าํ ไปสู่การมเี พศสัมพนั ธ์ของวัยรุน่
2) จับคพู่ ูดคยุ กนั ถงึ กรณศี ึกษา “ทายใจ แก้วกบั หํนุม” ในใบงานที่ 1
3) ผู้กํากับลูกเสือและลูกเสือ รวบรวมความคดิ เหน็ สถานการณบ์ างอย่างใน
ชีวติ ประจาํ วันเปน็ สถานการณเ์ สี่ยงในเรอ่ื งเพศ
4) ผู้กาํ กับลูกเสอื บรรยาย เร่อื ง “สถานการณเ์ สยี่ งในเร่ืองเพศของวยั รุ่นและขัน้ ตอน
การประเมนิ ความเสย่ี ง” ตามใบความรู้ที่ 1 พร้อมสาธิตการวิเคราะห์และประเมนิ ความเสี่ยง
“กรณีศกึ ษาจุบ กับจอม “ ตามใบความรู้ท่ี 2
5) ผู้กาํ กบั ลูกเสอื แบ่งกลมุ่ ลูกเสือออกเปน็ 5 กลมุ่ ฝึกวิเคราะห์สถานการณ์
และประเมนิ ความเส่ียงตามสถานการณ์ทไี่ ดร้ ับมอบหมาย (ใบรายงานท่ี 2)
6) ตัวแทนกลมุ่ ลูกเสอื นําเสนอหน้าชั้น ผู้กํากับจึงนําอภปิ รายทลี ะสถานการณ์เพ่ือชี้ให้เห็น
ความเสย่ี งของสถานการณ์ต่างๆ
7) สรุปขนั้ ตอนการประเมนิ ความเสี่ยง
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 25
4.4 ผู้กํากบั เล่าเร่ืองสนั้ ท่เี ปน็ ประโยชน์
4.5 พธิ ปี ิดประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลกิ )
5. การประเมนิ ผล
5.1 สังเกตความร่วมมือในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
5.2 สงั เกตกระบวนการคิดจากการอภปิ ราย
6. องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ สาํ คัญทเ่ี กดิ จากกจิ กรรม
คอื ความคดิ วิเคราะห์ความคิดสรา้ งสรรค์ตระหนักรู้ถึงสถานการณเ์ สยี่ งทางเพศใกล้ตวั ตัดสินและ
แก้ไขปญั หา
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 26
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยท่ี 8 การคดิ วเิ คราะห์ ตดั สนิ ใจ แกไ้ ขปญั หา
แผนการจัดกจิ กรรมที่ 14 การแก้ไขความขดั แยง้ ดว้ ยสนั ติ เวลา 1 ชวั่ โมง
1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.1 ลูกเสอื สามารถอธิบายความสาํ คัญในการแกไ้ ขความขัดแยง้ ด้วยสนั ติวธิ ีได้
1.2 ลกู เสือสามารถบอกแนวทางในการการแกไ้ ขความขัดแย้งด้วยสันตวิ ิธีได้
2. เนอื้ หา
การอยู่รว่ มกนั เป็นเร่ืองปกติท่ีจะมีความเหน็ ตา่ ง มีความขัดแยง้ การแกป้ ัญหาด้วยอารมณ์ชวั่ วบู
อาจนาํ ไปสู่การทะเลาะววิ าท บาดหมางใจ สญู เสยี มากมาย สว่ นการแก้ไขความขัดแย้งดว้ ยสนั ตวิ ิธนี าํ ไปสู่
สง่ิ สรา้ งสรรค์คณุ ประโยชน์และมิตรภาพ โดยใช้แนวทางการยตุ ิความรนุ แรง
3. ส่อื การเรยี นรู้
3.1 แผนภมู ิเพลง
3.2 ใบงาน
3.3 ใบความรู้สาํ หรบั ผู้กํากบั ลูกเสือ
3.4 ภาพขําวจากหนังสือพิมพ์2 เรือ่ ง คือ “การจัดการความขัดแย้งด้วยความรุนแรง
และอย่างสรา้ งสรรค์”
3.5 เรอื่ งสนั้ ทีเ่ ปน็ ประโยชน์
4. กิจกรรม
4.1 พธิ ีเปดิ ประชมุ กอง (ชกั ธงขึน้ สวดมนต์สงบนงิ่ ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรือเกม
4.3 กจิ กรรมตามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) ผู้กํากับลูกเสอื นาํ เข้าสู่บทเรยี นเร่อื งความขัดแยง้ และการแก้ไขความขดั แยง้ ด้วยสนั ตวิ ิธี
ด้วยภาพขา่ วหนงั สอื พิมพ์2 ตวั อยา่ ง (แก้ไขด้วยอารมณช์ ั่ววูบ และ แก้ไขดว้ ยสนั ติวธิ ี)
2) ผู้กํากบั ลูกเสอื ขยายความเข้าใจเร่อื งการแกไ้ ขความขดั แย้งดว้ ยสันติวิธีด้วยหลักของศิลปะ
การปอ้ งกันตัว ไอคโิ ด๎ Aikido พรอ้ มสาธติ และยกตัวอยา่ งประกอบตามใบความรู้สําหรบั ผู้กํากับลกู เสือ
3) ผู้กาํ กับลูกเสอื มอบหมายงานให้หมู่ลูกเสือทําตามใบกจิ กรรม
4) ผู้แทนหมู่นาํ เสนอ ผู้กาํ กบั นาํ อภิปราย เพ่ิมเติม ชนื่ ชม สรุป
4.4 ผู้กํากบั ลกู เสือเล่าเรอ่ื งเป็นประโยชน์
4.5 พิธปี ดิ ประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอื่ งแบบ ชักธงลง เลิก)
5. การประเมนิ ผล
5.1 สงั เกตความร่วมมือในการปฏิบตั กิ ิจกรรม
5.2 สังเกตกระบวนการคดิ จากการอภิปราย
6. องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ ทีไ่ ดจ้ ากกจิ กรรม
คือ ความคิดวิเคราะห์ความคิดสรา้ งสรรค์ตระหนักรู้ถงึ คุณคาํ ของการแก้ไขความขัดแย้งด้วยสนั ตวิ ธิ ี
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 27
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 1 ชว่ั โมง
หนว่ ยที่ 8 การคิดวเิ คราะห์ ตัดสนิ ใจ แกไ้ ขปัญหา
แผนการจดั กจิ กรรมท่ี 15 การติดเกมและ IT มผี ลอย่างไรต่อเยาวชน
1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ลูกเสอื สามารถบอกสาเหตุ ผลท่ีเกิด และวิธีแก้ไขปัญหาจากการตดิ เกมและ IT ได้
2. เนอ้ื หา
2.1 ความหมายของเกมและ IT
2.2 ประโยชน์ของเกมและ IT
2.3 ผลเสียของการติดเกมและ IT
2.4 สาเหตุทท่ี ําให้เยาวชนติดเกมและ IT
2.5 วธิ ีการแก้ไขปัญหา การติดเกมและ IT
3. ส่ือการเรยี นรู้
3.1 เกม
3.2 ใบความรู้
3.3 กระดาษชาร๑ต หมู่ละ 1 แผนํ และปากกาเมจิกหมู่ละ 2 ดา๎ ม (2 ส)ี
3.4 เรอ่ื งส้นั ท่ีเป็นประโยชน์
4. กจิ กรรม
4.1 พิธีเปิดเปิดการประชุมกอง (ชกั ธงข้ึน สวดมนต์สงบนง่ิ ตรวจ แยก)
4.2 เพลงหรอื เกม
4.3 กิจกรรมตามจดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) ผู้กํากบั ลูกเสอื แจกกระดาษฟล๊ปิ ชาร์ตพร้อมปากกาเมจิกและมอบหมายให้ลกู เสือแต่ละ
หมู่ร่วมกนั อภปิ รายในประเด็นตอ่ ไปนี้ แล้วสํงตวั แทนออกมานําเสนอด้วยฟล๊ปิ ชาร์ต
(1) วเิ คราะห์หาสาเหตุของการตดิ เกมและ IT ของเยาวชน
(2) วเิ คราะห์ผลดี ผลเสียของการติดเกมและ IT ของเยาวชน
(3) หาวิธแี กไ้ ขปญั หาของการติดเกมและ IT ของเยาวชน
2) ตัวแทนลูกเสือแตล่ ะหมู่ออกมานําเสนอผลการระดมสมองโดยใชแ้ ผนํ ชาร๑ต
3) ผู้กาํ กบั ลกู เสือและลกู เสือร่วมกนั สรปุ ผลท่ีไดจ้ ากการอภปิ ราย และฝากข้อคดิ และการ
นําไปใช้ในชีวิตประจาํ วัน (ใบความร)ู้
4.4 ผู้กํากับเล่าเรอื่ งสน้ั ท่เี ป็นประโยชน์
4.5 พิธปี ดิ ประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเคร่ืองแบบ ชกั ธงลง เลิก)
5. การประเมนิ ผล
5.1 สังเกตความรว่ มมือในการปฏบิ ัติกิจกรรม
5.2 สงั เกตกระบวนการคิดจากการอภปิ ราย
6. องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ สาํ คญั ทเ่ี กดิ จากกจิ กรรม
คอื ความคิดวิเคราะห์ความคิดสร้างสรรค์ตระหนักถงึ ผลเสยี ของการติดเกม IT เขา้ ใจตนเอง และเขา้ ใจ
ผู้อนื่
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 28
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 1 ชวั่ โมง
หนว่ ยท่ี 9 จดุ ดี จดุ ดอ้ ยและการพฒั นาตนเอง
แผนการจัดกจิ กรรมท่ี 16 ศรทั ธา...สกู่ ารพฒั นาตนเอง
1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ลูกเสอื สามารถอธิบายถึงคณุ คําในตนเองทเ่ี กดิ จากแรงบันดาลใจจากบคุ คลตัวอย่างได้
2. เนอ้ื หา
ความศรทั ธาบุคคลตัวอย่างในใจลกู เสือจะเป็นจดุ เรม่ิ ตน้ ของการพฒั นาความเชื่อมน่ั ในตนทจ่ี ะดาํ รง
เอกลักษณ์ของตนที่ไมต่ ้องเหมอื นใคร ไมต่ ้องตามกระแส แตเ่ ลอื กขัดเกลาส่ิงท่ีเปน็ แก่นแทข๎ องตนเพ่ือการ
ดาํ รงตนอย่างมีคุณคําท้งั ตอ่ ตนเองและคนรอบข้าง ซึง่ นาํ ความภาคภมู ใิ จและความสงบสุขมาสู่ลูกเสือ
สอดคล้องกบั การดาํ รงชีวติ ตามแนวทางปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงในที่สดุ
3. สอื่ การเรยี นรู้
3.1 แผนภมู เิ พลง
3.2 ใบงาน
3.3 เรอ่ื งสน้ั ทีเ่ ป็นประโยชน์
4. กิจกรรม
4.1 พธิ เี ปิดประชมุ กอง (ชกั ธงขึน้ สวดมนต์สงบนงิ่ ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรือเกม
4.3 กิจกรรมตามจดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) ผู้กาํ กับลูกเสือนาํ เขา้ สู่บทเรยี นเรอ่ื งการสรา้ งความเชื่อม่ันในตนเอง โดยยกตัวอย่างคน
ธรรมดาที่ไมธ่ รรมดาด้วยสร้างสมทีละเล็กทลี ะน้อย เขาเหลํานัน้ ไม่ได้เกงํ ไม่ได้พิเศษกวา่ คนอนื่ ๆ
แตส่ ่ิงทเ่ี ขามีก็คอื ใช้สิ่งท่เี ขามีอยู่ ทาํ สง่ิ ที่เขามีอยู่แลว้ สะสม เพิม่ พนู สง่ิ ท่ีมีอยู่แลว้ ทีละเลก็ ทีละน้อย
จนสง่ิ นัน้ เตบิ ใหญ่ ประจักษช์ ัดสง่ิ สาํ คญั คือทุกสิ่งท่ีดูธรรมดา จะกลายเปน็ ส่งิ พเิ ศษก็ต่อเมื่อเจา๎ ตัว
ไดเ้ จียระไนสง่ิ ท่ีมีอยู่เสมอๆ ใหไ้ ด้ฉายแสงแวววาว
2) ลูกเสอื แต่ละหมู่แบง่ ปันประสบการณ์เก่ียวกับบุคคลท่ีตนศรทั ธาและนาํ ส่งิ ที่ประทบั ใจ
น้นั มาเปน็ ตัวอยา่ งและแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง แล้วเลือกประสบการณ์ของสมาชิกที่นาํ สนใจ 1
เรอ่ื ง เพือ่ นาํ เสนอในกองลูกเสือ
3) ตัวแทนหมลู่ ูกเสอื นําเสนอทีละหมู่ ผู้กาํ กบั ลกู เสือนาํ อภปิ ราย เพ่ิมเติม ช่ืนชม สรปุ
4.4 ผู้กํากบั ลูกเสือเล่าเรื่องสัน้ ท่เี ปน็ ประโยชน์
4.5 พธิ ีปิดประชุมกอง (นัดหมาย ตรวจเครือ่ งแบบ ชกั ธงลง เลิก)
5. การประเมนิ ผล
5.1 สังเกตความรว่ มมอื ในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
5.2 สงั เกตกระบวนการคดิ จากการอภปิ ราย
6. องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ สาํ คญั ทเี่ กดิ จากกจิ กรรม
คือ ความคิดวิเคราะห์ความคิดสรา้ งสรรคต์ ระหนักถงึ ความสําคญั ของการทําตนใหเ้ ปน็ แบบอยา่ งท่ี
ดีแก่ผู้อ่ืน ภูมใิ จ/เห็นคณุ คําของตนเองและผู้อ่ืน
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 29
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา 1 ชวั่ โมง
หนว่ ยท่ี 9 จดุ ดี จดุ ดอ้ ย และการพฒั นาตนเอง
แผนการจดั กจิ กรรมที่ 17 ลมใตป้ กี
1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ลกู เสือสามารถอธิบายความสาํ คัญท่ีจะต้องตอบแทนบคุ คลที่มพี ระคุณได้
2. เน้อื หา
ลมใตป้ กี หรือการเกอ้ื กลู ของบุคคลรอบข้างในชวี ติ ของลกู เสือเป็นส่วนสําคัญทที่ ําให้ลกู เสือมชี วี ติ มา
ไดจ้ นถงึ วนั นห้ี รอื ตอ่ ไปในวันหน้า การตระหนักรู้ถงึ คุณคาํ ของคนหรอื สิง่ รอบตัวทเ่ี อ้อื เฟื้อชวี ติ ของลูกเสือจะ
ทําให้ลูกเสอื ไดใ้ ช้เวลาและโอกาสที่มีตอบแทนผู้มพี ระคุณเหลําน้นั อย่างอํอนน๎อม
3. สื่อการเรยี นรู้
3.1 แผนภมู ิเพลง
3.2 ใบงานกรณีตวั อยา่ ง “ในหลวง” และ “เจ้าปุย สุนขั ฮีโร่”
3.3 เรอ่ื งสน้ั ทีเ่ ป็นประโยชน์
4. กจิ กรรม
4.1 พธิ ีเปิดประชุมกอง (ชักธงข้ึน สวดมนต์สงบนิ่ง ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรอื เกม
4.3 กจิ กรรมตามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) ผู้กํากบั ลูกเสอื นาํ เขา้ สู่บทเรียนถงึ เรอ่ื งลมใตป้ ีกเครื่องบนิ ท่มี ีส่วนช่วยพยุงเครื่องบนิ ให้บิน
ไดด้ ี เชน่ เดียวกับคนที่สนบั สนุนชวี ิตของลูกเสือ มสี ่วนกับชีวติ ของลูกเสือคนที่ลูกเสือมักนึกถงึ เป็นคน
แรกเวลามคี วามทุกข์ใจ คนท่เี อ้ือเฟอ้ื การมชี วี ิตของลูกเสือ ไมว่ า่ โดยตรงหรอื อ๎อม และให้ผู้กาํ กบั เล่า
กรณีตัวอย่างในหลวงประกอบภาพพระราชกรณยี กจิ
2) แบง่ หมู่ลกู เสอื เพื่อปฏบิ ตั ิกิจกรรมแบง่ ปันประสบการณ์ตรงของตนในกลมุ่ ยํอย และ
เลอื กประสบการณ์ของสมาชิกท่ีมีความประทับใจมากที่สดุ มา 1 เร่อื ง เพอ่ื นาํ เสนอในท่ีประชุม
3) ผู้แทนหมู่นาํ เสนอ ผู้กํากับลูกเสือนําอภิปราย เพิม่ เติม ชน่ื ชม สรปุ
4.4 ผู้กํากบั ลกู เสือเลา่ เร่อื งสัน้ ที่เป็นประโยชน์“นา้ํ พระทยั ในหลวง”
4.5 พธิ ปี ิดประชุมกอง (นัดหมาย ตรวจเครือ่ งแบบ ชักธงลง เลกิ )
5. การประเมนิ ผล
5.1 สังเกตความรว่ มมือในการปฏบิ ัติกิจกรรม
5.2 สงั เกตกระบวนการคิดจากการอภปิ ราย
6. องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ สาํ คญั ทเ่ี กดิ จากกจิ กรรม
คอื ความคดิ วิเคราะห์ความคิดสร้างสรรค์ตระหนักรู้ถงึ คุณคําของผู้มีพระคุณต่อลกู เสอื
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 30
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยท่ี 9 จดุ ดี จดุ ดอ้ ย และการพฒั นาตนเอง
แผนการจัดกจิ กรรมที่ 18 สกู่ ารยอมรบั และชยั ชนะ (ใหโ้ อกาสการเปน็ ผนู้ าํ ) เวลา 2 ชวั่ โมง
1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ลกู เสือสามารถอธิบายความสําคัญในการพฒั นาตนเอง เพ่ือให้เป็นผู้มีจิตอาสา บาํ เพญ็ ประโยชน์และ
เป็นทีย่ อมรบั ของสงั คมได้
2. เนือ้ หา
การเปน็ ผู้นาํ และไดร้ ับการยอมรบั น้ันถือเปน็ เกยี รติเปน็ ศักดิ์ศรแี ละความภาคภูมใิ จของบคุ คลและ
ครอบครวั ซึ่งเริ่มตน้ มาจากความสามารถในการนาํ ตนเอง ไมว่ ่าจะเป็นการดูแลสขุ ภาพตนเองได้ การดแู ล
บทบาทหนา้ ที่ของตนเองได้ หรอื เรยี กวา่ นําชีวิตตนเองได้ จะนําไปสู่การเอ้ือเฟ้อื เผ่ือแผํ ใสํใจ ดูแล
ช่วยเหลือสงั คมรอบ ๆ ตวั เป็นลาํ ดับถัดไป ทีเ่ รียกวา่ เป็นผใู้ ห้ ผู้มจี ิตอาสา ผู้บําเพ็ญประโยชน์
3. ส่อื การเรยี นรู้
3.1 แผนภูมเิ พลง
3.2 ใบงาน
3.3 ใบความรู้
3.4 เรอ่ื งสัน้ ทเ่ี ปน็ ประโยชน์
4. กจิ กรรม
4.1 พิธีเปิดประชมุ กอง (ชกั ธงขึ้น สวดมนต์สงบน่ิง ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรือเกม
4.3 กจิ กรรมตามจดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) ผู้กาํ กบั ลูกเสอื นาํ เข้าสู่บทเรยี นโดยนาํ สนทนาในเร่อื งการเป็นผู้นําและไดร้ บั การยอมรับนบั
ถือนัน้ ถอื เปน็ เกียรติเป็นศักด์ิศรีและความภาคภูมใิ จของตนเองและครอบครวั ซ่งึ เรม่ิ ตน้ มาจาก
ความสามารถในการนําตนเอง ไมว่ ่าจะเป็นการดแู ลสุขภาพ การดูแลบทบาทหน้าที่
หรือเรยี กว่านําชวี ติ ตนเองได้ จะนําไปสู่การเอื้อเฟอ้ื เผื่อแผ่ ใสใํ จ ดแู ล ช่วยเหลือสงั คมรอบๆ ตวั
เปน็ ลําดบั ที่เรยี กวา่ เป็นผู้ให้ ผู้มีจติ อาสา ผู้บําเพ็ญประโยชน์ตอ่ ส่วนรวม
2) ผู้กํากบั ลูกเสือเชิญชวนลูกเสือสํารวจการนําตนเองไมว่ ่าจะเป็นสุขภาพ การเรียน
การรับผดิ ชอบ บทบาทหน้าที่วา่ เป็นอยา่ งไรบ้าง ส่วนท่ยี งั พรํองอยู่ต้องทําอย่างไรจงึ จะสมบรู ณ์ข้ึน
ตามใบงาน1 ผู้กํากบั ลูกเสือํสุมถามลกู เสอื 1 – 2 คน พอเป็นตัวอยา่ ง
3) ผู้กาํ กบั ลกู เสือและลูกเสอื ร่วมกนั สนทนาถงึ การเป็นผ้ใู ห้ การเอ้อื เฟอ้ื การดูแล
การมีจติ อาสา การเสยี สละตอ่ ผู้อน่ื และส่วนรวม โดยํสมุ ถามลูกเสือ 1 – 2 คน พอเป็นตวั อย่าง
4) ผู้กํากับลกู เสอื แบ่งลกู เสอื เปน็ 5 กล่มุ ปฏบิ ตั ติ ามใบงานท่ี 2 ใช้เวลา 10 นาที
และนําเสนอ 3 นาที
5) ลูกเสือแตล่ ะหมศู่ กึ ษาใบความร้ใู ช้เวลา 5 นาที และรว่ มกนั อภปิ รายเพ่ิมเติม
สนทนาซักถาม
6) แบง่ ลูกเสือเป็น 5 กลมุ่ ปฏิบตั ิงานตามใบกจิ กรรม 3 ใช้เวลา 20 นาที และนาํ เสนอ
3 นาที
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 31
7) ผู้กาํ กับลูกเสือและลกู เสือร่วมกันสรปุ ภาวะของการเป็นผู้นาํ สู่การยอมรบั
(ให้โอกาสการเป็นผู้นํา) เรม่ิ ตน้ จากการพัฒนาตนเอง พัฒนาการเปน็ ผใู้ ห้ ความใสใํ จดแู ลผู้อนื่ และสว่ นรวม
จนกลายเปน็ จิตสํานกึ ของผู้นํา และการยอมรับในตนเองและของสงั คม
4.4 ผู้กํากบั ลกู เสือเลา่ เร่อื งสั้นท่ีเป็นประโยชน์
4.5 พธิ ปี ิดประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชักธงลง เลิก)
5. การประเมนิ ผล
5.1 สังเกตความรว่ มมือในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
5.2 สังเกตกระบวนการคดิ จากการอภิปราย
6. องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ สาํ คญั ท่เี กดิ จากกจิ กรรม
คอื ความคดิ วิเคราะห์ความคิดสร้างสรรค์ตระหนกั รู้ถึงคุณคาํ ของการพัฒนาตนเองให้เป็น
ผู้มจี ติ อาสา
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 32
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยท่ี 9 จดุ ดี จุดด้อย และการพฒั นาตนเอง
แผนการจดั กจิ กรรมท่ี 19 รจู้ กั ตนเอง เวลา 2 ชว่ั โมง
1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ลกู เสือสามารถอธิบายถึงอิทธิพลของอารมณ์และความเครียดท่ีมีผลตอ่ ตนเองและผู้อ่ืน และมี
แนวทางในการจัดการกบั อารมณ์และความเครียดได้
2. เนื้อหา
การตระหนักรู้ถงึ อารมณ์และความเครยี ดทสี่ ํงผลต่อตนเองและผู้อ่นื จะชว่ ยให้ลกู เสือรู้จักสงั เกตและ
หาทางจัดการอารมณแ์ ละความเครียดของตนได้อย่างเหมาะสม
3. สื่อการเรยี นรู้
3.1 แผนภมู เิ พลง
3.2 ภาพสื่อเร่ืองอารมณ์และความเครียดจากหนงั สอื พิมพ๑
3.3 ใบความรู้
3.4 เรอ่ื งสั้นท่เี ป็นประโยชน์
4. กจิ กรรม
4.1 กิจกรรมครงั้ ท่ี 1
1) พิธีเปิดประชุมกอง (ชักธงขึน้ สวดมนตส์ งบน่ิง ตรวจ แยก)
2) เพลง หรอื เกม
3) กจิ กรรมตามจุดประสงค์การเรยี นรู้ (การรู้จักตนเองดา้ นอารมณ์)
(1) ผู้กาํ กบั ลกู เสือนําเขา้ สู่บทเรยี นโดยเลือกส่อื ภาพเหตุการณเ์ กยี่ วกบั อารมณจ์ าก
หนังสือพมิ พ์จาํ นวน 2 ภาพ แล้วชวนสนทนาเรือ่ งอารมณ์ท่ีลูกเสอื มปี ระสบการณ์ตรง ว่ามผี ลอย่างไรบ้าง
ท้งั ทางสรา้ งสรรค๑และไมส่ ร้างสรรค์
(2) แบง่ กลุ่มลกู เสือออกเป็นกลุม่ ๆ ละ 8 คน (คละเพศชาย – หญงิ ) คิดวธิ กี ารจดั การกบั
อารมณ์ทสี่ รา้ งสรรค์ทเ่ี คยมปี ระสบการณ์ดว้ ยตนเองหรือรับรู้จากคนรอบขา้ ง ส่อื ส่งิ แวดลอ้ ม
(3) ผู้แทนกลมุ่ นําเสนอ ผู้กาํ กับลูกเสือนาํ อภิปราย เพ่มิ เติม (ใบความรู้ 1) ชน่ื ชม สรปุ
(4) ผู้กาํ กบั ลูกเสือและลกู เสือร่วมกนั สรปุ ถึงการรู้จักตนเองดา้ นอารมณ์
4) ผู้กาํ กบั ลูกเสอื เล่าเร่ืองสนั้ ท่เี ป็นประโยชน์
5) พิธปี ดิ ประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลกิ )
4.2 กจิ กรรมครงั้ ท่ี 2
1) พธิ เี ปิดประชมุ กอง (ชกั ธงข้ึน สวดมนต์สงบน่งิ ตรวจ แยก)
2) เพลงหรือเกม
3) กิจกรรมตามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (การรู้จกั ตนเองดา้ นความเครียด)
(1) ผู้กาํ กับลกู เสือนําเข้าสู่บทเรียนโดยเลือกส่ือภาพเหตุการณเ์ ก่ยี วกับความเครยี ดจาก
หนังสอื พมิ พ์จาํ นวน 2 ภาพ แลว้ ชวนสนทนาเรอ่ื งความเครียดท่ีลูกเสอื มีประสบการณ์ตรง วา่ มีผลอย่างไร
บา้ ง ทง้ั ทางสรา้ งสรรคแ์ ละไม่สร้างสรรค์
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 33
(2) แบ่งกลุ่มลูกเสือหาวิธจี ัดการกบั ความเครียดอยา่ งสร้างสรรค์
(3) ผู้แทนกลุม่ นาํ เสนอ ผู้กาํ กับลกู เสอื นําอภปิ ราย เพมิ่ เติม ชื่นชม สรปุ
(4) บรรยายการจดั การกับความเครียดและนําลกู เสือฝึกผ่อนคลายความเครียด
(ใบความรู้ 2 – 3)
(5) ผู้กํากบั ลูกเสอื สอบถามประสบการณ์ตรงหลงั ฝกึ ของลูกเสือ
4.4 ผู้กาํ กบั ลูกเสือเลา่ เร่อื งสน้ั ท่ีเป็นประโยชน์
4.5 พธิ ปี ดิ ปิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชักธงลง เลิก)
5. การประเมนิ ผล
5.1 สงั เกตความรว่ มมือในการปฏิบตั กิ ิจกรรม
5.2 สงั เกตกระบวนการคดิ จากการอภิปราย
6. องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ สาํ คัญทเ่ี กดิ จากกจิ กรรม
คอื ความคดิ วิเคราะห์ความคิดสร้างสรรค์ตระหนกั ถึงผลเสยี ของอารมณท์ างลบและความเครยี ด
ตอ่ ตนเองและผู้อื่น และมที ักษะการจัดการกับอารมณ์และความเครยี ดอยา่ งเหมาะสม
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 34
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยที่ 9 จดุ ดี จดุ ด้อย และการพฒั นาตนเอง
แผนการจักกจิ กรรมท่ี 20 ศกั ดศิ์ รขี องความเปน็ มนษุ ย์ เวลา 2 ชวั่ โมง
1.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ลกู เสอื สามารถอธบิ ายพัฒนาการ พฤติกรรมท่ีมีอิทธิพลต่อคนหํนุมสาวได้
2. เนอื้ หา
2.1 พัฒนาการวยั หนุ่มสาว
2.2 คณุ สมบตั ทิ ี่ดี ไดแ้ ก่ ความซ่ือสัตย์ กตัญญกู ลา้ หาญ เสยี สละ อดทน บริการ และรบั ผิดชอบ
2.3 คณุ สมบตั ทิ ี่ควรเว้นไมป่ ฏิบตั ิไดแ้ ก่ เสพสารเสพติด เที่ยวกลางคืน การพนนั นักเลงอันธพาล
ไมร่ ับผิดชอบ
3. สอ่ื การเรยี นรู้
3.1 แผนภูมิเพลง
3.2 ใบงาน (แบบสอบถามเก่ียวกับตนเอง)
3.3 ใบความรู้
3.4 เรอื่ งส้นั ทีเ่ ปน็ ประโยชน์
4. กิจกรรม
4.1 กจิ กรรมครงั้ ที่ 1
1) พิธเี ปิดประชมุ กอง (ชักธงข้นึ สวดมนต์สงบนงิ่ ตรวจ แยก)
2) เพลง หรอื เกม
3) กิจกรรมตามจุดประสงค์การเรียนรู้
(1) ลูกเสอื ทุกคนตอบคาํ ถาม(แบบสอบถามปลายเปดิ เกยี่ วกบั ตนเอง)ผู้กาํ กบั ํสมุ ลูกเสือ
ตามความเหมาะสมนําเสนอคําตอบของตนเอง
(2) ลูกเสือศกึ ษาใบความรู้ “พัฒนาการคนวัยหนุ่มสาว” “และอิทธิพลตา่ งๆ ที่มตี ่อคน
วัยหนุ่มสาว”
(3) ผู้กํากบั ลกู เสอื และลกู เสือวิสามัญรว่ มกันอภปิ รายถึงอิทธิพลตา่ งๆทม่ี ีตอ่ คน
วัยหนุ่มสาวและการปฏบิ ัติตนท่ีเหมาะสมกบั วัยคนหนุ่มสาว
(4) ลกู เสอื แตล่ ะหมรู่ ่วมกนั สรุปการรกั เกยี รติและศักดิ์ศรขี องคนวัยหํนุมสาวเป็น Mind
Map ประดษิ ฐ๑เป็นงานศิลปะ และนําไปจัดนิทรรศการไวท๎ ีค่ ูหาลกู เสือวสิ ามัญ (Rover Den) ในการเปิด
ประชุมกองครัง้ ตอ่ ไป
4) ผู้กาํ กับลูกเสือเลา่ เร่ืองสัน้ ที่เปน็ ประโยชน์
5) พิธีปดิ ประชมุ กอง (นัดหมาย ตรวจเคร่อื งแบบ ชักธงลง เลกิ )
4.2 กิจกรรมครงั้ ท่ี 2
1) พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชกั ธงข้นึ สวดมนต์สงบนงิ่ ตรวจ แยก)
2) เพลง
3) กจิ กรรมตามจุดประสงค์การเรยี นรู้
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 35
(1) ผู้กํากับลูกเสือสนทนาตดิ ตามความพรอ้ มในการจดั นิทรรศการ
(2) ลูกเสือจดั นทิ รรศการเป็นหมู่ๆ
(3) ผู้กํากบั ลกู เสือเรยี นรู้นิทรรศการไปตามหมู่ตา่ งๆ ทลี ะหมู่
(4) ผู้กํากบั ลกู เสอื และลูกเสือสรุป
4) ผู้กาํ กับลูกเสือเล่าเรื่องสั้นที่เป็นประโยชน์
5) พธิ ปี ิดประชมุ กอง (นัดหมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชักธง)
5. การประเมนิ ผล
5.1 สงั เกตความร่วมมือในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม
5.2 สังเกตกระบวนการคิดจากการอภิปรายและการทาํ แผนที่ความคดิ (Mind Mapping)
6. องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ สาํ คัญท่ีเกดิ จากกจิ กรรม
คอื ความคิดวิเคราะห์ความคิดสรา้ งสรรค์การเห็นคุณคาํ และความภูมิใจในตนเอง
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 36
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยที่ 10 รกั และศรทั ธา สถาบนั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
แผนการจดั กจิ กรรมที่ 21 ประวตั ศิ าสตรก์ ารเสยี ดินแดนไทย เวลา 3 ชว่ั โมง
1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1.1 ลกู เสอื สามารถบอกความสําคัญของบรรพชนผู้อุทศิ ตน สละชีวติ เพื่อชาติพอสังเขปได้
1.2 ลกู เสือสามารถเลา่ ประวัตกิ ารสญู เสยี ดินแดนท้ัง 14 คร้งั พอสงั เขปได้
2. เนื้อหา
2.1 การเชิดชเู กียรติประวัติศาสตร์ของบรรพชนผู้อุทิศตน สละชีวิต สมัยกํอนตั้งพน้ื แผํนดินไทย
2.2 ประวัตศิ าสตร์การเสยี ดินแดนของประเทศไทย 14 ครั้ง
3. สอื่ การเรยี นรู้
3.1 แผนภูมิเพลง
3.2 ใบความรู้
3.3 แผ่นภาพ หรอื แผนที่ หรอื วดี ีทัศน์ในสมัยพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
รัชกาลที่ 1 เร่อื งการสญู เสยี ดินแดนไทย 14 ครง้ั
3.4 เรือ่ งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์
4. กจิ กรรม
4.1 กจิ กรรมครง้ั ที่ 1
1) พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชักธงขึ้น สวดมนต์สงบนงิ่ ตรวจ แยก)
2) เพลง หรือเกม
3) กจิ กรรมตามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
(1) ผู้กาํ กับลกู เสือนําสนทนาประวัติศาสตร๑ชนชาตไิ ทยที่รักษาไว๎ให้ลูกหลาน ประกอบแผน
ทหี่ รอื วดี ีทัศน์สมัยรชั กาลที่ 1 “ทิศเหนือจรดทศิ ใต้ ทศิ ตะวันออกจรดทศิ ตะวนั ตก อาณาจกั รชนชาติ
ไทยล้วนแลว้ แตม่ ชี ายฝ่งั ทะเลอันงดงามลอ้ มรอบประเทศแทบทัง้ สนิ้ แตถ่ กู กดั กรอํ นแผนํ ดนิ ต้อง
สญู เสียดนิ แดนไทยให้กับตา่ งชาติ ถงึ 14 คร้ัง”
(2) ผู้กํากับลกู เสือ บรรยายเหตุการณ์การสูญเสียดินแดน ตง้ั แตค่ ร้งั ท่ี 1 ถงึ ครั้งที่ 14 โดยใช้
แผนทป่ี ระกอบวีดีทัศน์(หรอื จดั กจิ กรรมให้ลูกเสือ ไดแ้ บ่งกลุ่มกจิ กรรมเปน็ 4 กลุ่ม โดยให้ลูกเสือทาํ การ
วางแผนจดั การกิจกรรมบทบาทการแสดง หรอื การบรรยายเปน็ กล่มุ เพ่ือนาํ เสนอในการประชุมกองครง้ั
ถดั ไป โดยแบง่ กลุ่มเป็นสองกลุ่ม กลุม่ ที่1-2 นาํ เสนอสัปดาห์เดยี วกัน และสปั ดาห์ถดั เปน็ กล่มุ ที่ 3-4
- ลูกเสอื กลมุ่ ท่ี 1 การสญู เสียดินแดนครั้งที่ 1 ถึงคร้ังท่ี 4
- ลูกเสือกลุ่มที่ 2 การสูญเสียดินแดนครัง้ ท่ี 5 ถึงครง้ั ท่ี 7
- ลกู เสือกล่มุ ท่ี 3 การสญู เสยี ดินแดนครั้งท่ี 8 ถงึ คร้งั ที่ 11
- ลูกเสอื กลมุ่ ท่ี 4 การสญู เสยี ดินแดนครง้ั ท่ี 12 ถึงครง้ั ท่ี 14
(3) ผู้กาํ กบั ลกู เสอื สรุปเร่ืองท่ีลกู เสือจะนําเสนอในสัปดาห์ต่อไป
4) ผู้กํากับเล่าเร่ืองส้นั ที่เปน็ ประโยชน์
5) พธิ ีปิดประชุมกอง (นัดหมาย ตรวจเครื่องแบบ ชักธงลง เลิก)
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 37
4.2 กิจกรรมครง้ั ที่ 2
1) พธิ ีเปดิ ประชุมกอง (ชักธงขึ้น สวดมนต์สงบน่งิ ตรวจ แยก)
2) เพลง หรือเกม
3) กิจกรรมตามจุดประสงค์การเรยี นรู้
(1) ผู้กํากับลูกเสอื ทบทวนการนาํ เสนอกิจกรรม
(2) ลกู เสือกลมุ่ ที่ 1 และ 2 นําเสนอกิจกรรม
(3) ผู้แทนกลมุ่ ลูกเสือทั้งสองกลุ่ม สรปุ การสญู เสยี ดินแดนทั้ง 7 ครง้ั
(4) ผู้กาํ กบั ลูกเสอื สรปุ การนาํ เสนอเพ่มิ เติม และนัดหมายคร้ังตอ่ ไป
4) ผู้กาํ กับลูกเสือเล่าเรื่องสั้นทเ่ี ปน็ ประโยชน์
5) พิธปี ดิ ประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจเคร่ืองแบบ ชักธงลง เลิก)
4.3 กจิ กรรมครง้ั ที่ 3
1) พิธีเปดิ ประชมุ กอง (ชักธงข้ึน สวดมนต์สงบนิ่ง ตรวจ แยก)
2) เพลง หรือเกม
3) กิจกรรมตามจุดประสงค์การเรยี นรู้
(1) ผู้กาํ กับลกู เสอื ทบทวนการนาํ เสนอสัปดาห์ทผี่ ่านมา
(2) ลกู เสือกลมุ่ ที่ 3 และ 4 นาํ เสนอกิจกรรม
(3) ผู้แทนกลุ่มลูกเสือท้งั สองกล่มุ สรปุ การสูญเสยี ดนิ แดนท้ัง 7 ครง้ั
(4) ผู้กาํ กบั ลกู เสือสรุปการสูญเสียดนิ แดนทงั้ 14 คร้ัง
4) ผู้กาํ กับลูกเสือเลา่ เรื่องส้ันท่เี ป็นประโยชน์
5) พธิ ีปิดประชุมกอง (นัดหมาย ตรวจเคร่ืองแบบ ชกั ธงลง เลิก)
5. การประเมนิ ผล
5.1 สงั เกตความรว่ มมือในการปฏิบตั กิ ิจกรรม
5.2 สงั เกตจากการสรุปบทเรียนของลูกเสอื
6. องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ สาํ คัญทเ่ี กดิ จากกจิ กรรม
คอื ความคดิ วิเคราะห์ความคิดสร้างสรรค์ตระหนกั ถงึ ความสาํ คัญความภูมใิ จ รักและศรัทธาใน
สถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 38
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยที่ 11 คุณธรรม จรยิ ธรรม
แผนการจดั กจิ กรรมท่ี 22 รกั ษเ์ มอื งไทยโตไปไมโ่ กง เวลา 2 ชวั่ โมง
1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ลกู เสือสามารถอธิบายความหมายและบอกแนวทาง การปอ้ งกนั การทุจริตได้
2. เนื้อหา
2.1 คตธิ รรม “หริ ิโอตัปปะ” “ความละอายและความเกรงกลวั ตอ่ บาป”
2.2 กฎลกู เสอื ข้อที่ 1 “ลูกเสือมีเกียรติเชื่อถือได้”
2.3 กฎลูกเสอื ข้อท่ี 2 “ลกู เสือมคี วามจงรกั ภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตรย์และซ่ือตรงต่อผู้มี
พระคุณ”
2.4 การฉอ่ ราษฎร์บงั หลวงและการโกงกนิ บ้านเมือง
3. ส่ือการเรยี นรู้
3.1 แผนภมู ิเพลง
3.2 ใบความรู้
3.3 เรือ่ งสัน้ ท่เี ปน็ ประโยชน์
4.กจิ กรรม
4.1 พิธเี ปดิ ประชมุ กอง (ชกั ธงข้นึ สวดมนต์สงบนิง่ ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรือเกม
4.3 กิจกรรมตามกจิ กรรมการเรยี นรู้
1) กํากับลกู เสือและลูกเสือรว่ มกันสนทนาถึงปญั หาการทุจรติ คอร์รบั ช่ันในบ้านเมอื งของเรา
วา่ ก่อให้เกิดผลเสยี อย่างไรบ้าง
2) ผู้กํากับลูกเสอื นาํ เสนอความหมายของคตธิ รรมหริ ิโอตัปปะ (ความละอายความเกรงกลวั
ตอ่ บาป) กฎของลูกเสอื ข้อที่ 1 ลกู เสือมเี กยี รติเชอ่ื ถือได้”และกฎของลูกเสือข้อที่ 2 “ลูกเสือมีความ
จงรกั ภกั ดีต่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย๑และซื่อตรงต่อผู้มีพระคุณ” (ดูใบความรู้ประกอบ)
3) แบง่ กลุ่มลูกเสือวสิ ามัญเป็น 4 กลมุ่ รว่ มกนั วิเคราะห์แนวทางในการนําคตธิ รรม“หริ โิ อตปั
ปะและกฎลูกเสือทัง้ 2 ขอ้ ไปใช้ในการปอ้ งกันและแก้ไขปญั หาการปัญหาการทุจริตคอร๑รบั ชั่นใน
บา้ นเมอื งโดยมหี วั ข้อในการวิเคราะห์ดงั นี้
(1) ลกู เสือคิดวา่ ใครบ้างที่ควรมีสว่ นรว่ มในการป้องกนั และแก้ไขปัญหาการทจุ รติ
คอร์รบั ช่นั ในบา้ นเมอื งและลกู เสือเองควรมีสว่ นรว่ มด้วยหรอื ไม่(เปดิ โอกาสให้ลกู เสือแสดง
ความคิดเหน็ อยา่ งอสิ ระ)
(2) ลกู เสือจะนําคตธิ รรมหิริโอตปั ปะและกฎลกู เสอื ท้ัง 2 ข้อ มาประยุกต๑ใช้กบั
ตนเอง
อย่างไรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการปัญหาการทุจริตคอร๑รับชัน่ ในบา้ นเมือง
4) ตวั แทนกลุ่มลูกเสอื รายงาน ทลี ะกลมุ่
5) ผู้กํากบั ลูกเสือนาํ อภปิ ราย เพิม่ เติม และสรุป
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 39
6) ผู้กํากับลูกเสือรว่ มกบั ลกู เสือสรปุ ถงึ คติธรรมทไ่ี ด้ศกึ ษาและการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
4.4 ผู้กาํ กบั ลูกเสือเล่าเร่ืองสั้นท่ีเป็นประโยชน์
4.5 พิธีปดิ ประชุมกอง (นัดหมาย ตรวจเคร่อื งแบบ ชกั ธงลง เลิก)
5. การประเมนิ ผล
5.1 สงั เกตความร่วมมือในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
5.2 สังเกตกระบวนการคิดจากการอภปิ รายและการทําแผนทคี่ วามคิด (Mind Mapping)
6. องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ สาํ คัญทเ่ี กดิ จากกจิ กรรม
คือ ความคดิ วิเคราะห์ความคิดสร้างสรรค์ตระหนกั ถึงพิษภัยและรงั เกยี จการทจุ รติ คอรปั ชัน่
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 40
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยที่ 11 คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
แผนการจดั กจิ กรรมท่ี 23 รกั ที่รบั ผดิ ชอบและปลอดภยั เวลา 2 ชวั่ โมง
1. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ลูกเสือสามารถอธิบายความสําคัญและคํานยิ มของการมีเพศสัมพันธ์ที่รับผิดชอบและปลอดภัยได้
2. เน้ือหา
การมเี พศสัมพนั ธ์ ควรเกดิ จากความรกั ความเข้าใจ ความยินยอมพร้อมใจ และความพร้อมของท้ัง
สองฝา่ ย ซง่ึ ตอ้ งมคี วามปลอดภยั และเป็นทย่ี อมรบั ของครอบครัวและสงั คม โดยคาํ นึงถึงวัฒนธรรมประเพณี
เม่ือลูกเสือยงั ไมม่ ีความพร้อมท่จี ะมีเพศสัมพันธ์ วธิ ีปอ้ งกันกค็ ือ การปฏิเสธ หรอื ถ๎าตดั สินใจทีจ่ ะมี
เพศสมั พนั ธ์กค็ วรคํานึงถงึ ความปลอดภยั โดยการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพนั ธ์
3. สอื่ การเรยี นรู้
3.1 แผนภูมิเพลง
3.2 ใบความรู้แนวทางการสรุปเพอื่ ตอบคาํ ถามจากภาพ
3.3 ภาพชุด “วรรณ กบั วิทย๑” ในสถาณการณ์ตา่ งๆดังน้ี
(จํานวนชดุ ภาพเทาํ กบั จํานวนกลมุ่ ลกู เสือบวกกบั ผู้กํากบั 1 ชุด)
ภาพท่ี 1 วรรณกบั วทิ ย๑นงั่ โอบกอดในบรรยากาศส่วนตวั
ภาพที่ 2 วทิ ย๑ประคองวรรณเข้าห๎องนอน
ภาพที่ 3 วรรณน่ังรอ้ งไห๎ วทิ ย๑นอนหลบั อยู่ใกล้ๆ
ภาพท่ี 4 วรรณกบั วทิ ย๑นกึ ถึงเหตุการณ์ทผี่ า่ นมาด้วยความเสียใจ
3.4 เรือ่ งส้นั ท่ีเป็นประโยชน์
4. กิจกรรม
4.1 พิธีเปิดประชุมกอง (ชักธงขึน้ สวดมนต์สงบนิง่ ตรวจ แยก)
4.2 เพลง “มาตามนดั ”
4.3 กจิ กรรมตามจุดประสงค์การเรียนรู้
1) ลกู เสือดูภาพ “วรรณกับวทิ ย์” ภาพที่ 1 ถามวา่
“ทัง้ สองคนกาํ ลังคดิ หรือรู้สึกอยา่ งไร” เปิดโอกาสให้ตอบได้หลากหลาย ไมต่ ้องสรปุ
2) แบง่ ลกู เสือออกเป็นกลมุ่ ๆละ 8 คน โดยคละชายหญิงน่ังล้อมวง ให้ดูภาพทีละภาพ และ
ให้อภิปรายตามประเดน็ ของแต่ละภาพต่อไปนี้
ภาพท่ี 2 “จะเกิดเหตุการณ์อะไรข้ึนแก่คนทัง้ คู่” ผู้กาํ กบั ํสมุ ถาม อภิปรายจนไดข้ ้อสรปุ
ตามใบความรู้
ภาพท่ี 3 “หลังเหตุการณ์ วรรณและวทิ ย๑ จะรู้สึกเหมือนหรือแตกตา่ งกนั ” และจะเกดิ
ผลกระทบอะไรกับวรรณและวทิ ย๑บา้ ง เพราะอะไร” ผู้กาํ กับํสุมถาม อภิปรายจนได้
ข้อสรุปตามใบความรู้
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 41
ข้อสรปุ ตามใบความรู้
ภาพที่ 4 “ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ วรรณและวิทย์จะปอ้ งกันไมใ่ หเ้ กดิ ปญั หาน้ีไดอ้ ย่างไร”
ผู้กํากับสุ่มถาม อภิปรายจนได้ขอ้ สรุปตามใบความรู้
4.4 ผู้กํากับเลา่ เรื่องสน้ั ทีเ่ ปน็ ประโยชน์“ไมเ้ ท้ายอดทองกระบองยอดเพ็ชร”
4.5 พิธปี ดิ ประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอื่ งแบบ ชักธงลง เลกิ )
5. การประเมนิ ผล
5.1 สังเกตความร่วมมือในการปฏิบตั กิ จิ กรรม
5.2 สงั เกตกระบวนการคิดจากการอภปิ ราย
6.องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ สาํ คญั ทีเ่ กดิ จากกจิ กรรม
คอื ความคดิ วิเคาะห์ ความคดิ สร้างสรรค์ตระหนกั ถึงความสําคัญของการมีเพศสัมพนั ธ์ที่รบั ผดิ ชอบ
และปลอดภยั
คําแนะนาํ สําหรบั ผู้กาํ กบั ลกู เสอื
แผนการจัดกจิ กรรมนี้ ให้ลูกเสอื เรียนรู้โดยภาพชดุ “วรรณกับวทิ ย์” ซงึ่ มีจาํ นวน 4 ภาพ ควรเปิด
ภาพใหด้ ทู ีละภาพตามลาํ ดับ (ไมค่ วรให้ดูหลายภาพพร้อมกัน) ตามด้วยคําถามในแตล่ ะภาพ และรวบรวม
คาํ ตอบ อภปิ ราย และสรปุ ความคดิ ทลี ะภาพตามลําดับ
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 42
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยท่ี 11 คุณธรรม จรยิ ธรรม
แผนการจัดกจิ กรรมที่ 24 ประพฤตชิ อบดว้ ยกาย วาจา ใจ เวลา 2 ชวั่ โมง
1.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ลูกเสอื สามารถอธิบายวธิ กี ารประพฤตติ นให้เป็นแบบอยา่ งทดี่ แี ก่ผู้อื่นได้
2. เนื้อหา
ในฐานะท่ีเปน็ ลูกเสอื วสิ ามญั ตอ้ งมีใจสะอาด คดิ แตเ่ รือ่ งทีเ่ ปน็ มงคล สามารถควบคมุ สติและจติ ใจ
ของตนไมใ่ ห้ฟงุ้ ซ่าน รปู -รส-กลิ่น-เสยี ง-สมั ผัส และของมนึ เมาจนเกนิ กว่าเหตุ ทา่ นต้องเป็นตัวของตวั เอง
และเป็นตัวอยา่ งทดี่ แี กผ่ ู้อนื่ ในทกุ สิง่ ทุกอย่างทท่ี า่ นคิด-พูด และกระทํา
ลกู เสอื ประพฤตชิ อบดว้ ย กาย วาจา ใจ คือ ลกู เสอื ต้องประพฤตติ นให้ถูกต้องอยู่ในศลี ธรรม อยู่
ในกรอบประเพณี ละเว๎นความช่ัวและอกุศลกรรมต่างๆ ตอ้ งมหี ิริโอตปั ปะ คอื รู้จักละอายตอ่ บาป เกลียดชัง
และกลวั ความชั่ว ไมเ่ หน็ แกส่ ินจา้ งรางวัล มสี ตคิ อ่ ยเหนี่ยวร้ังไมย่ อมให้ใจพาไปในทิศทางทผี่ ิดมวี าจาไพเราะ
ไมก่ ลา่ วส่อเสียดใหผ้ ู้อ่นื เดือนร้อน มจี ิตใจดีไมค่ ิดร้ายตอ่ ผู้อ่ืน รู้จักให้อภยั ซ่งึ กันและกนั ในฐานะท่ีทา่ นเป็น
ลกู เสือวิสามัญ ท่านตอ้ งเป็นตัวเอง และเป็นตวั อย่างท่ีดีแก่ผู้อ่นื ในทุกส่งิ ทุกอยา่ งทท่ี า่ น คิด พดู และกระทํา
ในฐานะทีเ่ ป็นลูกเสอื วิสามัญต้องจาํ ไว้ว่า การข้ามจากความเปน็ เด็กไปสู่ความเปน็ ผู้ใหญน่ ้ันมิไดเ้ ป็น
แคเํ พียงเรียนรู้ในการปฏิบตั ติ ามกฎของลกู เสือ แตล่ กู เสือวสิ ามัญต้องใช้กฎของลกู เสอื นั้นสําหรบั ปฏิบัตใิ น
ดา้ นการดําเนนิ ชีวิตประจําวัน ในปจั จุบนั ลกู เสอื วสิ ามญั ต้องเปน็ ตัวอย่างแกผ่ ู้อน่ื และอาจชกั นําเขาเหลาํ นนั้
ให้ไปในทางทีด่ หี รือช่วั ได้ ถา๎ ลูกเสอื วสิ ามัญปฏบิ ตั ติ ามคาํ ปฏิญาณและกฎของลกู เสือกย็ ํอมเป็นตวั อย่างท่ีดี
แตถ่ ๎าไมป่ ฏิบัตติ ามคําปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื กอ็ าจจะนําผู้อื่นไปในทางท่ีไมด่ ี เพราะฉะน้นั ลูกเสือ
วสิ ามัญตอ้ งยดึ มัน่ คําปฏิญาณและกฎของลกู เสือไว้ตลอดเวลาโดยท่มี ิไดห้ มายถึงการทํองจําแบบนกแกว้
นกขุนทอง ต้องจาํ แล้วนําไปประพฤติปฏิบตั ิจนเกดิ ความเคยชนิ เปน็ ปกตินสิ ยั แล้วจะประสบความสําเร็จใน
ชวี ติ
3. สือ่ การเรยี นรู้
3.1 แผนภูมิเพลง
3.2 ใบความรู้ “หริ ิโอตัปปะ”
3.3 เร่อื งส้ันทีเ่ ปน็ ประโยชน์
4. กิจกรรม
4.1 พธิ เี ปดิ ประชุมกอง (ชกั ธง สวดมนต์สงบน่งิ ตรวจแยก)
4.2 เพลง หรอื เกม
4.3 กจิ กรรมตามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) ผู้กํากับลูกเสอื และลูกเสือร่วมกันอภิปราย คนดี/ความดี คนชว่ั /ความชวั่ เก่ียวกับความคิด
พูดและการกระทาํ ตวั อย่างจากหนังสือพมิ พ์TV หรือสือ่ อนื่ ๆ
2) ทบทวนกฎของลูกเสือข้อที่ 10 ลกู เสือประพฤตชิ อบดว้ ยการวาจา ใจ และการปฏิบตั ติ าม
กฎของลูกเสอื ข้อดงั กล่าว และการไมป่ ฏบิ ตั ิตามกฎของลูกเสอื ข้อดงั กล่าว มีผลอยา่ งไร
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 43
3) แบง่ ลูกเสือเป็น 3 กล่มุ แต่ละกลุ่มร่วมกันอภปิ ราย สรปุ ลงกระดาษชาร์ท และนําเสนอ
ดังนี้
กล่มุ ที่ 1 การประพฤติชอบดว้ ยกาย (กายกรรม) และผลของการประพฤติชอบ/ ไมป่ ระพฤติ
ชอบด้วยกาย
กลุ่มที่ 2 การประพฤติชอบด้วยวาจา (วจกี รรม) และผลของประพฤติชอบ/ไมป่ ระพฤตชิ อบ
ด้วยวาจา
กลุ่มท่ี 3 การประพฤตชิ อบด้วยใจ (มโนกรรม)และผลของการประพฤติชอบ/ไมป่ ระพฤติชอบ
ด้วยใจ (อภิปราย/สรปุ 15 นาที นําเสนอ 5 นาท)ี
4) ผู้กํากับลูกเสอื และลูกเสือรว่ มกนั สรุปเพื่อสรา้ งนสิ ยั ให้เป็นคนทส่ี ะอาดกาย สะอาดใจ
สะอาดวาจา
4.4 ผู้กาํ กับลูกเสือเลา่ เร่อื งสัน้ ทเ่ี ป็นประโยชน์
4.5 พิธีปดิ ประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจเครือ่ งแบบ ชงั ธง เลกิ )
5. การประเมนิ ผล
5.1 สังเกตความรว่ มมือในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม
5.2 สังเกตกระบวนการคดิ จากการอภปิ ราย
6. องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ สาํ คัญที่เกดิ จากกจิ กรรม
คือ ความคดิ วิเคราะห์ความคิดสร้างสรรค์ตระหนักถงึ ความสําคญั ของการการประพฤติตนที่รู้จัก
ละอาย เกรงกลวั ตอ่ ความชัว่
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 44
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยที่ 12 สัมพนั ธภาพและการสอื่ สาร
แผนการจดั กจิ กรรมท่ี 25 การพดู สภุ าพ เวลา 2 ชวั่ โมง
1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ลกู เสือสามารถใช้คําพดู ทเี่ หมาะสมตามสถานการณ์ตา่ งๆ ได้
2. เนอื้ หา
การอยู่รว่ มกนั ในสังคมตอ้ งอาศัยการพดู คยุ สนทนาเป็นการสอื่ ความเข้าใจ การพดู จาส่อื สารมีผลตอ่
สัมพนั ธภาพทั้งในทางทาํ ลายหรอื สร้างเสริม ความเข้าใจถงึ การพูดจาสภุ าพ หรอื การสื่อสารที่สรา้ งสรรค๑จะ
ชว่ ยใหล้ กู เสือสามารถสรา้ งมิตรภาพในการอยู่รว่ มในสงั คมไดอ้ ย่างเหมาะสมซ่งึ ก็คือ การใช้สรรพนามที่
เหมาะสม มีหางเสียง มสี าํ เนียงทส่ี ่ือถึงการให้เกียรติกับประเภทบุคคลท่ีสนทนาดว้ ย
3. ส่อื การเรยี นรู้
3.1 แผนภูมิเพลง
3.2 ใบงาน
3.3 ใบความรู้สําหรบั ผู้กํากบั ลกู เสอื
3.4 เร่ืองส้นั ท่เี ปน็ ประโยชน์
4. กจิ กรรม
4.1 พิธีเปิดประชุมกอง (ชกั ธงข้ึน สวดมนต์สงบน่ิง ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรอื เกม
4.3 กจิ กรรมตามจุดประสงค์การเรียนรู้
1) ผู้กํากับลูกเสอื นําเข้าสู่บทเรยี นด้วย “การสวมบทบาทการพดู 2 แบบ” (นําสนทนา
ดว้ ยและไมน่ ําสนทนาดว้ ย)
2) ผู้กํากับลูกเสือชวนลกู เสอื แสดงความรู้สกึ สงั เกตความแตกตา่ งของการพูดทั้ง 2 แบบ
และผลทต่ี ามมา
3) ผู้กาํ กบั ลูกเสือบรรยาย “การพูดสภุ าพ”
4) ผู้กํากับลูกเสอื มอบหมายงานให้กลุ่มลูกเสือทาํ ตามใบกจิ กรรม
5) กลุ่มลูกเสือนาํ เสนอการสวมบทบาท ผู้กํากบั นาํ อภปิ รายเพม่ิ เติมชน่ื ชม สรุป จากการ
นาํ เสนอ
4.4 ผู้กํากับลูกเสือเล่าเร่ืองสัน้ ท่ีเป็นประโยชน์
4.5 พิธปี ดิ ประชมุ กอง (นัดหมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชักธงลง เลิก)
5. การประเมนิ ผล
5.1 สงั เกตความร่วมมือในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม
5.2 สังเกตกระบวนการคิดจากการอภปิ รายและแสดงบทบาทสมมตุ ิ
6. องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ สาํ คัญท่ีเกดิ จากกจิ กรรม
คอื ความคดิ วิเคราะห์ความคิดสร้างสรรค์ตระหนักถึงคุณคาํ ของการพดู จาสุภาพ
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 45
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยที่ 12 สัมพนั ธภาพและการสื่อสาร
แผนการจดั กจิ กรรมท่ี 26 การเลือกคคู่ รอง เวลา 2 ชวั่ โมง
1.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ลูกเสอื สามารถอธบิ ายความสําคญั ในการเลอื กคคู่ รองท่ีเหมาะสมได้
2. เนอ้ื หา
หญิงชายมักให้ความสําคญั กบั คณุ สมบัติของคคู่ รองท่ีแตกตา่ งกันคือ หญงิ จะให้ความสําคัญกบั
คณุ สมบัตทิ ่ีเปน็ คณุ คําภายในตนเปน็ อนั ดบั แรกแตช่ ายมักเลอื กคู่ครองโดยมองท่ีรปู ลักษณ์ภายนอกเป็น
อันดับตน้ ๆ การเลือกคคู่ รองท่ีเหมาะสมโดยคํานงึ ถงึ คณุ สมบตั ทิ ดี่ ีงามจะมผี ลต่อการมีชีวิตครอบครัวท่มี ี
ความสขุ และย่ังยืน
3. สื่อการเรยี นรู้
3.1 แผนภมู ิเพลง
3.2 ใบงาน 1 และ 2
3.3 ใบความรู้
3.4 วสั ดุประกอบใบงาน ไดแ้ ก่ กระดาษฟลปิ ชาร๑ท, ปากกาหัวสกั หลาด และกระดาษชน้ิ เลก็ สาํ หรบั
ลูกเสอื เขียนในการทํางานกลุ่ม 2 ครง้ั
3.5 เรื่องสั้นที่เปน็ ประโยชน์
4. กจิ กรรม
4.1 พธิ ีเปดิ ประชุมกอง (ชกั ธงข้นึ สวดมนต์สงบน่ิง ตรวจ แยก)
4.2 เพลง หรอื เกม
4.3 กจิ กรรมตามจุดประสงค์การเรียนรู้
1) ผู้กาํ กบั ลูกเสอื นําสนทนาเร่ือง “ลกู เสือต้องการคบเพื่อนลกั ษณะใด” โดยไมต่ ้องสรปุ
2) สาํ รวจความเหน็ “เมอื่ ลกู เสอื โตเปน็ ผู้ใหญ่ จะเลอื กคู่ครองทม่ี ีลักษณะอยา่ งไร” ตามใบ
กิจกรรม 1
3) ผู้กํากบั ลูกเสอื รวบรวมคําตอบทัง้ หมด เขยี นบนกระดาษฟลปิ ชาร๑ทโดย แยก
ความเหน็ ตามเพศ ชาย-หญงิ
4) ลูกเสอื จับคเู่ พศเดยี วกนั ชว่ ยกันคิดว่า จากคุณสมบตั ิของคคู่ รองทต่ี ้องการทัง้ หมด
บน กระดาษฟลปิ ชาร์ท ถา๎ ให้เลือกคุณสมบัติ 1 อย่าง ลกู เสือจะเลือกคุณสมบัติข้อใด
5) ผู้กํากับลูกเสอื เขยี นคณุ สมบตั ทิ ่ีถกู เลือกแยกตามเพศชาย-หญงิ
บนกระดาษฟลปิ ชาร์ท
6) แบง่ ลูกเสือออกเปน็ กลมุ่ ๆละ 8 คน โดยคละชายหญงิ นั่งล้อมวง และให้อภิปรายตาม
ประเดน็ ในใบกิจกรรม 2
7) ผู้แทนกล่มุ รายงาน ผู้กํากับลกู เสอื นาํ อภปิ รายเพื่อให้ได้ข้อสรปุ แนวคดิ ที่ควรได้ตามใบ
ความรู้
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 46
8) ลกู เสือแต่ละคนเขียนข้อความสั้นๆ “คคู่ รองในอนาคตของฉนั ........................................”
4.4 ผู้กํากบั เลา่ เรื่องส้ันทีเ่ ปน็ ประโยชน์
4.5 พธิ ีปิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเคร่ืองแบบ ชกั ธงลง เลกิ )
5. การประเมนิ ผล
5.1 สังเกตความรว่ มมือในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม
5.2 สังเกตกระบวนการคดิ จากการอภปิ ราย
6. องคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ สาํ คัญท่เี กดิ จากกจิ กรรม
คอื ความคิดวิเคราะห์ความคิดสร้างสรรค์ตระหนกั ถงึ ความสาํ คัญของการเลือกคคู่ รองโดย
พจิ ารณาจากคุณสมบัตภิ ายใน
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 47
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หนว่ ยที่ 13 ประเมนิ ผล
แผนการจดั กจิ กรรมที่ 27 การประเมนิ ผล เวลา 1 ชว่ั โมง
1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1.1 เพื่อให้ลูกเสือเข้าใจการประเมินผลเพื่อการตัดสนิ ผลการผ่าน ไมผ่ ่านกจิ กรรม
1.2 เพอื่ ให้ลูกเสือสามารถรับการประเมนิ พฤติกรรมทกั ษะชีวิตท่ลี ูกเสอื ไดร้ บั การพฒั นา
1.3 เพื่อเตรียมความพรอ้ มรบั การประเมินตามวธิ ีการของผู้กํากบั กองลูกเสอื
2. เนอื้ หา
2.1 เกณฑ์การตดั สนิ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลกั สตู รการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พ.ศ. 2551
2.2 การประเมนิ พฤติกรรมทักษะชีวิต
3. สอ่ื การเรยี นรู้
3.1 Flow Chart การประเมินเพื่อตัดสินผลการเล่อื นชั้นของลูกเสือและจบการศึกษา
3.2 การประเมินทักษะชีวิตของลูกเสือรายบุคคลหรือรายหมลู่ กู เสือ
3.3 ใบความรู้
4. กิจกรรม
4.1 ผู้กํากบั ลกู เสืออธิบายหลักเกณฑ์ วิธีการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ตามท่หี ลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พ.ศ. 2551 กําหนดเพือ่ ตัดสนิ การจบการศึกษา
4.2 ผู้กาํ กบั ลกู เสืออธบิ ายถงึ พฤติกรรมของลูกเสือท่ีไดร้ ับการเสริมสร้างทกั ษะชวี ติ ผ่านกิจกรรม
ลกู เสอื
4.3 ลกู เสอื ประเมินความพร้อมของตนเองเพื่อรบั การประเมินและวางแผนพัฒนาตนเองในส่วนทไ่ี ม่
มน่ั ใจ
4.4 ผู้กาํ กบั ลกู เสือและลูกเสือกาํ หนดข้อตกลงร่วมกันถึงชวํ งเวลาการประเมิน
4.5 ผู้กํากับลูกเสือนดั หมายและดําเนินการประเมิน
5. การประเมนิ ผล
5.1 สงั เกตจากผลการประเมินตนเองของลูกเสือ
5.2 สังเกตความมั่นใจและการยืนยนั ความพร้อมของลูกเสอื
***************************************************
แผนการสอนลกู เสอื วิสามญั หน้า 48