The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลวงปู่พริ้ง-ขันติพโล-วัดซับชมพู่-ทายาทธรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wiwat sangphum, 2021-04-30 04:43:43

หลวงปู่พริ้ง-ขันติพโล-วัดซับชมพู่-ทายาทธรรม

หลวงปู่พริ้ง-ขันติพโล-วัดซับชมพู่-ทายาทธรรม

หลวงปูพ่ ร้งิ ขนั ติพโล วัดซบั ชมพู่ ทายาทธรรม'หลวงพอ่ เดมิ -หลวงพอ่ ทบ'

หลวงปพู่ ร้งิ ขันติพโล หรือหลวงปพู่ อ่ เฒ่าพรง้ิ ฉายา “เทวดาหลงั เขา” เกจอิ าจารยด์ ังแห่ง
วัดซับชมพู่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ เป็นศิษย์พุทธาคมสายตรงของหลวงพอ่ เดมิ พุทธสโร วัดหนองโพ จ.
นครสวรรค์ และหลวงพ่อทบ ธัมมปญั โญ วัดช้างเผอื ก จ.เพชรบรู ณ์

ปจั จบุ ันทา่ นอายุ ๘๘ ปี เป็นคนนครสรรค์โดยกำเนดิ บา้ นเกิดคอื บา้ นสามัคคีธรรม หมู่ ๑๐
ต.ห้วยร่วม อ.หนองบวั จ.นครสวรรค์ ซ่งึ อยตู่ ิดกบั วัดหลวงพ่อเดมิ (วัดหนองโพ) และหลวงพอ่ เดมิ เป็นผู้ตัง้
ชอ่ื ให้ครอบครวั ทา่ น ๓ คน คอื ๑.พร้งิ ศรสุรนิ ทร์ ๒.ก่ิง ศรสุรนิ ทร์ ๓.เจริญ ศรสรุ ินทร์ บดิ าของท่านชอื่
“แบน ศรสรุ ินทร”์ เปน็ กำนนั ตำบลห้วยร่วม

หลวงปูพ่ ริง้ บวชเปน็ สามเณรกับหลวงพ่อเดิม และอยปู่ รนนิบตั ิรับใช้ พรอ้ มกบั ไดศ้ ึกษาธรรมะ
และเรียนทางโลกไปด้วย ท้งั นี้ หลวงพอ่ เดิมเคยพูดฝากไว้วา่ “...คุณพรง้ิ ฉนั บวชใหแ้ ลว้ อยา่ สึกนะ ถา้ จะสึก
ก็ให้กลบั มาบวชใหม่ ตอนมแี รง ใหท้ ำความเพียรไว้ให้มากๆ ทา่ นตอ้ งชว่ ยคนตอนแกน่ ะ ขา้ งบนเขากำหนด
ไวอ้ ยา่ งนนั้ ..”

หลังจบชนั้ ป.๔ ทา่ นไดไ้ ปเรยี นตอ่ ทโ่ี รงเรียนประจำจังหวัดนครสวรรค์ (ชาย) จนจบช้ัน ม.ศ.๕ ก็
ถกู ทางราชการเรยี กตัวไปเป็นครูสอนหนงั สอื เพราะท่านเรยี นเกง่ มาก เนื่องจากสมัยนน้ั ประเทศขาดแคลน
ครเู ปน็ อย่างมาก ท่านไดป้ ฏบิ ัติหนา้ ท่รี บั ใชป้ ระเทศชาติอยนู่ านหลายปี แตม่ คี วามเบ่ือหน่ายทางโลก เพราะ
ทางธรรมฝงั อยู่ในสายเลือดแลว้ จงึ ได้กลับมาบวชใหม่อยใู่ นรม่ กาสาวพัสตร์ โดยมหี ลวงพ่อออ๋ ย สวุ รรณโณ
(พระครนู ิกรปทมุ รกั ษ์) วัดหนองกลับ (วัดหนองบัว) อ.หนองบวั จ.นครสวรรค์ เปน็ พระอุปชั ฌาย์ หลังบวช
แลว้ ไดเ้ ดินธดุ งค์แสวงหาความสงบวิเวกไปเร่อื ย ได้พบพระอริยสงฆ์ พระอาจารยห์ ลายองค์ โดยไดอ้ ยูศ่ ึกษา
ธรรมและศกึ ษาพทุ ธาคมพระคาถาอาคม พร้อมกนั จนในทีส่ ดุ ท้ายคอื หลวงพ่อทบ วัดช้างเผอื ก (วัดชน
แดน) และหลวงพ่อเขยี น วัดสำนักขุนเณร โดยมหี ลวงปขู่ ุ้ย วัดซับตะเคยี น เป็นสหายธรรม

หลวงปู่พร้ิง ได้ออกธุดงคจ์ นพบสถานทีเ่ งียบสงบวิเวกจรงิ ๆ (บริเวณทเี่ ป็นวัดในปจั จุบนั ) จึง
อธิษฐานจิตปกั กลดถาวร ว่า “หากบญุ บารมีทีไ่ ด้สะสมไวม้ ีจรงิ ขอให้สร้างสถานทน่ี เ้ี ป็นวัดได้สำเร็จ”
หลังจากนน้ั ท่านได้เรม่ิ ปรับปรงุ พนื้ ที่ จากกลดก็สร้างเป็นกระต็อบเลก็ ๆ จนมขี ่าวแพร่กระจายไปทั่วพื้นทวี่ า่
มพี ระธุดงคก์ ำลงั สรา้ งวดั ขึน้ ชาวบ้านจึงเกดิ ความเลื่อมใสศรัทธาในปฏิปทาความตัง้ ใจของหลวงปพู่ ริง้ จึง
รว่ มแรงร่วมใจกับท่านชว่ ยกันปรบั ปรงุ พืน้ ทจ่ี นสร้างเปน็ วดั สำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยตัง้ ชอื่ ว่า “วัดซบั ชมพ”ู่

ทั้งนหี้ ลวงพ่อพร้ิง พดู ถึงหลวงพอ่ เดิม ยอดพระอาจารยเ์ หนอื หัวว่า "ฉนั เหน็ กับตานะ หลวงพ่อ
เดมิ ท่านน่ี เอาเท้าจุ่มนำ้ คราม วางบนกองผ้าขาวหลายพับหลายผนื ท่านหลับตาเอามือตบเขา่ ฉาดเดียว !!!
ผา้ ทกุ ผืน มรี อยเท้าท่านตดิ ชดั หมด ยอมทา่ นเลยละ่ ”

“สว่ นหลวงพ่อทบนี่ ฉันไปหาท่านต้ังแตท่ า่ นยงั ไมด่ ัง ไมม่ ีคนรูจ้ กั ตอนตาทา่ นเสยี ท่านให้ตำ
หมากใหเ้ ปน็ ประจำ ทา่ นถามฉันวา่ กล้ากินขีห้ มากทท่ี ่านคายออกจากปากไหม ฉันบอกกล้าซีคุณพ่อ ท่าน
หวั เราะชอบใจ คายใหก้ นิ เด๋ยี วนัน้ พอฉนั กินหน้าตาเฉย ทา่ นบอกวา่ คุณรูไ้ หม ชานหมากผมน่ี วชิ าท้ังนน้ั
เลยนะ นอนภาวนามาทัง้ คืน นึกอธิษฐานเอาว่า จะให้ใครดีวิชาน้ี กม็ าจำเพาะได้ท่คี ุณ กนิ ขีห้ มากผมให้ได้
สัก ๓ วนั ๗ วัน รา่ งจะเป็นทิพย์ จิตจะเปน็ แกว้ เกง่ ไมแ่ พ้ใครแล้ว”

ADVERTISEMENT
หลวงปูพ่ ร้ิง ทา่ นชอบเลีย้ งเด็ก มเี ด็กลกู หลานชาวบ้านท่ียากจนทที่ ่านส่งเสียเล้ียงดูใหก้ ารศึกษา
อยู่เกือบ ๔๐ คน บางคนได้เป็นใหญเ่ ปน็ โต มอี าชีพการงานท่มี ่ันคง เปน็ คนดีของสงั คมไปก็มาก ความข้อนี้
ทราบถงึ สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี โปรดให้หลวงปพู่ ร้ิงเข้าเฝ้าฯ และประทานพระ
ราชทรัพยช์ ่วยเหลอื คา่ ใชจ้ ่ายในการดูแลเดก็ ๆ เหลา่ นี้

ท่ีมาฉายา “เทวดาหลงั เขา”
แมป้ ัจจุบันหลวงปู่พริง้ มีอายุมากถึง ๘๘ ปี แต่ยงั คงปฏบิ ตั ธิ ดุ งควตั รอยู่ตลอดไม่มีเวน้ ดำรงตน

สมถะ ออกรับญาตโิ ยมทเี่ ดินทางมาขอพรอยา่ งไม่รูจ้ ักเหนด็ เหนอ่ื ย ทงั้ นี้ มีเรื่องเล่าจากแม่ย่าบา้ นท่าดว้ งถึง
ทม่ี าฉายา “เทวดาหลังเขา” ว่า เมือ่ ครง้ั ทีช่ าวบ้านเดือดรอ้ นเกิดวกิ ฤติ ฝนไม่ตก ภยั แล้ง ดำเนนิ ทกุ วิถที าง

ทั้งราชการและพธิ ีกรรมก็ไมเ่ ป็นผล ยงั ประสบภัยแล้งอยู่ ชาวบ้านทราบเร่ืองมีพระอภญิ ญาสูงมาปักกลดอยู่
หลังเขาบา้ นซับชมพู่ จึงพากนั มาขอพ่ึงบารมีพระธดุ งคห์ ลงั เขา หลังจากมากราบบอกเรื่องราวแกพ่ ระธุดงค์
แล้วท่านก็พูดขน้ึ วา่ “เออจริงๆ ดว้ ยวะ ฝนแล้ง แล้วกร็ ้อนดว้ ย ลมกไ็ มพ่ ดั เลย เทวดาจ๋า ขอฝนหน่อยซิ น้ำ
อาบจะหมดตมุ่ แล้ว พระเจ้าไมม่ นี ำ้ อาบ นำ้ ฉันเลย”

ตกกลางคืนคืนนน้ั เอง เกดิ ลมพดั แรง เมฆฝนตั้งเค้าไม่นานฝนตกมากลางดกึ ถึงเกอื บตี ๓ รงุ่ เช้า
ชาวไร่ ชาวนา หน้าบาน มีนำ้ พอสบู เขา้ นาเขา้ ไร่ เรื่องน้ี มคี นไปกราบท่านตอนหลัง แลว้ เรียนถามท่านวา่
หลวงปู่เกง่ จัง เรียกฝนใหต้ กได้ด้วย ท่านตอบวา่ “ฉันจะไปเรียกฝนได้ไง ฉนั ไม่ใช่เทวดานิ ทฝี่ นตกมานสี่ งสัย
เทวดาสงสารพระแก่ จะไมม่ นี ำ้ อาบละมา้ งนะ” นีค่ ือที่มา “เทวดาหลังเขา”

หลวงปขู่ ยุ้ วัดซับตะเคียน เคยบอกกับลูกศษิ ยว์ า่ “หากป่ไู ม่อยแู่ ลว้ ให้ไปเปน็ ศิษย์เรียนกับตาเฒ่า
พร้ิงเขานะ เขามบี ารมีมาก มเี ทวดาเป็นพวกเยอะ วชิ าอาคม เขากไ็ ด้สารพัด อีกหน่อย เพชรบรู ณ์บ้านเรา ก็
จะมตี าเฒา่ พรง้ิ นแ้ี หละ เป็นเสาหลัก”

ทุกวนั น้หี ลวงปู่พร้งิ ยงั เป็นทพี่ ่งึ ของชาวบา้ น เดือนรอ้ นอะไร กม็ าขอใหช้ ่วยสารพัดจะขอ ทา่ นก็
ทำใหไ้ ดส้ ารพัดเหมอื นกนั สมดงั คำหลวงพ่อเดมิ พูดฝากไว้วา่

“..คุณพริง้ ฉนั บวชให้แลว้ อยา่ สกึ นะ ถา้ จะสกึ กใ็ หก้ ลบั มาบวชใหม่ ตอนมีแรง ให้ทำความเพียร
ไว้ใหม้ ากๆ ทา่ นตอ้ งช่วยคนตอนแกน่ ะ ข้างบนเขากำหนดไวอ้ ย่างน้นั ..”

เหรียญห่วงเช่อื มรนุ่ แรกเพ่ือซ่อมศาลา

ปจั จบุ นั ช่ือเสียงหลวงปู่พร้ิง แหง่ วดั ซับชมพู่ เปน็ ท่ีร่ำลือไปทวั่ ว่า เป็นพระเกจอิ าจารยท์ มี่ ีวชิ า
แกรง่ กลา้ อยใู่ นระดบั แนวหน้า ของจริง โดยไดร้ ับอาราธนาไปเปน็ ประธานในพิธีพุทธาภเิ ษกพระเครือ่ งรนุ่
ดงั ๆ พิธีใหญ่มากมาย ท่สี ำคัญ วตั ถมุ งคลของท่านไม่เปน็ สองรองใครในสายเกจิเมอื งเพชรบรู ณ์

วดั ซับชมพเู่ ปน็ วัดเลก็ ๆ ทีย่ ังไมส่ มบูรณ์แบบ ยังขาดแคลนและตอ้ งซอ่ มแซมเสนาสนะสงฆ์ต่างๆ
เช่น ศาลาการเปรียญ ทเ่ี ก็บน้ำ และอ่นื ๆ อีกมาก ดงั น้ัน หลวงปพู่ ริ้งจงึ อนญุ าตใหจ้ ดั สรา้ งวัตถุมงคลขนึ้ เพื่อ
นำรายได้เป็นทุนทรัพย์ในการพฒั นาวัด ล่าสดุ ทา่ นอนญุ าตใหส้ รา้ งเหรยี ญรูปเหมอื น “หว่ งเช่ือม” รุ่นแรก
วัตถปุ ระสงคเ์ พ่อื ซอ่ มแซมบรู ณะศาลาการเปรียญหลังเก่า โดยให้ความหมายว่า “เป็นการเชื่อมโชคลาภ
เช่ือมทรพั ย์ เช่ือมยศ ให้เชื่อมทุกอย่าง ดีขึ้น”


Click to View FlipBook Version