The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานสถานการณ์ทางสังคม 64 สสว.3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by policy, 2021-12-13 21:46:34

รายงานสถานการณ์ทางสังคม 64 สสว.3

รายงานสถานการณ์ทางสังคม 64 สสว.3

ตารางที่ 4.10 ชอ่ งทางการให้บรกิ ารของศนู ยช์ ่วยเหลือสงั คมสายด่วน 1300 จำแนกรายไตรมาส (ตอ่ )

(หนว่ ย: ราย)

ท่ี ชอ่ งทางการ ปีงบประมาณ 2564 รวม 3 ไตรมาส

ให้บรกิ าร ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 1
- 1 - 0
- Email/จดหมาย - - - 47
- ทวี ี - - 10
- e-Form 3 4 47 7
3 ขอรบั บริการด้วย 1 3 3 3
ต- นWเอalงk-in(นอกเวลา 2 1 3 12,465
ร- าWชกalาkร-)in (ในเวลา -
ราชกราวรม) 3,084 6,055 3,326

ท่มี า : รายงานการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายดว่ น 1300 จงั หวัด และคาดการณ์แนวโน้มของ

ปญั หา

ทางสังคมกลุ่มจงั หวัด ปงี บประมาณ 2564 (สสว.3)

จากตารางที่ 4.10 แสดงสถิติการช่องทางการให้บริการของศูนย์ช่วยเหลือสังคมสายด่วน 1300
ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ สสว.3 ไตรมาสที่ 1-3 ปีงบประมาณ 2564 มีผู้ใช้บริการ จำนวนทั้งสิ้น 12465 ราย
ผ่านช่องทางการให้บริการสายด่วน 1300 มากที่สุด จำนวน 11,933 ราย รองลงมา ผ่านสื่อต่างๆ จำนวน 462 ราย
และขอรบั บริการด้วยตนเอง 10 ราย แบ่งเปน็ เพศชาย จำนวน 3,662 ราย และเพศหญิง จำนวน 8,803 ราย

ตารางที่ 4.11 การให้บรกิ ารของศูนยช์ ว่ ยเหลอื สงั คมสายด่วน 1300 จำแนกตามกลมุ่ เปา้ หมาย

(หนว่ ย:ราย)

ปงี บประมาณ 2564 รวมไตร แผนภมู ิที่ 4.3 แสดงการใหบ้ ริการของศูนย์
ท่ี กลมุ่ เปา้ หมาย ไตรมาส ไตรมาส ไตรมาส มาส 1-3 ช่วยเหลือสงั คมสายด่วน 1300
จาํ แนกตามกลุ่มเปา้ หมาย
123

1 เด็ก 565 483 499 1,547 เด็ก

2 เยาวชน 85 183 165 433 26% 18% เยาวชน
3 ผู้ใหญ่ 740 1,508 748 2,996 5% ผูใ้ หญ่
4 ผ้สู งู อายุ 197 755 285 1,237 ผสู้ งู อายุ
5 ผพู้ กิ าร 560 1,115 469 2,144 15% 36% ผพู้ ิการ
2,147 4,044 2,166 8,357
รวม

กลุ่มเป้าหมายที่ให้บริการของศูนย์ช่วยเหลือสังคมสายด่วน 1300 ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ สสว.3
ไตรมาสที่ 1-3 ปีงบประมาณ 2564 พบว่า ผู้ให้บริการส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ใหญ่ ร้อยละ 36 รองลงมา
กลุ่มผู้พิการ ร้อยละ 26 กลุ่มเด็ก ร้อยละ 18 กลุ่มผู้สูงอายุ ร้อยละ 15 และกลุ่มเยาวชน ร้อยละ 5 ตามลำดบั
ดงั ตารางท่ี 4.11 และแผนภูมิท่ี 4.3

40

ตารางท่ี 4.12 การใหบ้ รกิ ารของศนู ย์ช่วยเหลอื สังคมสายดว่ น 1300 จำแนกตามปัญหากลุม่ เปา้ หมาย

จำแนกปญั หา กลุ่มเปา้ หมาย

รายได้และความเป็นอยู่ เด็ก เยาวชน ผใู้ หญ่ ผสู้ ูงอายุ ผ้พู ิการ
ความสมั พันธ์ในครอบครัว
ความรนุ แรง 149 193 1,083 337 451
เร่รอ่ น/ขอทาน
สทิ ธิ สวสั ดิการ และกฎหมาย 57 18 115 18 36
ถูกแสวงหาผลประโยชน์/แจง้ เบาะแส
การค้ามนุษย์ 54 17 71 11 12

9 9 125 34 25

1,197 135 1,049 624 1,165

12 2 7 -1

บุคคลสญู หาย พลดั หลง ศพ 7 5 11 9 5

ปัญหาพฤตกิ รรม 23 7 76 11 21

ปญั หาตงั้ ครรภ์ในวยั รนุ่ /ตัง้ ครรภ์ไม่ 1 14 11 -1

พงึ ประสงค์

ปญั หาสุขภาพ/อุบัตเิ หตุ อบุ ตั ิภัย 9 8 83 25 43
29 25 365 168 384
ปญั หาทเ่ี ป็นปรากฏการณ์ทางสงั คม

เหตกุ ารณ์อุบัติใหม่ อยู่ใน ความสนใจของ

ประชาชน รวม 1,547 433 2,996 1,237 2,144

กลุ่มเป้าหมายทใ่ี หบ้ ริการของศนู ย์ช่วยเหลือสงั คมสายด่วน 1300 ในเขตพืน้ ทร่ี บั ผดิ ชอบของ สสว.3
ไตรมาสที่ 1-3 ปีงบประมาณ 2564 ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ใหญ่จำนวน 2,996 ราย รองลงมาผู้พิการ 2,144 ราย
เด็ก 1,547 ราย ผู้สูงอายุ 1,237 ราย และเยาวชน 433 ราย ตามลำดับ

ผลการดำเนินการใหค้ วามช่วยเหลอื
การดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ใช้บรกิ ารทั้งสิ้น 12,326 ราย ส่วนใหญ่เป็นการให้คำปรึกษาและ

แนะนำ จำนวน 10,544 ราย คิดเป็นร้อยละ 85.54 ส่วนใหญ่สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบริการต่างๆ อาทิ
เงินสงเคราะห์ การเยียวยา และส่งต่อหนว่ ยงาน จำนวน 1,921 ราย คิดเป็นรอ้ ยละ 15.58 โดยประสานสง่ ตอ่
หนว่ ยงานภายในกระทรวงฯ มากท่สี ุด

41

สว่ นที่ 5

การวิเคราะห์สถานการณ์ทางสังคมกลมุ่ จงั หวดั

สถานการณ์ทางสังคมที่สำคญั
• สงั คมผู้สงู อายุ

• กลุม่ เปราะบาง (คนยากจน)

• ความรุนแรงในครอบครวั

[เข้าส่สู ังคมผู้สูงอายุ (Aging Society)
มีประชากรผสู้ งู อายุ ร้อยละ 18.48 ของจำนวน
ประชากรทั้งหมดของจังหวัดในเขตพืน้ ท่ี สสว.3]

ภาพที่ 5.1 แสดงแนวโนม้ จำนวนผ้สู ูงอายุ กลุม่ จงั หวัด

นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี

สุพรรณบุรี สมทุ รสาคร สมทุ รสงคราม

เพชรบุรี ประจวบคีรขี ันธ์

200,000

150,000

100,000

50,000

0
2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 2563

5.1 สังคมผสู้ ูงอายุ (Aging Society)
สถานการณ์ผูส้ ูงอายุกลุ่มจังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ สสว.3 ข้อมูลประชากรที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป

จากข้อมูลสถิติย้อนหลัง 10 ปี พบว่า ทุกจังหวัดมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ซึ่งแนวโน้มอัตราการเกิด
ของเด็กลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2554-2563 ขณะที่ประชากรผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปี
พ.ศ.2563 มีประชากรผู้สูงอายุร้อยละ 18.48 ของจำนวนประชากรทั้งหมด โดยลักษณะการเพิ่มขึ้นของ
ประชากรมีลักษณะกราฟเส้นตรงอย่างต่อเนื่อง สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์ผู้สูงอายุในกลุ่มจังหวัด
ยังคงเป็นสถานการณท์ ี่ควรพิจารณาและให้ความสำคัญกับกลุม่ เป้าหมายนี้ สอดคล้องกับสถานการณผ์ ูส้ ูงอายุ
ภาพรวมของประเทศก็มีลักษณะเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยในปี 2563 จำนวนประชากรเด็ก 11.2 ล้านคน คิดเป็น

42

รอ้ ยละ 16.9 ลดลงเปน็ 8.4 ลา้ นคน ส่วนสัดส่วนประชากรผู้สงู อายุ (60 ปขี ้นึ ไป) มีจำนวน 12 ล้านคน คดิ เปน็
ร้อยละ 18 เพ่มิ ข้ึน 20.42 ล้านคน คิดเปน็ 31.281

จากสถานการณ์ของผู้สูงอายุที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วส่งผลกระทบ ทั้งทางด้านสุขภาพ
เศรษฐกิจ และสังคมโดยรวม การเตรียมการ เพื่อรองรับสถานการณ์สังคมสูงอายุจึงเป็นประเด็นที่สำคัญ
เนื่องจากผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีภาวะพึ่งพิงสูง เมื่อเทียบกับประชากรวัยเด็ก วัยผู้ใหญ่หรือวัยแรงงาน สำหรับ
ผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง โดยเฉลี่ยแล้ว สูงถึงประมาณ 15,000 ล้านบาทต่อปีหรือร้อยละ 0.1 ของ GDP
ในชว่ งปพี .ศ. 2558 - 25652 จึงต้องเนน้ ใหค้ วามสำคัญกบั การส่งเสรมิ ศกั ยภาพกอ่ นวัยสงู อายุและเม่ือเข้าสู่วัย
สูงอายุ เพื่อลดภาระดา้ นเศรษฐกิจ สังคม และครอบครวั ซึ่งส่งผลในระดบั ประเทศด้วย
ภาพที่ 5.2 รอ้ ยละผสู้ ูงอายุทมี่ ีภาวะพ่ึงพงิ ได้รับการดูแลตาม Care Plan

ท่ีมา: สำนักอนามัยผสู้ งู อายุ. 2563

จาก ภาพที่ 5.2 ร้อยละของผู้สูงอายุท่ีมีภาวะพึ่งพิง พ.ศ.2561-2563 เขต 5 ได้แก่ จังหวัดนครปฐม
ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่ามี
ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพึง จำนวน 10,868 คน ได้รับการจัดทำ Care plan 9,738 ราย เมื่อเปรียบเทียบกับเขต
1-4 ที่มีจำนวนผู้สูงอายุในภาวะพึ่งพิงใกล้เคียงกัน จะพบว่าจำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับการจัดทำ Care plan
ยังต่ำกวา่ เขตอืน่ ๆ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 88.66 จากผ้สู ูงอายุทีม่ ภี าวะพึ่งพงิ ทัง้ หมด 255,327 คน รอ้ ยละ 89.56

1 มลู นิธิสถาบนั วิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุ. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก https://thaitgri.org/[27 สิงหาคม 2564]
2 กรมอนามัย. รายงานประจำปี 2563. สำนักอนามยั ผู้สูงอาย.ุ

43

ภาพท่ี 5.3 สดั ส่วนผ้สู งู อายุ 60 ปขี ้ึนไป มีอาชีพและมีรายได้ (กลุ่มจงั หวดั )

--- คา่ เฉลีย่ ปี 2562: 96.19

ทม่ี า: http://benchmark.moi.go.th

ภาพที่ 5.3 สัดส่วนผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปที่ประกอบอาชีพ และมีรายได้ ยกเว้นคนพิการ
ที่ไม่สามารถช่วยตนเองได้ ในปี พ.ศ.2562 สัดส่วนผู้สูงอายุที่มีอาชีพและมีรายได้ ค่าเฉลี่ยระดับประเทศ
ร้อยละ 96.19 โดยระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ สสว.3 พบว่า กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 และ
กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 สูงอายุมีอาชีพและรายได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ โดยภาคกลาง
ตอนล่าง 1 รอ้ ยละ 95.80 ภาคกลางตอนลา่ ง 2 รอ้ ยละ 93.25

การวิเคราะหส์ ถานการณ์ IAD Framework

เงอ่ื นไขทางชวี ภาพ สถานการณท์ ่ี เกณฑ์การประเมิน
พิจารณา - มีแผนพัฒนาผู้สูงอายุใน
- ช่วงอายุ ลักษณะทางกาย สขุ ภาวะ พ้นื ท่รี ่วมกับภาคเี ครือข่าย
ระบบการดูแลผสู้ ูงอายุ - ผู้สงู อายไุ ด้รับความรู้
- ผ้สู งู อายุในเมอื งกับชนบท เพ่ือตอบสนองต่อ ความเข้าใจตอ่ สถานการณ์
(สง่ิ แวดล้อม) การเปลย่ี นแปลงใน และการเปล่ียนแปลง
อนาคต ตลอดจนการเขา้ ถึงสทิ ธิ
- การแพร่ระบาดของโรคอบุ ัติใหม่/ภยั สวสั ดิการอย่างคลอบคลมุ
ธรรมชาติ การปฏสิ มั พันธ์ บทบาทของ ท่ัวถึง
ครอบครวั ชุมชน เครือข่ายทาง - ผู้สงู อายุมีคณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ี
ตวั แปร คณุ ลกั ษณะสังคม สังคม ผูก้ ำหนดนโยบาย ขึ้นในทุกมติ ิ
ภายนอก - ครอบครวั เดยี่ ว/ความสัมพนั ธใ์ นครอบครัว ผปู้ ฏบิ ัติงาน และแผนงานด้าน
- การเขา้ ถึงใชเ้ ทคโนโลยีของผูส้ ูงอายุ ผสู้ งู อายุทุกระดับ
- การมีงานทาํ และรายได้

กตกิ าที่มีการใช้อยู่จรงิ ผลลัพธ์ ผ้สู งู อายไุ ดร้ บั การดูแลอย่าง
- เบีย้ ยังชพี ผสู้ งู อายุ เหมาะสม สามารถปรบั ตวั เข้ากบั
- ระเบยี บ กฎหมาย สวัสดิการอนื่ ๆ สถานการณ์ พรอ้ มรับการเปล่ยี นแปลง
ในอนาคต

44

จากข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงสว่ นหนึ่งท่ีสะทอ้ นถึงความหมายของการเปลี่ยนแปลงประชากรผูส้ งู อายุ
และประเดน็ ทเ่ี กี่ยวข้องกับผูส้ งู อายใุ นมิตติ ่างๆ ไม่ว่าจะเปน็ ภาวะพึ่งพิง การมีงานทำและรายได้ การเข้าไม่ถึง
สิทธิ สวสัดกิ าร การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างครอบครัว ล้วนส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุในทุกมิติ ประกอบกับ
เงื่อนไขเชิงกายภาพ การเปลี่ยนแปลงเชิงสังคม (Social) เทคโนโลยีใหม่ๆ (Technology) ระบบเศรษฐกิจ
(Economy) สง่ิ แวดล้อม (Environment) ซ่งึ ต้องพจิ ารณาอยา่ งรอบด้านในการดูแลกล่มุ เป้าหมายน้ี

เมื่อพิจารณานโยบาย ยุทธศาสตร์การดำเนินงานที่เกี่ยวข้องด้านผู้สูงอายุของกระทรวง พม.
และแผนปฏิบัติการในระดับจังหวัด พบว่า ได้มีการดำเนินงานด้านสิทธิผู้สูงอายุ การเข้าถึงสวัสดิการ
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ตลอดจนมีการดำเนินงานด้านเครือข่ายอาสาสมัคร แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่สามารถ
เข้าถึงบริการต่างๆ จากภาครัฐได้ในภาวะวิกฤตจากการแพร่รบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา Covid-19
ซึ่งข้อสรุปที่ได้จากเวทีอภิปราย “การดูแลผู้สูงอายุสูงอายุในช่วงวิกฤตบทเรียนจากไทยและต่างประเทศ
เพื่ออนาคต” เนื่องในวันผู้สูงอายุสากล ปี 2563 กล่าวถึงผลกระทบของ Covid-19 ต่อผู้สูงอายุไทยว่า
ผู้สูงอายุได้รับผลกระทบในหลายด้าน เช่น การดูแลตัวเอง การซื้อเครื่องอุปโภคบริโภค การเดินทางไปสถานที่
ต่างๆ รวมถึงการเข้ารับบริการทางการแพทย์กรณีเจ็บป่วย มีผู้สูงอายุที่ว่างงานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.9
เป็นร้อยละ 6.6 ซ่งึ กลมุ่ ท่ตี กงานมากทีส่ ุดคือ กลุ่มรับจ้างท่ัวไป สำหรับความชว่ ยเหลือและสวัสดิการรัฐบาลได้
ออกมาตรการตา่ งๆ เพื่อมาชว่ ยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้สงู อายุที่ได้รับผลกระทบหลายมาตรการ
ซึ่งบางมาตรการก็ได้ผลดี ตรงเป้าหมาย บางมาตรการก็ยังตกหล่นไม่ถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่ควรได้รับความ
ช่วยเหลือ ท้งั น้ียงั พบว่าผู้สูงอายุ 1 ใน 3 ไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือบางอย่างไดก้ รณีเงนิ เยียวยาโครงการ
เราไม่ทิ้งกัน เนื่องจากต้องใช้การกรอกข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้สูงอายุไม่คุ้นเคย รัฐบาลควรให้
ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตโดยตรงของผู้สูงอายุเป็นหลักการเปิดใหบ้ รกิ ารสถานดูแลผู้สูงอายุ ระบบการดูแล
ผู้สูงอายุระยะยาว การอำนวยความสะดวกในการเดินทางและการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ควรจะหางานที่
เหมาะสมกบั ผ้สู งู วัยท่ียงั ต้องการทำงานอยู่ด้วย3

ทั้งนี้อาจสรุปได้ว่าการดูแลและแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุควรจะมองปัจจัยที่เกี่ยวข้องในหลายมิติ
ของผู้สูงอายุ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็มีบริบทต่างๆ ของผู้สูงอายุที่ต่างกัน มีความต้องการต่างกัน สภาพปัญหา
ยอ่ มแตกต่างกนั ดังนนั้ การพัฒนา และการแกป้ ัญหาผู้สูงอายคุ วรคำนงึ ถึงสภาพแวดล้อมและความเป็นปัจเจก
บุคคลร่วมด้วย เนื่องจากวยั ผูส้ ูงอายุน้ันจะยากต่อการเปลีย่ นแปลงด้านทางความคดิ ทัศนคติ และการปรบั ตัว
ให้ทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน และในอนาคต ซึ่งถือเป็นข้อท้าทายมากสำหรับกระทรวง
พม. และหน่วยงานระดับพนื้ ทใี่ นการวางแผนงานด้านผู้สูงอายใุ ห้เหมาะสมกับการเปลย่ี นแปลง สามารถเข้าถึง
สิทธิและสามารถใช้เทคโนโลยีที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวันได้ มีงานทำและรายได้ที่เหมาะสมต่อสภาวะ
ร่างกายและจิตใจ โดยเน้นบทบาทของครอบครัว ชุมชน เครือข่ายทางสังคม เพื่อกำหนดเป้าหมาย
การดำเนินงานรว่ มกนั ในทุกระดบั

3 การประชมุ เวทอี ภิปรายวนั ผูส้ งู อายุสากล “การดูแลผ้สู งู อายใุ นช่วงวกิ ฤต บทเรยี นจากไทยและต่างประเทศเพื่ออนาคต”. 29 กันยายน 2563

45

5.2 กลุ่มเปราะบาง (คนยากจน)

[คนเปราะบางทีต่ กเกณฑ์ดัชนีความยากจน 5 มิติ
รอ้ ยละ 21.72 ของจำนวนประชากรกลมุ่ จังหวดั ทงั้ หมด
สว่ นใหญ่ตกเกณฑม์ ติ ิดา้ นรายได้ ]

ดัชนีความยากจน ตามข้อมูลของระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า หรือ TPMAP
ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ สสว.3 คือ ผู้ที่มีคุณภาพชีวิตต่ำกว่าเกณฑ์ที่ดีในมิติต่างๆ 5 ด้าน ประกอบด้วย
ด้านสุขภาพ ด้านความเป็นอยู่ ด้านการศึกษา ด้านรายได้ และด้านการเข้าถึงบริการภาครัฐ พบว่า มีจำนวน
คนเปราะบางเป้าหมาย ร้อยละ 21.72 ของจำนวนประชากรกลุ่มจังหวัดทัง้ หมด โดยส่วนใหญ่ตกเกณฑ์ในมิติ
ดา้ นรายได้ รองลงมาด้านการศึกษา ด้านทอ่ี ยูอ่ าศยั ดา้ นสุขภาพ และดา้ นการเข้าถงึ บรกิ ารภาครฐั ดังภาพท่ี 5.4
ภาพท่ี 5.4 สัดส่วนคนเปราะบางจาก tpmap ที่ตกเกณฑ์ 5 มิติ

ประจวบครี ขี นั ธ์
เพชรบรุ ี

สมทุ รสงคราม
สมทุ รสาคร
สพุ รรณบรุ ี
กาญจนบุรี
ราชบุรี
นครปฐม
0% 10% 20% 30% 40% 50% 60% 70% 80% 90% 100%
สุขภาพ ทอ่ี ยอู่ าศยั ศกึ ษา รายได้ บริการภาครฐั

ทม่ี า: ระบบบริหารจดั การข้อมลู การพฒั นาคนแบบช้เี ป้า TPMAP Logbook

46

การวิเคราะห์สถานการณ์ IAD Framework

ตวั แปร เงอ่ื นไขทางชวี ภาพ สถานการณท์ ่ี เกณฑ์การประเมนิ
ภายนอก - การศกึ ษา อาชพี รายได้ พิจารณา - หน่วยงานที่เกีย่ วข้อง
- การกระจายตัวทางเศรษฐกิจ การสร้างงาน มีการดำเนนิ งานร่วมกัน
สร้างรายได้ การกระจายตวั ของทรัพยากร การสง่ เสรมิ การมีงาน เพื่อแกไ้ ขปญั หากลุ่ม
- การแพร่ระบาดของโรคอบุ ัติใหม่/ ทำ รายได้ และการ เปราะบางแบบบรู ณาการ
ภัยธรรมชาติ พ่ึงพาตนเองรว่ มกับ คลอบคลุมทุกด้าน
หน่วยงานภาคี - คนเปราะบางมีงานทำ
คณุ ลกั ษณะสังคม สัดสว่ นรายได้เพมิ่ ขน้ึ หรอื
- การเข้าถงึ ใชเ้ ทคโนโลยี การปฏสิ มั พนั ธ์ กลไกการทำงาน มคี วามมั่นคงทางรายได้
- ความเหล่ือมลา้ํ ทางเศรษฐกจิ สังคม ร่วมกนั ของหนว่ ยงานภาครัฐ คุณภาพชีวติ ดีข้นึ สามารถ
- ความสามารถในการแกไ้ ขปัญหาและ เครือข่ายทางสงั คม กลุม่ คน พึ่งตนเองได้
การเขา้ ถงึ ทรัพยากร สวัสดิการตา่ งๆ เปราะบาง ต่อการแกไ้ ขปัญหา
- สภาพแวดลอ้ ม ชมุ ชน ไมเ่ ออื้ ต่อคณุ ภาพชวี ติ คุณภาพชีวติ กล่มุ เปราะบาง

กติกาท่มี ีการใชอ้ ยจู่ ริง ผลลัพธ์ ปญั หาคนเปราะบางลดน้อยลง
และคนเปราะบางมคี ณุ ภาพชีวติ ท่ดี ีขึน้
- ระเบยี บ กฎหมาย สวสั ดิการต่างๆ ตาม
กลมุ่ เป้าหมาย

สถานการณ์กลุ่มเปราะบาง หรือคนเปราะบาง โดยมิติด้านรายได้ หรือคนจนที่ไม่สามารถเข้าถึง
การกระจายตัวของทรัพยากรจากโครงสร้างทางเศษฐกิจได้ เป็นมิติหนึ่งที่กลุ่มจังหวัดในเขตพื้นท่ีรับผิดชอบ
สสว.3 ให้ความสำคัญ และเป็นสถานการณ์ที่มีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา Covid-19 คนกลุ่มนี้จะเพิ่มมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากพิจารณาจากข้อมูลประชากรกลุ่มจังหวัดแล้ว จะเห็นได้ว่า ประชากรกลุ่มจังหวัดส่วนใหญ่เป็นประชากร
วัยแรงงาน อายุ 26-59 ปี นอกจากนี้ยังพบว่ารายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนมีแนวโน้มลดลง ในขณะที่หนี้สิน
ต่อครัวเรือนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขั้น ซึ่งสอดคล้องกับภาวะสังคมไทยไตรมาส 2/2564 พบว่ามิติคุณภาพของ
คนการจ้างงานปรับตัวดีขึ้น หนี้สินครัวเรือนขยายตัวร้อยละ 4.6 หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 90.5 ต่อ GDP
คุณภาพสินเชื่อยังต้องเฝ้าระวังจากการแพร่ระบาดและการฟื้นตัวของเศรษฐกจิ ที่ไม่แน่นอน ซงึ่ จะส่งผลให้การ
ผิดนดั ชำระหนี้ และการก่อหน้ีนอกระบบมีแนวโน้มเพม่ิ สงู ขึน้ 4

4 ภาวะสังคมไทย Situation and outlook ไตรมาส 2 ปที ่ี 19 ฉบบั ท่ี 3 เดอื นสงิ หาคม 2564

47

จากประเดน็ ดังกลา่ ว กระทรวง พม. ไดเ้ ลง็ เหน็ ความสำคัญและได้ขับเคล่ือนการดำเนินงานโครงการ
บูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน เพื่อขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัย
อย่างยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยระบบ TPMAP ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ระบุปัญหา
ความยากจนและความต้องการพัฒนาของคนได้ทั้งในระดับบุคคล ครัวเรือน ชุมชนท้องถิ่น จังหวัด ประเทศ
หรอื ขจดั ปัญหาความยากจนรายประเดน็ โดยจัดลำดับความสำคัญของครัวเรือนและบุคคลท่ีมีความจำเปน็ ตอ้ ง
ได้รับการพัฒนาและช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และได้มีการถ่ายทอดนโยบายไปสู่การปฏิบัติหน่วยงานระดับ
จงั หวดั

อย่างไรก็ตามผลจากการถอดบทเรียนหน่วยงานเขตพื้นท่ีรับผิดชอบ สสว.3 ต่อการถ่ายทอดและ
การปฏิบัติงานของหนว่ ยงานที่ MOU ให้รว่ มขับเคลื่อนการดำเนินงาน 12 กระทรวงในระยะเริ่มแรก ยังไม่เกิด
การบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างคลอบคลุมทุกมิติ เป็นรูปธรรม ซึ่งอาจส่งผลต่อการวิเคราะห์ข้อมูล
ประเด็น และช่องว่างของกลุ่มเปราะบางตอ่ การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาท่ียั่งยนื ระหว่างภาคีเครือข่ายตาม
เป้าหมายของโครงการในการแก้ไขปัญหาความยากจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นควรมีการถ่ายทอด
นโยบายไปสู่การปฏิบัติของหน่วยงานที่ MOU ในระดับกระทรวง การผลักดนั นโยบายเกี่ยวกับพฒั นาคุณภาพ
ชีวิตกลุ่มเปราะบางให้เป็นรูปธรรมมีครัวเรือนต้นแบบในการแก้ไขปัญหาและพัฒนา โดยสนับสนุน
การดำเนินงานในภารกิจของทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมกันในการจัดสวัสดิการสังคม (องค์รวม) แก่กลุ่ม
เปราะบางในพน้ื ท่ีเชงิ ประจกั ษ์

5.3 ความรุนแรงในครอบครัว
ภาพที่ 5.5 แสดงแนวโนม้ เหตกุ ารณ์ความรุนแรงในครอบครวั กลมุ่ จังหวัด

[การกระทำความรุนแรง 250 2563
ในครอบครวั มแี นวโนม้ เพิม่ 200 2562
สูงขนึ้ อยา่ งตอ่ เน่ืองทกุ ปี ] 150 2561
100 2560
50 2559

0

ทมี่ า ศนู ยป์ ฏิบตั กิ ารเพื่อปอ้ งกนั การกระทำความรุนแรงในครอบครวั

จากภาพที่ 5.5 ขอ้ มลู จากศูนยป์ ฏบิ ัติการเพ่อื ปอ้ งกันการกระทำความรุนแรงในครอบครวั กระทรวง
พม.แสดงให้เห็นว่าแนวโนม้ สถานการณ์ความรนุ แรงในครอบครัวตัง้ แตป่ ี พ.ศ.2559 – 2563 จำนวนเหตุการณ์
ความรุนแรงกลุ่มจังหวัดในเขตพื้นท่ีรับผิดชอบ สสว.3 เพิ่มขึ้นทุกปีไล่ตามระดับสี และหากเปรียบเทียบกับ
อัตราเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวกับกลุ่มจังหวัดอื่นๆ ตามภาพที่ 5.6 ด้านล่าง พบว่า ในปี 2562
กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ค่าเฉลี่ยอยู่ต่ำกว่าระดับประเทศ เหตุการณ์ความรุนแรงไม่ค่อยสูงกว่า
ภาคอน่ื ในขณะที่กลุ่มจงั หวดั ภาคกลางตอนล่าว 1 มีคา่ เฉลี่ยสงู กวา่ คา่ เฉลย่ี ระดบั ประเทศ และมอี ตั ราความรุนแรง
มากกวา่ ทุกภาค

48

ภาพท่ี 5.6 อตั ราเหตุการณ์ความรนุ แรงในครอบครัวรายจังหวดั

--- คา่ เฉล่ยี ปี 2562: 7.48

ทมี่ า: http://benchmark.moi.go.th

นอกจากน้ีกรมสขุ ภาพจติ ยังพบวา่ สถิติของผู้กระทำความรุนแรงตอ่ เด็ก สตรี และบคุ คลในครอบครวั
ในช่วงเดอื น ตลุ าคม 2562 - เมษายน 2563 มจี ำนวน 141 ราย แบง่ ออกเปน็ ความรนุ แรงทางรา่ งกาย ร้อยละ
87 ทางเพศ ร้อยละ 9 และทางจิตใจ ร้อยละ 4 ส่วนปัจจัยกระตุ้น ได้แก่ ยาเสพติด ร้อยละ 35 บันดาลโทสะ
ร้อยละ 33 หึงหวง ร้อยละ 25 สุรา ร้อยละ 17 เท่ากับการล่วงละเมิดทางเพศ ร้อยละ 17 อาการจิตเภท
ร้อยละ 9 และจากเกม ร้อยละ 2 ส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่ภาคกลาง อีสาน ใต้ เหนือ และ กทม. ตามลำดับ ขณะที่
สถิติความรุนแรงในครอบครัว ตั้งแต่ปี 2559 - ถึงเมษายน 2563 พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นคิดเป็น 1,400 ราย/ปี
หรือ 118 ราย/เดือน เฉลี่ย 4 ราย/วัน และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผย
ว่า ประเทศไทยมีสถิติ ความรุนแรงต่อผู้หญิงสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก จากรายงานของสำนักงานว่าด้วย
ยาเสพติดและอาชญากรรม แห่งสหประชาชาติ (UNODC : United Nations Office on Drugs and Crime)
พบว่า กว่า 87% ของคดี การล่วงละเมิดทางเพศไม่เคยถูกรายงานเพื่อหาผู้กระทำผิด หรือให้ทางการรับรู้
ปัญหาเหล่านี้ถูกซุกไว้ใต้พรม 1 ใน 3 ของผู้หญิงถูกกระทำความรุนแรงมีมากกว่าตัวเลขที่ได้รับรายงาน
โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา Covid-19 พบว่าความรุนแรงในครอบครัว
เพิ่มสูงขึ้นถึง 66% 5 สอดคล้องกับสถานการณ์ ความรุนแรงในครอบครัวในเขตพื้นท่ีรับผิดชอบ สสว.3
จากการให้บริการผา่ นศูนยช์ ่วยเหลือทางสังคม 1300 ซึง่ สว่ นใหญ่เป็นการกระทำด้านรา่ งกาย และมสี าเหตุ มา
จากเมาสุรา/ยาเสพติด การนอกใจ/หึงหวง ปัญหาสุขภาพกายและจิต ปัญหาทางเศรษฐกิจ อาจทำให้เกิด
ภาวะเครียด อนั นำไปสกู่ ารกระทำความรุนแรงแกบ่ คุ คลใกล้ตวั หรอื คนในครอบครวั

5 กรมสขุ ภาพจติ เขา้ ถงึ ไดจ้ าก https://www.dmh.go.th/[30 สิงหาคม 2564]

49

การวิเคราะหส์ ถานการณ์ IAD Framework สถานการณ์ทีพ่ ิจารณา
- การสง่ เสริมบทบาทของสมาชกิ ในครอบครวั
เงอื่ นไขทางชีวภาพ - การสรา้ งสมั พนั ธภาพของครอบครวั และชมุ ชน
- การศกึ ษา อาชีพ รายได้ - บทบาทชุมชนตอ่ การเฝา้ ระวงั และแจ้งเหตุการณ์ความ
- โครงสรา้ งทางเศรษฐกิจ รนุ แรง
- ลักษณะท่อี ยู่อาศัย
การปฏสิ ัมพนั ธ์ การเสรมิ สร้าง เกณฑ์การประเมนิ
ตวั แปร คุณลกั ษณะสังคม หลักประกันความมัน่ คงของ - ครอบครวั ได้รับการพฒั นา
ภายนอก - ความเปน็ ปจั เจกบุคคล ครอบครัวตอ่ การแก้ไขปัญหา ทักษะดา้ นชวี ิต สรา้ ง
ความรนุ แรงในครอบครัว ความสมั พนั ธอ์ ันดี ตระหนักใน
- ความเสมอภาคชาย/หญิง บทบาทหนา้ ทีซ่ ่งึ กันและกัน
- ทัศนคติ ค่านินม วฒั นธรรม ทางสงั คม ผลลัพธ์ ปญั หาความรนุ แรงในครอบครวั - อัตราเหตกุ ารณ์ความรนุ แรง
- วถิ ชี วี ิต สภาพแวดล้อม ชมุ ชน ลดน้อยลง และสมาชิกในครอบครวั งมี ลดนอ้ ยลง
สมั พนั ธภาพท่ดี ี - ชุมชน องคก์ รภาคเี ครือขา่ ยที่
ครอบครัว เก่ียวข้อง มสี ว่ นรว่ มในการใน
การเสริมสร้างสถาบนั ครอบครวั
กติกาท่มี ีการใชอ้ ย่จู รงิ ใหเ้ ขม้ แข็ง และเฝ้าระวงั ปญั หา
ความรนุ แรง
- ระเบียบ กฎหมาย สวสั ดกิ ารต่างๆ
ตามกลมุ่ เปา้ หมาย

สิ่งที่น่าสนใจในการทำความเข้าใจต่อสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้น โดยพิจารณา
สาเหตุหลักของปัญหา สภาพแวดล้อมในบริบทต่างๆ ซึ่งไม่สามารถดูจากการกระทำของผู้ก่อเหตุได้เพียง
ฝ่ายเดียว อาจมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง หรือเป็นเหตุจูงใจให้เกิดการกระทำความรุนแรงนอกเหนือจาก
ตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว อาจต้องวิเคราะห์ไปถึงระดับโครงสร้างต่างๆที่ เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลนั้น เช่น
สภาพเศรษฐกิจ สังคม ค่านิยม วัฒนธรรม ที่เอื้อให้เกิดความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น โดยเฉพาะ
อย่างยง่ิ ความเขม้ แขง็ ของสถาบนั ครอบครวั ทเ่ี ป็นสาเหตุสำคัญในการพิจารณา

ผลจากการดำเนินงานที่ผ่านมาของกระทรวง พม. ได้ให้ความสำคัญต่อการสร้างโอกาสและ
ความเสมอภาคทางสังคม ความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ อันเป็นสาเหตุหนึ่งในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
ความรุนแรงในครอบครัวต่อกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะสตรีและเด็ก เมื่อพิจารณากิจกรรม โครงการต่าง ๆ
จะเห็นได้ว่ามีการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันครอบครัว การรณรงค์
ยตุ ิความรนุ แรง การค้มุ ครองพิทกั ษส์ ทิ ธิ ป้องกันและแก้ไขปญั หาความรนุ แรงต่อเดก็ สตรี ครอบครัว ตลอดจน
การส่งเสริมให้ชุมชนมสี ่วนรว่ มในการป้องกนั และแกไ้ ขปญั หาดังกลา่ วดว้ ย

50

อย่างไรก็ตามแม้จะมีการดำเนินงานข้างต้นอย่างต่อเนื่อง แต่อาจจะยังไม่สามารถขจัดปัญหา
ความรุนแรงในครอบครัวให้ลดน้อยลงได้ เนื่องจากสภาพสังคมในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงไป
อย่างรวดเร็ว สาเหตุของปัญหาไม่ได้มีปัจจัยเดียว ดังนั้นสิ่งที่ต้องพิจารณาและให้ความสำคัญมากที่สุด คือ
ระดับความเข้มแขง็ ของครอบครัวต่อการเปลย่ี นแปลงทางสังคมน้นั มีมากนอ้ ยอยา่ งไร

จากการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550
โดยใหใ้ ชพ้ ระราชบญั ญัติการสง่ เสริมการพฒั นาและคมุ้ ครองสถาบนั ครอบครัว พ.ศ.2562 ไดก้ ลา่ วถึงการจำกัด
สิทธิและเสรีภาพของบุคคล เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาครอบครัว การคุ้มครองสวัสดิภาพ
อันจะเป็นประโยชน์ ในการสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวและพัฒนาสถาบันครอบครัว ซึ่งหมวดที่ 5 ด้าน
การส่งเสริมและพัฒนาครอบครัวถือเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวง พม.ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
ความรุนแรงในครอบครัว ดังนั้นจึงจำเป็นที่ต้องแก้ไขปัญหาความรุนแรงจากรากเหง้าของปัญหา นั้นคือ
สถาบนั ครอบครัว ใหเ้ ข้มแขง็ มากข้ึน

การคาดการณแ์ นวโน้มสถานการณ์ทางสงั คม

แรงดึงสู่อนาคต
• ภาพอนาคตที่พึงประสงค์ : ระบบสวัสดิการรองรับสังคมผู้สูงอายุ ความเข้มแข็งของสถาบัน
ครอบครัว การอยู่ดมี ีสุขของประชาชน ปราศจากความยากจน
• เครื่องมือ/ปัจจัยที่จะทำให้เราไปถึงภาพอนาคต : มีนโยบายและนวัตกรรมในการจัดบริการที่
ตอบสนองความต้องการสวสั ดิการสังคมอย่างครอบคลุมและทั่วถงึ ในทุกมิติ และเกิดการเข้าถึงสิทธิ
อย่างเทา่ เทียมและท่ัวถงึ

แรงถว่ งจากอดตี
• ปัจจัยหน่วงต่อการเปลี่ยนแปลง : ความเหลื่อมล้ำทางสังคม การเข้าถึงสิทธิบริการของ
กลมุ่ เปราะบาง
• ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ไม่ยอมให้เกิดการเปลี่ยนแปลง : ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม
วัฒนธรรม สิง่ แวดลอ้ ม ทีส่ ง่ ผลกระทบตอ่ กลมุ่ คนเปราะบาง

แรงผลักจากปัจจบุ นั
• การเข้าถงึ เทคโนโลยี ของประชาชน โดยเฉพาะกลมุ่ เปราะบาง/ผู้สูงอายุ
• การพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยี ก่อให้เกิดการเปล่ยี นแปลงในอนาคต
• นโยบาย โครงการ กฎหมาย ท่ีแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น การบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่ม
เปราะบางรายครัวเรอื น เป็นต้น

51

ซึ่งหากนำผลการวิเคราะห์ตามหลัก Plausible Futures วิเคราะห์แนวโน้มสิง่ ทีจ่ ะเกดิ ขึน้ ในอนาคต
มาจำลองในตารางโดยการวิเคราะห์สิ่งที่จะเกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อสถานการณ์ปัญหาทางสังคมในอนาคต
ทัง้ 3 ชว่ ง สามารถอธิบายไดด้ งั ตารางต่อไปนี้

ผลกระทบสงั คมผู้สงู อายุ

สงู กลาง ตำ่

สงู

• นโยบายและพ.ร.บ.ที่เก่ยี วกับ

กลาง กลุ่มเปา้ หมายสงู อายุ เช่น ภาษี

ความไม่แ ่นนอน การออมในวัยทำงาน เป็นตน้

• ประชากรวยั แรงงานลดลง ผูส้ ูงอายุมี • การพัฒนานวตั กรรมทางเทคโนโลยี

ภาวะพึง่ พงิ ถูกทอดทง้ิ มากข้นึ ก่อใหเ้ กิดการเปล่ียนแปลงระบบการ

• ภาครฐั มีการจัดสวสั ดกิ ารทีต่ อบสนอง ดแู ลผสู้ ูงอายุในอนาคต

ความตอ้ งการของผสู้ งู อายุ และมี • ประเทศไทยอาจเขา้ สู่ข้ันวิกฤต

ระบบบริการทางสังคมที่รองรบั เน่ืองจากขาดกำลงั แรงงาน และขาด

• มนี โยบายและการจดั บริการท่ี กำลังคน ในการจัดการดูแลผสู้ ูงอายุ
ซ่ึงมีจำนวนมากเปน็ ทวีคูณ
ตำ่ ตอบสนองความตอ้ งการสวัสดิการ

สังคมอยา่ งครอบคลมุ และทั่วถงึ ในทุก

มติ ิ และเกดิ การเขา้ ถึงสิทธิอย่างเทา่

เทียมและทว่ั ถงึ

• ผสู้ งู อายบุ างกลุ่มขาดความรู้ดา้ น

เทคโนโลยี ยังคงเข้าไม่ถึงสวสั ดกิ าร

สงั คมอย่างครอบคลุมและทว่ั ถึง

ซึ่งจากการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ตามหลักหลัก Plausible Futures เพื่อทำการวิเคราะห์แนวโน้ม
สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมาจำลองในตารางโดยการวิเคราะห์สิ่งที่จะเกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อสถานการณ์
ปัญหาผสู้ งู อายใุ นอนาคต ทงั้ 3 ชว่ ง สามารถวเิ คราะหแ์ นวโนม้ ปัญหาจากปจั จบุ นั แบ่งเปน็ 3 ระยะได้ดังน้ี

52

ระยะ 1 ปี : กลุ่มผู้สูงอายุบางกลุ่มขาดความรู้ด้านเทคโนโลยี ยังคงเข้าไม่ถึงสวัสดิการสังคม
อยา่ งครอบคลุมและท่วั ถึงในทุกมติ ิ ซึง่ กลมุ่ ทม่ี ีการสำรวจและบนั ทกึ ข้อมลู จะไดร้ ับเพียงเบี้ยยังชีพตามช่วงอายุ
ตาม พ.ร.บ.ฯ ยังไม่สามารถเข้าถึงการช่วยเหลือต่างๆ จากรัฐในภาวะวิกฤตได้ ทำให้เกิดการเข้าถึงสิทธิอย่าง
เทา่ เทียมและทั่วถงึ

ระยะ 5 ปี : กลุ่มผู้สูงอายุถูกในภาวะพึ่งพิง หรือถูกทอดทิ้งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเกิด
ผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากการเข้าสู่สังคมสูงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งมองว่าอีก 5 ปีข้างหน้าหากยัง
ไม่สามารถวางรากฐานการดูแลผู้สูงอายุ การปรับตัวของผู้สูงอายุ การทำงานให้ครอบคลุมและครบถ้วน
อาจกอ่ ใหเ้ กดิ ปญั หาได้ในระยะยาว

ระยะ 10 ปี : อัตราการเกิดลดลง ส่งผลต่อกำลังประชากรวัยแรงงานในอนาคต อาจเข้าสู่ขน้ั
วกิ ฤตเน่อื งจากขาดกำลังแรงงาน และขาดกำลงั คนในการจดั การดูแลผ้สู ูงอายุ ซ่งึ มจี ำนวนมากเปน็ ทวคี ณู

ผลกระทบครอบครัว ตำ่
สงู กลาง

สงู

• พ.ร.บ.ค่ชู วี ติ หรือกฎหมายทเ่ี ปิดให้ • ครอบครัวครู่ ักขา้ มเพศ

กลาง ครู่ ักเพศเดียวกนั สามารถจดทะเบียน

สมรสได้

ความไม่แ ่นนอน • การกระทำความรนุ แรงใน • อตั ราการหยา่ ลดลง มีวฒั นธรรม

ครอบครวั สาเหตขุ องปัญหา การอย่กู อ่ นสมรสเพม่ิ ขนึ้ หรอื คบ

เช่น ติดยาเสพตดิ เมาสุรา กนั แตแ่ ยกกันอยู่

การเมือง เศรษฐกจิ เปน็ ต้น อัน

เปน็ สาเหตุของการกระทำความ

รุนแรงในครอบครัว

ต่ำ • ครอบครวั เด่ยี ว ครอบครัวแหว่งกลาง

กำลังแรงงานในการหาเลี้ยง

ครอบครัวมีจำนวนลดลง

• อตั ราการสมรสลดลง

• ปัญหาความสัมพันธใ์ นครอบครัว

การรู้จักบทบาทและหนา้ ทลี่ ดลง

สง่ ผลต่อปัญหาดา้ นอืน่ ๆ

53

แนวโนม้ ปญั หาจากปจั จบุ นั แบง่ เปน็ 3 ระยะได้ดงั นี้
ระยะ 1 ปี : ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว สถานการณ์ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น สาเหตุ

อาจมาจากหลายปัจจัย เช่น ภาวะเศรษฐกิจ ความเจ็บป่วย ยาเสพติด เมาสุรา เป็นต้น อาจก่อให้เกิด
การทะเลาะเบาะแว้งมากขนึ้ อาจรุนแรงถึงขั้นกอ่ อาชญากรรม

ระยะ 5 ปี : ครอบครวั แหวง่ กลางเพมิ่ มากข้ึน อนั เกดิ จากผลกระทบของโครงสร้างครัวเรือน
โดยพ่อแมซ่ ึง่ เป็นวัยแรงงานมักจะย้ายไปทำงานในภาคเศรษฐกิจอืน่ นอกพื้นท่ี เช่น ลูกจ้างบริษทั โรงงาน และ
ปล่อยบุตรให้อยู่กับปู่ ย่า ตา ยาย จึงมีผลกระทบต่อสถาบันครอบครัว และปัญหาอื่นๆ ตามมา ผู้สูงอายุ
ถกู ทอดทิง้ และมภี าระเล้ียงดูหลานตามลำพงั เป็นตน้

ระยะ 10 ปี : อัตราการการสมรสลดลง คนนิยมเป็นโสดเพิ่มมากขึ้น หรือไมน่ ยิ มการแต่งงาน
อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้โดยอิสระ เปิดกว้างเรื่องครอบครัวคู่รักข้ามเพศเพิ่มมาก
ขึ้น อาจมกี ฎหมายรองรับการแต่งงานข้ามเพศ

ผลกระทบกลุ่มเปราะบาง (คนยากจน)

สูง กลาง ต่ำ

สงู

• การผลักดันสกู่ ารเป็นรฐั

กลาง สวัสดกิ าร

• ผลกระทบทางเศรษฐกิจทำให้ • การสร้างนวตั กรรม หรือ

ความไม่แ ่นนอน กล่มุ คนยากจนเพมิ่ มากขึ้น อตั รา เทคโนโลยี เพอื่ ดูแลคุณภาพชีวติ

การว่างงานสงู ข้ึน รายได้ลดลง กลมุ่ เปราะบาง เพื่อให้สามารถ

หน้ีสนิ ครัวเรอื นเพิ่มมากข้ึน เข้าถงึ บรกิ ารได้อยา่ งสะดวก

• ประชาชนต้องพง่ึ ตนเอง โดย รวดเรว็ ทวั่ ถึง

ความร้จู ากภมู ปิ ญั ญา หรือแนวคิด • การปรบั เปลย่ี นสภาพแวดลอ้ ม

ตำ่ เศรษฐกิจพอเพียง ให้เอ้ือต่อบริบทของชมุ ชนมากขึ้น

• วถิ ีชวี ิต วฒั นธรรมการอยู่รว่ มกนั • การพฒั นาส่คู วามยงั่ ยืนใน
มีความเอื้ออาทร ชว่ ยเหลอื กัน ใน อนาคตครอบคลุมทุกมติ ิ สังคม
ภาวะวกิ ฤต เศรษฐกิจ การเมอื ง วัฒนธรรม

• ความเหลื่อมลำ้ ด้านสงั คม

การเขา้ ถึงสทิ ธิ ความชว่ ยเหลือ

มาตรการตา่ งๆ จากภาครัฐ

54

แนวโน้มปญั หาจากปัจจุบันแบง่ เป็น 3 ระยะได้ดงั นี้
ระยะ 1 ปี : ปญั หากลุ่มเปราะบาง คนยากจน เพมิ่ ขนึ้ ซึง่ เกดิ จากผลกระทบจากสถานการณ์

การแพรร่ ะบาดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา่ 19 (Covid-19) ในปจั จบุ ัน ทำให้เศรษฐกิจมหภาคได้รบั ผลกระทบ
เป็นห่วงโซ่ เกิดอัตราการว่างงาน เลิกจ้างสูงขึ้น หนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น กลุ่มเปราะบางที่เข้าไม่ถึงสิทธิจาก
ภาครฐั คือกลมุ่ ทไ่ี ดร้ บั กระทบมากท่ีสุด

ระยะ 5 ปี : การจ้างงานและรายได้ แนวโน้มการมีงานทำและรายได้อาจเปลี่ยนแปลงไป
ประชาชนทุกกลุม่ อาจต้องปรับตัว กำลังแรงงานบางสาขาอาจไม่มีความจำเป็น เทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้นใน
การทำงาน การพัฒนาตนเอง แลพัฒนาทกั ษะดา้ นอาชีพให้เป็นผู้เชีย่ วชาญ และการพึ่งพาตนเองมีความสำคัญ
ต่อการเปล่ยี นแปลงจากปจั จุบันไปส่อู นาคต

ระยะ 10 ปี : เน้นการพัฒนาสู่ความยั่งยืน อัตราส่วนคนจนลดลง ความเหลื่อมล้ำทางสังคม
นอ้ ยลง ประชาชนสามารถพ่ึงพาตนเองได้ มภี ูมคิ ุ้มกนั ตอ่ การแก้ไขปัญหาของตนเอง และสามารถปรบั ตัวให้ทัน
ต่อการเปลี่ยนแปลงและการใช้เทคโนโลยี

55

สว่ นที่ 6

บทสรุปและขอ้ เสนอแนะ

บทสรุป

สถานการณ์ทางสังคมกลุ่มจังหวัด ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของ สสว.3 ได้แก่ จังหวัดนครปฐม
ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นกลุ่ม
จังหวัดที่อยู่ในเขตปริมณฑล ภาคกลางตอนล่าง 1 และภาคกลางตอนล่าง 2 จำนวนประชากรในเขตพื้นท่ี
สสว.3 มีจำนวนประชากรรวม จำนวน 5,331,768 คน เปน็ ประชากรเพศชาย ร้อยละ 48.72 เพศหญงิ รอ้ ยละ
51.28 โดยประชากรส่วนใหญ่อยู่ในวัยผู้ใหญ่ อายุ 26-59 ปี ในขณะเดียวกันมีประชากรผู้สูงอายุร้อยละ
18.48 ของจำนวนประชากรกลุ่มจังหวัดทั้งหมด ซึ่งเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทุกจังหวัด สถานการณ์ที่น่าสนใจ
กลุ่มจังหวัด ได้แก่ สังคมผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง (คนยากจน) และความรุนแรงในครอบครัว โดยมี
ขอ้ เสนอแนะเชิงนโยบายและเชงิ ปฏบิ ัติ ดงั น้ี
6.1 ข้อเสนอแนะเชิงนโนบาย

▪ ระบบการดูแลผสู้ งู อายุ พร้อมรบั การเปลีย่ นแปลงสอู่ นาคต
หลายประเทศกำลังประสบกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากรอย่างรวดเรว็ โดยมีระดับท่แี ตกต่าง

กันไป ประเทศไทยก็เช่นกัน หลายจงั หวัดเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ กลุ่มจังหวัดในเขตพื้นท่ี สสว.3 ก็เช่นกัน คำถาม
สำคัญอยู่ที่ว่าอายุมากขึ้นผู้สูงอายุได้ประโยชน์จากการมีสุขภาพดี คุณภาพชีวิตที่ดี มีความปลอดภัยในชีวิต
ตลอดจนเข้าถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี หรือไม่อย่างไร หากพิจารณามาตรการ นโยบายแก้ไขปัญหา
ประชากรผู้สูงอายุที่มีความสำคัญต่อการบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs เป้าหมายที่ 1 การขจัดความยากจน
มาตรการทางสังคมที่เหมาะสมและครอบคลุม การดำเนินงานที่ผ่านมาไดม้ ีการผลักดันให้มีเบี้ยยงั ชีพผู้สูงอายุ
การจัดสวัสดิการด้านผู้สูงอายุ การจัดสรรที่พักพิง หรือการดำเนินงานต่างๆ ในการส่งเสริม พัฒนา คุ้มครอง
ศักยภาพผู้สูงอายใุ นมติ ิเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพอย่างรอบด้าน แต่ประเด็นทีส่ ำคัญคือ การสร้างภูมิค้มุ กนั
ให้ผูส้ งู อายุนนั้ ยังต้องเร่งพัฒนาอยู่ เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันเหน็ ไดว้ า่ ยงั มผี ู้สงู อายุบางกลุ่มท่ีไม่สามารถ
เข้าถึงมาตรการเยียวยาต่างๆ จากภาครัฐได้เมื่อเกิดการนำเทคโนโลยีมาใช้ แสดงให้เห็นถึงกลไกการดูแลของ
ภาครัฐได้เอื้ออำนวยให้ผู้สูงอายุเรียนรู้ในการปรับตัวหรือไม่ต่อสถานการณ์ รวมถึงผู้สูงอายุที่เป็น
กลุ่มเปราะบางสามารถมีและเข้าถึงบริการต่างๆ ได้อย่างทั่วถึงหรือไม่ ดังนั้นนโยบายกระทรวง พม. ควรให้
ความสำคัญต่อการปรับตวั ของผ้สู ูงอายุให้พร้อมรับการเปล่ยี นแปลง การสรา้ งภูมคิ ุ้มกันผสู้ ูงอายุทุกมิติ มิใช่ทำ
แบบแยกส่วน เช่น การฝกึ อาชีพ จะตอ้ งคำนึงถงึ ปัจจัยความพรอ้ มด้านสุขภาวะดว้ ย และมาตรการในการดแู ล
ผู้สูงอายุให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยี
เพ่ือตอบสนองความต้องการของผ้สู ูงอายใุ นภาวะพ่ึงพงิ หรอื เจบ็ ป่วยเพิ่มมากข้ึน

56

จากความสำคัญดังกล่าว ดังนั้นการกำหนดนโยบายซึ่งจำเป็นอย่างมากที่ต้องคำนึงถึง
การสร้างภูมิคุ้มกัน ผู้สูงอายุ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตในทุกมิติ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม
เศรษฐกิจ เพื่อป้องกันผลกระทบด้านอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น ผลกระทบกับระบบเศรษฐกิจมหภาค
งบประมาณในการดูแลผู้สูงอายุจากสถานการณ์ปกติและภาวะวิกฤต ผลกระทบด้านสังคม ด้านคุณภาพชีวิต
ผู้สูงอายุที่ถูกมองว่าเป็นกลุ่มประชากรไม่สำคัญในการขับเคลื่อนหรือพัฒนาประเทศชาติในอนาคต เป็นภาระ
ต่อสังคม อาจนำไปสู่การถูกทอดทิ้งได้ เป็นต้น และจากการศึกษาของกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ
(UNFPA)6 ได้วิเคราะห์สถานการณ์ผู้สงู อายใุ นปัจจุบันและทบทวนนโยบาย การดำเนินงานของภาครัฐและผู้มี
ส่วนได้เสียอื่นๆ ว่าด้วยความสามารถของผู้สูงอายุใน การตอบสนองต่อโอกาสและความท้าทายของโลกสูงวัย
ด้วยโดยการพัฒนาผู้สูงอายุต้องอาศัยกลไกจากทุกภาคส่วน ปรับปรุงนโยบายในทุกมิติที่มีความสัมพันธ์กัน
ใหผ้ ู้สูงอายสุ ามารถรบั การเปลย่ี นแปลงและมคี ุณภาพชวี ิตที่ดีขน้ึ

▪ กลไกบรู ณาแผนงานกับการพัฒนาคณุ ภาพชวี ิตกลมุ่ เปราะบาง (คนยากจน)
สถานการณ์ความยากจนในปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การเติบโตของรายได้ครัวเรือนอาจ

ลดลงอันเป็นผลมาจากสภาวการณ์เปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อกลุ่ม
ครัวเรือนเปราะบาง ตกงาน ขาดรายได้ เจ็บป่วย ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญและทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบอย่าง
หลีกเหลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นประเด็นปัญหาทางสังคมเรื่องความเหลื่อมล้ำจึงจำเป็นต้องพิจารณาและแก้ไข
โดยภาครัฐอย่างเร่งด่วน กระทรวง พม. ในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญจึงได้การดำเนินโครงการบูรณาการเพ่ือ
พฒั นาคุณภาพชวี ติ กลุ่มเปราะบางรายครัวเรอื นในปี 2564 โดยเน้นการดำเนนิ การแบบบูรณาการ กบั หนว่ ยงาน
ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และภาคี
เครือข่ายในพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาคนทุกช่วงวัยตามหลกั
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง มีความสำคัญต่อการบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs
เป้าหมายที่ 1-3 การขจัดความยากจน ยุติความ หิวโหย และสร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและ
สง่ เสริมสวสั ดิภาพสำหรับทุกคนในทุกวยั

เนื่องจาก ปี 2564 เป็นปีเริ่มดำเนินการโครงการฯ อาจมีประเด็นปัญหาหรืออุปสรรคที่ต้อง
ทบทวนโดยกระทรวง พม. ควรพิจารณาการถ่ายทอดนโยบายไปสู่การปฏิบัติระดับกระทรวงให้มีความเข้าใจ
ตรงกนั ต่อผู้ปฏบิ ตั งิ านในการรบั มอบนโยบาย ทง้ั นีส้ ิ่งท่ีสำคัญอีกประเดน็ คือ กลไกการบรู ณาการแผนงานหรือ
งบประมาณรว่ มกันในระดับกรม เพอื่ สนบั สนนุ การดำเนนิ งานของหนว่ ยงานในระดบั พื้นท่ีใหม้ ตี วั ชวี้ ัดเป้าหมาย
เดียวกัน เชื่อมร้อยกันทุกกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากไม่มีงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานโดยตรง
และแนวโน้มการจัดสรรงบประมาณอาจลดน้อยลง จึงเล็งเห็นความสำคัญของกลไกการดำเนินงานในระดับ
พื้นที่ให้สามารถบูรณาการทรัพยากรและใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อกลุ่มเป้าหมาย ในการส่งเสริมการมี
งานทำ รายได้ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย/MOU อื่นๆในพื้นที่ รวมถึงการประเมินผลการดำเนินงานเป็น
ระยะ โดยให้หน่วยงานสนับสนุนมีผู้แทนระดบั กรมเข้ามามีบทบาทในการวางกลไกการดำเนนิ งานด้วย เพื่อให้
โครงการบรรลุเป้าหมายเนื่องจากเป็นโครงการระยะยาว รวมถึงหน่วยงานทีเ่ กี่ยวข้องควรเป็นหน่วยสนับสนุน
ให้ความรแู้ กจ่ งั หวัดดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศในการประมวลผลการใหค้ วามชว่ ยเหลอื กลุม่ เปราะบาง

6 Ageing in the Twenty-First Century: A Celebration and A Challenge เขา้ ถึงไดจ้ าก https://www.unfpa.org/sites/ 7 ก.ย.2564

57

การบูรณการแผนงานนับเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายตามที่กล่าว
ข้างต้นเป็นการส่งเสริมธรรมาภิบาลภาครัฐ ประหยัดทรัพยากร การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์
มากที่สุด และเป็นความพยายามผลักดันการบูรณาการงานทุกระดับให้เป็นรูปธรรม ในพระราชกฤษฎีกา
วา่ ดว้ ยหลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการบรหิ ารกจิ การบ้านเมอื งทีด่ ี พ.ศ.2546 จะมสี าระสำคญั เก่ียวข้องกบั การบรู ณาการ
โดยได้กำหนดว่า “ในกรณีที่ภารกิจใดมีความเกี่ยวข้องกับหลายส่วนราชการหรือเป็นภารกิจที่ใกล้เคียงหรือ
ต่อเนื่องกัน ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนั้นกำหนดแนวทางปฏิบัติราชการ เพื่อให้เกิดการบริหารราชการแบบ
บูรณาการรว่ มกนั โดยมุ่งใหเ้ กดิ ผลสัมฤทธิ์ต่อภารกจิ ของรัฐ” (มาตรา 10 วรรค 1) แต่ในทางปฏบิ ัติ แม้ว่าจะมี
ความพยายามในการบริหารแบบบูรณาการในภารกิจทีม่ ีความสำคัญหลายเรื่อง แต่ยังเกิดปัญหาความซ้ำซ้อน
ในการปฏิบัติงานในหลายๆ ภารกิจ เป็นผลให้สิ้นเปลืองทรัพยากรเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่
สนับสนุนแนวคิดนี้ โดยศึกษางบประมาณเชิงบูรณาการเพื่อการพัฒนา : กลไกการบูรณาการยุทธศาสตร์ของ
5 กระทรวงหลักเศรษฐกิจ ได้ศึกษางบประมาณเชิงบูรณาการเป็นกลไกหนึ่งที่ใช้ในการเชื่อมโยงภารกิจ
และการดำเนินงานของส่วนราชการและกระทรวงต่าง ๆ เพื่อช่วยให้การจัดสรรทรัพยากรมีประสิทธิภาพ
ลดปัญหา ความซ้ำซ้อนและการสิ้นเปลืองทรัพยากร รวมทั้งเพื่อให้การบูรณาการนโยบายด้านเศรษฐกิจ
สามารถบรรลุผลสำเร็จด้วยดี มีความต่อเนื่อง7 ดังนั้นควรจะมีการบูรณาการแผนงานระดับกรมลงไปสู่
หนว่ ยงานในระดับพื้นท่ี เพือ่ พัฒนาคณุ ภาพชวี ิตกล่มุ เปราะบางรายครัวเรอื นไปสู่เป้าหมาย ภายในแนวคิดบ้าน
เดียวกนั ของทีม One Home พม.

▪ สังคมดี เริ่มต้นที่ครอบครัว สร้างหลักประกันความมั่นคงของครอบครัวต่อการแก้ไข
ปัญหาความรนุ แรงในครอบครัว
สถานการณ์ความรุนแรง ยังคงเป็นปัญหาทางสังคมที่เกิดขึ้นทุกวัน เกิดขึ้นทุกกลุ่มสังคม

โดยเฉพาะปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งกลุ่มจังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ สสว. 3 สถานการณ์
ความรุนแรง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ และอาจเป็นต้นเหตุสำคัญของอีกหลาย
ปัญหาที่ตามมาในสังคม เช่น ปัญหาอาชญากรรม การละเมิดสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาคระหว่างเพศ
เปน็ ตน้ ซงึ่ สง่ ผลกระทบทางด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ดา้ นพฤติกรรม ตลอดจนผลกระทบดา้ นสังคมโดยรวมหรือ
การนำไปสู่สังคมแห่งความรุนแรง การทำผิดกฎหมาย ปัญหาโรคซึมเศร้า การใช้สารเสพติด ต่างๆ ล้วนเป็น
ปัญหาท่ีเกิดขึ้นในลักษณะลูกโซ่ส่งผลกระทบซึ่งกันและกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากน้ีโดยภาพรวมของ
สถานการณ์นั้นสะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงเรื่องสัมพันธภาพระหว่างสมาชิกในครอบครัว
เนื่องด้วยสาเหตุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ สังคม ค่านิยม ความเชื่อ เทคโนโลยี ส่งผลให้ครอบครัวเกดิ
การทะเลาะ นำไปสู่ความแตกแยก ซึ่งลักษณะของปัญหาจะมีความซับซ้อนมากขึ้น สมาชิกในครอบครัวขาด
ความสมดุลในการทำบทบาทหน้าที่ของตน ขาดการสื่อสารที่ดี รวมถึงแรงกัดดันจากสภาพแวดล้อมภายนอก
นำไปสู่สถานการณค์ วามรุนแรงในครอบครวั ได้

การดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวในครอบครัวในพื้นที่ส่วนใหญ่

เป็นการดำเนินงานด้านการให้คำปรึกษา แนะนำ จากศูนย์ช่วยเหลือทางสังคม 1300 การรณรงค์ยุติความ

รุนแรง การให้บริการของบา้ นพักเด็กและครอบครัวในการให้สถานพักพิงช่ัวคราวสำหรับเด็กและครอบครัวให้

ได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ถูกกระทำความรุนแรงในกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งอาจต้องให้

ความสำคัญกับนโยบายส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวอย่างเร่งด่วน ในการจัดหาทรัพยากร

7 ทพิ วรรณ หล่อสุวรรณรัตนและสขุ ยืน เทพทอง.งบประมาณเชิงบูรณาการเพือ่ การพัฒนา: กลไกการบรู ณาการ ยุทธศาสตร์ของ 5 กระทรวงหลักด้าน

เศรษฐกิจ/ 9 กันยายน 2564.

58

และส่งเสริมสร้างความรู้ ทักษะสำหรับครอบครัวที่จำเป็น ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญห าคุณภาพชีวิต
กลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน เพื่อนำไปสู่การสร้างครอบครัวที่เข้มแข็งและมีความสุข โดยพิจารณายกระดับ
ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนให้เป็นรูปธรรม เสริมสร้างหลักประกันความมั่นคงของครอบครัวทุกมิติ
ครอบคลุมตามความตอ้ งการ/บริบทของพื้นที่ ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาอาจตอ้ งมีการติดตามการดำเนินงาน
ในพ้ืนที่อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง และผลกั ดนั ให้เป็นนโยบายลำดับแรกๆ ในการพฒั นางานดา้ นสงั คม ซงึ่ สอดคลอ้ ง SDGs
เป้าหมายที่ 10 ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อไม่ให้เกิดความไม่เท่าเทียมกัน เพื่อให้เด็กได้เติมโตขึ้นในครอบครัวที่
อบอุ่นเต็มไปด้วยความรัก และเป้าหมายที่ 16 เป็นการลดความขัดแย้งและความรุนแรงในทุกรูปแบบ
การเล้ียงดูเด็กและเยาวชนอย่ใู นความปลอดภยั หา่ งไกลจากความรุนแรง และการละเลยเพิกเฉย8

6.2 ข้อเสนอเชงิ ปฏิบัติ

 ส่งเสริมบทบาทของครอบครัว ชุมชน เครือข่ายทางสังคม เพื่อสร้างระบบดูแลผู้สูงอายุ
ในชุมชน โดยผลักดัน อปท. ให้เข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด ที่ศูนย์กลางประสานงานหน่วยงาน อพม. รพสต.
ศพค. ในการพัฒนาผู้สงู อายุทุกมิติ ทั้งสุขภาพ ความรู้ เทคโนโลยี ให้สามารถเข้าถึงบริการต่างๆ และสามารถ
ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ ซึ่งอาจต้องทำเป็นโครงการร่วมกันในชุมชนกับหน่วยงานบทบาท
สำคัญ หรอื ผู้นำในชมุ ชน เช่น กำนัน ผู้ใหญบ่ า้ น เป็นตน้

 กลไกการส่งเสริมการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย/MOU ตามโครงการบูรณาการ
เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนในระดับจังหวัด โดยกลไกศูนย์อำนวยการขจัด
ความยากจนและพัฒนาชนบทตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด (ศจพ.จ.) ในระยะเริ่มแรกอาจจะมี
ข้อจำกัดในการดำเนินงานร่วมกัน ซึ่งอาจต้องปรับหมายของแต่ละหน่วยงานให้มีความสอดคล้องกัน
และจัดกลุ่มการให้ความช่วยเหลือตามความต้องการของครัวเรือนให้มีความชัดเจนตามภารกิจของหน่วยงาน
ภาคีเครือข่าย เช่น การซ่อมแซมบ้านและการฝึกอาชีพ ต้องมีหน่วยไหนบ้าง เป็นต้น อาจจะทำในลักษณะ
เดียวกับการ Matching อพม. ไปสู่การ Matching หน่วยงานให้ความช่วยเหลือตามปัญหา โดยประชุมหารือ
ทำข้อตกลงร่วมกันในการแก้ไขปัญหาสังคมตามเป้าหมายและภารกิจของหน่วยงาน เพื่อเชื่อมโยงบูรณาการ
ทำงานภายใต้กลไก ศจพ.จังหวัด

 การดำเนินงานหรือกิจกรรมโครงการเกี่ยวกับครอบครัว ควรเน้นการส่งเสริมทักษะการใช้
ชีวิต และบทบาทหน้าที่ของตนเองต่อการเป็นสมาชิกในครอบครัว หรือการส่งเสริมบทบาทของสมาชิกใน
ครอบครัว การเสริมสร้างความเข้มแข็งในครอบครัว โดยใช้ตัวชี้วัดความสุขในครอบครัวเป็นกลไกในการ
ดำเนินงาน นอกจากน้คี วรยกระดบั การสง่ เสริมการสร้างสัมพนั ธภาพของครอบครวั และชุมชน ในการเฝา้ ระวัง
ปัญหาความรุนแรง โดยส่งเสริมบทบาทชุมชนต่อการเฝ้าระวังและแจ้งเหตุที่อาจเกิดขึ้น ควรมีหลักสูตร
โดยเฉาะสำหรับการให้ความรู้เรื่องความรุนแรงในครอบครัว ประเภทของความรุนแรง การแจ้งเหตุ เป็นต้น
และผลกั ดันให้ชุมชนเกดิ ความตระหนัก เห็นความสำคญั ของปญั หาร่วมกัน

8 https://www.sosthailand.org/blog/sdgs/8 ก.ย.2564.

59




Click to View FlipBook Version