The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับ 2565 สสว.3 UPDATE 10 11 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by policy, 2022-09-14 03:16:44

รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับ 2565 สสว.3

รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับ 2565 สสว.3 UPDATE 10 11 2565

แหล่งที่มาของข้อมูล ณ วันท่ี 31 มนี าคม 2565

(1) คนยากจน ทีม่ าจากระบบบรหิ ารจดั การขอ้ มลู การพัฒนาคนแบบชีเ้ ป้า (TPMAP)

(2) คนเรร่ อ่ น/ไร้ท่อี ยอู่ าศัย ทีม่ าจากสำนกั งานพฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษยจ์ ังหวดั

(3) ไมม่ สี ถานะทางทะเบียนราษฎร ทม่ี ากรมการปกครอง

(4) ผ้พู ้นโทษ ท่ีมาจากกรมราชทณั ฑ์

(5) ผู้ติดเชอื้ HIV ที่มาจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมน่ั คงของมนุษยจ์ งั หวัด

หมายเหตุ นิยาม ผู้ด้อยโอกาส หมายถึง ผู้ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน และได้รับผลกระทบในด้าน

เศรษฐกิจสงั คม การศึกษา สาธารณสุข การเมอื ง กฎหมาย วัฒนธรรม ภัยธรรมชาติและภัยสงคราม รวมถงึ ผทู้ ่ีขาดโอกาสท่ีจะ

เข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานของรัฐ ตลอดจนผู้ประสบปัญหาท่ียังไม่มีองคก์ รหลักรับผิดชอบอันจะส่งผลให้ไมส่ ามารถดำรงชีวติ ได้

เท่าเทยี มกบั ผู้อืน่ ” โดย กรมพฒั นาสงั คมและสวสั ดิการ กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมัน่ คงของมนุษย์ (พม.)

จากตารางที่ 3.7 แสดงสถานการณ์กลุ่มผดู้ อ้ ยโอกาส ในเขตพ้ืนท่ีรับผดิ ชอบ สสว.3 เมอื่ พิจารณา
ประเด็นคนยากจนของกลุ่มจังหวัด มีจำนวนทั้งสิ้น 189,854 คน เมื่อเปรียบเทียบกบั จำนวนของประชากรใน
จังหวัดนั้น ๆ จังหวัดที่มีคนยากจนสูงสุดในกลุ่มจังหวัด คือ จังหวัดเพชรบุรี คิดเป็นร้อยละ 6.14 จังหวัด
สมุทรสาคร คิดเป็นร้อยละ 4.45 และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คิดเป็นร้อยละ 4.32 ผู้ด้อยโอกาสที่เป็น
คนเร่รอน/ไร้ที่อยู่อาศัยของกลุ่มจังหวัด มีจำนวน 1,272 คน โดยจังหวัดที่มีผู้ด้อยโอกาสฯ มากที่สุด คือ
จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 489 คน รองลงมา คือ จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 336 คน และจังหวัดราชบุรี จำนวน
164 คน สำหรบั ผู้ดอ้ ยโอกาสท่ีไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร เมื่อเทียบกบั จำนวนประชากรในจังหวดั พบว่า
จังหวัดที่มีคนไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎรสูงสุด คือ จังหวัดกาญจนบุรี คิดเป็นร้อยละ 8.67 จังหวัด
สมุทรสาคร คิดเป็นร้อยละ 5.84 และจังหวัดราชบุรี คิดเป็นร้อยละ 3.05 ซึ่งจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัด
ราชบุรี เนื่องจากเปน็ พ้ืนท่ีที่มอี าณาเขตติดกับชายแดนประเทศเพ่ือนบา้ น จึงทำให้มีกลุ่มชาติพนั ธุ์ในพื้นท่เี ปน็
จำนวนมาก ส่วนจังหวดั สมุทรสาครเป็นเมืองอุตสาหกรรมซึ่งมีแรงงานตา่ งดา้ วในพื้นทีจ่ ำนวนมาก ในส่วนของ
ผู้ด้อยโอกาสที่เปน็ ผ้พู น้ โทษ พบวา่ จังหวัดทมี่ จี ำนวนผ้พู น้ โทษมากทสี่ ดุ คือ จังหวัดราชบุรี จำนวน 3,110 คน
รองลงมา คือ จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 2,640 คน และจังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 2,565 ในส่วนของ
ผู้ด้อยโอกาสที่เป็นผู้ติดเชื้อ HIV เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรในจังหวัด พบว่า จังหวัดที่มีจำนวนผู้ติดเช้ือ
มากท่ีสุด คือ จังหวัดกาญจนบุรี คิดเป็นร้อยละ 0.85 จังหวัดสุพรรณบุรี คิดเป็นร้อยละ 0.56 และจังหวัด
เพชรบุรี คิดเป็นรอ้ ยละ 0.21

สว่ นที่ 4

สถานการณ์เชิงประเดน็ ทางสังคมในระดับกลมุ่ จงั หวดั

4.1 สถานการณก์ ลุ่มเปราะบางรายครัวเรอื น

ตารางท่ี 4.1.1 แสดงกลุ่มคนเป้าหมายตามฐานข้อมลู ระบบการพฒั นาคนแบบชี้เปา้ TP MAP แยกรายมติ ิ

รายจงั หวดั

(หน่วย:คน)

จงั หวดั จำนวนคน ดา้ นความ ดา้ นการศกึ ษา ด้านสุขภาพ ดา้ นรายได้ ด้านการ

เปราะบาง เป็นอยู่ เข้าถงึ

บริการภาครัฐ

นครปฐม 190,062 1,199 135 1,256 1,933 1

ราชบุรี 185,660 1,283 1,588 961 4,215 4

กาญจนบุรี 189,179 1,829 3,967 1,988 3,782 16

สุพรรณบรุ ี 208,201 3,647 6,707 3,556 6,494 20

สมทุ รสาคร 95,294 208 1 1,352 1,549 -

สมทุ รสงคราม 44,382 24 20 67 170 -

เพชรบรุ ี 113,143 2,034 54 1,937 5,999 8

ประจวบครี ขี ันธ์ 132,202 157 271 779 2,192 73

รวม 1,158,123 10,381 12,743 11,896 26,334 122

ทมี่ า : ฐานข้อมลู ระบบการพัฒนาคนแบบชเี้ ป้า TP MAP สำนักงานการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ

หมายเหตุ : 1) กลุ่มคนเปราะบาง หมายถึง บุคคลที่ต้องการได้รับการพึ่งพิงจากผู้อื่น ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่าง

อิสระหรือตัดสนิ ใจไดด้ ้วยตวั เอง โดยสามารถแบง่ กลุ่มคนเปราะบางได้ ดังน้ี

1. กลุม่ ทม่ี ีความเสยี่ งสงู กว่าบคุ คลทั่วไป อาทิ หญิงตั้งครรภ์ ผ้สู ูงอายุ

2. กลุม่ ทุพพลภาพ อาทิ ผพู้ กิ าร ผปู้ ว่ ยจติ เวช ผู้ป่วยเด็ก ผปู้ ่วยสมองเสอื่ ม

3. กลุ่มทไ่ี มม่ อี ิสระพอในการตัดสนิ ใจ อาทิ นักโทษ ทหารเกณฑ์

2) คนเปราะบาง 1 คน อาจจะมีคณุ ภาพชวี ิตทต่ี ่ำกวา่ เกณฑ์ มากกว่า 1 มิติ

ในปีงบประมาณ 2564 - 2565 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ดำเนิน
โครงการพฒั นาคุณภาพชีวติ กลุ่มเปราะบางรายครวั เรือน โดยมกี ารบรู ณาการการทำงานร่วมกับ 12 กระทรวง
1 หน่วยงาน โดยกำหนดให้ใช้ข้อมูลจากระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People
Map and Analytics Platform : TPMAP) ครัวเรือนเปราะบาง 4.1 ล้านครัวเรือน หรือจำนวน 10,754,205 คน
เป็นฐานข้อมูลหลักมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้กินดีอยู่ดี ซึ่งจากตารางที่ 4.1.1 จะพบว่า
จำนวนคนทีต่ อ้ งได้รับการพฒั นาคุณภาพชวี ิตใหด้ ีขึ้น ทเ่ี รียกว่าคนเปราะบางน้นั ในเขตพ้ืนทร่ี ับผิดชอบ สสว.3

มีทั้งสิ้น 1,158,123 คน คิดเป็นร้อยละ 21.71 เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรในกลุ่มจังหวัด จำนวน
5,333,543 คน และหากเทียบกับจำนวนประชากรในจังหวัดนั้น ๆ พบว่า จังหวัดที่มีคนเปราะบางสูงสุด คือ
จังหวัดสุพรรณบุรี คิดเป็นร้อยละ 24.92 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คิดเป็นร้อยละ 23.90 และจังหวัดเพชรบุรี
คิดเป็นร้อยละ 23.43 ซึ่งในจำนวนคนเปราะบางข้างต้นเป็นผู้ที่มีคุณภาพชีวิตท่ีต่ำกว่าเกณฑ์ 5 มิติ (มิติความ
เป็นอยู่ มิติด้านการศึกษา มิติด้านสุขภาพ มิติด้านรายได้ และมิติด้านการเข้าถึงบริการภาครัฐ) จากตาราง
ขา้ งตน้ จำแนกผทู้ มี่ คี ุณภาพชวี ิตทตี่ ่ำกวา่ เกณฑ์ รายมติ ิจากมากไปหาน้อยที่สุด ดงั น้ี

1) มิติด้านรายได้ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ สสว.3 มีประชากรที่มีคุณภาพชีวิตที่ต่ำกว่าเกณฑ์
จำนวน 26,334 คน คิดเป็นร้อยละ 0.49 เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรกลุ่มจังหวัด และเมื่อเทียบกับจำนวน
คนเปราะบางในจังหวัด จังหวัดที่มีประชากรคุณภาพชวี ิตที่ตำ่ กว่าเกณฑ์มากท่ีสุด คือ จังหวัดเพชรบรุ ี คิดเป็น
รอ้ ยละ 5.30 รองลงมา คือ จงั หวัดสุพรรณบรุ ี คิดเปน็ รอ้ ยละ 3.12 และจงั หวัดราชบรุ ี คดิ เปน็ ร้อยละ 2.27

2) มติ ดิ า้ นการศกึ ษา ในเขตพน้ื ท่รี ับผิดชอบ สสว.3 มปี ระชากรที่มีคุณภาพชวี ติ ทีต่ ำ่ กว่าเกณฑ์
จำนวน 12,743 คนคิดเป็นร้อยละ 0.24 เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรกลุ่มจังหวัด และเมื่อเทียบกับจำนวน
คนเปราะบางในจังหวัด จังหวัดที่มีประชากรคุณภาพชีวิตที่ต่ำกว่าเกณฑ์มากที่สุด คือ จังหวัดสุพรรณบุรี
คิดเปน็ รอ้ ยละ 3.22 รองลงมา คอื จงั หวัดกาญจนบรุ ี คดิ เปน็ ร้อยละ 2.10 และจงั หวัดราชบุรี คดิ เปน็ รอ้ ยละ 0.86

3) มิติด้านสุขภาพ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ สสว.3 มีประชากรที่มีคุณภาพชีวิตที่ต่ำกว่าเกณฑ์
จำนวน 11,896 คน คิดเป็นร้อยละ 0.22 เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรกลุ่มจังหวัด และเมื่อเทียบกับจำนวน
คนเปราะบางในจังหวัด จังหวัดที่มีประชากรคุณภาพชีวิตท่ีต่ำกว่าเกณฑ์มากที่สุด คือ จังหวัดสุพรรณบุรีและ
จังหวัดเพชรบุรีเท่ากัน คิดเป็นร้อยละ 1.71 รองลงมา คือ จังหวัดสมุทรสาคร คิดเป็นร้อยละ 1.42 จังหวัด
กาญจนบรุ ี คดิ เป็นร้อยละ 1.05

4) มิติด้านความเป็นอยู่ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ สสว.3 มีประชากรที่มีคุณภาพชีวิตที่ต่ำกว่า
เกณฑ์ จำนวน 10,381 คน คิดเป็นร้อยละ 0.19 เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรกลุ่มจังหวัด และเมื่อเทียบกับ
จำนวนคนเปราะบางในจังหวัด จังหวัดท่ีมีประชากรคุณภาพชีวิตท่ีต่ำกว่าเกณฑ์มากที่สุด คือ จังหวัดเพชรบุรี
คิดเป็นร้อยละ 1.80 รองลงมา คือ จังหวัดสุพรรณบุรี คิดเป็นร้อยละ 1.75 และจังหวัดกาญจนบุรี คิดเป็น
ร้อยละ 0.97

5) มติ ิด้านการเข้าถึงบริการภาครัฐ ในเขตพ้ืนทรี่ บั ผิดชอบ สสว.3 มีประชากรที่มีคุณภาพชีวิต
ทต่ี ่ำกว่าเกณฑ์ จำนวน 122 คน คิดเป็นร้อยละ 0.00 เมอ่ื เทยี บกบั จำนวนประชากรกลุ่มจังหวัด และเม่ือเทียบ
กับจำนวนคนเปราะบางในจังหวัด จังหวัดท่ีมีประชากรคุณภาพชีวิตที่ต่ำกว่าเกณฑ์มากที่สุด คือ จังหวัด
ประจวบคีรีขันธ์ คิดเป็นร้อยละ 0.06 รองลงมา คือ จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดเพชรบุรี
เทา่ กนั คดิ เป็นร้อยละ 0.01

ตารางท่ี 4.1.2 แสดงข้อมลู ครวั เรือนเปราะบาง รายจังหวัดในเขตพ้ืนท่ีรบั ผดิ ชอบ สสว.3

(หนว่ ย:ครัวเรือน)

จังหวดั *จำนวน ครวั เรอื นที่อยู่ **ระดับความเปราะบางของครวั เรือน

ครวั เรอื น อาศัยไม่ม่ันคง
เปราะบาง
ระดับ 0 ระดับ 1 ระดบั 2 ระดับ 3

นครปฐม 63,699 1,234 33,824 6,260 16,965 6,650

ราชบรุ ี 61,826 448 58,618 623 1,813 772

กาญจนบรุ ี 66,706 - 54,421 3,503 7,206 1,576

สพุ รรณบรุ ี 75,953 1,415 73,762 480 1,377 316

สมุทรสาคร 30,981 - 29,675 162 925 219

สมทุ รสงคราม 15,462 808 14 181 486 152

เพชรบุรี 37,339 19 36,841 153 2,508 292

ประจวบคีรีขันธ์ 47,592 440 45,959 703 6,078 1,271

รวม 399,558 4,364 333,114 12,065 37,358 11,248

ท่ีมา กองตรวจราชการ กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนษุ ย์ ขอ้ มลู ณ วนั ท่ี 31 มีนาคม 2565

*นิยาม ครัวเรือน หมายถึง บุคคลหรือกลุ่มคนที่อยู่ร่วมกันและกินอยู่ร่วมกันในสถานที่เดียวกันจำนวน 6 เดือน

เปน็ อยา่ งน้อย โดยจำแนกออกไดเ้ ป็น 2 ชนดิ คอื

1. ครัวเรือนคนเดียว ได้แก่ ครัวเรือนซึ่งประกอบด้วยบุคคลคนเดยี วโดยไม่เกี่ยวข้องเป็นสมาชิกของครัวเรือน

อื่นใดท่อี ยู่ในบา้ นเดียวกนั หรอื บุคคลคนเดยี วอาศัยอยู่ตามลำพงั ในบา้ นหลงั หนง่ึ

2. ครัวเรือนที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติ ได้แก่ ครัวเรือนที่มีบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป อยู่รวมกันในบ้าน

เดยี วกนั หรอื ส่วนหนง่ึ ของบา้ น และร่วมกนั ในการจดั หาและใช้ส่ิงอุปโภค บริโภคอนั จำเปน็ แก่การครองชีพของบุคคลกลุ่มน้ัน

บุคคลเหลา่ นอ้ี าจเป็นญาติกัน หรอื ไมเ่ ปน็ ญาตกิ นั เลย

ครัวเรือนเปราะบาง ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและมีบุคคลที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือ

เชน่ ครอบครวั ยากจนท่ีมีเดก็ เล็ก แม่เลยี้ งเด่ยี ว ผสู้ งู อายุ คนพกิ าร สามารถแบ่งระดับความเปราะบางได้ ดงั น้ี

ครัวเรอื นระดบั ๐ หมายถึง ครวั เรือนท่ีไมต่ กมิติเรอื่ งรายได้และมีบุคคลท่มี ภี าวะพึง่ พงิ

ครัวเรอื นระดับ 1 หมายถึงครัวเรือนที่มรี ายไดน้ อ้ ย ครวั เรือนท่มี รี ายได้น้อยและมีปญั หาที่อยู่อาศยั

ครัวเรอื นระดบั 2 หมายถึงครัวเรือนทีม่ ีรายไดน้ อ้ ยและมบี ุคคลทอ่ี ยูใ่ นภาวะพงึ่ พงิ 1 – 2 คน

ครวั เรือนระดบั 3 หมายถึงครวั เรอื นทมี่ รี ายไดน้ อ้ ยและมบี คุ คลทอ่ี ยูใ่ นภาวะพง่ึ พิงมากกว่า 2 คน

ครวั เรอื นท่มี ีรายไดน้ ้อย คือ ครวั เรอื นทม่ี รี ายไดเ้ ฉล่ยี ต่อปไี มเ่ กนิ 100,000 ต่อคน ตอ่ ปี

ภาวะพึ่งพิง หมายถึง คนที่ต้องได้รับการดูแล/ช่วยเหลือจากคนอื่น (อาทิ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ

และผปู้ ่วยตดิ เตยี ง เป็นต้น)

ในส่วนข้อมูลครวั เรอื นเปราะบาง ประเทศไทยมจี ำนวนครวั เรือนเปราะบางทั้งสน้ิ 4,104,450 ครวั เรอื น
และจากตารางที่ 4.1.2 จำนวนครัวเรอื นเปราะบางในเขตพื้นทีร่ บั ผดิ ชอบ สสว.3 มที งั้ สิ้น 399,558 ครัวเรอื น คิดเป็น
ร้อยละ 17.42 เมื่อเทียบกับจำนวนครัวเรือนของกลุ่มจังหวัด จำนวน 2,293,008 ครัวเรือน และเม่ือเทียบจำนวน
ครัวเรือนเปราะบางกับจำนวนครัวเรือนแต่ละจังหวัด พบว่า จังหวัดที่มีครัวเรือนเปราะบางมากที่สุด คือ จังหวัด
สุพรรณบุรี คิดเป็นร้อยละ 24.41 รองลงมา คือ จังหวัดสมุทรสงคราม คิดเป็นร้อยละ 20.91 และจังหวดั กาญจนบุรี
คิดเปน็ รอ้ ยละ 18.86 ซง่ึ มคี รวั เรือนท่ีมีท่ีอย่อู าศัยไม่ม่นั คง คิดเปน็ ร้อยละ 0.19 มากทีส่ ดุ คอื จังหวัดสมุทรสงคราม
คิดเปน็ ร้อยละ 1.09 รองลงมา คือ จังหวัดสพุ รรณบรุ ี คดิ เปน็ ร้อยละ 0.45 และจงั หวัดนครปฐม คิดเป็นร้อยละ 0.30
โดยมีครัวเรือนระดับ 0 มากที่สุด (ครัวเรือนที่ไม่ตกมิติเรื่องรายได้และมีบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิง) จำนวน 333,114
ครัวเรือน ครัวเรือนระดับ 2 (ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและมีบุคคลที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง 1 – 2 คน) จำนวน 37,358
ครัวเรือน ครัวเรือนระดับ 1 (ครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและมีปัญหาที่อยู่อาศัย) จำนวน
12,065 ครัวเรอื น และครัวเรอื นระดับ 3 (ครัวเรือนท่มี รี ายได้น้อยและมีบคุ คลทอี่ ยู่ในภาวะพ่ึงพิงมากกว่า 2 คน) จำนวน
11,248 ครัวเรอื น ซึง่ ครัวเรอื นระดับ 3 เปน็ กล่มุ เปา้ หมายแรกทีท่ างกระทรวง พม. ตอ้ งใหก้ ารช่วยเหลอื แบบเร่งดว่ น
ตารางท่ี 4.1.3 ผลการขับเคลือ่ นโครงการพัฒนาคณุ ภาพชวี ิตกลมุ่ เปราะบางรายครัวเรือน

ทมี่ า กองตรวจราชการ กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมน่ั คงของมนษุ ย์ ขอ้ มูล ณ วนั ที่ 31 พฤษภาคม 2565

จากตารางที่ 4.1.3 การดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน
มีการบูราณาการทำงานร่วมกับทีม One Home และภาคีเครือข่ายในพื้นที่เริ่มตั้งแต่กระบวนการคัดกรองข้อมูล
การตรวจสอบความถูกต้องการวิเคราะห์ การวางแผน ตลอดจนการดำเนินการช่วยเหลือ มีการวิเคราะห์โดยใช้
หลักสังคมสงเคราะห์ การประชุมทีม/คณะทำงานจังหวัด เกณฑ์ระดับครัวเรือนตามที่กระทรวงกำหนด
(ระดับ 0 - 3) นอกจากน้ียังใช้กลไกศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างย่ังยืนตามหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวดั (ศจพ.จ.) หรือบางจังหวดั ใช้คณะทำงานของจังหวัดเคล่ือนท่ีเป็นกลไกสำคัญ
ในการขับเคล่ือนงาน การวางแผนชว่ ยเหลือกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน โดยจงั หวดั ในเขตพน้ื ทร่ี ับผดิ ชอบ สสว.3
มีผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด รอบ 6 เดือน พ.ศ. 2565 มีเป้าหมาย 15 % เมื่อเทียบกับจำนวนครัวเรือน
เปราะบาง จากตารางที่ 4.1.3 จังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบส่วนใหญ่มีผลการดำเนินเกินร้อยละ 50 ขึ้นไป
มเี พยี ง 2 จังหวัดที่มีผลการดำเนนิ งานไม่ถึงรอ้ ยละ 50 คือ จงั หวดั สุพรรณบุรี และจงั หวดั เพชรบรุ ี

4.2 สถานการณ์ภายใตก้ ารแพร่ระบาดของเช้ือ COVID - 19

ตารางที่ 4.2.1 แสดงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID - 19 พ้ืนที่กลุ่มจังหวัดในเขตรับผิดชอบ สสว.3

(หน่วย:คน)

จังหวัด ตดิ เชอื้ สะสม กำลงั รกั ษา รกั ษาหาย เสยี ชีวติ

นครปฐม 65,501 4,723 60,086 692

ราชบุรี 72,940 3,684 68,896 360

กาญจนบุรี 40,710 3,180 37,280 250

สุพรรณบุรี 37,421 7,887 29,211 323

สมทุ รสาคร 151,435 93,723 56,673 1,039

สมทุ รสงคราม 23,208 11,877 11,167 164

เพชรบรุ ี 38,565 2,050 36,341 174

ประจวบครี ีขนั ธ์ 36,099 541 35,403 155

รวม 465,879 127,665 335,057 3,157

ทมี่ า รายงานสถานการณ์ COVID-19 สำนักงานสาธารณสขุ จังหวัด ขอ้ มลู ณ วนั ท่ี 31 พฤษภาคม 2565

จากตารางที่ 4.2.1 สถานการณ์ภายใต้การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID - 19 ในเขตพื้นที่
รับผิดชอบ สสว.3 ตั้งแต่ระลอกที่ 1 จนถึง วันที่ 31 พฤษภาคม 2565 ยอดผู้ติดเชื้อสะสม มีทั้งส้ิน
465,879 คน คิดเป็นร้อยละ 33.16 เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของประเทศ จังหวัดที่พบว่า มียอด
ผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดนครปฐม และจังหวัดราชบุรี ซึ่งจังหวัดเป็นเมือง
อุตสาหกรรมมีแรงงานต่างด้าวจำนวนมากผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ ทำให้การกระจายของเชื้อโรค
ควบคมุ ไดย้ าก ส่วนจังหวดั ท่ีมีผ้ตู ิดเชอ้ื นอ้ ยทส่ี ุด คือ จังหวัดกาญจนบรุ ี จังหวดั เพชรบรุ ี และจังหวัดสุพรรณบุรี
ในด้านของการรักษาผู้ติดเชื้อจังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ร้อยละ 78 ขึ้นไปของผู้ติดเชื้อที่รักษาตัวหาย
จากการติดเชือ้

ตารางที่ 4.2.2 แสดงข้อมูลการได้รับวัคซีนป้องกันโรค COVID - 19 ประชาชนในพื้นท่ีกลมุ่ จังหวัด
ในเขตรบั ผดิ ชอบ สสว.3

(หนว่ ย:คน)

จงั หวดั เข็มท่ี 1 เขม็ ที่2 กระต้นุ เขม็ ที่ 3 กระตนุ้ เข็มที่ 4
นครปฐม 717,542 707,326 370,842 39,561
ราชบุรี 558,896 534,546 211,924 11,826
กาญจนบุรี 551,441 503,360 181,701 8,395
สุพรรณบุรี 534,781 482,216 178,789 11,387

ตารางท่ี 4.2.2 แสดงข้อมูลการไดร้ ับวคั ซีนปอ้ งกนั โรค COVID - 19 ประชาชนในพ้นื ทกี่ ลมุ่ จังหวดั
ในเขตรับผิดชอบ สสว.3 (ต่อ)

(หนว่ ย:คน)

จงั หวดั เข็มท่ี 1 เขม็ ท่ี2 กระตนุ้ เขม็ ที่ 3 กระตนุ้ เข็มท่ี 4

สมทุ รสาคร 980,279 911,473 373,711 46,374

สมุทรสงคราม 125,883 115,859 55,317 4,590

เพชรบรุ ี 366,608 346,466 125,738 9,826

ประจวบครี ขี นั ธ์ 448,426 404,006 153,763 13,175

รวม 4,283,856 4,005,252 1,651,785 145,134

ทม่ี า MOPH-Immunization Center (IC) กระทรวงวาธารณสุข ข้อมูล ณ ขอ้ มลู ณ วันท่ี 31 พฤษภาคม 2565

จากตารางที่ 4.2.2 สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID -19 ในปี 2563 – 2564
มีสถานการณ์ที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลจึงได้รณรงค์ให้ประชาชนทุกช่วงวัยได้รับวัคซีน โดยทางกระทรวง พม.
ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายให้การช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่กลุ่มเป้าหมายของ
กระทรวงฯ (เด็ก/ผู้สูงอายุ/คนพิการ/ผู้ป่วยติดเตียง) ให้ได้รับวัคซีนกันอย่างทั่วถึง ซึ่งในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
สสว.3 นั้น มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 รวมทั้งสิ้น 4,283,856 คน คิดเป็นร้อยละ 80.30 เข็มที่ 2 จำนวน
4,005,252 คน คิดเป็นร้อยละ 75.10 เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรในกลุ่มจังหวัด จำนวน 5,333,543 คน
และเมื่อเทยี บกับประชากรของแต่ละจังหวดั พบว่า ทุกจังหวดั น้นั ไดร้ ับฉีดวัคซนี เขม็ ที่ 1 เกนิ ร้อยละ 61 ข้ึนไป
และเข็มที่ 2 เกินร้อยละ 56 ขึ้นไป มีเพียงจังหวัดสมุทรสาครที่มีประชาชนได้รับฉีดวัคซีนเกินร้อยละ 100
เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ COVID - 19 มากเป็นลำดับต้น ๆ ของประเทศ ภาครัฐจึงมีการรณรงค์และ
สนับสนุนให้ประชาชนได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง อีกทั้งยังเปิดให้บริการจังหวัดใกล้เคียงมารับบริการฉีดวัคซีนที่
จังหวัดสมุทรสาคร ในส่วนของเข็มที่ 3 แต่ละจังหวัดมีผู้ที่ได้รับวัคซีนเกินร้อยละ 20 ขึ้นไป โดยกระทรวง
สาธารณสุขรณรงค์ให้ประชาชนทุกช่วงวัยได้รับวัคซีนให้ได้อยา่ งน้อยจำนวน 3 เข็ม เพื่อลดอัตราความรุนแรง
ของการเกิดโรค และเขม็ ท่ี 4 แตล่ ะจังหวดั ได้รับวคั ซีนเกินรอ้ ยละ 8 เมอ่ื เทียบกบั จำนวนประชากรของจังหวัด

ตารางท่ี 4.2.3 แสดงข้อมูลการให้ความช่วยเหลือผูไ้ ด้รบั ผลกระทบจากสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาด
ของโรค COVID - 19 พืน้ ทก่ี ลุ่มจงั หวัดในเขตรบั ผิดชอบ สสว.3

จังหวัด ผู้ป่วย COVID - 19 (คน) ครอบครัวผูเ้ สยี ชีวติ จาก ผไู้ ดร้ บั ผลกระทบ ครอบครัวผู้ไดร้ บั
COVID - 19 ท่ไี ด้รับการ ผลกระทบทไ่ี ดร้ ับการ
นครปฐม 96 (ครอบครวั )
ราชบรุ ี 120 ชว่ ยเหลือ (คน) ชว่ ยเหลือ
กาญจนบรุ ี 10 (ครอบครัว)
สพุ รรณบรุ ี 9 2 2,220
371 - 1,737 2,213
- 472
342 146
385 381

ตารางท่ี 4.2.3 แสดงข้อมูลการใหค้ วามช่วยเหลือผูไ้ ด้รบั ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโรค COVID - 19 พน้ื ท่ีกลุ่มจังหวดั ในเขตรับผิดชอบ สสว.3 (ตอ่ )

จงั หวดั ผู้ป่วย COVID - 19 (คน) ครอบครวั ผเู้ สยี ชวี ติ ผู้ไดร้ บั ผลกระทบท่ี ครอบครวั ผู้ได้รบั
จากCOVID - 19 ไดร้ บั การชว่ ยเหลอื ผลกระทบท่ีไดร้ ับการ

(ครอบครวั ) (คน) ช่วยเหลอื
(ครอบครัว)

สมทุ รสาคร 144 8 981 521

สมุทรสงคราม 42 38 841 1,034

เพชรบุรี - - 905 519

ประจวบครี ีขันธ์ 26 19 2,417 3,950

รวม 808 77 9,828 9,236

ที่มา : รายงานข้อมูลการใหค้ วามช่วยเหลอื ผไู้ ดร้ ับผลกระทบจากสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรค COVID - 19

กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนษุ ย์ ข้อมลู ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2565

จากตาราง 4.2.3 แสดงข้อมูลการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่
ระบาดของโรค COVID – 19 พนื้ ท่กี ลมุ่ จังหวดั ในเขตรับผดิ ชอบ สสว.3 ซง่ึ กระทรวง พม. ไดม้ ีการจัดทำขอ้ มูล
การให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID -19 เพื่อเป็นการ
รายงานผลให้กบั ผ้บู ริหาร โดยมีการพัฒนาระบบและเปดิ ใชง้ านเม่ือวนั ที่ 27 สงิ หาคม 2565 โดยจังหวัดในเขต
พื้นที่รับผิดชอบ สสว.3 ได้ให้การช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาที่เป็นผู้ป่วย COVID - 19 จำนวน 808 คน
ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจาก COVID - 19 จำนวน 77 ครอบครัว และกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบและ
ไดร้ ับการช่วยเหลือ เช่น จำนวน 9,828 คน ครอบครัวผู้ท่ีได้รบั การช่วยเหลอื จำนวน 9,236 ครอบครวั ซง่ึ แต่
ละจังหวัดได้ใหก้ ารช่วยเหลือทั้งดา้ นการชว่ ยเหลือเปน็ ตัวเงิน การสนับสนุนเงินกู้คนพิการ การสนับสนุนเงินกู้
ผู้สูงอายุ ช่วยเหลอื ด้านสิ่งของ เช่น ถุงยังชีพ ข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารกล่อง ฯลฯ การช่วยเหลือด้านสังคม
สงเคราะห์ เชน่ การจดั การรายกรณี ประสานตรวจเช้อื ประสานฉีดวคั ซนี ประสานเขา้ รักษา ฯลฯ

สว่ นที่ 5

การวิเคราะห์สถานการณท์ างสังคมในพืน้ ทก่ี ล่มุ จังหวดั สสว.3

จากสถานการณ์ทางสงั คมในเขตพืน้ ทีร่ บั ผดิ ชอบ สสว.3 วิเคราะหจ์ ากสถานการณ์ทางสังคมท่ี
สำคญั คอื สถานการณ์เดก็ สถานการณผ์ สู้ ูงอายุ และปญั หาหน้ีสนิ ในครวั เรือน ดงั น้ี

5.1 สถานการณเ์ ด็ก

แผนภูมทิ ่ี 5.1.1 แสดงแนวโน้มจำนวนเด็กกลมุ่ จังหวัดในเขตพ้ืนทีร่ ับผดิ ชอบ สสว.3

จากแผนภูมิที่ 5.1.1 การเก็บสถิติ

ข้อมูลจำนวนเด็กในปี 2554 – 2564 จะเห็น

ได้ว่าจำนวนของเด็กมีแนวโน้มลดลงมาอย่าง

ต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจส่งผล

กระทบ คือ 1) ผลกระทบระยะสั้น จะทำให้

จำนวนประชากรลดลงส่งและส่งผลให้อะไรท่ี

ตระเตรียมไว้สำหรับรองรับคนจำนวนมาก

จะเสียเปล่า จากครอบครัวขยายจะกลายเป็น

ครอบครัวเดี่ยว ความสัมพันธ์และวัฒนธรรมตา่ งๆ

ทมี่ า : กรมการปกครอง จะสูญหายไป สังคมจะเปลี่ยนแปลง คนใน
สังคมจะถูกผลักให้ออกห่างกันมากขึ้น 2)

ผลกระทบระยะยาวที่ต้องเตรียมการรับมือและพร้อมเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น คือ คนวัยทำงาน

ลดน้อยลง การขาดแคลนแรงงาน การเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ ปัญหาความมั่นคงขาดทรัพยากรมนุษย์

ในการพัฒนาประเทศ

ด้านคณุ ภาพการศึกษาของกลุ่มเด็ก จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID - 19 ทำให้

เดก็ ไทยเกดิ ภาวะการเรยี นรถู้ ดถอย (Learning loss : การสูญเสียความรู้หรือทกั ษะใด ๆ และ/หรอื การชะลอ

ตัวหรือขัดขวางความก้าวหน้าทางวิชาการ) ซึ่งเกิดจากความไม่ต่อเนื่องในการศึกษาของนักเรียน

การหยุดชะงักของการศึกษาในระบบ การออกกลางคัน การขาดเรียน และการสอนท่ีไม่ต่อเนื่อง เนื่องจาก

สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้เกิดการปิดเรียนเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้เด็กสูญเสีย

การเรยี นรู้อยา่ งรุนแรง

 จากรายงานความมั่นคงของมนุษย์ประเทศไทยปี 2563 และแผนภูมิที่ 5.1.2 ค่าดัชนี

ความมั่นคงของมนุษย์ปี 2563 มิติด้านการศึกษา พบว่า ค่าเฉลี่ยในเขตพื้นที่รับผิดชอบ สสว.3 มีค่าดัชนี

ในมติ ิการศึกษามคี ่าเฉลีย่ เทา่ กบั 62.71 ซ่ึงตำ่ กว่าค่าเฉล่ยี ของประเทศ 69.87

แผนภมู ทิ ่ี 5.1.2 คา่ ดัชนคี วามมั่นคงของมนษุ ย์ปี 2563

ทม่ี า : กองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนษุ ย์ กระทรวง พม.

 จากผลกระทบดังท่ีกล่าว ภาพท่ี 5.1 แสดงร้อยละความคดิ เหน็ เกี่ยวกับผลกระทบการเรียนออนไลน์
มาข้างต้น สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุน
วิชาการ 1 – 11 กระทรวง พม. ได้ดำเนินการ
ร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
(นิด้าโพล) ดำเนินกิจกรรมวัดอุณหภูมิทาง
สังคม พม.โพล สำรวจความคิดเห็นของ
ประชาชนเรื่อง Feedback สังคมไทย ต่อภัย
COVID - 19 ซึ่งสำรวจเกี่ยวกับผลกระทบท่ี
ประชาชนได้รับในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID - 19 ทั้งด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ และ
ด้านสังคม ในพื้นที่เขตรับผิดชอบ สสว.3 ซึ่งผลสำรวจเกี่ยวกับผลกระทบด้านการศึกษา พบว่า ผู้ตอบ
แบบสอบถาม ร้อยละ 65.50 เห็นว่าการเรียนออนไลน์ส่งผลกระทบให้เด็กไทยเรียนไม่เข้าใจ ไม่มีสมาธิ
ในการเรียน และสง่ ผลในผลการเรียนลดลง ดังแผนภาพที่ 5.1

5.2 สังคมผ้สู งู อายุ
สถานการณ์ผู้สูงอายุกลุ่มจังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ สสว.3 ข้อมูลประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

จากข้อมูลสถิติย้อนหลัง 10 ปี ดังแผนภูมิที่ 5.2 พบว่า ทุกจังหวัดมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น
ซึ่งแนวโน้มอัตราการเกิดของเด็กลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 - 2564 ขณะที่ประชากรผู้สูงอายุ
มจี ำนวนเพิม่ ข้นึ ทกุ ปี โดยปี พ.ศ. 2564 มปี ระชากรผู้สูงอายุเพมิ่ ขน้ึ จากปี 2563 ร้อยละ 4.43 โดยลกั ษณะการ
เพมิ่ ข้นึ ของประชากรมีลกั ษณะกราฟเสน้ ตรงอยา่ งตอ่ เนื่อง สามารถคาดการณไ์ ดว้ ่าสถานการณ์ผูส้ งู อายุในกลุ่ม
จังหวัดยังคงเป็นสถานการณ์ที่ควรพิจารณาและให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายนี้ สอดคล้องกับสถานการณ์
ผู้สูงอายภุ าพรวมของประเทศกม็ ีลักษณะเพม่ิ ขน้ึ เช่นกัน จากสถานการณ์ของผสู้ ูงอายุที่มีการเปล่ียนแปลงอย่าง
รวดเรว็ สง่ ผลกระทบ ทง้ั ทางดา้ นสุขภาพ เศรษฐกจิ และสงั คมโดยรวม การเตรยี มการ เพื่อรองรับสถานการณ์

สังคมสงู อายุจึงเปน็ ประเดน็ ทสี่ ำคญั เนอ่ื งจากผู้สงู อายเุ ป็นกลมุ่ ท่มี ีภาวะพึ่งพิงสูง เมอื่ เทียบกับประชากรวัยเด็ก
วยั ผ้ใู หญ่หรอื วัยแรงงาน สำหรับผูส้ ูงอายุที่อย่ใู นภาวะพึ่งพงิ จงึ ต้องเน้น ให้ความสำคัญกับการสง่ เสริมศักยภาพ
ก่อนวัยสูงอายุและเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ เพื่อลดภาระด้านเศรษฐกิจ สังคม และครอบครัว ซึ่งส่งผลใน
ระดบั ประเทศด้วย

แผนภูมทิ ี่ 5.2 แสดงแนวโนม้ จำนวนผ้สู งู อายุ จากปี 2554-2564

ทม่ี า : กรมการปกครอง

5.3 ปญั หาหน้ีสนิ ในครัวเรอื น

จากการพิจารณาปัญหาหนี้สินใน แผนภมู ิที่ 5.3 แสดงจำนวนหนสี้ นิ ในครวั เรอื น ปี 2554 - 2564

ครัวเรือนของกลุ่มจังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ (หนว่ ย : พันบาท)

สสว.3 นั้น แผนภูมิที่ 5.3 พบว่า ปัญหาหนี้สิน

ภาพรวมของกลุ่มจังหวัดนั้น เพิ่มขึ้นจากปี 2554

เป็นเท่าตวั และจากปี 2562 – 2564 กลุ่มจังหวัดมี ทีม่ า : สำนักงานสถติ ิแห่งชาติ
หนี้สินในครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 21.33 ซึ่งสวน

ทางกลับรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน หากครัวเรือน

สะสมหนี้เพิ่มขึ้น ความสามารถในการจับจ่ายใช้

สอยของครัวเรือนจะลดลง ส่งผลให้มาตรฐาน ทม่ี า : สำนกั งานสถิตแิ ห่งชาติ
การครองชีพต่ำ เกิดปัญหาขาดสภาพคล่องทาง

การเงิน ผลที่ตามมาคือ ความเครียด ปัญหาครอบครัว เกิดอาชญากรรมการฆ่าตัวตาย ฯลฯ เป็นปัญหา

ดา้ นสงั คม แนวทางในการแก้ไขปัญหาหนส้ี ินของครวั เรือนให้ตรงจุดนั้น ควรให้ความสำคญั กับกลุ่มครัวเรือนท่ีมี

ปัญหา และมีความเปราะบางต่อปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น กลุ่มครัวเรือนยากจน หรือกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง

พม. เพราะหนี้สินส่วนใหญ่ต้องนำมาใช้จ่ายเกี่ยวกับการใช้จ่ายในครัวเรือนและซื้อที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ รัฐควร

ดำเนินงานอย่างรอบคอบ ระมัดระวัง โดยต้องให้ความรู้ด้านการเงิน ความรู้เกี่ยวกับการประกอบอาชีพเสริมที่

กอ่ ใหเ้ กดิ รายได้ เพือ่ ให้กลมุ่ เป้าหมายมีคณุ ภาพชีวิตท่ีดีขึ้น

สว่ นที่ 6

บทสรปุ และข้อเสนอแนะ

6.1 บทสรปุ

สถานการณ์ทางสังคมกลุ่มจังหวัด ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบ สสว.3 ได้แก่ จังหวัดนครปฐม
จังหวดั ราชบุรี จังหวดั กาญจนบรุ ี จงั หวดั สุพรรณบุรี จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดเพชรบุรี
และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นกลุ่มจังหวัดที่อยู่ในเขตปริมณฑล ภาคกลางตอนล่าง 1 และภาคกลาง
ตอนลา่ ง 2 จำนวนประชากรในเขตพ้ืนที่ สสว.3 มีจำนวนประชากรรวม จำนวน 5,333,543 คน เป็นประชากร
เพศชาย ร้อยละ 48.69 เพศหญิง ร้อยละ 51.31 โดยประชากรส่วนใหญ่อยู่ในวัยผู้ใหญ่ซึ่งเป็นวัยแรงงาน
อายุ 26 - 59 ปี รอ้ ยละ 50.12 ในขณะเดียวกันมปี ระชากรเดก็ อายุ 0 – 17 ปี ร้อยละ 20.24 ซ่ึงมีสถานการณ์
ที่ลดน้อยลงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ในทางกลับกันผู้สูงอายุ อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้น ร้อยละ 19.17 และ
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นทุกปี ของจำนวนประชากรกลุ่มจังหวัด ซึ่งเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทุกจังหวัด
สถานการณท์ นี่ ่าสนใจกลุ่มจงั หวดั ไดแ้ ก่ สถานการณ์เด็กมีภาวะการเรียนรู้ถดถอย สังคมผสู้ ูงอายุ และปัญหา
หนี้สินในครวั เรอื น โดยมขี อ้ เสนอแนะเชงิ นโยบายและเชิงปฏิบัติ ดังนี้

6.2 ข้อเสนอแนะเชิงนโนบาย

▪ สถานการณ์เด็กมภี าวะเรียนรู้ถดถอย
ยกระดับความร่วมมือด้านการพัฒนาการเด็กและเยาวชน กำหนดนโยบายความร่วมมือ

ระบบฐานข้อมูลด้านเด็กและเยาวชนระดับกระทรวง เพื่อระบุสถานการณ์ด้านเด็กให้มีความชัดเจน พร้อม
กำหนดแนวทางการพัฒนาเด็กในระดบั ประเทศทค่ี รอบคุลมทุกมิติ ทส่ี ง่ ผลต่อพัฒนาการของเด็กด้านการเรียนรู้
โดยการกำหนดมาตรการการช่วยเหลือเด็กในครอบครวั ยากจนในสามารถเข้าถงึ สิทธิข้นั พ้นื ฐานด้านการศึกษาได้
อย่างทั่วถึง กำหนดตัวชี้วัดที่สำคัญในการส่งเสริมทักษะการการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะในระดับ
เด็กปฐมวัย เพื่อมุ่งขจัดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในสังคม ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มี
ความรู้ ความเช่ียวชาญ มาตรฐานเชงิ วชิ าชีพ ด้านการดูแลและคุ้มครองเด็ก การพฒั นาสถานรับเด็กเล้ียงเอกชน
ให้ไดม้ าตรฐาน นอกจากนค้ี วรให้ความสำคัญกบั การเตรียมพร้อมในการดูแลบุตร โดยสร้างกลไกเชื่อมโยงกับเงิน
อุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ซึ่งต้องคำนึงถึงคุณภาพของเด็กที่เกิดมา ภาครัฐควรต้องมีมาตรการ
ช่วยเหลืออย่างจริงจัง หรือการช่วยเหลือที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ ทั้งด้านสุขภาพกาย และสุขภาวะทางจิต
ตลอดจนการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ สร้างช่องทางคลังความรู้ที่สามารถเข้าถึงง่าย ทำให้พ่อแม่เข้าถึง
ข้อมูลการเลี้ยงดูเด็กที่มีคุณภาพ เอื้อให้พ่อแม่ได้เลี้ยงลูกเอง การจัดให้มีพื้นที่การเรียนรู้ของเด็ก และการสร้าง
สภาพแวดล้อมทเ่ี หมาะสมให้เด็กได้มีโอกาสพัฒนาทักษะชวี ิตและมคี ุณภาพชีวติ ที่ดี

▪ สังคมผสู้ ูงอายุ
กำหนดนโยบายการเตรียมความพร้อมก่อนวัยสูงอายุ โดยการผลักดันแนวทางการพัฒนา

ศักยภาพคนตลอดช่วงชีวติ ไปสู่การปฏิบัติอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม พัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อการพัฒนา
ทรัพยากรมนุษย์ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน อปท. ครอบครัว และชุมชน มุ่งปลูกฝัง
ความเป็นคนดี มีวินัยในช่วงวัยเรียนและวัยรุ่น มุ่งเตรียมความพร้อมให้แก่พ่อแม่ก่อนการตั้งครรภ์ การปลูกฝงั
การออม การพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และส่งเสริมให้ผู้สูงอายุ
ในอนาคตมศี ักยภาพ ไม่เป็นภาระลูกหลาน พรอ้ มเปน็ กำลังในการขบั เคลื่อนประเทศได้

▪ ปัญหาหน้ีสนิ ในครวั เรือน
1) สนบั สนุนงบประมาณโครงการพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน ซง่ึ เป็น

ส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาความยากจน หนี้สินครัวเรือน และลดความแหลื่อมล้ำตามนโยบายของรัฐบาล
โดยการส่งเสริมการพัฒนาทักษะอาชีพ นวัตกรรม ภูมิปัญญา การพัฒนาคนทุกช่วงวัย ตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง ผลักดันให้เกิดความร่วมมือในระดับนโยบายอย่างเป็นรูปธรรมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องไปสู่
หน่วยงานในระดับพื้นที่อย่างชัดเจน กำหนดมาตรการ แนวทางสำคัญในการประสานความร่วมมือที่เอื้อต่อ
การปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติในพื้นที่ โดยกำหนดให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนเป็นปัญหาสำคัญในการ
พัฒนาคนอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานในระดับพื้นที่ โดยให้การพัฒนาศักยภาพบุคลากร
ทักษะความรูด้ ้านตา่ ง ๆ อยา่ งสมำ่ เสมอ

2) สนับสนุนองค์ความรู้/หลักสูตรด้านการเงิน และส่งเสริมทักษะด้านอาชีพ ให้กับ
กลุ่มเป้าหมายของกระทรวงฯ โดยกลุ่มเป้าหมาย เด็กและเยาวชน มีนโยบายผ่านกลไกสภาเด็กและเยาวชน
ให้มกี ารจัดโครงการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกบั การออม และสง่ เสริมให้สถานศึกษามีการจัดกจิ กรรมการออมเงิน
ให้กับเด็กและเยาวชน เพื่อเป็นการสร้างนิสัยการออมในวัยเริ่มแรก กลุ่มเปราะบาง ผ่านกลไกศูนย์ช่วยเหลอื
สังคมตำบล จากผู้ที่มาใช้บริการหรือจากข้อมูลในการจัดเก็บสมุดพกครอบครัว ให้จัดทำแผนการช่วยเหลือ
ด้านการให้องค์ความรู้หรือหลักสูตรด้านการเงิน การบริการการเงินอย่างเป็นระบบ แนวทางการแก้ไขปัญหา
หนี้สิน และบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการจัดอบรมหลักสูตรส่งเสริมทักษะด้านอาชีพให้กับ
กลุ่มเปราะบาง ผู้พิการ ผู้สูงอายุ หรือดูแลฯ ผ่านกลไกการกู้ยืมเงินเพื่อการประกอบอาชีพ จัดทำหลักสูตร
ด้านการออมเงิน หรือการบริหารจัดการเงินอย่างเป็นระบบให้กลับผู้กู้ เสรมิ ทกั ษะด้านอาชีพให้กับผู้ที่ต้องการ
เพือ่ เปน็ การสร้างอาชีพใหมห่ รอื ตอ่ ยอดอาชีพเดิมใหม้ รี ายได้ท่มี ่นั คงและยง่ั ยนื

6.3ขอ้ เสนอแนะเชงิ ปฏบิ ตั ริ ะดับกลมุ่ จังหวัด

▪ สถานการณ์เด็กมีภาวะการเรียนรู้ถดถอย
1) ยกระดับการทำงานด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนในระดับพื้นท่ี มีระบบฐานข้อมูล
ด้านเด็กและเยาวชนที่บูรณาการเชื่อมโยงในระดับจังหวัด โดยใช้กลไกคณะกรรมการคุ้มครองเด็ก จังหวัดมีการ
บรู ณาการขบั เคลือ่ นวางแผนจดั ทำยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนาในระยะ 3 ปี และ 5 ปี ตามบริบทของจังหวดั
2) การจัดทำแผนบูรณาการพัฒนาเด็กระดับปฐมวัยจังหวัด โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาเด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัย โดยมีบทบาทที่สำคัญในการจัดทำคลังความรู้ที่เหมาะสม
สำหรับเด็ก การสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายสถานศึกษาในระดับพื้นที่ เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การศึกษา
นอกโรงเรียน สภาเด็กและเยาวชนระดับตำบล อำเภอ จังหวัด เป็นต้น เพื่อส่งเสริมการจัดทำแผนงาน
ด้านการศึกษา การจัดกิจกรรม/โครงการ สนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาเด็กให้เหมาะสมตามช่วงวัย โดยมี
หลักสูตรเสริมสร้างการเรียนรู้และพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน ให้สอดคล้องกับการพัฒนาทักษะระดับ
ปจั เจกบุคคล ซงึ่ รวมถึงการพฒั นาทักษะใหส้ อดคลอ้ งกับศตวรรษที่ 21 นอกจากนย้ี ังควรเสริมทักษะการเรียนรู้
ให้คลอบคลุมทกุ มิติ อาทิ การวางแผนทางอาชีพ การเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และใส่ใจในสิ่งแวดล้อม
3) ส่งเสริมให้เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาเข้าสู่ระบบการศึกษาจนจบภาคบังคับ ตามโครงการ
ความร่วมมือระดับกระทรวง “พาน้องกลับมาเรียน” โดยมีการติดตามและรายงานผลเป็นระยะ เพื่อให้เด็กท่ี
ประสบปญั หามโี อกาสกลบั เข้าสู่ระบบการศกึ ษาให้ได้มากทีส่ ดุ
4) ให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายเด็ก ในการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการภาครัฐได้อย่างทั่วถึง
ส่งเสริมให้สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนมีการบริหารจัดการและส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้แก่เด็กให้มีคุณภาพ
ตามมาตรฐานระดบั A ทกุ แห่ง

▪ สงั คมผู้สงู อายุ
1) การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรมโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน โดยปลูกฝังผ่านการเลี้ยงดู
การจัดการเรียนการสอน โดยใช้ช่องทางต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้านสุขภาวะ สังคม
ส่งเสรมิ ใหเ้ ป็นคนมคี วามรับผดิ ชอบตอ่ ส่วนรวม สังคม โดยใหค้ วามสำคญั กับการดแู ลผู้สูงอายุภายในครอบครัว
ชมุ ชนคลอบคลุมทกุ พ้ืนที่
2) สรา้ งระบบดูแลผสู้ ูงอายใุ นชมุ ชน ใหค้ รอบคลุ มทุกพ้ืนท่ี สรา้ งระบบการใหบ้ รกิ ารรว่ มกบั
รพสต. อปท. อสม. อพม. ศพอส. ผนู้ ำชุมชน ศนู ยช์ ่วยเหลือสงั คมตำบล ฯลฯ เป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหา
และพัฒนาผ้สู ูงอายุในทุกมติ ิ ใหส้ ามารถเขา้ ถงึ บริการต่าง ๆ และสามารถปรบั ตวั ตอ่ การเปล่ียนแปลงในอนาคต
ได้ ซ่งึ อาจต้องทำเปน็ โครงการรว่ มกันในชมุ ชนกบั หน่วยงานบทบาทสำคญั
3) การช่วยเหลือทางด้านสังคมและการดำรงชีวิต เน้นการให้บริการโดยจัดหาแหล่งทุน
ความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการปรับสภาพบ้าน การปรับปรุงสภาพแวดล้อม การฝึกอบรมอาสาสมัคร
ดแู ลผสู้ งู อายุ ญาติผปู้ ่วย และการเตรียมความพรอ้ มดูแลผู้สงู อายใุ นระยะยาว

▪ ปัญหาหนส้ี ินในครวั เรอื น
1) ให้ความรู้ การบริหารจัดการรายได้ หนี้สินครัวเรือน โดยการอบรม และเสริมทักษะ

ทางด้านการเงินแก่ครัวเรือนผู้ประสบปัญหา ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย และความรับผิดชอบต่อหนี้สิน
ครัวเรือน การให้ความรู้ในการแก้ไขปัญหาเชงิ พฤติกรรม เช่น การใช้จา่ ยฟุ่มเฟือย เล่นการพนัน ขาดวินัยดา้ น
การเงนิ การปลกู ฝังการออม เปน็ ตน้

2) การเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพ ส่งเสริมการมีงานทำและรายได้ โดยการจัดกิจกรรม
โครงการในลักษณะการพัฒนาฝีมือแรงงาน การเพิ่มทักษะด้านอาชีพ ที่สามารถต่อยอดและเพิ่มรายได้
แก่ครัวเรือน สนับสนุนวิสาหกิจชุมชน การสร้างงานให้เกิดขึ้นในชุมชน เพื่อความยั่งยืนในการประกอบอาชีพ
เมือ่ เผชญิ กับปัญหาภาวะวกิ ฤต ใหส้ ามารถพึง่ พาตนเองได้

ทป่ี รึกษา แกน่ เมอื ง ผอู้ ำนวยการสำนักงานสง่ เสริมและสนบั สนุนวิชาการ 3

นางเบญจมาส ทองศรีพงศ์ นักพฒั นาสังคมชำนาญการพิเศษ
เพยี รพิทักษ์ นกั พัฒนาสังคมปฏิบตั ิการ
ผู้จัดทำ เย็นใส เจ้าพนักงานพัฒนาสังคมปฏบิ ตั ิงาน
ปมาณิกบตุ ร พนักงานบริการ
นางสาววนั จันทร์ วงั หอมเจริญ พนักงานบริการ
นางสาวศริ พิ ร
นางสาวขนิษฐา
นายฐิตกิ ร
นางสาวพิชา


Click to View FlipBook Version