The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phuttipong24, 2021-04-06 00:10:08

ชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32

ชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32

ชดุ ฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32

ผู้จดั ทำ
นำยพฒุ ิพงศ์ เพง็ เภำ
ตำแหน่ง ครพู เิ ศษสอน
แผนกวชิ ำช่ำงอิเลก็ ทรอนิกส์

วจิ ัยฉบบั น้เี ปน็ ส่วนหนงึ่ ของวิชำไมโครคอนโทรลเลอร์ ตำมหลักสูตรประกำศนยี บตั รวชิ ำชพี ชัน้ สูง

สำขำวิชำอิเล็กทรอนิกส์ สำขำงำนอเิ ล็กทรอนิกส์อตุ สำหกรรม
วทิ ยำลัยเทคนิคสวำ่ งแดนดนิ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรอำชวี ศึกษำ

กระทรวงกำรศกึ ษำธิกำร
ปกี ำรศกึ ษำ 2563



ชอ่ื เรอ่ื ง ชดุ ฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32
ผวู้ ิจัย นายพฒุ พิ งศ์ เพง็ เภา

ช่อื สถานศึกษา วทิ ยาลยั เทคนิคสวา่ งแดนดนิ

ปีที่ทาการวจิ ัย 2563

บทคดั ยอ่

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพ่ือสร้างชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 และผลสัมฤทธ์ิ
ทางการศึกษาของนักเรยี นนักศึกษาที่เรียนในรายวิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ชั้นสงู วิทยาลัยเทคนิคสว่างแดนดิน การดาเนินการวจิ ัยประกอบดว้ ย 4 ขัน้ ตอน คือ (1) ศกึ ษาประเด็นของ
ปัญหาในการเรียนรู้เร่ืองชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 (2) วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างชุดฝึก
ทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 (3) ทาการประเมินคุณภาพชุดฝกึ ฯที่สร้างข้ึนโดยผู้เชี่ยวชาญจานวน
3 คน (4) นาไปใช้กับกลุ่มทดลองเพ่ือหาประสิทธิภาพของนักศึกษาที่มีต่อชุดทดลอง โดยใช้นักศึกษาใน
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงปีที่ 2 สาขาวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยเทคนิคสว่างแดนดิน
จานวนท้งั หมด 19 คน

ผลการวิจัยพบว่าชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 รายวิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์ ที่
สร้างขึ้นมีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด และผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษามีคะแนนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 78.
16/75.0 ซง่ึ พบว่าใกลเ้ คียงกับเกณฑ์มาตรฐานทก่ี าหนด 80/80 ซงึ่ สามารถนาชุดฝึกน้ีไปใช้ในการเรยี นการ
สอน วิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักศึกษา โดยใช้
ชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนสูงขนึ้ อย่างมีนัยสาคญั ทางสถิติทีร่ ะดับ
0.05 ซึง่ วธิ ีการสอนแบบใชช้ ดุ ฝกึ ทสี่ ่งผลต่อ ผลสัมฤทธิท์ างเรียนที่สงู ขึ้นท้งั นี้เกิดจากการใช้วธิ กี ารสอนแบบ
ใช้ชุดฝึก จะช่วยเพ่ิมความมั่นใจให้กับนักเรียน รวมท้ังมีแรงกระตุ้นด้านบวกต่อการเรียนรู้ เรื่อง
ไมโครคอนโทรลเลอร์ และลดความกังวลให้กับผู้เรียน ทาให้ผู้เรียนเกิดทักษะความชานาญเชี่ยวชาญและ
เหน็ ภาพจรงิ



กติ ตกิ รรมประกาศ

การศกึ ษาวิจัยคร้ังนี้ สาเรจ็ ลุล่วงด้วยดี ผู้วิจัยกราบขอบพระคุณคณะผู้บริหารของวิทยาลัยเทคนิค
สว่างแดนดินทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนในการดาเนินการศึกษาวิจัย กราบขอบพระคุณผู้เช่ียวชาญ ทั้ง 3
ท่าน และคณะครู แผนกอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยเทคนิคสว่างแดนดิน ท่ีได้กรุณาให้คาปรึกษา แนะนา
ชีแ้ นะและตรวจสอบแก้ไขขอ้ บกพร่องตลอดจนให้ข้อคิดตา่ ง ๆ เพอื่ ให้การศึกษาครง้ั นสี้ มบรู ณ์

ขอขอบคุณครอบครัวและบุคคลใกล้ชิดที่คอยให้กาลังใจและขอขอบใจนักศึกษาระดับหลักสูตร
ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ชนั้ สูงปที ี่ 2 สาขาวชิ าช่างอิเลก็ ทรอนิกส์ ทีเ่ ป็นกลุ่มตวั อย่างในการวิจยั ไว้ หากมีสิ่ง
ใดขาดตกบกพรอ่ งก็สามารถคาช้ีแนะและขออภยั มา ณ โอกาสน้ี

นายพฒุ พิ งศ์ เพ็งเภา
ผวู้ ิจัย

สารบญั ค

เรื่อง หนา้ ที่
บทคดั ย่อ ก
กติ ติกรรมประกาศ ข
สารบญั ค
บทท่ี 1 บทนา 1
1
1.1 ความเปน็ มาและความสาคัญของปัญหา 2
1.2 วตั ถปุ ระสงค์ของการวิจยั 2
1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 2
1.4 ขอบเขตของการวิจัย 3
1.5 สมมติฐานของการวจิ ยั 3
1.6 นิยามคาศัพท์เฉพาะ 4
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยท่ีเกยี่ วขอ้ ง 4
2.1 ความหมายของผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน 5
2.2 ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน 5
2.3 วธิ ที ดสอบซา้ (test - retest method) 5
2.4 วิธสี อนโดยใชก้ ารสาธิต (Demonstration) 10
บทที่ 3 วิธีการดาเนนิ การวจิ ัย 10
3.1 วธิ ดี าเนนิ การวิจัย 11
3.2 ออกแบบและสรา้ ง 11
3.3 ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่างประชากร 12
3.4 เครอื่ งมือที่ใชใ้ นการวิจัย 12
3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 12
3.6 การเกบ็ รวบรวมข้อมลู 12
3.7 สถติ ิทใี่ ช้ในการวิเคราะห์ขอ้ มูล 14
บทที่ 4 ผลการวิเคราะหข์ ้อมูล 14
4.1 ผลการออกแบบและสรา้ งชุดสาธติ 15
4.2 ผลการประเมินคุณภาพของชดุ สาธติ 16
4.3 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู

สารบัญ (ตอ่ ) ง

บทที่ 5 สรปุ อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ หนา้ ที่
5.1 สรปุ ผลการวจิ ัย 19
5.2 อภปิ รายผล 19
5.3 ขอ้ เสนอแนะ 19
19
ภาคผนวก 20
ภาคผนวก ก แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรียน 21
ภาคผนวก ข แบบประเมินเพือ่ หาคุณภาพ 32
35
ภาคผนวก ค รูปภาพการเก็บวิจยั

บทท่ี 1
บทนำ

1.1 ควำมเป็นมำและควำมสำคัญของปัญหำ

วิชาไมโครคอนโทรลเลอร์เป็นวิชาท่ีสาคัญวิชาหนึ่งของการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ช้ันสูง โดยเฉพาะอย่างย่ิงในระดับ ปวส.2 ต้องมีพ้ืนฐานในการศึกษาต่อในระดับท่ีสูงขึ้น หรือการออกไป
ประกอบอาชีพ ยิ่งในเร่ืองการใช้อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ นาไปควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ และการนาอุปกรณ์ไปใช้
งานนั้นต้องอาศัยความชานาญในการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือเข้าใจการทางานของการเขียนโปรแกรม
ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในแต่ล่ะตัว การประยุกต์ใช้งาน การใช้ทางานโปรแกรม เป็น
พืน้ ฐานท่ตี อ้ งเรยี นรู้ซง่ึ ในการเรยี นทผี่ ่านมาเท่าทส่ี งั เกตพบว่านกั ศกึ ษาสว่ นใหญไ่ มเ่ ขา้ ใจหลักการประยกุ ตใ์ ช้
งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซ่ึงไม่สามารถผ่านเกณฑ์การทดสอบที่กาหนดไว้ ซ่ึงปัญหาน้ีจะทาให้นักศึกษาท่ี
จบชน้ั ปวส.2 และในระดับต่อไป มผี ลสัมฤทธใ์ิ นเรอ่ื งน้ีตา่ เพราะฉะน้นั หลักการในการเรยี นเขยี นโปรแกรม
ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซ่ึงเป็นพ้ืนฐานในการเรียนในระดับตอ่ ไปหรือการประกอบอาชพี ที่
เก่ียวข้องกับงานอิเล็กทรอนิกส์จะทาให้นักศึกษาขาดพื้นฐานในการเรียนระดับปริญญาตรี และมีความ
บกพร่องในการประกอบอาชีพ ผู้วิจัยพบว่าการเรียนการเขียนโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าและ
อิเล็กทรอนิกส์มีองค์ประกอบหลายอย่างในการเรียนรู้นักศึกษาต้องใช้ความชานาญในการเรียนรู้ ทดลอง
ทดสอบ หรือการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะนักศึกษาระดับ ปวส.2 ต้องอาศัย
ความรู้ ความชานาญมากข้ึน นักศึกษาส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจและให้ความสาคัญต่อการเขียนโปรแกรมมาก
เทา่ ท่คี วรนอกจากนีใ้ นการเรยี นเร่ืองน้ีต้องเข้าใจหลกั การเขยี นโปรแกรมจากปัญหาดังกล่าว

จากการเรียนการสอนทผี่ ่านมานักเรียนระดับ ปวส. 2 ยงั ขาดความเข้าใจในเรอื่ งการเขียนโปรแกรม

การทางานของโปรแกรมที่เขียนโค้ดขึ้นมา และนักเรียนขาดทักษะในการประยุกต์ใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้า

อิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้การเรียนการสอน ในวิชาไมโครคอนโทรลเลอร์เป็นอย่างล่าช้า ดังนั้น จึงมีความ

จาเป็นในการพัฒนาส่ือการสอนรายวิชาไมโครคอนโทรลเลอร์ โดยการออกแบบและสร้างชุดฝึกทดลอง

ไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 ท่ีมีประสิทธิภาพจะเป็นเครื่องมือช่วยเหลือการเรียนรู้ท่ีดียิ่งสาหรับผู้ท่ีสนใจ

ซ่ึงจะช่วยเพ่ิมประสิทธิภาพการสอนและการเรียนรู้ของผู้เรียนและยังประหยัดเวลาในการเตรียมการสอน

ทาให้การจัดการเรียนสอนบรรลุวัตถุประสงค์ไปอย่างมคี ุณภาพ

ดังนั้นผู้วิจัยได้จัดทาวิจัยน้ีเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ เร่ืองการออกแบบและสร้างชุดฝึกทดลอง
ไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 วิชา ไมโครคอนโทรเลอร์ เพ่ือแก้ไขปัญหาในการเรียนเขียนโปรแกรมควบคุม
อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมท้ังเป็นส่ือการเรียนการสอนในรายวิชาไมโครคอนโทรเลอร์ ของ
นักศึกษาหลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ชน้ั สงู สาขาวิชาช่างอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์

2

1.2 วตั ถุประสงคข์ องกำรวจิ ัย
1. เพื่อออกแบบและสร้างชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 วิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์

ของนกั ศกึ ษา ปวส.2 ทม่ี ีคุณภาพ
2. เพอื่ พฒั นาสือ่ การเรียนการสอนในรายวชิ า ไมโครคอนโทรลเลอร์
3. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ชุดฝึกทดลอง

ไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 วชิ า ไมโครคอนโทรลเลอร์ ของนกั ศกึ ษา ปวส.2

1.3 ประโยชนข์ องกำรวจิ ัย
1. ทาให้ได้ชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 วิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์ ของนักศึกษา

ปวส.2 เปน็ สอื่ ในการพฒั นาการเรียนการสอน
2. นักศึกษาไดร้ บั ความรจู้ ากการเรียนโดยใช้ชุดฝกึ ทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32
3. ผู้เรียนมีทักษะการประยกุ ต์การเขยี นโปรแกรมควบคุมอุปกรณไ์ ฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์โดยใช้

ชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 ไดด้ ีขึน้
4. ผ้เู รยี นมีผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นรายวิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์ ทีด่ ขี ้นึ

1.4 ขอบเขตของกำรวิจัย
ขอบเขตดำ้ นประชำกร
1. ด้านประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ ง
ประชากร นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ระดับชั้น ปวส.2 จานวน 11 คน ภาค

เรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2563 แผนกวชิ าชา่ งอิเลก็ ทรอนกิ ส์ วิทยาลัยเทคนคิ สวา่ งแดนดนิ
กลุ่มตัวอย่าง นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง ระดับช้ัน ปวส.2 จานวน 11 คน ภาค

เรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563 แผนกวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลยั เทคนิคสว่างแดนดิน โดยการเลือกแบบ
เจาะจง

2. ด้านเน้อื หา
การวิจยั ครงั้ นีม้ ุ่งศกึ ษาเรอ่ื ง การเขยี นโปรแกรมอปุ กรณ์ไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์ ในรายวชิ า

ไมโครคอนโทรลเลอร์

ตัวแปรของกำรวิจัย

ตัวแปรต้น ได้แก่ การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 วิชา
ไมโครคอนโทรลเลอร์

ตัวแปรตาม

1. ไดส้ ื่อการเรยี นการสอนในรายวิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์
2. ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น
3. ความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้แผนการจัดการเรยี นรู้วิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์ ของนักศึกษา
ชน้ั ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชัน้ สงู ปีที่ 2 โดยใช้ชดุ ฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32

3

1.5 สมมตฐิ ำนของกำรวิจัย
1. ชดุ ฝกึ ทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 ตามเกณฑ์ ดี
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา ปวส.2 หลังจากใช้ชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์

ESP32 วิชา วชิ า ไมโครคอนโทรลเลอร์ หลงั เรียนสงู กวา่ กอ่ นเรยี น
3. นักศึกษา ปวส.2 มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ ชุดฝึกทดลอง

ไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 วชิ า วชิ า ไมโครคอนโทรลเลอร์ อยูใ่ นระดบั ดขี ึน้ ไป

1.6 นิยำมคำศัพทเ์ ฉพำะ
1.6.1 ESP32 เป็นชื่อของไอซีไมโครคอนโทรลเลอร์ที่รองรับการเชื่อมต่อ WiFi และ Bluetooth

4.2 BLE ในตัว ผลิตโดยบริษัท Espressif จากประเทศจีน โดยราคา ณ ท่ีเขียนบทความอยู่นี้ มีราคาไม่เกิน
500 บาท (บอรด์ พัฒนาสาเร็จรปู ) โดยตัวไอซี ESP32 มสี เปคโดยละเอยี ด ดงั นี้

- ซีพียูใชส้ ถาปัตยกรรม Tensilica LX6 แบบ 2 แกนสมอง สัญญาณนาฬิกา 240MHz
- มแี รมในตวั 512KB
- รองรบั การเชื่อมต่อรอมภายนอกสูงสดุ 16MB
- มาพร้อมกับ WiFi มาตรฐาน 802.11 b/g/n รองรับการใช้งานท้ังในโหมด Station softAP และ
Wi-Fi direct
- มีบลูทธู ในตวั รองรบั การใช้งานในโหมด 2.0 และโหมด 4.0 BLE
- ใช้แรงดนั ไฟฟา้ ในการทางาน 2.6V ถงึ 3V
- ทางานไดท้ อี่ ณุ หภูมิ -40◦C ถึง 125◦C

1.6.2 ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน หมายถงึ คะแนนความสามรถของนกั ศึกษาประกาศนียบตั รวชิ าชีพ
ชั้นสูงปีท่ี 2 ของแต่ละคนในการเรียนรู้วิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์ สาหรับนักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ช้นั สงู ปีท่ี 2 ตง้ั แตเ่ ร่ิมเรียนจนจบบทเรียน

1.6.3 นักศึกษำประกำศนียบัตรวิชำชีพช้ันสูงปีท่ี 2 หมายถึง นักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ช้ันสูงปีที่ 2 แผนกวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยเทคนิคสว่างแดนดิน จานวน 11 คน ภาคเรียนท่ี 2 ปี
การศกึ ษา 2563

1.6.4 ประสิทธิภำพตำมเกณฑ์ หมายถึง ความสามารถของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชา
ไมโครคอนโทรลเลอร์ สาหรับนักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงปีที่ 2 โดยใช้ชุดฝึกทดลอง
ไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 ในการสร้างผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์
อยู่ในเกณฑ์ ดี

บทท่ี 2
เอกสารและงานวิจยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง

ในการวจิ ยั คร้งั นี้ ผู้วจิ ยั ไดศ้ ึกษาแนวคิด ทฤษฎี และงานวจิ ัยทเี่ กี่ยวข้องในหวั ข้อต่อไปนี้
2.1 ความหมายของผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น
2.2 ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น
2.3 วธิ ีทดสอบซา้ (test - retest method)
2.4 ทฤษฎีการสรา้ งชดุ ฝึก

2.1 ความหมายของผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น
โดยทั่วไปผลสัมฤทธ์ิ (Achievement) หมายถึง ขนาดของความส้าเร็จทีไ่ ด้มาจากการท้างานท่ีต้อง

อาศัยความพยายามจ้านวนหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการกระท้าท่ีอาศัยความสามารถทางร่างกายหรือ
สมอง ดังน้ันผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นจงึ เป็นขนาดของความส้าเร็จทไ่ี ด้จากการเรยี น โดยอาศัยความสามารถ
เฉพาะตัวของแต่ละบุคคล ตัวท่ีบ่งชีถ้ ึงผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนอาจได้มาจากกระบวนการท่ีไมต่ ้องอาศัยการ
ทดสอบ (Non -testing Procedures) เช่น การสงั เกต หรอื การตรวจการบา้ น หรืออาจอยใู่ นรูปของเกรดท่ี
ได้ที่โรงเรียนซ่ึงต้องอาศัยกรรมวิธีท่ีซับซ้อนและช่วงเวลาในการประเมินอันยาวนาน หรืออีกวิธีหน่ึงอาจวัด
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนด้วยแบบวัดผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนที่นิยมใช้กันท่ัวไป (Published Achievement
Test) จะพบว่าการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่นิยมใช้กันท่ัวไป มักอยู่ในรูปของเกรดที่ได้จากโรงเรียน
เนื่องจากให้ผลท่ีเช่ือถือไดม้ ากกว่า อย่างน้อยกอ่ นการประเมินผลการเรียนของนักเรียน ครูจะต้องพิจารณา
องค์ประกอบอื่น ๆ อีกหลาย ๆ ด้าน จึงย่อมดีกว่าการแสดงขนาดความล้มเหลว หรือความส้าเร็จทางการ
เรียนจากการทดสอบ นักเรียนด้วยแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนท่ัว ๆ ไปเพียงครั้งเดียว ( อัจฉรา
สขุ ารมณ์ และอรพนิ ธ์ ชูชม.2530 : 10)

จากที่กล่าวข้างต้นสรุปได้ว่า ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน หมายถึง ผลที่เกิดจากการกระท้าของบุคคล
เป็นการเปล่ียนแปลงพฤติกรรมโดยเป็นผลจากการได้รับประสบการณ์จากการเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือจาก
การเรียนการสอนในชน้ั เรยี น สามารถประเมินหรือวดั ประมาณไดจ้ ากการทดสอบ หรอื การสงั เกตพฤติกรรม
ที่เปลี่ยนแปลงไป ปัญหาส่วนตัว เด็กในวัยที่กาลังเจริญเติบโตมักจะเผชิญกับปัญหาและความยุ่งยากต่าง ๆ
รอบด้าน ทั้งที่สามารถแก้ไขได้และไม่ได้ ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้พยายามศึกษาปัญหาของเด็กท่ีย่างเข้าสู่วัยของ
ผู้ใหญ่ ท้าให้มีการสร้างแบบส้ารวจปัญหาต่าง ๆ เช่น แบบส้ารวจปัญหาของ มูนีย์ (The Mooney
Problem Check List) ซ่ึงสร้างขึ้นโดย อาร์ แอล มูนีย์ (R.L.Mooney) และแอล วี กอร์ดอน (L.V.
Gordon) ผู้สร้างได้พัฒนาแบบสา้ รวจน้ีข้ึนมาชว่ ยนักเรียนในการแสดงออกถึงปญั หาส่วนตัวของตน ซึ่งแบบ
ส้ารวจน้ีจะมีประโยชน์ช่วยให้นักเรียนสรุปปัญหาส่วนตัวของตนเองได้ก่อนที่จะเข้าไปขอคาปรึกษาจากผู้
แนะแนว ท้าให้ผู้แนะแนวสามารถเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้ เป็นประโยชน์ต่อครูผู้สอน ในการ
ทราบภูมิหลังของนักเรียนหรือปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักเรียนแต่ละคน ท้าให้สามารถเข้าใจนักเรียนแต่ละคนได้

5

นอกจากน้ีแบบส้ารวจปัญหาส่วนตัวยังสามารถใช้เป็นเคร่ืองมือในการวิจัยได้เป็นอย่างดี (Mooney and
Gordon. 1950 : 1)
2.2 ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน

ไพศาล หวังพานิช (2514: 137) กล่าวว่า ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน หมายถึงคุณลักษณะและ
ความสามารถของบุคคลอันเกิดจากการเรียนการสอนเปน็ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและประสบการณ์ของ
การเรียนรู้ท่ีเกิดจากการฝึกอบรมหรือเกิดจากการสอน สุรชัย ขวัญเมือง (2522 : 232) กล่าวว่า การวัด
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง การตรวจสอบดูว่าผู้เรียน ได้บรรลุถึงจุดมุ่งหมายทางการศึกษาตามที่
หลักสตู รกา้ หนดไว้แล้วเพียงใด ทั้งน้ี ยกเว้นอารมณ์ สงั คมและการปรบั ตัว นอกจากนี้แลว้ ยังหมายรวมไปถึง
การประเมินผลความส้าเร็จต่าง ๆ ท้ังที่เป็นการวัดโดยใช้แบบทดสอบ แบบให้ปฏิบัติการและแบบที่ไม่ใช้
แบบทดสอบด้วย เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์ และ เอนกกุล กรีแสง (2522 : 22) ให้ความหมายการวัดผล
สัมฤทธิ์ทางการเรียนว่า เป็นกระบวนการวัดปริมาณของผลการศึกษาเล่าเรียนว่าเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด
คา้ นึงถึงเฉพาะการทดสอบเท่านั้น
2.3 วิธที ดสอบซา้ (test - retest method)

ดว้ ยการน้าเครื่องมอื ไปสอบหรือวดั กลุ่มเดิมสองครงั้ โดยทงิ้ ชว่ งห่างระหวา่ งการวดั คร้ังแรกและคร้ัง
ที่สองพอสมควร ( เช่น 2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน) ทง้ั นเี้ พื่อมิให้ผลการวัดคร้ังแรกมีผลกระทบต่อการวัดครง้ั ที่
สองโดยตรง (เช่น ผู้ตอบอาจจาข้อสอบ หรือ ข้อค้าถามได้) เม่ือวัดครบสองคร้ังแล้วต่อจากนั้นก็น้าผลจาก
การสอบวัดทั้งสองครั้งนั้นมาหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลที่ได้ คือ ความเชื่อถือได้ของ
เคร่ืองมือฉบับน้ัน (ตรวจสอบวิธีค้านวณในเร่ืองสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน) วิธีการนี้ใช้ได้กับเคร่ืองมือทุก
ประเภท แต่มีข้อแม้ว่าผลการวัดโดยเครื่องมือเหล่านั้นต้องออกมาเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ คือ ให้เป็นคะแนน
ได้ และข้อมลู ทจี่ ะใช้ได้ต้องครบถ้วนคือแต่ละรายจะตอ้ งมผี ลการวัดครบท้ังสองคร้ัง
2.4 ทฤษฎกี ารสรา้ งชดุ ฝกึ

การสร้างแบบฝึกจ้าเป็นต้องใช้หลักจิตวิทยาเพื่อให้ได้แบบฝึกท่ีสมบูรณ์และเหมาะสมกับนักเรียน
หลักจิตวิทยาการศึกษาทเ่ี กย่ี วข้องกับการสร้างแบบฝึกมีหลายประการ ดังท่ี กรรณิการ์ พวงเกษมได้แนะน้า
หลักจิตวิทยาท่ีควรน้ามาสร้างแบบฝึกไว้ในเร่ือง ปัญหาและกลวิธีการสอนภาษาไทยในโรงเรียน
ประถมศกึ ษาดงั น้ี

1. ความแตกต่างระหว่างบุคคล ครูต้องสังเกตความแตกต่างระหว่างบุคคลเพราะแต่ละบุคคลมี
ความถนดั แตกตา่ งกัน การฝึกทักษะควรมหี ลายรูปแบบไมย่ ากหรอื งา่ ยเกนิ ไป

2. การเรียนรู้โดยการฝึกฝนของธอร์นไดค์ (Thorn dike) การกระท้าซ้า ๆ จะท้าให้เกิดการเรียนรู้
ไดด้ ยี งิ่ ข้นึ วิชาภาษาไทยเป็นวชิ าทกั ษะ การฝกึ บอ่ ย ๆ ความช้านาญจะเกิดขนึ้ เขยี นค้าผิดนอ้ ยลง

3. กฎแห่งการน้าไปใช้ การเรียนรู้จะเกิดผลดีเมื่อน้าความรู้นั้นไปใช้ วิชาภาษาไทยเป็นวิชาทักษะ
ในการจดั การเรยี นการสอนควรฝกึ บ่อย ๆ นักเรยี นจะเกดิ ความคล่องแคล่วหรอื เกิดทกั ษะ

6

ลักษณะของแบบฝึก
1. ความสา้ คญั ของแบบฝึก
การเขียนสะกดค้าเป็นวิชาทักษะ จ้าเป็นต้องมีการฝึกฝนและท้ากิจกรรมเพ่ือฝึกฝนความรู้ ซึ่งเป็น

หน้าท่ีของครูที่จะต้องจัดท้าแบบฝึกให้แก่นักเรียนเพ่ือให้ได้รับการฝึกฝนอย่างเต็มท่ีและเป็ นการส่งเสริม
ความสามารถในการเขียนให้ดียิ่งขึ้น การสร้างแบบฝึกครูควรค้านึงถึงประสิทธิภาพในการใช้ เพื่อให้การ
เรียนการสอนประสบความส้าเร็จตามความต้องการ เชาวนี เกิดเพทางค์ (2524 : 17) ได้สรุปคุณประโยชน์
ของแบบฝึกไว้ว่า แบบฝึกเป็นเคร่ืองมือช่วยให้เกิดการเรียนรู้ท้าให้นักเรียนเกิดความสนใจและช่วยให้ครู
ทราบผลการเรียนของนักเรียนอย่างใกล้ชิด และวีระ ไทยพานิชย์ (2528 : 11) ได้กล่าวถึงความส้าคัญของ
แบบฝึกพอสรุปได้ว่าแบบฝึกเป็นการเรียนรู้ท่ีเกิดจากการกระท้าจริง เป็นประสบการณ์ตรงที่ผู้เรียนมี
จุดมุ่งหมายแน่นอน ท้าให้นักเรียนเห็นคุณค่าของสิ่งท่ีเรียน สามารถเรียนรู้จดจ้าสิ่งท่ีเรียนได้ดีและท้าให้
นักเรียนเห็นคุณค่าของส่ิงที่เรียนสามารถเรียนรู้และจดจ้าส่ิงที่เรียนได้ดี และน้าการเรียนรู้นั้นไปใช้ใน
สถานการณ์เช่นเดียวกันได้ และ ไพรัตน์ อนุพันธ์ (2535 : 26) กล่าวถึงความส้าคัญของแบบฝึกว่า
ความส้าคัญของแบบฝึกต่อการเขียนสะกดค้าเป็นสิ่งจ้าเป็นมาก ครูผู้สอนต้องพยายามหาแบบฝึกหรือสร้าง
แบบฝึกทีมีประสิทธิภาพเพ่ือใช้ในการเรียนการสอน ซ่ึงจะช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และมีความสนใจ
ยง่ิ ข้ึน

สรุปได้ว่า แบบฝึกเป็นส่ือการเรียนท่ีส้าคัญและจ้าเป็นอย่างยิ่งในกระบวนการเรียนการสอนกลุ่ม
วิชาทักษะ นอกจากจะช่วยให้ครูผู้สอนสอนง่ายขึ้น ยังช่วยกระตุ้นให้นักเรียนมีความสนใจในการเรียนมาก
ข้ึน

2. หลกั ในการสรา้ งแบบฝกึ
ดังท่ีได้กล่าวว่าวิชาภาษาไทยเป็นวิชาทักษะท่ีต้องอาศัยการฝึกอย่างต่อเน่ือง ดังน้ันการสร้างแบบ

ฝึกจะต้องสร้างให้เหมาะสมตามกระบวนการในการฝึก เพ่ือให้เกิดประโยชน์สูงสุดส้าหรับผู้ฝึก ซึ่งมีนักการ
ศึกษาไดเ้ สนอแนวทางในการสร้างดังน้ี

มานะ สกุลภักดี (2521 : 241 – 242 ) กล่าวถึงแบบฝึกตามรูปแบบของโครงการส่งเสริม
สมรรถภาพการสอน (reduced instructional time RIT) วา่ มี 2 รูปแบบ คือ
แบบที่ 1 คือแบบฝึกทักษะ เปน็ วิธีการท่นี า้ ไปใช้ในการสอนวิชาทักษะเช่น ภาษาไทย คณิตศาสตร์ เป็นตน้
แบบที่ 2 เป็นแบบที่ใช้ฝึกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดความคิดรวบยอดเป็นวิธีการสอนที่จะน้าไปใช้ในวิชาสร้างเสริม
ประสบการณ์ชีวิต เชน่ วทิ ยาศาสตร์ สังคมศึกษา สขุ ศกึ ษา เปน็ ตน้

ศรีประภา ปาลสทิ ธ์ิ (2522 : 22) ได้เสนอแนวทางในการสรา้ งแบบฝกึ ไว้ดงั น้ี
1. สร้างแบบฝกึ ให้เหมาะสมกับวัยของนกั เรียนคือไม่งา่ ยและยากจนเกินไป

7

2. เรียงล้าดับแบบฝึกจากง่ายไปหายาก โดยเริ่มจากการฝึกการออกเสียงเป็นพยางค์ ค้า วลี
ประโยค และค้าประพนั ธ์

3. แบบฝึกใช้ภาพประกอบเพ่ือดึงดูดความสนใจของเด็ก ซ่ึงจะช่วยให้เด็กประสบผลส้าเร็จในการ
ฝกึ และจะชว่ ยยั่วยใุ หต้ ดิ ตามต่อไปตามหลักของการจงู ใจ

4. แบบฝึกท่สี รา้ งขนึ้ เปน็ แบบฝกึ สัน้ ๆ ง่าย ๆ
5. เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเบื่อหน่าย แบบฝึกจะต้องมีลักษณะต่าง ๆ กัน เช่น ประสบค้าจาก
ภาพ เล่นกบั บตั รภาพ ฝกึ รอ้ งเพลง และใช้เกมตา่ ง ๆ ประกอบ เป็นตน้

เพียงจติ อง้ึ โพธิ์ (2529 : 29) ไดเ้ สนอแนวทางและหลักการในการสร้างแบบฝึกทกั ษะการเขียนสะกดคา้ พ้อง
เสียงเพ่อื ให้เกิดประโยชน์และก่อใหเ้ กิดความสนใจว่า

1. สร้างแบบฝึกให้มีหลายรูปแบบ เช่น การให้เติมค้า การให้จับคู่ ต่อเติมตารางอักษร เลือกผลไม้
การใช้เพลง และเกมประกอบการเรยี นการสอน

2. ค้านึงถึงความยากง่ายของค้าท่ีน้ามาฝึก ควรเร่ิมต้นจากค้าท่ีง่ายก่อน ค้าที่นักเรียนเขียนผิดกัน
มาก จะนา้ มาฝกึ ซา้ หลาย ๆ ครง้ั โดยเปล่ยี นรูปแบบกิจกรรมไม่ให้ซา้ กนั จนนกั เรียนเกิดความเบ่ือหน่าย

3. การฝึกทักษะแม้ว่าจะเน้นทักษะการเขียนสะกดค้า ก็ควรจะเน้นทักษะการฟัง พูด และอ่านไป
พร้อม ๆ กัน

4. เปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการสร้างแบบฝึกทักษะ เช่น การหาค้าพ้องเสียงจากหนังสือ
แบบเรียน หนังสืออ่านประกอบในกลุ่มวิชาต่าง ๆ ให้นักเรียนชว่ ยกันค้นหาความหมายของค้าพ้องเสียงจาก
พจนานกุ รม

นอกจากน้ีครูผู้สอนพยายามหากิจกรรมในหลาย ๆ รูปแบบ ท้ังเกม และเพลงประกอบการเรียน
ตลอดจนกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะการเขียนสะกดค้าที่น่าสนใจ เพ่ือน้ามาใช้ประกอบการเขียนสะกดค้า
พ้องเสยี งทง้ั น้ีเพอื่ ใหน้ ักเรียนประสบผลสา้ เรจ็ ในการเขียนสะกดค้าพ้องเสยี งและการเรยี นย่ิงข้ึน

คงิ (King1979 : 237) ไดก้ ลา่ วเสนอแนะการสรา้ งแบบฝกึ การเขียนสะกดค้าสรปุ เปน็ ขนั้ ตอนได้ดงั น้ี คือ
1. ตรวจสอบ ได้แก่ การตรวจสอบค้าท่จี ะนา้ มาให้นกั เรียนเขยี นว่ามีความเหมาะสมและถูกต้อง
2. ออกเสียง ได้แก่ การให้นักเรียนได้ฝึกออกเสียงของค้าที่จะน้ามาเขียน ควรฝึกหลาย ๆ ครั้ง ให้

ออกเสยี งให้ถูกตอ้ ง
3. สะกดค้า ได้แก่ การฝึกให้นักเรียนสะกดค้าท่ีจะน้ามาเขียนด้วยปากเปล่า หัดออกเสียงดัง ๆ ซ้า

หลาย ๆ ครั้ง
4. เขยี น ได้แก่ การน้าค้าท่ีนักเรียนสะกดปากเปล่าน้ันมาให้นักเรียนเขียนหลาย ๆ ครั้ง เพื่อให้เกิด

ความช้านาญและถกู ตอ้ ง

8

5. ใช้ ได้แก่ การนา้ คา้ น้ันมาฝกึ เขยี นเป็นประโยค เป็นขอ้ ความ
6. ทบทวน ได้แก่ การทบทวนตามที่ได้ปฏบิ ตั ิมาในทกุ ขนั้ ตอน

3. ลกั ษณะแบบฝึกที่ดี
รชั นีศรี ไพรวรรณ (2520 : 30 – 31 ) ได้ให้ข้อคิดเหน็ เกยี่ วกบั หลักการสรา้ งแบบฝกึ ทักษะท่ดี ไี ว้ดังนี้

1. สร้างแบบฝึกให้สอดคล้องกับหลักจิตวิทยาและพัฒนาการของผู้เรียนตามล้าดับข้ันการเรียนรู้
แบบฝึกหัดเสริมทักษะน้ันต้องอาศัยรูปภาพจูงใจนักเรียน และควรจัดเรียงเน้ือหาตามล้าดับจากง่ายไปยาก
นกั เรียนจะมีก้าลังใจท้าแบบฝกึ หดั

2. มจี ดุ มุ่งหมายท่แี น่นอนว่าจะฝึกทักษะในด้านใด แลว้ จัดเน้อื หาใหต้ รงกับจุดมุง่ หมายท่กี ้าหนดไว้
3. ต้องค้านึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของนักเรียนถ้าสามารถแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มย่อย
ตามความสามารถแลว้ จึงจัดท้าแบบฝึกทกั ษะ
4. แบบฝึกท่ดี ตี ้องมีคา้ ชี้แจงงา่ ย ๆ สั้น ๆ ทน่ี ักเรยี นอ่านเขา้ ใจและท้าแบบฝึกไดด้ ว้ ยตนเอง
5. แบบฝึกต้องมีความถูกต้อง ครูต้องพิจารณาให้รอบคอบ ทดลองท้าด้วยตนเองเสียก่อน อย่าให้มี
ขอ้ ผิดพลาด
6. ใหน้ กั เรยี นท้าแบบฝึกแต่ละคร้งั ต้องเหมาะสมกบั เวลาช่วงความสนใจ
7. ควรมหี ลายรปู แบเพ่อื ใหเ้ กิดการเรียนรู้อย่างกวา้ งขวาง ส่งเสรมิ ความคิดสรา้ งสรรค์

ก่อ สวัสดพิ านชิ ย์ (2524 : 20) เสนอแนวคิดเกย่ี วกับลกั ษณะแบบฝกึ ทกั ษะทด่ี ีไว้ดังนี้
1. ครูต้องเตรียมแบบฝึกให้รอบคอบว่าจะใช้แบบฝึกแบบใด และแบบฝึกน้ัน ๆ จะช่วยฝึกทักษะ

ทางภาษาจนเดก็ สามารถนา้ ทกั ษะท่ีฝกึ นนั้ ไปใชใ้ นชีวิตประจ้าวันได้หรือไมเ่ พยี งไร
2. ให้แบบฝึกน้ัน ๆ แต่หลาย ๆ แบบเพื่อฝึกทักษะในเร่ืองเดียวกันเด็กจะไม่เบื่อ แต่เกิดความ

สนกุ สนานและมคี วามแม่นยา้ ในเร่ืองที่ฝึกนน้ั
3. ฝกึ ในสถานการณท์ ี่แตกต่างกนั เช่น จับคูห่ วั ใจ เก็บผลไม้ ชอ้ นเปด็ ลอยน้า
4. การประเมินผลน้ันต้องประเมินผลเพ่ือดูความก้าวหน้าของเด็กและเพ่ือประเมินค่าแบบฝึกว่า

ช่วยให้เดก็ ก้าวหนา้ เพียงไร ถ้าเด็กไม่มคี วามกา้ วหน้าครตู ้องสนใจทีจ่ ะค้นหาสาเหตวุ ่าเป็นเพราะอะไร
5. การประเมนิ ผลนั้นไม่ควรน้าเด็กไปเทยี บกับกลุ่ม แต่ควรใหเ้ ด็กเปรียบเทียบกบั ตนเอง

การท่จี ะสรา้ งแบบฝกึ ให้ดมี ีประสิทธิภาพครูจะต้องคา้ นงึ ถงึ ตวั นักเรียนเป็นสา้ คญั โดยดูความพรอ้ ม
ระดบั สตปิ ัญญา ความสามารถ และความเหมาะสมในการใช้สา้ นวนภาษา ตลอดจนเนอ้ื หาและระยะเวลาใน
การท้าแบบฝึก ซึ่งจะท้าให้นักเรียนสนใจท่ีจะน้าเอาแบบฝึกท่ีครูสร้างขึ้นมาแก้ไขข้อบกพร่องหรือส่งเสริม
ทักษะทางภาให้ดีย่ิงขึ้น ธูปทอง ปราบพล (252 : 15) ได้ชี้แนวทางในการสร้างแบบฝึกที่ดีว่า ควรสร้างแบบ

9

ฝึกหลาย ๆ แบบ โดยค้านึงถึงเน้ือหา ความยากง่ายและระยะเวลาในการฝึก นอกจากนั้นต้องฝึกทักษะการ
ออกเสียง อ่านก่อนฝึกทักษะการเขียนและจึงฝึกรวมกันทั้งทักษะการอ่านและการเขียนในภายหลัง ต่อมา
ประชุมพร สุวรรณตรา (2528 : 61) ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับลักษณะแบบฝึกที่ดีว่า มีค้าสั่งและค้าอธิบายอย่าง
ชัดเจนมีตัวอยา่ งท่ีใหค้ วามคดิ หลายแนว มภี าพประกอบ เส้นบรรทดั ท่ีเว้นใหเ้ ตมิ มีขนาดพอเหมาะ และการ
วางฟอร์มเป็นระเบียบสวยงาม และโรจนา แสงรุ่งรวี (2531 : 22) กล่าวว่า ลักษณะของแบบฝึกท่ีดีจะต้องมี
ค้าอธิบายชัดเจนเป็นแบบฝึกสั้น ๆ ใช้เวลาฝึกไม่นานจนเกินไป มีหลายรูปแบบและฝึกเพียงเรื่องเดียวใน
แบบฝกึ หนงึ่ ค้าศัพท์ทใี่ ชฝ้ กึ สามารถนา้ ไปใช้ในชวี ติ ประจา้ วันไดแ้ ละสามารเรยี นได้ด้วยตนเอง

ลักษณะของแบบทดสอบส้าหรับแบบฝึก
วิเชียร เกตุสิงห์ ได้เสนอแนะเก่ียวกับแบบทดสอบการเขียนสะกดค้าไว้ในเรื่อง หลักการสร้างและ

วิเคราะห์ขอ้ สอบวา่
การทดสอบสะกดค้า (spelling) แทนที่จะให้นักเรียนเขียน ก็เปล่ียนมาใช้วิธเี ขียนให้นักเรียนดูแล้ว

ให้นักเรียนตัดสินใจว่าค้าเขียนผิดค้าใดเขียนถูกดีกว่าการเขียนตามค้าบอก เพราะว่าการเขียนตามค้าบอก
นน้ั เกี่ยวกับเรื่องการฟังด้วย ส่วนการเขยี นสะกดค้าไมเ่ ก่ียวกับการฟังเลย การเขียนตามคา้ บอก (dictation)
น้ันนักเรียนมีประสาทหูไม่ดีก็จะผิดพลาดได้งา่ ย ท้ัง ๆ ท่ีค้าท่ีเขียนผิดนั้นนักเรียนอาจจะรู้ดี แต่เผอิญฟังผิด
ไปเลยท้าให้เขียนผิดก็อาจเป็นได้ การทดสอบการสะกดค้าอาจท้าได้โดยใช้ข้อสอบแบบเลือกหาค้าตอบที่
เขียนผิดจากข้อสอบแต่ละข้อซ่ึงมีตัวเลือกล้วน สายยศและอังคณา สายยศ ได้กล่าวถึงการก้าหนดตัวเลือก
ในแบบทดสอบแต่ละข้อในเรื่องเทคนิคการวัดผลการเรียนรู้ว่าการก้าหนดตัวเลือก ตามธรรมดาตัวเลือกมา
จากท้าให้โอกาสการเดาน้อยลงการใช้ความคิดมากข้ึน ดังน้ันถ้าเป็นระดับเด็ก ๆ อาจใช้เพียง 3 ตัว เลือก
ช้ันประถมศึกษาก้าหนด 4 ตัวเลือก แต่แบบทดสอบมาตรฐานทั่ว ๆ ไปจะใช้ 4 – 5 ตัวเลือกมากท่ีสุด จาก
งานวิจัยถ้ากรณีตัวเลือกวเิ คราะห์ แลว้ เหน็ วา่ มคี ุณภาพสงู จะใช้ 3 ตัวเลือก 4 ตัวเลือก หรือ 5 ตัวเลือก กไ็ ด้
ไม่ทา้ ใหค้ ุณภาพของแบบทดสอบแตกต่างกนั มาก

บทที่ 3
วธิ ดี ำเนินกำรวจิ ยั

การวจิ ยั คร้งั น้ี ผู้วิจัยได้ดาเนนิ วจิ ัยเชงิ ทดลอง โดยมหี วั ขอ้ วิจยั ทจ่ี ะนาเสนอตอ่ ไปนี้
3.1 วิธีดาเนินการวิจยั
3.2 ออกแบบและสร้างชดุ สาธติ
3.3 ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่าง
3.4 เครื่องมือท่ีใช้ในการวิจัย
3.5 การเก็บรวบรวมข้อมลู
3.6 การวเิ คราะห์ขอ้ มูล
3.7 สถิตทิ ีใ่ ช้ในงานวจิ ยั และสถติ ิทใ่ี ช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

3.1 วธิ ดี ำเนนิ กำรวิจยั
โดยมขี ัน้ ตอนวธิ ดี าเนินการวิจัยดงั ต่อ ไปน้ี
3.1.1 ข้ันก่อนทดลอง มกี ารดาเนินการ ดงั ต้องไปนี้
3.1.1.1 ชี้แจงให้ผู้เรียนทราบถึงจดุ ประสงค์ และข้ันตอนการสอนโดยการสอน แบบชุดฝึก

ทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 เพ่อื ให้ผเู้ รียนมคี วามรู้ ความเข้าใจ การใช้งานประยุกต์ใชง้ าน
3.1.1.2 ใหผ้ ู้เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น
3.1.1.3 บันทึกผลคะแนนการทดสอบก่อนเรียนของผู้เรียนเป็นรายบุคคล ข้อที่ตอบถูกได้

1 คะแนน ขอ้ ทต่ี อบผดิ ได้ 0 คะแนน
3.1.2 ขั้นทดลองมกี ารดาเนนิ การ ดงั น้ี
ใหผ้ เู้ รียนศึกษาเน้ือหาจากหนังสอื เรียนและขัน้ ตอนการสอน โดยวธิ ีการสอนชุดฝึกทดลอง

ไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 วชิ า ไมโครคอนโทรลเลอร์
3.1.3 ขน้ั หลังการทดลอง มีการดาเนินการ ดังนี้
3.1.3.1 ให้ผ้เู รียนทาการทดสอบหลังเรียน เพ่ือวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นของผู้เรยี น เร่อื ง

การเขยี นโปรแกรมควบคุมอปุ กรณไ์ ฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์ โดยการสอนแบบชุดฝกึ
3.1.3.2 บันทึกผลคะแนนการทอสอบหลังเรยี นของผู้เรียนเปน็ รายบุคคล ข้อทีต่ อบถูกได้

คะแนน ข้อที่ตอบผิดได้ 0 คะแนน

11

3.2 ออกแบบและสร้ำงชดุ สำธิต
ในการออกแบบและสร้างชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 วิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์

เพ่ือให้นักเรียนเกิดความเข้าใจในขณะท่ีครูกาลังสอนโดยใช้ชุดฝึก เพื่อให้ผู้เรียนสามารถมองเห็นภาพท่ี
เกดิ ขึน้ จากการสอน และเพอ่ื ใหส้ ามารถใช้งานไดย้ าวนานจึงไดท้ าการออกแบบได้ดงั รูปที่ 3.1

รูปที่ 3.1 การออกแบบและสรา้ งชุดฝกึ ทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 วิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์
3.3 ประชำกรและกลุม่ ตวั อยำ่ งประชำกร

ประชากรที่ใช้ในการวิจัยคร้ังน้ีเป็นนักเรียนระดับ ปวส.2 กลุ่ม 1,2 แผนกวิชา ช่างอิเล็กทรอนิกส์
จานวน 11 คน วทิ ยาลัยเทคนคิ สว่างแดนดนิ ต.สวา่ งแดนดิน อ.สว่างแดนดิน จ.สว่างแดนดิน ภาคเรยี นท่ี 2
ปกี ารศกึ ษา 2563 สงั กดั สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา

กลมุ่ ตวั อยา่ ง
ในการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ใช้ประชากรท้ังหมด เป็นนักเรียน ระดับ ปวส.1 กลุ่ม 1,2 แผนก

วิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ ในรายวิชาไมโครคอนโทรลเลอร์ จานวน 11 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง
เน่อื งจากผู้วิจัยทาการทดลองเองและได้ทาการสอนห้องดงั กล่าว ทีเ่ ลอื กมามีทักษะดา้ นการเรยี นวิชาการที่มี
ความแตกตา่ งกนั ระหวา่ งผ้เู รยี น

12

3.4 เครอื่ งมอื ท่ใี ชใ้ นกำรวิจยั

เครอื่ งมือท่ีใชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมลู ดังรายละเอียด ลกั ษณะและวิธกี ารสร้าง ดังต่อไปนี้

3.4.1 ชดุ ฝกึ

3.4.2 แบบทดสอบกอ่ นเรียน

3.4.3 แบบทดสอบหลงั เรยี น

3.4.4 แบบประเมินผล

3.5 กำรเก็บรวบรวมข้อมูล
เครอื่ งมอื ทีใ่ ช้ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ดังรายละเอยี ด ลักษณะและวิธกี ารสร้าง ดงั ตอ่ ไปน้ี
3.5.1 แบบทดสอบก่อนเรียน

3.5.2 แบบทดสอบหลงั เรียน
3.6 กำรวเิ ครำะหข์ อ้ มลู

3.5.1 หาระดบั ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น โดยหาค่าเฉลยี่ และสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน

3.5.2 เปรยี บเทยี บผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนระหว่างกอ่ นเรียนและหลักเรียน โดยการทดสอบด้วย

สถิตทิ ี (t-test for dependent samples)

3.7 สถติ ิทใี่ ชใ้ นงำนวจิ ยั และสถิตทิ ีใ่ ช้ในกำรวเิ ครำะห์ข้อมูล
3.7.1 เกณฑ์ทใี่ ช้ในการแปลความหมายค่าเฉล่ยี
เกณฑ์ที่ใช้ในการแปลความหมายแตกต่างกันหลายแบบ ทาให้การแปลผลแตกต่างกันไป

บ้างในบางคา่ เกณฑ์การแปลความหมายทีเ่ หมาะสมในการทาโครงการนี้ (รศ.ดร.บญุ ชม ศรสี ะอาด)
เกณฑ์แปลความหมายคา่ เฉล่ีย

ค่าเฉล่ยี ความหมาย
4.51 – 5.00 ดีมาก
3.51 – 4.50 ดี

2.51 – 3.50 พอใช้
1.51 – 2.50 ตา่
1.00 – 1.50 ต่ามาก

13

3.7.2 สถิติพนื้ ฐาน
3.7.2.1 คา่ เฉล่ียในรายข้อท่ีไดผ้ ลจากผู้เชย่ี วชาญจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอนทส่ี ร้าง

ขึ้น (กัลยา วานชิ ย์บัญชา, 2549)
สถิตทิ ่ีใช้ในการคานวณคือ

x=  x
N

เมอ่ื x = ระดับคุณภาพเฉล่ียในรายข้อ
x = ผลรวมระดับคะแนนความคิดเหน็ ทไี่ ดจ้ ากผปู้ ระเมนิ ในแต่ละข้อ
N = จานวนผูป้ ระเมนิ

3.7.2.2 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation : S.D.,S,s) ส่วนเบ่ียงเบน
มาตรฐานเป็นค่าวดั การกระจายทีส่ าคัญทางสถติ ิ เพราะเปน็ ค่าท่ีใชบ้ อกถงึ การกระจายของข้อมูลได้ดกี ว่าค่า
พสิ ยั และค่าส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (กลั ยา วานชิ ยบ์ ญั ชา, 2549)

n x 2-( X)2

S.D=
n(n-1)

เมอื่ S.D คอื สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน
x คอื ข้อมูล (ตัวที่ 1,2,3,4…)
n คือ จานวนข้อมูลทั้งหมด

3.7.3 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนท่ีเรียนโดยใช้กิจกรรมเพ่ือน
ชว่ ยเพอ่ื น โดยใชก้ ารทดสอบ ที (t – test dependent) มสี ูตรดังน้ี

t  D
n D2  ( D)2

n 1

บทท่ี 4

ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู

วิจยั การออกแบบและสรา้ งชุดฝกึ ทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 วชิ า ไมโครคอนโทรลเลอร์
ทั้งน้ีผวู้ ิจยั ไดน้ าเสนอผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูล ดังต่อไปน้ี

4.1 ผ ล ก า ร อ อ ก แ บ บ แ ล ะ ส ร้ าง ชุ ดฝึ ก ท ด ลอ ง ไ ม โ ค ร ค อ น โ ท ร ลเ ลอ ร์ ESP32 วิช า
ไมโครคอนโทรลเลอร์

4.2 ผ ล ก า ร ป ร ะ เ มิ น คุ ณ ภ า พ ชุ ด ฝึ ก ท ด ล อ ง ไ ม โ ค ร ค อ น โ ท ร ล เ ล อ ร์ ESP32 วิ ช า
ไมโครคอนโทรลเลอร์ โดยผ้เู ชย่ี วชาญ

4.3 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล
4.1 ผลการออกแบบและสร้างชุดฝกึ ทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 วชิ า ไมโครคอนโทรลเลอร์

4.1.1 ชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 วิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์ เมื่อดาเนินการ
สร้าง จะได้ลักษณะของชดุ ฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 วิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์

รปู ท่ี 4.1 ลกั ษณะของชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 วชิ า ไมโครคอนโทรลเลอร์
4.2 ผลการประเมินคุณภาพชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 วิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์
โดยผ้เู ช่ียวชาญ

ผลการประเมินคุณภาพชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 วิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์
โดยผเู้ ชย่ี วชาญ ผู้วจิ ัยไดท้ าการเกบ็ ขอ้ มลู จากผูเ้ ชีย่ วชาญ จานวน 3 ทา่ น ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลไดด้ ังน้ี

15

ต า ร า ง ท่ี 4.1 ผลการประเมินคุณภ าพ ชุดฝึกทดลองไมโ ครคอนโ ทรลเลอร์ ESP32 วิชา
ไมโครคอนโทรลเลอร์ โดยผูเ้ ชีย่ วชาญ

หวั ข้อการประเมนิ X S.D. แปลความ
ดี
1. ด้านการออกแบบ 4.66 0.57
1.1 ชุดฝกึ มีความสวยงาม ประณตี

1.2 ขนาดของชดุ ฝกึ มีความเหมาะสม 4.33 0.57 ดี

1.3 การจัดวางตาแหนง่ อุปกรณ์ของชุดฝึกได้เหมาะสม 50 ดมี าก
4.66 0.57 ดี
1.4 จดุ เชอื่ มต่อของชดุ ฝึกสะดวกตอ่ การใช้งาน
2. ด้านวสั ดุอุปกรณ์ 50 ดีมาก
50 ดมี าก
2.1 วัสดอุ ปุ กรณ์มคี วามปลอดภยั 50 ดีมาก
50 ดมี าก
2.2 วสั ดอุ ปุ กรณจ์ ัดหาง่าย
2.3 วสั ดอุ ปุ กรณ์มีความเหมาะสมต่อการใช้งาน 4.66 0.57 ดี
50 ดมี าก
2.4 วัสดอุ ุปกรณ์มคี วามทนทาน 50 ดมี าก
3. ด้านการใช้งาน
4.66 0.57 ดี
3.1 ชดุ ฝกึ ใช้งานสะดวก 4.33 0.57 ดี
3.2 ชุดฝกึ มคี วามสะดวกในการเคลอ่ื นย้าย 50 ดีมาก
3.3 ชดุ ฝึกงา่ ยตอ่ การเก็บรักษา 4.66 0.57 ดี
4.8 ดมี าก
4. ด้านคุณภาพ
4.1 ชุดฝึกทางานไดต้ รงตามหน้าท่ี
4.2 ชุดฝกึ ประหยดั พลงั งาน
4.4 ชดุ ฝกึ มคี วามเหมาะสมกับระดบั ของผู้เรยี น
4.5 ชดุ ฝกึ มปี ระสทิ ธภิ าพ
คา่ เฉลยี่

16

4.3 ผลการประเมินความพงึ พอใจการออกแบบและสรา้ งชดุ ฝกึ ทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32
วชิ า ไมโครคอนโทรลเลอร์ ของนกั เรยี นกลุ่มเปา้ หมาย

ผลการประเมนิ ความพึงพอใจการออกแบบและสร้างชดุ ฝกึ ทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32
วิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์ ของนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย ผู้วจิ ยั ไดท้ าการเก็บขอ้ มลู จากนกั เรยี น
กลุ่มเป้าหมาย จานวน 11 คน ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู ไดด้ ังนี้
ตารงที่ 4.2 ผลการประเมนิ ความพึงพอใจการออกแบบและสรา้ งชดุ ฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์
ESP32 วชิ า ไมโครคอนโทรลเลอร์ ของนักเรียนกลมุ่ เปา้ หมาย

หวั ข้อการประเมนิ X S.D. แปลความ

1. ด้านกจิ กรรมการเรียนการสอน

1.1 มคี วามเหมาะสมกบั ระดับของผู้เรียน 4.7 0.48 ดีมาก

1.2 มกี ารเน้นผเู้ รียนเปน็ สาคัญ 4.6 0.51 ดีมาก

1.3 สามารถนาไปประยุกตใ์ ช้งานไดจ้ รงิ 4.7 0.48 ดีมาก

2. ดา้ นเนื้อหาวิชา

2.1 เน้ือหาครอบคลุมวตั ถุประสงค์ 4.6 0.51 ดีมาก

2.2 ภาษาทใี่ ช้มีความเหมาะสม อา่ นทาความเขา้ ใจได้ง่าย 4.2 0.63 ดมี าก

2.3 เน้ือหาสามารถเชือ่ มโยงไปสูก่ ารปฏบิ ัติงานจริง 4.6 0.51 ดีมาก

3. ด้านแบบทดสอบ

3.1 แบบทดสอบครอบคลุมวัตถุประสงคก์ ารสอน 4.6 0.51 ดมี าก

3.2 ปริมาณของแบบทดสอบเหมาะสมกับระดบั การเรยี นรขู้ องผู้เรยี น 5 0 ดมี าก

3.3 คาส่งั ทใี่ ชม้ ีเป้าหมายชัดเจนอ่านเข้าใจงา่ ย 4.5 0.52 ดีมาก

คา่ เฉลย่ี 4.61 ดมี าก

4.4 ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู
ผลการวเิ คราะห์ ขอ้ มูลจากการพัฒนาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนเร่ือง การออกแบบและสร้างชุดฝึก

ทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 โดยการสอนแบบชุดฝึก วิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์ ของนักศึกษา
ระดบั ปวส.2 แผนกวิชาชา่ งอเิ ลก็ ทรอนิกส์ วทิ ยาลัยเทคนคิ สวา่ งแดนดนิ จะนาเสนอ ดงั นี้

การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ชุดฝึก
ทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32

การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ในการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผู้วิจัยได้นาคะแนน
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เร่ือง การเขียนโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยการสาธิต
ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้การสาธิต การทดสอบด้วยสถิติที ( t-test for dependent
samples ) ไดผ้ ลดงั แสดงในตารางที่ 4.3

17

ตารางท่ี 4.3 ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นกอ่ นท่ีใชช้ ดุ ฝึกและหลงั ใช้ชุดฝกึ ของนกั เรยี น 11 คน มีดงั นี้

คนท่ี 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11
คะแนนทดสอบ
ก่อนใชช้ ดุ ฝกึ 5 5 6 7 8 5 4 6 8 11 12
(เตม็ 20 คะแนน)
คะแนนทดสอบ
หลงั ใชช้ ดุ ฝึก 12 14 15 15 14 13 13 12 12 16 16
(เต็ม 20 คะแนน)

ตารางท่ี 4.4 การทดสอบสมมติฐานดงั กล่าว จะต้องหาคา D และ D2 แล้วคานวณโดยอาศัยสูตรขา้ งตน้
ดังน้ี

คนท่ี คะแนนก่อนใชช้ ดุ ฝึก คะแนนหลังใชช้ ุดฝกึ D D2
7 49
15 12 9 81
25 14 9 81
36 15 8 64
47 15 6 36
58 14 8 64
65 13 9 81
74 13 6 36
86 12 4 16
98 12 5 25
10 11 16
4 16
11 12 16 75 549
รวม 77 152

นาผลวิเคราะหค์ ะแนนมาเอาสตู ร

∑ = 75, ∑ 2 = 549 , = 11



= ∑
√ ∑ 2 − (∑ )2
− 1

= 75
√11 (549) − (75)2
11 − 1

18

= 75
√60391−05625

= 75
√41104

= 11

ตารางท่ี 4.5 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของ นักเรียน ระหว่างก่อนและหลังเรียนโดยใช้

ชดุ ฝึก เร่อื ง การเขยี นโปรแกรมควบคมุ อปุ กรณ์ไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์

การทดสอบ N X̅ D D2 t

กอ่ นใช้ 11 7 152 75 11
หลงั ใช้ 11 13.8

*มนี ัยสาคัญทางสถติ ิท่ีระดับ 0.05
นาคา่ t ทค่ี านวณได้คอื 11 ไปทดสอบความมีนัยสาคญั ที่ระดับ 0.05 โดยท่หี า df คอื 11-1=10 แล้ว
นาไปเปิดตารางค่า t-Test ท่ี t (0.05,11)

คา่ t ทค่ี านวณ = 11.6 มีคา่ มากกวา่ เปดิ ตาราง

พิจารณา เมอ่ื t คานวณ  t ตาราง จะปฏเิ สธ H0 ยอมรบั H1
เมือ่ t คานวณ  t ตาราง จะยอมรับ H0 ปฏิเสธ H1

เนื่องจาก tคานวณ =11 > tตาราง =1.79 ดังนั้น จึงปฏิเสธ H0 ยอมรบั H1
สรุปผล

สรุปได้ว่า ปฏิเสธ H0 ยอมรับ H1 นั่นคือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยไม่ใช้ชุดฝึกและผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนโดยการใช้ชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 วิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์ แตกต่าง
กันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.05 กล่าวได้ว่าการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ใช้ชุดฝึกทดลอง
ไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 วิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์ ทาให้ผลผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียน
สูงข้นึ

บทที่ 5
สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ

การวิจัยคร้ังนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเร่ือง ชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์
ESP32 วิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์ โดยมีเป้าหมายเพ่ือให้นักศึกษาทุกคนมีผลผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน โดย
เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา ระหว่างก่อนท่ีใช้ชุดฝึกและหลังใช้ชุดฝึก โดยใช้ชุดฝึก
ทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 วิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์ โดยการสอนแบบชุดฝกึ กลุ่มตัวอย่างทใ่ี ช้
ในการศึกษาวิจัย ครั้งน้ีเป็นนักศึกษาระดับ ปวส.2 แผนกวิชาชา่ งอิเลก็ ทรอนิกส์ วิทยาลัยเทคนิคสว่างแดน
ดิน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษาท่ี 2563 จานวน 11 คน เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยการสอนโดย
วิธีการใช้ชุดฝึก แบบทดสอบก่อนที่ใช้ชุดฝึกและหลังใช้ชุดฝึก เพ่ือวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา
วิเคราะห์ข้อมลู โดยการหาคา่ การทดสอบดว้ ยสถิติที (t-test for dependent samples )

5.1 สรุปผลการวจิ ัย
จากผลการวิจยั ครงั้ นี้ สามารถทาการสรปุ ผลการวิจยั ไดด้ ังน้ี ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนของนักศึกษา

โดยใช้วิธกี ารใชฝ้ กึ เรื่อง การเขียนโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเลก็ ทรอนิกส์ โดยการสอนแบบใชช้ ดุ ฝกึ
ผลสัมฤทธ์ิทางเรยี นทีส่ ูง อยา่ งมนี ยั สาคัญทางสถิตทิ ีระดบั 0.05
5.2 อภปิ รายผล

จากผลการวิจัยครงั้ นี้ ผู้วจิ ัยขออภปิ รายผลการวจิ ยั ดังน้ี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา โดย
ใช้ชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูงขึ้น อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่
ระดับ 0.05 ซ่ึงวิธีการสอนแบบใช้ชุดฝึกท่ีส่งผลต่อ ผลสัมฤทธิ์ทางเรียนท่ีสูงขึ้นท้ังน้ีเกิดจากการใช้วิธีการ
สอนแบบใช้ชุดฝึก จะช่วยเพ่ิมความมั่นใจให้กับนักเรียน รวมท้ังมีแรงกระตุ้นด้านบวกต่อการเรียนรู้ เรื่อง
ชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 และลดความกังวลให้กับผู้เรียน ทาให้ผู้เรียนเกิดทักษะความ
ชานาญเชีย่ วชาญและเหน็ ภาพจริง
5.3 ข้อเสนอแนะ

จากผลการวิจยั ครั้งนี้ผวู้ ิจยั มขี ้อเสนอแนะ ดังน้ี
1. การศึกษาการใช้วิธีการใช้ชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 ทาให้นักศึกษาได้เรียน

ตามความสมารถและเพ่ิมความรู้ ความเข้าใจมากย่ิงขึ้น ซ่ึงจะทาให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง
สนุกสนานเพลดิ เพลิน เกดิ ทักษะการปฏบิ ตั งิ านที่อยูใ่ นสถานทจี่ ริง

2. สามารถนาชุดฝกึ ไปพัฒนาใหม้ คี ุณภาพและประสิทธิภาพทีส่ งู ข้ึนตามโลก 4.0 ได้

บรรณานุกรม

http://supapornouinong.blogspot.com/2018/04/blog-post_25.html (ความหมายของผลสมั ฤทธ์ิ
ทางการเรยี น วันพุธ ที่ 25 เมษายน 2563) สืบค้นเม่ือ 25 กมุ ภาพนั ธ์ 2564
http://supervis-nited.blogspot.com/2008/07/blog-post_7125.html (ทฤษฎีการสร้างชดุ ฝกึ :
กระทรวงศกึ ษาธิการ วันที่ 16 เมษายน 2553) สบื ค้นเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2564

http://www.ipecp.ac.th/ipecp/cgi-binn/research/program/unit8/content4.htm (วิธีทดสอบซ้า
(test - retest method) : สถาบนั การพลศกึ ษา ) สืบคน้ เม่อื 25 กมุ ภาพันธ์ 2564

ภาคผนวก

ภาคผนวก ก

- ใบงาน

ใบงานการทดลอง

ใหน้ ักเรยี น นกั ศกึ ษา เขยี นโปรแกรมตามท่ีอยู่ด้านล่างลงในโปรแกรม Arduino แล้วกด Upload ลงใน
บอรด์ ทดลอง ESP32

ANALOG cord

int sensorPin = 12; // select the input pin for the potentiometer
int ledPin = 13; // select the pin for the LED
int sensorValue = 0; // variable to store the value coming from the sensor
void setup() {
// declare the ledPin as an OUTPUT:
pinMode(ledPin, OUTPUT);
}
void loop() {
// read the value from the sensor:
sensorValue = analogRead(sensorPin);
// turn the ledPin on
digitalWrite(ledPin, HIGH);
// stop the program for <sensorValue> milliseconds:
delay(sensorValue);
// turn the ledPin off:
digitalWrite(ledPin, LOW);
// stop the program for for <sensorValue> milliseconds:
delay(sensorValue);
}

บนั ทกึ การแสดงผล
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. ...........................
............................................................................................... ...............................................................................
............................................................................................................................. ...........................
..................................................................................................................................................... .........................
.......................................................................................................... ..............................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ......................................................................

ใหน้ ักเรยี น นักศึกษา เขยี นโปรแกรมตามที่อยดู่ า้ นลา่ งลงในโปรแกรม Arduino แล้วกด Upload ลงใน
บอรด์ ทดลอง ESP32

Encoder cord

#include <ESP32Encoder.h>
ESP32Encoder encoder;
ESP32Encoder encoder2;
// timer and flag for example, not needed for encoders
unsigned long encoder2lastToggled;
bool encoder2Paused = false;
void setup(){

Serial.begin(115200);
// Enable the weak pull down resistors
ESP32Encoder::useInternalWeakPullResistors=true;
// set starting count value
encoder.setCount(37);
// clear the encoder's raw count and set the tracked count to zero
encoder2.clearCount();
Serial. println("Encoder Start = "+String((int32_t)encoder.getCount()));
// Attache pins for use as encoder pins
encoder.attachHalfQuad(36, 39);
// Attache pins for use as encoder pins
encoder2.attachHalfQuad(34, 35);
// set the lastToggle
encoder2lastToggled = millis();
}
void loop(){
// Loop and read the count
Serial.println("Encoder count = "+String((int32_t)encoder.getCount())+"
"+String((int32_t)encoder2.getCount()));
delay(100);
// every 5 seconds toggle encoder 2
if (millis() - encoder2lastToggled >= 5000) {

if(encoder2Paused) {
Serial.println("Resuming Encoder 2");
encoder2.resumeCount();

} else {
Serial.println("Paused Encoder 2");
encoder2.pauseCount();

}
encoder2Paused = !encoder2Paused;
encoder2lastToggled = millis();
}
}
บันทกึ การแสดงผล
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ......................................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................ ................
.................................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................. ...........................
........................................................................................................................................................................ ......
............................................................................................................................. ...........................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................

ภาคผนวก ข

- แบบประเมินเพ่ือหาคณุ ภาพ

แบบประเมินคณุ ภาพ

ชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32
ตอนท่ี 1 ข้อมลู เกี่ยวกับสถานภาพผตู้ อบแบบสอบถาม

กรุณาเขยี นเครือ่ งหมาย ( / ) ลงในวงเลบ็ หน้าขอ้ ความที่ตรงกบั ความเปน็ จริง

1. ระดบั การศกึ ษา ( ) ปริญญาตรหี รือเทียบเทา่
( ) ปรญิ ญาโทหรอื เทยี บเทา่
( ) ปริญญาเอกหรือเทียบเท่า
( ) อน่ื ๆ ..............................................

2. ประสบการณ์ด้านการสอน ( ) ต่ากวา่ 5 ปี
( ) 6 - 10 ปี
( ) มากกวา่ 10 ปี

3. ด้านการสอนท่าหน้าท่ีการสอนเกย่ี วกับ

( ) วิชาท่เี ก่ียวกับไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์
( ) วิชาทเ่ี กย่ี วกบั เทคโนโลยคี อมพิวเตอร์
( ) อื่น ๆ..............................................

ตอนที่ 2 ความคิดเหน็ ของผู้เชี่ยวชาญทีม่ ีต่อชุดการสอน
กรณุ าทา่ เครือ่ งหมาย ( / ) ลงในช่องวางใหต้ รงกับความเหน็ ของทา่ น โดยมรี ะดบั ความคดิ เหน็

ดงั นี้

.ระดับ 5 หมายถึง มากทสี่ ุด
ระดับ 4 หมายถงึ มาก
ระดับ 3 หมายถงึ ปานกลาง
ระดับ 2 หมายถงึ น้อย
ระดบั 1 หมายถงึ นอ้ ยที่สดุ

หัวข้อการประเมนิ ระดบั ความคิดเห็น
54321
1. ด้านการออกแบบ
1.1 ชุดฝึกมีความสวยงาม ประณีต
1.2 ขนาดของชดุ ฝึกมีความเหมาะสม
1.3 การจัดวางต่าแหนง่ อุปกรณ์ของชดุ ฝึกไดเ้ หมาะสม
1.4 จดุ เชือ่ มต่อของชุดฝึกสะดวกตอ่ การใชง้ าน

2. ด้านวัสดอุ ุปกรณ์
2.1 วสั ดอุ ุปกรณ์มีความปลอดภัย

2.2 วสั ดุอปุ กรณจ์ ัดหาง่าย
2.3 วัสดุอุปกรณ์มคี วามเหมาะสมต่อการใช้งาน
2.4 วสั ดอุ ุปกรณ์มคี วามทนทาน
3. ด้านการใช้งาน
3.1 ชดุ ฝึกใชง้ านสะดวก
3.2 ชุดฝกึ มีความสะดวกในการเคลอื่ นย้าย
3.3 ชดุ ฝกึ งา่ ยตอ่ การเก็บรักษา
4. ด้านคุณภาพ
4.1 ชดุ ฝึกทา่ งานได้ตรงตามหน้าที่

4.2 ชุดฝกึ ประหยดั พลงั งาน
4.4 ชุดฝึกมีความเหมาะสมกบั ระดบั ของผูเ้ รยี น
4.5 ชุดฝกึ มีประสิทธิภาพ

ความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................. .........................................
.......................................................................................... ............................................................................
............................................................................................................................. .......................
............................................................................................................................................................ ....

ลงชื่อ.......................................................ผู้ประเมนิ
(............................................................)

วนั ที.่ ......... เดือน..................... พ.ศ. 2564

ภาคผนวก ค

- แบบประเมินความพ่งึ พอใจ

แบบประเมนิ ความพึงพอใจ

ชดุ ฝกึ ทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32
คาช้แี จง

1. แบบประเมินชุดนี้ เป็นแบบสอบถามความคิ ดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อชุดฝึก วิชา
ไมโครคอนโทรลเลอร์ เรอ่ื ง ชุดฝึกทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32

2. ให้แสดงความคิดเห็นท่ีมีต่อชุดสาธิต วิชา ไมโครคอนโทรลเลอร์ เร่ือง ชุดฝึกทดลอง
ไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32

3. การตอบคาถาม เม่ือนักศึกษาอ่านข้อความแต่ละข้อแล้วให้เขียนเครื่องหมาย  ลงในช่องว่าง ท่ี
ตรงกับความเหน็ ดังน้ี

5 หมายถงึ เหน็ ด้วยกับข้อความน้ัน มากท่ีสุด
4 หมายถงึ เหน็ ด้วยกับขอ้ ความนน้ั มาก
3 หมายถงึ เห็นด้วยกบั ขอ้ ความนน้ั ปานกลาง
2 หมายถึง เห็นด้วยกับข้อความนนั้ ค่อนข้างน้อย
1 หมายถงึ เห็นด้วยกับข้อความนน้ั น้อยทีส่ ุด
4. ใหน้ ักศึกษาพิจารณาขอ้ ความแต่ละขอ้ ความแล้วตอบตามความคดิ เห็นของตนเอง
5. แบบประเมินนี้ใช้สาหรับรวบรวบข้อมูลเพ่ือการศึกษาวิจัยเท่าน้ัน ไม่มีผลกระทบต่อการเรียนของ
นักศึกษาแต่ประการใด คาตอบของนักศึกษาทุกคาตอบจะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงแก้ไขเอกสาร
ประกอบการสอน ต่อไป

ขอบใจนักศึกษาทุกคนทชี่ ่วยตอบแบบสอบถามครงั้ น้ี

นายพุฒพิ งศ์ เพง็ เภา
ครพู เิ ศษสอน

วิทยาลยั เทคนคิ สวา่ งแดนดนิ

ความพงึ พอใจของนักศึกษามีต่อ

ชดุ ฝกึ ทดลองไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32

หัวข้อการประเมิน 5 ระดับความคดิ เหน็ 1
432
1. ด้านกจิ กรรมการเรียนการสอน
1.1 มคี วามเหมาะสมกับระดบั ของผ้เู รยี น
1.2 มีการเนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสาคัญ
1.3 สามารถนาไปประยุกต์ใช้งานไดจ้ ริง

2. ด้านเนอ้ื หาวิชา
2.1 เนอ้ื หาครอบคลุมวัตถุประสงค์
2.2 ภาษาทใี่ ชม้ คี วามเหมาะสม อา่ นทาความเข้าใจได้ง่าย
2.3 เนื้อหาสามารถเช่อื มโยงไปส่กู ารปฏิบตั งิ านจริง

3. ดา้ นแบบทดสอบ
3.1 แบบทดสอบครอบคลุมวตั ถุประสงค์การสอน
3.2 ปริมาณของแบบทดสอบเหมาะสมกับระดับการ

เรยี นรู้ของผ้เู รียน
3.3 คาส่ังทีใ่ ช้มเี ป้าหมายชัดเจนอ่านเขา้ ใจง่าย

ความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................................................................... .....
........................................................................................................................ ............................................................
............................................................................................................................. .......................................................
.................................................................................................................................................. ..................................
................................................................................................. ...................................................................................
........................................................................................................................ ............................................................
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................ ............................................................
..................................................................................................................................................................... ...............


Click to View FlipBook Version